Jump to content



 
จองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม จองรถเช่า
แผนกบริการลูกค้า โทร 02-3737-555 จันทร์ - เสาร์ 09.00-18.00น.

 

ค้นหาข้อมูลท่องเที่ยวและการบินในเอชไฟล์ท เชิญด้านล่างนี้

หน้าแรก | เว็บบอร์ดรีวิว | จองตั๋วเครื่องบิน | จองโรงแรม | เที่ยวต่างประเทศ | เที่ยวในประเทศ | ลงโฆษณา

ขึ้นเครื่องบินครั้งแรก!! ทำยังไง? ไม่ต้องกลัว ขั้นตอนง่ายๆ ไม่หลง ไม่งง!


  • Please log in to reply
23 replies to this topic

#1 ทีมข่าวHFLIGHT

ทีมข่าวHFLIGHT

    สมาชิก Business Class

  • Moderator Team
  • 9,491 posts

 


Posted 28 December 2018 - 06:25 PM

Advertisements

ขึ้นเครื่องครั้งแรก!! ไม่ต้องกลัว ทำตามนี้ขั้นตอนง่ายๆ ทำอย่างไร? ไม่หลง ไม่งง!

 

ไหน!? ใครจะขึ้นเครื่องบินครั้งแรก (หรืออาจจะครั้งที่สองที่สาม) แล้วยังกล้า ๆ กลัว ๆ งง ๆ ไม่รู้จะต้องทำอย่างไร ไปเริ่มต้นอะไรที่ไหน เช็คอินคืออะไร ต้องทำไง คราวนี้เราจะพาไปชมขั้นตอนขึ้นเครื่องบินได้ง่าย ๆ แบบ Step by Step กันเลย พร้อมกับลงรายละเอียดถึงวิธีการรวมถึงข้อกำหนดต่าง ๆ ที่ควรรู้กันด้วย ให้บรรดาใครที่กำลังจะลองขึ้นเครื่องบินได้เดินทางได้อย่างมั่นใจ

คราวนี้เอาตัวอย่างง่าย ๆ ก่อน เป็นการเดินทางในประเทศจากดอนเมือง ไปนครพนม จ้า

 

01.jpg





Advertisements

#2 ทีมข่าวHFLIGHT

ทีมข่าวHFLIGHT

    สมาชิก Business Class

  • Moderator Team
  • 9,491 posts

Posted 28 December 2018 - 06:26 PM

เดี๋ยวนี้การนั่งเครื่องบินเป็นที่นิยม เพราะสะดวก ประหยัดเวลา แล้วก็ยังทำให้เราได้เห็นเมืองที่เราคุ้นเคยในมุมใหม่ หรือทิวทัศน์สวย ๆ ระหว่างการเดินทางด้วยนะ อย่างภาพนี้ก็เป็นบรรยากาศที่ทีมงานได้เจอในระหว่างการเดินทางครั้งนี้เลย

 

02.jpg

 


#3 ทีมข่าวHFLIGHT

ทีมข่าวHFLIGHT

    สมาชิก Business Class

  • Moderator Team
  • 9,491 posts

Posted 28 December 2018 - 06:29 PM

Step 1 จองตั๋วเครื่องบิน

จะเดินทางได้ไงถ้าไม่มีตั๋ว? งั้นเรามาเริ่มกันที่ขั้นตอนการจองตั๋วเครื่องบินกันเลยนะ 

การจองตั๋วเครื่องบินเนี่ยเป็นอะไรที่ทำหลายคนปวดหัวหรือหลายคนก็ต้องไหว้วานให้คนอื่นจองให้ แต่จริง ๆ แล้วมันก็ไม่ได้ยากซะจนเกินไปหรอกนะ ก็ทำไปทีละขั้นตอนเรื่อย ๆ แต่ละขั้นต้องเลือกหรือกรอกข้อมูลอะไรก็กรอกให้ถูกต้องครบถ้วน แล้วก็กด "Next" หรือ "ถัดไป" เพื่อไปยังขั้นต่อ ๆ ไปจนกระทั่งถึงขั้นตอนการจ่ายเงินและสุดท้ายเราก็จะได้รับเอกสารยืนยันการจอง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วก็จะมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

 

03.jpg

 

 เข้าสู่หน้าแรกบนเว็บไซต์สายการบินที่ต้องการเดินทางด้วย เลือกต้นทางและจุดหมายสำหรับการบิน วันที่ออกเดินทางและวันเดินทางกลับ (ถ้าใครจะจองเที่ยวเดียวก็ให้เลือก "One way" หรือ "เที่ยวเดียว") เลือกจำนวนผู้เดินทาง ใส่โค้ดโปรโมชั่น (ถ้ามี) แล้วก็กดปุ่ม "Search" หรือ "ค้นหาเที่ยวบิน"

