Print Topic - Archive

HFlight.net จองโรงแรม รีวิวสายการบิน ท่องเที่ยว การเดินทาง  /  Japan Travel Guide  /  เที่ยว Hokkaido ฤดูร้อน ชมดอกไม้สวยๆครับ
Posted by: adisak, July 29, 2008, 11:38am
สวัสดีครับ มาอีกแล้วครับ
ทริปนี้ไปเที่ยวญี่ปุ่น เน้นทางเหนือที่ฮอกไกโด เกือบทั่วเกาะเลยครับ
ตั้งแต่ Hakodate-Sapporo-Otaru-Furano-Biei-Asahikawa-Kamikawa-Sounkyo-Abashiri-Shiretoko-Kushiro-Lake Akan-Lake Toya
เป็นทริป 14 วันครับ เดินทางโดยใช้ JR Pass 14 วัน งานนี้ใช้คุ้มจริงๆ ก่อนไปถึงฮอคไกโด ก็แวะพักและเที่ยวที่ Sendai ก่อนครับ
แล้ว 2 วันก่อนกลับ ไปปีนภูเขาไฟฟูจิ ตามรอยรีวิวสูงเหยียบเมฆ อะไรจะสูงขนาดน้าน
ทริปนี้เกิดขึ้นระหว่าง 3-18 กรกฎาคม 2551 ครับ ..... ไปดูกันได้เลย

