Jump to content



 
จองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม จองรถเช่า
แผนกบริการลูกค้า โทร 02-3737-555 จันทร์ - เสาร์ 09.00-18.00น.

 

ค้นหาข้อมูลท่องเที่ยวและการบินในเอชไฟล์ท เชิญด้านล่างนี้

หน้าแรก | เว็บบอร์ดรีวิว | จองตั๋วเครื่องบิน | จองโรงแรม | เที่ยวต่างประเทศ | เที่ยวในประเทศ | ลงโฆษณา

48 Hours in Mandalay with THAI Smile : เที่ยวมัณฑะเลย์ ครบสูตร ง่ายๆ สบายๆ ไปกับไทยสมายล์

Mandalay Trip Sagaing U-Bein Bridge Amarapura Mahamuni Mandalay Hills

  • Please log in to reply
28 replies to this topic

#1 ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

    สมาชิก Business Class

  • Sponsor Member
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • 1,586 posts
  • Locationเชียงใหม่

 


Posted 03 June 2013 - 01:44 AM

Advertisements

สวัสดีครับ หลังจากที่ดองกระทู้ซะเค็มปี๋ ตอนนี้ได้ฤกษ์ต้องนำทริปเที่ยวมัณฑะเลย์มาฝากแล้วครับ

ซึ่งทริปนี้ผมได้มีโอกาสไปเยือนมัณฑะเลย์ เป็นเวลา 48 ชั่วโมงพอดิบพอดี ซึ่งถามว่าน้อยไปไหม ผมก็ว่าค่อนข้างตึงใช้ได้เหมือนกัน

แต่สำหรับคนที่มีเวลาน้อย ผมก็คิดว่าโอเคอยู่นะครับ

 

ในช่วงต้นเดือนมีนาคม ผมได้รับคำเชิญชวนจากฝ่าย Social Media ของบริษัทการบินไทยจำกัด (มหาชน) ให้ไปร่วมทริปเที่ยวบินปฐมฤกษ์

ของหน่วยธุรกิจการบินไทยสมายล์ ในเส้นทางบินตรง กรุงเทพ-มัณฑะเลย์ ซึ่งก็เป็นอะไรที่ผมค่อนข้างตื่นเต้น

เพราะไม่เคยได้มีโอกาสขึ้นเครื่องไทยสมายล์ ก็ได้ขึ้นซักที

รายละเอียดรีวิวเที่ยวบินไป-กลับ สุวรรณภูมิ-มัณฑะเลย์-สุวรรณภูมิ TG781/782 กับ THAI Smile

ลองไปอ่านฉบับเต็มๆ แบบละเอียดยิบๆ ได้ที่นี่ครับ http://www.hflight.n...ms/topic/12436-

เพราะจะว่าไป ตัวผมเองก็รู้อยู่แก่ใจว่า 'อะไรคือคุณค่าที่คุณคู่ควร' แต่อย่างน้อย สายการบินนี้ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเดินทางสู่มัณฑะเลย์

แบบไม่ต้องจ่ายค่าบริการเสริมนั่นนู่นนี่ เพราะทุกอย่างได้รวมไว้หมดแล้ว ทั้งเลือกที่นั่งฟรี โหลดสัมภาระได้ถึง 20 กิโลกรัม สะสมไมล์ ROP ได้ (เป็นไปตามเงื่อนไขตั๋ว) มีของว่างและเครื่องดื่มให้บริการฟรีบนเที่ยวบิน บริการภาคพื้นมาตรฐานการบินไทย และบริการสดใสจากแอร์เอ๊าะๆ บนเครื่องบิน

 

tgprice.jpg

 

สำหรับกระทู้นี้ ผมจะกล่าวเรื่องการเดินทางท่องเที่ยวในมัณฑะเลย์ และละแวกใกล้เคียง

ก่อนจะไปเยือนพม่า เราก็ต้องทำวีซ่ากันก่อนครับ โดยของผมก็โชคดีที่มีผู้สนับสนุน

ก็เตรียมเอกสารไปให้เรียบร้อย แล้วทางการบินไทยเป็นผู้ยื่นเรื่องทำวีซ่าให้แบบเสร็จสรรพ เหมือนจะง่ายใช่ไหมครับ

แต่ถ้าผมไม่ได้บอกวิธีการทำวีซ่า คงไม่ใช่รีวิวผมแล้วหล่ะ 555+

 

ทำวีซ่าพม่ากันนะครับ

แหม่ จะบุก Mandalay จะไปพม่า แม้จะเป็นประเทศอาเซียนเหมือนกัน แต่ก็ต้องทำวีซ่า !! ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ คนไทยเราจองตั๋วปุ๊บปั๊บแล้วจะบินเข้าประเทศเขาได้เลย (ตอนนี้เหลือแต่พม่าประเทศเดียวในอาเซียนแล้ว ขนาดพี่เขมรก็ไม่ต้องจ่ายค่าวีซ่าใดๆ แล้วครับ) ดังนั้น ก็ต้องแนะนำเรื่อง 'การทำวีซ่าท่องเที่ยวพม่า'กันซักหน่อยนึงครับ .... เพราะต้องเตรียมตัวก่อนที่จะไปกัน !!

สำหรับวีซ่าท่องเที่ยว คนไทยสามารถยื่นขอตรงกับสถานทูตพม่า ถนนสาธร เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS ลงที่สถานีสุรศักดิ์ เดินเข้าซอยฝั่งเดียวกับโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน โดยเตรียมเอกสารให้พร้อมนั่นก็คือ 
1. แบบฟอร์ม 2 หน้านี้กรอกให้เรียบร้อย ประกอบไปด้วยแบบฟอร์มขอวีซ่า และแบบฟอร์มประวัติการทำงาน โหลดที่ลิ๊งค์นี้ได้เลยครับhttp://www.mediafire...iwqbv28lqeb1zdp 
2. รูปถ่ายขนาด 2 นิ้วฉากหลังสีขาว จำนวน 2 ใบ (1 ใบแปะในแบบฟอร์ม อีกใบเหน็บไปกับพาสปอร์ตส่งให้เจ้าหน้าที่ได้เลย) 
3. หนังสือเดินทางเล่มจริง ซึ่งมีอายุเหลืออยู่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน พร้อมสำเนาหน้าหนังสือเดินทาง
4. ถ้ามีเอกสารการจองตั๋วเครื่องบินเตรียมไปด้วยก็ได้ แต่บางทีอาจไม่ได้ใช้ (กรณีขอด่วน 1 วันต้องมีเอกสารการจองตั๋วเครื่องบินไปแสดงด้วย)

สถานทูตพม่า เปิดทำการรับยื่นเอกสารขอวีซ่า 9.00-12.00 น. วันจันทร์-ศุกร์ โดยใช้เวลาในการขอวีซ่าปกติ 3 วันทำการ ค่าวีซ่าปกติ 810 บาท โดยสามารถรับเล่มคืนได้เวลา 15.30 - 16.30 น. (กรณีต้องการทำวีซ่าด่วน ยื่นเช้ารับบ่ายวันเดียวกัน ค่าวีซ่าอยู่ที่ 1,260 บาท ส่วนกรณีปกติยื่นวันจันทร์เช้าจะได้รับบ่ายวันพุธ หรือถ้ายื่นวันศุกร์จะได้รับเล่มบ่ายวันอังคาร เป็นต้น) 

สำหรับชาว ตจว. ที่ไม่สะดวกไปทำวีซ่าเอง มีบริษัททัวร์หลายเจ้าให้บริการรับยื่นเอกสารให้ เพียงแค่ส่งเอกสารไปให้เขาครบถ้วน เขาก็จะยื่นเรื่องให้ทุกสิ่งอย่างแล้วก็ส่งเล่มกลับคืนให้พร้อมเดินทางทันที (ลองคนในกูเกิ้ลก็ได้ครับ มีหลายเจ้า ราคาค่าวีซ่ารวมค่าบริการ ก็ประมาณ 1,200-1,800 บาทแล้วแต่จำนวนเล่มที่ยื่นขอวีซ่าไปพร้อมกัน) ลองดูกระทู้รีวิวไปทำวีซ่าพม่าอันนี้ก็ได้ครับ เผื่อใครกลัวจะหลงทาง http://topicstock.pa.../E11987368.html 

ได้มาเรียบร้อยครับ วีซ่าพม่า แต่ที่เห็นนี้ของผมพอดียื่นเรื่องแบบ Business Visa (Single Entry) เลยได้จำนวนวันเป็น 70 วัน โดยวีซ่าท่องเที่ยวปกติจะได้ 28 วันครับ ^^

 

myanmarvisa.jpg





Advertisements

#2 ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

    สมาชิก Business Class

  • Sponsor Member
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • 1,586 posts
  • Locationเชียงใหม่

Posted 03 June 2013 - 02:09 AM

ขอเกริ่นการเดินทางแบบสั้นๆ ครับ

ทริปนี้ ผมเดินทางออกจากเชียงใหม่ โดยสายการบินนกแอร์ ลงดอนเมือง ด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ใหม่ล่าสุด คือเจ้านกสบาย HS-DBK นั่นเอง

ซึ่งตอนนี้ ให้บริการในเที่ยวบิน ดอนเมือง-เชียงใหม่ DD8302/DD8324 (7.00 และ 19.00 น.) เชียงใหม่-ดอนเมือง DD8303/DD8325 (14.05 และ 20.40 น.) และ เชียงใหม่-หาดใหญ่-เชียงใหม่ DD8632/DD8633 เป็นประจำทุกวัน สำหรับใครอยากเจอเครื่องใหม่กิ๊กแบบนี้ ก็เรียนเชิญจองเที่ยวบินข้างต้นรับรองว่าได้เจอแน่ๆ (ถ้าไม่มีเหตุที่ทำให้ต้องเปลี่ยนเครื่องบินนะครับ) 

