Print Topic - Archive
HFlight.net จองโรงแรม รีวิวสายการบิน ท่องเที่ยว การเดินทาง / China Travel Guide / ไปกุ้ยหลินแบบไม่ง้อทัวร์ (ต่อจากกระทู้ที่แล้ว)
Posted by: MassBoy, July 21, 2008, 10:55pm
สวัสดีครับ
ก่อนอื่นต้องขออภัยมา ณ ที่นี่ด้วยครับ เพราะว่ามหาวิทยาลัยที่ผมอยู่มีปัญหาเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ต นั่นก็คืออยู่ๆ ก็ดับไปแบบไม่มีสาเหตุ ผมเองก็คาดเดาไม่ได้จริงๆ ครับว่าเนตจะใช้ได้หรือจะตัดเมื่อไหร่ แต่ยังมีภาพจากกุ้ยหลินที่ยังค้างยังไม่ได้นำออกมาให้ชมกันครับ ยังไงๆ ก่อนติดตามกระทู้นี้ขอให้ทุกท่านอ่านภาคแรกก่อนนะครับ เพราะเนื้อหาจะต่อกัน
ภาคแรก ชมได้ตามลิงค์นี้ครับ
http://www.hflight.net/forum/m-1216164098/
Posted by: MassBoy, July 21, 2008, 11:00pm; Reply: 1
มุมนี้ขออนุญาตเลียนแบบคุณ ann_vareewan นะครับ เหอๆ เห็นแต่จากด้านหลังแบงค์ 20 หยวนมานานแล้ว มาเห็นของจริงแบบนี้บอกได้เลยว่าสวยแบบในแบงก์เลยครับ
Posted by: MassBoy, July 21, 2008, 11:03pm; Reply: 2
ทิวทัศน์ภูเขาหินปูนแบบนี้ภาษาอังกฤษเรียกว่า karst mountain ครับ ส่วนผมกับเพื่อนนึกสงสัย อยากรู้ว่าคนจีนจะเรียกวิวแบบนี้ว่าอะไร ปรากฏว่าพี่ไกด์บนเรือของเราเรียกซะทับศัพท์เลยครับ "คาซื่อเท่อ"
นี่พ้นส่วนที่สวยที่สุดมาแล้วครับ (วิวแบงก์ 20 หยวน) ขนาดพ้นส่วนที่สวยที่สุดมาแล้วยังสวยอยู่เลยครับ จากตรงนี้อีกประมาณ 20 นาทีก็ถึงหยางชัวแล้วละครับ
Posted by: MassBoy, July 21, 2008, 11:10pm; Reply: 3
อย่าเพิ่งเบื่อกับ "คาซื่อเท่อ" ล่ะครับ แต่มันสวยจริงๆ ครับขอบอก
ระหว่างนั้นเพื่อนผมก็ไปคุยกับไกด์สาวสวยประจำเรือ บอกว่าอีกสองวันจะกลับจากหยางชัวไปกุ้ยหลิน เลยจะชวนไกด์คนนี้มาเที่ยวกุ้ยหลินด้วยกันครับ แต่ปรากฏว่าตอนพวกผมกลับไปกุ้ยหลินคุณพี่เธอกลับไม่ว่างซะยังงั้น ทำเอาเพื่อนผมเซ็งไปเลย
ระหว่างนั้นเราก็ได้เรียนคำแสลงของชาวกุ้ยหลินครับ ปกติคนจีนถ้าสนิทกันมากก็จะใช้ภาษาแบบไม่เป็นทางการ แต่ก็ยังเป็นคำในภาษาจีนอยู่ แต่ที่นี่แปลกครับ เรียกเพื่อนสนิทว่า โก่วโหร้ว (ความหมายภาษาไทยคือ เนื้อสุนัข) ฉะนั้นใครไปกุ้ยหลินแล้วถูกทักว่าโก่วโหร้วอย่าโกรธนะครับ แสดงว่าเขาคนนั้นรักคุณนับคุณเป็นเพื่อนจริงๆ
นอกจากนี้ยังมีคำอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น เดินตรงไป ภาษาจีนกลางใช้ว่า "หว่างเฉียนโจ่ว" ชาวกุ้ยหลินมาแปลกครับ ใช้ว่า "ม่าเชิงม่าเชิงโจ่ว" (ไม่ค่อยแน่ใจตรง เชิง ครับ) เลยกลายเป็นว่านอกจากจะได้ล่องแม่น้ำหลี่เจียงแล้วยังได้เรียนแสลงจีนที่ผมคงไม่มีโอกาสได้เรียนในมหาวิทยาลัยที่ปักกิ่งเลยครับ
Posted by: MassBoy, July 21, 2008, 11:16pm; Reply: 4
หลังจากอยู่บนเรือมากว่า 4 ชั่วโมงกับวิวสวยงามเลื่องชื่อระดับโลกแล้วเราก็มาถึงหยางชัวครับ พอเอากระเป๋าและสัมภาระต่างๆ ไปเก็บในโรงแรมแล้วเราก็ออกมาเดินเล่นกันครับ
ถนนเส้นนี้ผมอ่านในรีวิวเก่าๆ หลายๆ ท่านเรียกว่าถนนข้าวสารกุ้ยหลิน ผมว่าก็ไม่ผิดนักหรอกครับ ฝรั่งเต็ม แต่ตอนนี้ยังเป็นช่วงบ่ายแก่ๆ อยู่ คนไม่ค่อยออกมาเดินกันครับ ชื่อภาษาจีนของถนนเส้นนี้คือ "ซีเจีย" แปลว่าถนนตะวันตกครับ
