Print Topic - Archive
HFlight.net จองโรงแรม รีวิวสายการบิน ท่องเที่ยว การเดินทาง / Vietnam Travel Guide / มาดูทริปตะลุยเดี่ยวเที่ยวฮานอยเป็นยัง ไปดูกัน
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 1:14pm
สวัสดีครับทุกๆ คน คราวนี้ถึงเวลาที่จะได้ชมภาพการเดินทางท่องเที่ยวในฮานอยเมืองหลวงของประเทศเวียดนามกันแล้วนะครับ
ซึ่งการเดินทางจากผืนแผ่นดินไทยมาสู่ฮานอย ครั้งนี้ผมได้ใช้บริการของนกแอร์ครับ แต่แล้วก็อดเสียดายไม่ได้อยู่เหมือนกันที่นกแอร์ได้ยกเลิกการบริการในเส้นทางต่างประเทศแล้วนะครับ ถ้าท่านใดอยากจะย้อนอดีตไปชมความหลังการเดินทาง ก็เชิญได้ที่นี่เลยครับ
http://www.hflight.net/forum/m-1205045861/s-0/
ส่วนเรื่องราวการตะลุยในฮานอยเป็นเช่นไรนั้น ขอเชิญทัศนา ณ บัด NOW
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 1:23pm; Reply: 1
หลังจากที่ออกมาจากตัวอาคารผู้โดยสารแล้ว เราก็เดินออกมากันตรงนี้เลย แต่ตรงนี้ไม่ใช่เป็นจุดที่จะขึ้นรถนะครับ ตรงนี้จะเป็นเพียงจุดพักรถเท่านั้น ถ้าใครที่ต้องการโดยสารรถเมล์นั้นต้องเดินออกไปอีกนิดถึงจะเป็นป้ายรถเมล์ครับ โดยกว่าจะรู้ผมก็โดนด่าเป็นภาษาเวียดนามไปหลายครั้งเลยอะ :o
และรถที่จะให้บริการจะมีอยู่ 2 สายคือสาย 7 กับสาย 17 ครับ
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 1:25pm; Reply: 2
ส่วนผมเลือกโดยสารกับรถสาย 17 ครับ
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 1:29pm; Reply: 3
สภาพภายในรถก็เป็นเช่นนี้ครับ รถนี้จะเป็นรถปรับอากาศนะครับ แต่วันนั้นมีอุณหภูมิเพียง 15 องศาจึงทำให้ไม่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศเลยสักนิด
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 1:38pm; Reply: 4
การเดินทางจากสนามบินเข้าสู่ตัวเมืองฮานอยก็ใช้เวลานานพอสมควร จนมาถึงสะพานข้ามแม่น้ำแดง สภาพการจราจรก็เริ่มติดหนักจนรถไม่สามารถขยับได้ทำให้รถเมล์ต้องจอดนิ่งๆ สลับกับการเคลื่อนตัวไปได้ทีละนิดหน่อย กว่าจะข้ามสะพานมาได้เล่นเอาเกีอบ 20 นาที
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 1:56pm; Reply: 5
และแล้วเราก็มาถึงที่หมายก็คือ ลองเบียน ตรงนี้จะเป็นจุดที่รวมรถเมล์อยู่หลายสาย อารมณ์ประว่าเหมือนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิบ้านเรานะครับ หรือถ้าใครจะเดินทางไปจุดอื่นก็สามารถต่อรถมอเตอร์ไซด์จากจุดนี้ด้วยเช่นกัน
ซึ่งนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ จะมาจุดนี้ก็ไม่ยากหรอกครับ เพราะถ้าเราไม่ลงรถตรงนี้ ก็จะมีพนักงานเก็บค่าโดยสารมาอันเชิญให้เราลงอยู่ดี แต่หลังจากก้าวลงจากตัวรถเมล์ออกมาแล้วก็ไม่ต้องกลัวเหงาเลยครับ เพราะเราจะได้รับการต้อน(รับ) จากเหล่ามอเตอร์ไซด์รับจ้าง ซึ่งมีอัตรา 10 คนต่อหนักท่องเที่ยว 1 ท่าน อบอุ่นจริงๆ เลยครับ เพราะเขาใส่ใจเราทุกการเคลื่อนไหวเลย ที่สำคัญอย่าเพิ่งรีบเปิดโพยหรือแผนที่ออกมานะครับเพราะนี่จะทำให้เราเป็นบุคลพิเศษยิ่งขึ้นไปอีก
อ๋อ.....ระวังกระเป๋าเดินทางด้วยแล้วกันนะ เพราะท่านๆ เหล่านี้จะสนใจกระเป๋าเราเป็นพิเศษด้วยการยกไปโดยไม่บอกกล่าว อืมม ดูๆ ไปก็เหมือนเราได้มายืนอยู่แถวท่ารถสายใต้ใหม่ตรงตลิ่งชันก่อนที่จะย้ายไปสายใต้ใหม่กว่านะครับ
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 2:09pm; Reply: 6
และด้วยความรีบร้อนที่จะหลีกหนึพวกแก็งค์มอเตอร์ไซด์ของผมเอง จึงทำให้ผมรีบขึ้นรถเมล์อีกสายโดยไม่ได้สังเกตุว่ารถสายอะไร กระทั่งรถเมล์มาหมดระยะที่ตรงนี้ แล้วที่ผมจะทำยังไงดีนี่ ถามใครก็ไม่สามารถให้คำตอบผมได้เลยเพราะเป้าหมายที่ผมต้องการไปนั่นคือ ทะเลสาปโฮเคียม
จากนั้นผมก็เริ่มภาระกิจ Backpack ด้วยการเดินไปตามถนนโดยไร้ซึ่งแผนที่นำทาง มีเพียงแต่ความหวังเท่านั้นที่นำพาผมไป
ป.ล. ตอนหลังจึงทราบว่าตรงนี้คือ ท่ารถคิมม่า นั่นเอง
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 2:27pm; Reply: 7
ตอนนี้ก็ยังเดินลากกระเป๋าตรงไปตามทางเรื่อยๆ โดยระหว่างทางก็อาศัยถามทางจากชาวบ้านหรือบางครั้งก็เจอนักท่องต่างชาติ แต่ก็ไม่มีใครให้คำตอบผมได้ถึงเป้าหมายที่ผมจะไป ทำให้ความท้อ เหนื่อย ล้า เริ่มออกฤทธิ์ ทำให้ผมจึงต้องมองหาตัวเลือกที่เราเคยปฏิเสธไป นั่นคือมอเตอร์ไซด์รับจ้างนั่นเอง
และแล้วผมก็มาสะดุดกับลุงชราคนหนึ่งที่จอดรถมอเตอร์ไซด์รอเรียกลูกค้า ผมจึงเดินปรี่เข้าไปบอกจุดหมายปลายทางที่ต้องการ แต่จุดหมายปลายทางนี้ผมได้เปลี่ยนไปจากทะเลสาป โฮเคียม มาเป็นที่โรงแรมพักแทนเพราะอารมณ์นี้ผมไม่ต้องการไปหาที่พักแถวทะเลสาปแล้ว จึงหยิบโพยที่พักที่ผมได้เตรียมมาเพื่อที่ให้ลุงแกไปส่งตามที่ต้องการ แต่ด้วยความที่จดโพยที่พักมาเยอะเกินไป ทำให้ลุงแกเลือกไปไม่ถูกหรือว่าไม่รู้จักก็ไม่อาจทราบได้ ฉะนั้นลุงแกเลยหยิบโพยผมไปถามเอาก้บเพื่อนมอเตอร์ไซด์ด้วยกันเอง จากนั้นแกก็บอกให้ผมขึ้นรถ
แล้วที่นี้ผมจะทำยังไงนี่ แต่ด้วยความเหนื่อยล้า จึงไม่ปฏิเสธลุงแก เอาว่ะไปไหนก็ไป
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 3:05pm; Reply: 8
แต่ระหว่างโดยสารอยู่บนมอเตอร์ไซด์ห่าง ของลุงชรานั้น ทำเอาทุลักทุเลพอสมควรเพราะรถแกนั้นบรรทุกผมคนเดียวก็เต็มแล้ว แล้วนี่จะต้องมาแบกกระเป๋าเดินทางอีกทำให้สภาพการโดยสารน่าหวาดเสียวเป็นยิ่งนัก แล้วไหนจะต้องมาผจญการสภาพการขับขี่รถมอเตอร์ไซด์ของชาวประชาเวียดนามแล้ว ทำให้ได้ความเสียวยิ่งกว่านั่งรถสามล้อ โซโล ของที่นี่เสียอีก
ตราบใดที่การเดินทางไปยังที่พักยังไม่ถึงจุดสิ้นสุด ความเสียวก็ยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ เพราะมีบางช่วงรถมอเตอร์ไซด์ห่างของลุงไปเฉี่ยวกับรถมอเตอร์ไซด์ด้วยกัน แต่ก็ไม่มีการทะเลาะกันแม้แต่น้อยต่างคนต่างขับไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มีเพียงแต่เสียงแตรที่บีบใส่กันเท่านั้น
จนมาถึงถนน ทังฮา อันเป็นถนนที่ลุงแกพามา
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 3:27pm; Reply: 9
และนี่ก็คือที่พักที่ผมจะได้อาศัยครับ เพราะด้วยความที่ผมล้ามามากจากการเดินทาง ทำให้ขี้เกียจที่จะไปนั่งตระเวนหาที่พักที่อื่น แต่สิ่งที่เป็นการตัดสินใจให้พักที่นี่ก็คือ การที่มีเครื่อง Computer พร้อมอินเตอร์เน็ทให้ใช้ฟรีนั่นแหละครับ
แต่เชื่อไหมครับว่าที่นี่สามารถสร้างความประทับใจแรกให้กับผมเลยครับรู้ไหมว่าคืออะไร สิ่งนั้นก็คือการขอเงินค่ารถโดยสารมอเตอร์ไซด์เพิ่มขึ้นอีก 5000 ดอง แต่การขอครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากลุงชรานั้นหรอกครับ แต่คนที่บอกนั้นคือ พนักงานของโรงแรมนั่นเอง เพราะพนักงานเขาบอกว่าลุงแกขอขึ้นราคาเนื่องจากเส้นทางที่พาผมมานั้นมันไกล
ถึงตรงนี้ผมนี่ ปิ๊ด แตกเลยครับ เรื่องอะไรที่เราจะยอม เพราะลุงแกขี่มาแบบไม่รู้จักทางนี่อะนะ มาแบบหลงๆ แล้วจะมให้มันไกลได้อย่างไรอะ ส่วนไอ้เจ้าพนักงานนี่ก็เกินไปอะ ที่ไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเราเลยแม้แต่น้อย แถมจะมาพูดให้เราจ่ายเงินเพื่มอีกเพื่ออะไรนี่ จะว่าผมงกก็ยอมนะเพราะก่อนที่จะมาผมก็ตกลงกับลุงแล้วว่าเท่าไร ไม่งั้นผมไม่โดยสารมากับแกหรอก การกระทำของพวกเขาครั้งนี้ทำให้ความคิดที่จะให้ ทิป กับพวกเขานั้นหมดไปทันทีจากผมครับ