*หน้าแรกบนเว็บไซต์สายการบินมักจะมีการนำเสนอโปรโมชั่นต่าง ๆ และบางสายการบินก็มีตัวเลือกดีงามให้ดูเป็นปฏิทินรายเดือนว่าวันไหนมีโปรโมชั่นวันไหนตั๋วราคาธรรมดา ช่วยให้ตัดสินใจเลือกวันเดินทางง่ายขึ้นด้วย

 เลือกเที่ยวบินที่สายการบินให้บริการ ซึ่งราคาแต่ละเที่ยวบินของแต่ละวันมักจะต่างกัน ก็ลองคลิ๊กไปดูของวันก่อนหน้าหรือวัดถัดไปเพื่อเปรียบเทียบกันก่อน 

 ตรวจดูจะรายการสรุปข้อมูลที่เราได้เลือกทั้งวันที่เดินทาง เวลา เที่ยวบิน และราคา ซึ่งจะขึ้นไว้ที่มุมหนึ่งของหน้าเว็บไซต์ เมื่อแน่ใจแล้วก็เลือก "Next" หรือ "ถัดไป" ได้เลย

 กรอกข้อมูลประจำตัวของผู้เดินทาง ตรวจสอบให้เรียบร้อบแล้วก็ "Next" หรือ "ถัดไป" 

 เลือกซื้อบริการต่าง ๆ เพิ่มเติม (ตามแต่ต้องการ) ซึ่งบางบริการอาจไม่รวมอยู่ในตั๋วโดยสารที่เลือกมาในตอนต้น อาทิ น้ำหนักสัมภาระใต้ท้องเครื่อง อาหารและเครื่องดื่มระหว่างเที่ยวบิน การเลือกที่นั่ง และประกันภัยการเดินทาง เป็นต้น ซึ่งแต่ละสายการบินก็จะมีบริการต่าง ๆ ที่ต่างกันไปนะ

 อ่านข้อกำหนดและเงื่อนไขการเดินทาง และกดยอมรับก่อนจึงจะสามารถเลือก "Next" หรือ "ถัดไป" ได้

 ชำระเงินค่าตั๋วโดยสาร เดี๋ยวนี้สะดวกมากขึ้นด้วยรูปแบบการชำระเงินที่หลากหลาย ทั้งจ่ายผ่านบัตรเครดิต/เดบิต จ่ายผ่านตัวแทนรับชำระเงิน หรือจ่ายแอพพลิเคชั่น Internet Banking ของธนาคารต่าง ๆ ในโทรศัพท์มือถือก็ทำได้ 

 เก็บหลักฐานและตั๋วโดยสารที่ได้รับภายหลังการชำระเงิน โดยข้อมูลสำคัญก็คือ Booking Number หรือ Booking Reference ลองดูในหน้าต่างนี้อาจมีตัวเลือกให้ส่งข้อมูลเข้าทางอีเมล หรือข้อความโทรศัพท์อยู่ด้วย 

 สามารถเข้าไปยัง "Manage Booking" หรือ "จัดการข้อมูลการจอง" ได้ภายหลังการชำระเงิน บางสายการบินก็ให้เลือกที่นั่งที่เราถูกใจได้ฟรีจากส่วนนี้ (ยกเว้นบางที่นั่งซึ่งสงวนไว้ อาจต้องชำระเงินเพิ่มเติม) บางสายการบินก็ต้องจ่ายเงินหากจะเลือกที่นั่งแต่ถ้าเราไม่เลือกเองเดี๋ยวระบบก็จะสุ่มเลือกให้ ถ้าซื้อตั๋วแล้วยังไงก็มีที่นั่งนั่นแหละ นอกจากนั้นยังให้เลือกซื้อบริการเสริมต่าง ๆ ได้อีก เป็นต้น

นอกจากการจองตั๋วผ่านหน้าเว็บไซต์แล้ว ยังมีการจองผ่านแอพพลิเคชั่นในมือถือด้วยนะ ซึ่งก็มีทั้งของสายการบินเองและผู้ให้บริการที่ดีลกับสายการบิน (อย่างหลังอาจได้ราคาที่ถูกกว่าบนหน้าเว็บไซต์ของสายการบินด้วย) การจองผ่าน Call Center และเคาน์เตอร์ขายตั๋วของสายการบินก็ทำได้เช่นกัน แต่อาจไม่มีราคาโปรโมชั่นอย่างหน้าเว็บ



