นกแอร์ + สนามบินนครศรีฯ และ อ.เจิมศักดิ์

HFlight.net จองโรงแรม สายการบิน ท่องเที่ยว การเดินทาง  /  เสวนา...การท่องเที่ยวและการเดินทาง  /  นกแอร์ + สนามบินนครศรีฯ และ อ.เจิมศักดิ์
Posted by: ActionMask, August 25, 2008, 9:19pm
     ศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีต สว.กทม. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมานั้น ได้โดยสารกับสายการบินนกแอร์จากนครศรีธรรมราชมากรุงเทพฯ ปรากฎว่าที่สนามบินซึ่งเป็นของกรมการขนส่งทางอากาศ มีการตรวจค้นสัมภาระ ระเบิด และโลหะหนัก ซึ่งเป็นการทำงานที่ถูกต้อง แต่ขณะเดินเข้าช่องผู้โดยสารก็สงสัยว่าทำไมจึงไม่ตรวจค้นตัวผู้โดยสารก่อน ขึ้นเครื่อง ว่ามีอาวุธหรือไม่ จึงเดินกลับไปถามเจ้าหน้าที่ ได้รับคำตอบว่าเครื่องตรวจอาวุธถูกมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ขอยืมไป รวมถึงอุปกรณ์ที่เป็นไม้ตรวจ ตนเองจึงบอกว่าแบบนี้เกิดความเสี่ยงสูงกับชีวิตของพวกตน พนักงานตอบว่าวันนี้อาจารย์ต้องเสี่ยงหน่อยนะคะ ส่วนตัวรู้สึกไม่ค่อยดีและไม่สบายใจ ผู้โดยสารเต็มลำ 150 คนถ้ามีใครนำระเบิดซุกมาก็ตายกันหมด ถือเป็นการละเว้นหน้าที่และประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ที่อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ จึงมาร้องต่อศาลเพื่อให้ศาลลงโทษ ครั้งต่อไปจะได้ช่วยกันดูแล อีกอย่างค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ก็ควรจะได้รับการชดใช้เพราะเป็นความเสี่ยงต่อชีวิตและร่างกาย ซึ่งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา และเปิดใช้วันนี้เป็นวันแรกว่า

    สำหรับการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ศาลผู้บริโภควันนี้ ศ.ดร.เจิมศักดิ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่มีความตั้งใจในการทำงาน แต่ยังขาดความพร้อม เพราะหลายเรื่องเจ้าที่ยังไม่คุ้นเคยกับงานและไม่คุ้นเคยต่อกฎหมายวิธี พิจารณาคดีผู้บริโภค ว่าต้องทำอย่างไรบ้าง แต่เชื่อว่าอีกไม่นานเจ้าหน้าที่จะพร้อมในที่สุด

ที่มา http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=335695
Posted by: ActionMask, August 25, 2008, 9:19pm; Reply: 1
     นายสีหพันธ์ ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด สายการบินนกแอร์ กล่าวว่า ได้พูดคุยกับ ศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ถึงประเด็นการฟ้องร้อง เรียบร้อย เบื้องต้น ศ.ดร.เจิมศักดิ์ ชี้แจงว่าเป็นการฟ้องร้องสนามบินจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นจำเลยที่ 1 ในข้อหาบกพร่องต่อการปฏิบังานด้านความปลอดภัยในสนามบิน ส่วนนกแอร์ตกเป็นจำเลยที่ 2 ในข้อหาที่ปล่อยให้ผู้โดยสารไม่ได้รับการตรวจอาวุธก่อนขึ้นเครื่อง อาจเกิดอันตรายได้