ครั้งนี้ไปกับ TG ครับ
ขอต้อนรับสู่ญี่ปุ่น Yokoso Japan
Posted by: adisak, July 29, 2008, 11:45am; Reply: 1
ลงที่นาริตะครับ
จัดการแลก JR Pass ให้เรียบร้อย แล้วให้เจ้าหน้าที่จองตั๋ว NEX ไปลงที่สถานี Tokyo และซินคันเซ็นขบวน Hayate ไปลงที่เซ็นได
ซึ่งทั้งสองขบวนไม่มีตู้ Non-Reserve
จริงๆ แล้วผมชอบขึ้นตู้ Non-Reserve มากกว่า เพราะสนุกเลือกที่นั่งได้ตามอัธยาศัย
บนรถ NEX มีที่วางกระเป๋าในทุกๆ ตู้ หรือจะเอามาวางด้านหน้าที่นั่งก็ได้ ไม่เกะกะ เพราะกว้างพอสมควร  
Posted by: adisak, July 29, 2008, 11:47am; Reply: 2
ถึงสถานี Tokyo แล้วต่อด้วยซินคันเซ็น Hayate เผื่อเวลาต่อรถไฟไว้สัก 10 นาทีนะครับ เพราะจากชานชาลา NEX มาซินคันเซ็นห่างกันพอสมควร
แล้วยังมีกระเป๋าเดินทางเป็นภาระด้วย
Posted by: adisak, July 29, 2008, 11:52am; Reply: 3
ขอข้าม Sendai ไปเลยนะครับ ตัดฉับไปที่อีก 2 วันถัดมา นั่งเซ็นคันเซ็นไปสายสายปลายทางที่ Hachinohe แล้วต่อเป็นรถ Limited Express ขบวน Hakucho
ผ่าน Aomori ลอดมอุโมงค์ใต้ทะเลไปยัง Hakodate
มาถึงขบวนนี้ ที่นั่งเริ่มจะคับแคบแล้วครับ แบบว่าเน้นปริมาณที่นั่งมากกว่าความสบาย แล้วก็เป็นแบบนี้แทบทุกขบวนของรถไฟ JR Hokkaido
Posted by: adisak, July 29, 2008, 11:59am; Reply: 4
จาก Hachinohe ถึง hakodate ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง หน้าที่นั่งมีแผนผังบอกเวลาเข้าออกอุโมงค์เซคังของรถแต่ละขบวนด้วย
ช่วงที่อยู่ในอุโมงค์จริงๆ รถใช้เวลาวิ่ง 23 นาที
Posted by: adisak, July 29, 2008, 12:02pm; Reply: 5
ถ้าหิวก็มีข้าวกล่องขาย ลองชิมดูซักหน่อย
มาเที่ยวทางนี้ ต้องลองอาหารจำพวกนี้แหละครับ
มื้อหลังๆ มาจะโหดกว่านี้ครับ
Posted by: adisak, July 29, 2008, 12:03pm; Reply: 6
ถึง hakodate ประมาณเที่ยง
สองภาพนี้หน้าสถานี JR
Posted by: adisak, July 29, 2008, 12:06pm; Reply: 7
เอากระเป๋าไปฝากที่โรงแรมก่อน ที่ Toyoko-inn เดินไม่ถึง 3 นาทีก็ถึง ผ่านตลาดเช้า Asa-Ichi
Posted by: adisak, July 29, 2008, 12:08pm; Reply: 8
นี่โรงแรม Toyoko-inn น่าพัก สะอาด ห้องไม่แคบเกินไป
ตลอดทั้งทริปนี้ ส่วนใหญ่ผมใช้บริการโรงแรมในเครือนี้ ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ ทำเลดี อยู่ใกล้สถานีรถไฟ
มี japanese Breakfast บางสาขามีข้าวเย็นเลี้ยงด้วยครับ
Posted by: adisak, July 29, 2008, 12:12pm; Reply: 9
ที่แรกไปขึ้นหอคอย Goryokaku ชมป้อมปราการดาว 5 แฉกครับ
นั่งรถรางไปประมาณ 15 นาที ลงที่ป้าย Goryokaku-koen-mae แล้วเดินต่อ 5 นาทีก็ถึง
สาวสวยยิ้มหวานรอต้อนรับขึ้นลิฟท์สู่ชั้นชมวิว
Posted by: adisak, July 29, 2008, 12:14pm; Reply: 10
ความยิ่งใหญ่กว้างขวางของป้อมปราการ ใช้เลนส์ธรรมดาถ่ายได้ไม่เต็ม
Posted by: adisak, July 29, 2008, 12:15pm; Reply: 11
รูปปั้นน่ารัก บรยากาศสบายๆ ระหว่างทางเดินไปหอคอย
Posted by: adisak, July 29, 2008, 12:25pm; Reply: 12
จากนั้นนั่งรถรางย้อนกลับมาลงที่สถานี Jujigai แล้วเริ่มต้นเดินเที่ยวกันได้เลย
ภูมิประเทศบริเวณนี้จะเป็นเนินริมเชิงเขาฮาโกดาเตะ มีที่ให้แวะดูหลายแห่ง
Posted by: adisak, July 29, 2008, 12:26pm; Reply: 13
Roman Catholic Church
Russian Orthodox Church
Posted by: adisak, July 29, 2008, 12:28pm; Reply: 14
Old Public Hall
Posted by: adisak, July 29, 2008, 12:30pm; Reply: 15
แล้วก้ลงจากเนินเขาเดินเลียบท่าเรือเก่า มองกลับขึ้นไปจะเห็นยอดเขาฮาโกดาเตะ ที่จะขึ้นไปชมวิวตอนกลางคืนที่เขาว่าสวยที่สุด 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น
Posted by: adisak, July 29, 2008, 12:32pm; Reply: 16
แต่ตอนนี้มาชมกลุ่มอาคารอิฐแดงโกดังเก่า ที่ใครๆก้ไปเดินเที่ยวกัน
Posted by: adisak, July 29, 2008, 12:32pm; Reply: 17
ภายในมีร้านขายของที่ระลึกเพียบ
Posted by: adisak, July 29, 2008, 12:33pm; Reply: 18
นี่มุมบังคับที่นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปที่ระลึกกัน
Posted by: adisak, July 29, 2008, 12:35pm; Reply: 19
ไม่ไกลกันมีอีกอาคารที่น่าไปชมคือ ที่ทำการไปรษณีย์เก่า หรือ Meijikan ที่ปล่อยให้เถาวัลย์เกาะผนังอาคาร
Posted by: adisak, July 29, 2008, 12:36pm; Reply: 20
ใครอยากส่งจดหมายหรือโปสการ์ดกลับบ้านก็มีตู้ไว้ให้หย่อนพร้อม
Posted by: adisak, July 29, 2008, 12:37pm; Reply: 21
ร้านอาหารตกแต่งกันสุดๆ
Posted by: adisak, July 29, 2008, 12:38pm; Reply: 22
มองร้านนี้ไว้ กลับลงจากชมวิวบนเขาจะแวะทาน
Posted by: adisak, July 29, 2008, 12:40pm; Reply: 23
ใกล้ค่ำแล้ว นั่งรถรางไปลงที่ป้าย Jujigai แล้วเดินขึ้นเนินไป 5-10 นาทีก็จะถึงสถานีกระเช้าไฟฟ้า
Posted by: adisak, July 29, 2008, 12:41pm; Reply: 24
ขึ้นไปถึง นักท่องเที่ยวเยอะมาก แล้วต่างก็จับจองที่ด้านหน้าคอยเวลามืดค่ำชมวิวที่เขาว่าสวยอันดับต้นๆ ในโลก ไม่เปิดช่องว่างให้คนขึ้นไปหลังๆ แทรกตัวเลย
Posted by: adisak, July 29, 2008, 12:43pm; Reply: 25
ต้องได้แยกออกมาหามุมด้านข้างแทน แต่ด้านขวามือนี้ มีสลิงบัง แต่ก็สวยอีกแบบนะ
Posted by: adisak, July 29, 2008, 12:44pm; Reply: 26
เลยจำใจไปแทรกๆ ขอถ่ายรูปตรงที่มีคนเยอะๆ นั่นแหละ แชะ.... ได้รูปนี้มาครับ
สวยขนาดไหนนักเชียว
Posted by: adisak, July 29, 2008, 12:47pm; Reply: 27
ขากลับก่อนเข้าที่พัก แวะหาข้าวเย็นทานก่อน ได้ร้านที่มองๆไว้นั่นแหละครับ
ดูหน้าตาแล้ว โหดมั๊ยครับ ดิบๆ ทั้งนั้น มีสุกอยู่อย่างเดียวคือข้าวสวย
จากนั้นก้กลับเข้านอนเอาแรง พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปซัปโปโรกันต่อ
Posted by: adisak, July 29, 2008, 12:49pm; Reply: 28
ก่อนไปซัปโปโร แวะตลาดเช้าก่อน ส่วนนี้ขายผัก ผลไม้
Posted by: adisak, July 29, 2008, 12:51pm; Reply: 29
แตงเมล่อน กับราคาอันแสนแพง ที่พอจะเอื้อมถึงได้ก็เป็นซีกแบ่งขาย ชิ้นละ 200 เยน
Posted by: adisak, July 29, 2008, 12:52pm; Reply: 30
ปูยักษ์ แบ่งมาขาย
Posted by: adisak, July 29, 2008, 12:53pm; Reply: 31
อันนี้ไม่ทราบว่าชิ้นส่วนของอะไร แต่มักจะนำมาเสริฟให้เป็นกับแกล้มเวลาสั่งเบียร์มาทาน
Posted by: adisak, July 29, 2008, 12:54pm; Reply: 32
บ่อตกหมึก ตกได้จะแหล่ให้ทานกันสดๆ อะจึ๋ย....
Posted by: adisak, July 29, 2008, 12:56pm; Reply: 33
จาก Hakodate ไป Sapporo นั่งขบวน Super Hokuto ไปอีก 3 ชั่วโมงนิดๆ
Posted by: adisak, July 29, 2008, 1:00pm; Reply: 34
ถึงสถานี Sapporo เริ่มปรากฏเค้าลางของเมืองใหญ่ คือมีผู้คนขวักไขว่
ช่วงที่ผมไปกำลังมีการประชุม G8 ที่ทะเลสาปโทย่า ซึ่งอยู่กลางทางระหว่างฮาโกดาเตะกับซัปโปโร
ภายในเมืองทุกๆ 100 เมตร จึงเห็นตำรวจยืนดูแลความเรียบร้อยอยู่ตลอด
Locker งดให้บริการ เพื่อความปลอดภัย จึงเห็นนักท่องเที่ยวลากกระเป๋าเที่ยวกัน
