Print Topic - Archive

HFlight.net จองโรงแรม รีวิวสายการบิน ท่องเที่ยว การเดินทาง  /  China Travel Guide  /  สี่วันในปักกิ่ง
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 1:55pm
หลังจากที่ได้ทำรีวิวชุดสนามบินใหม่ของปักกิ่งผ่านไปแล้ว ก็ได้เวลาที่จะนำรีวิวชุดท่องเที่ยวปักกิ่งในทริปนี้มาเสนอเป็นลำดับต่อไป ส่วนท่านใดที่ยังไม่ได้ชมรีวิวชุดสนามบินปักกิ่ง คลิ๊กไปชมได้นะคะ

http://www.hflight.net/forum/m-1213100022/s-all/

สำหรับการเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินทางไปเยือนปักกิ่งเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา อากาศกำลังสบายๆ เป็นการเดินทางไปกับบริษัททัวร์ ซึ่งจองมาจากงานเทศกาลท่องเที่ยวที่ศูนย์สิริกิติ์ในราคาที่เรียกว่าค่อนข้างถูกมากๆสำหรับเดือนเมษายน ซึ่งถือว่าเป็นช่วงไฮซีซั่นแล้ว ในราคารวมหมดทุกอย่างแล้วแค่ 16,999 บาท ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิเวลา 01.40 น.โดยสายการบินแอร์ไชน่า สายการบินแห่งชาติจีน เที่ยวบินที่CA 980 ถึงสนามบินปักกิ่งเวลา 07.30 น.ตามเวลาของประเทศจีนซึ่งเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:00pm; Reply: 1
กองทัพต้องเดินได้ด้วยท้อง ออกจากสนามบินก็ไปรับประทานอาหารเช้ากันก่อนเลย หลังจากนั่งเครื่องมาทั้งคืน

หน้าตาของร้านอาหารมื้อแรกของเรา
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:01pm; Reply: 2
อาหารเป็นประเภทติ่มซำ อร่อยดีเหมือนกัน หรือว่าหิวก็ไม่รู้
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:02pm; Reply: 3
ลองมาดูหน้าตาอาหารบางอย่างดูบ้าง
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:03pm; Reply: 4
เป็นพวกซี่โครงหมูอบกับอะไรสักอย่าง
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:04pm; Reply: 5
อันนี้ตอนแรกไม่แน่ใจ ชิมดูถึงรู้ว่าปาท่องโก๋นั่นเอง

ถ่ายภาพมาได้แค่สามอย่าง นอกนั้นไม่ทันความหิวของคนอื่น ขออภัย
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:06pm; Reply: 6
บรรยากาศภายในร้านอาหาร
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:07pm; Reply: 7
ออกมาเก็บภาพหน้าร้านดีกว่า
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:08pm; Reply: 8
ตัวอะไรเนี่ยะ
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:09pm; Reply: 9
อากาศในเดือนเมษากำลังสบายๆ เมืองจีนกำลังเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:10pm; Reply: 10
รถประจำทางที่เห็น วิ่งด้วยกระแสไฟฟ้า เป็นการลดมลภาวะจากสิ่งแวดล้อม จะเห็นสายไฟด้านบน
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:11pm; Reply: 11
คันนี้เป็นรถพ่วงแบบบ้านเรา เท่าที่สังเกตุดู รถประจำทางจะเป็นรถปรับอากาศทั้งหมด ไม่เห็นมีรถร้อนเปิดหน้าต่างอย่างบ้านเราเลย
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:12pm; Reply: 12
จักรยานเดี๋ยวนี้ลดจำนวนลงไปมาก เมื่อมีระบบขนส่งมวลชนที่สดวกและรวดเร็วกว่าเข้ามาแทนที่
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:14pm; Reply: 13
ทานอาหารเสร็จ ก็เริ่มออกท่องเที่ยวชมเมืองทันที โดยมีไกด์หนุ่มชาวจีนเป็นผู้นำ และมีไกด์สาวชาวไทยปิดท้ายขบวน กันลูกทัวร์พลัดหลง
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:15pm; Reply: 14
ช่วงนี้เป็นฤดูการท่องเที่ยวของจีน จึงมีนักท่องเที่ยวมากมายหลายชาติหลายภาษา แต่รู้สึกคนไทยจะมากสักหน่อย ไปที่ไหนก็เจอแต่กรุ๊ปทัวร์ไทยไปทุกที่เลย
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:17pm; Reply: 15
ต้นหลิวห้อยเป็นสายลู่ลมด้วยสวยงามตามริมถนน ภาพอาจจะไม่สวยงามเท่าที่ควรเพราะถ่ายด้วยกล้องคอมแพคตัวเล็กๆตัวเก่านั่นเอง
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:20pm; Reply: 16
ไกด์หนุ่มกำลังอธิบายถึงสถานที่สำคัญของจีนที่เรากำลังจะไปเยือนเป็นอันดับแรก
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:21pm; Reply: 17
นั่นก็คือจัตุรัสเทียนอันเหมิน ที่มองเห็นเลือนลางอยู่ในสายหมอกฝั่งตรงข้ามนั่นเอง
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:22pm; Reply: 18
มองเห็นผู้คนมากมายตัวเล็กๆเดินกันอยู่ในลาน ซึ่งเรากำลังจะข้ามถนนไป
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:23pm; Reply: 19
แต่ก่อนจะข้ามถนนไปไกด์ก็พามาเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยเสียก่อน เห็นมีดอกไม้สวยอยู่แถวหน้าห้องน้ำเลยถ่ายรูปไว้
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:24pm; Reply: 20
ดอกอะไรก็ไม่รู้สวยดี ถามชื่อไว้เหมือนกัน แต่ชื่อเป็นภาษาจีนจำไม่ได้
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:25pm; Reply: 21
จัตุรัสเทียนอันเหมิน เป็นจัตุรัสใจกลางเมืองซึ่งกว้างใหญ่ที่สุดในโลกมีเนื้อที่ประมาณ 240 ไร่ สามารถบรรจุคนได้ถึง 1 ล้านคนเลยทีเดียว เป็นจัตุรัสสำคัญใจกลางกรุงปักกิ่ง และยังถือเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของประเทศจีนอีกด้วย
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:27pm; Reply: 22
ความยาวตั้งแต่ทิศเหนือจรดทิศใต้ 880 เมตร ทิศตะวันออกจรดทิศตะวันตก 500 เมตร คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 440,000 ตารางเมตร

