Print Topic - Archive

HFlight.net จองโรงแรม รีวิวสายการบิน ท่องเที่ยว การเดินทาง  /  Japan Travel Guide  /  เที่ยวไม่พึ่งทัวร์ตีตั๋วลุยญี่ปุ่น8วัน7คืนใหม่ๆชิว
Posted by: Chanarong, May 23, 2008, 6:31am
          สวัสดีคร้าบ เพื่อนๆพี่ๆน้องๆชาว Hflight

ไม่ได้เจอกันมานานเลยครับหลังจากที่ผมเคยได้โพสกระทู้ไปเที่ยวฮ่องกงเมื่อประมาณปีกว่าๆที่ผ่านมา
หวังว่าคงมีคนจำได้นะครับ (กระทู้ที่มีพี่หลิวนะครับ)

          ครั้งนี้ ด้วยความบังเอิญหรือโชคชะตาฟ้าลิขิต(เริ่มลิเกแล้ว) ผมได้มีโอกาสหยุดงานยาว 8วัน
จึงมีแผนการเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศอีกครั้งตอนแรกว่าจะไปฮ่องกงอีกเพราะเดินทางง่าย
ค่าใช้จ่ายไม่แพงมาก และคราวนี้จะลองไปมาเก๊าและเซิ่นเจิ้นด้วยเพราะมีเวลาพอควร
          ข้อมูลก็มีพอสมควรทั้งจากหนังสือ รวมทั้งกระทู้ในเวปนี้ด้วย(เวปเขาดีมากๆ)
แต่ก็มีเหตุทำให้ได้เปลี่ยนโปรแกรมไปญี่ปุ่นแทน โดยผมได้มีโอกาสรู้จักกับผู้ช่วยของ
สถานกงศุลญี่ปุ่น ช่วงที่ได้คุยกันนั้น ท่านก็ได้ถามผมว่า อยากไปญี่ปุ่นไหม
ถ้าจะไปเมื่อไหร่ติดต่อมาได้จะช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องขอวีซ่าให้
          ได้ยินดังนั้นโปรแกรมก็เลยเปลี่ยนทันที เดิมที่ไม่มีความคิดจะไปญี่ปุ่นเลย
เพราะมีโอกาสหยุด8วันก็จริง แต่ก็เพิ่งจะรู้ว่าจะได้หยุดวันไหนประมาณ3อาทิตย์ ก่อนเดินทาง
ก่อนจะหยุดนั้นก็ต้องทำงานทุกวันไม่มีเวลาขอวีซ่าแน่นอน
แต่พอท่านผู้ช่วยออกปากแบบนี้แล้วก็เริ่มมีความหวังจะได้ไปญี่ปุ่น ประเทศที่เกือบทุกคนรวมทั้งผมเอง
มีความใฝ่ฝันว่าอยากจะไปเยือนซักครั้ง เราเห็นตัวการ์ตูน เกม ของเล่น ขบวนการยอดมนุษย์
และอื่นๆที่มาจากญี่ปุ่นมาตั้งแต่เด็กๆ
เราจะได้มีโอกาสไปสัมผัสสิ่งเหล่านั้นในบรรยากาศของจริงๆถึงถิ่นแล้ว
          พอรู้ดังนั้นจึงมีเวลาเตรียมตัว หาข้อมูลต่างๆประมาณ 3 สัปดาห์  รวมถึงเตรียมเอกสาร
ประกอบการทำวีซ่าด้วย ซึงบางอย่างต้องใช้เวลาพอควร   เช่น ขอใบรับรองการทำงาน
สมุดบัญชีเงินฝากพร้อมสำเนา (ผมเองไม่ได้ไปปรับสมุดนานแล้ว)
รวมถึงช่วงที่จะขอเอกสารต่างๆตรงกับวันหยุดราชการเยอะด้วย (5 พค. 9 พค.)
ทำให้เวลาที่มีอยู่ถูกจำกัดไปหมด
ช่วงเวลาที่ผมจะไปคือ 14-21 พค. 2551 ทำงานวันสุดท้าย 13 พค. 2551
เวลาที่เริ่มเตรียมตัว ประมาณ 23 เมย. 2551
ก็ถือว่าค่อนข้างเร่งรีบพอสมควร เวลาเตรียมตัวน้อยไปนิด และต้องหาข้อมูลต่างๆอีกมาก
(เดี๋ยวมาโพสต่อนะครับ งานเข้าพอดี)(อยากหยุดหลายวันก็แบบนี้ล่ะครับ กลับมางานเพียบ)

ปล.กระทู้นี้ขอทำละเอียดหน่อยนะครับ เพราะนานๆไปที
และเผื่อคนที่ไม่เคยไปและต้องการไปเที่ยวเองแบบผมจะได้ทราบแนวทางการเตรียมตัวด้วย

Posted by: Chanarong, May 24, 2008, 6:01am; Reply: 1
มาต่อแล้วนะครับ อาจจะช้าหน่อยครับ กำลังresizeรูปอยู่
รูปกำลังจะมาแล้วครับ

ที่ต้องพูดถึงเวลาเตรียมตัวเพราะว่าเท่าที่มี3อาทิตย์ผมว่าน้อยไปครับ
เพราะไม่ใช่ว่างเฉยๆต้องทำงานไปด้วย
ใครจะไปญี่ปุ่นเองแนะนำว่าควรเตรียมตัว เตรียมข้อมูลล่วงหน้าอย่างน้อย1เดือนนะครับ
ที่กล่าวไปนี่สำหรับมือใหม่จริงๆนะครับ เพราะผมเองก็ไปครั้งแรกคราวนี้เหมือนกัน
สำหรับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆหลายท่านที่เป็นผู้ชำนาญอาจไม่ต้องเตรียมอะไรมาก
หรือคนที่ไปกับทัวร์ก็คงสบาย เตรียมตัวกะเตรียมเงินในกระเป๋าให้พร้อม แล้วก็ลุยโลด

กลับมาที่ทริปนี้กันต่อ กับเวลาเตรียมตัว 3 สัปดาห์
ขั้นตอนหลักๆคงจะมี 4 ขั้นตอนครับ
(สำหรับความคิดของผมนะครับ ผู้ชำนาญท่านอื่นๆอาจจะแย้งได้)

1.หาข้อมูล
ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลท่องเที่ยว วางแผนการเดินทาง เอกสารต่างๆที่ต้องใช้
หาได้ทั้งจากหนังสือต่างๆ internet(รวมทั้งเวปนี้)

2.ที่พัก
ต้องรู้โปรแกรมเที่ยวตามข้อ1. จึงพอจะบอกได้ว่าจะจองที่พักที่ไหนบ้าง

3.ตั๋วเครื่องบิน
อาจจะต้องจองไว้แต่เนิ่นๆ ยิ่งถ้าไปช่วงเทศกาลงานต่างๆคงต้องจองล่วงหน้าหลายเดือน แต่อย่าเพิ่งจ่ายเงินล่ะครับ รอให้วีซ่าผ่านก่อน

4.ขอวีซ่า
ซึ่งหลายๆคนกังวลมากที่สุด แต่จริงๆไม่ยากอย่างที่คิด

ถ้าผ่านทุกอย่างก็เตรียมจัดข้าวของ เตรียมแผนการเดินทาง เอกสารที่ต้องใช้
เตรียมแลกเงิน แค่นี้ก็ได้ไปญี่ปุ่นแล้ว

ถ้าใครมีแผนการเดินทางหลายๆวัน หลายๆเมือง อย่าลืมนึกถึง JR pass นะครับ

สำหรับคนที่ไม่รู้ ขอบอกคร่าวๆนะครับ ในประเทศญี่ปุ่น การเดินทางหลักๆที่สะดวก
ประหยัด และไปได้ในเกือบๆทุกพื้นที่คือรถไฟครับ
ที่นั่นเขาวางผังการคมนาคมดีมาก มีรถไฟไปได้ทุกที่
และมีรถไฟหลายๆแบบไม่ว่าจะบนดิน ลอยฟ้า ใต้ดิน รถด่วนชินกันเซ็น
โดยผู้ที่ควบคุมการเดินรถไฟหลักๆคือ JR ครับ ส่วนอะไรที่JRไปไม่ถึง
ก็จะมีรถไฟของเอกชนต่างๆ เช่น รถใต้ดิน รถเมล์ มาเชื่อมต่ออีกที
การเดินทางแต่ละที่นั้นสะดวกมาก เวลาที่รถไฟจะมานั้นก็ค่อนข้างตรงเวลามาก

บัตรJR pass นั้นก็คือบัตรที่ทำให้เราสามารถนั่งรถของเครือJRได้เกือบทั้งหมด
รวมทั้งรถบัส(ซึ่งไม่รู้ว่านั่งไปไหนได้บ้างเลยไม่ได้ใช้ครับ)
ข้อมูลตรงนี้ลองไปอ่านที่คุณ Gelgoog postไว้นะครับ ละเอียดมากๆ
http://www.hflight.net/forum/m-1116036760/s-0/

สำหรับการขอวีซ่า ให้เข้าไปที่เวปของEmbassy of Japan in Thailand
http://www.th.emb-japan.go.jp/th/consular/visaindex.htm
http://www.th.emb-japan.go.jp/th/consular/general.htm
มีบอกทั้งเอกสารที่ต้องเตรียม แบบฟอร์มให้ดาวน์โหลด แผนที่ที่จะไปขอวีซ่าครับ

การจองตั๋วเครื่องบินและที่พัก มีหลายวิธี
โทรถามกับเอเยนต์ต่างๆ จองทางinternet
มีทั้งจองตั๋วพร้อมที่พัก ตั๋วอย่างเดียว ตั๋วเครื่องบินควบJR pass ที่พักอย่างเดียว
ถ้าเป็นที่พักจองผ่านเวปของเราก็ได้นะครับ
ทั้งhotelผ่านoctopus travel
hostelผ่านhostelworld.com
คราวนี้ผมเองก็จองผ่านที่นี่ครับ (ครั้งก่อนที่ไปฮ่องกงก็เคยติดต่อคุณต้นไปแล้ว)


Posted by: Chanarong, May 26, 2008, 5:39am; Reply: 2
มาต่อแล้วครับ หายไปแว๊บเดียวโดนย้ายไปเลานจ์เลย จะพยายามต่อเนื่องนะครับ
แต่ช่วงนี้ต้องทำงานไปด้วยเลยมีเวลาไม่มากครับ

ขั้นตอนเตรียมตัว(ต่อ)(ตั้งนานยังไม่ออกเดินทางเลยแฮะ)
(อยากให้ทราบแนวคิดคร่าวๆนะครับว่าก่อนไปได้เตรียมตัวอย่างไร เผื่อคนที่คิดจะไปเองบ้าง)

1.หาข้อมูล
อย่างที่กล่าวไป
จากเวป ถ้าเป็นของไทยที่ผมหาก็คือเวปนี้เวปเดียวเลยครับ ได้ความรู้มากมาย
เวปภาษาอังกฤษ หลักๆก็ http://www.japan-guide.com/
สามารถclickเข้าไปดูข้อมูลต่างๆของเมืองต่างๆแบ่งตามเขตได้ง่ายๆ
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว แผนที่คร่าวๆดีครับ มีlinkไปที่อื่นๆให้ด้วย

หนังสือ
ที่ผมเคยมีและซื้อเก็บไว้ หลักๆก็มีที่แนะนำ 13เล่มด้วยกันครับ
(ไม่รู้ลงได้หรือเปล่า ไม่ได้โฆษณานะครับ)

สองเล่มแรกนี้แนะนำมากๆ ใช้งานง่าย ดูแล้วเข้าใจง่าย
มีรูปประกอบ บอกสถานที่เที่ยวและวิธีไป แยกเป็นเมือง แยกเป็นหมวดหมู่ดีมากครับ
พกพาได้สะดวก เป็นเล่มที่ผมนำไปใช้ได้จริงครับ พกติดเป้ได้เลย
Posted by: Chanarong, May 26, 2008, 5:54am; Reply: 3
เล่มที่3-4 คือ โตเกียว กิน กิน และ โตเกียว ช็อป ช็อป
ซึ่งได้ใช้งานจริงเช่นกัน
อ่านง่าย แยกเป็นเขตๆ มีแผนที่ประกอบ เหมาะสำหรับผู้ที่เน้น กิน และ ช็อป ในโตเกียวครับ
ท้ายเล่มมีสอนภาษาที่จำเป็นต้องใช้ด้วย การนับเลขต่างๆ
Posted by: Chanarong, May 26, 2008, 6:00am; Reply: 4
เล่มที่5-7 เป็นซีรีย์ดัง เที่ยวไม่ง้อทัวร์ครับ
มีถึง3ภาค
เล่มแรกเน้นโตเกียว และที่ใกล้ๆ เช่น โยโกฮาม่า
เล่มสองตามรอยซากุระบาน ไปหลายที่มากขึ้น มีข้อมูล เกียวโต โอซาก้า
เล่มสามไปช่วงหน้าหนาว เน้นภาคเหนือ เช่น ซัปโปโร ฮาโกดาเต้

สำหรับมือใหม่เที่ยวครั้งแรกอาจได้ใช้เล่ม1-2ครับ เล่ม3อาจเดินทางยากกว่าหน่อย
Posted by: Chanarong, May 26, 2008, 6:26am; Reply: 5
เล่มที่ 8-9 น่าอ่านมากๆครับ เป็นคนละแนวกัน
เล่ม8 พี่วุฒิพี่เคทพาเที่ยว จะออกแนวบรรยายเยอะหน่อย ได้ประสบการณ์แปลกๆดี
เน้นเที่ยวธรรมชาติ วัด เน้นคุยกับผู้คนเพื่อถามทาง แม้จะหลงทางบ้างก็ตาม
เน้นที่พักแบบประหยัดครับ

เล่ม9 ญี่ปุ่นไปแล้วไปอีก โดยผู้มีประสบการณ์ เล่มนี้จะเน้นรายละเอียดเชิงลึกเลย
เช่นพูดถึงศาลเจ้าก็มีรายละเอียดบอกว่าศาลเจ้าแบบชินโตและแบบพุทธต่างกันอย่างไร
รายละเอียดต่างๆมากมาย

แต่2เล่มนี้จะค่อนข้างหนาครับ นำไปใช้จริงจะต้องแบกหนักเป้มาก น่าจะอ่านให้จบแล้วสรุปเฉพาะสิ่งที่ต้องใช้ไปมากกว่า
Posted by: Chanarong, May 26, 2008, 6:31am; Reply: 6
เล่มที่10-12 เป็นซีรีย์เช่นกัน
visit JAPAN นำเที่ยวโดยดาราสาวน่ารัก ขายเป็นsetก็มีครับ 4สีทั้งเล่ม
เล่มแรกและเล่ม2เที่ยวในโตเกียว เกียวโต โอซาก้าและอื่นๆอีกเล็กน้อย
เล่ม3เที่ยวเมืองที่ต่างออกไปครับ ถ้ามือใหม่เน้นเล่ม1ก่อนเช่นกัน
แต่พกลำบากเพราะหนักครับ
Posted by: Chanarong, May 26, 2008, 6:37am; Reply: 7
เล่มที่13 สุดท้าย
เน้นเที่ยวในโตเกียวเช่นกัน
มีรายละเอียดสถานที่สำคัญ แผนที่ให้ด้วยครับ
แต่พอใช้จริงก็ไม่ค่อยได้ใช้ครับเพราะใช้2เล่มแรกมากกว่า
Posted by: Chanarong, May 26, 2008, 6:44am; Reply: 8
นอกจากข้อมูลในหนังสือแล้ว ยังมีข้อมูลจากแผ่นพับ เอกสารต่างๆ
ซึ่งผมไปรับมาจากสถาบันส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น อยู่แถวสีลมครับ
อยู่ตึกเดียวกับโรงแรม panpacific ลงสถานีรถไฟฟ้าศาลาแดงแล้วเดินผ่านห้างโรบินสัน
เลี้ยวมุมสี่แยกไปนิดก็เจอครับ แต่จะอยู่ชั้นบนๆต้องขึ้นลิฟท์ไปครับ

เข้าไปจะมีเอกสารแผ่นพับให้หยิบฟรีมากมาย
และยังมีบางอันที่เป็นเวอร์ชั่นไทยซ่อนอยู่อีกห้อง ต้องขอเจ้าหน้าที่เอาครับ
แต่อันที่ได้ใช้บ่อยๆจริงๆคือตามรูปนี้ครับ(เป็นอันที่ไม่ต้องขอเพิ่มครับ หยิบได้เลย)
Posted by: Chanarong, May 26, 2008, 7:49am; Reply: 9
พอได้ข้อมูลเหล่านี้ครบก็มาวางแผนการเดินทางครับ
มีเวลา8วัน
ญี่ปุ่นมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายครับ ถ้าแบ่งตามเกาะก็มี4เกาะใหญ่
ฮอกไกโด ฮอนชู คิวชู ชิโกกุ และหมู่เกาะโอกินนาว่าทางใต้
แบ่งเขตการปกครองก็มี9เขต
เกาะหนึ่งก็เขตหนึ่ง
แต่เกาะฮอนชูซึ่งเป็นที่ตั้งของโตเกียวก็จะแบ่งเขตเยอะหน่อยมี5เขต
Tohoku Kanto Chubu Kinki Chugoku

สรุปเขตต่างๆ(เหมือนภาคของไทย)และเมืองน่าเที่ยว
1.Hokkaido มี Sapporo เมืองหิมะ ราเม็งอร่อย Hakodate เมืองท่าสวยงาม
2.Tohoku มี Matsushima มีทิวทัศน์ที่สวยงามติดอันดับในญี่ปุ่น
เมืองSendai เมืองAomoriที่มีทะเลสาบ ปล่องภูเขาไฟ น้ำพุร้อน
3.Kanto พลาดไม่ได้ ประกอบด้วย
Tokyo เมืองหลวง Yokohama เมืองท่า และยังมีราเม็งมิวเซียม มีไชน่าทาวน์ใหญ่ที่สุด
Kamakura พระใหญ่ Nikko เมืองแห่งมรดกโลก Hakone เมืองขุนเขาและสายน้ำ
ชมฟูจิ แช่ออนเซ็น
4.Chubu มี Nagoya ปราสาทนาโงย่า เมืองTakayama และเป็นเขตที่ตั้งของฟูจิซัง
5.Kinki อีกเขตที่มีที่เที่ยวสำคัญ Kyoto เมืองหลวงเก่า Osaka เมืองท่องเที่ยว
ปราสาทโอซาก้า  ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ Nara วัด พระใหญ่ กวางน้อย
Kobe เนื้ออร่อย อนุสรณ์แผ่นดินไหว Himeji ปราสาทสวยงาม
6.Chugoku มีHiroshimaที่เคยถูกระเบิด
7.Shikoku มีMatsuyama
8.Kyushu มี Fukuokaเมืองสวยงาม Nagasakiที่เคยถูกระเบิดเช่นกัน Beppu (ไม่ทราบรายละเอียดมากนัก)
9.Okinawa หมู่เกาะมากมาย ชาวญี่ปุ่นไปพักตากอากาศกัน

ดูจากข้อมูลนี้แล้ว มือใหม่ที่มีเวลา 8 วัน
อาจเลือกเที่ยวในเขต Kanto หรือ Kinki หรือทั้ง2เขต
จะได้เที่ยวที่สำคัญต่างๆที่ควรไปก่อนครับ แล้วค่อยเที่ยวในเขตอื่นๆ
หรือถ้าใครมีเวลามากกว่า8วันจะเลือกเที่ยวที่ไหนก่อนก็ได้
ดังนั้นผมจึงขอเที่ยวในเขต Kanto และ Kinki
ที่มีเมืองสำคัญคือ Tokyo Kyoto Osaka เป็นหลักครับ
เป็น3เมืองที่ผมตั้งใจไปในครั้งนี้
และควรเลือกที่พักใน2เขตนี้
ผมจึงเลือกพักที่ Tokyo ซึ่งสามารถเดินทางไป Yokohama Nikko Kamakura Hakoneได้ใน1วัน
และพักที่ Osaka (เนื่องจากต้องการเที่ยวหลายที่ในOsakaเช่นUniversal)
(บางท่านอาจเลือกพักที่Kyoto) ซึ่งสามรถเดินทางไป Kyoto Nara Himeji Kobe ได้ใน1วัน