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 3:31pm; Reply: 10
สภาพภายในก็เป็นอย่างนี้อะครับ โดยด้านซ้ายจะเป็นที่นั่งรับประทานอาหารเช้า ส่วนด้านขวาก็จะเป็นเคาเตอร์ทัวร์และเป็น Front ไปในที่ด้วยกันเลย
โดยผู้ที่จะมาพักจะต้องโดนยึด passport ไปด้วยนะครับ ตอนแรกก็ไม่ทราบว่าทำไมถึงต้องยึดแต่ตอนหลังผมว่าที่เขายึดก็เพราะต้องการเป็นหลักประกันในการจ่ายเงินค่าที่พักมากกว่าที่จะเป็นเพราะกฏหมายนะ
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 3:40pm; Reply: 11
หลังจากที่เสียเวลาให้กับการเดินทางอยู่เสียนาน ทำให้กว่าทุกอย่างจะเข้าที่ก็ปาเข้าไปมืดเลย ฉะนั้นคืนนี้เราจึงเริ่มปฏิบัติการเติมพลังให้กับกระเพาะเสียก่อน
แต่ด้วยความที่พอจะรู้มาบ้างว่าที่นี่เขาทานเนื้อวัว เนื้อสุนัข กันเป็นวัฒนธรรมอยู่แล้ว ทำให้ผมต้องกังวลอยู่เหมือนกันเพราะเจ้าสองสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ผมไม่พึงปราถนาที่จะได้ลิ้มรสเลย จึงทำให้สองเท้าของผมมาหยุดลง ณ ที่แห่งนี้
ร้านนี้เป้นร้านเฝอแบบทะเลซึ่งสังเกตุจากคนที่มาทานนั้นจะเห็นว่าร้านนี้ลูกค้าแน่นพอสมควรเลยครับ
ป.ล. ร้านนี้บรรดาเจ้าของและคนปรุงนั้นหล่อใช้ได้เลยครับ
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 3:48pm; Reply: 12
และแล้วเราก็ได้สิ่งที่ต้องการมา เพียงแค่บอกไปว่าเล็กทุกอย่างไม่งอก เอ้ยอย่างนี้จะได้ทานไหมนี่ อาหารมื่อแรกหลังจากที่ได้มาเหยีบแผ่นดินเวียดนามนั่นก็คือ เฝอทะเลใส่ทุกอย่าง นี่แหละครับ อ๋อรู้สึกว่าร้านนี้จะเป็นร้านเดียวที่มีเกี๋ยวให้บริการนะ
บรรยากาศในการทานนั้นก็เรียบง่ายมีเพียงแค่โต๊ะเด็กเขียนหนังสือกับเก้าอี้ตัวเล็กๆ ก็นั่งทานได้แล้วดีจัง แถมเครื่องเคียงที่นี่ไม่มีมะนาวนะครับ เพราะเขาใช้มะกรูดแทน หรือว่าจะเลือกทานกับน้ำส้มดองกระเทียม ก็ได้
ป.ล. แต่หลังจากที่ได้ลองทานกระเทียมสดที่ดองในน้ำส้มแล้ว จะติดใจนะครับขอบอก
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 3:52pm; Reply: 13
ในเมื่ออิ่มท้องกันแล้ว ก็ได้เวลาของหวานกันล่ะ ก็ได้เจ้านี่ล่ะครับเป็นของหวาน ล้อเล่นครับ รูปนี่เป็นน้องหมาตัวเป็นๆ ตัวแรกที่ได้เจอกัน แต่กว่าจะลงตัวเป็นภาพเช่นนี้ก็เล่นเอาน้องหมาเขาโกรธขึ้นตาเลย
แต่เท่าที่สังเกตุน้องหมาหน้าไม่เหมือนกันกับน้องหมาแถวๆ บ้านเราเลยครับ ทำให้ดูหน้ารักไปอีกแบบ
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 4:07pm; Reply: 14
ฉะนั้นในเมื่อท้องอื่ม ขาก็ต้องก้าวออกเดิน แต่การเดินครั้งนี้เป็นการเดินแบบเรื่อยเปื่อยจริงๆ เพราะผมไม่มีแผนที่ติดตัวมาเลยสักนิด เพราะคาดหวังเอาเองว่าที่สนามบินนอยไบ จะมีแจกให้สำหรับนักท่องเที่ยว แต่พอลงเครื่องออกมาแล้ว กระทั้งบู๊ทการท่องเที่ยวก็ยังไม่ได้เห็นเลย
เนื่องด้วยจังหวะที่เดินทางมานี้ ความหนาวเย็นได้เข้ามาปกคลุมทางเวียดนามตอนเหนือทำให้สภาพอากาศนี่เป็นใจให้สำหรับเดินแก้หนาวได้เป็นอย่างดีทีเดียว
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 4:10pm; Reply: 15
บรรยากาศตลาดที่นี่ อารมณ์เหมือนถนนคนเดินที่ประตูท่าแพที่เชียงใหม่เลยครับ แต่ผู้คนจะเยอะกว่าเท่านั้นเอง
และช่วงเวลานั้นเหลืออีกเพียงไม่กี่วันก็จะเป็นเทศกาลตรุษญวน ทำให้ข้าวของที่จะเอาไปใช้ในเทศกาลขายดิบขายดีทีเดียว
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 4:19pm; Reply: 16
ไม่เพียงข้าวของเท่านั้นที่เป็นที่นิยม เรื่องอาหารการกินนี่ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่หาได้ไม่ยากในถนนแห่งนี้อีกเช่นกัน
แต่ตลาดที่นี่มักจะมีกลุ่มวัยรุ่นหนุ่มสาวออกมาเดินชมตลาดตอนกลางคืนกันอย่างคับคั่ง
แต่สำหรับผมก็แวะร้านนี้ก่อนเลย เพราะดูแล้วน่าทานใช่เล่น แม้จะเป็นแค่เพียงขนมปังที่ใส่หมูหมักเครื่องเทศแล้วย่างร้อนพอได้ที่จึงเหยาะมายองเนสลงไป
โอ๊ย เห็นแล้วยังอยากกับไปทานอีกเลย
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 4:24pm; Reply: 17
ความเรื่อยเปี่อยยังไม่หมดเพียงแค่นี้ เรายังเดินต่อไปตามทางเรื่อยๆ จนมาพบกับที่แห่งนี้
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 4:29pm; Reply: 18
เรื่อยเปี่อยแม้กระทั่งว่าที่นี่คือที่ไหน แต่ก็ได้แค่เพียง งง? ว่าทำไมที่นี่คนช่างเยอะเสียจริง แถมมีสามล้อรูปทรงแปลกๆ เพราะเป็นสามล้อที่ให้ผู้โดยสารนั่งด้านหน้า มาคอยเรียกหาผู้โดยสารแต่พอเราปฏิเสธเขาก็เข็นรถจากไป
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 4:33pm; Reply: 19
ฉะนั้นเราจะรู้ข้อมูลหรือไม่ ก็ไม่สำคัญแล้วล่ะครับเพราะความงามของสถานที่นั้นดึงดูดใจมากกว่า
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 4:34pm; Reply: 20
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 4:35pm; Reply: 21
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 4:39pm; Reply: 22
พยายามเดินไปเพื่อที่จะไปถ่ายบริเวณที่เป็นทางขึ้นสะพานที่เป็นไฟสีแดงๆ แต่ก็ไม่สามารถเข้าไปได้เพราะมีกำลังตำรวจปิดกั้น คาดว่าน่าจะมีการถ่ายทำอะไรสักอย่าง
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 4:43pm; Reply: 23
จากนั้นผมก็ข้ามถนนมาอีกฝั่งเพื่อดูอนุสาวรีย์
แต่ด้านซ้ายมือนั้นจะเป็นร้านที่จำหน่ายกระเป๋า โดยการนำกระเป๋าไปแขวนเอากับข้างของตัวตึก
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 4:45pm; Reply: 24
แต่บริเวณนั้นก็มีเวทีการแสดง แถมมีนักร้องสาวๆ มาขับกล่อมให้ทุกคนฟัง
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 4:46pm; Reply: 25
เมื่อสมควรแก่เวลาเราก็เดินย้อนกลับมาทางเดิมอีกครั้ง
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 4:50pm; Reply: 26
ระหว่างทางก็ผ่านร้านค้าที่จำหน่ายพวกบรรดาของกระจุกกระจิก แต่ก็ต้องมาสะดุดเมื่อมาพบกับบรรดาแม่ค้าวัยกระเตาะ ที่หน้าตาจิ้มลิ้มสมกับวัย
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 5:13pm; Reply: 27
หลังจากทำใจจากแม่สาววัยกระเตาะ ก็มาสู่หนทางอันแสนควักไคว่ด้วยผู้คนที่มาจับจ่ายใช้สอย
แต่แล้วก็เกิดเรื่องอีกจนได้เนื่องจากผมจำทางกลับมาสู่ที่พักไม่ได้ แถมสิ่งที่เราจำได้นั้นมีเพียงแค่เราพักที่ถนน ทังฮา
แต่ถนนแถวนี้ไม่มีป้ายบอกสักนิดเลยว่าเป็นถนนอะไร ทำให้เวลาเดินถามชาวบ้านจึงเกิดขึ้นอย่างยากลำบากยิ่งเพราะบางคนก็ไม่สามารถสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 5:19pm; Reply: 28
แล้วเราก็ผ่านคืนนั้นได้มาอย่างเหน็ดเหนื่อย ทำให้เช้านี้ต้องเดินหาร้านอาหารบริเวณรอบๆ ที่พักแต่ก็เดินมาเจอกับตลาดเช้าบรรยากาศดูคึกคักเหมือนกัน
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 5:34pm; Reply: 29
เดินไปเดินมาก็มาหยุดที่ร้านนี้ครับ ที่ตั้งของร้านอยู่ไม่ไกลสักเท่าไรก็แค่หน้าที่พักผมเองครับ มื้อเช้านี้ผมเลือกเฝอไก่ครับ แต่ร้านนี้ก็ได้เงินจากผมแค่มื่อนี้อีกเช่นกันเพราะแม่ค้าแกเล่นชาร์จผมอีกตั้ง 5000 ดองทั้งที่จำหน่ายให้กับคนท้องถิ่นเพียงชามละ 15000 ดอง เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่ผมยอมไม่ได้ครับเลยเลือกที่จะไม่เป็นลูกค้าร้านนี้อีกต่อไป