#4 ทีมข่าวHFLIGHT

ทีมข่าวHFLIGHT

    สมาชิก Business Class

  • Moderator Team
  • 9,491 posts

Posted 28 December 2018 - 06:37 PM

Step 2 ไปสนามบิน ไม่หลง

วันนี้เราเดินทางภายในประเทศ จึงต้องมาที่อาคารผู้โดยสาร2 อาจต้องบอกไว้นิดนึงกันหลง เพราะปัจจุบันท่าอากาศยานดอนเมือง กรุงเทพฯ ของเรามีอาคารผู้โดยสารให้บริการอยู่ 2 หลัง แบ่งแยกผู้โดยสารกันชัดเจน และบรรยากาศก็ต่างกันชัดเจนด้วย
 
04.jpg
 

ในภาพนี้คือ อาคารผู้โดยสาร 2 หรือ Terminal 2 (T2) ซึ่งให้บริการสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ บรรยากาศของอาคารนี้จะใหม่ สว่างไสว และทันสมัย เพราะเพิ่งจะปรับปรุงแล้วเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง และที่ชั้น 3 ซึ่งเป็นพื้นที่ของผู้โดยสารขาออก แถวของเคาน์เตอร์เช็คอินจะเริ่มที่หมายเลข 9 ถึงหมายเลข 15 (ไม่มี 13)


ก่อนเดินทางมาก็ควรตรวจสอบสักนิดว่าสายการบินที่เราเดินทางด้วยนั้นใช้เคาน์เตอร์เช็คอินหมายเลขอะไร เพื่อจะได้ไม่ต้องร้อนใจหรือเสียเวลาเดินหา ถ้าต้นทางของใครอยู่ที่ท่ากาศยานดอนเมืองแบบเราในวันนี้ แล้วมีคนขันรถมาส่งหรือใช้บริการ Taxi ก็สามารถบอกให้จอดตรงประตูทางเข้าของผู้โดยสารขาออกซึ่งหมายเลขประตูที่นี่จะตรงกับ หมายเลขของเคาน์เตอร์เช็คอินที่อยู่ภายใน
 
แต่ถ้าไม่รู้ว่าเที่ยวบินของเรา สายการบินเราจะต้องไปเช็คอินตรงไหน ,มาถึงสนามบินแล้วก็ต้องมาดูข้อมูลเที่ยวบินขาออกจากจอข้อมูลที่แสดงในอาคารผู้โดยสารแบบนี้ ก็จะรู้ว่าเที่ยวบินที่เราจะไปจะต้องไปเคาน์เตอร์ไหน แถวไหน
 
05.jpg


#5 ทีมข่าวHFLIGHT

ทีมข่าวHFLIGHT

    สมาชิก Business Class

  • Moderator Team
  • 9,491 posts

Posted 28 December 2018 - 06:38 PM

ให้ดูกันนิดนึงสำหรับ อาคารผู้โดยสาร 1 หรือTerminal 1 (T1) ซึ่งให้บริการสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ บรรยากาศในอาคารนี้จะค่อนข้างมีความดั้งเดิมเหมือนครั้งอดีตกาล ที่ชั้น 3 หรือพื้นที่ของผู้โดยสารขาออก ส่วนแถวเคาน์เตอร์เช็คอินจะเริ่มที่หมายเลข 1 ถึงหมายเลข 8 
 
04-2.jpg

ทั้งนี้ทั้งนั้นหากลงผิดอาคาร ผิดประตูก็หาใช่เรื่องใหญ่ไม่ เพราะอาคารทั้ง 2 หลังสามารถเดินทะลุเชื่อมถึงกันได้ทั้ง 4 ชั้นเลยล่ะ
 
นี่คือทางเดินเชื่อมระหว่างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ (T2) และอาคารผู้โดยสารภ่ยในประเทศ (T1) ของท่าอากาศยานดอนเมือง
 
06.jpg
 

บางคนอาจจะงง ๆ กับคำว่า "ผู้โดยสารขาเข้า" และ "ผู้โดยสารขาออก" อย่างเช่น เรานั่งรถเข้ามาสนามบินเพื่อจะบินออกไป ตกลงเราเป็นอะไร ก็ให้ยึดที่เที่ยวบินเข้า-ออก ไม่ใช่ยึดที่การเดินทางไป-มา สนามบิน

 

  • ผู้โดยสารขาเข้า หมายถึง คนที่บินเข้ามา ลงจากเครื่องมา แล้วเข้าสู่สนามบิน
     
  • ผู้โดยสารขาออก หมายถึง คนที่จะต้องขึ้นเที่ยวบินออกไปจากสนามบิน
 
 