คำว่า เทียน แปลว่า ฟ้า อัน แปลว่า ผาสุก เหมิน แปลว่าประตู
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:29pm; Reply: 23
หอรำลึกท่านประธานเหมาเจ๋อตุงซึ่งตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ของจัตุรัส ส่วนด้านหลังจะเป็นหอประตูเจิ้งหยางเหมิน
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:30pm; Reply: 24
ด้านตะวันตกจะเป็นมหาศาลาประชาคม เป็นอาคารขนาดใหญ่ ใช้เป็นที่ประชุมพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งภายในมีที่นั่งถึง 9,700 ที่นั่ง แต่ก็สามารถสร้างได้เสร็จภายใน 10 เดือน เพื่อให้ทันครบรอบวันเสียชีวิตของท่านประธานเหมานั่นเอง
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:31pm; Reply: 25
อนุสาวรีย์วีรชนใจกลางจัตุรัส มีความสูงกว่า 40 เมตร และคำจารึกแปลได้ว่า วีรบุรุษของประชาชนเป็นอมตะ
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:32pm; Reply: 26
ด้านเหนือเป็นหอประตูเทียนอันเหมิน อันเป็นที่มาของชื่อจัตุรัสเทียนอันเหมิน ที่ถือว่าเป็นดวงตาของเมืองปักกิ่ง และเป็นสัญลักษณ์ของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:33pm; Reply: 27
หอประตูนี้สร้างขึ้นเมื่อปีที่ 15 ในรัชสมัยหย่งเล่อ(ค.ศ.1417)แห่งราชวงศ์หมิง(ค.ศ.1368-1644) เป็นประตูใหญ่ของเขตพระราชวังแห่งราชสำนักหมิง เป็นทางผ่านเข้าไปสู่พระราชวังต้องห้าม(กู้กง) ในสมัยนั้นเรียกว่า ประตูเฉิงเทียนเหมิน อันมีความหมายถึงลำเลียงมาจากฟ้า
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:34pm; Reply: 28
ในสมัยราชวงศ์ชิงปีศักราชที่ 8 แห่งรัชกาลซุ่นจื้อ(ค.ศ.1651) จึงมีการบูรณะหอประตูนี้ใหม่ทั้งหมด และเปลี่ยนมาเรียก ประตูเทียนอันเหมิน
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:36pm; Reply: 29
วันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ.1949 ประธานเหมาเจ๋อตุงได้ประกาศต่อมวลชนก่อตั้งประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนบนหอประตูเทียนอันเหมิน และอัญเชิญธงดาวแดงขึ้นสู่ยอดเสา หอประตูเทียนอันเหมิน จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศจีนยุคใหม่มานับแต่นั้น
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:37pm; Reply: 30
คณะของเรากำลังเดินผ่านหอประตูเทียนอันเหมินเข้าไปภายใน เพื่อเข้าไปชมพระราชวังต้องห้าม คำขวัญภาษาจีนที่ติดไว้ทั้งสองด้านของรูปท่านประธานเหมาแปลได้ว่า สาธารณรัฐประชาชนจีนจงเจริญ และ เอกภาพของประชาคมโลกจงเจริญ
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:38pm; Reply: 31
เด่นเป็นสง่าอยู่ตรงหน้าคือ ภาพเหมือนล่าสุดที่มีลักษณะเป็นทางการ ของท่านประธานเหมาเจ๋อตุง ซึ่งติดอยู่บนกำแพงเหนือประตูโค้งทางเข้าสู่พระราชวังต้องห้าม
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:39pm; Reply: 32
ผ่านกำแพงชั้นนอกเข้ามา ยังไม่ถึงตัวพระราชวัง ต้องผ่านเข้าประตูอีกแล้ว
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:40pm; Reply: 33
ผ่านกำแพงชั้นที่สองเข้ามาเป็นลานกว้าง ผู้คนมากมาย ยังต้องผ่านกำแพงอีกหลายชั้น
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:41pm; Reply: 34
ผู้คนหลายชาติหลายภาษากำลังมุ่งไปสู่จุดหมายเดียวกัน
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:42pm; Reply: 35
ผ่านประตูชั้นที่สามเข้ามาแล้ว
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:43pm; Reply: 36
ผ่านประตูอีกแล้ว
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:44pm; Reply: 37
มองเห็นประตูทางเข้าเขตพระราชวังชั้นในอยู่ตรงหน้า
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:46pm; Reply: 38
มองเห็นความยิ่งใหญ่อยู่ตรงหน้า การเข้าชมพระราชวังต้องห้าม หรือที่ชาวจีนเรียกกันว่าพระราชวังกู้กงนั้น ต้องเสียค่าผ่านประตูเสียก่อน ราคาบัตรเข้าชม คนละ 40-60 หยวน ขึ้นอยูกับว่าจะมาช่วงเดือนไหน แต่สำหรับคณะของเรา รวมบัตรค่าผ่านประตูทุกอย่างแล้ว จึงไม่ต้องจ่ายอีก
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:47pm; Reply: 39
ร้านขายของที่ระลึก ก่อนถึงทางเข้าพระราชวังต้องห้าม
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:48pm; Reply: 40
เรียกความสนใจจากนักช็อบชาวไทยได้เป็นอย่างดี เพราะตั้งแต่เดินทางมาถึง ยังไม่ได้ใช้จ่ายอะไรเลย
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:49pm; Reply: 41
ประตูที่เรากำลังจะผ่านเข้าไปนี้ เป็นประตูทางด้านทิศใต้ของพระราชวังต้องห้าม คือประตูอู่เหมิน
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:50pm; Reply: 42
ขอวัดขนาดกับบานประตูหน่อย
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:50pm; Reply: 43
ประตูอู่เหมินนี้ จะมีทางเข้าออกอยู่ 3 ประตู ซึ่งประตูกลางที่พวกเราเพิ่งเดินผ่านเข้ามานี้ ในอดีตคนธรรมดาทั่วไปไม่สามารถจะผ่านได้ นอกจากบุคคลเพียง 3 ประเภทเท่านั้น ที่สามารถผ่านประตูกลางได้ คือ 1.ฮ่องเต้ 2.นางสนม(เข้าได้อย่างเดียว ออกไม่ได้) 3.ผู้ที่สอบได้จอหงวน(จะได้รับเกียรติให้เดินออกประตูกลางนี้)
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:52pm; Reply: 44
ประตูไท่เหอเหมิน ซึ่งเป็นประตูเข้าสู่ตำหนักไท่เหอเตี้ยน ที่ว่าราชการของฮ่องเต้ กำลังอยู่ในระหว่างการซ่อมแซม เพื่อต้อนรับโอลิมปิคที่จะถึงนี้
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:53pm; Reply: 45
ลำคลองที่ไหลผ่านพระราชวังต้องห้าม
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:54pm; Reply: 46
คนจีนจะเรียกพระราชวังต้องห้ามนี้ว่ากู้กง ซึ่งแปลว่าพระราชวังเก่า ส่วนเหตุที่เราเรียกกันว่าพระราชวังต้องห้ามนั้น ด้วยเหตุว่าในสมัยที่เป็นพระราชวังหลวงนั้น ห้ามสามัญชนเข้าไปในบริเวณวังหลวงโดยเด็ดขาด
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:55pm; Reply: 47
เมื่อประตูไท่เหอหมินปิดปรับปรุง พวกเราก็เลยต้องเดินเข้าทางด้านข้างแทน
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:56pm; Reply: 48
ลวดลายสวยงามเบื้องบน
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:57pm; Reply: 49
แผนผังของพระราชวังต้องห้าม จะเห็นว่าใหญ่โตสลับซับซ้อนมาก มีเนื้อที่ถึง 720,000 ตารางเมตร ใหญ่กว่าจัตุรัสเทียนอันเหมินเกือบเท่าตัว มีอาคารถึง 800 หลัง มีห้องทั้งหมด 9,999 ห้อง และมีพระที่นั่ง 75 องค์
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:58pm; Reply: 50
มองเห็นตำหนักไท่เหอเตี้ยน ที่ว่าราชการของฮ่องเต้อยู่เบื้องหน้า
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 2:59pm; Reply: 51
พระราชวังต้องห้ามนี้เคยเป็นที่ประทับของจักรพรรดิ์ในราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิงถึง 24 พระองค์ ในวังจะมีวิเสท 6,000 คน สำหรับประกอบพระกระยาหาร มีนางสนมกำนัล 9,000 คน ซึ่งมีขันที 70,000 คน คอยดูแล
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:00pm; Reply: 52
ตำหนักไท่เหอเตี้ยนก็กำลังปรับปรุงอยู่เหมือนกัน ก็ต้องเดินผ่านทางด้านข้างเหมือนเดิม
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:02pm; Reply: 53
แล้วก็เดินกันต่อไป ตั้งแต่เช้าจนเลยเที่ยงวันไปแล้ว ยังไม่สิ้นสุดพระราชวังต้องห้ามเลย
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:03pm; Reply: 54
เดิน...เดิน...เดิน ใครไม่ชอบเดินอย่ามาปักกิ่งเลยนะ ขอบอก
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:04pm; Reply: 55