แล้วก็มีคำพูดที่ว่า หากกุ้ยหลินเป็นที่ที่สวยที่สุดบนพื้นภิภพนี้แล้ว หยางชัวก็คงเป็นที่ที่สวยที่สุดในกุ้ยหลิน ผมว่าคำพูดนี้เห็นจะจริงครับ เพื่อนผมมันบอกกับผมเลยว่า อิจฉาชาวเมืองนี้ที่มองไปทางไหนก็เห็นแต่ "คาซื่อเท่อ" รอบเมืองเลยครับ มันยังขอบอกขอบใจผมใหญ่เลย ดูท่ามันจะชอบกุ้ยหลินมากกว่าผม (คนชวน) มากเลยละครับ เหอๆ
Posted by: MassBoy, July 21, 2008, 11:20pm; Reply: 5
ลืมครับๆ ภาพสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ รอบๆ เมืองหยางชัวครับ ถ่ายมาจากล็อบบี้โรงแรม การท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อที่สุดสำหรับ backpacker อย่างพวกผมก็คือการปั่นจักรยานชมทิวทัศน์รอบๆ เมืองหยางชัวครับ เป็นประสบการณ์ที่แสนเหนื่อยและแสนลำบากครับ แต่สนุกมาก เดี๋ยวไว้พูดถึงทีหลังแล้วกันครับ
Posted by: MassBoy, July 21, 2008, 11:22pm; Reply: 6
เดินออกมาชมวิวครับ ตรงนี้คือซีเจีย เดินตามทางไปท่าเรือครับ
Posted by: MassBoy, July 21, 2008, 11:24pm; Reply: 7
วิวแม่น้ำหลี่เจียงที่หยางชัวครับ สวยไม่เบาเลยนะเนี่ย
Posted by: MassBoy, July 21, 2008, 11:25pm; Reply: 8
เดินหลบออกมาจากซีเจียก็พ้นเขตนักท่องเที่ยวครับ เป็นเขตที่อยู่อาศัยและสถานที่ราชการครับ ร่มรื่นดีเหลือเกิน
Posted by: MassBoy, July 21, 2008, 11:27pm; Reply: 9
คนเราก็ยังสามารถอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติได้อย่างลงตัวครับ
Posted by: MassBoy, July 21, 2008, 11:30pm; Reply: 10
เขตชุมชนนี่บรรยากาศเงียบสงบดีเหลือเกินครับ
Posted by: MassBoy, July 21, 2008, 11:39pm; Reply: 11
แต่กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ผมเลยออกปากบอกเพื่อนว่า เนี่ย หิวแล้ว หาอะไรทานเหอะ ตรงนั้นมีร้านอาหารตามสั่งอยู่ร้านนึง ฝรั่งเพื่อนผมคนนี้ก็งงสิครับ อยู่อเมริกามีร้านอาหารตามสั่งซะที่ไหน แต่แล้วมันก็ไว้ใจผมครับ ตกลงใจกินร้านนี้แหละ ร้านนี้ขายพวกข้าวผัด หมี่ผัด สไตล์กุ้ยหลินครับ จานละห้าหยวนเท่านั้นเอง เพื่อนผมตอนแรกชี้ไปที่กุนเชียงแล้วถามผมว่ามันคืออะไร ผมก็ใบ้กินครับ ไม่รู้จะอธิบายกุนเชียงเป็นภาษาอังกฤษยังไง แต่ก็บอกว่า เออๆ ลองไปเหอะ เชื่อเหอะว่าอร่อยแน่ๆ ผลคือมันติดใจกุนเชียงครับ เหอๆ
ในรูปนั้น คนเสื้อดำน่ะผมเองครับ :)
Posted by: MassBoy, July 21, 2008, 11:42pm; Reply: 12
ตอนนี้ก็มืดแล้วล่ะครับ ไท่หยางลาก่อน (ไท่หยาง = พระอาทิตย์)
Posted by: MassBoy, July 21, 2008, 11:43pm; Reply: 13
มองไปทางไหนก็มีแต่ "คาซื่อเท่อ" จริงๆ ครับ
Posted by: MassBoy, July 21, 2008, 11:45pm; Reply: 14
กลับโรงแรมก่อนเด้อครับ พวกเราเหนื่อยกันเหลือเกิน พักผ่อนเอาแรงก่อนปั่นจักรยานในเส้นทางสุดโหดและสุดเร้าใจในวันรุ่งขึ้นครับ
Posted by: MassBoy, July 21, 2008, 11:47pm; Reply: 15
ก่อนนอนก็เอาภาพ "เยว่เหลี่ยง" เหนือท้องฟ้าหยางชัวมาให้ชมกันครับ ถ่ายจากหน้าต่างห้องพักนั่นเอง
Posted by: MassBoy, July 21, 2008, 11:50pm; Reply: 16
ตื่นมาตอนเช้าก็มาเดินซีเจียหาของกินครับ อาหารเช้าวันนี้ยังคงเป็น "กุ้ยหลินหมีเฝิ่น" เช่นเคยครับ พวกผมเกิดติดใจกุ้ยหลินหมีเฝิ่นซะแล้วละครับ แต่วันนี้ไม่มี "โหยวเถียว" (ปาท่องโก๋) เลยสั่งเสี่ยวหลงเปามาแทนครับ อร่อยดี