Posted by: adisak, July 29, 2008, 1:03pm; Reply: 35
มาซัปโปโร ต้องทานารเม็ง หาทานได้ไม่ยาก ทั้งตามร้านข้างถนน หรือจะเป็นที่ชั้น 10 ตึก ESTA หน้าสถานี Sapporo หรือจะไปที่ตรอกราเม็ง ในย่าน Susukino ก็ได้
Posted by: adisak, July 29, 2008, 1:06pm; Reply: 36
แล้วก็เริ่มต้นเดินเที่ยวกัน
ไม่ไกลจากสถานี JR มีอาคาร Hokkaido Government Office Building เปิดให้เข้าชมด้านในฟรี
Posted by: adisak, July 29, 2008, 1:10pm; Reply: 37
แล้วก้ไป Clock Tower อีกสัญลักษณ์ของเมือง
Posted by: adisak, July 29, 2008, 1:12pm; Reply: 38
เดินไปอีกหน่อยเดียว ก็ถึง Odori Park มีผู้คนไปเดินเล่นและพักผ่อนกันมากมาย ใต้ดินมี Underground Shopping Center
Posted by: adisak, July 29, 2008, 1:14pm; Reply: 39
โดยมี TV Tower ให้ได้ขึ้นไปชมวิว
Posted by: adisak, July 29, 2008, 1:16pm; Reply: 40
สวยครับสวย ซัปโปโร เป็นเมืองที่อยู่ในอ้อมกอดของขุนเขา
ผังเมืองจัดวางอย่างดีในแบบบล็อค 4 เหลี่ยม
Posted by: adisak, July 29, 2008, 1:16pm; Reply: 41
ด้านนี้ Susukino
Posted by: adisak, July 29, 2008, 1:18pm; Reply: 42
ชมวิวมุมสูงเสร็จแล้ว คราวนี้ไปเยี่มมชมโรงเบียร์ซัปโปโรครับ
นั่งรถเมล์สาย 88 ไป ไปขึ้นได้ที่ป้ายหมายเลข 3 หลังตึก Loft ตรงข้ามสถานี JR Sapporo
Posted by: adisak, July 29, 2008, 1:20pm; Reply: 43
ประมาณ 15-20 นาทีก็ถึง พิพิธภัณฑ์โรงเบียร์ซัปโปโร ตั้งอยู่ติดกับห้อง Ario
Posted by: adisak, July 29, 2008, 1:22pm; Reply: 44
ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ด้านหน้าครับ
Posted by: adisak, July 29, 2008, 1:23pm; Reply: 45
พิพิธภัณฑ์นี้ให้เข้าชมฟรีครับ
แถมมีไกด์พาชม แต่บรรยากายเป็นภาษาญี่ปุ่นครับ ถ้าใครฟังออกก็เชิญตามสบาย
หรือไม่ก็เดินชมเองได้ตามอัธยาศัยครับ
Posted by: adisak, July 29, 2008, 1:25pm; Reply: 46
ภายในก็มีประวัติความเป็นมาของเบียร์ซัปโปโร บรรจุภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ทำออกจำหน่าย โปสเตอร์โฆษณาเบียร์ตั้งแต่ยุคแรกจนถึงปัจจุบัน
ให้ได้ชม
Posted by: adisak, July 29, 2008, 1:27pm; Reply: 47
รายได้ของพิพิธภัณฑ์อยู่ตรงนี้ครับ ตรงที่ถ้าอยากทดลองชิมเบียร์ชนิดต่างๆ ก็แก้วละ 200 เยน แก้วเล็ก 100 เยน
หรือไม่ก็เลือกแบบเป็นเซ็ต 3 แก้ว 400 เยน ให้ได้เห็นความแตกต่างของรสชาติเบียร์แต่ละชนิดครับ
Posted by: adisak, July 29, 2008, 1:30pm; Reply: 48
บรรยากาศยามเย็นที่หน้าสถานี JR Sapporo วันนั้นแม้จะเป็นหน้าร้อน แต่อุณหภูมิ 22 องศาเซลเซียสครับ
แต่ก้ไม่ได้หนาวอะไร เย็นพอดี กำลังเดินสบายครับ ไม่ต้องใส่แจ็คเก็ต
Posted by: adisak, July 29, 2008, 1:32pm; Reply: 49
ยามค่ำคืนในซัปโปโร ต้องไปเดินทางย่าน Susukino ครับ ไปดุป้ายไฟครับ แม้ย่านนี้จะได้ชื่อว่าเป็นย่านบันเทิงเริงรมณ์ แต่ก็มีร้านอาหารการกินเยอะเหมือนกัน
Posted by: adisak, July 29, 2008, 1:33pm; Reply: 50
อีกมุมครับ
Posted by: adisak, July 29, 2008, 1:36pm; Reply: 51
ตรอกราเม็ง มีร้านราเมนให้เลือกชิมเป็นสิบๆ ร้าน
ปัจจุบันมี 2 ตรอก เพิ้งเปิดใหม่ไม่นานมานี้ อยู่ใกล้ๆกัน
ถ้าไม่รู้จะเข้าร้านไหน ดูง่ายๆ ร้านไหนคนเยอะ ร้านนั้นอร่อย
Posted by: adisak, July 29, 2008, 1:41pm; Reply: 52
ผมหาที่พักในซัปโปโรได้แค่คืนเดียว อย่างที่บอกไว้ครับ ผมไปตรงกับช่วงการประชุม G8 พอดี ที่พักเลยหาค่อนข้างยาก
วันต่อๆ มาจึงใช้เมือง Asahikawa ซึ่งอยู่ห่างจากซัปโปโรไปดดยรถไฟชั่วโมงครึ่ง เป็นฐานที่พักและการท่องเที่ยวในครั้งนี้แทน
แต่ก็สะดวกครับ เพราะไปได้ทั้ง Wakkanai-Abashiri-Biei-Furano แถมไม่ต้องนั่งรถไกล กลับมาตั้งต้นใหม่ถึง Sapporo
เช้าวันต่อมาจึงเก็บกระเป๋าย้ายที่อยู่ไปยัง Asahikawa ด้วยรถไฟ Limited Express Super Kamui ที่วิ่งระหว่าง Sapporo-Asahikawa มีรถออกทุก 30 นาที
Posted by: adisak, July 29, 2008, 1:42pm; Reply: 53
พักโรงแรมในเครือ Toyoko-inn เช่นเคย
Posted by: adisak, July 29, 2008, 1:48pm; Reply: 54
ฝากกระเป๋าเรียบร้อย ก้ได้เวลาเที่ยว Asahikawa ซึ่งมีที่เที่ยวขึ้นชื่ออยู่ไม่กี่แห่ง
แห่งแรกคือ Asahiyama Zoo สวนสัตว์ขั้วโลกเหนือ
แต่มาหน้าร้อน ก็เหมือนสวนสัตว์ทั่วๆไป วิธีไปก้ไม่ยาก นั่งรถเมล์จาหน้าสถานี Asahikawa ไปประมาณ 40-50 นาที
(ผมนั่ง Fun Fun Bus ซึ่งให้บริการในช่วงหน้าร้อน 1 ก.ค.-30 ก.ย. ซื้อตั๋ว 1 Day 800 เยน)
Posted by: adisak, July 29, 2008, 1:50pm; Reply: 55
อุณหภูมิวันนั้นร้อนมาก สูงถึง 32 องศา
ก็มีสารพัดสัตว์ให้ชม ไฮไลต์อยู่ที่หมีขั้วโลกนี่แหละ
แล้วก็บรรดาเพนกวิน
Posted by: adisak, July 29, 2008, 1:51pm; Reply: 56
บรรยากาศโดยทั่วไปภายในสวนสัตว์ นักท่องเที่ยวมาชมกันเยอะพอสมควร ซึ่งส่วนใหญ่มีกับ Tour Bus
Posted by: adisak, July 29, 2008, 1:54pm; Reply: 57
คราวนี้นั่งรถยาวเลยครับ เป็นชั่วโมง ถึงสถานี Asahikawa ก็ไม่ต้องลง เพราะจะไปดู Snow Museum ซึ่งอยู่อีกฟากหนึ่งของเมือง
ตรงข้ามกับสวนสัตว์ที่เพิ่งไปมาเลยครับ
นี่ครับพิพิธภัณฑ์เกล็ดหิมะ
Posted by: adisak, July 29, 2008, 2:04pm; Reply: 58
ตีตั๋วเรียบร้อย ก็เดินลงบนไดวนลงสู่ใต้ดิน ซึ่งเป็นที่เก็บก้อนน้ำแข็งและห้องจัดแสดงภาพถ่ายเกล็ดหิมะ
Posted by: adisak, July 29, 2008, 2:05pm; Reply: 59
วันนั้นที่ Asahikawa อากาศร้อน เข้าไปที่นี่จึงรู้สึกเย็นสบายดี
Posted by: adisak, July 29, 2008, 2:08pm; Reply: 60
ส่วนเกล็ดหิมะ เป็นเพียงภาพถ่ายจัดแสดงไว้
แล้วก็มีเรื่องราวของยอดเขาในยอุทยาน daisetsusan ซึ่งถือว่าเป็นหลังคาของฮอกไกโด
Posted by: adisak, July 29, 2008, 2:13pm; Reply: 61
ภายในชั้นใต้ดินของที่นี่ เขาได้เนรมิตฮอลล์ขึ้นมา เพื่อไว้สำหรับจัดงานแต่งงานในบรรยากาศแสนโรแมนติกและหรูหรา
Posted by: adisak, July 29, 2008, 2:14pm; Reply: 62
นี่ร้านขายของที่ระลึกครับ ได้ Snowman มาตัวนึง
Posted by: adisak, July 29, 2008, 2:16pm; Reply: 63
ไปที่นี่ต้องทำใจนะครับ หานักท่องเที่ยวไม่ค่อยมี เงียบเหงา เพราะทำเลอยู่ไกลเกินไป
ขนาดรถเมล์ที่ผมนั่งไป มีผมเป็นผู้โดยสารเพียงคนเดียวตั้งแต่จากสวนสัตว์มานี่แล้ว ขากลับก็มีแต่ผมคนเดียว หว้าเหว่ครับหว้าเหว่
ร้านอาหารก็ไม่มี ต้องได้ซื้อไอติมทานรองท้อง
ถึงสถานี Asahikawa ยังพอมีเวลา จึงตัดสินใจนั่ง Local Train ไปที่ Biei
Posted by: adisak, July 29, 2008, 2:17pm; Reply: 64
นี่ครับรถไฟหัวเดียว วิ่งระหว่าง Asahikawa-Biei-Furano
Posted by: adisak, July 29, 2008, 2:22pm; Reply: 65
ประมาณ 30 นาทีก้ถึง Biei ถ้านั่งไปต่อก็จะถึง Nakafurano ใกล้ๆ Farm Tomita ปลายทางที่ Furano
แต่โปรแกรมของผมไม่ได้อยู่ในวันนี้
ผมจึงลงที่ Biei แล้วนั่งรถ Twinkle Bus ของรถไฟ JR เที่ยวชมทิวทัศน์รอบๆ เมือง Biei ซึ่งมีให้เลือก 2 เส้นทาง ๆ ละราว 1 ชั่วโมง ค่าโดยสารคนละ 600 เยน