 

IMG_0636.JPG


เช็คอินกับนกแอร์ง่ายๆ ถ้าเป็นสมาชิกนกแฟนคลับ ได้รับสิทธิ์โหลดกระเป๋าเพิ่มฟรีอีก 5 กิโลกรัมรวมเป็นฟรี 20 กิโลกรัม ปกติก่อนเวลาออกเดินทางราว 2 ชั่วโมง ก็จะมีบริการ Nok Call Home หรือบริการเช็คอินทางโทรศัพท์ ซึ่งระบบอัตโนมัติจะโทรหาสมาชิก เพื่อสอบถามว่าต้องการเช็คอินหรือไม่ ถ้าต้องการเช็คอินจะต่อสายให้คุยกับเจ้าหน้าที่ได้เลยแล้วตรงดิ่งไปสนามบินเพื่อรับบอร์ดดิ้งพาสก่อนเครื่องออกอย่างน้อย 30 นาที .... สำหรับเว็บเช็คอิน ทำได้ล่วงหน้า 24 ชั่วโมงก่อนเวลาออกเดินทาง สามารถ print บอร์ดดิ้งพาส ตรงดิ่งไปที่ Gate ได้เลย ในกรณีที่ไม่มีสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่อง โดยไม่ต้องแวะที่เคาน์เตอร์เช็คอินอีกครับ ^^ เลือกที่นั่งล่วงหน้าฟรี แบบสบายๆ อยากนั่งหน้า นั่งหลัง ริมหน้าต่าง จัดไป (ยกเว้นที่นั่งแถวหน้าสุด หรือ Emergency Exit ต้องมาขอที่เคาน์เตอร์เช็คอิน ตามดุลยพินิจที่เจ้าหน้าที่เขาจะให้ครับ)

 

IMG_0647.JPG

 

ซึ่งเจ้านกสบาย HS-DBK มีจุดเด่นเรื่องความโปร่งสบายของห้องโดยสาร ที่ดูโอ่อ่ากว่าเครื่องบินขนาดเดียวกัน พร้อมกับสามารถเล่นแสงสีในห้องโดยสาร ปรับตามบรรยากาศได้ ซึ่งตอนนี้ในประเทศไทย ก็มีแค่ของนกแอร์ลำนี้หล่ะครับที่มี .... 

 

IMG_0651.JPG

 

1 ชั่วโมงต่อมา ผมก็มาถึงดอนเมือง ก็รีบกระโดดเกาะรถ Free Shuttle Bus ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ รถ Shuttle Bus ฟรี ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ : ออกเดินทางทุกชั่วโมงตั้งแต่ 5.00-24.00 น. (ช่วง 9.00-21.00 น. ออกทุกครึ่งชั่วโมง) เวลาเดียวกัน จากดอนเมือง ประตู 6 ขาเข้า และ จากสุวรรณภูมิประตู 3 ขาเข้าชั้น 2 โดยใช้เวลาเดินทางราว 45-50 นาที ด้วยรถยูโรส้มของ ขสมก. (ไม่มีที่ว่างกระเป๋า) แต่เห็นว่าอีกไม่นานนี้จะเปลี่ยนเป็นรถของ AOT สีขาวแบบที่เวียนในสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งจะมีที่วางกระเป๋า มีที่ยืนโหนมากขึ้น แต่มีที่นั่งน้อยลง สำหรับท่านที่ต้องการนั่งรถไปสถานี BTS หมอชิต ก็มีรถเมล์ให้บริการตรงดิ่งในราคา 30 บาทเช่นกันครับ

 

IMG_0533.JPG


ถ้าเชื่อมต่อระหว่างดอนเมือง-สุวรรณภูมิ ผู้โดยสารทุกคน ไม่ว่าจะเดินทางขาเข้าหรือขาออก หรือมีเที่ยวบินต่อเครื่อง หรือไม่ได้ต่อ 'สามารถใช้บริการได้ฟรี' เพียงโชว์บอร์ดดิ้งพาสที่เพิ่งเดินทางมาหมาดๆ หรือ เอกสารจองตั๋ว หรือ บอร์ดดิ้งพาสเที่ยวบินต่อไปแก่เจ้าหน้าที่ (ซึ่งบางทีก็ตรวจบ้าง ไม่ตรวจบ้าง แต่ข้างรถมีป้ายเขียนว่า 'สำหรับผู้โดยสารเท่านั้น') อาทิเช่น ใครบ้านใกล้สุวรรณภูมิ แต่ต้องไปบินดอนเมือง ก็สามารถมาขึ้นรถ shuttle ฟรีที่สุวรรณภุมิ เพื่อไปขึ้นเครื่องที่ดอนเมืองก็ได้ หรือ บ้านอยู่แถบดอนเมือง-รังสิต แต่ต้องไปขึ้นเครื่องสุวรรณภูมิ ก็ใช้รถฟรีนี้ไปขึ้นเครื่องได้ ประหยัดค่าเดินทางไปได้พอสมควรทีเดียวครับ ^^
 

IMG_0534.JPG

IMG_1397.JPG


เนื่องจากทริปนี้เป็นทริป 'แปรพักตร์' ดังนั้นผมก็ต้องเกาะรถ Shuttle Bus ไปสุวรรณภูมิ ซึ่งรอบค่ำๆ กลางคืน ผู้โดยสารต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีนแน่นมา ล้นล้งเล้งกันสุดๆ บางทีอาจต้องยืนกันตลอดทางด้วยซ้ำไป ถ้ามาก่อนก็ได้ขึ้นรถก่อน แต่ถ้ามาช้า ก็อาจต้องยืนตลอด 45-50 นาที โดยรถวิ่งบนทางด่วนโทลล์เวย์-ดินแดง-พระราม 9-มอเตอร์เวย์ ตลอดไม่มีการจอดรับส่งคนระหว่างทาง จนถึง สุวรรณภูมิขาออกชั้น 4 ประตู 5 ครับ (เอาหน่ะ ของฟรีเราไม่บ่น ดีกว่าไม่มีรถฟรีก็แล้วกัน !!)

 

IMG_0652.JPG

 

โรงแรมที่พัก ราคาหลักร้อย ถึงพันต้นๆ ใกล้สุวรรณภูมิ

เหมาะแก่การรอมาต่อเครื่องบิน โรงแรมหนึ่งที่ผมมาพักค้างค่อนข้างบ่อยมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคือ 'ทองทารีสอร์ท' ซึ่งเป็นโรงแรมฝั่งถนนลาดกระบัง ที่อยู่ใกล้สุวรรณภูมิระยะเดินทางเพียบ 10 นาทีถึงอาคารผู้โดยสาร มีบริการรถรับ-ส่งฟรี ที่ออกเดินทางค่อนข้างถี่มาก มีการจัดการที่เป็นระบบระเบียบ และลูกค้าเยอะมากเต็มเกือบทุกคืน ... 

 

IMG_0654.JPG


จองห้องพักตรงได้ที่ http://www.thongtaresortandspa.com/ หรือจะจองผ่านเว็บเอเจ้นท์ทั่วๆ ไปก็ได้ครับ ราคารวมรถรับ-ส่งสนามบิน และอาหารเช้าแบบ ABF ง่ายๆ เรียบร้อยแล้ว มี free wi-fi ในห้องพักด้วย (ทั้งนี้ มีโรงแรมที่ให้บริการลักษณะนี้อยู่หลายเจ้า ลองเปรียบเทียบราคาที่ http://www.hotelscombined.com/ ดูก่อนได้แต่ต้องดูเงื่อนไขด้วยว่า ที่ไหนฟรีรถรับ-ส่ง ที่ไหนไม่ฟรี ที่ไหนฟรีขาเดียว ที่ไหนต้องจ่ายเพิ่ม เป็นต้นครับ เพราะบอกตรงๆ บางทีก็แอบหมกเม็ดพอสมควร แต่ทองทานี้ ฟรีแน่ๆ เคยจองโปรฯ Expedia รุ่น V20 อันลือลั่น ก็ใช้รถ Shuttle ฟรีได้ครับ)
 

IMG_0659.JPG

IMG_0663.JPG


เรื่องของเรื่องคือ เนื่องด้วย 'ทองทา' เค้าขายดิบขายดีมาก ก็เลยมีการสร้างตึกใหม่ที่ดูอลังการกว่าเดิมเรียกว่าตึก Superior (ตึกเดิมคือตึก Standard) โดยเจ้าตึก Superior ที่พิเศษกว่าคือ มีลิฟท์ และระเบียงที่เปิดโล่งกว้างกว่าเดิม ย้ยห้องน้ำมาติดกับประตูทางเข้าออก ส่วนอื่นๆ ก็คล้ายของเดิมครับ และที่สำคัญเดิมทีตึกนี้จะสร้างสระว่ายน้ำด้วย แต่เห็นว่าจากเหตุการณ์น้ำท่วมเมือปี 54 ก็เลยชะลอแผนออกไป สระว่ายน้ำที่ตั้งใจจะสร้างก็เลยถูกถมด้วยหินกลายเป็นลานจอดรถหน้าอาคารซะอย่างนั้น ตึกนี้ราคาจะสูงกว่าตึก standard ประมาณ 300 บาท แต่อื่นๆ ภายในห้องก็เหมือนกันหมดครับ เช็คอินเรียบร้อย แจ้งเวลาปลุก และรอบรถที่จะเดินทางได้เลย มีรถออกทุกครึ่งชั่วโมง ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 10-15 นาทีถึงอาคารผู้โดยสารขาออกแน่นอนครับ ^^ (ขอขอบคุณ นายฟ้าใส BLUEPLANET ผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ)

 

 

