เที่ยวไม่พึ่งทัวร์ตีตั๋วลุยญี่ปุ่น8วัน7คืนใหม่ๆชิว

HFlight.net จองโรงแรม สายการบิน ท่องเที่ยว การเดินทาง  /  Japan Travel Guide  /  เที่ยวไม่พึ่งทัวร์ตีตั๋วลุยญี่ปุ่น8วัน7คืนใหม่ๆชิว
Posted by: Chanarong, May 23, 2008, 6:31am
          สวัสดีคร้าบ เพื่อนๆพี่ๆน้องๆชาว Hflight

ไม่ได้เจอกันมานานเลยครับหลังจากที่ผมเคยได้โพสกระทู้ไปเที่ยวฮ่องกงเมื่อประมาณปีกว่าๆที่ผ่านมา
หวังว่าคงมีคนจำได้นะครับ (กระทู้ที่มีพี่หลิวนะครับ)

          ครั้งนี้ ด้วยความบังเอิญหรือโชคชะตาฟ้าลิขิต(เริ่มลิเกแล้ว) ผมได้มีโอกาสหยุดงานยาว 8วัน
จึงมีแผนการเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศอีกครั้งตอนแรกว่าจะไปฮ่องกงอีกเพราะเดินทางง่าย
ค่าใช้จ่ายไม่แพงมาก และคราวนี้จะลองไปมาเก๊าและเซิ่นเจิ้นด้วยเพราะมีเวลาพอควร
          ข้อมูลก็มีพอสมควรทั้งจากหนังสือ รวมทั้งกระทู้ในเวปนี้ด้วย(เวปเขาดีมากๆ)
แต่ก็มีเหตุทำให้ได้เปลี่ยนโปรแกรมไปญี่ปุ่นแทน โดยผมได้มีโอกาสรู้จักกับผู้ช่วยของ
สถานกงศุลญี่ปุ่น ช่วงที่ได้คุยกันนั้น ท่านก็ได้ถามผมว่า อยากไปญี่ปุ่นไหม
ถ้าจะไปเมื่อไหร่ติดต่อมาได้จะช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องขอวีซ่าให้
          ได้ยินดังนั้นโปรแกรมก็เลยเปลี่ยนทันที เดิมที่ไม่มีความคิดจะไปญี่ปุ่นเลย
เพราะมีโอกาสหยุด8วันก็จริง แต่ก็เพิ่งจะรู้ว่าจะได้หยุดวันไหนประมาณ3อาทิตย์ ก่อนเดินทาง
ก่อนจะหยุดนั้นก็ต้องทำงานทุกวันไม่มีเวลาขอวีซ่าแน่นอน
แต่พอท่านผู้ช่วยออกปากแบบนี้แล้วก็เริ่มมีความหวังจะได้ไปญี่ปุ่น ประเทศที่เกือบทุกคนรวมทั้งผมเอง
มีความใฝ่ฝันว่าอยากจะไปเยือนซักครั้ง เราเห็นตัวการ์ตูน เกม ของเล่น ขบวนการยอดมนุษย์
และอื่นๆที่มาจากญี่ปุ่นมาตั้งแต่เด็กๆ
เราจะได้มีโอกาสไปสัมผัสสิ่งเหล่านั้นในบรรยากาศของจริงๆถึงถิ่นแล้ว
          พอรู้ดังนั้นจึงมีเวลาเตรียมตัว หาข้อมูลต่างๆประมาณ 3 สัปดาห์  รวมถึงเตรียมเอกสาร
ประกอบการทำวีซ่าด้วย ซึงบางอย่างต้องใช้เวลาพอควร   เช่น ขอใบรับรองการทำงาน
สมุดบัญชีเงินฝากพร้อมสำเนา (ผมเองไม่ได้ไปปรับสมุดนานแล้ว)
รวมถึงช่วงที่จะขอเอกสารต่างๆตรงกับวันหยุดราชการเยอะด้วย (5 พค. 9 พค.)
ทำให้เวลาที่มีอยู่ถูกจำกัดไปหมด
ช่วงเวลาที่ผมจะไปคือ 14-21 พค. 2551 ทำงานวันสุดท้าย 13 พค. 2551
เวลาที่เริ่มเตรียมตัว ประมาณ 23 เมย. 2551
ก็ถือว่าค่อนข้างเร่งรีบพอสมควร เวลาเตรียมตัวน้อยไปนิด และต้องหาข้อมูลต่างๆอีกมาก
(เดี๋ยวมาโพสต่อนะครับ งานเข้าพอดี)(อยากหยุดหลายวันก็แบบนี้ล่ะครับ กลับมางานเพียบ)

ปล.กระทู้นี้ขอทำละเอียดหน่อยนะครับ เพราะนานๆไปที
และเผื่อคนที่ไม่เคยไปและต้องการไปเที่ยวเองแบบผมจะได้ทราบแนวทางการเตรียมตัวด้วย

Posted by: Chanarong, May 24, 2008, 6:01am; Reply: 1
มาต่อแล้วนะครับ อาจจะช้าหน่อยครับ กำลังresizeรูปอยู่
รูปกำลังจะมาแล้วครับ

ที่ต้องพูดถึงเวลาเตรียมตัวเพราะว่าเท่าที่มี3อาทิตย์ผมว่าน้อยไปครับ
เพราะไม่ใช่ว่างเฉยๆต้องทำงานไปด้วย
ใครจะไปญี่ปุ่นเองแนะนำว่าควรเตรียมตัว เตรียมข้อมูลล่วงหน้าอย่างน้อย1เดือนนะครับ
ที่กล่าวไปนี่สำหรับมือใหม่จริงๆนะครับ เพราะผมเองก็ไปครั้งแรกคราวนี้เหมือนกัน
สำหรับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆหลายท่านที่เป็นผู้ชำนาญอาจไม่ต้องเตรียมอะไรมาก
หรือคนที่ไปกับทัวร์ก็คงสบาย เตรียมตัวกะเตรียมเงินในกระเป๋าให้พร้อม แล้วก็ลุยโลด

กลับมาที่ทริปนี้กันต่อ กับเวลาเตรียมตัว 3 สัปดาห์
ขั้นตอนหลักๆคงจะมี 4 ขั้นตอนครับ
(สำหรับความคิดของผมนะครับ ผู้ชำนาญท่านอื่นๆอาจจะแย้งได้)

1.หาข้อมูล
ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลท่องเที่ยว วางแผนการเดินทาง เอกสารต่างๆที่ต้องใช้
หาได้ทั้งจากหนังสือต่างๆ internet(รวมทั้งเวปนี้)

2.ที่พัก
ต้องรู้โปรแกรมเที่ยวตามข้อ1. จึงพอจะบอกได้ว่าจะจองที่พักที่ไหนบ้าง

3.ตั๋วเครื่องบิน
อาจจะต้องจองไว้แต่เนิ่นๆ ยิ่งถ้าไปช่วงเทศกาลงานต่างๆคงต้องจองล่วงหน้าหลายเดือน แต่อย่าเพิ่งจ่ายเงินล่ะครับ รอให้วีซ่าผ่านก่อน

4.ขอวีซ่า
ซึ่งหลายๆคนกังวลมากที่สุด แต่จริงๆไม่ยากอย่างที่คิด

ถ้าผ่านทุกอย่างก็เตรียมจัดข้าวของ เตรียมแผนการเดินทาง เอกสารที่ต้องใช้
เตรียมแลกเงิน แค่นี้ก็ได้ไปญี่ปุ่นแล้ว

ถ้าใครมีแผนการเดินทางหลายๆวัน หลายๆเมือง อย่าลืมนึกถึง JR pass นะครับ

สำหรับคนที่ไม่รู้ ขอบอกคร่าวๆนะครับ ในประเทศญี่ปุ่น การเดินทางหลักๆที่สะดวก
ประหยัด และไปได้ในเกือบๆทุกพื้นที่คือรถไฟครับ
ที่นั่นเขาวางผังการคมนาคมดีมาก มีรถไฟไปได้ทุกที่
และมีรถไฟหลายๆแบบไม่ว่าจะบนดิน ลอยฟ้า ใต้ดิน รถด่วนชินกันเซ็น
โดยผู้ที่ควบคุมการเดินรถไฟหลักๆคือ JR ครับ ส่วนอะไรที่JRไปไม่ถึง
ก็จะมีรถไฟของเอกชนต่างๆ เช่น รถใต้ดิน รถเมล์ มาเชื่อมต่ออีกที
การเดินทางแต่ละที่นั้นสะดวกมาก เวลาที่รถไฟจะมานั้นก็ค่อนข้างตรงเวลามาก

บัตรJR pass นั้นก็คือบัตรที่ทำให้เราสามารถนั่งรถของเครือJRได้เกือบทั้งหมด
รวมทั้งรถบัส(ซึ่งไม่รู้ว่านั่งไปไหนได้บ้างเลยไม่ได้ใช้ครับ)
ข้อมูลตรงนี้ลองไปอ่านที่คุณ Gelgoog postไว้นะครับ ละเอียดมากๆ
http://www.hflight.net/forum/m-1116036760/s-0/

สำหรับการขอวีซ่า ให้เข้าไปที่เวปของEmbassy of Japan in Thailand
http://www.th.emb-japan.go.jp/th/consular/visaindex.htm
http://www.th.emb-japan.go.jp/th/consular/general.htm
มีบอกทั้งเอกสารที่ต้องเตรียม แบบฟอร์มให้ดาวน์โหลด แผนที่ที่จะไปขอวีซ่าครับ

การจองตั๋วเครื่องบินและที่พัก มีหลายวิธี
โทรถามกับเอเยนต์ต่างๆ จองทางinternet
มีทั้งจองตั๋วพร้อมที่พัก ตั๋วอย่างเดียว ตั๋วเครื่องบินควบJR pass ที่พักอย่างเดียว
ถ้าเป็นที่พักจองผ่านเวปของเราก็ได้นะครับ
ทั้งhotelผ่านoctopus travel
hostelผ่านhostelworld.com
คราวนี้ผมเองก็จองผ่านที่นี่ครับ (ครั้งก่อนที่ไปฮ่องกงก็เคยติดต่อคุณต้นไปแล้ว)


Posted by: Chanarong, May 26, 2008, 5:39am; Reply: 2
มาต่อแล้วครับ หายไปแว๊บเดียวโดนย้ายไปเลานจ์เลย จะพยายามต่อเนื่องนะครับ
แต่ช่วงนี้ต้องทำงานไปด้วยเลยมีเวลาไม่มากครับ

ขั้นตอนเตรียมตัว(ต่อ)(ตั้งนานยังไม่ออกเดินทางเลยแฮะ)
(อยากให้ทราบแนวคิดคร่าวๆนะครับว่าก่อนไปได้เตรียมตัวอย่างไร เผื่อคนที่คิดจะไปเองบ้าง)

1.หาข้อมูล
อย่างที่กล่าวไป
จากเวป ถ้าเป็นของไทยที่ผมหาก็คือเวปนี้เวปเดียวเลยครับ ได้ความรู้มากมาย
เวปภาษาอังกฤษ หลักๆก็ http://www.japan-guide.com/
สามารถclickเข้าไปดูข้อมูลต่างๆของเมืองต่างๆแบ่งตามเขตได้ง่ายๆ
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว แผนที่คร่าวๆดีครับ มีlinkไปที่อื่นๆให้ด้วย

หนังสือ
ที่ผมเคยมีและซื้อเก็บไว้ หลักๆก็มีที่แนะนำ 13เล่มด้วยกันครับ
(ไม่รู้ลงได้หรือเปล่า ไม่ได้โฆษณานะครับ)

สองเล่มแรกนี้แนะนำมากๆ ใช้งานง่าย ดูแล้วเข้าใจง่าย
มีรูปประกอบ บอกสถานที่เที่ยวและวิธีไป แยกเป็นเมือง แยกเป็นหมวดหมู่ดีมากครับ
พกพาได้สะดวก เป็นเล่มที่ผมนำไปใช้ได้จริงครับ พกติดเป้ได้เลย
Posted by: Chanarong, May 26, 2008, 5:54am; Reply: 3
เล่มที่3-4 คือ โตเกียว กิน กิน และ โตเกียว ช็อป ช็อป
ซึ่งได้ใช้งานจริงเช่นกัน
อ่านง่าย แยกเป็นเขตๆ มีแผนที่ประกอบ เหมาะสำหรับผู้ที่เน้น กิน และ ช็อป ในโตเกียวครับ
ท้ายเล่มมีสอนภาษาที่จำเป็นต้องใช้ด้วย การนับเลขต่างๆ
Posted by: Chanarong, May 26, 2008, 6:00am; Reply: 4
เล่มที่5-7 เป็นซีรีย์ดัง เที่ยวไม่ง้อทัวร์ครับ
มีถึง3ภาค
เล่มแรกเน้นโตเกียว และที่ใกล้ๆ เช่น โยโกฮาม่า
เล่มสองตามรอยซากุระบาน ไปหลายที่มากขึ้น มีข้อมูล เกียวโต โอซาก้า
เล่มสามไปช่วงหน้าหนาว เน้นภาคเหนือ เช่น ซัปโปโร ฮาโกดาเต้

สำหรับมือใหม่เที่ยวครั้งแรกอาจได้ใช้เล่ม1-2ครับ เล่ม3อาจเดินทางยากกว่าหน่อย
Posted by: Chanarong, May 26, 2008, 6:26am; Reply: 5
เล่มที่ 8-9 น่าอ่านมากๆครับ เป็นคนละแนวกัน
เล่ม8 พี่วุฒิพี่เคทพาเที่ยว จะออกแนวบรรยายเยอะหน่อย ได้ประสบการณ์แปลกๆดี
เน้นเที่ยวธรรมชาติ วัด เน้นคุยกับผู้คนเพื่อถามทาง แม้จะหลงทางบ้างก็ตาม
เน้นที่พักแบบประหยัดครับ

เล่ม9 ญี่ปุ่นไปแล้วไปอีก โดยผู้มีประสบการณ์ เล่มนี้จะเน้นรายละเอียดเชิงลึกเลย
เช่นพูดถึงศาลเจ้าก็มีรายละเอียดบอกว่าศาลเจ้าแบบชินโตและแบบพุทธต่างกันอย่างไร
รายละเอียดต่างๆมากมาย

แต่2เล่มนี้จะค่อนข้างหนาครับ นำไปใช้จริงจะต้องแบกหนักเป้มาก น่าจะอ่านให้จบแล้วสรุปเฉพาะสิ่งที่ต้องใช้ไปมากกว่า
Posted by: Chanarong, May 26, 2008, 6:31am; Reply: 6
เล่มที่10-12 เป็นซีรีย์เช่นกัน
visit JAPAN นำเที่ยวโดยดาราสาวน่ารัก ขายเป็นsetก็มีครับ 4สีทั้งเล่ม
เล่มแรกและเล่ม2เที่ยวในโตเกียว เกียวโต โอซาก้าและอื่นๆอีกเล็กน้อย
เล่ม3เที่ยวเมืองที่ต่างออกไปครับ ถ้ามือใหม่เน้นเล่ม1ก่อนเช่นกัน
แต่พกลำบากเพราะหนักครับ
Posted by: Chanarong, May 26, 2008, 6:37am; Reply: 7
เล่มที่13 สุดท้าย
เน้นเที่ยวในโตเกียวเช่นกัน
มีรายละเอียดสถานที่สำคัญ แผนที่ให้ด้วยครับ
แต่พอใช้จริงก็ไม่ค่อยได้ใช้ครับเพราะใช้2เล่มแรกมากกว่า
Posted by: Chanarong, May 26, 2008, 6:44am; Reply: 8
นอกจากข้อมูลในหนังสือแล้ว ยังมีข้อมูลจากแผ่นพับ เอกสารต่างๆ
ซึ่งผมไปรับมาจากสถาบันส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น อยู่แถวสีลมครับ
อยู่ตึกเดียวกับโรงแรม panpacific ลงสถานีรถไฟฟ้าศาลาแดงแล้วเดินผ่านห้างโรบินสัน
เลี้ยวมุมสี่แยกไปนิดก็เจอครับ แต่จะอยู่ชั้นบนๆต้องขึ้นลิฟท์ไปครับ

เข้าไปจะมีเอกสารแผ่นพับให้หยิบฟรีมากมาย
และยังมีบางอันที่เป็นเวอร์ชั่นไทยซ่อนอยู่อีกห้อง ต้องขอเจ้าหน้าที่เอาครับ
แต่อันที่ได้ใช้บ่อยๆจริงๆคือตามรูปนี้ครับ(เป็นอันที่ไม่ต้องขอเพิ่มครับ หยิบได้เลย)
Posted by: Chanarong, May 26, 2008, 7:49am; Reply: 9
พอได้ข้อมูลเหล่านี้ครบก็มาวางแผนการเดินทางครับ
มีเวลา8วัน
ญี่ปุ่นมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายครับ ถ้าแบ่งตามเกาะก็มี4เกาะใหญ่
ฮอกไกโด ฮอนชู คิวชู ชิโกกุ และหมู่เกาะโอกินนาว่าทางใต้
แบ่งเขตการปกครองก็มี9เขต
เกาะหนึ่งก็เขตหนึ่ง
แต่เกาะฮอนชูซึ่งเป็นที่ตั้งของโตเกียวก็จะแบ่งเขตเยอะหน่อยมี5เขต
Tohoku Kanto Chubu Kinki Chugoku

สรุปเขตต่างๆ(เหมือนภาคของไทย)และเมืองน่าเที่ยว
1.Hokkaido มี Sapporo เมืองหิมะ ราเม็งอร่อย Hakodate เมืองท่าสวยงาม
2.Tohoku มี Matsushima มีทิวทัศน์ที่สวยงามติดอันดับในญี่ปุ่น
เมืองSendai เมืองAomoriที่มีทะเลสาบ ปล่องภูเขาไฟ น้ำพุร้อน
3.Kanto พลาดไม่ได้ ประกอบด้วย
Tokyo เมืองหลวง Yokohama เมืองท่า และยังมีราเม็งมิวเซียม มีไชน่าทาวน์ใหญ่ที่สุด
Kamakura พระใหญ่ Nikko เมืองแห่งมรดกโลก Hakone เมืองขุนเขาและสายน้ำ
ชมฟูจิ แช่ออนเซ็น
4.Chubu มี Nagoya ปราสาทนาโงย่า เมืองTakayama และเป็นเขตที่ตั้งของฟูจิซัง
5.Kinki อีกเขตที่มีที่เที่ยวสำคัญ Kyoto เมืองหลวงเก่า Osaka เมืองท่องเที่ยว
ปราสาทโอซาก้า  ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ Nara วัด พระใหญ่ กวางน้อย
Kobe เนื้ออร่อย อนุสรณ์แผ่นดินไหว Himeji ปราสาทสวยงาม
6.Chugoku มีHiroshimaที่เคยถูกระเบิด
7.Shikoku มีMatsuyama
8.Kyushu มี Fukuokaเมืองสวยงาม Nagasakiที่เคยถูกระเบิดเช่นกัน Beppu (ไม่ทราบรายละเอียดมากนัก)
9.Okinawa หมู่เกาะมากมาย ชาวญี่ปุ่นไปพักตากอากาศกัน

ดูจากข้อมูลนี้แล้ว มือใหม่ที่มีเวลา 8 วัน
อาจเลือกเที่ยวในเขต Kanto หรือ Kinki หรือทั้ง2เขต
จะได้เที่ยวที่สำคัญต่างๆที่ควรไปก่อนครับ แล้วค่อยเที่ยวในเขตอื่นๆ
หรือถ้าใครมีเวลามากกว่า8วันจะเลือกเที่ยวที่ไหนก่อนก็ได้
ดังนั้นผมจึงขอเที่ยวในเขต Kanto และ Kinki
ที่มีเมืองสำคัญคือ Tokyo Kyoto Osaka เป็นหลักครับ
เป็น3เมืองที่ผมตั้งใจไปในครั้งนี้
และควรเลือกที่พักใน2เขตนี้
ผมจึงเลือกพักที่ Tokyo ซึ่งสามารถเดินทางไป Yokohama Nikko Kamakura Hakoneได้ใน1วัน
และพักที่ Osaka (เนื่องจากต้องการเที่ยวหลายที่ในOsakaเช่นUniversal)
(บางท่านอาจเลือกพักที่Kyoto) ซึ่งสามรถเดินทางไป Kyoto Nara Himeji Kobe ได้ใน1วัน

พอทราบข้อมูลดังนี้ผมจึงเลือกเที่ยวโตเกียว และรอบๆ 5วัน
เที่ยวโอซาก้าและรอบๆ 3 วัน
จึงได้โทรติดต่อหาตั๋วเครื่องบินเดินทางไปลงนาริตะ โตเกียว กลับจากคันไซ โอซาก้า
จะได้ไม่ต้องเดินทางไปๆมาๆครับ

พูดถึงสนามบินนานาชาติของญี่ปุ่นที่เราสามารถเดินทางไปได้นั้นมีอยู่ 3 แห่งหลักๆ
1.นาริตะ ที่โตเกียว
2.คันไซ ที่โอซาก้า
3.Centrair ที่นาโงย่า เดินทางไปโอซาก้าต่อได้

สำหรับผมพอวางแผนเดินทางคร่าวๆดังนั้นจึงได้ติดต่อจองตั๋วเครื่องบิน
ที่เดินทางไปนาริตะ แล้ว กลับจากคันไซ
ลองสอบถามดู สายการบินราคาประหยัดหน่อยจะจองเที่ยวบินไปกลับคนละแห่งได้ยากครับ
เหลือแต่การบินไทย และ เจแปนแอร์ไลน์
ซึ่งราคาค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับประเทศญี่ปุ่นโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 15000-25000 บาท
หรืออาจมากน้อยกว่านี้เล็กน้อย บางที่เห็นราคาถูกๆอย่าลืมถามว่ารวมภาษีต่างๆหรือยังนะครับ
โดย2เจ้าที่กล่าวถึงอาจจะแพงกว่าเจ้าอื่นๆแต่ก็มีเที่ยวบินให้เลือกมากกว่า

สุดท้ายก็ได้เที่ยวบินไปลงคันไซ โอซาก้า กลับจากนาริตะแทนครับ ของJapan Airline
เดินทางไป 23.55น. ถึงญี่ปุ่นเช้า 14 พค. 7.20น.
เดินทางประมาณ6ชม. เวลาที่ญี่ปุ่นเร็วกว่าเรา2ชม.
เดินทางกลับรอบ 18.50 น. ถึงกรุงเทพ 23.35น.
ก็ถือว่าดีมากเลยครับ ไปถึงเช้าได้เที่ยวต่อเลย ขากลับก็รอบเย็น ไม่ต้องเร่งรีบมาก
โดยผมจองแบบรวมตั๋ว JR Pass ด้วย เพราะมีแผนเดินทางข้ามเมืองอยู่แล้ว (JR Pass 7วัน 28300 เยน 8พันกว่าบาท)
ราคา JR Pass รวมตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ได้ราคาประมาณ 3หมื่น(ไม่บอกเป็นตัวเลขเป๊ะๆแล้วกันนะครับ เพราะเหตุผลทางการตลาด)
โดยส่วนตัวผมว่าโอเคแล้วครับ แต่บางท่านถ้าไปสายการบินอื่น อาจได้ราคาถูกกว่านี้ครับ

พอติดต่อจองตั๋วได้ (แต่ยังไม่ต้องจ่ายเงินนะครับ รอวีซ่าผ่านก่อน)
ก็หาจองที่พักต่อเลย ก็เลยหาจากเวปนี้เลยครับ
พักโอซาก้า2คืน เลยคิดว่าพักHostelถูกๆ ไม่ต้องมีห้องน้ำในตัวก็ได้
เลยหาที่Hostelworld.com ได้ที่ Business Hotel Chuo New Annex ครับ ดีที่ไม่มีcurfew(บางแห่งทำเลดีกว่า แต่curfewปิดไม่ให้เข้าหลัง 24.00น. ผมก็กลัวว่าถ้ากลับดึกจะลำบาก) ราคาห้องต่อคนคืนละ 700กว่าบาทเท่านั้น!!!
เลยจองไปเลยครับ ไม่ได้รอวีซ่าผ่าน เพราะคิดว่าน่ะจะผ่าน โดยเวปนี้จะหักค่าธรรมเนียม 2 US Dollar และหักค่าที่พักส่วนหนึ่งก่อนผ่านบัตรเครดิตครับ
พอไปถึงค่อยจ่ายเงินสดเป็นเงินเยนอีกครั้งตอนcheck in

ส่วนที่พักที่โตเกียว หลังจากตัดสินใจอยู่พักนึง จึงเลือกพักแถวชินจูกุ เหตุผลหลักๆ คือ
1.เดินทางไปหรือมา จากนาริตะได้โดยNarita express
2.จะไปฮาโกเน่ เริ่มเดินทางจากshinjukuใกล้ที่สุด
3.จะไปSanrio Puroland มีรถไฟ Keio Line ออกจาก Shinjuku stationเลย
4.เดินทางไปท่องเที่ยวใกล้ๆเช่น Ikebukuro Shibuya Harajuku กลับดึกได้
แต่หลังจากไปมาแล้วคิดว่าพักแถว Ueno หรือใกล้ๆ Tokyo station น่าจะดีกว่าครับ เดี๋ยวจะบอกภายหลังครับว่าเพราะอะไร

พักที่โตเกียวอยากพักสบายๆหน่อย มีอ่างแช่น้ำอุ่น เอาไว้แช่เท้าเวลาเดินมากๆ เลยพักเป็นHotelแทนHostelครับ
สรุปพักโตเกียว5คืน จองผ่าน Octopus travelที่เวปนี้แหละครับ ได้โรงแรมที่ราคาพอไหวหน่อยครับ คืนละ 3000 กว่าๆ
(ถ้าเป็นที่อื่นถูกๆก็มีตั้งแต่500บาทขึ้นไปเลยครับ แล้วแต่งบของท่าน)
ได้พักที่ Rose Garden Shinjuku ครับ เห็นมีคนเคยReviewไว้แล้วที่กระทู้นี้
http://www.hflight.net/forum/m-1195555350/
แต่เวปนี้จะตัดยอดจากบัตรเครดิตเต็มจำนวนเลยนะครับ ถ้าวีซ่าไม่ผ่านอาจยังไม่ต้องรีบ
แต่ผมคิดว่าวีซ่าน่าจะผ่านก็เลยจองไปเลยครับ

ได้ตั๋วเครื่องบิน JR Pass ที่พักแล้ว ก็เหลือขอวีซ่า
กว่าจะได้ยื่นเอกสารก็ 2 พค.แล้ว ก่อนไปแค่11วันเอง วันนั้นก็ไม่ว่างด้วยครับ
ปกติไปญี่ปุ่นครั้งแรกต้องไปยื่นเองนะครับ ยกเว้นไปกับทัวร์ แต่อย่างที่บอกว่ารู้จักกับเจ้าหน้าที่
จึงขออนุญาตให้เพื่อนนำเอกสารไปยื่นแทนครับ
หลังจากนั้นก็ไปรับวันที่7 พค.(ปกติใช้เวลา3วันทำการ นี่ติดวันหยุด 3-4-5 พค.เลย)
เดี๋ยวนี้ค่าธรรมเนียมวีซ่าเหลือ 900 บาทแล้วนะครับ เห็นสมัยก่อนเป็นพัน
พอทราบว่าผ่านก็รีบconfirmตั๋วเครื่องบิน พร้อมไปจ่ายเงินครับ

หลังจากนั้นก็ไปแลกเงินครับ ผมก็ไปแลกที่Super Richตามที่มีคนแนะนำมา ได้ราคาดีกว่าธนาคารครับ
ถ้าใครไปไม่ถูกก็ตามlinkนี้ครับ
http://topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2007/07/E5592510/E5592510.html
ช่วงที่ผมไปแลก 100เยน 30.25 ครับ ธนาคารคิดประมาณ 30.45-30.50
ก็จะถูกกว่าเล็กน้อย แต่ถ้าใครแลกไม่เยอะ แล้วต้องเสียค่ารถค่าเดินทางไปเกิน2-3ร้อย
ผมว่าไม่คุ้มครับ ไว้แลกที่สนามบินก่อนไปยังดีกว่า ไม่เสียเวลา  ไม่เสียค่าเดินทางเพิ่ม

หลังจากพร้อมทุกอย่าง 6 วันก่อนเดินทาง ก็มีเวลาหารายละเอียดที่จะไปเที่ยว และเก็บข้าวของครับ
อันนี้ก็แล้วแต่ท่านแล้วล่ะว่าจะเที่ยวที่ไหน เอาอะไรไปบ้าง
ที่สำคัญคือ ยา(มีสลากกำกับ ยานวด) รองเท้าที่ใส่สบาย(ต้องลุยกันหลายวัน)
และกล้องถ่ายรูปนะครับ จะได้เก็บภาพมาฝากชาวHflightกัน


Posted by: Chanarong, May 28, 2008, 5:58am; Reply: 10
ตัดภาพมาที่สุวรรณภูมิเลยครับ เย้ ได้ออกเดินทางซะที
เลิกงาน 13 พค. มีเวลาพักผ่อนเก็บของอีกเล็กน้อย เดินทางไปสนามบินท่ามกลางสายฝน
เวลาไทย 20.20 น. เครื่องออก 23.55 ไปถึงก่อนเวลาตั้ง3ชม.กว่า
Posted by: Chanarong, May 28, 2008, 6:00am; Reply: 11
มาถึงก็ขี้นไปชั้นบนสุด หาตารางเวลาเครื่องออก และcounter check-in
Posted by: Chanarong, May 28, 2008, 6:03am; Reply: 12
ไปถึงก็เจอNinety Shock เที่ยวบินดีเลย์ จาก23.55 น.ไปเป็น01.00น.
แหะ แหะ มาก่อนเครื่องออกเกือบ 5 ชม. เอ๊งงงงงง แง รอนานจัง
Posted by: Chanarong, May 28, 2008, 6:09am; Reply: 13
พอรู้ดังนั้นก็รีบไป Check-in ซะก่อน ที่Zone R
ยังไม่ทันไปญี่ปุ่นก็เริ่มเห็นภาษาญี่ปุ่นแล้ว
Posted by: Chanarong, May 28, 2008, 6:21am; Reply: 14
โหลดกระเป๋าได้คนละ20kg เจ้าหน้าที่บอกว่าเกินได้นิดหน่อย
ของผมหนัก 14 kg ใส่ของได้อีกเกือบ10โลแน่ะ

ตอนcheck-in อย่าลืมถามเรื่องสะสมไมล์ เจ้าหน้าที่ให้เอกสารมากรอก
แล้วเก็บบัตรใบแทนที่เป็นสีน้ำเงินไว้ครับ ตัวจริงเขาจะส่งไปให้ภายหลัง
Posted by: Chanarong, May 28, 2008, 6:25am; Reply: 15
check inเสร็จ หาอะไรกิน ก็ยังเพิ่ง4ทุ่มกว่า เครื่องออกตั้งตีหนึ่ง
มีเวลาเดินเล่น ซื้อของในFamilyMartได้ ใครลืมของใช้ซื้อร้านBootsได้ครับ
Posted by: Chanarong, May 28, 2008, 6:33am; Reply: 16
เกือบ5ทุ่ม รีบเข้าไปด้านในดีกว่า มีของให้ดูเพิ่มอีก
ก็ต้องผ่านขั้นตอนตรวจตั๋ว ตรวจpassportกันเล็กน้อยครับ
อย่าลืมกรอกใบออกนอกเมืองสีขาวๆด้วยครับ อีกส่วนหนึ่งเก็บไว้ตอนขากลับ
พอเข้ามาด้านในก็เจอทางเดินยาวๆ มีของขายมากมาย
มีป้ายบอกทางไปGateตลอด ของผม F3 ครับ ไกลมากๆ(เกือบได้เป็น F4ซะแล้ว)
เดี๋ยวนี้ไม่ต้องเสียภาษีสนามบิน 500 แล้วนะครับ รวมไปในตั๋วเครื่องบินแล้ว
เข้าไปก็มีของให้ดูเพลินๆแต่ไม่ควรซื้อตอนนี้ครับ อาจเพิ่มภาระในเขตอ้อมแขน
ไม่ใช่แฟนแบกแทนไม่ได้นะคร้าบ
Posted by: Chanarong, May 28, 2008, 6:42am; Reply: 17
รูปที่ทุกคนต้องถ่าย
ช้างใหญ่ไทยแลนด์
Posted by: Chanarong, May 28, 2008, 6:45am; Reply: 18
ขนมอมยิ้มยักษ์ จะอมเข้าไปยังงัยเนี่ย
กล้วยไม้ไทย โกอินเตอร์
โดราเอมอน??????
Posted by: Chanarong, May 28, 2008, 6:53am; Reply: 19
เดินเล่นไปมาชักเพลิน เวลาที่ต้องรอ3ชม.ก็ผ่านไปไวเหมือนกัน
ยิ่งเดินไปใกล้Gateยิ่งมีร้านของกิน คงรู้ว่าเดินมากๆเริ่มหิว
รูปแรกร้านขายอาหาร มีป้ายญี่ปุ่นด้วย แต่ราคาน้ำเปล่าจากขวดละ10เป็น40 ม่ายหวายจ้า
รูป2 มีBergerKing PizzaCompany ราคาแพงกว่าที่อื่นเล็กน้อย
Posted by: Chanarong, May 28, 2008, 6:56am; Reply: 20
มาถึงGateแล้ว ประมาณ0.30น. เตรียมขึ้นเครื่อง
Posted by: Chanarong, May 28, 2008, 7:03am; Reply: 21
ในที่สุดก็ได้ขึ้นเครื่องแล้วครับ เกือบตี1พอดี บรรยากาศในห้องโดยสาร
ผมไม่ค่อยมีความรู้เรื่องเครื่องบินนะครับ
พอทราบคร่าวๆว่าเป็นเครื่องขนาดไม่ใหญ่นัก ที่นั่งด้านข้างมีข้างละ2 กลางมี3
Posted by: Chanarong, May 28, 2008, 5:22pm; Reply: 22
กำลังจะมาต่อแล้วครับ รอแป๊บนะครับ
Posted by: Chanarong, May 29, 2008, 9:41am; Reply: 23
มินิรีวิวบนเครื่องเลยนะครับ
Flight JL728 BKK-KIX 23.55-7.20 แต่ออกจริง 1.15
ที่นั่งถือว่านั่งสบายพอควร ไม่อึดอัดมาก
พอจะยืดขาได้ครับ
เที่ยวบินนี้ไม่เต็มนะครับ พอเครื่องออกแล้วหาที่นั่งว่าง2 นอนยาวได้
ผมเห็นคนไทยมากับทัวร์คุยกัน แล้วบางคนก็ลุกแยกมานั่งที่ว่างๆนอนสบายเลย
Posted by: Chanarong, May 29, 2008, 9:42am; Reply: 24
พอมานั่งแอร์ก็ให้รัดเข็มขัด หน้าจอก็สาธิตขั้นตอนต่างๆ
เที่ยวบินนี้ห้ามสูบบุหรี่นะครับ
Posted by: Chanarong, May 29, 2008, 9:50am; Reply: 25
มองมาด้านข้างๆมีที่ควบคุมคล้ายๆรีโมทซ่อนอยู่ครับ ต้องเปิดฝาหยิบออกมา
เป็นที่ควบคุมหน้าจอที่อยู่ด้านหน้า
จะเปิดปิดไฟอ่านหนังสือหรือเรียกพนักงานก็กดปุ่มบนนี้ครับ
ด้านหลังเป็นโทรศัพท์รูดบัตรเครดิตได้ครับ
ดึงออกมายาวๆได้ครับ เวลาจะเก็บเข้าที่ดึงให้สุดแล้วมันก็จะเด้งกลับเข้าไปได้ครับ
Posted by: Chanarong, May 29, 2008, 9:53am; Reply: 26
ความบันเทิงบนเครื่องของJALเรียกว่าJENครับ ย่อจาก
JAL Entertainment Network
คล้ายๆที่Emiratesมี ICE
มีคู่มืออยู่หน้าเบาะที่นั่งเรียบร้อย มีทั้งภาษาอังกฤษและญี่ปุ่น
Posted by: Chanarong, May 29, 2008, 9:54am; Reply: 27
เริ่มแรกจะเป็นภาษาญี่ปุ่นครับ ต้องเปลี่ยนภาษาก่อน
Posted by: Chanarong, May 29, 2008, 9:59am; Reply: 28
จะเห็นว่ามีอะไรให้เลือกมากมาย
ดูวิวจากกล้องหน้าเครื่องได้ แต่มืดแล้วไม่เห็นอะไรเลย
ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม
แต่เพลงส่วนใหญ่เป็นเพลงญี่ปุ่นครับ

ใช้ที่ควบคุมเมื่อสักครู่นี้เลือกครับ ถ้าจับถือแบบนี้ก็เหมือนจอยเกม
รูป2คือตัวอย่างเกมครับ
Posted by: Chanarong, May 29, 2008, 10:07am; Reply: 29
ตัวอย่างหนังบนเครื่อง
I'm Legend , Jumper หนังใหม่พอควรครับ เลือกฟังอังกฤษได้ ไม่มีSubอังกฤษ
จะมีSubในพวกหนังจีน แต่ก็ไม่ค่อยน่าดูนัก
เที่ยวบินนี้ดีที่สามารถเลือกชมหนังได้ของใครของมันครับ
ไม่ชอบเปลี่ยนเรื่องได้ Forwardได้ตลอด
(ไม่เหมือนเที่ยวกลับ อันนั้นต้องรอชมให้จบ เดี๋ยวขากลับจะกล่าวต่อไปครับ)
Posted by: Chanarong, May 29, 2008, 10:13am; Reply: 30
แต่พอเข้าจริงดูไม่ไหวหรอกครับ ตี2แล้ว ได้เวลานอน
พอเครื่องออกซักพักเตรียมนอน แอร์ก็เสิร์ฟผ้าร้อนๆให้ตื่น(อ้าว)

ตามด้วยน้ำให้เลือก น้ำส้มหรือเบียร์ ผมเลือกเบียร์
เอ๊ยม่ายช่าย น้ำแอปเปิ้ลครับน้ำแอปเปิ้ล สีคล้ายๆกัน
และมีขนมกรุบกรอบให้กินด้วย
(นี่จะไม่ให้นอนเลยช่ายม้าย)
Posted by: Chanarong, May 29, 2008, 11:01am; Reply: 31
สำหรับแอร์ในเที่ยวบินนี้ส่วนใหญ่เป็นคนไทยครับ
เครื่องแบบสีเหลือง เรียบง่าย
รูปแรกคนไทยใจดี
รูป2 ด้านซ้ายเป็นคนญี่ปุ่นครับ ด้านขวาคนไทย
Posted by: Chanarong, May 29, 2008, 11:14am; Reply: 32
สำหรับห้องน้ำบนเครื่อง มีคนรีวิวเยอะแล้ว เอาไป3ภาพนะครับ
รูป1 เวลาล็อคให้เลื่อนเอานะครับ
รูป2 โถนั่ง กดน้ำให้กดปุ่มสีน้ำเงินครับ หาตั้งนาน
รูป3 อ่างล้างหน้า มีน้ำอุ่นด้วย แต่ทำไมสีขุ่นๆชอบกล
ด้านขวามือเป็นที่ทิ้งเศษกระดาษครับ ด้านขวาบนมีแก้วกระดาษ
ไว้บ้วนน้ำ แปรงฟันได้ ว่าแล้วก็เก็บเป็นที่ระลึกไป1แก้ว
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 4:53pm; Reply: 33
มาต่อแล้วครับ ขอโทษด้วยนะครับหากกระทู้นี้อาจจะขาดความต่อเนื่องเล็กน้อย เพราะงานยุ่งมากครับ แต่ว่างแล้วจะมาโพสทันทีเลยครับ

พอเครื่องออกซักพัก ดูหนังไปได้เล็กน้อย ทางสายการบินก็ดับไฟห้องโดยสารครับ
เฮ้อ ได้นอนซะที แต่กว่าจะได้นอนก็ตี3แล้วนะครับ พรุ่งนี้(จริงๆคือเช้านี้) ไปถึงก็ต้องลุยกันต่อ
ว่าแล้วก็นอนออมแรงเล็กน้อย หลับไปไม่นาน ไม่น่าจะถึง2ชม.
ไฟก็เปิดอีกครั้ง เวลาไทยเกือบตี5 เหล่าแอร์ก็เริ่มเสิร์ฟอาหารเช้าอีกครั้ง
เวลาที่ญี่ปุ่นเกือบ7โมงเช้าแล้วนี่นา เอ้า กินก็กิน นอนไปนิดเดียวเองอ่ะครับ

นี่ครับหน้าตาอาหารเช้า อาหารหลักๆเป็นโจ๊กหมู
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 4:56pm; Reply: 34
อีกถ้วยนึงเป็นโซบะเย็นครับ เอาน้ำสีน้ำตาลในขวดราดเอา
ส่วนอีกถ้วยเป็นผัก เครื่องเคียง ความอร่อยประมาณ 7/10 พอกินได้ครับ
ของหวานมีผลไม้ โยเกิร์ต ส่วนน้ำทางขวาก็เบียร์ เอ้ย แอปเปิ้ล เหมือนเดิมครับ
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 5:04pm; Reply: 35
อาหารหลักผ่านไปก็ตามด้วยกาแฟร้อน และ ชาร้อน พร้อมชมวิวท้องฟ้ายามเช้าครับ
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 9:07pm; Reply: 36
หลังกินอะไรเรียบร้อย เวลาตี5ครึ่งเมืองไทย ที่ญี่ปุ่น7โมงครึ่ง
มองออกไปเริ่มเห็นแผ่นดินแล้ว จะใช่ญี่ปุ่นรึเปล่าน้า
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 9:11pm; Reply: 37
อย่ามัวแต่ชมวิวเพลินนะครับจะลืมกรอกเอกสารเหมือนผม
เอกสารนี้แอร์โฮสเตสจะแจกให้ครับตอนเครื่องใกล้ลง
เป็นเอกสารDisembarkationขาเข้าญี่ปุ่น และเอกสารว่ามีของต้องสำแดงหรือไม่
ที่สำคัญห้ามพกเงินติดตัวเข้าไปเกิน1ล้านเยนด้วย แล้วเราที่เอาไป2ล้านเยนทำไงเนี่ย
แหะแหะ ล้อเล่นครับ แสนเยนยังไม่ค่อยมีเลยครับ
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 9:14pm; Reply: 38
เวลาเกือบ8โมงเช้าของญี่ปุ่น เครื่องใกล้ลง แอร์ก็สวมชุดฟอร์มทับชุดเหลืองอีกชั้นนึง
เริ่มเช็คตู้เก็บสัมภาระ แล้วก็ได้เวลาเครื่องลงจอดคร้าบ เย้ ถึงแล้ว
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 9:20pm; Reply: 39
ผู้โดยสารเริ่มทยอยลงจากเครื่อง โดยให้Business Classลงก่อน Economyอย่างเรา นั่งรอครับ
แต่ก็ไม่นาน ประมาณ8.10 น.(ขอปรับเป็นเวลาญี่ปุ่นตั้งแต่บัดนี้ครับ) ก็ได้ลงไปเหยียบแผ่นดินญี่ปุ่นแล้ว

ออกมาก็เดินขึ้นบันไดเลื่อนมา

แล้วก็เจอป้ายต้อนรับ Welcome to KIX(ตัวย่อของ Kansai International Airportครับ)
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 9:25pm; Reply: 40
จากตรงนี้ต้องนั่งรถไฟฟ้าไปตัวอาคารหลักอีกต่อครับ
รถไฟฟ้าถ่ายไม่ทันเพราะเดินไปถึงปุ๊บต้องรีบวิ่งเข้าเลยครับ
แล้วรถก็ออกเลย
จากรูปเป็นบรรยากาศในรถไฟฟ้า และวิวที่มองออกไป เห็นเครื่องที่นั่งมาด้วย ลำไหนหว่า???
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 9:26pm; Reply: 41
อีกรูปกับเครื่องของ JAL ยามเช้า กับหอบังคับการบิน
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 9:35pm; Reply: 42
พอลงรถไฟฟ้า ก็จะผ่านบริเวณป้ายต้อนรับครับ มีภาษาไทยด้วยนะครับ
หลังจากตรงนี้เป็นด่านตรวจคนเข้าเมืองครับ ห้ามถ่ายรูป
ก่อนเข้าไปตรงนั้นก็จะมีจุดเช็คอุณหภูมิก่อน คล้ายๆที่ฮ่องกงครับ
เหมือนให้เดินผ่านเครื่องตรวจจับความร้อนจากร่างกาย
แล้วก็ไปต่อแถวตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งผมพลาด กรอกเอกสารที่ให้ดูบนเครื่องไม่เสร็จเลยนั่งกรอกแป๊บนึง
พอหันไปอีกที เดิมที่คิวน้อยๆ คณะทัวร์ชาวไทย(ที่มาFlightเดียวกัน)ก็โผล่มากันพรึ่บ
ทำให้ล่าช้าไปเยอะเลยครับตรงนี้ ใครมากันเองคนสองคนรีบมาต่อคิวรีบผ่านเข้าไปจะเร็วมากครับ
เพราะถ้ามากับทัวร์ต้องรอรวมพลกันให้ครบ อธิบายอะไรกันอีกเล็กน้อย
คราวนี้พอช้าก็เลยต้องมาต่อจากคณะทัวร์ที่ว่านี้

แอบได้ยินพ่อลูกคุยกัน
ลูก: ทำไมไม่มาเที่ยวเองล่ะพ่อ
พ่อ: โอ๊ย มาเองแล้วจะไปไหนถูกได้ยังงัย หลงแน่เลย มากับทัวร์นะดีแล้ว
ผม: (นึกในใจ) แล้วตรูจะหลงไหมเนี่ย เอ๊ย ม่ายช่าย เที่ยวไม่พึ่งทัวร์อยู่นี่แล้วคร้าบ

ขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองไม่ยุ่งยากเท่าไหร่ครับ ให้สแกนลายนิ้วมือ ถ่ายรูป(มีกล้องคล้ายเวปแคมตั้งอยู่ที่โต๊ะ)
เจ้าหน้าที่แทบไม่เงยมองหน้าเราเลยเพราะมองผ่านกล้อง ซักพักก็ให้ผ่านมาอย่างง่ายดาย ไม่ได้ถามอะไรเลย
สงสัยเช้าไป ยังง่วงอยู่

กว่าจะผ่านตรงนี้และรับกระเป๋า ดูแล้วใช้เวลากว่า40นาทีเลยทีเดียว
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 9:51pm; Reply: 43
ในที่สุดก็ออกมายังอาคารภายในสนามบินจนได้ เวลาก็9โมงเช้าแล้ว
ล่าช้ากว่าที่คิดพอสมควรเลย เพราะเครื่องดีเลย์ตั้งแต่เมืองไทยแล้ว

บรรยากาศในตัวอาคารสนามบิน
อีกรูปมองกลับไปทางที่เราออกมา จากช่อง4เหลี่ยมอันนั้นแหละครับ
มีคนมายืนรอรับเหมือนๆบ้านเรา
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 9:53pm; Reply: 44
เดินเลยมานิดนึงก็เจอกับ Information Center แต่อันแรกนี้น่าจะของสนามบิน
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 9:57pm; Reply: 45
เลยไปอีกนิด อันนี้แหละของKANSAIทั้งหมดเลย จะเดินทางไปไหนอะไรยังงัย ถ้ายังไม่ได้วางแผนก็ลองมาถามได้ครับ
พนักงานพูดอังกฤษใช้ได้เลย น่ารักด้วยนา
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 9:59pm; Reply: 46
อีกฝั่งนึงก็มีป้ายบอกเมืองสำคัญและภาพสถานที่ดังๆของเมืองนั้น
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 10:22pm; Reply: 47
สำหรับผมการเที่ยวในแถบคันไซนี้มีเวลาแค่3วัน2คืน
ที่ท่องเที่ยวมีเยอะมากมาย ทั้งเมืองโอซาก้า เกียวโต โกเบ นารา ฮิเมจิ
คงต้องเลือกเฉพาะที่อยากไปจริงๆ โดยมีเงื่อนไขว่า วันนี้จะยังใช้JR Passไม่ได้
(ไป8วัน JR Pass 7วัน) (เอาไว้ใช้นั่งไปสนามบินขากลับ)

โปรแกรมที่ต้องไปแน่ๆ
1.โอซาก้า ได้แก่ ปราสาทโอซาก้า
                         Universal Studio
                         เดินเล่นย่าน Dotonbori หาของอร่อยกิน
                         อื่นๆแล้วแต่เวลาอำนวย
2.เกียวโต ได้แก่ วัดทองคินคาคุจิ
                        วัดน้ำใส(มีสายน้ำ3สาย)คิโยมิสุเดระ
                         ศาลเจ้า ฟูชิมิอินาริ(ที่มีเสาโทริอิสีแดงๆเป็นพันๆต้น)
เมืองอื่นๆก็จะลองหาเวลาดูครับ แต่คงไปหมดไม่ไหวทั้งโกเบ นารา ฮิเมจิ

ไปถึงยังไม่ได้จัดโปรแกรมเที่ยวไว้แน่นอนเลยครับ แค่คิดคร่าวๆ
พอนึกได้ว่าวันนี้ยังไม่มีJR Passไปไหนไกลไม่ได้ คิดว่าซื้อบัตร Osaka Passที่สามารถเข้าชมสถานที่ต่างๆได้ฟรี
27แห่ง รวมทั้งนั่งรถใต้ดิน รถเมล์ต่างๆได้ฟรี 1วัน 2000เยน หรือใครมีเวลามากหน่อย 2 วัน 2700เยน
น่าจะดีกว่าครับ แต่ต้องซื้อตามสถานีที่มีจำหน่ายเท่านั้น
รายละเอียดดูในเวปนี้เลยครับ
http://www.pia-kansai.ne.jp/osp/en/
หรือใครจะเที่ยวในแถบคันไซหลายๆแห่งก็มี Kansai Thru Pass 3 และ 5 วัน ให้เที่ยวจุใจไปเลย
http://www.surutto.com/conts/ticket/3dayeng/

แต่ก่อนอื่นต้องเข้าเมืองไปที่พักก่อนครับ ว่าจะเอาของไปฝากไว้ก่อนแล้วค่อยเริ่มเที่ยว
ผมได้ศึกษาเส้นทางคร่าวๆแล้ว นอกจากJRที่ยังใช้ไม่ได้ ก็ยังมี Nankai Railway
เดินทางแบบประหยัดไปลงแถวๆHostelที่ผมพักพอดี คือแถวสถานีShinimamiyaครับ
ค่าเดินทางจากสนามบินไปเที่ยวเดียวแค่ 890เยน
(คล้ายๆที่โตเกียวมี Keisei Line ไป Ueno)

จากรูปเป็นเส้นทางรถไฟต่างๆ
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 10:28pm; Reply: 48
ตัวอย่างเส้นทางของJR ไปเมืองต่างๆ
รูปล่างจะมีเส้นบนสุดที่เป็นShinkansenเดินทางได้เร็วขึ้น
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 10:32pm; Reply: 49
ก่อนที่จะงงกันเสียก่อน ก็รีบออกจากสนามบินดีกว่าครับ
ถามพนักงานในInformation Centerเมื่อกี๊ว่าจะไปขึ้น Nankaiตรงไหน
เค้าบอกให้ขึ้นไปชั้น2แล้วออกไปข้างนอก เอ๊ะ ไล่เรารึเปล่าเนี่ย
ก็เลยลองขึ้นมาตามที่เค้าบอก
ก็เห็นป้ายบอกทางต่างๆเต็มไปหมด
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 10:37pm; Reply: 50
เดินออกจากประตูมานอกตัวอาคาร แว่บแรกก็รู้สึกถึงอากาศเย็นสบายดี แดดก็อุ่นๆ
ได้รับทั้งความเย็นและความร้อนในเวลาเดียวกัน
แต่ที่แน่ๆอากาศสดชื่นมากๆ ไม่มีมลภาวะเหมือนบ้านเราครับ

มองไปเห็นป้ายด้านบนชัดเจน มี JR กับ Nankai จะเดินทางเข้าเมืองหลักๆก็มี2เจ้าเนี่ยแหละครับ
ใครจะใช้JR Passก็แลกที่สนามบินเลยสะดวกดี
ส่วนผมต้องไปหาที่ซื้อตั๋วของNankaiก่อนครับ
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 10:42pm; Reply: 51
เดินเลยมานิดนึงก็เห็นป้ายส้มๆของNankai เดินเข้าไปถาม เจ้าหน้าที่บอกให้มาซื้อข้างนอก แป่วววววว
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 10:43pm; Reply: 52
เลยมานิดนึงก็เป็นบริเวณตู้ขายตั๋วอัตโนมัติที่เจ้าหน้าที่ให้มาซื้อ มีทั้ง2ค่าย ซ้ายNankai ขวาJR
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 10:44pm; Reply: 53
มองไปทางขวามืออีกนิดก็จะเห็นสีเขียวๆของJRเวลาจะแลกJR Pass หรือจะจองShinkansenให้มองหาสีเขียวๆไว้
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 10:49pm; Reply: 54
ว่าแล้วก็เดินไปที่ตู้ของNankai มองไปด้านบนเห็นป้ายบอกระยะทางต่างๆและราคา ก็ตาลายขึ้นฉับพลัน
มองหาตู้ด้านล่างก็เห็นราคา890เยนเหมือนที่ศึกษามาเลย เอาไงดีเอ่ย จะหยอดดีไหมเนี่ย
ภาษาญี่ปุ่นเต็มไปหมด ไอ้เราก็ไม่เคยซื้อแบบนี้ซะด้วย เห็นในหนังสือเขาว่าง่าย ไม่ยากส์เล้ย เฮ้อ
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 10:52pm; Reply: 55
ว่าแล้วก็ไม่เสี่ยงดีกว่า พอดีเห็นทางซ้ายสุดของตู้มีCounterพนักงาน ก็เลยไปถามและให้เขาออกตั๋วให้แทน
แล้วก็ได้ตั๋วนี้มาครับ (คนละอันกับห้องสีส้มๆอันแรก Counterอันนี้จะติดกับตู้ขายตั๋วเลยครับ)
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 10:58pm; Reply: 56
ดูป้ายบอกเวลาที่รถออก 9.44น. ตอนนี้ก็ใกล้เวลาแล้ว
เลยรีบหาทางเข้าไป ตอนจะเข้าไปแบกของพะรุงพะรังมากเลยไม่มีเวลาถ่ายรูปนะครับ
ก็เอาบัตรที่ได้สอดเข้าไปเหมือนนั่งรถไฟฟ้าบ้านเราก็จะผ่านทางเข้าไปได้
แล้วก็เห็นขบวนรถที่เราจะนั่งไปครับ
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 11:02pm; Reply: 57
มองไปอีกฟากเห็นรถอีกขบวน รูปร่างหน้าตาเท่ห์กว่าขบวนเราเยอะเชียว ท่าทางจะนั่งสบาย
น่าจะเป็นขบวนที่ด่วนหน่อย แต่แพงกว่า และถึงเร็วกว่านิดเดียวครับ(องุ่นเปรี้ยว)

รูป2เป็นบรรยากาศภายในขบวนรถไฟครับ ยังโล่งๆ
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 11:06pm; Reply: 58
รถไฟออกตรงเวลาดีมากครับ 9.44น.
และแล้วก็เริ่มเห็นบรรยากาศภายนอก แล้วก็เริ่มเป็นตัวเมืองมากขึ้น
คนก็ทยอยกันขึ้นมาเรื่อยๆ ส่วนใหญ่จะใส่สูทกันเท่ห์เชียว
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 11:10pm; Reply: 59
ใช้เวลาเดินทางเกือบ50นาที เวลาก็ประมาณ10โมงครึ่งได้ ก็มาถึงสถานี Nankai Shin-Imamiya

ที่พักขอแนะนำว่าพักแถวสถานีโอซาก้าจะสะดวกที่สุดนะครับ
สามารถเดินทางไปไหนได้ง่าย สำหรับที่ผมพักราคาถูกก็จริง แต่เดินทางไปไหนทีค่อนข้างไกล
จะไปขึ้นShinkansenก็ต้องต่อรถหลายครั้ง
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 11:13pm; Reply: 60
อีกรูปกับขบวนรถที่เรานั่งมา
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 11:14pm; Reply: 61
ภายในสถานีครับ
ก่อนออกก็สอดบัตรอีกรอบ คราวนี้ยึดบัตรไปเลยครับ
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 11:22pm; Reply: 62
ออกมาจากสถานี คราวนี้บ้านนอกเข้ากรุงของแท้เลยครับ จับต้นชนปลายไม่ถูก
ป้ายบอกชื่อถนนก็ไม่เห็นมี
เท่าที่เห็นก็มีรถจักรยานเยอะมากๆ คนที่นี่เขาใช้จักรยานกันเยอะพอดูครับ
บางคนแต่งตัวแฟชั่นมากๆแต่ก็ปั่นจักรยานฉิวเลย

ว่าแล้วก็มาหลงกันต่อ แหะๆ สถานีNankai Shin-Imamiya ก็อยู่ใกล้ๆสถานี JR Shin-Imamiyaครับ
ชื่อเดียวกันแต่คนละเจ้า คนละสถานี
ให้มองหาทางรถไฟที่วิ่งผ่านถนนไว้ครับ(คล้ายดังรูปที่2) รถไฟต้องสีเขียวๆด้วยนะครับ
ตรงนั้นคือบริเวณสถานีของJRครับ
เดี๋ยวต่อไปจะรีวิว Hostel ก็จะขอตั้งต้นการเดินทางจากสถานีJRแทนนะครับ
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 11:26pm; Reply: 63
ช่วงแรกยังเดินงงๆหลงๆอยู่ ก็เจอกับร้าน Lawson ซึ่งเป็นร้านสะดวกซื้อคล้ายๆ7-11บ้านเรา
แต่ที่โอซาก้ารู้สึกว่าจะเยอะมากเลยครับ
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 11:27pm; Reply: 64
ที่มุมนึงมีหนังสือการ์ตูนต่างๆหลายแนว
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 11:29pm; Reply: 65
อากาศกำลังร้อนได้ที่ ใกล้11โมงยังไม่ได้เที่ยวไหนเลย เห็นไอติมในตู้น่ากินจัง
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 11:31pm; Reply: 66
ว่าแล้วก็เสร็จเรา ไอติมสับปะรด 62 เยน ประมาณ 20 บาท
เหมือนน้ำแข็งทีร่วนๆหน่อยรสสับปะรด เย็นชื่นใจดี มีแรงเดินต่อแล้ว
(รูปที่2 ปรับโฟกัสยังงัย ไปโฟกัสตู้ไอติมซะงั้น ไอติมเบลอเลย)
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 11:38pm; Reply: 67
เจอแล้ว JR Shin-Imamiya ก็เลยเข้าไปถามทางไปHostel กับเจ้าหน้าที่สถานี
แกก็กางแผนที่ชี้โบ๊ชี้เบ๊พร้อมพูดอังกฤษได้ไม่ถนัดนัก แต่ก็พอรู้ว่าจะไปทางไหน
ว่าแล้วก็ อาริกาโตะ แบบงูๆปลาๆเช่นกัน

วันนี้พักก่อนนะครับ แล้วมาต่อวันหน้าคร้าบ(ตั้งหลายวันยังไม่ถึงที่พักเลยนะพ่อคู้ณ จะได้เที่ยวกันรึยังเนี่ย)
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 4:44pm; Reply: 68
มาต่อแล้วครับ เดี๋ยวเรื่องHostel ที่ผมพักคือ Business Hotel Chuo New Annex จะรีวิวต่อไปครับ

ตัดมาที่หน้าHostelเลย
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 4:57pm; Reply: 69
ไปถึงHostelก็เกือบ 11 โมงครึ่งแล้ว เข้าไปถึงก็ยื่น Vocherที่เคยจองทางnetไป
แล้วก็ชำระเงินเพิ่มเป็นเงินเยน ทางผู้ดูแลก็จะให้กุญแจห้องมาครับ
ปกติจะให้เช็คอิน บ่าย2หรือบ่าย3ไปแล้ว แล้วแต่ทางโรงแรม
ผมซึ่งมาก่อนเวลาพอควรก็คิดว่าอาจจะฝากกระเป๋าไว้ก่อน แต่พอมาcheck in สงสัยมีห้องเหลือ
ก็เลยได้เข้าพักเลย ว่าแล้วก็เก็บของ ล้างหน้าแปรงฟัน เตรียมของที่จำเป็น แบกเป้แล้วลุยกันต่อเลย

ออกเดินทางอีกทีเกือบเที่ยงครึ่ง ที่วางแผนจะเที่ยวโอซาก้าด้วย Osaka One day pass 2000เยน จะคุ้มมั๊ยเนี่ย

เดินแป๊บเดียวก็มาถึง JR Shin-Imamiyaเมื่อสักครู่ ต้องนั่งรถไฟJRไปอีกนิด ลงที่ Tennoji เพื่อไปซื้อ
One day pass ก่อน (ลองดูดีๆนะครับว่ามีขายที่ไหนบ้าง ดังเวปที่ผมบอกไปแล้ว)
สถานี JR Shin-Imamiya ไม่มีขายครับ เลยต้องซื้อตั๋วนี้เดินทางไปต่อ 120เยน

อีกรูปบริเวณชานชลา จะได้นั่งรถไฟของJRมั่งแล้ว เขียวเชียว
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 5:05pm; Reply: 70
ป้ายบอกชื่อสถานี บริเวณชานชลา ใหญ่ดีครับ
เป็นTrickอย่างนึงที่ได้เรียนรู้มาคือ ถ้าขึ้นรถตรงขบวนแถวๆตรงกับป้าย
เวลาไปจอดสถานีอื่นๆก็มักตรงกับป้ายแบบนี้ หรือพอมองเห็นได้ ทำให้ลงรถได้ถูกมากขึ้นครับ
(ช่วงแรกๆที่ไปถ้าไม่นับสถานีดีๆ บางทีลงผิด)
ถ้าไปนั่งหัวขบวนหรือท้ายขบวน บางทีรถจอดมองไม่เห็นว่าถึงป้ายอะไร ยิ่งถ้าคนเบียดๆกันเยอะๆนี่ไม่รู้เลย
ฟังภาษาญี่ปุ่นตอนจอดป้ายบางทีก็เร็ว ฟังไม่ค่อยทันนะครับ
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 5:08pm; Reply: 71
แป๊บเดียวก็ได้ขึ้นรถแล้ว บรรยากาศในขบวนรถไฟครับ
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 5:15pm; Reply: 72
นั่งมาเพียงป้ายเดียวก็ลงที่สถานี Tennoji ใช้เวลาเดินทาง2นาทีเท่านั้น เร็วจัง นั่งไม่ทันไรลุกอีกแล้ว
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 5:20pm; Reply: 73
ภายในสถานีก็พบร้านขนมชื่อดัง Beard Papa ชักหิวเหมือนกันแฮะ
แต่หิวข้าวมากกว่าครับ เลยขอผ่านขนมไปก่อน
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 5:23pm; Reply: 74
ใกล้ๆกันนั้นมีร้านสะดวกซื้อ อืม ไม่ให้เสียเวลา เดี๋ยวกิน Eki-ben (ข้าวกล่องที่เอาไว้กินบนรถไฟ) ก็ได้
ร้านชื่อ Daily-In เดินทางไปไหนในญี่ปุ่นต้องได้เจอร้านนี้แน่ๆ มีอยู่ทั่วไปในสถานีรถไฟครับ
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 5:27pm; Reply: 75
ว่าแล้วก็ซื้อชุดข้าวปั้นแบบนี้ดีกว่า ได้หลายอย่างดี 367เยน
ปรากฏว่าไม่มีบริการเวฟให้นะครับสำหรับข้าวปั้น กินกันเย็นๆชืดๆนั้นแหละ
แต่ผมรอเอาไว้กินบนรถไฟที่จะนั่งต่อไปครับ
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 5:31pm; Reply: 76
ก่อนอื่นต้องออกจากด้านในสถานีก่อน โดยสอดตั๋วที่ได้มาตอนแรกครับ คราวนี้ก็ยึดตั๋วไปเหมือนเดิม

ออกมาก็เจอกับสาวรุ่นป้า แต่ก็สวมชุดกิโมโนมา สงสัยจะไปออกงานนะครับ
เพิ่งเคยเห็นครั้งแรก ถ่ายรูปไว้หน่อย
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 5:35pm; Reply: 77
ตามหา Osaka Visitor Information Center Tennoji ถามเจ้าหน้าที่แถวๆนั้น
ก็ชี้โบ๊ชี้เบ๊พูดอังกฤษไม่ค่อยได้เช่นเคย
ไปตามทางที่บอกก็ผ่านอาคารคล้ายๆห้างที่อยู่ติดสถานีเลย น่าจะชื่อห้างMio
ช่วงนั้นกำลัง งง และ หิว เลยไม่มีกะจิตกะใจถ่ายรูปครับ
แต่พอเลยมานิดเจอบริเวณนี้ที่คิดว่าใช่แน่ เห็นคนเยอะดีครับ
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 5:40pm; Reply: 78
ผ่านบริเวณสัญลักษณ์สีเขียวๆรูปคนนั่ง จำรูปไว้นะครับ
เวลาจะจองที่นั่งShinkansenให้มาตรงที่นี่แหละครับ ที่สถานีJRเกือบทุกที่