พระราชวังต้องห้ามสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิ์หย่งเล่อ จักรพรรดิ์ลำดับที่5 แห่งราชวงศ์หมิง ซึ่งครองราชย์ตั้งแต่ปี ค.ศ.1403-1423 หลังจากขับไล่ชาวมองโกลออกนอกกรุงปักกิ่งได้หมด จักรพรรดิ์หย่งเล่อได้ย้ายราชธานีจากนานกิงมาปักกิ่ง และทรงสร้างพระบรมมหาราชวังขนาดใหญ่ขึ้นดังที่เห็นทุกวันนี้ โดยเริ่มสร้างในปี ค.ศ.1406 สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ.1420 ใช้เวลาในการก่อสร้างทั้งสิ้น 14 ปี
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:05pm; Reply: 56
ตำหนักเป่าเหอเตี้ยน ซึ่งเป็นที่สำหรับสอบจอหงวน โดยฮ่องเต้จะเป็นผู้ทำการทดสอบผู้ที่มาสอบจอหงวนด้วยพระองค์เอง ซึ่งสามารถเข้าไปสอบได้ครั้งละ 3 คนเท่านั้น
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:06pm; Reply: 57
ลวดลายที่หน้าต่างตำหนัก
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:08pm; Reply: 58
อ่างทองคำสำหรับใส่น้ำไว้ดับเพลิงเวลาเกิดเหตุเพลิงไหม้ มีร่องรอยถูกขูดลอกทองคำไปหมดแล้ว
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:09pm; Reply: 59
ลวดลายที่มือจับของอ่างทองคำ
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:10pm; Reply: 60
ในการก่อสร้างพระราชวังต้องห้าม ใช้ช่างฝีมือกว่าหนึ่งแสนคน คนงานมากกว่าหนึ่งล้านคน ไม้ที่ใช้เป็นไม้หนามมู่ ซึ่งเป็นไม้เนื้อแข็งชั้นดี เอามาจากมณฑลซื่อชวน กว่างตง และยูนาน ส่วนไม้ซุงขนมาจากซื่อชวน เจียงซี เจ๋อเจียง ส่านซีและฮูนาน
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:12pm; Reply: 61
ส่วนหินนำมาจากฟ่างซาน การขนย้ายเป็นไปด้วยความลำบากยากเข็ญ ต้องใช้ผู้คนขนย้ายหินถึงสองหมื่นคน เพราะหินแต่ละก้อนยาว 10 เมตร กว้าง 3 เมตร หนา 1.6 เมตร ซึ่งกว่าจะเสร็จเป็นพระราชวังอันใหญ่โตต้องใช้ทรัพยากรและแรงงานมากมาย
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:13pm; Reply: 62
ทางเชื่อมระหว่างตำหนักจะเห็นเป็นทางลาดโดยมีบันไดสองข้าง ส่วนตรงกลางเป็นหินอ่อนสลักเป็นรูปมังกรเก้าตัวคั้นเมฆ ซึ่งทางลาดนี้สำหรับให้จักรพรรดิ์เสด็จมา โดยนั่งอยู่บนเกี้ยวให้ทหารหามเกี้ยว ส่วนทหารจะใช้บันไดสองข้างเป็นทางเดิน เมื่อมองดูแล้วจึงเหมือนลอยมาอยู่เหนือมังกร ซึ่งดั้นเมฆอยู่
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:14pm; Reply: 63
จุดเด่นก็คือ ภาพมังกรดั้นเมฆนี้ หินที่ใช้แกะสลักเป็นหินก้อนเดียวและมีน้ำหนักถึง 200 ตัน
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:16pm; Reply: 64
ยูเนสโกได้ประกาศให้พระราชวังต้องห้ามร่วมกับพระราชวังเฉิ่นหยางเป็นหนึ่งในมรดกโลกที่เป็นสิ่งก่อสร้างด้วยไม้โบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อค.ศ.1987
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:18pm; Reply: 65
เต่าด้านหน้าตำหนักหลังหนึ่ง
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:20pm; Reply: 66
บัลลังก์ทองของฮ่องเต้
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:21pm; Reply: 67
ในที่สุดก็เดินมาทะลุถึงอุทยานด้านหลังพระราชวัง
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:22pm; Reply: 68
เห็นดอกไม้สีชมพูบานสะพรั่งคิดว่าเป็นดอกท้อ แต่ไกด์บอกไม่ใช่ ดอกซากุระต่างหาก
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:23pm; Reply: 69
โชคดีจัง ที่ไปเยือนตอนต้นเมษา ซึ่งตรงกับช่วงซากุระบานพอดี
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:24pm; Reply: 70
ส่วนดอกท้อจะมีสีชมพูเข้มกว่า
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:25pm; Reply: 71
และหน้าตาเป็นแบบนี้
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:26pm; Reply: 72
แต่ในอุทยานนี้จะมีดอกซากุระมากว่า ส่วนดอกท้อจะพบได้ตามริมถนนในตัวเมืองปักกิ่งทั่วไป
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:27pm; Reply: 73
สวยหวานจริงๆ สำหรับซากุระ
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:28pm; Reply: 74
ถ้าไม่ติดว่าเลยเวลาอาหารกลางวันมามากแล้ว หลายคนคงจะชื่นชมกับพระราชอุทยานแห่งนี้นานๆเป็นแน่
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:30pm; Reply: 75
ในที่สุดพวกเราก็มาถึงทางออกด้านหลังพระราชวังต้องห้ามเสียที นี่เพิ่งจะครึ่งวันของวันแรกที่มาถึงปักกิ่งนะคะ หลายคนหมดแรงเอาเสียแล้ว
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:35pm; Reply: 76
ออกจากพระราชวังต้องห้ามก็บ่ายโขแล้ว คณะของเราจึงรีบเดินทางไปรับประทานอาหารกลางวันกันทันที ในภาพจะเห็นรถบัสคันที่เราใช้เป็นพาหนะตลอดการเดินทางท่องเที่ยวปักกิ่งในทริปนี้
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:36pm; Reply: 77
บรรยากาศหน้าร้านอาหารที่พวกเราเข้าไปรับประทานอาหารกลางวันกัน
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:37pm; Reply: 78
อาหารกลางวัน ดูหน้าตาน่าทานไปเสียทุกอย่าง เป็นอะไรบ้างลองดูกันนะคะ
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:38pm; Reply: 79
:P
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:38pm; Reply: 80
:P
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:39pm; Reply: 81
:P
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:40pm; Reply: 82
:P
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:41pm; Reply: 83
:P
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:42pm; Reply: 84
ข้อน่าสังเกตจากการที่เดินทางมาท่องเที่ยวเมืองจีนหลายครั้งแล้ว ทุกภัตตาคารทุกแห่งจะมีน้ำอัดลมให้เพียงหนึ่งขวดใหญ่ แต่จะมีเบียร์ถึงโต๊ะละ 2 ขวดเสมอ ทั้งนี้เพราะราคาเบียร์ที่เมืองจีน จะถูกกว่าน้ำอัดลมนั่นเอง
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:43pm; Reply: 85
บริเวณตามริมถนนของกรุงปักกิ่งในช่วงนี้ตรงกับฤดูใบไม้ผลิ จะเห็นดอกท้อบานสะพรั่งอยู่ทั่วไป
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:44pm; Reply: 86
หน้าตาของดอกท้อ....
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:45pm; Reply: 87
ดูกันชัดๆ คล้ายกับดอกซากุระ แต่สีจะเข้มกว่ามาก
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:46pm; Reply: 88
โปรแกรมรอบบ่ายวันแรกนี้เราจะไปชมหอฟ้าเทียนถาน ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับใช้บวงสรวงเทพยดาของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิงในอดีตที่ผ่านมา
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:47pm; Reply: 89
การบวงสรวงจะเริ่มในระยะย่างเข้าฤดูหนาวถึงเดือนอ้ายตามจันทรคติทุกปี พระจักรพรรดิ์จะเสด็จไปประกอบพระราชพิธีบวงสรวง เพื่อคุ้มครองเหล่าปวงประชาชาวจีน ให้มีความสมบูรณ์ทางพืชพันธุ์ธัญญาหาร
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:47pm; Reply: 90
ลานหยวนชิว มีลักษณะคล้ายเวทีกลมซ้อนกัน 3 ชั้น สร้างด้วยหินอ่อน แต่ละชั้นล้อมรอบด้วยลูกกรงหินอ่อนสีขาว เป็นสถานที่ซึ่งพระจักรพรรดิ์บวงสรวงเทพยดาหรือขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:48pm; Reply: 91
มองจากบนลานหยวนชิวไปทางทิศเหนือ จะเห็นตำหนักหวงฉงอี่อยู่ไม่ไกล โดยมีตำหนักฉีเหนียงเตี้ยนซึ่งเป็นตำหนักเอกอยู่เบื้องหลังไกลออกไป
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:49pm; Reply: 92
นักท่องเที่ยวมากมาย หลายชาติหลายภาษา พากันมาเที่ยวชมหอฟ้าเทียนถาน
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:50pm; Reply: 93
ตําหนักหวงฉงอี่สร้างเป็นรูปทรงกลมหลังคาชั้นเดียว มุงด้วยกระเบื้องเคลือบสีนํ้าเงินแก่ เป็นสถานสําหรับเก็บรักษาแผ่นป้ายพระนาม"เทพเจ้าผู้ปกครองสวรรค์" ตําหนักนี้ล้อมรอบด้วยกําแพงเตี้ย ๆ กําแพงนี้สร้างถูกต้องตามหลักวิชาว่าด้วยเสียง จึงสะท้อนเสียงได้จนเป็นที่เลื่องลือ เมื่อสองคนยืนอยู่ที่กําแพงคนละฟาก คนหนึ่งพูดใส่กําแพงเบา ๆ อีกคนหนึ่งเอาหูแนบกับกําแพง ก็จะได้ยินเสียงพูดจากฝ่ายตรงกันข้าม