และแล้ว .... ก็เริ่ม เที่ยวบินปฐมฤกษ์ สุวรรณภูมิ-มัณฑะเลย์กันครับ

 

IMG_0694.JPG

 

ครั้งแรกของผมกับไทยสมายล์ ลูกสาวป้าม่วง ThaiAirways ณ สุวรรณภูมิ ซึ่งมีจุดเด่นเรื่องความน่ารักสดใสของลูกเรือสวยเป๊ะๆ ในเครื่องแบบสีส้ม โดนใจวัยทำงาน ในเส้นทางการบินเปิดใหม่ สุวรรณภูมิ - มัณฑะเลย์ TG781 เวลา 7.25 - 8.50 น. (บินทุกวันยกเว้นวันจันทร์ และ พฤหัสบดี) ซึ่งค่อนข้างเช้าพอสมควร แต่ก็คิดว่า ไปถึงก่อนก็น่าจะได้เที่ยวก่อนแต่เช้านั่นเองครับ ^^

IMG_0683.JPG

 

ตั้งแต่ 31 มีนาคม 2556 เคาน์เตอร์เช็คอินของการบินไทยสมายล์ ย้ายมาอยู่ที่ Row E 11-19 (คุ้นๆ นะ !!) ทั้งเที่ยวบินภายในประเทศ และเที่ยวบินระหว่างประเทศ สำหรับเที่ยวบินสู่มาเก๊า TG750 และ มัณฑะเลย์ เที่ยวบิน TG781 ชั้น SmilePlus เช็คอินที่ช่อง E11 และชั้นประหยัดที่ช่อง E14-16 ได้เลยครับ ได้เลยครับ ให้บริการเช็คอินโดยเจ้าหน้าที่การบินไทยรุ่นใหญ่ชุดม่วงตามมาตรฐานปกติ Light Premium (บริการภาคพื้นโดยการบินไทย) โหลดสัมภาระได้ฟรี 20 กิโลกรัม เลือกที่นั่งได้ตามอัธยาศัย 

 

IMG_0711.JPG

 

ซึ่งผมขอแนะนำว่า สำหรับเครื่องแอร์บัส A320 ของการบินไทยสมายล์ ถ้าโชคดี request ได้แถว 34-35 จะสบายที่สุด (31-33 เป็น SmilePlus ชั้นนักธุรกิจซึ่งจะเว้นที่นั่งตรงกลางไว้) ส่วนแถวที่ 36-40 โซนหน้าก็ยังนั่งสบาย แถว 41-42 เป็น Emergency Exit กว้างสุด (แถว 40-41 เอนเบาะไม่ได้) ช่วงแถว 43-49 ระยะห่างของแถวก็ยังพอทำเนานั่งได้โอเคอยู่ แต่ ... ตั้งแต่แถว 50-59 โซนท้ายเครื่องค่อนข้างอึดอัดพอสมควร ถ้าไฟล์ทเต็มๆ แน่นๆ คนตัวสูงๆ รับรองอึดอัดแน่ๆ ครับ !! สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ สามารถสะสมไมล์ ROP การบินไทยได้ตามปกติ (ระหว่างประเทศ ราคาโปรโมชั่น ไม่สามารถสะสมไมล์ได้) ได้รับบอร์ดดิ้งพาสเป็นลายการบินไทยแล้วก็ตรงดิ่งไปผ่าน ตม. ได้เลย แบบว่าคนเยอะจริงอะไรจริง !!

 

IMG_0752.JPG

 

ว่าด้วยการบริการบนเครื่อง : หลายๆ คนคงเคยจะได้ยินและอาจจะเข้าใจว่า การบินไทยสมายล์ คือสายการบินโลว์คอสต์อีกเจ้าหนึ่งของ ThaiAirways แต่ความเป็นจริงแล้ว ไทยสมายล์เป็นหน่วยธุรกิจหนึ่งที่ให้บริการเที่ยวบิน ในรูปแบบของ Light Premium คือ ยังคงมีบริการเต็มรูปแบบอยู่แต่ไม่ได้เทียบเท่ากับการบินไทย โดยมีการลดต้นทุนหลายอย่างอาทิเช่น การใช้เครื่องบินแบบเดียวกัน ลูกเรือรุ่นใหม่แบบมีสัญญาจ้าง รวมถึงการบริการบนเครื่อง ที่เน้นการให้บริการของว่างและเครื่องดื่มแต่ไม่ได้เต็มรูปแบบเท่าการบินไทย ทั้งนี้ยังคงสิทธิประโยชน์ของการบินไทย อาทิเช่นการบริการภาคพื้น หรือ การสะสมไมล์ ROP ตามที่การบินไทยกำหนด รวมถึงการจองผ่านช่องทางการบินไทยได้ทุกช่องทาง อาทิเช่น เคาน์เตอร์ที่สนามบิน, Call Center 02-3561111 (เปิด 24 ชั่วโมง) หรือ ตัวแทนจำหน่ายของการบินไทย ^^

 

IMG_0739.JPG


ดังนั้น สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ สิ่งที่ผู้โดยสารชั้นประหยัดจะได้รับก็คือ ของว่าง และของหวาน พร้อมน้ำดื่ม 1 ขวด บรรจุมาในถุง Smile Pack (สำหรับเที่ยวบินภายในในประเทศอาจมีเพียงแค่ของว่างเท่านั้น) ถ้าเป็นชั้น SmilePlus (ชั้นธุรกิจ) จะเสิร์ฟเป็นอาหารร้อน และ สำหรับเที่ยวบินระยะทางบินไกลมากกว่า 4 ชั่วโมงขึ้นไป (อาทิเส้นทางอินเดีย) ชั้นประหยัดก็จะเสิร์ฟอาหารร้อนเช่นกัน .... 

 

IMG_0740.JPG

และตั้งแต่ 14 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา
การบินไทยสมายล์ ได้เพิ่มบริการเครื่องดื่ม ชา-กาแฟ-น้ำส้ม-น้ำอัดลม ให้กับผู้โดยสารทุกท่าน 'ฟรี' ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม โดยจะเดินรถเข็นเครื่องดื่มหลังจากแจกถุง Smile Pack เรียบร้อยแล้วนั่นเองครับ ^^

 

IMG_1341.JPG



#3 ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

    สมาชิก Business Class

  • Sponsor Member
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • 1,586 posts
  • Locationเชียงใหม่

Posted 03 June 2013 - 02:25 AM

IMG_0764.JPG
 
วิธีการเดินทางเข้าเมือง จากสนามบินมัณฑะเลย์ : หลังจากที่เราบินตรงมา 1.50 ชั่วโมงจากกรุงเทพ ถึง Mandalay International Airport ซึ่งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองมัณฑะเลย์ไปทางทิศใต้ราว 35 กิโลเมตร เครื่องบินทุกสายการบินจะจอดกลางลานจอด (เหตุผลเพราะว่าที่นี่ไม่มีรถ push back ถอยเครื่องบิน เลยจอดเทียบงวงไม่ได้ แม้จะมีงวงมากมายก็ตาม !!!) นั่งรถบัสสไตล์รถเมล์พม่าเข้ามาที่อาคาร ผ่าน ตม. แบบสบายๆ แม้จะต้องรอคิวบ้างนิดหน่อย 
 
IMG_0772.JPG
 
รับกระเป๋าเสร็จแล้ว
พอออกมาด้านนอกก็จะเจอเหล่าแก๊งค์แท๊กซี่ หลากหลายบริษัท ตั้งแถวเรียงหน้ากระดาน ดาหน้าเรียกลูกค้ากันอยู่ครับ
 
IMG_0781.JPG
 
ราคามาตรฐานสำหรับแท๊กซี่เข้าเมือง แบบ private อยู่ที่ 12,000 จ๊าด (ถ้าตีง่ายๆ 1,000 จ๊าด ประมาณ 35 บาท ค่าแท๊กซี่ก็จะตกประมาณ 420 บาท) แต่ถ้าแบบแชร์กัน คิดเป็นรายหัว ก็จะอยู่ที่ 4,000 จ๊าด (ประมาณ 140 บาท/คน) ส่งตรงถึงโรงแรมในเขตตัวเมือง
 
IMG_1239.JPG
 
ทั้งนี้เท่าที่ผมลองเช็คดู สำหรับ private taxi อาจเป็นแท๊กซี่รุ่นที่ไม่เปิดแอร์ก็เป็นได้ ถ้าเป็นแบบแชร์ ก็อาจจะเป็นรถตู้ขนาด 7 ที่นั่งไปด้วยกันหลายๆ คนพร้อมๆ กัน หากจะใช้บริการอาจจะลองสอบถามหลายๆ เคาน์เตอร์ดู (มีหลายเจ้าจริงๆ) ว่ารถเค้าเป็นแบบไหนอะไรยังไง โดยจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงจากสนามบินถึงใจกลางเมือง (ส่วนขนส่งสาธารณะอื่น อาทิเช่นรถบัส หรือรถเมล์ เท่าที่สังเกตดูไม่พบครับ)
 
IMG_1249.JPG
 
ทั้งนี้สำหรับท่านที่มีเวลาน้อย ต้องการเหมารถเที่ยวจากสนามบิน ตรงดิ่งไปยังสะพานไม้ U Bein Bridge หรือไปไหว้พระย่านเมือง Amarapura หรือเมือง Sagaing ก็ย่อมได้ครับ เท่าที่สอบถามราคาเช่ารถแท๊กซี่เหมาทั้งวันจากสนามบิน รวมไปถึงส่งเข้าโรงแรมและออกเที่ยวในย่านนี้ ราคาจะประมาณ 45,000 จ๊าด (และ 55,000 จ๊าด สำหรับรถติดแอร์ ตีเป็นเงินบาทประมาณ 1,575 - 1,925 บาท/วัน รวมน้ำมันแล้ว ทั้งนี้ผมไม่แน่ใจว่า ถ้าเหมาแท๊กซี่ที่อยู่ในเขตเมือง ราคาอาจจะถูกกว่าเหมาของสนามบินก็เป็นได้ครับ เห็นในเฟสบุ๊กผมมีสมาชิกมาแนะนำว่า แค่ประมาณ 40,000 จ๊าด/วันเท่านั้นเองครับ )
 