รูปนี้ขอโพสใหญ่นิดนึง
เห็นข้างในไหมเอ่ย มีนักเรียนญี่ปุ่นตัวจริงเสียงจริงด้วย เพิ่งเคยเห็นของจริงนะครับ
ทุกทีเห็นแต่ในการ์ตูน
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 5:46pm; Reply: 79
เห็นป้ายนี้ก็นึกว่าตรงสีน้ำเงินที่มีคุณลุงผมขาวอยู่ พอไปถาม อ้าว ไม่ใช่ ต้องเลยไปอีกนิดนึง
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 5:48pm; Reply: 80
อันนี้แหละครับ ของจริง
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 5:59pm; Reply: 81
เข้าไปก็พบกับเจ้าหน้าที่สาว พูดอังกฤษคล่องหน่อย
ว่าแล้วก็ซื้อมาจนได้ Osaka Unlimited Pass 1 day 2000yen หรือ ประมาณ600บาทไทย

แถมคู่มือเล่มสีบานเย็น ภายในมีบอกว่าใช้เข้าอะไรฟรีได้บ้าง27อย่าง มีส่วนลดบางที่ ทั้งที่เที่ยวและของกิน
ที่สำคัญขึ้นรถไฟฟรีในเขตที่กำหนด ทั้งใต้ดิน บนดิน แต่ดูแล้วก็ไปได้ทั่วเมืองแหละครับ
(ถ้าใครไม่ซื้อแบบนี้ แนะนำซื้อบัตรเหมานั่งรถไฟในเมือง 1day 850yen หรือถ้าวันศุกร์
จะเรียก no my car dayคือรณรงค์ให้ใช้รถสาธารณะ แค่650yen)

ถ้าซื้อแบบ2วันก็ 2700yen แต่ที่เข้าฟรีส่วนใหญ่ให้ใช้วันแรกที่เริ่มใช้บัตรเลย ส่วนวันที่2 เอาไว้นั่งรถฟรี
(ดีกว่าซื้อเพิ่มอีก 850yen)

จากในรูป มี
1.คู่มือ ที่กล่าวไปแล้ว มีแผนที่ทางเดินรถไฟที่ดูสะดวกมาก ใครเพิ่งดูครั้งแรกก็ไม่งงครับ แนะนำเลย
2.ซองสีครีม และ บัตร(ซึ่งเอาไว้สอดเข้าเครื่องเวลาจะนั่งรถไฟ จะคืนบัตรให้ สามารถเก็บเป็นที่ระลึกได้)
3.คูปอง(สีฟ้าๆ) ต้องฉีกออกมาเตรียมไว้ แล้วยื่นให้เจ้าหน้าที่ดูพร้อมบัตร เวลาจะเข้าที่ต่างๆฟรี
เช่น ปราสาทโอซาก้า ล่องเรือซานตามาเรีย
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 6:19pm; Reply: 82
หลังจากซื้อบัตรนี้ได้ก็จะบ่ายโมงแล้ว บางท่านอาจจะบอกว่าผ่านไปครึ่งวันแล้ว ซื้อทำไม ไม่คุ้ม
แต่ผมประเมินแล้ว ยังไงก็คุ้มครับ
นั่งรถไปนิดเดียวเป็นร้อยเยนแล้ว ค่าเข้าปราสาทโอซาก้าก็600เยนแล้ว ล่องเรือซานตามาเรีย1600เยน
แค่2อย่างก็เกินราคาแล้วครับ นี่มี27อย่าง ใช้ยังไงก็คุ้ม
ยิ่งใครใช้แต่เช้าผมว่าคุ้มสุดๆเลยครับ

ว่าแล้วก็รีบไปเที่ยวดีกว่า แต่ช้าก่อน เมื่อกี๊ตอนเดินผ่านมาเห็นป้ายขายของกินมากมาย
อยู่ภายในบริเวณสถานีนี่แหละครับ (ไม่แน่ใจว่าคือ ห้างMioเมื่อกี๊รึเปล่า)
ก็เลยคิดว่า นั่งกินแล้ววางแผนเที่ยวก่อนดีกว่า ไม่อยากไปนั่งกินข้าวกล่องเย็นชืดบนรถไฟ
กินของสดๆอุ่นๆดีกว่า เลยเดินขึ้นไปชั้นบน แถวๆนั้น บอกไม่ถูกเหมือนกันครับ ต้องลองเดินๆดูเอา
ก็เห็นร้านอาหารญี่ปุ่นมากมาย และที่ดีอย่างนึงคือ มีตัวอย่างอาหารพร้อมราคาให้ดูตั้งแต่หน้าร้าน
ก็เลยทำให้ตัดสินใจได้ง่ายว่าจะกินร้านไหนครับ

ตัวอย่างอาหารโชว์หน้าร้านและป้ายบอกราคา
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 6:22pm; Reply: 83
นี่ก็อีกครับ ขออภัยถ่ายเบลอ หิวจนตาลายมือไม้สั่นครับ กล้องก็ไม่ค่อยจะดีนัก
พลังโจ๊กบนเครื่องเมื่อตอนตี5คงหมดแล้ว
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 6:24pm; Reply: 84
ในที่สุดก็เลือกกินร้านนี้ครับ บรรยากาศญี่ปุ่นดีจัง
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 6:28pm; Reply: 85
บรรยากาศภายในร้าน
เดินเข้าไปก็ได้ยิน อิรัชไชมาเซะ ดังๆ เหมือนที่ในหนังสือบอกเลยครับ
แปลประมาณว่า ยินดีต้อนรับค่ะ เหมือนที่เราได้ยินตาม7-11บ้านเราเลย
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 6:31pm; Reply: 86
สั่งอาหารโดยที่เล็งๆมาตั้งแต่หน้าร้านแล้วครับ มาถึงก็มีเมนูที่มีรูปให้ดูก็ชี้ๆเอา
ซักพักก็มี ชาเขียวร้อน และ ผ้าร้อนมาเสิร์ฟ ฟรีครับ เติมชาเขียวได้เรื่อยๆ
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 6:38pm; Reply: 87
และแล้วเมนูที่สั่งก็มาถึง ชุดโซบะ(ให้เลือกได้ว่าจะเอาร้อนหรือเย็น)ก็เลยเอาร้อนๆดีกว่า
และของทอดทั้งหลาย ก็มีหมู ไก่ กุ้ง ฟักทอง และอะไรไม่รู้อีก1-2อย่าง
น้ำจิ้ม3อย่างก็ไม่เหมือนบ้านเรา กลายเป็นเกลือเม็ดเป้งๆแทนผักเขียวๆ
และก็มีผักเค็มๆให้อีก(ตรงกลาง) ดูแล้วที่นี่กินรสเค็มกันพอควรเลยครับ

ก็กินหมดด้วยความหิว ทั้งหมด 980เยน ไม่ถึง300บาท ราคาไม่ต่างกับบ้านเรามากนัก
เรื่องความอร่อยก็ยังไม่โดดเด่นมากร้านนี้ เอาไป7คะแนนครับ
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 6:45pm; Reply: 88
ผ่านไปสำหรับอาหารญี่ปุ่นมื้อแรกในประเทศต้นตำรับครับ
ยังไม่จุใจและอร่อยเท่าที่ควร ไม่เป็นไร ยังมีอีกหลายมื้อรออยู่
กินเสร็จเอาบิลไปจ่ายหน้าร้าน แล้วก็เดินทางต่อครับ
เกือบบ่าย2แล้ว ได้เวลาเริ่มเที่ยวจริงๆจังแล้วครับ

ในรูปก็มายืนอยู่ที่ทางลงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน หรือ Subwayของโอซาก้าแล้ว
อันนี้ Tanimachi Line Tennoji Station
ลองไปดูแผนที่เขตต่างๆและทางเดินรถคร่าวๆอีกครั้งครับที่
http://www.pia-kansai.ne.jp/osp/en/06.php

แล้วครั้งหน้าจะมาต่อนะครับ กับรายละเอียดเขตต่างๆและแผนการเที่ยวที่น่าสนใจครับ
Posted by: Chanarong, June 7, 2008, 5:49pm; Reply: 89
มาต่อแล้วคร้าบ
ว่ากันต่อเลย เรื่องเมือง โอซาก้า ครับ
เมืองนี้ถือเป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่ง(น่าจะอันดับ3 รองจาก โตเกียว และ โยโกฮาม่า ครับ ถ้าจำไม่ผิด)
เป็นเมืองท่องเที่ยว มีสถานที่น่าเที่ยวมากมาย อาหารก็ขึ้นชื่อโดยเฉพาะ ทาโกะยากิที่นี่ ถ้าใครไม่ได้กิน คือมาไม่ถึงนะครับ

จากแผนที่ที่linkไปในRepก่อนๆจะเห็นว่าในเมืองโอซาก้ามีเขตหรือโซนต่างๆหลายเขต
แต่พอจะสรุปง่ายๆให้เห็นภาพ ผมขอแบ่งเป็น 5 โซนที่น่าเที่ยวนะครับ
(อาจจะไม่ถูกต้อง100%นะครับ แต่คร่าวๆตามที่ผมเข้าใจ)

1.Minami Area อยู่ตรงกลางเลย แถวๆนี้คือ สถานี NambaและShinsaibashiครับ
                      มีสถานที่น่าเที่ยวคือ แหล่งShopping
                      Dotonbori ที่มีร้านอาหารมากมาย สัญลักษณ์ปูยักษ์ ป้ายกูลิโกะ
                      เลยมาด้านล่างๆหน่อยก็มี Electronic DEN DEN town(คล้ายAkihabaraในTokyo)
2.Tennoji Area อยู่บริเวณทิศใต้ของเมือง เป็นบริเวณที่ผมพักครั้งนี้
                       มีที่น่าเที่ยวคือ Shinsekai ย่านร้านอาหาร
                       Tennoji Zoo สวนสัตว์
                       Tsutenkaku Tower หอคอยชมวิว
                        Shitennoji Temple วัดที่มีเจดีย์5ชั้น
                        Festival Gate ห้างที่มีรถไฟเหาะ
3.Bay Area      อยู่ทางทิศตะวันตก หรือบริเวณTempozan
                       ใกล้ๆมี Universal Studio Japan
                       ท่าขึ้นเรือ Santamaria
                       พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำKaiyukan
                       ชิงช้าสววรค์ Tempozan Giant Ferris Wheel
4.Osaka Castle Area อยู่ทิศตะวันออก หลักๆที่น่าเที่ยวก็ปราสาทOsaka
5.Kita North Area อยู่ทางเหนือ เป็นบริเวณสถานีOsakaครับ แต่ถ้าเป็นSubwayจะเรียกUmedaครับ
                           อันนี้ทำให้คนงงมาเยอะแล้ว เหนือขึ้นไปอีกจะเป็นสถานีShin-Osakaไว้ขึ้นShinkansen
                           ที่น่าเที่ยวคือแหล่งShopping แถว Umeda
                           Hep-Five ที่เป็นห้างและมีชิงช้าสวรรค์สีแดงๆ ปิดดึกพอควรครับ
                           มีจุดชมวิวที่ Floating Garden Observatoryด้วย

คร่าวๆก็ประมาณนี้นะครับ อาจมีที่อื่นๆอีกแต่ก็ไม่มากแล้วครับ เรื่องหมู่บ้านนินจา ไม่ได้หาข้อมูล ไม่แน่ใจครับ


Posted by: Chanarong, June 7, 2008, 7:30pm; Reply: 90
ไหนๆก็ไหนๆแล้ว สำหรับคนที่ไม่อยากlinkไปอ่านข้อมูลหรือขี้เกียจแปลภาษา
ผมก็เลยขอสรุปมาให้เลยแล้วกันนะครับว่า Osaka Unlimited Pass One Day 2000 yen เข้าอะไรได้บ้าง
น่าสนใจไหม จะได้วางแผนเดินทางกันถูก แต่รับรองว่าซื้อไว้คุ้มแน่ๆครับ

เข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว 27 แห่งฟรี ประกอบด้วย
1.Osaka River Cruise Aqualiner เป็นการล่องเรือชมวิวซึ่งอันนี้จะมีเงื่อนไขหน่อย และเปิดเป็นช่วงเวลา
ต้องเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มอีก ผมเลยขอบายไปครับ(เพราะกะไปล่องเรือSantamariaแทน)
2.Floating Garden Observatory ชมวิวจากจุดสูง173เมตร เปิด10.00-22.30น. ค่าเข้า700เยน
3.Osaka Science Museum พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ เปิด 9.30-16.45น. ค่าเข้า400เยน
4.Osaka Museum of Housing and Living จำลองถนนและสิ่งก่อสร้างต่างๆของโอซาก้าตั้งแต่ยุคปี60
เปิด10.00-17.00น. ค่าเข้า600เยน
5.The Museum of Oriental Ceramics เครื่องเซรามิคจากจีน เกาหลี ญี่ปุ่นกว่า2700ชิ้น
เปิด9.30-17.00น. ค่าเข้า500เยน
6.Dotonbori Gokuraku Shoutengai หรือ Food Entertainment Park อยู่ที่Dotonboriนั่นเอง
ออกแนวRemen Museumเข้าไปจะมีร้านอาหารต่างๆให้เลือกชิม โดยเฉพาะทาโกะยากิ
เปิด11.00-23.00น. ค่าเข้า315เยน อันนี้น่าสนครับยังไงต้องไปDotonboriอยู่แล้ว
7.Donquijote Ebisu Tower Dotonbori เป็นชิงช้าสวรรค์อันแรกของโรคที่เป็นทรงรีๆครับ
เปิด11.00-23.00น. ค่านั่ง600เยน
8.Kamigata Ukiyoe Museum เกี่ยวกับUkiyoe ไม่แน่ใจว่าเรียกภาษาไทยว่าอะไร อธิบายว่าเกี่ยวกับงานพิมพ์และภาพวาดครับ
เปิด 11.00-18.00น. ค่าเข้า500เยน
9.OCAT Roof Garden สวนบนดาดฟ้าตึก มีต้นไม้และดอกไม้กว่า10,000ชนิด เปิด11.00-17.00น. ค่าเข้า100เยน
10.Osaka Bay Cruise "Santa Maria" ล่องเรือชมวิวอ่าวโอซาก้าครับ ใช้เวลาประมาณ50นาที
เปิด11.00-17.00น. ค่านั่งเรือ 1,600เยน อันนี้น่าสนใจมากครับ อันเดียวก็เกือบ2,000เยนค่าบัตรแล้ว
11.WTC Cosmotower Observation Deck จุดชมวิวสูง256เมตรจากยอดตึกWorldTradeCenter
เปิด13.00-22.00น.วันหยุด11.00-22.00น. ค่าเข้า800เยน
12.Osaka MariTime Museum พิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับการเดินเรือครับ มีรูปทรงภายนอกแปลกตาดีเป็นโดมครึ่งวงกลม
มีโรงหนัง3มิติด้วย(ต้องจ่ายเพิ่ม) เปิด 10.00-17.00น. ค่าเข้า600เยน
13.Osaka Castle Museum ปราสาทโอซาก้านั่นเอง ภายในมีพิพิธภัณฑ์ด้วย
เปิด9.00-17.00น. ต้องเข้าก่อน 16.30น. ค่าเข้า600เยน
14.Osaka Castle Nishinomaru Garden สวนที่อยู่ที่ปราสาทโอซาก้าครับ ยิ่งมาช่วงซากุระบานจะดีมาก
เปิด9.00-17.00น. ค่าเข้า200เยน
15.Osakajo Park Tram รถไฟวิ่งแถวๆหน้าปราสาท(ไม่ถึงกับรอบ) ช่วงซากุระบานนั่งชมซากุระบนรถไฟได้บรรยากาศเลย
เปิด9.00-17.00น. ค่านั่ง200เยน
16.Osaka Museum of History พิพิธภัณฑ์ประวิติศาสตร์ เปิด09.30-17.00น. ค่าเข้า600เยน
17.Osaka International Peace Center แสดงเกี่ยวกับระเบิดและอื่นๆ เปิด09.30-17.00น. ค่าเข้า250เยน
18.Osaka Human Rights Museum เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน เปิด10.00-17.00น. ค่าเข้า250เยน
19.Tennoji Zoo สวนสัตว์มีสัตว์กว่า900ตัว เปิด09.30-17.00น. ค่าเข้า500เยน
20.Osaka Municipal Museum of Art แสดงเกี่ยวกับงานฝีมือต่างๆของทั้งจีน ญี่ปุ่น เปิด09.30-17.00น. ค่าเข้า300เยน
21.Shitennoji Temple วัดที่มีเจดีย์5ชั้น เปิด08.30-16.30น. ค่าเข้ามีหลายส่วน(ไม่แน่ใจว่าอะไรบ้าง)
Chushingaran 300เยน Hobutsukan(บ้านสมบัติ?) 200เยน Honbo garden(สวน) 300เยน
22.Tsutenkaku Tower หอที่เป็นสัญลักษณ์ของโอซาก้า ขึ้นไปชมวิวได้ เปิด10.00-18.30น. ขึ้นก่อน18น. ค่าเข้า600เยน
23.Sakuya Konohana Kan จัดแสดงพืชกว่า15,000ชนิด เปิด10.00-17.00น. ค่าเข้า500เยน
24.Tsurumiryokuchi Observatory เป็นหอคอยชมวิวเช่นกัน สูง90เมตร เปิด10.00-17.00น. ค่าเข้า200เยน
25.Nagai Botanical Garden เป็นสวนอีกเช่นกัน เปิด09.30-16.30น. ค่าเข้า200เยน
26.Osaka Museum of Natural History เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ แต่เป็นด้านธรรมชาติ วิวัฒนาการต่างๆ
มีโครงกระดูกไดโนเสาร์ เปิด09.30-17.00น. ค่าเข้า300เยน
27.Rifure Uriwari เป็นสระว่ายน้ำและสปา เปิด10.00-22.00น. ค่าเข้า700เยน

ที่ผ่านมาทั้ง27อย่างนี้ เข้าฟรีครับ
สำหรับผมที่น่าสนใจก็คงFloating Garden Observatory,Dotonbori Gokuraku Shoutengai,Donquijote Ebisu Tower Dotonbori,
Osaka Bay Cruise "Santa Maria",WTC Cosmotower Observation Deck,Osaka Castle Museum,
Shitennoji Temple,Tsutenkaku Towerครับ แต่ไปหมดวันเดียวคงไม่ไหว
ถ้ามีเวลามากๆ Museumต่างๆก็น่าสนใจโดยเฉพาะScience Museum,MariTime Museum,Museum of History,Museum of Natural History

นอกจาก27อย่างที่เข้าฟรี ยังมีส่วนลดอีก13แห่ง และคูปองส่วนลดร้านอาหารและร้านขายของต่างๆอีก
รายละเอียดไปอ่านเพิ่มได้นะครับ คงไม่บรรยายละเอียดในที่นี้ เพราะแค่27อย่างนั้นก็คงไปไม่ครบแล้ว

รูปตัวอย่างสถานที่ท่องเที่ยวพร้อมรายละเอียด
Posted by: Chanarong, June 7, 2008, 10:11pm; Reply: 91
มาเดินทางต่อเลยครับหลังจากร่ายยาวไปแล้ว เป้าหมายแรกไปปราสาทโอซาก้าก่อนเลยครับ
ใช้บัตรที่ได้มาตอนแรกผ่านเข้าไปในสถานีSubwayได้
Posted by: Chanarong, June 7, 2008, 10:14pm; Reply: 92
รอไม่นานรถไฟก็มา และอีกรูปภายในขบวนรถ
Posted by: Chanarong, June 7, 2008, 10:18pm; Reply: 93
ดูแผนที่ทางเดินรถไฟจากคู่มือที่ให้มา ดูได้ไม่ยากครับ นั่งรถไม่กี่สถานีก็ถึง
ดูเวลาแล้วไม่ถึง10นาทีเลย
จากสถานีTennoji นั่งรถไฟสายTanimachi Line ไปอีก4สถานีลงที่สถานี Tanimachi4-Chome
เวลาจะออกให้มองหาป้ายเหลืองๆกับสถานที่ที่เราจะไปครับ(มีภาษาอังกฤษ)
ก็จะทราบว่าไปไหนออกที่ทางออกใด เช่น ออกทางทางออกหมายเลข1,2

ภายในสถานีมีป้านโฆษณาต่างๆ เริ่มเห็นแล้ว ปราสาทโอซาก้า
Posted by: Chanarong, June 7, 2008, 10:21pm; Reply: 94
ออกมาก็เจอตึกสูงมากมาย ก็อาศัยดูแผนที่และถามทางคนแถวๆนั้น เอารูปให้ดู
คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็จะช่วยชี้ทางให้แม้จะพูดอังกฤษไม่ได้

เดินไปตามถนนเห็นรถหน้าตาแปลกๆดี
Posted by: Chanarong, June 7, 2008, 10:23pm; Reply: 95
ที่ดินน่าจะราคาแพงนะครับ ต้องปลูกบ้านหน้ากว้างไม่มากแต่สูงขึ้นไปแบบนี้
หน้าบ้านแอบมีดอกไม้สวยงาม
Posted by: Chanarong, June 7, 2008, 10:26pm; Reply: 96
เดินไปตามทาง ไม่ใกล้แต่ก็ไม่ไกลมาก(เอ๊ะ ยังงัย) มองเห็นแล้วครับหลังคาเขียวๆตรงนู้น ปราสาทโอซาก้า
ในเมืองนี้นิยมปั่นจักรยานกันมาก คุณลุงยังจอดจักรยานแล้วถ่ายรูปเลย
ผมนึกในใจ "ลุง ยืมจักรยานหน่อยค้าบบบบบ"
Posted by: Chanarong, June 7, 2008, 10:30pm; Reply: 97
ถ้านับตั้งแต่ลงรถไฟมา ใช้เวลาเดินประมาณ10นาที ข้ามถนนไป1-2ครั้ง ก็มาเจอเด็กกลุ่มนี้ อยู่แถวๆลานใกล้ทางขึ้นปราสาท
น่าจะมาทัศนศึกษากันครับ
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 12:18am; Reply: 98
ที่เด็กมายืนออกันก็ไม่ใช่อะไรครับ มารอซื้อไอติมร้านนี้นั่นเอง
ที่ญี่ปุ่นถ้าเป็นไอติมแบบนี้เค้าเรียกSoftCreamนะครับ
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 12:20am; Reply: 99
โฉมหน้าไอติมครับ รสChocolate อร่อยใช้ได้ แต่ 250เยนแน่ะ ไอติมอะไรตั้ง75บาท เหงื่อเริ่มตกสิครับ
เมื่อกี๊ตอนซื้อไม่ทันคำนวณ แหะแหะ
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 12:24am; Reply: 100
หลังจากเติมพลังไอติมไปแล้ว ก็เลยไปตามทางเรื่อยๆ ก็มาถึงปราสาทโอซาก้าแล้วดังรูป
ไม่ใช่ครับ ล้อเล่น อันนี้แค่ซุ้มบนกำแพงครับ แต่ที่สำคัญมีต้นไม้ที่มีการตัดแต่งสวยงาม คล้ายๆบอนไซด้วย
(ไม่รู้เรียกถูกรึเปล่านะครับ แต่คิดว่าบอนไซน่าจะต้นเล็กๆกว่านี้)
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 12:26am; Reply: 101
แล้วก็เจอทางเดินเข้าประตูแบบนี้ครับ เป็นทางเข้าทางหนึ่ง
ซึ่งจริงๆแล้วทางเข้ามีหลายทางนะครับ ลองศึกษาแผนที่ดู อธิบายลำบากเหมือนกัน
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 12:29am; Reply: 102
มองไปทางขวาเห็นรถTramด้วย ใช้บัตรนั่งฟรีได้ แต่ยังไม่ได้สนใจนั่งตอนนี้ครับ
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 12:32am; Reply: 103
ว่าแล้วก็เดินผ่านซุ้มประตูเข้าไป มองจากประตูนี้เห็นปราสาทอยู่ลิบๆ
กว่าจะถึงปราสาทมีหลายชั้นมาก
เข้าไปอีกนิดก็พบที่ตักน้ำบ้วนปากล้างหน้า
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 12:37am; Reply: 104
พอใกล้ถึงปราสาทจะพบลานกว้างๆ มีอาคารสีน้ำตาลนี้ไม่ทราบว่าอาคารอะไรครับ
มีต้นไม้ใหญ่ และที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจ คนสูงอายุมาเดินเล่น
คนวัยหนุ่มสาวพาสุนัขมาเดินเล่นก็มี
ทำให้คิดว่าแถวๆนี้ก็เหมือนเป็นสวนสาธารณะของชาวโอซาก้าเค้านะครับ
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 12:40am; Reply: 105
ใกล้ๆกันนั้นมีซุ้มขายของต่างๆ
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 12:41am; Reply: 106
เดินไปดูมีร้านขายของที่ระลึก
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 12:41am; Reply: 107
ตัวอย่างโปสการ์ดสวยๆ
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 12:42am; Reply: 108
ร้านSoftcreamอีกแล้ว ร้านนี้ขายตั้ง280เยนแน่ะ เมื่อกี๊250เยนเลยกลายเป็นถูกไปเลย
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 12:44am; Reply: 109
ขนาดที่เขี่ยบุหรี่ยังทำเป็นลายกำแพงปราสาท
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 12:48am; Reply: 110
มองตรงไป เห็นแล้วคร้าบ ปราสาทโอซาก้า บรรยากาศร่มรื่นมากๆ แต่แดดแรงเหมือนกันนะครับเนี่ยจะบ่าย3แล้ว
ปราสาทดูสวยงามน่าเกรงขามดีครับ ถึงแม้จะไม่ยิ่งใหญ่เหมือนปราสาทฮิเมจิ หรือ นาโงย่า
แต่ปราสาทนี้ก็เป็นอันแรกที่ผมได้เห็นของจริง นับว่าประทับใจในระดับหนึ่งเลยครับ
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 12:51am; Reply: 111
ในละแวกนั้นมีป้ายตัวการ์ตูนให้เราเอาหน้าไปใส่แล้วถ่ายรูปกันน่าสนุกดีครับ
เป็นซามูไรอยู่หน้าปราสาท
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 12:51am; Reply: 112
อีกมุมหนึ่งครับ
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 12:54am; Reply: 113
มีตู้หยอดเหรียญแล้วไขเอาของที่ระลึกพวกที่ห้อยกระเป๋าและอื่นๆ อันละ100หรือ200เยน
ราคาไทยก็30และ60บาทเองครับ น่าลองหยอดดูนะครับ
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 12:55am; Reply: 114
อีกมุมหนึ่งกับตัวปราสาทแบบใกล้ๆ สวยงามมากครับ ชอบหลังคาเขียวๆสบายตาดี
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 1:00am; Reply: 115
เวลามีไม่มากครับต้องรีบหน่อย เลยถ่ายมาได้ไม่เยอะ
ไปชมภายในปราสาทกันต่อ จริงๆถ้าใครไม่มีบัตรOsaka Unlimited Passหรือไม่ต้องการเสียเงิน
มาชมแค่ถึงตรงนี้ไม่ต้องเสียค่าเข้าครับ มาถ่ายรูปกับปราสาทเฉยๆก็ได้

แต่ไหนๆมาแล้วขอเข้าไปดูหน่อยครับ ปกติ600เยน มีบัตรเบ่งก็ฟรีครับ
ยื่นบัตรOsaka Unlimited Passพร้อมคูปองให้เจ้าหน้าที่ตรงนี้ก็ผ่านเข้าไปได้
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 1:03am; Reply: 116
เข้ามาด้านในก็มายืนอยู่หน้าปราสาทแล้ว มองขึ้นไป ใหญ่โตเหมือนกันนะเนี่ย
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 1:11am; Reply: 117
ปราสาทจะมี8ชั้นนะครับ เข้าไปปุ๊บก็มีป้ายห้ามถ่ายรูปครับ เลยไม่ได้ถ่ายมาให้ชม
แต่ชั้นบนสุดถ่ายได้ครับ
ชั้นอื่นๆลองสังเกตป้ายดูครับ ถ้าไม่มีสัญลักษณ์กล้องและกากบาทก็น่าจะถ่ายได้
เข้าไปถึงแนะนำไปชั้นบนสุดก่อนแล้วเดินลงครับ ต่อคิวขึ้นลิฟท์
ลิฟท์จะขึ้นไปถึงชั้น5ครับ(ถ้าจำไม่ผิด) ต้องเดินขึ้นไปต่ออีก
ลักษณะภายในปราสาทที่ให้เราเดินชมจะเป็นลักษณะเดินวนรอบ มีบันไดอยู่ตรงกลางครับ
ขณะนี้มาอยู่ชั้น8แล้ว
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 2:37am; Reply: 118
วิวที่มองลงไปข้างล่างครับ เห็นปลาทองที่อยู่ที่ขอบๆด้วย สวยดีครับ
สูง แดดแรงดี ลมเย็นดีครับ
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 2:38am; Reply: 119
จากอีกมุมนึงครับ เราสามารถเดินวนชมวิวมุมสูงได้รอบทั้ง4ด้าน
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 2:40am; Reply: 120
อีกด้านนึง มองไปเห็นบริเวณที่เราเดินเข้ามาครับ ตรงกลางๆเป็นบริเวณร้านขายของที่ระลึกกับร้านSoftcreamที่เราผ่านมาแล้ว
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 2:43am; Reply: 121
ใครกลัวความสูงไม่ต้องกลัวตกนะครับ เค้ามีตะแกรงกั้นไว้แล้ว(ช่วยได้มั๊ยเนี่ย)
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 3:15am; Reply: 122
ส่วนตรงกลางของชั้น8นี้ก็มีของที่ระลึกขายเช่นกันครับ
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 3:18am; Reply: 123
ตัวอย่างเช่น หมวกขุนศึกจิ๋ว 1,700เยน
เหรียญตราปราสาทโอซาก้า 2,500เยน และ 3,990เยน
ราคาเอาสูงเอาการอยู่
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 3:19am; Reply: 124
ที่พอจับต้องได้ก็โปสการ์ดครับ ใบละ100เยน 30บาทครับ

วันนี้พักก่อนนะครับ ง่วงแล้ว ไว้จะรีบมาต่อนะครับ
Posted by: Chanarong, June 10, 2008, 11:12pm; Reply: 125
ต่อเลยนะครับ
จากชั้น8ก็เดินวนลงมาเรื่อยๆครับ ถ้าผมจำไม่ผิดน่าจะหายไปชั้นนึงครับไม่ครบ8ชั้น
ไม่แน่ใจว่าชั้น6หรือชั้น4
ใครทราบบอกด้วยนะครับ หรือจะเป็นเคล็ดอะไรบางอย่าง

ชั้นบนๆจะเป็นที่จัดแสดงสิ่งต่างๆ ส่วนใหญ่อยู่ในตู้กระจก ห้ามถ่ายรูปครับเลยไม่ได้ถ่ายมาฝาก
เช่น ชุดขุนศึกโบราณ แบบจำลองปราสาท มีภาพโฮโลแกรมแสดงวิถีชีวิตสมัยก่อน และอีกจิปาถะ
ก็พอดูเพลินๆครับ
เดินวนลงมาเรื่อยๆจนถึงชั้น3 ก็เจอรูปสลักสีทองสวยงาม เป็นปลากับเสือครับ ตรงนี้ถ่ายรูปได้
Posted by: Chanarong, June 10, 2008, 11:14pm; Reply: 126
มีบริการให้ยืมใส่ชุดขุนศึกถ่ายรูปกับปราสาทด้วยครับ 300เยนเอง แต่ผมบายดีกว่าครับ
Posted by: Chanarong, June 10, 2008, 11:19pm; Reply: 127
ลงมาชั้น2มีที่ให้ประทับตราด้วยครับเป็นที่ระลึก
เรื่องตราประทับนี่ถ้าใครยังไม่ทราบนะครับ ที่ญี่ปุ่นในสถานที่ท่องเที่ยวหรือสถานีรถไฟต่างๆ
มักจะมีตราประทับวางอยู่ ให้เราประทับเป็นที่ระลึกว่าได้มาเยือนสถานที่หรือสถานีนั้นแล้ว
ปราสาทโอซาก้าก็เช่นกันครับ โดยตรานี้ไม่ต้องประทับเองครับ เอากระดาษที่มีให้สอดไปที่เครื่องแล้วกดปุ่มแดงเครื่องก็จะทำงานปั๊มให้ครับ ระวังอย่าเอามือเข้าไปล่ะ ว่าแล้วก็ประทับมาหลายแผ่นเลยเรา
Posted by: Chanarong, June 10, 2008, 11:23pm; Reply: 128
ใช้เวลาเดินเล่นอยู่ในปราสาทรวมประมาณครึ่งชั่วโมงครับ ก็ได้เวลาเดินทางต่อ
ด้านหน้าปราสาทมีปืนใหญ่แบบนี้ด้วยครับ
Posted by: Chanarong, June 10, 2008, 11:25pm; Reply: 129
ภาพสุดท้ายของปราสาทก่อนจะบอกลาครับ บ๊ายบายจ้าปราสาทจ๋า ไว้จะมาใหม่นะ
Posted by: Chanarong, June 10, 2008, 11:29pm; Reply: 130
ระหว่างเดินย้อนมาทางเก่าก็เจอกับกลุ่มนักเรียนมาทัศนศึกษากัน มีหลายโรงเรียนหลายระดับเลย
รูปแรกน่าจะประถม รูปสองน่าจะมัธยมต้นนะครับ
ทำไมช่วงนี้มีคนมาทัศนศึกษาเยอะจัง เป็นช่วงปิดเทอมรึเปล่าน้า วานผู้รู้ช่วยบอกด้วยนะครับ
Posted by: Chanarong, June 10, 2008, 11:33pm; Reply: 131
เดินออกมาถึงข้างหน้าบริเวณที่เคยเข้ามา เริ่มเมื่อยเท้าแล้ว แค่วันแรกเองนะเนี่ย จะไหวมั๊ยหนอเรา
ขณะกำลังเมื่อยๆก็มองไปเห็นรถTramอันนี้พอดีครับ ดีเหมือนกัน นั่งรถพักเหนื่อยชมวิวหน่อย
ไหนๆก็มีคูปองนั่งฟรี ปกติก็200เยนนะครับ
ลองถามเจ้าหน้าที่ เค้าบอกว่านั่งไปลงใกล้ๆประตูทางออกแล้วเดินไปต่อSubwayได้ ดีจัง
Posted by: Chanarong, June 10, 2008, 11:34pm; Reply: 132
ผู้ปกครองกำลังสอนเด็กๆซื้อตั๋วผ่านเครื่องอัตโนมัติกันอยู่ครับ
Posted by: Chanarong, June 10, 2008, 11:40pm; Reply: 133
บรรยากาศในรถTramและมองออกไปด้านนอก
ไม่นานรถก็ออกครับ นั่งชมวิวเพลินดี เวลาก็บ่าย4กว่าๆแล้ว
นั่งรถออกไปก็สวนกับกลุ่มเด็กนักเรียนอีกหลายกลุ่มที่มาทัศนศึกษา(อีกแล้ว)
พอเดินผ่านรถTramเด็กๆก็โบกไม้โบกมือใหญ่ คนขับก็เปิดหวูดทักทายซะเลย ปู๊นปู๊น
Posted by: Chanarong, June 10, 2008, 11:44pm; Reply: 134
นั่งเพลินๆไม่ถึง10นาทีก็มาโผล่ใกล้ทางออกอีกทางครับ
เริ่มงงกับทิศทาง พอมองไปก็เจอตึกNHKพอดี ก็พอเป็นLandmarkดูในแผนที่แล้วไปต่อได้
Posted by: Chanarong, June 10, 2008, 11:50pm; Reply: 135
ก่อนลงไปต่อSubway เห็น7-11พอดีครับ แวะหน่อย
เมื่อคืนได้นอนบนเครื่องนิดเดียวเริ่มง่วง ก็เลยโด๊ปซะหน่อย
กาแฟStarbucksสำเร็จรูปครับ 200กว่าเยน ราคาไทยก็60กว่าบาท
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 12:05am; Reply: 136
เวลาเกือบ17น.แล้ว เป้าหมายต่อไปจะไปเดินเล่นแถวBay Area หรือเขตTempozanครับ
แต่คงไม่ทันนั่งเรือSanta Mariaแล้ว เพราะรอบสุดท้าย17น.พอดี แต่ไม่เป็นไรครับ ไปชมบรรยากาศก็ได้
จากสถานี Tanimachi4-Chome ใกล้ๆปราสาทโอซาก้า ต่อรถสาย Chuo Line(สีเขียว)
ไปอีก7สถานี ลงสถานีOsakakoครับ
ไม่ต้องกลัวเดินทางไม่เป็นครับ ลองดูว่าที่หมายที่จะไปอยู่ใกล้สถานีอะไร แล้วลองมองเส้นทางที่ใกล้ที่สุด
ดูแผนที่ทางเดินรถSubwayอีกครั้งตามนี้ครับ http://www.osaka-info.jp/en/access/pdf/subway.pdf
แล้วจะรู้ว่าดูง่ายมาก
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 12:10am; Reply: 137
นั่งรถอีก10กว่านาทีก็ถึงสถานีOsakako เดินออกมาก็ได้รับบรรยากาศริมอ่าวจริงๆครับ ลมแรงดี
ถนนดูโล่งๆไม่ค่อยมีรถ บรรยากาศยามเย็น สบายๆ เดินเฉิดฉายที่ญี่ปุ่น ชะเอิงเอย
มองไปก็เห็นร้านLawsonอีกแล้ว มีเยอะมากเลยที่เมืองนี้ แต่คราวนี้ไม่เอาไอติมแล้ว อากาศเริ่มหนาวแล้วครับ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 12:14am; Reply: 138
คุณลุงจูงหมาน้อยเดินเล่น น่ารักเชียว ที่นี่เห็นชอบเลี้ยงหมาตัวเล็กกันครับ ไม่ค่อยเห็นหมาใหญ่ๆ
สงสัยพื้นที่มีน้อย
บรรยากาศริมอ่าวจริงๆครับ ขนาดเสาไฟยังตกแต่งสวยงามได้บรรยากาศ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 12:24am; Reply: 139
ร้านของกิน ขนมก็เรียงราย2ข้างทาง แต่ยังไม่คึกคักเท่าไร ดูเงียบๆจังครับบริเวณนี้ แต่บรรยากาศดี
สงสัยวันพุธด้วย แล้วก็คงยังไม่เลิกงานกัน พูดไปแล้วแถวๆนี้ก็ถือว่าเป็นชานเมืองของโอซาก้าก็ว่าได้นะครับเนี่ย

ของกินมีรูปให้ดูเช่นเคย แต่ยังไม่หิวเท่าไหร่ครับ
รูป2 ขนมอะไรไม่รู้ แต่เห็นราคา400-600เยนเลยถอยก่อนคร้าบ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 12:56am; Reply: 140
มองไปไม่ไกลนัก เห็นแล้วครับ Tempozan Giant Ferris Wheel ชิงช้าสวรรค์ยักษ์
ใกล้ๆกันมีห้าง พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ และที่ขึ้นเรือSanta Mariaครับ

Giant Ferris Wheel กับแสงอาทิตย์ยามเย็น ดูยิ่งใหญ่ดีครับ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 12:59am; Reply: 141
ลานหน้าห้าง มีน้ำพุครับ แล้วก็เสาสีขาวมีสีเหลืองๆคล้ายกังหัน เวลาลมพัดก็หมุนไปมาดูเพลินๆครับ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 1:01am; Reply: 142
น้ำพุครับ สวยดี ข้างหลังมีป้ายโฆษณา ร้าน100เยนชื่อ Seria มั๊งครับ อยู่ชั้น3
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 1:05am; Reply: 143
เห็นป้ายSEGAเลยเข้าไปดูหน่อย เจอตู้เกมมากมายเลยครับ
ร้านเกมในญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะมีเกมแนวๆพนันพอสมควรครับ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 1:08am; Reply: 144
Monopolyก็มี แข่งม้าก็มี
ชอบตรงจอใหญ่ดี เวลาม้าวิ่งก็เห็นเต็มจอเลย แต่ไม่ได้เล่นนะครับ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 1:10am; Reply: 145
เดินขึ้นไปชั้น2เห็นที่จำหน่ายบัตรขึ้นชิงช้ายักษ์ อันนี้ไม่รวมใน27อันที่เข้าฟรีครับ
แต่มีคูปองส่วนลดให้ ถ้าใครอยากนั่งก็ใช้คูปองลดได้ครับ ค่าเข้า700เยน ใช้คูปองลด70เยน
ผมเห็นไม่ฟรีเลยไม่ขึ้นนะครับ แหะๆ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 1:16am; Reply: 146
เลยได้แต่แหงนมองและถ่ายภาพชิงช้าสวรรค์ในระยะใกล้มาฝากครับ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 1:18am; Reply: 147
มองไปอีกทางเห็นสะพานแขวนยักษ์ครับ เคยเห็นกระทู้ในนี้ที่พาเที่ยวสะพานด้วยครับ
เขาว่าสะพานแขวนที่ยาวสุดในญี่ปุ่น(หรือเปล่า?? ไม่แน่ใจครับ)
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 1:24am; Reply: 148
ว่าแล้วก็เดินขึ้นชั้น3ต่อ ส่วนนี้จะเป็นนอกห้างนะครับ ยังไม่ใช่ในตัวห้าง
ก็เจอร้าน100เยนที่โฆษณาเมื่อกี๊ มีของหลากหลายมาก 100เยนทั้งร้าน
ใครจะซื้อของฝากเช่นขนม อะไรกุ๊กๆกิ๊กแนวญี่ปุ่น ราคาไม่แพงก็ซื้อของในร้าน100เยนนี่แหละครับ
เหมาะแก่การซื้อไปฝากคนเยอะๆโดยไม่แพงมาก(แต่ยังไม่ซื้อตอนนี้ครับ โปรแกรมยังอีกยาวไกล)

เดินดูของไปๆมาๆก็ได้รองเท้าฟองน้ำมา1คู่ ในราคา105เยนครับ(ของราคา100เยน บวกภาษี)
เอาไว้ใส่เวลาเมื่อยๆ 30บาทเอง
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 1:31am; Reply: 149
เดินเข้ามาในส่วนของตัวห้างครับ ที่ชั้น3เนี่ยแหละ
ก็เจอบ้านนินจาครับ มีหุ่นนินจาด้านหน้า จากเรื่องนารูโตะไง
แล้วก็มีคนแต่งชุดนินจาจริงๆมาชวนเข้าไปชมบ้านนินจา จำไม่ได้ว่าค่าเข้าเท่าไหร่ครับ
แต่เห็นภาษาญี่ปุ่นยุ่บยั่บ กลัวเข้าไปแล้วไม่รู้เรื่อง ที่ก็ดูเล็กๆแคบๆไม่น่ามีอะไรมาก เลยไม่ได้เข้าครับ
(ลองนึกภาพ บ้านผี หรือ เมียงูตามงานวัด มีทางให้เดินเข้าไปดูแต่ไม่รู้ข้างในจะมีอะไรบ้าง)
ก็อาจเป็นบ้านกลต่างๆครับ ใครสนใจลองเข้าไปดูแล้วมาเล่าให้ฟังบ้างนะครับ บ้านนินจาในห้างเนี่ย
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 1:36am; Reply: 150
ใกล้ๆกันนั้นเองก็เป็นบ้านสัตว์เลี้ยงครับ ข้างหน้ามีแกะ2ตัว
มีที่หยอดเหรียญแล้วจะได้อาหารมาให้แกะกินครับ
อยู่ในห้างนะครับเนี่ย แปลกดี
มองไปข้างในต้องเสียเงืนซื้อบัตรเข้าไปครับ พนักงานมองมาลุ้นว่าผมจะเข้าหรือไม่ เลยไม่กล้ายืนถ่ายรูปเลยครับ
ชะโงกดูเห็นน้องหมาน่ารักหลายพันธุ์รอเล่นกับเราอยู่ครับ ดูจากป้ายหน้าร้านแล้วมีสัตว์อีกหลายชนิดเลย
ไปดีกว่าเรา เดี๋ยวเสียเงินเข้าจนได้ แหม น้องหมาก็ทำหน้าอ้อนจริงจริ๊ง
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:00am; Reply: 151
ในห้างก็มีอะไรให้ดูเพลินๆ เช่น หนูน้อย Kewpie น่าจะดังในญี่ปุ่นนะครับ ไปไหนก็เจอ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:02am; Reply: 152
ที่ขาดไม่ได้ก็เหมียวKittyนั่นเอง มีทุกที่เช่นกัน
เป็นแมวประจำชาติญี่ปุ่นที่รู้จักกันดีพอๆกะโดราเอม่อน
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:04am; Reply: 153
บรรยากาศในห้างครับ
แถวๆนี้จะเน้นconceptริมอ่าวริมทะเลครับ
สังเกตของตกแต่ง มีเต่ายักษ์ลอยอยู่ด้วย
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:11am; Reply: 154
เดินทะลุห้างออกมาอีกฝั่ง ก็เจอนี่ครับ Osaka Aquarium KAIYUKAN
ดูแล้วเงียบๆนะครับ แต่ข้างในอาจจะคนเยอะก็ได้
ปกติเปิด 10-20 น.(เข้าก่อน19น.) ค่าเข้า2000เยนครับ
ไม่รวมใน27อย่างที่เข้าฟรี แต่มีคูปองลดให้100เยน ใครสนใจเข้าชมได้ มีสัตว์ทะเลต่างๆให้ชมมากมาย
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:13am; Reply: 155
มองหันหลังกลับไปจะเห็นส่วนของห้างและชิงช้าสวรรค์ที่เราผ่านมาครับ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:15am; Reply: 156
บริเวณทางเข้า มีคำว่ายินดีต้อนรับภาษาไทยด้วย
ข้างหน้ามีโครงลวดรูปปลาวาฬ ปลาโลมา ถ้ามืดแล้วเปิดไฟคงสวยดีนะครับ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:17am; Reply: 157
อาคารใกล้ๆกันนั้นเอง เป็นทางไปที่ขึ้นเรือ Santa Maria ขณะนี้เกือบ6โมงเย็นแล้วครับ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:20am; Reply: 158
เข้าไปในอาคาร มีป้ายบอกทางตลอดครับ ไม่ต้องกลัวหลง
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:23am; Reply: 159
โมเดลจำลองของเรือSanta Maria ข้างใต้มีบอกเวลาที่เรือออกครับ เที่ยวสุดท้าย 17.00น.
อดเลยครับ น่าเสียดายจัง ค่าล่องเรือตั้ง1600เยน ถ้าใช้บัตร Unlimited Pass นั่งฟรีด้วย
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:25am; Reply: 160
ทางลงเพื่อไปขึ้นเรือครับ มีธงชาติสเปนซะด้วย
แต่ตอนนี้ลงไปก็ไม่มีเรือแล้วครับ
เลยเดินออกมาอีกทาง
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:29am; Reply: 161
เวลาเกือบ6โมงเย็นพอดี เรือที่ออกไปตอน5โมงเย็นก็วนกลับมาเทียบท่า
ไม่ได้นั่งเอง แต่ชมเรือจากข้างนอกก็ดูสวยดีครับ
ลองนึกภาพครับ ยามเย็น อากาศเริ่มหนาวนิดๆ ลมแรง ฟ้าเริ่มออกสีส้มๆ
ยืนชมวิวมีเรือแล่นมาริมอ่าว บรรยากาศดีจริงๆครับ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:30am; Reply: 162
อีกมุมกับเรือSanta Mariaครับ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:31am; Reply: 163
จอดเทียบท่าแล้ว เรือสวยงามดีครับ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:35am; Reply: 164
นี่ครับอยากให้เห็นมุมนี้เลย บรรยากาศท้องฟ้ายามเย็น วิวทิวทัศน์สวยงาม ลมเย็นๆ อืม ได้ฟีลจริงๆคร้าบ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:38am; Reply: 165
มองไปทางหัวเรือครับ เห็นสะพานแขวนอยู่ไกลๆ
อีกรูป สะพานแขวนและชิงช้าสวรรค์ยักษ์ครับ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:43am; Reply: 166
เวลาล่วงเลยมาพอสมควร ได้เวลาเดินทางต่อแล้ว
เดินย้อนมาทางเก่าครับเพื่อไปขึ้นSubwayต่อ
ส่งท้ายกับ Tempozan Giant Ferris Wheel ครับ
น่าประทับใจทีเดียวครับกับ Bay Area
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:46am; Reply: 167
ระหว่างเดินมาขึ้นSubwayก็เจออาคารทรงยุโรปแปลกตา สวยดีครับ ไม่แน่ใจว่าคืออะไร
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:46am; Reply: 168
ที่ขาดไม่ได้ ร้านSlot ปาจิงโกะครับ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:56am; Reply: 169
โปรแกรมต่อไปคือ ชมวิวโอซาก้ายามเย็นจากยอดตึกWorld Trade Centerครับ
อยู่ไม่ไกลจากบริเวณนี้นัก นั่งรถไป2สถานีก็ถึงแล้ว
จากสถานีOsakakoนั่งรถสายChuo Line (สีเขียว)เดิม ไปต่ออีก1สถานี จะสุดสายพอดีที่Cosmosquare
แล้วนั่งรถไฟสายNanko Port Town Line (สีฟ้า) ไปอีก1สถานี ลงที่สถานี Trade Center-Mae
ใช้เวลาเดินทางไม่ถึง15นาทีก็มาถึงครับ
มองไปเห็นแล้วตึกWTCที่เราจะไปชมวิวกัน
ไม่ใช่ตึกตรงกลางนะครับ ตึกซ้ายมือสุดครับ(รูปนี้ยังไม่เห็นยอดตึก) รูปนี้ถ่ายจากตัวสถานีเลย
วิธีไปที่ตึกนะครับ เห็นสะพานลอยที่อยู่ไกลๆนู่นไหมครับ ตอนนี้เราอยู่ฝั่งนี้ ต้องเดินทะลุตึกนึง(ด้านขวา)
แล้วข้ามสะพานลอยไปทางซ้ายนะครับ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 3:01am; Reply: 170
นี่แหละครับ โฉมหน้าตึก WTC ที่สูงสุดในWEST JAPANเลยทีเดียวครับกับความสูง 256เมตร
จุดที่เราจะไปชมวิวคือตรงสามเหลี่ยมสีแดงๆที่ยอดตึกนั่นแหละครับ เป็นแบบPanoramaเลยนะครับดูได้รอบ360องศา
รูป2เห็นพระจันทร์เลยนะครับ สูงจริงๆ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 3:05am; Reply: 171
จากจุดที่ลงรถไฟ เดินผ่านทางนี้ไปที่ตึกATCครับ (ที่อยู่ด้านขวาในRepก่อน) เพื่อไปข้ามสะพานลอยครับ

วันนี้พักก่อนนะครับ อาจจะช้าหน่อยครับ โพสได้ครั้งละไม่มาก แต่จะโพสเรื่อยๆจนจบแน่นอนครับ
รอเที่ยวด้วยกันต่อด้วยนะครับ
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 10:56am; Reply: 172
มาต่อแล้วคร้าบ
มองกลับไปเห็นบริเวณสถานีที่เราลงรถไฟมาครับ
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 11:06am; Reply: 173
เดินผ่านตัวอาคารของตึก ATC เข้าไปครับ
เห็นสัญลักษณ์ตึกด้วย ดูคล้ายๆนกฮูกครับ
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 11:16am; Reply: 174
ระหว่างทางก็มีของกิน เช่น Softcream ร้านนี้ เป็นต้น น่ากินมั๊ยคร้าบ ราคามาตรฐานประมาณ 300เยน
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 11:20am; Reply: 175
เดินมาอีกนิดเจอป้ายนี้ น่าจะเป็นส่วนของห้างหรืออาคารอะไรซักอย่าง ชื่อ O's
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 11:29am; Reply: 176
มีของกินล่อตาล่อใจอีกแล้ว อะไรเนี่ย เห็นแต่ของกิน ของอื่นไม่เห็นมั่งเลยนะครับ แหะแหะ หรือว่าเราจะหิวจริงๆ
อันนี้ร้านเครปครับ เครปที่นี่จะอันใหญ่มากๆ กินชิ้นเดียวอิ่มไปเลยนะครับนี่ย
ไม่เหมือนเครปโตเกียวเล็กๆในบ้านเรา แต่ตอนนี้รีบไป ขอผ่านก่อน พลางกลืนน้ำลาย เอื๊อก
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 11:38am; Reply: 177
เดินมาไม่ไกลก็มองเห็นสะพานลอยข้ามฝั่งแล้วครับ
ขณะเดินข้ามสะพานลอย ภาพเบลอหน่อยครับ เดินไปถ่ายไป
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 11:41am; Reply: 178
ถึงแล้วทางเข้าตึก WTC World Trade Center ครับ
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 11:47am; Reply: 179
ป้ายบอกรายละเอียดต่างๆ สามารถดูได้ว่ามีอะไรอยู่ชั้นไหนครับ
เช่น ของกิน(อีกแล้ว) แต่ที่ผมกำลังจะไปคือ Cosmotower Observation Deck จุดชมวิวที่อยู่บนชั้น55ครับ
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 11:51am; Reply: 180
เดินเข้ามาในตัวอาคาร มองลงไปเห็นลานกว้างๆ
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 11:56am; Reply: 181
เดินลงบันไดมาแล้วมองกลับไปเห็นที่ที่เราเดินมาครับ มีน้ำพุ น้ำตกสวยงาม
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 12:02pm; Reply: 182
มีร้าน Shop99ด้วยครับ
ร้านแนวๆนี้ที่ญี่ปุ่นมีเยอะครับ ร้าน100เยน 99เยน พอบวกภาษีแล้วจะเกินไปนิดหน่อยครับ เป็น104หรือ105เยน
ราคาก็30บาททั้งร้าน ถือว่าน่าสนใจครับโดยเฉพาะของกิน ขนม ซึ่งถ้าไปกินตามร้านต่างๆมื้อนึงก็500เยนอัพแน่ๆ
ใครจะซื้อเสบียงหรือของกินเล่นติดตัวไว้ก็มีของให้เลือกมากมายครับ
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 12:10pm; Reply: 183
ตัวอย่างของในร้านครับ บะหมี่สำเร็จรูปหลายรสหลายแบบ
อีกรูป เยลลี่รสต่างๆ มีวุ้นมะม่วงด้วย
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 12:18pm; Reply: 184
จะมัวเพลิดเพลินชมของ(แต่ไม่ซื้อ)อย่างเดียวไม่ได้แล้ว จะ1ทุ่มแล้วครับ
เดี๋ยวจะมืดกันพอดี กะว่ามาดูวิวตอนเย็นๆที่ฟ้าใกล้มืดจะให้เห็นวิว2แบบครับ
(เหมือนเวลาไปThe Peakที่ฮ่องกง)

เลยรีบไปหาทางขึ้นลิฟท์ไปชั้น55ครับ เกิดเรื่องหน้าแตกขึ้นมา
ทำไมลิฟท์มีแค่ชั้น51 พอดูรูปของห้างที่มีแถวๆนั้นก็มีรูปบันไดเลื่อนขึ้นไปอีกครับ
ก็เลยถึงบางอ้อ เดี๋ยวขึ้นไปชั้น51 แล้วขึ้นบันไดเลื่อนไปอีก4ชั้นก็ถึง

เรื่องไม่จบแค่นั้นครับ พอขึ้นไปจริงๆ (ลิฟท์วิ่งเร็วมากครับ 50ชั้นแป๊บเดียว)
พอไปถึงชั้น51 เห็นมีบันไดเลื่อนไปชั้น52จริง แต่ถูกกั้นอยู่ครับไม่ให้ขึ้น
ผมก็งง เอ จะว่าปิดแล้วก็ไม่ใช่ เมื่อกี๊ดูเวลาปิดก็ไม่ใช่1ทุ่มนี่นา
พลาดเรือSantaMariaไปแล้ว อันนี้จะแป่วอีกหรอเนี่ย

เดินหาที่ขึ้นลิฟท์ไปต่อ ก็ไม่มี ป้ายบอกว่าปิดปรับปรุงหรือวันนี้หยุดทำการก็ไม่มี
ทำยังงัยดีละเนี่ย จะขึ้นไปยังง้ายยยยยยย
(จึงไม่มีรูปในชั้น51 ขณะกำลัง Lost in Translationอยู่นั้นเอง)
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 5:25pm; Reply: 185
ขณะที่กำลัง งง หลง โก๊ะ อยู่นั้น ที่เจอชาวญี่ปุ่นเดินอยู่แถวๆนั้น
(นึกภาพชั้น51 คล้ายๆอาคารสำนักงาน มีร้านอาหารและofficeต่างๆแต่ปิดไปแล้ว คนโหรงเหรง)
ก็เลยถามเป็นภาษาอังกฤษ โชคดีที่เค้าพอพูดได้ ฟังเข้าใจ
คุยไปคุยมาบอกว่าขึ้นตรงนี้ไม่ได้ ต้องไปขึ้นลิฟท์อีกที่นึง
เราก็หาแล้วหาอีกก็ไม่เจอ สุดท้ายเค้าเลยพาไปเองเลยครับ ใจดีจัง

ที่แท้ก็ต้องลงไปชั้น1ครับ แล้วเดินไปทางด้านขวาๆหน่อย ไม่ใช่ลิฟท์ที่ขึ้นตอนแรก
จะมีอีกที่นึงเป็นที่เฉพาะสำหรับขึ้นไปชมวิวเลยครับ

ไปถึงจะเจอเจ้าหน้าที่นั่งอยู่แบบนี้ จำหน่ายบัตรเข้าชมครับ
เรามีบัตรUnlimited Passก็ยื่นให้เขาพร้อมคูปองได้เลยเข้าฟรี
ถ้าใครมาเองก็ต้องเสียค่าเข้า 800เยนครับ
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 5:30pm; Reply: 186
ใครจะไปคิดล่ะครับว่าต้องจ่ายเงินซื้อบัตรกันตั้งแต่ชั้น1แล้วขึ้นลิฟท์พิเศษไป
นึกว่าขึ้นไปถึงข้างบนค่อยมีที่เก็บค่าเข้าชม

แล้วก็ได้บัตรแบบนี้มาเป็นที่ระลึกครับ
เข้าไปข้างในก็เจอเจ้าหน้าที่อีกคน ให้ใช้บัตรสอดเข้าเครื่องก็จะผ่านเข้าไปที่ลิฟท์พิเศษครับ
เจ้าหน้าที่ส่งผมขึ้นลิฟท์อย่างดี พร้อมกับโค้งศีรษะแทบติดพื้นทีเดียว
คนญี่ปุ่นนี่เวลาทำงานนี่เค้าดูเต็มที่กับงานจริงๆครับ การบริการให้เต็ม100เลย
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 5:34pm; Reply: 187
ยังครับยังไม่หมดแค่นั้น
ขึ้นลิฟท์ไปนี่จะถึงแค่ชั้น52ครับ
ลงลิฟท์ไปต้องขึ้นบันไดเลื่อนไปอีก ไปชั้น53 54 นี่บันไดเลื่อนธรรมดาครับ
แต่จากชั้น54ไป55นี่สิ ดังรูปครับ
สูง ชัน และยาวมากครับ มองขึ้นไปเห็นแสงเรืองรองอยู่ลิบๆ ปานจะได้ขึ้นสวรรค์ทีเดียวเชียว
มองลงมา โอ้ว หวาดเสียวครับ
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 5:42pm; Reply: 188
พอขึ้นไปถึงชั้น55 ก็ดังรูปครับ
เป็นทางเดินวนรอบ ให้ชมวิวจากมุมสูงได้360องศา
ลักษณะจะเป็นที่ปิดนะครับ มีกระจกรอบ เพราะถ้าเปิดก็คงลมแรงและหนาวมากๆ
เห็นวิวทิวทัศน์โอซาก้าได้ไกลมากครับ
ไปยินชิดขอบกระจก มองลงไปข้างล่างหวาดเสียวน่าดูเลย

ถ้าใครกลัวความสูง ไม่ชอบชมวิวมุมสูงก็ข้ามที่นี่ไปเลยนะครับ
แต่ถ้าใครมาแถวBay Areaอยู่แล้ว แวะมาใช้เวลาไม่มากครับ เดินทางบวกเวลาชมวิว
ไม่น่าเกินชั่วโมงกว่าๆครับ อาจได้มุมมองแปลกๆและภาพสวยๆกลับไปครับ

เวลาอยู่ในจุดที่สูงๆแล้วมองลงไป เหมือนเวลาจะหยุดนิ่งอยู่ชั่วขณะเลยนะครับ ไม่รู้มีใครเป็นไหม
หรือผมบ้าไปคนเดียวหว่า
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 5:45pm; Reply: 189
ตัวอย่างวิวที่ถ่ายมาได้ครับ
รูปนี้มองไปเห็น Osaka MariTime Museumด้วย
ลักษณะครึ่งทรงกลมที่ยื่นออกไปในอ่าวนั่นแหละครับ
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 5:47pm; Reply: 190
อีกรูปครับ มองมาล่างสุด เห็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์ด้วย
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 5:48pm; Reply: 191
รูปนี้เบลอหน่อย จะให้ดูสนามฟุตบอลครับ
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 5:52pm; Reply: 192
ทิ้งท้ายกับรูปนี้ มองไปริมอ่าว
เห็นบริเวณTempozanที่เราเพิ่งไปมาเมื่อกี๊
มีสะพานแขวนอยู่ข้างหลัง เห็นชิงช้าสวรรค์ยักษ์ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ เรือSanta Maria
(ภาพไม่ชัดเท่าไหร่ ลองมองดูดีๆนะครับ)

เริ่มมืดแล้ว เวลาก็เกือบ2ทุ่ม ใช้เวลาในการชมวิวอยู่บนนี้ประมาณครึ่งชั่วโมงก็ออกเดินทางต่อ
ขาลงนี่ก็ลงทางเดิมครับ แต่จากชั้น52ไม่ได้ลงลิฟท์พิเศษกลับทางเดิม
จะมีบันไดเลื่อนลงไปที่ชั้น51 (ขาลงลงได้ ขาขึ้นจะกั้นไว้ครับ)
เป็นที่เดิมที่ผมหลงมาตอนแรกแล้วงงว่าทำไมไม่ให้ขึ้นชั้น52นั่นเอง
จากชั้น51ลงลิฟท์ธรรมดามาชั้น1แล้วเดินย้อนมาทางเก่าครับ
ขามารู้สึกเดินไม่นาน ขากลับรู้สึกว่าไกลจัง
เดินย้อนมาทางเก่าผ่าน O's และ ATC มาที่สถานีรถไฟ

แผนการเดินทางต่อไปคือย่าน Dotonbori อันโด่งดังนั่นเอง
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 7:57pm; Reply: 193
ตอนแรกมีแผนจะไปที่Dotonboriเลย นี่ก็เกือบ2ทุ่มแล้วครับ หิวมากๆ
ช่วงที่ผ่านO's และ ATC มีเครปและSoftcream น่ากิน แต่เพราะอยากกินอาหารจริงๆมากกว่าเลยรีบเดินทางต่อ

พอมานึกอีกที พรุ่งนี้จะเริ่มใช้JR Pass แล้ว แต่ยังไม่ได้แลก Exchange Orderเลย
ทำไงดี แถวที่พักก็รู้สึกจะไม่มีที่ให้แลกด้วย ถ้าไม่แลกวันนี้ พรุ่งนี้เดินทางต้องเสียเงินเพิ่มอีกหลายต่อเลย
ก็เลยตัดสินใจว่าจะไปแลกJR Passก่อนครับ(ถ้าแลกตั้งแต่ที่สนามบินคันไซตอนลงเครื่องก็เรียบร้อยไปแล้ว
แต่ตอนนั้นรีบ และเห็นคิวเยอะพอควร ถ้าใครจำได้คือตรงที่มีสีเขียวๆตอนที่ผมลงเครื่องมาใหม่ๆนั่นเอง)

สรุปว่าในโอซาก้ามีแลกได้3แห่งเท่านั้น คือ สนามบินคันไซ สถานีชินโอซาก้า และ สถานีโอซาก้า
นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมบอกว่าพักแถวสถานีโอซาก้าดีกว่า แม้อาจจะแพงกว่านิดหน่อย
สำหรับเมืองอื่นๆก็เช่นกัน ถ้าจะเดินทางลองดูดีๆอีกครั้งนะครับว่าถ้าไม่แลกที่สนามบินจะแลกที่ไหนได้บ้าง
และปิดทำการเวลาใด จะได้ไม่ต้องเสียเวลาแบบผม