    ทั้งนี้นกแอร์ต้องการชี้แจงว่า บทบาทของระบบความปลอดภัยสนามบินเป็นของสนามบิน ซึ่งมีกรมขนส่งทางอากาศรับผิดชอบ ดังนั้นกรมขนส่งทางอากาศต้องเป็นผู้ชี้แจงเรื่องดังกล่าว ซึ่งทราบเบื้องต้นตามกฏหมายความปลอดภัยทางอากาศ สนามบินต้องมีเครื่องตรวจวัตถุระเบิด ถ้าไม่มีอาจใช้เครื่องตรวจความปลอดภัย แฮนด์คิวท์ (Hand Quit) แทนได้ ซึ่งต้องตรวจสอบกฏหมายอีกครั้งว่าใช้เครื่องแฮนด์คิวท์ได้หรือไม่ ถ้ากฎหมายครอบคลุม นกแอร์ก็ไม่มีความผิด ทั้งนี้ข้อมูลข่าวที่ออกมาค่อนข้างผิดพลาด เกรงว่าจะกระทบต่อภาพลักษณ์เรื่องความปลอดภัย ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในธุรกิจการบิน โดยเฉพาะผลกระทบต่อ แบรนด์นกแอร์ จึงพร้อมจะชี้แจง ให้ทุกคนรับทราบถ้าต้องการข้อมูล

ที่มา
http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?lang=th&newsid=335697
Posted by: nene, August 25, 2008, 10:15pm; Reply: 2
น่าอัวอ่ะ!!

งานนี้สนามบินเมืองนครฯ คงจะหัวแบะศิณี

สงสารนกแอร์มากค่ะ ยิ่งสยายปีกไม่ค่อยออกอยู่

เจอแบบนี้เข้าไปน่ากลัวว่าปีกจะหลุดเอานะคะเนี่ยะ

แต่ถ้าไม่บินคนที่เค้าไม่ได้ซีเรียสเรื่องความปลอดภัยเท่าไหร่ก็จะรุมจิกด่านกแอร์

อยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกจริงๆ ค่ะ สำหรับนกแอร์งานนี้ น่าเห็นใจ

แต่กราวน์ก็ตอบได้น่ารักน่าชังอะไรเช่นนี้

ถ้าเป็นน้องนีนี่ได้ปีนเคาน์เตอร์ "เอามือลูบหน้า" แล้วหล่ะค่ะ

ตอบได้แมวมากๆ ตอบมาได้

"อาจารย์ก็ต้องเสี่ยงหน่อยหล่ะค่ะ"

ถ้าเป็นน้องนีนี่

น้องนีนี่จะไม่บินค่ะ แล้วก็คงจะทำแบบที่อาจารย์ทำ

เดี๋ยวนี้ผู้บริโภคมีสิทธิที่จะเรียกร้องสิทธิ์ของตนเองได้สมควรตามเหตุ

หล่อนทำ "ไม่ดี" แล้ว "พูดไม่ดี" หล่อนตาย

แต่ถ้าทำ "ไม่ดี" แล้วรู้จัก "ขอโทษ" อันนี้ก็น่าให้อภัยค่ะ


***************************************************************************

ปล. อันนี้นอกเรื่องนิดนึงค่ะ

คำว่า "มันเป็นนโยบาย" ควรเลิกใช้ด้วยนะคะสำหรับสายการบินนี้และทุกๆ สายการบิน

ว่าจะไม่วิจารณ์แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วพูดรวมไปเลยแล้วกันนะ

สำหรับน้องนกสวรรค์ ที่ตีปีกอยู่บนฟ้า

ไม่คิดจะพูดประโยคอื่นรึงัยคะ เช่น ใช้กล้องบนเครื่องบิน

ถ้าลูกค้าบอกไปว่าทำไมคนอื่นมีรูปใน แอร์ไลน์เนอร์

เธอจะต้องอธิบายลูกค้าให้ได้ว่าทำไมถึงห้ามใช้กล้อง

ไม่ใช่ตอบคำถามลูกค้าแบบ "สาวผมบลอนด์" ว่า

มันเป็นนโยบายค่ะ ลูกค้าตาดำๆ ไม่มีทางเข้าใจเธอ(ที่บินไฟล์ท 1 ตุลา)หรอกค่ะจำเอาไว้

เธอ(ที่บินไฟล์ท 1 ตุลา)ต้องบอกเค้าว่าจะเกิดผลอย่างไรกับเครื่องตามที่เธอได้ศึกษามาค่ะ