IMG_1238.JPG

นอกจากนี้ บริเวณชั้นขาเข้า จะมีเคาน์เตอร์แลกเงินของธนาคาร KBZ ซึ่งอัตราแลกเปลียนอยู่ที่ 1 USD = 875 จ๊าด (เมื่อใช้แบ๊งค์ 50-100 USD แลก ถ้าแบ๊งค์เล็กมูลค่าก็จะลดลงเล็กน้อย ตีคร่าวๆ 1,000 จ๊าด = 35 บาท) จะแลกไปบางส่วนก่อนก็ได้ ทั้งนี้ผมเข้าใจว่า เคาน์เตอร์ธนาคารแต่ละแห่ง ถ้าเป็นธนาคารที่เชื่อถือได้ ไม่ใช่ร้านแลกเงินทั่วๆ ไป เรตก็น่าจะประมาณนี้หล่ะครับ ^^ 

 
IMG_1240.JPG

ปล. พี่นี่เห็นผมถ่ายรูป ก็เลยขออาสามายืนเป็นนายแบบให้เลยซะงั้น พวกนี้ถ้าเราไม่สนใจ เค้าก็ไม่ตื้อครับ ไม่โหดเท่าพี่เวียต ที่แบบตามตื้อสุดขั้วเลย !!

 — ที่ Mandalay International Airport

 

Welcome to Mandalay +++

IMG_0801.JPG



#4 ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

    สมาชิก Business Class

  • Sponsor Member
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • 1,586 posts
  • Locationเชียงใหม่

Posted 03 June 2013 - 02:53 AM

ต้องกำหนดกรอบก่อนว่า จะไปไหนได้บ้าง ภายใน 48 ชั่วโมง
 
mdlmape.jpg
 
วันแรก : Snake Pagoda, เที่ยวสถานที่สำคัญ และ วัดในเมืองมัณฑะเลย์, มัณฑะเลย์ฮิลล์ 
วันสอง : วัดมหามัยมุนี, เมืองอมระปุระ (U-Bein Bridge), เมืองสกายน์ และ Sagaing Hill 
สองวันเที่ยวได้แค่นี้จริงๆ ครับ ไม่งั้นเปรี๊ยะแล้ว
 
ส่วนสถานที่ไม่ควรพลาดอื่นๆ ได้แก่ Min Kun, Inwa (เมืองอังวะ) และ Pyin Oo Lwin ตามวงกลมในแผนที่ ซึ่งผมจะเกริ่นแบบคร่าวๆ ครับ
ทั้งนี้ ต้องขอบอกก่อนว่า ด้วยความเป็นทริปสื่อฯ ก็เลยได้นั่งรถบัสตลอด ดูเหมือนไม่ค่อยได้ทำการบ้านเท่าไหร่
แต่ถ้าทางปฏิบัติจริงๆ ขอแนะนำว่า จะเหมารถจากสนามบินมาเที่ยวก็ได้ (แต่น่าจะหลายตังค์) ซึ่งถ้าจะเซฟกว่า
ให้นั่งรถจากสนามบินเข้าที่พักก่อน แล้วค่อยเหมารถแท๊กซี่จากตัวเมืองไปเที่ยวตามที่ต่างๆ ในภายหลังจะประหยัดกว่าครับ
 
Snake Pagoda
IMG_0823.JPG
 
ระหว่างทางเข้าเมือง ผ่านเมือง Paleik, Mandalay, Burma ซึ่งห่างจากเมืองมัณฑะเลย์ไปทางทิศใต้ราวครึ่งชั่วโมง พาแวะชม 'Snake Pagoda' หรือวัด 'Meui Phaya' ซึ่งวัดนี้ มีความสำคัญก็คือ มีงูเหลือมศักดิ์สิทธิ์ 2 ตัว อยู่บริเวณฐานขององค์พระพุทธรูปประธานในวัด เหมือนคอยปกปักรักษาพระ และมีประชาชนและชาวบ้านให้ความเคารพนับถือมาก ประมาณว่าถ้าตั้งใจขออะไรก็จะสมหวัง 
 
IMG_0812.JPG
IMG_0813.JPG

โดยทุกวันเวลา 11 โมงเช้า จะมีการ 'อาบน้ำงู' โดยจะมีการเตรียมน้ำในบ่อ และโรยกลีบดอกไม้ หลังจากนั้นก็จะนำงูทั้งตัวลงไปในบ่อ ให้ได้อาบน้ำอย่างสบายใจ ทำแบบนี้ทุกๆ วัน ดังนั้นในช่วง 11 โมงที่วัดนี้ก็จะมีประชาชนมาดูการอาบน้ำงูกันมากพอสมควรทีเดียวครับ ซึ่งเราก็โชคดีตอนที่เค้าอาบน้ำงูกัน !!
 
IMG_0808.JPG
IMG_0815.JPG
IMG_0818.JPG
 
และรู้สึกว่าเค้าจะมีความเชื่อเรื่องเกี่ยวกับงูมากพอสมควร อย่างเช่นเอางูมาให้เด็กอ่อนได้สัมผัส อาจจะได้เป็นคนเก่งต่อไปก็เป็นได้ (ผมขอยืนอยู่ห่างๆ จะดีกว่านะ) หรือประชาชนทั่วไปอาจจะมาขอสัมผัสแล้วก็ขอพรก็ได้เช่นกัน (ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดนะครับแต่คิดว่า ประมาณนี้หล่ะ)
 
IMG_0822.JPG

ปล. ทั้งนี้เวลาเข้าวัดพม่า ผู้ที่เข้าวัดจะต้อง 'ถอดรองเท้า+ถุงเท้าออกทั้งหมด' ดังนั้น สำหรับท่านที่กลัวรองเท้าหาย ควรเตรียมถุงใส่รองเท้าไว้ด้วย เวลาถอดรองเท้าเสร็จก็ใส่กระเป๋าเป้ได้เลย เพราะต้องได้ถอดอีกหลายวัดเลยครับ !! บางวัดอาจมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมค่าเข้า หรือ เก็บค่าธรรมเนียมการใช้กล้องถ่ายรูป ก็ลองสังเกตดูนะครับ แต่วัดนี้ไม่ได้เก็บ ถ่ายภาพได้ตามอัธยาศัยเลย ยังมีความเป็นวัดทางชนบทพอสมควรครับ

 — ใน Paleik, Mandalay



#5 ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

    สมาชิก Business Class

  • Sponsor Member
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • 1,586 posts
  • Locationเชียงใหม่

Posted 03 June 2013 - 03:13 AM

หลังจากเสร็จสิ้นการชมวัด Snake Pagoda แล้วก็ตรงดิ่งเข้าเมือง

เข้าที่พักสุดหรู นั่นก็คือ Mandalay Hill Resort ซึ่งเคยเป็นโรงแรม Novotel Mandalay มาก่อนนั่นเอง

 

IMG_1580.JPG

 

พอมาถึงก็มีการแสดงต้อนรับเล็กๆ น้อยๆ

IMG_0826.JPG

 

เวลคัมดริ๊งค์ และ พวงมาลัยดอกไม้ต้อนรับ

IMG_1533.JPG

 

ซึ่งการบินไทย ก็ไม่เคยน้อยหน้าใครด้วยการจัดให้เข้าพัก ห้องละ 1 คน !!

IMG_1540.JPG

IMG_1537.JPG

 

(ปกติเจ้าอื่นส่วนใหญ่จะเป็น 2 คน/ห้อง ซึ่งผมก็แฮปปี้นะ ได้เพื่อนใหม่ ได้มิตรภาพด้วย เป็นคู่หูกันตลอดทริป)

ทั้งนี้ ที่พักในตัวเมืองมัณฑะเลย์ มีหลายแบบมากๆ ครับ แต่เท่าที่สังเกต ผมเห็นว่า ถ้าไม่หรูแพงระเบิด ก็ต้องทำใจกับสภาพกันนิดนึง

เพราะโรงแรมระดับกลางๆ ไม่ค่อยมีเท่าไหร่ จะมีก็ค่อนข้างต่างกันสุดขั้วนั่นเอง เอาหล่ะครับ ขอเกริ่นๆ โรงแรมนี้ซักหน่อยนึง

มาคราวหน้า อาจไม่มีโอกาสได้มานอนที่นี่ แฮ่ๆๆๆๆ หวยออกที่ห้อง 605 เห็นวิว Mandalay Hill ชัดๆ ครับ กำลังงามๆ เลย

เวลาเสียบเจ้าการ์ด ก็เสียบไปให้สุดจนดังแกร๊ก นะครับ ถึงจะเข้าห้องได้ (ตอนแรกก็งงอยู่พักใหญ่)

IMG_1539.JPG

 

เปิดประตูห้องเข้าไป แอ่นแอ๊นนนนนนน อยากนอนพักแล้ว ไม่อยากไปไหน 555+ (พึงตระหนักไว้เสมอว่า มาทำงาน ไม่ได้มาพักผ่อน !!)

