Jump to content


 
จองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม จองรถเช่า
แผนกบริการลูกค้า โทร 02-3737-555 จันทร์ - เสาร์ 09.00-18.00น.

 

ค้นหาข้อมูลท่องเที่ยวและการบินในเอชไฟล์ท เชิญด้านล่างนี้

 

หน้าแรก | เว็บบอร์ดรีวิว | จองตั๋วเครื่องบิน | จองโรงแรม | เที่ยวต่างประเทศ | เที่ยวในประเทศ | ลงโฆษณา

'โชคชัย' ตีแผ่กลยุทธ์15ปี 'บินไทย'


  • This topic is locked This topic is locked
6 replies to this topic

#1 ★TITLE★

★TITLE★

    สมาชิก Economy Class

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 834 posts
  • LocationBKK,UBP,Thammasat

 


Posted 17 February 2010 - 04:53 AM

Advertisements

-----------------------------------------------------------------------

หลังจากที่ผ่านมา ผมได้นำข่าวแผนกลยุทธ์และวิสัยทัศน์ของไทยแอร์เอเชีย และบางกอกแอร์เวย์ส

มาฝากชาวHflight กัน วันนี้ถึงคราวของ'เจ้าจำปี'สายการบินแห่งชาติของเรากันบ้างครับ

อย่าเพิ่งเบื่อนะครับ พอดีชอบค้นข่าว ช่วงนี้ผมเลยโพสท์ข่าวบ่อยๆ

ทั้งนี้จุดประสงค์ก็อยากให้พวกเราชาวHflight ที่รักในเรื่องการบิน ได้รับทราบ และรู้เท่าทันเหตุการณ์ปัจจุบันทั้งหมดครับ



'โชคชัย' ตีแผ่กลยุทธ์15ปี 'บินไทย'

ปัจจุบันในโลกของธุรกิจการบินมีความแตกจากในอดีตมาก ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันด้วยเทคโนโลยีประสิทธิภาพด้านไอที ,ยุทธศาสตร์การแข่งขัน ในระดับที่สูงขึ้น เพื่อการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และยุทธวิธีการแข่งขันมากมาย ธุรกิจการบินในวันนี้จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องมีการจัดทำยุทธศาสตร์ เพื่อรับมือกับการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ในส่วนของการบินไทยได้วางยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจนับจากนี้อย่างไร อ่านได้จากสัมภาษณ์นายโชคชัย ปัญญายงค์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน)

+ 4 ปัจจัยพลิกโฉมธุรกิจ
ในระยะหลังๆปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจได้รับผลกระทบ ได้แก่ ปัจจัยที่ 1การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีของอากาศยาน ที่มีเครื่องบินเจเนอเรชันใหม่ๆ ซึ่งมีการออกแบบอย่างมีประสิทธิภาพขึ้น โดยเฉพาะอัตราการสิ้นเปลืองการใช้น้ำมัน เพราะ 35-40% เป็นค่าใช้จ่ายด้านราคาน้ำมัน ส่งผลให้ราคาค่าโดยสารกว่าครึ่งจะเป็นค่าธรรมเนียมน้ำมัน ดังนั้นเครื่องบินเจเนอเรชันใหม่ๆ ทำให้ประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนน้ำมันให้ถูกลงได้กว่า 25% ปัจจัยที่ 2 กระแสของการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะการเติบโตอย่างรวดเร็วของสายการบินจากตะวันออกกลาง
ส่วนปัจจัยที่ 3 สายการบินต้นทุนต่ำ ยิ่งทำให้การแข่งขันในตลาดบนก็หนักตลาดล่างก็หนัก และปัจจัยที่ 4มาตรการอีมิสชันของกลุ่มประเทศในยุโรป ซึ่งในปี 2512 สายการบินจะต้องมีการจ่ายค่าใช้จ่ายในเรื่องของคาร์บอนเครดิต เพื่อมีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

จากปัจจัยต่างๆเหล่านี้ทำให้สายการบินเก่าแก่ทั้งหลายต้องเจอศึกหนัก การจะอยู่ด้วยประสบการณ์เพียงอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมียุทธวิธีและยุทธศาสตร์ที่ดีก็จะสามารถอยู่ในโลกยุคที่มีการแข่งขันสูงได้ ในอดีตการบินไทยอาจไม่ต้องเน้นมาก เพราะเมื่อก่อนปัจจัยภายนอกไม่ได้เข้ามาทุบเรามาก เนื่องจากตอนนั้นไม่มีเรื่องของนโยบายการเปิดน่านฟ้าเสรี การเจรจาสิทธิในการบินก็เป็นการแลกเปลี่ยนกัน แต่ปัจจุบันกติกาการบินของโลกเปลี่ยนไป มีการเปิดน่านฟ้าเสรี ซึ่งในปีนี้ก็จะเปิดน่านฟ้าเสรีสำหรับทุกเมืองหลวงของเอเชีย และในปี 2015 ก็จะเปิดน่านฟ้าเสรีสำหรับเมืองเล็กๆในเอเชีย ทำให้การบินไทยมีคู่แข่งมากขึ้น