ไปดูสถานีที่สามารถแลก Exchange Order เป็น JR Pass ได้ ที่นี่ครับ
http://www.japanrailpass.net/eng/en009.html
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 9:07pm; Reply: 194
ออกเดินทางจากสถานี Trade Center-Mae ก็2ทุ่มนิดๆแล้ว จุดหมายคือสถานีรถไฟ Umeda
ถ้าเป็นของJRคือ Osaka station เวลาดูแผนที่Subwayอย่าไปมองหาสถานีOsakaนะครับ ไม่มีครับ
ใช้ชื่อ Umedaครับ ตัวสถานีจะอยู่ใกล้ๆกันเดินทะลุกันได้

เดินทางไป1สถานีลงCosmosquareเหมือนเดิม
ต่อรถสายChuo สีเขียว ไปอีก6สถานี ลง Hommachi station
ต่อรถสายMidosuji สีแดง ไปอีก2สถานี ลง Umeda station

ต่อรถถึง3ต่อ ใช้เวลาประมาณ30กว่านาทีก็มาถึง Umeda Station หรือ บริเวณ Osaka stationนั่นเอง

มองหาป้ายสีเขียวๆ หาไม่ยากครับ เจอแล้ว
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 9:09pm; Reply: 195
เข้าไปก็ต่อแถวหน้าcounterแบบนี้
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 9:15pm; Reply: 196
ยื่น Exchange Order ที่เราซื้อมาจากเมืองไทย พร้อมPassportให้เจ้าหน้าที่
เค้าจะถามวันที่เริ่มใช้ ผมบอกว่าพรุ่งนี้
รอสักพัก ก็ได้มาแล้วครับ JR pass

ขนาดพอๆกับPassport ด้านหน้าสวยดี เป็นรูปฟูจิซังและคลื่นยักษ์ แวววาวด้วย
เปิดมาด้านใน ลายมือเจ้าหน้าที่สวยดี มีบอกวันที่สามารถใช้วันสุดท้ายตัวเบ้อเร่อ
คราวนี้พอจะไปขึ้นรถไฟJR หรือ Shinkansenที่ไหน ก็ไม่ต้องไปสอดบัตรแบบชาวบ้าน
ให้เดินไปขวาสุดหรือซ้ายสุดที่มีช่องให้เดินผ่านและมีเจ้าหน้าที่อยู่ พร้อมโชว์บัตรJR Passด้านใน
ที่บอกวันสุดท้ายที่ใช้ได้(ไม่ต้องแสดงPassportแล้ว)ก็ผ่านฉลุยตลอดเลยคร้าบบบ

ในรูปจะเห็นว่ามีเลข 20-5-21 คือใช้ได้ถึง ปีโชวะที่20 เดือน5(พค.)วันที่21 นั่นเอง
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 9:19pm; Reply: 197
อีกภาพกับบริเวณที่แลกJR passในสถานีOsaka ก่อนจาก
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 9:23pm; Reply: 198
ภายในสถานี ป้ายบอกทางที่อยู่เหนือศีรษะ ดูง่ายครับ มีทางไปขึ้นJRด้วย แต่ตอนนี้ยังใช้ไม่ได้ครับ
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 9:29pm; Reply: 199
เดินไปขึ้นsubwayเหมือนเดิม ขณะนี้2ทุ่มครึ่ง หิวจนตาลาย
นั่งรถสายMidosuji จากสถานี Umeda ไปอีก4สถานี ใช้เวลาเดินทาง10กว่านาทีก็ถึง โดยผ่าน
1.Yodoyabashi
2.Hommachi ที่เราต่อรถมาเมื่อกี๊
3.Shinsaibashi ถ้าใครอยากช้อปแถวนี้ก็เป็นแหล่งชอบขึ้นชื่ออีกแห่ง
4.Namba ถึงแล้วครับที่เราจะเดินทางไปDotonboriกัน

ออกจากสถานี โดยดูทางExitที่เขียนว่าDotonbori ช่วงนี้ถ่ายรูปน้อยครับ หิว ตาลาย
โผล่มาก็งงกับทิศทางเล็กน้อย อาศัยแผนที่ช่วยว่าจะไปทางไหน
ทางที่ดีถามคนแถวนั้นไปเลยครับ เอารูปที่มีปูยักษ์ให้คนแถวนั้นดูก็ได้ เดี๋ยวเค้าก็ชี้ทางให้ครับ
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 9:36pm; Reply: 200
เดินไปตามทางที่คนบอก (จะเที่ยวเองนี่ต้องกล้าถามคนนิดนึงครับ และใช้ภาษาท่าทางเอา ก็ช่วยได้มากแล้ว)
มองข้ามถนนไปก็เจอป้ายDotonboriแล้วครับ ข้างๆมีร้านของกินYoshinoya
ไม่รู้ว่ามีอะไรในDotonburiทางนั้น ที่มีป้ายเบียร์Asahi เพราะไม่ได้ข้ามไปครับ
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 9:40pm; Reply: 201
ที่ไม่ได้ข้ามไปเพราะทางนี้ก็มีครับ เจอแล้ว เหมือนในหนังสือเป๊ะเลย
ร้านอาหารต่างๆมากมาย เดี่ยวมาดูหน้าร้านแต่ละอันเลยครับ มีหลายแนวมาก
แต่ที่พลาดไม่ได้ของที่นี่คือ ทาโกะยากิ และ โอโคโนมิยากิ

ร้านแรกนี่เลย ปลาหมึกยักษ์
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 9:41pm; Reply: 202
แมวเหมียวเรียกแขก
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 9:48pm; Reply: 203
เจอแล้วครับ ปูยักษ์ในตำนาน อยู่นี่เอง
ได้แต่ถ่ายรูปครับแต่ไม่กล้าเข้าไปกิน ไม่รู้จะหมดเท่าไหร่(จริงๆอยากกินโอโคโนมิยากิต้นตำรับมากกว่าครับ)
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 9:50pm; Reply: 204
บรรยากาศโดยรวมครับ มีร้านต่างๆ2ข้างทางจนสุดถนนเลย
ไม่ได้มีแต่ของกินนะครับ มีร้านคาราโอเกะ ร้านเกม ร้านปาจิงโกะด้วย
คนคึกคักพอสมควรเลย
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 9:57pm; Reply: 205
ด้านขวามือของภาพที่แล้วครับ มองไปจะเห็นลุงหนวดยิ้มนี่
ที่นี่คือ Dotonbori Gokurakushotengai หรือ Food Entertainment ครับ
ที่สามารถใช้บัตรUnlimited Passชมฟรีได้ครับ ถ้าจ่ายเองเสีย315เยนครับ
ขณะนี้3ทุ่มกว่าแล้ว หิวมากๆ ขอเข้าไปที่นี่ก่อนละกันครับ
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 10:03pm; Reply: 206
เข้าไปก็เจอเจ้าหน้าที่ จะอธิบายให้เราฟัง เลือกภาษาได้ด้วย ตอนแรกเค้าจะให้ดูภาษาจีนซะแล้ว
เลยบอกว่าEnglish ก็หยิบแผ่นกระดาษเขียนภาษาอังกฤษให้ดู ได้ความว่า
ร้านนีเข้าไปจะเจอบรรยากาศจำลองของเมืองเก่า มีร้านขายอาหารมากมาย มีร้านขายของเล่นโบราณ
ที่ให้เล่นเกม(คล้ายงานวัด) และร้านหมอดูด้วย
ดูแล้วลักษณะจะเหมือนราเมนมิวเซียมที่โยโกฮาม่านะครับ ต้องเสียค่าเข้าก่อน เพื่อจะไปกิน แต่ก็มีอะไรให้ดูด้วย

พออ่านจบเค้าก็ให้การ์ดนี้มาครับ เวลาจะซื้อของกินอะไรก็รูดการ์ดก่อน พอจะออกค่อยชะรำเงินทีเดียว
คล้ายๆFood Centerบ้านเรานั่นแหละครับ แต่เขาเก็บเงินทีหลัง
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 10:07pm; Reply: 207
ก็ขึ้นลิฟท์เข้าไป ออกมาชั้นอะไรจำไม่ได้แล้วครับ แต่มีหลายชั้นเหมือนกัน
ภายในเป็นทางเดินวนๆ บรรยากาศเก่าๆโทรมๆหน่อย มีร้านต่างๆตั้งอยู่
ตัวอย่างร้านอาหารครับ
(ทางเดินภายในมืดพอควร กล้องผมไม่ค่อยดีนักครับ ถ่ายในที่แสงน้อยจะเบลอมาก)
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 10:12pm; Reply: 208
บรรยากาศอีกซัก2ภาพ เบลอไปนิ๊ดส์นึง
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 10:14pm; Reply: 209
ร้านหมอดูครับ มีหลายร้านเหมือนกัน มีดูหลายแบบเลย ดูลายมือ ดูโหงวเฮ้ง
ร้านนี้คุณหมอดูยังดูไม่แก่เลย ว่าจะเข้าไปดูก็กลัวฟังไม่รู้เรื่องครับ แหะๆ
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 10:15pm; Reply: 210
นี่ก็ขายของเล่นที่เค้าว่า
ของเล่นโบราณ
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 10:19pm; Reply: 211
หน้ากากต่างๆก็มีครับ ที่พอรู้จักก็มี อันปังแมน สไปเดอร์แมน
โดราเอมอน ปิกาจู สติทช์ เคโรโระ คิตตี้
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 10:46pm; Reply: 212
โถงตรงกลาง มีป้ายต่างๆตกแต่งแบบเก่าๆดี มีป้ายกูลิโกะด้วยแว่บๆเบลอๆ(อีกแล้ว)

พักเดี๋ยวนะครับ แล้วจะมาต่อครับผม
Posted by: max_over360, June 16, 2008, 12:41am; Reply: 213
รายละเอียดดีมากเลยครับ เหมือนได้เที่ยวไปพร้อมๆกันอะครับ :)
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 4:49pm; Reply: 214
มาแล้วครับ วันนี้โพสเพิ่มได้อีกหน่อย

หิวมากครับ คิดดูสามทุ่มกว่ายังไม่ได้กินอะไร(อย่าเอาอย่างนะครับ)
เห็นร้านนี้น่ากินมากๆ ราคาไม่แพงด้วย
ทาโกะยากิครับ 10ลูก 560เยน ตกลูกละ16บาทกว่าๆ ดูแล้วคุ้มสุด
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 4:59pm; Reply: 215
หน้าตาเครื่องมือที่ใช้ทอดครับ
คล้ายเตาขนมครกบ้านเราเลย

และนี่ครับ น่ากินไหม ทาโกะยากิต้นตำรับของโอซาก้าคร้าบ
อืม อร่อยมากๆ เนื้อแป้งจะเหนียวๆนิดๆ หนวดปลาหมึกข้างในก็ชิ้นเป้งๆเลย
ซอสราดก็กลมกล่อม ปลาหมึกฝอยๆที่โรยก็เข้ากันได้ดี
ทำให้ระลึกถึงบรรยากาศแห่งท้องทะเล จริงจริง (นึกถึงเสียงพากษ์แบบทีวีแชมเปี้ยนไปด้วยนะครับ)
10ชิ้นหมดในพริบตา (ทั้งความอร่อยบวกความหิว)
สมกับที่เขาว่ากันเลยครับว่ามาที่นี่ต้องลองชิมทาโกะยากิดู
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 5:06pm; Reply: 216
หลังจากรองท้องด้วยทาโกะยากิแล้วก็มีแรงเดินอีกนิด เดินวนดูซักพักก็ได้เวลาเดินทางต่อครับ
เดินหาทางออกก็จะเจอกับที่ชำระเงินครับ ก็ยื่นการ์ดที่ได้ตอนเข้ามาให้เจ้าหน้าที่
แล้วเขาก็จะเช็คว่าเราใช้ซื้อของกินไปเท่าไหร่ ของผมก็ 560เยน ตรงนี้เขาจะรวมค่าเข้าอีก 315เยน
แต่ให้เรายื่นคูปองและบัตรUnlimited Passไปด้วย ก็จะไม่เสียเพิ่มครับ
แต่การ์ดรูปลุงหนวดจะถูกยึดคืนไปครับ
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 5:08pm; Reply: 217
เช่นเดียวกับสถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่งของญี่ปุ่น ที่ทางออกก็จะเจอร้านขายของที่ระลึกมาดักอยู่ครับ
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 5:11pm; Reply: 218
ตัวอย่างของครับ ขนมคุกกี้รูปตาลุงหนวด สัญลักษณ์ของที่นี่
แต่ราคาแพงไปนิดครับเลยถอยก่อน
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 5:19pm; Reply: 219
แล้วก็ลงลิฟท์มาที่ชั้น1ครับ
รูปภาพในลิฟท์ อยากให้เห็นว่าตกแต่งได้บรรยากาศจริงๆ
(คืนนี้จะฝันเห็นลุงหนวดแบกถุงย่ามมาหลอกมั๊ยเนี่ย)
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 5:24pm; Reply: 220
เดินชมบรรยากาศ2ข้างทางต่อครับ
เป้าหมายต่อไปคือ โอโคโนมิยากิครับ

อันนี้ร้านอะไรไม่รู้ ตัวการ์ตูนใส่หมวกน่ารักดี
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 5:27pm; Reply: 221
มองมาด้านขวามือ เจอกับหุ่นตีกลองครับ ชื่ออะไรจำไม่ได้
มีชื่อเสียงพอควรเลยครับ
จะคอยเรียกลูกค้าเข้าร้าน
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 5:30pm; Reply: 222
อันนี้ก็ร้านคาราโอเกะ Big Echo เมืองไทยก็เคยไปครับ
แต่เพิ่งรู้ว่าจริงๆเป็นเฟรนไชส์ของญี่ปุ่นเค้า
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 5:33pm; Reply: 223
ร้านส่วนใหญ่จะมีสัญลักษณ์ให้รู้เลยว่าขายอะไรอยู่หน้าร้าน เช่น ปูยักษ์
ส่วนร้านนี้ก็คงเป็นปลาปักเป้านั่นเอง
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 5:37pm; Reply: 224
ส่วนร้านนี้ก็คงขาย แรคคูนทอดครับ เอ๊ย ม่ายช่าย
ขายอะไรไม่รู้ครับ แต่เป็นร้านอาหารเพราะป้ายเขียนว่า เรส-โต-รัน = Restaurant ฮ่าๆ อ่านออกครับ
ก็งูๆปลาๆไปเรื่อยนะเรา
(ใครพอมีพื้นฐานภาษาญี่ปุ่น มาเที่ยวก็สนุกดีครับ ลองอ่านป้ายนู้นป้ายนี้ แต่พอเจอคันจิ ก็จอดไม่ต้องแจวเลยผม)
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 5:39pm; Reply: 225
น่าแปลกคือยักษ์สองตัวนี้ร้านอะไรรู้ไหมครับ
เห็นลูกกลมๆแล้วใช่ไหมเอ่ย ทาโกะยากิไง
เสียดายเมื่อกี๊กินไปแล้ว เลยไม่ได้ลองชิมร้านนี้อีกครับ
มีขายใส่จานกะใส่แก้วโค้กด้วย
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 5:42pm; Reply: 226
นี่ครับหน้าร้าน มีเมนูให้เลือก มีแก้วโค้กวางให้เห็นจะๆเลย แก้วใหญ่เหมือนกันนะเนี่ย
รีบๆเดินเลยไม่ได้ตั้งใจดูว่าขายกี่ลูก กี่เยน
แต่ดูคร่าวๆแล้วน่าจะแพงกว่าในร้านที่ผมกินเมื่อครู่
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 5:43pm; Reply: 227
ร้านรูปมังกรนี่ขายราเมงครับ
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 5:48pm; Reply: 228
ร้านที่มีปูยักษ์ด้านในก็มีอีกร้านนึงครับ แต่ปูจำลองด้านหน้าร้านจะไม่ใหญ่เท่าร้านแรก
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 5:50pm; Reply: 229
อันนี้ไม่รู้ร้านอะไรครับ ดูเพลินๆ
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 5:52pm; Reply: 230
ตัวทานูกิ???
ลองสังเกตป้ายด้านล่างครับ คำว่าDotonboriเขียนแปลกๆ
ผมว่าก็เหมือนบ้านเราที่เวลาสะกดชื่อต่างๆเป็นภาษาอังกฤษ ให้คน100คนเขียนก็อาจไม่เหมือนกันนะครับ
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 5:55pm; Reply: 231
เจอแล้วครับ ร้านนี้ ที่อ่านเจอในหนังสือคู่มือท่องเที่ยว(เล่มไหนจำไม่ได้ครับ)
ชื่อร้าน CHIBO ครับ เห็นว่าเป็นร้านOkonomiyaki เจ้าอร่อยเลยครับ

วันนี้มีเวลาโพสแค่นี้ครับ เดี๋ยวมาชิมโอโคโนกันต่อครับ
Posted by: Chanarong, June 20, 2008, 11:50pm; Reply: 232
ขอโทษนะครับ หายไปหลายวันเลย เพิ่งว่างครับ ไม่รู้มีคนติดตามอยู่รึเปล่าเอ่ย

มาพูดถึงร้าน Chibo ต่อครับ
หน้าร้านมีตัวอย่างโอโคโนมิยากิครับ น่ากินมาก ราคาอันละ850เยนครับ(แพงเหมือนกัน)
และผมก็ได้แสดงความเบ๊อะ ออกไปครับ
ลองดูในรูปครับ อันขวาสุดคือโอโคโนมิยากิปกติ อีก2อันนั้นครึ่งนึงจะแสดงส่วนผสมข้างในให้ดูเฉยๆ
ว่ามีไข่ และ ปลาหมึกครับ
ผมก็เห็นแบบนี้นึกว่าเหมือนพิซซ่าบ้านเรา ที่สามารถสั่งแบบ2หน้าอย่างละครึ่งได้
พอเข้าไปในร้านสั่งมาเป็นแบบอันขวาสุดเลยงงว่าทำไมไม่ได้2หน้า
กว่าจะคุยกันรู้เรื่อง อายเค้าเลยครับแหะๆ
Posted by: Chanarong, June 20, 2008, 11:51pm; Reply: 233
บรรยากาศภายในร้านครับ
Posted by: Chanarong, June 20, 2008, 11:58pm; Reply: 234
พอนั่งลงพนักงานก็เอาเมนูมาให้สั่ง ก็ใช้การชี้ๆเอา โชคดีพนักงานพอพูดอังกฤษได้บ้างครับ

รูปแรก จานพร้อมตะเกียบ ที่ตัก และกระทะอยู่ด้านหน้า
รูป2 มาแล้วครับโอโคโนมิยากิ ต้นตำรับ น่ากินไหมครับ(เบลอไปนิด ขออภัยครับ)
สรุปแล้วก็อร่อยดีครับ ผมว่าอร่อยกว่าของบ้านเรา
จานละ850เยน เล่นเอาจุกไปเหมือนกัน(ตั้ง250บาท)
Posted by: Chanarong, June 21, 2008, 12:05am; Reply: 235
นั่งกินอยู่เกือบ20นาที มองโต๊ะข้างๆเห็นสั่งอะไรน่ากินหลายอย่างเลยครับ มีโอโคโนมิยากิหน้าตาแปลกๆด้วย
แต่ไม่ได้ถ่ายมาครับ สำหรับผมจานเดียวก็อยู่ท้องแล้ว เครื่องดื่มไม่ได้สั่งเพิ่ม(เพราะแพงมากเลยครับ)
ดีที่พกน้ำเปล่าใส่ขวดติดตัวมาด้วยครับ ช่วยประหยัดงบไปได้
ว่าแล้วก็เดินทางต่อ เวลาเกือบ5ทุ่มแล้ว อยากไปนั่งชิงช้าสวรรค์รูปวงรีครับที่โฆษณาไว้ว่านั่งฟรี
ลองเอารูปให้พนักงานดูก็ชี้ทางให้ว่าออกจากร้านแล้วเลี้ยวยังงัยต่อ

ระหว่างทางเจอร้าน100เยนอีกแล้ว
Posted by: Chanarong, June 21, 2008, 12:08am; Reply: 236
จากร้านChiboเดินย้อนมาทางเก่าแล้วอ้อมไปด้านหลังตัวตึก
ไม่ไกลนักก็เจอแล้วครับ ชิงช้าสววรค์หน้าตาแปลกๆแบบนี้
Donquijote Ebisu Tower Dotonbori
Posted by: Chanarong, June 21, 2008, 12:09am; Reply: 237
ด้านหน้ามีป้ายน่ารักแบบนี้
Posted by: Chanarong, June 21, 2008, 12:12am; Reply: 238
หน้าทางขึ้นเป็นแบบนี้ แต่ทำไมเงียบจัง เห็นบอกเวลาปิด23น. นี่ก็ยังไม่ถึงเวลาเลย
Posted by: Chanarong, June 21, 2008, 12:17am; Reply: 239
เดินขึ้นบันไดไปจนถึงที่ควบคุมกระเช้า แป่ว ไม่มีคนอยู่เลยครับ ร้าง
(ถ้าเป็นการ์ตูนญี่ปุ่นฉากนี้จะมีกาบินผ่านแล้วร้อง อ่าห้อย อ่าห้อย พร้อมเหงื่อตก อ่ะครับ นึกภาพตามนะครับ)

สรุปว่าอดขึ้นครับ ไม่แน่ใจวันนี้ปิดเร็ว หรือว่าไม่เปิดเพราะเหตุอะไรครับ
บางอย่างที่เตรียมตัวมาหรือดูเวลามาดีแล้วก็อาจเจอเหตุไม่คาดฝันเช่นนี้ได้ครับ
แต่ก็ดีที่การเที่ยวเองทำให้เราปรับเปลี่ยนแผนได้ตามใจชอบครับ ไม่เป็นไร วันนี้ถือว่าคุ้มแล้วล่ะครับ
Posted by: Chanarong, June 21, 2008, 12:20am; Reply: 240
ได้แต่มองชิงช้าสววรค์ที่อยู่ข้างนอกด้วยความเสียดายครับ
Posted by: Chanarong, June 21, 2008, 12:22am; Reply: 241
ที่บริเวณเดียวกันนี้มีขายของกระจุ๊กกระจิ๊ก ของต่างๆของผู้หญิงด้วยครับ
Posted by: Chanarong, June 21, 2008, 12:27am; Reply: 242
ออกมาด้านนอก เดินเล่นถ่ายรูปสักพัก ก็คิดว่าวันนี้ได้เวลากลับแล้ว 5ทุ่มกว่า เดี๋ยวรถไฟหมดจะยุ่ง
ในรูปเป็นวิวที่มองจากบริเวณอาคารที่จะขึ้นชิงช้าสววรค์ครับ มองไปเห็นคลอง ต้องเดินข้ามไป
ก็จะเจอบริเวณที่เป็นถนนที่เดินมาตอนแรกครับ และมองไปไกลๆตรงที่แสงไฟเยอะๆในภาพนี้
น่าจะเป็นที่ที่มีป้ายกูลิโกะยักษ์ที่ทุกคนที่มาที่นี่ต้องไปถ่ายภาพกัน
แต่ผมเดินไปไม่ถึงครับเลยไม่ทันเห็นว่ามีป้ายกูลิโกะไหม
Posted by: Chanarong, June 21, 2008, 12:28am; Reply: 243
อีกรูปกับ Ebisu Tower ก่อนจาก
มองจากข้างล่างขึ้นไปดูใหญ่โตมากเลยครับ
Posted by: Chanarong, June 21, 2008, 12:36am; Reply: 244
เดินกลับมาทางเก่าที่สถานีรถไฟใต้ดิน Namba นั่งรถไฟสายสีแดง เดินทาง2สถานี
ลงที่สถานี Dobutsuen-mae เดินอีกนิดก็ถึงที่พักแล้วครับ

ในรูป เวลา23.24น. ที่สถานีSubway Nambaครับ คงได้ใช้Unlimited Passเป็นครั้งสุดท้ายของวันนี้แล้ว
Posted by: Chanarong, June 21, 2008, 1:09am; Reply: 245
นั่งรถไฟแค่3นาที ออกจากสถานีDobutsuen-mae เดินข้ามถนนนี้แป๊บเดียวถึงที่พัก
แล้วก็ต้องพึ่งพาเจ้าสิ่งนี้(รูปที่2)ครับ และแล้วก็หลับเป็นตาย ตั้งแต่5ทุ่มกว่า

จบแล้วครับสำหรับการเดินทางวันแรก นี่แค่วันแรกเองนะครับ ยังเหลืออีก7วันแน่ะ
วันเดียวก็ได้เที่ยวได้เจอเรื่องราวมากมาย ทั้งสถานที่ ผู้คน อาหารการกิน
อาจมีหลงบ้าง พลาดโปรแกรมบางอย่างบ้าง แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ไม่อาจลืมเลยครับ

สำหรับ Osaka Unlimited Pass 2000เยนนั้น คิดว่าคุ้มมากครับ
ขนาดผมเริ่มใช้ก็บ่ายกว่าแล้ว ถ้าใครใช้แต่เช้านี่คุ้มสุดๆครับ
ลองสรุปคร่าวๆว่าใช้อะไรบ้าง

ปราสาทโอซาก้า 600 เยน
รถtramในปราสาทโอซาก้า 200 เยน
ชมวิวWTC 800 เยน
เข้าShinsegai Food Entertainment 315 เยน
รวม 1915 เยน
ยังไม่รวมค่ารถSubwayครับ ที่นั่งรถเกือบ10ต่อ
ถ้ารวมก็เกิน2000แน่ๆ และไม่นับที่พลาดนั่งเรือSanta Mariaและชิงช้าสววรค์อีกครับ

บอกแล้วว่ายังงัยก็คุ้มครับ แต่ถ้าของฟรี27อย่างไม่อยู่ในแผนการเที่ยวเลยก็อาจไม่คุ้มได้

วันที่2มีโปรแกรมไป Universal Studio Japanครับ ยกเวลาให้ทั้งวันเลย
ผมชอบแนวๆนี้อยู่แล้ว ของเล่น สวนสนุก การ์ตูน อะไรพวกนี้ขอให้บอกเลยครับ
วันที่3 ไปลุยเกียวโตครับ แล้วช่วงค่ำค่อยตรงยาวไปโตเกียว
รอติดตามต่อนะครับ จะโพสให้จบ3วันแรกแล้วค่อยขึ้นกระทู้ใหม่ครับ ไม่งั้นกระทู้ยาว30หน้าแน่เลย
(โพสครั้งหน้าเดี๋ยวจะรีวิวที่พักให้ก่อนนะครับ)
Posted by: supersafe, June 26, 2008, 10:28pm; Reply: 246
คิดถึงโอซาก้าจัง
Posted by: onin, July 3, 2008, 2:59pm; Reply: 247
ตามอ่าน ไปตั้ง8 วัน แค่วันแรกก็ 8 หน้าแล้วครับ เยี่ยมจริงๆ มาต่อเร็วๆนะครับ ไปคนเดียวใช่ไหมครับ น่าสนุกจริงๆ ก่อนแต่งทำไมไม่ไปแบบนี้บ้าง :(

ถ้าต่อวันที่ 3 ขอกระทู้ใหม่ก็ได้นะครับ จะได้ดูย้อนหลังง่ายๆ มีโครงการจะไปเอง แต่เด็กสองจะไหวไหมเนี่ย
Posted by: chompoo_ph, July 4, 2008, 3:02pm; Reply: 248
Quoted from supersafe
คิดถึงโอซาก้าจัง



เพิ่งรู้ว่า "โอซาก้า" เป็นผู้หญิง
Posted by: Chanarong, July 8, 2008, 11:45pm; Reply: 249
มาแล้วคร้าบบบบบ หลังจากหายไปนาน ช่วงที่ผ่านมางานเยอะไม่มีเวลาโพสเลยครับ
คราวนี้มาต่อแล้ว ครั้งก่อนผ่านไป1วันแล้วนะครับ สำหรับญี่ปุ่นและโอซาก้า
วันแรกกลับถึงที่พักก็สลบเป็นตายตั้งแต่5ทุ่มกว่าเลยครับ
เลยไม่มีเวลาถ่ายรูปในที่พักให้ดูละเอียด

เอ้า คราวนี้มารีวิวที่พักครั้งนี้กันก่อนเลยครับ
Business Hotel Chuo New Annex
เป็นHostelครับ ราคาไม่แพง แค่700กว่ายฃบาทต่อคนต่อคืนเองครับ
จองผ่านทางHostelworldครับ
Hostelนี้น่าจะสร้างต่อจาก Hotel Chuoครับ ถึงมีชื่อว่าNewด้วย พอไปเจอจริงๆก็อยู่ข้างๆกันเลย
ดูแผนที่ก่อนเลยครับ

รูปแรก ทางสีเทาๆคือ JR Lineครับ
โรงแรมจะอยู่แถว Tennoji Area แต่อย่าไปลง Tennoji Stationนะครับ
ถ้านั่ง JR ให้ลง JR Shin-Imamiya จะใกล้กว่า
Posted by: Chanarong, July 8, 2008, 11:51pm; Reply: 250
จะเห็นว่าที่ตั้งโรงแรมอยู่ส่วนล่างของ Osaka Loop Line นะครับ โดยทำเลจริงๆแล้วไม่ถึงกับดีมาก
เพราะพอตกดึกแถวๆนั้นจะไม่มีที่เที่ยวที่เดินเท่าไหร่ครับ ถ้ากลับช้าก็กลัวรถไฟหมด
แต่การเดินทางโดยรถไฟของที่นี่ก็ใช้เวลาไม่มากครับ เรื่องทำเลก็เลยไม่มีปัญหามากนัก

รูปนี้ให้ดูแผนที่ใกล้เข้ามาอีก จากในรูปเห็นกรอบสี่เหลี่ยมบนซ้าย เป็น สถานีJR Shin-Imamiyaครับ
ทางล่างขวาเป็นสถานีSubway Dobutsuen-mae ตรงวงกลมแดงๆคือ Hotel Chuo เดิมครับ ไม่ใช่ที่เราจะพัก
แต่อยู่ติดๆกันเลย
Posted by: Chanarong, July 8, 2008, 11:55pm; Reply: 251
อีกรูป คล้ายๆรูปที่แล้ว อันนี้เห็นทั้ง Hotel Chuo เดิม และ New Annex ที่เราจะไปพักครับ
ด้านล่างๆลงมาเห็น Hotel Raizan และ Mikado ซึ่งเป็นHostelที่ราคาแพงขึ้นมาอีกนิด
ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจครับ และรู้สึกว่าจะมีห้องให้อาบน้ำแบบญี่ปุ่นด้วย
แต่ผมขอราคาถูกๆไว้ก่อนสำหรับที่โอซาก้า(เดี๋ยวที่โตเกียวแพงหน่อยครับ เลยต้องให้Balanceนิดนึง)

จากรูปนี้ ถ้าใครจะไปพักจำให้ดีครับ
เดินทางมาได้2วิธี JR หรือ Subway
ถ้าJR ลงสถานี Shin-Imamiyaครับ ออกมานอกสถานีด้านหน้าเราจะเป็นทิศตะวันออกในรูปครับ
มองไปซ้าย เดินไปหน่อยจะเจอ Festival Gate(ห้างที่มีรถไฟเหาะ) เลยไปอีกเจอ Tsutenkaku Towerหอชมวิว
มองไปขวา เดินไปนิดนึงจะเจอ4แยก ให้เลี้ยวซ้ายข้ามถนน ตรงไปก็เจอโรงแรมครับ
(ลองดูจากแผนที่ก่อนครับ แล้วเดี๋ยวไปดูรูปจริงๆกัน)
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 12:02am; Reply: 252
ส่วนรูปนี้ ถ้ามาจากSubway ให้ลงสถานี Dobutsuen-mae ครับ
ออกทางออก3 ก็จะข้าม4แยกมาแล้ว เดินไปอีกนิดก็ถึงเลย
ออกทางออก1 ก็เช่นกันแต่จะเลยโรงแรมไปนิดให้เดินย้อนกลับครับ
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 12:07am; Reply: 253
คราวนี้มาดูของจริงนะครับ
เดินออกจากสถานี JR Shin-Imamiya มองไปซ้ายมือก็เห็น ห้างFestival Gateอยู่อีกฝั่งถนนเลย
ใกล้มากเดินไม่กี่ก้าวก็เห็นครับ แต่เราไม่ไปทางนั้น ให้เดินไปทางขวาแทน
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 12:09am; Reply: 254
เดินไปทางขวา ไม่กี่ก้าวเช่นกัน ก็จะเจอ4แยกแบบนี้
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 12:12am; Reply: 255
ขอเอารูปเดิมมาโพสซ้ำครับ
พอถึง4แยก มองไปฝั่งนู้น ข้ามทางม้าลายนี้ไป รอสัญญาณไฟคนข้ามก่อนครับ
(แต่ที่นี่ไม่มีเสียงดังติ๊ดๆเท่าฮ่องกงครับ)

รูป2 ข้ามไปแล้วมองกลับมา (ถ้ามาจากโรงแรมต้องข้ามทางนี้ไปนั่งJR)
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 12:15am; Reply: 256
ข้ามไปแล้วก็เดินไปตามทางนี้ ไม่น่าเกิน100เมตรครับ เดินแป๊บเดียว
ถ้าลงsubway Dobutsuen-mae ออกทางออก3 ก็โผล่มารูปนี้เลย ไม่ต้องข้ามถนนครับ
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 12:17am; Reply: 257
ระหว่างเดิน มองไปขวามือ อีกฝั่งของถนนก็เห็น Hotel Raizan ดูใหญ่โตดีนะครับ
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 12:19am; Reply: 258
เห็นตึก2หลังคล้ายๆกันครับ อันแรกที่เจอก่อน สีออกน้ำตาล คือ Hotel Chuoเก่าครับ
อันหลังสีขาวๆหน่อย คือ Chuo New Annex
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 12:20am; Reply: 259
เดินผ่าน Hotel Chuoไป
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 12:23am; Reply: 260
ถัดไป ข้างๆกันเลยครับ ถึงแล้ว Hotel Chuo New Annex
คูราคาตามป้าย Single พักคนเดียวคืนละ 2500 เยน ก็ 750บาทเองครับ
ด้านหน้าดูเรียบง่ายดี
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 12:28am; Reply: 261
เปิดประตูเข้าไป มองขวาก็เจอCounter Receptionแบบนี้ครับ มีคุณลุง(เจ้าของรึเปล่าไม่รู้)รอต้อนรับอยู่
ลุงไม่ค่อยยิ้ม แต่จริงๆแล้วดูท่าทางใจดีนะครับ
ไปถึงก็ยื่นเอกสารที่พิมพ์จากเวปตอนจองห้องให้ลุง และจ่ายเงินที่เหลือเป็นเงินเยน ลุงก็ให้กุญแจห้องมาครับ
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 12:29am; Reply: 262
ด้านข้างCounter มีเอกสารท่องเที่ยวหยิบฟรีได้ครับ มีขายพวกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้ด้วย ใครหิวดึกๆก็มีให้กิน
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 12:32am; Reply: 263
นี่ลุงอีกคน คอยมาเปลี่ยนเวรกะลุงเมื่อกี๊ครับ เท่าที่อยู่3วันก็เห็น2คนนี้แหละ
ที่นี่เขาเปิด24ชม.เลยครับ เป็นข้อดีอีกอย่างนึงของที่นี่ ซึ่งโรงแรมประเภทHostelบางที่จะมีเคอฟิว ปิดตอน24น.
ใครกลับดึกก็อดเข้า
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 12:36am; Reply: 264
มองภาพกว้างๆครับ บริเวณหน้า Counter ถ้าเดินไปตามทางที่คุณผู้ชายกำลังเดินไปก็จะไปขึ้นลิฟท์ หรือ บันไดไปชั้นบน
และเป็นทางไปห้องอาบน้ำ(เดี่ยว)และห้องน้ำ ครับ
ถ้าเดินมาทางที่ผมถ่ายรูปอยู่ก็จะเป็นห้องโถงรวมครับ
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 12:42am; Reply: 265
มองมาทางห้องโถงก่อน ก็เจอโต๊ะให้นั่งเล่นนั่งคุยกันได้
ถัดไปมีComputerให้ใช้3เครื่อง เล่นเน็ตได้ ใช้ฟรีครับ แต่อาจต้องต่อคิว ตามมารยาทถ้ามีคนต่อไม่ควรใช้เกิน1ชม.

มองไปด้านซ้ายเห็นห้องโถงทั้งหมด มีโต๊ะอีกหลายตัวเลย ตรงที่เป็นชั้นๆคือVDOให้ยืมฟรี ครั้งละ3ม้วน
ตรงที่มีคนนั่งอยู่จะมีสายLANสำหรับคนที่เอาNotebookมา ต่อInternetเล่นได้
แต่ถ้าจะใช้Wirelessในห้องตัวเองก็ฟรีเหมือนกันครับ
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 12:45am; Reply: 266
มีMicrowaveให้ใช้ฟรีครับ อุ่นมาม่าที่เอามาเองก็ได้ หรือจะอุดหนุนที่วางหน้าcounterก็ได้
มีตู้ปลาสวยงามไว้นั่งดูเล่น
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 12:49am; Reply: 267
เดินไปสุดห้องแล้วมองกลับมา มีคนมาเก็บขยะ(ตรงแถวๆMicrowave)
อีกรูป คนเดิมนั่งเล่นInternetอยู่ครับ
ที่ทางดูสะอาดตาดีมากครับ สมเป็น New Annexเพิ่งสร้างใหม่
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 12:52am; Reply: 268
ตัวอย่างสาย LAN ครับ

อีกรูป หนังสือ หนังสือพิมพ์ อ่านฟรี มีแต่ภาษาญี่ปุ่น
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 12:56am; Reply: 269
ตู้VDO ยืมฟรี ครั้งละ3ม้วน จบแล้วยืมใหม่ได้เรื่อยๆ มีหนังหลายประเภท แต่ส่วนใหญ่ของญี่ปุ่น
ไม่รู้เรื่องอะไรมั่งเพราะมีแต่เขียนชื่อไว้ครับ ไม่มีรูปให้ดู
ที่มีรูปให้ดูมีบางเรื่องอยู่ด้านหลังครับ ต้องเลื่อนตู้เอา
จะมีเครื่องเล่นVDOอยู่ในทุกห้องครับ ฟรี
แต่สุดท้ายผมก็ไม่ได้ยืมเพราะกลับมาถึงทีไรหลับเป็นตาย
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 1:00am; Reply: 270
มาถึงบริเวณComputerบ้างครับ มี3เครื่อง
ไหนดูspecเครื่องหน่อย (เบลอครับ ขอโทษครับ)
Intel Cerelon 330 Ram256 HD80GB มีCD-RW/DVDด้วย ใช้ได้เหมือนกันนะเนี่ย
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 1:03am; Reply: 271
ทางห้องโถงดูหมดแล้ว เดินมาทางลิฟท์มั่งครับ
สรุปแล้วที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ครบครันดีครับสำหรับราคาแค่นี้ถือว่าดีมากๆ

ดูรูปต่อเลย ถ้าเดินเข้ามาจากข้างนอก ขวามือมีโทรศัพท์สาธารณะ ถังขยะ
เดินผ่านพรมแดงตรงเข้ามาก็เจอลิฟท์นี้ครับ
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 1:06am; Reply: 272
บริเวณหน้าลิฟท์ มองไปอีกทางก็มีตู้กดน้ำ ทางไปห้องน้ำ
ฝั่งขวามือมีประตูเทาๆที่มีป้ายแปะไว้
หลังประตูเทาๆก็เป็นบันไดเดินขึ้นได้ถ้าไม่อยากรอลิฟท์ครับ
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 1:21am; Reply: 273
ที่ป้ายบอกเวลาอาบน้ำ แยกชายหญิงชัดเจน(สำหรับห้องอาบน้ำรวม)
แต่ถ้า Shower Room อาบเดี่ยวใช้ได้ตลอด24ชม. มี2ห้องแยกชายหญิงครับ
แต่ผมตื่นเช้า กลับดึก ใช้ห้องเดี่ยวได้ตลอด ไม่ต้องรอคิวเลยครับ
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 1:24am; Reply: 274
เดินต่อไปข้างใน ประตูแรกทางซ้ายห้องอาบน้ำชาย ห้องที่2หญิง
เลยไปสุด เห็นม่านแดงๆ น่าจะห้องอาบน้ำรวมครับ ไม่เคยเข้าไปซะที ด้านในสุดถ้าเลี้ยวซ้ายไปจะเป็นห้องส้วมครับ
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 1:28am; Reply: 275
นี่ครับ ม่านแดงๆ ข้างในจะเปิดปิดเป็นเวลา น่าจะห้องอาบน้ำรวม(แต่แยกเวลาชาย-หญิง)
ทางซ้ายด้านในเป็นห้องส้วมครับ
อีกรูป ถ้ามองด้านขวา เป็นที่ซักรีด
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 1:34am; Reply: 276
ลองเข้าไปดูห้องสุขาก่อนครับ
สะอาดพอควร มีโถไฮเทคด้วย เพิ่งเคยเห็นครับ
มีปุ่มกดต่างๆทั้งฉีดน้ำเอย อะไรเอย อ่านไม่ออก
เวลานั่งลงไปมีเครื่องทำความร้อน(อุ่น)ด้วย นั่งแล้วไม่เย็นก้นฮะ

ตอนแรกผมนึกว่าสุขาก็มีแต่ชั้นนี้เหมือนห้องอาบน้ำ ก็เลยต้องลงมาจากชั้น3มาเข้าที่นี่ตลอด
เพิ่งมารู้วันกลับ หลังจากไปเดินสำรวจถ่ายรูปตามจุดต่างๆในโรงแรม ว่าถ้าเป็นสุขาจะมีทุกชั้นเลย แยกหญิงชายด้วยครับ แป่วววว แล้วก็เดินขึ้นเดินลงอยู่ตั้งหลายวัน
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 1:40am; Reply: 277
ส่วนห้องซักรีดก็มีเครื่องซักผ้ากับ อบผ้าครับ
ข้างล่างเป็นเครื่องซักผ้า แต่ต้องหยอดเหรียญครับ ไม่ฟรี ครั้งละ200เยน (60บาท)
เครื่องอบก็ 100 เยน (30บาท) 35นาที
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 1:45am; Reply: 278
มาดูห้องอาบน้ำบ้างครับ ที่ผมใช้ประจำเลยที่ชั้น1นี้ ประตูหน้าล็อคได้เลย เป็นส่วนตัวดี
มองเข้าไป ขวามือมีอ่างล้างหน้า มีไดร์เป่าผมให้ด้วย
ถัดไปที่วางของครับ เอาของใช้ ผ้าเช็ดตัววางได้
ในสุดที่เห็นประตูฝ้าเป็นบานเลื่อนเข้าไปอาบน้ำอีกทีครับ
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 1:53am; Reply: 279
ภายในห้องอาบน้ำ มีที่ให้นั่งด้วย ไม่เมื่อยดี มีกะละมัง1อัน เปิดน้ำอุ่นนั่งแช่เท้าก็ผ่อนคลายดีครับหลังเดินเหนื่อยๆ
รูป2 ฝักบัวครับ
รูป3 บริเวณที่เปิดปิดน้ำ ลักษณะเป็นที่โยก ต้องดันขึ้นน้ำฝักบัวจะไหล แต่ไหลแป๊บเดียวไม่กี่วินาทีครับก็จะหยุด
เพื่อไม่ให้เปลืองน้ำ คล้ายๆอ่างล้างมือตามห้างนั่นเอง ระหว่างอาบเลยต้องดันซ้ำบ่อยๆครับ
มีสบู่เหลวให้2กระปุกใหญ่ เอาไว้ล้างเท้าก็ได้ครับถ้ากลัวไม่สะอาด
รูป4 แสดงอุณหภูมิน้ำ สามารถปรับได้ครับ ใครตั้งไว้ตั้ง47องศาเนี่ย แต่พออาบจริงกำลังดีเลยกับอากาศหนาวๆแบบนี้
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 1:57am; Reply: 280
แถวๆหน้าห้องอาบน้ำไปจนถึงลิฟท์ก็มีตู้กดต่างๆเต็มไปหมดครับ
ทั้งตู้ขายบุหรี่
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 1:57am; Reply: 281
ขายเครื่องดื่มต่างๆ
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 2:00am; Reply: 282
และขายเบียร์ครับ
ที่ญี่ปุ่นมี2เจ้าดังหน่อย Asahi กับ Kirin
กระป๋องนึงก็ 250 หรือ 330 เยน คิดเป็นเงินไทยก็กระป๋องละประมาณ100บาทครับ
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 2:04am; Reply: 283
พาดูชั้นล่างหมดแล้ว เดี๋ยวจะไม่ถึงห้องพักซะที ไปดูข้างบนเลยครับ
ผมอยู่ชั้น3 จะเดินหรือขึ้นลิฟท์ไปก็ได้
จากในลิฟท์ เห็นว่ามี9ชั้นแน่ะ
อีกรูปถ้าเดินขึ้นบันไดครับ
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 2:07am; Reply: 284
ออกจากลิฟท์ก็มีโถงทางเดิน แคบพอสมควรครับ
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 2:19am; Reply: 285
เดินไปเกือบสุดทาง ตรงพรมแดงๆในรูปที่แล้ว ก็เจอสุขาชาย(ที่เพิ่งรู้ตอนวันกลับ เพราะไม่เคยเดินไปถึง)
มีอ่างล้างหน้าให้ สุขามีทั้งแบบนั่งยอง และ ไฮเทค(แต่ดูเก่ากว่ารุ่นที่อยู่ชั้น1) และโถปัสสาวะชาย
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 2:23am; Reply: 286
นี่ครับห้องสุขา
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 2:28am; Reply: 287
ถ้าเดินไปสุดทางเลยก็จะมีสุขาหญิงด้วย คิดว่าน่าจะเหมือนกันทุกชั้นครับ
ด้านหน้าเป็นอ่างล้างหน้า ตกแต่งน่ารักดี มี2อ่างเผื่อชม.เร่งด่วน
ไม่มีคนอยู่เลยขอเข้าไปถ่ายรูปมาฝากนิดนึงครับ มีสุขา2ห้องเป็นโถนั่งหมด ดูดีกว่าของผู้ชายเมื่อกี๊
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 2:31am; Reply: 288
ยังไม่ได้ชมห้องพักเลย เดินรอบๆซะทั่วหมดแล้ว
น่าจะเปลี่ยนชื่อเป็น เที่ยวไม่พึ่งทัวร์ตีตั๋วพาชม Business Hotel Chuo New Annex นะครับเนี่ย
ดูซะละเอียดเลย วันนี้ง่วงมากแล้วครับ เหลือห้องพักไม่กี่รูปเดี๋ยวมาต่อนะครับ
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 3:05am; Reply: 289
ต่อเลยดีกว่าครับ จะได้จบรีวิวที่พักเลย
ภายในห้องพักครับ ไม่แคบจนเกินไปครับ
เปิดประตูออกมาก็เจอเตียง โต๊ะ และ โทรทัศน์
ประตูที่นี่ใช้กุญแจไขธรรมดาครับ ไม่มีคีย์การ์ด
เตียงรกไปนิดเลยไม่ได้ถ่ายให้ดูครับ (วันแรกมาไม่ได้ถ่ายก่อนที่จะรก)

โทรทัศน์ดูได้ไม่กี่ช่องเอง แต่ก็มีเครื่องเล่นVDO ให้ยืมVDOจากข้างล่างมาดูได้ครับ
แต่ส่วนใหญ่พอถึงห้องก็หลับแล้ว ไม่ค่อยมีเวลามาดูTVหรอกครับ
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 3:07am; Reply: 290
ข้างๆก็มีโต๊ะและเก้าอี้ ไว้นั่งเล่น มีตู้เสื้อผ้า
บนเตียงมีผ้าขนหนู2ขนาด และชุดคลุมอาบน้ำให้ด้วยครับ ใส่คลุมลงไปชั้น1ได้
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 3:08am; Reply: 291
รองเท้าให้ใส่เล่นภายในห้อง แต่แข็งไปหน่อยครับ
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 3:10am; Reply: 292
มองกลับไปยังประตูที่เราเข้ามาครับ มุมขวามีตู้เย็นขนาดเล็กด้วย
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 3:11am; Reply: 293
ข้างๆประตูมีสวิทช์ไฟ ที่แขวนเสื้อ รีโมทแอร์ครับ
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 3:14am; Reply: 294
ภายในตู้เย็น ไม่มีอะไรให้เลย ต้องซื้อมาแช่เองครับ
และ รูปเต้าเสียบปลั๊กไฟครับ เป็นแบบ2ขาแบนนะครับ
อย่าลืมcheckอุปกรณ์และปลั๊กที่จะเอาไปเสียบด้วย เช่น ที่ชาร์จแบตต่างๆครับ
ไฟที่นี่ 110 volts ลองดูที่Adaptorของอุปกรณ์ที่ใช้ด้วยนะครับว่ารองรับหรือไม่
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 3:21am; Reply: 295
สำหรับภายในห้องพักคงหมดเท่านี้ครับ เพราะสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ห้องสุขา ห้องอาบน้ำ
ไปรวมอยู่ชั้นล่างหมดแล้ว ในห้องเลยไม่มีอะไรเป็นพิเศษครับ แต่ก็อยู่ได้สบายๆดีไม่คับแคบ
เอากระเป๋าเดินทางมาเปิดกางออกก็ไม่ติดขัดอะไร

ลองมาประเมินให้คะแนนด้านต่างๆโดยผมเองครับ (ความเห็นส่วนตัว โปรดใช้วิจารณญาณ อย่าเชื่อทั้งหมดนะครับ)

แต่ละหัวข้อ คะแนนเต็ม 10 แล้วกันครับ
1.ราคาและความคุ้มค่า                9 คะแนน     โดยรวมถือว่าถูกครับ คืนละ700กว่าเอง
2.สิ่งอำนวยความสะดวก              8 คะแนน      มีให้เกือบทุกอย่าง เสียแต่ไม่มีห้องน้ำในตัว แต่ไปใช้ชั้น1ก็ไม่ลำบากนัก
3.สิ่งแวดล้อม                             8 คะแนน    ในเวปต่างประเทศจะมีบ่นเรื่องเสียงรถไฟดังรบกวน(อยู่ใกล้JR)
                                                                   แต่ที่ผมไปก็แทบไม่ได้ยินอะไรเลย (เพราะนอนหลับเป็นตายเลย)
4.ความสะอาด                            8 คะแนน
5.พนักงาน                                 8 คะแนน เป็นมิตรดีถึงจะพูดอังกฤษไม่ค่อยคล่องนัก
6.ทำเล(ใกล้รถไฟ รถใต้ดิน)         9 คะแนน  เดินนิดเดียวถึงเลย
7.ทำเล(ใกล้แหล่งท่องเที่ยว)        6 คะแนน มีแหล่งท่องเที่ยวก็จริงแต่ไม่มาก ต้องเดินทางไปไกลหรือหลายต่อ
                                                                แต่มีข้อดีที่ใกล้สถานี จึงเดินทางไม่ลำบาก
ข้ออื่นๆนึกไม่ออกแล้วครับ
คะแนนเฉลี่ย = 8 คะแนน
ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีครับสำหรับการพักที่นี่
ข้อดีมากๆคือถูก ต่อรถง่าย
ข้อเสีย ไม่มีห้องน้ำในตัว และ ไกลแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆครับ

สำหรับReviewที่พักก็จบเพียงเท่านี้ครับ ปิดท้ายด้วยลุงพนักงานทำความสะอาดกำลังทำความสะอาดห้องน้ำครับ
แล้ววันหลังมาต่อการเดินทางวันที่2 ที่Osaka Universal Studio Japan เต็มรูปแบบกันครับ รับรองสนุกแน่นอน



Posted by: frankshin, August 7, 2008, 12:28pm; Reply: 296
พี่ค่ะ

หลอกให้หนูติดตามอ่าน  แล้วพี่ก็ไม่มารีวิวต่อ

เพิ่งได้วันเดียวเอง เดือนมีนาปีหน้า หนูจะไปญี่ปุ่น

คิดว่าจะไปโตเกียว   โอซาก้า  แล้วก็เกียวโต

ช่วยมาต่อรีวิวด้วยนะค้า  อยากได้ข้อมูลแบบไปเอง

แล้วก็ละเอียดแบบรีวิวพี่เป็นข้อมูลนะคะ

ขอบคุณค่ะ
Posted by: fafa, August 7, 2008, 12:36pm; Reply: 297
เป็นรีวิวที่่ยาวมากเลยคับ แต่ก็มีประโยชน์สำหรับผมมากเลยคับ เหมือนเอาหนังสือสิบเล่มมารวมกันเป็นหนึ่งรีวิวเลยอ่ะ ขนาดยังไม่จบนะนี่ ;)
Posted by: NaUgHtY GiRl ++, August 26, 2008, 11:37pm; Reply: 298
เอาเป็นว่าทริปนี้ประมาณเท่าไหร่คะ เห็นแล้วอยากไปมากๆเลยค่ะ จะได้เก็บสตางค์ถูกค่ะ(hlaalaa)
Posted by: csoon, August 29, 2008, 10:58am; Reply: 299
เหน counterpain แล้วคิดถึง ตอนที่ไปญี่ปุ่นที่ไม่ได้ไปกับทัวร์เลย แถมไม่ได้บุ๊กโรงแรมไว้ด้วย ตอนนั้นไปเดินหาโรงแรมตั้ง 3 ชั่วโมง พอดีพ่อนอนห้องแคปซูนไม่ได้ บอกว่าอึดอัด แถมไปกัน 3 คน ค่าห้องจ่ายกันอ้วกไปเลย แต่ไปญี่ปุ่นแล้วสนุกมากมาย คิดถึงอยากไปอีก >_<
Posted by: LovelyGirlOnline, August 29, 2008, 4:57pm; Reply: 300
โหยๆ เยอะได้อีก ละเอียดได้อีก อ่ะค่า เหมือนได้ไปเที่ยวด้วยเลย รอตอนต่อไปอยู่นะ
Posted by: Chanarong, August 29, 2008, 7:01pm; Reply: 301
ขอโทษครับ หายไปนานเลย กลับมาแล้ว แต่วันนี้ยังไม่พร้อมเท่าไหร่ พรุ่งนี้จะเริ่มมาโพสต่อแล้วนะครับ
ขออภัยท่านที่รอชมด้วย จะโพสให้ดีที่สุดนะครับ
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 4:12pm; Reply: 302
มาต่อกันเลยครับ กับวันที่2 ยังอยู่ที่โอซาก้า วันนี้ตื่นเช้ามากครับ หลังจากเมื่อวานนอนหลับไปตั้งแต่5ทุ่มกว่าๆ
พร้อมทั้งฤทธิ์ของท่านเค้าท์(เตอร์เพน)
ก็ตื่นมาอย่างสดชื่นตอน ตี5ครึ่งครับ อยู่เมืองไทยไม่เคยตื่นเร็วปานนี้เลย
มองออกไปด้านนอกทางหน้าต่าง สว่างแล้วแฮะ ได้เห็นแสงอาทิตย์ยามเช้าด้วย แต่อากาศยังเย็นอยู่ครับ
ใครที่บอกว่าแถวนี้รถไฟวิ่งเสียงดัง ไหงเมื่อคืนไม่ได้ยินเลยแฮะ
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 4:30pm; Reply: 303
นอนบิดขี้เกียจไปมา แล้วก็อาบน้ำแต่งตัว เก็บของต่างๆและเตรียมของที่จะต้องเอาไปวันนี้
เช่น แผนที่ต่างๆ เสบียง(ขนมขบเคี้ยว) หนังสือคู่มือ แนะนำว่าเอาไปให้น้อยเล่มที่สุดครับ
และที่สำคัญ คู่มือสอนภาษาญี่ปุ่น ไม่แนะนำให้พกครับ เอาเข้าจริงไม่ค่อยได้ใช้เลย หนักเปล่าๆ
พอถึงเวลาต้องถามทางหรือคุยกับคนญี่ปุ่น ส่วนใหญ่ไม่ภาษาอังกฤษก็ภาษาใบ้ครับ ได้ผลกว่า
มานั่งเปิดหนังสือไม่ทันกินแน่นอน ให้จดไปแต่คำที่ต้องใช้ เช่น
อาริกาโตะ (ขอบคุณ)
สุมิมาเซ็น (ขอโทษครับ (ใช้เวลาถามทาง)) เป็นต้น
แนะนำว่ามีสมุดซักเล่มที่จดข้อมูลสำคัญๆลงไปแล้วใช้เล่มนั้นไปเลยไม่ต้องพกหลายๆเล่ม
เพราะเวลาเดินทาง ไหนจะมองป้าย ไหนจะเอากล้องมาถ่ายรูป ยิ่งมานั่งหยิบหนังสือเล่มนั้นเล่มนี้
ไม่สะดวกอย่างแรงครับผม

บรรจุของใส่เป้ เตรียมกล้อง ขาตั้งกล้อง (อย่าลืมเรื่องmemmoryและBatt เตรียมไปให้พอนะครับ
เดี๋ยวพลาดภาพประทับใจแล้วเสียดายแย่เลย) แล้วก็ออกเดินทาง กว่าจะออกก็7โมงกว่าแล้ว
ก็เดินทางไปสถานี JR Shin-Imamiya ใช้เวลาไม่ถึง3นาที (ใกล้มากๆ)
ก่อนจะเข้าสถานีเดินเลยแยกที่มีห้าง Festival Gateไปนิด ก็เจอกับสิ่งนี้ครับ
Tsutenkaku Tower ละแวกนี้ช่วงเย็นๆมีของกินเยอะ
จะใช้Osaka unlimited pass ขึ้นไปชมวิวฟรีก็ได้ครับ แต่ตอนนี้ยังเช้าอยู่เลย เดี๋ยวค่อยมาแวะก็ได้
เลยถ่ายรูปไว้และเดินเข้าสถานีJRเพื่อเดินทางต่อ
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 4:42pm; Reply: 304
ว่าแล้วก็มารอรถที่สถานี JR Shin-Imamiya ครับ ตอนเดินเข้าได้ใช้บัตรเบ่ง JR Pass เป็นครั้งแรก
รู้สึกดีมากๆครับ ไม่ต้องเดินผ่านช่องสอดตั๋ว เดินไปช่องริมสุดที่มีเจ้าหน้าที่ยืนอยู่
ยื่นบัตรให้ดูแล้วก็เดินผ่านไปตัวปลิวเลยครับ อภิสิทธิ์ชนมากๆ
เดินตามป้ายบอกทาง มารอที่ชานชลา
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 4:59pm; Reply: 305
จุดหมายปลายทาง วันนี้ยกให้ Universal Studio Japan ,Osaka ทั้งวันเลยครับ
เป็นสวนสนุกแห่งหนึ่งที่น่าเที่ยวมาก อาจไม่ยิ่งใหญ่เท่าต้นตำรับของอเมริกา
แต่ถ้าใครไม่อยากนั่งเครื่องบินไปไกลๆ ที่นี่ก็นับว่าใกล้เมืองไทยมากเลยกับสวนสนุกระดับนี้

ดูจากแผนที่ JR ผมต้องนั่งรถไปอีก 5 สถานีครับ
จากสถานี Shin-Imamiya ผ่าน
1.Imamiya
2.Ashiharabashi
3.Taisho
4.Bentencho ซึ่งเป็นสถานีใหญ่ ใครนั่งsubway มาต่อแถวๆนี้ก็ได้ครับ
5.Nishi Kujo
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 5:04pm; Reply: 306
หลังจากลงที่สถานี Nishi Kujo แล้ว ก็ต้องต่อรถอีกสาย
คือ JR Yumesaki Line สังเกตง่ายๆขบวนรถไฟจะเป็นสีส้มครับ
ไปอีก1สถานีก็จะถึง สถานี Universal Studio ดังที่เห็นในรูป
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 5:07pm; Reply: 307
ลองดูแผนผังการเดินทางจากจุดต่างๆไปยังสถานี Universal Studio ครับ
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 5:10pm; Reply: 308
ลองดูของจริงบ้าง รอรถที่สถานี Shin-Imamiya แป๊บเดียวรถก็มาครับ
เห็นแว๊บๆ เด็กนักเรียนเหมือนในการ์ตูนอีกแล้ว
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 5:14pm; Reply: 309
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 12 นาที ก็มาถึงสถานี Nishi Kujo
ลงรถมายืนรออีกแป๊บเดียว รถไฟไป Universal ก็มาครับ สีส้มแปร๊ดเชียว
อีกรูปเป็นบรรยากาศภายในขบวนรถ
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 5:24pm; Reply: 310
นั่งรถอีกแค่ประมาณ 7 นาที ก็มาถึงสถานี JR Universalsity ครับ
รวมแล้วใช้เวลาเดินทางรวมถึงรอรถ ประมาณ ครึ่งชั่วโมงครับ(เผื่อใครจะเอาไว้จัดตารางเวลา)

เริ่มเห็นวัยรุ่นแต่งตัวแนวๆคิกขุแล้วครับ ว่าแต่ขณะนี้ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย เริ่มหิวแล้ว
เดี๋ยวหาอะไรแถวนี้กินซะหน่อย

ขณะนี้ก็เป็นเวลา 8.13 น. ตามนาฬิกาในรูปครับ กว่าสวนสนุกจะเปิดก็ 9 น. ครับ
วันที่ผมไป สวนสนุกเปิด 9น. ปิด 19 น. ครับ
เวลาไม่แน่นอน ต้องcheckกับทางสวนสนุกอีกครั้งนะครับ
บางวันก็เปิด 10 น. เวลาปิดก็มี 19 20 21 น. ครับ
ใครได้ไปวันที่เปิด9น. ปิด 21 น. ก็คุ้มหน่อย แต่คนก็คงเยอะไปด้วย

ไปเยี่ยมชมเวปทางการที่ http://www.usj.co.jp/e_top.html
checkเวลาเปิดปิดที่ Schedule นะครับ เข้าไปเลือกตามเดือน แล้วดูวันที่เราจะไป
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 5:33pm; Reply: 311
ออกจากสถานีปุ๊บก็เจอทางเดินยาวๆ มีร้านรวงต่างๆ2ข้างทาง
แต่เช้าเกินไป บางร้านก็ยังไม่เปิดครับ
บริเวณนี้เรียก Universal Citywalk Osaka ก่อนจะถึงสวนสนุก

แสงแดดยามเช้าแรงใช่เล่น แต่อากาศก็เย็นอยู่ครับ
สรุปแล้วผลรวมไม่ได้กลายเป็นศูนย์นะครับ กลายเป็นโดนแดดก็ร้อนๆ ลมพัดก็เย็นๆ
ได้ทั้ง2ความรู้สึกเลย งงไหมครับ แหะๆ ใครเรียนสรีรวิทยามาก็จะรู้ว่า
ที่รับความรู้สึกร้อนและเย็นในผิวหนังเป็นคนละอันกัน (แอบมีความรู้อยู่บ้างครับ)
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 5:36pm; Reply: 312
ความหิวมาเยือน เอื๊อก ดูหน้าร้านนี้ Daisuki Sushi มีสัตว์ทะเลต่างๆเรียงหน้ากันสลอนเลยครับ
แต่ปรากฏว่ายังไม่เปิด แป่ววววว หิวง่าคับ
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 5:38pm; Reply: 313
มองไปซ้ายมือ รอดตายแล้ว มีทั้งร้าน Starbucks Coffee และ ร้านสะดวกซื้อ Lawson Station
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 5:42pm; Reply: 314
บรรยากาศในร้าน Starbucks ตกแต่งเหมือนๆกันทั่วโลกเลย
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 5:51pm; Reply: 315
ใครหิวหาของกินเบาๆรองท้องได้ครับ
กลิ่นหอมจริงๆ
ลองดูรูปที่2 เห็นหมี เอ่อ ใช้คำว่าสังเกตหมีดีกว่าครับ หมีใส่เสื้อเขียวๆน่ะครับ
แต่ละประเทศจะมีชื่อเขียนไว้ที่เสื้อ วันก่อนไปร้านสตาร์บัคส์ ในไทย ก็เจอวางขายอยู่
ตรงเสื้อปักคำว่าThailand ผมเลยคิดว่าตัวที่นั่นคงปักว่าJapanแน่นอน
เลยเกิดความคิดว่า น่าจะสะสมเวลาไปประเทศต่างๆ เสียดายไม่ได้ซื้อมาครับ
ราคาที่เมืองไทยตัวละ600บาท ที่นั่นก็ไม่ต่างกันมาก
ใครกำลังจะไปเที่ยวช่วยสานต่ออุดมการณ์หน่อยนะครับ แหะๆ
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 5:54pm; Reply: 316
และที่เหมือนๆกันก็คือ พนักงานที่ร้านจะเต็มใจบริการ ยิ้มแย้มแจ่มใสดีมากครับ
น้ำตาล ครีม ต่างๆก็ไม่อั้น
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 5:58pm; Reply: 317
ที่นั่งนุ่มๆ นั่งสบาย แล้วก็ กาแฟหอมๆครับ Flapuchino ปั่น ราดคาราเมล แก้วละ 540 เยน
คิดเป็นเงินไทย ประมาณ 160 บาท ราคาไม่ต่างกับบ้านเรามาก
(เพราะที่บ้านเราถือว่าแพง) รสนุ่มละมุน กลิ่นหอมของกาแฟ ทำให้รู้สึกสดชื่นพร้อมที่จะเที่ยวในวันนี้ จริงๆ
(นึกให้เป็นเสียงพากษ์ TV Champion นะครับ)
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 6:02pm; Reply: 318
อยู่เมืองไทยซื้อไม่ค่อยลงเท่าไหร่ครับ กาแฟแก้วละ160บาท
พออยู่ญี่ปุ่นทำตัวไฮโซขึ้นมาทันที
พอกินหมดแก้ว ก็ยังหิวอยู่ครับ แป่วววว
ก็เลยเข้าร้าน Lawson เพื่อหาของกินอีกครับ
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 6:05pm; Reply: 319
มีอาหารต่างๆมากมาย ทั้งอาหารห่อ ข้าวปั้น
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 6:06pm; Reply: 320
ขนมปัง ของกินเล่นต่างๆ
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 6:12pm; Reply: 321
จริงๆก็น่ากินหลายอย่างครับ แต่ไม่รู้เป็นไง ไม่ค่อยอยากกินอาหารร้านสะดวกซื้อในตอนนี้
ก็เลยซื้อของกินเล่นๆอย่างเดียว
แล้วก็ออกมาเดิน Citywalk ต่อ
มีร้านต่างๆ โรงแรมที่พัก
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 6:14pm; Reply: 322
รูปแรกร้านกล้อง
รูปที่2 มองไปไกลๆเห็นประตูทางเข้าอยู่ลิบๆ
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 6:22pm; Reply: 323
มองไปเห็นป้าย McDonald's หรือ มา-คุ-โด-นา-รุ-โดะ ในภาษาญี่ปุ่น นั่นเอง
เกิดความอยากลองกินดูว่าของบ้านเขาเป็นอย่างไร เลยตัดสินใจว่ากินร้านนี้แหละ