IMG_0828.JPG

IMG_0841.JPG

IMG_0830.JPG

 

โต๊ะทำงาน และมินิบาร์ สไตล์โรงแรมเชนดังระดับโลก ทีวีดูช่องไทยได้สบายๆ ครับ แต่อินเตอร์เน็ตค่อนข้างติดๆ ดับๆ นะ แม้จะมี wi-fi ให้ใช้ก็ตาม

IMG_0831.JPG IMG_0827.JPG

IMG_0838.JPG

 

ห้องน้ำก็อลังการดีครับ เป็นโรงแรมยุคเก่าที่ต้องยืนอาบในอ่างอาบน้ำ ไม่ได้มีส่วนเปียกส่วนแห้งแยกออกมา

IMG_0829.JPG

 

มองออกไปเห็นมัณฑะเลย์ฮิลล์ อยู่ตรงนั้น แต่... ก็ต้องนั่งรถขึ้นไปอยู่ดีนะครับ !!!

IMG_0836.JPG

 



#6 ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

    สมาชิก Business Class

  • Sponsor Member
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • 1,586 posts
  • Locationเชียงใหม่

Posted 03 June 2013 - 03:21 AM

ได้เวลาไปทานข้าวแล้วครับ ทางไทยสมายล์จัดที่ร้านนี้ บรรยากาศ Open Air บ่ายๆ สบายๆ อาหารสไตล์จีนๆ แต่เสิร์ฟเป็นครอสๆ แบบฝรั่ง !!

 

IMG_1552.JPG

IMG_1556.JPG

IMG_1555.JPG

 

ข้อดีของการทานร้านอาหารใหญ่ๆ ก็น่าจะเป็นเรื่องความสะอาดครับ เพราะถ้าเป็นร้านขนาดเล็ก หรือตามข้างทาง บางทีก็ต้องระวังด้วยนะครับ

อาหารส่วนใหญ่ถ้าเป็นพม่าจริงๆ จังๆ ส่วนตัวผมคิดว่าค่อนข้าง 'มัน' ใช้ได้เลยครับ

 

IMG_1557.JPG

IMG_1560.JPG

 

อาหารพื้นๆ แต่ผมสังเกตว่า ระดับความ 'มัน' จะมากกว่าปกติหน่อยครับ

IMG_1562.JPG

IMG_1563.JPG

IMG_1564.JPG

 

 



#7 ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

    สมาชิก Business Class

  • Sponsor Member
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • 1,586 posts
  • Locationเชียงใหม่

Posted 03 June 2013 - 04:08 AM

โปรแกรมรอบบ่าย เที่ยวไปในเมืองมัณฑะเลย์ รอบๆ ไม่ได้ไปไหนไกลเลย

 

mdlmap2e.jpg

 

ที่เราจะไปกันบ่ายนี้ก็คือ พระราชวังมัณฑะเลย์, วัดชเวนันดอ, วัดกุโสดอ, มัณฑะเลย์ฮิลล์ แล้วก็หมดแล้วครับ

ส่วนในแผนที่นี้ ก็จะมี ตลาด Night Market หรือถนนคนเดินที่ถนนสาย 28, ท่าเรือไป Mingun (หรือ Min Kun) ซึ่งอยู่ริมแม่น้ำอิระวดีตรงสุดถนนสาย 26 และห้างใหญ่ Yadanabon Market ย่านสถานีรถไฟ ถ้าไปทันก็จะพาไปดูครับ (แต่อย่างว่า เวลาจำกัดมากกกจริงๆ)

 

ส่วนวัดมหามัยมุนี อยู่ทางทิศใต้ของตัวเมือง ไม่ได้อยู่ในแผนที่นี้ครับ

 

MANDALAY PALACE

 

 

IMG_1547.JPG

IMG_1548.JPG

 

บ่ายร้อนตับแล่บ ณ Mandalay Palace หรือ 'พระราชวังมัณฑะเลย์' ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองที่มีคูเมืองล้อมรอบ (ให้นึกถึงเชียงใหม่นะครับ เป็นเมืองที่มีคูน้ำล้อมเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส ต่างกันตรงที่ฝั่งในคูเมืองไม่ได้เป็นบ้านเรือนอยู่อาศัยกันทั่วๆ ไปแบบเชียงใหม่ แต่มัณฑะเลย์จะเป็นเขตโบราณสถานอย่างเดียว มีทหารกั้นด้วย) บ่องตงครับ ถ้าแพลนทริปมาเที่ยวเองช่วงเช้าๆ น่าจะดีมาก มาหน้าร้อนแบบนี้นี่เหงื่อไหลไคลย้อย เตรียมผ้าเย็นส่วนตัวมาได้เลยครับ เพราะร้อนมากกกกก หรือถ้ามาหน้าหนาวอาจจะดีกว่านี้


IMG_0842.JPG

IMG_0843.JPG

IMG_0845.JPG

 

ความสำคัญของพระราชวังแห่งนี้ ก็คือเป็นพระราชวังที่สร้างด้วยไม้สัก ทาสีทองอร่าม สร้างหลังจากที่ย้ายเมืองหลวงเมืองอังวะ มาเมือง Amarapuraแล้วย้ายต่อมายัง Mandalay เพื่อหนีการรุกรานของทหารอังกฤษ และเป็นการถือเคล็ดว่าว่าย้ายเมืองหลวงแล้วจะเอาชนะอังกฤษได้ แต่สุดท้ายพระราชวังนี้ก็ไม่อาจพ้นเงื่อมมือของอังกฤษอยู่ดี เป็นการสิ้นสุดระบบกษัตริย์ของพม่า และพระราชวังถูกทำลายล้างจนหมดสิ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

 

mdlpalace.jpg

IMG_0846.JPG

IMG_0847.JPG

 

ทีนี้ สิ่งที่เราเห็นๆ กันก็คือ พระราชวังมัณฑะเลย์ 'จำลอง' ซึ่งรัฐบาลพม่าได้สร้างขึ้นมาโดยอาศัยแบบของเดิม เพื่อให้ใกล้เคียงของเดิมมากที่สุดนั่นเองครับ โดยประกอบไปด้วยอาคารย่อยๆ หลายๆ อาคารมากมาย ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายนะครับ ที่พระราชวังของจริงถูกทำลายล้างไปแล้ว น่าจะวิจิตรตระการตากว่านี้เป็นแน่แท้ แต่ถึงแม้จะเป็นของจำลอง ก็ยังสวยอยู่ครับ
 

IMG_0848.JPG

IMG_0854.JPG

IMG_0862.JPG

IMG_0866.JPG


ด้านท้ายสุดจะมีพิพิธภัณฑ์ ที่จัดแสดงของเก่า ข้าวของเครื่องใช้ ชุดแต่งกายในยุคสมัยที่ยังปกครองในระบอบกษัตริย์ ก็เข้าไปชมกันได้ (แต่ห้ามถ่ายภาพครับ)

IMG_0868.JPG

 

สรุปที่นี่ก็ใช้เวลาเดินชมราวไม่เกิน 1 ชั่วโมง ซึ่งแนะนำครับ ถ้ามาช่วงเช้าๆ ได้ก็น่าจะดีกว่า บ่ายๆ อากาศคงจะไม่ร้อนมากแน่ๆ ครับ รายละเอียดเพิ่มเติมลองอ่านเพิ่มได้ที่ blog นี้ครับ คุณป้าเขียนไว้ละเอียดดีเหมือนกัน http://www.oknation....9/03/22/entry-1



#8 ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

    สมาชิก Business Class

  • Sponsor Member
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • 1,586 posts
  • Locationเชียงใหม่

Posted 03 June 2013 - 04:12 AM

Shwenandaw Monastery 

 

IMG_0871.JPG

 

ยามบ่ายแก่ตะวันคล้อย กับซิตี้ทัวร์มัณฑะเลย์ที่วัด 'Shwenandaw' หรือ พระตำหนักชเวนันดอ อันเป็นอาคารไม้ที่มีงานแกะสลักอันวิจิตรบรรจงมากๆๆ คือแบบว่าละเอียดละออสุดๆ ดังนั้น มุมบังคับที่หลายๆ คนนิยมกันก็คือ การถ่ายภาพกับบริเวณประตู ที่มีผนังและขอบวงกบที่เป็นงานไม้แกะสลักอย่างสวยงามนั่นเองครับ

 

IMG_0874.JPG


ประวัติความเป็นมาก็คือ เดิมทีเคยเป็นพระตำหนักของพระเจ้ามินดง (กษัตริย์ผู้ย้ายเมืองหลวงและสร้างพระราชวังมัณฑะเลย์ขึ้น) แต่พอหลังจากที่พระเจ้ามินดงสวรรคคต พระเจ้าสิป่อ (พระโอรสที่ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของพม่า) โปรดให้ย้ายพระตำหนักหลังนี้ออกมาด้านนอก ในที่ตั้งปัจจุบัน ซึ่งอยู่นอกเขตพระราชวัง(คูเมือง) จึงเป็นอาคารที่รอดพ้นจากการทำลายล้างพระราชวังมัณฑะเลย์ ของอังกฤษช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มาได้นั่นเอง ก็นับว่าเป็นความโชคดี ที่ทำให้เราได้เห็นงานไม้อันสวยงามนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยนะครับ และคิดว่า ใครที่มีโอกาสมาเยือนมัณฑะเลย์ อย่าได้พลาดที่จะมาแวะที่นี่ครับ

 

IMG_0873.JPG

สำหรับท่านที่ขึ้นไปข้างบน จะต้องถอดรองเท้าและถุงเท้าออกเช่นเคย (ถ้ากลัวรองเท้าหายกรุณาเตรียมถุงพกรองเท้าติดตัวไปด้วยนะครับ) แล้วสามารถเดินชมด้านบนได้โดยรอบตามอัธยาศัยครับ

 

IMG_0878.JPG



#9 ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

    สมาชิก Business Class

  • Sponsor Member
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • 1,586 posts
  • Locationเชียงใหม่

Posted 03 June 2013 - 04:26 AM

Kuthodaw Pagoda

 

IMG_0889.JPG

IMG_0881.JPG

IMG_0882.JPG

IMG_0886.JPG

 

เป็นวัดสำคัญอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ กับวัดชเวนันดอ เป็นวัดที่มีเจดีย์องค์น้อยๆ รวมกันถึง 729 องค์ !!