หลังจากที่ได้พลังมาจากเฝอไก่แล้ว เป้าหมายของเราวันนี้คือ ทัวร์ฮาลองเบย์ ส่วนเรื่องราวของฮาลองเบย์ อยู่ในนี้ครับ
http://www.hflight.net/forum/m-1212298324/s-0/ป.ล. หลังจากที่ผมได้หาซื้อทัวร์ฮาลองมาจากที่บริษัทที่อื่น ที่ไม่ได้เป็นทัวร์ของโรงแรมที่ผมพักจำหน่าย เพราะเมื่อเปรียบเทียบราคาแล้ว บริษัทที่ผมไปซื้อมาถูกกว่าตั้ง 8 ดอลล่าร์สหรัฐ ทำให้ผมไม่ได้รับการดูแลจากคนของโรงแรมเลย ทั้งนี้เปรียบเทียบกับผู้ที่มาพักคนอื่นๆ ที่จะได้รับการบริการที่ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัดแม้กระทั่งอาหารเช้า ที่เป็นกาแฟกับขนมปัง ผมก็ยังไม่ได้เลยอ่ะครับ
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 5:41pm; Reply: 30
หลังจากที่ได้ไปเยือนฮาลองเบย์กันมาแล้ว คืนนี้ผมก็จะเดินหาชื้อของฝากกับบ้านซะหน่อย เลยเดินมาที่ตลาดอันคุ้นเคย แต่คราวนี้ไม่กลัวหลงแล้วครับ เพราะผมมีแผนที่กับเขาแล้วหลังจากที่ไปอาศัยขอเอากับเพื่อนๆ ร่วมทริปฮาลองเบย์ โดยเพื่อนที่ให้แผนที่มานั้นเขาบอกโรงแรมเขาให้ฟรีอะ แต่ไม่ใช่ว่าที่โรงแรมผมไม่มีนะครับ มีเหมือนกันครับแต่ไม่ละเอียดเท่าของเพื่อนเขาอะครับ
แต่ตลาดที่นี่มีลูกโป่งสวยๆ จำหน่ายเยอะเหมือนกันครับ ดูๆ แล้วก็สวยดีเหมือนกัน
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 5:45pm; Reply: 31
คืนนี้สภาพอากาศเริ่มหนาวลงกว่าเดิมอีก ทำให้เกิดร้านค้าที่จำหน่ายเสื้อโคสต์แฟชั่นสวยๆ เกิดขึ้นหลายร้าน แต่นั่นก็ยังไม่ฮิตเท่ากับร้านค้าที่จำหน่ายต้นส้มหรอกครับ
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 5:51pm; Reply: 32
แต่ความหนาวก็ได้คลายลงไปเมื่อได้มาเจอะกับบรรยากาศญวนมุง ฉะนั้นไทยมุงอย่างเรามีหรอจะพลาด แต่แล้วเรื่องราวก็หน้าสนใจมากขึ้นเพราะในวงนั้นมีการทะเลาะกันอย่างรุนแรงระหว่างชายคนนี้กับแม่ค้าคนหนึ่ง แต่เรื่องนี้ไม่มีการลงไม้ลงมือนะครับมีแค่การยื้อแย่งของสักอย่างกันไปหน้า แต่เรื่องนี้ก็จบได้ด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจท่านที่สวมหมวกนิรภัยนั่นอะครับ
สุดท้ายผมก็ยังไม่ทราบอยู่ดีว่าเขาเกิดประเด็นอะไรขึ้นมา เพราะเขาไม่ได้ประชันคำพูดกันด้วยภาษาประกิตนี่น่า รู้งี้น่าจะให้เขาทำเป็นเสียง ซาว์แทรค ซะก็ดีเหมือนกัน >:(
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 5:54pm; Reply: 33
ส่วนร้านนี้ทำ kabab ออกมาได้น่าทานดีทีเดียวครับ ถ้าจะไปชิมก็เชิญได้ที่ตลาด ดองซาน นะครับ
แฮ่ เริ่มรู้จักสถานที่แล้ว เพราะได้แผนที่ดีมีคุณภาพจากเพื่อนนี่เอง
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 5:56pm; Reply: 34
แล้วผมก็เลือกร้านค้านี้เป็นของฝากกลับบ้านนะครับ ที่เลือกร้านนี้ก็เพราะคนขายนั้นงามแท้ เอ้ยไม่ใช่ เพราะราคาต่างหากล่ะครับ
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 5:59pm; Reply: 35
ในเมื่อได้ของฝากแล้วแต่ท้องผมยังไม่ได้อะไรรับประทานเลย จึงมาเลือกทานไส้กรอกทอดร้อนๆ จากร้านนี้
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 6:58pm; Reply: 36
จากนั้นเราก็มาต่อกันที่ร้านนี้ เป็นร้านค้า เฝอ ที่มีบรรยากาศแบบใกล้ชิดติดถนนเลยครับ แต่ที่นี่จะมีเฝอให้เลือกหลายอย่างครับ และที่สำคัญป้าคนขายนี้น่ารักเป็นกันเองมากๆ เลย ที่สำคัญป้าเขายุติธรรมไม่เอาเปรียบนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ เลย ทำให้ทุกวันเมื่อถึงเวลาตอนค่ำผมจะเดินมาทานที่ร้านนี้ทุกวัน
แต่ที่แปลกอย่างหนึ่งคือมื้อค่ำแบบนี้บางคนที่นี่เขาทานเฝอคู่กับปาท่องโก๋ด้วยนะครับ แต่หลังจากที่ได้ลิ้มลองแล้วก็ติดอกติดใจเลย แต่รูปแบบปาท่องโก๋นี้เขาจะไม่เหมือนแบบบ้านเรานะครับ ของเขาจะออกแห้งๆ แข็งๆ แต่เมื่อลงไปอยู่ในชามเฝอแล้ว โอ้สุดยอดครับ
ส่วนข้อเสียของร้านนี้ก็คือป้าเขาพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย จึงต้องอาศัยภาษามืออย่างเดียวอะครับ จึงทำให้บรรยากาศสนุกสนานไปอีกแบบ แต่ความใส่ใจของป้าเขาลือล้นเลยนะครับ เพราะขณะที่ผมทานๆ อยู่ดี ป้าแกเห็นว่าน้ำซุบของเฝอนั้นพร่องลงไปเท่านั้นแหละ ป้าเขาก็จะเติมให้โดยไม่ต้องบอกกล่าวให้เมื่อยมือเลย
แต่ภาพนี้ก็เป็นอีกหนึ่งชามที่ได้ลงไปอยู่ในกระเพาะผมครับ โดยก่อนที่จะถ่ายภาพนี้ป้าแกเห็นผมจะถ่ายเท่านั้นแหละแกรีบขวางผมโดยทันที่ทำเอาผมงงไปเลย ว่าเพราะอะไรนะแกถึงห้ามเรา แต่หลังจากนั้นก็มีมือหนึ่งที่หยิบตะเกียบมาวางบนชามพร้อมกับสิ้นเสียงของป้าที่ห้ามผมเมื่อตะกี้ แหม ป้าเอาซะผมตกใจหมดเลยอะนึกว่าจะโดนป้าเอากระบวยฟาดที่ไปหยุ่มหยามถ่ายภาพในร้านของแกเข้า แต่เท่านี้ป้าก็ทำให้นักท่องเที่ยวอย่างผมรู้สึกประทับใจจริงๆ เลยครับ เลยกะว่าจะเก็บภาพของป้ามาเป็นที่ระลึก แต่ป้าแกก็เขินจนเอามือปิดหน้า สุดท้ายผมจึงทำได้แค่เล่าความประทับใจให้ทุกๆ คนได้ฟังครับ
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 7:02pm; Reply: 37
จากนั้นก็เป็นต้องกลับมาสู่ที่พัก แต่ระหว่างผ่านตลาดก็ต้องมาสะดุดกับสิ่งนี้ สิ่งไม่รู้ว่าคืออะไร โดยมีแม่น้องนางท่านนี้เป็นผู้ครอบครอง
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 7:05pm; Reply: 38
ดูเธอช่างเหงาๆ เหมือนดังกายเราที่แปลกถิ่นมาสู่พื้นที่แห่งนี้
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 7:22pm; Reply: 39
หลังจากที่เมื่อคืนได้หลับพักผ่อนคลายความเหนื่อยล้า จนกระทั่งเป็นเวลาเช้าวันใหม่ แต่เช้านี้ผมได้ลองดื่มกาแฟกับขนมปังของทางโรงแรมเป็นครั้งแรก ส่วนพนักงานนั้นก็ทำเหมือนผมไปขอเขาทานยังไงก็ไม่รู้แหะ ทำเอาวัยรุ่นเซ็ง เยยย ทำให้บรรยากาศการลิ้มรสกาแฟนั้นเสียไปเลย จากที่เช้าๆ ตื่นมาได้กลิ่นละเมียดของกาแฟหอมๆ ทามกลางความหนาวกลายมาเป็นต้องรีบๆ ดื่มแล้วเดินจากพวกนั้นไป
จากนั้นเราก็เริ่มต้นภาระกิจเดินเตร็ดเตร่ชมเมืองกัน แต่ด้วยความเซ็งกับการบริการที่แย่ๆ ผมเลยมาดับความร้อนของอารมณ์ด้วยขนมหวานร้อนๆ ที่ร้านนี้ ซึ่งคุณพี่เขาก็บริการดีไม่บิดพลิ้ว แถมสื่อสารภาษาอังกฤษได้ด้วยน่ะ
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 7:26pm; Reply: 40
เมื่อได้พลังขนมหวานร้อนๆ แก้หนาวมาแล้ว เราก็เดินมาถึงทะเลสาป โฮเคียม อันเป็นที่ตั้งหลักของผม อ๋อเมื่อคืนมีฝนตกลงมาปอยๆ แบบเป็นละอองจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่หายตกเลยครับ
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 7:28pm; Reply: 41
เดินมาจนถึงอนุสาวรีย์ที่เมื่อคืนได้เดินมาแล้ว
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 7:30pm; Reply: 42
เป้าหมายแรกคือไปชมวัดหง็อกซิน
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 7:32pm; Reply: 43
วันนี้จะตั้งอยู่บนเกาะกลางทะเลสาป โฮเคียม เพืยงแค่ข้ามสะพานไม้สีแดงนี้ไป ก็จะถึงตัววัดครับ
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 7:34pm; Reply: 44
ในวัดก็จะมีตำนานที่เล่าสืบขานกันต่อมานานแสนนาน แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของทะเลสาปโฮเคียม ก็คือสิ่งนี้ครับ
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 7:38pm; Reply: 45
การข้ามถนนที่นี่มีเทคนิคอยู่อย่างหนึ่งนะครับ คือ ให้เราข้ามไปเรื่อยๆ ได้เลย ห้ามถอยเป็นอันขาดนะครับ