บางคนอาจบอกว่า ไปต่างประเทศ ต้องกินอาหารบ้านเขา หรือกินอะไรที่ไม่มีในบ้านเรา
แต่ผมว่า อะไรที่เหมือนบ้านเราบางทีก็มีความแตกต่างที่น่าลองดูนะครับ
อยู่อีกหลายวัน อาหารญี่ปุ่นเดี๋ยวกินตอนไหนก็ได้

กำลังจะเดินเข้าร้านMc เห็นป้ายข้างๆไหมเอ่ย Universal Studios Store
สำรวจดูแล้ว น่าจะเป็นร้านของโรงแรม Kintetsu Universal City ที่อยู่ติดๆกัน
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 6:27pm; Reply: 324
มาลองนึกดู โรงแรมแถวนี้มีเยอะเหมือนกันแฮะ
คงเหมือนDisneyland ที่ใกล้ๆมีโรงแรม จะได้เที่ยวได้หลายๆวัน
ไม่ใช่แต่นักท่องเที่ยว ชาวญี่ปุ่นเองที่เดินทางมาไกลหรือมาทั้งครอบครัว
ก็คงต้องพักคางคืนเหมือนกันครับ
เช่นมาจากโตเกียว ถ้าไม่ได้นั่งชินกันเซ็น การเดินทางไปกลับในวันเดียว ก็คงจะลำบากน่าดู

ภายในLobbyโรงแรมครับ (ทัวร์ไทยมีจัดมาพักที่นี่บ้างหรือเปล่าน้อ)
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 6:28pm; Reply: 325
อีกฝั่งก็เดินทะลุร้านขายของที่ระลึกเมื่อกี๊
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 6:35pm; Reply: 326
ภายในร้านก็มีของที่ระลึกน่าซื้อมากมาย ใครมากับเด็กๆลูกๆหลานๆถ้าใจไม่แข็งพอหรือกระเป๋าไม่หนัก
ผมว่ามีรายการกระเป๋าฉีกตั้งแต่ยังไม่ได้เข้าไปเที่ยวข้างใน
ขนาดเด็กโข่งอย่างผมยังอดใจไม่ไหวเลยครับ

ลองดูของในร้านก็พอจะรู้ว่าถ้าเราเข้าไปในสวนสนุกจะเจออะไรบ้าง

กลางร้านก็มีนี่เลย หุ่นวู๊ดดี้นกหัวขวานขนาดยักษ์
ไม่รู้เด็กสมัยนี้รู้จักกันรึเปล่า(กระทู้เช็คอายุ อิอิ) อะกะเดิ๊กเกิก อะกะเดี๊กเกิก แก่กแก่กแก่กแก่กแก่กแก่ก
(ไม่ใช่ แก่ นะครับ นกมันร้องอย่างงี้จริงๆครับ)
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 6:36pm; Reply: 327
Elmoและเหล่าผองเพื่อน Sesame Street (เรื่องนี้ผมไม่ค่อยรู้จักครับ)
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 6:38pm; Reply: 328
พัดลมจิ๋ว และ มือ ของ Spiderman (คล้ายในรายการแฟนพันธุ์แท้เลยแฮะ)
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 6:39pm; Reply: 329
Jaws ฉลามร้าย และ คนเหล็ก Terminator (เบลอไปหน่อยครับ)
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 6:41pm; Reply: 330
ตุ๊กตา อีที และเสื้อเหมียวคิตตี้(ไปทุกที่จริงๆ)
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 6:43pm; Reply: 331
ขนม(น่าจะคล้ายๆชินมัยหรือโดโซะบ้านเรา) แต่อยู่ในกล่องรูปชามข้าวหมา Snoopy
น่าซื้อมากอันนี้ กินขนมหมดแล้วยังเอาชามข้าวมาใส่ของได้อีก
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 6:47pm; Reply: 332
ผลิตภัณฑ์Snoopyจากเรื่อง Peanuts ในconceptทหาร มีทั้งเสื้อยืด ตุ๊กตา และอีกมากมาย
รูปที่2 เจ้านกสีเหลืองๆ ชื่ออะไรไม่ทราบครับ แต่น่ารักมากๆ
Posted by: KOrn_KOrn, August 30, 2008, 6:47pm; Reply: 333
รูปเยอะ จุใจ ดีมากเลยครับ ขอบคุณครับ
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 6:49pm; Reply: 334
อันนี้เด็กผู้ชายคงชอบ รถของเล่นจากเรื่อง Back to the Future และ Jurassic Park
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 6:54pm; Reply: 335
เดินดูของเพลินจนลืมวัย สุดท้ายก็ยังไม่ได้ซื้ออะไรครับ
ดูเวลาก็9โมงแล้ว สวนสนุกน่าจะเปิดแล้ว แต่ยังหิวอยู่ครับ
ก็เลยเดินเข้าร้านMcDonald's อย่างที่บอก
หน้าร้านตรงกระจกเห็นมีป้ายนี้ น่าจะบอกว่าอย่างละ100เยน (30บาท)
ก็ถือว่าถูกนะครับ เผลอๆถูกกว่าบ้านเรา
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 6:56pm; Reply: 336
บรรยากาศในร้านและcounterสั่งอาหาร
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 7:03pm; Reply: 337
พอลองสอบถามเรื่องอาหารอย่างละ100เยนดู ไม่แน่ใจว่าผมเข้าใจผิดหรือเปล่า
ได้คำตอบประมาณว่า ตอนนี้เวลาเช้าต้องสั่งแบบอาหารเช้า จะเป็นsetหรือแยกก็ว่ากันไป
(อันนี้ไม่ทราบแน่ชัดครับ วานผู้รู้ช่วยมาตอบนะครับว่า100เยนที่อยู่หน้าร้านนี่ซื้อได้ตลอดหรือไม่ หรือผมสั่งไม่เป็น)
อาจจะคล้ายที่ฮ่องกง ที่เมนูอาหารในแต่ละเวลาจะไม่เหมือนกัน
สรุป คุยกันซักพัก พนักงานก็เอาเมนูภาษาอังกฤษมาให้ดูครับ
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 7:27pm; Reply: 338
สุดท้ายก็ได้ SET นี้มาครับ 370 เยน มีชีสเบอร์เกอร์ น้ำอัดลม แล้วก็แป้งกรอบๆ(แทนเฟรนช์ไฟร์)
คิดเป็นเงินไทย 110 บาท แพงกว่าบ้านเราเล็กน้อยครับ
ซอสมะเขือเทศก็ให้มาอันเดียวครับ จะขอเพิ่มต้องซื้อ ไม่เหมือนบ้านเราใจดีกดไม่อั้น
ส่วนอาหารรสชาติไม่ต่างจากบ้านเราเท่าไหร่ แต่รู้สึกว่าแป้งเบอร์เกอร์ส่วนที่แข็งๆทำได้กรอบดี ชีสกับเนื้อหมูก็หอมดี
แค่นี้ก็อยู่ท้องแล้วครับสำหรับมื้อเช้า
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 7:37pm; Reply: 339
ตบท้ายด้วยของหวาน ที่ซื้อจากร้าน Lawsonเมื่อกี๊
แถ่น แทน แท๊น คัสตาร์ดแสนอร่อย
รสดีมากๆ เนื้อคัสตาร์ดหอมหวาน ยิ่งส่วนที่ดำๆด้านล่างยิ่งหวานอร่อย
(แต่จริงๆเวลากินควรใส่จานแล้วพลิกล่างขึ้นบน เหมือนในรูปที่ฝา)
ราคา 110 เยน หรือ 33 บาท ก็ไม่แพงมากนะครับสำหรับบ้านเค้าและความอร่อยที่ได้

กินเสร็จแล้วอย่าลืมเก็บถาดและเศษอาหารด้วยนะครับ
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 7:42pm; Reply: 340
เผลอแป๊บเดียวเดินออกมา 9.20 น. เลยเวลาเปิดสวนสนุกไปนิดหน่อย
ผู้คนไม่รู้มาจากไหนกันมากมายครับ ทั้งที่เป็นวันพฤหัส ก่อนหน้านี้คนยังน้อยๆอยู่เลย
อันนี้ก็เป็นข้อควรจำข้อนึงครับ ถ้ามาถึงก่อนเวลาเปิด รีบไปซื้อตั๋วก่อนเพราะคิวจะยาวมาก
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 7:47pm; Reply: 341
นี่ไงครับ คนเพียบเลย รู้งี๊รีบเข้าไปก่อนก็ดี มัวแต่ไฮโซกินสตาร์บัคส์ เดินชมของ(แต่ไม่ซื้อ)
และนั่งกินแม็คแอนด์คัสตาร์ด เลยเข้าไปช้าเลยครับ
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 7:49pm; Reply: 342
ถึงแล้วบริเวณหน้าทางเข้า คนถ่ายรูปกันใหญ่เลย เราก็เลยถ่ายรูปเค้าอีกที แหะแหะ
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 7:51pm; Reply: 343
ประตูทางเข้าอันยิ่งใหญ่อลังการ ที่เป็นสัญลักษณ์ของที่นี่
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 7:53pm; Reply: 344
ข้างๆประตูทั้ง2ข้าง มีชาร์ลีและแชปปลิน เอ๊ย ชาร์ลี บราวน์ และ หมาคู่ใจ Snoopy ยืนต้อนรับทุกท่านอยู่
อย่ามัวแต่ถ่ายรูปตรงนี้เพลินล่ะ ข้างในยังมีอีกเยอะเลย
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 7:56pm; Reply: 345
ผ่านประตูนี้เข้าไปก็ต้องตกกะลึง คิวยาวมากๆเลยครับท่านผู้ชม
อุตส่าห์มาถึงเร็วแต่โอ้เอ้ไปนิด เลยต้องมาต่อคิวยาวเหยียดเลย
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 8:00pm; Reply: 346
ระหว่างยืนรอคิวซื้อตั๋ว มองไปอีกด้านก็เห็นสัญลักษณ์ลูกโลกของ Universal Studios
ก็เลยถ่ายเก็บไว้ ตัวอักษรจะหมุนไปเรื่อยๆ ยากเหมือนกันครับที่จะถ่ายเห็นคำว่า Universal เต็มๆ
ก็เลยมีอะไรทำระหว่างรอคิวครับ
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 8:05pm; Reply: 347
ระหว่างนั้นก็มองดูผู้คนที่มาต่อคิว บรรยากาศมีแต่ความตื่นเต้นที่จะได้เข้าไปในสวนสนุกแห่งนี้ครับ
มีทั้งมาเป็นคู่ กลุ่มเด็กๆ กลุ่มสาวๆ แฟชั่นแต่ละคนก็แจ๋วๆ ประมาณว่าอยู่เมืองไทยไม่กล้าแต่งอ่ะครับ
แต่ที่นี่ดูเหมือนจะไม่ค่อยสนใจว่าใครจะแต่งตัวยังงัย ถ้าไม่เวอร์เกินก็แต่งไปตามใจชอบครับ
(ที่เห็นนี้แค่นิดๆหน่อยๆ เรื่องแฟชั่นเดี๋ยวมีอีกครับ)
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 8:13pm; Reply: 348
ด้วยระบบการจัดการที่ดี เห็นคิวเยอะๆเมื่อกี๊ ก็ได้ซื้อตั๋วในเวลาไม่นานครับ รอประมาณ 15 นาที
ก็ได้ตั๋ว และ แผนที่ ดังในรูปมา ด้วยราคา 5800 เยนครับ เล่นได้ทุกอย่างใน1วัน
ราคาไทยก็ 1740 บาท ครับ แพงเหมือนกันนะเนี่ย แต่มาทั้งที ก็ต้องเข้าอยู่แล้ว
คนมากับทัวร์อาจได้ราคาถูกกว่า แต่ผมเชื่อว่า ไม่อิสระเท่ามาเที่ยวเองแน่นอนครับ

ลืมบอกไป ตอนซื้อตั๋ว พนักงานจะเอาแผนที่ภาษาเกาหลีมาให้ ผมเลยต้องขอเป็นภาษาอังกฤษ
อย่าลืมดูนะครับว่าได้ภาษาอะไร
หน้าเราเหมือนเกาหลีตรงไหนเนี่ย????
เอ่อ ภาษาไทยไม่แน่ใจว่ามีหรือเปล่า เค้าไม่ได้วางโชว์ไว้นะครับ
แต่เห็นเพื่อนไปมามีโบชัวร์ไทยด้วย ใครไปลองถามๆดูนะครับ
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 8:17pm; Reply: 349
พอได้ตั๋วแล้วก็ต้องต่อคิวเข้า ผ่านเครื่องตรวจตั๋วอีกครับ
ในรูปมีรถขายของที่ระลึกมาดักตั้งแต่ข้างหน้าเลย
มีที่คาดผมสีเขียวๆเป็นหู Shrek น่าซื้อมากๆ
ข้างหลังเป็นคิวที่รอเข้าไปข้างใน(นอกจากคิวซื้อตั๋ว ก็ต้องมาต่อคิวสอดตั๋วอีกครับ)
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 8:23pm; Reply: 350
ในที่สุดก็เข้ามาข้างในจนได้ครับ เวลาก็ประมาณ 9.45น. เกือบ10โมงแล้ว
มีเวลา 9 ชั่วโมง กะว่าจะอยู่ในนี้ทั้งวันเลย เพราะผมชอบแนวนี้อยู่แล้วครับ
ส่วนใครที่อยากไปหลายๆที่ก็อาจกลับก่อน(แต่คงได้เล่นไม่กี่อย่าง)
ก็ต้องแบ่งเวลาและวางแผนให้ดีๆครับ จะได้เล่นให้คุ้ม

เดี๋ยวผมจะกล่าวต่อไปว่าในสวนสนุกนี้แบ่งเป็นกี่โซน และมีเครื่องเล่นอะไรหรือการแสดงอะไรที่น่าสนใจบ้าง
เผื่อเป็นแนวทางในการวางแผนเที่ยวให้คุ้มนะครับ

ในรูปพอเข้ามาปุ๊บยังไม่ทันไปไหน ก็มีตัวละครต่างๆออกมาต้อนรับ
ที่เห็นก็ วู๊ดดี้ครับ และมีตัวผู้หญิงด้วย ไม่ทราบชื่ออะไร
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 8:27pm; Reply: 351
นี่ก็ เบ็ตตี้ บู๊บ ครับ ไม่ค่อยรู้จักเหมือนกัน
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 8:29pm; Reply: 352
ตัวละครเล่นกับเด็กๆอย่างมีความสุข หนุกหนานคร้าบ
เราก็อดยิ้มไม่ได้
เด็กญี่ปุ่นก็น่ารักดีครับ ยิ้มทีตาหยีเชียว
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 8:30pm; Reply: 353
นี่เด็กโตขึ้นมาหน่อย สังเกตแฟชั่นหมวกครับ แฮ่ม
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 8:34pm; Reply: 354
นี่ก็โตขึ้นมาอีกครับ เด็กนักเรียนเหมือนในการ์ตูนเลย ทำผมสีๆด้วย เพิ่งเคยเห็นใกล้ๆนี่แหละครับ
ผมว่าใครเคยอ่านการ์ตูน เล่นเกม ดูละคร ดูหนังญี่ปุ่น มาเห็นตัวจริงๆแบบนี้ก็คงจะตื่นเต้นแบบผม
ว่ามันมีอย่างงี้จริงๆง่ะครับ ไม่ใช่นิ๊ยาย ไม่ใช่ละคร (นึกถึงเพลง อ๊อฟ ปองศักดิ์ไปด้วยฮะ)
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 9:34pm; Reply: 355
สรุปเลยไม่รู้ว่าเพนกวินตรงกลางคือตัวอะไรครับ แหะๆ
แถมอีกรูป สาวๆกับเบ็ตตี้ บู๊บ ใครน่ารักกว่ากันน้อ
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 9:44pm; Reply: 356
ว่าแล้วก็ไปดูแผนที่กันก่อนครับว่ามีอะไรให้เที่ยวบ้าง
จากแผนที่จะเห็นว่าบริเวณที่เราเดินผ่านประตูใหญ่เข้าไปจะเป็นสีเหลืองๆ
แล้วก็จะมีโซนต่างๆ รวมทั้งหมด 9โซน ครับ

แต่ละโซนจะมีเครื่องเล่นต่างๆ ที่เรียกว่า Attractions
มีร้านอาหาร Restaurants
และร้านขายของ Shops
และยังมีโชว์ต่างๆที่กระจายอยู่อีก

ลองไปโหลด แผนที่แบบ PDF file ดูก่อนได้ครับ
Attractions http://www.usj.co.jp/park/en/en_att070413.zip
Restaurants http://www.usj.co.jp/park/en/en_rest070413.zip
Shops http://www.usj.co.jp/park/en/en_shop070413.zip

Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 9:46pm; Reply: 357
รายชื่อ Attraction ในโซนต่างๆ เดี๋ยวจะอธิบายอีกครั้งครับ
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 9:47pm; Reply: 358
รายชื่อ Shops และ Restaurants
Posted by: Chanarong, August 30, 2008, 9:55pm; Reply: 359
ตัวอย่างรายการโชว์ต่างๆ ลองcheckรอบและเวลาให้ดี
บางวันก็มีบางโชว์ บางวันไม่มี อย่างช่วงศุกร์เสาร์บางทีมีมากกว่าวันอื่น
แต่อันนี้ก็อย่าไปซีเรียสมากครับ เพราะคงดูได้ไม่หมดทุกอันแน่ๆ

ตัวอย่างในรูป ผมไปเซฟมาจากเวปที่เป็นทางการของสวนสนุกแห่งนี้ ของวันที่30 ส.ค.นี้เอง
จะเห็นว่าบางโชว์ วันนึงมีหลายรอบ บางโชว์ก็มีรอบเดียว เช่น Peter Pan's Neverland ตอน 20.15 น.
ช่วงวันที่ผมไปก็ไม่มีโชว์นี้ เป็นต้น

งงไหมครับ จริงๆแล้วอย่าไปซีเรียสมากต้องตามเก็บดูให้ครบทุกอัน เพราะบางอันก็ไม่ค่อยมีอะไรมาก
เอาเป็นว่าถ้าเดินไปโซนไหน แล้วใกล้ๆอันไหนกำลังจะแสดงพอดีก็แวะดูเลย
การเดินย้อนไปย้อนมาทำให้เหนื่อยพอสมควรเลยครับ
Posted by: Chanarong, September 4, 2008, 5:01pm; Reply: 360
จะกล่าวรายละเอียดไปทีละZoneเลยนะครับ ขอเล่าละเอียดหน่อย เพราะก่อนไปผมไม่ค่อยเห็นที่ไหนแนะนำไว้
เลยนึกว่าถ้าเป็นตัวเอง ก่อนไปเที่ยวก็อยากจะรู้ข้อมูลต่างๆให้มากที่สุด จะได้ตัดสินใจว่าจะเที่ยวยังงัย จะเล่นอะไรบ้าง น่ะครับ

Zone แรก พื้นที่สีเขียวอ่อน อยู่ต่อจากทางเข้าเลยครับ ดูรูปประกอบชัดๆอีกทีด้านล่าง
ได้แก่
1. Hollywood

สิ่งต่างๆในโซนนี้ก็จะเป็นแนวๆHollywoodตามชื่อครับ ตึกต่างๆจะตกแต่งคล้ายตึกในโรงถ่ายที่Hollywood
มีร้านขายของต่างๆมากมาย

Attractions
ที่เขียนไว้จะมี 6 อย่างครับ ได้แก่
1.Sesame Street 4-D Movie Magic หนัง4มิติ ของเรื่อง Sasame Street นั่นเอง ไม่สนุกเท่าไหร่ แต่ถ้าใครเป็นแฟนพันธุ์แท้น่าจะชอบ

2.Shrek's 4-D Adventure หนัง4มิติ ของเรื่อง Shrek อันนี้พลาดไม่ได้สนุกมากๆ(รายละเอียดจะกล่าวต่อไป)
โรงที่ฉายจะเป็นโรงเดียวกัน ช่วงที่ผมไป Shrekจะฉายช่วงเช้า พอหลัง 14.30น.(ถ้าจำไม่ผิด) ก็จะฉาย Sesame Street ครับ
ลองcheckที่หน้าโรงในวันนั้นๆอีกครั้ง

3.Universal Monsters Live Rock and Roll Show อันนี้จริงๆจัดเป็นโชว์อันหนึ่ง
ดูเวลาแสดงได้ในตารางเวลาโชว์ของวันนั้นๆ เป็นการแสดงดนตรีร็อค ของเหล่าMonsters เช่น Dracula แฟรงเกนสไตน์ ครับ ก็น่าสนุกดี
แต่ถ้าพลาดก็ไม่เป็นไร

4.Hollywood Dream The Rideอันนี้ถือเป็นไฮไลท์ของโซนนี้เลยครับ ใครเดินๆอยู่ในสวนสนุกจะได้ยินเสียงกรี๊ดเป็นระยะ
ก็มาจากเครื่องเล่นนี้นี่เอง ได้แก่ รถไฟเหาะตีลังกาครับ มีแค่อันเดียวในนี้สำหรับเครื่องเล่นน่าหวาดเสียว
แนะนำเล่นก่อนกินข้าวครับ ไม่งั้นอาจอาเจียนได้ ที่เด่นๆคือมีการตีลังกา2ครั้งติดด้วย(ถ้ากระผมจำไม่ผิดนะครับ) หนุกมากอันนี้

5.Animation Celebration อันนี้เป็นอันที่ผมพลาดไป เพราะหมดรอบไปซะก่อน ลักษณะคล้ายโรงหนัง
ข้างหน้าเป็นรูปนกหัวขวาน Woody นั่นเอง เดาเอาว่าน่าจะเป็นฉายหนังการ์ตูน หรือไม่ก็แสดงโดยตัวละครWoodyเป็นหลัก
ซึ่งรายละเอียดอันนี้ไม่ทราบจริงๆครับ ในโบชัวร์ภาษาอังกฤษก็ไม่ได้บอกรายละเอียดชัดๆ และดูไม่ค่อยโปรโมทนัก เลยไม่ได้เข้าไปดู
ใครไปมา เล่าให้ฟังด้วยนะครับ

6.E.T. Adventure ชื่อนี้ไม่ต้องบอกสรรพคุณมากมาย มาจากหนังดัง มนุษย์ต่างดาวเพื่อนยาก อีทีนั่นเอง
นึกถึงสมัยเด็กๆพ่อแม่พาไปดูนะครับ หน้าโรงมีขายพวงกุญแจด้วย ชอบตรงนิ้วแดงๆมีไฟด้วยครับ(กระทู้เช็คอายุอีกแล้ว)
เครื่องเล่นอันนี้ก็ถอดแบบมาจากที่อเมริกาเลย โดยเราจะนั่งพาหนะที่เป็นจักรยาน ขี่ผ่านสถานที่อันเป็นเนื้อเรื่องของอีที
ก็เป็นอีกอันที่ไม่น่าพลาดครับ

สรุปเครื่องเล่นหรือโชว์ต่างๆในโซนนี้ 6อัน มี3 อันที่ไม่ควรพลาดคือ
Shrek's 4-D Adventure
Hollywood Dream The Ride
E.T. Adventure

สำหรับร้านขายของมี 17 ร้าน ดูตามชื่อเอานะครับ เยอะมาก พิมพ์ไม่หมด
ที่น่าแวะคือร้านขายของที่ระลึกจากเรื่อง ET , Shrek และ Sesame Street พอออกมาจากเครื่องเล่นก็เจออยู่แล้วครับ
มีร้าน Universal Studios Store ที่ขายของที่ระลึกเกือบทุกอย่าง (เหมือนร้านข้างๆโรงแรมก่อนเราเข้ามา)
ร้าน Hello Kitty's Celebrity Style ขายของเกี่ยวกับ เหมียวKitty ครับ
และ ร้าน Studio Style in Pink ขายของเกี่ยวกับ เสือชมพู Pink Panther ครับ

ร้านอาหารมี 5 ร้าน ที่เด่นๆก็
Pink Cafe ครับ ของเรื่องPink Panther โดยมีconceptสีชมพูทั้งร้าน น่ารักมาก
และปิดท้ายด้วยร้าน Mel's Drive-In เป็นร้านอาหารที่หน้าร้านมีรถคลาสสิกจอดอยู่ ใครเคยดูหนังHollywoodอาจพอนึกออก
เหมือนฉากที่ขับรถเข้าไปจอดดูหนังกลางแปลงกันในรถนั้นเลย

สรุป ในโซนนี้ก็จะได้บรรยากาศแบบ Hollywood สมชื่อเลยครับ ดูจากในแผนที่ก็จะเห็นว่าเป็นบริเวณที่กว้างที่สุดด้วย
Posted by: Chanarong, September 4, 2008, 7:04pm; Reply: 361
มาต่อโซนที่2 คือ 2.New York เห็นในแผนที่เป็นโซนสีส้มๆ

บรรยากาศแบบมหานคร New York ก็ไม่ต่างกับ Hollywoodเท่าไหร่ครับ

Attraction มีแค่2อย่าง แต่เป็นอันที่ไม่ควรพลาดเลยครับ
1.Terminator2 - 3D ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
เหมือนต้นแบบที่อเมริกา จะเป็นคล้ายๆโรงหนัง เป็นการผสมผสานระหว่างผู้แสดงบนเวที
และในจอหนังแบบ 3 มิติ โดยใช้เนื้อเรื่องของ Terminator2 นั่นเอง แต่เป็นการถ่ายทำใหม่เพื่องานนี้โดยเฉพาะครับ

2.The Amazing Adventures of Spider-Man The Ride
เป็นการเข้าไปนั่งเครื่องเล่นที่จะพาเข้าไปในโลกของSpiderman
คล้ายๆดูหนัง3มิติ มีฉากต่อสู้ผาดโผนต่างๆเหมือนเราไปอยู่ในเนื้อเรื่อง
ระหว่างที่ชมอยู่ เครื่องที่เรานั่งก็จะมีการ สั่น กระเทือน โยกไปมา ตามเหตุการณ์ในเรื่อง
สนุกมากๆครับ โดยSpider-Manในที่นี้ไม่ใช่หนังคนแสดงที่มี3ภาคนะครับ แต่เป็นแบบการ์ตูนครับ

Shopมี3ร้าน
1.Cyberdyne Product Showcase ขายของที่ระลึกเกี่ยวกับคนเหล็ก
2.ขายของที่ระลึก Spiderman
และ 3. ร้าน Wonder pix เป็นร้านที่ทำเกี่ยวกับรูปที่ระลึก(ถ้าจำไม่ผิดนะครับ)

ร้านอาหารก็มี 3 ร้าน ครับ มีPizzaด้วย

สรุปแล้วโซนนี้เครื่องเล่น2อัน พลาดไม่ได้ครับ
Posted by: Chanarong, September 4, 2008, 10:32pm; Reply: 362
ต่อมา โซน3 พื้นที่สีส้มแดง อยู่ทางซ้ายบนของแผนที่ คือ 3.Sanfrancisco
อาคารทั่วๆไปจะคล้ายๆ2โซนก่อนหน้านี้

มี Attraction 2 อัน คือ
1.Back to The Future - The Ride จากหนังดังในอดีต Back to The Future นั่นเอง
เป็นเรื่องของศาสตราจารย์ที่ประดิษฐ์รถคันนึงที่สามารถย้อนอดีตหรือไปยังอนาคตได้
เครื่องเล่นนี้ก็จะให้เรานั่งบนรถคันนี้ แล้วหน้าจอก็จะเป็นหนังสเมือนเรานั่งไปในเหตุการณ์ต่างๆจริงๆ
(แต่จริงๆรถไม่ได้ขยับไปไหนนะครับ) สนุกดีครับอันนี้

2.Backdraft
ของที่นี่ผมไม่ได้เข้าไปชม แต่เคยเข้าที่Universalที่อเมริกา เป็นการแสดงพวกSpecial effect
โดยเน้นเกี่ยวกับ ไฟ แก๊ส และ ระเบิด นึกภาพชมโชว์น้ำพุเต้นระบำแต่เปลี่ยนเป็นไฟแทน
จำได้ว่ามีช่วงนึงมีไฟเยอะมากๆ ร้อนมาถึงหน้าเลยครับ ก็น่าชมดี แต่ก็ไม่ถึงกับพลาดไม่ได้

โซนนี้มีแค่1shopคือ ขายของที่ระลึกจากเรื่อง Back to The Future
ร้านอาหารมี4ร้านครับ ดูแต่ชื่อไม่ทราบรายละเอียดเหมือนกันครับว่ามีอะไรบ้าง

โซนนี้ที่แนะนำก็เครื่องเล่น Back to The Future - The Ride นั่นแหละครับ
ส่วนBackdraftถ้ามีเวลาก็ลองแวะชมได้ครับ
Posted by: Chanarong, September 4, 2008, 10:58pm; Reply: 363
โซนที่4 สีฟ้าน้ำทะเลในแผนที่ อยู่ตรงกลางมีทางเดินรอบๆคือ 4. Lagoon

โซนนี้มีแค่Attractionเดียว คือ Peter Pan's Neverland

ช่วงที่ผมไปไม่มีการแสดงนี้ แต่ดูจากสถานที่แล้วคงเป็นโชว์ที่อลังการมากๆ
โดยสถานที่เป็นเหมือนบึงน้ำขนาดใหญ่ เห็นมีสายSlingพาดไปมา
ให้เดาคงเป็นโชว์เกี่ยวกับการ์ตูนปีเตอร์แพน มีตัวละครลอยไปมา
ในบึงคงมีเรือ และกัปตันฮุค และจระเข้ที่กลืนนาฬิกาเข้าไป ติ๊กต็อก ติ๊กต็อก (เดาเอาเองครับ)
เวลาที่แสดงเป็นช่วงค่ำแล้ว น่าจะมีแสงสีพอควร และที่สำคัญน่าจะมีตัวนางฟ้า(ทิงเกอร์เบลล์)
เวลาลอยคงมีแสงระยิบระยับเหมือนในการ์ตูนด้วย

ถ้าใครไปมาอย่าลืมมาเล่าให้ฟังบ้างนะครับ

โซนนี้ไม่มีShopหรือร้านอาหารอื่นๆครับ แต่รอบบึงก็มีมุมให้ถ่ายรูป และมีพวกรถเข็นขายของต่างๆ
ที่สำคัญมากๆคือ 2ฝั่งของบึงหรือสระน้ำอันนี้จะมีป้าย Studio Information
(ดูในแผนที่จะเป็นเครื่องหมายคำถามบนพื้นสีแดง) มีด้วยกัน 2 ป้าย
สำคัญมากเอาไว้ดูเวลาของการแสดงและเวลาของเครื่องเล่นต่างๆว่าจะแสดงรอบต่อไปกี่โมง รอกี่นาที เป็นต้น(จะกล่าวถึงต่อไปครับ)
Posted by: Chanarong, September 4, 2008, 11:10pm; Reply: 364
โซนต่อไป โซนที่5 ได้แก่
5.Jurassic Park อยู่ทางเหนือสุด พื้นที่สีเขียวๆ
ชื่อก็บอกอยู่แล้ว เพราะฉนั้น โซนนี้ก็จะตกแต่งแบบเรื่องJurassic Parkล้วนๆได้ฟีลมากๆ
มีรถที่เราเห็นในหนังขนาดเท่าของจริงจอดอยู่ด้วย(เดี๋ยวมีรูป) รวมถึงประตูใหญ่ๆที่คุ้นตา

Attractionมีเพียงอันเดียว คือ Jurassic Park - The Ride
เป็นเครื่องเล่นที่ให้นั่งพาหนะเหมือนเรือหรือล่องแก่ง ล่องไปในสายน้ำ ชมไดโนเสาร์พันธุ์ต่างๆ
ทำเหมือนจริงมาก สุดท้ายมีการดิ่งลงคล้ายๆล่องแก่งบ้านเรา สูงชันมาก
และก่อนลงมีอะไรให้ลุ้นดีครับต้องลองไปดูเอง อาจเปียกได้ครับเครื่องเล่นนี้
(ก่อนเล่นสามารถเช่าชุดกันน้ำได้)
ไม่น่าพลาดครับกับเครื่องเล่นนี้

ร้านขายของที่ระลึก1ร้าน คือ Jurassic Outfitters

ร้านอาหาร3ร้าน ชื่อเข้ากับเรื่องมากๆคือ
1.Fossil Fuels
2.Discovery Restaurant
3.Lost World Restaurant

ดูแล้วถึงโซนจะใหญ่แต่มีเครื่องเล่นเดียวเองครับ ไม่ควรพลาด
Posted by: Chanarong, September 4, 2008, 11:17pm; Reply: 365
6.Waterworld
โซนนี้ก็มีแค่เครื่องเล่นเดียว จะเรียกเครื่องเล่นก็ไม่ถูก นั่นคือ Water World
เป็นการแสดงStuntและEffectต่างๆ อลังการงานสร้างมากๆ ภายในสถานที่แสดงทำเป็นฉากกว้างมากๆ
เรียกว่าเวลาดูต้องกวาดสายตามองให้ทั่วว่าเกิดเหตุการณ์อะไรบ้าง สนุกมากๆครับ
ได้บรรยากาศของหนังเรื่องWater Worldที่เกี่ยวกับโลกอนาคตที่จมอยู่ใต้ท้องทะเล
(ถ้าใครเคยดูหนังคงจำแนวๆเครื่องแต่งกายได้)

ไม่มีShopหรือร้านอาหารครับ
Posted by: Chanarong, September 4, 2008, 11:27pm; Reply: 366
7.Amity Village
โซนนี้ถัดลงมาจากWater World เป็นพื้นที่สีน้ำเงินครับ
ชื่อนี้ก็คือชื่อของหมู่บ้าน ที่ถูกเจ้าฉลามร้าย Jaws บุกมาฆ่าคนนั่นเอง
เครื่องเล่นเพียงอันเดียวก็คือ Jaws นี่แหละครับ
เป็นหนังเก่ามากๆแล้วของผู้กำกับ สตีเว่น สปีลเบิร์ก
โดยเป็นการให้นั่งเรือไปในแม่น้ำ แล้วระหว่างนั้นก็มีไกด์นำชมสถานที่คอยพากษ์ไปเรื่อยๆ
ทันใดนั้น เรือเราก็ถูกโจมดีโดยเจ้าJawsนี่หลายครั้งมากๆ ลุ้นกันน่าดูเลย
ก็สนุกตื้นเต้นดีครับ โดยเฉพาะเสียงและอารมณ์ของคนพากษ์

ร้านต่างๆมี3ร้าน ขายของเกี่ยวกับหนังเรื่องJaws
มีร้านชื่อ Hollywood Movie Makeup แต่จำไม่ได้แล้วว่าข้างในเป็นอย่างไรครับ

ร้านอาหารมี3ร้าน มีร้านไอติมด้วย
Posted by: Chanarong, September 4, 2008, 11:40pm; Reply: 367
โซนรองสุดท้ายกันแล้ว กับโซนเล็กๆสีชมพูนี้
นั่นคือ 8.Snoopy Studios ใครมากับลูกๆหลานๆพามาโซนนี้ไม่ผิดหวังแน่ๆ
ยิ่งใครเป็นแฟนพันธุ์แท้เจ้าตูบSnoopyล่ะก็ อยู่นี่ลืมเวลาแน่เลยครับ

Attractionมี2อย่างใหญ่ๆคือ
1.Snoopy's Sound Stage Adventure เป็นโซนที่อยู่ในร่ม
ข้างในมีตุ๊กตาหรือหุ่นจำลองตัวละครในเรื่อง Peanuts มาให้ถ่ายรูปเล่นอย่างสนุกสนาน
และมีเครื่องเล่น รถไฟเหาะ(แต่เหาะได้เตี้ยๆเพราะอยู่ในร่ม)ไม่ตีลังกาครับ เด็กเล่นได้
ถ้ามากับผู้ปกครองต้องสูงกว่า92cm ถ้าเล่นคนเดียวต้องสูงกว่า122cm ครับ

2.Snoopy's Playland เป็นส่วนที่อยู่กลางแจ้ง เหมือนสนามเด็กเล่นมีของเล่นแบบเด็กๆมากมาย
แต่มีอันใหญ่อันหนึ่ง ดูไปคล้ายๆล่องแก่งนะครับ(เดี๋ยวมีรูปให้ดูครับ)

ร้านค้ามี1ร้านคือ Snoopy Studios Store ขายของที่ระลึก
ส่วนร้านอาหารก็มี1ร้าน คือ Snoopy's Backlot Cafe

สรุปแล้วโซนนี้ถ้ามากับเด็กๆ หรือผู้ใหญ่หัวใจเด็กที่ชอบSnoopy ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ
Posted by: Chanarong, September 4, 2008, 11:52pm; Reply: 368
มาถึงโซนสุดท้ายกันแล้วกับดินแดนแห่งเวทย์มนตร์ จากหนังเรื่อง Wizard of Oz
นั่นคือ 9.Land of Oz นั่นเอง เป็นพื้นที่สีเขียวอ่อนครับ

ในโซนนี้จะตกแต่งออกแนวเมืองในจินตนาการเลย และมีสีเขียวๆเป็นสีหลัก เข้าไปแล้วสบายตาดี
ของเล่นจริงๆจะไม่มีครับ มีAttractionอยู่2อัน คือ
1.WICKED อ่านรายละเอียดดูแล้ว น่าจะเป็นละครเวที เกี่ยวกับ แม่มดครับ
เห็นว่าเอามาจากละครดัง แต่เสียดายผมไม่ได้ดูเพราะบริหารเวลาไม่ลงตัวครับหมดรอบไปซะก่อน

2.Toto & Friends อันนี้ก็เช่นกัน เป็นการแสดง อ่านรายละเอียดดูแล้วก็จะมีเด็กๆและสัตว์แสนรู้
(ที่เห็นๆคือ สุนัข)มาร่วมแสดงด้วยครับ แต่ผมก็ไม่ได้ดูเช่นกัน

ก็เลยไปเดินดูร้านในโซนนี้ดีกว่าครับ มีร้านเดียวคือ
Munchikin Market ขายของเกี่ยวกับเรื่องนี้

ส่วนร้านอาหารก็ร้านเดียว ชื่อ Munchikin Kitchen ครับ

ที่เด่นๆของโซนนี้คือมีคนใส่ชุดตัวละครทั้ง4ในเรื่องนี้ มาคอยทักทายและถ่ายรูปกับคนที่ผ่านไปมา น่ารักมากๆ
ตัวละครทั้ง4 (ถ้าใครไม่รู้จัก) ประกอบไปด้วย โดโรธี(เด็กหญิง) สิงโต หุ่นกระป๋อง และ หุ่นไล่กา ครับ

แม้จะไม่มีอะไรมากนักแต่ไม่ควรพลาดแวะชมบรรยากาศเช่นกันครับกับโซนนี้
Posted by: Chanarong, September 5, 2008, 12:04am; Reply: 369
ก็ได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับโซนต่างๆทั้งหมดคร่าวๆแล้วนะครับ
คราวนี้จะพาไปลุยจริงๆแล้ว เพราะของจริงนี่จะไม่เรียงลำดับตามโซนนะครับ วิ่งไปวิ่งมาพอควรเลย
เวลาก็จะ10โมงแล้ว มีเวลา9ชั่วโมง จะว่ามากก็มาก แต่ถ้าแบ่งเวลาไม่ดีก็อาจเล่นของสำคัญๆไม่ครบ

เริ่มต้นที่Hollywood ในรูปแรกก็เป็นร้าน Universal Studios Store และรูป2ร้านขนม ของว่าง กาแฟ
Posted by: Chanarong, September 5, 2008, 12:06am; Reply: 370
เดินผ่านเจ้าโรงหนังนี่ก่อนเลยครับ เลยรีบไปต่อคิว
โรงหนัง4มิติ Shrek ครับ คนเยอะพอสมควรเลยครับ ขนาดวันพฤหัสนะเนี่ย
Posted by: Chanarong, September 5, 2008, 12:18am; Reply: 371
โรงนี้เป็นโรงเดียวกับเรื่อง Sesame Street ครับ แต่จากป้ายจะเห็นว่า เรื่องsesame streetจะฉายหลัง
3.20pm นั่นคือบ่าย3โมง20นาทีครับ ช่วงนี้ก็ฉายShrekไปก่อน

รอคิวประมาณ20นาที เล่นจริงประมาณ20นาทีครับ
พอเข้าไปตอนแรกยังไม่ได้ชมนะครับ จะให้เข้าไปในห้องๆหนึ่งก่อน แล้วมีจอTVฉายVDOเกริ่นนำก่อน
แต่เป็นภาษาญี่ปุ่น ฟังไม่รู้เรื่องเลยครับ แป่ว ที่สำคัญให้ยืนดูอยู่นาน ก็มีตัวละครในเรื่องShrekมาพูดนู่นพูดนี่ตลอด
ผมเองเมื่อวานเดินไกลตะลุยโอซาก้าทั้งวันยังปวดเท้าไม่หาย ยืนนานๆก็เมื่อยเหมือนกันครับ
ในใจก็บ่นว่าเมื่อไหร่จะให้เข้าไปดูซะทีเนี่ย เกริ่นอยู่ด้ายยยยยยย
แต่พอได้เข้าไปชมหนังแล้ว รู้สึกคุ้มมากๆเลยครับ
ในหนังก็จะเหมือนอนิเมชั่นที่เราดูกัน แต่สร้างใหม่เพื่องานนี้โดยเฉพาะเลยครับ เป็นเนื้อเรื่องประมาณว่า
เจ้าหญิงฟีโอน่าถูกจับไป Shrekและ Donky ก็ต้องตามไปช่วย
ใส่แว่น3มิติชมเป็นแบบ3มิติ ยังไม่พอ ยังมีมิติที่4 เช่น เวลานั่งรถม้าแล้วสะเทือนก็สะเทือนจริง
มีฉากที่มีน้ำก็มีน้ำกระเด็นใส่จริงๆ เป็นต้น ที่เหลือต้องไปชมเองครับ รับรองคุ้มสุดๆ
(คล้ายๆPhilar Magic ของ HK Disneyland)

ข้างในเขาห้ามถ่ายรูปเลยไม่มีรูปมาฝากครับ
สรุปแล้วShrekนี่ห้ามพลาดเลยครับ
Posted by: Chanarong, September 5, 2008, 12:19am; Reply: 372
ออกมาก็เจอร้านขายของที่ระลึก ทั้งเรื่อง Shrek แล้วก็ Sesame Street อยู่ในร้านเดียวกันเลยครับ
Posted by: Chanarong, September 5, 2008, 12:21am; Reply: 373
บรรยากาศในร้าน นี่ตัวElmo
Posted by: Chanarong, September 5, 2008, 12:24am; Reply: 374
ที่คาดผม น่ารักดีครับ นอกจากของShrekแล้วยังมีของFionaด้วย ใครมาเป็นคู่น่าซื้อไปใส่นะครับ
ในสวนสนุกก็เห็นใส่กันหลายคู่ ที่ญี่ปุ่นเขาไม่ค่อยอายกันนะครับ มาสวนสนุกก็แต่งให้เข้าบรรยากาศเต็มที่
ถ้าเป็นเมืองไทยอาจถูกมองได้
Posted by: Chanarong, September 5, 2008, 12:25am; Reply: 375
ตุ๊กตา Shrek และโปสการ์ดต่างๆ น่าซื้อไปหมดครับ
Posted by: Chanarong, September 5, 2008, 12:28am; Reply: 376
เพิ่งเล่นไปได้อย่างเดียวเอง มัวแต่ดูของเพลิน
เลยรีบออกมาสำรวจ ว่าจะเล่นอะไรต่อดี
เดินผ่าน ET Adventure เห็นคนเยอะเลยผ่านไปก่อนครับ
Posted by: Chanarong, September 5, 2008, 12:30am; Reply: 377
เข้าสู่ Zone New York
อันนี้ Terminator2 - 3D ขอผ่านก่อนเช่นกัน
Posted by: Chanarong, September 5, 2008, 12:32am; Reply: 378
เดินไป มองเห็นสะพานแขวนอยู่ไกลๆ(อันที่เราเห็นตอนมาTempozanเมื่อวานนี้)
ทางขวาเป็นสวนดอกไม้ น่านั่งเล่นหรือถ่ายรูปครับ
แต่แดดแรงเหลือเกินครับ สังเกตว่ากางร่มกันเป็นแถว
Posted by: Chanarong, September 5, 2008, 12:34am; Reply: 379
เดินผ่านเครื่องเล่น Spiderman ครับ
Posted by: Chanarong, September 5, 2008, 12:36am; Reply: 380
ขณะเดินผ่านหน้าSpidermanนั้นเอง ก็มีรถคล้ายๆรถเมล์สีสีนแสบตาอย่างที่เห็นผ่านมาครับ
Posted by: Chanarong, September 5, 2008, 12:38am; Reply: 381
นี่คือโชว์อย่างนึงในโซน New York นี่แหละครับ คือ Sesame Street Dream of Dancing ครับ
มีตัวละครจากเรื่องSesame Street มาเต้นประกอบเพลงให้ชม
Posted by: Chanarong, September 5, 2008, 12:40am; Reply: 382
ผู้ชมล้นหลามเลยครับ
Posted by: Chanarong, September 5, 2008, 12:41am; Reply: 383
ดูภาพความสนุกสนานครับ
Posted by: Chanarong, September 5, 2008, 12:44am; Reply: 384
นำทีมโดยสาวคนนี้ครับ เวลาเต้นยิ้มตลอดเลย ทำให้คนดูสนุกสนานมากๆ
Posted by: Chanarong, September 5, 2008, 12:49am; Reply: 385
นักเรียนก็มากันเป็นกลุ่มเลย ที่นี่มีเครื่องแบบหลากหลายมากๆครับ
สังเกตตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่า ช่วงนี้นักเรียนเยอะมากๆ ตั้งแต่เมื่อวานที่ไปปราสาทโอซาก้าแล้ว
ไม่แน่ใจว่าช่วงนี้คือช่วงปิดเทอมแล้วมาทัศนศึกษากัน หรือว่า เปิดเทอมอยู่แต่โดดเรียน(คงไม่ใช่)
เลยอยากถามผู้รู้ครับ ว่าช่วงเวลาของเรียนของเด็กญี่ปุ่นนี่เป็นยังงัย ไปไหนถึงได้เจอแต่นักเรียนไปเที่ยวตามที่ต่างๆ หรือว่าพร้อมใจกันทัศนศึกษาทั่วประเทศ
ถ้าเป็นบ้านเรามาข้างนอกในเวลาเรียนนี่โดนสารวัตรนักเรียนจับแล้ว
Posted by: Chanarong, September 5, 2008, 1:02am; Reply: 386
ชมการแสดงอยู่ประมาณ10นาที ก็รีบไปหาอะไรเล่นต่อ
ตัดสินใจเข้า Terminator2-3D ครับ เรื่องคนเหล็กนี่เอง
เข้าไปเวลารอคิวและเวลาชมการแสดง รวม40นาที

หลังจากเข้าไปตอนแรกก็ยังไม่ได้ชมทันที เหมือนเข้าไปในห้องกว้างๆ แล้วจำลองสถานการณ์ว่ามีเจ้าหน้าที่ของบริษัทCyberdyne
ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีแห่งอนาคต กล่าวต้อนรับผู้เข้าชม และซักถามต่างๆนาๆ(เป็นภาษาญี่ปุ่นอีกแล้ว)
ก็ยืนรออยู่นาน+ฟังไม่รู้เรื่อง เริ่มเมื่อยอีกแล้วคร้าบ หลังจากนั้นก็ให้เข้าไปด้านใน คล้ายโรงหนัง
ค่อยยังชั่ว ได้นั่งแล้ว
แล้วก็เกิดเหตุการณ์ว่า นางเอก และเด็กหนุ่ม ที่เล่นเรื่องคนเหล็กพยายามแฮ็กเข้ามาในระบบแล้วเตือนเราว่าอย่าเชื่อบริษัทนี้
แล้วก็มีหุ่นยนต์ปรากฏตัว หลังจากนั้นก็มีพี่อาร์โนลด์(ตัวปลอม) ขี่มอเตอร์ไซด์สุดเท่ห์ออกมา
จากนั้นก็เริ่มฉายหนัง โดยมีจุดเด่นที่มีการสลับฉากระหว่างการแสดงจริง และหนัง3มิติ
ตอนท้ายก็มีการต่อสู้ เช่น ในหนังโจมตีออกมา แต่คนแสดงจริงเป็นคนหลบ อะไรประมาณนี้(ไม่รู้อธิบายแล้วเข้าใจหรือเปล่าครับ)
สรุป สนุกแล้วกันครับ แล้วก็ทึ่งว่า ทำได้ไงเนี่ย โอ้พระเจ้าจอร์จมันยอดมาก

ข้างในไม่ให้ถ่ายรูป(อีกแล้ว) พอออกมาก็เจอร้านขายของที่ระลึกครับ
นี่หุ่นคนเหล็กขนาดเท่าของจริงคร้าบ
Posted by: Chanarong, September 5, 2008, 1:04am; Reply: 387
ศีรษะคนเหล็กก็มีครับ
Posted by: Chanarong, September 5, 2008, 1:05am; Reply: 388
อันนี้มาแปลก สงสัยจะเป็น "ไม้เกาหลัง คนเหล็ก" ครับ
Posted by: Chanarong, September 5, 2008, 1:15am; Reply: 389
ผ่านไปเกือบ2ชั่วโมง เล่นได้แค่2อย่าง แล้วจะเล่นครบมั๊ยเนี่ย คิวก็ยาว
ผมเลยตัดสินใจว่า ซื้อ Universal Express Booklet ดีกว่า
ซึ่งเจ้าสิ่งนี้ก็คล้ายๆ Fastpass ของ Disneyland นั่นเอง
ทำให้สามารถลัดคิวไปต่อที่หัวแถวได้เลย แต่ที่ต่างคือ ที่Disneyland ฟรี แต่ได้ครั้งละเครื่องเล่น
แต่ที่นี่ เสียตังค์ แต่ได้เหมือนคูปองมาเลย จะไปต่ออันไหนก่อนก็ได้แล้วแต่เรา

อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ ใครที่อยากประหยัดก็ต่อคิวไปตามปกติ เพียงแต่ต้องรอนานหน่อย
(แต่เดี๋ยวผมจะมีทริคบอกตอนท้าย)
แต่ผมคิดว่าซื้อเวลาดีกว่า เสียเพิ่มไม่เป็นไร ก็จะขอใช้เฉพาะอันที่คิวยาวๆคนเยอะๆ
ก็เลยเดินย้อนกลับไปทางเก่าไปที่ขายตั๋วตอนแรกที่เราเข้ามา อย่าลืมStampข้อมือก่อนออกด้วยครับ เดี๋ยวเข้าใหม่ไม่ได้

เดินผ่านET อีกครั้ง เลยแวะดูร้านของที่ระลึกหน่อย
Posted by: Chanarong, September 5, 2008, 1:16am; Reply: 390
ในร้านมีห้องคล้ายๆในยานอวกาศด้วย
Posted by: Chanarong, September 5, 2008, 1:17am; Reply: 391
ตุ๊กตา ET แร็พโย่วววว
Posted by: Chanarong, September 5, 2008, 1:19am; Reply: 392
ที่ใส่กระดาษทิชชู และ ตุ๊กตาไซส์บิ๊กบึ้ม
Posted by: Chanarong, September 5, 2008, 1:22am; Reply: 393
เริ่มมีคนอ่านกระทู้บอกว่า ที่เล่นได้น้อยก็เพราะมัวแต่ถ่ายรูปกับชมของเล่นอยู่มากกว่า แหะๆๆ หรืออาจจะจริง
รีบไปซื้อUniversal Express Booklet ดีกว่า

เดินย้อนไปไกลเหมือนกันครับ แฮ่กๆๆๆ ถ้าใครตัดสินใจซื้อก็ซื้อพร้อมตั๋วเข้าสวนสนุกเลยนะครับ จะได้ไม่ต้องเดินย้อนไปมา
Posted by: Chanarong, September 5, 2008, 1:25am; Reply: 394
มาถึงแล้ว ที่ขายตั๋ว ก็ยืนรอคิวปะปนกับผู้ที่ซื้อตั๋วเข้าสวนสนุกอีกรอบ แต่รอไม่นานครับ
เพราะขณะนี้เวลาล่วงเลยมาพอควร ไม่ค่อยมีคนมาเพิ่มแล้ว ส่วนใหญ่จะมากันตั้งแต่สวนสนุกเปิด

สังเกตแฟชั่นทรงผม เครื่องแต่งกายของคนที่นี่ เหมือนออกมาจากหนังสือเลยครับ
Posted by: Chanarong, September 5, 2008, 1:30am; Reply: 395
บังเอิญครับ เจอพี่ หลิวเต๋อหัว อีกจนได้ ครั้งก่อนไปฮ่องกงก็เจอมาครั้งนึงแล้ว
แต่คราวนี้คงได้เจอพี่เค้าแค่ที่นี่ที่เดียวครับ คงไม่ไปโผล่ที่อื่นแล้ว

ใครงงลองไปอ่านที่กระทู้เก่าสมัยผมไปฮ่องกงนะครับ
http://www.hflight.net/forum/m-1168251708/s-0/
Posted by: Chanarong, September 5, 2008, 1:41am; Reply: 396
ป้ายบอกราคาครับ
สำหรับExpress Booklet จะมี3แบบครับ
ในที่นี้ Booklet7 ราคา3700เยน(1110บาท) Booklet4 ราคา2200เยน(660บาท)ครับ

คิดดูแล้ว Booklet7 เล่นได้7อย่าง ตกอย่างละ 158 บาทไทย
แต่ถ้าเป็นBooklet4 เล่นได้4อย่าง ตกอย่างละ 165 บาทไทย

ผมเลยตัดสินใจซื้อแบบ Booklet4 ดีกว่าครับ เพราะเครื่องเล่นที่เราจะไปลัดคิวนั้นไม่ต้องถึง7อย่างก็ได้ครับ

คิดซะว่า ซื้อเวลาด้วยเงิน600กว่าบาท ผมว่าคุ้มครับ
(แต่สำหรับท่านผู้อ่านไม่แนะนำครับเพราะสิ้นเปลือง และยังพอมีอีกวิธีง่ายกว่านั้นครับ อะแฮ่ม ไว้บอกตอนท้าย)
Posted by: Chanarong, September 5, 2008, 1:48am; Reply: 397
การใช้Bookletนี่ไม่ใช่ 7 อย่าง 4 อย่าง จะเล่นอะไรก็ได้นะครับ จะมีเงื่อนไขให้เลือกอยู่
ไปดูเวปทางการที่ http://www.usj.co.jp/studioguide/attraction/e_index.html

ราคาขายในแต่ละวันของแต่ละชนิดก็จะไม่เท่ากันนะครับ ลองดูตัวอย่างดังรูป
Posted by: Chanarong, September 5, 2008, 1:54am; Reply: 398
Booklet7 ก็จะเล่นได้7อย่างดังรูป จะเห็นได้ว่าอันอื่นๆ6อย่างเล่นได้อย่างละครั้ง
ถ้าเผลอไปต่อคิวเล่นแล้ว ก็เอาไปเล่นอย่างอื่นไม่ได้ ต้องเล่นซ้ำอีก
จะมีแค่ข้อ2 ที่เลือกได้ ว่าจะนั่งรถไฟเหาะ หรือจะดู Shrek หรือจะดู Sesame Street หรือ Backdraft ก็ได้
ของผมดูTerminatorไปแล้วเมื่อกี๊ ยังงัยก็ไม่คุ้มแน่อันนี้
Posted by: Chanarong, September 5, 2008, 2:04am; Reply: 399
ส่วน Booklet4 อันนี้น่าจะเหมาะกว่า
Booklet4Afterนั้นก็จะเหมือน Booklet4 แต่จะเอามาขายหลังBooklet4หมดในบางวัน
พวกนี้ต้องมีการจำกัดจำนวน ไม่งั้นทุกคนซื้อหมด ก็ต้องไปต่อคิวอยู่ดี

เล่นได้4อย่างผมเลยวางแผนไว้ ดังนี้
1.บังคับเล่น Spiderman อันนี้น่าใช้อยู่แล้วเพราะเป็นเครื่องเล่นฮิต คนต่อคิวเยอะ

2.เลือกได้ ว่าจะนั่งรถไฟเหาะ หรือจะดู Shrek หรือจะดู Sesame Street หรือ Backdraft
ก็ต้องเลือก Hollywood Dream The Ride หรือ รถไฟเหาะนั่นเอง เพราะเป็นอีกอันที่คิวยาวมาก
Shrekดูไปแล้ว Sesame Street เดี๋ยวต่อคิวเอาก็ได้ Blackdraftถ้ามีเวลาค่อยดูครับ

3.ET , Jaws หรือ Back to The Future อันนี้เลือก Back to The Future ครับ
ส่วน ET กับ Jaws พอจะต่อคิวไหว

4.Backdraft หรือ Jurassic Park หรือ Terminator อันนี้ก็แน่นอนว่า Jurassic Park- The Ride ครับ
เพราะBackdraftไม่ค่อยน่าสนเท่าไหร่ คนเหล็กก็ดูไปแล้ว

เดี๋ยวก็จะไปเล่นตามแผนที่วางไว้ครับ ขณะนี้ก็ประมาณเที่ยงพอดี ผ่านไป2ชม. เล่นไป2อย่างเองครับวันนี้
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 9:32am; Reply: 400
เดินเจ้ามาก็เจอกับ Shrek & Fiona ครับ กำลังถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยว
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 9:34am; Reply: 401
ผ่านร้านอาหาร Studio Stars Restaurant เริ่มหิวเหมือนกันแฮะ แต่เอาไว้ก่อนดีกว่าครับ
สังเกตพนักงานต้อนรับใส่ชุด Maid ด้วย
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 9:38am; Reply: 402
ระหว่างทางก็ดูสิ่งที่ซื้อมาครับ Express Booklet 4 มีโบชัวแนะนำว่าเล่นอะไรได้บ้าง และตัวBookletของจริง
เป็นสมุดคูปอง
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 9:40am; Reply: 403
ดูหน้าตาชัดๆอีกครั้ง กับตัวคูปอง เวลาใช้ก็เดินเข้าไปในช่องทางพิเศษได้เลย ยังไม่ต้องยื่นคูปอง
ให้ยื่นตอนเกือบๆจะเข้าเล่นเลย (เรียกว่าไปถึงแทบไม่ต้องต่อคิวเลยครับ)
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 9:42am; Reply: 404
ตามแผนที่วางไว้ แวะต่อคิวเล่น ET ก่อน ยังไม่ใช้คูปองครับ
อันนี้บริเวณหน้าทางเข้า
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 9:44am; Reply: 405
คิวยาวมากเลยครับ ลองสังเกตทางขวามือเป็นช่องว่างๆ นั่นแหละครับ ถ้าใช้Bookletจะได้เข้าทางนี้ เดินผ่านสบายเลย
แต่นี่ยังไม่ได้ใช้ ต้องรอนานเลยครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 10:11am; Reply: 406
ใช้เวลารอคิว+เล่น ET ประมาณ50นาทีครับ นานพอดู
ลักษณะการเล่นก็จะให้ขี่รถลักษณะเป็นจักรยาน (มีETนั่งอยู่ตะกร้าข้างหน้าด้วย เหมือนในหนัง)
รถก็จะวิ่งไปตามเส้นทาง(เหมือนมีรางอยู่ด้านบน) ผ่านเนื้อเรื่องต่างๆ ตั้งแต่ในป่า
ไปถึงเหตุการณ์ที่ต้องหลบหนีจากตำรวจ แล้วฉากสำคัญคือ ขี่จักรยานลอยฟ้าลงไปเห็นเมืองข้างล่าง
ท้องฟ้ามีพระจันทร์ด้วยครับ แล้วก็ไปดาวET เห็นETรุ่นอาวุโสด้วย

สรุป สนุกดีครับ แต่ผมเคยเล่นครั้งนึงที่Universalอเมริกาแล้ว เลยไม่ตื่นเต้นมาก แต่ถ้าใครไม่เคยเล่นน่าจะชอบครับ

ก่อนเข้าเล่นเจ้าหน้าที่จะถามชื่อเราและให้Cardใบหนึ่งมา ไม่ต้องตกใจครับ ตอนออกต้องคืนการ์ดด้วย
ดูเหตุผลข้างล่างนี้ครับ
=> การ์ดน่าจะมีmemoryไว้ พอผ่านจุดที่กำหนด ตอนออกก็จะมีการเรียกชื่อเราด้วย ว่า Bye Bye Chanarong อะไรประมาณนี้ครับ