Posted by: MassBoy, July 21, 2008, 11:54pm; Reply: 17
ทานข้าวเสร็จแล้วก็เดินเล่นย่อยอาหารเล็กน้อยครับ แล้วก็ไปเช่าจักรยานครับ ตอนแรกทางร้านคิดราคา 30 หยวนต่อคนต่อวัน พวกผมก็ใช้ลูกต่อได้เหลือ 25 หยวนต่อคนต่อวัน ผมว่าไม่แพงเลยครับ รถที่ได้ก็ดี เหมาะกับทางขรุขระ แถมมีหมากกันน็อก ถุงมือให้ด้วย ดูเท่ดีครับ
ผมคือคนเสื้อส้มทางขวามือครับ แหะๆ :)
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 12:02am; Reply: 18
เริ่มแรกจากการอ่านแผนที่พวกเราว่าจะไปชม "เยว่เหลี่ยงชาน" (Moon Hill) ครับ แต่ปรากฏว่ากลับไปผิดทางซะยังงั้น ทางที่ไปเป็นทางหลวงที่ตรงไปกุ้ยหลินครับ กว่าจะรู้ตัวว่าผิดทางก็ตอนที่หยุดรถถามชาวบ้านข้างทาง แผนการเลยต้องเปลี่ยนกะทันหัน ต้องปั่นตรงไปสู่เมืองป๋ายชา ซึ่งห่างจากตัวเมืองหยางชัวประมาณ 13 - 15 กิโลเมตรครับ เส้นทางหลวงนี่ก็โหดใช้ได้ครับ พอออกจากตัวเมืองปุ๊บก็เจอทางขึ้นเขาค่อนข้างชันประมาณ 2 กิโลเมตรครับ ทำเอาพลังการปั่นหายไปเยอะเลยครับ แถมพอถึงตัวเมืองป๋ายชาก็เจอฝนอีก เลยต้องแวะหาที่กินข้าวกับหลบฝนที่นั่นครับ
ผมกับจักรยานคู่ใจที่ป๋ายชาครับ :)
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 12:05am; Reply: 19
ตามแผนที่ถ้าไปตามเส้นทางนี้จะนำไปสู่ bike lane ครับ ที่จริงแล้วเรีวกว่า bike lane ก็ไม่ถูกนักหรอกครับ เพราะมันขรุขระเหลือเกิน บางช่วงก็แคบ บางช่วงก็เป็นโคลนเป็นเลน ปั่นยากมากๆ ครับ แต่เป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมจริงๆ ครับ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 12:07am; Reply: 20
มาถึงสะพานข้ามแม่น้ำหยวี่หลง แสดงว่ามาไม่ผิดทางครับ โล่งอกนึกว่าจะหลงไปไหนไกลซะแล้ว เหอๆ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 12:09am; Reply: 21
บรรยากาศบ้านเรือนแถบนั้นครับ ตอนแรกพวกผมมีแค่สองคนที่มาถึงสะพานนี้ ในใจก็หวั่นๆ ว่าจะหลงทางหรือเปล่าหว่า แต่หลังจากที่ชมวิวบนสะพานได้ไม่นานก็มีกลุ่มนักท่องเที่ยงฝรั่งปั่นจักรยานมาถึงที่นี่ ในใจก็ดีใจ เฮ้อ ในที่สุดก็เจอเพื่อนร่วมทางแล้ว
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 12:10am; Reply: 22
ปั่นจักรยานไปเป็นกลุ่มๆ แบบนี้น่ารักดีครับ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 12:13am; Reply: 23
เอาบรรยากาศริมแม่น้ำหยวี่หลงมาให้ชมอีกรอบครับ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 12:14am; Reply: 24
ที่จุดชมวิวระหว่างทางครับ ชอบที่ภูเขาสะท้อนในแม่น้ำครับ ดูสวยดี
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 12:16am; Reply: 25
เพื่อนผม (ไม่ใช่คนหน้าสุด) และเพื่อนร่วมทางที่บังเอิญมาเจอกันครับ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 12:18am; Reply: 26
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 12:19am; Reply: 27
ข้าวกำลังออกรวงสวยเลยละครับ นี่แหละครับรางวัลตอบแทนความขยันขันแข็งของชาวนา กระดูกสันหลังของทุกๆ ชาติ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 12:21am; Reply: 28