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:51pm; Reply: 94
นักท่องเที่ยวกำลังให้ความสนใจตำหนักหวงฉงอี่
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:52pm; Reply: 95
ลวดลายอันงดงามของตำหนักหวงฉงอี่
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:53pm; Reply: 96
ต้นสน 9 มังกร ซึ่งมีอายุมากกว่า 500 ปี มีลวดลายที่เปลือกไม้คล้ายกับมังกรหลายๆตัวซ้อนทับกันอยู่
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:54pm; Reply: 97
มีคำอธิบายไว้ด้วย
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:55pm; Reply: 98
กำลังเดินผ่านประตู มองเห็นตำหนักฉีเหนียนเตี้ยน อยู่เบื้องหลังประตูเบื้องหน้า
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:56pm; Reply: 99
ระยะทางเดินค่อนข้างไกลพอสมควร
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:57pm; Reply: 100
ตําหนักฉีเหนียนเตี้ยนหรือหอฟ้าเทียนถาน เริ่มก่อสร้างเมื่อ ค.ศ. ๑๔๒๐ ห่างจากปัจจุบัน ๕๐๐ กว่าปี เป็นรูปทรงกลมหลังคา ๓ ชั้น มุงด้วยกระเบื้องเคลือบสีนํ้าเงิน ไม่มีขื่อและอกไก่ อาศัยเสาไม้ ๒๔ ต้น เป็นโครงยึดไว้ซึ่งได้ชื่อว่า "ตําหนักไม่มีขื่อ" ภายในตําหนักมีภาพวาดสีประณีตงดงาม บนเพดานวาดเป็นรูปมังกรและหงส์
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:58pm; Reply: 101
ที่หอฟ้าเทียนถานนี้ จะเป็นจุดที่ใช้ในพิธีกรรมบูชา ฟ้า ดิน ตั้งอยู่บน ลานหินอ่อนซ้อนกัน 3 ชั้น ซึ่งจะหมายถึง โลกของ มนุษย์ สวรรค์ และ โลก อมตะ ภายในนั้นจะมีภาพเขียนของ สวยงาม แต่ไม่เปิดให้เราเข้าชม ทำได้เพียงแต่ มองรูปที่นำมาโชว์ไว้เท่านั้น นอกจากนั้น ยังมีสัญลักษณ์ ขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับ ระบบสุริยะ เช่น ฤดูกาลทั้ง 4 ฤดู เดือนทั้ง 12 เดือน และ ช่วงเวลา 12 ช่วง ในแต่ละวัน อีกด้วย
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 3:59pm; Reply: 102
เด็กนักเรียนจากฮ่องกง เดินทางมาทัศนศึกษาที่ปักกิ่งด้วย
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:00pm; Reply: 103
หอฟ้าเทียนถาน ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมจากยูเนสโก และเป็นสัญลักษณ์แทนความเป็นศูนย์กลางของจีนในพิภพนี้ ก่อสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมที่สง่างาม มีความสูง 38 เมตร และมีเส้นผ่าศูนย์กลางกว้าง 30 เมตร ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.1420 ช่วงเวลาเดียวกันกับพระราชวังต้องห้าม และใช้เวลาก่อสร้างถึง 14 ปี
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:01pm; Reply: 104
ภาพแกะสลักหินอ่อนบริเวณบันไดทางขึ้น แบ่งชั้นตามความสำคัญด้วยรูปของสัตว์และธรรมชาติ จากภูเขา หงส์ และมังกร
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:02pm; Reply: 105
เย็นแล้ว ได้เวลาที่เราจะต้องอำลาจากหอฟ้าเทียนถานเสียที
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:11pm; Reply: 106
ช่วงหัวค่ำ คณะของเรายังมีโปรแกรมไปชมกายกรรมปักกิ่งอีกด้วย ภาพอาจจะดูไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากข้อจำกัดของกล้องคอมแพคแค่ 5 ล้านพิกเซล
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:12pm; Reply: 107
การแสดงค่อนข้างดีพอสมควร เรียกความสนใจจากผู้ชมได้มาก
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:13pm; Reply: 108
การแสดงวันหนึ่งมีหลายรอบ แต่ละรอบมีผู้คนซึ่งส่วนใหญ่เป็นกรุ๊ปทัวร์เต็มทุกที่นั่ง
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:14pm; Reply: 109
สวยงามทุกชุด
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:15pm; Reply: 110
เด็กสาวกำลังผาดโผนอยู่กลางอากาศ
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:16pm; Reply: 111
ทุกฉากทุกตอนน่าตื่นตาตื่นใจทั้งสิ้น
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:18pm; Reply: 112
ฉากจบของกายกรรมปักกิ่ง หลังจากนี้คณะของเราก็ไปรับประทานอาหารค่ำ แล้วเข้าสู่ที่พักเสียที นี่ขนาดวันแรกนะเนี่ยะ ลงจากเครื่องมาก็เที่ยวเลย คงจะนอนหลับสนิทกันคืนนี้
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:20pm; Reply: 113
เช้าวันรุ่งขึ้น อากาศค่อนข้างเย็นกว่าเมื่อวาน หลังอาหารเช้าแล้ว ออกมาเดินเล่นชมบรรยากาศรอบๆโรงแรม
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:22pm; Reply: 114
07.00 น.ของจีน เมืองไทยเพิ่งจะหกโมงเช้าเท่านั้น
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:23pm; Reply: 115
โรงแรมที่เราพักเป็นโรงแรมเล็กๆน่ารัก ระดับ 3 ดาว
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:24pm; Reply: 116
มองเห็นห้องอาหารของโรงแรม ที่เราต้องรับประทานอาหารเช้าที่นี่ทุกวัน
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:26pm; Reply: 117
ได้เวลาที่จะออกเดินทางไปท่องเที่ยวในวันที่สองกันแล้ว
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:27pm; Reply: 118
พาหนะของเราทั้งสองคัน จอดรอเตรียมพร้อม
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:28pm; Reply: 119
โปรแกรมแรกของเช้าวันนี้ คือการเดินทางไปชมพระราชวังฤดูร้อนอวี้เหอหยวน
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:29pm; Reply: 120
เช้านี้อากาศค่อนข้างเย็นกว่าเมื่อวาน จะเห็นนักท่องเที่ยวใส่เสื้อกันหนาวกันเป็นส่วนใหญ่
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:30pm; Reply: 121
การเข้าชม ต้องเสียค่าผ่านประตูเช่นเดียวกับสถานที่ท่องเที่ยวในจีนทุกแห่ง แต่คณะของเราไม่ต้องเสีย เพราะบริษัททัวร์ต้องจ่ายให้อยู่แล้ว
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:31pm; Reply: 122
ผ่านประตูเข้าสู่เขตพระราชวังฤดูร้อน
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:31pm; Reply: 123
พระราชวังฤดูร้อน ซึ่งเป็นอุทยานที่ใหญ่ที่สุดของจีน ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก จากUNESCO เช่นเดียวกับแหล่งท่องเที่ยวหลายๆแห่งของจีนที่ผ่านมา
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:32pm; Reply: 124
พระราชวังฤดูร้อนแห่งนี้ สร้างขึ้นประมาณ ๘๐๐ ปีแล้วสมัยราชวงศ์จิ๋น แต่ผู้ที่ทำให้สิ่งก่อสร้างในนี้สวยงามเป็นที่เลื่องลือ ก็คือพระนางซูสีไทเฮาแห่งราชวงศ์ชิง อันเป็นราชวงศ์สุดท้ายของจีน ชื่อเดิมมีเปลี่ยนกันไปหลายชื่อ แต่พระนางตั้งชื่อให้ใหม่ว่า อี้เหอหยวน แปลว่าอุทยานเพื่อพลานามัยอันผสมกลมกลืนกันได้ด้วยดี
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:33pm; Reply: 125
กิเลน สัตว์ในตำนานของจีน
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:34pm; Reply: 126
ต้นไม้รูปร่างสวยๆกำลังออกดอกสีชมพู
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:35pm; Reply: 127
ถึงดอกจะเล็ก แต่ก็สวยงาม
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:36pm; Reply: 128
ท้องพระโรงที่ออกว่าราชการ
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:37pm; Reply: 129
มองเห็นบัลลังก์ที่ใช้ออกขุนนางอยู่ภายใน
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:38pm; Reply: 130
ในเขตพระราชวังแห่งนี้ จะมีหินรูปร่างประหลาดมากมาย ว่ากันว่าเป็นที่โปรดปรานของพระนางซูสีไทเฮา
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:43pm; Reply: 131
ตำหนักหลังนี้ เคยเป็นที่คุมขังฮ่องเต้ ซึ่งเป็นโอรสของพระนางซูสีไทเฮาเอง ที่พยายามจะต่อสู้กับอำนาจของพระนาง
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:44pm; Reply: 132
ฮ่องเต้Quangxu ถูกนำมาคุมขังที่นี่จนสิ้นพระชนม์เมื่ออายุเพียง 38 ปี ที่คุมขังเป็นเพียงตำหนักชั้นเดียว ส่วนตำหนักซ้ายขวาสร้างหลอกฮ่องเต้เอาไว้ มีแต่เพียงด้านหน้าเท่านั้น ไม่มีห้องด้านใน มีกำแพงอยู่แทน