แล้วอย่าใช้อารมณ์กับลูกค้านักนะคะ ถ้าไม่มีลูกค้าเธอ(ที่บินไฟล์ท 1 ตุลา) ก็ไม่มีที่ให้อยู่เหมือนกันค่ะ

แค่นั้น!!~ (สำเนียงมิแลนด้า ณ สำนักพิมพ์รันเวย์)

ส่วนคนที่ทำดีอยู่แล้วน้องนีนี่ก็ดีใจค่ะ

ที่พวกคุณปฏิบัติงานกันอย่างเข้มแข็ง

อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!~

เป็นชุดเชียว Go! Go! Nene Go!
Posted by: tofuchinoiz, August 25, 2008, 10:50pm; Reply: 3
โห...พนง.ตอบได้น่ารักน่าบ้องอะไรเช่นนี้
ทางจารย์เจิมแกก็ไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่หรอก
มีคนอยากทำร้ายแกเยอะอยู่(ก็คงรุ้ๆกัน)
แต่ถ้าอุปกรณไม่ครบแบบนี้ก็ไม่ควรให้บอร์ด
ดีเลย์ก็ได้เพื่อความปลอดภัย..เฮ้อออ
ถ้ามีพนง.แบบนี้อีก.นกเอ๋ย จงพิจารณานะครับ
ไม่งั้น..อาจปีกหักตามเจ้าอื่นๆได้
Posted by: Chaneenoy, August 25, 2008, 11:05pm; Reply: 4
โอว เพิ่งดูคุณกิตติ รายงานทางช่อง 3 เมื่อกี้    แต่ข่าว hflight ไวกว่าอีก  ;)


งานเข้าซะแหล่ว นกแอร์
Posted by: _SJ, August 26, 2008, 12:34am; Reply: 5
ปล่อยปะละเลยไปได้เยี่ยงไรเนี่ย
ม. วลัยลักษณ์ เค้ายืมไปหมด สนามบินเลยหรอ  น่ากลัวมากๆ ถ้ามีผู้ไม่หวังดี แอบพกระเบิกขึ้นไป แล้วจะรู้กันไหมเนี่ย  (haiiyaa)

แค่นั้น!!~ (สำเนียงมิแลนด้า ณ สำนักพิมพ์รันเวย์)

นอกเรื่องนิดนึง ผมชอบหนังเรื่องนี้มากๆเลย The Devil wear Prada ชีชอบพูด That's all นึภาพแล้วยังยิ้มได้เลย

(hlaalaa)
Posted by: nene, August 26, 2008, 12:50am; Reply: 6
ยิ้มให้น้องนีนี่ชิมิ๊

แอร๊ยยยยยยยยยยยยย!!~ เขิลลลลล์
Posted by: PriNCe_oF_CaSsaNovA, August 26, 2008, 4:45am; Reply: 7
ช่วงนี้ยิ่งรวบรวมพลังกระพือปีกอยู่

งานเข้าน้องนก เลยครับ
Posted by: ArTErY, August 26, 2008, 9:17am; Reply: 8
งานเข้านกอีกแล้ว

สีตัวหนังสือคุณ nene แสบทรวงมาก

น่าจะสีละตัวเลยนะครับ จะแสบกว่า อิอิ
Posted by: ActionMask, August 26, 2008, 9:20am; Reply: 9
'เจิมศักดิ์'ประเดิมศาลผู้บริโภคฟ้องนกแอร์


เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง:อดีตส.ว.กรุงเทพฯ ประเดิมใช้สิทธิผ่านศาลผู้บริโภค ฟ้องสายการบินนกแอร์ ไม่ใช้เครื่องตรวจค้นผู้โดยสารตามเงื่อนไขการบิน คนเสี่ยงเหตุก่อการร้าย

