<?xml version="1.0" encoding="tis-620"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
    <title>ข่าวท่องเที่ยวและธุรกิจการบิน</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.hflight.net/news/" />
    <link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.hflight.net/news/atom.xml" />
    <id>tag:www.hflight.net,2008-09-24:/news//1</id>
    <updated>2008-11-18T10:43:39Z</updated>
    <subtitle>ท่องเที่ยว ธุรกิจการบิน สายการบิน โรงแรม และตั๋วเครื่องบินราคาถูก</subtitle>
    <generator uri="http://www.sixapart.com/movabletype/">Movable Type 4.21-en</generator>

<entry>
    <title>&apos;จัมโบ้&apos; แควนตัส 2 ลำ ชนกันที่ฐานซ่อมบำรุงในนครซิดนีย์</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.hflight.net/news/2008/11/200811000128.shtml" />
    <id>tag:www.hflight.net,2008:/news//1.128</id>

    <published>2008-11-18T10:42:22Z</published>
    <updated>2008-11-18T10:43:39Z</updated>

    <summary><![CDATA[&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; นายเดวิด ค็อกซ์ ผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรมของสายการบินแควนตัสของออสเตรเลียแถลงที่นครซิดนีย์ว่า ได้เกิดเหตุเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 747 สองลำ ซึ่งลำหนึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุระเบิดกลางอากาศเมื่อเดือนกรกฎาคม เกิดชนกันบนภาคพื้นดิน ระหว่างการลากจูงที่ฐานซ่อมบำรุง "อวาลอน" ทางใต้ของนครเมลเบิร์น เมื่อวันอังคาร ทำให้เครื่องบินทั้ง 2 ลำได้รับความเสียหาย...]]></summary>
    <author>
        <name>HFlight - news</name>
        
    </author>
    
        <category term="ข่าวการบินต่างประเทศ" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#category" />
    
    
    <content type="html" xml:lang="en-US" xml:base="http://www.hflight.net/news/">
        <![CDATA[&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; นายเดวิด ค็อกซ์ ผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรมของสาย<span class="HighLight">การบิน</span>แควนตัสของออสเตรเลียแถลงที่นครซิดนีย์ว่า 
ได้เกิดเหตุเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 747 สองลำ 
ซึ่งลำหนึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุระเบิดกลางอากาศเมื่อเดือนกรกฎาคม 
เกิดชนกันบนภาคพื้นดิน ระหว่างการลากจูงที่ฐานซ่อมบำรุง "อวาลอน" 
ทางใต้ของนครเมลเบิร์น เมื่อวันอังคาร ทำให้เครื่องบินทั้ง 2 ลำได้รับความเสียหาย ]]>
        <![CDATA[&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; แต่ยังไม่อาจระบุปริมาณความเสียหายได้ 
ขณะที่ภาพถ่ายทางโทรทัศน์แสดงให้เห็นว่าลำหนึ่งปลายจมูกหัก 
ส่วนอีกลำได้รับความเสียหายที่ปลายปีก 
แต่ไม่มีผู้ใดอยู่บนเครื่องบินทั้งสองลำในขณะเกิดเหตุ และทางสายการบินระบุว่า 
ได้พักงานเจ้าพนักงานจำนวนหนึ่ง 
ในระหว่างที่กำลังสอบสวนหาสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินชนกัน<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 
เหตุการณ์นี้นับเป็นกรณีแปลกๆ ล่าสุดที่เกิดกับ "แควนตัส" 
สายการบินแห่งชาติของออสเตรเลีย หลังจากเมื่อเดือนตุลาคม 
เกิดความผิดพลาดของคอมพิวเตอร์ ทำให้เครื่องบินโดยสารลำหนึ่งดิ่งลงกลางอากาศ 
เป็นระยะทาง 200 เมตร ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 70 คน 
โดยบางคนมีอาการถึงขั้นกระดูกแตก และเมื่อเดือนกรกฏาคม เครื่องบิน 747-400 
ลำหนึ่งต้องลงจอดฉุกเฉินที่กรุงมะนิลา หลังจากถังออกซิเจนเกิดระเบิดกลางอากาศ 
ทำให้เกิดรูโหว่ขนาดใหญ่ที่ลำตัวเครื่องบินในระหว่างเที่ยวบินจากฮ่องกงไปนครเมลเบิร์น 
เครื่องบินลำนี้คือ 1 ในเครื่องบิน 2 ลำที่เกิดชนกันที่ฐานซ่อมบำรุง<br /><br /><br /><table border="0" cellpadding="4" cellspacing="0"><tbody><tr>
<td class="body" align="left" valign="baseline"><font color="#003366">โดย 
ผู้จัดการออนไลน์</font></td>
<td class="date" align="left" valign="baseline">18 พฤศจิกายน 2551 16:02 น.</td></tr></tbody></table>http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000136608&amp;Keyword=%a1%d2%c3%ba%d4%b9<br />]]>
    </content>
</entry>

<entry>
    <title>&quot;สุริยากิราน&quot; จากอินเดียบินโชว์ผาดโผนในลาว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.hflight.net/news/2008/11/200811000127.shtml" />
    <id>tag:www.hflight.net,2008:/news//1.127</id>

    <published>2008-11-18T10:06:38Z</published>
    <updated>2008-11-18T10:07:38Z</updated>

    <summary>ผู้จัดการออนไลน์-- ทีมแสดงการบินผาดโผน สุริยากิราน (Suryakiran Aerobatic Team (SKAT) กองทัพอากาศอินเดีย ได้บินแสดงเหนือท้องฟ้านครเวียงจันทน์ครั้งแรกในวันจันทร์ (17 พ.ย.) ที่ผ่านมา ผู้นำระดับสูงตลอดจนประชาชนทั่วไปไปชมกันคับคั่งที่บริเวณศูนย์ประชุมลาวไอ เท็ค Lao ITECC...</summary>
    <author>
        <name>HFlight - news</name>
        
    </author>
    
        <category term="ข่าวการบินต่างประเทศ" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#category" />
    
    
    <content type="html" xml:lang="en-US" xml:base="http://www.hflight.net/news/">
        <![CDATA[ผู้จัดการออนไลน์-- ทีมแสดง<span class="HighLight">การบิน</span>ผาดโผน
สุริยากิราน (Suryakiran Aerobatic Team (SKAT) กองทัพอากาศอินเดีย
ได้บินแสดงเหนือท้องฟ้านครเวียงจันทน์ครั้งแรกในวันจันทร์ (17 พ.ย.)
ที่ผ่านมา
ผู้นำระดับสูงตลอดจนประชาชนทั่วไปไปชมกันคับคั่งที่บริเวณศูนย์ประชุมลาวไอ
เท็ค Lao ITECC ]]>
        <![CDATA[<table align="center" border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"><tbody><tr><td align="center" valign="top"><table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="800"><tbody><tr><td align="center" valign="top" width="800"><img src="http://pics.manager.co.th/Images/551000014688901.JPEG" border="0" height="497" width="800" />

</td>
</tr>

<tr><td class="Image" align="left" valign="baseline"><center><font color="#ff0000">
ภาพจากแฟ้มฝูงบินสุริยากิราน "ทูตกองทัพอากาศอินเดีย"
บินแสดงระหว่างงานแอร์โชว์ที่สนามบินจูไห่ (Zhuhai) นครเซี่ยงไฮ้ เดือน
ต.ค.ที่ผ่านมา </font></center></td></tr>

</tbody></table></td>

</tr>
<tr>
<td align="center" height="5" valign="top"><img src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" height="5" width="1" /></td>
</tr>
</tbody></table>

&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เข้าร่วมชมงานแสดงครั้งนี้ยังประกอบด้วยนายทองลุน สีสุลิด
รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ กับ พล.โทดวงใจ พิจิต รองนายกฯ
คนที่ 1 และ รมว.กระทรวงป้องกันชาติ กับบรรดาทูตานุทูต
ทั้งนี้เป็นรายงานของสำนักข่าวสารปะเทศลาว (ขปล)<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รัฐบาลอินเดียกับรัฐบาลลาวได้ตกลงให้มีการจัดแสดงครั้งนี้ ระหว่าง
พล.ท.จูมมะลี ไซยะสอน
ประธานประเทศของลาวไปเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการวันที่ 26-30 ส.ค.ปีนี้
ขปล.กล่าว<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ชณะเดียวกันหนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ใหม่กล่าวว่า
นับเป็นครั้งแรกที่มีการแสดงการบินผาดโผนเช่นนี้ในรอบ 33
ปีของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<font color="#ff0000">ใน
ช่วงปลายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา
ฝูงบินสุริยากิรานได้ไปโชว์ความสามารถที่ท่าอากาศยานจูไห่ (Zhuhai)
นครกว่างตง (Guang Dong)
และอีกรอบหนึ่งเหนือท้องฟ้านครเสี่ยงไฮ้ระหว่างงานแอร์โชว์
ก่อนหน้านั้นเคยเปิดการแสดงในศรีลังกา พม่า ไทย
กับสิงคโปร์มาแล้วเช่นเดียวกัน<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</font><br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ฝูงบิน SKAT ก่อตั้งขึ้นในปี 2539 เพื่อให้เป็น
"ทูตกองทัพอากาศอินเดีย"
ไปเปิดการแสดงเพื่อเยี่ยมเยือนสันถวะไมตรีกับมิตรปะเทศ
ปัจจุบันเป็นหนึ่งในสามของโลก
ในบรรดาฝูงบินแสดงผาดโผนที่ใช้เครื่องบินจำนวนเก้าลำเท่ากัน<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ฝูงสุริยันกิรานอยู่ในสังกัดกองบินที่ 52
ซึ่งตั้งอยู่ที่ฐานทัพอากาศเมืองบิดาร์ (Bidar) ในรัฐการ์นาตากา
(Karnataka) ใช้เครื่องบินฝึกแบบฮอว์คเกอร์ฮันเตอร์ (Hawker Hunter) หรือ
HJT-16 ที่ผลิตในประเทศ โดยพ่นสีส้มกับสีขาวเป็นสีสัญลักษณ์ทีม
มีเครื่องบินทั้งหมด 12 ลำ แต่ใช้บินแปรรูปและแปรขบวนคราวละ 9 ลำตามมาตรฐาน<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ตามรายงานของสื่อในอินเดีย
กองทัพอากาศมีแผนการที่จะให้ฝูงบินสุริยากิรานเปลี่ยนไปใช้เครื่องบินแบบ
HJT-36 "สิตตาระ" (Sitara) ซึ่งเป็นรุ่นใหม่แทน HJT-16 ในปี 2552 นี้
โดยสั่งซื้อไปจำนวน 16 ลำ.<br /><br /><br /><font color="#003366">โดย ผู้จัดการออนไลน์</font>
18 พฤศจิกายน 2551 11:59 น.<br />http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000136437&amp;Keyword=%a1%d2%c3%ba%d4%b9<br />]]>
    </content>
</entry>

<entry>
    <title>&quot;บางกอกแอร์เวย์ส&quot; ประกาศลดค่าธรรมเนียมน้ำมัน 10-30% กระตุ้นการเดินทางช่วงไฮซีซัน</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.hflight.net/news/2008/11/200811000126.shtml" />
    <id>tag:www.hflight.net,2008:/news//1.126</id>

    <published>2008-11-18T10:04:24Z</published>
    <updated>2008-11-18T10:06:13Z</updated>

    <summary> ศูนย์ข่าวศรีราชา - สายการบินบางกอก แอร์เวย์ส (PG) ประกาศปรับลดค่าธรรมเนียมน้ำมันลงกว่า 10% สำหรับเส้นทางการบินภายในประเทศและปรับลดสูงสุดถึง 30% ในเส้นทางการบินระหว่างประเทศ เพื่อให้เป็นไปตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง คาดจะสามารถกระตุ้นการเดินทางในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี โดยผู้ใช้บริการเส้นทางบินอู่ตะเภา-ภูเก็ต ที่ออกตั๋วภายในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ดั๊มป์ราคาเหลือเพียง 2,320 บาท รวมภาษีสนามบินและค่าธรรมเนียมน้ำมัน...</summary>
    <author>
        <name>HFlight - news</name>
        
    </author>
    
        <category term="ข่าวการบินในประเทศ" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#category" />
    
    
    <content type="html" xml:lang="en-US" xml:base="http://www.hflight.net/news/">
        <![CDATA[