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:45pm; Reply: 133
ในเขตพระราชวังแห่งนี้จะมีดอกไม้ส่งกลิ่นหอมอยู่ทั่วไป
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:45pm; Reply: 134
ที่พบเห็นมาก ก็คือดอกท้อนั่นเอง
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:47pm; Reply: 135
แต่เมื่อผ่านเข้าไปในเขตตำหนักเล่อโซ่ว จะเห็นดอกไม้สีขาวบานสะพรั่ง
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:48pm; Reply: 136
นั่นคือดอกอี้ว์หลัน หรือที่ไกด์ของเราบอกว่าก็คือดอกจำปีนั่นเอง
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:49pm; Reply: 137
ดอกอี้ว์หลันนี้ เป็นดอกไม้ที่พระนางซูสีไทเฮาทรงโปรด กล่าวกันว่า เพราะตรงกับชื่อเดิมของพระนางนั่นเอง
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:50pm; Reply: 138
นักท่องเที่ยวกำลังชื่นชมความงามของดอกไม้หน้าตำหนักเล่อโซ่ว
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:51pm; Reply: 139
ตำหนักเล่อโซ่วนี้ ใช้เป็นห้องบรรทมของพระนางซูสีไทเฮานั่นเอง
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:52pm; Reply: 140
เดิมทีพระนางซูสีไทเฮา คิดที่จะใช้วิหารไผหยุนที่อยู่บนเขาทำเป็นห้องบรรทม แต่พระนางเกิดประชวรโดยไม่ทราบสาเหตุ
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:53pm; Reply: 141
จึงดำริว่า เหนือวิหารไผหยุนขึ้นไปมีเจ้าแม่กวนอิมประดิษฐานอยู่ เป็นการไม่เหมาะสม จึงเปลี่ยนมาใช้ตำหนักเล่อโซ่วแห่งนี้แทน
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 4:54pm; Reply: 142
ดอกอี้หลันบานสะพรั่งไปทั่วตำหนัก
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:04pm; Reply: 143
เมื่อเดินออกมาทางด้านข้าง ก็พบกับผืนน้ำอันกว้างใหญ่
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:05pm; Reply: 144
นั่นคือทะเลสาบคุนหมิงนั่นเอง เป็นทะเลสาบที่ขุดขึ้นมาโดยใช้แรงงานคน มีจักรยานน้ำให้เช่าสำหรับล่องทะเลสาบ
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:06pm; Reply: 145
มองไปไกลลิบ จะเห็นสะพาน 17 โค้ง ซึ่งกล่าวกันว่าจำลองแบบมาจากสะพานมาร์โคโปโลนั่นเอง
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:06pm; Reply: 146
พระราชวังฤดูร้อนอวี้เหอหยวนแห่งนี้ มีประวัติศาสตร์มาเกือบพันปีแล้ว เริ่มก่อสร้างในสมัยราชวงศ์จิน(ค.ศ.1115-1234)พื้นที่ในเขตไห่เตี้ยนนอกกรุงปักกิ่ง มีภูมิประเทศขุนเขางดงาม ประดุจภาพวาด อากาศเย็นสบายเหมาะแก่การพักผ่อน
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:07pm; Reply: 147
อีกทั้งไม่ไกลจากเมืองหลวงมากนัก จึงเหมาะเป็นสถานที่ก่อสร้างพระราชวังฤดูร้อนสำหรับเจ้านายได้มาพักผ่อน แต่ในตอนแรกยังไม่มีทะเลสาบเกิดขึ้น
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:08pm; Reply: 148
ผู้ที่ทำให้เกิดทะเลสาบแห่งนี้ขึ้นมาคือจักรพรรดิ์เฉียนหลง โดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้ในการฝึกซ้อมของกองทัพเรือ และนำดินที่ขุดไปถมสร้างเป็นภูเขาข้างทะเลสาบนั่นเอง
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:09pm; Reply: 149
ริมทะเลสาบจะมีระเบียงยาวรูปโค้งเลียบไปตามริมทะเลสาบยาวถึง 728 เมตร มีภาพเขียนอยู่ตามทางเดินถึง 14,000 รูป
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:10pm; Reply: 150
ระเบียงแห่งนี้ ได้รับการบันทึกว่า เป็นระเบียงที่ประดับภาพเขียนที่ยาวที่สุดในโลก ตั้งแต่ปีค.ศ.1990
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:11pm; Reply: 151
ช่วงนี้ริมทะเลสาบดอกท้อกำลังบานสะพรั่ง
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:11pm; Reply: 152
งดงามจริงๆ...
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:12pm; Reply: 153
สีชมพูสดสวยดูตื่นตาตื่นใจ
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:13pm; Reply: 154
เรียกความสนใจนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปผ่านมา ต้องแวะถ่ายภาพกันทุกคน แม้จะมีแค่กล้องจากโทรศัพท์มือถือก็ตาม
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:14pm; Reply: 155
แหงนขึ้นไปบนเขาว่านโซวซาน ที่อยู่ด้านหลังทะเลสาบคุนหมิง จะเห็นหอบูชาเทพเจ้า วิหารไผหยุนอยู่เบื้องบน
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:15pm; Reply: 156
วิหารไผหยุนแห่งนี้แหละ ที่พระนางซูสีไทเฮาเคยคิดจะทำเป็นที่บรรทม แต่เกิดประชวรโดยไม่ทราบสาเหตุ จึงเปลี่ยนไปใช้ตำหนักเล่อโซ่วด้านล่างแทน
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:16pm; Reply: 157
สถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่ง จะต้องมีร้านขายของที่ระลึกอยู่เสมอ เพื่อผันเงินนักท่องเที่ยวที่มาจากแดนไกล
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:16pm; Reply: 158
มองเห็นท่าเรือสำหรับล่องทะเลสาบอยู่เบื้องหน้า
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:17pm; Reply: 159
เลี้ยวมุมไปก็พบกับจุดเด่นของพระราชวังฤดูร้อนอีกสิ่งหนึ่ง
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:18pm; Reply: 160
นั่นก็คือเรือหินอ่อนนั่นเอง
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:19pm; Reply: 161
เรือหินอ่อน มองไกลๆเหมือนเรือสองชั้นสง่างาม โปร่งตาราวกับลอยน้ำได้จริงๆ แต่ความจริงก็คือแท่นหินอ่อนหนักมหาศาล สร้างขึ้นตามพระประสงค์ของพระนางซูสีไทเฮา เพื่อใช้พักผ่อนชมทิวทัศน์โดยไม่ต้องล่องเรือจริงๆ
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:19pm; Reply: 162
ต้นหลิวกับนักท่องเที่ยว เห็นต้นหลิวแล้วอดไม่ได้ที่จะถ่ายภาพ ชอบจริงๆ
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:20pm; Reply: 163
ต้นหลิวกับเรือหินอ่อน
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:21pm; Reply: 164
เรือหินอ่อนลำนี้ ถือว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่มีลักษณะแบบตะวัีนตกเพียงแห่งเดียวในอุทยาน เรือหินอ่อน ลำนี้มีความยาว36เมตรโดยแบ่งเป็นสองชั้น เวลาที่ฝนตก น้ำฝนที่ตกอยู่บนหลังคาเรือก็จะไหลลงสู่เสากลวงที่สร้างไว้บริเวณสี่มุม เรือและระบายลงสู่ทะเลสาบจากปากบริเวณหัวมังกรทั้ง4ตัวที่อยู่บนเรือ ถือเป็นการ ออกแบบที่ยอดเยี่ยมเลิศล้ำ
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:22pm; Reply: 165
จริงๆแล้วเรือลำนี้ไม่ได้ลอยน้ำ แต่สร้างโดยการยึดไว้จากก้นทะเลสาบแทน โดยมีความหมายว่าจะเป็นเรือที่ไม่มีวันจม เช่นเดียวกับอาณาจักรของจีนที่ จะไม่มีทางล่มสลาย เรือหินอ่อนลำนี้อาจไม่มีวันจมก็จริง แต่ก็ไม่อาจให้ช่วยอาณาจักรจีน ยั่งยืนอยู่ได้ตลอดไป ปี 1894 กองทหารของจีน ต้องพ่ายแพ้กองทัพญี่ปุ่น เนื่องจากองค์จักรพรรดิดินีนั้น ทรงใช้จ่ายพระราชทรัพย์อย่างฟุ่มเฟือยในการปรับปรุงเรือ และพระราชวังฤดูร้อน จนไม่มีเงินเหลือซื้ออาวุธไว้ต่อสู้กับศัตรู
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:24pm; Reply: 166
รายการพิเศษที่เพิ่มขึ้นมาให้ทุกคนได้เสียเงินด้วยความเต็มใจ นั่นก็คือการนั่งเรือล่องทะเลสาบ ซึ่งไม่มีอยู่ในโปรแกรม แทนการเดินกลับตามเส้นทางเดิมซึ่งไกลโขอยู่
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:24pm; Reply: 167
ลำนี้แหละคือพาหนะของเรา ค่าเรือคนละ 10 หยวนเท่านั้น โดยไกด์ออกสำรองไปก่อน แล้วเก็บคืนในภายหลัง
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:25pm; Reply: 168
บรรยากาศภายในเรือ
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:26pm; Reply: 169
ผู้คนหลายชาติหลายภาษาร่วมลงเรือลำเดียวกัน ไม่มีใครอยากเดินกลับ หลายกิโลนะเนี่ยะ