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : วานนี้(25 ส.ค.) นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตส.ว.กรุงเทพฯ กล่าวว่าเมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้เดินทางโดยสารกับสายการบินนกแอร์ เส้นทางบินจากนครศรีธรรมราช ปลายทางกรุงเทพฯ เวลา 17.05 น. ปรากฎว่าที่สนามบินซึ่งเป็นของกรมการขนส่งทางอากาศ ได้มีการตรวจค้นสัมภาระ ตรวจระเบิดและโลหะหนัก ซึ่งก็เป็นการทำงานที่ถูกต้อง

แต่ขณะกำลังเดินทางเข้าช่องผู้โดยสาร ก็สงสัยว่าทำไมจึงไม่ตรวจค้นตัวผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่องว่ามีอาวุธหรือไม่ จึงเดินกลับไปถามเจ้าหน้าที่จึงได้รับคำตอบว่าเครื่องตรวจอาวุธนั้น ถูกมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ขอยืมไป ถามเจ้าหน้าที่ต่อไปว่าแล้วอุปกรณ์ที่เป็นไม้ตรวจไม่มีหรือ เจ้าหน้าที่คนเดิมตอบว่า ถูกขอยืมไปเหมือนกัน

"ผมเลยบอกว่าแบบนี้เกิดความเสี่ยงสูงกับชีวิตของพวกผม พนักงานตอบว่าวันนี้อาจารย์ต้องเสี่ยงหน่อยนะคะ ผมก็รู้สึกไม่ค่อยดี และไม่สบายใจเลย ผู้โดยสารเต็มลำ 150 คนถ้ามีใครนำระเบิดมาซุกกับผู้โดยสารสักคน ก็ตายกันหมด ซึ่งเรื่องนี้ผมมองว่าเป็นบริการที่ละเว้นและไม่ปฏิบัติหน้าที่ เป็นการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงที่อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ จึงมาร้องต่อศาลเพื่อให้ศาลลงโทษ ครั้งต่อไปจะได้ช่วยกันดูแล อีกอย่างค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ก็ควรจะได้รับการชดใช้เพราะเป็นความเสี่ยงต่อชีวิตและร่างกาย"  

นายเจิมศักดิ์ กล่าวเสริมอีกว่า พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา และเปิดใช้วันนี้เป็นวันแรกว่า ถือเป็นกฎหมายมีประโยชน์กับผู้บริโภคมาก นั่นก็คือการมาร้องต่อศาล ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมฤชา ผู้บริโภคสามารถฟ้องด้วยวาจาได้โดยจะมีนิติกร มาฟังและเรียบเรียงให้ และภาระการพิสูจน์ความผิดนั้น เป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการที่จะต้องเป็นฝ่ายพิสูจน์

เพราะว่าในกิจการหลายๆอย่างผู้บริโภคไม่สามารถพิสูจน์ได้ เช่นซื้อคอมพิวเตอร์ ซื้อรถยนต์ แล้วเกิดเสียหาย ผู้ประกอบการต้องพิสูจน์เองว่าของเขาดี ไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา หรือเป็นไปอย่างที่ถูกกล่าวหา แล้วศาลก็จะใช้วิธีพิจารณาแบบไต่สวน

"นั่นคือผู้บริโภคไม่ต้องมีทนาย ไม่ต้องซักหาพยานหลักฐานให้ศาล แต่ศาลสามารถที่จะเรียกหาพยานหลักฐานต่างๆ เอามาพิจารณาได้ รวมทั้งเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติม เพื่อให้หลาบจำ เป็นการชดเชยค่าเสียหายเป็นการลงโทษกับผู้ประกอบการได้อีก ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิทธิ์ของผู้บริโภค ผมคิดว่าศาลจะช่วยผู้บริโภคได้เพราะว่าโดยปกติผู้บริโภคฟ้องได้ตามคดีแพ่งอยู่แล้ว แต่ผู้บริโภคต้องมีทนายและต้องพิสูจน์ ทำให้เกิดความยุ่งยาก แต่ครั้งนี้ผู้บริโภคไม่ต้อง ถือว่าเป็นกฎหมายที่ก้าวหน้ามากๆ และเป็นกฎหมายที่คุ้มครองผู้บริโภค น่าจะเกิดประโยชน์อย่างมาก" นายเจิมศักดิ์ กล่าว