ศูนย์ข่าวศรีราชา - สาย<span class="HighLight">การบิน</span>บางกอก
แอร์เวย์ส (PG) ประกาศปรับลดค่าธรรมเนียมน้ำมันลงกว่า 10%
สำหรับเส้นทางการบินภายในประเทศและปรับลดสูงสุดถึง 30%
ในเส้นทางการบินระหว่างประเทศ
เพื่อให้เป็นไปตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
คาดจะสามารถกระตุ้นการเดินทางในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี
โดยผู้ใช้บริการเส้นทางบินอู่ตะเภา-ภูเก็ต ที่ออกตั๋วภายในวันที่ 30
พฤศจิกายนนี้ ดั๊มป์ราคาเหลือเพียง 2,320 บาท
รวมภาษีสนามบินและค่าธรรมเนียมน้ำมัน]]>
        <![CDATA[<div align="center"><img src="http://pics.manager.co.th/Images/551000014630201.JPEG" border="0" height="811" width="599" /><br /></div><br /><br />ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท บางกอกแอร์เวย์ส จำกัด
เผยถึงการปรับลดค่าธรรมเนียมน้ำมันสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ
ทั้งเส้นทางกรุงเทพฯ -สุโขทัย กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-ภูเก็ต
กรุงเทพฯ-เกาะสมุยและเส้นทางพัทยา (อู่ตะเภา) -ภูเก็ต อู่ตะเภา- เกาะสมุย
รวมถึงเส้นทางเชียงใหม่-สมุย เหลือ 20 ดอลล่าร์สหรัฐต่อเที่ยว (จากเดิม 25
ดอลล่าร์สหรัฐ)
และค่าธรรมเนียมน้ำมันเที่ยวบินระหว่างประเทศในเส้นทางจากกรุงเทพฯ
-กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม เหลือเพียง 25 ดอลล่าร์สหรัฐต่อเที่ยว
(จากเดิม 40 ดอลล่าร์สหรัฐ)ว่า
นอกจากจะส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวทั้งภายในและนอกประ
เทศให้เพิ่มขึ้นแล้ว
การลดค่าธรรมเนียมน้ำมันยังเป็นไปตามกลไกราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับลดลง
อย่างต่อเนื่อง<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนั้นยังปรับลดค่าธรรมเนียมน้ำมันในเส้นทาง กรุงเทพฯ
-กุ้ยหลิน จากเดิม 50 ดอลล่าร์สหรัฐให้เหลือเพียง 40
ดอลล่าร์สหรัฐต่อเที่ยว ส่วนเส้นทางกรุงเทพฯ -ซีอาน ลดเหลือ 60
ดอลล่าร์สหรัฐต่อเที่ยว (จากเดิม 75 ดอลล่าร์สหรัฐ) ขณะที่เส้นทางกรุงเทพฯ
-สิงคโปร์ ลดเหลือ 45 ดอลล่าร์สหรัฐต่อเที่ยว (จากเดิม 60 ดอลล่าร์สหรัฐ)
เส้นทางจากกรุงเทพฯ -มัลดีฟส์ ลดเหลือ 90 ดอลล่าร์สหรัฐต่อเที่ยว (จากเดิม
100 ดอลล่าร์สหรัฐ) และเส้นทางจากกรุงเทพฯ -ญี่ปุ่น ลดเหลือ 95
ดอลล่าร์สหรัฐ ต่อเที่ยว (จากเดิม 110 ดอลล่าร์สหรัฐ)<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ไม่เพียงเท่านั้นในส่วนสายการบินเสียมเรียบแอร์เวย์ส (FT)
ก็จะลดค่าธรรมเนียมน้ำมันในเส้นทางสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศเช่นกัน
โดยจะปรับลดเหลือ 20 ดอลล่าร์สหรัฐต่อเที่ยว (จากเดิม 25 ดอลล่าร์สหรัฐ)
และสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศในเส้นทางจากกัมพูชา ไปยังกรุงเทพฯ ลาว
เวียดนาม จะปรับลดเป็น 25 ดอลล่าร์สหรัฐ ต่อเที่ยว (จากเดิม 40
ดอลล่าร์สหรัฐ)อีกด้วย<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับ
การเปิดให้บริการเส้นทางบินจากสนามบินอู่ตะเภา
จังหวัดระยองไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นนั้น ปัจจุบันบางกอกแอร์เวย์ส
ยังเปิดให้บริการเที่ยวบินจากอุ่ตะเภาไปยังภูเก็ตทุกวันวันละ 1 เที่ยวบิน
(PG281 ออก 12.40 ถึง 14.10) และอู่ตะเภา- สมุยทุกวันวันละ 2 เที่ยวบิน
(PG292 ออก 10.50 ถึง 11.55 / PG294 ออก 16.50 ถึง 17.55)<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong><br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยได้จัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายสำหรับการให้บริการ ณ
สนามบินอู่ตะเภา ด้วยการลดค่าธรรมเนียมน้ำมันจาก 800 บาท เหลือ 700 บาท
ขณะที่บัตรโดยสารไปกลับอู่ตะเภา-สมุย / อู่ตะเภา-ภูเก็ต
ที่ออกตั๋วภายในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้จะคิดราคาเพียง 2,320 บาท
รวมภาษีสนามบินและ ค่าธรรมเนียมน้ำมัน<br /><br /><font color="#003366">โดย ผู้จัดการออนไลน์</font>
18 พฤศจิกายน 2551 10:49 น.<br />http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000135868&amp;Keyword=%a1%d2%c3%ba%d4%b9<br />]]>
    </content>
</entry>

<entry>
    <title>รัฐบาลจีนเติมเงิน 6 พันล้านช่วย 2สายการบินยักษ์</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.hflight.net/news/2008/11/200811000125.shtml" />
    <id>tag:www.hflight.net,2008:/news//1.125</id>

    <published>2008-11-18T10:01:06Z</published>
    <updated>2008-11-18T10:03:56Z</updated>

    <summary>เอเอฟพี &#8211; รัฐบาลจีนเตรียมอัดฉีีดเงินสดเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับสายการบินยักษ์ ใหญ่ 2 สาย คือ ไชน่า เซาท์เทิร์น แอร์ไลน์ และ ไชน่า อีสเทิร์น แอร์ไลน์ แห่งละ 3 พันล้านหยวน เพื่อช่วยให้ผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจโลก...</summary>
    <author>
        <name>HFlight - news</name>
        
    </author>
    
        <category term="ข่าวการบินต่างประเทศ" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#category" />
    
    
    <content type="html" xml:lang="en-US" xml:base="http://www.hflight.net/news/">
        <![CDATA[เอเอฟพี &#8211; รัฐบาลจีนเตรียมอัดฉีีดเงินสดเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับสาย<span class="HighLight">การบิน</span>ยักษ์
ใหญ่ 2 สาย คือ ไชน่า เซาท์เทิร์น แอร์ไลน์ และ ไชน่า อีสเทิร์น แอร์ไลน์
แห่งละ 3 พันล้านหยวน เพื่อช่วยให้ผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจโลก]]>
        <![CDATA[<br /><br /><div align="center">&nbsp; <br /><br /><div align="center"><img src="http://pics.manager.co.th/Images/551000014648001.JPEG" border="0" height="393" width="500" /><br />ทีมงานของไชน่า เซาท์เทิร์นแอร์ไลน์<br /></div></div><br /><br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ทั้งนี้สายการบินจีนทั้งสองจะได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล
เพื่อชดเชยภาระขาดทุนที่เกิดจากปริมาณผู้โดยสารน้อยลงจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ
โลก รวมทั้งต้นทุนค่าน้ำมันที่สูง<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ หนังสือพิมพ์เซี่ยงไฮ้ ซีเคียวริตี้
ยังอ้างว่าจะมีรัฐวิสาหกิจอีกจำนวนหนึ่งได้รับการอุดหนุนเป็นเงินสด
เพื่อเสริมสภาพคล่องจากรัฐบาลเช่นกัน
แต่ไม่ได้เปิดเผยว่ารัฐวิสาหกิจดังกล่าวคือที่ใดบ้าง<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สายการบินยักษ์ใหญ่ 3 สายของจีน ต่างประสบความยากลำบากในปีนี้
โดยไชน่าอีสเทิร์น แอร์ไลน์ ประกาศว่าเก้าเดือนแรกของปีนี้ขาดทุน 2,300
ล้านหยวน ขณะที่แอร์ไชน่า ขาดทุน 657 ล้านหยวนเช่นกัน<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนไชน่า เซาท์เทิร์น แอร์ไลน์
ยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งของสายการบินจีนมีกำไร 28
ล้านหยวนในสามไตรมาสแรกของปีนี้ แต่กลับมาขาดทุน 810
ล้านหยวนในช่วงเดือนกรกฎาคม ถึงกันยายน<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในส่วนของอัตราหนี้สินต่อสินทรัพย์ ไชน่า อีสเทิร์นมีสัดส่วนสูงถึง 98% ส่วนไชน่า เซาท์เทิร์นมีสัดส่วนที่ 80%<br /><br /><br /><font color="#003366">โดย ผู้จัดการออนไลน์</font>
18 พฤศจิกายน 2551 07:50 น.<br />http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9510000136031&amp;Keyword=%a1%d2%c3%ba%d4%b9<br />]]>
    </content>
</entry>

<entry>
    <title>EU ขึ้นแบล็กลิสต์ &quot;เสียมราฐ แอร์เวยส์&quot; ไร้ความปลอดภัย</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.hflight.net/news/2008/11/200811000124.shtml" />
    <id>tag:www.hflight.net,2008:/news//1.124</id>

    <published>2008-11-18T09:58:52Z</published>
    <updated>2008-11-18T10:00:45Z</updated>

    <summary>คณะกรรมาธิการยุโรปขึ้นบัญชีดำสายการบิน เสียมราฐ แอร์เวยส์ ของกัมพูชา เรื่องความไม่ปลอดภัย ซึ่งกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) จะไม่ยอมให้สายการบินที่ไม่มีความปลอดภัยเหล่านี้ได้บินเข้ามาใน 27 ประเทศ สมาชิกกลุ่มอียูอย่างเด็ดขาด...</summary>
    <author>
        <name>HFlight - news</name>
        
    </author>
    
        <category term="ข่าวการบินต่างประเทศ" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#category" />
    
    
    <content type="html" xml:lang="en-US" xml:base="http://www.hflight.net/news/">
        <![CDATA[คณะกรรมาธิการยุโรปขึ้นบัญชีดำสาย<span class="HighLight">การบิน</span>
เสียมราฐ แอร์เวยส์ ของกัมพูชา เรื่องความไม่ปลอดภัย ซึ่งกลุ่มสหภาพยุโรป
(อียู) จะไม่ยอมให้สายการบินที่ไม่มีความปลอดภัยเหล่านี้ได้บินเข้ามาใน 27
ประเทศ สมาชิกกลุ่มอียูอย่างเด็ดขาด ]]>
        <![CDATA[&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; คณะกรรมาธิการยุโรปจะประกาศรายชื่อสายการบินที่ไม่มีความปลอดภัยออกมาเป็น
ระยะ และในครั้งนี้ก็ได้เพิ่มสายการบิน เสียมราฐ แอร์เวยส์ ของกัมพูชา
ลงในบัญชีดำดังกล่าวด้วย
สายการบินที่มีระดับความปลอดภัยไม่ได้มาตรฐานตามที่อียูตั้งไว้
จึงบินผ่านเข้ามาในอียูไม่ได้<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ส่วนในกรณีของสายการบิน เสียมราฐ แอร์เวยส์ นั้น
แถลงการณ์ของคณะกรรมาธิการยุโรประบุว่า
ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความปลอดภัยของกัมพูชา
และยังมีระดับความปลอดภัยไม่ได้มาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่าง
ประเทศอีกด้วย แต่ทางเจ้าหน้าที่สายการบิน เสียมราฐ แอร์เวยส์
และเจ้าหน้าที่การบินกัมพูชายังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นในเรื่องนี้<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เสียมราฐ แอร์เวยส์ เป็นสายการบินลูกของ บางกอก แอร์เวยส์
อินเตอร์เนชั่นแนล โดยรัฐบาลกัมพูชาอนุญาตให้ เสียมราฐ แอร์เวยส์
ให้บริการบินภายในประเทศ เชื่อมเส้นทางระหว่างกรุงพนมเปญกับเมืองเสียมราฐ
ซึ่งเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวแห่งสำคัญ
เป็นเหมือนประตูทางผ่านเข้าไปยังปราสาทนครวัด
แต่สายการบินนี้ไม่ได้เปิดเที่ยวบินตรงเข้าไปยังยุโรป ดังนั้น
จึงไม่เป็นปัญหาแม้จะถูกกลุ่มอียูขึ้นบัญชีดำ<br /><br /><br /><br /><font color="#003366">โดย ผู้จัดการออนไลน์</font>
17 พฤศจิกายน 2551 16:27 น.<br />http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000136131&amp;Keyword=%a1%d2%c3%ba%d4%b9<br />]]>
    </content>
</entry>

<entry>
    <title>การบินลาวผ่อนเครื่อง ATR72 หมดได้เป็นเจ้าของแล้ว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.hflight.net/news/2008/11/200811000123.shtml" />
    <id>tag:www.hflight.net,2008:/news//1.123</id>

    <published>2008-11-17T08:37:27Z</published>
    <updated>2008-11-17T08:38:36Z</updated>

    <summary>ผู้จัดการออนไลน์-- รัฐวิสาหกิจการบินลาว จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของสายการบินแห่งชาติได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เครื่องบิน ATR72 จากบริษัทเช่าซื้อเครื่องบินในฝรั่งเศสเมื่อหลายปีก่อนโดยสมบูรณ์แล้ว ผู้บริหารได้ยืนยันในขณะเดียวกันเกี่ยวกับแผนการจัดซื้อเครื่องบินโบอิ้ง หรือแอร์บัส เพื่อบินเชื่อมปลายทางทั้งภูมิภาคและทั่วโลกในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า...</summary>
    <author>
        <name>HFlight - news</name>
        
    </author>
    
        <category term="ข่าวการบินต่างประเทศ" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#category" />
    
    
    <content type="html" xml:lang="en-US" xml:base="http://www.hflight.net/news/">
        <![CDATA[ผู้จัดการออนไลน์-- รัฐวิสาหกิจ<span class="HighLight">การบิน</span>ลาว
จำกัด
ซึ่งเป็นเจ้าของสายการบินแห่งชาติได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เครื่องบิน
ATR72
จากบริษัทเช่าซื้อเครื่องบินในฝรั่งเศสเมื่อหลายปีก่อนโดยสมบูรณ์แล้ว
ผู้บริหารได้ยืนยันในขณะเดียวกันเกี่ยวกับแผนการจัดซื้อเครื่องบินโบอิ้ง
หรือแอร์บัส
เพื่อบินเชื่อมปลายทางทั้งภูมิภาคและทั่วโลกในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ]]>
        <![CDATA[<img src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" height="17" width="1" />







<table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="100%"><tbody><tr>
<td class="body" align="left" valign="baseline">

<table align="center" border="0" cellpadding="0" cellspacing="0">
<tbody><tr>

<td align="center" valign="top">
<table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="600">
<tbody><tr>
<td align="center" valign="top" width="600">

<img src="http://pics.manager.co.th/Images/551000014642301.JPEG" border="0" height="331" width="600" />

</td>
</tr>

<tr><td class="Image" align="left" valign="baseline"><center><font color="#660099">
ภาพแฟ้มของ wikimedia เครื่อง ATR72
ของการบินลาวลำนี้จอดนิ่งอยู่ที่สนามบินหลวงพระบาง
สายการบินแห่งชาติของลาว
เพิ่งจะได้เป็นเจ้าของเครื่องบินแบบเดียวกันนี้ลำหนึ่ง
หลังซื้อแบบผ่อนส่งมานาน 8-9 ปี </font></center></td></tr>

</tbody></table></td>

</tr>
<tr>
<td align="center" height="5" valign="top"><img src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" height="5" width="1" /></td>
</tr>
</tbody></table>