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:27pm; Reply: 170
มองเห็นหอบูชาเทพเจ้า วิหารไผหยุนอยู่บนเขาว่านโซ่วซานชัดเจน
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:28pm; Reply: 171
พระราชวังฤดูร้อนแห่งนี้ สร้างตามหลักฮวงจุ้ยจริงๆ หลังเป็นภูเขา ด้านหน้าเป็นน้ำ
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:29pm; Reply: 172
เรือแล่นตัดทะเลสาบใช้เวลาไม่นานก็ถึงฝั่งใกล้กับทางออกพอดี มองเห็นสะพาน 17 โค้ง หรือสะพานมาร์โคโปโลอยู่ไม่ไกล
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:30pm; Reply: 173
นักท่องเที่ยวกำลังทะยอยขึ้นจากเรือ
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:31pm; Reply: 174
ภาพสะพานอันสวยงาม ก่อนจะอำลาพระราชวังฤดูร้อนไป
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:32pm; Reply: 175
ป้ายสีแดง แสดงทางออกอยู่เบื้องหน้า
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:39pm; Reply: 176
ออกจากพระราชวังฤดูร้อนได้ ก็ตรงกับเวลาอาหารกลางวันพอดี ภัตตาคารอยู่ไม่ไกลนัก ทุกคนพากันอิ่มอร่อยในอาหารมื้อนี้พอสมควร หลังจากที่ต้องใช้พลังงานไปในการเดินชมพระราชวังไปในรอบเช้า
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:41pm; Reply: 177
มีอาหารมากมายหลายอย่างบนโต๊ะ บางอย่างก็หน้าตาแปลกๆ ลองชมกันดูนะคะ
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:42pm; Reply: 178
น่าจะเปลี่ยนชื่อกระทู้เป็น เที่ยวไปกินไป อิ อิ
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:43pm; Reply: 179
:P
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:44pm; Reply: 180
:P
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:45pm; Reply: 181
:P
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:46pm; Reply: 182
:P
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:47pm; Reply: 183
อันสุดท้ายนี่รู้สึกจะเป็นปีกไก่นะเนี่ยะ
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:48pm; Reply: 184
อิ่มหนำสำราญดีแล้ว รายการในภาคบ่ายวันนี้ เป็นการไปชม วัดลามะหย่งเหอกง วัดใหญ่ที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงในกรุงปักกิ่ง เมื่อผ่านประตูชั้นแรกเข้ามา จะเห็นต้นไม้ใหญ่ปลูกเรียงรายสองข้างทาง กำลังผลิใบเขียวชอุ่ม
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:49pm; Reply: 185
กำลังจะผ่านประตูที่สอง เข้าไปยังหอบูชาด้านใน
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:50pm; Reply: 186
พอพ้นประตูเข้ามา ก็จะพบหอกลอง สร้างหน้าตาคล้ายๆกัน อยู่ทั้งด้านซ้ายและด้านขวา
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:51pm; Reply: 187
นี่เป็นหอบูชาหลังแรก จากทั้งหมด 5 หลัง ภายในมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่หลายองค์ แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า ที่วัดลามะแห่งนี้ ห้ามบันทึกภาพภายในหอบูชาทุกหลัง เลยไม่สามารนำภาพภายในมาฝากกันได้
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:52pm; Reply: 188
วัดลามะแห่งนี้ เคยเป็นพระราชวังที่ประทับขององค์ชายสี่ สร้างในปีค.ศ.1723 ต่อมาพระองค์ได้ขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิ์หย่งเจิ้น จึงได้ย้ายเข้าไปประทับในพระราชวังต้องห้าม ทรงยกพระราชวังแห่งนี้ ถวายแก่องค์ลามะจังเจียฮูถูเค่อถู สถานที่แห่งนี้จึงกลายเป็นวัดลามะของศานาพุทธนิกายทิเบตตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:53pm; Reply: 189
หอบูชาหลังที่สอง
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:54pm; Reply: 190
เหรียญที่นักท่องเที่ยวโยนอธิฐานไว้ที่หน้าหอบูชาหลังที่สอง
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:55pm; Reply: 191
ระหว่างหอบูชาหลังที่สองและหลังที่สาม จะมีดอกไม้ออกดอกบานสะพรั่งแลดูสวยงาม
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:56pm; Reply: 192
ลองดูกันใกล้ๆ..
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:57pm; Reply: 193
หอบูชาหลังที่สามหรือวิหารเจ้าฝูโหลว ป้ายด้านบนจะเห็นว่าเขียนด้วยภาษาถึง 4 ภาษา นั่นก็คือภาษาจีน แมนจู มองโกล และทิเบต เพราะที่วัดลามะแห่งนี้ เป็นแหล่งรวมเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรม ของชนชาติทั้งสี่ไว้ด้วยกัน ณ ที่แห่งนี้ จนกลายเป็นประเทศเดียวกันในปัจจุบัน
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:58pm; Reply: 194
ภายในวิหารเจ้าฝูโหลว จะมีพระพุทธรูปศากยมุนีที่หล่อด้วยทองเหลืองสวยงามมาก แต่กฎข้อห้าม จึงไม่สามารถนำภาพมาฝากกันได้เช่นเดิม
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 5:59pm; Reply: 195
หอบูชาหลังที่สี่ หรือวิหารฝ่าหลุนเตี้ยน เป็นสิ่งปลูกสร้างทรงจตุรมุข บนหลังคาวิหารมีเจดีย์บุทองคำ 5 องค์ ตามแบบสถาปัตยกรรมของชาวทิเบต
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 6:00pm; Reply: 196
วิหารนี้ใช้เป็นหอสวดมนต์ มีที่นั่งสำหรับพระเรียงเต็มไปหมด และที่วิหารแห่งนี้ ยังเป็นที่เก็บรักษาพระแท่นบัลลังก์ขององค์ดาไลลามะอีกด้วย
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 6:01pm; Reply: 197
จะเห็นป้ายเขียนด้วยภาษาทั้ง 4 ภาษาคือ จีน แมนจู มองโกล และทิเบต อย่างชัดเจน
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 6:02pm; Reply: 198
หอบูชาหลังที่ 5 หลังสุดท้าย เป็นวิหารที่สูงใหญ่ที่สุดในวัดลามะ คือสูงกว่า 30 เมตร มีหลังคา 3 ชั้นก่อด้วยไม้ทั้งหมด เรียกกันว่าศาลาหมื่นสุข หรือวิหารว่านฟู่เก๋อ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปที่แกะสลักจากไม้จันทน์หอมสีขาวสูง 23 เมตร จนถูกบันทึกไว้ในกินเนสบุ๊ค
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 6:03pm; Reply: 199
ร้านขายของที่ระลึกในวัดลามะ
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 6:04pm; Reply: 200
ขากลับต้องเดินออกทางเดิม ต่างกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่ออกกันคนละทางกับทางเข้า
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 6:05pm; Reply: 201
ดอกอะไรก็ไม่รู้ สีเหลืองแลดูสวยงาม อยู่ระหว่างทางเดิน
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 6:06pm; Reply: 202
ดูหน้าตาแปลกๆดี
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 6:07pm; Reply: 203
ออกมาหน้าวัดยังมีของที่ระลึกคอยดักนักท่องเที่ยวอีกด้วย ทำให้ต้องเสียเวลาพอสมควร
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 6:08pm; Reply: 204
รายการหนึ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับทัวร์จีน จะเห็นรถสำหรับนักท่องเที่ยวมาจอดกันอย่างแน่นขนัด
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 6:09pm; Reply: 205
นั่นก็คือการพาไปชิมชานั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นชาอู่หลง ชามะลิ ชากุหลาบ มีการสาธิตการชงชา แล้วแจกให้ลองจิบกันเป็นที่ครึกครื้น
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 6:10pm; Reply: 206
ทั้งนี้เพราะสาวจีนที่พูดไทยชัดเจนคนนี้ เธอบอกว่าเธอชื่ออ้อย น้องอ้อยเธอสวยและมีลูกเล่นลูกฮา ในการประชาสัมพันธ์ชา จนหลายๆคนหลงคารมเธอ แทบจะซื้อชากลับมาเป็นทิวแถว
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 6:15pm; Reply: 207
รีวิวชักจะยาวไปเสียแล้ว เพิ่งจะท่องเที่ยวได้ 2 วันเอง จึงขออนุญาตแบ่งครึ่งเพียงเท่านี้ก่อนนะคะ แล้วจะรีบมาทำรีวิวตอนจบให้เร็วที่สุด โดยจะตั้งเป็นรีวิวหัวข้อใหม่ เชิญร่วมแสดงความคิดเห็นได้ตามอัธยาศัยนะคะ มีหลายท่านmessageมาถามข้อมูล เดี๋ยวจะตอบให้ทุกท่านค่ะ