ตอนนี้ถนนบริเวณนี้เริ่มมีการติดธงแดง ฉลองเทศกาลตรุษญวนกัน โดยรถที่ทำหน้าที่นั้น ก็คือรถบรรทุกเอนกประสงค์คันนี้ครับ
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 7:40pm; Reply: 46
ใกล้กันนั้นก็จะมีอนุสาวรีย์ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 7:44pm; Reply: 47
แต่บริเวณทะเลสาปโฮเคียมด้านที่เป็นฝั่งตรงข้ามกับที่ทำการไปรษณีย์ จะมีการล้อมลวดหนามและมีเจ้าหน้ามาคุ้มกันเป็นอย่างดี ทำให้เห็นแล้วก็งงๆ อยู่เหมือนกันว่าเขาทำอะไร
เพิ่งจะมาทราบภายหลังว่า เขาล้อมพื้นที่ไว้เพื่อเตรียมการแสดงดอกไม้ไฟไว้ฉลองงานตรุษญวน
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 7:48pm; Reply: 48
การท่องเที่ยวครั้งนี้อาศัยการ ก้าวก้าว (เดิน)เป็นหลักครับ เพราะลำพังจะไปโดยรถโดยสารนั้นก็ไม่สันทัดนัก จึงมาถึงที่โบสถ์แห่งนี้
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 7:49pm; Reply: 49
จากนั้นก็ดุ่มๆ เข้าไปในวัดแห่งหนึ่งแถวๆ นั้น ซึ่งก็หน้าสนใจอยู่ไม่น้อยทีเดียว
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 7:53pm; Reply: 50
แต่เชื่อไหมครับว่าเป้าหมายที่ต้องการจริงๆ แต่ยังหาไม่เจอเลยนั่นก็คือการที่จะไปจองที่นั่งดูหุ่นกระบอกน้ำ แต่ด้วยความที่ไม่ได้สังเกตของผมกระมั่งทำให้ต้องเสียเวลาหาตึกนี้อยู่นานพอควร ทำให้รอบในการแสดงของวันนี้หมดไป จึงเหลือแต่รอบวันพรุ่งนี้ซึ่งก็ไม่มีปัญหาสำหรับผมอยู่แล้ว
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 7:57pm; Reply: 51
ที่นี้เราก็มีเวลาส่งโปสการ์ดกลับมาที่เมืองไทยแล้ว โดยเราสามารถซื้อแสตมป์จากเจ้าหน้าที่เคาเตอร์ไปรษณีย์ที่ให้บริการอยู่ จากนั้นค่อยเอาไปหย่อนที่ตู้ไปรษณีย์ด้านหน้าที่ทำการเท่านั้น
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 8:04pm; Reply: 52
พอตกบ่ายเลยเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งรถเมล์เที่ยวบ้างดีกว่า เพราะกะว่าจะไปที่วิหารเสาเดียว จึงเลือกขึ้นรถจากบริเวณทะเลสาปโฮเคียม
นี่แหละ
แถมด้วยบรรยากาศหนาวๆ แบบนี้เข้าไปอยู่ในตัวรถก็พอทำให้อุ่นขึ้นมาได้บ้าง แต่ถ้าเปลี่ยนจากชายหนุ่มเป็นสาวๆ ได้ก็คงทำให้อุ่นขึ้นมาได้อีกเยอะนะว่าไหม 8)
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 8:06pm; Reply: 53
จากนั้นรถเมล์ก็นำเรามาสู่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 8:08pm; Reply: 54
เดินต่อมาอีกไม่ไกลก็จะพบกับวิหารเสาเดียว
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 8:10pm; Reply: 55
มามะ........ มาสักการะองค์พระกัน ส่วนท่านใดที่จะอธิฐานเรื่องใดก็เชิญได้เลยครับ
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 8:13pm; Reply: 56
ไม่ไกลนักก็จะพบสุสานวีระบุรุษของชาวเวียดนามครับ
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 8:14pm; Reply: 57
สถานที่ตั้งนั้นสวยเด่นเป็นสง่ามากๆ เลยครับ
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 8:17pm; Reply: 58
สถานที่แห่งนี้จะมีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยห้ามมิให้นักท่องเที่ยวก้าวล้ำเกินกว่าเส้นสีขาวที่ขีดเอาไว้ ถ้าหากมีใครเผลอล้ำเข้าไปก็จะมีเจ้าหน้าเป่าสัญญาณเตือนโดยทันที
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 8:19pm; Reply: 59
ยิ่งได้ใช้เวลาสัมผัสกับสถานที่แห่งนี้ยิ่งทำให้ทราบซึ้งกับบรรยากาศจริงๆ
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 8:23pm; Reply: 60
ซึ่งทำให้สื่อถึงความสัมพันธ์ของประชาชนที่มีต่อบุคคลที่พวกเขาเคารพ สืบต่อกันมานานเท่านาน เสมือนว่าเป็นหน้าที่ ที่จะต้องพึ่งกระทำ
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 8:24pm; Reply: 61
ส่วนฝั่งตรงข้ามก็จะมีอนุสาวรีย์อีกแห่งที่น่าสนใจเหมือนกัน
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 8:26pm; Reply: 62
จากนั้นก็ไล่เก็บภาพไปตามเส้นทาง
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 8:28pm; Reply: 63
แต่บางแห่งก็ต้องอาศัยการแอบถ่ายอยู่บ้างเล็กๆ น้อยๆ
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 8:30pm; Reply: 64
โดยที่ผมก็ไม่ได้รู้หรอกว่าสถานที่แห่งนี้เป็นอะไร เพราะแปลภาษาท้องถิ่นไม่ได้อะ
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 8:32pm; Reply: 65
แต่ที่แน่บริเวณแถวนี้เป็นที่พำนักของเหล่าบรรดาทูตประเทศต่างๆ
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 8:35pm; Reply: 66
รวมทั้งสถานทูตไทย ณ กรุงฮานอย แต่พอได้มาเห็นธงชาติไทยเท่านั้นแหละ ความรู้สึกคิดถึงแผ่นดินแม่ของเราขึ้นมาเลย
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 8:40pm; Reply: 67
คราวนี้กะว่าจะเดินกลับมาที่พัก เลยเริ่มถามทางเอากลับเจ้าหน้าที่ทหารบริเวณนั้น โดยหารู้ไม่ว่าคำที่เขาพูดขึ้นมาแค่เพียง เลค ที่แปลว่าทะเลสาปนั้นมันเป็นคนละที่กับ โฮเคียมเลค ที่เราต้องจะไป
แต่หนทางที่เข้าแนะนำให้เดินมานั้นกลายมาเป็นทะเลสาปแห่งนี้ ซึ่งกว้างใหญ่กว่าที่โฮเคียมหลายเท่า
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 8:42pm; Reply: 68
โดยที่ทะเลสาปนี้จะเป็นที่ตั้งของภัตคารเรือมังกรลอยน้ำ
แต่เมื่อดูๆ ไป เรือมังการนี้ก็สวยงามดีเหมือนกัน
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 8:48pm; Reply: 69
แต่ด้านหลังของทะเลสาปนี้จะเป็นที่ตั้งของโรงแรมหรูเลิศที่มีชื่อว่าโซฟิเทลพลาซ่า นั่นเอง
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 8:53pm; Reply: 70
ถึงแม้ในแผนที่จะชี้ให้เห็นว่าจากตรงนี้เราก็ไกลจากที่พักอยู่พอสมควร ถึงจะนั่งรถเมล์กลับก็ใช่ว่าจะหารถที่จะพากลับได้โดยง่าย ฉะนั้นจะมัวช้าอยู่ใยก็ออกเดินกันตามระเบียบ
แต่ถ้าเหนื่อยหรือกระหายอย่างไร ก็จะมีร้านน้ำชาเล็กๆ คอยให้บริการอยู่
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 8:57pm; Reply: 71
แต่การเดินก็ไม่ได้ยากลำบากสักเท่าไร เพราะบรรยากาศหนาวๆ เช่นนี้ได้เดินชมเมืองก็ทำให้ได้เรียนรู้อะไรได้เยอะอยู่เหมือนกัน
เดินๆผ่านบ้านเรือนต่างๆ พอมาเห็นน้องๆ เขาหน้าตาจิ้มลิ้มก็อดไม่ได้ที่จะบันทึกกลับมาเป็นความทรงจำที่ดีของผม
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 9:00pm; Reply: 72
แต่เมื่อเราเดินผ่านมาถึงตลาดดองซวน อีกไม่ไกลก็จะถึงที่พักเราแล้ว
แต่ที่ตลาดนี่เริ่มคึกคักกันตั้งแต่ตอนเย็นๆ เลยหรือนี่
Posted by: FLyGiaNt, June 20, 2008, 9:05pm; Reply: 73
จนเมื่อเวลาค่ำคืนก็ได้เวลาออกหากิน แหมทำอย่างกะเป็นผีเสื้อราตรีไงงั้น จริงๆ ที่ออกมาตอนนี้ก็ไม่ได้เพราะอะไรหรอกครับมาเดินซื้อของถูกๆ แถวโฮเคียมเลคนี้แหละครับ คืนนี้การประดับไฟก็ยังคงมีอยู่
ถึงตรงนี้ต้องขออภัยด้วยครับ
เพราะคืนนี้ขอพักนี้ก่อนนะครับ เดี๋ยววันพรุ่งนี้จะมาต่อครับ
Posted by: Qoo, June 21, 2008, 3:59am; Reply: 74
Posted by: UM, June 21, 2008, 8:49am; Reply: 75
ขอบคุณคับ น่าไปมาก
อยากทราบว่าทริปนี้ใช้งบเท่าไหร่คับผม
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 11:15am; Reply: 76
จะรอชมอีกน๊าค๊าบ..