บัตร JR Pass ใช้ไม่ได้ เพราะถือว่ารถบัสนี้เป็นรถนำเที่ยวพิเศษ จัดขึ้นเฉพาะในฤดูร้อนเท่านั้น
Posted by: adisak, July 29, 2008, 2:27pm; Reply: 66
ผมเลือกเส้นทาง Hill Course ซึ่งจะพาไปชม Ken & Marry Tree, Seven Star Tree, และจุดชมวิวที่ Northwest Hill
ซึ่งสถานที่เหล่านี้โด่งดังขึ้นมาก็จากโฆษณาสินค้าทางโทรทัศน์ ที่ได้ใช้สถานที่เป็นฉากในการถ่ายทำ  ทั้งบุหรี่ สายการบินและสินค้าอีกหลายตัว คนญี่ปุ่นจึงพากันมาตามหา
ส่วนผม ไม่เคยเห็นภาพยนตร์โฆษณาเหล่านี้มาก่อน จึงไม่อินเท่าไหร่ แต่ทิวทัศน์โดยภาพรวมถือว่าสวยงาม สบายตา
ด้วยแนวทุ่งข้าวบาร์เล่ย์และพืชอื่นๆ ที่ปลูกตัดสลับกันเต็มเนินเขา
Posted by: adisak, July 29, 2008, 2:28pm; Reply: 67
แบบนี้ครับ
Posted by: adisak, July 29, 2008, 2:29pm; Reply: 68
อันนี้ต้นไม้ Seven Star ประกอบฉากโฆษณาบุหรี่ยี่ห้อ 7Star
Posted by: adisak, July 29, 2008, 2:30pm; Reply: 69
ตัวเมือง Biei มองจากจุดชมวิว
Posted by: adisak, July 29, 2008, 2:31pm; Reply: 70
ที่นี่ก็มีทุ่งลาเวนเดอร์ แต่ยังไม่จุใจเท่าที่ Furano
Posted by: adisak, July 29, 2008, 2:33pm; Reply: 71
รอรถกลับ Asahikawa เดินชมเมือง Biei เงียบสงบ เหมือนต่างอำเภอนอกๆ ในบ้านเรา
ตัวอาคารบอกปี ค.ศ.ที่ก่อสร้างกำกับไว้ด้วย
Posted by: adisak, July 29, 2008, 2:38pm; Reply: 72
และแล้วขบวนรถไฟที่รอคอยก็มา
ใช่แล้วครับ Norokko Train รถไฟขบวนพิเศษ ที่วิ่งเฉาพในฤดูชมลาเวนเดอร์ในฤดูร้อนเท่านั้นครับ
วิ่งระหว่าง Asahikawa-Biei-Lavender Field-Nakafurano และ Furano
โดยจะจอดที่สถานี Lavender Field ซึ่งเป็นสถานีเฉพาะกิจ ที่ใกล้ farm Tomita ที่สุด ขบวน Local ก็จะไม่จอดที่สถานีนี้
แต่จะจอดที่ nakafurano แล้วต้องเดินกลับมาที่ฟาร์มโตมิตะอีก 15-20 นาที
แต่ตอนนี้ผมจะกลับไป Asahikawa ครับ เป็นเที่ยวสุดท้ายของวันแล้ว
Posted by: adisak, July 29, 2008, 2:39pm; Reply: 73
บัตร JR Pass ขึ้นได้ครับไม่เสียตังค์
Posted by: adisak, July 29, 2008, 2:41pm; Reply: 74
เป็นรถไฟสายคลาสสิคอีกขบวนที่ทาง JR นำมาปัดฝุ่น เป็นรถไฟสายท่องเที่ยว ปีนี้เป็นปีที่ 10 แล้วครับ ซึ่งดังขึ้นมาพร้อมๆ กับทุ่งลาเวนเดอร์ที่ฟาร์มโทมิตะ
Posted by: adisak, July 29, 2008, 2:42pm; Reply: 75
ที่นั่งแต่ละตู่ไม่เหมือนกัน
Posted by: adisak, July 29, 2008, 2:44pm; Reply: 76
คืนนี้ไม่ได้พักที่ Asahikawa ครับ แต่จะไปไกลถึง Wakkanai ดินแดนสุดเหนือญี่ปุ่น ซึ่งไม่ได้จองที่พักไว้เลย
ผมรอรถไฟขบวน Super Soya ซึ่งจะมาจาก Sapporo ออกจาก Asahikawa 19.13 น.
Posted by: adisak, July 29, 2008, 2:46pm; Reply: 77
ยังพอมีเวลา ไปหาข้าวเย็นทานให้เรียบร้อยก่อน ที่ตึก ESTA หน้าสถานีรถไฟนั่นแหละ
หาอะไรแบบโหดๆ ทานอีกแล้ว ชักติดใจ (ผมว่าซูชิโหดแล้ว เจอแบบนี้โหดกว่า ห่วย
Posted by: adisak, July 29, 2008, 2:47pm; Reply: 78
หน้าสถานี Asahikawa จากร้านอาหารบนตึก ESTA
Posted by: adisak, July 29, 2008, 2:50pm; Reply: 79
มาแล้วครับ Super SOYA ที่จะพาไป Wakkanai  จากนี่ไปราว 4 ชั่วโมง
Posted by: adisak, July 29, 2008, 2:51pm; Reply: 80
รถขบวนนี้ผู้โดยสารน้อยครับ
ยิ่งใกล้จะถึง Wakkanai ยิ่งแทบไม่เหลือผู้คนในตู้โดยสาร นั่งนอน เอกเขนกได้ตามสบาย
ถึงปลายทาง 5 ทุ่มครับ มีคนลงแค่เนี่ย
Posted by: adisak, July 29, 2008, 2:54pm; Reply: 81
ผมเดินออกจากสถานีเป็นคนสุดท้าย พร้อมๆ กับนายสถานีที่ล็อคกุญแจปิดสถานีในค่ำคืนนี้
มีแท็กซี่จอดอยู่ 1 คัน เมื่อดูว่าผมไม่ขึ้นแล้ว เขาก็ขับจากไป ทิ้งไว้แต่ความเงียบเหงาและเปล่าเปลี่ยว
...ไปทางไหนดีเนี่ยเรา....
Posted by: adisak, July 29, 2008, 2:58pm; Reply: 82
ตัดสินใจเดินขึ้นเหนือต่อไป (กะว่าจะไปให้สุดขอบโลกไง)
เพราะเคยดูในแผนที่ว่าจะมี Youth Hostel อยู่ไม่ไกลจากสถานี
แล้วก็หาเจอด้วยความช่วยเหลือของแท็กซี่ ที่ชี้ทางให้ แต่ไปถึงก็มีแต่ความมืด เพราะประตูปิดล็อค เข้านอนหมดแล้ว
โชคดีที่มีโรงแรมอยู่ใกล้ๆ ชื่อ Miyuki Hotel เข้าไปก็มีแต่ Front
มีที่นอนแล้วเรา นึกว่าจะได้นอนข้างถนนซะแล้ว ได้ที่นอน Foton บนเสื่อ Tatami อย่างดีเลย คืนนี้จ่ายแพงที่สุด 7250 เยน
Posted by: adisak, July 29, 2008, 3:04pm; Reply: 83
แต่ก็นอนไม่กี่ชั่วโมง ต้องรีบออกเพราะต้องไปให้ทันเรือเที่ยวแรก 6.30 น. ที่จะไปเกาะ Rishiri
นี่ครับ Miyuki Hotel โรงแรมเล็กๆ แต่อบอุ่น
อีกภาพ โรงแรมหรูที่สุดใน Wakkanai
Posted by: adisak, July 29, 2008, 3:06pm; Reply: 84
แนวกันคลื่นและลมที่สร้างป้องกันบริเวณท่าเรือวัคคาไน
กับบรรยากาศเมืองช่วงเช้าๆ ในวันฟ้าครึ้ม
Posted by: adisak, July 29, 2008, 3:07pm; Reply: 85
ตลาดสด
Posted by: adisak, July 29, 2008, 3:10pm; Reply: 86
มัวแต่เอ้อระเหย เกือบขึ้นเรือไม่ทัน เป็นคนสุดท้ายอีกแล้ว ค่าโดยสารไป Rishiri เที่ยวละ 1980 เยน ใช้เวลา 2 ชั่วโมง
บนเรือเฟอร์รี่ลำใหญ่ มีทั้งที่นั่งและที่นอน เลือกตามสะดวก
Posted by: adisak, July 29, 2008, 3:11pm; Reply: 87
ระหว่างทางไม่เห็นอะไรมาก เพราะมีแต่ทะเลและท้องฟ้าครึ้ม
Posted by: adisak, July 29, 2008, 3:12pm; Reply: 88
ถึงท่าเรือ Oshidomari ในเมือง Rishirifuji บนเกาะ Rishiri นักท่องเที่ยวรอขึ้นเรือขากลับเพียบ
Posted by: adisak, July 29, 2008, 3:17pm; Reply: 89
ส่วนผู้เพิ่งมาถึง ก็มีรถทัวร์มาจอดรับเพียบเช่นกัน
แล้วเราทำไง เอ๋อซิครับ
คนญี่ปุ่นเขาจะจองทัวร์มาล่วงหน้า ลงจากเรือก็ขึ้นรถบัสเที่ยวรอบเกาะต่อได้เลย
ที่จริงที่สถานีJR Wakkanai มี Travel Center รับจองทัวร์พวกนี้อยู่ แต่ผมไปถึงดึกแล้วนะซิ
แต่มีทางออกครับ ที่ท่าเรือ Oshidomari มี Sight seeing Bus บริการ วันละ 3-4 เที่ยว
ใช้เวลาทัวร์ประมาณ 3-4 ชั่วโมง แต่ผมเลือกเช่าจักรยานปั่นชมบริเวณเมือง Rishirifuji แทนครับ
Posted by: adisak, July 29, 2008, 3:20pm; Reply: 90
ซึ่งใกล้ๆ ท่าเรือมีจุดชมวิวที่ Cape Peshi ที่จะมองเห็นยอดเขาริชิริ ได้อย่างชัดเจน
แต่วันนี้ดูท่าทางแล้วคงจะไม่เห็น มีเมฆปกคลุมตลอดเวลา
Posted by: adisak, July 29, 2008, 3:21pm; Reply: 91
ยังไม่จบนะครับ เดี๋ยวกลับมาต่อ
Posted by: love traveller, July 29, 2008, 8:27pm; Reply: 92
เที่ยวขนาดนี้ต้องพูด-อ่าน ภาษาญี่ปุ่นได้ใช่มั้ยครับ?
Posted by: po@first, July 29, 2008, 10:11pm; Reply: 93
รอครับผม ดันๆๆๆ ^o^
Posted by: basketball, July 30, 2008, 8:45am; Reply: 94
ขอรบกวนถาม ค่าใช้จ่ายค่ะ ว่าไปประมาณนี้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ... รูปสวยมาก มาก เลยคะ เห็นแล้วอยากไปจริง ๆๆ
Posted by: adisak, July 30, 2008, 10:00am; Reply: 95
มาต่อแล้วครับ
ตอบคุณ love Traveller ก่อน
...ใช้เพียงภาษาอังกฤษนิดหน่อยครับ...
ภาษาญี่ปุ่นอ่านเขียน ไม่ได้เลยครับ พูดได้แต่คำทักทาย ขอบคุณ ขอโทษ ไม่กี่คำครับ