สำหรับขั้นตอนการเตรียมตัวเพื่อไปใช้กระบวนวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคนั้นผู้บริโภคควรจะ 1.เตรียมข้อมูล ลำดับ สถานการณ์ความเสียหายของตนเองเพื่อไปยื่นต่อศาล เพื่อป้องกันการหลงลืมเพราะความตื่นเต้นเมื่ออยู่ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ศาล 2.ศึกษาขั้นตอนวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคเบื้องต้น เอาไว้บ้าง http://www.coj.go.th เว็บไซต์นี้มีคำตอบ เพราะสามารถโหลดแบบฟอร์มเพื่อเขียนคำฟ้องในแบบฟอร์มจากบ้านไปยื่นต่อศาลได้เลย
Posted by: New Flyer, August 26, 2008, 10:02am; Reply: 10
สนามบินนครศรีธรรมราชปล่อยให้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ยืมเครื่องตรวจอาวุธไปได้อย่างไร
สนามบินควรปฏิเสธมหาวิทยาลัยไม่ให้ยืมอุปกรณ์ที่จำเป็นยิ่งต่อการรักษาความปลอดภัยเช่นนี้
มหาวิทยาลัยก็ช่างกระไร ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็หาซื้อเองไม่ได้หรือไง
Posted by: RapidasH, August 26, 2008, 12:23pm; Reply: 11
มวล. จะยืมไปทำไม ยังไม่เข้าใจ อยู่ดี  :o
Posted by: CX712, August 26, 2008, 12:27pm; Reply: 12
Quoted from RapidasH
มวล. จะยืมไปทำไม ยังไม่เข้าใจ อยู่ดี  :o


อาจจะมีพระราชทานปริญญาบัตรมั้งครับ

ต้องใช้เครื่องตัวนี้ในการตรวจคนที่ผ่านเข้าหอประชุม

Posted by: Ojarumaru, August 26, 2008, 2:11pm; Reply: 13
Quoted from CX712


อาจจะมีพระราชทานปริญญาบัตรมั้งครับ

ต้องใช้เครื่องตัวนี้ในการตรวจที่ผ่านเข้าหอประชุม



ครับช่วงนั้น มวล. มีงานพระราชทานปริญญาบัตรครับ
Posted by: peep_bmw, August 26, 2008, 4:27pm; Reply: 14
ถ้าเป็นเรื่องจริงก็เศร้าครับ
Posted by: BomB, August 26, 2008, 4:56pm; Reply: 15
ผมว่างานนี้ พนักงานนกแอร์ ไม่น่าที่จะใช่คนที่ตอบคำถามว่า "วันนี้อาจารย์ต้องเสี่ยงหน่อยนะคะ"นะครับ...

เพราะเท่าที่อ่านและทำความเข้าใจ ท่านน่าจะสอบถามกับพนักงานรักษาความปลอดภัยของทางสนามบิน ที่อยู่ตรงจุดตรวจค้นสัมภาระ ตรวจระเบิดและโลหะหนัก ไม่น่าใช่พนักงานของนกแอร์ที่อยู่ตรง Boarding Gate นะครับ

แต่นกแอร์ก็น่าจะมีส่วนที่รับผิดชอบเหมือนกันที่ว่า ทำไมรับผู้โดยสารที่ไม่ได้รับการตรวจสอบดังกล่าวขึ้นเครื่องบิน...

ก็เลยเกิดคำถามว่า...

ถ้านกแอร์ปฏิเสธที่จะรับผู้โดยสารขึ้นเครื่องบินแล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อมาหล่ะครับ...