&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br /><v>&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; สายการบินลาวเช่าซื้อเครื่อง ATR72 ลำนี้มาเป็นเวลา 9 ปี
ผ่านการใช้งานมาแล้วรวม 28,600 ชั่วโมง ซึ่งทำให้มีเวลาอีก 41,400 ชั่วโมง
จึงจะครบ 70,000 ชั่วโมงที่สามารถบินได้เต็มอายุการใช้งาน
ทั้งนี้เป็นรายงานของสำนักข่าวสารปะเทดลาว (ขปล.)<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักข่าวของรัฐบาลไม่ได้รายงานเกี่ยวกับมูลค่าทั้งหมดของเครื่อง
ATR72 และไม่ได้เปิดเผยเกี่ยวกับขบวนการจัดซื้อเครื่องบินลำดังกล่าว
แต่กล่าวว่ารัฐวิสาหกิจการบินลาวได้ส่งผ่อนค่าเครื่องบินมาแล้วรวม 96 งวด
และจ่ายเป็นครั้งสุดท้ายอีกรวม 1.1 ล้านดอลลาร์<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พิธีรับมอบจัดขึ้นที่โรงแรมลาวพลาซ่าวันพฤหัสบดี (13 พ.ย.)
ที่ผ่านมา โดยมีนายสีทอง ทองแก้ว
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง นางเวียงทอง สีพันดอน
รมช.กระทรวงการคลัง นายยากัว โลปังกัว อธิบดีกรมการบินพลเรือนลาว
เข้าร่วมด้วย<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ฝ่ายที่ส่งมอบนำโดยนายเซอร์เก โดมินิค (Serge Dominique) รองกรรมการผู้จัดการบริษัท Leasing and Assessment จำกัดแห่งฝรั่งเศส<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมพอน ดวงดาลา
กรรมการผู้จัดการใหญ่รัฐวิสาหกิจการบินลาวกล่าวในขณะเดียวกันยืนยันแผนการ
จัดซื้อเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่โบอิ้งหรือแอร์บัส
เพื่อให้สามารถเปิดบินเชื่อมปลายทางที่อยู่ไกลออกไปในทวีปต่างๆ ได้
ปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการเรื่องทุนและงบประมาณในการจัดซื้อ<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.สมพอนกล่าวว่า เครื่อง ATR72
ที่เพิ่งได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์นี้เป็นหนึ่งในบรรดาเครื่องบินจำนวนหกลำ
ที่สายการบินแห่งชาติของลาวมีในฝูงทั้งหมด ซึ่งรวมทั้งเครื่องบินแบบ MA60
ที่ผลิตในจีนด้วย<br />
<br /></v></td>
</tr>

<tr>
<td class="body" align="left" valign="baseline">

<table align="center" border="0" cellpadding="0" cellspacing="0">
<tbody><tr>

<td align="center" valign="top">
<table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="550">
<tbody><tr>
<td align="center" valign="top" width="550">

<img src="http://pics.manager.co.th/Images/551000014642302.JPEG" border="0" height="334" width="550" />

</td>
</tr>

<tr><td class="Image" align="left" valign="baseline"><center><font color="#660099"> ภาพจาก travel.webshots.com "บูติกแอร์ไลน์" ของไทยก็ใช้เครื่อง ATR72 บินกรุงเทพฯ-หลวงพระบาง  </font></center></td></tr>

</tbody></table></td>

</tr>
<tr>
<td align="center" height="5" valign="top"><img src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" height="5" width="1" /></td>
</tr>
</tbody></table>

&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่ผู้นี้กล่าวว่าเครื่องบินโดยสารทั้งสองแบบเหมาะสมอย่างยิ่งกับสภาพภูมิศาสตร์ในลาว ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สายการบินแห่งชาติของลาวกำลังขาดแคลนเครื่องบินบริการ
ขณะที่ในปีใกล้ๆ นี้ได้เปิดเส้นทางใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก
รวมทั้งเปิดเที่ยวบินไปกรุงฮานอยด้วย<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้โดยสารคนหนึ่งได้เขียนร้องทุกข์ถึงคอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์
เวียงจันทน์ใหม่เมื่อเร็วๆ นี้ ระบุว่า
ถูกสายการบินแห่งชาติลอยแพที่สนามบินแขวง (จังหวัด) อุดมไซหนึ่งคืนเต็มๆ
เนื่องจากไม่มีเครื่องบินไปรับ
และไม่มีการแจ้งเกี่ยวกับความขัดข้องให้ทราบล่วงหน้า<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สนามบินในภาคเหนือแห่งนี้เพิ่งเปิดใช้ในไตรมาสสามที่ผ่านมา.<br /><br /><font color="#003366">โดย ผู้จัดการออนไลน์</font>
17 พฤศจิกายน 2551 14:37 น.<br />http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000136013&amp;Keyword=%a1%d2%c3%ba%d4%b9<br /></td></tr></tbody></table>]]>
    </content>
</entry>

<entry>
    <title>&quot;3บิ๊กบินไทย&quot;ในยุโรปงัดตั๋วฟรีปลุกตลาด</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.hflight.net/news/2008/11/200811000118.shtml" />
    <id>tag:www.hflight.net,2008:/news//1.118</id>

    <published>2008-11-17T05:09:02Z</published>
    <updated>2008-11-17T05:10:14Z</updated>

    <summary>ภารกิจ ท้าทายของฝ่ายบริหารการบิน ไทยในทวีปยุโรป ตลาดนักท่องเที่ยวหลักของไทยซึ่งกำลังเผชิญปัญหาวิกฤตการเงิน ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวระยะไกลกลุ่มกำลังซื้อ ที่ทุกฝ่ายหวั่นวิตกว่าจะชะลอตัวเดินทาง ต่อเนื่อง 1-2 ปีข้างหน้า การบินไทยใน 3 พื้นที่งัดกลยุทธ์รักษาส่วนแบ่งตลาดดังนี้...</summary>
    <author>
        <name>HFlight - news</name>
        
    </author>
    
        <category term="ข่าวการบินในประเทศ" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#category" />
    
    
    <content type="html" xml:lang="en-US" xml:base="http://www.hflight.net/news/">
        <![CDATA[<font><font ms="" sans="" serif,="" cordiaupc,="" db="" thaitext="" extra,="" thonburi="" face="Tahoma," size="2"><h4>ภารกิจ
ท้าทายของฝ่ายบริหารการบิน ไทยในทวีปยุโรป
ตลาดนักท่องเที่ยวหลักของไทยซึ่งกำลังเผชิญปัญหาวิกฤตการเงิน
ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวระยะไกลกลุ่มกำลังซื้อ
ที่ทุกฝ่ายหวั่นวิตกว่าจะชะลอตัวเดินทาง ต่อเนื่อง 1-2 ปีข้างหน้า
การบินไทยใน 3 พื้นที่งัดกลยุทธ์รักษาส่วนแบ่งตลาดดังนี้</h4></font></font> ]]>
        <![CDATA[<font ms="" sans="" serif,="" cordiaupc,="" db="" thaitext="" extra,="" thonburi="" face="Tahoma," size="2">"
สมชาย สุขขะสันติกุล" ผู้จัดการทั่วไป สวีเดน ฟินแลนด์ และเอสโตเนีย บมจ.
การบินไทย เปิดเผยว่า
ต้องปรับแผนการขายตั๋วตามสถานการณ์ทุกเดือนโดยคงความถี่และจำนวนที่นั่ง
บริการไว้เท่าเดิม บินประจำ 1 เที่ยว/วัน ขนส่งผู้โดยสาร เฉลี่ย 1.2
แสนคน/ปี เน้นขายตั๋วจากสวีเดน ฟินแลนด์ เอสโตเนีย
บินต่อโดยใช้เครือข่ายการบินไทย (linked network) เดินทางในประเทศ
เชียงใหม่ ภูเก็ต และต่างประเทศไปออสเตรเลีย เวียดนาม อินโดจีน<br /><br />สภาพ
ตลาดตั้งแต่พฤศจิกายนนี้จนถึง ปี 2552
แต่ละเดือนยอดขายและอัตราบรรทุกเฉลี่ยจะต่างกัน ทำแคมเปญพิเศษระหว่าง 6-11
ธันวาคม ราคาประมาณ 16,000 บาท (2,900 โคน) รวมตั๋วเครื่องบิน
ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีต่างๆ มียอดจองสูงถึง 87% ช่วงมกราคม-กุมภาพันธ์
ปีหน้าขายราคาปกติเฉลี่ย 33,000 บาท การจองซื้อล่วงหน้าช้ามากมีเพียง 70%
เพิ่มขึ้น 2% ช่วงพฤษภาคมก็น้อยมากเหลือ 40%
เพราะปัจจัยหลักนักท่องเที่ยวหันไปใช้บริการเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (charter
flight) เดินทางเข้าไทยในฤดูท่องเที่ยวตั้งแต่ตุลาคมปีนี้ถึงมีนาคมปีหน้า
สตอกโฮล์ม-ภูเก็ต มีถึง 2.3 แสนที่นั่ง ส่วนการบินไทยมีเพียง 70,000
ที่นั่ง ส่วนราคาต่างกันกว่า 50% <br /><br />ดังนั้น
การบินไทยกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กรุงสตอกโฮล์มซึ่ง
รับผิดชอบตลาดเดียวกันจึงร่วมมือกัน จัดทำโปรโมชั่น
แพ็กเกจกอล์ฟเข้าเชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต
สามารถขายที่นั่งชั้นประหยัดแบบพรีเมี่ยมได้เฉลี่ย 70% ชั้นธุรกิจ 90%
บริการด้วยโบอิ้ง B747-400 ชั้นธุรกิจ 14 ที่นั่ง ไป-กลับราคา 1.4 แสนบาท
ชั้นประหยัดแบบพรีเมี่ยม 60 ที่นั่ง ราคา 70,000 บาท ชั้นประหยัด 325
ที่นั่ง ราคา 33,000 บาทขึ้นไป<br /><br />"ปรีชา นะวงศ์" ผู้จัดการทั่วไป
เดนมาร์ก นอร์เวย์ ไอร์แลนด์ ลัตเวียและ ลิทัวเนีย บมจ.การบินไทยกล่าวว่า
วางกลยุทธ์ขายตั๋วยุโรปแถมบินฟรีในประเทศ 1 เส้นทาง
เพื่อแข่งขันกับสิงคโปร์แอร์ไลน์ส โคเปนเฮเก้น-สิงคโปร์ แถมตั๋วฟรีภูเก็ต<br /><br />เลือก
เจาะกำลังซื้อช่วงเทศกาลหลัก คริสต์มาส ปีใหม่
วันหยุดฤดูหนาวเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี อีสเตอร์เดือนมีนาคมถึงต้นเมษายน
ซัมเมอร์ฮอลิเดย์เดือนมิถุนายน โดยใช้วิธีผลิตแพ็กเกจตั๋วบวก ห้องพัก
หรือเที่ยวบินเช้าตรู่จะให้ราคาพิเศษถูกกว่าปกติ 20-30% <br /><br />ขณะนี้การ
บินไทยมีส่วนแบ่งรายได้ตลาดเดนมาร์ก นอร์เวย์อยู่ถึง 25% ของภูมิภาคนี้
และจากกลุ่มประเทศบอลติก ไอร์แลนด์ ซึ่งเติบโตกว่า 100% มีผู้โดยสาร ปีละ
5,000 คน เดิมจะเดินทางไปทางสเปน ตุรกี อียิปต์ การบินไทยชิงมาได้ด้วยการ
ทำข้อตกลงร่วมกับแอร์บอลติก สามารถ
เช็กกระเป๋าตรงเข้ากรุงเทพฯได้ทุกเที่ยวบิน และขายตั๋วราคา 20,000
บาท/เที่ยว จึงทำให้อัตราบรรทุกเฉลี่ยโดยรวม ระหว่างโคเปนเฮเกน-กรุงเทพฯ
ทำได้ถึง 90%<br /><br />ม.ล.พุฒิสาร วรวรรณ
ผู้จัดการทั่วไปประจำสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ บมจ.การบินไทยกล่าวว่า
ผู้โดยสารสหราชอาณาจักรซื้อตั๋วชั้นประหยัดการบินไทยปลายธันวาคมลดเหลือ
เพียง 40%
จะต้องกระตุ้นตลาดเร่งด่วนลดค่าธรรมเนียมน้ำมันผู้โดยสารลงตั้งแต่ 8
พฤศจิกายน 2551 ประมาณ 30% พร้อมกับแถมตั๋วฟรีเที่ยวบินในประเทศ 1
เส้นทางไปจนถึงตารางบิน ฤดูร้อนปี 2552
เพื่อจะเพิ่มทั้งอัตราบรรทุกเฉลี่ยและรายได้อีก 20% เพราะกำลังซื้อ
ในอังกฤษขณะนี้ทรุดหนักมาก ไฮซีซั่น หายไปกว่า 30%
แต่โดยภาพรวมยังนิยมซื้อทัวร์เมืองไทยจึงสามารถขายเที่ยวบินต่อไปประเทศอื่น
ได้บ้าง<br /><br /><br />ที่มา&nbsp; :&nbsp; มติชน ออนไลน์<br />http://www.matichon.co.th/prachachat/prachachat_detail.php?s_tag=02tou02171151&amp;day=2008-11-17&amp;sectionid=0208<br /></font>]]>
    </content>
</entry>

<entry>
    <title>มหกรรมแคมเปญกระตุ้นไฮซีซั่นระเบิดลูกสุดท้ายของธุรกิจการบิน</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.hflight.net/news/2008/11/200811000112.shtml" />
    <id>tag:www.hflight.net,2008:/news//1.112</id>

    <published>2008-11-15T05:15:29Z</published>
    <updated>2008-11-15T05:17:37Z</updated>

    <summary> ปรากฏการณ์ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาของธุรกิจการบินของ ไทยระส่ำหนัก ส่งผลให้สายการบินต่างๆ รวมทั้งสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์ แอร์ไลน์) ต้องเผชิญหน้ากับสภาวะต้นทุนของราคาน้ำมันที่ถีบตัวสูงขึ้นมากเป็น ประวัติการณ์...</summary>
    <author>
        <name>HFlight - news</name>
        
    </author>
    
        <category term="ข่าวการบินในประเทศ" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#category" />
    
    
    <content type="html" xml:lang="en-US" xml:base="http://www.hflight.net/news/">
        <![CDATA[       ปรากฏการณ์ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาของธุรกิจ<span class="HighLight">การบิน</span>ของ
ไทยระส่ำหนัก ส่งผลให้สายการบินต่างๆ รวมทั้งสายการบินต้นทุนต่ำ
(โลว์คอสต์ แอร์ไลน์)
ต้องเผชิญหน้ากับสภาวะต้นทุนของราคาน้ำมันที่ถีบตัวสูงขึ้นมากเป็น
ประวัติการณ์]]>
        <![CDATA[<img src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" height="17" width="1" />