++วาง 9 กลยุทธ์บินไทย
จากปัจจัยต่างๆที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจการบินทำให้การบินต้องมาวิเคราะห์ถึงทิศทางการก้าวเดินของการบินไทยนับจากนี้ จึงได้คีย์เวิลด์ออกมาเป็น TG มิสชัน 100 หมายความว่าการบินไทยในปีนี้ครบรอบ 50 ปี จะทำอย่างไรให้ก้าวต่อไปในอีก 50 ปีข้างหน้า ด้วยความเข้มแข็ง ทั้งจากผลประกอบการที่ดีและแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน ทำให้เกิดยุทธศาสตร์ในการดำเนินธุรกิจ ภายใต้ 9 กลยุทธ์นี้ขึ้นมา
ได้แก่ การกำหนดตำแหน่งยุทธศาสตร์, การสร้างคุณค่าให้ลูกค้า, พัฒนาเส้นทางบินและฝูงบิน,พัฒนาผลิตภัณฑ์,ทบทวนการกำหนดราคา การจัดจำหน่ายและการบริหารรายได้,ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์หน่วยธุรกิจ,เพิ่มประสิทธิภาพต้นทุน,ปรับเปลี่ยนสู่องค์กรประสิทธิผลสูงและสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน ภายใต้ทิศทางขององค์กรที่ต้องเน้นใน 3 เรื่องหลัก คือ มุ่งเน้นลูกค้า ,แข่งขันได้ และคล่องตัว

++โฟกัสพรีเมียม แบรนด์
ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดตำแหน่งยุทธศาสตร์ ซึ่งจุดแข็งของการบินไทยลูกค้าจากยุโรปมีความเชื่อมั่นในบริการของการบินไทย ทำให้เส้นทางระหว่างยุโรปและไทย การบินไทยครองส่วนแบ่งตลาดได้ใหญ่ที่สุด และมีบริการเครือข่ายการบินที่เข้าถึงประเทศในแทบอินโดไชนา รวมถึง
เดสติเนชันท่องเที่ยวหลักอย่างภูเก็ต เชียงใหม่ กระบี่ รวมถึงวัฒนธรรมการบริการของคนไทย ตรงนี้ถือเป็นจุดแข็งของการบินไทย แต่ปัญหาของการบินไทยคือการวางตำแหน่งของผลิตภัณฑ์

เนื่องจากนอกจากการบินไทยจะบริการแบบพรีเมียม เซอร์วิส ยังต้องลงไปสู้กับตลาดของสายการบินต้นทุนต่ำด้วย ซึ่งการมีโปรดักต์ที่ต้องเจาะ 2 กลุ่มตลาดในแบรนด์เดียวกัน ทำให้โปรดักต์ไม่คงเส้นคงวา การบริหารต้นทุนทำได้ยาก ขณะที่หากเทียบกับสิงคโปร์ เขามี 3 แบรนด์ ใน 3 ตลาด ทั้งสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส ,ซิลค์ แอร์ และโลว์คอสต์ อย่างไทเกอร์ แอร์ โปรดักต์ในแต่ละแบรนด์ก็จะแยกตำแหน่งกันชัดเจน

การบินไทยจึงต้องกำหนดตำแหน่งยุทธศาสตร์ในการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจน โดยการบินไทยจะเน้นการวางตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ในระดับสูง ในฐานะพรีเมียม แอร์ไลน์ และพัฒนาแบรนด์ที่ 2 อย่างการร่วมมือกับนกแอร์ เพื่อมาต่อสู้กับตลาดอีกระดับหนึ่ง
รวมไปถึงการวางโครงสร้างธุรกิจของหน่วยธุรกิจต่างๆของการบินไทย เช่น ครัวการบิน การให้บริการภาคพื้น ซึ่งมีพนักงานปฏิบัติการ ณ สนามบินสุวรรณภูมินับหมื่นคน ตรงนี้ก็ต้องมาวางตำแหน่งโครงสร้างในการบริหารหน่วยธุรกิจเหล่านี้ ให้เป็นหน่วยงานที่มีการบริหารแบบProfit Center มุ่งแสวงหาผลประโยชน์ในเชิงธุรกิจเพิ่มขึ้น เพราะนอกจากหน่วยธุรกิจเหล่านี้จะคอยให้บริการการบินไทยแล้ว ก็ยังมีอีกกว่า 80 สายการบินที่ต้องดูแลด้วย