พอทราบข้อมูลดังนี้ผมจึงเลือกเที่ยวโตเกียว และรอบๆ 5วัน
เที่ยวโอซาก้าและรอบๆ 3 วัน
จึงได้โทรติดต่อหาตั๋วเครื่องบินเดินทางไปลงนาริตะ โตเกียว กลับจากคันไซ โอซาก้า
จะได้ไม่ต้องเดินทางไปๆมาๆครับ

พูดถึงสนามบินนานาชาติของญี่ปุ่นที่เราสามารถเดินทางไปได้นั้นมีอยู่ 3 แห่งหลักๆ
1.นาริตะ ที่โตเกียว
2.คันไซ ที่โอซาก้า
3.Centrair ที่นาโงย่า เดินทางไปโอซาก้าต่อได้

สำหรับผมพอวางแผนเดินทางคร่าวๆดังนั้นจึงได้ติดต่อจองตั๋วเครื่องบิน
ที่เดินทางไปนาริตะ แล้ว กลับจากคันไซ
ลองสอบถามดู สายการบินราคาประหยัดหน่อยจะจองเที่ยวบินไปกลับคนละแห่งได้ยากครับ
เหลือแต่การบินไทย และ เจแปนแอร์ไลน์
ซึ่งราคาค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับประเทศญี่ปุ่นโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 15000-25000 บาท
หรืออาจมากน้อยกว่านี้เล็กน้อย บางที่เห็นราคาถูกๆอย่าลืมถามว่ารวมภาษีต่างๆหรือยังนะครับ
โดย2เจ้าที่กล่าวถึงอาจจะแพงกว่าเจ้าอื่นๆแต่ก็มีเที่ยวบินให้เลือกมากกว่า

สุดท้ายก็ได้เที่ยวบินไปลงคันไซ โอซาก้า กลับจากนาริตะแทนครับ ของJapan Airline
เดินทางไป 23.55น. ถึงญี่ปุ่นเช้า 14 พค. 7.20น.
เดินทางประมาณ6ชม. เวลาที่ญี่ปุ่นเร็วกว่าเรา2ชม.
เดินทางกลับรอบ 18.50 น. ถึงกรุงเทพ 23.35น.
ก็ถือว่าดีมากเลยครับ ไปถึงเช้าได้เที่ยวต่อเลย ขากลับก็รอบเย็น ไม่ต้องเร่งรีบมาก
โดยผมจองแบบรวมตั๋ว JR Pass ด้วย เพราะมีแผนเดินทางข้ามเมืองอยู่แล้ว (JR Pass 7วัน 28300 เยน 8พันกว่าบาท)
ราคา JR Pass รวมตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ได้ราคาประมาณ 3หมื่น(ไม่บอกเป็นตัวเลขเป๊ะๆแล้วกันนะครับ เพราะเหตุผลทางการตลาด)
โดยส่วนตัวผมว่าโอเคแล้วครับ แต่บางท่านถ้าไปสายการบินอื่น อาจได้ราคาถูกกว่านี้ครับ

พอติดต่อจองตั๋วได้ (แต่ยังไม่ต้องจ่ายเงินนะครับ รอวีซ่าผ่านก่อน)
ก็หาจองที่พักต่อเลย ก็เลยหาจากเวปนี้เลยครับ
พักโอซาก้า2คืน เลยคิดว่าพักHostelถูกๆ ไม่ต้องมีห้องน้ำในตัวก็ได้
เลยหาที่Hostelworld.com ได้ที่ Business Hotel Chuo New Annex ครับ ดีที่ไม่มีcurfew(บางแห่งทำเลดีกว่า แต่curfewปิดไม่ให้เข้าหลัง 24.00น. ผมก็กลัวว่าถ้ากลับดึกจะลำบาก) ราคาห้องต่อคนคืนละ 700กว่าบาทเท่านั้น!!!
เลยจองไปเลยครับ ไม่ได้รอวีซ่าผ่าน เพราะคิดว่าน่ะจะผ่าน โดยเวปนี้จะหักค่าธรรมเนียม 2 US Dollar และหักค่าที่พักส่วนหนึ่งก่อนผ่านบัตรเครดิตครับ
พอไปถึงค่อยจ่ายเงินสดเป็นเงินเยนอีกครั้งตอนcheck in

ส่วนที่พักที่โตเกียว หลังจากตัดสินใจอยู่พักนึง จึงเลือกพักแถวชินจูกุ เหตุผลหลักๆ คือ
1.เดินทางไปหรือมา จากนาริตะได้โดยNarita express
2.จะไปฮาโกเน่ เริ่มเดินทางจากshinjukuใกล้ที่สุด
3.จะไปSanrio Puroland มีรถไฟ Keio Line ออกจาก Shinjuku stationเลย
4.เดินทางไปท่องเที่ยวใกล้ๆเช่น Ikebukuro Shibuya Harajuku กลับดึกได้
แต่หลังจากไปมาแล้วคิดว่าพักแถว Ueno หรือใกล้ๆ Tokyo station น่าจะดีกว่าครับ เดี๋ยวจะบอกภายหลังครับว่าเพราะอะไร

พักที่โตเกียวอยากพักสบายๆหน่อย มีอ่างแช่น้ำอุ่น เอาไว้แช่เท้าเวลาเดินมากๆ เลยพักเป็นHotelแทนHostelครับ
สรุปพักโตเกียว5คืน จองผ่าน Octopus travelที่เวปนี้แหละครับ ได้โรงแรมที่ราคาพอไหวหน่อยครับ คืนละ 3000 กว่าๆ
(ถ้าเป็นที่อื่นถูกๆก็มีตั้งแต่500บาทขึ้นไปเลยครับ แล้วแต่งบของท่าน)
ได้พักที่ Rose Garden Shinjuku ครับ เห็นมีคนเคยReviewไว้แล้วที่กระทู้นี้
http://www.hflight.net/forum/m-1195555350/
แต่เวปนี้จะตัดยอดจากบัตรเครดิตเต็มจำนวนเลยนะครับ ถ้าวีซ่าไม่ผ่านอาจยังไม่ต้องรีบ
แต่ผมคิดว่าวีซ่าน่าจะผ่านก็เลยจองไปเลยครับ

ได้ตั๋วเครื่องบิน JR Pass ที่พักแล้ว ก็เหลือขอวีซ่า
กว่าจะได้ยื่นเอกสารก็ 2 พค.แล้ว ก่อนไปแค่11วันเอง วันนั้นก็ไม่ว่างด้วยครับ
ปกติไปญี่ปุ่นครั้งแรกต้องไปยื่นเองนะครับ ยกเว้นไปกับทัวร์ แต่อย่างที่บอกว่ารู้จักกับเจ้าหน้าที่
จึงขออนุญาตให้เพื่อนนำเอกสารไปยื่นแทนครับ
หลังจากนั้นก็ไปรับวันที่7 พค.(ปกติใช้เวลา3วันทำการ นี่ติดวันหยุด 3-4-5 พค.เลย)
เดี๋ยวนี้ค่าธรรมเนียมวีซ่าเหลือ 900 บาทแล้วนะครับ เห็นสมัยก่อนเป็นพัน
พอทราบว่าผ่านก็รีบconfirmตั๋วเครื่องบิน พร้อมไปจ่ายเงินครับ

หลังจากนั้นก็ไปแลกเงินครับ ผมก็ไปแลกที่Super Richตามที่มีคนแนะนำมา ได้ราคาดีกว่าธนาคารครับ
ถ้าใครไปไม่ถูกก็ตามlinkนี้ครับ
http://topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2007/07/E5592510/E5592510.html
ช่วงที่ผมไปแลก 100เยน 30.25 ครับ ธนาคารคิดประมาณ 30.45-30.50
ก็จะถูกกว่าเล็กน้อย แต่ถ้าใครแลกไม่เยอะ แล้วต้องเสียค่ารถค่าเดินทางไปเกิน2-3ร้อย
ผมว่าไม่คุ้มครับ ไว้แลกที่สนามบินก่อนไปยังดีกว่า ไม่เสียเวลา  ไม่เสียค่าเดินทางเพิ่ม

หลังจากพร้อมทุกอย่าง 6 วันก่อนเดินทาง ก็มีเวลาหารายละเอียดที่จะไปเที่ยว และเก็บข้าวของครับ
อันนี้ก็แล้วแต่ท่านแล้วล่ะว่าจะเที่ยวที่ไหน เอาอะไรไปบ้าง
ที่สำคัญคือ ยา(มีสลากกำกับ ยานวด) รองเท้าที่ใส่สบาย(ต้องลุยกันหลายวัน)
และกล้องถ่ายรูปนะครับ จะได้เก็บภาพมาฝากชาวHflightกัน


Posted by: Chanarong, May 28, 2008, 5:58am; Reply: 10
ตัดภาพมาที่สุวรรณภูมิเลยครับ เย้ ได้ออกเดินทางซะที
เลิกงาน 13 พค. มีเวลาพักผ่อนเก็บของอีกเล็กน้อย เดินทางไปสนามบินท่ามกลางสายฝน
เวลาไทย 20.20 น. เครื่องออก 23.55 ไปถึงก่อนเวลาตั้ง3ชม.กว่า
Posted by: Chanarong, May 28, 2008, 6:00am; Reply: 11
มาถึงก็ขี้นไปชั้นบนสุด หาตารางเวลาเครื่องออก และcounter check-in
Posted by: Chanarong, May 28, 2008, 6:03am; Reply: 12
ไปถึงก็เจอNinety Shock เที่ยวบินดีเลย์ จาก23.55 น.ไปเป็น01.00น.
แหะ แหะ มาก่อนเครื่องออกเกือบ 5 ชม. เอ๊งงงงงง แง รอนานจัง
Posted by: Chanarong, May 28, 2008, 6:09am; Reply: 13
พอรู้ดังนั้นก็รีบไป Check-in ซะก่อน ที่Zone R
ยังไม่ทันไปญี่ปุ่นก็เริ่มเห็นภาษาญี่ปุ่นแล้ว
Posted by: Chanarong, May 28, 2008, 6:21am; Reply: 14
โหลดกระเป๋าได้คนละ20kg เจ้าหน้าที่บอกว่าเกินได้นิดหน่อย
ของผมหนัก 14 kg ใส่ของได้อีกเกือบ10โลแน่ะ

ตอนcheck-in อย่าลืมถามเรื่องสะสมไมล์ เจ้าหน้าที่ให้เอกสารมากรอก
แล้วเก็บบัตรใบแทนที่เป็นสีน้ำเงินไว้ครับ ตัวจริงเขาจะส่งไปให้ภายหลัง
Posted by: Chanarong, May 28, 2008, 6:25am; Reply: 15
check inเสร็จ หาอะไรกิน ก็ยังเพิ่ง4ทุ่มกว่า เครื่องออกตั้งตีหนึ่ง
มีเวลาเดินเล่น ซื้อของในFamilyMartได้ ใครลืมของใช้ซื้อร้านBootsได้ครับ
Posted by: Chanarong, May 28, 2008, 6:33am; Reply: 16
เกือบ5ทุ่ม รีบเข้าไปด้านในดีกว่า มีของให้ดูเพิ่มอีก
ก็ต้องผ่านขั้นตอนตรวจตั๋ว ตรวจpassportกันเล็กน้อยครับ
อย่าลืมกรอกใบออกนอกเมืองสีขาวๆด้วยครับ อีกส่วนหนึ่งเก็บไว้ตอนขากลับ
พอเข้ามาด้านในก็เจอทางเดินยาวๆ มีของขายมากมาย
มีป้ายบอกทางไปGateตลอด ของผม F3 ครับ ไกลมากๆ(เกือบได้เป็น F4ซะแล้ว)
เดี๋ยวนี้ไม่ต้องเสียภาษีสนามบิน 500 แล้วนะครับ รวมไปในตั๋วเครื่องบินแล้ว
เข้าไปก็มีของให้ดูเพลินๆแต่ไม่ควรซื้อตอนนี้ครับ อาจเพิ่มภาระในเขตอ้อมแขน
ไม่ใช่แฟนแบกแทนไม่ได้นะคร้าบ
Posted by: Chanarong, May 28, 2008, 6:42am; Reply: 17
รูปที่ทุกคนต้องถ่าย
ช้างใหญ่ไทยแลนด์
Posted by: Chanarong, May 28, 2008, 6:45am; Reply: 18
ขนมอมยิ้มยักษ์ จะอมเข้าไปยังงัยเนี่ย
กล้วยไม้ไทย โกอินเตอร์
โดราเอมอน??????
Posted by: Chanarong, May 28, 2008, 6:53am; Reply: 19
เดินเล่นไปมาชักเพลิน เวลาที่ต้องรอ3ชม.ก็ผ่านไปไวเหมือนกัน
ยิ่งเดินไปใกล้Gateยิ่งมีร้านของกิน คงรู้ว่าเดินมากๆเริ่มหิว
รูปแรกร้านขายอาหาร มีป้ายญี่ปุ่นด้วย แต่ราคาน้ำเปล่าจากขวดละ10เป็น40 ม่ายหวายจ้า
รูป2 มีBergerKing PizzaCompany ราคาแพงกว่าที่อื่นเล็กน้อย
Posted by: Chanarong, May 28, 2008, 6:56am; Reply: 20
มาถึงGateแล้ว ประมาณ0.30น. เตรียมขึ้นเครื่อง
Posted by: Chanarong, May 28, 2008, 7:03am; Reply: 21
ในที่สุดก็ได้ขึ้นเครื่องแล้วครับ เกือบตี1พอดี บรรยากาศในห้องโดยสาร
ผมไม่ค่อยมีความรู้เรื่องเครื่องบินนะครับ
พอทราบคร่าวๆว่าเป็นเครื่องขนาดไม่ใหญ่นัก ที่นั่งด้านข้างมีข้างละ2 กลางมี3
Posted by: Chanarong, May 28, 2008, 5:22pm; Reply: 22
กำลังจะมาต่อแล้วครับ รอแป๊บนะครับ
Posted by: Chanarong, May 29, 2008, 9:41am; Reply: 23
มินิรีวิวบนเครื่องเลยนะครับ
Flight JL728 BKK-KIX 23.55-7.20 แต่ออกจริง 1.15
ที่นั่งถือว่านั่งสบายพอควร ไม่อึดอัดมาก
พอจะยืดขาได้ครับ
เที่ยวบินนี้ไม่เต็มนะครับ พอเครื่องออกแล้วหาที่นั่งว่าง2 นอนยาวได้
ผมเห็นคนไทยมากับทัวร์คุยกัน แล้วบางคนก็ลุกแยกมานั่งที่ว่างๆนอนสบายเลย
Posted by: Chanarong, May 29, 2008, 9:42am; Reply: 24
พอมานั่งแอร์ก็ให้รัดเข็มขัด หน้าจอก็สาธิตขั้นตอนต่างๆ
เที่ยวบินนี้ห้ามสูบบุหรี่นะครับ
Posted by: Chanarong, May 29, 2008, 9:50am; Reply: 25
มองมาด้านข้างๆมีที่ควบคุมคล้ายๆรีโมทซ่อนอยู่ครับ ต้องเปิดฝาหยิบออกมา
เป็นที่ควบคุมหน้าจอที่อยู่ด้านหน้า
จะเปิดปิดไฟอ่านหนังสือหรือเรียกพนักงานก็กดปุ่มบนนี้ครับ
ด้านหลังเป็นโทรศัพท์รูดบัตรเครดิตได้ครับ
ดึงออกมายาวๆได้ครับ เวลาจะเก็บเข้าที่ดึงให้สุดแล้วมันก็จะเด้งกลับเข้าไปได้ครับ
Posted by: Chanarong, May 29, 2008, 9:53am; Reply: 26
ความบันเทิงบนเครื่องของJALเรียกว่าJENครับ ย่อจาก
JAL Entertainment Network
คล้ายๆที่Emiratesมี ICE
มีคู่มืออยู่หน้าเบาะที่นั่งเรียบร้อย มีทั้งภาษาอังกฤษและญี่ปุ่น
Posted by: Chanarong, May 29, 2008, 9:54am; Reply: 27
เริ่มแรกจะเป็นภาษาญี่ปุ่นครับ ต้องเปลี่ยนภาษาก่อน
Posted by: Chanarong, May 29, 2008, 9:59am; Reply: 28
จะเห็นว่ามีอะไรให้เลือกมากมาย
ดูวิวจากกล้องหน้าเครื่องได้ แต่มืดแล้วไม่เห็นอะไรเลย
ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม
แต่เพลงส่วนใหญ่เป็นเพลงญี่ปุ่นครับ

ใช้ที่ควบคุมเมื่อสักครู่นี้เลือกครับ ถ้าจับถือแบบนี้ก็เหมือนจอยเกม
รูป2คือตัวอย่างเกมครับ
Posted by: Chanarong, May 29, 2008, 10:07am; Reply: 29
ตัวอย่างหนังบนเครื่อง
I'm Legend , Jumper หนังใหม่พอควรครับ เลือกฟังอังกฤษได้ ไม่มีSubอังกฤษ
จะมีSubในพวกหนังจีน แต่ก็ไม่ค่อยน่าดูนัก
เที่ยวบินนี้ดีที่สามารถเลือกชมหนังได้ของใครของมันครับ
ไม่ชอบเปลี่ยนเรื่องได้ Forwardได้ตลอด
(ไม่เหมือนเที่ยวกลับ อันนั้นต้องรอชมให้จบ เดี๋ยวขากลับจะกล่าวต่อไปครับ)
Posted by: Chanarong, May 29, 2008, 10:13am; Reply: 30
แต่พอเข้าจริงดูไม่ไหวหรอกครับ ตี2แล้ว ได้เวลานอน
พอเครื่องออกซักพักเตรียมนอน แอร์ก็เสิร์ฟผ้าร้อนๆให้ตื่น(อ้าว)

ตามด้วยน้ำให้เลือก น้ำส้มหรือเบียร์ ผมเลือกเบียร์
เอ๊ยม่ายช่าย น้ำแอปเปิ้ลครับน้ำแอปเปิ้ล สีคล้ายๆกัน
และมีขนมกรุบกรอบให้กินด้วย
(นี่จะไม่ให้นอนเลยช่ายม้าย)
Posted by: Chanarong, May 29, 2008, 11:01am; Reply: 31
สำหรับแอร์ในเที่ยวบินนี้ส่วนใหญ่เป็นคนไทยครับ
เครื่องแบบสีเหลือง เรียบง่าย
รูปแรกคนไทยใจดี
รูป2 ด้านซ้ายเป็นคนญี่ปุ่นครับ ด้านขวาคนไทย
Posted by: Chanarong, May 29, 2008, 11:14am; Reply: 32
สำหรับห้องน้ำบนเครื่อง มีคนรีวิวเยอะแล้ว เอาไป3ภาพนะครับ
รูป1 เวลาล็อคให้เลื่อนเอานะครับ
รูป2 โถนั่ง กดน้ำให้กดปุ่มสีน้ำเงินครับ หาตั้งนาน
รูป3 อ่างล้างหน้า มีน้ำอุ่นด้วย แต่ทำไมสีขุ่นๆชอบกล
ด้านขวามือเป็นที่ทิ้งเศษกระดาษครับ ด้านขวาบนมีแก้วกระดาษ
ไว้บ้วนน้ำ แปรงฟันได้ ว่าแล้วก็เก็บเป็นที่ระลึกไป1แก้ว
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 4:53pm; Reply: 33
มาต่อแล้วครับ ขอโทษด้วยนะครับหากกระทู้นี้อาจจะขาดความต่อเนื่องเล็กน้อย เพราะงานยุ่งมากครับ แต่ว่างแล้วจะมาโพสทันทีเลยครับ