<table align="center" border="0" cellpadding="0" cellspacing="0">
<tbody><tr>

<td align="center" valign="top"><div align="center">
</div><table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="420">
<tbody><tr>
<td align="center" valign="top" width="420">

<img src="http://pics.manager.co.th/Images/551000014581101.JPEG" border="0" height="229" width="420" />

</td>
</tr>

</tbody></table></td>

</tr>
<tr>
<td align="center" height="5" valign="top"><img src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" height="5" width="1" /></td>
</tr>
</tbody></table>

<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การปรับแผนการบริหารงานเพื่อลดต้นทุนรายจ่ายจึงมีออกมาเป็นระยะ โดยหนึ่งนั้นก็คือ ลดพนักงานลง เพื่อหนีตายจากธุรกิจนี้<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปัจจุบันการเติบโตด้านการบินยังมีอยู่ แม้จะไม่สูงมากนักก็ตาม
แต่ผู้ประกอบการธุรกิจสายการบินยังคงเชื่อได้ว่าอีกไม่นานก็น่าจะดีขึ้น<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะเดียวกันสถานการณ์การเมืองในประเทศที่ภาครัฐไม่ได้ช่วยเหลืออย่าง
จริงจังยังคงส่งผลให้เป็นปัญหาที่เข้ามาแทรกในธุรกิจการบิน
ซึ่งถือว่าเป็นตัวกระหน่ำช่วยฉุดการท่องเที่ยวไทยให้ลงต่ำไปอีก
กลายเป็นปัญหาที่อุตสาหกรรมการบินต้องเผชิญรวมถึงวิกฤติเศรษฐกิจโลกที่กำลัง
สั่นคลอนไปทุกหย่อมหญ้าก็ขย่มให้หนักเข้าไปทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอ
การท่องเที่ยวและเลือกที่จะไปประเทศอื่นแทน ดังนั้นปัญหาต่างๆ
เหล่านี้ถือเป็นปัญหาที่ใหญ่มากสำหรับคนทำธุรกิจการบิน<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การอยู่รอดของธุรกิจการบินในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว
(ไฮซีซั่น)แบบนี้ส่งผลให้ทุกสายการบินจึงต้องเร่งออกโปรโมชั่นมา
เพื่อดึงลูกค้า เก็บเกี่ยวตักตวงโอกาสและรายได้กลับคืนมาให้มากที่สุด
พร้อมๆ กับต้องต่อกรกับ 3 ปัญหาข้างต้นไปด้วย<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นยักษ์ใหญ่อย่าง การบินไทย
ยังต้องออกมาจัดแคมเปญพิเศษ &#8220;บินตามฝัน&#8221; เพื่อกระตุ้นยอดในช่วงไฮซีซั่น
ด้วยการปรับลดค่าโดยสารลงประมาณ 20%
พร้อมรับสิทธิพิเศษจองห้องพักและแพ็กเกจท่องเที่ยวจากทัวร์เอื้องหลวง
ตั้งแต่เดือนตุลาคมไปจนถึง 31 ธันวาคม 2551
คาดจะช่วยดึงยอดลูกค้าที่หายไปจากความวุ่นวายทางการเมือง ปัญหาเศรษฐกิจ
ประมาณ 10-12 % กลับมา
และมีผู้โดยสารเส้นทางต่างประเทศของการบินไทยเพิ่มขึ้นจาก 74.3% เป็น 80 %<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปรีดี บุญซื่อ ผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายพันธมิตรและธุรกิจตอบแทนลูกค้า
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) บอกว่า
แคมเปญนี้ไม่ได้เป็นการตัดราคาแข่งกับสายการบินราคาประหยัด
เพราะที่ผ่านมานั้นการบินไทยกับโลว์คอสต์เดินขนานกันมาโดยตลอด
การบินไทยต้องการทำอะไรที่กระตุ้นตลาดเท่านั้น นอกจากนี้
ทางการบินไทยยังได้จัดโปรโมชั่นพิเศษ
ปรับลดค่าธรรมเนียมน้ำมันให้กับผู้โดยสารระหว่างประเทศที่บินมาต่อเครื่อง
ที่ประเทศไทย โดยรับส่วนลดค่าธรรมเนียมน้ำมันทันที 15 %<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สอดคล้องกับที่ ทัศพล แบเรเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบิน
ไทยแอร์เอเชีย ต้องออกมายอมรับว่า
ไฮซีซั่นปีนี้สถานการณ์การท่องเที่ยวอาจไม่คึกคักเท่ากับปีที่ผ่านๆ มา
โดยวัดได้จากยอดการจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าในเดือนตุลาคม 2551 มีเพียง
50% และเดือนพฤศจิกายนมีเฉลี่ยเพียง 40% น้อยกว่าช่วงเดียวกันปี 2550
ที่มียอดจองตั๋วล่วงหน้าถึง 80-100% เกือบเท่าตัว<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&#8220;ไทยแอร์เอเชียเตรียมเปิดแคมเปญใหญ่ส่งท้ายปลายปีอีกครั้ง
เพื่อกระตุ้นยอดขายช่วงโค้งสุดท้ายของปี รวมทั้งยังต้องการตอกย้ำ
สร้างกลยุทธ์ในการรับรู้และภักดีในตราสินค้า นั่นคือ แบรนด์ไทยแอร์เอเชีย
ให้อยู่ในใจผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างชาติคิดเลือกใช้บริการเป็นลำดับแรกๆ
เมื่อจะเดินทางด้วยเครื่องบิน&#8221;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนั้นการเพิ่มความถี่จัดแคมเปญช่วงไฮซีซั่นเป็นเดือนละ 2
ครั้ง จากที่ไม่เคยทำเลย หรือทำก็ไม่เกินเดือนละ 1
ครั้งก็ถูกหยิบยกมานำเสนอ
เนื่องจากปลายปีของประเทศไทยจะเป็นช่วงที่ทั้งชาวต่างชาติและคนไทยเดินทาง
ท่องเที่ยว<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่งผลให้สายการบิน นกแอร์ เตรียมออกโปรโมชั่นใหม่
เพื่อกระตุ้นรายได้และจูงใจให้ผู้โดยสารมาใช้บริการมากขึ้น
ส่วนจะเป็นอย่างไรนั้นขอดูเรื่องราคาน้ำมันอีกสักระยะหนึ่งก่อนว่า
มีแนวโน้มไปในทิศทางใด ก่อนจะมีแคมเปญออกมา นอกจากนี้
ปัญหาการเมืองทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวซบเซาอย่างมาก
และปัญหาดังกล่าวยังคงต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในทรรศนะของตนเชื่อว่า
ธุรกิจการบินน่าจะยังซบเซาไปจนถึงปลายปีนี้<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบิน นกแอร์ กล่าวว่า
ต่อจากนี้กลยุทธ์การตลาดของนกแอร์จะไม่รีบเร่งขยายเส้นทางการบิน
และไม่เปิดเที่ยวบินระหว่างประเทศ
แต่จะเน้นการให้บริการเส้นทางภายในประเทศเป็นหลัก
ซึ่งหากผลประกอบการออกมาดีการเพิ่มความถี่จะถูกนำมาใช้ประโยชน์ในเส้นทางที่
มีกำไรทันที โดยกลุ่มลูกค้าหลักจะอยู่ที่กลุ่มเอสเอ็มอี
ส่วนกลุ่มท่องเที่ยวจะเป็นกลุ่มที่เพิ่มตามฤดูกาลซึ่งไม่แน่นอน
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเริ่มมีกลุ่มลูกค้าระดับสูง (วีไอพี)
หันมาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; สังเกตได้ว่าในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
สายการบินนกแอร์เริ่มมีกำไรจากผลประกอบการ 20 ล้านบาท จากที่
ครึ่งปีแรกบริษัทประสบภาวะขาดทุน เพราะการปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
ประกอบกับ ราคาน้ำมันที่ปรับลดลง และ การลดเที่ยวบินของสายการบินอื่นๆ
เพื่อประคองธุรกิจให้อยู่รอด ทำให้ ดีมานด์และซัพพลายเกิดความสมดุลย์
แต่บริษัทยังไม่มีนโยบายปรับลดค่าตั๋วโดยสารและฟิวเซอร์ชาร์จ
เพราะเชื่อว่าราคานำมันอาจผันผวนได้ในอนาคต<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยในเดือนพ.ย.นี้ คาดว่าจะได้ผลกำไรอีกไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท
จากอัตราขนส่งผู้โดยสารเฉลี่ย 85-90% สูงกว่าที่ตั้งเป้าว่าจะได้ที่
75-80% ทำให้สิ้นปีนี้ บริษัทสามารถทยอยชำระหนี้ วงเงิน 200 ล้านบาท
แก่กระทรวงการคลังได้ ซึ่งเป็นหนี้จากการคืนเครื่องบินก่อนหมดสัญญารวม 8
ลำ เป็นลดต้นทุนบริหารจัดการ<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ยอมรับว่าเศรษฐกิจโลก
จะกระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยวโดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวตลาดไกล
ดังนั้นกลยุทธ์ธุรกิจของนกแอร์ จึงเน้นจัดกิจกรรมส่งเสริมตลาดในประเทศ
กระตุ้นคนไทย และคนต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยให้เดินทางมากขึ้น
เพราะเส้นทางบินของนกแอร์เป็นในประเทศเป็นหลัก ลูกค้า 70% เป็นคนไทย
อีกเกือบ30 % เป็นต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย นอกจากนั้น
ยังใช้กลยุทธ์หาพันธมิตรร่วมทำธุรกิจ<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ล่าสุด จับมือกับสายการบินพีบี แอร์เปิดเที่ยวบินร่วม (Code share)
เพื่อจำหน่ายบัตรโดยสารพีบีแอร์ ผ่านช่องทางของนกแอร์
ขณะที่นกแอร์ก็จะได้ประโยชน์จากการมีเส้นทางที่ให้บริการแก่ลูกค้าได้เพิ่ม
ขึ้นอีก 6 เส้นทางที่พีบีแอร์บินอยู่ ได้แก่ ลำปาง น่าน สกลนคร นครพนม
ร้อยเอ็ด และ บุรีรัมย์ ซึ่งภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน การรวมกลุ่มธุรกิจ
จะสร้างพลังในการดำเนินธุรกิจ ให้มีเครือข่ายครอบคลุม
ตอบสนองความต้องการลูกค้าได้ และ ทำให้อัตราขนส่งผู้โดยสารเฉลี่ยอยู่ที่
80% ตลอดปี<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะเดียวกัน มร.เฮอริเบอร์ต กัตซ์ ผู้อำนวยการ
ฝ่ายการตลาดและพัฒนาสินค้า สายการบิน พีบีแอร์ มีแผนเปิดเส้นทางบิน
กรุงเทพ-ชุมพร ไตรมาสแรกปีหน้าเช่นกัน เพราะเห็นศักยภาพ
กลุ่มเป้าหมายคือนักธุรกิจท่องเที่ยว นักศึกษา ข้าราชการ และ
นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปเกาะเต่า เกาะสมุย และเกาะพงัน
โดยจะร่วมกับบริษัทนำเที่ยว โรงแรม จัดทำแพคเกจทัวร์โปรโมต
นอกจากนั้นมีแนวคิดเพิ่มเครื่องบินอีก 1 ลำจากที่มีอยู่แล้ว 2 ลำ เพื่อ
มารองรับตลาดที่เติบโต เป็นขนาด 50 ที่นั่ง เท่ากับที่ใช้ในปัจจุบัน<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ 80% ของลูกค้า พีบี แอร์ เป็นนักธุรกิจ จึงไม่อ่อนไหว
เหมือนตลาดนักท่องเที่ยว แต่ทั้งนี้ยอมรับว่า
บริษัทก็ต้องปรับลดต้นทุนดำเนินงาน
เพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจในปีหน้า ที่อาจทำให้ธุรกิจไม่เติบโต
โดยพร้อมทำตลาดเชิงรุก มากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยง<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&#8220;พีบีแอร์ บินเส้นทางรองเป็นส่วนใหญ่ จึงไม่ต้องแข่งขันกับใคร
เราเน้นที่จะรักษาฐานลูกค้าเก่า และเพิ่มลูกค้าใหม่ การร่วมมือกับนกแอร์
จะทำให้ได้ลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น เพราะสามารถหาซื้อตั๋วโดยสาร
พีบีแอร์ได้สะดวกจากช่องทางเดียวกันกับนกแอร์&#8221;มร.เฮอริเบอร์ต กัตซ์ กล่าว<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ล่าสุด พีบีแอร์
มีการปรับแผนไปเจาะธุรกิจด้านชาร์เตอร์ไฟลต์มากขึ้น
โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนที่ปกติจะมีผู้โดยสารน้อยอยู่แล้ว
พร้อมทั้งมีแผนขยายเส้นทางใหม่เพิ่มเติมในปี 2552
โดยยังคงเน้นเส้นทางรองในประเทศ โดยอยู่ระหว่างการศึกษาถึง 3 เส้นทาง
ประกอบไปด้วย ชุมพร สุรินทร์ และแม่ฮ่องสอน
คาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการเส้นทางชุมพรได้ก่อนเป็นแห่งแรก<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การอัดแคมเปญในช่วงก่อนไฮซีซั่นจะมาถึงของธุรกิจการบินเริ่มมีการ
แข่งขันที่ค่อนข้างจะรุนแรงทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการกระตุ้นให้นักท่องเที่ยว
เดินทาง ซึ่งแม้แต่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)
ได้ยื่นมือเข้ามาสนับสนุนธุรกิจการบินช่วงไฮซีซั่นเช่นกัน โดย
ททท.จับมือกับ การบินไทย บริษัทนำเที่ยว และโรงแรม จัดแคมเปญ
&#8220;อะเมซิ่งไทยแลนด์ อะเมซิ่ง แวลู &#8220;ด้วยการออกแพ็กเกจทัวร์ราคาประหยัด
ประเดิม 2 เส้นทางแรก ได้แก่ จีนและอินเดีย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้ง
2 ชาติ ให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยมากขึ้น โดย
ททท.ตั้งเป้าว่า
ภายในสิ้นปีนี้ททท.คาดหวังว่าน่าจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นให้ได้ถึง
15.48 ล้านคน<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แต่ปัญหาทั้งหมดก็ไม่ใช่แค่เพียงราคาน้ำมันอย่างเดียวที่จะส่งผล
กระทบแค่วงแคบๆ
ตราบใดที่ประเทศไทยยังมีทรัพยากรและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่คนทั่วโลกยอม
รับอยู่แล้ว เชื่อว่าอุตสาหกรรมการบินก็สามารถอยู่ได้<br /><br /><font color="#003366">โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์</font>
14 พฤศจิกายน 2551 19:29 น.<br />http://www.manager.co.th/mgrWeekly/ViewNews.aspx?NewsID=9510000135411&amp;Keyword=%a1%d2%c3%ba%d4%b9<br />]]>
    </content>
</entry>