ตอบคุณ basketball
ค่าใช้จ่ายทริปนี้ 14 วัน ประมาณ 9 หมื่นบาทครับ
Posted by: adisak, July 30, 2008, 10:03am; Reply: 96
ยอดเขา Rhishirifuji วันนี้ไม่มาปรากฏกายให้เห็น ถ้าวันท้องฟ้าแจ่มใส จะเห็นเช่นในกรอบล่างขวาของภาพนั่นแหละครับ
Posted by: adisak, July 30, 2008, 10:04am; Reply: 97
ทิวทัศน์รอบๆ เมือง Rishirifuji และท่าเรือ แปลกตาและสวยครับ
Posted by: adisak, July 30, 2008, 10:06am; Reply: 98
สบายตา
Posted by: adisak, July 30, 2008, 10:07am; Reply: 99
จากยอดบนสุดจุดชมวิว เห็นเกาะ Rebun อยู่ลางๆ
Posted by: adisak, July 30, 2008, 10:08am; Reply: 100
ท่าเรือ กับ Heartland Ferry กำลังเทียบท่า
Posted by: adisak, July 30, 2008, 10:09am; Reply: 101
ดอกไม้สวยๆ ที่ผลิดอกเฉพาะในหน้าร้อน
Posted by: adisak, July 30, 2008, 10:12am; Reply: 102
ผมคืนจักรยานแล้วก็นั่งเรือกลับ Wakkanai ไม่ได้ข้ามไปอีกเกาะ เพราะดูเวลาแล้วจะไม่ทันรถไฟกลับ Asahikawa ทั้งเรือและรถไฟ มีวันละไม่กี่เที่ยว
Posted by: adisak, July 30, 2008, 10:13am; Reply: 103
ขากลับ ท้องฟ้าก็ยังไม่เปิด ไม่เห็นยอดเขาฟูจิน้อยเลย
Posted by: adisak, July 30, 2008, 10:14am; Reply: 104
สุดสายรถไฟสายเหนือที่สถานี JR Wakkanai
Posted by: adisak, July 30, 2008, 10:16am; Reply: 105
หนทางขากลับยังอีกไกลครับ คืนนี้ผมกลับไปพักที่ Asahikawa ซึ่งเป็น Hub ในครั้งนี้
Posted by: adisak, July 30, 2008, 11:19am; Reply: 106
มาถึงอีกวันแล้วนะครับ
ตื่นเช้าเช่นเดิม นั่ง Local Train ไป Kamikawa
Posted by: adisak, July 30, 2008, 11:20am; Reply: 107
รถเที่ยวนี้มีแต่นักเรียน เด็กญี่ปุ่น ไปเรียนหนังสือไกลบ้านมาก
นั่งรถไฟเป็นชั่วโมง กว่าจะถึงโรงเรียน ถึงสถานีรถไฟแล้วยังต้องเดินต่ออีก อึดจริงๆ
Posted by: adisak, July 30, 2008, 11:23am; Reply: 108
เป้าหมายของผมอยู่ที่ Sounkyo ครับ แต่ระหว่างรอรถบัส ไป Ice Pavillion ก่อน ซึ่งอยู่ไม่ไกลสถานี JR Kamikawa นัก ถ้าเดินก็ประมาณ 20 นาที
แต่เพื่อความรวดเร็ว นั่งแท็กซี่ไป ไม่ถึง 5 นาที ค่าโดยสาร 580 เยน
Posted by: adisak, July 30, 2008, 11:25am; Reply: 109
มาที่นี่เพื่อทดลองประสบการณ์ความหนาวระดับ -20 องศา และ -41 องศาเซลเซียส
เริ่มจากเดินผ่านก้อนน้ำแข็งที่เปิดไฟประกอบแสงสี ช่วงนี้จะ -20
Posted by: adisak, July 30, 2008, 11:27am; Reply: 110
แล้วก็ถึงจุด -41 ที่จะต้องเข้าไปในถ้ำเล็กๆ แล้วกดปุ่มให้ลมเป่า อุณหภูมิจะหนาวเหน็บถึง -41 ต้องรีบกระโดดออกมา อู๊ยยยยย....
มาเที่ยวที่นี่อยู่ชมได้ไม่นานหรอกครับ เพราะมันหนาว ต้องรีบออก
Posted by: adisak, July 30, 2008, 11:29am; Reply: 111
แล้วก็ออกมาดู คลิโอเน่ นางฟ้าตัวจิ๋ว ลำตัวใส
Posted by: adisak, July 30, 2008, 11:31am; Reply: 112
จากสถานี Kamikawa นั่งรถบัสไป Sounkyo ประมาณ 40 นาที
มาที่นี่ก็เพื่อนั่ง Ropeway และ Chairlift พิชิตยอดเขา Kurodake ที่ระดับความสูง 1520 เมตร
Posted by: adisak, July 30, 2008, 11:33am; Reply: 113
วันที่ผมไป ท้องฟ้าไม่เป็นใจ มีเมฆหมอกปกคลุมตลอด จึงขึ้นไปถึงแค่ชั้น 5 ที่ระดับ 1300 เมตร จากนี้ขึ้นไปมองไม่เห็นอะไรแล้ว นอกจากเดินชมดอกไม้ป่า
Posted by: adisak, July 30, 2008, 11:40am; Reply: 114
เมื่อไม่มีอะไรจะดุ ก็ลงมานั่งรถบัสกลับ kamikawa ต่อรถไฟถึง Asahikawa
แล้วนั่ง Local Train ไป Furano แล้วครับ
ลงที่สถานี Nakafurano ครับ อย่างที่บอกรถ Local จะไม่จอดที่สถานี Lavender Field ที่อยู่ใกล้ Farm Tomita มากกว่า
ต้องเดินย้อนกลับไปอีก 15-20 นาที แต่วันนั้น ผมทะลึ่งโชคดี พออกจากสถานีมา มีคนขับรถตู้เข้ามาถามว่า ไปฟาร์มโทมิตะไหม
ผมก็บอกว่าใช่สิ  ตอนแรกคิดว่ารถบริการที่เสียค่าโดยสาร แต่ความจริงเป็นรถที่ทางฟาร์มส่งมารับนักท่องเที่ยว VIP ที่ขอให้รถมารับ
ไปถึงไม่เก็บค่าโดยสาร ผมจึงได้แต่โค้งขอบคุณเป็นการใหญ่
ไปถึงก้เจอทุ่งดอกไม้เลย ดูกันเลยครับ
Posted by: adisak, July 30, 2008, 11:40am; Reply: 115
มีหลายส่วน หลายสวนให้เดินชมได้ฟรีๆ ครับ
Posted by: adisak, July 30, 2008, 11:41am; Reply: 116
เรื่อยๆ เลยครับ
Posted by: adisak, July 30, 2008, 11:43am; Reply: 117
สีม่วงของลาเวนเดอร์
Posted by: adisak, July 30, 2008, 11:43am; Reply: 118
นี่ก็ม่วง
Posted by: adisak, July 30, 2008, 11:44am; Reply: 119
บรรยากาศน่าเดิน
Posted by: adisak, July 30, 2008, 11:45am; Reply: 120
ผู้ชายกับดอกไม้
Posted by: adisak, July 30, 2008, 11:46am; Reply: 121
ภาพคุ้นตาที่เห็นในโปสเตอร์
Posted by: adisak, July 30, 2008, 11:47am; Reply: 122
เพลินครับเพลิน
Posted by: adisak, July 30, 2008, 11:48am; Reply: 123
อีกภาพละกัน
Posted by: adisak, July 30, 2008, 11:50am; Reply: 124
ในเมื่อเขาให้ชมฟรี อย่าลืมอุดหนุนของฝากที่มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งสบู่ น้ำหอม ลูกอม ดอกไม้สดก็มี
Posted by: adisak, July 30, 2008, 11:50am; Reply: 125
ลาเวนเดอร์สดๆ
Posted by: adisak, July 30, 2008, 11:51am; Reply: 126
ไอติมรสลาเวนเดอร์ คนขายน่ารัก ทำให้ไอติมอร่อยขึ้นอีกเยอะ
Posted by: adisak, July 30, 2008, 11:53am; Reply: 127
ขากลับ ไม่มีราชรถมาเกยแล้ว ต้องเดินกลับไปที่สถานี nakafurano เอง ซึ่งเส้นทางกลับไม่ได้น่าเบื่อ มีแปลงดอกลาเวนเดอร์ให้ชมตลอดทาง
แล้วก็มีฟาร์มอื่นๆ ให้แวะชมด้วย
Posted by: adisak, July 30, 2008, 11:58am; Reply: 128
ที่พักของผมคืนนี้อยู่ที่ Kushiro จึงนั่งรถไฟ Local จาก Furano ลัดเลาะไปตามหุบเขา ทุ่งหญ้า ทะเลสาป ป่าไม้ ลำคลอง ผ่านสถานีเล็กๆ ไม่ค่อยมีผู้คนขึ้น
เพื่อไปรอรถขบวน Super Ozora ที่วิ่งมาจาก Sapporo รอดักขึ้นที่เมือง Shintoku
ระหว่างรอหาข้าวเย็นทานให้เรียบร้อย เพราะกว่าจะถึง Kushiro ก็ดึกดื่นค่อนคืนแล้ว
Posted by: adisak, July 30, 2008, 11:59am; Reply: 129
นี่ครับมาขบวนนี้
Posted by: adisak, July 30, 2008, 12:00pm; Reply: 130
ถึงแล้ว Kushiro เมืองในหมอก
พักที่ Toyoko-inn เช่นเคย
Posted by: adisak, July 30, 2008, 12:03pm; Reply: 131
ตื่นเช้าวันนี้จะไป Lake Akan ครับ
นั่งรถบัสจากหน้าสถานีรถไฟ JR Kushiro
ซื้อตั๋วไปกลับจากเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติ พร้อมหยิบตารางเดินรถ
Posted by: adisak, July 30, 2008, 12:05pm; Reply: 132
ค่ารถแพงมากครับ ไปกลับ 4590 เยน ใช้เวลา 2 ชั่วโมงก้ถึงทะเลสาปอะคัง
วันนี้เจอฝนครับ มาถึงนี่ก็ล่องเรือชมทะเลสาป เพื่อไปดูสาหร่าย marimo ครับ
Posted by: adisak, July 30, 2008, 12:08pm; Reply: 133
เขาบอกว่า กว่าจะได้ก้อนกลมๆ แต่ละก้อนใช้เวลาเป็นร้อยปี พบได้ที่นี่ที่เดียว
แต่เห็นบรรจุในขวดขายเกลื่อนในร้านขายของที่ระลึก
Posted by: adisak, July 30, 2008, 12:10pm; Reply: 134
ใช้เวลาล่องเรือชมความงามรอบๆทะเลสาปและดูสาหร่ายมาริโมะ ประมาณ 1 ชั่วโมงครับ
Posted by: adisak, July 30, 2008, 12:12pm; Reply: 135
ขึ้นจากเรือก็มาเดินชมหมู่บ้านชนพื้นเมืองไอนุ Ainu Kotan ที่มีแต่ร้านขายของที่ระลึก
Posted by: adisak, July 30, 2008, 12:12pm; Reply: 136
ร้านของของ ส่วนใหญ่เป็นพวกงานแกะสลักไม้
Posted by: adisak, July 30, 2008, 12:15pm; Reply: 137
ขากลับระหว่างทางรถบัส จะจอดประมาณ 15 นาที ให้แวะชมศูนย์อนุรักษ์นกระเรียนญี่ปุ่น ที่ศูนย์อนุรักษ์ Tancho Japanese Crane Reserve
ต้องทำเวลาประเดี๋ยวตกรถ
รถจอดรอหน้าทางเข้านั่นเลย
Posted by: adisak, July 30, 2008, 12:18pm; Reply: 138
ช่วงบ่ายผมกลับมาใช้เวลาเดินชมเมืองคุชิโรครับ
ซึ่งมีที่น่าไปเดินอยู่ไม่กี่ที่อย่างสะพาน Nusamai Bridge ซึ่งมีอนุสาวรีย์ 4 seasons รูปผู้หญิงเปลือย ตั้งอยู่ 4 มุมของสะพาน
ในภาพเป็น 1 ใน 4  รูปปั้น
Posted by: adisak, July 30, 2008, 12:19pm; Reply: 139
ริมฝั่งแม่น้ำคูชิโรที่ไหลผ่านกลางเมือง ขนาดช่วงบ่ายหมอกก็ยังไม่จาง
Posted by: adisak, July 30, 2008, 12:21pm; Reply: 140
Kushiro Fisherman,s Wharf MOO ภายในเป็นห้องสรพพสินค้า ตลาดและมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอยุ่ด้วยครับ
Posted by: adisak, July 30, 2008, 12:21pm; Reply: 141
เด็กอนุบาล ที่เจอระหว่างทางครับ น่ารัก
Posted by: adisak, July 30, 2008, 12:24pm; Reply: 142
ตลาด Washo Ichiba ใกล้ๆ สถานีรถไฟ
คล้ายๆ กับ Morning Market ที่ Hakodate
ลองซื้อข้าวสวยใส่ถ้วย แล้วเลือกปลาดิบที่แม่ค้าแหล่เป็นชิ้นๆ ละ 100 เยน บางอย่างก็แพง โปะหน้าทานกันนะครับ
Posted by: adisak, July 30, 2008, 12:24pm; Reply: 143
มีให้เลือกหลากหลายชนิดตามความชอบ
Posted by: adisak, July 30, 2008, 12:25pm; Reply: 144
ของผมได้แบบนี้ครับ 1200 เยน ข้าวอีก 150 เยน
Posted by: adisak, July 30, 2008, 12:28pm; Reply: 145
อิ่มท้องแล้วก็ได้เวลาเดินทางต่อ เป้าหมายวันนี้อยู่ที่เมือง Abashiri นั่ง Local Train 3 ชั่วโมง (เส้นทางนี้ไม่มีรถด่วนครับ)
ในภาพหน้าสถานี Kushiro ครับ
Posted by: adisak, July 30, 2008, 12:30pm; Reply: 146
แม้จะเป็น Local Train ก็นั่งสบายครับ เพราะไม่ค่อยมีผู้โดยสาร ผมจึงนั่งๆนอนๆอยู่เก้าอี้ยาวท้ายๆ ขบวนนั่นแหละครับ
Posted by: adisak, July 30, 2008, 12:32pm; Reply: 147
รถวิ่งผ่านท้องทุ่งอันกว้างใหญ่ บางช่วงเห้นทะเลสาป ภุเขาลิบๆ ฟังเพลงต่าย อรทัย ชุดใหม่มาจากดินไปด้วย ได้บรรยากาศท้องทุ่งแบบไทยๆ แต่อยู่ในญี่ปุ่นมากครับ ผ่อนคลาย สบายใจมากครับ
Posted by: adisak, July 30, 2008, 12:34pm; Reply: 148
คืนนี้พักที่ Abashiri โรงแรม Green Hotel เดินจาหน้าสถานีรถไฟไม่กี่ก้าวก็ถึง ห้องกว้าง นอนสบายครับ
Posted by: adisak, July 30, 2008, 1:04pm; Reply: 149
รถเมล์ รถไฟแถบนี้มีไม่ค่อยบ่อยนะครับ ไม่เหมือนเมืองท่องเที่ยวอย่างโตเกียว โอซาก้า ที่มีรถตลอด
แต่ที่นี่บางเส้นทางมีวิ่งวันละไม่กี่เที่ยว บางทีห่างกัน 2-3 ชั่วโมงกว่าจะมีรถออก
ขอตารางเดินรถไฟได้กับนายสถานีทุกแห่งครับ เขามักจัดทำเป็นตารางของแต่ละสายไว้เรียบร้อย
แม้จะเป็นภาษาญี่ปุ่นก้ดูไม่ยาก ก็ให้ถามนายสถานีนั่นแหละว่าสถานีนี้อยู่ตรงไหนในตาราง
แล้วอีกอย่างใช้เวลาเดินทางค่อนข้างนาน แต่ละวันจึงไปได้ไม่กี่ที่