พอเครื่องออกซักพัก ดูหนังไปได้เล็กน้อย ทางสายการบินก็ดับไฟห้องโดยสารครับ
เฮ้อ ได้นอนซะที แต่กว่าจะได้นอนก็ตี3แล้วนะครับ พรุ่งนี้(จริงๆคือเช้านี้) ไปถึงก็ต้องลุยกันต่อ
ว่าแล้วก็นอนออมแรงเล็กน้อย หลับไปไม่นาน ไม่น่าจะถึง2ชม.
ไฟก็เปิดอีกครั้ง เวลาไทยเกือบตี5 เหล่าแอร์ก็เริ่มเสิร์ฟอาหารเช้าอีกครั้ง
เวลาที่ญี่ปุ่นเกือบ7โมงเช้าแล้วนี่นา เอ้า กินก็กิน นอนไปนิดเดียวเองอ่ะครับ

นี่ครับหน้าตาอาหารเช้า อาหารหลักๆเป็นโจ๊กหมู
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 4:56pm; Reply: 34
อีกถ้วยนึงเป็นโซบะเย็นครับ เอาน้ำสีน้ำตาลในขวดราดเอา
ส่วนอีกถ้วยเป็นผัก เครื่องเคียง ความอร่อยประมาณ 7/10 พอกินได้ครับ
ของหวานมีผลไม้ โยเกิร์ต ส่วนน้ำทางขวาก็เบียร์ เอ้ย แอปเปิ้ล เหมือนเดิมครับ
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 5:04pm; Reply: 35
อาหารหลักผ่านไปก็ตามด้วยกาแฟร้อน และ ชาร้อน พร้อมชมวิวท้องฟ้ายามเช้าครับ
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 9:07pm; Reply: 36
หลังกินอะไรเรียบร้อย เวลาตี5ครึ่งเมืองไทย ที่ญี่ปุ่น7โมงครึ่ง
มองออกไปเริ่มเห็นแผ่นดินแล้ว จะใช่ญี่ปุ่นรึเปล่าน้า
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 9:11pm; Reply: 37
อย่ามัวแต่ชมวิวเพลินนะครับจะลืมกรอกเอกสารเหมือนผม
เอกสารนี้แอร์โฮสเตสจะแจกให้ครับตอนเครื่องใกล้ลง
เป็นเอกสารDisembarkationขาเข้าญี่ปุ่น และเอกสารว่ามีของต้องสำแดงหรือไม่
ที่สำคัญห้ามพกเงินติดตัวเข้าไปเกิน1ล้านเยนด้วย แล้วเราที่เอาไป2ล้านเยนทำไงเนี่ย
แหะแหะ ล้อเล่นครับ แสนเยนยังไม่ค่อยมีเลยครับ
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 9:14pm; Reply: 38
เวลาเกือบ8โมงเช้าของญี่ปุ่น เครื่องใกล้ลง แอร์ก็สวมชุดฟอร์มทับชุดเหลืองอีกชั้นนึง
เริ่มเช็คตู้เก็บสัมภาระ แล้วก็ได้เวลาเครื่องลงจอดคร้าบ เย้ ถึงแล้ว
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 9:20pm; Reply: 39
ผู้โดยสารเริ่มทยอยลงจากเครื่อง โดยให้Business Classลงก่อน Economyอย่างเรา นั่งรอครับ
แต่ก็ไม่นาน ประมาณ8.10 น.(ขอปรับเป็นเวลาญี่ปุ่นตั้งแต่บัดนี้ครับ) ก็ได้ลงไปเหยียบแผ่นดินญี่ปุ่นแล้ว

ออกมาก็เดินขึ้นบันไดเลื่อนมา

แล้วก็เจอป้ายต้อนรับ Welcome to KIX(ตัวย่อของ Kansai International Airportครับ)
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 9:25pm; Reply: 40
จากตรงนี้ต้องนั่งรถไฟฟ้าไปตัวอาคารหลักอีกต่อครับ
รถไฟฟ้าถ่ายไม่ทันเพราะเดินไปถึงปุ๊บต้องรีบวิ่งเข้าเลยครับ
แล้วรถก็ออกเลย
จากรูปเป็นบรรยากาศในรถไฟฟ้า และวิวที่มองออกไป เห็นเครื่องที่นั่งมาด้วย ลำไหนหว่า???
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 9:26pm; Reply: 41
อีกรูปกับเครื่องของ JAL ยามเช้า กับหอบังคับการบิน
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 9:35pm; Reply: 42
พอลงรถไฟฟ้า ก็จะผ่านบริเวณป้ายต้อนรับครับ มีภาษาไทยด้วยนะครับ
หลังจากตรงนี้เป็นด่านตรวจคนเข้าเมืองครับ ห้ามถ่ายรูป
ก่อนเข้าไปตรงนั้นก็จะมีจุดเช็คอุณหภูมิก่อน คล้ายๆที่ฮ่องกงครับ
เหมือนให้เดินผ่านเครื่องตรวจจับความร้อนจากร่างกาย
แล้วก็ไปต่อแถวตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งผมพลาด กรอกเอกสารที่ให้ดูบนเครื่องไม่เสร็จเลยนั่งกรอกแป๊บนึง
พอหันไปอีกที เดิมที่คิวน้อยๆ คณะทัวร์ชาวไทย(ที่มาFlightเดียวกัน)ก็โผล่มากันพรึ่บ
ทำให้ล่าช้าไปเยอะเลยครับตรงนี้ ใครมากันเองคนสองคนรีบมาต่อคิวรีบผ่านเข้าไปจะเร็วมากครับ
เพราะถ้ามากับทัวร์ต้องรอรวมพลกันให้ครบ อธิบายอะไรกันอีกเล็กน้อย
คราวนี้พอช้าก็เลยต้องมาต่อจากคณะทัวร์ที่ว่านี้

แอบได้ยินพ่อลูกคุยกัน
ลูก: ทำไมไม่มาเที่ยวเองล่ะพ่อ
พ่อ: โอ๊ย มาเองแล้วจะไปไหนถูกได้ยังงัย หลงแน่เลย มากับทัวร์นะดีแล้ว
ผม: (นึกในใจ) แล้วตรูจะหลงไหมเนี่ย เอ๊ย ม่ายช่าย เที่ยวไม่พึ่งทัวร์อยู่นี่แล้วคร้าบ

ขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองไม่ยุ่งยากเท่าไหร่ครับ ให้สแกนลายนิ้วมือ ถ่ายรูป(มีกล้องคล้ายเวปแคมตั้งอยู่ที่โต๊ะ)
เจ้าหน้าที่แทบไม่เงยมองหน้าเราเลยเพราะมองผ่านกล้อง ซักพักก็ให้ผ่านมาอย่างง่ายดาย ไม่ได้ถามอะไรเลย
สงสัยเช้าไป ยังง่วงอยู่

กว่าจะผ่านตรงนี้และรับกระเป๋า ดูแล้วใช้เวลากว่า40นาทีเลยทีเดียว
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 9:51pm; Reply: 43
ในที่สุดก็ออกมายังอาคารภายในสนามบินจนได้ เวลาก็9โมงเช้าแล้ว
ล่าช้ากว่าที่คิดพอสมควรเลย เพราะเครื่องดีเลย์ตั้งแต่เมืองไทยแล้ว

บรรยากาศในตัวอาคารสนามบิน
อีกรูปมองกลับไปทางที่เราออกมา จากช่อง4เหลี่ยมอันนั้นแหละครับ
มีคนมายืนรอรับเหมือนๆบ้านเรา
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 9:53pm; Reply: 44
เดินเลยมานิดนึงก็เจอกับ Information Center แต่อันแรกนี้น่าจะของสนามบิน
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 9:57pm; Reply: 45
เลยไปอีกนิด อันนี้แหละของKANSAIทั้งหมดเลย จะเดินทางไปไหนอะไรยังงัย ถ้ายังไม่ได้วางแผนก็ลองมาถามได้ครับ
พนักงานพูดอังกฤษใช้ได้เลย น่ารักด้วยนา
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 9:59pm; Reply: 46
อีกฝั่งนึงก็มีป้ายบอกเมืองสำคัญและภาพสถานที่ดังๆของเมืองนั้น
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 10:22pm; Reply: 47
สำหรับผมการเที่ยวในแถบคันไซนี้มีเวลาแค่3วัน2คืน
ที่ท่องเที่ยวมีเยอะมากมาย ทั้งเมืองโอซาก้า เกียวโต โกเบ นารา ฮิเมจิ
คงต้องเลือกเฉพาะที่อยากไปจริงๆ โดยมีเงื่อนไขว่า วันนี้จะยังใช้JR Passไม่ได้
(ไป8วัน JR Pass 7วัน) (เอาไว้ใช้นั่งไปสนามบินขากลับ)

โปรแกรมที่ต้องไปแน่ๆ
1.โอซาก้า ได้แก่ ปราสาทโอซาก้า
                         Universal Studio
                         เดินเล่นย่าน Dotonbori หาของอร่อยกิน
                         อื่นๆแล้วแต่เวลาอำนวย
2.เกียวโต ได้แก่ วัดทองคินคาคุจิ
                        วัดน้ำใส(มีสายน้ำ3สาย)คิโยมิสุเดระ
                         ศาลเจ้า ฟูชิมิอินาริ(ที่มีเสาโทริอิสีแดงๆเป็นพันๆต้น)
เมืองอื่นๆก็จะลองหาเวลาดูครับ แต่คงไปหมดไม่ไหวทั้งโกเบ นารา ฮิเมจิ

ไปถึงยังไม่ได้จัดโปรแกรมเที่ยวไว้แน่นอนเลยครับ แค่คิดคร่าวๆ
พอนึกได้ว่าวันนี้ยังไม่มีJR Passไปไหนไกลไม่ได้ คิดว่าซื้อบัตร Osaka Passที่สามารถเข้าชมสถานที่ต่างๆได้ฟรี
27แห่ง รวมทั้งนั่งรถใต้ดิน รถเมล์ต่างๆได้ฟรี 1วัน 2000เยน หรือใครมีเวลามากหน่อย 2 วัน 2700เยน
น่าจะดีกว่าครับ แต่ต้องซื้อตามสถานีที่มีจำหน่ายเท่านั้น
รายละเอียดดูในเวปนี้เลยครับ
http://www.pia-kansai.ne.jp/osp/en/
หรือใครจะเที่ยวในแถบคันไซหลายๆแห่งก็มี Kansai Thru Pass 3 และ 5 วัน ให้เที่ยวจุใจไปเลย
http://www.surutto.com/conts/ticket/3dayeng/

แต่ก่อนอื่นต้องเข้าเมืองไปที่พักก่อนครับ ว่าจะเอาของไปฝากไว้ก่อนแล้วค่อยเริ่มเที่ยว
ผมได้ศึกษาเส้นทางคร่าวๆแล้ว นอกจากJRที่ยังใช้ไม่ได้ ก็ยังมี Nankai Railway
เดินทางแบบประหยัดไปลงแถวๆHostelที่ผมพักพอดี คือแถวสถานีShinimamiyaครับ
ค่าเดินทางจากสนามบินไปเที่ยวเดียวแค่ 890เยน
(คล้ายๆที่โตเกียวมี Keisei Line ไป Ueno)

จากรูปเป็นเส้นทางรถไฟต่างๆ
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 10:28pm; Reply: 48
ตัวอย่างเส้นทางของJR ไปเมืองต่างๆ
รูปล่างจะมีเส้นบนสุดที่เป็นShinkansenเดินทางได้เร็วขึ้น
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 10:32pm; Reply: 49
ก่อนที่จะงงกันเสียก่อน ก็รีบออกจากสนามบินดีกว่าครับ
ถามพนักงานในInformation Centerเมื่อกี๊ว่าจะไปขึ้น Nankaiตรงไหน
เค้าบอกให้ขึ้นไปชั้น2แล้วออกไปข้างนอก เอ๊ะ ไล่เรารึเปล่าเนี่ย
ก็เลยลองขึ้นมาตามที่เค้าบอก
ก็เห็นป้ายบอกทางต่างๆเต็มไปหมด
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 10:37pm; Reply: 50
เดินออกจากประตูมานอกตัวอาคาร แว่บแรกก็รู้สึกถึงอากาศเย็นสบายดี แดดก็อุ่นๆ
ได้รับทั้งความเย็นและความร้อนในเวลาเดียวกัน
แต่ที่แน่ๆอากาศสดชื่นมากๆ ไม่มีมลภาวะเหมือนบ้านเราครับ

มองไปเห็นป้ายด้านบนชัดเจน มี JR กับ Nankai จะเดินทางเข้าเมืองหลักๆก็มี2เจ้าเนี่ยแหละครับ
ใครจะใช้JR Passก็แลกที่สนามบินเลยสะดวกดี
ส่วนผมต้องไปหาที่ซื้อตั๋วของNankaiก่อนครับ
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 10:42pm; Reply: 51
เดินเลยมานิดนึงก็เห็นป้ายส้มๆของNankai เดินเข้าไปถาม เจ้าหน้าที่บอกให้มาซื้อข้างนอก แป่วววววว
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 10:43pm; Reply: 52
เลยมานิดนึงก็เป็นบริเวณตู้ขายตั๋วอัตโนมัติที่เจ้าหน้าที่ให้มาซื้อ มีทั้ง2ค่าย ซ้ายNankai ขวาJR
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 10:44pm; Reply: 53
มองไปทางขวามืออีกนิดก็จะเห็นสีเขียวๆของJRเวลาจะแลกJR Pass หรือจะจองShinkansenให้มองหาสีเขียวๆไว้
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 10:49pm; Reply: 54
ว่าแล้วก็เดินไปที่ตู้ของNankai มองไปด้านบนเห็นป้ายบอกระยะทางต่างๆและราคา ก็ตาลายขึ้นฉับพลัน
มองหาตู้ด้านล่างก็เห็นราคา890เยนเหมือนที่ศึกษามาเลย เอาไงดีเอ่ย จะหยอดดีไหมเนี่ย
ภาษาญี่ปุ่นเต็มไปหมด ไอ้เราก็ไม่เคยซื้อแบบนี้ซะด้วย เห็นในหนังสือเขาว่าง่าย ไม่ยากส์เล้ย เฮ้อ
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 10:52pm; Reply: 55
ว่าแล้วก็ไม่เสี่ยงดีกว่า พอดีเห็นทางซ้ายสุดของตู้มีCounterพนักงาน ก็เลยไปถามและให้เขาออกตั๋วให้แทน
แล้วก็ได้ตั๋วนี้มาครับ (คนละอันกับห้องสีส้มๆอันแรก Counterอันนี้จะติดกับตู้ขายตั๋วเลยครับ)
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 10:58pm; Reply: 56
ดูป้ายบอกเวลาที่รถออก 9.44น. ตอนนี้ก็ใกล้เวลาแล้ว
เลยรีบหาทางเข้าไป ตอนจะเข้าไปแบกของพะรุงพะรังมากเลยไม่มีเวลาถ่ายรูปนะครับ
ก็เอาบัตรที่ได้สอดเข้าไปเหมือนนั่งรถไฟฟ้าบ้านเราก็จะผ่านทางเข้าไปได้
แล้วก็เห็นขบวนรถที่เราจะนั่งไปครับ
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 11:02pm; Reply: 57
มองไปอีกฟากเห็นรถอีกขบวน รูปร่างหน้าตาเท่ห์กว่าขบวนเราเยอะเชียว ท่าทางจะนั่งสบาย
น่าจะเป็นขบวนที่ด่วนหน่อย แต่แพงกว่า และถึงเร็วกว่านิดเดียวครับ(องุ่นเปรี้ยว)

รูป2เป็นบรรยากาศภายในขบวนรถไฟครับ ยังโล่งๆ
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 11:06pm; Reply: 58
รถไฟออกตรงเวลาดีมากครับ 9.44น.
และแล้วก็เริ่มเห็นบรรยากาศภายนอก แล้วก็เริ่มเป็นตัวเมืองมากขึ้น
คนก็ทยอยกันขึ้นมาเรื่อยๆ ส่วนใหญ่จะใส่สูทกันเท่ห์เชียว
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 11:10pm; Reply: 59
ใช้เวลาเดินทางเกือบ50นาที เวลาก็ประมาณ10โมงครึ่งได้ ก็มาถึงสถานี Nankai Shin-Imamiya

ที่พักขอแนะนำว่าพักแถวสถานีโอซาก้าจะสะดวกที่สุดนะครับ
สามารถเดินทางไปไหนได้ง่าย สำหรับที่ผมพักราคาถูกก็จริง แต่เดินทางไปไหนทีค่อนข้างไกล
จะไปขึ้นShinkansenก็ต้องต่อรถหลายครั้ง
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 11:13pm; Reply: 60
อีกรูปกับขบวนรถที่เรานั่งมา
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 11:14pm; Reply: 61
ภายในสถานีครับ
ก่อนออกก็สอดบัตรอีกรอบ คราวนี้ยึดบัตรไปเลยครับ
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 11:22pm; Reply: 62
ออกมาจากสถานี คราวนี้บ้านนอกเข้ากรุงของแท้เลยครับ จับต้นชนปลายไม่ถูก
ป้ายบอกชื่อถนนก็ไม่เห็นมี
เท่าที่เห็นก็มีรถจักรยานเยอะมากๆ คนที่นี่เขาใช้จักรยานกันเยอะพอดูครับ
บางคนแต่งตัวแฟชั่นมากๆแต่ก็ปั่นจักรยานฉิวเลย

ว่าแล้วก็มาหลงกันต่อ แหะๆ สถานีNankai Shin-Imamiya ก็อยู่ใกล้ๆสถานี JR Shin-Imamiyaครับ
ชื่อเดียวกันแต่คนละเจ้า คนละสถานี
ให้มองหาทางรถไฟที่วิ่งผ่านถนนไว้ครับ(คล้ายดังรูปที่2) รถไฟต้องสีเขียวๆด้วยนะครับ
ตรงนั้นคือบริเวณสถานีของJRครับ
เดี๋ยวต่อไปจะรีวิว Hostel ก็จะขอตั้งต้นการเดินทางจากสถานีJRแทนนะครับ
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 11:26pm; Reply: 63
ช่วงแรกยังเดินงงๆหลงๆอยู่ ก็เจอกับร้าน Lawson ซึ่งเป็นร้านสะดวกซื้อคล้ายๆ7-11บ้านเรา
แต่ที่โอซาก้ารู้สึกว่าจะเยอะมากเลยครับ
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 11:27pm; Reply: 64
ที่มุมนึงมีหนังสือการ์ตูนต่างๆหลายแนว
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 11:29pm; Reply: 65
อากาศกำลังร้อนได้ที่ ใกล้11โมงยังไม่ได้เที่ยวไหนเลย เห็นไอติมในตู้น่ากินจัง
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 11:31pm; Reply: 66
ว่าแล้วก็เสร็จเรา ไอติมสับปะรด 62 เยน ประมาณ 20 บาท
เหมือนน้ำแข็งทีร่วนๆหน่อยรสสับปะรด เย็นชื่นใจดี มีแรงเดินต่อแล้ว
(รูปที่2 ปรับโฟกัสยังงัย ไปโฟกัสตู้ไอติมซะงั้น ไอติมเบลอเลย)
Posted by: Chanarong, June 2, 2008, 11:38pm; Reply: 67
เจอแล้ว JR Shin-Imamiya ก็เลยเข้าไปถามทางไปHostel กับเจ้าหน้าที่สถานี
แกก็กางแผนที่ชี้โบ๊ชี้เบ๊พร้อมพูดอังกฤษได้ไม่ถนัดนัก แต่ก็พอรู้ว่าจะไปทางไหน
ว่าแล้วก็ อาริกาโตะ แบบงูๆปลาๆเช่นกัน