ข้าวชูรวงรับกับภูเขาสวยๆ ของกุ้ยหลิน ทำให้สวยงามยิ่งขึ้นไปอีกครับ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 12:25am; Reply: 29
จักรยานคู่ใจผม ตอนนี้ปั่นมาแล้ว 4 ชั่วโมงครึ่งกับระยะทางราว 22 กิโลเมตรครับ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 12:27am; Reply: 30
นี่เพื่อนผมครับ แต่ภาพนี้ต้องการสื่อให้เห็นถึงความโหดของเส้นทางครับ บางช่วงทางก็แคบแบบนี้แหละครับ แถมเละอีกต่างหาก ปั่นยากมากครับ บางช่วงต้องลากรถเอาก็มี
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 12:30am; Reply: 31
เจอกลุ่มนักท่องเที่ยวโดยบังเอิญอีกแล้วครับ ตลอดเส้นทางผมเป็นนักท่องเที่ยวเอเชียคนเดียวจริงๆ ที่ปั่นจักรยานชมหยางชัวครับ นอกนั้นฝรั่งหมดเลย
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 12:31am; Reply: 32
ผ่านหมู่บ้านหมู่บ้านหนึ่งครับ ช่วงสุดท้ายทางเริ่มดี
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 12:32am; Reply: 33
อากาศดีมากเลยละครับตอนนี้ ฟ้าใส รูปเลยออกมาดีครับ :)
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 12:33am; Reply: 34
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 12:35am; Reply: 35
เกือบถึงหยางชัวแล้วละครับ จากจุดนี้อีกแค่ 4 กิโลเมตรก็ถึงแล้วครับ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 12:37am; Reply: 36
และแล้วก็เข้าเขตเมืองหยางชัวจนได้ครับ รวมเวลาบนถนนทั้งหมด 6 ชั่วโมงครึ่ง ระยะทาง 32 กิโลเมตรครับ (หักเวลาแวะทานข้าวก็ 5 ชั่วโมงครึ่งครับ)
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 12:40am; Reply: 37
เย้! ในที่สุดก็กลับมาถึงซีเจียจนได้ เอาจักรยานไปคืนได้ทันเวลาพอดีเลยครับ (ถ้าไม่ทันนี่โดนปรับอานแน่ๆ - -")
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 12:45am; Reply: 38
พอเอารถไปคืนแล้วพวกผมก็ไปทานข้าวเย็นร้านเดิมครับ เพราะคุยกับเจ้าของร้านถูกคอ (ร้านข้าวผัดร้านเดิมครับ) เสร็จแล้วผมกับเพื่อนผมก็พักผ่อน เพราะปั่นจักรยานมาเหนื่อยเหลือเกิน พอตื่นมาผมก็พาเพื่อนไป "หว่างปา" (ร้านอินเตอร์เนต) ครับ ผมไปส่งเพื่อนกับสอนเพื่อนล็อกอิน (ที่อเมริกาไม่มีร้านเนตครับ เพื่อนผมเลยไม่ชิน) แล้วก็มาเดินเล่นครับ ซีเจียยามกลางคืนนี่สวยงามจริงๆ ครับ คึกคักมากด้วย
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 12:48am; Reply: 39
คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งจีนทั้งฝรั่ง จากการสอบถามแม่ค้าในพื้นที่พบว่าคนไทยส่วนใหญ่พอมาเที่ยวกุ้ยหลินจะไม่ค่อยมานี่กันครับ ส่วนใหญ่จะเที่ยวแต่ในตัวเมืองกุ้ยหลินกันมากกว่า ผมเองไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไม ผมว่าหยางชัวสวยกว่ากุ้ยหลินตั้งเยอะครับ (กุ้ยหลินนี่สวยมากแล้วครับ ถ้าพูดกันตามภาษาพูด ก็คือว่าหยางชัวนี่ โค-ตะ-ระ สวยเลยละครับ เหอๆ)
ห้าทุ่มแล้วแต่ยังคึกคักมากครับ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 12:52am; Reply: 40
ร้านค้าที่ซีเจียส่วนใหญ่จะเป็นร้านขายของที่ระลึกครับ มีพวกหมากรุก พัด การเขียนลายมือพู่กันจีน ผลิตภัณฑ์จากไม้ เลื้อผ้า(ก๊อบ) ฯลฯ ต่อรองราคาได้เต็มที่ครับ