มาถึงอันวันแล้วครับ
ที่ Abashiri ฟ้าสว่างตั้งแต่ตี 3 ในหน้าร้อน (ที่ Sapporo สว่างตี 4) เพราะอยู่เกือบตะวันออกสุดของญี่ปุ่นแล้ว
วันนี้ท้องฟ้าก็ยังไม่เป็นใจ ยังเป็นเมืองในหมอกเหมือนเดิม
ช่วงเช้าไป Okhotsk Ryu-hyo Museum ครับ อยู่บนเนินเขา Tento ห่างจากสถานี JR ไม่ไกล มีรถเมล์วิ่งจากหน้าสถานี JR ไปถึงทุก 1 ชั่วโมง 20 นาที
ตั้งแต่ 8.50 น. หรือไม่ก็นั่งแท็กซี่ก็ได้ครับ
ไปถึงก็มีแต่หมอกเช่นเคย ปกติจุดนี้จะเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดของเมืองเลยครับ
Posted by: adisak, July 30, 2008, 1:06pm; Reply: 150
มาที่นี่ก็เพื่อมาดูน้ำแข็งที่ลอยเป็นแพมาจากขั้วโลกเหนือ ที่เขาตัดมาเกือบไว้ให้ชม
แล้วก็คลิโอเน่ ครับ ที่นี่มีหใดเยอะกว่าที่ kamikawa Ice Pavilion
Posted by: adisak, July 30, 2008, 1:11pm; Reply: 151
Abashiri Prison อยู่ถัดลงมาจากพิพิธภัณฑ์น้ำแข็ง แต่เดินไม่ไหว เพราะอยู่บนเขา ต้องนั่งรถหรือแท็กซี่ดีกว่า
เป็นคุกที่ใช้คุมขังนักโทษในอดีต แต่ปัจจุบัน จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เห็นความโหดร้ายของภูมิอากาศอันหนาวเหน็บและภูมิประเทศ ที่เหล่านักโทษได้เผชิญมา
นักโทษเหล่านี้เป็นผู้บุกเบิก ก่อร้างถางพงสร้างถนนและอาคารต่างๆในเมือง Abashiri และเมืองใกล้เคียง
Posted by: adisak, July 30, 2008, 1:12pm; Reply: 152
โรงอาบน้ำที่ทำให้นักโทษผ่อนคลายที่สุด
Posted by: adisak, July 30, 2008, 1:15pm; Reply: 153
ชมสถานที่ทั้ง 2 เสร็จแล้ว ผมนั่งรถไฟไปยังเมือง Shari ซึ่งเป็นประตูสู่อุทยานแห่งชาติแหลม Shiretoko ซึ่งองค์การยูเนสโก ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของญี่ปุ่นเขาล่ะ
ทั้งสถานีรถบัส สถานีรถไฟ จึงได้รับการปรับปรุงอย่างดี สวยงาม
Posted by: adisak, July 30, 2008, 1:19pm; Reply: 154
จากสถานี Shari Bus Terminal มีรถบัสวิ่งไปยังหลายสถานที่ในอุทยาน Shiretoko ทั้งไปที่ Otoro เพื่อล่องเรือ Aurora
หรือจะไปทะเลสาปทั้ง 5 หรือเส้นทาง Rausu
แต่ที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวก็คือการไปล่องเรือจากเมือง Otoro
ผมก้เช่นกัน ใช้เวลา 1 ชั่วโมงก็ถึงเมือง Otoro ครับ
Posted by: adisak, July 30, 2008, 1:24pm; Reply: 155
ถนนหนทางเขาสร้างใหม่อย่างดี
ถึงสถานี Otoro Bus เดิน 5-10 นาทีก็ถึงท่าขึ้นเรือ Aurora
แวะซื้อตั๋วที่บูทขายตั๋วก่อน มี 2 เส้นทางให้เลือก
เส้นทางแรกใช้เวลา 3 ชั่วโมง 45 นาที มีวันละ 1 เที่ยว 10.00 น.
เส้นทางที่ 2 ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที ในฤดูร้อน มีวันละ 6 รอบ (ฤดูอื่นๆ มีน้อยกว่านี้)
Posted by: adisak, July 30, 2008, 1:25pm; Reply: 156
นี่ครับเรือ Aurora ที่จะพาชมทิวทัศน์แหลมชิเรโตโกะ
Posted by: adisak, July 30, 2008, 1:27pm; Reply: 157
เรือจะวิ่งเลียบแนวเชิงเขาริมฝั่งไปเรื่อยๆ นักท่องเที่ยวก็จะเฮโลกันออกมาชมวิว จนเรือเอียงกะเท่เร่ข้างเดียว
ผ่านภูมิทัศน์แปลก ทั้งภูเขา โขดหิน น้ำตกที่ซึมออกมาจากหิน
Posted by: adisak, July 30, 2008, 1:28pm; Reply: 158
แต่เมฆหมอกในวันนั้นก็ปกคลุมไม่ให้เห็นทิวทัศน์เต็มๆ เหมือนเคย
Posted by: adisak, July 30, 2008, 1:29pm; Reply: 159
อากาศค่อนข้างเย็นและลมแรงครับ
Posted by: adisak, July 30, 2008, 1:31pm; Reply: 160
ขึ้นไปชมบนชั้นดาดฟ้าก้ได้
Posted by: adisak, July 30, 2008, 1:35pm; Reply: 161
จากนั้นผมก็กลับมาตั้งหลักที่ Abashiri เพื่อรอรถไฟขบวน Okhotsk กลับไปที่ Hub ใช่แล้วครับ Asahikawa ซึ่งวนมาครบอีกรอบ
จาก Abashiri ถึง Asahikawa ใช้เวลาเกือบ 4 ชั่วโมง แต่ถ้าถึง Sapporo ต้องนั่ง 5 ชั่วโมงกว่า
กระเป๋าใบใหญ่ ผมฝากไว้ที่นี่แหละครับ
Posted by: adisak, July 30, 2008, 1:38pm; Reply: 162
ตื่นเช้าเก็บกระเป๋ากลับเข้า Sapporo แล้วครับ ฝากกระเป๋าไว้ที่ Locker แล้วรีบจับรถไฟไปลงที่สถานี Toya ไปตามรอยประชุม G8 ครับ
จากสถานี JR Toya ไปทะเลสาปโทย่า มีรถเมล์วิ่งตลอดไม่ต้องห่วง แล้วก็ใช้เวลาไม่นานก็ถึง เพียง 10 กว่านาที ก็ได้เห็นทะเลสาปโทย่าแล้ว
Posted by: adisak, July 30, 2008, 1:38pm; Reply: 163
มีเรือให้ล่องชมรอบๆ ทะเลสาปด้วยครับ
Posted by: adisak, July 30, 2008, 1:39pm; Reply: 164
แม้จะไม่ใช่กลุ่มผู้นำ G8 ประเทศไทยก้ส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมด้วยนะ
Posted by: adisak, July 30, 2008, 1:40pm; Reply: 165
แต่บรรดาผู้นำโลก เขาพากันไปประชุมอยู่บนโน่น ปล่อยให้ผู้ประท้วง เย้วๆ อยู่ข้างล่างนี่แหละ
Posted by: adisak, July 30, 2008, 1:43pm; Reply: 166
ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์ภูเขาไฟให้ได้ชม บอกเล่าเรื่องราวการประทะของภูเขาไฟเมื่อครั้งล่าสุดปี 2000 ที่ผ่านมา
ชมพิพิธภัณฑ์เสร็จแล้ว ก็ไปเดินดูของจริง เห็นสภาพถนนหนทาง อาคารบ้านเรือน ที่ถูกทำลายเมื่อครั้งภูเขาไฟระเบิด ที่เขายังอนุรักาไว้ให้ชม
บางหลุมยังเห้นควันขาวประทุขึ้นมาตลอดเวลา
Posted by: adisak, July 30, 2008, 1:44pm; Reply: 167
นี่บ้านเรือนที่เสียหาย
Posted by: adisak, July 30, 2008, 1:47pm; Reply: 168
สถานีรถไฟโทย่า ได้รับการประดับตกแต่งอย่างดี ต้อนรับการประชุม G8 ที่บรรดาสู่มวลชน ต้องใช้บริการผ่านสถานีนี้
Posted by: adisak, July 30, 2008, 1:51pm; Reply: 169
จากนั้นผมกลับเข้าซัปโปโรครับ
ไปจุดชมวิว Hitsujigaoka Observation Hill โดยการนั่งรถไฟใต้ดิน Toho Line ไปลงที่สถานี Fukuzumi แล้วต่อรถบัสเบอร์ 84 ไปยังจุดชมวิว
รถบัสวิ่งส่งถึงข้างบนเลยครับ โดยเจ้าหน้าที่จะมาเก็บค่าเข้าชมบนรถบัสเลย คนละ 500 เยน เข้าไปแล้วชมได้ทุกอย่าง
ส่วนใหญ่ก้ไปถ่ายรูปคู่กับ  Dr.Clark นี่แหละครับ
Posted by: adisak, July 30, 2008, 1:54pm; Reply: 170
มองเห็นวิวเมืองซัปโปโรได้ทั้งเมืองโดยมี Sapporo Dome สนามเบสบอลของทีม Hokkaido Nippon Ham Fighter อยู่เบื้องหน้า
Posted by: adisak, July 30, 2008, 1:56pm; Reply: 171
พิพิธภัณฑ์เทศกาลหิมะซัปโปโร จัดแสดงแบบจำลองรูปปั้นจากหิมะ ที่เข้าร่วมงานเทศกาลหิมะซัปโปโร ซึ่งจัดในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี
พร้อมโปศเตอร์งานในปีต่างๆ ให้ได้ชมกัน
Posted by: adisak, July 30, 2008, 1:57pm; Reply: 172
ผลงานแกะสลักน้ำแข็งและโปสเตอร์งาน
Posted by: adisak, July 30, 2008, 1:58pm; Reply: 173
อาคารนี้เอาไว้จัดงานแต่งงาน
Posted by: adisak, July 30, 2008, 2:01pm; Reply: 174
ตอนที่ลงมาเพื่อรอรถไฟใต้ดินกลับเข้าซัปโปโร เจอกับคลื่นมหาชนครับ เพิ่งเลิกจากการไปเชียร์ทีมเบสบอลทีมโปรด
คนเยอะมากๆ เลยครับ ต้องเดินตามก้นกันไปเรื่อยๆ แต่ทางรถไฟ ก็บริการกันได้ดีจริงๆ นำรถมาวิ่งเสริมตลอดเวลา
แต่วันนั้น ดูท่าทีมจะแพ เพราะกองเชียร์ดูหงอยๆ ไปนิด
Posted by: adisak, July 30, 2008, 2:02pm; Reply: 175
ถึงสถานีซัปโปโร ผมไปต่อที่ Otaru ครับ วันนี้วิ่งเที่ยวกันสุดๆ
Posted by: adisak, July 30, 2008, 2:03pm; Reply: 176
มาโอตารุ ก็มาดูคลองที่เขาว่าโรแมนติกนี่แหละครับ
Posted by: adisak, July 30, 2008, 2:05pm; Reply: 177
มาเมืองนี้ไม่เหงาครับ มีนักท่องเที่ยวเดินตลอดทุกถนน
Posted by: adisak, July 30, 2008, 2:06pm; Reply: 178
มาเดินดูร้านขายเครื่องแก้วและร้านทำกล่องดนตรี
ตลอดเวลาที่เดินเที่ยว จะได้ยินเพลงจากเสียงตามสาย เปิดเพลงทำนองจากล่องดนตรีตลอดเวลา เสริมบรรยากาศให้โรแมนติกยิ่งขึ้น
Posted by: adisak, July 30, 2008, 2:08pm; Reply: 179
เขาบอกว่าซูชิที่นี่อร่อย เลยลองหาทานดู ที่ Sushiya Street มีอยู่หลายร้าน แต่ราคาแพงเหลือเกิน
เอาชุดนี้แล้วกัน
Posted by: adisak, July 30, 2008, 2:09pm; Reply: 180
อิ่มแล้วต้องรีบกลับเข้าซัปโปโร เพราะจะต้องไปให้ทัน Night Train ขบวน Hamanasu ซึ่งจะออกตอน 4 ทุ่ม
Posted by: adisak, July 30, 2008, 2:11pm; Reply: 181
ถึงซัปโปโร ยังพอมีเวลา จึงขอไปชมวิวสั่งลาซัปโปโร ที่ JR Tower มีจุดชมวิวอยู่ชั้น 38 ครับ เรียกว่า T38
Posted by: adisak, July 30, 2008, 2:13pm; Reply: 182
ขาตั้งกล้องเก็บใส่กระเป๋าใหญ่หมดแล้ว เลยถือกล้องถ่าย ได้แค่นี้แหละครับ
มุมนี้สวนโอโดริ และ Susukino ครับ
Posted by: adisak, July 30, 2008, 2:18pm; Reply: 183
อย่างที่บอกครับ ผมไม่ค่อยชอบ Reserved ตั๋ว ไปถึงรถ Night Train คิดว่าจะไม่ค่อยมีคน แต่ที่ไหนได้ เกือบเต็มแล้วครับ
ลืมไปว่าวันนี้เป็นวันอาทิตย์ ที่ผู้คนจะเดินทางกันมาก คนมาหลังหลังๆ ได้ยืนเอาก็มีครับ
แล้วรถ Night Train ที่ว่านี้ JR Pass ใช้ขึ้นได้เฉพาะตู้นั่งนะครับ แล้วที่นั่งก็แคบกว่าทุกขบวนที่ผ่านๆ มาเลยครับ
จนถึง hakodate ราวๆ ตี 3 โน่นแหละ จึงมีที่ว่างพอจะเหยียดแขนขาได้ แต่ก็นั่งไปอีกไม่กี่ชั่วโมง ก็ถึงปลายทางที่ Aomori แล้ว (ราวตี 5 ครึ่ง)
Posted by: adisak, July 30, 2008, 2:21pm; Reply: 184
นี่ไง Night Train ขบวน Hamanasu