วันนี้พักก่อนนะครับ แล้วมาต่อวันหน้าคร้าบ(ตั้งหลายวันยังไม่ถึงที่พักเลยนะพ่อคู้ณ จะได้เที่ยวกันรึยังเนี่ย)
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 4:44pm; Reply: 68
มาต่อแล้วครับ เดี๋ยวเรื่องHostel ที่ผมพักคือ Business Hotel Chuo New Annex จะรีวิวต่อไปครับ

ตัดมาที่หน้าHostelเลย
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 4:57pm; Reply: 69
ไปถึงHostelก็เกือบ 11 โมงครึ่งแล้ว เข้าไปถึงก็ยื่น Vocherที่เคยจองทางnetไป
แล้วก็ชำระเงินเพิ่มเป็นเงินเยน ทางผู้ดูแลก็จะให้กุญแจห้องมาครับ
ปกติจะให้เช็คอิน บ่าย2หรือบ่าย3ไปแล้ว แล้วแต่ทางโรงแรม
ผมซึ่งมาก่อนเวลาพอควรก็คิดว่าอาจจะฝากกระเป๋าไว้ก่อน แต่พอมาcheck in สงสัยมีห้องเหลือ
ก็เลยได้เข้าพักเลย ว่าแล้วก็เก็บของ ล้างหน้าแปรงฟัน เตรียมของที่จำเป็น แบกเป้แล้วลุยกันต่อเลย

ออกเดินทางอีกทีเกือบเที่ยงครึ่ง ที่วางแผนจะเที่ยวโอซาก้าด้วย Osaka One day pass 2000เยน จะคุ้มมั๊ยเนี่ย

เดินแป๊บเดียวก็มาถึง JR Shin-Imamiyaเมื่อสักครู่ ต้องนั่งรถไฟJRไปอีกนิด ลงที่ Tennoji เพื่อไปซื้อ
One day pass ก่อน (ลองดูดีๆนะครับว่ามีขายที่ไหนบ้าง ดังเวปที่ผมบอกไปแล้ว)
สถานี JR Shin-Imamiya ไม่มีขายครับ เลยต้องซื้อตั๋วนี้เดินทางไปต่อ 120เยน

อีกรูปบริเวณชานชลา จะได้นั่งรถไฟของJRมั่งแล้ว เขียวเชียว
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 5:05pm; Reply: 70
ป้ายบอกชื่อสถานี บริเวณชานชลา ใหญ่ดีครับ
เป็นTrickอย่างนึงที่ได้เรียนรู้มาคือ ถ้าขึ้นรถตรงขบวนแถวๆตรงกับป้าย
เวลาไปจอดสถานีอื่นๆก็มักตรงกับป้ายแบบนี้ หรือพอมองเห็นได้ ทำให้ลงรถได้ถูกมากขึ้นครับ
(ช่วงแรกๆที่ไปถ้าไม่นับสถานีดีๆ บางทีลงผิด)
ถ้าไปนั่งหัวขบวนหรือท้ายขบวน บางทีรถจอดมองไม่เห็นว่าถึงป้ายอะไร ยิ่งถ้าคนเบียดๆกันเยอะๆนี่ไม่รู้เลย
ฟังภาษาญี่ปุ่นตอนจอดป้ายบางทีก็เร็ว ฟังไม่ค่อยทันนะครับ
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 5:08pm; Reply: 71
แป๊บเดียวก็ได้ขึ้นรถแล้ว บรรยากาศในขบวนรถไฟครับ
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 5:15pm; Reply: 72
นั่งมาเพียงป้ายเดียวก็ลงที่สถานี Tennoji ใช้เวลาเดินทาง2นาทีเท่านั้น เร็วจัง นั่งไม่ทันไรลุกอีกแล้ว
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 5:20pm; Reply: 73
ภายในสถานีก็พบร้านขนมชื่อดัง Beard Papa ชักหิวเหมือนกันแฮะ
แต่หิวข้าวมากกว่าครับ เลยขอผ่านขนมไปก่อน
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 5:23pm; Reply: 74
ใกล้ๆกันนั้นมีร้านสะดวกซื้อ อืม ไม่ให้เสียเวลา เดี๋ยวกิน Eki-ben (ข้าวกล่องที่เอาไว้กินบนรถไฟ) ก็ได้
ร้านชื่อ Daily-In เดินทางไปไหนในญี่ปุ่นต้องได้เจอร้านนี้แน่ๆ มีอยู่ทั่วไปในสถานีรถไฟครับ
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 5:27pm; Reply: 75
ว่าแล้วก็ซื้อชุดข้าวปั้นแบบนี้ดีกว่า ได้หลายอย่างดี 367เยน
ปรากฏว่าไม่มีบริการเวฟให้นะครับสำหรับข้าวปั้น กินกันเย็นๆชืดๆนั้นแหละ
แต่ผมรอเอาไว้กินบนรถไฟที่จะนั่งต่อไปครับ
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 5:31pm; Reply: 76
ก่อนอื่นต้องออกจากด้านในสถานีก่อน โดยสอดตั๋วที่ได้มาตอนแรกครับ คราวนี้ก็ยึดตั๋วไปเหมือนเดิม

ออกมาก็เจอกับสาวรุ่นป้า แต่ก็สวมชุดกิโมโนมา สงสัยจะไปออกงานนะครับ
เพิ่งเคยเห็นครั้งแรก ถ่ายรูปไว้หน่อย
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 5:35pm; Reply: 77
ตามหา Osaka Visitor Information Center Tennoji ถามเจ้าหน้าที่แถวๆนั้น
ก็ชี้โบ๊ชี้เบ๊พูดอังกฤษไม่ค่อยได้เช่นเคย
ไปตามทางที่บอกก็ผ่านอาคารคล้ายๆห้างที่อยู่ติดสถานีเลย น่าจะชื่อห้างMio
ช่วงนั้นกำลัง งง และ หิว เลยไม่มีกะจิตกะใจถ่ายรูปครับ
แต่พอเลยมานิดเจอบริเวณนี้ที่คิดว่าใช่แน่ เห็นคนเยอะดีครับ
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 5:40pm; Reply: 78
ผ่านบริเวณสัญลักษณ์สีเขียวๆรูปคนนั่ง จำรูปไว้นะครับ
เวลาจะจองที่นั่งShinkansenให้มาตรงที่นี่แหละครับ ที่สถานีJRเกือบทุกที่

รูปนี้ขอโพสใหญ่นิดนึง
เห็นข้างในไหมเอ่ย มีนักเรียนญี่ปุ่นตัวจริงเสียงจริงด้วย เพิ่งเคยเห็นของจริงนะครับ
ทุกทีเห็นแต่ในการ์ตูน
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 5:46pm; Reply: 79
เห็นป้ายนี้ก็นึกว่าตรงสีน้ำเงินที่มีคุณลุงผมขาวอยู่ พอไปถาม อ้าว ไม่ใช่ ต้องเลยไปอีกนิดนึง
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 5:48pm; Reply: 80
อันนี้แหละครับ ของจริง
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 5:59pm; Reply: 81
เข้าไปก็พบกับเจ้าหน้าที่สาว พูดอังกฤษคล่องหน่อย
ว่าแล้วก็ซื้อมาจนได้ Osaka Unlimited Pass 1 day 2000yen หรือ ประมาณ600บาทไทย

แถมคู่มือเล่มสีบานเย็น ภายในมีบอกว่าใช้เข้าอะไรฟรีได้บ้าง27อย่าง มีส่วนลดบางที่ ทั้งที่เที่ยวและของกิน
ที่สำคัญขึ้นรถไฟฟรีในเขตที่กำหนด ทั้งใต้ดิน บนดิน แต่ดูแล้วก็ไปได้ทั่วเมืองแหละครับ
(ถ้าใครไม่ซื้อแบบนี้ แนะนำซื้อบัตรเหมานั่งรถไฟในเมือง 1day 850yen หรือถ้าวันศุกร์
จะเรียก no my car dayคือรณรงค์ให้ใช้รถสาธารณะ แค่650yen)

ถ้าซื้อแบบ2วันก็ 2700yen แต่ที่เข้าฟรีส่วนใหญ่ให้ใช้วันแรกที่เริ่มใช้บัตรเลย ส่วนวันที่2 เอาไว้นั่งรถฟรี
(ดีกว่าซื้อเพิ่มอีก 850yen)

จากในรูป มี
1.คู่มือ ที่กล่าวไปแล้ว มีแผนที่ทางเดินรถไฟที่ดูสะดวกมาก ใครเพิ่งดูครั้งแรกก็ไม่งงครับ แนะนำเลย
2.ซองสีครีม และ บัตร(ซึ่งเอาไว้สอดเข้าเครื่องเวลาจะนั่งรถไฟ จะคืนบัตรให้ สามารถเก็บเป็นที่ระลึกได้)
3.คูปอง(สีฟ้าๆ) ต้องฉีกออกมาเตรียมไว้ แล้วยื่นให้เจ้าหน้าที่ดูพร้อมบัตร เวลาจะเข้าที่ต่างๆฟรี
เช่น ปราสาทโอซาก้า ล่องเรือซานตามาเรีย
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 6:19pm; Reply: 82
หลังจากซื้อบัตรนี้ได้ก็จะบ่ายโมงแล้ว บางท่านอาจจะบอกว่าผ่านไปครึ่งวันแล้ว ซื้อทำไม ไม่คุ้ม
แต่ผมประเมินแล้ว ยังไงก็คุ้มครับ
นั่งรถไปนิดเดียวเป็นร้อยเยนแล้ว ค่าเข้าปราสาทโอซาก้าก็600เยนแล้ว ล่องเรือซานตามาเรีย1600เยน
แค่2อย่างก็เกินราคาแล้วครับ นี่มี27อย่าง ใช้ยังไงก็คุ้ม
ยิ่งใครใช้แต่เช้าผมว่าคุ้มสุดๆเลยครับ

ว่าแล้วก็รีบไปเที่ยวดีกว่า แต่ช้าก่อน เมื่อกี๊ตอนเดินผ่านมาเห็นป้ายขายของกินมากมาย
อยู่ภายในบริเวณสถานีนี่แหละครับ (ไม่แน่ใจว่าคือ ห้างMioเมื่อกี๊รึเปล่า)
ก็เลยคิดว่า นั่งกินแล้ววางแผนเที่ยวก่อนดีกว่า ไม่อยากไปนั่งกินข้าวกล่องเย็นชืดบนรถไฟ
กินของสดๆอุ่นๆดีกว่า เลยเดินขึ้นไปชั้นบน แถวๆนั้น บอกไม่ถูกเหมือนกันครับ ต้องลองเดินๆดูเอา
ก็เห็นร้านอาหารญี่ปุ่นมากมาย และที่ดีอย่างนึงคือ มีตัวอย่างอาหารพร้อมราคาให้ดูตั้งแต่หน้าร้าน
ก็เลยทำให้ตัดสินใจได้ง่ายว่าจะกินร้านไหนครับ

ตัวอย่างอาหารโชว์หน้าร้านและป้ายบอกราคา
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 6:22pm; Reply: 83
นี่ก็อีกครับ ขออภัยถ่ายเบลอ หิวจนตาลายมือไม้สั่นครับ กล้องก็ไม่ค่อยจะดีนัก
พลังโจ๊กบนเครื่องเมื่อตอนตี5คงหมดแล้ว
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 6:24pm; Reply: 84
ในที่สุดก็เลือกกินร้านนี้ครับ บรรยากาศญี่ปุ่นดีจัง
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 6:28pm; Reply: 85
บรรยากาศภายในร้าน
เดินเข้าไปก็ได้ยิน อิรัชไชมาเซะ ดังๆ เหมือนที่ในหนังสือบอกเลยครับ
แปลประมาณว่า ยินดีต้อนรับค่ะ เหมือนที่เราได้ยินตาม7-11บ้านเราเลย
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 6:31pm; Reply: 86
สั่งอาหารโดยที่เล็งๆมาตั้งแต่หน้าร้านแล้วครับ มาถึงก็มีเมนูที่มีรูปให้ดูก็ชี้ๆเอา
ซักพักก็มี ชาเขียวร้อน และ ผ้าร้อนมาเสิร์ฟ ฟรีครับ เติมชาเขียวได้เรื่อยๆ
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 6:38pm; Reply: 87
และแล้วเมนูที่สั่งก็มาถึง ชุดโซบะ(ให้เลือกได้ว่าจะเอาร้อนหรือเย็น)ก็เลยเอาร้อนๆดีกว่า
และของทอดทั้งหลาย ก็มีหมู ไก่ กุ้ง ฟักทอง และอะไรไม่รู้อีก1-2อย่าง
น้ำจิ้ม3อย่างก็ไม่เหมือนบ้านเรา กลายเป็นเกลือเม็ดเป้งๆแทนผักเขียวๆ
และก็มีผักเค็มๆให้อีก(ตรงกลาง) ดูแล้วที่นี่กินรสเค็มกันพอควรเลยครับ

ก็กินหมดด้วยความหิว ทั้งหมด 980เยน ไม่ถึง300บาท ราคาไม่ต่างกับบ้านเรามากนัก
เรื่องความอร่อยก็ยังไม่โดดเด่นมากร้านนี้ เอาไป7คะแนนครับ
Posted by: Chanarong, June 5, 2008, 6:45pm; Reply: 88
ผ่านไปสำหรับอาหารญี่ปุ่นมื้อแรกในประเทศต้นตำรับครับ
ยังไม่จุใจและอร่อยเท่าที่ควร ไม่เป็นไร ยังมีอีกหลายมื้อรออยู่
กินเสร็จเอาบิลไปจ่ายหน้าร้าน แล้วก็เดินทางต่อครับ
เกือบบ่าย2แล้ว ได้เวลาเริ่มเที่ยวจริงๆจังแล้วครับ

ในรูปก็มายืนอยู่ที่ทางลงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน หรือ Subwayของโอซาก้าแล้ว
อันนี้ Tanimachi Line Tennoji Station
ลองไปดูแผนที่เขตต่างๆและทางเดินรถคร่าวๆอีกครั้งครับที่
http://www.pia-kansai.ne.jp/osp/en/06.php

แล้วครั้งหน้าจะมาต่อนะครับ กับรายละเอียดเขตต่างๆและแผนการเที่ยวที่น่าสนใจครับ
Posted by: Chanarong, June 7, 2008, 5:49pm; Reply: 89
มาต่อแล้วคร้าบ
ว่ากันต่อเลย เรื่องเมือง โอซาก้า ครับ
เมืองนี้ถือเป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่ง(น่าจะอันดับ3 รองจาก โตเกียว และ โยโกฮาม่า ครับ ถ้าจำไม่ผิด)
เป็นเมืองท่องเที่ยว มีสถานที่น่าเที่ยวมากมาย อาหารก็ขึ้นชื่อโดยเฉพาะ ทาโกะยากิที่นี่ ถ้าใครไม่ได้กิน คือมาไม่ถึงนะครับ

จากแผนที่ที่linkไปในRepก่อนๆจะเห็นว่าในเมืองโอซาก้ามีเขตหรือโซนต่างๆหลายเขต
แต่พอจะสรุปง่ายๆให้เห็นภาพ ผมขอแบ่งเป็น 5 โซนที่น่าเที่ยวนะครับ
(อาจจะไม่ถูกต้อง100%นะครับ แต่คร่าวๆตามที่ผมเข้าใจ)

1.Minami Area อยู่ตรงกลางเลย แถวๆนี้คือ สถานี NambaและShinsaibashiครับ
                      มีสถานที่น่าเที่ยวคือ แหล่งShopping
                      Dotonbori ที่มีร้านอาหารมากมาย สัญลักษณ์ปูยักษ์ ป้ายกูลิโกะ
                      เลยมาด้านล่างๆหน่อยก็มี Electronic DEN DEN town(คล้ายAkihabaraในTokyo)
2.Tennoji Area อยู่บริเวณทิศใต้ของเมือง เป็นบริเวณที่ผมพักครั้งนี้
                       มีที่น่าเที่ยวคือ Shinsekai ย่านร้านอาหาร
                       Tennoji Zoo สวนสัตว์
                       Tsutenkaku Tower หอคอยชมวิว
                        Shitennoji Temple วัดที่มีเจดีย์5ชั้น
                        Festival Gate ห้างที่มีรถไฟเหาะ
3.Bay Area      อยู่ทางทิศตะวันตก หรือบริเวณTempozan
                       ใกล้ๆมี Universal Studio Japan
                       ท่าขึ้นเรือ Santamaria
                       พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำKaiyukan
                       ชิงช้าสววรค์ Tempozan Giant Ferris Wheel
4.Osaka Castle Area อยู่ทิศตะวันออก หลักๆที่น่าเที่ยวก็ปราสาทOsaka
5.Kita North Area อยู่ทางเหนือ เป็นบริเวณสถานีOsakaครับ แต่ถ้าเป็นSubwayจะเรียกUmedaครับ
                           อันนี้ทำให้คนงงมาเยอะแล้ว เหนือขึ้นไปอีกจะเป็นสถานีShin-Osakaไว้ขึ้นShinkansen
                           ที่น่าเที่ยวคือแหล่งShopping แถว Umeda
                           Hep-Five ที่เป็นห้างและมีชิงช้าสวรรค์สีแดงๆ ปิดดึกพอควรครับ
                           มีจุดชมวิวที่ Floating Garden Observatoryด้วย

คร่าวๆก็ประมาณนี้นะครับ อาจมีที่อื่นๆอีกแต่ก็ไม่มากแล้วครับ เรื่องหมู่บ้านนินจา ไม่ได้หาข้อมูล ไม่แน่ใจครับ


Posted by: Chanarong, June 7, 2008, 7:30pm; Reply: 90
ไหนๆก็ไหนๆแล้ว สำหรับคนที่ไม่อยากlinkไปอ่านข้อมูลหรือขี้เกียจแปลภาษา
ผมก็เลยขอสรุปมาให้เลยแล้วกันนะครับว่า Osaka Unlimited Pass One Day 2000 yen เข้าอะไรได้บ้าง
น่าสนใจไหม จะได้วางแผนเดินทางกันถูก แต่รับรองว่าซื้อไว้คุ้มแน่ๆครับ