#6 ทีมข่าวHFLIGHT

ทีมข่าวHFLIGHT

    สมาชิก Business Class

  • Moderator Team
  • 9,491 posts

Posted 28 December 2018 - 06:47 PM

Step 3 เช็คอินยังไง

ก่อนออกเดินทางเราจำเป็นจะต้องผ่านขั้นตอนการ "เช็คอิน" หรือการตรวจรับบัตรโดยสาร ด้วยเพราะตั๋วที่เราได้ทีแรกนั้นยังใช้เดินทางไม่ได้ จำเป็นจะต้องผ่านการเช็คอินเพื่อรับ Boarding Pass (บัตรที่นั่ง หรือบัตรขึ้นเครื่อง) ก่อน

 

07.jpg

 

การเช็คอินที่เคาน์เตอร์เช็คอินของสายการบิน ภายในอาคารผู้โดยสารขาออกที่สนามบินต้นทาง โดยทั่วไปเคาน์เตอร์จะเปิดบริการในช่วง 2 ชั่วโมงก่อนเวลาออกเดินทางของเที่ยวบิน และปิดบริการในช่วง 45 นาที ก่อนเวลาออกเดินทางของเที่ยวบิน แต่ละสายการบิน แต่ละเที่ยวบินอาจมีระยะเวลาเปิดปิดที่ต่างกันไปนะ ต้องตรวจสอบกับสายการบินที่เราจะเดินทางด้วย

 

การเช็คอินนั้นทำง่าย ๆ เพียงแสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรแสดงตนที่ทางราชการออกให้และมีรูปภาพของเรา อาทิ ใบขับขี่ บัตรประจำตัวนักศึกษา หรือ Passport (หนังสือเดินทาง) กับทางสายการบิน เพื่อเป็นการยืนยันตัวเราว่าตรงกับชื่อที่อยู่ในตั๋วเพียงเท่านี้ก็จะได้รับ Boarding Pass ที่จะใช้ขึ้นเครื่องมาแล้ว

 

บางสายการบินให้บริการเช็คอินด้วยตัวเองผ่านตู้ Kiosk (เครื่องเช็คอินด้วยตัวเอง) ด้วย และเจ้าตู้นี้ก็มักจะตั้งอยู่ใกล้กับเคาน์เตอร์เช็คอินของสายการบินในสนามบิน ตู้นี้ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถปริ้นท์ Boarding Pass ออกมาด้วยตัวเองได้เลย

 

08.jpg



#7 ทีมข่าวHFLIGHT

ทีมข่าวHFLIGHT

    สมาชิก Business Class

  • Moderator Team
  • 9,491 posts

Posted 28 December 2018 - 06:50 PM

วันนี้เราก็ใช้บริการตู้นี้แหละ

 

09.jpg

 

09-2.jpg

 

 

แต่ว่าจริง ๆ แล้ว ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยของโลกยุคปัจจุบันนี้ช่วยให้เราสามารออนไลน์เช็คอินผ่านหน้าเว็บไซต์สายการบิน หรือแอพพลิชั่นในโทรศัพท์มือถือล่วงหน้าได้ตั้งแต่อยู่ที่บ้านเลยนะ 
 

บางสายการบินให้ทำการออนไลน์เช็คอินได้ตั้งแต่ 14 วันก่อนเดินทาง แต่ส่วนมากจะอยู่ภายใน 24 ชั่วโมง ถึง 1 / 2 / 3 / 4 ชั่วโมงก่อนเวลาออกเดินทางของเที่ยวบิน แตกต่างกันไปแต่ละสายการบินจะกำหนด 

 

10.jpg
 

*ออนไลน์เช็คอินแล้วก็ปริ้นท์ Boarding Pass ที่ได้รับด้วยตัวเองมาเลยก็ได้ แต่หากเมื่อถึงสนามบิน ถ้ายังมีเวลาจะปริ้นอีกครั้งที่เคาน์เตอร์เช็คอินของสายการบิน/ตู้ Kioskก็ได้ 

อ้อ แต่บางสายการบินสามารถแสดง Boarding Pass บนหน้าจอมือถือได้เลยนะ ไม่ต้องพิมพ์ออกมาให้เปลืองกระดาษ



#8 ทีมข่าวHFLIGHT

ทีมข่าวHFLIGHT

    สมาชิก Business Class

  • Moderator Team
  • 9,491 posts

Posted 28 December 2018 - 06:53 PM

ส่วนการฝากสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่องสามารถทำได้พร้อมกับการเช็คอินที่เคาน์เตอร์เช็คอินของสายการบิน หรือหากทำออนไลน์เช็คอินและปริ้นท์บัตรโดยสารมาด้วยตัวเองแล้วก็ให้มองหาเคาน์เตอร์สำหรับฝากสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่องโดยเฉพาะได้เลย บางสายการบินให้ทำได้ด้วยตัวเองตั้งแต่ปริ้นแถบติดกระเป๋าและฝากสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่อง