ที่สะดุดตาที่สุดเห็นเป็นร้านนี้ครับ บรรยากาศคอมมิวนิสต์ดีครับ เหอๆ ;D
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 12:53am; Reply: 41
แถวหน้าโรงแรมก็เป็นบาร์ครับ แสงนีออนสีสันบาดตาดีจริงๆ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 12:58am; Reply: 42
ไม่ไหวแล้วครับ เหนื่อยเหลือเกิน แต่พรุ่งนี้วางแผนว่าจะต้องไป "เยว่เหลี่ยงชาน" ให้ได้ เลยต้องรีบไปนอนเอาแรงครับ
วันรุ่งขึ้นตื่นมาก็ยังไปทานกุ้ยหลินหมีเฝิ่นเช่นเคยครับ ใกล้ๆ ร้านอาหารมีรีสอร์ทที่บริษัทของมาเลเซียมาลงทุน บรรยากาศดีเหลือเกินครับ ใครก็ได้ออกตังค์ให้ผมพักที่นั่นที เหอๆ
แต่เพื่อนเจ้ากรรมน่ะสิครับ ปลุกแล้วก็ไม่ตื่น บอกว่าเหนื่อยมาก ขอนอนพักต่ออีกหน่อย แต่เพราะแพลนไว้ว่าจะต้องออกจากหยางชัวตอนเที่ยง ผมเลยต้องไปคนเดียวครับ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 1:00am; Reply: 43
แล้วผมก็บึ่งไปร้านจักรยานร้านเดิมครับ ขอเช่าจักรยานอีกรอบ ตรงนี้เป็นบรรยากาศของสะพานข้ามแม่น้ำหลี่เจียงที่หยางชัวครับ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 1:01am; Reply: 44
ทิวทัศน์ของหยางชัวจากบนสะพานครับ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 1:03am; Reply: 45
เยว่เหลี่ยงชานอยู่ห่างจากหยางชัวราวๆ 6 กิโลเมตรครับ ไม่ไกลเท่าไหร่ ระหว่างทางขออีกภาพกับจักรยานคู่ใจครับ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 1:05am; Reply: 46
ระหว่างทางเจอฝรั่งสูงอายุคนนึงปั่นจักรยานมากับชาวจีนครับ คงมาชมทิวทัศน์แถวนี้แน่ๆ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 1:06am; Reply: 47
วิวสองข้างทางก็สวยเหลือเกินครับ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 1:08am; Reply: 48
และในที่สุดก็มาถึง เยว่เหลี่ยงชาน จนได้ครับ ลักษณะเด่นของที่นี่คือบนยอดจะมีหินโค้ง เหมือนกับพระจันทร์เสี้ยว เลยเรียกที่นี่ว่า ภูเขาพระจันทร์ครับ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 1:10am; Reply: 49
สามารถขึ้นไปชมยอดได้ครับ แต่ทางขึ้นค่อนข้างชันและลื่น ต้องระวังเป็นพิเศษครับ
แหม ตอนแรกผมนึกว่าจะได้รีบกลับไปเก็บกระเป๋าที่โรงแรมซะแล้ว เห็นทางขึ้นนี่เริ่มถอดใจเลยครับ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 1:12am; Reply: 50
แต่วิวข้างบนเป็นรางวัลของความพยายามครับ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 1:27am; Reply: 51
เวอร์ชั่นซูมครับ ซูมได้แค่นี้แหละครับ ไม่มีปัญญาแบกเลนส์เทเลมาด้วย แค่กล้องผมห้อยคอตลอดทางก็หนักพอแรงแล้วละครับ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 1:29am; Reply: 52
แต่พอขึ้นไปถึงยอดนั้นกล้องผมกลับเก็บภาพได้ไม่หมด เพราะหินโค้งนั้นใหญ่มาก ถ่ายได้ดีสุดแค่นี้แหละครับ (แล้วก็เกิดกิเลสอยากได้เลนส์ไวด์อีก - -")
ที่จริงพูดว่าไร้ฝีมือถ่ายภาพเองน่าจะบรรยายทุกอย่างได้ครับ เหอๆ (hhahaha)
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 1:33am; Reply: 53