เข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว 27 แห่งฟรี ประกอบด้วย
1.Osaka River Cruise Aqualiner เป็นการล่องเรือชมวิวซึ่งอันนี้จะมีเงื่อนไขหน่อย และเปิดเป็นช่วงเวลา
ต้องเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มอีก ผมเลยขอบายไปครับ(เพราะกะไปล่องเรือSantamariaแทน)
2.Floating Garden Observatory ชมวิวจากจุดสูง173เมตร เปิด10.00-22.30น. ค่าเข้า700เยน
3.Osaka Science Museum พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ เปิด 9.30-16.45น. ค่าเข้า400เยน
4.Osaka Museum of Housing and Living จำลองถนนและสิ่งก่อสร้างต่างๆของโอซาก้าตั้งแต่ยุคปี60
เปิด10.00-17.00น. ค่าเข้า600เยน
5.The Museum of Oriental Ceramics เครื่องเซรามิคจากจีน เกาหลี ญี่ปุ่นกว่า2700ชิ้น
เปิด9.30-17.00น. ค่าเข้า500เยน
6.Dotonbori Gokuraku Shoutengai หรือ Food Entertainment Park อยู่ที่Dotonboriนั่นเอง
ออกแนวRemen Museumเข้าไปจะมีร้านอาหารต่างๆให้เลือกชิม โดยเฉพาะทาโกะยากิ
เปิด11.00-23.00น. ค่าเข้า315เยน อันนี้น่าสนครับยังไงต้องไปDotonboriอยู่แล้ว
7.Donquijote Ebisu Tower Dotonbori เป็นชิงช้าสวรรค์อันแรกของโรคที่เป็นทรงรีๆครับ
เปิด11.00-23.00น. ค่านั่ง600เยน
8.Kamigata Ukiyoe Museum เกี่ยวกับUkiyoe ไม่แน่ใจว่าเรียกภาษาไทยว่าอะไร อธิบายว่าเกี่ยวกับงานพิมพ์และภาพวาดครับ
เปิด 11.00-18.00น. ค่าเข้า500เยน
9.OCAT Roof Garden สวนบนดาดฟ้าตึก มีต้นไม้และดอกไม้กว่า10,000ชนิด เปิด11.00-17.00น. ค่าเข้า100เยน
10.Osaka Bay Cruise "Santa Maria" ล่องเรือชมวิวอ่าวโอซาก้าครับ ใช้เวลาประมาณ50นาที
เปิด11.00-17.00น. ค่านั่งเรือ 1,600เยน อันนี้น่าสนใจมากครับ อันเดียวก็เกือบ2,000เยนค่าบัตรแล้ว
11.WTC Cosmotower Observation Deck จุดชมวิวสูง256เมตรจากยอดตึกWorldTradeCenter
เปิด13.00-22.00น.วันหยุด11.00-22.00น. ค่าเข้า800เยน
12.Osaka MariTime Museum พิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับการเดินเรือครับ มีรูปทรงภายนอกแปลกตาดีเป็นโดมครึ่งวงกลม
มีโรงหนัง3มิติด้วย(ต้องจ่ายเพิ่ม) เปิด 10.00-17.00น. ค่าเข้า600เยน
13.Osaka Castle Museum ปราสาทโอซาก้านั่นเอง ภายในมีพิพิธภัณฑ์ด้วย
เปิด9.00-17.00น. ต้องเข้าก่อน 16.30น. ค่าเข้า600เยน
14.Osaka Castle Nishinomaru Garden สวนที่อยู่ที่ปราสาทโอซาก้าครับ ยิ่งมาช่วงซากุระบานจะดีมาก
เปิด9.00-17.00น. ค่าเข้า200เยน
15.Osakajo Park Tram รถไฟวิ่งแถวๆหน้าปราสาท(ไม่ถึงกับรอบ) ช่วงซากุระบานนั่งชมซากุระบนรถไฟได้บรรยากาศเลย
เปิด9.00-17.00น. ค่านั่ง200เยน
16.Osaka Museum of History พิพิธภัณฑ์ประวิติศาสตร์ เปิด09.30-17.00น. ค่าเข้า600เยน
17.Osaka International Peace Center แสดงเกี่ยวกับระเบิดและอื่นๆ เปิด09.30-17.00น. ค่าเข้า250เยน
18.Osaka Human Rights Museum เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน เปิด10.00-17.00น. ค่าเข้า250เยน
19.Tennoji Zoo สวนสัตว์มีสัตว์กว่า900ตัว เปิด09.30-17.00น. ค่าเข้า500เยน
20.Osaka Municipal Museum of Art แสดงเกี่ยวกับงานฝีมือต่างๆของทั้งจีน ญี่ปุ่น เปิด09.30-17.00น. ค่าเข้า300เยน
21.Shitennoji Temple วัดที่มีเจดีย์5ชั้น เปิด08.30-16.30น. ค่าเข้ามีหลายส่วน(ไม่แน่ใจว่าอะไรบ้าง)
Chushingaran 300เยน Hobutsukan(บ้านสมบัติ?) 200เยน Honbo garden(สวน) 300เยน
22.Tsutenkaku Tower หอที่เป็นสัญลักษณ์ของโอซาก้า ขึ้นไปชมวิวได้ เปิด10.00-18.30น. ขึ้นก่อน18น. ค่าเข้า600เยน
23.Sakuya Konohana Kan จัดแสดงพืชกว่า15,000ชนิด เปิด10.00-17.00น. ค่าเข้า500เยน
24.Tsurumiryokuchi Observatory เป็นหอคอยชมวิวเช่นกัน สูง90เมตร เปิด10.00-17.00น. ค่าเข้า200เยน
25.Nagai Botanical Garden เป็นสวนอีกเช่นกัน เปิด09.30-16.30น. ค่าเข้า200เยน
26.Osaka Museum of Natural History เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ แต่เป็นด้านธรรมชาติ วิวัฒนาการต่างๆ
มีโครงกระดูกไดโนเสาร์ เปิด09.30-17.00น. ค่าเข้า300เยน
27.Rifure Uriwari เป็นสระว่ายน้ำและสปา เปิด10.00-22.00น. ค่าเข้า700เยน

ที่ผ่านมาทั้ง27อย่างนี้ เข้าฟรีครับ
สำหรับผมที่น่าสนใจก็คงFloating Garden Observatory,Dotonbori Gokuraku Shoutengai,Donquijote Ebisu Tower Dotonbori,
Osaka Bay Cruise "Santa Maria",WTC Cosmotower Observation Deck,Osaka Castle Museum,
Shitennoji Temple,Tsutenkaku Towerครับ แต่ไปหมดวันเดียวคงไม่ไหว
ถ้ามีเวลามากๆ Museumต่างๆก็น่าสนใจโดยเฉพาะScience Museum,MariTime Museum,Museum of History,Museum of Natural History

นอกจาก27อย่างที่เข้าฟรี ยังมีส่วนลดอีก13แห่ง และคูปองส่วนลดร้านอาหารและร้านขายของต่างๆอีก
รายละเอียดไปอ่านเพิ่มได้นะครับ คงไม่บรรยายละเอียดในที่นี้ เพราะแค่27อย่างนั้นก็คงไปไม่ครบแล้ว

รูปตัวอย่างสถานที่ท่องเที่ยวพร้อมรายละเอียด
Posted by: Chanarong, June 7, 2008, 10:11pm; Reply: 91
มาเดินทางต่อเลยครับหลังจากร่ายยาวไปแล้ว เป้าหมายแรกไปปราสาทโอซาก้าก่อนเลยครับ
ใช้บัตรที่ได้มาตอนแรกผ่านเข้าไปในสถานีSubwayได้
Posted by: Chanarong, June 7, 2008, 10:14pm; Reply: 92
รอไม่นานรถไฟก็มา และอีกรูปภายในขบวนรถ
Posted by: Chanarong, June 7, 2008, 10:18pm; Reply: 93
ดูแผนที่ทางเดินรถไฟจากคู่มือที่ให้มา ดูได้ไม่ยากครับ นั่งรถไม่กี่สถานีก็ถึง
ดูเวลาแล้วไม่ถึง10นาทีเลย
จากสถานีTennoji นั่งรถไฟสายTanimachi Line ไปอีก4สถานีลงที่สถานี Tanimachi4-Chome
เวลาจะออกให้มองหาป้ายเหลืองๆกับสถานที่ที่เราจะไปครับ(มีภาษาอังกฤษ)
ก็จะทราบว่าไปไหนออกที่ทางออกใด เช่น ออกทางทางออกหมายเลข1,2

ภายในสถานีมีป้านโฆษณาต่างๆ เริ่มเห็นแล้ว ปราสาทโอซาก้า
Posted by: Chanarong, June 7, 2008, 10:21pm; Reply: 94
ออกมาก็เจอตึกสูงมากมาย ก็อาศัยดูแผนที่และถามทางคนแถวๆนั้น เอารูปให้ดู
คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็จะช่วยชี้ทางให้แม้จะพูดอังกฤษไม่ได้

เดินไปตามถนนเห็นรถหน้าตาแปลกๆดี
Posted by: Chanarong, June 7, 2008, 10:23pm; Reply: 95
ที่ดินน่าจะราคาแพงนะครับ ต้องปลูกบ้านหน้ากว้างไม่มากแต่สูงขึ้นไปแบบนี้
หน้าบ้านแอบมีดอกไม้สวยงาม
Posted by: Chanarong, June 7, 2008, 10:26pm; Reply: 96
เดินไปตามทาง ไม่ใกล้แต่ก็ไม่ไกลมาก(เอ๊ะ ยังงัย) มองเห็นแล้วครับหลังคาเขียวๆตรงนู้น ปราสาทโอซาก้า
ในเมืองนี้นิยมปั่นจักรยานกันมาก คุณลุงยังจอดจักรยานแล้วถ่ายรูปเลย
ผมนึกในใจ "ลุง ยืมจักรยานหน่อยค้าบบบบบ"
Posted by: Chanarong, June 7, 2008, 10:30pm; Reply: 97
ถ้านับตั้งแต่ลงรถไฟมา ใช้เวลาเดินประมาณ10นาที ข้ามถนนไป1-2ครั้ง ก็มาเจอเด็กกลุ่มนี้ อยู่แถวๆลานใกล้ทางขึ้นปราสาท
น่าจะมาทัศนศึกษากันครับ
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 12:18am; Reply: 98
ที่เด็กมายืนออกันก็ไม่ใช่อะไรครับ มารอซื้อไอติมร้านนี้นั่นเอง
ที่ญี่ปุ่นถ้าเป็นไอติมแบบนี้เค้าเรียกSoftCreamนะครับ
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 12:20am; Reply: 99
โฉมหน้าไอติมครับ รสChocolate อร่อยใช้ได้ แต่ 250เยนแน่ะ ไอติมอะไรตั้ง75บาท เหงื่อเริ่มตกสิครับ
เมื่อกี๊ตอนซื้อไม่ทันคำนวณ แหะแหะ
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 12:24am; Reply: 100
หลังจากเติมพลังไอติมไปแล้ว ก็เลยไปตามทางเรื่อยๆ ก็มาถึงปราสาทโอซาก้าแล้วดังรูป
ไม่ใช่ครับ ล้อเล่น อันนี้แค่ซุ้มบนกำแพงครับ แต่ที่สำคัญมีต้นไม้ที่มีการตัดแต่งสวยงาม คล้ายๆบอนไซด้วย
(ไม่รู้เรียกถูกรึเปล่านะครับ แต่คิดว่าบอนไซน่าจะต้นเล็กๆกว่านี้)
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 12:26am; Reply: 101
แล้วก็เจอทางเดินเข้าประตูแบบนี้ครับ เป็นทางเข้าทางหนึ่ง
ซึ่งจริงๆแล้วทางเข้ามีหลายทางนะครับ ลองศึกษาแผนที่ดู อธิบายลำบากเหมือนกัน
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 12:29am; Reply: 102
มองไปทางขวาเห็นรถTramด้วย ใช้บัตรนั่งฟรีได้ แต่ยังไม่ได้สนใจนั่งตอนนี้ครับ
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 12:32am; Reply: 103
ว่าแล้วก็เดินผ่านซุ้มประตูเข้าไป มองจากประตูนี้เห็นปราสาทอยู่ลิบๆ
กว่าจะถึงปราสาทมีหลายชั้นมาก
เข้าไปอีกนิดก็พบที่ตักน้ำบ้วนปากล้างหน้า
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 12:37am; Reply: 104
พอใกล้ถึงปราสาทจะพบลานกว้างๆ มีอาคารสีน้ำตาลนี้ไม่ทราบว่าอาคารอะไรครับ
มีต้นไม้ใหญ่ และที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจ คนสูงอายุมาเดินเล่น
คนวัยหนุ่มสาวพาสุนัขมาเดินเล่นก็มี
ทำให้คิดว่าแถวๆนี้ก็เหมือนเป็นสวนสาธารณะของชาวโอซาก้าเค้านะครับ
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 12:40am; Reply: 105
ใกล้ๆกันนั้นมีซุ้มขายของต่างๆ
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 12:41am; Reply: 106
เดินไปดูมีร้านขายของที่ระลึก
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 12:41am; Reply: 107
ตัวอย่างโปสการ์ดสวยๆ
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 12:42am; Reply: 108
ร้านSoftcreamอีกแล้ว ร้านนี้ขายตั้ง280เยนแน่ะ เมื่อกี๊250เยนเลยกลายเป็นถูกไปเลย
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 12:44am; Reply: 109
ขนาดที่เขี่ยบุหรี่ยังทำเป็นลายกำแพงปราสาท
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 12:48am; Reply: 110
มองตรงไป เห็นแล้วคร้าบ ปราสาทโอซาก้า บรรยากาศร่มรื่นมากๆ แต่แดดแรงเหมือนกันนะครับเนี่ยจะบ่าย3แล้ว
ปราสาทดูสวยงามน่าเกรงขามดีครับ ถึงแม้จะไม่ยิ่งใหญ่เหมือนปราสาทฮิเมจิ หรือ นาโงย่า
แต่ปราสาทนี้ก็เป็นอันแรกที่ผมได้เห็นของจริง นับว่าประทับใจในระดับหนึ่งเลยครับ
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 12:51am; Reply: 111
ในละแวกนั้นมีป้ายตัวการ์ตูนให้เราเอาหน้าไปใส่แล้วถ่ายรูปกันน่าสนุกดีครับ
เป็นซามูไรอยู่หน้าปราสาท
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 12:51am; Reply: 112
อีกมุมหนึ่งครับ
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 12:54am; Reply: 113
มีตู้หยอดเหรียญแล้วไขเอาของที่ระลึกพวกที่ห้อยกระเป๋าและอื่นๆ อันละ100หรือ200เยน
ราคาไทยก็30และ60บาทเองครับ น่าลองหยอดดูนะครับ
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 12:55am; Reply: 114
อีกมุมหนึ่งกับตัวปราสาทแบบใกล้ๆ สวยงามมากครับ ชอบหลังคาเขียวๆสบายตาดี
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 1:00am; Reply: 115
เวลามีไม่มากครับต้องรีบหน่อย เลยถ่ายมาได้ไม่เยอะ
ไปชมภายในปราสาทกันต่อ จริงๆถ้าใครไม่มีบัตรOsaka Unlimited Passหรือไม่ต้องการเสียเงิน
มาชมแค่ถึงตรงนี้ไม่ต้องเสียค่าเข้าครับ มาถ่ายรูปกับปราสาทเฉยๆก็ได้

แต่ไหนๆมาแล้วขอเข้าไปดูหน่อยครับ ปกติ600เยน มีบัตรเบ่งก็ฟรีครับ
ยื่นบัตรOsaka Unlimited Passพร้อมคูปองให้เจ้าหน้าที่ตรงนี้ก็ผ่านเข้าไปได้
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 1:03am; Reply: 116
เข้ามาด้านในก็มายืนอยู่หน้าปราสาทแล้ว มองขึ้นไป ใหญ่โตเหมือนกันนะเนี่ย
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 1:11am; Reply: 117
ปราสาทจะมี8ชั้นนะครับ เข้าไปปุ๊บก็มีป้ายห้ามถ่ายรูปครับ เลยไม่ได้ถ่ายมาให้ชม
แต่ชั้นบนสุดถ่ายได้ครับ
ชั้นอื่นๆลองสังเกตป้ายดูครับ ถ้าไม่มีสัญลักษณ์กล้องและกากบาทก็น่าจะถ่ายได้
เข้าไปถึงแนะนำไปชั้นบนสุดก่อนแล้วเดินลงครับ ต่อคิวขึ้นลิฟท์
ลิฟท์จะขึ้นไปถึงชั้น5ครับ(ถ้าจำไม่ผิด) ต้องเดินขึ้นไปต่ออีก
ลักษณะภายในปราสาทที่ให้เราเดินชมจะเป็นลักษณะเดินวนรอบ มีบันไดอยู่ตรงกลางครับ
ขณะนี้มาอยู่ชั้น8แล้ว
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 2:37am; Reply: 118
วิวที่มองลงไปข้างล่างครับ เห็นปลาทองที่อยู่ที่ขอบๆด้วย สวยดีครับ
สูง แดดแรงดี ลมเย็นดีครับ
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 2:38am; Reply: 119
จากอีกมุมนึงครับ เราสามารถเดินวนชมวิวมุมสูงได้รอบทั้ง4ด้าน
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 2:40am; Reply: 120
อีกด้านนึง มองไปเห็นบริเวณที่เราเดินเข้ามาครับ ตรงกลางๆเป็นบริเวณร้านขายของที่ระลึกกับร้านSoftcreamที่เราผ่านมาแล้ว
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 2:43am; Reply: 121
ใครกลัวความสูงไม่ต้องกลัวตกนะครับ เค้ามีตะแกรงกั้นไว้แล้ว(ช่วยได้มั๊ยเนี่ย)
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 3:15am; Reply: 122
ส่วนตรงกลางของชั้น8นี้ก็มีของที่ระลึกขายเช่นกันครับ
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 3:18am; Reply: 123
ตัวอย่างเช่น หมวกขุนศึกจิ๋ว 1,700เยน
เหรียญตราปราสาทโอซาก้า 2,500เยน และ 3,990เยน
ราคาเอาสูงเอาการอยู่
Posted by: Chanarong, June 8, 2008, 3:19am; Reply: 124
ที่พอจับต้องได้ก็โปสการ์ดครับ ใบละ100เยน 30บาทครับ

วันนี้พักก่อนนะครับ ง่วงแล้ว ไว้จะรีบมาต่อนะครับ
Posted by: Chanarong, June 10, 2008, 11:12pm; Reply: 125
ต่อเลยนะครับ
จากชั้น8ก็เดินวนลงมาเรื่อยๆครับ ถ้าผมจำไม่ผิดน่าจะหายไปชั้นนึงครับไม่ครบ8ชั้น
ไม่แน่ใจว่าชั้น6หรือชั้น4
ใครทราบบอกด้วยนะครับ หรือจะเป็นเคล็ดอะไรบางอย่าง