 

แต่เมื่อกระเป๋าเคลื่อนไปตามสายพานก็ให้รอเช็คอีกหน่อยว่ากระเป๋าผ่านการสแกนวัตถุต้องห้ามหรือไม่ ซึ่งที่ท่าอากาศยานดอนเมืองจะมีจอให้คอยส่องดูกระเป๋าของเราอยู่ถัดจากเคาน์เตอร์ที่เราฝากโหลดสัมภาระนั่นแหล

 

11.jpg

ส่วนการฝากสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่องสามารถทำได้พร้อมกับการเช็คอินที่เคาน์เตอร์เช็คอินของสายการบิน หรือหากทำออนไลน์เช็คอินและปริ้นท์บัตรโดยสารมาด้วยตัวเองแล้วก็ให้มองหาเคาน์เตอร์สำหรับฝากสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่องโดยเฉพาะได้เลย บางสายการบินให้ทำได้ด้วยตัวเองตั้งแต่ปริ้นแถบติดกระเป๋าและฝากสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่อง
 

แต่เมื่อกระเป๋าเคลื่อนไปตามสายพานก็ให้รอเช็คอีกหน่อยว่ากระเป๋าผ่านการสแกนวัตถุต้องห้ามหรือไม่ ซึ่งที่ท่าอากาศยานดอนเมืองจะมีจอให้คอยส่องดูกระเป๋าของเราอยู่ถัดจากเคาน์เตอร์ที่เราฝากโหลดสัมภาระนั่นแหล

 



#9 ทีมข่าวHFLIGHT

ทีมข่าวHFLIGHT

    สมาชิก Business Class

  • Moderator Team
  • 9,491 posts

Posted 28 December 2018 - 06:54 PM

นี่คือ Boarding Pass สำหรับการขึ้นเครื่องบิน มาดูกันว่าในนี้มีข้อมูลอะไรอยู่บ้าง 

 

12.jpg

 

1️⃣ Name / ชื่อผู้โดยสาร 

2️⃣ Depart / ชื่อสนามบินต้นทาง

3️⃣ Arrive / ชื่อสนามบินปลายทาง

4️⃣ Gate no. / หมายเลขทางออกขึ้นเครื่อง

5️⃣ Flight no. / รหัสเที่ยวบิน

6️⃣ Boarding Time / เวลาขึ้นเครื่อง 

7️⃣ Zone / โซนที่นั่ง

8️⃣ Seat no. / หมายเลขที่นั่งบนเครื่อง



#10 ทีมข่าวHFLIGHT

ทีมข่าวHFLIGHT

    สมาชิก Business Class

  • Moderator Team
  • 9,491 posts

Posted 28 December 2018 - 06:58 PM

Step 4 ตรวจเอกสารการเดินทาง + สแกนสัมภาระ ไม่พลาด! 

 

13.jpg


ก่อนเข้าสู่พื้นที่ผู้โดยสารขาออก หรือจะไปรอขึ้นเครื่องบินนั้นก็ต้องผ่านการตรวจเอกสารการเดินทางก่อนนะ สิ่งที่เราต้องแสดงให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบก็คือ

 Boarding Pass ที่ได้รับมาภายหลังการเช็คอิน

 บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรแสดงตนที่ทางราชการออกให้ หรือ Passport 

จากนั้นก็จะเข้าสู่พื้นที่ตรวจสัมภาระด้วยเครื่องสแกน เพื่อตรวจสอบว่าสัมภาระที่นำติดตัวขึ้นเครื่องจำนวนไม่เกิน 2 ชิ้น น้ำหนักรวมกันไม่เกิน 7 กิโลกรัม ตามที่สายการบินกำหนด (แต่ละสายการบินอาจมีข้อกำหนดที่ต่างกัน) นั้นจะต้อง

 ไม่มีวัตถุอันตราย ทั้งสิ่งที่อาจทำให้เกิดประกายไฟ สิ่งที่อาจระเบิดได้เมื่อความกดอากาศต่ำ และสิ่งของมีคมต่าง ๆ เป็นต้น 

 ของเหลวที่นำติดตัวขึ้นเครื่องก็จะต้องอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่มีปริมาตร ไม่เกิน 100 มิลลิลิตร และถ้ามีหลาย ๆ ชิ้นก็ต้องรวมกันไม่เกิน 1,000 มิลลิลิตร