เฮ้! เจียโหยวๆ (แปลว่า สู้ๆ อะไรทำนองนั้นครับ ในปักกิ่งมีการใช้คำนี้กับโอลิมปิกเยอะมาก เช่น เว่ยอ้าวยุ่นเจียโหยว แปลว่า สู้ๆ เพื่อโอลิมปิก อะไรประมาณนั้นครับ ความหมายตรงตัวของคำนี้คือเติมน้ำมันครับ) ทางลงยังอีกไกล
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 1:35am; Reply: 54
ถึงตีนเขาแล้วละครับ คิดเอาละกันครับ ผมต้องเดินขึ้นจากบันไดทางขวามือ ไปยอดเขาทางด้านบนซ้าย - -" หมดแรงละครับงานนี้ (htired)
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 1:36am; Reply: 55
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 1:39am; Reply: 56
แล้วก็มาถึงต้นไม้ใหญ่อายุหลายร้อยปีครับ ที่นี่ไม่ค่อยมีฝรั่งมาเที่ยวเท่าไหร่ มีแต่ทัวร์คนจีนครับ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 1:46am; Reply: 57
ฝายกั้นน้ำครับ เดินข้ามหรือปั่นจักรยานข้ามได้สบายๆ ครับ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 1:50am; Reply: 58
อยากล่องแพก็มีแพให้บริการ (ผมขอผ่านครับ เงินไม่มี (hsosad))
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 1:51am; Reply: 59
ลืมรูปอีกแล้ว โทษทีคร้าบบ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 1:53am; Reply: 60
เสร็จแล้วก็ได้เวลากลับไปเก็บกระเป๋าอำลาหยางชัวแล้วละครับ
ก่อนจากขอเก็บภาพบนสะพานข้ามแม่น้ำหยวี่หลงก่อนครับ สวยจริงๆ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 1:56am; Reply: 61
ทิวทัศน์แบบนี้ไม่แปลกใจเลยครับว่าทำไมกุ้ยหลินและหยางชัวถึงติดอันดับหนึ่งในสิบแหล่งท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของจีนมาโดยตลอด และหลายสำนักยังพร้อมใจกันยกกุ้ยหลินและหยางชัวเป็นหนึ่งในสิบที่ดีที่สุดด้วย สวยงามเกินคำบรรยายจริงๆ ครับ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 1:58am; Reply: 62
ระหว่างทางกลับก็สวนทางกับคาราวานจักรยานฝรั่งอีกเพียบเลยครับ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 1:59am; Reply: 63
สวยเหลือเกิน ถึงจะลงรูปพวกนี้ไปเยอะแต่ผมไม่รู้สึกเบื่อเลยครับ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 2:00am; Reply: 64
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 2:02am; Reply: 65
เข้าสู่เขตเมืองหยางชัวโดยสวัสดีภาพครับ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 2:07am; Reply: 66
เอาจักรยานเสร็จแล้วก็ปลุกเพื่อนไปเช็คเอาท์ครับ หลังจากนั้นพวกเราก็ช็อปปิ้งกันเล็กน้อย แล้วแบกสัมภาระของพวกเราไปยังสถานีรถบัสครับ เพื่อเดินทางกลับไปยังกุ้ยหลิน ใช่แล้วครับ วันนี้พวกเราต้องเดินทางกลับปักกิ่ง
สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาแบบ backpacker ระวังนิดนึงครับ ที่ท่ารถจะมีคนทำเป็นมาช่วยขนกระเป๋าบอกว่าจะพาขึ้นรถตู้ไปกุ้ยหลิน แต่รถตู้พวกนี้อาจพาแวะข้างทางบังคับให้ซื้อของทั้งๆ ที่ไม่จำเป็น แถมเรียกเก็บค่ารถแพงกว่าปกติอีกด้วย ให้ถูกต้องจริงๆ ต้องตรงไปที่เคาน์เตอร์ขายตั๋วรถครับ ราคาแค่ 15 หยวนแค่นั้นครับ ใช้เวลาวิ่งชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงสถานีขนส่งกุ้ยหลินแล้วละครับ