+เพิ่มอัตรากันสำรองเงินสด
ทั้งยังมีในเรื่องของการปรับโครงสร้างทางการเงิน เพราะปัญหาที่ผ่านมาพอเกิดวิกฤติ เรามีเงินสดสำรองไม่พอ ซึ่งที่ผ่านมาจะมีการกันเงินสดสำรองไว้อยู่ที่ 5% ของรายได้ทั้งปีที่เฉลี่ยอยู่ที่ 2 แสนล้านบาท ทั้งๆที่ปกติทั่วไปควรจะอยู่ที่10-15% และถ้าหากจะให้แข็งแรงมากต้องกันสำรองเงินสดอยู่ที่ 35% หรือเฉลี่ยแล้วค่าใช้จ่ายควรอยู่ได้อย่างน้อย 2 เดือนเพื่อแก้วิกฤติ

สำหรับแผนในเรื่องของการพัฒนาเส้นทางบินและฝูงบินนั้น ถือเป็นสิ่งจำเป็น เพราะปัจจุบันอากาศยานมีการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ แต่การบินไทยมีเครื่องบินที่มีอายุการใช้งานสูงถึง 20 ปี และเครื่องบินเจเนอเรชันใหม่ๆ หากเทียบกับสายการบินชั้นนำอื่นๆ ยังมีน้อยมาก ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่การบินไทยกำลังเผชิญอยู่ ทำให้แผนในเรื่องนี้ในช่วง 5 ปีแรก(ระยะที่ 1)จะเน้นเรื่องการพัฒนาเส้นทางบิน ส่วนระยะที่ 2 และระยะที่ 3 ในอีก 10 ปีที่เหลือ จะเน้นเรื่องการปลดระวางฝูงบินเก่า และการจัดซื้อเครื่องบินเจเนอเรชันใหม่ๆ
โดยต้องจัดทำแผนฝูงบินด้วยการวางกลยุทธ์เรื่องของอากาศยานยาวถึง 15 ปี แต่แผนธุรกิจจะทำไว้อยู่ที่ 5 ปีเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ และจะทำให้การบินไทยมีโอกาสในการจัดซื้ออากาศยานที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งทันสมัยและประหยัดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจได้มาก เพราะหากเราทำแผนฝูงบิน 5 ปี ก็ไม่มีวันสั่งซื้อเครื่องบินเจเนอเรชันใหม่ เช่น โบอิ้ง 787 หรือแอร์บัส 350 ได้ เพราะในช่วง 5 ปีนี้สายการบินอื่นก็จองเครื่องบินใหม่ไปแล้วเป็นจำนวนมาก การผลิตเครื่องบินก็ต้องใช้เวลา

++ทุ่ม1.5 แสนล.โละฝูงบิน
ทั้งนี้ตามแผนการปลดระวางเครื่องบินในช่วง 5 ปีแรก การบินไทยจะปลดระวางเครื่องบินเก่า 25 ลำ และในช่วง 5 ปีต่อมา จะปลดระวางเครื่องบินอีก 32 ลำ หรือในอีก 10 ปีข้างหน้านี้จะปลดระวางเครื่องบินเก่าอายุกว่า 20 ปี รวมถึง 57 ลำ จาก 85 ลำหรือคิดเป็นปริมาณเกินครึ่งของฝูงบินที่มีอยู่ นอกจากนี้ยังต้องมองเรื่องการจัดซื้อเครื่องบินใหม่ ซึ่งเป็นเจเนอเรชันใหม่ๆ ซึ่งในช่วง 5 ปีแรกจะจัดซื้อเครื่องบินใหม่ 15 ลำ ขนาดความจุ 300-400 คน เพื่อมาทดแทนเครื่องบินแอร์บัสเอ 300-600 และโบอิ้ง 747-400 ที่มีอายุการใช้งานนาน ซึ่งใน 5 ปีแรก การบินไทยจะใช้งบลงทุนราว 150,000 ล้านบาท