*Power Bank หรือแบตเตอรี่สำรอง เป็นวัตถุต้องห้ามที่ห้ามใส่ไว้ในกระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่องอย่างเด็ดขาด ผู้โดยสารสามารถถือติดตัวขึ้นเครื่องได้แต่ Power Bank จะต้องมีความจุไฟไม่เกิน 20,000 mAh

ส่วนตัวผู้โดยสารก็ให้เดินผ่านเครื่องสแกนที่อยู่ติดกัน เครื่องอาจจะส่งสัญญาณ ติ๊ด ขึ้นมาหากที่ตัวเรามีวัตถุที่เป็นโลหะ เจ้าหน้าที่ก็จะเข้ามาตรวจสอบ ซึ่งก็ไม่ต้องตกใจ และเมื่อผ่านมาแล้วก็มารับสัมภาระที่ออกจากเครื่องสแกน ตรงนี้หากเจ้าหน้าที่มองผ่านเครื่องสแกนเห็นสิ่งที่น่าสงสัยก็จะขอให้ผู้โดยสารเปิดกระเป๋าเพื่อตรวจสอบ ถ้าถูกขอให้เปิดกระเป๋าก็อย่าได้ตกใจอีกเช่นกัน เพราะจริง ๆ แล้วไม่ได้มีแค่คุณคนเดียวหรอกที่อาจจะลืมเอาคัตเตอร์ออกจากกระเป๋า หรือลืมดูว่าโลชั่นขวดเล็กแต่ปริมาตรดันเกิน 100 มิลลิลิตรซะนี่ แม้จะเป็นความไม่ตั้งใจก็ใช้เป็นข้ออ้างนำติดตัวไปไม่ได้นะ ของเหล่านั้น รักแค่ไหนก็ต้องทิ้ง (หรือเดินย้อนออกไปส่งไปรณีย์ที่ด้านนอก)



#11 ทีมข่าวHFLIGHT

ทีมข่าวHFLIGHT

    สมาชิก Business Class

  • Moderator Team
  • 9,491 posts

Posted 28 December 2018 - 07:03 PM

Step 5 รอขึ้นเครื่องที่ไหน

ผ่านจุดสแกนมาแล้วก็ไม่ต้องกลัวหลง ตรงนี้จะมีจอให้ตรวจสอบว่าเที่ยวบินของเรานั้นให้รอขึ้นเครื่องได้ที่ Gate (ทางออกขึ้นเครื่อง) ไหน สามารถตรวจสอบอีกครั้งได้เพราะอาจมีการอัพเดทหรือเปลี่ยนแปลงจากใน Boarding Pass

 

14.jpg

 

 

ป้ายบอกทางเดินไปยัง Gate จะชัดเจนตลอดทาง

 

15.jpg



#12 ทีมข่าวHFLIGHT

ทีมข่าวHFLIGHT

    สมาชิก Business Class

  • Moderator Team
  • 9,491 posts

Posted 28 December 2018 - 07:05 PM

วันนี้เราจะไปขึ้นเครื่องที่ Gate 55

 

16.jpg

 

 

ถึง Gate 55 แล้ว เช็คข้อมูลจากจอว่าเป็นเที่ยวบิน FD3396 ของเราที่จะออกเดินทางไปยังนครพนม ถูกต้องแบบนี้ก็นั่งคอยได้เลย แต่ถ้าใครมาถึงเร็วแล้วหน้าจอยังแสดงข้อมูลเที่ยวบินอื่นที่จะออกเดินทางก่อน ก็ให้ดูในส่วน Next Flight ว่าเป็นเที่ยวบินของเราใช่หรือไม่ แต่ส่วนมากแล้วหากมีการเปลี่ยนทางออกขึ้นเครื่องใด ๆ ก็จะมีการประกาศที่ค่อนข้างชัดเจน ไม่เช่นนั้นก็ต้องไปตรวจสอบจากจอแสดงข้อมูลเที่ยวบินที่เราให้ดูกันไปแล้ว จอแบบนี้กระจายอยู่ทั่วไปในอาคารผู้โดยสารนั่นแหละ

 

17.jpg


#13 ทีมข่าวHFLIGHT

ทีมข่าวHFLIGHT

    สมาชิก Business Class

  • Moderator Team
  • 9,491 posts

Posted 28 December 2018 - 07:08 PM

Step 6 ขึ้นเครื่องกันเถอะ

 

18.jpg

 

 การเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่องนั้นจะเร็วกว่าเวลาเครื่องบินออกเดินทางประมาณ 20-40 นาที สำหรับการเดินทางภายในประเทศโดยทั่ว ๆ ไป

 แต่ละสายการบินจะประกาศเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่องต่างกัน โดยมักจะเริ่มจากผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วเเบบพรีเมี่ยม ให้ความสำคัญกับผู้โดยสารสูงอายุ/ผู้โดยสารที่ต้องความช่วยเหลือพิเศษ/ ผู้โดยสารที่เดินทางพร้อมเด็กเล็ก หรือประกาศเรียกตามโซนที่นั่งซึ่งระบุอยู่ใน Boarding Pass 

 จะต้องแสดง Boarding Pass และบัตรประชาชน หรือบัตรแสดงตนที่ทางราชการออกให้ หรือ Passport ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอีกครั้ง

 บางครั้งทางออกขึ้นเครื่องก็ไม่ได้เป็น Jet Bridge (ทางเดินที่เชื่อมระหว่างอาคารผู้โดยสารกับเครื่องบิน) แต่เป็นทางออกสำหรับขึ้นรถบัสเพื่อต่อไปยังเครื่องบินที่จอดอยู่ในระยะไกล หรือในสนามบินขนาดเล็กบางเห่งเมื่อออกจากประตูแล้วก็ต้องเดินระยะใกล้ ๆ ผ่านลานเพื่อขึ้นเครื่องบิน

 

 

สำหรับวันนี้เราจะเดินผ่าน Jet Bridge ไปยังเครื่องบินเลยจ้า

 

19.jpg



#14 ทีมข่าวHFLIGHT

ทีมข่าวHFLIGHT

    สมาชิก Business Class

  • Moderator Team
  • 9,491 posts

Posted 28 December 2018 - 07:10 PM

เมื่อก้าวขึ้นเครื่องบินแล้วจะต้องแสดง Boarding Pass ให้พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อเป็นการรีเช็คว่านี่ใช่เที่ยวบินของเราแน่ ๆ และพนักงานจะแนะนำให้ว่าที่นั่งของเราอยู่ทางด้านซ้ายหรือขวา หน้าหรือหลัง

 

20.jpg

 

 

การระบุที่นั่งของผู้โดยสารจะเป็นตัวเลขต่อด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษ อย่างเช่นที่นั่งของเราในวันนี้คือ 27E ตัวเลข 27 ก็คือแถวที่นั่ง ส่วนตัวอักษร E คือตำแหน่งภายในแถวที่นั่ง สามารถหาที่นั่งได้จากการสังเกตุป้ายที่ติดอยู่อย่างชัดเจนตลอดทางเดินบนเครื่อง โดยตำแหน่งที่นั่ง A จะอยู่ชิดริมหน้าต่างทางด้านขวามือ (เมื่อเราเดินจากด้านหน้าไปด้านหลังเครื่องบิน) และไล่เป็น B, C, ... เรื่อยมาทางซ้ายจนถึงที่นั่งริมหน้าต่างอีกฝากฝั่งหนึ่งที่จะเป็นตัวอักษรใดก็จะขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่องบินโดยสารและการจัดผังที่นั่งบนเครื่องนั้น ๆ

 

21.jpg

 

 

 


#15 ทีมข่าวHFLIGHT

ทีมข่าวHFLIGHT

    สมาชิก Business Class

  • Moderator Team
  • 9,491 posts

Posted 28 December 2018 - 07:11 PM

สัมภาระที่นำติดตัวขึ้นเครื่องสามารถเก็บไว้ที่ช่องเก็บสัมภาระด้านบนแบบนี้ หรือที่ใต้เก้าอี้ที่นั่งด้านหน้าก็ได้ (ยกเว้นที่นั่งบริเวณทางออกฉุกเฉิน)

 

22.jpg

 

 

สำหรับที่นั่งติดหน้าต่างจะเรียกว่า Window Seat ส่วนที่นั่งริมทางเดินนั้นเรียกว่า Aisle Seat

 

23.jpg

 

 

 


#16 ทีมข่าวHFLIGHT

ทีมข่าวHFLIGHT

    สมาชิก Business Class

  • Moderator Team
  • 9,491 posts

Posted 28 December 2018 - 07:12 PM

มาถึงที่นั่งแล้ว

 

24.jpg

 

 

เมื่อพร้อมออกเดินทาง หรือสัญญาณแจ้งรัดเข็มขัดติดขึ้นก็ควรคาดเข็มขัดให้เรียบร้อย 

 

25.jpg

 

ช่วงทำการบินขึ้น-ลง แบบนี้ จะมีการประกาศให้ผู้โดยสาร

 รัดเข็มขัด

 เก็บพับโต๊ะหน้าที่นั่ง

 ปรับพนักพิงเก้าอี้ให้ตรง

 เปิดม่านบังแสงที่หน้าต่าง (ยกเว้นเครื่องบินบางรุ่นอาจไม่มีม่านบังแสง)