ติดตามตอนจบได้ที่

http://www.hflight.net/forum/m-1213709187/s-0/

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาติดตาม
Posted by: lordson, June 16, 2008, 8:06pm; Reply: 208
ขอบคุนคร้าบบบบบบบบบ


อยากไปอีกจังเลยยยยยยย
Posted by: Dday_oad, June 16, 2008, 8:12pm; Reply: 209
สำหรับการเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินทางไปเยือนปักกิ่งเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา อากาศกำลังสบายๆ เป็นการเดินทางไปกับบริษัททัวร์ ซึ่งจองมาจากงานเทศกาลท่องเที่ยวที่ศูนย์สิริกิติ์ในราคาที่เรียกว่าค่อนข้างถูกมากๆสำหรับเดือนเมษายน ซึ่งถือว่าเป็นช่วงไฮซีซั่นแล้ว ในราคารวมหมดทุกอย่างแล้วแค่ 16,999 บาท


ไปกับทัวร์บริษัทอะไรคะ อยากทราบคะ
ขอบคุณนะคะสำหรับคำตอบ
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 8:26pm; Reply: 210
Quoted from Dday_oad
สำหรับการเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินทางไปเยือนปักกิ่งเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา อากาศกำลังสบายๆ เป็นการเดินทางไปกับบริษัททัวร์ ซึ่งจองมาจากงานเทศกาลท่องเที่ยวที่ศูนย์สิริกิติ์ในราคาที่เรียกว่าค่อนข้างถูกมากๆสำหรับเดือนเมษายน ซึ่งถือว่าเป็นช่วงไฮซีซั่นแล้ว ในราคารวมหมดทุกอย่างแล้วแค่ 16,999 บาท


ไปกับทัวร์บริษัทอะไรคะ อยากทราบคะ
ขอบคุณนะคะสำหรับคำตอบ


ตอบตรงนี้คงจะไม่เหมาะ เดี๋ยวจะเป็นการโฆษณาไป ส่งmessageตอบไปให้แล้วนะคะ อย่าลืมไปเปิดอ่านดู
ขอบคุณที่เข้าติดตามนะคะ
Posted by: ann_vareewan, June 16, 2008, 8:29pm; Reply: 211
Quoted from lordson
ขอบคุนคร้าบบบบบบบบบ


อยากไปอีกจังเลยยยยยยย


ขอบคุณที่เข้ามาอ่านเช่นกันค่ะ

ยังไม่จบนะคะ ยังไปไม่ถึงกำแพงเมืองจีนเลย
ปักกิ่งช่วงนี้สวยมาก
ไม่ลองไปอีกสักครั้งหรือคะ
Posted by: artthaya, June 17, 2008, 12:04am; Reply: 212
สวยงามมากๆ ชอบตรงที่ซูมดอกไม้สวยชัดเจนมั๊กๆ แถบเอเซียนี้น่าเที่ยว ไม่ไกลจากบ้านเราด้วย ขอบคุณสำหรับภาพสวยๆคะ
Posted by: akekai, June 17, 2008, 12:15am; Reply: 213
รายละเอียดเยอะมากๆเลยครับ เหมือนได้ไปด้วยตัวเองเลย
Posted by: ainboston, June 17, 2008, 1:09am; Reply: 214
อยากรู้บริษัททัวร์เหมือนกันครับ ดูรีวิวเพลินมากๆ ครับ ขอบคุณ
Posted by: chocolate monday, June 17, 2008, 3:11am; Reply: 215
รูปสวย
รายละเอียดดี  (ชอบจัง)
บรรยากาศน่าเที่ยว (ไม่ร้อน)
คงเดินมากน่าดู  (ปวดเมื่อยแน่)
ขอชื่อบริษัททัวร์ด้วยคน ครับ