พอออกมาก็เดินผ่านเวทีนี้ครับ The Blues Brothers เป็นคนใส่สูทดำ ร้องเพลงแนวBluesครับ ไม่แน่ใจ
แต่ตอนนี้ยังไม่มีการแสดง
อีกรูปเป็นบรรยากาศในโซน New York ดูอาคารต่างๆและมีTAXIสีเหลืองที่เป็นสัญลักษณ์ด้วย
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 10:14am; Reply: 407
เดินวนผ่านหน้าบริเวณ Lagoon ครับ เป็นลักษณะสระน้ำ ดูจากสิ่งก่อสร้างและหอคอยสูงๆมีสายSlingนั่นแล้ว
ท่าทางShow Peter Pan's Neverland จะยิ่งใหญ่อลังการจริงๆครับ แต่วันนี้ไม่มีการแสดง อดเลย -_-''''
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 10:17am; Reply: 408
บริเวณรอบๆมีมินิเกมให้เล่นด้ยครับ อย่างอันนี้ก็โยนห่วงให้ลงปากขวด คล้ายงานวัดบ้านเราเลย
ไม่ได้ดูราคามาครับว่าค่าเล่นเท่าไหร่
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 10:20am; Reply: 409
โยนบอลให้ลงถังครับ รางวัลคือตุ๊กตาทั้งหลายที่อยู่ด้านหลัง
ดูลักษณะบอลกับถังแล้ว เหมือนทางสวนสนุกแอบโกงนิดๆนะเนี่ย ลองนึกดูนะครับ
โยนไปถึงจะลงถังก็คงเด้งออกอยู่ดี ต้องแม่นจริงๆให้กระเด้งไม่แรงแล้วไม่กระเด้งออกมา
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 10:24am; Reply: 410
เดินผ่าน Mels Drive In เป็นร้านอาหารครับ สังเกตว่ามีรถคลาสสิคจอดอยู่ด้านหน้า
แล้วเห็นรางขาวๆด้านหลังไหมครับ นั่นแหละที่ผมกำลังจะไปเล่นครับ คือ Hollywood Dream The Ride
รถไฟเหาะตีลังกานั่นเอง กะว่าเล่นก่อนกินข้าวดีกว่าครับ กินข้าวแล้วไปเล่นอาจมีอาเจียนได้
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 10:26am; Reply: 411
รถคลาสสิคจอดทั้งด้านหน้าและด้านหลังของร้าน สวยแบบย้อนยุคดีครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 10:29am; Reply: 412
ข้างๆมีเวทีShow Imagine Love & Peace ไม่แน่ใจว่าการแสดงเป็นยังงัยครับ
จะเห็นได้ว่าพวกโชว์ต่างๆ(ที่ผมเคยให้ดูตารางเวลา)บางทีถ้าไม่เด่นหรือน่าดูจริงๆ ก็ไม่ต้องซีเรียสครับ
เดินผ่านไปมาเดี๋ยวก็ได้ดูเอง อย่างเช่นที่ผมได้ดูSesame Streetที่มีรถบัสและคนเต้นมาก่อนหน้านี้
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 10:31am; Reply: 413
เดินไปตามทางเพื่อไปขึ้นรถไฟเหาะครับ แดดแรงใช่เล่น
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 10:33am; Reply: 414
มองไปอีกฝั่งก็เจอนี่ครับ คล้ายๆโรงหนัง แต่เป็นคอนเสิร์ตของเหล่าMonsterทั้งหลาย
ไม่ว่าจะเป็น แดร็กคิวล่า แฟรงเกนสไตน์ มนุษย์หมาป่า
ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาแสดง อันนี้ผมก็ไม่ได้ดูครับ ถ้าใครเวลาเหลือน่าลองแวะชมครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 10:38am; Reply: 415
ร้าน Pink Cafe ตกแต่งด้วยสีชมพู เป็นร้านอาหารครับ เดี๋ยวค่อยพาไปดูข้างใน
สีชมพูนี่ก็มาจากเจ้าเสือ Pink Panther นั่นเอง เด็กๆสมัยนี้ไม่รู้ได้ดูหรือเปล่าครับ
ใครมีลูกฝากตอบด้วยนะครับ แต่จำได้ว่าสมัยผมเป็นเด็กชอบมากๆ
แค่เพลงประกอบขึ้นมาก็น่าดูแล้ว
ตะแดด ตะแด๊ด
ตะแดด
ตะแดด ตะแดด ตะแด๊ด ตะแด่ด ตะแด๊ววววว
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 10:40am; Reply: 416
ข้างๆกันก็ Studio Styles in Pink ขายของที่ระลึกจากเรื่อง Pink Panther เช่นกัน
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 10:42am; Reply: 417
ถึงแล้วครับหน้าทางเข้า Hollywood Dream The Ride
มัวแต่ดูนู่นดูนี่และถ่ายรูปเพลิน กว่าจะถึง แหะแหะ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 10:45am; Reply: 418
กำลังจะเข้าไปก็มีอะไรมารบกวนอีกจนได้ ต้องหยิบกล้องมาถ่ายอีกครับ
มาริลีน มอนโรว์ สาวสุดsexyนี่เอง มีคนขอถ่ายรูปใหญ่เลย
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 10:58am; Reply: 419
หน้าทางเข้าครับ ป้ายข้างบนบอกเวลารอคิว 60 นาที
แต่เดี๋ยวจะใช้Bookletครับ เข้าไปไม่ต้องรอเลย ได้เล่นเลยครับ แจ๋วมากๆ

ก่อนเข้าเค้าจะให้ฝากของทั้งหมดไว้ที่Lockerครับ กระเป๋าเงินที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงยังไม่ให้เอาขึ้นเลย กลัวหล่นหาย
Lockerจะอยู่ทางซ้ายมือของรูปนี้ครับ ต้องหยอดเหรียญก่อน100เยน แต่ตอนเอาของคืนเครื่องก็จะคืนเงินให้ครับ
(ผมเลยแอบโกงนิดหน่อย อย่าเลียนแบบนะครับ ก็เลยฝากเป้ที่มีขาตั้งกล้องไว้ซะเลย
ตอนเล่นเสร็จก็มาเอาไปแต่กล้องธรรมดา อื่นๆยังฝากไว้ที่ตู้ต่อ ก็ดีครับมีที่ฝากของ ฟรีด้วย
แต่รีบมาเอาให้ทันก่อนเครื่องเล่นปิดนะครับ)

แล้วก็เข้าไปเล่นโดยใช้ Express Bookletเป็นครั้งแรก
ลองนึกภาพเราเดินผ่านแถวคนที่เข้าคิวกันเยอะๆ แต่เราเดินเข้าไปปรู๊ดเดียว แล้วก็ได้เล่นเลย
รู้สึกภูมิใจยังงัยไม่รู้ครับ (แต่ก็แลกมาด้วยเงินที่เพิ่มขึ้น-_-''''')

เล่นก็แป๊บเดียวไม่ถึง5นาทีเลย แต่ยอมรับครับว่าสนุกมากๆ มีตีลังกา2ตลบด้วย รถไฟก็วิ่งเร็วมากๆ
ลงมาก็วิงเวียนหน้ามืดเล็กน้อยครับ เริ่มแก่แล้วเรา
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 11:05am; Reply: 420
ออกมาเวลาจะบ่าย2แล้ว ยังเหลืออะไรอีกเยอะเลย
เริ่มหิวแล้วครับ ลองแวะร้าน Mels Drive-In เมื่อกี๊หน่อย
ขายพวกFastfoodครับ รู้สึกว่าแพงชอบกล setละ1000เยนขึ้น ก็300กว่าบาท
เปรียบเทียบกับบ้านเราเลยรู้สึกว่าแพงครับ ถอยก่อนดีกว่า
(ทีเครื่องเล่นเสียเพิ่มไม่ว่า ของกินล่ะแพงนิดหน่อยไม่เอาแล้ว เอาเข้าไป)
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 11:05am; Reply: 421
บรรยากาศในร้านครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 11:12am; Reply: 422
เดินออกมา มองไปไกลๆเห็นการแสดงพิเศษในช่วงนี้(ที่เป็นรูปในโบชัวและบัตรเข้าสวนสนุก)
คือ Fantastic World เป็นการแสดงที่จะมีพาหนะรูปร่างประหลาดๆ(คล้ายๆดอกไม้ ดอกบัว ดังภาพ)
แล้วด้านบนก็มีคนใส่ชุดแฟนซีหลายๆแบบ คล้ายๆสิงสาราสัตว์ต่างๆ แล้วก็ร้องรำทำเพลงกันสนุกสนาน
มีทั้งบนดอกไม้แล้วก็เต้นอยู่รอบๆ ก็ดูสนุกดีครับ แต่ตอนนี้หิวมากเลยไม่มีเวลาไปสนใจนัก

ในรูปนี้ลองดูทางซ้าย จะเห็นอาคารที่มีนกหัวขวานWoodyอยู่ข้างบน คือที่มีattraction
Animation Celebration ที่เคยพูดถึงนั่นเอง อันนี้ผมก็ไม่ได้เข้าครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 11:15am; Reply: 423
เดินย้อนมาแถวรอบสระบริเวณ Lagoon ใหม่
ก็เจอเจ้าสิ่งนี้ครับ ที่ช่วยเราได้มากๆนั่นคือ Studio Information ครับ
ที่เคยบอกไปแล้วว่าในแผนที่จะเป็นเครื่องหมายคำถามบนพื้นสีแดงๆ มีอยู่2แห่ง 2ฝั่งของสระน้ำ

เป็นป้ายที่บอกรายละเอียดของShow และ Attraction ของวันนั้นๆ ว่ารอบต่อไปกี่โมง ต้องรอกี่นาที
เพื่อเอาไว้วางแผนการเล่นได้ครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 11:21am; Reply: 424
เข้าไปดูใกล้ๆครับ จะเห็นว่ามีรายละเอียดบอกไว้เข้าใจง่ายครับ
ตัวอย่างในนี้ Fantastic World ที่กำลังแสดงเมื่อกี๊ รอบต่อไปก็ 16.30น.
Shrek 4D รอ 20 นาที ส่วนSesame 4D ก็จะเริ่ม 15.20น.
14.30น. มี WaterWorld และ Toto & Friends เลือกดูอย่างใดอย่างหนึ่ง
หรือจะรอ 14.45น. ดูMonsters Rock&Roll Show
แล้ว 15.30น.ค่อยไปดูโชว์ Wicked ที่ Land of Oz เป็นต้น

จะเห็นได้ว่าใช้วางแผนการชมการแสดงต่างๆได้เป็นอย่างดี
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 11:27am; Reply: 425
ส่วน Attractions จะบอกเวลารอคิว โดยประมาณ เช่น Spiderman รอประมาณ 55 นาที Jaws 35 นาที
ซึ่งการคำนวณของเค้าค่อนข้างแม่นครับ อาจจะเร็วกว่าที่คำนวณไว้ แต่ไม่ช้ากว่าแน่นอน
ฉนั้น อันไหนเวลารอน้อยๆไปเล่นก่อนเลยครับ ของที่คิวยาวๆเอาไว้ทีหลังจะได้ไม่เสียเวลา
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 11:33am; Reply: 426
ตอนนี้ไม่ไหวแล้วคร้าบ หิวสุดๆ ขี้เกียจเดินหาของกินแล้ว เจอรถขายHot Dogs ตรงหน้าพอดี
ก็ตกลงว่าซื้อกินประทังความหิวก่อนละกันครับ เมื่อเช้าเพิ่งกิน McDonald เลยไม่อยากกินFastfoodเท่าไหร่
ใครมีเวลาหาร้านอื่นๆกินได้ครับ มีหลายแนวมากๆ แต่กระผมเดินต่อไม่ไหวแล้วค้าบ ตาลาย
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 11:37am; Reply: 427
ก็เลยได้setนี้ ในราคา 700 เยน หรือ 210บาท
เป็นHotdogs มีมายองเนสและซอสให้ พร้อมน้ำอัดลม1แก้ว แก้วลายSnoopyด้วยครับ น่าเก็บเป็นที่ระลึก
แต่ดันฝากเป้ไว้เมื่อกี๊แล้ว เลยไม่ได้เก็บเลยครับ
รสชาติก็อร่อยมากครับเพราะความหิวนั่นเอง กินหมดในเวลาไม่กี่วินาที
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 11:39am; Reply: 428
อิ่มแล้วมีแรงเดินต่อ เห็นจากป้ายว่าเมื่อกี๊Spidermanคิวยาวมาก เรามีBookletอยู่แล้ว ไปเล่นก่อนเลยดีกว่า
อยู่ไม่ไกล ก็เดินผ่านโซนNew York เจอกับรถTAXIเหลืองอีกครั้ง แบบชัดๆ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 11:47am; Reply: 429
เข้าไปใช้Express Bookletเป็นครั้งที่2 ก็ได้เล่นเลยไม่ต้องรอคิว
สะดวกมากๆครับ เวลาเล่นจริงก็ประมาณ10นาทีเอง สนุกมากๆกับ Spiderman The Ride
เหมือนเราเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์จริงๆครับ
จำลองสถาณการณ์ว่าเราอยู่ในรถคันหนึ่งขับไปในเมือง แล้วก็มีเหล่าร้ายมาโจมตี
จากนั้นSpidermanก็ปรากฏตัว เราก็เลยต้องอยู่ในฉากการต่อสู้ระหว่างSpidermanกับเหล่าร้าย
มีฉากเจ๋งๆเช่น รถเรากระเด็กตกตึก ภาพตรงหน้าก็เหมือนเรากำลังตกจริงๆ แล้วSpidermanก็ใช้ใยมาช่วยไว้
อะไรประมาณนี้ ต้องไปดูเองครับ แต่ขอบอกว่ามันส์มากๆเลย

ออกมาก็เจอร้านขายของที่ระลึก มีSpidermanจำลองโชว์ลีลาอยู่กลางร้าน
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 11:49am; Reply: 430
สินค้าก็มีหลายหลายมากครับ เลือกไม่ถูก ก็เลยไม่ได้ซื้อเลย
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 11:52am; Reply: 431
ทั้งพวงกุญแจเอย หมวกเอย น่าซื้อไปหมด
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 11:54am; Reply: 432
เสื้อยืดสีสันแสบตา น่าซื้อมาใส่ครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 11:58am; Reply: 433
ใกล้ 14.30น. แล้ว เมื่อกี๊ดูเวลาShowไว้ ก็เลยเลือกไปดู Waterworld ดีกว่าครับ
จึงต้องรีบไป เดี๋ยวไม่ทัน
ระหว่างทางเห็นภาพน่ารักๆ คุณแม่คุณลูกพักเหนื่อยกันเป็นหมู่คณะ
(สงสัยคุณพ่อ และ ลูกชายที่โตขึ้นมาหน่อยกำลังเล่นเพลินอยู่แน่เลย)
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 12:00pm; Reply: 434
ต้องเดินผ่านโซนNew York และผ่านโซน Sanfrancisco
เห็นใกล้ๆมีรูปปั้นนี้ ไม่แน่ใจว่าเป็นใครครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 12:02pm; Reply: 435
ระหว่างทางเจอร้านต่างๆมากมาย ร้านแบบจีนๆก็มีครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 12:05pm; Reply: 436
ผ่านโซน Jurassic Park ประตูใหญ่ๆที่คุ้นตา ต้นไม้ต่างๆก็ให้บรรยากาศดีครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 12:06pm; Reply: 437
รถยนต์เหมือนในหนัง สีสันฉูดฉาดมาก
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 12:07pm; Reply: 438
อันนี้ก็เหมือนในหนัง แต่ถูกไดโนเสาร์เล่นงานซะแล้ว
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 12:08pm; Reply: 439
เครื่องเล่น Jurassic Park The Ride แต่ยังไม่เล่นในตอนนี้ครับ ต้องไปชมWaterworldก่อน
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 12:09pm; Reply: 440
อันนี้ร้านของที่ระลึก
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 12:13pm; Reply: 441
ใครร้อนก็มี Refresh Zone พ่นไอน้ำช่วยคลายร้อนได้เยอะเลยครับ แต่กลายเป็นเปียกแทน
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 12:14pm; Reply: 442
หลังจากโอ้เอ้อยู่นานก็มาถึงจนได้ WaterWorld ตกแต่งได้บรรยากาศในหนังจริงๆ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 12:20pm; Reply: 443
ก่อนเข้าไปเห็นรถเข็นขายของกินเล่นคลายร้อน ดูราคา แพงใช่เล่น
แต่อากาศตอนนี้บ่าย2ครึ่ง ร้อนมากครับ ว่าแล้วก็เสียเงินไป350เยน (ประมาณ105บาท)
กับสตรอเบอรี่แช่แข็ง3ลูกใหญ่ๆเสียบไม้ แบบนี้ ตกลูกละ30กว่าบาทแน่ะ

เห็นอย่างนี้ กัดเข้าไปเป็นน้ำแข็งเลยนะครับ รสสตรอเบอรี่ไม่ค่อยเข้ม แต่ก็เย็นชื่นใจดี
ยังมีสับปะรดกับมะม่วงแช่แข็งให้เลือกอีกนะครับถ้าใครสนใจ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 12:22pm; Reply: 444
เข้าไปในส่วนของสถานที่แสดง ภายนอกตกแต่งด้วยสังกะสีเก่าๆซอมซ่อแบบนี้แหละครับ คล้ายในหนัง
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 12:26pm; Reply: 445
เข้ามาข้างใน โอ้ว ฉากการแสดงอลังการดีครับ มุมมองกว้างดีทั้งแนวกว้างและแนวสูง
มาช้าเลยต้องนั่งฝั่งขวา ถ้าให้ดีควรนั่งกลางๆครับจะเห็นครบทุกรายละอียด
ถ้าอยากเปียกก็ให้นั่งหน้าครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 12:28pm; Reply: 446
ผู้ชมล้นหลามเลยครับ สังเกตตรงกลาง แถวหน้าๆ ตรงนั้นจะเปียกแน่ๆครับ แต่ก็มีบางคนตั้งใจมาเปียก
ใส่เสื้อกันฝนพร้อมเลย
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 12:38pm; Reply: 447
ที่เปียกก็เพราะในการแสดงจะมีพวกเรือคล้ายๆJetski แล่นไปมา บางทีก็มาหน้าเวทีเร่งเครื่งให้น้ำกระเด็นมาโดนผู้ชมเป็นที่สนุกสนาน

การแสดงจะเป็นStunt Show ครับ มีครบทุกรสเลย ทำเป็นเนื้อเรื่อง พระเอกมาช่วยนางเอกที่ถูกจับไปโดยโจรสลัด
พาหนะแต่ละอันที่ออกมาก็เท่ห์ๆทั้งนั้น(เหมือนเค้าจะห้ามถ่ายรูปครับเลยแอบถ่ายมาได้แค่นี้)
มีการต่อสู้กัน ยิงปืน ยิงระเบิด ระเบิดตูมตามตรงนั้นที ตรงนี้ที
ใต่ขึ้นที่สูงๆสู้กัน มีการตกลงมาลงน้ำด้วย และตอนท้ายมีเฮลิคอปเตอร์ถูกยิงตกลงมาด้วย
มีการระเบิดตูมแรงสุดๆไอร้อนแผ่มาถึงหน้าเลยครับ

ในรูปเป็นฉากท้ายๆที่พระเอกนางเอกขี่เรือมาโบกมือByeByeท่านผู้ชม ควันระเบิดยังขโมงอยู่เลยครับ

สรุป เป็นโชว์ที่น่าประทับใจมากครับ แม้ว่าผมจะเคยดูมาแล้วที่Universalอเมริกาก็ตาม(แต่ก็จำไม่ค่อยได้เพราะเกือบ10ปีแล้ว)
มาดูอีกทีก็ยังประทับใจอยู่ครับ
แต่ถ้าใครมีลูกเล็กๆอาจตกใจได้เวลามีเสียงระเบิดดัง
เห็นมีแม่ลูกคู่หนึ่งเด็กร้องงอแงมากเลยต้องพาออกไปก่อนก็มีครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 12:41pm; Reply: 448
การแสดงใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็จบครับ
ตอนออกมาเนี่ยสิครับ คนเยอะมากๆดังที่เห็น
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 12:43pm; Reply: 449
และแล้วก็มุ่งหน้าไปยังโซน Amity Village เพื่อไปต่อคิวเล่น Jaws ครับ
มาถึงก็ได้บรรยากาศเมืองท่า
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 12:44pm; Reply: 450
เจ้าฉลามยักษ์ถูกจับอยู่นี่เอง คนถ่ายรูปเพียบเลยครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 12:47pm; Reply: 451
บริเวณหน้าทางเข้าและคิวที่รอครับ
พนักงานใส่ชุดใส่หมวกเหมือนกัปตันเรือด้วยครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 12:51pm; Reply: 452
เรือที่เราจะนั่งไปครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 12:55pm; Reply: 453
เนื้อหาของเครื่องเล่นJawsนี้ก็ได้เล่าให้ฟังไปแล้วนะครับ ก็เป็นการนั่งเรือไปแล้วถูกฉลามโจมตี
มีให้ลุ้นกันหลายครั้งเลย ที่สนุกคือคนพากษ์ที่เป็นกัปตันเรือของเราครับ เป็นผู้หญิงซะด้วย
พากษ์เหตุการณ์ต่างๆ(ภาษาญี่ปุ่น)แม้จะไม่รู้เรื่องแต่ได้อารมณ์มากๆ ทำให้ลุ้นตามไปด้วยเลยครับ

ป้ายบอกรอคิว35นาที รอจริงประมาณ20นาที เล่น ประมาณ10นาที ครับ

ออกมาก็เจอกับร้านขายของ ตามสูตรเดิม
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 12:57pm; Reply: 454
อันนี้เป็นหมวกนะครับเนี่ย ไม่ใช่ตุ๊กตา
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 12:58pm; Reply: 455
ส่วนอันนี้ ตุ๊กตาของจริง และเสื้อยืดครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 12:59pm; Reply: 456
น่าจะเป็นขนมนะครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 1:03pm; Reply: 457
ส่งท้ายกับ Amity Village ด้วยภาพนี้ครับ ที่ทุกคนชอบมาถ่ายกัน โดนกินหัว นั่นเอง
(เป็นสิ่งที่สมัยเรียนโดนรุ่นพี่ หรือ อาจารย์ทำเป็นประจำ)
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 1:07pm; Reply: 458
จากAmity Village เดินต่อไปก็จะเห็นอาคารสีสันสดใส แถมมีรอยเท้าหมาด้วย
จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเจ้าตูบ Snoopyนั่นเอง
ในโซน Snoopy Studios
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 1:40pm; Reply: 459
แต่ยังไม่มีเวลาแวะทักทายเจ้าSnoopyครับ เพราะว่าดูตารางเวลาแล้ว มีโชว์ Wicked
น่าจะเป็นละครเพลง ที่โซน Land of Oz เวลา15.30 หรือ 15.45น. จำไม่ได้ครับ
เลยรีบไปที่โซน Land of Oz ที่อยู่ถัดไป ก่อน
ตกแต่งได้ดีมากครับเหมือนเมืองเทพนิยายเลย
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 1:41pm; Reply: 460
บรรยากาศในโซนนี้ น่ารักมากครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 1:43pm; Reply: 461
ที่เห็นคนมุงกันเยอะๆก็นี่เอง เหล่าตัวละครในเรื่องพ่อมดอ๊อซ กำลังถ่ายรูปกับผู้ชม
นี่ก็ โดโรธีและหุ่นกระป๋อง
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 1:44pm; Reply: 462
พี่สิงโตจ้าวป่าฮับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 1:46pm; Reply: 463
นี่ก็ หุ่นไล่กา แต่ไหงออกแนวขี้หลีนะเนี่ย(อิจฉา!!!!)
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 1:48pm; Reply: 464
ที่บอกไม่มีเครื่องเล่น ก็ไม่จริงนะครับ พอเข้ามาก็เห็นเครื่องเล่นนี้ นั่นคือ ม้าหมุนนั่นเอง
ดูเวลารอแค่5นาทีเอง แต่สำหรับเด็กๆนะครับ ผมคงไม่เล่นอันนี้
บรรยากาศในโซนนี้ตกแต่งโทนสีเขียวสบายตาดีครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 1:49pm; Reply: 465
ดูชุดพนักงานซะก่อน
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 1:50pm; Reply: 466
ตัวม้าหมุนก็เป็นแบบนี้ครับ เหมือนๆกันทุกที่
เอ๊ะ จะเรียกม้าหมุนอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะลองดูๆแล้วมีทั้ง ม้าลายหมุน ช้างหมุนด้วยครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 1:52pm; Reply: 467
อากาศค่อนข้างร้อน ก็จะมีตู้กดน้ำดื่มบริการ แถมมีละอองน้ำพ่นออกมาด้วยคล้ายๆในโซนJurassicเมื่อกี๊
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 1:56pm; Reply: 468
เพราะมัวถ่ายรูปเพลิน พอเดินเข้าไปถึงWicked พนักงานก็ปิดทางบอกว่าไม่ให้เข้าแล้ว รู้สึกจะเลยเวลาไปไม่กี่นาที
อันนี้ไม่เหมือนWaterWorldที่เข้าช้าไปนิดก็ให้เข้า ส่วนอันนี้น่าจะเข้าไปในโรงละครในร่ม
ถ้าเข้าไปกลางคันคงรบกวนผู้อื่น สรุปว่าอดดูครับ วันนี้มีรอบสุดท้ายแล้วด้วย

ใครไปมาช่วยมาเล่าให้ฟังด้วยนะครัยว่าเป็นอย่างไร
ที่บรรยายไว้เหมือนเป็นละครเพลงเกี่ยวกับแม่มดนะครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 1:59pm; Reply: 469
เดินไปใกล้ๆ โชว์ Toto & Friends ก็หมดรอบการแสดงไปแล้วเหมือนกันครับ
น่าจะป็นการแสดงของเด็กๆและสุนัขแสนรู้
สรุปแล้วโซนนี้ไม่ได้ดูอะไรเลยครับ แค่มาเดินชมบรรยากาศรอบๆ แต่ก็โอเคนะครับ สวยดี
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 2:21pm; Reply: 470
พลาดจากโชว์ต่างๆ เข้าร้านขายของดีกว่าครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 2:22pm; Reply: 471
ตุ๊กตา สิงโต และ หุ่นไล่กาครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 2:23pm; Reply: 472
พวงกุญแจต่างๆ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 2:26pm; Reply: 473
กล่องใส่ทิชชู และบรรยากาศในร้านครับ ตกแต่งน่ารักดี
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 2:28pm; Reply: 474
อันนี้คือถุงลายตัวละคร เอาไว้ใส่ลูกอมที่อยู่ด้านหลังแล้วไปชั่งกิโล คิดราคาตามน้ำหนักครับ จำไม่ได้แล้วว่าเท่าไหร่
น่าซื้อเป็นของฝากนะครับ ลายถุงก็น่ารักดี
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 2:30pm; Reply: 475
ของจากเรื่อง Wicked ก็มีครับ ในรูป คือ กระเป๋า ครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 2:34pm; Reply: 476
ขณะที่กำลังคิดว่าจะซื้ออะไรดี มองไปเห็นตู้นี้ครับ ตั้งอยู่ในร้าน
ในสวนสนุกแห่งนี้ก็มีมีตู้แบบนี้อยู่ในร้านๆต่างๆครับ ซึ่งผมว่าดีมากและน่าสะสม
นั่นคือตู้เหรียญที่ระลึกครับ
แค่100เยน(30บาท) เท่านั้น โดยหยอดเหรียญ100เยนลงไป มีลายให้เลือก3ลายดังรูป
กดปุ่ม A หรือ B หรือ C แล้วรอสักพักเหรียญก็จะออกมาโดยเราจะเห็นขั้นตอนการทำด้วย
ออกมาใหม่ๆร้อนเหมือนกันครับ
ผมเลือกลายโดโรธี ดังในรูปที่2ครับ น่ารักไหมเอ่ย
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 2:36pm; Reply: 477
ส่งท้ายความประทับใจกับ Land of Oz ด้วยหุ่นจำลองน่ารักๆ อยู่แถวๆหน้าร้านขายของที่ระลึกนั่นแหละครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 2:38pm; Reply: 478
เดินย้อนมาทางเก่า มายังโซน Snoopy Studios ซึ้งจะแบ่งเป็นกลางแจ้งและในร่มดังที่เคยกล่าวไปแล้ว
อันนี้เป็นด้านหน้า มีน้ำพุด้วยครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 2:39pm; Reply: 479
ภาพมุมกว้างครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 2:41pm; Reply: 480
ใกล้ๆมีร้านอาหาร แต่ไม่ได้เข้าไปดูข้างในครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 2:45pm; Reply: 481
บริเวณโซนกลางแจ้งมีของเด็กเล่นต่างๆ และมีเครื่องเล่นอันนี้ครับ คือ
Peppermint Patty's Stunt Slide เหมือนเล่นสไลเดอร์ตามสวนสยามครับแต่ให้นั่งเป็นแพยาง
ตอนแรกขึ้นไปบนอาคารสีสวยๆที่โพสไปก่อนหน้านี้ แล้วก็Slideลงมาครับ
เพราะฉนั้น เปียกแน่ๆครับอันนี้ ผมเลยไม่ได้เล่น แถมรอ45นาทีแน่ะ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 2:47pm; Reply: 482
รู้ได้ไงว่าเปียก ก็นี่ไงครับ มีตู้หยอดเหรียญซื้อเสื้อกันฝนกันน้ำด้วย ตั้ง300เยน
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 2:48pm; Reply: 483
ถ้าใครไม่มีตังค์ไม่เป็นไรครับ ทางสวนสนุกเตรียมทางเลือกไว้แล้วครับ
ถ้าเปียกก็มาผึ่งลมร้อนตรงนี้ครับ ไม่เสียเงิน
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 2:50pm; Reply: 484
เดินเข้ามาในอาคารบ้าง ก็เจอร้านขายของที่ระลึกครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 2:54pm; Reply: 485
ใครเป็นแฟนพันธุ์แท้Snoopyได้ใช้เงินแน่เลยครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 2:55pm; Reply: 486
น่าซื้อจริงๆครับแต่ละอย่าง อันสุดท้าย Chocolate Crunch ในกล่องสวยงาม
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 2:58pm; Reply: 487
ขนมอะไรไม่ทราบครับ น่ากินดี ใส่สาหร่ายด้วย ท่าทางจะกรอบๆ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 3:01pm; Reply: 488
อันนี้ครับ น่าซื้อที่สุดแล้ว ราคาไม่แพง กินขนมเสร็จเอากล่องไปใส่ของได้อีก น่ารักดี
หรือจะเอาไว้ใช้เป็นชามข้าวเจ้าตูบที่บ้านจริงๆก็ได้ครับ ผมว่าจะมาซื้อทีหลัง แต่สุดท้ายก็ลืมจนได้
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 3:04pm; Reply: 489
นอกจากร้านขายของแล้วก็ยังมีมุมต่างๆให้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกและนั่งพักผ่อนได้ครับ
อย่างเช่นป้ายนี้ กับ Snoopy Studios
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 3:07pm; Reply: 490
มีเครื่องเล่นในร่มคือ Snoopy's Great Race เป็นรถไฟเหาะนั่นเอง แต่ไม่ตีลังกาครับ เล่นอยู่ในร่ม
เด็กสูงกว่า122cmเล่นคนเดียวได้ ถ้าสูงกว่า92cmแต่มีผู้ปกครองมาด้วยก็เล่นได้ครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 3:10pm; Reply: 491
มีมุมให้เด็กเล่นและถ่ายรูปมากมาย บรรยายไม่หมดครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 3:12pm; Reply: 492
เดินเล่นถ่ายรูปซักพักก็ออกมาด้านนอก มีลานให้เด็กๆเล่นอย่างสนุกสนาน ดังรูป
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 3:25pm; Reply: 493
ดูเวลาก็4โมงเย็นนิดๆแล้วครับ ก็เลยไปต่อคิวเพื่อเข้าชม Sesame Street 4D ที่ฉายโรงเดียวกับShrek
แต่เปลี่ยนเป็นเรื่องSesameหลัง 15.20 น.
ก็ไปต่อคิวตามปกติ พอเข้าไปข้างในก็ให้ยืนรอและดูVDOเกริ่นนำ(โดยยืนตลอด)ซึ่งทำให้เมื่อยๆมากๆ
แถมพูดญี่ปุ่นอีกก็เลยไม่รู้เรื่องครับ
พอซักพักถึงเข้าไปนั่งในโรงพร้อมสวมแว่นตา3มิติ เนื้อเรื่องไม่ค่อยมีอะไร และฉากก็เหมือนในเรื่อง
Sesame Streetที่เคยเห็น คือเป็นหุ่นมือเดินไปมา คุยกัน มีเหตุการณ์อะไรนิดหน่อย
แล้วที่เป็น4มิติก็มีน้ำกระเด็นมาโดนบ้าง
ทำเอาเกือบงีบหลับ

รวมเวลารอและเวลาชมเกือบ40นาที
โดยส่วนตัวไม่ค่อยประทับใจครับอันนี้ ผมว่าเทียบกับ Shrek ไม่ได้เลย
Shrek ให้9คะแนน (ลบ0.5ที่ไม่มีภาษาอังกฤษ ลบ0.5ตรงที่ก่อนให้เข้าไปนั่งชมให้ยืนรอชมVDOเกริ่นนำนานมาก)
เรื่องนี้ให้แค่4คะแนนพอครับ

ออกมาก็เจอร้านขายของที่ระลึกร้านเดิมครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 3:31pm; Reply: 494
บริเวณใกล้ห้องน้ำจะมีน้ำดื่มบริการฟรีแบบนี้ครับ ใครหิวน้ำก็กดได้เลย เอ๊ะ หรือว่าจะรียูส น้ำในห้องน้ำ
ล้อเล่นครับ ที่ญี่ปุ่นนี่ น้ำประปาเค้าสะอาดครับ ใช้ดื่มได้
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 3:33pm; Reply: 495
ตามทางเดินมีตู้หยอดเหรียญแบบนี้เป็นระยะครับ ที่หยอดแล้วจะได้ไข่ออกมา เปิดไข่ก็มีของที่ระลึกต่างๆ
มีหลายตู้จากหลายเรื่องเลย
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 3:36pm; Reply: 496
ตัวอย่างตู้ เหมียว Kitty และ Pink Panther ครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 3:37pm; Reply: 497
อันนี้ก็ตู้อีกแบบนึงครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 3:41pm; Reply: 498
เวลาห้าโมงเย็นแล้ว เหลือเวลาอีก2ชั่วโมง ยังเหลือเครื่องเล่นที่พลาดไม่ได้อีก2อันครับ
มุ่งหน้าไปโซน Sanfrancisco เพื่อเล่น Back to The Future
ผ่านหัวมุมตรงโซนNew York ใกล้ๆที่เข้าไปเล่นSpiderman มีสวนดอกไม้ สวยดีครับ
และมีอะไรไม่รู้ตั้งอยู่ครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 3:42pm; Reply: 499
ระหว่างที่เดินผ่าน โชว์Sesameเต้นๆก็มาอีกแล้วครับ มีให้ดูทั้งวัน
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 3:44pm; Reply: 500
ถึงแล้ว Sanfrancisco อันนี้ร้านขายของที่ระลึกจากเรื่องBack to The Futureครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 3:46pm; Reply: 501
อาคารที่จะเข้าไปเล่น Back to The Future The Ride ครับ
มีตัวอย่างรถจากในหนังด้วย
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 3:49pm; Reply: 502
ป้ายข้างหน้าบอกต้องรอประมาณ45นาที แต่เราใช้Express Bookletครั้งที่3 เล่นได้ทันที ไม่ต้องรอ
ในรูปที่2เห็นทางขวาไหมครับ โล่งเลย เราจะเข้าทางนั้นครับ สุดท้ายไปโผล่หัวแถวเลย
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 3:54pm; Reply: 503
ใช้เวลาเล่นประมาณ20นาที รายละเอียดผมเล่าให้ฟังไปแล้วนะครับเครื่องเล่นนี้
พอดีเคยเล่นแล้ว เลยไม่ตื่นเต้นมาก แต่ถ้าใครไม่เคยผมว่าไม่ควรพลาดครับ
ข้อเสียเหมือนเดิมคือเกริ่นนำนานไปนิด และพูดแต่ภาษาญี่ปุ่นครับ(แต่พอเข้าไปเล่น เรื่องภาษาก็ไม่เกี่ยวอยู่แล้ว)

ออกมาก็เจอร้านขายของที่ให้ดูรูปไปเมื่อกี๊ครับ ตกแต่งในร้านเกี่ยวกับเวลา เพราะหนังเกี่ยวกับเดินทางข้ามเวลาไปมา
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 4:00pm; Reply: 504
และของที่ระลึกเด่นๆก็คงเป็นรถยนต์ในเรื่องครับ ที่ใช้เดินทางข้ามเวลาได้
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 4:00pm; Reply: 505
นี่ก็เหมือนกันครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 4:04pm; Reply: 506
ที่โซนSanfranciscoยังมีอีกattractionก็คือ Backdraft ครับ เป็นโชว์Special effectที่เกี่ยวกับไฟครับ
นี่เป็นบริเวณด้านหน้า ดูคล้ายสถานีดับเพลิงนะครับ
พอดีเวลาเหลือไม่มากและเคยดูแล้ว เลยขอผ่านครับ ถ้าใครมีเวลาก็แนะนำให้ดูครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 4:11pm; Reply: 507
มุ่งหน้าไปยังJurassic Parkเพื่อใช้Express Bookletใบที่4เป็นใบสุดท้าย
ผ่านหน้าInformationอีกแล้ว เลยแวะดูหน่อยครับ
สังเกตว่าฝั่งซ้ายที่เป็นShowต่างๆ เริ่มขึ้นภาษาญี่ปุ่นกันหมดแล้ว ประมาณว่าหมดรอบการแสดงของวันนี้แล้ว
ที่เห็นเหลืออยู่ก็มี การแสดงดนตรีของเหล่าMonster ตอน 17.45น. ครับ
ส่วนTerminator 17.55น. ก็ดูไปแล้ว
ในส่วนของAttractionก็ยังต้องรอกันนานเหมือนเดิม สังเกตว่า Hollywood Dream หรือรถไฟเหาะยังต้องรอตั้ง70นาที ถ้าขืนต่อคิว สงสัย อดเล่นอย่างอื่นแน่เลย

ตอนนี้ก็เวลา 17.45น.พอดี ถ้าดูการแสดงดนตรีMonsterสงสัยออกมาอดเล่นJurassic ก็เลยต้องขอไปใช้สิทธิ์Bookletก่อนครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 4:16pm; Reply: 508
ว่าแล้วก็เข้าไปเล่น Jurassic Park โดยไม่ต้องต่อคิว
ใช้เวลาเล่นประมาณ10นาทีได้ครับ รายละเอียดเล่าไปแล้วนะครับ
ตอบจบตอนแรกนึกว่าจะเปียกมากกว่านี้ จริงๆแล้วก็ไม่เปียกเท่าไหร่ครับ(ดีแล้ว)

ออกมาก็เจอร้านขายของตามเคย
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 4:17pm; Reply: 509
กะโหลกเจ้า T-Rex ครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 4:20pm; Reply: 510
เจ้าตัวนี้ถ้าจำไม่ผิด บรอนโตซอรัส
ส่วนรูป2เป็นหุ่นมือครับ เอามือใส่แล้วก็ขยับไปมาตามใจชอบ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 4:22pm; Reply: 511
ตุ๊กตาไดโนเสาร์ครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 4:36pm; Reply: 512
ขนมก็มีนะครับ อยู่ในกล่องสวยงาม
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 4:38pm; Reply: 513
ป้ายชื่อร้านอาหารในโซนนี้ครับ ทำได้เก๋ดีเลยถ่ายรูปเก็บไว้
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 4:41pm; Reply: 514
เริ่มหิวเหมือนกันครับ อาหารเช้าและอาหารกลางวันเป็นFastfoodอิ่มเร็วหิวเร็วครับ
ว่าแล้วก็ลองแวะซื้ออะไรกินซะหน่อย
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 4:46pm; Reply: 515
ก็เลยได้น่องไก่ยักษ์ ที่ในป้ายบอกว่าไก่ Turkey หรือ ไก่งวงนั่นเองครับ ตั้ง630เยน หรือ189บาทไทย-_-'''
น่องไก่อะไรเกือบ200บาท แต่ด้วยความหิวครับ ตัดใจซื้อ เพราะอย่างอื่นก็แพงพอๆกัน
รสชาติเหมือนไก่บ้านเราแต่แปลกไปนิดๆดีครับบอกไม่ถูก ข้างใต้ลึกๆเหมือนไม่ค่อยสุกยังงัยไม่รู้ แต่ก็กินจบเกือบหมดครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 4:49pm; Reply: 516
ระหว่างนั่งพักกินไป ก็ดูเครื่องเล่นที่เราเพิ่งเล่นมาครับ อันนี้เป็นบริเวณด้านหลัง
จะเห็นตอนสุดท้ายที่เราดิ่งลงมาเหมือนล่องแก่งนั่นเอง
อีกรูปก็พาหนะที่เรานั่งมาครับ ถ้าอยากเปียกให้นั่งหน้าๆ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 4:52pm; Reply: 517
ฟ้าเริ่มมืดแล้วครับ ว่าแล้วก็เดินออกมาจากโซน Jurassic Park
หลังกินน่องไก่ก็หิวน้ำ ก็ไม่ต้องซื้อครับ กินน้ำตามก๊อกเอาครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 4:59pm; Reply: 518
เวลาก็ประมาณ 18.15 น. แล้ว ขณะนี้ก็เล่นไปจะครบทุกอย่างที่ต้องการแล้วครับ
ต้องรีบไปเอากระเป๋าเป้ที่ฝากไว้ที่ Hollywood Dream The Ride เดี๋ยวเค้าปิดแล้วเอาของไม่ได้จะยุ่งเลย
ก็รีบมาเอาของทันแบบฉิวเฉียด

ลองดูในInformationอีกครั้ง โชว์ไม่มีอะไรเหลือแล้ว เหลือแต่ Sesame Street 4D ซึ่งดูไปแล้ว
Attractionต่างๆเวลารอก็ลดลงไปมากแล้วครับ
และAttractionที่ปิดไปแล้วได้แก่ Backdraft และ Hollywood Dream The Ride เมื่อกี๋เกือบมาเอาของไม่ทันแน่ะ

จำภาพนี้ไว้นะครับ ตรงนี้มีความสำคัญยังงัย เดี๋ยวจะบอกตอนท้ายสุดครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 5:03pm; Reply: 519
เหลือเวลา45นาทีสวนสนุกปิด คิดว่าเล่นอะไรที่ต้องการครบแล้ว ผมเลยไม่ได้ไปต่อคิวอะไรแล้วครับ
ก็เลยแวะดูของและถ่ายรูปเล่นดีกว่า ก็เลยแวะร้านใกล้ๆที่ตอนบ่ายผ่านมารอบนึงแล้ว
Studio Styles in Pink ครับ มีเสือPink Pantherคอยต้อนรับอยู่
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 5:05pm; Reply: 520
สินค้าต่างๆมากมายเลยครับ ในโทนสีชมพู
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 5:08pm; Reply: 521
มีอีกครับ ไม่ว่าจะกรอบรูป ที่ใส่ทิชชู
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 5:09pm; Reply: 522
กระเป๋เก๋ๆ สีดำ ตัดกับสีชมพูดีครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 5:11pm; Reply: 523
ดูการตกแต่งภายในร้านกันบ้างครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 5:15pm; Reply: 524
ภายในร้านก็เจอเจ้าตู้นี่อีกแล้ว เหรียญที่ระลึก100เยน
เหมือนที่Land of Ozเมื่อกี๊ ได้เหรียญโดโรธีมา
คราวนี้ก็ได้มาอีก1เหรียญครับ (ขออภัยรูปไม่ค่อยชัดครับ)
ถ้ามีเวลามากกว่านี้ผมว่าจะสะสมให้ครบทุกตัวละครเลย แต่ไหวตัวช้าไปแล้วครับ
ฉนั้นใครอยากสานต่อเจตนารมณ์ของผม เวลาเข้าร้านของที่ระลึกลองมองหาตู้แบบนี้ดูครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 5:20pm; Reply: 525
ลองมองไปร้านข้างๆ ซึ่งก็คือร้าน Pink Cafe ขณะนี้ปิดแล้ว
ตกแต่งได้ชมพูมากๆครับ แหววจริงๆ น่าเข้าไปนั่งนะฮ้าเนี่ย เอ๊ย นะครับเนี่ย
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 5:22pm; Reply: 526
ร้านสุดท้ายที่จะเข้าแล้วครับ ได้แก่ Hello Kitty's Celebrity Style
ใครเป็นแฟนKittyไม่น่าพลาดครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 5:27pm; Reply: 527
ประตูร้าน2ข้างมีต้นไม้ ตัดแต่งเป็นรูป Daniel และ Kitty ยืนต้อนรับอยู่
สำหรับคนที่ยังไม่ทราบนะครับ แฟนของKittyชื่อDanielครับ เป็นแมวผู้ชายครับ ส่วนKittyเค้าจะเป็นแมวผู้หญิงครับ
ผมก็เพิ่งทราบตอนไปฮ่องกงแล้วเห็นหุ่นใส่ชุดแต่งงานตั้งโชว์อยู่ ถึงรู้ครับว่าฝ่ายชายเค้าชื่อ Daniel
(พอดีไม่ได้ติดตามอะไรที่เกี่ยวกับSanrioเลย)
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 5:29pm; Reply: 528
บรรยากาศในร้านครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 5:33pm; Reply: 529
ตัวอย่างสินค้าในร้าน น่ารักทั้งนั้นเลย
เริ่มมีผู้อ่านบางท่านคิดในใจ คนโพสนี่เป็นเกย์รึเปล่าเนี่ยดูของอะไรคิกขุ อันนี้ผมเรียนล่วงหน้าเลยครับ
ตั้งใจจะถ่ายมาโพสลงเวปเผื่อสาวๆหรือน้องๆหนูๆที่ชอบKittyโดยเฉพาะนะครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 5:35pm; Reply: 530
เสื้อสวยๆน่ารักเยอะเลยครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 5:37pm; Reply: 531
ส่งท้ายกับความน่ารักของเจ้าเหมียวKittyครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 5:44pm; Reply: 532
ตอนนี้ก็เวลาประมาณ19.00น.แล้ว ตรงกับสวนสนุกปิดพอดี คนก็ทยอยกันออกแล้วครับ จะเหลือก็แต่ตามร้านขายของต่างๆที่ยังรอให้คนซื้อของและชำระเงินให้เรียบร้อย
ผมเองก็ใช้เวลาที่นี่อย่างเต็มที่ทั้งวัน และคิดว่าได้ใช้เวลาอย่างคุ้มค่าที่สุดเท่าที่ทำได้แล้วครับ
แม้จะมีบางอย่างผิดพลาดไปบ้างก็ไม่เป็นไรครับ ถือว่าวันนี้ได้รับประสบการณ์ที่มีค่า มีความสุข สนุกสนานมากครับ
เหมือนได้ย้อนกลับไปเป็นเด็กๆอีกครั้ง เหมือนเป็นการเติมพลังในตัวเองทำให้มีพลังที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้าครับ
การท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆก็มีประโยชน์ในจุดนี้ หลายๆท่านก็คงเคยเป็นเหมือนผม
ลาพักร้อนไปท่องเที่ยวพักผ่อน รู้สึกว่ากลับมาทำงานแล้วมีความตั้งใจหรือสภาพจิตใจที่ดีขึ้นนะครับ
(หรือบางคนกลับคิดว่า โธ่ ต้องมาทำงานอีกแล้ว อันนี้ก็แล้วแต่ครับ)

เริ่มมีการเปิดไฟตามร้าน และ อาคารต่างๆ แต่ก็เปิดไม่นานหรอกครับเพราะสวนสนุกกำลังจะปิดแล้ว ผมว่าปิดเร็วไปนะเนี่ย
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 6:25pm; Reply: 533
ปิดท้ายกับสวนสนุก Universal Studio Japan , Osaka ด้วยภาพนี้ครับ
ลูกโลกอันเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ ใครว่างก็มาถ่ายรูปกันต่อได้ครับ

คราวนี้มาปิดท้ายด้วยเคล็ดลับหรือข้อคิดหรือข้อควรรู้ในการมาเที่ยวที่นี่ ที่ผมบอกว่าจะบอกในตอนท้ายครับ
เพื่อให้ได้เล่นอะไรมากที่สุดและคุ้มค่าคุ้มเวลาที่สุดครับ เท่าที่ผมจะประมวลออกมาได้จากสิ่งที่พบจริงๆ
อาจไม่ถูกต้อง100%แต่คิดว่าสามารถนำไปใช้ประยุกต์ใช้ได้ครับ

1.ศึกษาแผนที่และเครื่องเล่นต่างๆไปก่อน โดยดูจากเวปทางการที่ผมลงไว้ให้แล้ว

2.ตัดสินใจคร่าวๆไว้ก่อน ว่าต้องการเล่นอะไรบ้าง อันนี้แล้วแต่ท่านๆครับ
แต่สำหรับผมแนะนำตามรายการที่ผมเล่นไป คือ
- Shrek , Terminator , ET , Hollywood Dream-The Ride , Spiderman , WaterWorld
, Jaws , Back to The Future , Jurassic Park
นี่ก็9อย่างแล้วครับ
-Sesame Street ไม่แนะนำ
-ถ้ามีเวลาควรดูBackdraft
-อันอื่นที่ผมพลาดไปแต่น่าลองดูคือ Wicked , Toto & Friends , Animation Celebration
-Peter Pan's Neverland ถ้าไปตรงวันที่มีจะได้ดูครับ
-Showอื่นๆแล้วแต่ว่าเวลาเหมาะที่จะดูหรือไม่ เช่น Monsters Rock&Roll
-บางโชว์ถ้าไม่ได้Checkเวลาไปก่อน เจออันไหนค่อยดู เช่น โชว์เต้นSesame Street, Blue Brothers ร้องเพลง
ลองวางแผนไว้คร่าวๆก่อนให้เหมาะกับแต่ละคนครับ

3.ควรไปวันที่มีเวลามากๆ เช่น เปิด9น. ปิด21น.
แต่ข้อเสียคือมักเป็นวันหยุด ซึ่งก็จะมีคนเยอะตามไปด้วย
ข้อดีคือมักจะมีโชว์พิเศษเพิ่มขึ้นด้วย

4.จากข้อเมื่อกี๊ถ้ากลัวคนเยอะคิวยาว แนะนำซื้อ Express Booklet ที่ช่วยให้ไม่ต้องต่อคิวเล่น
แล้วแต่ว่าจะซื้อแบบ 7 อย่าง หรือ 4 อย่าง

5.วางแผนการเล่นโดยไม่ให้ย้อนไปย้อนมาระหว่างโซน เพราะพื้นที่ค่อนข้างกว้าง
พยายามเล่นในโซนนั้นๆให้หมดแล้วก็ไปโซนติดๆกันไม่ข้ามไปข้ามมา
(ส่วนใหญ่ก็จะมีโซนละไม่กี่อัน จะมีHollywoodที่เยอะหน่อย)

6.จากStudio Information อันสุดท้ายที่ผมบอกว่าให้สังเกตและจำไว้
ได้ข้อสรุปว่า Showต่างๆ มักเป็นรอบ และปิดเร็วกว่า Attraction ถ้ามีเวลาควรไปดูShowที่ต้องการก่อน

7.Hollywood Dream The Ride เป็นAttractioที่ปิดเร็ว แถมตอนท้ายยังคนเยอะ
ทางที่ดีควรเข้าไปตั้งแต่สวนสนุกเปิดและไปต่อคิวให้ได้คิวแรกๆเลย(ถ้าจะไม่ใช้Booklet)

8.ข้อนี้สำคัญมาก สำหรับคนไม่อยากซื้อBooklet
Attractionอื่นๆ ตอนสวนสนุกจะปิด คนจะต่อคิวน้อยมาก สามารถไปต่อคิวแป๊บเดียวแล้วได้เล่นเลย
มีเวลาประมาณชั่วโมงสุดท้ายสามารถเข้าไปเล่นได้4-5อัน ได้เลย
ดีกว่ารอตอนกลางวันอันละชั่วโมง เอาเวลาไปดูโชว์ต่างๆก่อนเพราะมักจะหมดรอบไปแล้วเสมอ

Attraction ที่แนะนำให้เข้าไปตอนท้ายๆ ต้องเล่นได้เร็วและจบเร็ว จะได้ไปเล่นอันอื่นต่อได้
ตัวอย่างเช่น Spiderman ,Jaws , Jurassic park , ET , Back to the future
ส่วนพวกที่เข้าได้เร็วแต่ต้องเสียเวลาชมนานๆ เช่น Shrek , Sesame Street
พวกนี้ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า20นาที พอออกมาก็อดเล่นอันอื่นแล้ว

แต่ก็มีความเสี่ยงค่อนข้างสูง ถ้าเข้าไปแล้วคิวยังยาวอีกก็อาจเล่นได้แค่1-2อัน ในชั่วโมงสุดท้าย

แนะนำว่าในบรรดาเครื่องเล่นที่ผมกล่าวไป ช่วงเวลากลางวันอันไหนคิวน้อยๆไปต่อก่อน
อันที่คิวยาวๆพอช่วงใกล้สวนสนุกปิดมักจะได้เล่นเลย เด่นๆก็เช่น Spiderman
ถ้าเอาเวลาไปต่อแถวตอนกลางวันบางทีเป็นชม. ถ้าต่อตอนใกล้ปิด ไม่ถึง10นาที

ก็เป็นข้อสังเกตที่ผมว่าน่าจะพอนำไปใช้ประโยชน์ได้นะครับ ลองพิจารณาดู
(บางคนบอกว่า แค่เที่ยวสวนสนุกทำไมต้องวางแผนให้วุ่นวาย ลองเข้าไปเที่ยวแล้วเจอคิวเยอะๆนะครับ
แล้วจะรู้ว่าถ้าไม่วางแผนดีๆจะเล่นได้ไม่กี่อย่างเองครับ
คนที่วางแผนไปก่อน กันคนที่เข้าไปเจออะไรอยากเล่นก็ไปต่อคิวเล่น ผมว่า เล่นได้ไม่เท่ากันแน่ๆครับ)
Posted by: CuCumBaZZ, September 6, 2008, 6:30pm; Reply: 534
เหนื่อยไหมคนดี

เอาใจช่วยนะ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 6:30pm; Reply: 535
เดินย้อนออกมาทางเดิม บริเวณCityWalk ก็เจอกับป้ายนี้ด้วยครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 6:33pm; Reply: 536
ป้ายต่างๆเริ่มมีแสงสีแล้ว ใครที่พักโรงแรมแถวนี้ก็สบาย ขึ้นห้องอาบน้ำ แช่น้ำอุ่นสบายเลย
เรามันคนเดินทาง ก็ต้องเดินทางต่อไปครับ เมื่อยเท้าสุดๆเลยวันนี้ เดินไปเดินมาทั้งวัน
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 6:35pm; Reply: 537
มีOsaka Takoyaki Museumด้วยครับ หุ่นจำลองทาโกะน่ารักเชียว
แต่ผมไม่ได้เข้าไปชมครับ ใครสนใจแวะได้ ลองตรวจสอบเวลาเปิดปิดดูนะครับ
อันนี้ผมไม่ได้หาข้อมูลไว้
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 6:38pm; Reply: 538
ลานด้านหน้าที่เราลงรถไฟJRมาเมื่อเช้า ตอนนี้มีคุณฝาหรั่งมาแสดงอะไรไม่รู้ด้วยครับ
คล้ายๆเล่นปาหี่เลย แถมฝรั่งพูดญี่ปุ่นคล่องปร๋อเลยครับ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 6:42pm; Reply: 539
กำลังจะไปขึ้นรถไฟ พอดีเมื่อยขามากๆ เลยหาที่นั่งพักหน่อย ก็เลยได้โด๊ปเจ้ากาแฟ
Caramel Flappuchino ของ Starbucks แก้วละ 490 เยน (ประมาณ147บาท) อีกแล้วครับท่าน
อืมมมม กลิ่นกาแฟผสมคาราเมล หอมชื่นใจจริงๆ
Posted by: Chanarong, September 6, 2008, 6:44pm; Reply: 540
เวลาประมาณ1ทุ่มครึ่ง เริ่มออกเดินทางจากสถานีJR Universal City
พักเดี๋ยวแล้วมาติดตามกันต่อคร้าบ
Posted by: frankshin, September 8, 2008, 12:45pm; Reply: 541
พี่ค่ะ

ดีใจมาก ๆ ค่ะ ที่พี่มาต่อแล้ว  หนูนึกว่าพี่จะไม่มาต่อเสียแล้ว

รีวิวพี่ ละเอียดจริง ๆ เลยค่ะ  เห็นภาพแล้วอยากไปเร็ว ๆ จัง  ขอเก็บเป็นข้อมูลนะคะ

"  พักเดี๋ยวแล้วมาติดตามกันต่อคร้าบ  "   พี่จะพักเป็นเดือนเหมือนเดิมหรือเปล่าคะ

แต่ยังไง  หนูจะเข้ามาติดตามเรื่อย ๆ นะคะ

ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ
  
Posted by: aunna, September 8, 2008, 6:19pm; Reply: 542
กำลังคิดจะไปญี่ปุ่นพอดีเลยค่ะ

เป็นรีวิวที่ละเอียดดีจัง

จะรออัพนะคะ ^^
Posted by: nongp, September 10, 2008, 11:19pm; Reply: 543
รอตอนต่อไปอยู่นะคับ

ดูแล้วอยากไปมากกกกกก เลย

ขอบคุณอีกครั้งสำหรับรีวิวคับ
Posted by: pat_taro, September 11, 2008, 10:27pm; Reply: 544
ดีใจจังที่ประเทศไทยเรามีเวปท่องเที่ยวดีๆๆ กะเค้าด้วย
ผมเพิ่งเข้ามาเป็นครั้งแรก กะลังหาข้อมูลเที่ยวญี่ปุ่นกะฮ่องกง อยู่พอดี
ขอบคุณนะคับที่ทำให้มีเวปดีๆๆอย่างนี้
Posted by: Chanarong, September 16, 2008, 1:30am; Reply: 545
มาต่อแล้วคร้าบ วันนี้อาจจะได้น้อยนะครับเพราะเข้ามาดึก
ที่ผ่านมางานผมค่อนข้างยุ่งเลยไม่ค่อยมีเวลามาโพสครับ ขออภัยด้วยครับ
แต่ว่างเมื่อไหร่จะรีบโพสเลยนะครับ ว่าแล้วก็ลุยกันต่อเลย

เวลาก็ทุ่มกว่าๆแล้ว คืนนี้ก็เป็นคืนสุดท้ายที่จะอยู่โอซาก้า พรุ่งนี้มีโปรแกรมไปเที่ยวเกียวโตทั้งวัน
จากนั้นก็นั่งรถด่วนShinkansen มุ่งตรงไปยังโตเกียวเลยครับ
ในขณะนี้จึงมีทางเลือกให้ท่องเที่ยว3ทางด้วยกัน ในคืนสุดท้ายที่โอซาก้าแห่งนี้ (ผ่านมาแค่2วัน แต่ก็คิดว่าเที่ยวเยอะมากๆ)

1.กลับไปแถวย่านที่พัก Shin-Imamiya ซึ่งไม่ไกลจะมีหอคอย Tsutenkaku Tower
เปล่านะครับ ไม่ได้จะไปขึ้นหอคอย (ที่สูงขึ้นมาหลายที่แล้วครับ) แต่ละแวกนั้นจะมีย่านร้านของกินอยู่
และน่าจะมีตลาดขายของด้วย คิดว่าน่าจะพอเดินเล่นดูของต่างๆได้ (แถวๆโซนนั้นจะมีร้านอาหารที่สามารถใช้
Osaka Unlimited Pass ที่ผมใช้วันก่อน เอาไปลดราคาต่างๆได้ด้วย)
แต่คิดดูแล้วก็ไม่น่าสนใจเท่าที่ควรจึงขอผ่านโปรแกรมนี้ไปก่อนครับ (ใครมีเวลาเยอะลองไปดูครับ)

2.เดินทางไปแถว Osaka Station ซึ่งเป็นสถานีใหญ่ รอบๆมีห้างร้านต่างๆให้เดินช้อปกันมากมาย
โรงแรมที่พักดีๆหลายแห่งก็อยู่แถวนี้
และห้างหนึ่งที่จะไม่พูดไม่ได้ก็คือ Hep-Five (ไม่ใช่ Hi-5 นะครับ แฮ่ม) ซึ่งเป็นห้างแนวๆวัยรุ่น
เท่าที่ได้หาข้อมูลมานะครับ ในเวปเรานี้ก็มีคนเคยReviewพูดถึงไว้ด้วย
จุดเด่นก็จะมีชิงช้าสวรรค์สีแดงอยู่ด้านบนให้ขึ้นไปชมวิว และยังสามารถใช้ Osaka Unlimited Pass เป็นส่วนลดได้ด้วย
ตอนแรกที่วางแผนมาจากเมืองไทยผมก็คิดว่าจะลองไปเดินดูแถวนี้ครับ แต่คงไม่ขึ้นชิงช้า เพราะขึ้นที่สูงเยอะแล้ว
แต่คิดไปคิดมาดันมีข้อที่3มาดึงความสนใจไปซะก่อน (ซึ่งกลายเป็นคิดผิดไปจริงๆครับ เดี๋ยวติดตามกันต่อว่าทำไม)

ซึ่งโปรแกรมที่3 ที่เพิ่งคิดเดี๋ยวนั้น นั่นคือ........
3. อยากไปกินเนื้อย่างโกเบ คร้าบบบบบบ แหะแหะแหะ
น่าสนไหมครับ
ขอท้าวความสำหรับท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วลืมข้อมูลช่วงแรกๆนะครับ
เวลามาเที่ยวแถบคันไซนี้ เมืองที่ควรมาเที่ยวและเป็นที่ๆควรจองโรงแรมไว้ ได้แก่ 1.โอซาก้า หรือ 2.เกียวโต ครับ
เลือกที่ใดที่หนึ่งก็ได้ หลังจากนั้นก็สามารถนั่งรถไปเที่ยวเมืองใกล้ๆแบบไป-กลับใน1วัน
ได้แก่ 3.ฮิเมจิ ไปดูปราสาทฮิเมจิ 4.นารา เมืองที่เก่าแก่ มีวัดพระใหญ่ และกวางน้อยน่ารักอยู่ในบริเวณวัด
และ 5.โกเบ นี่เองครับ ซึ่งมีอนุสรณ์สถานแผ่นดินไหว และ เนื้อย่างโกเบอันเลื่องชื่อ
นอกจากนี้ถ้าใครมีเวลามากๆ จะไปเที่ยว 6.นาโงย่า ซึ่งก็อยู่ห่างไปไม่ไกล(แต่ควรอยู่2วัน)
ที่เที่ยวก็มีปราสาทนาโงย่าที่สวยงามมากๆ และแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆอีกครับ ลองหากระทู้ในนี้ดูได้
รู้สึกจะมีนามปากกาว่าไอ้หล่อแห่งนาโงย่านะครับ
หรือใครจะคิดทริปลงเครื่องจากสนามบิน Centrair ที่นาโงย่า แล้วเดินทางต่อมาโอซาก้าก็ได้ครับ
แต่ผมเวลาน้อย ไม่คิดจะไปนาโงย่าในทริปนี้ เลยไม่ได้หาข้อมูลไว้

สรุป ถ้าใครมาเที่ยวแถบนี้ก็มี 6เมืองนี้นะครับที่เด่นๆเลย เดินทางเองได้และไม่ไกลมาก

กลับมาที่เรื่องของเราต่อครับ เวลานี้ก็ทุ่มกว่าๆ ตัดสินใจแล้วว่าจะลองไปโกเบดู ด้วยเวลาอันน้อยนิดนี่แหละ
อ่านหนังสือคู่มือนำเที่ยวแล้วคิดว่าต้องลองไปชิมเนื้อย่างโกเบดูซักครั้ง
ตามที่บอกไว้ก็น่าจะเดินทางไปไม่นานมาก เพราะเราจะไปด้วย Shinkansen นะครับ ขึ้นเป็นครั้งแรกซะด้วย
แต่การจะไปขึ้นShikansenนี่สิ จากโอซาก้า จะต้องไปขึ้นที่สถานี Shin-Osaka เท่านั้น
ก็เลยนั่งรถไฟJRจากสถานีUniversal City ไปยังสถานีJR Osaka
ใช้เวลาประมาณ20นาที ก็มาถึงสถานี JR Osaka แล้วครับ
หลังจากนั้นก็มองหาป้ายเพื่อจะไป JR Shin-Osaka แล้วก็ไปยืนรอที่ชานชลาครับ
Posted by: Chanarong, September 16, 2008, 1:50am; Reply: 546
ลองดูแผนที่กันอีกครั้งกันงง ขอยืมมาจากเวปของโรงแรมแห่งหนึ่งนะครับ คงไม่ว่ากัน
ลองดูวงกลมสีส้มใหญ่ๆครับ จากสถานี JR Osaka นั่ง JR ธรรมดาไปลงที่ สถานี JR Shin-Osaka ที่อยู่เหนือขึ้นไป
แล้วจึงจะต่อ รถไฟด่วนพิเศษ หรือ Shinkansen ที่วิ่งด้วยความเร็ว300km/hr ได้สบายๆ
(ถ้ามาวิ่งเมืองไทย ไปเชียงใหม่ก็3ชม.กว่าเองนะเนี่ย)
แล้วก็เลือกว่าจะนั่งไปไหนครับ ถ้าไปขวาก็เกียวโต ถ้าไปทางซ้ายก็ไปโกเบ แต่ไม่ได้ลงสถานีโกเบนะครับ
ลงสถานีชื่อ Shin-Kobe ที่อยู่ทางเหนือของสถานีโกเบอีกที

เอาล่ะ หายงงทิศทางแล้วนะครับ
นั่งรถจากสถานี JR Osaka ไปยัง JR Shin-Osaka ประมาณ10นาทีครับ รวมเวลารอรถ
Posted by: Chanarong, September 16, 2008, 1:54am; Reply: 547
ลงรถแล้วมองหาสัญลักษณ์แบบนี้ครับ เพื่อไปขึ้น Shinkansen มีป้ายบอกทางตลอดครับไม่ต้องกลัวหลง
ตามป้ายสีฟ้าๆไปเลยครับ (ของJRจะเน้นสีเขียว)
Posted by: Chanarong, September 16, 2008, 2:03am; Reply: 548
ก่อนจะไปขึ้น Shinkansen ต้องไปสำรองที่นั่งที่บริเวณนี้ก่อนครับเพื่อกันเหนียว
โดยดูสัญลักษณ์สีเขียวๆรูปคนเอนหลังพิงเบาะแบบนี้
ว่าแล้วก็เข้าไปต่อคิวสำรองที่นั่งกับเจ้าหน้าที่สาวญี่ปุ่น

สำหรับท่านที่ต้องการข้อมูลการเดินทางด้วยShinkansen ก็มีกระทู้ของคุณ Gelgoog กระทู้นี้ครับ
http://www.hflight.net/forum/m-1116781557/s-new/
ลองอ่านดูก่อนนะครับ เขียนไว้ดีมากๆ