Posted by: adisak, July 30, 2008, 2:25pm; Reply: 185
ถึง Aomori แล้วผมก็ตัดสินใจกลับเข้าโตเกียวเลยครับ ตอนแรกกะว่าจะแวะเที่ยว Aomori ก่อน แต่เช้าวันนั้นฝนตกหนักมาก
กลับถึงโตเกียว นอนพักผ่อนเอาแรงดีกว่า เพราะ 2 วันท้ายทริปนี้ จะไปปีนภูเขาไฟฟูจิครับ
แต่ตอนนี้ขอจบรีวิวนี้ ไว้เท่านี้ก่อนครับ
พบกันใหม่ บนยอดภูเขาไฟฟูจิครับ
Posted by: adisak, July 30, 2008, 2:31pm; Reply: 186
ขอโฆษณาหน่อยนะครับท่านเว็บมาสเตอร์
เรื่องราวทั้งหมดในรีวิวนี้ จะนำไปทำเป็นหนังสือ "ใครๆ ก็ไปเที่ยวญี่ปุ่น เล่ม 3" เร็วๆ นี้ครับ
แต่ตอนนี้ขอฝากเล่มนี้ก่อนนะครับ
"ใครๆ ก็ไปเที่ยวออสเตรเลีย"
ผมเขียนแนะนำเว็บ HFlight ให้ด้วยนะครับ อิอ
Posted by: toyubom, July 30, 2008, 8:02pm; Reply: 187
สวยมาก ๆ
Posted by: Bamby, July 31, 2008, 9:59am; Reply: 188
กรี๊ด..ดด..ด...พี่อดิศักดิ์ใจร้าย เอาทริป Hokkaido มายั่วอีกแล้ว...อยากไปมั๊กๆเลยค่ะพี่ (แต่ยังไม่มีโอกาส) ฮือๆๆ (hhelpme)