ขอบคุณที่คอยติดตามนะครับ
ขอบคุณคับ น่าไปมาก อยากทราบว่าทริปนี้ใช้งบเท่าไหร่คับผม
อ่า ทริปนี้ยังไม่จบอย่าเพิ่งประเมินราคานะครับ เพราะเราจะต้องอยู่ที่นี่อีก 2 วันครับ
Posted by: boeing747, June 21, 2008, 11:23am; Reply: 77
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 11:35am; Reply: 78
เริ่มต้นเช้านี้เรามาสำรวจทางถนนด้านหลังของโรงแรมที่ผมพักกัน อีกสาเหตุที่ผมยังพักอยู่ที่โรงแรมนี้ทั้งๆ ที่โรงแรมนี้พนักงานเขาจะบริการได้แบบไม่ประทับใจก็ตาม แต่ด้วยทำเลของโรงแรมที่อยู่ใกล้ป้ายรถเมล์มากๆ ทำให้สะดวกในการเดินทาง แถมบริเวณที่ผมอยู่จะเป็นโซนที่ไม่ค่อยมีโรงแรมที่จะให้ชาวต่างชาติมาพักสักเท่าไร จึงทำให้บริเวณนี้ยังคงมีความเป็นเวียดนามสูงมากๆ จึงทำให้นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ จะดูโดดเด่นเป็นที่สังเกตของชาวบ้านตลอดเวลาที่มาพัก
แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็คือราคากับมีอินเตอร์เน็ทให้ใช้ฟรีนี่แหละครับ จึงทำให้เรื่องพนักงานที่บริการนั้นเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยไปโดยปริยาย
อ๋อ ป้ายรถเมล์ที่ใกล้โรงแรมของผมนี้คือป้ายกำแพงเมืองเก่าอะครับ ซึ่งป้ายต่อไปก็คือป้ายลองเบียน ตรงที่เราลงรถเมล์จากสนามบินมาตอนแรกยังไงครับ หรือถ้าพูดง่ายๆ ก็คือป้ายนี้อยู่ใกล้ๆ กับสะพานที่รถไฟผ่านนะครับ พอจะเห็นภาพไหมครับ
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 11:45am; Reply: 79
เช้านี้เป็นวันตรุษญวนครับ ทำให้ชาวบ้านจะสวมใส่ชุดแดงกันอย่างหนาตาสังเกตได้จากเหล่ามอเตอร์ไซด์ครับ ใส่ชุดแดงกันทั้งเมืองเลย รวมทั้งสุภาพบุรุษท่านนี้ด้วยครับ
โดยก่อนหน้านั้นผมได้แลเห็นน้องหมาเข้าจึงได้เดินเข้าไปถ่ายรูป แต่พอเจ้าของเขามาเห็นเข้า คนที่ใส่ชุดแดงนี่แหละครับ เขาก็เลยมาช่วยกันจัดน้องหมาของเขาให้มาเป็นนายแบบให้กับผม โดยน้องหมาเขามีชื่อว่า โบ ครับ แถมเจ้าโบนี่ความสามารถหลายด้านมาครับ เลยทำให้ผมหยุดชื่นชมกับความสามารถของเจ้าโบอยู่หลายเพลาเลย
ส่วนเช้าวันนี้อากาศก็ยังคงหนาวอยู่เช่นเดิมไม่เว้นแม้กระทั่งเจ้าโบที่ต้องใส่ชุดกันหนาวด้วยเหมือนกันนะ
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 11:52am; Reply: 80
แต่ขณะเดียวกันที่ผมได้ชมความสามารถของเจ้าโบอยู่นั่น ก็เห็นชายคนนี้ที่ประกอบอาชีพอย่างหนึ่ง ที่ในประเทศเรานั้นไม่มีครับ แต่สำหรับที่นี่เป็นอาชีพที่ฮิตพอสมควรนะครับ เพราะผมเห็นมีอยู่หลายๆ ท่านที่ทำอาชีพนี้ฮะ
อาชีพที่ผมเล่านี่คืออาชีพคนขัดรองเท้าครับ ดูเหมือนว่าจะต่ำต้อยยังไงก็ไม่รู้นะครับแต่ อาชีพนี้ทำเงินได้เยอะอยู่นะครับ เพราะการขัดแต่ละครั้งนี่ก็ 20000 ดองเลยนะครับ แพงกว่าเฝอชามหนึ่งอีก ราคาเฝอหนึ่งชาม ณ ขณะนั้นคือ 15000 ดอง แต่ตอนปัจจุบันนี้รู้สึกว่าจะไม่ใช่ราคานี้แล้วมั่งครับ
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 11:58am; Reply: 81
จากนั้นเราก็เดินต่อไปครับ (อีกแล้ว) เพื่อที่จะไปชมพิพิธภัณฑ์สงครามครับ แต่การเดินยังไงก็ต้องมาผ่านที่ทะเลสาปโฮเคียม ทำให้ได้เห็นการซ้อมการแสดงของเหล่าดาราของประเทศเวียดนามครับ แต่สำหรับผมไม่ได้รู้จักใครเลย จึงขอเดินผ่าน แต่สำหรับคนที่นี่นั้นเขาจอดมอเตอร์ไซด์ชมกันกลางถนนเลยครับ ปริมาณผู้ที่ชมก็เกือบร้อยเลย ทำให้รถที่สัญจรบริเวณนี้ติดขัดหนักเอาการอยู่
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 12:00pm; Reply: 82
แต่ระหว่างทางผมก็แวะไปดูโรงโอเปร่า ของที่นี่ครับ สถาปัตยกรรมของก็สวยงามดีเหมือนกัน
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 12:03pm; Reply: 83
ส่วนใกล้กันนั้นก็จะมีโรงแรมระดับหรู ตั้งอยู่คงจะไม่ต้องบอกว่าเป็นของใครนะครับ
ชักอยากมีแฟนชื่อ Paris แล้วซิ ;D
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 12:05pm; Reply: 84
ส่วนฝั่งตรงข้ามกับโรงโอเปร่า นี่ก็จะมีตึกรูปร่างสวยงามตั้งอยู่เยอะเหมือนกันครับ
แต่ถ้าจะให้สวยกว่านี้ผมว่าเขาน่าจะเอาสายไฟฟ้าลงใต้ดินนะครับ ว่าไหม
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 12:09pm; Reply: 85
จากนั้นเราก็นั่งรถเมล์มาลงแถววิหารวรรณกรรม ครับ เพื่อจะมาชมความงามของที่ แต่ผมมาผิดวันครับ เพราะเขาปิดวันหยุดตรุษญวนทำให้ไม่ได้เขาไปด้านใน เลยได้แต่อาศัยด้านนอกริมกำแพงเก็บภาพแทน
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 12:10pm; Reply: 86
ได้แต่มาส่องดูด้านนอกอย่างนี้ เสียอารมณ์มากๆ เลยครับ เพราะใจจริงอยากได้เข้าไปถ่ายข้างในเป็นที่สุด เฮ้อ..... :-/
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 12:13pm; Reply: 87
แต่แถวนั้นจะมีที่ทำการของกระทรวงอยู่แห่ง ไม่แน่ใจว่าจะเป็นกระทรวงท่องเที่ยวหรือปล่าว เพราะที่นี่เขาก็ปิดเหมือนกัน แต่ว่าอาศัยขอเจ้าหน้าที่เขาไปถ่ายนะครับ
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 12:14pm; Reply: 88
จากนั้นเราก็เดินมาดูพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ครับ
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 12:17pm; Reply: 89
ด้านในจะมีการจัดแสดงอาวุธและยุทโธปกรณ์ ต่างๆ ครับ
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 12:21pm; Reply: 90
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินหรือระบบการป้องกันต่างๆ แต่เท่าที่สังเกตส่วนใหญ่จะเป็นของอเมริกา นะครับ
ที่เห็นว่าเป็นของอเมริกานั้น ไม่ใช่เพราะอเมริกานำมาให้จัดแสดงนะครับ แต่เป็นของที่ยึดมาได้ระหว่างการทำสงครามครับ
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 12:22pm; Reply: 91
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องรุ่นไหนก็ตาม
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 12:25pm; Reply: 92
ก็ล้วนต้องมาพ่ายให้กับกลุ่มเวียดนามเหนือ
เฮ้อ......ความขัดแย้งไม่ก่อให้เกิดผลดีอะไรเลยสักนิด :-/
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 12:29pm; Reply: 93
แล้วไฮไลท์ของพิพิธภัณฑ์นี่ อยู่ตรงนี้ครับ
เป็นภาพหญิงสาวคนหนึ่งกำลังลากชิ้นส่วนของเครื่องบิน ที่สำคัญชิ้นส่วนชิ้นนั้นที่อยู่ในรูปก็ถูกนำมาจัดแสดงอยู่ข้างๆ นั้นเลย
เห็นภาพแบบนี้แล้วไม่รู้จะบรรยาได้ออกมายังไงเลยครับ
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 12:31pm; Reply: 94
ส่วนฝั่งตรงข้ามก็จะมีอนุสาวรีย์ของ เลนิน อยู่ครับ เห็นแล้วขนลุกไงก็ไม่รู้ครับ
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 12:58pm; Reply: 95
แล้วผมก็ไม่รู้จะไปเที่ยวที่ไหนแล้วครับ ในใจก็กะว่าจะไปหาอะไรทานสักหน่อย แต่อยู่ก็มีพวกมอเตอร์ไซด์รับจ้างเข้ามาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบเป็นอย่างดี และมีการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ด้วย โดยการการจดชื่อสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ลงไปในแผ่นกระดาษเคลือบอย่างดี เสมือนว่าเป็นโบชัวร์เลย แต่สถานที่ดังกล่าวผมไปมาหมดแล้ว แต่มีอีกทีหนึ่งที่ผมยังไม่ได้ไปนั่นก็คือ วัด B-52 ซึ่งพวกนี้เขาจะบรรยายด้วยมือเป็นฉากๆ เลยนะครับ เพราะเขาพูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย
จากที่ผมนั้นหมดโปรแกรมไปเที่ยวแล้วจึงทำให้ผมสนใจวัด B-52 ขึ้นมาโดยทันที แต่ถึงยังไงผมก็ไม่ได้จ้างพวกเขาให้พาไปเที่ยวหรอกครับ เพราะลำพังขาของผมยังบอกว่าไหว ไม่ช้าผมก็มาสู่ที่วัดแห่งนี้ครับ
แต่ระหว่างทางที่เดินมา มีเรื่องน่ารักๆ จะเล่าให้ฟังครับ คือด้วยความที่ผมเดินดุ่มๆ ไปเรื่อย จู่ๆ ก็มีคนมาดึงมือผมไว้เป็นสัญญาณให้รู้ว่ารอก่อน ผมก็งงดิครับที่นี้ ผมจึงหันไปมองหาสาเหตุของการดึ่งมือนั้น ปรากฏว่าเป็นเด็กชายตัวน้อยๆ นั่นเอง แล้วผมก็ยังอึ่งต่อไปเพราะเด็กคนนั้นพยายามส่งเสียงอะไรบางอย่างออกมา แต่ผมนั้นก็แปลความหมายนั้นไม่ได้เพราะเขาสื่อออกมาเป็นภาษาเวียดนาม จนสักพักเขาก็มองไปยังฝั่งตรงข้าม ผมก็เลยสื่อกับเขาไปว่าจะข้ามถนนหรือปล่าว แต่เด็กนั้นก็ไม่ตอบครับพร้อมกับนำมืออีกข้างที่ไม่ได้จับมือผม เอามาอมเข้าปากซะงั้น
อ้าวแล้วผมจะทำอย่างไงดีนี่ จากนั้นผมก็เลยตัดสินใจพาแกข้ามถนนไปเพราะคิดว่าถ้าไม่ใช่ยังไงก็จะพาข้ามกลับมาอีกที แต่พอผมพาแกข้ามไปได้แล้วเท่านั้นแหละครับ เด็กน้อยแกรีบสะบัดมือจากผมแล้วก็วิ่งหนีไปเลย ทำให้ผมอึ่งอยู่พักหนึ่งว่า ที่แท้เด็กน้อยนั้นเขาต้องการให้ผมพาแกข้ามถนนนั่นเอง แต่ด้วยความที่เราพูดคนละภาษากันจึงทำให้เรื่องมิตรภาพน่าอมยิ้มแบบนี้อะครับ :)
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 1:06pm; Reply: 96
แต่กว่าจะเดินมาเจอที่นี่ เล่นเอาเมื่อยปากเหมือนกันครับเพราะชาวบ้านบางคนยังบอกไม่รู้จักเลย อ้าวแล้วผมจะไปยังไงล่ะนี่ แต่ไม่ต้องกลัวครับตราบใดที่มีแผนที่วิเศษผมก็ไม่หวั่นครับ พอมาถึงผมถึงที่วัดนี้แล้ว เชื่อไหมครับว่าผมก็ยังไม่แน่ใจเลยว่าจะใช่ที่นี่หรือปล่าว เพราะสถานที่แห่งนี้ตามความรู้สึกของผมดูยังไงก็ไม่เหมือนวัดนะครับ
แต่พอก้าวเข้ามาในที่นี่ก็ไม่เห็นมีใครเลยครับ มีแค่ผมมายืนชะเง้อ ก้มๆ เงยๆ ถ่ายภาพเพียงคนเดียว แบบนี้ยิ่งทำให้บรรยากาศในการซึมซับความรู้สึกยิ่งเป็นทวีคูณเลยครับ
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 1:08pm; Reply: 97
อาวุธยุทโธปกรณ์ดูทันสมัยมากๆ เลยครับ ทำให้ผมทึ่งเลยครับว่าเมื่อสมัยก่อนมีของอย่างนี้ใช้แล้วเหรอนี่
ของเหล่านี้คือเรดาห์ที่ไว้ติดตามความเคลื่อนไหวของเครื่องบินครับ
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 1:12pm; Reply: 98
นี่คืออาวุธต่างๆ ที่คอยตอบโต้ครับ ดูทันสมัยมากๆ เลยครับ
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 1:13pm; Reply: 99
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 1:15pm; Reply: 100
และนี่คือผมของการต่อสู้ครับ จากเจ้าเครื่องบินบรรทุกลำเลียงลำใหญ่โต เหลือแค่เพียงสิ่งนี้
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 1:20pm; Reply: 101
ซากของปีกและเครื่องยนต์ครับ
ตามที่ได้ยินมาเขาบอกว่าเครื่องลำนี้โดนยิงตกที่บริเวณนี้ เขาก็เลยสร้างอนุสรณ์ไว้ตรงนี้ครับ พอได้มาเห็นและรับรู้กับสิ่งเหล่านี้แล้วสำหรับผมรู้สึกหดหู่จับใจเลยครับ อากาศยานที่ผมรักจำต้องมาเหลือเป็นซากเพียงเศษเหล็กแค่นี้หรือ
ผลของสงครามและความขัดแย้งไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเลยครับ
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 1:23pm; Reply: 102
จากนั้นก็ได้เวลาจากวัด B-52 แล้วครับ แต่พอเดินออกมาก็มาเจอกับตึกแห่งหนึ่งไม่รู้ว่าคืออะไรเหมือนกันครับ แต่คาดว่าเป็นของรัฐบาลนะครับ
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 1:25pm; Reply: 103
โอ้ เป็นครั้งแรกเลยครับที่ผมได้เห็นปั๊มน้ำมันของคนที่นี่ ในนี้ไม่ใหญ่โตอะไรครับ แต่มีคนมาต่อคิวเติมน้ำมันกันเป็นจำนวนมากทีเดียว
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 1:28pm; Reply: 104
เดินไปเดินมาจึงมาเจอตลาดแห่งนี้ครับ ตลาดไม่ใหญ่เท่าไรครับ แต่ปริมาณคนที่มานั้นเยอะใช้ได้เลย
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 1:29pm; Reply: 105
แต่ตลาดที่นี่เวียดนามจะดูไม่ค่อยสะอาดเท่าไรนะครับ แต่พวกผักผลไม้นั้นจะเป็นของที่สดมากๆ
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 1:33pm; Reply: 106
อย่างที่บอกไว้ว่าคืนนี้ผมจะมาดูหุ่นกระบอกน้ำ แต่ด้วยยังเหลือเวลาที่จะแสดงอยู่อีกนานผมจึงเดินมาดูสถานีรถไฟของที่นี่ฮานอย กะว่าจะถ่ายรูปพวกรถไฟซะหน่อย แต่ปรากฏว่าถ้าเราไม่ได้เป็นผู้โดยที่มีตั๋วไม่สามารถเข้าไปถึงตรงชานชาลาได้เลย จึงได้มาแค่นี้
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 1:34pm; Reply: 107
เมื่อได้เวลาการแสดงผมก็มุ่งตรงมาที่นี่เลย
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 1:38pm; Reply: 108
ครั้งนี้ผมเลือกจองที่นั่งแบบ V.I.P. ครับ เพราะอยากจะได้สัมผัสแบบใกล้ชิด แต่ที่ไหนได้ขนาดจองมาก่อนนะนี่ยังนั่งเกือบหลังๆ ของ V.I.P. เลย เพราะข้างหน้าผมนั้นก็มีแต่พวกที่มากับทัวร์ทั้งนั้นเลย
แต่ไม่เป็นไรเท่านี้ก็ยังพอได้ใกล้ชิดอยู่
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 1:39pm; Reply: 109
จากนั้นพิธีกรก็เริ่มการแสดง
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 1:41pm; Reply: 110
แล้วก็เริ่มโหมโรงด้วยเครื่องดนตรีชนิดหนึ่ง บรรเลงด้วยคุณพี่เสื้อแดงนั่นนะครับ
ฝีมือในการบรรเลงนั้นสุดยอดมากๆ เลย เล่นเอาเสียงปรบมือดังสนั่นทั้งโรงละครเลย
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 1:44pm; Reply: 111
และคนพากษ์ก็มาประจำที่เป็นที่เรียบร้อย ทุกอย่างก็เริ่มขึ้น
แต่ !!! กล้องผมเกิดแบตเตอรี่หมดครับ กำ :o ดันมาหมดซะตอนนี้
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 1:46pm; Reply: 112
แต่อาศัยเปิดๆ ปิดๆ กล้อง จึงได้ภาพนี้มาเป็นภาพสุดท้าย เซ็งจริงๆ
การแสดงโดยรวมจะออกแนววัฒนธรรมท้องถิ่นของเขานะครับ แต่ที่ผมชอบมากๆ คือพวกกลไกของหุ่นกระบอกนะครับ ทำออกมาได้น่ารักดี
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 2:17pm; Reply: 113
และแล้วเรื่องร้ายก็มาเกิดขึ้นกับผมอีกจนได้ เพราะเมื่อคืนตรงทะเลสาปโฮเคียมมีการเฉลิมฉลองวันตรุษญวน มีการแสดงยิ่งใหญ่ มีดอกไม้ไฟนานาชนิด ประชากรผู้คนออกมากันอย่างเนื่องแน่นเพราะรัฐบาลเขาปิดทุกถนนทุกสายเลย ด้วยบรรยากาศเช่นนี้นักท่องเที่ยวต่างๆ ก็ออกมาชมบรรยากาศกันอย่างหนาตา แต่ในเมื่อนักท่องเที่ยวมีมากหมาย ผู้คนก็ล้นหลามเช่นนี้สิ่งหนึ่งที่ต้องมีคู่กันนั้นก็คือ มิจฉาชีพครับ