น่าคิดต่อไหม....
Posted by: moshi, August 26, 2008, 5:58pm; Reply: 16
เครื่องตรวจค้นสัมภาระที่สนามบินนคร

ที่ผมเห็นๆก็มีเครื่องเดียวนะคับ

จะที่ผมเห็นมา

ปล.ให้ไปได้ยังไงทั้งๆที่รู้ว่ามีเครื่องเดียว
Posted by: chol1987, August 26, 2008, 9:19pm; Reply: 17
แบบนี้แย่นะครับ คงต้องเสี่ยงเอาหน่อย... เป็นคำพูดที่ไร้ความรับผิดชอบสิ้นดี
Posted by: TrulyHaven_Phuket, August 26, 2008, 10:42pm; Reply: 18
อ่านแล้วน่าเศร้า!!!!
Posted by: Kreicherisch1, August 27, 2008, 8:44am; Reply: 19
Quoted from New Flyer
สนามบินนครศรีธรรมราชปล่อยให้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ยืมเครื่องตรวจอาวุธไปได้อย่างไร
สนามบินควรปฏิเสธมหาวิทยาลัยไม่ให้ยืมอุปกรณ์ที่จำเป็นยิ่งต่อการรักษาความปลอดภัยเช่นนี้
มหาวิทยาลัยก็ช่างกระไร ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็หาซื้อเองไม่ได้หรือไง


นี่คือสิ่งที่ผมกำลังจะเข้ามาแสดงความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับข่าวครับ
ผมไม่โทษนกแอร์ แต่โทษสนามบินบ้านผมเอง

Posted by: saoguide, August 27, 2008, 9:25am; Reply: 20
อ่า..นกเอ๋ยนก

เราว่าเรื่องพนักงานต้องอบรมให้ "มาก" กว่านี้มากๆ จริงๆ นะคะ

อย่างที่บอก เคยใช้บริการไป-กลับเชียงใหม่ครั้งหนึ่ง

ไม่ประทับใจอย่างแรง

เชิด และดูถูกผู้โดยสารยิ่งกว่าการบินไทยอีก (mk09)
Posted by: Billy77, August 27, 2008, 10:59am; Reply: 21
ท่าทางคำพูดที่ว่า "วันนี้อาจารย์ต้องเสี่ยงหน่อยนะคะ" ทำให้เราต้องมองย้อนกลับไปถึงมาตรฐานวิธีปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกส่วนแล้วล่ะครับ

ส่วนตัวเคยใช้บริการที่สนามบินตรัง บอกตรงๆ ว่า พนง. ของนกแอร์ เหมือนเอา พนง. ของบริษัทรถทัวร์มาทำงานเลย ปรับปรุงด้วย
Posted by: POPPY, August 27, 2008, 5:01pm; Reply: 22
อืมมมมม อ่านแล้ว ก็นะ ....ป๊อปคิดว่าเหตุผลหลักที่ให้มีการฟ้องร้อง น่าจะมาจากคำพูดซะมากกว่า..... คำพูดนี่สำคัญจริงๆ...

ว่าแล้วก็มีตัวอย่างมาเล่าให้ฟัง....

มีผู้บริหารระดับสูงของบริษัทนึง.... เดินทางการสายการบินบ้านเรานี่แหละ...ในขั้น Business class แต่ไม่ขอเอ่ยนามแระกัน....

ไปถึงสนามบิน 1 ชม ก่อนเครื่องออก ซึ่งถือว่าไม่ผิด เพราะไม่ได้ฝ่าฝืนกฏ หรือ ผิดกฏแต่อย่างใดเลย

แต่พอไป Check in กลับได้คำตอบว่า เครื่องเต็มแล้ว.... ผู้โดยสารเลยถามว่า..แล้วจะให้ผมทำยังงัยในเมื่อตั๋วผมก็ confirm อยู่แล้ว.... สายการบินตอบว่า..... ติดต่อ agent ที่ออกตั๋วสิ.... แต่ผู้โดยสารก็ไม่ยอม...ออกแนวโวยวายนิดหน่อย...สายการบินเลยจะให้เดินทางกับอีกสายการบินนึง แต่ อีก ประมาณ 6 ชม เครื่องถึงจะออก.... ซึ่งผู้โดยสารบอกว่า ไม่ได้ เพราะเขามีประชุมสำคัญมากด้วย.......... จึงโวยวาย...โวยไป โวยมา ทางสายการบินบอกว่างั้นรอก่อนแระกัน..... แล้วก็เดินหายไปในพริบตา

กลับมาอีกที 30 นาทีก่อนเครื่องออก... แล้วพูดกับผู้โดยสารว่า.... คุณนี่โชคดีนะค่ะ....พอดีเรามีที่นั่งเหลืออีก 1 ที่ เลยได้ไป.... แล้วยืน bording pass ให้พร้อมเดินจากไป............


