ครม. อนุมัติชุดใหญ่ ทีจี-รฟท.ได้เฮ!

ครม.เห็นชอบกรอบวงเงินลงทุนไทยเข้มแข็งเพิ่มอีก 2.27 แสนล้านบาท อนุมัติ ร.ฟ.ท.กู้เงิน 2.35 พันล้านบาท เพื่ออุดหนุนบริการสาธารณะ พร้อมอนุมัติ การบินไทย กู้เงินยูโรซื้อแอร์บัส เอ 330-300 จำนวน 6 ลำ ขณะที่ รมว.คลัง เตรียมเข็นแผนลงทุน 1.5 แสนล้านบาท เข้าที่ประชุม ครม.สัปดาห์หน้า

       นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ ได้พิจารณาเพิ่มกรอบเงินลงทุนในโครงการไทยเข้มแข็ง 2555 เพิ่มอีก 227,000 ล้านบาท จากเดิมอนุมัติไว้ 1.06 ล้านล้านบาท ทำให้มีวงเงินใหม่รวมทั้งหมด 1.287 ล้านล้านบาท


       
       นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบให้กระทรวงการคลังนำเงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท มาใช้ในโครงการลงทุนไทยเข้มแข็ง 350,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือ 50,000 ล้านบาท จะส่งสมทบเข้ากระทรวงการคลัง เนื่องจากรายได้ภาษีรัฐบาลเริ่มดีขึ้น จึงไม่ต้องสมทบถึง 200,000 ล้านบาท


       
       ด้านฐานะเงินคงคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2552 มียอดสูงกว่า 290,000 ล้านบาท เป็นระดับที่เพียงพอในการบริหารงบประมาณกระแสเงินสดของรัฐบาลในงบประมาณปี 2553


       
       ส่วนสัปดาห์หน้าจะเสนอให้ ครม.พิจารณาจัดสรรเงินลงทุนให้โครงการต่างๆ จำนวน 150,000 ล้านบาท เช่น โครงการประกันราคาสินค้าเกษตร 41,000 ล้านบาท การใช้ก่อสร้างบ้านมั่นคง เพื่อแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดทั่วประเทศ วงเงิน 6,000 ล้านบาท คาดว่าจะใช้ก่อสร้างในช่วงปี 2553 ประมาณ 3,000 ล้านบาท สมทบให้กองทุนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง 19,000 ล้านบาท และสมทบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 30,000 ล้านบาท ทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น


       
       รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ประชุม ครม.วันนี้ ยังได้มีมติตามที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้เสนอขอให้การบินไทยจัดหาแหล่งเงินกู้เพื่อนำมาชำระค่าจัดซื้อเครื่องบินแอร์บัส เอ 330-300 จำนวน 6 ลำ ของการบินไทย โดยใช้เครื่องบินเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน และขอให้รับการค้ำประกันเงินกู้จากสถาบันการเงิน ECDG ของอังกฤษ , สถาบันการเงิน Eurler Hermes ของเยอรมนี และสถาบันการเงิน Coface ของฝรั่งเศส โดยการบินไทยจะรับมอบเครื่องบินในปี 2552 อีกจำนวน 4 ลำ และในปี 2553 จำนวน 2 ลำ


       
       ทั้งนี้ลักษณะเงินกู้ดังกล่าว จะเป็นการจัดหาเงินกู้ในรูปสินเชื่อเพื่อการส่งออก โดยมอบให้ ECAs เป็นผู้ค้ำประกัน และไม่มีข้อกำหนดให้ภาครัฐเป็นผู้ค้ำประกัน จึงมีเงื่อนไขพิเศษที่ต้องขอให้ภาครัฐบาลรับรองก่อน โดยในปัจจุบันกระทรวงคมนาคมได้ให้ความเห็นที่จะให้การบินไทยดำเนินการจัดซื้อเครื่องบินแอร์บัส เอ 330-300 จำนวน 6 ลำ ด้วยสกุลเงินยูโรในรูป Asset Based Financing/Financial Lease โดยใช้เครื่องบินเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน


       
       ทั้งนี้ ในเงื่อนไขพิเศษ 3 ข้อ ที่กระทรวงการคลังจะออกหนังสือรับรองให้ ECAs ประกอบด้วย กระทรวง หรือหน่วยงานในสังกัด ถือหุ้นบริษัทไม่น้อยกว่า 51% หากการบินไทยต้องส่งมอบเครื่องบินคืนตามเงื่อนไขของสัญญาเช่าซื้อ กระทรวงคลังพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับการถอนทะเบียน การส่งมอบเครื่องบิน และการนำเครื่องบินออกนอกประเทศตามที่กฎหมายกำหนดไว้ นอกจากนี้การกู้เงินในรูปแบบ Asset Based Financing/Financial Lease จะได้รับการยกเว้นภาษี, และในอนาคตหากการบินไทยจะทำ Asset Based Financing/Financial Lease โดยมีกระทรวงคลังค้ำประกัน กระทรวงคมนาคมจะต้องค้ำประกันการเงินของการบินไทยด้วย


       
       นอกจากนี้ ครม.ยังอนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กู้เงินจำนวน 2,355 ล้านบาท เพื่ออุดหนุนบริการสาธารณะ โดยรัฐบาลเป็นผู้รับชำระคืนเงินต้น ดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายในการกู้เงินทั้งหมด และให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน รวมทั้งพิจารณาวิธีการกู้เงิน นอกจากนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรียังอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากรและพิธีศาลฉบับที่ 2 เพื่อแก้ไขพิธีศาลว่าด้วยการนำพิกัดอัตราศุลกากร (Harmonizing Asian) มาใช้ เพื่อให้พิกัดศุลกากรอาเซียนเป็นพิกัดเดียวกัน

 

ขอบคุณข่าวจาก  http://www.manager.co.th/Business/ViewNews.aspx?NewsID=9520000121650&Keyword=%a1%d2%c3%ba%d4%b9