 งดใช้อุปกรณ์สื่อสาร และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์



#17 ทีมข่าวHFLIGHT

ทีมข่าวHFLIGHT

    สมาชิก Business Class

  • Moderator Team
  • 9,491 posts

Posted 28 December 2018 - 07:14 PM

และในขณะที่เครื่องก็จะเริ่มเคลื่อนตัวออกจากจุดจอด พนักงานต้อนรับจะสาธิตการใช้อุปกรณ์ตั้งแต่เข็มขัดรัดที่นั่งไปจนอุปกณ์ที่ต้องใช้ในกรณีฉุกเฉิน ใครมองไม่เห็นหรือตามไม่ทันก็สามารถศึกษาได้จากคู่มือความปลอดภัยที่อยู่ในกระเป๋าหน้าที่นั่ง

 

26.jpg

 

 

นักบินจะเปิดสัญญาณแจ้งรัดเข็มขัดในขณะทำการบินขึ้นและร่อนลง รวมทั้งในกรณีที่เจอสภาพอากาศไม่ดีหรือกรณีฉุกเฉิน

 

27.jpg

 

 

Take off ขึ้นจากสนามบิน

 

28.jpg

 

 
 


#18 ทีมข่าวHFLIGHT

ทีมข่าวHFLIGHT

    สมาชิก Business Class

  • Moderator Team
  • 9,491 posts

Posted 28 December 2018 - 07:16 PM

เมื่อเครื่องบินไต่ระดับเรียบร้อย

 

29.jpg

 

 

เมื่อไฟที่สัญญาณแจ้งรัดเข็มขัดดับลง ผู้โดยสารสามารถลุกจากที่นั่งไปเข้าห้องน้ำหรือปลดเข็มขัดได้ แต่แนะนำให้รัดเข็มขัดตลอดเวลาที่นั่งอยู่กับที่ เพื่อความปลอดภัย เพราะบางครั้งอาจเจอสภาพอากาศแปรปรวนโดยนักบินไม่ทราบล่วงหน้า

 

30.jpg

 

31.jpg



#19 ทีมข่าวHFLIGHT

ทีมข่าวHFLIGHT

    สมาชิก Business Class

  • Moderator Team
  • 9,491 posts

Posted 28 December 2018 - 07:20 PM

Step 7 รองท้องกันหน่อย

ในส่วนของอาหารบนเครื่องบิน บางสายการบินจะมีอาหารร้อน/อาหารว่าง หรือเครื่องดื่มบริการ แต่บางสายการบินไม่รวมบริการนี้ไว้ในค่าตั๋วโดยสาร ให้ผู้โดยสารก็สามารถเลือกสั่งซื้อล่วงหน้าได้เองจากทางหน้าเว็บไซต์ และเมื่อถึงเวลาให้บริการบนเครื่องก็แสดง Boarding Pass กับพนักงานต้อนรับเพื่อรับอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งซื้อไว้

 

32.jpg

 

 

มาเสิร์ฟแล้ว

 

33.jpg

 

 

สำหรับใครที่ไม่ได้สั่งซื้อไว้ล่วงหน้า แต่นึกอยากทาน หรือเห็นอาหารของคนข้าง ๆ แล้วหิว ก็หยิบเมนูหน้าที่นั่งมาแล้วเปิด แล้วเลือกซื้อก็ได้นะ แต่เมนูอาจแตกต่างจากหน้าเว็บไซต์

 
34.jpg


#20 ทีมข่าวHFLIGHT

ทีมข่าวHFLIGHT

    สมาชิก Business Class

  • Moderator Team
  • 9,491 posts

Posted 28 December 2018 - 07:21 PM

นอกจากคู่มือความปลอดภัยให้ศึกษาเพิ่ม และรายการอาหารที่สามารถเลือกซื้อได้แล้วนั้น ในกระเป๋าหน้าที่นั่งยังมีนิตยสารให้อ่าน และแค็ตตาล็อกให้ช้อปปิ้งได้ด้วย

 

35.jpg






0 user(s) are reading this topic

0 members, 0 guests, 0 anonymous users

ค้นหา ตั๋วเครื่องบินด้วยระบบ Galileo (แสดงผล waiting list)     ค้นหา ตั๋วเครื่องบินด้วยระบบ Amadeus (เแสดงเฉพาะที่นั่งว่าง)
   
    ติดต่อเจ้าหน้าที่แผนก ตั๋วเครื่องบิน โทร 02-3737-555 / จันทร์ - ศุกร์ 09.00~18.00 น. // เสาร์ 09.00-16.00 น.