ความจริงเราไม่ต้องสำรองที่นั่งก็ได้ครับ แต่ไม่รับประกันว่าจะมีที่หรือไม่ และได้นั่งตู้ Non-Reserve แทน
ซึ่งถ้าเต็มหมดอาจต้องไปนั่งตู้ที่เขาสูบบุหรี่กันครับ ไม่เสี่ยงดีกว่า
Posted by: Chanarong, September 16, 2008, 2:15am; Reply: 549
วิธีการสำรองที่นั่งก็ง่ายมากๆ เจ้าหน้าที่ก็พูดอังกฤษได้ดีครับ
เข้าไปก็บอกว่าจะไป Shin-Kobe พร้อมยื่น JR Pass ให้เขาดู
เจ้าหน้าที่ก็จะให้ดูที่หน้าจอว่ามีรถขบวนอะไรออกเวลาไหนให้เราเลือกอย่างง่ายดาย
ซึ่งถ้าเป็นการเดินทางใกล้ๆจะมีรอบให้เลือกเยอะ
แต่ถ้าจะเดินทางไกลต้องตรวจสอบให้ดีครับว่าจะไปไหน รถหมดกี่โมง

ขบวนรถมี3แบบครับ Nozomi อันนี้หรูสุด เร็วสุด บัตรJR Pass ธรรมดานั่งไม่ได้ครับ
Hikari ขบวนนี้จะจอดเฉพาะป้ายสำคัญๆ ถ้าจะเดินทางไกลก็ควรเลือกแบบนี้เป็นหลักครับ
Kodama เปรียบดั่ง รถไฟหวานเย็นบ้านเรานั่นเอง จอดแทบทุกป้ายที่มี
ถ้าไปใกล้ๆไม่เป็นไรครับ แต่ถ้าเดินทางไกลๆ บางทีออกก่อน Hikari แต่ถึงช้ากว่าก็มีครับ

ผมลองตรวจสอบรอบดูแล้ว ปรากฏว่าเร็วสุดมีขบวน Kodama เวลา20.22น. ครับ
เห็นว่าไปใกล้ๆ ก็เลยไม่ต้องรอขบวนHikariก็ได้ครับ
ก็ชี้ๆบอกเขาไปว่า Kodama 681 ก็ได้ตั๋วบอกเลขที่นั่งดังรูปครับ

จะเห็นว่ามีรายละเอียดต่างๆครบถ้วน
Kodama681 เดินทางจาก Shin-Osaka ไป Shin-Kobe เดินทาง 20.22 ถึง 20.36 น.
แค่14นาทีเท่านั้นครับ เดินไปหน้าปากซอยบ้านไปซื้อของยังนานกว่าเลยครับท่าน!!!!
ซึ่งเวลานี้ที่ญี่ปุ่นเค้าจะเป๊ะมากๆครับ รับรองถึงตามที่บอกชัวร์ๆ
รายละเอียดอื่นๆในตั๋วก็บอกว่า ที่นั่งอยู่ตู้ที่4 ที่นั่ง4D และเป็นตู้แบบไม่สูบบุหรี่ครับ

Posted by: Chanarong, September 16, 2008, 2:26am; Reply: 550
ได้ตั๋วที่นั่งมาแล้วก็เดินไปตามป้ายShinkansen เอาตั๋วสีเขียวๆที่ได้เมื่อกี๊สอดเข้าเครื่องก็จะผ่านมาด้านในได้ครับ
เหมือนรถไฟฟ้าบ้านเรา
ลองดูป้ายบอกเวลาของขบวนรถต่างๆครับ
ที่เห็นอักษรสีเขียวคือ Kodama สีแดง Hikari สีส้ม Nozomi ครับ
ขบวนที่เราจะไปอยู่บรรทัดแรกเลย Kodama681 ออก20.22น.
ให้สังเกตเลขข้างหลังตรงนี้ดีๆครับ มีเลข20 นั่นคือให้ไปขึ้นที่Gateหมายเลข20ครับ ผมก็งงอยู่แป๊บนึง
เวลาในนาฬิกาก็20.18น.แล้ว ไม่ถึง4นาทีเลย ทางเดินก็ไม่ใกล้นะครับ ถ้าของพะรุงพะรังยิ่งแล้วใหญ่ ยังงัยเผื่อเวลาเดินไว้ด้วยนะครับ
Posted by: Chanarong, September 16, 2008, 2:28am; Reply: 551
เดินไปตามทางที่บอกว่า Gate 20 ครับ ตามรูปเลย เห็นเลข20ไหมเอ่ย
Posted by: Chanarong, September 16, 2008, 2:31am; Reply: 552
กระหืดกระหอบพอสมควรเลยครับ มาถึงก็ได้เวลารถออกพอดี
ก็เลยถ่ายรูปเจ้ารถไฟหัวกระสุน Shinkansen ได้มาเพียงเท่านี้ แล้วก็ต้องรีบขึ้นรถ
ได้ภาพมาน้อยจริงๆครับกับการนั่งรถไฟShinkansenครั้งแรก
Posted by: Chanarong, September 16, 2008, 2:33am; Reply: 553
บรรยากาศในรถครับ หรูหราดีมากๆ
ที่นั่งมี4แถวครับ ข้างละ2แถว เบาะที่นั่งตกแต่งอย่างดีเลย ดูสะอาดดีมากครับ
Posted by: Chanarong, September 16, 2008, 2:35am; Reply: 554
ก้นยังไม่ทันถึงเบาะดีเลยครับ รถก็ออกไปอย่างเร็ว ตรงเวลามากๆ
ในรูปก็คือป้ายบอกที่นั่งผมครับ 4D ติดหน้าต่างเลย
Posted by: Chanarong, September 16, 2008, 2:41am; Reply: 555
รถไฟวิ่งเร็วมากเลยครับ ดูจากวิวข้างนอกแล้วรู้สึกได้เลย แต่ในรถไม่มีเสียงดังเลยครับ
ไม่ค่อยสั่นด้วย ราบรื่นมากๆ
นั่งไปก็คิดไปว่าเมืองไทยน่าจะมีแบบนี้บ้างนะครับ นั่งไปเชียงใหม่3ชั่วโมง
ไปขอนแก่น2ชม. ไปภูเก็ต3ชม. ไปอยุธยา 20 นาที อะไรประมาณนี้ คงจะดีมากๆ
ลองชมบรรยากาศในรถอีกนิดครับ คนน้อยเพราะเริ่มค่ำแล้ว
Posted by: Chanarong, September 16, 2008, 2:48am; Reply: 556
นั่งไปเพลินๆพร้อมดูแผนที่เส้นทางเดินรถในโกเบ ว่าจะเดินทางต่ออย่างไรดี
เผลอแป๊บเดียว 14นาที ถึงแล้วครับ โหว โอ้วแม่จ้าว(ขอยืมคำอุทานของโน๊ต อุดมหน่อยครับ) ตรงเวลาจริงๆครับ
ลงรถมาก็มองกลับไป เห็นตู้ที่เรานั่งครับ มีเลขตู้บอกด้วยครับ ตู้ที่4
มีเจ้าหน้าที่รถไฟชะโงกมามองว่ามีใครจะขึ้นรถอีกไหมและตรวจสอบความเรียบร้อย ก่อนที่รถจะออก
ไม่ได้จอดนานนะครับ ถ้าถึงเวลารถออก เปิดประตู เดินขึ้น ใครขึ้นไม่ทันก็ตกรถเอาง่ายๆเลยครับ
(คล้ายๆรถไฟฟ้าบ้านเราครับ ที่ประตูเปิดปิดไม่นาน)
Posted by: Chanarong, September 16, 2008, 2:55am; Reply: 557
เดินมาตามทางก็พบป้ายต้อนรับสู่โกเบของทาง JR ครับ
ดูจากรูปการ์ตูนในนั้นแล้วน่าจะมีอะไรให้เที่ยวพอควรนะครับ
แต่ว่าขณะนี้เวลาก็20.40น.แล้ว จะเหลือเนื้อย่างให้กินไหมเนี่ย???
Posted by: Chanarong, September 16, 2008, 2:58am; Reply: 558
เอาแผนที่อันนี้ไปดูครับ ซึ่งรวบรวมทั้งเส้นทางเดินรถต่างๆและสถานที่เที่ยวที่สำคัญไว้แล้ว
แล้วเดี๋ยวจะมาว่ากันต่อครับเรื่องสถานที่เที่ยวในโกเบ และการเดินทางครับ
วันนี้ง่วงแล้วครับขอพักก่อนนะครับ
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 6:55pm; Reply: 559
จากแผนที่เมื่อReplyที่แล้วนะครับ จะเห็นความแปลกอย่างหนึ่ง
คือถ้านั่งรถไฟShinkansenมาลงที่สถานี Shin-Kobe ปุ๊บ ก็จะไม่สามรถต่อรถไฟJRไปไหนได้
เพราะรถไฟJRธรรมดาที่วิ่งมาจากOsaka จะวิ่งมาผ่านสถานี Sannomiya Motomachi และ Kobe ตามลำดับ
(ดูสายสีส้มในรูปที่แล้ว) เพราะฉะนั้นพอลงรถที่สถานี Shin-Kobe จะต้องต่อรถสายสีแดงซึ่งเป็นรถSubway
เพื่อไปยังสถานีSannomiyaเพื่อกลับไปเชื่อมกับรถไฟ JRต่อ เนื่องจากแถวๆสถานีShin-Kobeเองก็ไม่ได้มีที่ท่องเที่ยวเด่นๆนัก

สำหรับที่ท่องเที่ยวเด่นๆก็ขอให้ตั้งต้นจากสถานี Sannomiya มองลงมาทางทิศใต้
ก็จะพบกับ Chinatown ของโกเบ ซึ่งเป็น1ใน3ของ Chinatown ในญี่ปุ่น
ลงมาอีก ถ้ามองไปทางทิศตะวันออก ก็จะพบกับ Earthquake Museum ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงเกี่ยวกับแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในโกเบ
ถ้ามาทางซ้าย เลียบริมอ่าวมาก็จะพบกับ Kobe Tower และ Habor Land ซึ่งเป็นแหล่งShoppingและความบันเทิงต่างๆ เลยไปอีกนิดก็จะเป็นสถานี JR Kobe
อ่านจากหนังสือท่องเที่ยวก็บอกว่าสามารถมาลองชิมเนื้อย่างโกเบได้แถวๆนี้แหละครับ
อีกที่หนึ่งซึ่งมีคนไปเที่ยว จะอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง ก็คือภูเขา Mount Rokko ที่มีจุดชมวิวที่สวยงาม

จากที่กล่าวมาทั้งหมดถ้ามาเที่ยวทั้งวันก็คงไปได้หลายแห่ง แต่ผมมาถึงก็ดึกขนาดนี้แล้ว
ขอแวะดู Chinatown , Kobe Tower และชิมเนื้อย่างโกเบซะหน่อยก็น่าจะพอแล้วครับ เพราะต้องกลับโอซาก้าอีก
ถ้ากลับดึกไปกลัวรถไฟจะหมดซะก่อน

ว่าแล้วก็หาทางไปขึ้นรถไฟSubway เพื่อไปยังสถานี JR Sannomiya
จากสถานีShin-Kobeก็มองหาทางออกป้ายสีเหลืองๆเพื่อไปต่อรถSubwayได้ไม่ยากครับ
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 7:04pm; Reply: 560
ถ้าใครต้องการมาเที่ยวในKobeทั้งวัน หรือหลายวัน ก็จะมีตั๋วแบบพิเศษต่างๆให้เลือกครับ
เช่น Kobe Kanko 1 Day Coupon ราคา2000เยน แถมคูปองอีก1000เยนเพื่อเข้าสถานที่ต่างๆที่ระบุไว้
(คล้ายๆOsaka Unlimited Passเลย) สามารถใช้นั่ง รถเมล์ Subway และรถไฟที่ไม่ใช่ของJRได้
ถ้าใครจะเที่ยวโกเบจริงๆก็น่าจะลองดูครับ
นอกนั้นก็จะมีตั๋วเหมานั่งรถบัสแบบต่างๆอีกหลายแบบ แต่ผมไม่ได้ศึกษาข้อมูลมาครับ

มองหาทางไปขึ้นSubwayไม่ยากครับ มีป้ายบอกทางตลอดเลย
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 7:27pm; Reply: 561
ซื้อตั๋วแบบเที่ยวเดียวไป Sannomiya (ต้องซื้อเพิ่มครับเพราะเป็นSubwayหรือรถไฟใต้ดิน ไม่ใช่เครือJRใช้ JR Passไม่ได้)
การซื้อก็ไม่ได้กดที่ตู้เองครับเพราะภาษาญี่ปุ่นล้วนๆ เลยบอกเจ้าหน้าที่ขายตั๋วที่อยู่แถวๆนั้นให้เค้าจัดการให้ครับ
จ่ายค่าตั๋วไป 200 เยน (60บาท) ครับ แล้วก็ได้ตั๋วเล็กๆแบบนี้มา เวลาจะผ่านเข้าไปด้านในก็สอดเข้าเครื่อง
เหมือนเวลาขึ้นรถไฟฟ้าบ้านเรา ตั๋วเค้านี่เล็กดีจริงๆ แต่ก็ยังสอดเข้าไปแล้วเด้งขึ้นมาด้านบนได้
เวลาไปถึงสถานีปลายทางก็สอดเพื่อผ่านออกไป แต่จะไม่คืนตั๋วให้ครับ

อีกรูปเป็นบรรยากาศในขบวนรถครับ โล่งดีแท้(เพราะค่ำแล้ว)
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 7:32pm; Reply: 562
นั่งไม่ทันหายเมื่อยขาเลย ประมาณ3นาที รถไฟSubwayก็มาจอดที่สถานีSannomiyaซะแล้ว
อะไรกัน 60 บาทนั่งแค่แป๊บเดียวเอง
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 7:34pm; Reply: 563
ระหว่างเดินออกจากสถานีก็เจอป้ายโฆษณาต่างๆ อันนี้เป็นของ Kobe Design Universityครับ
มีภาพการ์ตูนสีสันแสบตาดี
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 7:36pm; Reply: 564
ส่วนป้ายนี้ก็แนะนำสถานที่เที่ยวต่างๆครับ แต่เป็นภาษาญี่ปุ่น
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 7:39pm; Reply: 565
ออกมาจากสถานีSubway ก็เจอตึกสูงๆมากมาย ผู้คนเดินไปมา ดูย่านนี้ก็ยังคึกคักอยู่บ้างครับ
แม้ว่าเวลาตอนนี้จะประมาณ3ทุ่มแล้ว
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 7:51pm; Reply: 566
ไม่รู้ว่าแถวนี้จะมีอะไรให้เดินบ้าง แต่ที่มาตั้งใจจะมาหาเนื้อย่างโกเบกิน แถวๆสถานีโกเบครับ
จากตรงนี้นั่งJRต่อไปสถานีโกเบได้ ถ้าลงสถานีโกเบแล้วลองหาเนื้อย่างใกล้ๆสถานีดู กินเสร็จก็กลับโอซาก้าได้

(จริงๆตอนมาถ้าไม่คิดจะนั่งShinkansen ก็เดินทางมาจากสถานีJR Osaka มาลง JR Kobe ได้เลย
ของผมนี้ค่อนข้างอ้อม จากJR Osaka ไป JR Shin-Osaka แล้วนั่งShinkansen ไป JR Shin-Kobe
แล้วต่อSubwayมา Sannomiya แล้วถ้าจะไปต่อก็ต้องนั่ง JR ไปลง JR Kobe อีก
ซึ่งรวมๆแล้วก็จะช้ากว่าเห็นๆ แต่ผมอยากลองนั่งShinkansenดูก่อนและลองเดินทางหลายๆวิธีดูครับ)

จากหน้าสถานีSubway Sannomiya ก็เจอทางลงไปสถานี JR Sannomiya ดังรูป
ลองอ่านหนังสือท่องเที่ยว บอกว่าถ้าจะไปChinatownให้นั่งไปลงสถานีถัดไปก็คือ สถานี Motomachi
ผมก็เลยขอลองแวะดู คราวนี้ใช้JR Passได้แล้ว
รูปที่2เป็นบรรยากาศในขบวนรถไฟJRไป Motomachi
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 7:54pm; Reply: 567
นั่งไปไม่ถึง5นาที ก็ลงมาที่สถานีMotomachi หาทางไปChinatown
บรรยากาศยังพอมีแสงสีอยู่บ้าง มีร้านต่างๆเปิดอยู่พอสมควรครับ
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 7:59pm; Reply: 568
ถามคนแถวๆนั้น พร้อมชี้ให้ดูรูป Chinatown เค้าก็ชี้มือบอกทางให้ก็เดินตามทางไป ตอนนี้ยอมรับครับว่าไม่รู้เส้นทางจริงๆ
แต่ทิศทางการเดินจะมุ่งลงทางใต้เพื่อมาแถวๆ Habor Land เพื่อขากลับจะขึ้นรถไฟที่สถานีJR Kobe
ก่อนกลับหาเนื้อย่างกิน แผนวางไว้อย่างนั้น
เดินผ่านร้านราเมง เริ่มหิวแล้วคร้าบ 3ทุ่มกว่าแล้ว วันนี้ทั้งวันก็กินแต่อาหารFastfoodทั้งน้าน
แต่ต้องข่มใจครับ เดี๋ยวจะได้กินเนื้อย่างโกเบแล้ว
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 8:04pm; Reply: 569
เดินผ่านอีกร้าน รูปหน้าร้านน่ากินมากๆ เอ ใช่เนื่อย่างโกเบรึเปล่าเนี่ย
คล้ายๆจะใช่นะครับ แต่อ่านหนังสือบอกแถวๆสถานีKobeมีเนื้ออร่อย
ก็เลยอดใจไว้ก่อนดีกว่านะ แถวๆนี้ไม่แน่ใจว่าใช่เนื้อย่างชื่อดังรึเปล่า
ว่าแล้วก็เดินผ่านไปด้วยความหิว (อันเป็นความคิดที่ผิดมหันต์เลยครับ เฮ้อ คิดแล้วเศร้า)
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 8:07pm; Reply: 570
ร้านนี้ก็เช่นกัน มุมบนซ้ายมีรูป คิดว่าเป็นเนื้อย่างนะครับ ด้านล่างซ้ายมีการ์ตูนรูปวัวด้วย
ส่วนเมนูภาษาญี่ปุ่นล้วน แต่ตอนนั้นทำไมไม่แวะไม่รู้ครับ หรือว่าจะหิวจนเบลอ
คิดว่าจะไปกินที่ร้านแถวๆKobe Station หรือแถวๆHabor Land อย่างเดียวเลย นึกภาพต้องเป็นแหล่งเที่ยวมีคนคึกคักแน่ๆ
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 8:09pm; Reply: 571
เดินแล้วก็ถามทางไปเรื่อยๆ ก็มาผ่านทางเดินยาวๆในร่มแบบนี้ คิดว่ากลางวันคงเป็นตลาดขายของผู้คนพลุกพล่านแน่ๆเลย
แต่นี่มัน3ทุ่มกว่าแล้ว ร้านต่างๆเลยปิดหมด
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 8:13pm; Reply: 572
ผ่านร้านสะดวกซื้อ Daily Yamazaki น่าแวะหาของกินดู แต่ไม่ครับ ตั้งใจไว้แล้วว่าจะกินเนื้อย่าง
ยังไง๊ยังงัยก็ไม่ยอม อาหารอื่นๆขอผ่านครับ ไม่เจียมตัวเลยจริงๆครับทั้งที่หิวสุดๆแล้ว เฮ้อ
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 8:25pm; Reply: 573
ในที่สุดก็มาถึงครับ ย่าน Chinatown Kobe ถ้านับเวลาหลังจากลงที่สถานีMotomachi
เดินมาแบบเรื่อยๆและหลงๆ ก็ใช้เวลาประมาณ15นาทีครับ

แต่ แป่ววววว Chinatown ร้างผู้คนครับ มองเข้าไปข้างใน เงี๊ยบเงียบ เห็นมีคนเข็นรถหรือเก็บข้าวของอยู่นิดหน่อย
แทบไม่มีสิ่งมีชีวิตเลยครับ ดูแล้วมืดมากๆ ข้างในก็ไม่แน่ใจว่ามีอะไรรึเปล่า ไม่เห็นเหมือนเยาวราชบ้านเราเลย
ดึกๆก็มีอะไรกินตลอด นึกในใจ "ตรูจะเดินมาตั้งไกลทำไมฟระเนี่ย" (ขอเสียงในฟิล์มนิดนึงครับ อารมณ์ตอนนั้นมันเซ็งจริงๆ) เป็นเพราะผมไม่ได้ศึกษาข้อมูลมาก่อนมั๊งครับว่ามันปิดกี่โมง หรือว่าข้างในยังไม่ปิด
(อันนี้วานผู้รู้ช่วยตอบด้วยครับ) แต่ถึงบางร้านยังไม่ปิดผมคงไม่เข้าไปเดินแล้วครับ มืดซะขนาดนั้น
ดูแล้วไม่น่ามีอะไรจริงๆ ว่าแล้วก็ถ่ายรูปมาด้วยความเซ็งเล็กน้อย แต่แอบปลอบใจตัวเอง
"นี่เอ็งได้มาเยือน Kobe Chinatown(ยามค่ำคืนที่ไร้ผู้คน)เชียวนะเฟร้ย กลับไปเอาไปคุยได้ชั่วลูกชั่วหลานเลย"
(จะดีใจหรือเสียใจดีเนี่ย -_-'''') ว่าแล้วก็ต้องก้มหน้าก้มตาเดินต่อไป สู้เค้า ทาเคชิ
(ยังไม่รู้ว่าความหายนะกำลังมาเยือนอีกแล้ว)
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 8:36pm; Reply: 574
จากข้อมูลในหนังสือบอกว่า จากบริเวณChinatown สามารถเดินลัดเลาะชมเมือง มุ่งไปยังบริเวณอ่าว
เพื่อไปยัง Kobe Tower , Habor Land และ Kobe Stationได้
เราก็เดินมุ่งใต้อย่างเดียว แต่เพราะอ่านไม่ละเอียด หรือคิดไปเองว่าบ้านเมืองเค้าจะคึกคักถึงตอนดึกๆก็ไม่ทราบ
พอเอาเข้าจริงๆแล้ว ระหว่างที่เดิน2ข้างทางเริ่มร้างผู้คนแล้วครับ เมืองเงียบจริงๆ
เหมือนเมืองต่างจังหวัดบ้านเรา พอค่ำๆก็เข้าบ้านนอนกันหมดแล้ว
เดินไปด้วยความหิว + ปวดขา + บ่นพึมพัม เมื่อไหร่จะถึงซักทีน้อ แถมป้ายบอกทางก็ไม่ค่อยมี
มืดก็มืด คนให้ถามทางยังไม่ค่อยมีซะอีก พยายามมุ่งลงใต้อย่างเดียวเลยครับ
สุดท้ายก็มาเจอสะพานข้ามถนนอันนี้ ลองดูในแผนที่ก็น่าจะมาถูกทางแล้ว
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 8:38pm; Reply: 575
บริเวณนี้ก็มีโรงแรม Kobe Towerside Hotel ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าใกล้ๆหอคอยKobeครับ
สังเกต ถนนโล่งมากๆร้างผู้คน
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 8:44pm; Reply: 576
เจอแล้วครับ Kobe Tower กับความอ้างว้าง ร้างผู้คน
น่าจะตั้งกระทู้ใหม่ พาชมโกเบยามค่ำคืนอันไร้ผู้คน ซะจริงๆเลยครับท่านผู้ชม

จะว่าประทับใจก็ประทับใจครับ ได้มาเห็นKobe Towerของจริงแล้ว
แต่ความหิวกับความปวดขามันมากกว่าซะแล้วครับในตอนนี้ เลยถ่ายรูปมาพอเป็นพิธี แล้วหาทางเดินต่อไป
ลองคำนวณเวลาจาก Chinatownมาที่ Kobe Towerใช้เวลาเดินเท้าประมาณ12นาทีครับ
ลาก่อน Kobe Tower
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 8:49pm; Reply: 577
ถามทางคนแถวนั้น ซึ่งนานๆจะโผล่มาที แล้วก็เดินต่อไป ดูวี่แววแล้วHabor Landก็คงปิด และไร้ผู้คนเช่นกัน
เลยถามทางไป JR Kobeเลยดีกว่า โชคดีเจอคนญี่ปุ่น2คน บอกว่ากำลังจะไป JR Kobeพอดี ก็เลยเดินตามเค้าไป
ข้ามสะพานอันใหญ่ๆนี้ไปครับ เดินขึ้นแล้วเลี้ยวขวาเพื่อข้ามสะพานลอย แต่ถ้าตรงไปน่าจะไปยัง Habor Land
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 8:54pm; Reply: 578
เห็นตึกสูงๆมากขึ้น แต่ก็ยังเงียบอยู่ดีครับ
ภาพบรรยากาศยามค่ำคืนครับ
ถ้ามาโกเบ แนะนำให้มาตั้งแต่กลางวันครับ น่าจะคึกคักมากกว่านี้
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 8:56pm; Reply: 579
มองย้อนกลับไป เห็นตึกคล้ายๆห้าง มีคำว่า Habor Land อยู่ครับ
แต่ขณะนี้น่าจะปิดหมดแล้ว ความหวังในการกินเนื้อย่างโกเบเริ่มสลายหายไปแล้วครับ ฮือ เศร้า
นาฬิกาบอกเวลา 22.06น. แล้ว
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 9:03pm; Reply: 580
และแล้วก็มาถึงสถานี JR Kobe รวมเวลาเดินตั้งแต่ลงรถไฟที่สถานีMotomachi ก็ประมาณ50นาทีครับ
ไกลสุดๆเหมือนกันครับ ลองดูๆแถวๆสถานีไม่เห็นมีวี่แววร้านเนื้อย่างเลยครับ แง๊ อดกินเลย
อุตส่าห์รอตั้งนาน สุดท้ายก็ไม่ได้กินเลยครับ ลาก่อนเนื้อย่างโกเบ ฮือ ฮือ.........
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 9:11pm; Reply: 581
บริเวณด้านหน้าสถานีก็มีตู้กดเครื่องดื่มต่างๆครับถ้าใครหิว อีกตู้มีไอศครีมกูลิโกะแบบต่างๆด้วย
แต่ตอนนี้จากหิวๆเริ่มไม่หิวแล้วครับ คงไม่เดินหาเนื้อย่างโกเบแล้ว เพราะถ้าเจอจริงๆกว่าจะกินเสร็จไม่รู้กี่โมง
นี่ก็4ทุ่มแล้ว กลับโอซาก้าก่อนดีกว่าครับ เดี๋ยวดึกๆแล้วจะไม่มีรถกลับ
สรุปแล้วก็ไม่ได้กินเนื้อย่าง แต่ก็ถือว่ามาชมวิวโกเบยามดึกก็แล้วกัน(ปลอบใจตัวเอง)
ถือว่ากะเวลาผิดพลาดไป และไม่รู้ว่าต้องเดินไกลขนาดนี้ และสำคัญที่สุด ไม่รู้ว่าบ้านเมืองเค้าเข้านอนกันเร็วขนาดนี้ครับ

จริงๆแล้วตามโปรแกรมก็ไม่ได้ตั้งใจมานะครับ หลังจากออกจาก Universal แล้วก็คิดตอนนั้นเลยว่าน่าจะลองมาดู
แต่กว่าจะมาก็ค่ำแล้ว ได้แค่นี้ก็พอไหวครับ แต่เสียดายเรื่องเนื้อย่างมากๆ
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 9:14pm; Reply: 582
ภายในสถานีมีFood Terraceด้วย แต่ปิด 22.00 น. ครับ อดเลย
เห็นมีMcDonald'sด้วย แต่วันนี้กินไปแล้วครับ เลยไม่อยากกินเท่าไหร่
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 9:17pm; Reply: 583
ภายในสถานีครับ มีป้ายบอกเวลาดินรถต่างๆ มีแต่ภาษาญี่ปุ่นครับ
ถ้าไม่ใช่เมืองใหญ่ๆบางทีป้ายต่างๆไม่ค่อยมีภาษาอังกฤษครับ
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 9:24pm; Reply: 584
สอบถามเจ้าหน้าที่ว่าไปโอซาก้า รถออกกี่โมง ก็บอกว่าเป็นรอบ 22.33 น. ครับ
ลองตรวจสอบให้ดีก่อนนะครับ ยิ่งถ้าดึกๆแล้วเดินทางไกลๆรอบจะน้อยลงครับ ต้องเผื่อเวลาดีๆ

ในรูปนี้อยากให้ดูตรงช่องขวามือสุดครับ เป็นช่องที่เวลาเราใช้ JR Pass ก็ยื่นให้เจ้าหน้าที่ที่ใส่หมวกดูแล้วก็ผ่านไปได้
แต่ถ้าเป็นช่องตรงกลางและช่องซ้ายต้องซื้อตั๋วก่อนครับถึงจะผ่านได้
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 9:28pm; Reply: 585
ลองดูป้ายนี้นะครับ ถ้าไม่ถามเจ้าหน้าที่บางทีก็อาจจะหลงได้ ทางที่ดีถามเค้าครับไม่ต้องอาย
บอกว่าจะไปไหนเดี๋ยวเค้าก็ชี้ๆบอกทางไปบอกเวลาให้เองครับ
อยู่ที่นี่ถ้ามัวเปิดตำราแปลภาษานี่ไม่ทันใช้จริงๆครับเหมือนที่ผมเคยบอก
อาศัยพูดเป็นคำๆ แล้วก็ภาษามือนิดหน่อยก็พอไปได้แล้วครับ

ของเราไปโอซาก้ารถออก22.33น. ครับ เจ้าหน้าที่บอกมา
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 9:31pm; Reply: 586
ก่อนจะเข้าไปที่ชานชลา แวะSuper Marketภายในสถานี หาอะไรรองท้องก่อน
ส่วนอาหารดึก(ไม่ใช่อาหารเย็นแล้ว)คิดว่าจะไปซื้อแถวๆOsaka Stationครับ
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 9:39pm; Reply: 587
มีผลไม้ต่างๆแปลกๆดี อันกลางนี่ AppleMango เป็นแอปเปิ้ลที่หน้าตาเหมือนมะม่วง(มั๊งครับ)
ราคาลูกละ 299 เยน (ประมาณ90บาท) แน่ะ
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 9:40pm; Reply: 588
มีสินค้าต่างๆให้เลือกซื้อเยอะมากๆครับ จริงๆแค่เดินดูของก็เพลินแล้ว เพราะสินค้าไม่เหมือนบ้านเรา ชอบมีอะไรแปลกๆดี
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 9:47pm; Reply: 589
และแล้วก็ได้เจ้าสิ่งนี้มากินเล่น ระหว่างรอรถไฟครับ
Strawberryลูกโต๊โต Packละ 499เยน หรือ 150 บาท แพงไปนิด แต่ถ้าเทียบขนาดและราคาบ้านเราก็ถือว่าไม่แพงมากครับ
น้ำแร่ Evian ขวดละ98เยน (30บาท)

รูป2นี่ตอนวางอยู่ที่Superครับ น่ากินดีจนต้องซื้อมาชิม
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 9:51pm; Reply: 590
และแล้วก็ได้เวลารถออก ตรงเวลาเป๊ะเลย 22.33 น.
วิ่งตามไปขึ้นรถเกือบไม่ทัน (ภาพเลยเบลอหน่อยครับ)
อีกรูปเป็นภายในขบวนรถ
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 9:52pm; Reply: 591
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที ก็มาถึง สถานี JR Osaka
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 9:56pm; Reply: 592
ออกมาด้านหน้าก็จะเจอป้ายบอกทางไป Hotel Granvia Osaka โรงแรมหรูที่มีคนบอกว่า
พักHostelแถวๆสถานีแต่มาใช้ห้องน้ำโรงแรมนี้ก่อนเดินทางโดยรถไฟ
มีนาฬิกาเก๋ๆนี้อยู่ด้านหน้า
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 9:58pm; Reply: 593
แวะเข้าร้านสะดวกซื้อในสถานี ชื่อ Heart-In เพื่อซื้ออาหารไปกินมื้อดึก หลังจากพลาดเนื้อย่างโกเบไป
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 9:59pm; Reply: 594
สัญลักษณ์ของร้านมีเจ้านกสีฟ้าๆหน้ากวนๆนี่แหละครับ ซื้อเอาไปกอดเล่นได้
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 10:02pm; Reply: 595
ยังมีอาหารห่อๆให้เลือกซื้อครับ
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 10:04pm; Reply: 596
ของกินที่ไม่หนักท้องจนเกินไปก็มี
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 10:08pm; Reply: 597
หลังจากเลือกซื้ออาหารแล้วก็เดินทางกลับที่พักครับ กินบนรถไฟค่อนข้างลำบากเลยรอไปกินที่พักสบายๆทีเดียวเลยดีกว่า
จากสถานี JR Osaka ก็เดินทางโดย Osaka Loop Line เพื่อไปลงสถานี JR Shin-Imamiya ตามเดิม
เวลาขณะนี้จะ5ทุ่มครึ่งแล้ว(รถไฟก็ใกล้หมดแล้ว)
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 10:11pm; Reply: 598
ใช้เวลาเดินทางรวมเวลารอรถประมาณเกือบ30นาที ก็มาถึงที่พัก
มองไปนอกรถเห็น Tsutenkaku Tower (ที่เราแวะดูเมื่อเช้า) ในยามกลางคืนด้วยครับ
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 10:16pm; Reply: 599
กลับถึงที่พักสิ่งแรกที่ทำก็คือ กินครับ!!!! หิวมากๆ
อาหารที่ซื้อมาก็คือ2อย่างนี้ครับ อันแรกเป็นเส้นๆแล้วมีไข่คล้ายไข่เจียว 298 เยน ประมาณ 90 บาท
อันที่2 เป็นเส้นเหมือนกันแต่มีคล้ายๆสลัดทูน่าและไข่ต้ม 310 เยน ประมาณ 93 บาท
กินหมดภายในพริบตาด้วยความหิว และ ความเหนื่อยล้า ที่ใช้พลังงานไปในวันนี้
(โดยเฉพาะตอนที่ไปเดินชมเมืองโกเบยามดึกอยู่เกือบ1ชั่วโมง!!!!)
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 10:18pm; Reply: 600
อันนี้ครับที่เป็นเส้นแล้วมีผักคล้ายๆยากิโซบะ และมีไข่เจียว อร่อยดีครับ
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 10:20pm; Reply: 601
ส่วนอันนี้ก็คล้ายๆสลัดทูน่า มีไข่ต้มครึ่งฟอง แล้วก็มีเส้นคล้ายเส้นสปาเก็ตตี้ราดน้ำเปรี้ยวๆเหมือนเวลาเรากินสลัดญี่ปุ่นนะครับ
ก็อร่อยไปอีกแบบนึง กินหมดทั้ง2อย่างเลยครับด้วยความหิว
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 10:29pm; Reply: 602
และแล้วก็ผ่านไป2วัน(เอง) ในวันแรกลงเครื่องมาก็มาตะลุยโอซาก้า1วันเต็มๆ
วันที่สองสนุกเต็มที่กับสวนสนุก Universal Studio แถมไปแวะชมเมืองโกเบยามค่ำคืน(แต่จริงๆควรไปกลางวัน)
สุดท้ายก็ต้องพึ่งพาเจ้าสิ่งที่อยู่ในรูปอีกครั้งและแล้วก็ผลอยหลับไปในตอนเที่ยงคืนกว่าๆนี่เองครับ
พรุ่งนี้ต้องเก็บข้าวเก็บของ Check-Out และออกเดินทางสู่เกียวโต เมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่น
พอช่วงเย็นก็ต้องรีบเดินทางเข้าโตเกียวต่อเลยครับ คืนนี้ก็หลับเป็นตายอีกคืน ไม่ได้ยินเสียงรถไฟรบกวนเลยแม้แต่น้อย

วันนี้พักก่อนนะครับ แล้วมาเที่ยวเกียวโตกันต่อครับ
Posted by: pat_taro, September 17, 2008, 10:31pm; Reply: 603
ขอบคุณคับ รูปสวยๆมาก+รายละเอียดดีมากจนต้องกลับมาอ่านอีกเรื่อยๆ
ขอบคุณคับที่ทำให้ผมรักญี่ปุ่นขึ้นอีกมากมายจนเดือนเมษานี้ไปฮ่องกงและอาจจะต่อไปญี่ปุ่นต่อด้วยคับ
ไปดูซากุระบานคับ :)
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 11:08pm; Reply: 604
ไหนๆก็มาแล้ว คืนนี้ยังไม่ง่วงครับ ต่อกันเลยดีกว่าจะได้ไม่เสียเวลาครับ
ตื่นเช้ามา6โมงกว่า นอนไม่ถึง6ชั่วโมงเลยแต่รู้สึกสดชื่นดีครับ นอนหลับสนิท
อาบน้ำแต่งตัว เก็บของ (ซึ่งเมื่อวานหลับสนิทไม่มีเวลาเก็บ)
ถ่ายรูปภายในที่พัก(ที่ได้รีวิวไปแล้วนะครับ) หลังจากนั้นก็ออกเดินทางประมาณ 8โมงเช้า
นั่งJR จากสถานี JR Shin-Imamiya ไปสถานีOsaka แล้วไปสถานี Shin-Osaka
เพื่อไปนั่งรถไฟ Shinkansen
จริงๆแล้วสามารถนั่งรถไฟJR Kyoto Line จากสถานีJR Osaka ไปสถานี JR Kyoto แค่46นาทีเท่านั้น
ราคา540เยน บางคันเป็น Special Rapid Service ก็ใช้เวลาแค่ 29นาที

แต่ผมนั่งจาก Osaka ไป Shin-Osaka 3นาที และจากShin-OsakaไปKyoto โดยShinkansen แค่ 14นาที
รวมแล้วแค่ 17 นาที เท่านั้น บวกเวลารอรถก็ไม่ถึง29นาที ยังงัยก็เร็วกว่าแน่ๆแถมได้นั่งShinkansenด้วย
แต่ถ้าใครไม่มีJR Pass แนะนำนั่งแบบธรรมดา แบบ Rapid Serveiceครับ ราคาเท่ากัน ลองCheckเวลาดู

ตรวจสอบเวลาเดินทางของรถแบบต่างๆ ที่ http://www.hyperdia.com ครับ
เข้าไปแล้วกดตรง English จากนั้นก็เลือกชื่อสถานีต้นทางและปลายทาง(ต้องรู้ชื่อนิดนึง)แล้วก็เลือกช่วงเวลาครับ
ทางเวปจะบอกเส้นทางต่างๆรวมทั้งเวลาในการรอ การเดินทางแต่ละช่วงด้วย
แต่ต้องเลือกช่วงเวลาดีๆครับเพราะแสดงผลได้ทีละ5แบบเท่านั้น ลองไปเล่นดูนะครับ
เวลาจะค้นหาให้เอาเครื่องหมายถูกหน้า Airline ออกครับ ถ้าไม่ต้องการไปทางเครื่องบิน
และให้ติ๊กถูกที่ except Nozomiด้วย เพราะเราคงไม่ไปขบวน Nozomiแน่ๆ

สรุปแล้วเดินทางมาถึงสถานี Shin-Osaka 8โมงกว่าๆเกือบ9โมงครับ
ลงรถมาก็เจอนักเรียนกลุ่มใหญ่ แบกเป้ใบใหญ่ๆเหมือนพวกชมรมเทนนิสเลย หรือจะไปทัศนศึกษากัน
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 11:12pm; Reply: 605
ภายในสถานีJR Shin-Osakaครับ วันนี้วันศุกร์เช้า คนพลุกพล่านมากๆ
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 11:18pm; Reply: 606
ไปที่ป้ายเขียวๆรูปคนเอนพิงเบาะ ที่เดิมที่มาเมื่อวานนี้(เห็นไหมเอ่ย ที่มาโกเบเมื่อวานนี้ก็ได้ประโยชน์นะครับ รู้เส้นทางก่อน)
คิวยาวกว่าเมื่อวานเล็กน้อย เข้าไปก็บอกเจ้าหน้าที่ชาวญี่ปุ่น(สาวคิกขุเหมือนเดิม)ว่าจะไปเกียวโต
พร้อมยื่น JR Pass ให้ดูด้วยนะครับ
ก็มีรถและรอบมาให้เลือก ไปเกียวโตไม่ไกลมาก เห็นเวลาใกล้สุดเป็นขบวน Kodama ก็เลยเลือกKodamaเช่นเดิม
คราวนี้เวลาเดินทางลำบากนิดหน่อยครับ เพราะต้องแบกกระเป๋าเดินทางทั้งหมดมาด้วย
บางสถานีเวลาจะขึ้นจะลงไม่มีบันไดเลื่อนนะครับ ลิฟท์ก็คงมีแต่หายาก ต้องใช้แรงฮึดแบกกระเป๋าขึ้นลงเอา
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 11:24pm; Reply: 607
เข้าไปตามป้ายสีฟ้าที่เขียนว่า Shinkansen Tracks เหมือนเดิมครับ
มองหาประตูทางออกที่จะไปขึ้นรถตามป้าย (คล้ายๆเมื่อวานที่ไปโกเบ ไม่พูดซ้ำแล้วกันครับ)
ช่วงนี้ไม่ได้ถ่ายรูปเพราะรถออกประมาณ 8.50น. ผมก็กำลังแบกข้าวของพะรุงพะรังและรีบไปขึ้นรถให้ทันอยู่ครับ
แล้วก็มาถึงชานชลาจนได้ รถจะออกแล้ว ถ่ายรูปได้แค่นี้ครับ
เป็น Shinkansen ขบวนที่2ที่ได้นั่งครับ
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 11:30pm; Reply: 608
บรรยากาศในขบวนรถ เห็นได้ว่ากว้างกว่าขบวนเมื่อวานครับ เพราะมีแถวละ5ที่นั่ง ด้านนึง2อีกด้าน3
เมื่อวานนี้ด้านละ2เอง
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 11:34pm; Reply: 609
มีพนักงานเสิร์ฟบนรถด้วย เหมือนบนเครื่องบินเลยครับ
แต่ไม่ฟรีนะครับ ต้องเสียเงินไม่ว่าจะชา กาแฟ ขนมปังต่างๆ เลือกซื้อกันตามสะดวก
แต่ผมรอไปกินแถวสถานีเกียวโตดีกว่าครับ

ภายในรถนั่งก็สบาย เงียบดี วิ่งก็เร็ว โอ้ว สุดยอดเลยคร้าบ
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 11:39pm; Reply: 610
มองไปข้างนอก เห็นเจดีย์วัด Toji ด้วย
และก็ผ่าน New Miyako Hotel
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 11:42pm; Reply: 611
นั่งไม่ทันไร อ้าว ถึงแล้ว 14นาทีจริงๆด้วย เร็วจริงๆเลยครับ
ลงรถมาก็ประมาณ9.05น. เห็นเด็กนักเรียนเป็นกลุ่มอีกแล้ว เหมือนมาทัศนศึกษาเลย
เลยอยากถามผู้รู้ครับเพราะเห็นมาทัศนศึกษากันตลอดเลย ตั้งแต่วันแรกแล้ว
เลยอยากทราบว่าช่วงนี้เค้าเป็นช่วงทัศนศึกษากัน หรือว่ามีตลอดปีแล้วแต่โรงเรียนจะพาไปอ่ะครับ เพราะเห็นเยอะมากๆ
เหมือนพร้อมใจกันทัศนศึกษาทั่วประเทศเลย
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 11:44pm; Reply: 612
บริเวณชานชลาก็เริ่มเห็นขนมพื้นเมืองวางขายอยู่ ลักษณะเป็นพวกแป้งๆ โมจิ อะไรประมาณนั้นครับ
บรรจุหีบห่อสวยงามน่าซื้อมากๆ
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 11:48pm; Reply: 613
เดินลงมาภายในสถานี Kyoto ซึ่งเป็นสถานีใหญ่อีกแห่งหนึ่ง
ลองดูทางเดินลงจากชานชลาสิครับ แล้วต้องแบกกระเป๋าเดินทางหนักๆ แถมเป้อีกต่างหาก
เดินลงไม่เท่าไหร่ครับ เดินขึ้นนี่สิ -_-''''''
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 11:50pm; Reply: 614
มองหาตู้ Locker ก่อนเลยครับ เพราะเดี๋ยวจะไปลุยเกียวโตทั้งวัน กระเป๋าเดินทางคงต้องฝากไว้ก่อน
ตอนแรกเจอตู้แค่นี้ ใส่ไม่พอครับ เลยผ่านไปก่อน
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 11:52pm; Reply: 615
ภายในสถานีครับ ยังมองหาตู้ล็อคเกอร์ใหญ่ๆไม่เจอ เจอแต่ตู้เล็ก และตู้กลาง
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 11:54pm; Reply: 616
หันไปเห็นคุณป้าในชุดกิโมโน ดูสง่ามากครับ
เกียวโตเป็นเมืองหลวงเก่า ยังอนุรักษ์ธรรมเนียมต่างๆค่อนข้างมาก จะเห็นคนใส่ชุดกิโมโนเยอะหน่อยครับ
Posted by: Chanarong, September 17, 2008, 11:55pm; Reply: 617
เจ้าพวกเด็กมาทัศนศึกษาอีกแล้ว เห็นบ่อยจริงๆครับ
Posted by: Chanarong, September 18, 2008, 12:01am; Reply: 618
ยังหาตู้Lockerใหญ่ๆไม่เจอ ไม่เป็นไรครับ ไปซื้อสิ่งที่จำเป็นมากๆในการเที่ยวเกียวโตดีกว่า
นั่นก็คือ ตั๋วเหมารถเมล์ 1 วัน ครับ

การเดินทางในเกียวโตที่สะดวกและประหยัดสุดๆก็คือเจ้าสิ่งนี้นี่เองครับ ไม่ซื้อไม่ได้จริงๆ
เหมือนไปOsaka แนะนำซื้อ Osaka Unlimited Pass ถ้ามาKyoto ก็แนะนำ Kyoto City Bus นี่แหละครับ

มองหาป้ายสัญลักษณ์สีฟ้าๆรูปสามเหลี่ยม(ดังด้านบนของในรูป) เดินตามไป
ก็จะเจอกับ Subway and City Bus Information Office ครับ
Posted by: Chanarong, September 18, 2008, 12:02am; Reply: 619
ซื้อกับคุณลุงบริเวณCounterนี่แหละครับ ใครพูดไม่ค่อยเป็นก็บอกว่า One Day Bus ก็ได้ครับ
Posted by: Chanarong, September 18, 2008, 12:06am; Reply: 620
ราคาแค่ 500 เยน (150บาท) ก็จะได้บัตรใช้นั่งรถเมล์ทั้งวันไม่จำกัดจำนวนเที่ยว ที่อยู่ทางซ้ายมือในรูป
และได้คู่มือและแผนที่การเดินรถสีเขียวๆ ทางขวา ซึ่งดูง่ายมากๆเลยครับ
ปกตินั่งรถเมล์ไปป้ายนึงก็220เยนแล้ว นั่งเกิน3รอบก็คุ้มค่าบัตรแล้วครับ ไม่ต้องคิดมาก ซื้อไว้คุ้มชัวร์ๆครับ
Posted by: Chanarong, September 18, 2008, 12:07am; Reply: 621
ด้านหลังแผนที่บอกว่าAreaต่างๆมีอะไรน่าสนใจบ้าง และมีรถสายไหนวิ่งผ่าน แต่ดูยากไปนิดครับ
Posted by: Chanarong, September 18, 2008, 12:23am; Reply: 622
แต่ตัวแผนที่ที่ให้มานั้นดูง่ายมากๆและละเอียดมากๆเลยครับ ใครไม่เคยมาถ้าดูแล้วก็จะรู้ว่าจะต้องต่อรถสายไหน ไปยังงัย
แต่ต้องรู้ที่ๆจะไปนะครับ ซึ่งแผ่นที่นี้ก็ทำเป็นรูปทำให้ดูง่ายมากครับ
เส้นทางเดินรถเมล์แต่ละสายก็จะใช้สีไม่เหมือนกัน ทำให้ดูง่าย
สถานที่ใดมีรถผ่านหลายสายก็จะมีกรอบสี่เหลี่ยมบอกว่ามีรถสายใดวิ่งผ่านบ้าง
ตัวอย่างเช่น ในวงกลมสีแดงในรูป คือสถานีKyoto ที่เราอยู่ปัจจุบัน จะเห็นว่ากรอบสี่เหลี่ยมจะมีกรอบเล็กๆ
ด้านในอีกหลายอัน คือรถแต่ละสายที่ผ่าน เห็นว่ามีเป็น10เลย
ส่วนสถานที่เที่ยว เช่นที่วงกลมสีเขียวไว้ คือศาลเจ้า Fushimi Inari หรือศาลจิ้งจอกแดง ก็จะมีรูปภาพให้เห็นชัดเจน
ในรูปเห็นเสาโทริอิสีแดงๆ และจะเห็นว่ามีรถเมล์สายสีเนื้อๆ และรถไฟJR(ลายขาว-ดำ) เท่านั้นที่ผ่าน เป็นต้น

Posted by: Chanarong, September 18, 2008, 12:46am; Reply: 623
ไปดูแผนที่ของKyoto อีกครั้ง จะเห็นว่ารถไฟJR(สีน้ำตาล) แค่วิ่งผ่านเมืองเท่านั้น
จะเดินทางภายในเมืองต้องต่อรถไฟต่างๆหลายสาย ซึ่งยุ่งยากกว่านั่งรถเมล์
การเดินทางที่สะดวกที่สุดก็คือการซื้อตั๋วรถเมล์แบบ One Day 500 เยน ที่ผมเพิ่งซื้อไปนั่นเอง

มาดูสถานที่ท่องเที่ยวกันบ้าง มีเยอะแยะมากมาย เพราะเป็นเมืองหลวงเก่า มีสถานที่ต่างๆโดยเฉพาะวัดและศาลเจ้ามากมาย
อาจไม่ค่อยมีสถานที่ไฮเทค สวนสนุกหรืออะไรแนวๆนั้น
เทียบกับบ้านเราก็ประมาณ อยุธยา ที่มีวัดต่างๆมากมาย และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่ง
เด็กและวัยรุ่นอาจไปเล่นสวนสนุกและช้อปปิ้งที่Osaka แต่คุณพ่อคุณแม่ หรือสูงอายุขึ้นมาหน่อยน่าจะชอบที่เกียวโตแห่งนี้ครับ

Central Kyoto แถบใจกลางเกียวโต
Nijo Castle  Former Kyoto residence of the shogun ปราสาทนิโจ ที่อยู่ของโชกุน
Nijo Jinya  Former inn for visiting feudal lords ที่พักของไดเมียวสมัยก่อนเวลามาเยือนเกียวโต
Kyoto Imperial Palace The Imperial Family's residence until 1868 พระราชวังอิมพีเรียล
Nishiki Market Fresh food market street in central Kyoto ตลาดขายของสด
Pontocho Narrow lane offering atmospheric dining ซอยเล็กๆเหมาะแก่การทานอาหารเย็น และมีเกอิชา
Honganji Temples Head temples of the Shin-Jodo sects เป็นวัดแห่งหนึ่ง
Sento Palace Imperial palace with beautiful gardens พระราชวังอีกที่
Kyoto Station Kyoto's futuristic railway station building สถานีเกียวโตอันทันสมัย ใกล้ๆมีพิพิธภัณฑ์
เท็ตสึโอะ โอซามุ ผู้ให้กำเนิดการ์ตูนเจ้าหนูอะตอมอันโด่งดัง

Eastern Kyoto ทางทิศตะวันออก  
Kiyomizudera Temple famous for its large wooden terrace วัดน้ำใสอันโด่งดัง มีสายน้ำ3สายมารวมกัน
Sanjusangendo Temple with 1001 human sized statues วัดที่มีพระโพธิสัตว์คันนนถึง1001รูป
Ginkakuji (Silver Pavilion) Beautiful temple not actually covered in silver
วัดเงิน สร้างให้คู่กับวัดทองKinkakuji (แต่ยังหุ้มเงินไม่เสร็จ)  
Gion Kyoto's most famous geisha district ย่านกิออน ที่มีเกอิชาอันโด่งดัง
Heian Shrine Modeled after the ancient Imperial Palace ศาลเจ้าเฮอันอันโด่งดัง
Kodaiji Temple Built in memory of Toyotomi Hideyoshi วัดแห่งหนึ่ง
Nanzenji Temple Zen temple with beautiful stone garden วัดนิกายเซน มีสวนหิน(แต่ไม่ดังเท่าอีกวัด)
Chionin Temple Head temple of the Jodo sect of Buddhism วัดอีกแห่ง
Path of Philosophy Walking trail famous for cherry blossoms
เส้นทางนักปราชญ์ เป็นเส้นทางระหว่าง Ginkakuji ไปวัด Nanzenji เป็นที่ชมดอกซากุระบานอันเลื่องชื่อ
Yasaka Shrine  Popular shrine hosting the Gion Festival หรืออีกชื่อ ศาลเจ้ากิออน เป็นที่จัดงาน
Gion Matsuri งานเทศกาลใหญ่ของที่นี่

Northern Kyoto ทางเหนือของเกียวโต
Kinkakuji (Golden Pavilion) Temple building covered in gold ที่สุดที่ทุกคนต้องมา วัดทอง
เหมือนที่เห็นในเรื่องอิ๊กคิวซัง
Shugakuin Villa Imperial villa at the outskirts of Kyoto ที่พักท่านโชกุนอีกแห่ง
Ryoanji Temple Zen Temple with famous rock garden วัดนิกายเซนที่มีสวนหินอันโด่งดัง
Hieizan Mountain temple complex of the Tendai sect มีวัดหลายแห่ง
Kurama Rural town with temple and hot spring เมืองเล็กๆ มีวัด Kurama-dera
Ninnaji Temple Temple turned former imperial residence วัดนินนาจิ
Daitokuji Temple Large Zen temple complex วัดนิกายเซนอีกแห่ง  
Ohara Rural area famous for Sanzenin Temple บริเวณที่มีวัดอีกแห่ง  
Kamo Shrines Two of Kyoto's most important shrines ศาลเจ้ากาโม่อันโด่งดัง แต่ชื่อดูปลอมๆเพราะชื่อกาโม่
Toei Uzumasa Eigamura Theme park and film set combined โรงถ่ายแนวโบราณของToei
คล้ายUniversal ภาคพื้นเมืองนะครับ
Kitano Tenmangu Popular shrine hosting a monthly flee market ศาลเจ้า มีตลาดนัดประจำเดือนด้วย
Takao Wooded valley with temples north of Kyoto หุบเขาและมีวัด  

Western Kyoto ทางทิศตะวันตกของเกียวโต
Kokedera Called moss temple because of its garden เรียกวัดมอส(ไม่ใช่ปฏิภาณนะครับ)
เพราะสวนของวัดมีหญ้ามอสเขียวๆขึ้น สวยงามมาก
Katsura Villa Imperial villa with stunning landscape garden มีสวนแบบญี่ปุ่นสวยงาม
Arashiyama Pleasant district at the outskirts of Kyoto แถบชานเมืองมีทิวทัศน์สวยงาม
Tenryuji Temple Zen Temple in the Arashiyama district วัดนิกายเซนอีกแห่ง

Southern Kyoto and Uji ทางใต้ของเกียวโต และ แถบ อุจิ
Fushimi Inari Shrine The ultimate torii gate experience ศาลเจ้าจิ้งจอกที่มีโทริอิสีแดงเป็นพันๆต้น
Byodoin Temple Temple with a beautiful Pure Land Garden วัดที่มีสวนสวยงาม
Tofukuji Temple Temple with spectacular autumn leaves วัดที่ในฤดูใบไม้ร่วงจะสวยมาก
Daigoji Temple Famous temple southeast of Kyoto วัดดังอีกแห่ง
Toji Temple Large temple with Japan's tallest pagoda วัดอีกแห่ง ใกล้สถานีเกียวโต
เป็นวัดที่เราเห็นเจดีย์หลายๆชั้นตอนนั่งรถผ่านมา
Mampukuji Temple Headquarters of the Zen Obaku sect วัดเซนอีกแห่ง

Events เทศกาลท้องถิ่น
Gion Matsuri The most famous festival of Japan  เทศกาลดังของญี่ปุ่น มีการแห่ศาลเจ้าอย่างยิ่งใหญ่

Side Trips from Kyoto เดินทางใกล้ๆเกียวโต
Mount Koya  Atmospheric temple mountain ภูเขาและมีวัด
Nara  Japan's first permanent capital เมืองนารา เคยเป็นเมืองหลวงเก่าอีกแห่ง มีวัดพระใหญ่ และมีกวาง
Himeji Site of Japan's most beautiful feudal castle ปราสาทฮิเมจิอันโด่งดัง
Osaka  Largest city of the Kinki Region เมืองใหญ่ที่เราเพิ่งไปมา
Kinosaki Pleasantly old-fashioned hot spring resort มีรีสอร์ทให้พักผ่อน
Kobe  Harbor city, recovered from 1995 earthquake เมืองท่าที่ฟื้นตัวจากแผ่นดินไหว  
Amanohashidate  One of Japan's three most scenic views หนึ่งใน3สถานที่ที่มิวทิวทัศน์สวยที่สุดในญี่ปุ่น
Iga Ueno  Former castle town famous for ninja ปราสาทนินจาอิงะ
Miho Museum  Unique art museum in the mountains พิพิธภัณฑ์ศิลปะอยู่ในภูเขา

เป็นไงบ้างครับสถานที่ท่องเที่ยว ตาลายกันไปข้างนึงเลยทีเดียว
ใครอยากเที่ยวเกียวโตคงต้องเผื่อเวลาซัก3วันนะครับ ถึงจะเที่ยวที่เด่นๆได้หมด หลักๆก็เน้นวัด ศาลเจ้า และธรรมชาติครับ
Posted by: Chanarong, September 18, 2008, 1:51am; Reply: 624
อันนี้อยากให้ลองดู Amanohashidate ที่บอกว่าวิวสวย1ใน3ของญี่ปุ่นครับ อยู่ทางเหนือของเกียวโตไปอีก
Posted by: Chanarong, September 18, 2008, 1:53am; Reply: 625
ส่วนอันนี้วัด Kokedera ครับ เห็นมอสขึ้นเขียวๆแปลกดี (Replyนี้กับอันที่แล้วขอนำรูปจากเวปอื่นมานะครับ เห็นว่าสวยดี)
สำหรับสถานที่เที่ยวอื่นๆลองไปหาข้อมูลเพิ่มเติมดูนะครับ
Posted by: Chanarong, September 18, 2008, 2:19am; Reply: 626
สำหรับคนที่มีเวลาแค่1วัน ไม่ต้องกลัวครับ ผมวางแผนการเดินทางที่ทำให้ไม่เสียเวลาและเดินทางวนไปทางเดียว
ไม่ย้อนไปมาไว้แล้วครับ ใครจะนำไปใช้ก็ไม่ว่าครับ ตามโปรแกรมนี้เลยครับ เที่ยว1วันคุ้มแน่ๆ ไปที่ดังๆเกือบหมด

ตามแผนที่ครับ Start ที่
1.Kyoto Station ตั้งแต่เช้า อาจแวะกินอาหาร และถ่ายรูปกับ Kyoto Towerที่อยู่หน้าสถานีได้เลย
ใครเวลาเหลือลองเช็คเวลาเปิดของพิพิธภัณฑ์ เท็ตสึโอะ โอซามุด้วยครับ อยู่แถวๆสถานีนี่เอง
นั่งรถเมล์ไปต่อที่

2.Nijo Castle ปราสาทโชกุน มีจุดเด่นที่พื้นไม้ในปราสาท
เวลาเดินจะมีเสียงเอี๊ยดอ๊าด คล้ายเสียงนกไนติงเกลร้อง ทำให้ไหวตัวได้เวลาจะมีใครมาทำร้ายครับ เข้าใจคิด
นั่งรถเมล์ต่อไปที่

3.วัด Ryoanji วัดนิกายเซนที่มีสวนหินชื่อดัง นั่งมองหินจากมุมใดก็จะไม่มีทางเห็นหินครบ
ว่ากันว่าไปนั่งเพ่งหินแล้วจะได้แง่คิดมากมายและจิตใจสงบครับ ต้องลองดู
แต่ถ้าเวลาน้อยข้ามไปก็ได้ครับ บางคนบอก อะไร เสียเงินเข้าไปให้ไปนั่งดูหิน
วนไปต่อที่

4.วัด Kinkakuji วัดทอง ที่ใครๆก็ไม่ควรพลาดครับ ถ้าไปเกียวโตไม่มาวัดนี้ก็เหมือนมาไม่ถึงเลยครับ
จากนั้นก็ไปที่

5.Imperial palace หรือ พระราชวังอิมพีเรียล ถ้ามีเวลาก็น่าแวะชมครับ
วนไปทางตะวันตกบ้าง

6.วัดGinkakuji หรือ วัดเงิน แต่ยังไม่ทันหุ้มเงินครับ เลยไม่สวยเท่าวัดทอง ถ้าใครไปวัดทองไม่อยากไปวัดเงินก็ได้ครับ
หรืออยากไปดูให้ครบก็ควรแวะไปชม หลังจากนั้นตรงลงมาทางใต้มาที่

7.Kiyomizudera หรือ วัดน้ำใส เป็นอีกวัดที่ไม่ควรพลาดเลยครับ
เป็นวัดที่มีสายน้ำธรรมชาติ 3 สาย ไหลลงมาที่เดียวกัน ใครตักน้ำดื่มแล้วก็จะมีโชคในด้านนั้นๆครับ
ให้ดื่มเพียงสายเดียวนะครับ

หลังจากนั้นจะไป 8.ศาลเจ้าFushimi Inari ถ้าไปโดยรถเมล์เลยจะลำบากครับ
ให้ย้อนกลับไปKyoto Station แล้วนั่งรถไฟJRมาลงดีกว่า ควรมาก่อนมืดเพราะจะมองทางไม่ค่อยเห็นครับ
เที่ยวเสร็จกลับKyoto Stationอีกครั้ง ช่วงนี้ก็จะค่ำแล้ว ก็นั่งรถเมล์ไป

9.Gion ย่านราตรที่มีร้านน้ำชา ร้านนั่งกินต่างๆ ที่สำคัญคือ มีเกอิชา ด้วยครับ
ถ้าโชคดีอาจได้เจอ ไมโกะ ที่เป็นเกอิชาฝึกหัดด้วย

หลังจากเที่ยวครบก็กลับมาแถวKyoto Station ถ้าใครพักแถวนี้ก็กลับที่พัก ถ้าอยู่โอซาก้าก็เดินทางต่อครับ
สำหรับผมต้องออกเร็วหน่อยเพราะจะนั่งShinkansenเข้าโตเกียวต่อครับ ไม่รู้จะเที่ยวได้ตามนี้รึเปล่าครับ
Posted by: Chanarong, September 18, 2008, 2:23am; Reply: 627
จากCounterที่เราซื้อตั๋วรถเมล์เมื่อซักครู่นี้ กลับหลังหันแล้วเดินตรงไปนิดนึงแล้วเลี้ยวซ้าย ก็จะเจอบริเวณนี้ครับ
มีLockerอันใหญ่ๆที่สามารถใส่กระเป๋าเดินทางได้ครับ อยู่แถวๆห้องน้ำ
Posted by: Chanarong, September 18, 2008, 2:32am; Reply: 628
รูปแรก มีแบบ300เยนสำหรับกระเป๋าเล็ก ใหญ่หน่อยก็500เยน(150บาท)
รูป2นี่ตู้ใหญ่สุดๆ 600เยนครับ(180บาท) ใส่ได้ทั้งกระเป๋าใหญ่ กระเป๋าเล็กเลย
ผมก็เลยเอาตู้นี้เลย ตู้เดียวอยู่ เอาไปแต่กล้องและขาตั้งกล้องครับ ตัวเบาเลย
แผนที่คู่มือต่างๆก็ไม่ได้เอาไป เอาไปแต่แผนที่ที่แถมมากับตั๋วรถเมล์ครับ วันนี้ใช้แค่นี้ก็พอแล้ว
วิธีใช้ตู้ ตู้จะเปิดอยู่แล้วครับ เราเอาของไปใส่ ปิดตู้ จากนั้นก็หยอดเหรียญ100เยนลงไปตามราคา
พอหยอดครบจะสามารถบิดกุญแจและดึงออกมาได้ครับ ง่ายนิดเดียว
รูป3 นี่ข้อควรระวังครับ ฝากได้ตั้งแต่ 5.30น. ถึง 23.00 น. เท่านั้น (ไม่แน่ใจครับ) ไม่รู้ว่าฝากเกินแล้วจะเจออะไร
อาจต้องหยอดเพิ่ม แต่ยังงัยผมก็ไม่ฝากเกินแน่นอน วันนี้ต้องเดินทางแต่หัวค่ำ
Posted by: Chanarong, September 18, 2008, 2:35am; Reply: 629
ฝากของเสร็จ หาทางออกจากสถานีครับ เดินผ่านทางที่จะเดินขึ้นไปข้างบนก็เจอสิ่งนี้ครับ
ของตั้งโชว์ที่แสดงความเป็นญี่ปุ่นมากๆ ทั้งพัดญี่ปุ่น และ แมวนางกวักครับ และอื่นๆอีก
Posted by: Chanarong, September 18, 2008, 2:37am; Reply: 630
เดินขึ้นมาด้านบนครับ ดูแล้วเราเดินขึ้นมาจากส่วนที่เรียกว่า Porta เป็นส่วนหนึ่งบริเวณสถานีเกียวโตครับ
Posted by: Chanarong, September 18, 2008, 2:40am; Reply: 631
ขึ้นมาถึงพื้นดินปกติแล้ว มองไปทางซ้ายก็เจออาคารของสถานีเกียวโตครับ
ด้านหน้าเป็น Hotel Granvia Kyoto เหมือนที่ Osakaเลย ที่มี Hotel Granvia Osaka ด้านหน้า
Posted by: Chanarong, September 18, 2008, 2:44am; Reply: 632
มองไปทางขวามือ ตั้งตระหง่านอยู่ตรงข้ามสถานีเกียวโตเลยครับ ได้แก่ Kyoto Tower ครับ
สูงเด่นเป็นสง่าจริงๆ ด้านล่างมีโรงแรม Kyoto Tower Hotel
ที่หอคอยมีจุดชมวิวด้วยครับ