ชั้นบนๆจะเป็นที่จัดแสดงสิ่งต่างๆ ส่วนใหญ่อยู่ในตู้กระจก ห้ามถ่ายรูปครับเลยไม่ได้ถ่ายมาฝาก
เช่น ชุดขุนศึกโบราณ แบบจำลองปราสาท มีภาพโฮโลแกรมแสดงวิถีชีวิตสมัยก่อน และอีกจิปาถะ
ก็พอดูเพลินๆครับ
เดินวนลงมาเรื่อยๆจนถึงชั้น3 ก็เจอรูปสลักสีทองสวยงาม เป็นปลากับเสือครับ ตรงนี้ถ่ายรูปได้
Posted by: Chanarong, June 10, 2008, 11:14pm; Reply: 126
มีบริการให้ยืมใส่ชุดขุนศึกถ่ายรูปกับปราสาทด้วยครับ 300เยนเอง แต่ผมบายดีกว่าครับ
Posted by: Chanarong, June 10, 2008, 11:19pm; Reply: 127
ลงมาชั้น2มีที่ให้ประทับตราด้วยครับเป็นที่ระลึก
เรื่องตราประทับนี่ถ้าใครยังไม่ทราบนะครับ ที่ญี่ปุ่นในสถานที่ท่องเที่ยวหรือสถานีรถไฟต่างๆ
มักจะมีตราประทับวางอยู่ ให้เราประทับเป็นที่ระลึกว่าได้มาเยือนสถานที่หรือสถานีนั้นแล้ว
ปราสาทโอซาก้าก็เช่นกันครับ โดยตรานี้ไม่ต้องประทับเองครับ เอากระดาษที่มีให้สอดไปที่เครื่องแล้วกดปุ่มแดงเครื่องก็จะทำงานปั๊มให้ครับ ระวังอย่าเอามือเข้าไปล่ะ ว่าแล้วก็ประทับมาหลายแผ่นเลยเรา
Posted by: Chanarong, June 10, 2008, 11:23pm; Reply: 128
ใช้เวลาเดินเล่นอยู่ในปราสาทรวมประมาณครึ่งชั่วโมงครับ ก็ได้เวลาเดินทางต่อ
ด้านหน้าปราสาทมีปืนใหญ่แบบนี้ด้วยครับ
Posted by: Chanarong, June 10, 2008, 11:25pm; Reply: 129
ภาพสุดท้ายของปราสาทก่อนจะบอกลาครับ บ๊ายบายจ้าปราสาทจ๋า ไว้จะมาใหม่นะ
Posted by: Chanarong, June 10, 2008, 11:29pm; Reply: 130
ระหว่างเดินย้อนมาทางเก่าก็เจอกับกลุ่มนักเรียนมาทัศนศึกษากัน มีหลายโรงเรียนหลายระดับเลย
รูปแรกน่าจะประถม รูปสองน่าจะมัธยมต้นนะครับ
ทำไมช่วงนี้มีคนมาทัศนศึกษาเยอะจัง เป็นช่วงปิดเทอมรึเปล่าน้า วานผู้รู้ช่วยบอกด้วยนะครับ
Posted by: Chanarong, June 10, 2008, 11:33pm; Reply: 131
เดินออกมาถึงข้างหน้าบริเวณที่เคยเข้ามา เริ่มเมื่อยเท้าแล้ว แค่วันแรกเองนะเนี่ย จะไหวมั๊ยหนอเรา
ขณะกำลังเมื่อยๆก็มองไปเห็นรถTramอันนี้พอดีครับ ดีเหมือนกัน นั่งรถพักเหนื่อยชมวิวหน่อย
ไหนๆก็มีคูปองนั่งฟรี ปกติก็200เยนนะครับ
ลองถามเจ้าหน้าที่ เค้าบอกว่านั่งไปลงใกล้ๆประตูทางออกแล้วเดินไปต่อSubwayได้ ดีจัง
Posted by: Chanarong, June 10, 2008, 11:34pm; Reply: 132
ผู้ปกครองกำลังสอนเด็กๆซื้อตั๋วผ่านเครื่องอัตโนมัติกันอยู่ครับ
Posted by: Chanarong, June 10, 2008, 11:40pm; Reply: 133
บรรยากาศในรถTramและมองออกไปด้านนอก
ไม่นานรถก็ออกครับ นั่งชมวิวเพลินดี เวลาก็บ่าย4กว่าๆแล้ว
นั่งรถออกไปก็สวนกับกลุ่มเด็กนักเรียนอีกหลายกลุ่มที่มาทัศนศึกษา(อีกแล้ว)
พอเดินผ่านรถTramเด็กๆก็โบกไม้โบกมือใหญ่ คนขับก็เปิดหวูดทักทายซะเลย ปู๊นปู๊น
Posted by: Chanarong, June 10, 2008, 11:44pm; Reply: 134
นั่งเพลินๆไม่ถึง10นาทีก็มาโผล่ใกล้ทางออกอีกทางครับ
เริ่มงงกับทิศทาง พอมองไปก็เจอตึกNHKพอดี ก็พอเป็นLandmarkดูในแผนที่แล้วไปต่อได้
Posted by: Chanarong, June 10, 2008, 11:50pm; Reply: 135
ก่อนลงไปต่อSubway เห็น7-11พอดีครับ แวะหน่อย
เมื่อคืนได้นอนบนเครื่องนิดเดียวเริ่มง่วง ก็เลยโด๊ปซะหน่อย
กาแฟStarbucksสำเร็จรูปครับ 200กว่าเยน ราคาไทยก็60กว่าบาท
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 12:05am; Reply: 136
เวลาเกือบ17น.แล้ว เป้าหมายต่อไปจะไปเดินเล่นแถวBay Area หรือเขตTempozanครับ
แต่คงไม่ทันนั่งเรือSanta Mariaแล้ว เพราะรอบสุดท้าย17น.พอดี แต่ไม่เป็นไรครับ ไปชมบรรยากาศก็ได้
จากสถานี Tanimachi4-Chome ใกล้ๆปราสาทโอซาก้า ต่อรถสาย Chuo Line(สีเขียว)
ไปอีก7สถานี ลงสถานีOsakakoครับ
ไม่ต้องกลัวเดินทางไม่เป็นครับ ลองดูว่าที่หมายที่จะไปอยู่ใกล้สถานีอะไร แล้วลองมองเส้นทางที่ใกล้ที่สุด
ดูแผนที่ทางเดินรถSubwayอีกครั้งตามนี้ครับ http://www.osaka-info.jp/en/access/pdf/subway.pdf
แล้วจะรู้ว่าดูง่ายมาก
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 12:10am; Reply: 137
นั่งรถอีก10กว่านาทีก็ถึงสถานีOsakako เดินออกมาก็ได้รับบรรยากาศริมอ่าวจริงๆครับ ลมแรงดี
ถนนดูโล่งๆไม่ค่อยมีรถ บรรยากาศยามเย็น สบายๆ เดินเฉิดฉายที่ญี่ปุ่น ชะเอิงเอย
มองไปก็เห็นร้านLawsonอีกแล้ว มีเยอะมากเลยที่เมืองนี้ แต่คราวนี้ไม่เอาไอติมแล้ว อากาศเริ่มหนาวแล้วครับ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 12:14am; Reply: 138
คุณลุงจูงหมาน้อยเดินเล่น น่ารักเชียว ที่นี่เห็นชอบเลี้ยงหมาตัวเล็กกันครับ ไม่ค่อยเห็นหมาใหญ่ๆ
สงสัยพื้นที่มีน้อย
บรรยากาศริมอ่าวจริงๆครับ ขนาดเสาไฟยังตกแต่งสวยงามได้บรรยากาศ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 12:24am; Reply: 139
ร้านของกิน ขนมก็เรียงราย2ข้างทาง แต่ยังไม่คึกคักเท่าไร ดูเงียบๆจังครับบริเวณนี้ แต่บรรยากาศดี
สงสัยวันพุธด้วย แล้วก็คงยังไม่เลิกงานกัน พูดไปแล้วแถวๆนี้ก็ถือว่าเป็นชานเมืองของโอซาก้าก็ว่าได้นะครับเนี่ย

ของกินมีรูปให้ดูเช่นเคย แต่ยังไม่หิวเท่าไหร่ครับ
รูป2 ขนมอะไรไม่รู้ แต่เห็นราคา400-600เยนเลยถอยก่อนคร้าบ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 12:56am; Reply: 140
มองไปไม่ไกลนัก เห็นแล้วครับ Tempozan Giant Ferris Wheel ชิงช้าสวรรค์ยักษ์
ใกล้ๆกันมีห้าง พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ และที่ขึ้นเรือSanta Mariaครับ

Giant Ferris Wheel กับแสงอาทิตย์ยามเย็น ดูยิ่งใหญ่ดีครับ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 12:59am; Reply: 141
ลานหน้าห้าง มีน้ำพุครับ แล้วก็เสาสีขาวมีสีเหลืองๆคล้ายกังหัน เวลาลมพัดก็หมุนไปมาดูเพลินๆครับ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 1:01am; Reply: 142
น้ำพุครับ สวยดี ข้างหลังมีป้ายโฆษณา ร้าน100เยนชื่อ Seria มั๊งครับ อยู่ชั้น3
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 1:05am; Reply: 143
เห็นป้ายSEGAเลยเข้าไปดูหน่อย เจอตู้เกมมากมายเลยครับ
ร้านเกมในญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะมีเกมแนวๆพนันพอสมควรครับ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 1:08am; Reply: 144
Monopolyก็มี แข่งม้าก็มี
ชอบตรงจอใหญ่ดี เวลาม้าวิ่งก็เห็นเต็มจอเลย แต่ไม่ได้เล่นนะครับ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 1:10am; Reply: 145
เดินขึ้นไปชั้น2เห็นที่จำหน่ายบัตรขึ้นชิงช้ายักษ์ อันนี้ไม่รวมใน27อันที่เข้าฟรีครับ
แต่มีคูปองส่วนลดให้ ถ้าใครอยากนั่งก็ใช้คูปองลดได้ครับ ค่าเข้า700เยน ใช้คูปองลด70เยน
ผมเห็นไม่ฟรีเลยไม่ขึ้นนะครับ แหะๆ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 1:16am; Reply: 146
เลยได้แต่แหงนมองและถ่ายภาพชิงช้าสวรรค์ในระยะใกล้มาฝากครับ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 1:18am; Reply: 147
มองไปอีกทางเห็นสะพานแขวนยักษ์ครับ เคยเห็นกระทู้ในนี้ที่พาเที่ยวสะพานด้วยครับ
เขาว่าสะพานแขวนที่ยาวสุดในญี่ปุ่น(หรือเปล่า?? ไม่แน่ใจครับ)
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 1:24am; Reply: 148
ว่าแล้วก็เดินขึ้นชั้น3ต่อ ส่วนนี้จะเป็นนอกห้างนะครับ ยังไม่ใช่ในตัวห้าง
ก็เจอร้าน100เยนที่โฆษณาเมื่อกี๊ มีของหลากหลายมาก 100เยนทั้งร้าน
ใครจะซื้อของฝากเช่นขนม อะไรกุ๊กๆกิ๊กแนวญี่ปุ่น ราคาไม่แพงก็ซื้อของในร้าน100เยนนี่แหละครับ
เหมาะแก่การซื้อไปฝากคนเยอะๆโดยไม่แพงมาก(แต่ยังไม่ซื้อตอนนี้ครับ โปรแกรมยังอีกยาวไกล)

เดินดูของไปๆมาๆก็ได้รองเท้าฟองน้ำมา1คู่ ในราคา105เยนครับ(ของราคา100เยน บวกภาษี)
เอาไว้ใส่เวลาเมื่อยๆ 30บาทเอง
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 1:31am; Reply: 149
เดินเข้ามาในส่วนของตัวห้างครับ ที่ชั้น3เนี่ยแหละ
ก็เจอบ้านนินจาครับ มีหุ่นนินจาด้านหน้า จากเรื่องนารูโตะไง
แล้วก็มีคนแต่งชุดนินจาจริงๆมาชวนเข้าไปชมบ้านนินจา จำไม่ได้ว่าค่าเข้าเท่าไหร่ครับ
แต่เห็นภาษาญี่ปุ่นยุ่บยั่บ กลัวเข้าไปแล้วไม่รู้เรื่อง ที่ก็ดูเล็กๆแคบๆไม่น่ามีอะไรมาก เลยไม่ได้เข้าครับ
(ลองนึกภาพ บ้านผี หรือ เมียงูตามงานวัด มีทางให้เดินเข้าไปดูแต่ไม่รู้ข้างในจะมีอะไรบ้าง)
ก็อาจเป็นบ้านกลต่างๆครับ ใครสนใจลองเข้าไปดูแล้วมาเล่าให้ฟังบ้างนะครับ บ้านนินจาในห้างเนี่ย
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 1:36am; Reply: 150
ใกล้ๆกันนั้นเองก็เป็นบ้านสัตว์เลี้ยงครับ ข้างหน้ามีแกะ2ตัว
มีที่หยอดเหรียญแล้วจะได้อาหารมาให้แกะกินครับ
อยู่ในห้างนะครับเนี่ย แปลกดี
มองไปข้างในต้องเสียเงืนซื้อบัตรเข้าไปครับ พนักงานมองมาลุ้นว่าผมจะเข้าหรือไม่ เลยไม่กล้ายืนถ่ายรูปเลยครับ
ชะโงกดูเห็นน้องหมาน่ารักหลายพันธุ์รอเล่นกับเราอยู่ครับ ดูจากป้ายหน้าร้านแล้วมีสัตว์อีกหลายชนิดเลย
ไปดีกว่าเรา เดี๋ยวเสียเงินเข้าจนได้ แหม น้องหมาก็ทำหน้าอ้อนจริงจริ๊ง
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:00am; Reply: 151
ในห้างก็มีอะไรให้ดูเพลินๆ เช่น หนูน้อย Kewpie น่าจะดังในญี่ปุ่นนะครับ ไปไหนก็เจอ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:02am; Reply: 152
ที่ขาดไม่ได้ก็เหมียวKittyนั่นเอง มีทุกที่เช่นกัน
เป็นแมวประจำชาติญี่ปุ่นที่รู้จักกันดีพอๆกะโดราเอม่อน
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:04am; Reply: 153
บรรยากาศในห้างครับ
แถวๆนี้จะเน้นconceptริมอ่าวริมทะเลครับ
สังเกตของตกแต่ง มีเต่ายักษ์ลอยอยู่ด้วย
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:11am; Reply: 154
เดินทะลุห้างออกมาอีกฝั่ง ก็เจอนี่ครับ Osaka Aquarium KAIYUKAN
ดูแล้วเงียบๆนะครับ แต่ข้างในอาจจะคนเยอะก็ได้
ปกติเปิด 10-20 น.(เข้าก่อน19น.) ค่าเข้า2000เยนครับ
ไม่รวมใน27อย่างที่เข้าฟรี แต่มีคูปองลดให้100เยน ใครสนใจเข้าชมได้ มีสัตว์ทะเลต่างๆให้ชมมากมาย
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:13am; Reply: 155
มองหันหลังกลับไปจะเห็นส่วนของห้างและชิงช้าสวรรค์ที่เราผ่านมาครับ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:15am; Reply: 156
บริเวณทางเข้า มีคำว่ายินดีต้อนรับภาษาไทยด้วย
ข้างหน้ามีโครงลวดรูปปลาวาฬ ปลาโลมา ถ้ามืดแล้วเปิดไฟคงสวยดีนะครับ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:17am; Reply: 157
อาคารใกล้ๆกันนั้นเอง เป็นทางไปที่ขึ้นเรือ Santa Maria ขณะนี้เกือบ6โมงเย็นแล้วครับ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:20am; Reply: 158
เข้าไปในอาคาร มีป้ายบอกทางตลอดครับ ไม่ต้องกลัวหลง
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:23am; Reply: 159
โมเดลจำลองของเรือSanta Maria ข้างใต้มีบอกเวลาที่เรือออกครับ เที่ยวสุดท้าย 17.00น.
อดเลยครับ น่าเสียดายจัง ค่าล่องเรือตั้ง1600เยน ถ้าใช้บัตร Unlimited Pass นั่งฟรีด้วย
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:25am; Reply: 160
ทางลงเพื่อไปขึ้นเรือครับ มีธงชาติสเปนซะด้วย
แต่ตอนนี้ลงไปก็ไม่มีเรือแล้วครับ
เลยเดินออกมาอีกทาง
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:29am; Reply: 161
เวลาเกือบ6โมงเย็นพอดี เรือที่ออกไปตอน5โมงเย็นก็วนกลับมาเทียบท่า
ไม่ได้นั่งเอง แต่ชมเรือจากข้างนอกก็ดูสวยดีครับ
ลองนึกภาพครับ ยามเย็น อากาศเริ่มหนาวนิดๆ ลมแรง ฟ้าเริ่มออกสีส้มๆ
ยืนชมวิวมีเรือแล่นมาริมอ่าว บรรยากาศดีจริงๆครับ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:30am; Reply: 162
อีกมุมกับเรือSanta Mariaครับ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:31am; Reply: 163
จอดเทียบท่าแล้ว เรือสวยงามดีครับ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:35am; Reply: 164
นี่ครับอยากให้เห็นมุมนี้เลย บรรยากาศท้องฟ้ายามเย็น วิวทิวทัศน์สวยงาม ลมเย็นๆ อืม ได้ฟีลจริงๆคร้าบ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:38am; Reply: 165
มองไปทางหัวเรือครับ เห็นสะพานแขวนอยู่ไกลๆ
อีกรูป สะพานแขวนและชิงช้าสวรรค์ยักษ์ครับ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:43am; Reply: 166
เวลาล่วงเลยมาพอสมควร ได้เวลาเดินทางต่อแล้ว
เดินย้อนมาทางเก่าครับเพื่อไปขึ้นSubwayต่อ
ส่งท้ายกับ Tempozan Giant Ferris Wheel ครับ
น่าประทับใจทีเดียวครับกับ Bay Area
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:46am; Reply: 167
ระหว่างเดินมาขึ้นSubwayก็เจออาคารทรงยุโรปแปลกตา สวยดีครับ ไม่แน่ใจว่าคืออะไร
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:46am; Reply: 168
ที่ขาดไม่ได้ ร้านSlot ปาจิงโกะครับ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 2:56am; Reply: 169
โปรแกรมต่อไปคือ ชมวิวโอซาก้ายามเย็นจากยอดตึกWorld Trade Centerครับ
อยู่ไม่ไกลจากบริเวณนี้นัก นั่งรถไป2สถานีก็ถึงแล้ว
จากสถานีOsakakoนั่งรถสายChuo Line (สีเขียว)เดิม ไปต่ออีก1สถานี จะสุดสายพอดีที่Cosmosquare
แล้วนั่งรถไฟสายNanko Port Town Line (สีฟ้า) ไปอีก1สถานี ลงที่สถานี Trade Center-Mae
ใช้เวลาเดินทางไม่ถึง15นาทีก็มาถึงครับ
มองไปเห็นแล้วตึกWTCที่เราจะไปชมวิวกัน
ไม่ใช่ตึกตรงกลางนะครับ ตึกซ้ายมือสุดครับ(รูปนี้ยังไม่เห็นยอดตึก) รูปนี้ถ่ายจากตัวสถานีเลย
วิธีไปที่ตึกนะครับ เห็นสะพานลอยที่อยู่ไกลๆนู่นไหมครับ ตอนนี้เราอยู่ฝั่งนี้ ต้องเดินทะลุตึกนึง(ด้านขวา)
แล้วข้ามสะพานลอยไปทางซ้ายนะครับ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 3:01am; Reply: 170
นี่แหละครับ โฉมหน้าตึก WTC ที่สูงสุดในWEST JAPANเลยทีเดียวครับกับความสูง 256เมตร
จุดที่เราจะไปชมวิวคือตรงสามเหลี่ยมสีแดงๆที่ยอดตึกนั่นแหละครับ เป็นแบบPanoramaเลยนะครับดูได้รอบ360องศา
รูป2เห็นพระจันทร์เลยนะครับ สูงจริงๆ
Posted by: Chanarong, June 11, 2008, 3:05am; Reply: 171
จากจุดที่ลงรถไฟ เดินผ่านทางนี้ไปที่ตึกATCครับ (ที่อยู่ด้านขวาในRepก่อน) เพื่อไปข้ามสะพานลอยครับ

วันนี้พักก่อนนะครับ อาจจะช้าหน่อยครับ โพสได้ครั้งละไม่มาก แต่จะโพสเรื่อยๆจนจบแน่นอนครับ
รอเที่ยวด้วยกันต่อด้วยนะครับ
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 10:56am; Reply: 172
มาต่อแล้วคร้าบ
มองกลับไปเห็นบริเวณสถานีที่เราลงรถไฟมาครับ
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 11:06am; Reply: 173
เดินผ่านตัวอาคารของตึก ATC เข้าไปครับ
เห็นสัญลักษณ์ตึกด้วย ดูคล้ายๆนกฮูกครับ
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 11:16am; Reply: 174
ระหว่างทางก็มีของกิน เช่น Softcream ร้านนี้ เป็นต้น น่ากินมั๊ยคร้าบ ราคามาตรฐานประมาณ 300เยน
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 11:20am; Reply: 175
เดินมาอีกนิดเจอป้ายนี้ น่าจะเป็นส่วนของห้างหรืออาคารอะไรซักอย่าง ชื่อ O's
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 11:29am; Reply: 176
มีของกินล่อตาล่อใจอีกแล้ว อะไรเนี่ย เห็นแต่ของกิน ของอื่นไม่เห็นมั่งเลยนะครับ แหะแหะ หรือว่าเราจะหิวจริงๆ
อันนี้ร้านเครปครับ เครปที่นี่จะอันใหญ่มากๆ กินชิ้นเดียวอิ่มไปเลยนะครับนี่ย
ไม่เหมือนเครปโตเกียวเล็กๆในบ้านเรา แต่ตอนนี้รีบไป ขอผ่านก่อน พลางกลืนน้ำลาย เอื๊อก
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 11:38am; Reply: 177
เดินมาไม่ไกลก็มองเห็นสะพานลอยข้ามฝั่งแล้วครับ
ขณะเดินข้ามสะพานลอย ภาพเบลอหน่อยครับ เดินไปถ่ายไป
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 11:41am; Reply: 178
ถึงแล้วทางเข้าตึก WTC World Trade Center ครับ
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 11:47am; Reply: 179
ป้ายบอกรายละเอียดต่างๆ สามารถดูได้ว่ามีอะไรอยู่ชั้นไหนครับ
เช่น ของกิน(อีกแล้ว) แต่ที่ผมกำลังจะไปคือ Cosmotower Observation Deck จุดชมวิวที่อยู่บนชั้น55ครับ
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 11:51am; Reply: 180
เดินเข้ามาในตัวอาคาร มองลงไปเห็นลานกว้างๆ
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 11:56am; Reply: 181
เดินลงบันไดมาแล้วมองกลับไปเห็นที่ที่เราเดินมาครับ มีน้ำพุ น้ำตกสวยงาม
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 12:02pm; Reply: 182
มีร้าน Shop99ด้วยครับ
ร้านแนวๆนี้ที่ญี่ปุ่นมีเยอะครับ ร้าน100เยน 99เยน พอบวกภาษีแล้วจะเกินไปนิดหน่อยครับ เป็น104หรือ105เยน
ราคาก็30บาททั้งร้าน ถือว่าน่าสนใจครับโดยเฉพาะของกิน ขนม ซึ่งถ้าไปกินตามร้านต่างๆมื้อนึงก็500เยนอัพแน่ๆ
ใครจะซื้อเสบียงหรือของกินเล่นติดตัวไว้ก็มีของให้เลือกมากมายครับ
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 12:10pm; Reply: 183
ตัวอย่างของในร้านครับ บะหมี่สำเร็จรูปหลายรสหลายแบบ
อีกรูป เยลลี่รสต่างๆ มีวุ้นมะม่วงด้วย
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 12:18pm; Reply: 184
จะมัวเพลิดเพลินชมของ(แต่ไม่ซื้อ)อย่างเดียวไม่ได้แล้ว จะ1ทุ่มแล้วครับ
เดี๋ยวจะมืดกันพอดี กะว่ามาดูวิวตอนเย็นๆที่ฟ้าใกล้มืดจะให้เห็นวิว2แบบครับ
(เหมือนเวลาไปThe Peakที่ฮ่องกง)