ทางผู้โดยสารเลยมาทำเรื่อง คอมเพลน กับแผนก Customer Service. คำตอบที่ได้รับคือ จดหมายขอโทษ...และบอกว่า เนื่องจากเราได้ทำการเปลี่ยน เครื่องบินลำใหม่กระทันหัน ทำให้ไม่สามารถแจ้งกับผู้โดยสารได้.... จึงมีความจำเป็นที่ต้องให้ที่นั่งกับผู้โดยสารที่มาเช็คอินก่อน (Fist come fist serve) ส่วนที่มาทีหลังก็คงต้องรอในเที่ยวบินต่อไป (ซึ่งคือวันรุ่งขึ้น)....

เท่านั้นแหละ....ทุกอย่างเป็นอันจบกัน.... ผู้โดยสารท่านนี่.. ขอยกเลิกสัญญากับสายการบินนี้ทันที และห้ามมิให้พนักงานใช้บริการสายการบินนี้ในการเดินทางไปทำธุรกิจเป็นอันขาด....ซึ่ง แต่ละปีๆ ยอดซื้อตั๋วประมาณ 200 ล้านบาท.... แต่จะต้องมาหายไปเพราะคำพูดของพนักงานเพียงแค่ 1-2 คน....


ฟังผู้โดยสารเล่าให้ฟังแล้วปลงงงงงง...






Posted by: lordson, August 27, 2008, 7:04pm; Reply: 23
พูดออกมาได้ไงอ่าครับ
Posted by: nutnut1919, August 27, 2008, 9:23pm; Reply: 24
น่ากลัวนะครับ ขึ้นเครื่องโดยไม่สแกนระเบิดก่อน

พนักงานก็พูดซ้า..
Posted by: freedomtofly, August 28, 2008, 8:44am; Reply: 25
เรื่องนี้ มวล. ควรที่จะต้องกลับมาขบคิดให้มากครับ เพราะต้นเหตุคือทาง มวล.

แล้วก่อนหน้านี้ทาง ม. เขาทำอย่างไร ทำแบบเดียวกันนี้ร่ำไปรึเปล่า แบบว่า ต้องให้ผู้โดยสารเครื่องบิน วัดดวงกันเอง

นกแอร์จ๋า ....  โดนเข้าอีกงาน สู้ไหวไหมเนี่ย
Posted by: Sataevolution, August 30, 2008, 6:23pm; Reply: 26
เวงกำ เหม๋ ทำไปได้
Posted by: Dos, September 14, 2008, 7:06am; Reply: 27
ปรากฎว่าที่สนามบินซึ่งเป็นของกรมการขนส่งทางอากาศ ได้มีการตรวจค้นสัมภาระ ตรวจระเบิดและโลหะหนัก ซึ่งก็เป็นการทำงานที่ถูกต้อง

สนามบินทั่วไปก็ตรวจกันแค่นี้ไม่ใช่เหรอครับ อย่างในออสเตรเลีย เค้าก็ตรวจที่ Security ที่เดียว หลังจากนั้นเวลาเข้าเกทไม่เคยเจอตรวจรอบสองอีกเลยนะครับ เดินแห่กันเข้าไปเลย
Posted by: nidnoii, September 14, 2008, 9:19am; Reply: 28
อ่านข่าวแล้วก็เศร้านะค่ะ
สนามบินบ้านตัวเองทำเรื่องแบบนี้ เฮ้อ ไม่คิดถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารเลย
ถูกต้องแล้วค่ะที่ฟ้องร้อง จะได้เป็นกรณีตัวอย่าง

แต่ก็เห็นใจทุกฝ่ายนะค่ะ
Print page generated: October 19, 2018, 5:47pm