ส่วนแผนพัฒนาเส้นทางบิน ยุทธศาสตร์ตามแผน 5 ปี จะเน้นการเพิ่มความถี่ในจุดบินต่างๆที่การบินไทยทำการบินอยู่ โดยต้องการเพิ่มเที่ยวบินให้เป็นบินทุกวัน เพราะยังมีอีกหลายเส้นทางที่การบินไทยยังบินไม่ครบ 7 วัน เพื่อให้ตลาดมีความมั่นใจถึงเครือข่ายการบินที่มีให้บริการในทุกวัน ส่วนตลาดไหนที่ไม่มีอนาคตก็จะยกเลิกทำการบิน โดยเฉพาะเส้นทางที่เป็นช่วงรอยต่อที่ 2 เช่น กรุงเทพฯ-มะนิลา-โอซากา ก็จะยกเลิกเที่ยวบินจากมะนิลาเข้าโอซากา เป็นต้น เพื่อนำเครื่องบินไปขยายในเส้นทางที่มีศักยภาพ

สำหรับการเปิดจุดบินใหม่ ก็มองไปที่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก ในช่วงเดือนเมษายนหรือพฤษภาคมนี้ เพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นจากช่วงบอลโลก เป็นต้น รวมถึงเส้นทางบินใหม่ที่มีศักยภาพในจุดอื่นๆ ตามแผนการส่งมอบเครื่องบินในปีนี้ คือแอร์บัสเอ 330-300 จำนวน 5 ลำที่สามารถนำมาใช้งานได้ในปีนี้และแอร์บัสเอ 380 จำนวน 6 ลำที่ส่งมอบในช่วง ปี 2555-2556 ตามแผนการจัดหาเครื่องบินเพิ่มเติมจากที่ได้มีการสั่งซื้อไปแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งเส้นทางบินที่แอร์บัสเอ 380 จะนำมาบินได้ก็ต้องเป็นตลาดใหญ่ เช่น ปารีส ลอนดอน แฟรงก์เฟิร์ส
ทั้งหมดล้วนเป็นแผนยุทธศาสตร์ของการบินไทยที่จะเกิดขึ้นในอีก 15 ปีนี้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,505 14-17กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

http://www.thannews....isn-&Itemid=448



.

#2 Patchayada

Patchayada

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • 4,176 posts
  • LocationPhetchabun (PHY)

Posted 17 February 2010 - 04:17 PM

ขอบคุณสำหรับข่าวสาร

ยังรอ A380 ของTG อยู่เสมอ


#3 radchaphrek

radchaphrek

    สมาชิก waiting list

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 158 posts
  • LocationKhon Kaen

Posted 17 February 2010 - 05:20 PM

A 380

เสียดายที่ไม่ได้สั่ง A350 และ 787 จัง

#4 Srijulaluk

Srijulaluk

    สมาชิกกำลังเช็คอิน

  • Premium Members
  • 412 posts
  • LocationBangkok, TH

Posted 18 February 2010 - 01:58 AM

ค่อยเห็นภาพดีๆหน่อยนะครับ พัฒนาไปเรื่อยๆ
แต่หลายๆข่าวหลายๆแหล่งที่อ่านมา นอกจาก ภูเก็ต เชียงใหม่ และกระบี่ การบินไทยไม่มีแผนในการส่งเสริมหรือพัฒนาจุดหมายปลายทางภายในประเทศเลย

ขอบคุณครับ

#5 Guest_b772_*

Guest_b772_*
  • Guests

Posted 18 February 2010 - 01:37 PM

อยากถามว่า b773 hs-tke มันหายไปไหน เมื่อไรจะมา ขอบคุณครับ

#6 A380 Cabin Crew

A380 Cabin Crew

    สมาชิกกำลังเช็คอิน

  • Members
  • PipPipPipPipPipPip
  • 375 posts
  • LocationBKK

Posted 18 February 2010 - 02:00 PM

วางแผนกันไป จะได้ดีขึ้น

#7 Guest_steward_saek_*

Guest_steward_saek_*
  • Guests

Posted 19 February 2010 - 07:18 AM

อัดอั้นตันใจ

ผมว่าจุดประสงหลักของการแปลรูปการบินไทยให้เป็น "บริษัท.จำกัด (มหาชน)" คงไม่มีเจตนาเพื่อให้องกรนี้พัฒนา แข่งขันในตลาดสากลอย่างเดี่ยวเป็นแน่แท้ !!