เลยรีบไปหาทางขึ้นลิฟท์ไปชั้น55ครับ เกิดเรื่องหน้าแตกขึ้นมา
ทำไมลิฟท์มีแค่ชั้น51 พอดูรูปของห้างที่มีแถวๆนั้นก็มีรูปบันไดเลื่อนขึ้นไปอีกครับ
ก็เลยถึงบางอ้อ เดี๋ยวขึ้นไปชั้น51 แล้วขึ้นบันไดเลื่อนไปอีก4ชั้นก็ถึง

เรื่องไม่จบแค่นั้นครับ พอขึ้นไปจริงๆ (ลิฟท์วิ่งเร็วมากครับ 50ชั้นแป๊บเดียว)
พอไปถึงชั้น51 เห็นมีบันไดเลื่อนไปชั้น52จริง แต่ถูกกั้นอยู่ครับไม่ให้ขึ้น
ผมก็งง เอ จะว่าปิดแล้วก็ไม่ใช่ เมื่อกี๊ดูเวลาปิดก็ไม่ใช่1ทุ่มนี่นา
พลาดเรือSantaMariaไปแล้ว อันนี้จะแป่วอีกหรอเนี่ย

เดินหาที่ขึ้นลิฟท์ไปต่อ ก็ไม่มี ป้ายบอกว่าปิดปรับปรุงหรือวันนี้หยุดทำการก็ไม่มี
ทำยังงัยดีละเนี่ย จะขึ้นไปยังง้ายยยยยยย
(จึงไม่มีรูปในชั้น51 ขณะกำลัง Lost in Translationอยู่นั้นเอง)
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 5:25pm; Reply: 185
ขณะที่กำลัง งง หลง โก๊ะ อยู่นั้น ที่เจอชาวญี่ปุ่นเดินอยู่แถวๆนั้น
(นึกภาพชั้น51 คล้ายๆอาคารสำนักงาน มีร้านอาหารและofficeต่างๆแต่ปิดไปแล้ว คนโหรงเหรง)
ก็เลยถามเป็นภาษาอังกฤษ โชคดีที่เค้าพอพูดได้ ฟังเข้าใจ
คุยไปคุยมาบอกว่าขึ้นตรงนี้ไม่ได้ ต้องไปขึ้นลิฟท์อีกที่นึง
เราก็หาแล้วหาอีกก็ไม่เจอ สุดท้ายเค้าเลยพาไปเองเลยครับ ใจดีจัง

ที่แท้ก็ต้องลงไปชั้น1ครับ แล้วเดินไปทางด้านขวาๆหน่อย ไม่ใช่ลิฟท์ที่ขึ้นตอนแรก
จะมีอีกที่นึงเป็นที่เฉพาะสำหรับขึ้นไปชมวิวเลยครับ

ไปถึงจะเจอเจ้าหน้าที่นั่งอยู่แบบนี้ จำหน่ายบัตรเข้าชมครับ
เรามีบัตรUnlimited Passก็ยื่นให้เขาพร้อมคูปองได้เลยเข้าฟรี
ถ้าใครมาเองก็ต้องเสียค่าเข้า 800เยนครับ
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 5:30pm; Reply: 186
ใครจะไปคิดล่ะครับว่าต้องจ่ายเงินซื้อบัตรกันตั้งแต่ชั้น1แล้วขึ้นลิฟท์พิเศษไป
นึกว่าขึ้นไปถึงข้างบนค่อยมีที่เก็บค่าเข้าชม

แล้วก็ได้บัตรแบบนี้มาเป็นที่ระลึกครับ
เข้าไปข้างในก็เจอเจ้าหน้าที่อีกคน ให้ใช้บัตรสอดเข้าเครื่องก็จะผ่านเข้าไปที่ลิฟท์พิเศษครับ
เจ้าหน้าที่ส่งผมขึ้นลิฟท์อย่างดี พร้อมกับโค้งศีรษะแทบติดพื้นทีเดียว
คนญี่ปุ่นนี่เวลาทำงานนี่เค้าดูเต็มที่กับงานจริงๆครับ การบริการให้เต็ม100เลย
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 5:34pm; Reply: 187
ยังครับยังไม่หมดแค่นั้น
ขึ้นลิฟท์ไปนี่จะถึงแค่ชั้น52ครับ
ลงลิฟท์ไปต้องขึ้นบันไดเลื่อนไปอีก ไปชั้น53 54 นี่บันไดเลื่อนธรรมดาครับ
แต่จากชั้น54ไป55นี่สิ ดังรูปครับ
สูง ชัน และยาวมากครับ มองขึ้นไปเห็นแสงเรืองรองอยู่ลิบๆ ปานจะได้ขึ้นสวรรค์ทีเดียวเชียว
มองลงมา โอ้ว หวาดเสียวครับ
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 5:42pm; Reply: 188
พอขึ้นไปถึงชั้น55 ก็ดังรูปครับ
เป็นทางเดินวนรอบ ให้ชมวิวจากมุมสูงได้360องศา
ลักษณะจะเป็นที่ปิดนะครับ มีกระจกรอบ เพราะถ้าเปิดก็คงลมแรงและหนาวมากๆ
เห็นวิวทิวทัศน์โอซาก้าได้ไกลมากครับ
ไปยินชิดขอบกระจก มองลงไปข้างล่างหวาดเสียวน่าดูเลย

ถ้าใครกลัวความสูง ไม่ชอบชมวิวมุมสูงก็ข้ามที่นี่ไปเลยนะครับ
แต่ถ้าใครมาแถวBay Areaอยู่แล้ว แวะมาใช้เวลาไม่มากครับ เดินทางบวกเวลาชมวิว
ไม่น่าเกินชั่วโมงกว่าๆครับ อาจได้มุมมองแปลกๆและภาพสวยๆกลับไปครับ

เวลาอยู่ในจุดที่สูงๆแล้วมองลงไป เหมือนเวลาจะหยุดนิ่งอยู่ชั่วขณะเลยนะครับ ไม่รู้มีใครเป็นไหม
หรือผมบ้าไปคนเดียวหว่า
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 5:45pm; Reply: 189
ตัวอย่างวิวที่ถ่ายมาได้ครับ
รูปนี้มองไปเห็น Osaka MariTime Museumด้วย
ลักษณะครึ่งทรงกลมที่ยื่นออกไปในอ่าวนั่นแหละครับ
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 5:47pm; Reply: 190
อีกรูปครับ มองมาล่างสุด เห็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์ด้วย
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 5:48pm; Reply: 191
รูปนี้เบลอหน่อย จะให้ดูสนามฟุตบอลครับ
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 5:52pm; Reply: 192
ทิ้งท้ายกับรูปนี้ มองไปริมอ่าว
เห็นบริเวณTempozanที่เราเพิ่งไปมาเมื่อกี๊
มีสะพานแขวนอยู่ข้างหลัง เห็นชิงช้าสวรรค์ยักษ์ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ เรือSanta Maria
(ภาพไม่ชัดเท่าไหร่ ลองมองดูดีๆนะครับ)

เริ่มมืดแล้ว เวลาก็เกือบ2ทุ่ม ใช้เวลาในการชมวิวอยู่บนนี้ประมาณครึ่งชั่วโมงก็ออกเดินทางต่อ
ขาลงนี่ก็ลงทางเดิมครับ แต่จากชั้น52ไม่ได้ลงลิฟท์พิเศษกลับทางเดิม
จะมีบันไดเลื่อนลงไปที่ชั้น51 (ขาลงลงได้ ขาขึ้นจะกั้นไว้ครับ)
เป็นที่เดิมที่ผมหลงมาตอนแรกแล้วงงว่าทำไมไม่ให้ขึ้นชั้น52นั่นเอง
จากชั้น51ลงลิฟท์ธรรมดามาชั้น1แล้วเดินย้อนมาทางเก่าครับ
ขามารู้สึกเดินไม่นาน ขากลับรู้สึกว่าไกลจัง
เดินย้อนมาทางเก่าผ่าน O's และ ATC มาที่สถานีรถไฟ

แผนการเดินทางต่อไปคือย่าน Dotonbori อันโด่งดังนั่นเอง
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 7:57pm; Reply: 193
ตอนแรกมีแผนจะไปที่Dotonboriเลย นี่ก็เกือบ2ทุ่มแล้วครับ หิวมากๆ
ช่วงที่ผ่านO's และ ATC มีเครปและSoftcream น่ากิน แต่เพราะอยากกินอาหารจริงๆมากกว่าเลยรีบเดินทางต่อ

พอมานึกอีกที พรุ่งนี้จะเริ่มใช้JR Pass แล้ว แต่ยังไม่ได้แลก Exchange Orderเลย
ทำไงดี แถวที่พักก็รู้สึกจะไม่มีที่ให้แลกด้วย ถ้าไม่แลกวันนี้ พรุ่งนี้เดินทางต้องเสียเงินเพิ่มอีกหลายต่อเลย
ก็เลยตัดสินใจว่าจะไปแลกJR Passก่อนครับ(ถ้าแลกตั้งแต่ที่สนามบินคันไซตอนลงเครื่องก็เรียบร้อยไปแล้ว
แต่ตอนนั้นรีบ และเห็นคิวเยอะพอควร ถ้าใครจำได้คือตรงที่มีสีเขียวๆตอนที่ผมลงเครื่องมาใหม่ๆนั่นเอง)

สรุปว่าในโอซาก้ามีแลกได้3แห่งเท่านั้น คือ สนามบินคันไซ สถานีชินโอซาก้า และ สถานีโอซาก้า
นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมบอกว่าพักแถวสถานีโอซาก้าดีกว่า แม้อาจจะแพงกว่านิดหน่อย
สำหรับเมืองอื่นๆก็เช่นกัน ถ้าจะเดินทางลองดูดีๆอีกครั้งนะครับว่าถ้าไม่แลกที่สนามบินจะแลกที่ไหนได้บ้าง
และปิดทำการเวลาใด จะได้ไม่ต้องเสียเวลาแบบผม

ไปดูสถานีที่สามารถแลก Exchange Order เป็น JR Pass ได้ ที่นี่ครับ
http://www.japanrailpass.net/eng/en009.html
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 9:07pm; Reply: 194
ออกเดินทางจากสถานี Trade Center-Mae ก็2ทุ่มนิดๆแล้ว จุดหมายคือสถานีรถไฟ Umeda
ถ้าเป็นของJRคือ Osaka station เวลาดูแผนที่Subwayอย่าไปมองหาสถานีOsakaนะครับ ไม่มีครับ
ใช้ชื่อ Umedaครับ ตัวสถานีจะอยู่ใกล้ๆกันเดินทะลุกันได้

เดินทางไป1สถานีลงCosmosquareเหมือนเดิม
ต่อรถสายChuo สีเขียว ไปอีก6สถานี ลง Hommachi station
ต่อรถสายMidosuji สีแดง ไปอีก2สถานี ลง Umeda station

ต่อรถถึง3ต่อ ใช้เวลาประมาณ30กว่านาทีก็มาถึง Umeda Station หรือ บริเวณ Osaka stationนั่นเอง

มองหาป้ายสีเขียวๆ หาไม่ยากครับ เจอแล้ว
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 9:09pm; Reply: 195
เข้าไปก็ต่อแถวหน้าcounterแบบนี้
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 9:15pm; Reply: 196
ยื่น Exchange Order ที่เราซื้อมาจากเมืองไทย พร้อมPassportให้เจ้าหน้าที่
เค้าจะถามวันที่เริ่มใช้ ผมบอกว่าพรุ่งนี้
รอสักพัก ก็ได้มาแล้วครับ JR pass

ขนาดพอๆกับPassport ด้านหน้าสวยดี เป็นรูปฟูจิซังและคลื่นยักษ์ แวววาวด้วย
เปิดมาด้านใน ลายมือเจ้าหน้าที่สวยดี มีบอกวันที่สามารถใช้วันสุดท้ายตัวเบ้อเร่อ
คราวนี้พอจะไปขึ้นรถไฟJR หรือ Shinkansenที่ไหน ก็ไม่ต้องไปสอดบัตรแบบชาวบ้าน
ให้เดินไปขวาสุดหรือซ้ายสุดที่มีช่องให้เดินผ่านและมีเจ้าหน้าที่อยู่ พร้อมโชว์บัตรJR Passด้านใน
ที่บอกวันสุดท้ายที่ใช้ได้(ไม่ต้องแสดงPassportแล้ว)ก็ผ่านฉลุยตลอดเลยคร้าบบบ

ในรูปจะเห็นว่ามีเลข 20-5-21 คือใช้ได้ถึง ปีโชวะที่20 เดือน5(พค.)วันที่21 นั่นเอง
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 9:19pm; Reply: 197
อีกภาพกับบริเวณที่แลกJR passในสถานีOsaka ก่อนจาก
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 9:23pm; Reply: 198
ภายในสถานี ป้ายบอกทางที่อยู่เหนือศีรษะ ดูง่ายครับ มีทางไปขึ้นJRด้วย แต่ตอนนี้ยังใช้ไม่ได้ครับ
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 9:29pm; Reply: 199
เดินไปขึ้นsubwayเหมือนเดิม ขณะนี้2ทุ่มครึ่ง หิวจนตาลาย
นั่งรถสายMidosuji จากสถานี Umeda ไปอีก4สถานี ใช้เวลาเดินทาง10กว่านาทีก็ถึง โดยผ่าน
1.Yodoyabashi
2.Hommachi ที่เราต่อรถมาเมื่อกี๊
3.Shinsaibashi ถ้าใครอยากช้อปแถวนี้ก็เป็นแหล่งชอบขึ้นชื่ออีกแห่ง
4.Namba ถึงแล้วครับที่เราจะเดินทางไปDotonboriกัน

ออกจากสถานี โดยดูทางExitที่เขียนว่าDotonbori ช่วงนี้ถ่ายรูปน้อยครับ หิว ตาลาย
โผล่มาก็งงกับทิศทางเล็กน้อย อาศัยแผนที่ช่วยว่าจะไปทางไหน
ทางที่ดีถามคนแถวนั้นไปเลยครับ เอารูปที่มีปูยักษ์ให้คนแถวนั้นดูก็ได้ เดี๋ยวเค้าก็ชี้ทางให้ครับ
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 9:36pm; Reply: 200
เดินไปตามทางที่คนบอก (จะเที่ยวเองนี่ต้องกล้าถามคนนิดนึงครับ และใช้ภาษาท่าทางเอา ก็ช่วยได้มากแล้ว)
มองข้ามถนนไปก็เจอป้ายDotonboriแล้วครับ ข้างๆมีร้านของกินYoshinoya
ไม่รู้ว่ามีอะไรในDotonburiทางนั้น ที่มีป้ายเบียร์Asahi เพราะไม่ได้ข้ามไปครับ
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 9:40pm; Reply: 201
ที่ไม่ได้ข้ามไปเพราะทางนี้ก็มีครับ เจอแล้ว เหมือนในหนังสือเป๊ะเลย
ร้านอาหารต่างๆมากมาย เดี่ยวมาดูหน้าร้านแต่ละอันเลยครับ มีหลายแนวมาก
แต่ที่พลาดไม่ได้ของที่นี่คือ ทาโกะยากิ และ โอโคโนมิยากิ

ร้านแรกนี่เลย ปลาหมึกยักษ์
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 9:41pm; Reply: 202
แมวเหมียวเรียกแขก
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 9:48pm; Reply: 203
เจอแล้วครับ ปูยักษ์ในตำนาน อยู่นี่เอง
ได้แต่ถ่ายรูปครับแต่ไม่กล้าเข้าไปกิน ไม่รู้จะหมดเท่าไหร่(จริงๆอยากกินโอโคโนมิยากิต้นตำรับมากกว่าครับ)
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 9:50pm; Reply: 204
บรรยากาศโดยรวมครับ มีร้านต่างๆ2ข้างทางจนสุดถนนเลย
ไม่ได้มีแต่ของกินนะครับ มีร้านคาราโอเกะ ร้านเกม ร้านปาจิงโกะด้วย
คนคึกคักพอสมควรเลย
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 9:57pm; Reply: 205
ด้านขวามือของภาพที่แล้วครับ มองไปจะเห็นลุงหนวดยิ้มนี่
ที่นี่คือ Dotonbori Gokurakushotengai หรือ Food Entertainment ครับ
ที่สามารถใช้บัตรUnlimited Passชมฟรีได้ครับ ถ้าจ่ายเองเสีย315เยนครับ
ขณะนี้3ทุ่มกว่าแล้ว หิวมากๆ ขอเข้าไปที่นี่ก่อนละกันครับ
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 10:03pm; Reply: 206
เข้าไปก็เจอเจ้าหน้าที่ จะอธิบายให้เราฟัง เลือกภาษาได้ด้วย ตอนแรกเค้าจะให้ดูภาษาจีนซะแล้ว
เลยบอกว่าEnglish ก็หยิบแผ่นกระดาษเขียนภาษาอังกฤษให้ดู ได้ความว่า
ร้านนีเข้าไปจะเจอบรรยากาศจำลองของเมืองเก่า มีร้านขายอาหารมากมาย มีร้านขายของเล่นโบราณ
ที่ให้เล่นเกม(คล้ายงานวัด) และร้านหมอดูด้วย
ดูแล้วลักษณะจะเหมือนราเมนมิวเซียมที่โยโกฮาม่านะครับ ต้องเสียค่าเข้าก่อน เพื่อจะไปกิน แต่ก็มีอะไรให้ดูด้วย