ด้วยเหตุนี้ผมจึงโดนล้วงกระเป๋าครับ แต่พวกโจรมันเอาไปเพียง N70me เครื่องใหม่เพิ่งถอยมาได้เดือนกว่าๆ เอง ส่วนกระเป๋าสตางค์นั้น มันก็จะเอาอยู่เหมือนกันนะครับ แต่ผมรู้สึกตัวจึงคว้าแขนพวกมันไว้ แต่มันก็สะบัดมือผมหลุดไปทำให้ผมนั้นจำหน้าพวกมันได้อย่างชัดเจน ผมจึงเดินไปบอกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่บริเวณนั้นทันที
แต่พวกตำรวจนั้นไม่ได้ให้การช่วยเหลือผมเลยแม้สักนิด ผมจึงเปลี่ยนไปบอกตำรวจกลุ่มอื่นแทนพวกเขาก็ทำหน้าแบบไม่รู้จะช่วยยังไงแล้วก็พยายามเดินหนึไป ตอนนี้ผมเริ่มกังวลแล้วดิ เพราะพวกคนที่ขโมยนั้นก็ยังอยู่บริเวณนั้นยังไม่ได้ไปไหน ผมจึงพยายามดึงมือตำรวจไปจับโจรพวกนั้น คราวนี้ตำรวจยอมเดินไปกับผม แต่พอถึงตรงทีโจรนั้นอยู่ปรากฏว่า ตำรวเขาเพียงแค่มองเฉยๆ ไม่ยอมจับ
ที่นี่ผมเลยเดือดเลยทำไมมันไม่ยอมจับอะ ทำไม จากนั้นตำรวจก็พาผมออกมาแล้วบอกว่าให้ไปแจ้งความที่ สน. ก่อนพวกเขาถึงจะจับได้ อืมม ผมจึงรีบวิ่งไปหาสถานีตำรวจที่อยู่บริเวณนั้น แต่พอไปถึงเชื่อไหมครับว่า ตำรวจที่อยู่ในนั้น ยื่นเอกสารแผ่นหนึ่งมีข้อความว่า ทางตำรวจเวียดนามนั้นไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ ให้เราทิ้งเบอร์โทรโรงแรมที่พักไว้ แล้วเขาจะติดต่อกลับมา แล้วอย่างนี้ทำไงนี่ ผมจึงรีบวิ่งกลับไปที่เกิดเหตุ แล้วไปบอกกับตำรวจคนนั้นที่พูดอังกฤษได้และเป็นคนเดียวกับที่บอกให้ผมมาแจ้งความที่ สน.
ตำรวจคนนี้จึงพาผมมาที่ สน. อีกที พร้อมกับสื่อสารให้กับตำรวจที่นั่นฟัง สุดท้ายเข้าก็ให้ผมกรอกใบแจ้งความไว้ แค่นั้นแล้วก็ให้ผมกลับไป
ถึงตรงนี้ความรู้สึกที่จะได้โทรศัพท์คืนกลับมา คงจะหมดสิ้น ความหวังที่จะได้คืนมาคงจะไม่มีอีกแล้ว
ทำให้เช้านี้ผมตื่นขึ้นมาแบบหมดอาลัยตายอยาก คิดในใจอยากจะกลับบ้านตั้งแต่เมื่อคือเลย เซ็ง.....เสียดายข้อมูลที่อยู่ในโทรศัพท์เป็นที่สุด ทำหนอเราจะต้องมาเจอกับเรื่องอย่างนี้ด้วย
จากนั้นผมจึงเอาใบแจ้งความมาให้พวกพนักงานที่โรงแรมแปลความหมายของภาษาเวียดนามให้ฟัง เขาบอกแค่เพียงว่าในข้อความพวกนั้นบอกว่าทางตำรวจรับทราบและรับเรื่องไว้แล้ว แค่นั้น
พอได้ฟังเรื่องอย่างนี้ผมก็พลันนึกถึงตำรวจไทยขึ้นมาเลย คิดว่าอย่างน้อยถ้าเป็นบ้านเราตำรวจเขาคงจะช่วยเหลือเราได้ดีกว่านี้แน่นอน เฮ้อ........
ยิ่งพอออกจากโรงแรมมาแล้วก็ยิ่งทำให้งง เป็นที่สุดเพราะด้านหน้าโรงแรมผมนั้น ทำไมมันเป็นอย่างนี้ไปได้นี่ ??)
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 2:20pm; Reply: 114
ผมก็คิดว่าคงจะเป็นแค่บริเวณที่เรากระมั่งที่มันโล่งๆ อย่างนี้ จึงเดินต่อไปที่ทะเลสาป โฮเคียม ปรากฏว่า โล่งพอๆ กันเลย
อ้าวแล้วนี่มันเกิดไรขึ้นนี่.........????
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 2:21pm; Reply: 115
จากนั้นก็เลยเดินไปที่ สถานีตำรวจเพียงตามเรื่องเมื่อคืน ปรากฏว่าที่นี่ก็เป็นอย่างที่เห็นครับ
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 2:22pm; Reply: 116
ตึกนี้เป็นตึกการไฟฟ้าของเขาครับ สวยดีเหมือนกัน
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 2:26pm; Reply: 117
ตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกนานกว่าที่จะได้เวลาไปสนามบิน ผมจึงเลือกเดินทางไปกับรถเมล์ ประมาณว่านั่งรถเมล์เล่นๆ ไปกลับฆ่าเวลา เพราะเซ็งกลับเรื่องโดนล้วงกระเป๋า จึงทำให้มาเจอกับทะเลสาปอีกแห่งที่อยู่ทางตอนเหนือของฮานอย
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 2:36pm; Reply: 118
ส่วนสภาพอากาศก็ยังคงหนาวเหมือนเดิม แต่ผมไม่ค่อยรู้สึกหนาวสักเท่าไรเพราะเรื่องที่เกิดกับผมมันทำให้ผมไร้ความรู้สึกไปโดยปริยาย
นั่งรถคันแล้วคันเล่า ทำให้เห็นว่าตรงนี้มีป้ายรถเมล์ที่ทันสมัยและเป็นระบบมากๆ เลย เพราะรถเขาจะจอดตรงป้ายที่เป็นช่องสำหรับสายเขาเท่านั้น ซึ่งแต่ละสายก็จะมีช่องจอดของตัวเอง แต่ขนาดถนนใหญ่อย่างนี้ก็ยังไม่มีมอเตอร์ไซด์สักคันมาโผล่ให้เห็นเลยครับ
แล้วในภาพที่เห็นมีคนมองนั้นไม่ใช่เพราะอะไรหรอกครับ คือเขางงที่ผมไม่ได้ใส่เสื้อกันหนาวอะครับ คือทริปนี้ผมอยากใส่เสื้อกันหนาวทั้งๆ ที่ได้เตรียมไป จึงทำให้ผมได้สัมผัสถึงความเย็นอย่างสุดขั้วจริงๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมชอบนะครับ อืมม หรือว่างงที่ใครหว่ามาบ้าถ่ายรูปแหมกระทั่งป้ายรถเมล์ น่ะ
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 2:41pm; Reply: 119
และแล้วก็ได้เวลาไปสนามบินกัน แต่รูปนี้จะเป็นรูปสุดท้ายสำหรับที่นี่ เพราะกล้องผมมันฟ้องมันหมดจนไม่รู้จะหมดยังไงแล้ว หรือจะใช้มุกเดิมที่ปิดแล้วมาเปิดใหม่ ครั้งนี้มันเปิดยังไงก็ไม่ขึ้นแล้วครับ
สำหรับตึกนี้เป็นตึกที่ทำการของแบงค์นะครับ
รอเกือบ 20 นาทีรถเมล์มาแล้วจะพาเราไปส่งที่สนามบินแล้วครับ คราวนี้ไม่กลัวหลงรถหรือจะขึ้นลงป้ายผิดแล้ว เพราะเตร็ดเตร่ กับรถเมล์จนชำนาญเลย
Posted by: FLyGiaNt, June 21, 2008, 3:06pm; Reply: 120
พอมาถึงสนามบินนอยไบ ผมก็ไปหาร้านแลกเงินในสนามบิน เพิ่อที่จะแลกเงินดองกลับมาเป็นเงิน $ (USD) แต่ปรากฏว่าร้านรับแลกเงินปิดหมดทั้งสนามบินครับ
เอาล่ะซิจะทำยังไงนี่ งานนี้เศรษฐีเงินล้าน(ดอง) อย่างผมจะทำไงล่ะนี่ เดินหาไปหามามีอยู่แบงค์หนึ่งเปิดไฟอยู่แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ ผมจึงรอที่นี่เผื่อจะมีเจ้าหน้าที่มา รอได้เกีอบ 30 นาที เจ้าหน้าที่ก็มาครับ แต่เขาบอกว่าเขาไม่รับเงินดอง รับเฉพาะเงิน USD เปลี่ยนเป็นเงิน ดอง อ้าวมีงี้ด้วยอ่ะที่นี้ผมเลยหัวปั่นเลยอะไรกันอะนี่ โทรศัพท์ก็หายเงินก็แลกไม่ได้ทำไงดี แต่ยังดีที่ผมมาถึงที่สนามบินตั้งแต่บ่าย แต่เครื่องนกแอร์กำหนดออกตอน 2 ทุ่ม จึงทำให้เดินหาวิธีไปเรื่อย สุดท้ายเลยมาลองถามกับเคาเตอร์รับจองโรงแรมที่เปิดเพียงเจ้าเดียวเช่นกัน อ้อนวอนอยู่สักพักเขาจึงรับแลก แต่ก็กดราคาเยอะอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่เป็นครับยอมได้ ดีกว่าพกเงินล้านกลับบ้านเรา
ส่วนเรื่องที่วันนี้เขาหายกันไปทั้งเมืองนั้น เป็นเพราะเป็นธรรมเนียมวันตรุษนะครับ ไม่ว่าที่ไหนเขาก็หยุดกัน แต่ผมไม่คิดว่าเขาจะหยุดแม้กระทั่งธุรกิจที่อยู่ในสนามบินแบบนี้
พอเมื่อได้เวลาเดินทางกับสายการบินนกแอร์ ก็มีเรื่องให้ประหลาดใจอย่างที่ได้เห็นในรีวิวนกแอร์นั่นนะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่เกิดกับผมและทำให้ผมรู้สึกขนลุกนั่นคือ ตอนที่ผมได้เข้ามาประจำที่นั่งบนเครื่องแล้วผมรู้สึกอบอุ่นหายหนาวขึ้นมาทันทีเลยครับ เพราะอีกไม่เกิน 2 ชั่วโมงผมก็จะได้ถึงบ้านแล้ว ความรู้สึกนี้ยังคงตราตรึงผมอยู่ถึงปัจจุบันเลย
ถึงตรงนี้ก็ได้เวลากล่าวคำอำลาสำหรับประเทศเวียดนามแล้ว ครับ การเดินทางครั้งให้อะไรมากเหลือเกิน ประทับใจก็เยอะ เสียความรู้สึกก็มี แต่นี่แหละครับ รสชาติของชีวิตที่มีสุขมีทุกข์ปนกันไป
ลาแล้วครับ สวัสดี
Posted by: Qoo, June 21, 2008, 3:46pm; Reply: 121
ชอบพิพิธภัณฑ์มากค๊าบ เพราะดูหนังสงครามเวียดนามก็บ่อยเหมือนกัน แต่ไม่เคยไปเห็นซากความเสียหายสักครั้งเลย ถ้าโอกาสคงต้องไปเยือนบ้างแล้วค๊าบ..