ถึงกุ้ยหลินแล้วพวกเราก็เอากระเป๋าไปฝากไว้กับโรงแรมที่เราเคยพักด้วยชั่วคราว แล้วเดินเที่ยว Elephent Trunk Hill (เขางวงช้าง) สัญลักษณ์ของเมืองกุ้ยหลินครับ เนื่องจากพวกเรามีบัตรสถาบันศึกษาในประเทศจีน เลยได้ลดราคาค่าเข้าครับ
เข้ามาแล้วก็ไม่รอช้า ขึ้นไปชมเมืองกุ้ยหลินจากมุมสูงกันดีกว่าครับ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 2:09am; Reply: 67
ที่นี่ก็มี "คาซื่อเท่อ" เหมือนกันครับ ถึงจะไม่สวยงามเท่าของที่หยางชัวก็ตาม
ประมาณจากสายตา ผมว่ากุ้ยหลินใหญ่กว่าเมืองเชียงใหม่สองถึงสามเท่าครับ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 2:11am; Reply: 68
กุ้ยหลินอยู่ในอ้อมกอดของภูเขาและแมกไม้ครับ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 2:14am; Reply: 69
เห็นเจดีย์เงินเจดีย์ทองที่ไปมาแล้วเมื่อสี่วันที่แล้วด้วยครับ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 2:16am; Reply: 70
อย่าถือผมเลยครับ ผมเองชอบภาพแนวภูมิทัศน์เมืองมาก อย่าเพิ่งเบื่อกันนะครับ (h39)
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 2:18am; Reply: 71
มองเมืองกุ้ยหลินจากด้านบนก็สวยไปอีกแบบนะครับผมว่า
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 2:20am; Reply: 72
กุ้ยหลินบนอีกฝั่งของแม่น้ำหลี่เจียงครับ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 2:21am; Reply: 73
ตรงนั้นน่าจะเป็น Seven Stars Park ที่ผมไม่มีเวลาไปครับ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 2:23am; Reply: 74
บ้านเมืองเค้าดูเป็นระเบียบดีนะครับว่ามั้ย
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 2:24am; Reply: 75
แม่น้ำหลี่เจียงที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของชาวกุ้ยหลินครับ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 2:27am; Reply: 76
บอกลาเขางวงช้างเพียงเท่านี้แหละครับ พวกผมไม่เหลือเวลาเดินไปถ่ายเขางวงช้างทั้งลูกแล้ว เพราะต้องรีบกลับไปเอาของที่โรงแรม แล้วก็กินข้าว แล้วก็ไปสนามบินซึ่งอยู่ไกลจากตัวเมืองเหลือเกินครับ
ก่อนกลับไปเอากระเป๋าก็ไปกินข้าวกันครับ เช่นเคยครับต้องร้านท้องถิ่นเท่านั้น
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 2:30am; Reply: 77
ลักษณะอาหารของร้านนี้ก็คือ จะเอาหม้อดินมาตั้งไฟ แล้วก็หุงข้าวกันในหม้อดินเลยครับ พอข้าวเริ่มสุกได้ที่ก็ใส่เนื้อที่เราต้องการ (เราบอกกับคนทำครับว่าอยากได้เนื้ออะไร) รอจนทุกอย่างสุกดีก็พร้อมเสริฟโดยราดซอสและผักแต่งหน้าครับ โดยรวมก็คือข้าวอบหม้อดินสไตล์ของที่นี่นั่นเองครับ มีขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ราคาก็ 6 7 และ 8 หยวนตามลำดับครับ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 2:33am; Reply: 78
หน้าตาตอนเสร็จแล้วเป็นแบบนี้ครับ น่ากินไหมเอ่ย
พอกินข้าวจนถึงก้นหม้อแล้วจะพบว่าข้าวจะติดหม้อเป็นตัง ทำให้ผมนึกถึงบิบิมบับกะทะร้อนของเกาหลีเลยครับ ทำนองเดียวกัน กรอบอร่อยดีครับ
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 2:35am; Reply: 79
ระหว่างเดินทางกลับโรงแรมก็ขอถ่ายภาพถนน จงชานจงลู่ เส้นเลือดใหญ่ของกุ้ยหลินเป็นครั้งสุดท้ายครับ เฮ้อ ลาแล้วนะกุ้ยหลิน อีกนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้จะได้กลับมาใหม่อีก