เวลาที่ญี่ปุ่น 9โมงกว่าแล้ว

แต่ที่เมืองไทยขอพักก่อนนะครับ แล้วค่อยไปเที่ยวต่อด้วยกันครับ
Posted by: frankshin, September 19, 2008, 6:23pm; Reply: 633
พี่ค่ะ

มาตามเก็บข้อมูลนะคะ  เผื่อตามเส้นทางของพี่ค่ะ

แต่หนูคงเที่ยวได้ไม่เท่าพี่แน่ ๆ  ค่ะ  พี่เที่ยวแต่ละวัน  ได้เยอะจริง ๆ

ดูแล้วเหมือนได้ไปเองเลยล่ะ     อยากไป  อยากไป  

เป็นกำลังใจนะคะ ยังงี้  กว่าจะจบ  คงมีเป็น  ร้อยหน้าแน่ ๆ

แล้วจะแวะมาบ่อย ๆ นะคะ

ของคุณมาก ๆ ค่ะ

หนูเอง

  
Posted by: kikiiz_chan, September 19, 2008, 6:50pm; Reply: 634
:) :) :) ขอบคุณพี่ที่พาเที่ยวนะคร๊าาา อยากไปมั่งจังเลยย
Posted by: Chanarong, September 23, 2008, 11:30pm; Reply: 635
มาต่อแล้วคร้าบ ตั้งต้นกันที่หน้า Kyoto Station เห็น Kyoto Tower เหมือนเดิมในอีกมุม
Posted by: Chanarong, September 23, 2008, 11:33pm; Reply: 636
เดินหาของกินแถวหน้า Kyoto Station ส่วนใหญ่ยังไม่เปิดครับ
Posted by: Chanarong, September 23, 2008, 11:36pm; Reply: 637
บางร้านที่เปิดแล้วก็ดูน่ากินดีครับ แต่ราคาก็พอสมควรเลย
ส่วนใหญ่ร้านอาหารที่ญี่ปุ่นจะมีแบบจำลองอยู่หน้าร้านครับ สะดวกต่อการตัดสินใจว่าจะเข้าร้านไหน
Posted by: Chanarong, September 23, 2008, 11:37pm; Reply: 638
คิดว่าจะหาอะไรเบาๆกินก่อนแล้วรีบออกเดินทางดีกว่าครับ เดินผ่านหน้าสถานีก็เห็นป้ายนี้
เจ้าสิงโตขาว ผลงานการ์ตูนของอ.เท็ตสึโอะ โอซามุ
Posted by: Chanarong, September 23, 2008, 11:39pm; Reply: 639
ป้ายโฆษณาครับ คิดว่าน่าจะเป็นโฆษณาพิพิธภัณฑ์ ที่อยู่แถวๆหน้าสถานีนี้ มีเจ้าหนูอะตอมด้วย
Posted by: Chanarong, September 23, 2008, 11:41pm; Reply: 640
ขนาดป้ายบอกทางยังต้องมีเจ้าหนูอะตอม และ เจ้าสิงโตขาว อยู่ข้างบนเลยครับ
Posted by: Chanarong, September 23, 2008, 11:43pm; Reply: 641
อีกป้ายกับตัวละครต่างๆของ อ.เท็ตสึโอะ โอซามุ
Posted by: Chanarong, September 23, 2008, 11:49pm; Reply: 642
บริเวณหน้าสถานีครับ เจอเด็กนักเรียนมาเป็นกลุ่มอีกแล้ว
Posted by: Chanarong, September 23, 2008, 11:51pm; Reply: 643
ด้านหน้าสถานีจะมีแผนผังบอกตำแหน่ง และร้านอาหารต่างๆอย่างละเอียด บอกเวลาเปิด-ปิดด้วยครับ
จะเห็นว่ามีบางร้านกว่าจะเปิดก็ 11โมง
Posted by: Chanarong, September 23, 2008, 11:56pm; Reply: 644
ตัวอย่างอาหารต่างๆ น่ากินมากๆครับ แต่อย่างที่บอกว่าร้านที่ดูน่ากินหน่อยก็เปิดกัน11โมงครับ
ขณะนี้ประมาณ10โมง เหลืออีก1ชั่วโมง เลยไม่รอครับ เพราะยังต้องไปอีกหลายที่
Posted by: Chanarong, September 23, 2008, 11:59pm; Reply: 645
หนีไม่พ้นร้านนี้ ต้องแวะซะหน่อยครับ
อยู่เมืองไทยไม่ค่อยได้กิน เพราะรู้สึกว่าแพง
พอมาญี่ปุ่นเป็นไรไม่รู้ครับ รู้สึกว่าราคาไม่แพงขึ้นมาทันที แหะแหะ
Posted by: Chanarong, September 24, 2008, 12:01am; Reply: 646
เดินลงบันไดเลื่อนไปชั้นล่างก็เจอ Gourmet Townครับ ที่รวมร้านอาหาร
แต่อย่างที่บอก บางร้านยังไม่เปิดครับ
Posted by: Chanarong, September 24, 2008, 12:04am; Reply: 647
เจอร้านนี้ครับ ตกแต่งได้น่ารักดี อาหารก็น่ากิน เพราะเป็นพวกขนมปัง ราคาก็พอรับได้
กินกับกาแฟที่ซื้อเมื่อกี๊ก็ได้ แถมเอาไปกินบนรถก็ได้ไม่เสียเวลา เลยเลือกซื้อของร้านนี้ครับ
Posted by: Chanarong, September 24, 2008, 12:06am; Reply: 648
ตัวอย่างของโชว์หน้าร้านครับ น่ากินไหมเอ่ย
Posted by: Chanarong, September 24, 2008, 12:10am; Reply: 649
มีให้เลือกกันมากมายหลายราคาเลย บางอันเป็น1000เยน(300บาท)ก็ไม่ไหวครับ
Posted by: Chanarong, September 24, 2008, 12:14am; Reply: 650
สุดท้ายก็มาลงเอยที่ชุดนี้ครับ ทางซ้ายมือ Sandwich แฮม ได้4ชิ้น 730 เยน
ราคาไทย 219 บาท ตกชิ้นละ55บาทครับ

บางคนอาจบอกว่ามาถึงญี่ปุ่น ทำไมไปกินอาหารแบบฝรั่ง
อันนี้ความชอบส่วนตัวครับและต้องการความรวดเร็วในการกิน
ถ้าใครพิถีพิถันเรื่องการกินหน่อย แถวนี้มีร้านอาหารต่างๆให้เลือกอีกเยอะเลยครับ
Posted by: Chanarong, September 24, 2008, 12:18am; Reply: 651
ได้เสบียงมาแล้วก็ออกเดินทางต่อ มาที่หน้าสถานีเกียวโตอีกครั้งเพื่อไปขึ้นรถบัส
พอกำลังจะข้ามถนนก็เจอคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายในรูปกำลังแจกอะไรกันอยู่
Posted by: Chanarong, September 24, 2008, 12:21am; Reply: 652
ผมก็รับของเขามาด้วยครับ
เป็นน้ำขวดนึง คล้ายๆชาจีนนะครับ แล้วก็กระดาษทิชชู่
คงเหมือนเป็นการโฆษณาสินค้าบางอย่างของบ้านเค้าครับ
แล้วก็เดินข้ามถนนไปที่ท่ารถเมล์ครับ
Posted by: Chanarong, September 24, 2008, 12:25am; Reply: 653
นี่ครับท่ารถเมล์ ที่ต้องเรียกท่าไม่เรียกป้ายเพราะว่าหน้าสถานีเกียวโตนี่จะมีรถผ่านหลายสายมากๆ
จะขึ้นรถสายไหนก็ต้องดูให้ดีครับว่าจะต้องขึ้นป้ายอะไร
ตัวอย่างในรูป รถเมล์ Rakubus สาย100 จอดที่ป้าย D1 ครับ
Posted by: Chanarong, September 24, 2008, 12:40am; Reply: 654
ผมเองก็งงเหมือนกันครับตอนแรก ไม่รู้จะไปขึ้นรถตรงไหนดี
มีอยู่2ทางเลือกครับ เดี๋ยวบอกอีกครั้ง
แต่ก่อนอื่นต้องรู้เส้นทางก่อนนะครับว่าจะไปที่ไหนและจะนั่งรถสายอะไร
โดยใช้แผนที่ที่ได้มากับบัตร One Day Kyoto City Bus 500เยนนะครับ
เพื่อให้เข้าใจเส้นทางลองDownloadไปดูเล่นๆได้ครับที่
http://www.city.kyoto.lg.jp/kotsu/cmsfiles/contents/0000019/19770/bus_navi_en200801.pdf
อันนี้เป็นอันเดียวกับที่แถมมาให้เลย ลองดูแล้วจะรู้ว่าไม่ยาก
มีการสอนวิธีใช้บัตรเพื่อชำระค่าโดยสารด้วยครับว่าต้องสอดเข้าเครื่องตรงไหน เดี๋ยวจะมีภาพประกอบอีกครั้ง

รถเมล์โดยส่วนใหญ่จะขึ้นข้างหลัง แล้วเวลาลงค่อยลงด้านหน้าครับ (ดังรูปประกอบ) แล้วค่อยจ่ายเงิน
แต่ถ้าใช้บัตรแบบผม สอดบัตรแค่ครั้งแรกครับ แล้วเครื่องจะพิมพ์วันที่ใช้ลงไป
ครั้งต่อๆไปแสดงบัตรให้ดูวันที่ที่ใช้ก็พอครับว่าเป็นของวันนี้จริงๆ
Posted by: Chanarong, September 24, 2008, 3:11am; Reply: 655
มาดูเส้นทางกันครับ โปรแกรมแรกจะไปปราสาทนิโจครับ
ดูจากเส้นทาง ปราสาทนิโจจะอยู่ด้านบนตรงวงกลมสีแดงๆครับ
เราอยู่สถานีเกียวโตในวงกลมเขียว จะเห็นได้ว่าถ้านั่งรถไปต่อเดียวจะมีสาย 101 สีเขียวครับ
ว่าแล้วก็ไปหาที่ขึ้นรถสาย101ครับ
Posted by: Chanarong, September 24, 2008, 3:16am; Reply: 656
ที่เมื่อกี๊บอกไปว่ามีอยู่2ทางเลือกนะครับ
1.หาบริเวณที่ขึ้นรถจากตู้อัตโนมัติครับ โดยตู้นี้จะอยู่แถวๆท่ารถนั่นแหละครับ
Posted by: Chanarong, September 24, 2008, 3:20am; Reply: 657
ลองกดที่หน้าจอดูจะมีแผนที่บอกให้เลยครับ ว่าจากตรงนี้ต้องเดินไปขึ้นรถตรงไหน
จากรูป จะเห็นว่าสาย101ที่เราจะนั่ง ต้องไปขึ้นที่ป้าย B2 ครับ บอกเส้นทางเดินไปให้ด้วย
(ขออภัยครับถ่ายไม่ชัด)
Posted by: Chanarong, September 24, 2008, 3:22am; Reply: 658
ส่วนอีกวิธีง่ายกว่านั้นครับ แต่อาจตาลายหน่อย คือ
2.ดูจากป้ายข้อมูล Bus Terminal Information บริเวณนั้น แล้วหาดูว่ารถสายที่เราจะนั่งต้องไปขึ้นป้ายไหนครับ
มีZone A B C D แล้วมีตัวเลขต่อท้ายอีก
Posted by: Chanarong, September 24, 2008, 3:25am; Reply: 659
รอไม่นานก็ได้ขึ้นมาบนรถสาย101แล้วครับ
ก่อนจะขึ้นต้องต่อคิวให้เป็นระเบียบครับ กรูกันขึ้นเหมือนบ้านเราไม่ได้ครับ
ที่นี่ถือมากเรื่องการเข้าคิว
โชคดีได้ขึ้นก่อนเลยได้นั่งข้างหลังครับ
Posted by: Chanarong, September 24, 2008, 3:30am; Reply: 660
ที่ว่าโชคดีเพราะได้นั่งกินเจ้าสิ่งนี้ครับ ที่ซื้อมาเมื่อสักครู่
ถ้ายืนก็ไม่รู้จะกินยังไง
พอได้นั่งก็เลยกินหมดเลยครับ แซนด์วิชแฮม อร่อยดีเหมือนกันครับ
Posted by: Chanarong, September 24, 2008, 3:39am; Reply: 661
นั่งรถไป ชมเมืองไป ไม่ถึง17นาทีก็มาถึงป้ายหน้าปราสาทนิโจแล้วครับ
ขั้นตอนเวลาลงรถ ผมเอารูปจากในแผนที่ที่ให้มาพร้อมบัตรรถเมล์ที่เขาแสดงไว้มาให้ดูครับ
หลักๆก็แค่สอดไปเข้าเครื่องถ้าใช้ครั้งแรก เพื่อให้เครื่องลงวันที่ใช้ครั้งแรก
แต่ครั้งต่อไปแค่ยื่นให้ดูเวลาจะลงรถครับ
Posted by: Chanarong, September 24, 2008, 3:42am; Reply: 662
เอารูปของจริงมาให้ดูครับ(แต่เป็นรูปขณะลงรถอีกคันนะครับ)
ด้านหน้ารถจะมีป้ายบอกราคา จะเพิ่มตามป้ายที่เราลงครับ ยิ่งนั่งไปไกลราคายิ่งเพิ่ม
จะเห็นว่านั่งแค่ป้ายเดียวก็220เยนแล้ว เพราะฉะนั้น 500 เยนนั่งได้ทั้งวันคุ้มมากๆครับ
Posted by: Chanarong, September 24, 2008, 3:44am; Reply: 663
เครื่องที่เราต้องสอดบัตรลงไปครับ อยู่ข้างๆคนขับ
ให้สอดไปช่องสีเขียวๆด้านซ้ายครับ
Posted by: Chanarong, September 24, 2008, 3:46am; Reply: 664
ด้านหลังบัตรของเราก็จะมีวันที่ลงไว้เรียบร้อย
ในบัตรนี้ก็เป็นวันที่ 16 พค. 2008 ครับ
ต่อไปเวลาจะลงรถแค่ยื่นบัตรด้านที่มีวันที่ให้คนขับดูก็พอครับ
Posted by: Chanarong, September 24, 2008, 3:48am; Reply: 665
ลงรถสาย101ที่หน้าป้ายปราสาทนิโจครับ
ในรูปเป็นรถที่เรานั่งมาและบริเวณป้ายรถเมล์ครับ
Posted by: Chanarong, September 24, 2008, 3:50am; Reply: 666
ลงรถปุ๊บ มองไปก็เห็นเลยครับ บริเวณที่คนมุงกันเยอะๆ เป็นบริเวณที่ขายบัตรเข้าชมปราสาทครับ
เดี๋ยวเราจะเข้าไปกันครับ แต่วันนี้พักก่อนนะครับ
Posted by: minimie, September 27, 2008, 12:43am; Reply: 667
พี่หลิวนี่แอบหน้าโหลนะคะ

วันนี้เจอคนหน้าเหมือนพี่หลิวที่สยามด้วค่ะ

มากะสาวด้วยยยยยย......! :D
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 1:32pm; Reply: 668
ต่อเลยครับ
จะซื้อตั๋วจากพนักงาน หรือ จากเครื่องนี้ก็ได้ครับ
ไม่รับธนบัตรใบละ10000 และ 5000 นะครับ
แต่สำหรับผมเพื่อความชัวร์ซื้อกับพนักงานดีกว่าครับ
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 1:33pm; Reply: 669
แล้วก็ได้ตั๋วเข้าชมปราสาทนิโจใบนี้มาครับ 600เยน (180บาท) เก็บเป็นที่ระลึกได้ รูปสวยดีครับ
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 1:36pm; Reply: 670
เดินมาที่ทางเข้าก่อนครับ มีแผ่นไม้เขียนว่า Nijo Castleด้วย
แสดงว่าญี่ปุ่นสมัยก่อนเก่งอังกฤษ ม่ายช่าย!!!! คิดว่าเขาคงเพิ่งทำขึ้นนะครับ
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 2:39pm; Reply: 671
แล้วก็เดินเข้าไปทางนี้ครับ
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 3:39pm; Reply: 672
ผ่านประตูชื่อนี้ครับ Hagashiotemon
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 3:41pm; Reply: 673
ยังไม่ถึงปราสาทครับ มีกำแพงหลายชั้นเหลือเกิน เพราะว่าเป็นปราสาทโชกุนนั่นเอง จะเข้าจะออกไม่ใช่ง่ายๆ
เดินผ่านทางนี้ครับ พื้นเป็นหินเล็กๆ และอากาศตอนนี้ร้อนมากๆแดดแรงมากๆ
เห็นครูพาเด็กมาทัศนศึกษาอีกแล้ว หมวกเหลืองเชียว
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 3:43pm; Reply: 674
แถวๆนี้มีป้ายนี้ครับ ให้ลองกดปุ่มดู เลือกตามภาษา ก็จะมีคำอธิบายก่อนเข้าชมปราสาท
ว่าปราสาทมีที่มาอย่างไร ประมาณนั้น
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 3:43pm; Reply: 675
อันนี้คุณครูกำลังดูแผนที่แล้วชี้ให้เด็กๆดูกัน
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 3:44pm; Reply: 676
ขณะเดินเข้าไป เจอสาวน้อยมาในชุดกิโมโนด้วยครับ น่ารักดี
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 4:20pm; Reply: 677
เข้ามาถึงกำแพงชั้นในครับ ก็พบกับประตูทางเข้า อันนี้จะดูหรูหราหน่อยครับ ต่างกับประตูอันแรกๆที่ผ่านมา
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 6:05pm; Reply: 678
ดูลวดลายที่ประตู ดูสวยงามและดูขลังดีครับสมเป็นปราสาทโชกุน
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 6:12pm; Reply: 679
พอผ่านประตูเมื่อสักครู่เข้ามาก็จะพบลานหินกว้างๆ และตัวปราสาทครับ เป็นปราสาทเตี้ยๆครับ แต่ก็ดูสง่างามมากๆ
ตรงนี้เหมาะแก่การตั้งขาตั้งกล้องเพื่อถ่ายรูปครับ เพราะว่าด้านในไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปนะครับ
ผมเองก็ตั้งกล้องถ่ายรูปเป็นที่ระลึกบริเวณนี้อยู่พักใหญ่
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 6:31pm; Reply: 680
พอถ่ายรูปด้านนอกจนพอใจก็เข้าไปในตัวปราสาทครับ ด้านในไม่ให้ถ่ายรูป

ก่อนเข้าไปจะต้องถอดรองเท้าไว้ในที่ที่จัดไว้เพื่อเปลี่ยนเป็นรองเท้า(คล้ายๆรองเท้าแตะ)สำหรับใส่เดินในปราสาท

ด้านในก็จะจัดแสดง โดยให้เราเดินไปตามทางเดิน จะเห็นห้องต่างๆภายในปราสาท
เดินวนไปตามทางที่เขาจัดไว้(จะเป็นทางบังคับ ไม่สามารถเดินไปไหนก็ได้ตามใจชอบ)
บางห้องก็มีหุ่นจำลองให้เราเห็นสถานการณ์ต่างๆ เช่น เวลาขุนนางประชุมกันเยอะแล้วมีโชกุนนั่งเป็นประธาน
ดูแล้วทำให้พอเห็นภาพว่าเมื่อสมัยก่อนในปราสาทนี้เขาทำอะไรกันบ้าง

ที่สำคัญและมีชื่อเสียงที่สุดของปราสาทนี้ หรือที่เรียกว่าพื้นนกไนติงเกล ก็คือ
ทางเดินจะเป็นพื้นไม้ขัดเงา เวลาเราเดินไปแต่ละก้าวพื้นจะมีเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด แต่เสียงจะเล็กๆ
ฟังดูคล้ายเสียงนกไนติงเกลครับ ที่ต้องทำแบบนี้เพื่อให้ได้ยินเวลามีคนเดินไปมา
เพื่อป้องกันการลอบสังหารท่านโชกุนนั่นเอง

ลองฟังดูแล้วก็คล้ายๆเสียงนกจริงๆนะครับ
เดินชมบรรยากาศภายในปราสาทเพลินๆ แต่รองเท้าที่เขาจัดไว้ให้นี่เดินไม่ค่อยถนัดเลย
หรือเพราะเราใช้เท้ามากมาแล้ว2วันก็ไม่รู้ รู้สึกเมื่อยเร็วจังครับวันนี้

เดินชมภายในปราสาทประมาณ 15 นาทีก็ทั่วแล้วครับ แล้วก็ออกมาที่เดิม
อันนี้เป็นรูปตอนก่อนเข้าปราสาทครับ ที่ประตูมีลายแกะสลักสวยงามมาก
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 6:34pm; Reply: 681
ดูลายชัดๆครับ ไม่แน่ใจว่าอะไร แต่น่าจะเป็นไก่ฟ้านะครับ(ไม่ก็นกฟินิกซ์ในตำนาน)
ดูไปคล้ายๆนกที่อยู่บนยอดปราสาททองKinkakuji สงสัยโชกุนสมัยนั้นนิยมมากๆ
(อันนี้ไม่ทราบรายละเอียดครับ ผู้รู้ช่วยแนะนำด้วยครับ)
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 6:38pm; Reply: 682
ที่จริงยังมีสวนด้านหลังให้เดินชมอีกครับ แต่ผมว่าอากาศร้อนมากตอนนี้ ไม่อยากเดินตากแดดครับ
และยังต้องไปอีกหลายที่ เลยเดินออกมาทางเดิมครับ
ก็พบเด็กๆมาทัศนศึกษาอีกเช่นเดิม เยอะจริงๆครับ โพกหัวกันเป็นสีๆเลย นึกถึงสมัยเราเด็กๆแล้วไปทัศนศึกษาจัง
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 6:43pm; Reply: 683
ออกมาจากบริเวณปราสาทด้วยความประทับใจครับ ให้8เต็ม10เลยครับ
ผมว่าใครมาเกียวโตก็ไม่ควรพลาดครับที่นี่ ลองมาฟังเสียงพื้นไม้นกไนติงเกลว่าเป็นอย่างไร
บรรยากาศรอบๆและในปราสาทก็คงความเป็นเอกลักษณ์และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่งครับ
อาจจะคนละFeelingกับวเมื่อวานที่เน้นสวนสนุก คราวนี้มาเข้าปราสาทเข้าวัดซะแล้ว
แต่มาเที่ยวทั้งทีก็ต้องให้ได้หลายๆแบบนะครับ ทั้งแนวประวัติศาสตร์ สถานที่ และแนวบันเทิง สนุกสนาน
แต่ผมว่าหลายๆคนมาแนวของกินอร่อยๆแน่เลย ใช่มั๊ยเอ่ย
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 6:49pm; Reply: 684
ออกมารอรถเมล์ที่ป้ายเดิมที่ลงมาเมื่อสักครู่ ตอนนี้ก็11โมงครึ่งแล้ว
เมื่อกี๊ตอนเข้าไปลานหน้าปราสาทตั้งกล้องถ่ายรูปเพลินไปหน่อยครับ รู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วจัง

โปรแกรมต่อไปที่จะไปวัดเรียวอันจิ ที่มีสวนหินให้ไปนั่งมองคงขอผ่านไปครับ
ว่าแล้วก็วางแผนเดินทางไปโปรแกรมต่อไปทันที นั่นคือ วัดทองKinkakuji
ใครที่มาโตเกียวห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ

Dori = ถนน
Nijo dori = ถนนหน้าปราสาทนิโจ ครับ
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 7:01pm; Reply: 685
ลองมาดูแผนที่กันอีกครั้งครับ
รูปแรกภาพมุมกว้างๆ เห็นว่าจากสถานีเกียวโตที่อยู่ทางใต้ เรามาที่ปราสาทนิโจ อยู่กลางๆหน่อย
และต่อไปจะไปที่ วัดทองKinkakuji อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือครับ
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 7:02pm; Reply: 686
รูป2 จะเห็นว่าจากหน้าปราสาทนิโจ จะมีรถที่ไปถึงวัดKinkakujiโดยไม่ต้องต่อคือ สาย12สีฟ้าครับ
ก็นั่งรอรถที่ป้ายเดิมครับ
เห็นไหมครับดูแผนที่ง่ายมาก แต่สิ่งที่สำคัญคือ เวลาจะนั่งรถสายนั้นๆต้องดูให้ดีครับว่าจะต้องขึ้นฝั่งไหนของถนน
ถ้านั่งผิดฝั่งก็จะวิ่งไปอีกทางเสียเวลาแย่เลยครับ(ซึ่งมีครั้งนึงผมก็นั่งผิดจนได้ เดี๋ยวค่อยเล่าต่อครับ)
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 7:18pm; Reply: 687
ระหว่างรอรถเมล์ ไม่รู้ว่าสาย12สีฟ้านี่จะมาเมื่อไหร่ ก็เห็นป้ายอันนี้ครับ
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 7:28pm; Reply: 688
ที่ป้ายมีรายละเอียดเวลาเดินรถของรถเมล์สายต่างๆครับ ดีมากๆเลย
อันนี้เป็นของรถสาย12ครับ บ้านเราทำแบบนี้ไม่ได้แน่ๆ แต่บ้านเค้าค่อนข้างตรงเวลาครับ รถไม่ค่อยติด
ดูในแต่ละแถวครับ หัวข้อสีฟ้า สีเขียว และสีแดง
คิดว่าคงเป็นวันธรรมดา วันหยุดพิเศษ และ วันเสาร์อาทิตย์ แต่รอบรถก็จะคล้ายๆกันครับ
ดูแถวที่เป็นตัวเลขเดี่ยวๆก่อนครับ แล้วค่อยไปดูเลข2หลัก
จะเห็นว่ารอบแรกที่วิ่งผ่านป้ายนี้คือ 7.17น. ครับ รอบสุดท้ายของวันคือ 22.29น.
อันนี้จะมีประโยชน์สำหรับวางแผนเดินทางครับ
ส่วนของผมขณะที่รอประมาณ 11.33น. รอบที่จะถึงก็ 11.35 หรือ 11.50น.ครับ
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 7:37pm; Reply: 689
รู้สึกว่ารถจะมาช้ากว่าที่บอกไว้ประมาณ5-10นาทีครับ แต่ก็ยังดีครับ
รถเมล์คงจะให้ตรงเวลาเป๊ะๆยาก แต่ถ้ารถไฟนี่ตรงแน่ๆครับ
แล้วก็ได้ขึ้นมาบนรถสาย12แล้ว
บรรยากาศภายนอกเมื่อมองจากในรถครับ
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 7:40pm; Reply: 690
ดูแล้วเมืองเกียวโตเนี่ยเป็นเมืองที่มีส่วนผสมของวัฒนธรรมเข้ากับความทันสมัยดีครับ
มีวัดและสถานที่เก่าแก่มากมาย แต่ก็มีความเจริญในหลายๆด้าน
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 7:45pm; Reply: 691
นั่งรถประมาณ20นาทีก็มาถึง ป้าย Kinkakuji-mae ครับ อย่าเผลอลงป้าย Kinkakuji-michiนะครับ จะเดินไกลกว่า
อีกรูปเป็นรถสาย12ที่เรานั่งมาครับ
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 7:48pm; Reply: 692
เห็นป้ายนี้น่ารักดีครับ ประมาณว่า เจ้านายคร้าบ อย่าลืมเก็บอุนจิหนูด้วยนะก๊าบบบเพื่อความสะอาดของบ้านเมือง
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 7:56pm; Reply: 693
ลงรถมาก็มองหาสี่แยกที่มียามยืนอยู่แบบนี้ครับ ชุดน้ำเงินเท่ห์เชียว
หรือถามคนแถวๆนั้น หรือ เดินตามที่คนเค้าเดินไปเยอะๆก็ได้ครับ
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 7:57pm; Reply: 694
พอมาถึงสี่แยก มองเข้าไปจะเห็นทางเดินที่มีร่มไม้เยอะๆแบบนี้ครับ
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 7:58pm; Reply: 695
มองย้อนกลับไปเห็นสี่แยกที่คุณยามยืนเมื่อสักครู่
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 7:59pm; Reply: 696
ทางเดินเข้าไปครับ ร่มรื่นมากๆ มีนักท่องเที่ยวเยอะเหมือนกันครับ บางส่วนก็เดินสวนออกมา
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 8:02pm; Reply: 697
บรรยากาศทางเดินเข้าไปอีกรูปครับ
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 8:05pm; Reply: 698
และอีกรูปครับ เห็นว่าร่มรื่นมากๆ ต้นไม้2ข้างทางช่วยให้รู้สึกเย็นสบายแม้ว่าแดดจะค่อนข้างแรงในยามเที่ยงๆแบบนี้
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 8:07pm; Reply: 699
มีแผนที่ให้ดูด้วยครับ จะเห็นว่ากว่าจะไปถึงบริเวณที่ให้ชมตัวปราสาทสีทอง ก็ต้องเดินไปไกลพอควรเลยครับ
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 8:10pm; Reply: 700
นี่ก็ระฆังวัดครับในศาลาแบบญี่ปุ่น
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 8:12pm; Reply: 701
อาคารส่วนหนึ่งของวัดครับ แต่ไม่ได้ให้เข้า
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 8:14pm; Reply: 702
เจอเด็กญี่ปุ่นมาในชุดกิโมโนอีกแล้วครับ พร้อมท่ามาตรฐานเวลาถ่ายรูป(ชู2นิ้ว)
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 8:18pm; Reply: 703
มาถึงบริเวณที่ซื้อตั๋วเข้าชมวัดทองKinkakujiครับ คนเยอะพอสมควรเลย
(เดินมาตั้งนานเพิ่งถึงที่ซื้อตั๋วหรอเนี่ย -_-''''')
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 8:25pm; Reply: 704
ค่าเข้าชมวัด 400 เยน = 120 บาทครับ ถูกกว่าที่ปราสาทนิโจอีก
สำหรับสถานที่ท่องเที่ยว วัดวาอารามต่างๆในญี่ปุ่นมักจะเก็บค่าเข้าชม เพื่อนำมาเป็นค่าบำรุงรักษาสถานที่
จ้างเจ้าหน้าที่ต่างๆมาดูแลความเรียบร้อย ซึ่งแต่ละที่ก็มีการดูแลจัดการอย่างดี ไม่ต้องกลัวผิดหวังเลยครับ
หากที่ไหนเก็บเงิน ย่อมต้องคุ้มค่าเงินที่เสียไปแน่ๆ

จ่ายเงินไปแล้วก็ได้ตั๋วคล้ายๆยันต์แบบนี้มาครับ (ดูขลังๆดีครับ) ไม่รู้เขียนว่าอะไร
Posted by: pat_taro, September 27, 2008, 10:12pm; Reply: 705
มารออ่านต่อนะคับ :)
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 10:37pm; Reply: 706
เดินไปทางซ้ายมือของที่ขายตั๋ว ไปตามทางนี้ครับ ผ่านป้อมตรงหัวมุมไปยื่นตั๋วให้ดูก็ผ่านไปได้
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 10:37pm; Reply: 707
เดินผ่านทางไปอีกนิดเดียวครับ
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 10:59pm; Reply: 708
พอเลยหัวมุมมาปุ๊บก็เห็นวิวนี้เลยครับ อะไรแว๊บๆต้นไม้บัง
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 11:52pm; Reply: 709
เห็นแล้วครับ อาคารสีทองของวัดKinkakuji อันโด่งดัง เหมือนตำหนักโชกุนในเรื่องอิ๊กคิวซังเลยครับ
ใครได้มาเห็นของจริงก็คงจะประทับใจเหมือนผมครับ
อาคารตั้งอยู่กลางน้ำ มีเงาสะท้อนบนผืนน้ำ ฉากหลังเป็นต้นไม้เริ่มออกสีเหลืองแล้ว เป็นภาพที่สวยงามจริงๆครับ
Posted by: Chanarong, September 27, 2008, 11:53pm; Reply: 710
เด็กที่อยู่ข้างๆถ่ายรูปกันใหญ่
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 12:06am; Reply: 711
ภาพมุมกว้างอีกซักรูปครับ
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 12:08am; Reply: 712
แบบมีต้นไม้ติดมานิดนึงก็สวยครับ
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 12:09am; Reply: 713
เลือกมุมถ่ายตามใจชอบเลยครับ สวยทุกมุมเลย คุ้มค่าแก่การมาเยือนมากๆครับ
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 12:11am; Reply: 714
พี่จะถ่ายรูป น้องๆอย่ามายืนบังสิครับ
แถมยังทำท่ามาตรฐานชูสองนิ้วกันอีกแล้ว
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 12:12am; Reply: 715
แบบซูมใกล้ๆหน่อยครับ ที่ยอดเห็นรูปปั้นคล้ายๆนกฟีนิกซ์เลยครับ
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 12:13am; Reply: 716
เดินวนมาดูด้านข้างๆบ้างครับ
Posted by: pat_taro, September 28, 2008, 12:13am; Reply: 717
รอดูอยู่นะคับ ขอบคุณคับ
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 12:15am; Reply: 718
ดูกันแบบใกล้ชิดเลย
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 12:16am; Reply: 719
อีกมุมนึงครับ และนกบริเวณยอด
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 12:17am; Reply: 720
วนมาด้านหลังบ้างครับ
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 12:20am; Reply: 721
พอมาถึงตรงนี้ก็ไม่ได้หมดแค่นี้ครับ ถ้าใครจำแผนที่ตอนแรกที่ผมโพสให้ดูตอนเดินเข้ามาในวัดใหม่ๆได้
จะเห็นมีทางเดินขึ้นเนินต่อครับเพื่อชมวิว และต้นไม้ใบไม้หลากสีสัน
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 12:21am; Reply: 722
เดินไปตามทางที่จัดไว้ให้ครับ ธรรมชาติดี
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 12:23am; Reply: 723
ใครชอบถ่ายรูปคงได้รูปสวยๆเยอะเลยครับ นี่ก็อีกมุมนึงที่ผมว่าสวยดี
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 12:24am; Reply: 724
ได้มีโอกาสทักทายกับเจ้าผีเสื้อสีดำตัวนี้ด้วยครับ ไม่ได้เห็นผีเสื้อมานานแล้ว
มีคนถ่ายรูปกันใหญ่เลยครับ
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 12:25am; Reply: 725
มีรูปสลักหินแบบนี้ไม่แน่ใจว่าคืออะไร คล้ายๆป้ายสุสานเลย แล้วก็มีคนโยนเหรียญลงไปด้วยครับ
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 12:27am; Reply: 726
ไม่แน่ใจว่าขอพรแล้วโยนเหรียญให้ลงภาชนะ หรือว่าเหมือนเป็นการบริจาคเงินทำบุญครับ
ผู้รู้ช่วยบอกด้วยนะครับ
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 12:28am; Reply: 727
เดินขึ้นเนินไปแล้วมองมาจากมุมสูงครับ
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 12:29am; Reply: 728
แถวๆนี้มีร้านขายของที่ระลึกด้วยครับ เลือกซื้อกันได้
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 12:32am; Reply: 729
ตัวอย่างสินค้าครับ จริงๆเขาไม่ให้ถ่ายรูปครับ แต่ผมไม่รู้ เลยถ่ายมาได้นิดนึง
แล้วคนขายก็บอกว่า โน โน โน ประมาณว่าไม่ให้ถ่าย
อันนี้ก็เป็นจี้รูปปราสาททองและคิตตี้ครับ (เหมียวคิตตี้ไปทุกงานเลย)
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 12:32am; Reply: 730
พัด และ พวงกุญแจต่างๆ
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 12:34am; Reply: 731
ผมยังไม่เจอของถูกใจเลยเดินผ่านไปก่อนครับ
เลยมานิดก็เจอ ชาเขียวและของว่าง500เยน (150บาท) สงสัยจะชงชาเขียวกันสดๆแน่เลย
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 12:35am; Reply: 732
นี่ก็เสี่ยงโชคหรือทำนายอะไรต่างๆของทางวัดญี่ปุ่นเค้าครับ
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 12:37am; Reply: 733
แผ่นไม้ขอพรครับ มีรูปอิ๊กคิวซังด้วยแฮะ อันละ300เยนเอง(90บาท)
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 12:40am; Reply: 734
มาถึงดงขนมบ้างครับ ส่วนใหญ่จะเน้นแป้งครับ คล้ายๆโมจิ
อันเขียวๆนี่คล้ายขนมชั้นบ้านเรา เค้าให้ชิมฟรีครับ
แล้วดูบรรจุหีบห่อสิครับ สวยงามจริงๆ ดูมุมซ้ายบน ขนมอันที่ข้างหน้าScreenลายปราสาททอง น่าซื้อเป็นของฝากนะครับ
ผมก็ลองชิมไปหลายชิ้น แต่ไม่ได้ซื้อ(เกรงใจเค้าเหมือนกัน)เนื่องจากตอนนี้ไม่อยากแบกของเพิ่มครับ
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 12:42am; Reply: 735
อันนี้เป็นแป้ง จิ้มน้ำจิ้มคล้ายๆงาดำ หวานๆอร่อยดีครับ
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 12:43am; Reply: 736
ขอบคุณพี่คนขายใจดี ชิมไปตั้งเยอะไม่ซื้อก็ไม่ว่าครับ (ไม่รู้เขาจะด่าในใจรึเปล่า) เผ่นดีกว่าเรา
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 12:44am; Reply: 737
ร้านขนมแบบนี้ยังดักรอท่านอยู่อีกเพียบครับ
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 12:48am; Reply: 738
สุดท้ายไม่ได้ซื้อขนม แต่แวะร้านของที่ระลึกแถวๆนั้น ได้ของสิ่งนี้มาแทนครับ(ในร้านห้ามถ่ายรูปเหมือนเดิม)
ที่ห้อยพวงกุญแจปราสาททองครับ อันละ300เยน(90บาท) สวยไหมคร้าบ
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 2:29am; Reply: 739
ออกมาหน้าร้าน หิวน้ำ ก็มีตู้กดน้ำอัตโนมัติให้กด ผมก็เลือกนมStrawberryตรงกลางนะครับ 80เยน (24บาท)เอง
ปรากฏลืมดูว่ามันมีเย็นกับร้อน อยู่คนละแถวกันครับ อากาศร้อนๆแบบนี้เลยอยากดื่มอะไรเย็นๆ
เลยต้องกลายเป็นกินนมร้อนแทนครับ -_-''' จะกดตู้แบบนี้ดูให้ดีครับ หน้าตาแก้วแบบร้อนกับเย็นเหมือนกันเลย
แต่อันที่เย็น ในแก้วตัวอย่างมันจะมีน้ำแข็งจำลองอยู่ข้างในครับ
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 2:33am; Reply: 740
นอกจากร้านขายของที่ระลึกและของกินต่างๆก็ยังมีซุ้มเพื่อประกอบพิธีของทางวัด เช่นไหว้พระ ขอพรต่างๆ
เวลาไหว้พระที่นี่เสร็จเห็นว่าตรงปรบมือ2ครั้ง และตู้ที่มีช่องๆนั้นก็ให้หยอดเหรียญลงไปครับ
(ไม่แน่ใจนะครับ)
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 2:35am; Reply: 741
ตัวอย่าง นักเรียนคนนี้กำลังไหว้พระครับ เห็นพอไหว้เสร็จก็จับตรงเชือกขาวๆเพื่อสั่นกระดิ่งด้วยครับ
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 2:37am; Reply: 742
ตู้สีส้มๆเหลืองนี่อะไรเอ่ย?? ไม่ใช่ตู้ไปรษณีย์แน่ๆ ดูแล้วน่าจะเป็นตู้หยอดเหรียญแล้วคงมีใบทำนายดวงชะตามาให้
คล้ายๆเสี่ยงเซียมซีบ้านเรานะครับ ครั้งละ 100เยน(30บาท)
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 2:39am; Reply: 743
ถ้าได้คำทำนายดีก็เอากลับบ้าน แต่ถ้าได้คำทำนายไม่ดี เค้าก็จะเอามาผูกไว้ในที่ๆจัดไว้ให้แบบนี้ครับ
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 2:42am; Reply: 744
เอาล่ะ ได้เวลาเดินทางต่อแล้ว ก็เดินไปตามทางเรื่อยๆเพื่อหาทางออก แต่ไม่ต้องย้อนทางเก่านะครับ
ทางจะวนลงไปจนเจอกับถนนด้านหน้าที่มีต้นไม้เขียวๆ2ข้างทางพอดี
ก่อนลงก็เจอร้านของกินที่ระลึกอีกแล้ว ร้านนี้กล่องขนมสีชมพูสวยดีครับเลยถ่ายรูปมาฝากซะหน่อย
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 2:43am; Reply: 745
นี่ล่ะครับทางเดินลงไปข้างล่าง
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 2:50am; Reply: 746
ลงมาก็จะมีทางเดินไปแถวๆที่จอดรถทัวร์แบบนี้ เห็นมีคณะนักท่องเที่ยวมากมายเลยครับ
สุดท้ายก็ไปโผล่ที่ทางเดินแรกที่เราเข้ามาที่มีต้นไม้เขียวๆร่มรื่น แล้วก็เจอยามชุดน้ำเงินคนเดิมครับ

รวมเวลาที่อยู่ที่นี่ตั้งแต่ลงรถมาจนออกมาที่เดิม ประมาณชั่วโมงครึ่งครับ ไม่น่าจะเกินนี้ก็คิดว่าเที่ยวพอแล้ว
ใครจะมาที่นี่เผื่อๆเวลาไว้หน่อยครับ เป็นสถานที่ที่แนะนำว่าไม่ควรพลาดเลยหากมาเกียวโตครับ
ส่วนตัวผมเองรู้สึกว่าประทับใจมากครับ

ขณะนี้เวลาประมาณบ่ายโมงครึ่งแล้วครับ เริ่มหิว คงต้องหาอาหารกลางวันกินแล้วครับ
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 2:53am; Reply: 747
ตอนแรกก็ไม่รู้จะกินอะไรดี ในวัดแบบนี้ส่วนใหญ่มีแต่ขายขนม ไม่มีร้านอาหาร
พอเดินออกมาถึงบริเวณสี่แยกที่มียามอยู่ ปกติถ้าเราออกมาจากวัด เลี้ยวขวาจะไปยังที่ๆเราลงรถเมล์มาเมื่อสักครู่
แต่คราวนี้ให้เดินตรงไปครับ แล้วพอถึงหัวมุมก็จะเห็นร้านนี้ Zip Cafe - Coffe&Lunch
มีชั้น2ด้วย ดูน่าเข้าไปนั่งหลบแดดและกินข้าวเที่ยงดีครับ
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 2:55am; Reply: 748
ดูจากเมนูอาหาร(มีอาหารญี่ปุ่นด้วย) และราคาแล้ว ก็พอไหวครับเลยตัดสินใจกินร้านนี้แหละ หิวมากๆ
Posted by: Chanarong, September 28, 2008, 2:57am; Reply: 749
เดินขึ้นชั้น2ทางนี้ครับ

วันนี้ขอพักก่อนนะคร้าบ แล้วไปทานข้าวกัน
Posted by: artnimnarak, September 29, 2008, 6:57pm; Reply: 750
แวะมาทักทายพี่หลิวคร้าบ

ยังไม่ได้อ่าน review ของพี่เพราะยาวมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เดี๋ยววันไหนว่างๆไม่ได้อยู่เวรแล้วจะมานั่งอ่าน เพราะตั้งใจว่าปีหน้าจะไปเที่ยวญี่ปุ่นเหมือนกัน
พี่หลิวอย่าลืมไปดู review ฮ่องกงครั้งที่ 2 ของผมด้วยนะคับ http://www.hflight.net/forum/m-1219566172/s-0/  :)
Posted by: aunna, September 30, 2008, 8:38pm; Reply: 751
รอดูอยู่นะคะ อิอิ

นอกจากได้ความรู้แล้ว ยังช่วยคลายเครียดตอนใกล้สอบเลยด้วย (ได้ข่าวว่าอีกสองวันจะสอบ... หนังสือหนังหายังไม่ได้อ่าน)

เดี๋ยวสอบเสร็จจะกลับมาอ่านอีกรอบนะคะ ^O^
Posted by: nongp, September 30, 2008, 10:27pm; Reply: 752
ดีใจจังที่ได้ชมต่อ      (mk75)
และรอคอยชมตอนต่อไปนะคับ       (mk26)

ขอบคุณคับ

(mk81)  
Posted by: vimonphan, October 1, 2008, 10:43pm; Reply: 753
สนุกดีจังค่ะ เหมือนไปเองเลย ลงต่อเร็ว ๆ นะคะ

หมดงบประมาณ 8 วันไปเท่าไรคะเนี่ย อยากรู้จัง
Posted by: Chanarong, October 3, 2008, 2:41am; Reply: 754
มาต่อแล้วครับ
เป็นร้านเล็กๆน่ารักทีเดียว สำหรับร้านอาหาร Zip Cafe - Coffe&Lunch
อยู่ชั้น2มองไปเห็นวิวมุมกว้างครับ
Posted by: Chanarong, October 3, 2008, 2:42am; Reply: 755
บ่ายกว่าๆ เด็กนักเรียนนั่งเต็มร้านเลย ไม่ไปเรียนหรือไงหนูๆ
Posted by: Chanarong, October 3, 2008, 2:44am; Reply: 756
บริเวณCounterและครัวครับ เจ้าของชาวญี่ปุ่นเหมือนเป็นคนในครอบครัวแล้วเปิดร้านอาหารกันครับ ดูเป็นกันเองดี
Posted by: Chanarong, October 3, 2008, 2:46am; Reply: 757
อาหารส่วนใหญ่เป็นอาหารญี่ปุ่นครับ มีSETต่างๆด้วย มีเมนูภาษาอังกฤษและราคาพร้อมเลย สะดวกมากๆ
Posted by: Chanarong, October 3, 2008, 2:50am; Reply: 758
ผมเลือกที่นั่งริมหน้าต่างเลยครับ มองไปเห็นวิวมุมกว้างดี มองลงไปเจอบริเวณสี่แยกหน้าวัดKinkakujiที่เราผ่านมา
สังเกตในวงกลมแดงๆคือยามชุดน้ำเงินคนนั้นครับที่เฝ้า4แยกอยู่
ถ้าเดินตรงไปก็จะเป็นทางเข้าวัด ส่วนทางซ้ายมือในภาพเป็นที่เราลงรถเมล์มาครับ
Posted by: Chanarong, October 3, 2008, 2:51am; Reply: 759
น้ำดื่มบริการตัวเองครับ ฟรี วางอยู่หน้าCounter
Posted by: Chanarong, October 3, 2008, 2:55am; Reply: 760
ด้วยความหิว และเมื่อเช้าก็ยังไม่ได้กินอาหารมื้อหนักๆเลย ก็เลยสั่งไปหลายอย่างเลยครับ
เริ่มต้นด้วยชามนี้ อุด้งเทมปุระครับ 600เยน (180บาท) น่ากินมากๆ กำลังร้อนๆเลย
Posted by: Chanarong, October 3, 2008, 2:59am; Reply: 761
เส้นใหญ่ๆเหนียวนุ่มดีมากครับ รสก็แทบไม่ต้องปรุงเลยครับ อร่อยแบบต้นตำรับ
ถ้าจะปรุงก็มีพริกป่นให้ใส่สำหรับคนชอบรสเผ็ดครับ
Posted by: Chanarong, October 3, 2008, 3:12am; Reply: 762
ยังไม่หมดครับ ด้วยความหิว ก็เลยสั่งSETนี้มาด้วย
ข้าวและไก่เทริยากิครับ แต่แปลกทำไมให้มาพร้อมเฟรนช์ไฟร์
ชุดนี้ราคา750เยนครับ (225บาท) แพงพอควรเลยครับ แต่เทียบกับร้านอาหารญี่ปุ่นบ้านเราก็แพงกว่าไม่มากครับ
อร่อยระดับนึงครับอันนี้ แต่ไม่เท่าอุด้งชามที่แล้ว
Posted by: Chanarong, October 3, 2008, 3:17am; Reply: 763
ยังไม่หมดครับ ปิดท้ายด้วยไอศครีม + พุดดิ้งชาเขียว ในราคา300เยน (90บาท)
อันนี้อร่อยสุดๆครับขอแนะนำ พุดดิ้งก็รสนุ่มนวลมากๆ ราดน้ำหวานๆ มาเจอกับไอศครีมชาเขียวเย็นๆชื่นใจ
เนื้อไอศครีมเข้มข้นดีมากครับ สรุปว่าหมดในพริบตาเลย ดูรูปแล้วยังอยากไปกินอีกเลยครับ หิวหิวหิว
Posted by: Chanarong, October 3, 2008, 3:23am; Reply: 764
สรุปแล้วมื้อนี้หมดไป 525 บาทไทยครับ จะว่าแพงก็แพง แต่ถ้ากินในร้านอาหารญี่ปุ่นบ้านเราก็ไม่ต่างกันมาก
และเรื่องรสชาติถือว่าสอบผ่านครับร้านนี้ ทั้งบรรยากาศในร้าน เจ้าของร้านใจดี ทำเลที่ตั้ง(อยู่หน้าKinkakujiเลย)
ให้คะแนน9เต็ม10เลยครับร้านนี้ อาจจะหักเรื่องที่ร้านเล็กไปนิด และไก่เทริยากิไม่ถึงกับอร่อยมากๆ
แต่ถ้าพุดดิ้งชาเขียวมี10ให้100คะแนนเลยครับ

หลังจากอิ่มอร่อยก็วางแผนเดินทางต่อครับ
ที่ชั้น1ของร้านนี้ติดๆกันจะมีร้านขายของที่ระลึกและขนมต่างๆด้วย(ภาพตอนก่อนขึ้นมาชั้น2เห็นคนมุงกันเยอะๆ)
มีของให้เลือกซื้อมากมาย อย่างในรูปคือPostcardครับ
Posted by: Chanarong, October 3, 2008, 3:25am; Reply: 765
พวงกุญแจต่างๆ มีอันสีทองๆที่ผมซื้อในวัดเมื่อกี๊ด้วยครับ
ถามราคาดู 300เยนเท่ากัน เฮ้อ โล่งอก
เคยเป็นไหมครับ ซื้อของที่นึงแล้ว พอไปเห็นอีกที่นึงก็อดถามราคาดูไม่ได้ พอถามไปปรากฏว่าถูกกว่าร้านแรก -_-'''
ทางที่ดีซื้อของอะไรแล้วพอเจออีกไม่ต้องไปถามราคาดีกว่าครับเดี๋ยวจะเซ็งเปล่าๆ(แต่ก็อดไม่ได้เนอะ)
Posted by: Chanarong, October 3, 2008, 3:27am; Reply: 766
ขนมต่างๆ จะเห็นขนมกล่องๆที่เป็นสาวญี่ปุ่นในชุดกิโมโนเยอะมากๆ เรียกว่าเป็นของฝากสุดฮิตของเกียวโตเลยก็ว่าได้
ไม่ว่าไปที่ไหนในเกียวโตก็มักจะมีขายครับ
Posted by: Chanarong, October 3, 2008, 3:31am; Reply: 767
บรรยากาศในร้าน มีเด็กนักเรียนมาซื้อขนมกินเหมือนกันครับ
ตรงกลางเห็นไหมเอ่ย Caplico ชาเขียว
Posted by: Chanarong, October 3, 2008, 3:33am; Reply: 768
เท่านั้นยังไม่พอครับ KitKat ชาเขียวก็มี อะไรๆก็สามารถทำเป็นรสชาเขียวได้หมดเลยนะครับที่ญี่ปุ่นเนี่ย
เมืองไทยถ้าไปขายที่อีสานน่าจะมี KitKatรสตำปูปลาร้านะครับ น่าจะขายดีมากๆ
Posted by: Chanarong, October 3, 2008, 3:35am; Reply: 769
ขนมอันนี้ก็น่ารักดีครับ ที่กล่องมีรูปการ์ตูนคล้ายอิ๊กคิวซังกับชินเนม่อนซังเลยแฮะ
Posted by: Chanarong, October 3, 2008, 3:58am; Reply: 770
ขณะนี้เวลาจะบ่าย2ครึ่งแล้วครับ ล่าช้ากว่าที่คาดไว้เล็กน้อย โปรแกรมเดิมที่คิดไว้ว่าจะไป
พระราชวัง Kyoto Imperial และต่อด้วย Ginkakuji (วัดเงิน ซึ่งสร้างให้เหมือนวัดทองที่เราไปเมื่อครู่)
ก็อาจจะไม่ทัน เพราะยังมีสถานที่ที่ห้ามพลาดอีกที่คือ วัดKiyomizu-dera Kiyo = ใส Mizu = น้ำ
ก็คือวัดน้ำใสนั่นเอง(ถ้าแปลผิดขออภัยครับ)

ดังนั้นจึงเปลี่ยนแผนทันที(ข้อดีของการมาเที่ยวเองครับ ปรับเปลี่ยนโปรแกรมและวางแผนการเที่ยวได้ตลอดเวลา)
ขอนั่งรถชมเมืองเกียวโต และขอผ่าน Kyoto Imperial ดูหน่อยครับ ก็เลยเลือกเส้นทางดังที่แสดงในแผนที่
จากKinkakuji ต้องไปขึ้นรถสายสีเหลือง102 ที่ป้าย Kinkakuji-michi(ไม่ใช่ป้ายที่เราลงตอนแรกคือKinkakuji-mae)
เดินทางจาก Kinkakuji(หมายเลข1) ผ่าน Kyoto Imperial (เลข2) ไปแถวๆGinkakuji(เลข3)
ตรงนี้ใครมีเวลาสามารถแวะชมจุดต่างๆนี้ได้เลยครับ
หลังจากนั้นต่อรถสาย100 สีชมพูเข้ม เพื่อมายังหมายเลข4 วัดKiyomizu-dera ที่อยู่มุมขวาล่างครับ
ว่าแล้วก็ไปหาที่ขึ้นรถเมล์สาย102ครับ ถามทางคนแถวๆนั้น
ข้อสำคัญ ขึ้นป้ายให้ถูกฝั่งของถนนนะครับ ไม่งั้นจะไปอีกทางเสียเวลาแย่เลย
วิธีคือ ขณะอยู่ที่ป้ายก็ถามคนแถวๆนั้น ว่าจะไปที่ๆเราต้องการนั่งฝั่งนี้ถูกไหม
โดยชี้ในแผนที่ หรือพูดชื่อสถานที่ที่อยู่ปลายทางก็ได้ครับ
Posted by: Chanarong, October 3, 2008, 4:04am; Reply: 771
เดินมาจากร้านอาหารเมื่อสักครู่ไม่ไกล ข้ามถนนมา ก็มาถึงป้าย Kinkakuji-michi รอขึ้นรถเมล์สาย102ครับ
นานพอสมควรเหมือนกันกว่ารถจะมา ขณะจะข้ามถนนก็เจอแม่ลูกคู่นี้น่ารักดีครับ เด็กใส่หมวกกันน็อคด้วย
Posted by: Chanarong, October 3, 2008, 4:05am; Reply: 772
ถึงแล้วป้ายรถเมล์สาย102สีเหลือง
แล้วเดี๋ยวออกเดินทางชมเมืองเกียวโตกันต่อครับ วันนี้พักก่อนนะคร้าบ
Posted by: aunna, October 20, 2008, 3:32pm; Reply: 773
ยังรอดูอยู่นะค้า

มาต่อไวๆ นะคะ ^O^
Posted by: Chanarong, October 21, 2008, 10:13pm; Reply: 774
หายไปนานเลย ขอโทษนะครับ ว่างแล้วจะมาโพสให้เยอะที่สุดครับ(ไม่จบภาคแรกซะที -_-'''')
ระหว่างรอรถเมล์ก็มีร้านขายของที่ระลึกอยู่แถวๆป้ายพอดีครับ
Posted by: Chanarong, October 21, 2008, 10:15pm; Reply: 775
ของในร้านก็เน้นขนมต่างๆ พัดญี่ปุ่น และอื่นๆ แต่เหมือนในร้านจะไม่ให้ถ่ายรูปนะครับ
ไม่แน่ใจเลยยืนหน้าร้านแล้วซูมเอาครับเลยได้ภาพนี้
ฉะนั้น เวลาไปเที่ยวต้องคอยมองป้ายดีๆครับว่าที่ไหนห้ามถ่ายรูป ถ้าไม่ชัวร์ก็อย่าไปถ่ายเลยครับ เดี๋ยวถูกยึดกล้องจะยุ่ง
Posted by: Chanarong, October 21, 2008, 10:17pm; Reply: 776
ป้ายโฆษณาอันนี้น่ารักดีครับ แสดงให้เห็นถึงความเป็นญี่ปุ่นของเกียวโตจริงๆ
มีทั้งแมวคิตตี้ รถลากแบบญี่ปุ่น ชุดกิโมโน และพัดญี่ปุ่นครับ
Posted by: Chanarong, October 21, 2008, 10:22pm; Reply: 777
ดูๆแล้วยังไม่ได้ซื้ออะไรครับ มารอรถเมล์ต่อ
ป้ายรถเมล์ที่นี่มีอะไรให้ทึ่งอีกแล้วครับ ดังในรูป
ถึงแม้จะกะเวลาเป๊ะๆไม่ได้เหมือนรถไฟ แต่ก็มีป้ายบอกครับ ว่าตอนนี้รถเมล์มาถึงไหนแล้ว ใกล้ถึงป้ายที่เรารอหรือยัง
ดูอย่างในรูป ป้ายที่รถเมล์วิ่งอยู่จะมีสีเขียวสะท้อนแสงครับ พอมาถึงอีกป้ายก็จะแสดงให้เห็นว่าเคลื่อนมาเรื่อยๆตามลูกศร
ถ้าขยับมาถึงซ้ายสุดก็แสดงว่าจะมาถึงป้ายที่เรารออยู่แล้ว ผมว่าเจ๋งมากๆเลยนะครับ
แต่บ้านเราคงทำไม่ได้แน่เลย ป้ายรถเมล์อัจฉริยะ
Posted by: Chanarong, October 21, 2008, 10:24pm; Reply: 778
รอรถประมาณ10กว่านาทีก็มาแล้วครับ สาย102 เดี๋ยวไปนั่งรถชมเมืองกัน
เวลาก็บ่าย2ครึ่งแล้วครับ นักเรียนเยอะจังเลย
Posted by: Chanarong, October 21, 2008, 10:26pm; Reply: 779
บรรยากาศในรถเมล์ครับ เบาะนั่งสบายดี ราวที่เกาะก็เยอะนะครับ
Posted by: Chanarong, October 21, 2008, 10:28pm; Reply: 780
มาเริ่มชมวิวจากในรถเมล์กันครับ
อาคารสีส้มๆที่เห็นคือร้านปาจิงโกะครับ
ส่วนบรรยากาศรอบๆแถวนี้ก็ดูไม่พลุกพล่านมากครับ ดูสงบกว่าในเมืองใหญ่ๆทั่วไป
Posted by: Chanarong, October 21, 2008, 10:31pm; Reply: 781
บ้านเมือง อาคารต่างๆ ดูเป็นระเบียบ สะอาดตาดีครับ
อันนี้บริเวณสี่แยกแห่งหนึ่ง มองไปถ้าอ่านไม่ผิดป้ายที่อาคารเล็กๆข้างอาคารใหญ่น่าจะเขียนว่า คาราเต้ นะครับ
ใช่โรงฝึกคาราเต้รึเปล่าไม่รู้
Posted by: Chanarong, October 21, 2008, 10:33pm; Reply: 782
อาคารอะไรไม่รู้มีรูปกางเขนด้วย ไม่แน่ใจว่าเป็นอะไรของศาสนาคริสต์ครับ
Posted by: Chanarong, October 21, 2008, 10:35pm; Reply: 783
เห็นรถเมล์อีกคัน และด้านหลังมีป้ายโรงแรม New Kyoto .... ด้วยครับ(ไม่แน่ใจนะครับ)
Posted by: Chanarong, October 21, 2008, 10:37pm; Reply: 784
มีอาคารแบบญี่ปุ่นแทรกอยู่ด้วยครับ ที่นี่มีการผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นดั้งเดิมและสมัยใหม่เข้ากันเป็นอย่างดี
Posted by: Chanarong, October 21, 2008, 10:39pm; Reply: 785
วนไปวนมาเหมือนออกนอกเมืองมาเรื่อยๆ เห็นภูเขาไกลลิบๆ มีคนขี่จักรยานอยู่ข้างทาง อากาศก็สบายๆ
บรรยากาศน่าอยู่ดีครับ
Posted by: Chanarong, October 21, 2008, 10:41pm; Reply: 786
วนกลับมาแถวในเมืองอีกครั้งครับ อาคารต่างๆคล้ายที่ผ่านมาช่วงแรกๆ
Posted by: Chanarong, October 21, 2008, 10:43pm; Reply: 787
คนที่เลิกงานแล้วก็ขับรถหรือขี่จักรยานมาจอดที่ร้าน Cafe Woody Town เพื่อจิบกาแฟและขนมปังร้อนๆ
Posted by: Chanarong, October 21, 2008, 10:44pm; Reply: 788
หรือจะแวะร้านที่มีป้ายภาษาญี่ปุ่นแนวๆนี้ก็มีมากมาย ไม่รู้ว่าร้านอะไรกันบ้าง
Posted by: Chanarong, October 21, 2008, 10:48pm; Reply: 789
พยายามมองหาว่าจะผ่าน Imperial Palce เมื่อไหร่ก็ไม่เห็นครับ
แต่ผ่านอาคารแบบนี้ ไม่แน่ใจว่าใช่หรือเปล่า ดูยิ่งใหญ่ดี ไม่งั้นก็ต้องเป็นบ้านคนญี่ปุ่นที่เป็นขุนนางเก่าแน่เลย
แต่ตอนนี้คงกำลังซ่อมแซมอยู่เห็นมีนั่งร้าน มีเครน และอะไรไม่รู้มากมาย
Posted by: Chanarong, October 21, 2008, 11:28pm; Reply: 790
รถสาย102 หลังจากผ่าน Kyoto Imperial ก็จะไปทางตะวันตก เพื่อไปยัง Ginkakuji-michi
ใครที่จะไปวัดเงิน Ginkakujiก็นั่งต่อไปตามเส้นทาง1ครับ
แต่ผมคิดว่าจะไม่ไปวัดGinkakujiแล้ว เพราะน่าจะคล้ายๆวัดทอง แต่วัดทองสวยกว่า เวลาก็ไม่มาก
เป้าหมายต่อไปคือวัดน้ำใส Kiyomizu-dera ก็เลยเปลี่ยนเส้นทางเล็กน้อย
โดยลงรถที่ป้าย Kawaramachi Imadegawa เพื่อเปลี่ยนไปนั่งรถสายใดก็ได้ครับระหว่าง 4,17,59,205
สายไหนมาก่อนก็นั่งสายนั้นครับ ไปตามเส้นทางที่2ครับจะใกล้กว่า
(ตั๋วรถแบบเหมาก็ดีแบบนี้ครับ จะขึ้นลงกี่ครั้งก็ได้ เสียแค่ครั้งเดียว500เยนเท่านั้น)

ของผมพอดีสาย205มาก่อนครับเลยนั่งสาย205
Posted by: Chanarong, October 21, 2008, 11:34pm; Reply: 791
แผนการเดินทางคือ จากป้ายเมื่อกี๊ที่นั่งสาย205 3ป้ายไปลงที่ Shijo Kawaramachi แล้วนั่งสาย207อีก3ป้าย
(ได้ผ่านย่าน Gionด้วย)แล้วไปลงที่ป้าย Kiyomizu-michi ครับ ก็จะถึงวัด Kiyomizuแล้ว