<entry>
    <title>โคเรียน แอร์ไลน์ส ขาดทุนหนักสุดรอบ10ปี</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.hflight.net/news/2008/11/200811000110.shtml" />
    <id>tag:www.hflight.net,2008:/news//1.110</id>

    <published>2008-11-14T06:16:31Z</published>
    <updated>2008-11-14T06:16:55Z</updated>

    <summary>โคเรียน แอร์ไลน์ส ประกาศผลประกอบการในไตรมาส 3 ขาดทุนหนักสุดในรอบ 10 ปี หลังราคาเชื้อเพลิงพุ่งสูง 64%...</summary>
    <author>
        <name>HFlight Webmaster</name>
        
    </author>
    
        <category term="ข่าวการบินต่างประเทศ" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#category" />
    
    
    <content type="html" xml:lang="en-US" xml:base="http://www.hflight.net/news/">
        โคเรียน แอร์ไลน์ส ประกาศผลประกอบการในไตรมาส 3 
ขาดทุนหนักสุดในรอบ 10 ปี หลังราคาเชื้อเพลิงพุ่งสูง 64% 
        <![CDATA[
<p class="setMagin_bottom15">กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : สายการบินโคเรียน แอร์ ไลน์ส 
ซึ่งเป็นสายการบินรายใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ ขาดทุนหนักสุดในรอบ 10 ปี 
เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น และเงินวอนที่อ่อนค่า 
ทำให้หนี้เงินตราต่างประเทศสูงขึ้น โดยโคเรียน แอร์ไลน์ส ขาดทุนถึง 684,000 ล้านวอน 
หรือ 493 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 3 เมื่อเทียบกับรายได้สุทธิที่ 129,000 
ล้านวอนเมื่อปีที่แล้ว ส่วนยอดขายเพิ่มขึ้น 16% แตะ 2.76 ล้านล้านวอน </p>
<p class="setMagin_bottom15">สายการบินโคเรียน แอร์, สายการบินคาเธย์ แปซิฟิค 
แอร์เวย์ส และสายการบินคู่แข่งในประเทศอย่างเอเชียน่า แอร์ไลน์ส อิงค์ 
ต่างก็ขาดทุนเช่นกัน หลังราคาเชื้อเพลิงเครื่องบินโดยเฉลี่ยพุ่งขึ้นถึง 64% 
จากปีที่แล้ว </p>
<p class="setMagin_bottom15">ทั้งนี้ 
เชื้อเพลิงถือเป็นค่าใช้จ่ายสูงสุดของสายการบินต่างๆ ขณะที่เงินวอนก็อ่อนค่าลงไป 
13% เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้หนี้สินสกุลเงินดอลลาร์สูงขึ้น 
และยังทำให้การเดินทางไปต่างประเทศของชาวเกาหลีใต้แพงขึ้นด้วย</p>]]>
    </content>
</entry>

<entry>
    <title>ศึกชิงเจ้านกเหล็ก &#8220;อาหรับ&#8221;ผงาดขอเป็นหนึ่ง</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.hflight.net/news/2008/11/200811000104.shtml" />
    <id>tag:www.hflight.net,2008:/news//1.104</id>

    <published>2008-11-11T04:52:26Z</published>
    <updated>2008-11-11T04:58:09Z</updated>

    <summary><![CDATA[&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ตลอดปี 2008 พิษของราคาน้ำมันและความผันผวนทางเศรษฐกิจส่งผลให้สถานการณ์ธุรกิจสายการบินทั่ว โลกหลายแห่งต้องออกมายอมรับว่าผลดำเนินการที่ผ่านมา ตัวเลขต่างติดลบกันถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็นสายการบินในแถบยุโรป ทั้ง เคแอลเอ็ม ไอบีเรีย แอร์ฟรานซ์ ต่างมีรายได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง หรือแม้แต่สายการบินในเอเชียเองก็ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่น กัน...]]></summary>
    <author>
        <name>HFlight - news</name>
        
    </author>
    
        <category term="ข่าวการบินต่างประเทศ" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#category" />
    
    
    <content type="html" xml:lang="en-US" xml:base="http://www.hflight.net/news/">
        <![CDATA[&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ตลอดปี 2008 พิษของราคาน้ำมันและความผันผวนทางเศรษฐกิจส่งผลให้สถานการณ์ธุรกิจสาย<span class="HighLight">การบิน</span>ทั่ว
โลกหลายแห่งต้องออกมายอมรับว่าผลดำเนินการที่ผ่านมา
ตัวเลขต่างติดลบกันถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็นสายการบินในแถบยุโรป ทั้ง
เคแอลเอ็ม ไอบีเรีย แอร์ฟรานซ์ ต่างมีรายได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง
หรือแม้แต่สายการบินในเอเชียเองก็ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่น
กัน ]]>
        <![CDATA[<table align="center" border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"><tbody><tr><td valign="top" align="center"><table width="390" border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"><tbody><tr><td valign="top" width="390" align="center"><img src="http://pics.manager.co.th/Images/551000014366901.JPEG" width="390" border="0" height="238" />

</td>
</tr>

</tbody></table></td>

</tr>
<tr>
<td valign="top" align="center" height="5"><img src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" width="1" border="0" height="5" /></td>
</tr>
</tbody></table>

<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (ไออาต้า)
ระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐที่ชะลอตัว ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินแล้ว
โดยปริมาณผู้โดยสารของสายการบินหลักทุกภูมิภาคลดลง ในภูมิภาคยุโรป load
factor ของสายการบินอยู่ที่ 71.7% ลดลง 1.6%
นับเป็นการลดลงมากที่สุดสายการบินในเอเชียมี load factor 75.2% ลดลง 0.1%
ส่วนสายการบินในอเมริกาเหนืออยู่ที่ 74% ลดลง 0.5% สายการบินตะวันออกกลาง
72.6% ลดลง 0.9%
โดยคาดว่าอัตราการเติบโตของผู้โดยสารทั่วโลกในปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 5%
ลดลงจาก 7.4% ของปีที่แล้ว ส่งผลให้สายการบินทั่วโลกอาจขาดทุนกว่า 6,100
ล้านดอลลาร์<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 5
ปีที่สายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิคต้องประสบภาวะขาดทุน ขณะที่สายการบินไชนา
อีสเทิร์น แอร์ไลน์ส สายการบินรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของจีน
ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ก็ขาดทุนไปแล้วประมาณกว่า 1,060 ล้านบาท
ไม่เว้นแม้แต่สายการบินไทยที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ขาดทุนไปแล้ว 9,000
ล้านบาทส่งผลให้ต้องยกเลิกเส้นทางบินระยะไกลไปอเมริกาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เช่นกัน<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากวิกฤตที่เกิดขึ้นส่งผลให้สายการบินต่างๆต้องเร่งปรับตัวเองเพื่อ
ความอยู่รอด
ขณะเดียวกันก็มีสายการบินในกลุ่มของดินแดนตะวันออกกลางที่สามารถเปลี่ยน
วิกฤตให้เป็นโอกาสจนทำให้วันนี้ธุรกิจกำลังโตสวนกระแสอย่างเห็นได้ชัด<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ช่วงระยะเวลาตั้งแต่ต้นปี 51
ที่ผ่านมาสายการบินกาตาร์มีผลกำไรประมาณกว่า 970 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
หรือประมาณ 32,010 ล้านบาท
ขณะที่สายการบินเอทิฮัดมีตัวเลขผลประกอบการที่ดีสวนทางกับราคาน้ำมันที่
เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ
ทั้งในภาคพื้นยุโรปและสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะอัตราเฉลี่ยผู้โดยสารสูงถึง
2.8 ล้านคนในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้
เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วที่ทำยอดได้ไม่ถึง 2 ล้านคน<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แต่สายการบินในตะวันออกกลางกลับได้รับการชดเชยด้วยจำนวนผู้โดยสาร
เดินทางมากขึ้น 20.3%
จากการที่ร่ำรวยจากราคาน้ำมันและโดยเฉพาะตะวันออกกลางเป็นภูมิภาคที่มีอัตรา
ผู้โดยสารขยายตัวมากที่สุดถึง 18.1%
ซึ่งเป็นผลจากการขายน้ำมันได้ในราคาสูง ส่วนเอเชียแปซิฟิกขยายตัวเพียงแค่
7.3%เท่านั้น<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ความไม่นิ่งของราคาน้ำมันในตลาดโลกจนทำให้วันนี้ราคาน้ำมันดิ่ง
ติดต่อกันมา จนต่ำกว่า 120 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล
นั้นเป็นสัญญาณที่ดีของผู้ประกอบการธุรกิจสายการบิน
และถึงแม้จะมีการปรับลดราคาลงมาอย่างต่อเนื่องในครั้งนี้ก็ตาม
แต่หลายคนยังกังวลกันว่าน่าจะเป็นแค่ระยะชั่วคราวเท่านั้น
อย่างไรก็ตามการที่ราคาน้ำมันจะเริ่มลดลงแต่ก็ใช่ว่าจำนวนผู้โดยสารจะเพิ่ม
ขึ้น<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สอดคล้องกับที่ มร.เจฟฟ์ ดิ๊กสัน
ผู้อำนวยการบริหารและซีอีโอแควนตัส ได้พยากรณ์ไว้ว่า ปี 2563
สายการบินอีกเป็นจำนวนมากอาจต้องปิดกิจการหรือควบรวมธุรกิจเพราะสู้ต้นทุน
น้ำมันที่เพิ่มขึ้นไม่ไหว
แต่สายการบินที่รัฐบาลถือหุ้นใหญ่ในกลุ่มประเทศที่ร่ำรวยจากการขายน้ำมันจะ
ทุ่มทุนใช้การบินขับเคลื่อนเศรษฐกิจใน 20 ปีข้างหน้า<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะเดียวกันมีการวิเคราะห์กันว่า ผู้ที่ได้รับอานิสงส์เต็มๆ
คือสายการบินในแถบตะวันออกกลาง เพราะสามารถซื้อน้ำมันได้ราคาถูก
ที่สำคัญสายการบินเหล่านี้ มีเงินทุนหนา มีเงินสดหมุนเวียนคล่องมือ
และเป็นกลุ่มสายการบินที่มีศักยภาพความพร้อมแถมยังไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะ
เศรษฐกิจซบเซาอีกด้วย<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สังเกตได้จากการสั่งซื้อเครื่องบินครั้งมโหฬารในช่วงระยะเวลาที่ผ่าน
มาของสายการบินเอทิฮัด และเอมิเรสต์
แห่งรัฐอาบูดาบีและรัฐดูไบในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และสายการบินกาตาร์
แอร์เวย์ แห่งกาตาร์<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยเฉพาะ เอทิฮัด
เพิ่งสั่งซื้อเครื่องบินรายใหญ่สุดที่งานแสดงการบินฟาร์นโบโรห์ในอังกฤษ
หลังการลงนามสั่งซื้อเครื่องบินมูลค่า 43,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
จากบริษัทแอร์บัสและโบอิ้ง ทั้งนี้ เครื่องบินที่สั่งซื้อ 10 ลำ เป็น
แอร์บัส A380 ที่บินได้ไกล 15,000 กิโลเมตร บรรทุกผู้โดยสารได้ 500-800 คน<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนปีที่แล้ว เอมิเรสต์ สั่งซื้อเครื่องบินมูลค่า 34,000
ล้านดอลลาร์ ที่งานแสดงการบินกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
และได้เป็นผู้สั่งซื้อรายใหญ่สุดที่งานนี้ ขณะที่ กาตาร์ แอร์เวย์
เพิ่งประกาศว่าจะซื้อเครื่องบินกว่า 200 ลำในปีต่อๆไป มูลค่าไม่ต่ำกว่า
30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รวมไปถึง ฟลาย ดูไบ
สายการบินต้นทุนต่ำเพิ่งเกิดได้ไม่นานของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ก็ซื้อเครื่องบิน 737-800 รวดเดียว 50 ลำ มูลค่า 3.74
พันล้านดอลลาร์สหรัฐเช่นเดียวกัน<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การรับมือกับต้นทุนเชื้อเพลิงของสายการบินในแถบตะวันออกกลางแทบจะไม่
ส่งผลกระทบมากนัก
ขณะเดียวกันก็มีศักยภาพเพียงพอที่จะกู้เงินเข้ามาลงทุนสามารถสั่งซื้อ
เครื่องบินโดยสารใหม่และเสริมกลยุทธ์ต่างๆด้วยบริการบนเครื่องเพื่อเอาใจ
บรรดาลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่ผ่านมา เอทิฮัด และกาตาร์ แอร์เวย์ส
ซึ่งรัฐบาลที่มีฐานะมั่งคั่งอย่างอาบูดาบีเป็นเจ้าของ
และมีแผนลงทุนเป็นเงินก้อนโตโดยไม่มีแรงกดดันให้ต้องถอนทุนคืนในเวลาอันรวด
เร็ว แถมยังเป็นการให้บริการเส้นทางบินในประเทศที่มั่งคั่งจากน้ำมัน
โดยเฉพาะเอทิฮัด แอร์เวย์ส ซึ่งมีอายุเพียง 4 ปีเท่านั้น<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยมีเป้าหมายในปี 51
เน้นการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติและต้องการที่จะสร้าง
การรับรู้และแรงผลักดันในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติให้รู้จักดินแดนในแถบ
ตะวันออกกลางให้มากขึ้น
และนับว่าเป็นปีที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงสำหรับสายการบินเอทิฮัด
เพราะด้วยจำนวนผู้โดยสารในครึ่งปีแรกที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นกว่า
41%เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
โดยเชื่อว่าจะสามารถทำตามจุดมุ่งหมายที่ได้วางไว้
ด้วยจำนวนผู้โดยสารประมาณ 6 ล้านคนภายในสิ้นปีนี้<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปัจจุบันสายการบินได้ให้บริการผู้โดยสารกว่า 2.8 ล้านคนทั่วโลก
ซึ่งเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว ส่งผลให้ในปีนี้
เอทิฮัดได้เพิ่มเส้นทางการบินไปยังปักกิ่ง ประเทศจีน เชินไน (มาดราส) และ
โคชิโคดิ (คาลิคัต) ในประเทศอินเดีย และเมืองมินสซ์
ในประเทศเบลารุสเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนั้น
เอทิฮัดกำลังจะเปิดเที่ยวบินไปยังกรุงมอสโค ประเทศรัสเซีย และ
เมืองอัลมาตี้ ในประเทศคาซัคสถาน ในเดือนธันวาคมศกนี้<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการเจริญเติบโตและการขยายสายการบินอย่างต่อเนื่องนี้
การเพิ่มเที่ยวบินในเส้นทางที่มีอยู่เดิมนับเป็นยุทธวิธีที่สายการบินเอทิ
ฮัดหยิบนำมาใช้ด้วยเช่นกัน อาทิ
เพื่มเที่ยวบินไปยังประเทศออสเตรเลียในเดือน ตุลาคม 2551 ที่ผ่านมา
โดยการเพิ่มจำนวนเที่ยวบินไปยังนครซิดนีย์จากเที่ยวบินรายวัน ขึ้นเป็น 11
เที่ยวบินต่อสัปดาห์ หรือการเพิ่มจำนวนเที่ยวบินไปยังท่าอากาศยานฮีทโทรว์
กรุงลอนดอนให้เป็น 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์
ซึ่งนับเป็นแผนงานในอนาคตอันใกล้ของการขยายเส้นทางบินเพิ่มขึ้นให้ครบ 70
เส้นทางภายในปี 2553<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่สายการบินเอมิเรตส์
หมายมั่นว่าจะใช้เครื่องบินที่สั่งซื้อไปและยังไม่ได้รับมอบอีก 200 ลำ
จากเดิมที่มีฝูงบินอยู่ 110 ลำ ส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องโบอิ้ง 777
และแอร์บัส 380 ซึ่งเป็นเครื่องรุ่นใหม่ประหยัดน้ำมันได้มากกว่า 30%
เมื่อเทียบกับเครื่องรุ่นเดิมๆ
โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะต้องมีเครื่องบินให้บริการในเครือข่ายทั่วโลกทั้ง
หมด 350-400 เครื่องภายในปีค.ศ.2020<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สังเกตได้ว่ากลยุทธ์ของเอมิเรสต์จึงไม่มีการลดเที่ยวบินออกมาให้เห็น
แต่จะถูกใช้ในเรื่องของการตกแต่งปรับโฉมใหม่และเพิ่มจำนวนทั้งชั้นเฟิร์สคลา
ส และชั้นธุรกิจ ให้มีความสะดวกสบาย และมีความหรูหรามากขึ้น
โดยเฉพาะบริการชั้นธุรกิจที่มีเตียงนอนราบได้ถึงเกือบ180 องศาทีเดียว<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สอดคล้องกับที่
จุดขายของสายการบินตะวันออกกลางมีเทรนด์ที่จะเพิ่มชั้นธุรกิจ
และเฟิร์สคลาสมากที่สุดในช่วงนี้
เนื่องจากผู้โดยสารเหล่านี้ค่อนข้างมีกำลังการซื้อ
และด้วยขนาดของฝูงบินที่สั่งซื้อเพิ่มเข้าไปจำนวนมากเชื่อกันว่าน่าจะเป็น
แผนงานที่วางเป้าไว้เพื่อหวังยกระดับให้ติดท็อปเท็นส์สายการบินชั้นนำของโลก
ได้ภายในอีก 7 ปีข้างหน้าของสายการบิน เอมิเรตส์ นั่นเอง
สอดคล้องกับเป้าหมายของเอมิเรสต์ที่วางแผนไว้ว่าจะเป็นสายการบินที่มีขนาด
ใหญ่ที่สุดในโลกในอีก 20 ปีข้างหน้า
ซึ่งที่ผ่านมามีอัตราการเจริญเติบโตปีละประมาณ 25% และที่สำคัญสายการบิน
เอมิเรสต์มีแผนที่จะเพิ่มเที่ยวบินไป ลอสแอนเจอลิส และซานฟรานซิสโกอีก 2
เที่ยวจากประเทศไทยไป โดยแวะพักที่ดูไบก่อน<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การแข่งขันในภาคพื้นดินสายการบินตะวันออกกลางยังคงเข้มข้นด้วยการ
กระตุ้นการจองตั๋วทางเน็ตให้มากขึ้น ด้วยการส่งโปรโมชั่น
จองก่อนได้ก่อนแถมมีราคาตั๋วพิเศษไปฮ่องกง ยุโรป ตะวันออกกลาง
และยังมีโปรแกรมใหม่ออกมาอย่างสกายเวิร์ด
ซึ่งเป็นโปรแกรมสะสมไมล์ของเอมิเรสต์ซึ่งผู้โดยสารออกแคตตาล็อคใหม่ออกมา
ผู้โดยสารสามารถใช้เงินหรือไมล์สะสมซื้อของได้บนเครื่องเลย
หรือซื้อได้จากเน็ต
ตั้งเป้าเพิ่มมาร์เก็ตแชร์ในเมืองไทยผ่านการจองตั๋วออนไลน์ด้วย<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การขยายตัวอย่างรวดเร็วทั้งการเพิ่มเครือข่ายการบิน
และการลงทุนซื้อเครื่องบินอย่างมโหฬารของสายการบินตะวันออกกลางนั้นว่ากัน
ว่าเพื่อสร้างศูนย์กลางของโลกการบินแห่งใหม่ให้เกิดขึ้นในประเทศแถบอ่าว
เปอร์เซีย โดยเฉพาะสนามบินที่ดูจะโดดเด่นที่สุดในแถบนี้ก็คือ
ดูไบและอาบูดาบีแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กับที่โดฮาในกาตาร์
เพราะทั้งหมดที่กล่าวมานี้ต่างกำลังพัฒนาสนามบินของตนเพื่อรองรับผู้เดินทาง
จากสองทวีป และส่งต่อไปยังปลายทางอาทิประเทศ อินเดียและจีน
เนื่องจากสองประเทศนี้มีเศรษฐกิจที่โตเร็วและมีคนเดินทางไปท่องเที่ยวหรือทำ
ธุรกิจจำนวนมากนั่นเอง<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และนี่ไม่ใช่เพียงธุรกิจรับส่งผู้โดยสารทางอากาศเท่านั้นที่ประเทศ
แถบอ่าวเปอร์เซียต้องการจะเป็นศูนย์กลางการบินแต่ยังมีธุรกิจโลจิสติกส์รับ
ส่งสินค้าทางอากาศเข้ามาเปิดให้บริการด้วยเช่นกัน
ขณะเดียวกันธุรกิจเช่าซื้อเครื่องบินกับธุรกิจซ่อมบำรุงเครื่องบินกำลัง
บูมมากในโซนตะวันออกกลาง
เพราะที่ผ่านมาเป็นที่น่าสังเกตว่ามีการเข้าไปซื้อหุ้นในบริษัทธุรกิจประเภท
นี้ในซีกโลกประเทศตะวันตกเพียงเพื่อหวังต้องการเป็นศูนย์กลางการบินให้ครบ
ถ้วนสมบูรณ์แบบ
ดังนั้นความเคลื่อนไหวของธุรกิจสายการบินในแถบตะวันออกกลางช่วงนี้จึงเป็น
เกมรุกที่น่ากลัวสามารถสร้างความหวั่นวิตกให้กับสายการบินชั้นนำของโลกได้
ไม่น้อยทีเดียว แต่ทว่าศึกครั้งนี้จ้าวตลาดธุรกิจสายการบินทั้งในแถบยุโรป
อเมริกา
และเอเชียที่มีอยู่จะสามารถตั้งรับการโหมใส่ของคู่แข่งขันในแถบตะวันออกกลาง
ได้มากน้อยเพียงไรจึงต้องจับตาดูห้ามกระพริบ<br /><br /><font color="#003366">โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์</font>
10 พฤศจิกายน 2551 21:41 น.<br />http://www.manager.co.th/mgrWeekly/ViewNews.aspx?NewsID=9510000133396&amp;Keyword=%a1%d2%c3%ba%d4%b9]]>
    </content>
</entry>