จะรอดูรีวิวถัดไป
ขอบคุณครับ   :)
Posted by: ann_vareewan, June 17, 2008, 4:20am; Reply: 216
Quoted from artthaya
สวยงามมากๆ ชอบตรงที่ซูมดอกไม้สวยชัดเจนมั๊กๆ แถบเอเซียนี้น่าเที่ยว ไม่ไกลจากบ้านเราด้วย ขอบคุณสำหรับภาพสวยๆคะ


ขอบคุณค่ะ อย่าลืมติดตามตอนจบนะคะ
Posted by: ann_vareewan, June 17, 2008, 4:24am; Reply: 217
Quoted from akekai
รายละเอียดเยอะมากๆเลยครับ เหมือนได้ไปด้วยตัวเองเลย



ขอบคุณค่ะ ที่จริงไปกับทัวร์แล้วได้ไกด์เก่งๆก็ดีนะคะ ทำให้ได้ข้อมูลรายละเอียดมากมาย ถ้าไปเองก็คงแค่เดินผ่านๆเท่านั้น
Posted by: ann_vareewan, June 17, 2008, 4:26am; Reply: 218
Quoted from ainboston
อยากรู้บริษัททัวร์เหมือนกันครับ ดูรีวิวเพลินมากๆ ครับ ขอบคุณ


ตอบให้ไปทางmessageแล้วค่ะ
ขอบคุณที่เข้ามาชมนะคะ
Posted by: ann_vareewan, June 17, 2008, 4:30am; Reply: 219
Quoted from chocolate monday
รูปสวย
รายละเอียดดี  (ชอบจัง)
บรรยากาศน่าเที่ยว (ไม่ร้อน)
คงเดินมากน่าดู  (ปวดเมื่อยแน่)
ขอชื่อบริษัททัวร์ด้วยคน ครับ

จะรอดูรีวิวถัดไป
ขอบคุณครับ   :)


แจ้งชื่อบริษัทไปทางmessageแล้วค่ะ
ช่วงนี้ราคาถูกมากๆเลย
ขอบคุณที่เข้ามาให้กำลังใจกัน
Posted by: OKU, June 17, 2008, 7:47am; Reply: 220
รูปถ่ายสวยจังครับ คิดถึงปักกิ่งจริงๆ
Posted by: Gena, June 17, 2008, 8:16am; Reply: 221
~ สวยจัง . . . น่าเที่ยวเนอะ
Posted by: chettpit, June 17, 2008, 8:24am; Reply: 222
เป็นรีวิวที่เหมือนกับได้ไปเที่ยวสถานที่นั้นจริงๆเลย...
ภาพสวย  รายละเอียดเยอะ  ขอบคุณครับสำหรับรีวิว...ชอบ..(hhahaha)
Posted by: deknakhon, June 17, 2008, 12:51pm; Reply: 223
รีวิวเยี่ยมมากคับ เก็บรายละเอียดทุกเม็ดจนแทบไม่ต้องไปเที่ยวแล้ว เพราะเหมือนได้ไปเที่ยวเองจริง ๆๆ  ;D เดี่ยวรอชมรีวิวต่อนะคับ
Posted by: sompor, June 17, 2008, 3:22pm; Reply: 224
เหมือนได้ไปเที่ยวด้วยตัวเอง  ดอกไม้สวยงามมากครับ รูปก็สวย ขอบคุณที่นำมาโพสให้ได้ดูชมกัน
Posted by: sexykung, June 17, 2008, 4:16pm; Reply: 225
โอโห รีวิวได้สุดยอด  ภาพสวยคม  เหมือนได้ไปด้วยทุกสถานที่จริงๆๆๆ
Posted by: peep_bmw, June 17, 2008, 4:35pm; Reply: 226
ถูกมากๆครับ  รายการที่ไปก็ดูคุ้มค่ามากๆ อาหารการกิน ก็สบายๆ  น่าอิจฉาจริงๆครับ ของถูกและดียังมีในโลก

ว่าแล้วก็รบกวน PM มาบอกข้อมูลบริษัททัวร์บ้างนะครับ  ขอบคุณครับ
Posted by: visa, June 17, 2008, 5:28pm; Reply: 227
ตอนที่ไปท้องฟ้าก็แบบนี้แหละ ขมุกขมัวมากๆ
แต่อากาศเย็นดีนะ
ไม่ชอบตรงที่คนนำทัวร์พาไปตามสถานที่ที่รัฐบาลกำหนดให้ไปแวะ
เสียทิปบ่อย
Posted by: ann_vareewan, June 17, 2008, 6:19pm; Reply: 228
Quoted from peep_bmw
ถูกมากๆครับ  รายการที่ไปก็ดูคุ้มค่ามากๆ อาหารการกิน ก็สบายๆ  น่าอิจฉาจริงๆครับ ของถูกและดียังมีในโลก

ว่าแล้วก็รบกวน PM มาบอกข้อมูลบริษัททัวร์บ้างนะครับ  ขอบคุณครับ



ส่งPMไปให้แล้ว อย่าลืมไปเปิดดู แล้วอย่าลืมติดตามตอนจบนะคะ
Posted by: ann_vareewan, June 17, 2008, 6:21pm; Reply: 229
Quoted from visa
ตอนที่ไปท้องฟ้าก็แบบนี้แหละ ขมุกขมัวมากๆ
แต่อากาศเย็นดีนะ
ไม่ชอบตรงที่คนนำทัวร์พาไปตามสถานที่ที่รัฐบาลกำหนดให้ไปแวะ
เสียทิปบ่อย


ที่ไปครั้งนี้ไม่ได้เสียค่าทิปอะไรเลย นอกจากทิปไกด์และคนขับรถวันกลับตามธรรมเนียมเท่านั้นค่ะ
Posted by: song55, June 17, 2008, 8:38pm; Reply: 230
เป็นรีวิวที่ยาวมากๆ แต่ก็ชอบนะ เพราะรูปสวย รายละเอียดเยอะดีเหมือนได้ไปเที่ยวเองแถมยังมีเกร็ดความรู้มาฝากอีก คุณภาพจริงๆครับ อยากบอกว่าเห็นแล้วอยากไปเลยนะเนี่ย อาหารก็น่าทานดีครับ
Posted by: Webberli, June 17, 2008, 11:45pm; Reply: 231
ถ่ายภาพได้สวยงามมาก เก็บรายละเอียดได้ครบถ้วน มีแววน่าจะไปเป็นไกด์เหมือนกันนะครับ

ปล. ขนาดกล้องที่บอกแค่ 5 ล้านพิคเซลและเป็นแค่คอมแพ็คธรรมดายังถ่ายได้ขนาดนี้ หากเป็น SLR จะขนาดไหน
       เยี่ยมมากๆครับ
Posted by: zalamy, July 5, 2008, 12:41am; Reply: 232
พรุ่งนี้กำลังจะไปปักกิ่งเลย แวบมาเก็บข้อมูล ขอบคุณมากๆค่ะ
Posted by: tua_ac, August 3, 2008, 1:32pm; Reply: 233
อยากทราบชื่อบริษัททัวณที่คุณแอนไปครับ ส่งรายละเอียดไปทางหลังไมค์แล้วครับ ขอบคุณครับ
Posted by: Pororo, August 5, 2008, 1:04pm; Reply: 234
ถ่ายภาพได้สวยงามจนทำให้อยากไปปักกิ่งบ้างจังเลยครับ ขอบคุณที่นำภาพมาเปิดโลกทัศน์ให้กับคนไม่เคยไป Xie Xie
Posted by: ann_vareewan, November 17, 2008, 1:37pm; Reply: 235
ติดตามชมรีวิวเที่ยวปักกิ่งตอนจบได้ที่

http://www.hflight.net/forum/m-1213709187/s-0/
Print page generated: November 23, 2008, 6:46pm