Posted by: MassBoy, July 22, 2008, 2:45am; Reply: 80
สุดท้ายแล้วงานเลี้ยงก็มีวันเลิกราครับ พวกผมต้องเดินทางไปยังสนามบินเพื่อเดินทางกลับปักกิ่งมาเรียนต่อ (เฮ้อออ) แล้วละครับ ภาพสุดท้ายคือทางด่วนสู่สนามบินครับ ตะวันกำลังจะลับฟ้า พลอยทำให้พวกเราคิดถึงกุ้ยหลินมากจนทำให้แทบไม่อยากกลับไปปักกิ่งเลยละครับ
ห้าวันสี่คืนที่กุ้ยหลินนี้นับได้ว่าเป็นห้าวันสี่คืนที่น่าประทับใจมาก พวกผมได้เรียนรู้ศัพท์ภาษาจีนใหม่ๆ ที่ไม่มีสอนในหนังสือ ได้หัดวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง ได้มิตรภาพและได้พบปะกับผู้คนจากกว่า 13 ประเทศ ได้ทานอาหารท้องถิ่น ได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชาวใต้ในประเทศจีน ฯลฯ พวกเราได้อะไรหลายๆ อย่างจากกุ้ยหลินจริงๆ ครับ จนเพื่อนผมถึงกับพูดว่า ปีที่แล้วเค้าก็มาเมืองจีนแล้วรอบนึง ไปเที่ยวมาก็เยอะ แต่ประทับใจกุ้ยหลินที่สุดในเมืองจีนมากเสียยิ่งกว่าปักกิ่งหรือซีอานซะอีก พอถึงเวลาต้องลาจากกันก็ย่อมมีความรู้สึกเศร้าสร้อยเป็นธรรมดาครับ ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น เขาขอบคุณผมใหญ่ที่แนะนำกุ้ยหลินให้เขา และเขาบอกว่าถ้ามีโอกาสจะมาเยี่ยมผมที่เมืองไทยแน่นอนในอนาคต การเดินทางครั้งนี้ได้ทั้งการเรียนรู้ ประสบการณ์ และมิตรภาพครับ เป็นทริปที่ผมจะไม่มีวันลืมได้เลย
สุดท้ายก็ขอขอบคุณที่ติดตามชมครับ กว่าจะเสร็จก็เล่นเอาซะนานเลย เพราะรูปเยอะมากกกกก และขอโทษสำหรับกระทู้แรกที่ขาดช่วงไปนานด้วยครับ คอยติดตามรีวิวเมืองจีนชุดต่อไปของผม: เซี่ยงไฮ้-หนานจิง-หังโจว-ซูโจว 10 วันกับการเที่ยวแบบยาจกหลังจบโปรแกรมผมที่ปักกิ่งในอีกสามอาทิตย์ครับ หลังจากนั้นผมก็คงกลับเมืองไทยแล้วละครับ อย่าลืมติดตามชมนะครับ (h39)
Posted by: song55, July 22, 2008, 11:54am; Reply: 81
สวยงามมากเลยอ่ะคร้าบ แวะเข้ามาเจิมคนแรกเลย ขอบอกว่าเห็นแล้วทำให้อยากไปเที่ยวมากๆ แบบปั่นจักรยานอ่ะนะ ธรรมชาติเค้ายังดูบริสุทธิ์มากๆเลยอ่ะ ถ้าพูดจีนได้เมื่อไหร่จะไปแน่นอนคร้าบ Xiexie!!!
Posted by: ann_vareewan, July 22, 2008, 9:43pm; Reply: 82
ตามมาดูต่อจากกระทู้ที่แล้วค่ะ
เต็มอิ่มจริงๆสำหรับรีวิวนี้
เห็นแล้วอยากจะไปอีกสักครั้งเลย
Posted by: Kreicherisch1, July 23, 2008, 12:19pm; Reply: 83
เพิ่งตามมาเก็บ สวยงามมากจริงๆ ครับ
แต่ฝายนั่น หน้าน้ำผมไม่แน่ใจว่าจะมีสิ่งใดข้ามได้อีกหรือไม่ อิอิ......
สมบุกสมบันจริงๆ อยากปั่นจักรยานอย่างนั้นบ้าง
ออ ฝรั่งก็ต้องติดใจกุ้ยหลินมากกว่าเราอยู่แล้ว เพราะภูมิทัศน์แบบ Karst Topography หาได้ยากในเขตอบอุ่น เนื่องจากฝนน้อยกว่าน่ะครับ บ้านเราก็ที่ได้ชื่อว่ากุ้ยหลินเมืองไทย ก็ที่เขื่อนรัชประภา สุราษฎร์ธานีครับ ถึงแม้ว่าจะไม่ใหญ่เท่า
ขอบคุณมากๆ ครับ
Posted by: Gena, July 23, 2008, 1:09pm; Reply: 84
Posted by: saoguide, July 23, 2008, 4:12pm; Reply: 85
งามมากกกกกกกกกกกกกกค่ะ
ต้องรีบเร่งหาเรียนภาษาจีนซะแล้ว
จะได้นั่งบางกอกไปเที่ยวดูบ้าง อิอิ
ขอบคุณสำหรับรีวิวนะคะ
Print page generated: November 23, 2008, 6:35pm