หากแต่เพื่อผลประโยชในการถือครองหุ้นของ"กลุ่มทุนและนักการเมืองบางคน"เองซะมากกว่า

เอาเงินภาษีของประชาชนชาวสยามประเทศจำนวนมหาศาล ไปลงทุนปุกปั้นสายการบินที่พวกเค้าเรียกกันว่า "สายการบินแห่งชาติ"สายนี้ขึ้นมา แล้วแปลรูปให้กลายเป็นบริษัทกึ่งเอกชน เอาผลกำไร (ซึ่งไม่รู้ว่าเคยมีบ้างหรือป่าว) มาปันผลให้กับกลุ่มทุนผู้ถือครองหุ้นจากบริษัทที่ใช้เงินลงทุนจากภาษีของประชาชนชาวสยามประเทศ

เห็นได้ชัดเจนว่า"การบินไทย"ในแบบฉบับกึ่งรัฐกึ่งเอกชน ที่ไม่กลายเป็น "เอกชน"เต็มตัวเพราะการมี "รัฐ" เป็นผู้ถือหุ้นไหญ่นั้น นอกจากจะช่วยอุ้มภาระหนี้สินที่มีอยู่จำนวนไม่น้อย ยังช่วยอุดหนุนเงินที่ขาดทุนปีละหลายหมื่นล้านบาทจากการบริหารแบบ "สุมสี่สุมห้า"
ถ้าเป็นบริษัทเอกชนเต็มตัว ผมกล้ารับรองด้วยศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผมได้เลยว่า "คุณอาจจะไม่รู้จัก บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน)หรืออาจจะแค่เคยได้ยินได้ฟังจากผู้อื่น เพราะคงมีการฟ้องร้องให้ศาลมีคำสั่ง "ล้มละลาย" ไปเมื่อหลายสิบปีก่อนโน้น แล้วก็เป็นได้ เพราะคงไม่มีกลุ่มทุนหน้าไหนยอมจ่ายเงินจำนวนกว่าหมื่นล้านเพื่ออุดหนุนเงินจากการขาดทุนผลของการบริหารแบบ"สุ่มสี่สุ่มห้า" นับได้ก็ไปนับไม่ได้ตรูก็จะยังไปแบบนี้หรอก"

ปัจจุบันนี้ ประชาชนชาวสยามประเทศได้อะำไรจาก "สายการบินแห่งชาติ" สายนี้

เมื่อพูดถึง "การบินไทย" คุณนึกอะไรออกบ้าง นอกจาก
-ตั๋วที่แพงหูฉีก(ขายโค-ตะ-ระแพง แต่ยังดันขาดทุนซะนี้)
-พนักงาน(ส่วนหนึ่ง)ที่ทำหน้าทำตายังกะจะกลืน ผดส. เข้าไปทั้งตัวซะอย่างนั้น
-ภาพจากการโฆษณาประชาสัมพันสายการบินนี้ คุณอาจจะเห็นภาพนั้นแค่ในสื่อ เพราะในสถานะการณ์จริงคุณแทบจะหาความเหมือนหรือคล้ายคลึงภาพที่เห็นไม่ได้เลย
-คนใน(ไม่)อยากจะออก และคนนอกก็(ดัน)อยากจะเข้า
-ฯลฯ


ด้วยความเคารพครับท่านทั้งหลาย ที่พูดแบบนี้เพราะรัก"การบินไทย" การบินไทยเป็นดั่งเช่นทุกวันนี้ ไม่ไช่เพราะพนักงาน(สหภาพการบินไทย)เป็นผู้กระทำหรอกครับ หากแต่ ผู้บริหาร(บอร์ด)นั้นขาดความรู้ความเข้าใจ ความมีเหตุมีผล และขาดการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ ต่างหากละครับ

ที่ว่าขาดความรู้และการตัดสินใจที่ต้องใช้องความรู้เข้าช่วยนั้นก็ ดูได้จาก การใช้เครื่องบินขนาดไหญ่ในเส้นทางที่ ผดส. น้อย
เส้นทางเชียงรายใช้ A300-600 ขนาด 266ที่นั้ง ในขณะที่มี ผดส. เฉลี่ยเที่ยวบินละ 90 ที่นั้งโดยประมาณ แล้วออกมาบอกว่า ขาดทุนในขะณะที่สายการบินเองก็มีเครื่องบินที่เหมาะสมกว่าประจำการอยู่แล้ว........





0 user(s) are reading this topic

0 members, 0 guests, 0 anonymous users

ค้นหา ตั๋วเครื่องบินด้วยระบบ Galileo (แสดงผล waiting list)     ค้นหา ตั๋วเครื่องบินด้วยระบบ Amadeus (เแสดงเฉพาะที่นั่งว่าง)
   
    ติดต่อเจ้าหน้าที่แผนก ตั๋วเครื่องบิน โทร 02-3737-555 / จันทร์ - ศุกร์ 09.00~18.00 น. // เสาร์ 09.00-16.00 น.