ขอบคุณสำหรับรีวิวด้วยนะค๊าบ..
Posted by: artthaya, June 21, 2008, 5:12pm; Reply: 122
อ่านแล้วก็ตื่นเต้นไปด้วย ถ้ามีโอกาสไปเวียดนามต้องระวังตัวให้ดี ไม่ประมาท แต่ปรกติก็ไปใหนไม่ชอบพกเงินมากๆ อยู่แล้ว มีแต่กล้องถ่ายรูปแต่จะระวังมากๆกลัวกล้องจะหาย ขอบคุณคะ
Posted by: ann_vareewan, June 21, 2008, 5:36pm; Reply: 123
ติดตามมาตั้งแต่ต้น รอจนโพสจบ
เคยไปฮานอยเหมือนกัน แต่ไปกับบริษัททัวร์
ทำให้ได้บรรยากาศคนละอย่าง
สะดวกสบายไปหมด
หุ่นกระบอกน้ำก็ดูกันคนละที่
อยู่ตรงริมทะเลสาบที่เขาจัดงานกันนั่นเอง
แต่ฉากและการแสดงเหมือนกันเลย
Posted by: 9Q Member, June 22, 2008, 8:47am; Reply: 124
Posted by: porinter, June 22, 2008, 8:52am; Reply: 125
ขอบคุณสำหรับรีวิวครับ ... เพลินมากครับ
Posted by: sexykung, June 22, 2008, 4:34pm; Reply: 126
อืมๆๆๆ น่าไปๆๆ นะคะ เวียดนามม
Posted by: peep_bmw, June 23, 2008, 9:41am; Reply: 127
อ่านเพลินเลยครับ ตะลุยเที่ยวได้มันส์มากๆ รูปเยอะ สะใจดีครับ
Posted by: acaperon, June 23, 2008, 1:44pm; Reply: 128
ฮานอยนี่ก็ Classic ไปอีกแบบเหมือนกันนะครับ เนี่ยะ!
Posted by: Gena, June 24, 2008, 7:13am; Reply: 129
Posted by: thae_pg, June 24, 2008, 10:53am; Reply: 130
ขอบคุณคับ น่าไปมาก
อยากทราบว่าทริปนี้ใช้งบเท่าไหร่คับผม
ผมเคยไปมาช่วง มกราคมที่ผ่านมาครับ ไป 4 วัน 3 คืน
กับโปร หางแดง 0 บาท
ตั๋วธรรมเนียมตั๋วเครื่องบิน + ที่พัก สามคืน +ทัวร์ ฮานอย เที่ยวเอง+หุ่นกระบอก+ ฮาลองเบย์ +ฮาลองบก
ค่ารถมินิบัส รับส่ง สนามบิน - รร - สนามบิน
7200 บาท คับ
Posted by: Billy77, June 25, 2008, 9:02am; Reply: 131
อยากไปเหมือนกันนะ แต่กลัวเรื่องอาหารการกินนะ เพราะผมไม่กินหมู กลัวจะหากินลำบาก
Posted by: FLyGiaNt, June 28, 2008, 5:25pm; Reply: 132
ชอบพิพิธภัณฑ์มากค๊าบ เพราะดูหนังสงครามเวียดนามก็บ่อยเหมือนกัน แต่ไม่เคยไปเห็นซากความเสียหายสักครั้งเลย ถ้าโอกาสคงต้องไปเยือนบ้างแล้วค๊าบ..
ขอบคุณสำหรับรีวิวด้วยนะค๊าบ..
ประเทศเวียดนามส่วนใหญ่ก็จะมีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจอยู่หลายๆที่เลยนะครับ แต่สำหรับที่วัด B-52 ที่ผมได้ไปเยือนมานั้น ก็ให้ความรู้สึกถึงการสูญเสียอย่างบอกไม่ถูกเลยครับ โดยเฉพาะคนที่รักเครื่องบิน
อ่านแล้วก็ตื่นเต้นไปด้วย ถ้ามีโอกาสไปเวียดนามต้องระวังตัวให้ดี ไม่ประมาท แต่ปรกติก็ไปใหนไม่ชอบพกเงินมากๆ อยู่แล้ว มีแต่กล้องถ่ายรูปแต่จะระวังมากๆกลัวกล้องจะหาย ขอบคุณคะ
ผมก็ต้องการให้ทุกๆ ท่านได้ระวังแต่ไม่ควรที่จะระแวงนะครับ เดี๋ยวจะไปรบกวนบรรยากาศการท่องเที่ยวเสียปล่าวๆ แต่เรื่องการผจญภัยก็ที่เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของการเที่ยวแบบ Backpack ด้วยเหมือนกันนะครับ เพราะเรื่องอย่างนี้ไม่ลองไม่รู้จริงๆ ครับ ;)
ติดตามมาตั้งแต่ต้น รอจนโพสจบ
เคยไปฮานอยเหมือนกัน แต่ไปกับบริษัททัวร์
ทำให้ได้บรรยากาศคนละอย่าง
สะดวกสบายไปหมด
หุ่นกระบอกน้ำก็ดูกันคนละที่
อยู่ตรงริมทะเลสาบที่เขาจัดงานกันนั่นเอง
แต่ฉากและการแสดงเหมือนกันเลย
ขอบคุณครับสำหรับการติดตาม แต่อย่างไรก็ต้องขออภัยด้วยสำหรับการรอชมรีวิวเพราะผมมักจะใช้เวลาเยอะครับ แต่เรื่องการไปเที่ยวแบบทัวร์ก็ดีเหมือนกันนะครับ ทำให้งบเราไม่ต้องบานปลายดี ส่วนเรื่องโรงละครหุ่นกระบอกนั้น มันคือที่เดียวกันกับที่ผมไปมาน่ะครับ เพราะที่ฮานอยจะมีอยู่ตรงที่คุณพูดที่เดียวครับ
ขอบใจหลาย
ขอบคุณเช่นกันครับ
ขอบคุณสำหรับรีวิวครับ ... เพลินมากครับ
ยินดีครับที่คุณป้อ ชื่นชม
อืมๆๆๆ น่าไปๆๆ นะคะ เวียดนามม
เห็นด้วยครับว่าน่าไป แต่ ไปแล้วจะประทับใจหรือไม่นั้น ............... อิอิ ต้องลองดูครับถึงจะรู้
อ่านเพลินเลยครับ ตะลุยเที่ยวได้มันส์มากๆ รูปเยอะ สะใจดีครับ
ทริปนี้เกือบจะ perfect แล้วล่ะครับคุณปิ๊ป ถ้าไม่รวมเจ้าพนักงานโรงแรมงี้เง่า กับเจ้าโจรลวงกระเป๋า
ฮานอยนี่ก็ Classic ไปอีกแบบเหมือนกันนะครับ เนี่ยะ!
ช่ายเลยครับ เป็นอีกประเทศที่น่าสนใจเช่นกัน
Thanks! ;)
ขอบคุณครับ
ผมเคยไปมาช่วง มกราคมที่ผ่านมาครับ ไป 4 วัน 3 คืน
กับโปร หางแดง 0 บาท
ตั๋วธรรมเนียมตั๋วเครื่องบิน + ที่พัก สามคืน +ทัวร์ ฮานอย เที่ยวเอง+หุ่นกระบอก+ ฮาลองเบย์ +ฮาลองบก
ค่ารถมินิบัส รับส่ง สนามบิน - รร - สนามบิน
7200 บาท คับ
โอ้โห.... ราคานี้ไม่แพงเลยนะครับ แต่ตอนที่ผมไปนั้นเป็นช่วงก่อนที่ FD จะออกโปร 0 บาทเพียงไม่กี่วันเองครับ
อยากไปเหมือนกันนะ แต่กลัวเรื่องอาหารการกินนะ เพราะผมไม่กินหมู กลัวจะหากินลำบาก
อืมม เรื่องไม่ทานหมูนั้น ผมว่าจะหาทานได้ง่ายอยู่เหมือนกันนะครับ เพราะร้านอาหารที่ผมเจอนั้นส่วนใหญ่ก็จะร้านที่บริการด้วยเนื้อวัวกับไก่เป็นหลัก ส่วนผักนั้นไม่ต้องพูดถึง........เพียบเลยครับ
Print page generated: November 23, 2008, 7:06pm