โดยแต่ละเจดีย์จะมีพระไตรปิฎกจารึกบนแผ่นหินอ่อนทั้งหมด 729 แผ่น ซึ่งแผ่นหินอ่อน 1 แผ่นก็จะอยู่ในเจดีย์ 1 องค์ 

จากการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 5 เมื่อปี พ.ศ.2411-2414 จึงเป็นวัดที่อลังการมากๆ เพราะมีเจดีย์องค์เล็กๆ ตั้งเรียงรายเป็นแถวเลยครับ

 

IMG_0892.JPG

IMG_0888.JPG

IMG_0884.JPG

 

รายละเอียดเต็มๆ ละเอียดยิบๆ อ่านที่นี่เลยครับ

http://topicstock.pa...6/Y8614766.html



#10 ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

    สมาชิก Business Class

  • Sponsor Member
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • 1,586 posts
  • Locationเชียงใหม่

Posted 03 June 2013 - 04:38 AM

Mandalay Hill

 

IMG_1570.JPG

 

ไฮไลท์ยามเย็น พระอาทิตย์กำลังตกดินต้องที่นี่เลยครับ Mandalay Hill หรือบนยอดเขามัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นเนินเขาทางตอนเหนือของเมืองซึ่งอยู่ใกล้เมืองมากที่สุด สูง 236 เมตร และถ้าเดินขึ้นด้วยบันไดจากล่างสุดก็ 7,292 ขั้น (ไป-กลับก็คูณ 2) แล้วก็ไม่ใช่ว่ารถธรรมดาๆ จะขึ้นไปกันได้นะครับ เพราะเนื่องจากทางค่อนข้างแคบและชันมาก จะต้องเหมารถสองแถวขึ้นไปข้างบน

 

IMG_0893.JPG

IMG_1578.JPG

IMG_0894.JPG

IMG_0895.JPG

IMG_1566.JPG

 

เมื่อขึ้นไปถึงปากบันไดทางข้นด้านบนแล้ว มีช้อยส์ให้เลือกคือลิฟท์ บันไดเลื่อน หรือ จะขึ้นบันไดปกติก็ได้ จะแบ่งเป็น 3 ช่วงให้ขึ้นได้สบายๆ ไม่เหนื่อยจนเกินไป แต่จะต้องถอดรองเท้าตั้งแต่ข้างล่าง นั่นหมายถึง ถอดรองเท้าทิ้งไว้บนรถสองแถวได้เลยครับ (เพราะเป็นรถเหมา ต้องจอดรอเราอยู่ดี) ขึ้นไปด้านบนสุด ก็จะพบกับวิว panorama 360 องศาโดยรอบ มองเห็นวิวทิวทัศน์ของตัวเมืองมัณฑะเลย์ และพื้นที่ทุ่งนาโดยรอบแบบสุดลูกหูลูกตา ซึ่งส่วนใหญ่คนก็มักจะชอบทางทิศใต้กันเพราะเห็นวิวตัวเมืองนั่นเองครับ

 

IMG_1567.JPG

IMG_1568.JPG

IMG_1571.JPG

IMG_1573.JPG

 

ระหว่างทางขึ้น-ลง ก็จะมีร้านค้าต่างๆ มากมายทีเดียว

IMG_1574.JPG

IMG_1577.JPG

 

กลับกันเถอะครับ วันนี้มีงานที่โรงแรมตอนกลางคืน :P



#11 ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

    สมาชิก Business Class

  • Sponsor Member
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • 1,586 posts
  • Locationเชียงใหม่

Posted 03 June 2013 - 04:47 AM

กิจกรรมยามค่ำคืน ในมัณฑะเลย์ (คืนแรก) สำหรับท่านที่ต้องการชมโชว์การแสดงพื้นเมือง เท่าที่ผมทราบปกติจะมีโชว์จัดที่ลานแสดงของโรงแรม Mandalay Hill ทุกคืน อย่างในคืนนี้อันนี้จัดเป็นงานพิเศษต้อนรับการเปิดเส้นทางบินใหม่ โดยโชว์ที่แสดงก็จะเป็นโชว์พื้นเมืองพม่า และการโชว์หุ่นกระบอก (คล้ายที่ฮานอย แต่ฮานอยเล่นบนน้ำเป็น Water Puppet Show) จริงๆ ในคืนเดียวกัน มีอีกลานหนึ่งสำหรับแสดงให้นักท่องเที่ยวทั่วไปด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นแขกของโรงแรมนี้ ในกรณีที่พักที่นี่ก็ลองสอบถามดูกับ reception แล้วกันนะครับ

 

IMG_0918.JPG

IMG_0924.JPG

IMG_0921.JPG

IMG_0934.JPG

ปล.อีกที่หนึ่งที่น่าสนใจเป็นโรงแสดงโชว์พื้นเมือง และโชว์หุ่นกระบอก ในเขตตัวเมืองในช่วงกลางคืนเลยคือ Mandalay Marionnetts Therater อยู่ถนนที่ 66th ระหว่างถนนที่ 26 และ 27 มีโชว์ช่วงเวลา 20.30-21.30 น. ลองดูรายละเอียดที่เว็บนี้ได้ครับ http://www.mandalaymarionettes.com/ (เป็นกิจกรรมที่เหมาะสำหรับผู้สนใจเชิงศิลปวัฒนธรรม)

 

ปล.2 อาหารการกินแบบบุฟเฟต์ที่โรงแรมนี้ก็โอเคอยู่นะครับ แต่กินติดกัน 2 คืนก็แอบมึนเหมือนกัน 555+

IMG_0916.JPG

IMG_0930.JPG

 



#12 ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

    สมาชิก Business Class

  • Sponsor Member
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • 1,586 posts
  • Locationเชียงใหม่

Posted 03 June 2013 - 05:03 AM

เช้าวันที่ 2 จริงๆ ถ้าคนตื่นเช้ามากๆๆ ไปดูพิธีล้างหน้าพระมหามัยมุนี ก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่น่าสนใจครับ

แต่ทว่า พอดีไทยสมายล์ บินเช้ามากกก แต่ละคนก็หมดสภาพ ดังนั้น ล้อหมุน 9 โมงเช้า

ก็เลยได้มาเที่ยววัดพระมหามัยมุนีกันช่่วงเวลาสายๆ ก็ยังนับว่าโอเคอยู่ครับ

 

Mahamuni Pagoda

 

IMG_0962.JPG

 

เยือนวัดสำคัญหนึ่งในห้าของพม่า นั่นคือวัด 'มหามัยมุนี' หรือวัดMahamuni Buddha Temple หรือวัดมหาเมี๊ยะมุนี ซึ่งอยู่ในตัวเมืองมัณฑะเลย์ทางด้านทิศใต้ ซึ่งวัดนี้ เป็นวัด 'The Must' ที่ต้องมาครับ โดยมีพุทธศาสนิกชนมาเคารพสักการะอย่างเนืองแน่นตลอดทั้งวัน เป็นพระพุทธรูปที่ดูเหมือนมีชีวิต และจะมีกิจกรรมที่สำคัญมากๆ ที่ไม่ควรพลาด (แต่ผมก็พลาด) นั่นก็คือ การล้างพระพักตร์พระพุทธรูป ด้วยน้ำอบน้ำหอมผสมทานาคา ก่อนที่จะเช็ดแห้ง ซึ่งจะจัดเวลาตี 4 (4.00 น.) ของทุกวัน เหมือนจะเช้าตรู่มาก แต่เห็นว่าผู้คนเนืองแน่นล้นวัดกันเลยทีเดียว ถือว่าเป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์ อิ่มบุญกันถ้วนหน้าจริงๆ
 

IMG_0946.JPG

IMG_0951.JPG

IMG_0953.JPG

IMG_0955.JPG


แต่ถึงแม้เราจะมาไม่ทัน (มาซะสายเลย) ก็ไม่เป้นไรครับ สำหรับสุภาพบุรุษสามารถเข้าไปปิดทองได้บริเวณฐานพระพุทธรูปด้านใน ส่วนคุณสุภาพสตรีต้องอยู่ด้านนอก (ค่าทองปิดพระชุดละ 1,600 จ๊าด และมีค่าธรรมเนียมการใช้กล้อง 1,000 จ๊าด จะได้แท๊คมาห้อยกล้องเหมือนเดิม) ผู้คนมากมายเต็มไปหมด (วัดปิดประตู 16.00 น. และเปิดก่อน 4.00 น.) เมื่อได้มีโอกาสเข้าไปปิดทองข้างใน และได้สัมผัสพระพุทธรูป จะรู้สึกถึงความนิ่มนวล นุ่มนิม เพราะมีการปิดทองเป็นจำนวนมากจนทำให้ผิวพระพุทธรูปหนานุ่มจนมีชื่อเรียกว่า 'พระเนื้อนิ่ม' เลยทีเดียว
 

IMG_0957.JPG

IMG_0959.JPG

IMG_1591.JPG

IMG_1594.JPG

IMG_0970.JPG IMG_0971.JPG


บริเวณโดยรอบสามารถเดินเล่นได้ครับ และมีร้านค้าขายของที่ระลึกก็ดูกันให้ดีๆ และต่อรองราคากันดีๆ นะครับ ทั้งนี้ใบบริเวณวัดทั้งหมดต้อง 'ถอดรองเท้าและถุงเท้า' เช่นเคย ดังนั้นถอดทิ้งไว้บนรถแล้วเดินเข้ามา หรือเตรียมถุงแล้วใส่รองเท๊าแพคใส่เป้ก็จะดี เพราะถ้าวางทิ้งไว้น่าจะหายแน่ๆ ครับ (คนเยอะจริงๆ)