<entry>
    <title>เผยAVIC จีนรุกซื้อกิจการต่างชาติ ยกระดับอุตฯการบิน</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.hflight.net/news/2008/11/200811000096.shtml" />
    <id>tag:www.hflight.net,2008:/news//1.96</id>

    <published>2008-11-05T02:42:16Z</published>
    <updated>2008-11-05T02:44:29Z</updated>

    <summary>เอเยนซี &#8211; สำนักข่าวซินหัวรายงานไชน่า เอวิเอชั่น อินดัสทรี กรุ๊ป(AVIC) เผยโครงการรุกซื้อบริษัทผลิตเครื่องบินของต่างชาติเพื่อพัฒนาศักยภาพ อุตสาหกรรมการบินของประเทศ...</summary>
    <author>
        <name>HFlight - news</name>
        
    </author>
    
        <category term="ข่าวการบินต่างประเทศ" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#category" />
    
    
    <content type="html" xml:lang="en-US" xml:base="http://www.hflight.net/news/">
        <![CDATA[เอเยนซี &#8211; สำนักข่าวซินหัวรายงานไชน่า
เอวิเอชั่น อินดัสทรี กรุ๊ป(AVIC)
เผยโครงการรุกซื้อบริษัทผลิตเครื่องบินของต่างชาติเพื่อพัฒนาศักยภาพ
อุตสาหกรรม<span class="HighLight">การบิน</span>ของประเทศ]]>
        <![CDATA[<div align="center"><img src="http://pics.manager.co.th/Images/551000014090201.JPEG" width="450" border="0" height="275" /><br /><i>โมเดลของเครื่องบินขับไล่รุ่น SU-35 จากประเทศรัสเซีย
ที่จัดแสดงไว้ในงานไชน่า แอร์โชว์ ครั้งที่ 7
โดยนิทรรศการดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-9 พ.ย.นี้ที่เมืองจูไห่
มณฑลกวางตุ้ง - ภาพ:เอเอฟพี</i><br /></div>
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ถัน เว่ยต้งผู้อำนวยการAVIC วิสาหกิจผู้ผลิตเครื่องบินชั้นนำของจีน
ระบุเมื่อวันอังคาร(4 พ.ย.) ว่าข้อตกลงจะมีขึ้นในปลายเดือนธันวาคมนี้
แต่ไม่ได้ระบุชื่อบริษัทผลิตเครื่องบินของต่างชาติดังกล่าวแต่อย่างใด
นอกจากนี้ถันยังเปิดเผยด้วยว่าในอนาคต AVIC
จะบุกเจาะตลาดธุรกิจการบินให้มากยิ่งขึ้น
โดยจะหันมาทำการพัฒนาค้นคว้าเพื่อผลิตเครื่องบินธุรกิจขนาด 20-30 ที่นั่ง
และเครื่องบินเทอร์โบพรอพ<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับนิทรรศการการบินหรือ ไชน่า แอร์โชว์ ครั้งที่ 7 ประจำปี 2008
ที่เมืองจูไห่ มณฑลกวางตุ้ง มีผู้ผลิตเครื่องบินกว่า 600 แห่งจาก 35
ประเทศทั่วโลกสนใจเข้าร่วมงานป็นจำนวนมาก โดยถัน
เว่ยต้งกล่าวว่าถือเป็นโอกาสที่ดีที่ทางบริษัทจะได้ศึกษาและนำไปพัฒนา
อุตสาหกรรมการบินในประเทศต่อไป<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้
รัฐบาลจีนได้อนุมัติให้สองยักษ์ผู้ผลิตเครื่องบินชั้นนำของประเทศควบรวม
กิจการได้เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยเป็นการควบรวมระหว่างไชน่า
เอวิเอชั่น อินดัสทรี คอร์ป วัน(AVIC I) และ ไชน่า เอวิเอชั่น อินดัสทรี
คอร์ป ทู (AVIC II) ภายใต้ชื่อบริษัทใหม่ว่า ไชน่า เอวิเอชั่น อินดัสทรี
กรุ๊ป<br /><br /><font color="#003366">โดย ผู้จัดการออนไลน์</font>
4 พฤศจิกายน 2551 17:41 น.<br />http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9510000130857&amp;Keyword=%a1%d2%c3%ba%d4%b9<br />]]>
    </content>
</entry>

<entry>
    <title>ชาร์เตอร์ไฟลต์ยุโรปเริ่มบินเข้าภูเก็ต ขนเบลเยียม-ฝรั่งเศสกว่า 9,000 คน</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.hflight.net/news/2008/11/200811000095.shtml" />
    <id>tag:www.hflight.net,2008:/news//1.95</id>

    <published>2008-11-05T02:38:51Z</published>
    <updated>2008-11-05T02:41:41Z</updated>

    <summary>ศูนย์ข่าวภูเก็ต &#8211;ท่องเที่ยวภูเก็ตเริ่มมีสีสัน สายการบินเช่า เหมาลำจากยุโรปทยอยบินตรงเข้ามาแล้ว เริ่มจากเที่ยวบินของสายการบิน XL Airways ที่นำนักเที่ยวจากเบลเยียมและฝรั่งเศสเข้ามาเพิ่มในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 9 พันคน สร้างรายได้เพิ่มอีก 40.5 ล้านบาท ทำให้ไฮซีซันภูเก็ตนี้ครึกครื้น แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะถดถอยก็ตาม...</summary>
    <author>
        <name>HFlight - news</name>
        
    </author>
    
        <category term="ข่าวการบินในประเทศ" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#category" />
    
    
    <content type="html" xml:lang="en-US" xml:base="http://www.hflight.net/news/">
        <![CDATA[ศูนย์ข่าวภูเก็ต &#8211;ท่องเที่ยวภูเก็ตเริ่มมีสีสัน สาย<span class="HighLight">การบิน</span>เช่า
เหมาลำจากยุโรปทยอยบินตรงเข้ามาแล้ว เริ่มจากเที่ยวบินของสายการบิน XL
Airways
ที่นำนักเที่ยวจากเบลเยียมและฝรั่งเศสเข้ามาเพิ่มในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 9
พันคน สร้างรายได้เพิ่มอีก 40.5 ล้านบาท ทำให้ไฮซีซันภูเก็ตนี้ครึกครื้น
แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะถดถอยก็ตาม]]>
        <![CDATA[<img src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" width="1" border="0" height="17" />