จริงๆแล้วจะเดินทางอย่างไรก็ได้ครับแล้วแต่แผนของแต่ละคนเลย ถ้าใช้แผนที่นี้รับรองดูไม่ยากครับ
ว่าจะต้องนั่งสายไหนไปต่อสายไหน
Posted by: Chanarong, October 21, 2008, 11:38pm; Reply: 792
ก็นั่งรถมาตามแผนครับ ใช้เวลาไม่นาน พอมาใกล้แถวๆสถานี Shijo Kawaramachi ก็เริ่มเห็นตึกสูงๆ
และผู้คนพลุกพล่านมากๆครับ
Posted by: Chanarong, October 21, 2008, 11:42pm; Reply: 793
จะลงรถให้กดปุ่มที่อยู่ที่เสาแบบนี้นะครับ เหมือนกดกริ่งบ้านเรา
ส่วนจอข้างหน้ารถก็จะคอยบอกป้ายตลอดและมีเสียงพูดญี่ปุ่นด้วย(แต่พูดเบาๆครับ)
กระผมที่ไม่สันทัดภาษาญี่ปุ่นก็คอยเงี่ยหูฟังเขาบอกชื่อป้าย แต่ก็ฟังไม่ค่อยทัน ทางที่ดีนั่งหน้าๆแล้วคอยมองจอไว้ก็ดีครับ
Posted by: Chanarong, October 21, 2008, 11:46pm; Reply: 794
และแล้วก็ลงรถที่ป้าย Shijo Kawaramachiครับ เป็นย่านที่คนพลุกพล่านมากเลยครับ
เวลาขณะนี้ก็ประมาณ15.15น.แล้ว สรุปนั่งรถเมล์และต่อรถจาก Kinkakuji เกือบ40นาที
Posted by: Chanarong, October 21, 2008, 11:53pm; Reply: 795
ชาวญี่ปุ่นคนนี้มายืนที่ป้ายรถเมล์ถ่ายรูปบริเวณ4แยกด้วยครับ
คงรอถ่ายตอนคนข้ามถนนเพราะคนจะเยอะมากๆ น่าจะได้ภาพที่ดี แล้วดูเลนส์กล้องสิครับ ท่าจะซูมได้ไกลน่าดู
Posted by: Chanarong, October 21, 2008, 11:56pm; Reply: 796
ระหว่างทางก็เจอภาพน่ารักๆน่าประทับใจชวนให้ตื่นเต้นตลอดครับ
การมาต่างถิ่นต่างภาษาก็มีความน่าสนุกตรงนี้แหละครับ ได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็น รู้อะไรที่ไม่เคยรู้

เด็กๆกลุ่มนี้คงเพิ่งเลิกเรียนกันครับ ดูกระเป๋าแต่ละคน แหววได้ใจดีจริงๆครับ
คงฝึกความคิกขุกันตั้งแต่เด็กๆนะครับ
Posted by: Chanarong, October 21, 2008, 11:57pm; Reply: 797
พาหนะอีกอย่างหนึ่งของที่นี่ก็คือจักรยานครับ เห็นจอดไว้เพียบเลย อยากมีซักคันจังเลยตอนนี้
Posted by: Chanarong, October 21, 2008, 11:58pm; Reply: 798
ถ้าไม่ใช่จักรยานก็คงเป็นTAXIครับ เห็นน่ารักดีเลยถ่ายมาด้วย
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 12:02am; Reply: 799
แถวนี้เป็นแหล่งชุมชนและการค้า รถเมล์ก็ผ่านหลายสายมากๆ และป้ายก็ไม่ได้อยู่ที่เดียวกันหมดนะครับ
ลองดูแผนที่อันนี้ที่อยู่แถวป้ายรถเมล์ จะเห็นว่าจะขึ้นรถสายไหนก็ต้องเดินไปขึ้นป้ายให้ถูกครับ งงไหมเอ่ย
นอกจากถูกป้ายแล้วก็ต้องให้ถูกฝั่งด้วยครับ ของผมต้องไปขึ้นรถสาย207เท่านั้นเพื่อไปวัดน้ำใส
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 12:04am; Reply: 800
นี่ครับบริเวณ4แยก ที่เห็นเหลืองๆในรูปที่แล้ว
จากการดูแผนที่แล้ว คิดว่าต้องข้ามถนนไปขึ้นรถสาย207 ที่ฝั่งตรงข้ามครับ
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 12:05am; Reply: 801
ถนนที่จะข้ามไปครับ ตอนนี้รถวิ่งอยู่คนเลยยังไม่มี
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 12:07am; Reply: 802
พอไฟคนข้ามถนนเป็นสีเขียวเท่านั้นแหละ ไม่รู้มาจากไหนกันเยอะแยะมากมายครับ คนข้ามถนน
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 12:10am; Reply: 803
เดินผ่านตู้โชว์หน้าร้านเห็นหุ่นแฟชั่นชุดกิโมโน ดูทันสมัยและโฉบเฉี่ยวไฉไลมากๆเลยครับ
(คำพูดเหมือนคุณพจน์ อานนท์ยังไงไม่รู้แฮะ)
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 12:14am; Reply: 804
ถึงแล้วครับบริเวณป้ายรถเมล์สาย207ที่บริเวณป้าย Shijo Kawaramachi
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 12:21am; Reply: 805
และบริเวณป้ายรถเมล์นี้เองครับที่สาวๆห้ามพลาด นั่นคือร้าน Glossary OS Drug
ที่หน้าตาเหมือนร้านขายยานั่นเอง พอดีเพื่อนฝากซื้อของพวกแชมพู ครีม และอื่นๆจากญี่ปุ่น
บอกว่าเคยมาแล้วซื้อที่ร้านคล้ายๆร้านขายยา ราคาถูกมาก เลยให้ใบเสร็จผมมาด้วย
เราก็เอาออกมาดู ตรงหัวใบเสร็จเขียนชื่อภาษาญี่ปุ่นเหมือนร้านนี้เลย
ก็คิดว่าใช่ ต้องใช่แน่ๆ มันเป็นอะไรที่พูดยาก ต้องเข้าไปดู แหะๆ
ว่าแล้วก็เข้าไปดูในร้านครับ ระหว่างรอรถเมล์สาย207
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 12:23am; Reply: 806
ดูหน้าร้านอีกมุมนึงครับ ป้ายลดราคาสีสะท้อนแสงช่างสะดุดตาจริงๆ
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 12:26am; Reply: 807
ลองตรวจสอบราคาสินค้าดูแล้ว ถูกมากจริงๆครับ ครั้งก่อนเพื่อนซื้อที่โตเกียว พอมาดูราคาของอย่างเดียวกัน
ที่เกียวโตถูกกว่ากันหลายบาทครับ
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 12:32am; Reply: 808
ใครชอบผลิตภัณฑ์จากญี่ปุ่น เช่น ครีมอาบน้ำ โลชั่น ครีมบำรุง และอีกสารพัด
ที่เมืองไทยขายราคาค่อนข้างแพง มาร้านนี้รับรองได้ของติดมือกลับไปแน่ๆครับ
ส่วนผมก็ดูของไม่ค่อยเป็นเท่าไหร่ ดูตามรายการที่ฝากซื้อมาก็เลือกได้2-3อย่าง
แล้วก็รีบจ่ายเงินครับ ไว้ค่อยไปดูที่อื่นอีก เพราะตอนนี้รีบ เดี๋ยวเผื่อรถเมล์มา และ ขี้เกียจแบกครับ ข้อหลังนี่สำคัญกว่า แหะๆ
(ปรากฏว่าพอไปหาซื้อของแนวๆนี้ที่ร้านอื่นๆภายหลังที่โตเกียว ร้านที่เกียวโตนี่ถูกกว่าครับ)
Posted by: supersafe, October 22, 2008, 12:34am; Reply: 809
review ได้โหดมากๆเลยครับ
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 12:36am; Reply: 810
ซื้อของอยู่ไม่ถึง10นาที รถก็มาพอดีครับ รีบไปขึ้นรถสาย207
คราวนี้ไม่ได้นั่งครับ เลยต้องยืนเบียดกะชาวบ้านอย่างที่เห็น
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 12:42am; Reply: 811
พอผ่านไปป้ายนึง แทนที่จะประกาศว่าเป็นป้าย Shijo Keihan-mae กลับบอกว่าเป็นป้าย Shijo Karasumaเราก็รีบดูแผนที่อีกครั้ง อ้าว นั่งผิดฝั่งนี่นา พอจะกดกริ่งเพื่อลงรถก็เลยไปแล้ว เลยต้องลงอีกป้ายครับคือ
Shijo Horikawa ดังที่แสดงให้ดูในรูป ทำให้เสียเวลาต้องรอรถ207อีกฝั่งนึงครับ
เลยเป็นบทเรียนว่า จะขึ้นรถให้ดูฝั่งให้ดีๆนะครับ ผมว่าดูดีแล้วยังพลาด พอดีไม่ได้ถามคนแถวนั้นก่อนขึ้น
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 12:55am; Reply: 812
ลองย้อนไปให้ดูตอนนั่งรถผิดฝั่งครับ ตรง4แยกแถวๆป้าย Shijo Kawaramachi
ป้ายนี้ที่ผมดู จริงๆต้องตะแคงดูครับ
เรานั่งรถสาย205มาจากด้านบน ตามลูกศรสีน้ำเงิน มาลงป้าย205 แล้วข้ามถนน
ไปขึ้นป้าย207ที่วงกลมแดงๆแล้วนั่งไปทางซ้ายซึ่งผิด ตรงวงเขียวๆมีกากบาทคือร้าน OS Drugเมื่อครู่
จริงๆต้องข้ามไปวงกลมแดงที่มีกากบาทนั่งสาย207มาทางขวาหรือทิศตะวันออกครับถึงจะถูกทาง

(อาจจะละเอียดไปนะครับ แต่เผื่อคนที่ไปแถวนั้นและต้องการไปซื้อของที่ร้านOS Drug และต่อรถไป Kiyomizu)
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 12:58am; Reply: 813
ระหว่างรอรถก็ชมวิวและตึกสูงๆไปพลางๆครับ
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 1:00am; Reply: 814
ย่านนี้ดูแล้วค่อนข้างทันสมัยกว่าที่ผ่านๆมา มีร้านค้า สำนักงาน และตึกสูงๆมากมาย
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 1:03am; Reply: 815
ตึกนี้มีเสาสไตล์แนวๆกรีกโรมันด้วยครับ
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 1:04am; Reply: 816
ตึกนี้ก็ดูใหญ่โต กระจกสะท้อนทำให้ดูยิ่งใหญ่ดีครับ
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 1:10am; Reply: 817
เดี๋ยวจะกลายเป็นกระทู้ชมตึกซะก่อน ไปดูรถกันมั่งครับ
รถที่นี่จะเป็นรถเล็กๆ สะดวกในการขับขี่ในเมือง และหาที่จอดครับ รถใหญ่ๆไม่ค่อยมี
และส่วนใหญ่เดินทางด้วยรถจักรยาน รถเมล์ และรถไฟมากกว่าครับ
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 1:12am; Reply: 818
ชมตึกชมรถอยู่ประมาณ15นาทีรถสาย207ก็มาครับ คันนี้คนขับเป็นผู้หญิงซะด้วยครับ
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 1:13am; Reply: 819
ภายในคันรถ ก็เหมือนเดิม นักเรียนทั้งนั้นเลยครับ ชุดกะลาสีซะด้วย
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 1:16am; Reply: 820
นั่งรถไปประมาณ15นาที ก็มาจอดที่ป้าย Kiyomizu-michi ครับ ลงรถมาก็จะเห็นดังในรูป เป็นบริเวณป้ายรถเมล์
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 1:19am; Reply: 821
จากตรงนี้ให้เดินเลาะไปตามฟุตบาทด้านซ้ายมือเหมือนเดิม ไปตามทางที่รถจะวิ่งไปต่อ ดังรูป
(ตอนลงรถมาแรกๆก็งงไม่รู้จะไปทางไหน ก็ต้องถามคนแถวๆนั้น บอกให้ตรงไปแล้วเดี๋ยวเลี้ยวซ้ายขึ้นไป)
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 1:22am; Reply: 822
เดินมาไม่น่าจะเกิน100เมตร มองไปทางซ้ายก็เจอทางเดินขึ้นเนินไปแบบนี้(หัวมุมมีร้านอาหาร)
ต้องเดินขึ้นเนินนะครับ เพราะวัดอยู่บนเนินเขา ใครแบกของมาหนักๆก็จะเริ่มเหงื่อตกล่ะทีนี้
รู้สึกว่าดีแล้วที่เมื่อกี๊ที่ร้าน OS Drug ไม่ได้ซื้อของเยอะ
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 1:24am; Reply: 823
จริงๆแล้วขึ้นได้หลายทาง แต่ก็จะไปบรรจบกันข้างบนครับ
ลองเดินขึ้นไปทำไมไม่มีคนเลย ไม่มีป้ายอะไรด้วย ดูวังเวงพิกล หรือว่าจะหลงทางอีกแล้วเนี่ย
แต่ลองเดินไปดูก่อนไม่น่าจะผิดนะครับ
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 1:26am; Reply: 824
เดินขึ้นไปเรื่อยๆก็มีอะไรให้ชม2ข้างทางเพิ่มขึ้น อย่างอันนี้ร้านเกี๊ยะแบบญี่ปุ่นครับ
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 1:27am; Reply: 825
บ้านใครไม่รู้มาสร้างบนเนิน ตระกูลขุนนางเก่าแน่เลย
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 1:28am; Reply: 826
เจอสไตล์โบราณอยู่ดีๆ ก็เจอรถสไตล์โมเดิร์นซะงั้น รถเล็กน่ารักอีกแล้วครับ
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 1:30am; Reply: 827
ร้านขายหุ่นไม้ เป็นคล้ายๆพระที่เราเห็นในหนังหรือในการ์ตูนบ่อยๆครับ
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 1:32am; Reply: 828
รถลากแบบญี่ปุ่นครับ สังเกตทรงผมและเครื่องแต่งกายคนลากรถ
ใจจริงอยากจะนั่งให้เค้าลากไปข้างบนสุดเพราะเมื่อยแล้ว แต่คิดว่าคงจะแพงน่าดู และคงไม่ได้เก็บภาพหลายๆภาพ
ก็เลยเดินต่อดีกว่าครับ
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 1:33am; Reply: 829
ลาก่อนจ้ารถลากอันน่านั่งเหลือเกิน
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 1:35am; Reply: 830
ยิ่งเดินสูงขึ้นไป คนยิ่งมาจากไหนไม่รู้ครับ โผล่มาจากซอยเล็กซอยน้อย คณะทัวร์ก็มา อย่างที่เห็นในภาพ
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 1:38am; Reply: 831
เริ่มมีร้านรวงต่างๆมากมาย ขายของที่ระลึก ของกิน และอื่นๆ
ขณะนี้ก็ประมาณ16.20น.แล้ว วัดจะปิดตอน18น. มีเวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง ต้องรีบหน่อยครับ
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 1:39am; Reply: 832
แม้จะรีบขนาดไหน พอเห็นของต่างๆก็อดไม่ได้ที่จะแวะชมและถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
อันนี้ถ้วยแนวญี่ปุ่นครับ
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 1:41am; Reply: 833
ร้านของกินก็มีตัวอย่างหน้าร้าน เห็นแล้วชักหิว จ๊อกกกกกกก(เสียงท้องร้องครับ)
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 1:42am; Reply: 834
ร้านขายขนม ขาดไม่ได้เลยครับที่เกียวโต
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 1:44am; Reply: 835
เดินชม2ข้างทางไปด้วย มองไปข้างบนไกลๆก็เห็นคล้ายๆยอดเจดีย์ ของวัดKiyomizuอยู่ลิบๆ เอ้า ฮึบๆ เดินต่อ
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 1:45am; Reply: 836
เสื้อยืดที่ระลึกแบบต่างๆ มี I lost in Kyoto ไหมเนี่ย
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 1:47am; Reply: 837
รูปจำลองของวัดและเจดีย์สีทองๆอยู่ในกล่องครับ
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 1:48am; Reply: 838
ใครอยากเป็นนนินจา นี่เลยครับ ดาวกระจาย&ชูริเคน ซื้อไปเป็นที่ระลึกได้
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 1:49am; Reply: 839
ดาบญี่ปุ่น พัดญี่ปุ่น ผ้าญี่ปุ่น มีเพียบครับ
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 1:49am; Reply: 840
ป๋องแป๋งแบบบ้านเราก็มีนะครับเนี่ย
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 1:51am; Reply: 841
คนส่วนใหญ่ทะยอยกลับลงมาแล้วเพราะใกล้เวลาปิด มีแต่ผมนี่แหละเพิ่งมา เฮ้อ
ดูๆแล้วก็เป็นนักเรียนมาทัศนศึกษาตามเคย
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 1:54am; Reply: 842
ชมร้านต่างๆต่อครับ มีให้เลือกชมมากมายจริงๆ ถ้าเอารูปมาลงหมดคงอีกหลายหน้าครับ
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 1:55am; Reply: 843
ไอติมชาเขียว น่ากินมากๆ โคนละ300เยน ประมาณ 90บาท
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 1:56am; Reply: 844
ตัวทานูกิ(รึเปล่า) ก็มาครับ มีให้เลือกหลายขนาดเลย
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 1:58am; Reply: 845
โปสการ์ดต่างๆก็มี แมวนางกวักก็เพียบ ละลานตาจริงๆครับ
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 1:58am; Reply: 846
ร้านนี้ก็พัดทั้งร้านเลย
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 1:59am; Reply: 847
ตุ๊กตาในชุดญี่ปุ่น ดูแล้วเนี๊ยบมากๆ
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 2:01am; Reply: 848
ชาเขียวน่ากินครับ คนขายก็น่ารัก แต่ไม่ได้ซื้อนะครับ
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 2:02am; Reply: 849
ร้านขายของเกี่ยวกับดารา เด็กนักเรียนมุงกันเต็มเลย คนที่นี่เขาบ้าดารากันอยู่แล้วครับ
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 2:04am; Reply: 850
คัดเลือกมาให้ดูสินค้าต่างๆอย่างละนิดอย่างละหน่อยครับ จริงๆแล้วมีเยอะมาก บางร้านก็คล้ายกัน
ร้านนี้ถ้าเข้าใจไม่ผิดน่าจะเป็นชุดยูกาตะนะครับ
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 2:04am; Reply: 851
มีชุดก็ต้องมีรองเท้าแบบนี้ครับ
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 2:06am; Reply: 852
เดินมาตั้งนานยังไม่ได้ซื้ออะไร แต่ต้องมาหยุดที่ร้านนี้ครับ
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 2:08am; Reply: 853
ดูรูปนี้ดีๆครับ ไม่ได้ให้ดูคนขายนะครับ ดูรูปด้านหลัง ป้ายมีรูปไอติม(แบบนี้เรียก Softcream)
มี Cherry Blossom และ Green Tea ครับ น่ากินมากๆ
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 2:11am; Reply: 854
ที่ว่าน่าสนใจเพราะ Cherry Blossom ก็คือ ซากุระนั่นเองครับ เกิดมาไม่เคยกินเลย ไอติมรสซากุระ
อยากรู้ว่ามันจะเป็นยังงัยน้อ มีให้เลือกสั่งหลายแบบครับ ในราคา300เยน (ประมาณ 90บาท)
Posted by: Chanarong, October 22, 2008, 2:18am; Reply: 855
นี่แหละครับ โฉมหน้าของไอติมซากุระ mix กับชาเขียว น่ากินไหมเอ่ย มีที่ตัก(แป้งกรอบๆ)ให้ด้วย
รสซากุระบรรยายไม่ถูกครับ หวานๆหอมๆ สรุปแล้วอร่อยดีครับ ผสมรสชาเขียวที่คุ้นเคย
(ไม่กล้าสั่งซากุระอย่างเดียว เกิดกินแล้วไม่อร่อยคงเสียดาย)

วันนี้พักก่อนนะครับ คราวหน้าไปชมวัด Kiyomizuกันเต็มๆ และไปต่อที่ ศาลเจ้าFushimi Inari
แล้วเดินทางเข้าโตเกียว
ซึ่งหลังจบครั้งหน้าคงจะขึ้นกระทู้ใหม่และคงจบกระทู้นี้ไว้ครับเพราะจะ30หน้าแล้ว
ภาค2ไปต่อที่โตเกียวกัน
Posted by: putzar, October 22, 2008, 5:13pm; Reply: 856
solf cream น่าทานมากกกกกกกกก :K)
Posted by: aunna, October 22, 2008, 6:53pm; Reply: 857
เย้ มาอัพแล้ว

ซอฟท์ครีมน่ากินจริงๆ ด้วยค่ะ

เดี๋ยวเก็บตังก่อน แล้วจะตามไปกินบ้าง หุหุ

จะรอตอนต่อไปนะค้า~~
Posted by: coolburning, October 26, 2008, 1:40am; Reply: 858
ผมนั่ง load อ่านมาตั้งแต่เที่ยงคืนนี่ นี่ตีหนึ่งครึ่งเพิ่งจะจบ อยากบอกว่า review ของคุณช่วยผม plan ทริปง่ายมากเลยครับ กำลังจะเดินทางเดือนหน้า แต่ยังไม่ได้คิดอะไรใส่หัวเลย นอกจากจะทำ visa อาทิตย์หน้า แล้วก็ออกตั๋วเครื่องบินเท่านั้นเอง.... หวังว่าจะได้ตามต่อจนจบก่อนผมบินนะครับ

ขอบคุณล่วงหน้าในความพยายามที่สุดยอดจริงๆ ครับ

:)
Posted by: lala, October 29, 2008, 6:33am; Reply: 859
อยากจะขอบคุณจริงๆค่ะ  ขอบคุณมากนะค่ะ เพราะรีิวิวของคุณทำให้ชีวิตตอนไปเที่ยวญี่ปุ่นง่ายขึ้น  :)ยังรอดูรีวิวอยู่นะค่ะ แต่เสียดาย อดกิน  Soft cream เลยอ่ะค่ะ :B
Posted by: monchaya, October 29, 2008, 5:38pm; Reply: 860
solfcream น่ากินมากเลยคะ
เป็น review ที่โหดมาก + สุดยอดด้วยคะ
จะติดตามจนกว่าจะจบนะคะ
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 2:15am; Reply: 861
ขออภัยหายไปนานเลยครับ แต่ยังงัยต้องมาต่อให้จบแน่ๆครับ ขอโทษคนที่planไปเที่ยวเดือนตุลาด้วยครับมาลงให้ไม่ทัน
แต่ก็น่าจะใช้ประโยชน์ในครั้งต่อๆไปได้นะครับ

มาต่อเลยครับหลังจากกินSoftcreamซากุระชาเขียวไปแล้ว เดินต่อไปจะถึงตัววัดแล้ว
ก็เจอกับ นี่ครับ ............. พระญี่ปุ่นครับ ใส่หมวกเหมือนในเรื่องอิ๊กคิวซังเลย ไม่รู้ว่ามาทำอะไรข้างหน้าวัด
น่าจะมาขอปัจจัยนะครับ เราคนใจบุญแต่ไม่รู้ธรรมเนียมที่นี่เลยเดินผ่านไปครับ แหะๆ
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 2:18am; Reply: 862
และแล้วก็มาถึงหน้าวัดครับ เห็นประตูสีแดงๆอันนี้ และด้านหลังเป็นทางเข้าครับ
ช่วงนี้แดดแรงดีจริงๆ แต่อากาศเริ่มเย็นแล้ว
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 2:20am; Reply: 863
ขออีกรูปครับ บริเวณหน้าทางเข้าวัด สวยดีครับ ด้านล่างมีสิงโตหินด้วย
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 2:21am; Reply: 864
คณะนักเรียนก็ยังมาทัศนศึกษากันเช่นเคย เข้าแถวถ่ายรูปเป็นระเบียบดีเหมือนตอนเรียนจบเลยแฮะ
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 2:23am; Reply: 865
สิงโตหินแบบชัดๆกับประตูสีแดงดูยิ่งใหญ่ดี
แต่ดูแล้วคล้ายๆวัดจีนยังงัยไม่รู้นะครับ
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 2:25am; Reply: 866
มุมนี้ก็สวยครับ เห็นป้ายไม้ไม่รู้เขียนว่าอะไรครับ เบื้องหลังมีเด็กเข้าแถวถ่ายรูปกลุ่มเมื่อสักครู่นี้ด้วย
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 2:26am; Reply: 867
เดินเข้าไปทางเจดีย์ที่เห็นยอดสูงๆเลยครับ
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 2:28am; Reply: 868
ไปถึงบริเวณใต้เจดีย์ ก็ดูสวยงามตามสไตล์ญี่ปุ่นครับ
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 2:29am; Reply: 869
แล้วก็มาถึงหน้าทางเข้าจริงๆ ขนาดใกล้เวลาปิดทำการของวัดคนยังเยอะเลยครับ
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 2:32am; Reply: 870
มีอะไรให้ถ่ายรูปได้ตลอดครับ เดินมานานยังไม่ถึงไหนเลย
นี่ก็รูปปั้นพระหินแบบที่เห็นในการ์ตูนบ่อยๆ มาเห็นของจริงแล้วรู้สึกดีครับ
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 2:34am; Reply: 871
แผ่นไม้ขอพรต่างๆครับ แขวนอยู่เต็มไปหมด เดี๋ยวข้างในมีขายครับ
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 2:36am; Reply: 872
ดูกันใกล้ๆอีกครั้งกับแผ่นไม้ขอพร มีรูปอยู่บนแผ่นไม้ด้วย(ปีหนูเลยมีรูปหนูครับ)
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 2:38am; Reply: 873
บรรยากาศแบบญี่ปุ่นญี่ปุ่นครับ
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 2:42am; Reply: 874
ใครเหนื่อยก็มีที่ให้นั่งพักท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นครับ เพราะเดินมาตั้งไกลก็ยังไม่ถึงตัวอาคารหลักซะที
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 2:43am; Reply: 875
ถึงบริเวณที่ซื้อตั๋วเข้าชมแล้วครับ(อาคารเล็กๆด้านขวามือ) เสร็จแล้วก็เข้าไปอาคารตรงกลางครับ
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 2:46am; Reply: 876
ซื้อตั๋วกับคุณลุงใจดีครับ ราคาตามที่บอกไว้ ผู้ใหญ่ 300เยน เด็ก 200เยน
ถือว่าถูกมากครับค่าเข้าชมวัดนี้ 300เยน ประมาณ 90บาท
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 2:50am; Reply: 877
ได้บัตรแบบนี้มาครับ สวยงามเก็บเป็นที่ระลึกได้ จะเห็นว่าที่บัตรมีเขียนว่า Springด้วย ถ้าใครมาฤดูอื่นคงได้แบบอื่นๆ
น่าสะสมให้ครบ4ฤดูนะครับถ้าใครว่างมาบ่อยๆ เพราะที่วัดนี้ใน4ฤดูก็จะให้บรรยากาศต่างๆกัน
ผมมาไม่ทันซากุระบาน แต่ก็เริ่มเห็นใบไม้เปลี่ยนสีแล้ว สังเกตต้นไม้ด้านหลังเริ่มมีสีเหลืองๆมาแซมในสีเขียวนะครับ
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 2:53am; Reply: 878
ก่อนจะเข้าไปอย่าลืมตักน้ำล้างหน้า และบ้วนปากก่อนนะครับ ตามธรรมเนียมที่จะชำระสิ่งที่ไม่ดีออกไป
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 2:56am; Reply: 879
เริ่มเข้ามาในอาคาร มองจากระเบียงไปเห็นวิวทิวทัศน์สวยงามมากๆ ภายในวัดก็สงบร่มรื่นดี ใครเข้ามาก็คงรู้สึกได้ครับ
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 2:58am; Reply: 880
มองไปด้านล่างเห็นคนที่กำลังจะออกจากวัดครับ เดี๋ยวเราก็ต้องผ่านทางนั้น
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 2:59am; Reply: 881
บรรยากาศในโถงทางเดินภายในวัดครับ
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 3:02am; Reply: 882
บริเวณทางเดินริมระเบียง คนยังพลุกพล่าน
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 3:03am; Reply: 883
มองไปอีกฟากเห็นเจดีย์อยู่ลิบๆ
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 3:05am; Reply: 884
ส่วนภายในวัดเห็นคนมุงอะไรกัน คล้ายๆหอกยาวๆเสียบในร่อง ให้คนลองยกดู ไม่แน่ใจว่าเอาไว้ทำอะไรครับ
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 3:07am; Reply: 885
บริเวณระเบียงที่คนถ่ายรูปเยอะๆ ต้องไปอีกฟาก(ทางด้านขวาในรูป) แล้วถ่ายกลับมาก็จะได้วิวที่เห็นตามหนังสือท่องเที่ยวต่างๆครับ
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 3:09am; Reply: 886
ระเบียงนี้แหละครับ ที่ทุกคนต้องมาถ่ายรูปกัน
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 3:11am; Reply: 887
ขนาดพี่หลิวเต๋อหัวเขาก็ยังไม่พลาดมาถ่ายเลย รูปนี้เก็บภาพได้โดยบังเอิญครับ(ใช้ขาตั้งกล้องช่วย)
สังเกตวิวด้านหลัง ต้นไม้สีสวยไปอีกแบบ
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 3:13am; Reply: 888
มองไปด้านล่าง เห็นบริเวณที่สายน้ำ3สายไหลลงมาแล้วครับ คนมุงกันเต็มเลย
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 3:14am; Reply: 889
ซูมไปดูใกล้ๆครับ เห็นมีแต่นักเรียนเต็มไปหมด เห็นสายน้ำทั้ง3แล้ว เดี๋ยวเราค่อยลงไปชมกัน
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 3:16am; Reply: 890
อีกภาพสวยๆก่อนเดินทางต่อครับ ร่มรื่นจริงๆ
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 3:18am; Reply: 891
ภายในวัดมีของที่ระลึกต่างๆขายด้วย
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 3:19am; Reply: 892
เช่น ตุ๊กตาเทพแห่งโชคลาภ ราคา 900 เยน
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 3:21am; Reply: 893
หรือจะเป็นอันนี้ ที่เห็นราคาตรงกลาง = 800 เยน นั่นคือ การ์ดขอพร หรือ แผ่นไม้ขอพร
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 3:23am; Reply: 894
ว่าแล้วก็ซื้อมาอันนึงครับ 800เยน ประมาณ 240บาท อันนี้ด้านหน้า มีรูปหนูด้วย
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 3:26am; Reply: 895
อันนี้ด้านหลังครับ ให้เขียนลงไปตามลำดับ (เขาจะมีเมจิกสีดำให้ยืมครับ)
เห็นตัวคันจิแถวแรกซ้ายสุด ให้เราเขียนชื่อครับ
ตรงกลาง เขียนคำขอพร
ขวาสุด เขียน วัน เดือน ปี ที่เรามาครับ
ส่วนของผมก็ขอพรไว้กะเขาเหมือนกันครับ แต่รู้สึกว่าจะห้ามบอกเดี๋ยวไม่ศักดิ์สิทธิ์
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 3:28am; Reply: 896
เสร็จแล้วก็เอาไปแขวนไว้บริเวณที่จัดไว้ให้
ไปซะแล้ว เงิน 240บาท แต่ถ้าคำขอเป็นจริงก็คุ้มนะครับ บางคนอาจบอกว่าเปลือง แต่ผมว่าเป็นความสุขทางใจอย่างหนึ่งนะครับ
มาขอพรถึงญี่ปุ่นเลยนะเนี่ย
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 3:31am; Reply: 897
ลองสำรวจดู มีของคนไทยด้วยนะเนี่ย ของเราจะมีใครมาเห็นรึเปล่าเอ่ย
แต่ถ้ามาคราวหน้าเค้าคงเก็บไปหมดแล้วนะครับ เพราะวันๆนึงมีคนมาแขวนไว้เยอะมาก
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 3:33am; Reply: 898
ขอพรเรียบร้อยก็หาทางลงมาที่สายน้ำ3สายที่เห็นเมื่อครู่ ผ่านบริเวณนี้ดูน่าเข้าไปชม แต่มีที่กั้นอยู่ คงจะปิดแล้ว ไม่รู้ข้างในเป็นอะไรครับ
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 3:34am; Reply: 899
เจอแล้วครับทางลง เป็นบันไดที่ยาวมากๆ แต่เดินลงค่อยยังชั่วหน่อย
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 3:36am; Reply: 900
ลงมาก็เจอเลยครับ บริเวณที่น้ำใสจากแหล่งน้ำบนภูเขา ไหลลงมา3สาย สมดังชื่อ วัดน้ำใส
ผู้คนมาต่อคิวดื่มน้ำกันไม่ขาดสาย
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 3:38am; Reply: 901
ดูกันชัดๆ บริเวณที่สายน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั้ง3ไหลลงมา เป็นน้ำใส หรือน้ำบริสุทธิ์ ที่สามารถดื่มได้
และมีความเชื่อว่า ถ้าได้ดื่มน้ำแต่ละสายก็จะประสบความสำเร็จในด้านต่างๆครับ
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 3:45am; Reply: 902
ถ้าผมจำไม่ผิด(ถ้าผิดขออภัยครับ) ควรเลือกดื่มน้ำแค่สายเดียวในแต่ละครั้ง
โดยแต่ละสายคือ ด้านการเรียน ด้านความรัก และด้านสุขภาพ ตามลำดับ
กระผมก็เหมือนชาวไทยทั่วๆไป ดื่มมันซะ3สายเลย ปรากฏเขาบอกว่า ถ้าดื่มหลายสายก็จะไม่ได้ผล แป่ว
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 3:48am; Reply: 903
ตรงนี้เป็นบริเวณที่ต่อคิวขึ้นไปดื่มน้ำครับ ตรงซุ้มจะมีถ้วยของทางวัดขาย แต่ขณะนี้ปิดซุ้มเก็บของหมดแล้วเพราะได้เวลาปิดพอดี
ผมก็ซื้อทันเป็นคนสุดท้ายพอดีอย่างเฉียดฉิวเลย
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 3:50am; Reply: 904
ถ้วยที่ว่าหน้าตาแบบนี้ครับ เอาไว้รองน้ำกิน แล้วเก็บเป็นที่ระลึกกลับบ้านได้เลย จะได้ไม่ไปปนกับคนอื่น
โดยเวลารองเอาถ้วยใส่กระบวยที่เขามีให้อีกทีนึง
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 3:52am; Reply: 905
โฟกัสที่ถ้วยอีกที มีอักษรญี่ปุ่นดูขลังดีด้วยครับ ถ้าไม่ใช้ถ้วยก็ต้องดื่มจากกระบวยเหมือนชายตรงกลางในรูปครับ
แต่ถ้าใช้ถ้วยก็เอาใส่กระบวยไปรองน้ำ แล้วหยิบถ้วยออกมาดื่มอีกที
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 3:54am; Reply: 906
ราคาถ้วยละ 200 เยน เท่านั้น (60 บาท) ใครไปก็แนะนำให้ซื้อครับ ไม่แพงมาก เป็นที่ระลึกได้ด้วย
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 3:56am; Reply: 907
ถ้าดื่มจากกระบวยก็ไม่ต้องกลัวไม่สะอาดครับ เพราะมีระบบฆ่าเชื้อด้วยแสงUV UltraVioletครับ
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 3:59am; Reply: 908
ถึงคิวเราดื่มน้ำซะที ว่าแล้วก็ดื่มไปทั้ง3สาย ด้วยความไม่รู้ว่าให้ดื่มสายเดียว เห็นคนก่อนหน้าเราก็ดื่ม3สายนี่นา
ไม่เป็นไรครับ ไว้มาใหม่คราวหน้า
ดื่มไปแล้วรู้สึกว่าน้ำจะสะอาดบริสุทธิ์มากๆ ไม่มีกลิ่น แลรู้สึกสดชื่นดีครับ สมชื่อวัดน้ำใสจริงๆ
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 4:04am; Reply: 909
เวลาใกล้จะ6โมงเย็นแล้ว ได้เวลาปิดของทางวัด ก็ต้องเดินทางกลับแล้ว
รู้สึกว่าการได้มาที่นี่เป็นความประทับใจลำดับต้นๆของการมาเกียวโตเลยจริงๆครับ มีอะไรให้ชม ให้ประทับใจหลายๆอย่าง
วิวทิวทัศน์ บรรยากาศก็ร่มรื่น ได้ขอพร ดื่มน้ำบริสุทธิ์จากธรรมชาติ บรรยายไม่หมดครับ ใครได้ชมภาพก็คงจะอยากมาด้วยตัวเองนะครับ
ระหว่างที่เดินทางออกมา ก็มีอะไรให้ชมอีกเล็กๆน้อยๆ
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 4:06am; Reply: 910
ป้ายหินญี่ปุ่นครับ เขียนว่าอะไรใครรู้บอกด้วยครับ
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 4:07am; Reply: 911
อันนี้น่าจะเป็นป้ายสุสานครับ น่าจะเป็นเด็ก มีชุดเด็กสีแดงด้วย
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 4:09am; Reply: 912
ส่งท้ายกับวัดนี้ด้วย เจดีย์ท่ามกลางแมกไม้ครับ ได้เวลากลับจริงๆแล้ว Bye Bye Kiyomizu Dera
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 4:10am; Reply: 913
เวลาประมาณ6โมงเย็นพอดี เดินลงมาทางเก่าครับ แต่คราวนี้เดินลงเขา ไม่เมื่อยเท่าไหร่ มองลงไปเห็นวิวเกียวโตยามเย็น
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 4:15am; Reply: 914
ร้านต่างๆก็ทยอยกันปิดบ้างแล้ว แต่ยังมีบางร้านที่เปิดอยู่
ลองเดินมาอีกซอยนึงใกล้ๆซอยเดิมที่เดินขึ้นมาตอนแรก
(ขากลับให้เดินลงไปซอยไหนก็ได้ที่เป็นทางลงเขา สุดท้ายจะไปโผล่ถนนใหญ่ที่มีรถเมล์เองครับ)
ก็เจอร้านนี้ครับ คนมุงกันเยอะดี Dipper Dan เป็นร้านเครปนั่นเอง
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 4:17am; Reply: 915
ดูตัวอย่างน่าร้านซิครับ แล้วผมจะอดใจไหวได้อย่างไร เดินมาเหนื่อยๆเริ่มหิว ก็เลยต้องแวะเข้าไปซื้อซะหน่อย
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 4:18am; Reply: 916
ร้านนี้นอกจากเครปแบบต่างๆแล้วยังมีไอศครีมด้วยครับ มีให้เลือกมากมายหลายรสเลย น่ากินไปหมด
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 4:21am; Reply: 917
นี่ครับ มีไอศครืมให้เลือกมากมายหลายรสเลย
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 4:23am; Reply: 918
บรรยากาศที่Counter ตัวอย่างในรูปด้านหลังดูน่ากินมากครับ
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 4:27am; Reply: 919
และก็ได้มาแล้ว เครป สตรอเบอรรี่ ราดช็อคโกแลต ใส่วิปครีม ในราคา 400เยน = 120บาท
คิดดูแล้วก็แพงใช่เล่นแฮะ เผลอซื้อด้วยความหิว แหะๆ
รสชาติก็ใช้ได้ครับ แต่ไม่ถึงกับอร่อยมากอย่างที่หวังไว้ และรู้สึกวิปครีมจะเลี่ยนๆนิดนึง แต่โดยรวมก็โอเคครับ
(ไม่โอเคได้ไง ตั้ง120บาท)
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 4:29am; Reply: 920
ระหว่างกินไปก็ชมสินค้าแถวๆนั้นไปด้วยครับ
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 4:32am; Reply: 921
อย่างร้านขายหน้ากากนี่มีแต่ตัวละครดังๆที่เรารู้จักทั้งนั้น แต่ที่น่าแปลกคือ ข้างให้อุลตร้าแมน มีตัวที่เป็นหุ่นขายของหน้าร้าน
ที่เราเจอตอนไปDotonboriที่โอซาก้าด้วย(ถ้าใครจำได้) ดังเหมือนกันนะเจ้าหุ่นนี่(คนใส่แว่นใส่หมวกและชุดแดงๆขาวๆ)
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 4:34am; Reply: 922
เจอรถเล็กอีกแล้ว น่ารักดี เหมาะแก่การใช้ในเมืองนะครับ
ขอนั่งลงไปด้วยคนสิคร้าบบบบบบ
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 4:35am; Reply: 923
รถเมื่อกี๊ไม่ให้นั่ง นั่งรถนี้แทนก็ได้ ฮึ่มๆ
แต่ค่ารถลากลงเขาไปเท่าไหร่น้อ ไม่อยากจะคิด ว่าแล้วก็เดินเองดีกว่าครับ เอ้า ลุย
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 4:37am; Reply: 924
เดินลงมาตามทางเดิน ลงเขามาเรื่อยๆครับ มีคุณป้าในชุดกิโมโน เดินนำหน้า
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 4:39am; Reply: 925
ลงมาถึงถนนใหญ่จนได้ครับ ใช้เวลาเดินประมาณ10นาทีครับ แล้วก็ข้ามถนนไปอีกฝั่ง เพื่อขึ้นรถเมล์สาย207กลับสถานีเกียวโต
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 11:49pm; Reply: 926
ตอนแรกวางแผนว่าจะไปย่าน Gion เพื่อไปดูเกอิชาหรือไมโกะ(เกอิชาฝึกหัด) เดินไปมา
แต่คิดว่าคงจะดึกไปและไม่ทันรถที่จะเข้าโตเกียว
เพราะนั่งรถไฟชินกันเซ็นไปโตเกียวต้องใช้เวลาอย่างน้อย3ชม. ถ้าออกเดินทาง2ทุ่ม ไปถึงก็5ทุ่มกว่าแล้ว
เลยคิดว่าคงจะไปอีกที่เดียวที่อยากไปมากๆ นั่นคือศาลเจ้า Fushimi Inari ที่มีเสาโทริอิสีแดงๆเป็นพันๆต้น
การเดินทางไปโดยรถเมล์นั้นลำบาก ไม่มีป้ายที่ลงใกล้ๆและเริ่มอยู่นอกเขตเมือง เดินทางโดยJR จะสะดวกกว่าครับ
ก็เลยนั่งรถเมล์กลับไปตั้งต้นที่สถานีเกียวโต เพื่อต่อรถไฟJRครับ

รอคิวรถสาย207ที่ป้าย ไม่นานรถก็มาครับ
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 11:51pm; Reply: 927
นั่งรถชมแสงอาทิตย์ยามเย็นของเกียวโตไปเพลินๆครับ สวยไปอีกแบบ มีอาคารแปลกตาดี
Posted by: Chanarong, November 17, 2008, 11:52pm; Reply: 928
มาถึงสถานีเกียวโตแล้ว ที่เกียวโตทาวเวอร์เริ่มเปิดไฟแล้วครับ ได้ความรู้สึกอีกแบบนึงครับ
Posted by: Chanarong, November 18, 2008, 12:02am; Reply: 929
นี่ครับ รถเมล์ที่เราเพิ่งลงมา วันนี้คงจะไม่ได้นั่งอีกแล้ว ลาก่อนเจ้าเกียวโตบัสจ๋า
บัตรทั้งวัน500เยนใช้คุ้มจริงๆครับ
Posted by: Chanarong, November 18, 2008, 12:05am; Reply: 930
การเดินทางไปศาลเจ้าFushimi Inari จากสถานีเกียวโต มองดูแผนที่แล้วไม่ยากครับ นั่งรถสายJR Nara Line ไปอีก2สถานีก็ถึงแล้ว
หาทางไปขึ้นรถ ตามป้ายไปครับไม่ยาก ชานชลาเบอร์10
Posted by: Chanarong, November 18, 2008, 12:18am; Reply: 931
นี่ครับแผนที่ นั่งจากสถานีเกียวโต ไปตามทางลายขาวดำครับ ผ่านสถานี Tofukuji และ อีกสถานีก็ถึง สถานี Inariครับ
ขณะนี้เวลาที่ออกเดินทางก็เกือบทุ่มนึงแล้ว
Posted by: Chanarong, November 18, 2008, 12:20am; Reply: 932
สำหรับการนั่ง JR ก็ฟรีเหมือนเดิมเพราะมีJR Passครับ
นั่งรถไปประมาณ15นาทีก็ถึงครับ สถานี Inari
บรรยากาศแถวนี้นอกเมืองมากๆ ดูเหมือนชนบทบ้านเราเลยครับ
Posted by: Chanarong, November 18, 2008, 12:21am; Reply: 933
รถไฟJRที่เรานั่งมาครับ สีเขียวๆ
ชานชลาก็ดูไม่ได้เป็นตัวอาคารอะไร เป็นเพิงคล้ายๆสถานีรถไฟบ้านเราเลยครับ
Posted by: Chanarong, November 18, 2008, 12:23am; Reply: 934
มองไปอีกฝั่งของชานชลา สังเกตครับดูเก่าๆโทรมๆนะแถวนี้ แถมมามืดๆค่ำๆ น่ากลัวแฮะ
Posted by: Chanarong, November 18, 2008, 12:25am; Reply: 935
ลงบันไดไปกำลังจะออกจากสถานีก็มองไปด้านบน เห็นมีรูปวาดคล้ายๆแผนที่ของศาลเจ้า
ดูแล้วกว้างขวางกินเนื้อที่เขาเกือบทั้งลูกเลยนะเนี่ย
Posted by: Chanarong, November 18, 2008, 12:26am; Reply: 936
ส่วนภายในสถานี Inari ตกแต่งด้วยเสาโทริอิสีแดง ได้บรรยากาศดี มีจิ้งจอกสีขาวด้วย
มีแผ่นพับต่างๆให้หยิบ แต่ขณะนี้กำลังรีบเลยไม่ได้หยิบมาครับ
Posted by: Chanarong, November 18, 2008, 12:28am; Reply: 937
ด้านหน้าสถานี JR Inari ครับ ตกแต่งสีแดงเช่นเคย
เป็นสถานีเล็กๆครับ อาคารรอบๆเป็นบ้านคน ดูฟ้าเริ่มมืดแล้ว
Posted by: Chanarong, November 18, 2008, 12:30am; Reply: 938
ข้ามถนนมานิดเดียวก็เจอเลยครับ เสาโทริอิสีแดง ดูใหญ่โต อลังการดีมาก เดินเข้าไปตามทางครับ ท่ามกลางบรรยากาศวังเวง
Posted by: Chanarong, November 18, 2008, 12:32am; Reply: 939
ทำไมไม่มีคนเลยละเนี่ย เริ่มนึกได้ว่านี่มันทุ่มกว่าแล้ว เอ้า ไหนๆก็มาแล้ว ลองเข้าไปดูตรงที่มีเสาโทริอิเยอะๆหน่อยเดี๋ยวก็กลับแล้ว
Posted by: Chanarong, November 18, 2008, 12:33am; Reply: 940
มาเจอบริเวณศาลา มีที่ให้ตักน้ำล้างหน้าและบ้วนปากเช่นเคย แต่ขณะนี้รีบขอผ่านก่อนนะครับ
Posted by: Chanarong, November 18, 2008, 12:37am; Reply: 941
พยายามไม่ใช้แฟลชแต่รูปเบลอมากครับ รูปนี้ขอใช้แฟลชหน่อย ที่ทางเข้ามีรูปปั้นจิ้งจอกขาวทั้ง2 คอยปกปักษ์รักษาอยู่ครับ
รูปที่2เห็นพระจันทร์เกือบเต็มดวง เริ่มได้ยินเสียงหมาหอนแล้ว วังเวงเหลือเกินครับตอนนี้
Posted by: Chanarong, November 18, 2008, 12:39am; Reply: 942
นี่ครับ ถ้าไม่ใช้แฟลช รูปจะสว่างกว่าหน่อย แต่จะเบลอ
แสงเหมือนยังไม่มืดแต่จริงๆมืดมากแล้วครับ
Posted by: Chanarong, November 18, 2008, 12:41am; Reply: 943
อีกมุมนึงครับ ถ้ามากลางวันน่ามาถ่ายรูปมากๆเลย
แต่นี่ดึกแล้ว ในใจก็นึกถึงเพลงนี้ขึ้นมาเลย
"ชั้นมาทำอะไรที่นี่........." เพราะบรรยากาศมันเงียบจริงๆครับ ไม่เห็นมีคนเลย
Posted by: Chanarong, November 18, 2008, 12:43am; Reply: 944
ทางไปต่อข้างในยังอีกไกลเลยครับ แต่นี่ก็ไม่ใช่รายการ ไนน์ตี้ช็อค มาสำรวจอะไรกันกลางดึก
ผมก็เริ่มลังเลจะลุยเข้าไปต่อดีไหม ฟ้าเริ่มมืดขึ้นเรื่อยๆแล้ว
Posted by: Chanarong, November 18, 2008, 12:48am; Reply: 945
เข้าไปถึงส่วนที่มีเสาโทริอิเรียงต่อๆกัน ยาวขึ้นไปบนเขาแล้วครับ ทันใดนั้นก็มีเงาตะคุ่มๆเดินออกมาจากข้างใน บรื๋อออออออ
น่ากลัวมากๆครับ กลายเป็นนักท่องเที่ยวที่กำลังเดินย้อนกลับมา เฮ้อ โล่ง
เห็นว่าเวลาก็ดึกแล้ว เดี๋ยวต้องเดินทางอีก วันนี้มาเห็นแค่นี้ก่อน ไว้ทริปหน้าจะมาใหม่กลางวันแล้วกันนะจ๊ะ
เลยมีรูปมาฝากกันแค่นี้ครับ สำหรับ ศาลเจ้าFushimi Inari ในversion หลอนๆ
ขอแนะนำใครจะมาไม่ควรมาดึกเกินไปนะครับ ไม่งั้นจะได้สัมผัสประสบการณ์แบบผม ขนลุกไม่หายเลย
ไปดีกว่าเรา
Posted by: Chanarong, November 18, 2008, 12:51am; Reply: 946
เดินออกมาทางเดิมครับ ก่อนออกเห็นป้ายที่นึงเหมือนขายเครื่องรางต่างๆครับ แต่ตอนนี้คนขายไม่อยู่แล้ว ก็แน่ล่ะ
ใครมากลางวันลองแวะเลือกซื้อดูครับ
Posted by: Chanarong, November 18, 2008, 12:54am; Reply: 947
ถนนบริเวณหน้าศาลเจ้า ที่เราต้องข้ามไปขึ้นรถที่สถานี Inariครับ
ขากลับรอรถนานพอควรเลยกว่ารถจะมา ต้องเผื่อเวลาไว้หน่อยครับ เพราะแถวนี้ออกแนวชนบทของเกียวโต มีรถผ่านไม่บ่อยครับ
Posted by: Chanarong, November 18, 2008, 12:56am; Reply: 948
บรรยากาศในขบวนรถไฟJR กลับจาก Inari มายัง Kyotoครับ
ต่อไปนี้ก็ต้องเดินทางไกลเข้าโตเกียวล่ะ เวลาจะ2ทุ่มแล้ว
Posted by: Chanarong, November 18, 2008, 1:04am; Reply: 949
มาถึงก็ประมาณ2ทุ่ม ยังไม่ได้กินข้าวเย็น แต่คิดว่าจะไปกินที่โตเกียวเลยดีกว่า
ไปเอาของที่ฝากไว้ที่Locker แล้วไปหาที่จองที่นั่งShinkansenครับ
Posted by: Chanarong, November 18, 2008, 1:05am; Reply: 950
หาสัญลักษณ์ป้ายเขียวๆรูปคนเอนพิงเบาะแบบนี้เหมือนเดิมครับ เพื่อจองที่นั่งShinkansen
Posted by: Chanarong, November 18, 2008, 1:16am; Reply: 951
บอกพนักงานว่า Shinkansen to Tokyo เขาก็จะให้ดูตารางรถ รอบที่ใกล้ที่สุด
ให้เราเลือกเฉพาะขบวน Hikari นะครับ
เพราะบัตร JR Pass ใช้กับขบวน Nozomi ไม่ได้
และขบวน Kodama ก็จะจอดหลายป้ายมากๆ เดินทางไกลทำให้เสียเวลาไปอีกครับ
ลองcheckเวลาคร่าวๆจากเกียวโตไปโตเกียว
Nozomi    ประมาณ 2ชม. 20นาที (เรานั่งไม่ได้)
Hikari       ประมาณ 2ชม. 40นาที
Kodama   ประมาณ 3ชม. 40นาที

จะเห็นว่าHikariกับ Kodama ต่างกันตั้งชั่วโมงนึง ถ้าเห็นมีรอบKodamaก่อนก็อย่าเผลอนะครับ Hikariที่ออกทีหลังแซงได้ง่ายๆ

สรุปผมก็เลยจองได้ Hikari432 มาครับ ออกเดินทาง 20:38 น. ไปถึงประมาณ 23:10น.
ตู้ที่6 ที่นั่ง 9B ขบวนไม่สูบบุหรี่ครับ
ถ้าไม่มีJR Pass จะซื้อตั๋วรถแบบนี้ก็ 13,020เยนแล้วครับ (ประมาณ3,900บาท)
ถ้าเดินทางข้ามเมืองหลายๆรอบซื้อJR Pass คุ้มแน่ๆครับ
Posted by: Chanarong, November 18, 2008, 1:26am; Reply: 952
จริงแล้วผมจองที่พักแถวย่าน Shinjuku ด้วยเหตุผลหลายประการ(เดี๋ยวจะกล่าวต่อไป)
แต่เหตุผลนึงคิดว่าจะอยู่ใกล้เกียวโตมากกว่า เวลาเดินทางมาจากเกียวโตน่าจะถึงShinjukuก่อน
(Kyotoอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ Shinjuku อยู่ตะวันตก Tokyoอยู่ตะวันออก)
แต่พอเอาเข้าจริงไม่มีShinkansenไปลงShinjukuตรงๆครับ
ต้องไปลง Shinakawa แล้วต่อ JR Yamanote Line ไปที่Shinjukuอีกที ดูเวลารวมประมาณ 3ชม.
แต่ถ้าไปลงสถานีโตเกียว 2ชม.40นาที แต่ก็ต้องต่อ JR Yamanoteอีกเช่นกัน เผลอๆเกิน3ชม.ไปเยอะ

สรุป พักแถวๆShinjuku ก็ไม่ได้ดีกว่าพักแถวTokyo สำหรับในข้อนี้ครับ
Posted by: Chanarong, November 18, 2008, 1:35am; Reply: 953
ดูเวลาแล้วเหลืออีกเกือบครึ่งชั่วโมงกว่ารถจะออก ก็เลยไปเดินเล่นในบริเวณสถานีเกียวโตครับ
แวะไปด้านนอกถ่ายรูปเกียวโตทาวเวอร์ยามค่ำคืนซะหน่อย
Posted by: Chanarong, November 18, 2008, 1:37am; Reply: 954
มาหาซื้อของที่ระลึกที่ร้านภายในสถานีครับ
Posted by: Chanarong, November 18, 2008, 1:38am; Reply: 955
ของฝากขึ้นชื่อก็คือขนมกล่องๆแบบนี้นี่เอง(เหมือนที่เราเห็นที่วัด Kinkakuji)
Posted by: Chanarong, November 18, 2008, 1:41am; Reply: 956
ผมก็เลยซื้อมากล่องนึงครับ ราคา525เยน หรือประมาณ 157บาท หีบห่อสวยดีครับ ขนมก็ดูน่ากิน
Posted by: Chanarong, November 18, 2008, 1:43am; Reply: 957
ซื้อของเสร็จสำรวจแผงหนังสือซะหน่อย
Posted by: Chanarong, November 18, 2008, 1:44am; Reply: 958
ตอนนั้นกระแสยูโร2008บ้านเค้าก็ดังไม่แพ้บ้านเราครับ
Posted by: Chanarong, November 18, 2008, 1:45am; Reply: 959
หรือจะเป็นหนังสือท่องเที่ยวต่างๆ ดูราคาแล้วไม่กล้าหยิบครับ
Posted by: Chanarong, November 18, 2008, 1:49am; Reply: 960
เดินดูของเพลินไปหน่อย ดูนาฬิกาอีกทีก็ อ้าว รถจะออกแล้วนี่นา รีบวิ่งไปพร้อมของพะรุงพะรัง มีกระเป๋าเดินทางด้วย
ทางที่ดีเผื่อเวลาหาทางไปชานลาด้วยครับ รถไฟที่นี่ออกตรงเวลามาก ไปช้าหน่อยได้ตกรถแน่ๆ
กระผมวิ่งไปทันพอดี เจอทางเข้าอะไรก็ขึ้นไปก่อนครับ ผมนั่งตู้6 แต่โผล่ไปเจอตู้7 ขอเข้าไปก่อน เดี๋ยวเดินทะลุข้างในได้ครับ
Posted by: Chanarong, November 18, 2008, 2:04am; Reply: 961
ขอส่งท้ายกระทู้นี้ด้วยภาพนี้แล้วกันครับ
1.แสดงถึงความกว้างของที่วางเท้าของรถไฟShinkansenวางกระเป๋าเดินทางได้
2.แสดงของคู่ใจของนักเดินทาง กระเป๋าเดินทาง และรองเท้าคู่นึง
3.แสดงความเหนื่อย เมื่อย ล้า ปวดเท้ามากๆกับการเดินทาง แต่ก็มีความสุขมากๆ
4.ชอบคำพูดนี้มากๆ นักท่องเที่ยวต้องการไปเห็นในสิ่งที่ต้องการเห็น แต่นักเดินทางต้องการไปเห็นในสื่งต่างๆ(ที่ไม่ได้คาดไว้)
Tourists see what's they expected but travellers expect to see อะไรประมาณนี้อ่ะครับ
ฉะนั้น การเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเองย่อมได้รับประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร และมีค่าในความทรงจำเสมอ

เช่นเดียวกับผมที่จะไม่ลืมการเที่ยวในแถบคันไซครั้งนี้เลย ไม่ว่าจะเป็น โอซาก้า โกเบ เกียวโต
ยังมีที่ไม่ได้ไปอีกหลายแห่ง เช่น นารา ฮิเมจิ หรือไกลหน่อยก็นาโงย่า
หวังว่าทุกๆท่านที่ได้อ่านรีวิวนี้ก็คงจะได้รับความสนุกสนาน ความรู้ต่างๆ และภาพประทับใจที่ผมไปเจอมา
และนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับแต่ละท่าน หากต้องการเดินทางไปเที่ยวด้วยตัวเอง
หวังว่าคงเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ หากท่านไหนไปมาแล้วก็อย่าลืมมาเล่าให้เพื่อนๆฟังเหมือนผมนะครับ
ไม่แน่ทริปหน้าเราอาจเจอกันครับ

ขอจบกระทู้นี้ไว้เพียงเท่านี้ครับ และอยากให้คนที่อ่านมาตั้งแต่ต้นช่วยแสดงความคิดเห็นด้วยนะครับ
ชอบ ไม่ชอบอะไร หรือช่วยตอบคำถามที่ผมสงสัยที่ถามไว้ตามReplyต่างๆ(ที่บอกว่าวานผู้รู้ช่วยตอบ)
จะเป็นพระคุณมากครับ อยากอ่านความเห็นของเพื่อนๆบ้าง

แล้วไปต่อกระทู้(รีวิว)หน้า ภาคโตเกียวกันต่อครับกับอีก5วันที่เหลือ (นี่ผ่านมา3วันเองหรอ????)

สวัสดีคร้าบบบบบบบบบ ซาโยนาระ
Posted by: monchaya, November 18, 2008, 4:38pm; Reply: 962
ขอบคุณคะ  เป็นรีวิวที่โหดจริงๆ

รอติดตามภาคโตเกียวนะคะ

จะได้เจอพี่หลิวที่โตเกียวอีกปะคะ

(mk70)
Posted by: aunna, November 18, 2008, 8:10pm; Reply: 963
เป็นรีวิวที่สุดยอดจริงๆ เลยค่ะ >O<

ละเอียดดีมากๆ ชอบจังเลย หุหุ  ;D

จะไปญี่ปุ่นมีนาปีหน้า กะจะพาคุณพ่อคุณแม่ไปดูซากุระ รีวิวนี้ช่วยให้วางแผนได้ง่ายเยอะเลยค่ะ

ยังไงก็จะรอดูรีวิวอีกห้าวันที่เหลือนะคะ ^O^

สู้ๆ ค่ะ~~

ปล. แอบถามหน่อยว่าไปช่วงไหนอ่ะคะ พอจะจำวันที่ได้บ้างมั้ยเอ่ย แล้วมันมืดประมาณกี่โมงอ่ะคะ

ขอบคุณมากค่า~~
Posted by: KC, November 19, 2008, 4:44pm; Reply: 964
สุดยอดจริงๆครับ!!! และต้องขอขอบคุณในความพยายามที่ให้ผู้ติดตามชมเห็นภาพอย่างละเอียดครับ...
Posted by: putzar, November 26, 2008, 11:24am; Reply: 965
ก้อเป็นreview ที่ดีมักมากกกก สำหรับการเดินทางไปosaka 11-15nov ที่ผ่านมา
ps มีช่วงที่trvl fm วัดทองไปวัดน้ำใส แบบว่าบอกทางพลาดไปนิดเปล่าคะ ตรงป้าย kinkakuji michi แต่ว่าก้อไม่หลงหรอกค่ะ  8)
Posted by: mamo_naku, November 26, 2008, 11:31pm; Reply: 966
ชื่นชมเเละมีความสุขเหมือนไปเที่ยวมาด้วยกันในทุกบรรทัด ทุกรูป เเละทุๆหน้าของreviewนี้

สมาชิกใหม่ครับ พออ่านเสร็จก็ลงทะเบียนเป็นสมาชิกเลยเมื่สองสามวันก่อน

ขอบคุณเเละผมกำลังรอผลงานต่อไปของคุณอยู่

mamonaku
Posted by: coolburning, November 27, 2008, 12:15am; Reply: 967
อยากให้เขียนเป็นบันทึกการเดินทางขายเลยนะครับ จะไปช่วยอุดหนุนเลยด้วยละ

ขอบคุณในความตั้งใจมากมากครับ   8)
Posted by: lala, December 1, 2008, 1:49pm; Reply: 968
มาตามดูต่อไปเรื่อยๆค่า.. (mk13)  แิอบเห็นด้วยกับความเห็นด้านบน..(mk74)
Posted by: changnoi, December 5, 2008, 12:25am; Reply: 969
;D สุดๆ อีกแล้วพี่หลิวเรา.. สงสัยต้องตามไปญี่ปุ่น  เหมือนกับฮ่องกง อีกแล้วเรา แต่จะไหวไหมหนา ญี่ปุ่น ไม่เอาภาษาอังกฤษกันเลย...
Posted by: okanemochi, December 16, 2008, 12:21am; Reply: 970
สุดยอดเลยครับได้ความรู้มากครับขอบคุณมากๆครับ
Posted by: jeng_cpe, December 17, 2008, 4:53pm; Reply: 971
สุโกยยยย สุดยอดมากกๆเลยค่ะ ละเอียดสุดๆ ใช้เวลาได้คุ้มค่ามากๆ แม้ตอนดึกก็ตาม รอติดตามมาตลอดเลยค่ะ แล้วจะรอต่อภาคหน้านะค่ะ มีแผนจะไปมีหน้าเหมือนกัน ไป 10 วันช่วง มีนา-เมษา แต่ยังวางแผนว่าจะไปที่ไหนบ้างไม่ได้ ช่วยแนะนำด้วยนะค่ะ อยากไปได้หลายๆที่อย่างนี้บ้างค่ะ
Posted by: maneechan, January 27, 2009, 4:55pm; Reply: 972
สุดยอดมากค่ะ นู๋ยังไม่เคยอ่านรีวิวของใครละเอียดเท่านี่มาก่อนเลย ชอบมากกกกจนอยากจะไปตามรอยพี่บ้าง ว่าจะไปกะเพื่อนสองคน แต่เป็นผู้หญิงนะค่ะ กลัววีซ่าจะไม่ผ่าน แล้วอีกเรื่องก็คือเราสองคนพูดภาษาอังกฤษได้แบบงูๆปลาๆนะค่ะ  :o ไว้ถ้าตกลงใจจะไปแน่ๆแล้วจะขอรบกวนถามรายละเอียดสักหน่อยนะค่ะ ว่าแต่นู๋รออ่านภาคต่ออยู่นะค่ะ ขอบคุณสำหรับรีวิวดีๆแบบนี้ สู้ๆนะค่ะ
Posted by: boonchit, February 2, 2009, 1:39am; Reply: 973
ขอบคุณครับ ขยันถ่ายรูปจริงๆเลย
Posted by: Oslosiam, February 8, 2009, 7:48pm; Reply: 974
สุดยอดเลยครับ  :)
ขอบคุณมากๆครับ _/\_
Print page generated: November 23, 2014, 8:10pm