โดยเฉพาะ Furano & Tomita Farm ในฝันที่มีทุ่งลาเวนเดอร์สวยๆ ไหนจะมีสวนทิวลิปที่งดงามสุดลูกหูลูกตา  (hlaalaa) และ ช่วงนี้ยังเป็นฤดูกาลของ Pink moss สีชมพูสีสัน colorful สุดๆอีกด้วย...(mk66)

เง้อ...ออ...อ...แล้วก็อยากชิมปูฮอกไกโดที่เค้ารำลือกันนักหนาว่าอร่อยขั้นเทพนั่นอีก (drool) พูดแล้วกิเลสท่องเที่ยววิ่งกันให้พล่านเลยนะคะเนี่ย...อิๆๆ (ว่าแล้วคงต้องเก็บตังค์หยอดกระปุกน้อยๆกันต่อไปก่อน...แล้วค่อยตามรอยพี่ขึ้นทางเหนือของญี่ปุ่นบ้าง....กิ๊ดๆๆ)  (mk70)

ปล. คาดว่าคงได้ชมหนังสือท่องเที่ยว Hokkaido ของพี่ออกมาในไม่ช้าใช่มิค่ะ (smile) ส่วนหนังสือ "ใครๆก็ไปเที่ยวญี่ปุ่น" เล่มโตเกียว นิกโก้ โยโกฮาม่า ฯลฯ ก็อุดหนุนไปแล้วหนึ่งเล่มค่ะ....เนื้อหาดี และ รูปสวยเชียว...
(woot)


Posted by: saoguide, July 31, 2008, 11:30am; Reply: 189
สวยงามมากเลยค่ะ ไม่เคยเห็นฮอกไกโดในแง่มุมนี้มาก่อน

ขอบคุณสำหรับรีวิวนะคะ
Posted by: Billy77, July 31, 2008, 2:41pm; Reply: 190
โอ้ว.......ขั้นเทพเชียว
Posted by: Pororo, August 2, 2008, 4:05pm; Reply: 191
รูปถ่ายสวยดีครับ เห็นแล้วอยากไปฮอกไกโดวันพรุ่งนี้เลย ขอบคุณมากครับที่นำมาแบ่งปัน
Posted by: junthapa.t, August 7, 2008, 11:00pm; Reply: 192
ไปช่วงเดียวกันเลยค่ะ   แต่อยู่ Hokkaido  แค่ 5 คืน  6  วัน
ดูจากรีวิวนี้แล้ว   โอ...เราพลาดไปอีกหลายแห่งที่ควรไป     :'(
รอหนังสือวางตลาดแล้วจะไปซ่อมที่ตกค้างอีกรอบ
ขอบคุณสำหรับรีวิวที่สวยงามและเพียบพร้อมเนื้อหาสาระ
Posted by: liverpool, August 9, 2008, 2:39pm; Reply: 193
ไปมาเหมือนกันเลยมีรูปมาให้ดูเล็กๆน้อย
Posted by: liverpool, August 9, 2008, 2:40pm; Reply: 194
tomita farm again
Posted by: liverpool, August 9, 2008, 2:41pm; Reply: 195
and lavender fieid
Posted by: liverpool, August 9, 2008, 2:46pm; Reply: 196
and more
Posted by: iamwednesdaychild, September 16, 2008, 5:53pm; Reply: 197
สวัสดีครับ คุณ อดิศักดิ์

ผมติดตามผลงานของคุณมาโดยตลอด และได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นตามรอยของคุณเมือปีที่แล้ว โดย

ปีใหม่ครั้งที่แล้ว ผมได้ตามรอยท่องเที่ยวญี่ปุ่นตามหนังสือ ใครๆก็ไปเที่ยวญี่ปุ่น  ไปเที่ยว โตเกียว นาโงย่า เกียวโต โอซาก้า

และซากุระปีหน้าไม่พลาดแน่ ผมจะตามรอย ไปเที่ยว ฟุกุโอกะ ฮิโรชิม่า นางาซากิ ตามหนังสือ ใครๆก็ไปเที่ยวญี่ปุ่น 2

ขอบคุณสำหรับผลงานหนังสือท่องเที่ยว ใครๆก็ไปเที่ยว ทำให้ผมมีแรงบันดาลใจไปเที่ยวญี่ปุ่นอีกครั้ง
Posted by: chompoo_ph, October 9, 2008, 7:20pm; Reply: 198
ข้อมูลการเดินทางละเอียดดีจังค่ะ

ต้องหยอดกระปุกละ  แล้วเจอกัน นิโฮง
Print page generated: November 23, 2008, 6:03pm