<table align="right" border="0" cellpadding="0" cellspacing="0">
<tbody><tr>

<td width="5"><img src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" width="5" border="0" height="1" /></td>

<td valign="top" align="center">
<table width="200" border="0" cellpadding="0" cellspacing="0">
<tbody><tr>
<td valign="top" width="200" align="center">

<img src="http://pics.manager.co.th/Images/551000014065301.JPEG" width="200" border="0" height="223" />

</td>
</tr>

<tr><td class="Image" valign="baseline" align="left">เศรษฐพันธ์  พุทธานี </td></tr>

</tbody></table></td>

</tr>
<tr>
<td valign="top" align="center" height="5"><img src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" width="1" border="0" height="5" /></td>
</tr>
</tbody></table>&nbsp;<strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายเศรษฐพันธ์ พุทธานี
ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต
เปิดเผยว่า ททท. สำนักงานปารีส ได้ร่วมมือกับกลุ่ม wholesalers ใน
ประเทศเบลเยียมและประเทศฝรั่งเศส เช่น Best Tours, Thomas Cook, Club Med,
Jet Tours, Nouvelles Frontieres, Look Voyages และสายการบิน XL Airways
เสนอขายแหล่งท่องเที่ยวภูเก็ตและชายทะเลอันดามัน
ด้วยการเพิ่มเที่ยวบินเหมาลำ(ชาร์เตอร์ไฟลต์) เส้นทางบรัสเซลส์
ประเทศเบลเยียม &#8211; ภูเก็ต เครื่องบินแบบ Airbus A330-200 จำนวน 364 ที่นั่ง
สัปดาห์ละ 1 เที่ยวบิน โดยกำหนดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ เที่ยวบินที่ XLF 464
ในวันที่ 31 ตุลาคม 2551 นี้เป็นต้นไปจนสิ้นสุดฤดูกาลท่องเที่ยวของอันดามัน<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ ททท.ยังได้ร่วมกับบริษัทนำเที่ยว Thomas Cook
เชิญนิตยสารที่มีชื่อเสียงของเบลเยียมจำนวน 15 ราย
ร่วมเดินทางมาในเที่ยวบินดังกล่าวด้วย
เพื่อสำรวจแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
ไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ภูเก็ต
แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลกให้กว้างขวางยิ่งขึ้น<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้
เพราะจากสถิตินักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนจังหวัดภูเก็ตในปี 2007
พบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวเบลเยียมเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต 12,208
คน
คาดว่าช่วงไฮซีซันภูเก็ตจะมีนักท่องเที่ยวจากเบลเยียมทะลักเข้ามาเพิ่มขึ้น
อีกประมาณ 9,000 คน ทำให้มีรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอีกกว่า 40.5
ล้านบาท<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท.สำนักงานภูเก็ต ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า
นอกจาก ททท. ร่วมมือกับกลุ่ม wholesalers และสายการบิน XL Airways
ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ตแล้ว ยังได้สนับสนุนการจัด Miss France 2009
ที่จังหวัดภูเก็ต โดยนำผู้เข้าประกวดนางงามฝรั่งเศส 37
คนพร้อมทีมงานรวมจำนวน 85 คน
มาเก็บตัวและถ่ายทำสารคดีท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ
ในจังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 14 &#8211; 21 พฤศจิกายน 2551 และมากกว่านั้น
สายการบิน XL Airways จะเปิดเที่ยวบินเหมาลำเส้นทางจากฝรั่งเศส- ภูเก็ต
ในเดือนธันวาคมนี้อีกด้วย<br /><br /><font color="#003366">โดย ผู้จัดการรายวัน</font>
4 พฤศจิกายน 2551 11:00 น.<br />http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9510000130610&amp;Keyword=%a1%d2%c3%ba%d4%b9<br />]]>
    </content>
</entry>

<entry>
    <title>เจ็ทสตาร์ เปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ เพิร์ธ - เดนปาซาร์</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.hflight.net/news/2008/11/200811000094.shtml" />
    <id>tag:www.hflight.net,2008:/news//1.94</id>

    <published>2008-11-05T02:36:07Z</published>
    <updated>2008-11-05T02:38:08Z</updated>

    <summary>สายการบินเจ็ทสตาร์ สายการบินราคาประหยัดชั้นนำของออสเตรเลีย ประกาศฉลองการเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ระหว่างเพิร์ธ-เดนปาซาร์(บาหลี) ซึ่งเป็นจุดหมายแรกใน 3 จุดหมายที่จะเปิดบริการจากเมืองเพิร์ธ ภายใต้แผนธุรกิจของกลุ่มแควนตัส ที่มุ่งส่งเสริมการขยายสมรรถนะการให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศจากเพิร์ธ โดยระยะแรกจะเปิดให้บริการเที่ยวบินสัปดาห์ละ 3 เที่ยว และขยายบริการเป็นสัปดาห์ละ 4 เที่ยว ตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2551 เป็นต้นไป...</summary>
    <author>
        <name>HFlight - news</name>
        
    </author>
    
        <category term="ข่าวการบินต่างประเทศ" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#category" />
    
    
    <content type="html" xml:lang="en-US" xml:base="http://www.hflight.net/news/">
        <![CDATA[สาย<span class="HighLight">การบิน</span>เจ็ทสตาร์
สายการบินราคาประหยัดชั้นนำของออสเตรเลีย
ประกาศฉลองการเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ระหว่างเพิร์ธ-เดนปาซาร์(บาหลี)
ซึ่งเป็นจุดหมายแรกใน 3 จุดหมายที่จะเปิดบริการจากเมืองเพิร์ธ
ภายใต้แผนธุรกิจของกลุ่มแควนตัส
ที่มุ่งส่งเสริมการขยายสมรรถนะการให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศจากเพิร์ธ
โดยระยะแรกจะเปิดให้บริการเที่ยวบินสัปดาห์ละ 3 เที่ยว
และขยายบริการเป็นสัปดาห์ละ 4 เที่ยว ตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2551
เป็นต้นไป ]]>
        <![CDATA[<br /><br /><center><table align="center" border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"><tbody><tr><td valign="top" align="center"><table width="350" border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"><tbody><tr><td valign="top" width="350" align="center"><img src="http://pics.manager.co.th/Images/551000014051001.JPEG" width="350" border="0" height="233" />

</td>
</tr>

</tbody></table></td>

</tr>
<tr>
<td valign="top" align="center" height="5"><img src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" width="1" border="0" height="5" /></td>
</tr>
</tbody></table>

<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br /><div align="left">
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้
เจ็ทสตาร์ยังเปิดบริการเที่ยวบินระหว่างเพิร์ธ-จาการ์ตาสัปดาห์ละ 3 เที่ยว
ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2551
และเตรียมเปิดเที่ยวบินระหว่างเพิร์ธ-สิงคโปร์ด้วยฝูงบิน A320
ทุกวันตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2551 เป็นต้นไป
ซึ่งปัจจุบันสายการบินแควนตัสเปิดบริการเที่ยวบินระหว่างเพิร์ธ-สิงคโปร์วัน
ละ 2 เที่ยว<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>มร.บรูซ บิวคานัน</strong>
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเจ็ทสตาร์ กล่าวว่า
&#8220;เพิร์ธเป็นเมืองท่าสำคัญแห่งที่ 7 และเมืองท่าแห่งใหม่ล่าสุด
ในการให้บริการเส้นทางบินระหว่างประเทศ จากเขตตะวันตกของออสเตรเลีย
ที่ช่วยขับเคลื่อนให้เจ็ทสตาร์ขยายการให้บริการสู่ภูมิภาคเอเชียได้
อย่างกว้างขวาง และเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน
ตอกย้ำเจตนารมณ์ของบริษัทที่มุ่งขยายบริการเที่ยวบินภายในประเทศออสเตรเลีย
ตลอดจนสู่ภูมิภาคเอเชียและอื่นๆเพิ่มขึ้นถึงสัปดาห์ละ 50 %&#8221; มร.บิวคานัน
กล่าวเสริม<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&#8220;ด้วยเที่ยวบินใหม่ที่ให้บริการจากเพิร์ธของเจ็ทสตาร์
ทำให้กลุ่มแควนตัสมีที่นั่งโดยสารเพิ่มขึ้นสัปดาห์ละหลายพันที่นั่ง
เพื่อรองรับศักยภาพการเติบโตของเมืองเพิร์ธในฐานะที่เป็นจุดหมายปลายทางหลัก
ในการเดินทางทางอากาศและเป็นศูนย์กลางการบินระหว่างประเทศที่สำคัญอีกแห่ง
หนึ่งของออสเตรเลีย ทั้งยังส่งผลให้กลุ่มแควนตัสมีเที่ยวบินในเส้นทาง
เพิร์ธ-สิงคโปร์
ที่เชื่อมโยงนักท่องเที่ยวจากเอเชียและอื่นๆเพิ่มขึ้นถึงสัปดาห์ละ 50 %&#8221;
มร. บิวคานัน กล่าว<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้
เที่ยวบินระหว่างประเทศของเจ็ทสตาร์ที่ให้บริการจากเพิร์ธจะเป็นเที่ยวบิน
ร่วมกับสายการบินแควนตัส
เช่นเดียวกับเที่ยวบินระหว่างประเทศและในประเทศในเส้นทางอื่นๆ
โดยให้บริการร่วมด้านการเช็คอินกระเป๋าสัมภาระ
สำหรับผู้โดยสารในเที่ยวบินแวะเปลี่ยนเครื่องบนเส้นทางบิน
ระหว่างออสเตรเลียและสิงคโปร์ หรือจุดหมายอื่นๆ ของกลุ่มแควนตัส<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&#8220;ฝูงบินแอร์บัส A320 ใหม่ ที่มีกำหนดส่งมอบให้กลุ่มเจ็ทสตาร์ในอีก
6 ปีข้างหน้า จำนวน 65 ลำ
จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนให้เจ็ทสตาร์สามารถขยายเครือข่ายเส้นทางบินระยะใกล้
และยกระดับเพิร์ธให้เป็นศูนย์กลางการบินที่เชื่อมโยงออสเตรเลียและเอเชีย
เข้าไว้ด้วยกัน&#8221; มร.บิวคานันกล่าวปิดท้าย<br /></div><br /><div align="left"><br /><font color="#003366">โดย ผู้จัดการออนไลน์</font>
3 พฤศจิกายน 2551 20:09 น.<br />http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9510000130482&amp;Keyword=%a1%d2%c3%ba%d4%b9<br /></div><br /></center>]]>
    </content>
</entry>

<entry>
    <title>นกเหล็กโลกรุกเจาะตลาดบินจีน เชื่อเป็น &quot;ตลาดทอง&quot;</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.hflight.net/news/2008/11/200811000093.shtml" />
    <id>tag:www.hflight.net,2008:/news//1.93</id>

    <published>2008-11-05T02:33:39Z</published>
    <updated>2008-11-05T02:35:38Z</updated>

    <summary>เอเอฟพี - ยักษ์อุตสาหกรรมการบินระดับโลกแห่เข้าร่วมงานแอร์โชว์ที่ประเทศจีน หวังขยายธุรกิจการบินพาณิชย์ท่ามกลางวิกฤตการเงินโลกที่ยังคงปั่นป่วน...</summary>
    <author>
        <name>HFlight - news</name>
        
    </author>
    
        <category term="ข่าวการบินต่างประเทศ" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#category" />
    
    
    <content type="html" xml:lang="en-US" xml:base="http://www.hflight.net/news/">
        <![CDATA[เอเอฟพี - ยักษ์อุตสาหกรรม<span class="HighLight">การบิน</span>ระดับโลกแห่เข้าร่วมงานแอร์โชว์ที่ประเทศจีน หวังขยายธุรกิจการบินพาณิชย์ท่ามกลางวิกฤตการเงินโลกที่ยังคงปั่นป่วน]]>
        <![CDATA[<table align="center" border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"><tbody><tr><td><table width="100%" border="0" cellpadding="0" cellspacing="5"><tbody><tr><td valign="middle" align="center"><img src="http://pics.manager.co.th/Images/551000014041301.JPEG" width="450" border="0" height="244" /></td>

</tr>
</tbody></table>
</td>
<td valign="middle" width="1" align="center" background="/images/linedot_vert.gif"><img src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" width="1" border="0" height="1" /></td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="1" align="right" height="1"><img src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" width="1" border="0" height="1" /></td>
<td valign="top" align="center" background="/images/linedot_hori.gif" height="1"><img src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" width="1" border="0" height="1" /></td>
<td valign="top" width="1" align="left" height="1"><img src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" width="1" border="0" height="1" /></td>
</tr>
</tbody></table><div align="center">