 

IMG_0972.JPG

IMG_0973.JPG

IMG_0975.JPG

IMG_0977.JPG

IMG_0967.JPG



#13 ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

    สมาชิก Business Class

  • Sponsor Member
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • 1,586 posts
  • Locationเชียงใหม่

Posted 03 June 2013 - 05:07 AM

ตี 5 แล้ว ขออนุญาตพักครึ่งก่อนนะครับ

ต่อไปนี้จะไปเที่ยวนอกเมืองแล้วครับ แล้วจะมาต่อจนจบนะครับ

สามารถปาดได้ตามอัธยาศัยครบั



#14 STiTle

STiTle

    สมาชิกกำลังเช็คอิน

  • Members
  • PipPipPipPipPipPip
  • 384 posts
  • LocationBangkok Thailand

Posted 03 June 2013 - 09:56 AM

ตามพี่่หมอยุ่งไปเที่ยวด้วยครับ 



#15 CHIANG KHAM

CHIANG KHAM

    สมาชิกนั่งรถตุ๊กตุ๊ก

  • Members
  • PipPip
  • 59 posts

Posted 03 June 2013 - 11:23 AM

วีไอพี มารีวิวเองแบบนี้ ขอลงชื่อไว้ก่อน อิอิ

 

ปล. รูปในวีซ่า ไม่ต้องพรางแล้วครับ 555



#16 ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

    สมาชิก Business Class

  • Sponsor Member
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • 1,586 posts
  • Locationเชียงใหม่

Posted 06 June 2013 - 02:32 AM

ในที่สุดก็ได้ฤกษ์ มาต่อให้จบอีก 24 ชั่วโมงที่เหลือครับ

 

โปรแกรมเต็มๆ วันนี้ เราจะไปเที่ยวเมือง อมระปุระ และ เมืองสกายน์ กันครับ ตามแผนที่นี้เลย

sagaingmap.jpg

ทั้งนี้ด้วยเวลาที่จำกัด เลยไม่ได้ไปเมืองอังวะ ซึ่งต้องนั่งเรือข้ามฟากไปครับ

 

จุดที่เราจะไปในครึ่งเช้านี้คือเมืองอมระปุระ

1. วัดมหากันดายง Mahagandayon Pagoda

2. สะพานไม้อูเบ็ง U-Bein Bridge (อยากจะบอกว่า 11 โมงกว่าที่สะพานไม้ ร้อนเว่อร์ๆๆๆๆ ถ้าไปช่วงบ่ายแก่ๆ จะดีกว่าครับ)

แล้วก็แวะรับประทานอาหารครับ ทั้ง 2 แห่งอยู่ใกล้ๆกันหมดเลย นั่งรถไม่ถึง 5 นาทีก็ถึงกันแล้วครับ

 

เริ่มที่วัดมหากันดายงครับ

IMG_0996.JPG

 

 

มุ่งหน้าตรงสู่เมือง Amarapura แวะวิทยาลัยสงฆ์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ที่มีพระสงฆ์รวมกันกว่า 1,200 รูป ที่นี่คือวัดมหากันดายง Mahagandayon ที่อยู่ไม่ไกลจากสะพาน U Bein Bridge นั่นเอง ...

IMG_0994.JPG

IMG_0995.JPG

IMG_0998.JPG

 

โดยในช่วงเช้าเวลาประมาณ 10.30 น. พระสงฆ์และสามเณรก็จะเข้าคิวเรียงแถวยาวเพื่อเข้าหอฉันเพล ซึ่งจะมีญาติโยมนำภัตตาหารมาถวายเลี้ยงเพล

IMG_1004.JPG

IMG_1006.JPG

 

สำหรับนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปถ่ายภาพการตั้งแถว หรือดูบริเวณด้านนอกหอฉันได้ มีความเป็นระเบียบมากๆ ซึ่งหากต้องการถวายปัจจัย จะถวายบนบาตรของพระแต่ละรูป ตอนก่อนเข้าหอฉัน หรือจะหลังจากนั้นก็ได้ครับ นับว่าเป็นอะไรที่ดูตื่นตาตื่นใจที่เห็นพระพม่าจำนวนมากๆ เข้าคิวกันยาวเหยียดจริงๆ ^^ 

IMG_1016.JPG

IMG_1010.JPG

IMG_1011.JPG

 

ว่าแล้วก็ได้เวลาแยกย้ายครับ ไปต่อที่สะพานอูเบ็งกันครับ

IMG_1018.JPG



#17 ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

    สมาชิก Business Class

  • Sponsor Member
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • 1,586 posts
  • Locationเชียงใหม่

Posted 06 June 2013 - 02:56 AM

สะพานไม้อูเบ็ง U-Bein Bridge

coverIMG_1055.jpg

 

แลนด์มาร์กที่สำคัญอันเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของเมืองมัณฑะเลย์ ที่นี่คือสะพานไม้สักอูเบ็ง U Bein Bridge ยาว 1.2 กิโลเมตรที่สร้างยาวข้ามทะเลสาบตองตะมาน ตามแผนที่นี้เลยครับ ซึ่งถ้าจะเดินข้ามก็ใช้เวลาพอสมควรเหมือนกัน + แดดแรงๆ แบบนี้ศาลาแรกก็เก่งแล้วครับ !!

u-ben.jpg

ซึ่งเราสามารถเดินข้ามไปยังเจดีย์เจ๊าตอจี (Kyautawgyi Paya) ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามได้ หรือจะนั่งเรือข้ามไปก็ได้โดยมีเรือรับจ้างมากมายคอยโบกมือเรียกลูกค้า นั่นเอง

 

ลานจอดรถแดดเปรี้ยงๆ ใช้ได้ทีเดียว ฝุ่นค่อนข้างเยอะอยู่ครับ แนะนำว่าควรเตรียมผ้าเย็นไว้ด้วยจะดีมาก แต่จะดีกว่าถ้ามาช่วยบ่ายๆ แก่ๆ ไม่ร้อน

IMG_1021.JPG

IMG_1025.JPG

 

บริเวณรอบๆ ทางขึ้นสะพานก็จะมีร้านค้าขายรูปภาพศิลปะมากมาย ก็ลองต่อรองตามอัธยาศัยได้ครับ

IMG_1028.JPG

 

บริเวณทางขึ้นจากลานจอดรถด้านล่างครับ

IMG_1020.JPG

 

และเชิงสะพาน คือสะพานแห่งนี้ ค่อนข้างคับคั่งเพราะเป็นสะพานที่ประชาชนใช้สัญจรกันจริงๆ ครับ

IMG_1029.JPG

IMG_1032.JPG

 

 

 

จริงๆ ไม้สักที่สร้างสะพานนี้ เกิดจากไม้สักที่เหลือๆ จากการย้ายพระราชวังจากเมืองอมระปุระไปยังมัณฑะเลย์นั่นเอง ก็เลยเอาไม้สักมาทำเป็นสะพานไม้เพื่อประชาชนจะได้เดินทางกันสะดวกขึ้นนั่นเอง ไปเดินเล่นกันบนสะพานนะครับ

IMG_1034.JPG

IMG_1035.JPG

IMG_1038.JPG

 

เวลาเดินก็ระวังกันด้วยนะครับ เพราะไม่มีราวสะพาน บางทีอาจจะโคลงเคลงนิดๆ หน่อย

IMG_1039.JPG

 

พวกเด็กน้อยนายแบบเตรียมพร้อมโพสต์ท่า ถ้าไปถ่ายรูปเค้าอย่าลืมให้ทิปน้องเค้านะครับ เพราะถ้าไม่ให้เค้าอาจจะขอ !!
IMG_1044.JPG

IMG_1045.JPG

 

เดินไปเดินมาก็ถึงศาลาแรกแล้ว มีผู้คนมานั่งพักกันเยอะพอสมควร และก็มีของกินขายด้วย (แต่บ่องตงว่าไม่กล้าซื้อครับ)

IMG_1051.JPG

IMG_1060.JPG

IMG_1061.JPG

 

อีพี่นี่ก็เชียร์แขกบนสะพานด้วย จะนั่งเรือไหม แต่สงสัยว่า ถ้าจะนั่งจริงๆ จะไปลงเรือที่ไหนกันได้หล่ะนิ !!

IMG_1057.JPG


จริงๆ การเดินทางบนสะพานก็ดูจะชิลล์ดีครับ ถ้าไม่ได้มาตอนเที่ยงๆ แดดเปรี้ยงๆ ขนาดนี้ จริงๆ ช่วงเวลาที่เหมาะสมมากคือช่วงเวลาบ่ายแก่ๆ เย็นๆ มาถ่ายภาพตอนแสงแดดยามโพล้เพล้ ผีตากผ้าอ้อม สีส้มเหลืองอร่ามยามเย็นน่าจะเดินสบายมากกว่านี้ครับ

 

ได้เวลาเดินกลับแล้ววว... สารภาพว่ามีเวลาที่สะพานนี้แค่ 15 นาทีเอง ซึ่งที่นี่ผมยอมรับว่าเป็นที่ที่ผมชอบมากที่สุดในทริปนี้เลยครับ

IMG_1059.JPG

IMG_1063.JPG

IMG_1048.JPG

 

สำหรับท่านที่สนใจงานเขียนภาพศิลปะสวยๆ ของสะพานนี้ก็มีศิลปินมาขายภาพกันเพียบ ต่อรองราคากันตามอัธยาศัยได้ครับ ^^

IMG_1030.JPG

 



#18 ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

    สมาชิก Business Class

  • Sponsor Member
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • 1,586 posts
  • Locationเชียงใหม่