ทหารและเจ้าหน้าที่
กำลังชมขีปนาวุธรุ่น PL-96 ที่นำมาจัดแสดงภายในนิทรรศการไชน่า
แอร์โชว์ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองจูไห่
มณฑลกวางตุ้งทางตอนใต้ของประเทศจีนเมื่อวันจันทร์(3 พ.ย.)- ภาพ: เอเอฟพี<br /></div><br /><br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; โบอิ้งผู้ผลิตเครื่องบินโดยสารจากสหรัฐอเมริกาและแอร์บัสจากฝรั่งเศส
สองผู้ผลิตเครื่องบินระดับโลก พร้อมพันธมิตรธุรกิจการบิน 600 แห่ง จาก35
ประเทศ เข้าร่วมงานนิทรรศการไชน่า แอร์โชว์ ครั้งที่7 ประจำปี 2008
ที่เมืองจูไห่ มณฑลกว่างตง(กวางตุ้ง) เมื่อวันอังคาร( 4 พ.ย.)<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่บริษัทสายการบินหลายแห่งทั่วโลกต่างรายงานผลประกอบการในครึ่ง
ปีแรกของปีนี้ร่วงลงอย่างหนัก โดยเฉพาะผู้โดยสารในชั้นบิสสิเนส
เนื่องจากพิษการเงินโลกที่ลุกลาม <strong>ทว่าผู้ผลิตเครื่องบินทั้งหลายยังคงมั่นใจตลาดในจีนว่าจะกลับมาคึกคักใน 2-3 ปีข้างหน้า</strong><br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อเร็วๆนี้ บริษัทโบอิ้ง คอร์ปปอเรชันระบุว่า ในอีก 20
ปีข้างหน้า จีนจะยังมีความต้องการเครื่องบินพาณิชย์ชุดใหม่อีก 3,710
ลำ&nbsp;มูลค่า 3.9 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
ซึ่งจำนวนดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
จีนเป็นลูกค้ารายใหญ่สุดของสหรัฐฯ หรือคิดเป็นร้อยละ 41 ของทั้งหมด
โดยในงานวิจัยของโบอิ้งพบว่า
เฉพาะเครื่องบินขนส่งสินค้าของจีนอาจจะต้องเพิ่มขึ้นอีกจำนวน 370 ลำ
ภายในปี 2027 ซึ่งเป็น 4 เท่าของจำนวนเครื่องบินที่จีนมีอยู่ทั้งหมด<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะเดียวกัน ทอม เอนเดอร์ส ผู้บริหารระดับสูงของแอร์บัสก็ระบุว่า
ทางบริษัทคาดหวังว่าจะได้รับการสั่งซื้อมากขึ้นจากทางการจีนภายในต้นปี2009
ซึ่งตามข้อตกลงเดิมจีนจะสั่งซื้อเครื่องบินขนส่งสินค้าจากแอร์บัสจำนวน 280
ลำ<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับงานไชน่า แอร์โชว์ที่จูไห่ประจำปีนี้
ทางแอร์บัสได้นำเอาเครื่องบินซุปเปอร์จัมโบ้รุ่น A-380
ซึ่งเป็นเครื่องบินโดยสารขนาดใหญที่สุดของโลก
มาจัดแสดงภายในนิทรรศการครั้งนี้ด้วย นอกจากนี้ ยังขนเครื่องบินรบ
ขีปนาวุธ ออกโชว์ในงานด้วย<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong><font color="#cc6600"><font color="#993300">อย่าง
ไรก็ตาม
สัญญาณความต้องการเครื่องบินโดยสารของจีนส่อแววลดลงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
สองยักษ์สายการบินจีนเช่น แอร์ ไชน่าและไชน่า อีสเทิร์นได้ประกาศ</font><a href="http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9510000128350" target="_blank"><font color="#ff6600">ผลกำไรที่ชะลอตัวลงในไตรมาสที่3</font></a></font></strong><a href="http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9510000128350" target="_blank"> </a><br /><br /><br /><font color="#003366">โดย ผู้จัดการออนไลน์</font>
3 พฤศจิกายน 2551 18:54 น.<br />http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9510000130418&amp;Keyword=%a1%d2%c3%ba%d4%b9<br />]]>
    </content>
</entry>

<entry>
    <title>โลว์คอสท์เวียดนามแจ้งเกิดอีกรอบ สบช่องขาลงน้ำมันดิบตลาดโลก</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.hflight.net/news/2008/11/200811000092.shtml" />
    <id>tag:www.hflight.net,2008:/news//1.92</id>

    <published>2008-11-05T02:30:43Z</published>
    <updated>2008-11-05T02:32:04Z</updated>

    <summary>ผู้จัดการรายสัปดาห์-รัฐบาลเวียดนามเพิ่งจะออกใบอนุญาตให้แก่สายการบินเอกชนอีกแห่งหนึ่งในปลายเดือน ต.ค.นี้ กลายเป็นสายการบินแห่งที่หกของประเทศและเป็นแห่งที่สามที่เอกชนถือหุ้น 100%...</summary>
    <author>
        <name>HFlight - news</name>
        
    </author>
    
        <category term="ข่าวการบินต่างประเทศ" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#category" />
    
    
    <content type="html" xml:lang="en-US" xml:base="http://www.hflight.net/news/">
        <![CDATA[ผู้จัดการรายสัปดาห์-รัฐบาลเวียดนามเพิ่งจะออกใบอนุญาตให้แก่สาย<span class="HighLight">การบิน</span>เอกชนอีกแห่งหนึ่งในปลายเดือน ต.ค.นี้ กลายเป็นสายการบินแห่งที่หกของประเทศและเป็นแห่งที่สามที่เอกชนถือหุ้น 100% ]]>
        <![CDATA[&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; สิ่งนี้มีขึ้นในขณะที่สายการบินอินโดไชน่าแอร์ไลน์ (Indochina Airlines)
ซึ่งเป็นสายการบินโลว์คอสท์แห่งใหม่ประกาศแผนการบินในเดือนหน้า และ
เจ็ทสตาร์แปซิฟิก (JetStar Pacific)
ประกาศเลื่อนแผนการบินเข้าประเทศไทยกับกัมพูชาออกไปเป็นปลายเดือน
พ.ย.เช่นเดียวกัน<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ตามรายงานของสื่อทางการเวียดนาม สายการบินแม่โขงเอวิเอชั่น (Mekong
Aviation) ซึ่งมีเงินทุนจดทะเบียน 200,000 ล้านด่ง หรือ 11.9 ล้านดอลลาร์
ประกาศจะเริ่มให้บริการในปี 2553 โดยจะใช้เครื่องบินจำนวน 10 ลำในระยะแรก<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรมการบินพาณิชย์เวียดนามเปิดเผยว่ายังมีนักลงทุนอีกหลายรายแสดงความ
สนใจขอใบอนุญาตการบิน
และอยู่ระหว่างจัดเตรียมเอกสารเสนอต่อกระทรวงคมนาคมและขนส่ง<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สื่อของทางการรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่กระทรวงดังกล่าว
ว่า เวียดนามมีแผนจะออกใบอนุญาตให้สายการบินเอกชนจำนวน 5
แห่งภายในปีข้างหน้านี้
ขณะจะต้องเปิดภาคบริการทั้งหมดให้ต่างชาติเข้าแข่งขันได้
ภายใต้พันธะสัญญาที่ให้กับองค์การการค้าโลก<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อินโดไชน่าแอร์ไลน์จะเปิดบินในประเทศตั้งแต่วันที่ 25
พ.ย.เป็นต้นไป โดยใช้นครโฮจิมินห์เป็นฐาน ประเดิมเส้นกรุงฮานอย
กับนครด่าหนัง ด้วยเครื่องโบอิ้ง 737-800 ขนาด 172 ที่นั่ง<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สายการบินนี้กล่าวว่า
เมื่อสามารถหาเครื่องบินให้บริการเพิ่มได้ตามเป้าหมาย
จะขยายการบินไปยังปลายทางอื่นๆ ทั่วประเทศ
รวมทั้งเปิดบินเชื่อมปลายทางต่างๆ ในภูมิภาคนี้เช่นเดียวกัน<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สายการบินทั้งหกแห่งในขณะนี้ได้แก่
เวียดนามแอร์ไลน์ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติ วาสโก้แอร์ (VASCO Air)
ซึ่งเป็นสายการบินลูกและให้บริการบินเช่าเหมาลำกับขนส่งสินค้า
เจ็ทสตาร์แปซิฟิกแอร์ไลน์ หรือ "แปซิฟิกแอร์ไลน์" (Pacific Airline)
เดิมซึ่งสายการบินแควนตัส (Qantas) ร่วมถือหุ้นอยู่ด้วย<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในเดือน
ธ.ค.ปีที่แล้วได้มีการประกาศก่อตั้งสายการบินเวียดเเจ็ทแอร์ (VietJet Air)
เป็นสายการบินเอกชนแห่งแรก และเป็นการบินโลว์คอสท์สายที่สอง<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แต่เดิมเวียดเจ็ทฯ มีแผนจะเปิดให้บริการในเดือน ธ.ค.ปีนี้
แต่ปัญหาหารเงินรวมทั้งราคาน้ำมันที่แพลงลิ่วในตลาดโลก
ทำให้ต้องเลื่อนออกไปในปีหน้า<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปัญหาราคาเชื้อเพลิงซึ่งคิดเป็นต้นทุนกว่า 60% ของสายการบินต่างๆ
ได้ทำให้การแข่งขันเปิดสายการบินต้นทุนต่ำในเวียดนามซบเซาลงอย่างรุนแรงในปี
นี้ ทุกแห่งต้องลดเส้นทางบิน หรือเลื่อนการเปิดบินเส้นทางใหม่ๆ
ออกไปไม่มีกำหนด<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ราคาน้ำมันดิบที่ลดลงจากช่วงสูงสุด 140 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลใน 2
เดือนก่อนหน้านี้เหลือเพียง 70 ดอลลาร์เศษในช่วงนี้
ได้ทำให้วงการบินโลว์คอสท์คึกคักอีกครั้งหนึ่ง<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อินโดไชน่าแอร์ไลน์ที่ได้รับอนุญาตในต้นปี 2550 ในนามแอร์สปีดอัพ
(Air Speed Up) และแต่เดิมมีกำหนดจะเปิดให้บริการในปีหน้า
ได้ใช้โอกาสคู่แข่งประสบปัญหา
รวบรัดเปิดให้บริการก่อนสิ้นปีโดยใช้เครื่องบินเช่า<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นักวิเคราะห์กล่าวว่าหากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีเสถียรภาพ
ธุรกิจการบินต้นทุนต่ำในตลาดเวียดนาม 86 ล้านคน และ
รายได้ต่อหัวประชากรต่อปีเพิ่มขึ้นทุกปี
น่าจะไปได้ดีท่ามกลางการแข่งขันที่ทำให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับเวียดนามซึ่งมีสภาพภูมิศาสตร์เป็นพื้นที่ทอดยาวแนวเหนือใต้
รวมระยะทางทางบกกว่า 3,000 กิโลเมตรนั้น
ยังไม่มีระบบขนส่งมวลชนชนิดใดตอบสนองได้ดีเท่ากับการขนส่งทางอากาศ
อย่างน้อยก็ตลอดอีก 10 ปีข้างหน้า<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<b>นั่นคือโอกาสของสายการบินโลว์คอสท์ทั้งหลาย</b><br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตามการบินต้นทุนต่ำในเวียดนามมีเดิมพันที่สูงยิ่งเช่นเดียว
กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ
ต้องบินแข่งกับสายการบินแห่งชาติซึ่งตลอดมาได้ผูกขาดเส้นทางสำคัญเอาไว้ใน
มือ และจำกัดเที่ยวบินสำหรับกลุ่มโลว์คอสท์ที่เกิดใหม่<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนั้นสายการบินใหม่ยังจะต้องแข่งกับเจ็ทสตาร์แปซิฟิกที่ครอง
ตลาดโลว์คอสท์แต่เพียงผู้เดียวในวันนี้
ทุกแห่งจะต้องงัดทุกกลวิธีในการชิงผู้โดยสาร<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้บริหารของอินโดไชน่าแอร์ไลน์กล่าวว่า
จะใช้กลยุทธ์ส่งเสริมการขายตลอดไป โดยใช้จุดขายที่สำคัญ
รวมทั้งการเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มเช่นเดียวกับการบินที่ซื้อตั๋วเต็มราคา<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นักวิเคราะห์กล่าวว่า
การบินต้นทุนต่ำในเวียดนามจะต้องใช้เวลาอีกหลายปีในการพัฒนาการแข่งขัน
และความหวังอันแท้จริงที่จะให้กำไรเป็นกอบเป็นกำมากกว่าก็คือ
การบินเชื่อมปลายทางสำคัญต่างๆ ในภูมิภาค<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แต่กว่าจะถึงเวลานั้นสายการบินจะต้องเตรียมความพร้อมในเรื่องเครื่องบินให้บริการซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่ง<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เจ็ทสตาร์แปซิฟิกซึ่งในปัจจุบันมีเครื่องโบอิ้ง 737
เพียงสี่ลำในฝูงกำลังจะเป็นโลว์คอสท์สัญชาติเวียดนามแห่งแรกที่บินเข้าไทย
กับประเทศเพื่อนบ้าน แต่จะต้องมีเครื่องบินถึง 30 ลำ
จึงจะบินเชื่อมปลายทางอื่นๆ ในภูมิภาคได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สายการบินนี้ได้ประกาศจะเริ่มบินเส้นทางโฮจิมินห์-กรุงเทพฯ
ในวันที่ 31 ต.ค.นี้ แต่ได้เลื่อนเที่ยวบินประวัตติศาสตร์นี้ออกไปพร้อมๆ
กับเที่ยวบินไปยังเมืองเสียมราฐ
เนื่องจากความไม่พร้อมของเครื่องบินเป็นหลัก<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เจ็ทสตาร์แปซิฟิกประกาศให้ผู้โดยสารที่จองตั๋วสำหรับเที่ยวบินวันที่
31 ต.ค. ไปใช้บริการของบางกอกแอร์เวย์แทน และใช้สายการบินเสียมราฐแอร์ไลน์
สำหรับผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วไปกัมพูชา<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หลายปีมานี้เวียดนามได้อนุญาตให้สายการบินโลว์คอสท์ในภูมิภาคนี้หลาย
แห่งบินเข้าสู่กรุงฮานอย โดยเริ่มจากแอร์เอเชีย (AirAsia)
จากกัวลาลัมเปอร์ เจ็ทสตาร์เอเชีย (JetStar Asia) กับไทยเกอร์แอร์ (Tiger
Air) จากสิงคโปร์และสายการบินอีกแห่งหนึ่งจากฟิลิปปินส์ด้วย<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แต่กรุงเทพฯ-โฮจิมินห์เป็นเส้นทางบินที่บริสุทธิ์ผุดผ่องมาตลอด
สำหรับสายการบินต้นทุนต่ำ จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ
นี้โดยเวียดนามได้ประเดิมให้กับสายการบินไทยแอร์เอเชีย (Thai AirAsia)
ที่บินตรงจากกรุงเทพฯ<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โฮจิมินห์มีประชากร 8 ล้านคน
เป็นนครใหญ่ที่สุดและเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจในภาคใต้ของประเทศ
ซึ่งได้กลายเป็นศูนย์กลางการบินที่พลุกพล่านที่สุดของประเทศ<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ก่อนหน้านี้การบินจากกรุงเทพฯ ไปโฮจิมินห์มีตัวเลือกให้ไม่มากโดยมีการบินไทยกับเวียดนามแอร์ไลน์เป็นหลัก<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถานการณ์นี้ได้เปลี่ยนไปอย่างเป็นขั้นเป็นตอน พร้อมกับการก่อเกิดของสายการบินต้นทุนต่ำในเวียดนาม.<br /><br /><br /><font color="#003366">โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์</font>
3 พฤศจิกายน 2551 18:47 น.<br />http://www.manager.co.th/mgrWeekly/ViewNews.aspx?NewsID=9510000130073&amp;Keyword=%a1%d2%c3%ba%d4%b9<br />]]>
    </content>
</entry>

</feed>