Posted 06 June 2013 - 03:09 AM

แวะทานข้าวเที่ยงกันก่อนครับ ไทยสมายล์จัดให้ที่ร้านนี้ เห็นว่าเจ้าของเดียวกับร้านต้มยำกุ้ง ในเมืองมัณฑะเลย์ครับ

IMG_1602.JPG

 

อย่างที่บอกอ่ะครับว่าอาหารก็จะเป็นแนวแบบๆไทยๆ จีนๆ แต่เสิร์ฟแบบฝรั่ง ซึ่งเมื่อวานทางทัวร์ได้รับ feedback กันขรม

ก็เลยตั้งวางไว้เรียบร้อยยยย บรรยากาศโอเพ่นแอร์เหมือนเดิม

IMG_1066.JPG

 

มาเมืองพม่ากินไก่ย่างส้มตำ เอ๊ะ ยังไง แต่ก็ดีนะครับ ได้มีโอกาสลิ้มลอง "ไก่ย่างห้าดาว" เวอร์ชั่นพม่าด้วย อร่อยใช้ได้เลยครับ

IMG_1067.JPG

IMG_1597.JPG

 

แล้วก็โค๊กที่ขายในพม่า นำเข้าจากไทยครับ ซึ่งข้างกระป๋องระบุไว้ชัดเจนว่า EXPORT ONLY แต่ไทยน้ำทิพย์เป็นผู้ผลิตครับ

IMG_1598.JPG

 

หลังจากนั้น ก็ไปแวะร้านขายผ้าไหมพม่า ซึ่งคุณไกด์ก็บอกว่า ที่เมืองนี้หล่ะมีชื่อเสียงเรื่องการทอผ้าไหม และโสร่ง

แต่ราคาก็ค่อนข้างไฮโซอยู่ ผมก็เลยเฉยๆ

IMG_1069.JPG

IMG_1076.JPG

IMG_1079.JPG

IMG_1082.JPG

 

เพราะสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจ อยู่ริมถนนครับ !!! เจอรถม้าวิ่งผ่านไปผ่านมา ไม่ใช่รถม้าเก๋ๆ เพื่อการท่องเที่ยว แต่ใช้งานกันจริงๆ

ก็เสียดายอยู่ที่ทริปนี้ไม่มีโอกาสได้ลองขึ้นรถม้าเลย แฮ่ๆๆๆ

IMG_1089.JPG

 

มีคิววินรถม้าอยู่ทางนู้นนนนนนน

IMG_1091.JPG

 

จริงๆ ผมทันเห็นคนเค้าเอาแพะ ขึ้นมัดกับเบาะหลังมอเตอร์ไซด์ด้วยนะครับ ทึ่ง !!!!



#19 ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

    สมาชิก Business Class

  • Sponsor Member
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • 1,586 posts
  • Locationเชียงใหม่

Posted 06 June 2013 - 03:25 AM

ครึ่งบ่ายแล้ว เราก็นั่งรถไปอีกไม่ไกลมาก ไม่ถึง 1 ชั่วโมง ตรงดิ่งไปยังเมืองสกายน์ ครับ เพราะเราจะไปขึ้น

IMG_1093.JPG

 

Sagaing Hill 

IMG_1138.JPG

 

ครึ่งบ่ายไปต่อกันที่เมืองสกาย Sagaing อันมีเจดีย์น้อยใหญ่อยู่บนเนินเขา 'Sagaing Hill' ความสูง 240 เมตร ซึ่งมีวัดวาอารามบนยอด และเราสามารถเหมารถสองแถวเพื่อขึ้นไปสักการะวัดบนยอดเขาอย่างน้อย 3 แห่งได้ นอกจากไหว้พระแล้ว ยังสามารถมองเห็นวิวเมืองและวิวแม่น้าอิระวดี หรือ Ayeyarwadee River ได้แบบสบายๆ แม้อากาศจะร้อนไปหน่อยนึงก็ตาม
 
เริ่มที่เปลี่ยนเป็นรถสองแถวครับ ต้องเหมาขึ้นไป ในกรณีที่มาเป็นรถบัสแบบนี้ (แต่ถ้ามากันเองด้วยรถยนต์เช่าเหมา ก็ตรงดิ่งขึ้นไปได้เลย)
IMG_1095.JPG

วัดแรกที่เข้ามาไหว้คือวัด U Min Thonze Cave (วัดอูมินตง) 
ซึ่งมีลักษณะเป็นถ้ำมีพระพุทธรูปตั้งเรียงรายหลายสิบรูป คล้ายๆ วัดอุโมงค์เชียงใหม่ ซึ่งด้านบนสามารถขึ้นไปชมวิวได้ (แดดร้อนหน่อย) 
IMG_1101.JPG
IMG_1118.JPG
 
องค์พระประธานอยู่ตรงนี้ครับ เดินเกือบสุดทางเดินเลยทีเดียว
IMG_1104.JPG
 
แล้วก็ขึ้นไปชมวิวข้างบนกัน ร้อนหน่อยนะครับ !!
IMG_1109.JPG
IMG_1111.JPG
IMG_1115.JPG
IMG_1114.JPG
 
ส่วนอีกวัดนึงคือวัด Soon U Ponya Shin Pagoda ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่อยู่บนยอดเนินที่สูงสุดของ Sagaing Hill
IMG_1120.JPG
IMG_1122.JPG
IMG_1125.JPG
IMG_1136.JPG
IMG_1137.JPG
IMG_1140.JPG
IMG_1142.JPG
IMG_1145.JPG
 
ซึ่งเป็นจุดชมวิว เห็นเจดีย์น้อยใหญ่รายรอบ และวิวแม่น้ำด้วย (สำหรับวัดนี้เก็บค่าธรรมเนียมการใช้กล้องด้วยนะครับ) แต่ก็สวยงามคุ้มค่า แม้จะแดดร้อนไปหน่อยก็ตาม (เท้าเกือบสุกเลย เพราะต้องถอดรองเท้าและถอดถุงเท้าออกด้วยนะครับ !!)

 — ที่Sagaing Hill



#20 ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์

    สมาชิก Business Class

  • Sponsor Member
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • 1,586 posts
  • Locationเชียงใหม่

Posted 06 June 2013 - 03:40 AM

Kaunghmudaw Pagoda

IMG_1165.JPG

 

วัดสุดท้ายแว้ววจ้า ยังคงอยู่ที่เมือง Sagaing นั่งรถจาก Sagaing Hill ไปประมาณไม่ถึงครึ่งชั่วโมงครับ

เหตุทีมาเพราะวัดนี้เจดีย์แปลกประหลาดไม่เหมือนวัดอื่นๆ ทรงเจดีย์คล้ายฝาชีครอบกับข้าว วัดนี้ชื่อว่าวัด Kaunghmudaw Pagoda ถ้าจะถ่ายภาพให้เห็นเจดีย์วัดนี้จะต้องถ่ายตั้งแต่ปากทางเข้าหน้าวัด เพราะถ้าเข้าไปในวัดแล้วแทบจะไม่เห็นยอดเจดีย์กันเลยทีเดียวครับ เดิมทีเป็นสีขาว ทว่ารัฐบาลพม่าเพิ่งให้ทาสีทอง กลายเป็นเจดีย์สีทองอร่ามเมื่อไม่นานมานี้เองครับ

 

IMG_1146.JPG

IMG_1152.JPG

IMG_1148.JPG

IMG_1156.JPG


ผมเพิ่งทราบว่า เมืองสกายเป็นแหล่งเพาะปลูก 'ต้นทานาคา' ที่เค้าไว้ใช้ทาหน้าเพื่อลดผดผื่น หน้าใสดุจดั่งสาวพม่า และก็เย็นสบายๆ เหมาะกับหน้าร้อนแบบนี้จริงๆ หลายๆ ท่านอาจจะเคยไปช๊อปปิ้งที่ตลาดแม่สาย จะเห็นทานาคาในรูปแบบผงแบ่งขายกัน แหล่งที่มาก็มาจากทางเมืองสกายนี่หล่ะครับ

IMG_1153.JPG

 

แต่ที่วัดนี้ ที่ขายกันจะมีอยู่ 2 รูปแบบคือ แบบแรกเป็นแบบทานาคาก้อน ใช้ไม่ยากครับ เพียงแค่เอาก้อนไปถูกับน้ำนิดหน่อย ก็จะได้ทานาคาไว้ทาหน้าแล้ว ขายแพค 10 ก้อน 1,500 จ๊าด เหมาะสำหรับเป็นของฝากสาวๆ เป็นอย่างดี

IMG_1161.JPG

IMG_1160.JPG

 

ส่วนอีกรูปแบบนึงคือ เป็นท่อนไม้ทานาคา ซึ่งเราจะฝนเปลือกไม้ทานาคาเข้ากับแท่นปูนรองฝนขนาดเล็กๆ ผสมกับน้ำนิดหน่อย ก็จะได้ทานาคาพร้อมทาหน้าได้เช่นกัน เป็นรูปแบบที่ดูเหมือนจะหนักหน่อย แต่ก็ดูย้อนยุคใช้ได้นะครับ อยากจะใช้ทีนึงก็ถูๆ ขูดๆ กับแท่นปูน (สรุปผมซื้อมาฝากคุณเธอทั้ง 2 แบบเลย !!)

IMG_1155.JPG






0 user(s) are reading this topic

0 members, 0 guests, 0 anonymous users

ค้นหา ตั๋วเครื่องบินด้วยระบบ Galileo (แสดงผล waiting list)     ค้นหา ตั๋วเครื่องบินด้วยระบบ Amadeus (เแสดงเฉพาะที่นั่งว่าง)
   
    ติดต่อเจ้าหน้าที่แผนก ตั๋วเครื่องบิน โทร 02-3737-555 / จันทร์ - ศุกร์ 09.00~18.00 น. // เสาร์ 09.00-16.00 น.