พออ่านจบเค้าก็ให้การ์ดนี้มาครับ เวลาจะซื้อของกินอะไรก็รูดการ์ดก่อน พอจะออกค่อยชะรำเงินทีเดียว
คล้ายๆFood Centerบ้านเรานั่นแหละครับ แต่เขาเก็บเงินทีหลัง
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 10:07pm; Reply: 207
ก็ขึ้นลิฟท์เข้าไป ออกมาชั้นอะไรจำไม่ได้แล้วครับ แต่มีหลายชั้นเหมือนกัน
ภายในเป็นทางเดินวนๆ บรรยากาศเก่าๆโทรมๆหน่อย มีร้านต่างๆตั้งอยู่
ตัวอย่างร้านอาหารครับ
(ทางเดินภายในมืดพอควร กล้องผมไม่ค่อยดีนักครับ ถ่ายในที่แสงน้อยจะเบลอมาก)
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 10:12pm; Reply: 208
บรรยากาศอีกซัก2ภาพ เบลอไปนิ๊ดส์นึง
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 10:14pm; Reply: 209
ร้านหมอดูครับ มีหลายร้านเหมือนกัน มีดูหลายแบบเลย ดูลายมือ ดูโหงวเฮ้ง
ร้านนี้คุณหมอดูยังดูไม่แก่เลย ว่าจะเข้าไปดูก็กลัวฟังไม่รู้เรื่องครับ แหะๆ
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 10:15pm; Reply: 210
นี่ก็ขายของเล่นที่เค้าว่า
ของเล่นโบราณ
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 10:19pm; Reply: 211
หน้ากากต่างๆก็มีครับ ที่พอรู้จักก็มี อันปังแมน สไปเดอร์แมน
โดราเอมอน ปิกาจู สติทช์ เคโรโระ คิตตี้
Posted by: Chanarong, June 14, 2008, 10:46pm; Reply: 212
โถงตรงกลาง มีป้ายต่างๆตกแต่งแบบเก่าๆดี มีป้ายกูลิโกะด้วยแว่บๆเบลอๆ(อีกแล้ว)

พักเดี๋ยวนะครับ แล้วจะมาต่อครับผม
Posted by: max_over360, June 16, 2008, 12:41am; Reply: 213
รายละเอียดดีมากเลยครับ เหมือนได้เที่ยวไปพร้อมๆกันอะครับ :)
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 4:49pm; Reply: 214
มาแล้วครับ วันนี้โพสเพิ่มได้อีกหน่อย

หิวมากครับ คิดดูสามทุ่มกว่ายังไม่ได้กินอะไร(อย่าเอาอย่างนะครับ)
เห็นร้านนี้น่ากินมากๆ ราคาไม่แพงด้วย
ทาโกะยากิครับ 10ลูก 560เยน ตกลูกละ16บาทกว่าๆ ดูแล้วคุ้มสุด
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 4:59pm; Reply: 215
หน้าตาเครื่องมือที่ใช้ทอดครับ
คล้ายเตาขนมครกบ้านเราเลย

และนี่ครับ น่ากินไหม ทาโกะยากิต้นตำรับของโอซาก้าคร้าบ
อืม อร่อยมากๆ เนื้อแป้งจะเหนียวๆนิดๆ หนวดปลาหมึกข้างในก็ชิ้นเป้งๆเลย
ซอสราดก็กลมกล่อม ปลาหมึกฝอยๆที่โรยก็เข้ากันได้ดี
ทำให้ระลึกถึงบรรยากาศแห่งท้องทะเล จริงจริง (นึกถึงเสียงพากษ์แบบทีวีแชมเปี้ยนไปด้วยนะครับ)
10ชิ้นหมดในพริบตา (ทั้งความอร่อยบวกความหิว)
สมกับที่เขาว่ากันเลยครับว่ามาที่นี่ต้องลองชิมทาโกะยากิดู
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 5:06pm; Reply: 216
หลังจากรองท้องด้วยทาโกะยากิแล้วก็มีแรงเดินอีกนิด เดินวนดูซักพักก็ได้เวลาเดินทางต่อครับ
เดินหาทางออกก็จะเจอกับที่ชำระเงินครับ ก็ยื่นการ์ดที่ได้ตอนเข้ามาให้เจ้าหน้าที่
แล้วเขาก็จะเช็คว่าเราใช้ซื้อของกินไปเท่าไหร่ ของผมก็ 560เยน ตรงนี้เขาจะรวมค่าเข้าอีก 315เยน
แต่ให้เรายื่นคูปองและบัตรUnlimited Passไปด้วย ก็จะไม่เสียเพิ่มครับ
แต่การ์ดรูปลุงหนวดจะถูกยึดคืนไปครับ
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 5:08pm; Reply: 217
เช่นเดียวกับสถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่งของญี่ปุ่น ที่ทางออกก็จะเจอร้านขายของที่ระลึกมาดักอยู่ครับ
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 5:11pm; Reply: 218
ตัวอย่างของครับ ขนมคุกกี้รูปตาลุงหนวด สัญลักษณ์ของที่นี่
แต่ราคาแพงไปนิดครับเลยถอยก่อน
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 5:19pm; Reply: 219
แล้วก็ลงลิฟท์มาที่ชั้น1ครับ
รูปภาพในลิฟท์ อยากให้เห็นว่าตกแต่งได้บรรยากาศจริงๆ
(คืนนี้จะฝันเห็นลุงหนวดแบกถุงย่ามมาหลอกมั๊ยเนี่ย)
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 5:24pm; Reply: 220
เดินชมบรรยากาศ2ข้างทางต่อครับ
เป้าหมายต่อไปคือ โอโคโนมิยากิครับ

อันนี้ร้านอะไรไม่รู้ ตัวการ์ตูนใส่หมวกน่ารักดี
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 5:27pm; Reply: 221
มองมาด้านขวามือ เจอกับหุ่นตีกลองครับ ชื่ออะไรจำไม่ได้
มีชื่อเสียงพอควรเลยครับ
จะคอยเรียกลูกค้าเข้าร้าน
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 5:30pm; Reply: 222
อันนี้ก็ร้านคาราโอเกะ Big Echo เมืองไทยก็เคยไปครับ
แต่เพิ่งรู้ว่าจริงๆเป็นเฟรนไชส์ของญี่ปุ่นเค้า
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 5:33pm; Reply: 223
ร้านส่วนใหญ่จะมีสัญลักษณ์ให้รู้เลยว่าขายอะไรอยู่หน้าร้าน เช่น ปูยักษ์
ส่วนร้านนี้ก็คงเป็นปลาปักเป้านั่นเอง
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 5:37pm; Reply: 224
ส่วนร้านนี้ก็คงขาย แรคคูนทอดครับ เอ๊ย ม่ายช่าย
ขายอะไรไม่รู้ครับ แต่เป็นร้านอาหารเพราะป้ายเขียนว่า เรส-โต-รัน = Restaurant ฮ่าๆ อ่านออกครับ
ก็งูๆปลาๆไปเรื่อยนะเรา
(ใครพอมีพื้นฐานภาษาญี่ปุ่น มาเที่ยวก็สนุกดีครับ ลองอ่านป้ายนู้นป้ายนี้ แต่พอเจอคันจิ ก็จอดไม่ต้องแจวเลยผม)
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 5:39pm; Reply: 225
น่าแปลกคือยักษ์สองตัวนี้ร้านอะไรรู้ไหมครับ
เห็นลูกกลมๆแล้วใช่ไหมเอ่ย ทาโกะยากิไง
เสียดายเมื่อกี๊กินไปแล้ว เลยไม่ได้ลองชิมร้านนี้อีกครับ
มีขายใส่จานกะใส่แก้วโค้กด้วย
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 5:42pm; Reply: 226
นี่ครับหน้าร้าน มีเมนูให้เลือก มีแก้วโค้กวางให้เห็นจะๆเลย แก้วใหญ่เหมือนกันนะเนี่ย
รีบๆเดินเลยไม่ได้ตั้งใจดูว่าขายกี่ลูก กี่เยน
แต่ดูคร่าวๆแล้วน่าจะแพงกว่าในร้านที่ผมกินเมื่อครู่
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 5:43pm; Reply: 227
ร้านรูปมังกรนี่ขายราเมงครับ
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 5:48pm; Reply: 228
ร้านที่มีปูยักษ์ด้านในก็มีอีกร้านนึงครับ แต่ปูจำลองด้านหน้าร้านจะไม่ใหญ่เท่าร้านแรก
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 5:50pm; Reply: 229
อันนี้ไม่รู้ร้านอะไรครับ ดูเพลินๆ
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 5:52pm; Reply: 230
ตัวทานูกิ???
ลองสังเกตป้ายด้านล่างครับ คำว่าDotonboriเขียนแปลกๆ
ผมว่าก็เหมือนบ้านเราที่เวลาสะกดชื่อต่างๆเป็นภาษาอังกฤษ ให้คน100คนเขียนก็อาจไม่เหมือนกันนะครับ
Posted by: Chanarong, June 16, 2008, 5:55pm; Reply: 231
เจอแล้วครับ ร้านนี้ ที่อ่านเจอในหนังสือคู่มือท่องเที่ยว(เล่มไหนจำไม่ได้ครับ)
ชื่อร้าน CHIBO ครับ เห็นว่าเป็นร้านOkonomiyaki เจ้าอร่อยเลยครับ

วันนี้มีเวลาโพสแค่นี้ครับ เดี๋ยวมาชิมโอโคโนกันต่อครับ
Posted by: Chanarong, June 20, 2008, 11:50pm; Reply: 232
ขอโทษนะครับ หายไปหลายวันเลย เพิ่งว่างครับ ไม่รู้มีคนติดตามอยู่รึเปล่าเอ่ย

มาพูดถึงร้าน Chibo ต่อครับ
หน้าร้านมีตัวอย่างโอโคโนมิยากิครับ น่ากินมาก ราคาอันละ850เยนครับ(แพงเหมือนกัน)
และผมก็ได้แสดงความเบ๊อะ ออกไปครับ
ลองดูในรูปครับ อันขวาสุดคือโอโคโนมิยากิปกติ อีก2อันนั้นครึ่งนึงจะแสดงส่วนผสมข้างในให้ดูเฉยๆ
ว่ามีไข่ และ ปลาหมึกครับ
ผมก็เห็นแบบนี้นึกว่าเหมือนพิซซ่าบ้านเรา ที่สามารถสั่งแบบ2หน้าอย่างละครึ่งได้
พอเข้าไปในร้านสั่งมาเป็นแบบอันขวาสุดเลยงงว่าทำไมไม่ได้2หน้า
กว่าจะคุยกันรู้เรื่อง อายเค้าเลยครับแหะๆ
Posted by: Chanarong, June 20, 2008, 11:51pm; Reply: 233
บรรยากาศภายในร้านครับ
Posted by: Chanarong, June 20, 2008, 11:58pm; Reply: 234
พอนั่งลงพนักงานก็เอาเมนูมาให้สั่ง ก็ใช้การชี้ๆเอา โชคดีพนักงานพอพูดอังกฤษได้บ้างครับ

รูปแรก จานพร้อมตะเกียบ ที่ตัก และกระทะอยู่ด้านหน้า
รูป2 มาแล้วครับโอโคโนมิยากิ ต้นตำรับ น่ากินไหมครับ(เบลอไปนิด ขออภัยครับ)
สรุปแล้วก็อร่อยดีครับ ผมว่าอร่อยกว่าของบ้านเรา
จานละ850เยน เล่นเอาจุกไปเหมือนกัน(ตั้ง250บาท)
Posted by: Chanarong, June 21, 2008, 12:05am; Reply: 235
นั่งกินอยู่เกือบ20นาที มองโต๊ะข้างๆเห็นสั่งอะไรน่ากินหลายอย่างเลยครับ มีโอโคโนมิยากิหน้าตาแปลกๆด้วย
แต่ไม่ได้ถ่ายมาครับ สำหรับผมจานเดียวก็อยู่ท้องแล้ว เครื่องดื่มไม่ได้สั่งเพิ่ม(เพราะแพงมากเลยครับ)
ดีที่พกน้ำเปล่าใส่ขวดติดตัวมาด้วยครับ ช่วยประหยัดงบไปได้
ว่าแล้วก็เดินทางต่อ เวลาเกือบ5ทุ่มแล้ว อยากไปนั่งชิงช้าสวรรค์รูปวงรีครับที่โฆษณาไว้ว่านั่งฟรี
ลองเอารูปให้พนักงานดูก็ชี้ทางให้ว่าออกจากร้านแล้วเลี้ยวยังงัยต่อ

ระหว่างทางเจอร้าน100เยนอีกแล้ว
Posted by: Chanarong, June 21, 2008, 12:08am; Reply: 236
จากร้านChiboเดินย้อนมาทางเก่าแล้วอ้อมไปด้านหลังตัวตึก
ไม่ไกลนักก็เจอแล้วครับ ชิงช้าสววรค์หน้าตาแปลกๆแบบนี้
Donquijote Ebisu Tower Dotonbori
Posted by: Chanarong, June 21, 2008, 12:09am; Reply: 237
ด้านหน้ามีป้ายน่ารักแบบนี้
Posted by: Chanarong, June 21, 2008, 12:12am; Reply: 238
หน้าทางขึ้นเป็นแบบนี้ แต่ทำไมเงียบจัง เห็นบอกเวลาปิด23น. นี่ก็ยังไม่ถึงเวลาเลย
Posted by: Chanarong, June 21, 2008, 12:17am; Reply: 239
เดินขึ้นบันไดไปจนถึงที่ควบคุมกระเช้า แป่ว ไม่มีคนอยู่เลยครับ ร้าง
(ถ้าเป็นการ์ตูนญี่ปุ่นฉากนี้จะมีกาบินผ่านแล้วร้อง อ่าห้อย อ่าห้อย พร้อมเหงื่อตก อ่ะครับ นึกภาพตามนะครับ)

สรุปว่าอดขึ้นครับ ไม่แน่ใจวันนี้ปิดเร็ว หรือว่าไม่เปิดเพราะเหตุอะไรครับ
บางอย่างที่เตรียมตัวมาหรือดูเวลามาดีแล้วก็อาจเจอเหตุไม่คาดฝันเช่นนี้ได้ครับ
แต่ก็ดีที่การเที่ยวเองทำให้เราปรับเปลี่ยนแผนได้ตามใจชอบครับ ไม่เป็นไร วันนี้ถือว่าคุ้มแล้วล่ะครับ
Posted by: Chanarong, June 21, 2008, 12:20am; Reply: 240
ได้แต่มองชิงช้าสววรค์ที่อยู่ข้างนอกด้วยความเสียดายครับ
Posted by: Chanarong, June 21, 2008, 12:22am; Reply: 241
ที่บริเวณเดียวกันนี้มีขายของกระจุ๊กกระจิ๊ก ของต่างๆของผู้หญิงด้วยครับ
Posted by: Chanarong, June 21, 2008, 12:27am; Reply: 242
ออกมาด้านนอก เดินเล่นถ่ายรูปสักพัก ก็คิดว่าวันนี้ได้เวลากลับแล้ว 5ทุ่มกว่า เดี๋ยวรถไฟหมดจะยุ่ง
ในรูปเป็นวิวที่มองจากบริเวณอาคารที่จะขึ้นชิงช้าสววรค์ครับ มองไปเห็นคลอง ต้องเดินข้ามไป
ก็จะเจอบริเวณที่เป็นถนนที่เดินมาตอนแรกครับ และมองไปไกลๆตรงที่แสงไฟเยอะๆในภาพนี้
น่าจะเป็นที่ที่มีป้ายกูลิโกะยักษ์ที่ทุกคนที่มาที่นี่ต้องไปถ่ายภาพกัน
แต่ผมเดินไปไม่ถึงครับเลยไม่ทันเห็นว่ามีป้ายกูลิโกะไหม
Posted by: Chanarong, June 21, 2008, 12:28am; Reply: 243
อีกรูปกับ Ebisu Tower ก่อนจาก
มองจากข้างล่างขึ้นไปดูใหญ่โตมากเลยครับ
Posted by: Chanarong, June 21, 2008, 12:36am; Reply: 244
เดินกลับมาทางเก่าที่สถานีรถไฟใต้ดิน Namba นั่งรถไฟสายสีแดง เดินทาง2สถานี
ลงที่สถานี Dobutsuen-mae เดินอีกนิดก็ถึงที่พักแล้วครับ

ในรูป เวลา23.24น. ที่สถานีSubway Nambaครับ คงได้ใช้Unlimited Passเป็นครั้งสุดท้ายของวันนี้แล้ว
Posted by: Chanarong, June 21, 2008, 1:09am; Reply: 245
นั่งรถไฟแค่3นาที ออกจากสถานีDobutsuen-mae เดินข้ามถนนนี้แป๊บเดียวถึงที่พัก
แล้วก็ต้องพึ่งพาเจ้าสิ่งนี้(รูปที่2)ครับ และแล้วก็หลับเป็นตาย ตั้งแต่5ทุ่มกว่า

จบแล้วครับสำหรับการเดินทางวันแรก นี่แค่วันแรกเองนะครับ ยังเหลืออีก7วันแน่ะ
วันเดียวก็ได้เที่ยวได้เจอเรื่องราวมากมาย ทั้งสถานที่ ผู้คน อาหารการกิน
อาจมีหลงบ้าง พลาดโปรแกรมบางอย่างบ้าง แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ไม่อาจลืมเลยครับ

สำหรับ Osaka Unlimited Pass 2000เยนนั้น คิดว่าคุ้มมากครับ
ขนาดผมเริ่มใช้ก็บ่ายกว่าแล้ว ถ้าใครใช้แต่เช้านี่คุ้มสุดๆครับ
ลองสรุปคร่าวๆว่าใช้อะไรบ้าง

ปราสาทโอซาก้า 600 เยน
รถtramในปราสาทโอซาก้า 200 เยน
ชมวิวWTC 800 เยน
เข้าShinsegai Food Entertainment 315 เยน
รวม 1915 เยน
ยังไม่รวมค่ารถSubwayครับ ที่นั่งรถเกือบ10ต่อ
ถ้ารวมก็เกิน2000แน่ๆ และไม่นับที่พลาดนั่งเรือSanta Mariaและชิงช้าสววรค์อีกครับ

บอกแล้วว่ายังงัยก็คุ้มครับ แต่ถ้าของฟรี27อย่างไม่อยู่ในแผนการเที่ยวเลยก็อาจไม่คุ้มได้

วันที่2มีโปรแกรมไป Universal Studio Japanครับ ยกเวลาให้ทั้งวันเลย
ผมชอบแนวๆนี้อยู่แล้ว ของเล่น สวนสนุก การ์ตูน อะไรพวกนี้ขอให้บอกเลยครับ
วันที่3 ไปลุยเกียวโตครับ แล้วช่วงค่ำค่อยตรงยาวไปโตเกียว
รอติดตามต่อนะครับ จะโพสให้จบ3วันแรกแล้วค่อยขึ้นกระทู้ใหม่ครับ ไม่งั้นกระทู้ยาว30หน้าแน่เลย
(โพสครั้งหน้าเดี๋ยวจะรีวิวที่พักให้ก่อนนะครับ)
Posted by: supersafe, June 26, 2008, 10:28pm; Reply: 246
คิดถึงโอซาก้าจัง
Posted by: onin, July 3, 2008, 2:59pm; Reply: 247
ตามอ่าน ไปตั้ง8 วัน แค่วันแรกก็ 8 หน้าแล้วครับ เยี่ยมจริงๆ มาต่อเร็วๆนะครับ ไปคนเดียวใช่ไหมครับ น่าสนุกจริงๆ ก่อนแต่งทำไมไม่ไปแบบนี้บ้าง :(

ถ้าต่อวันที่ 3 ขอกระทู้ใหม่ก็ได้นะครับ จะได้ดูย้อนหลังง่ายๆ มีโครงการจะไปเอง แต่เด็กสองจะไหวไหมเนี่ย
Posted by: chompoo_ph, July 4, 2008, 3:02pm; Reply: 248
Quoted from supersafe
คิดถึงโอซาก้าจัง



เพิ่งรู้ว่า "โอซาก้า" เป็นผู้หญิง
Posted by: Chanarong, July 8, 2008, 11:45pm; Reply: 249
มาแล้วคร้าบบบบบ หลังจากหายไปนาน ช่วงที่ผ่านมางานเยอะไม่มีเวลาโพสเลยครับ
คราวนี้มาต่อแล้ว ครั้งก่อนผ่านไป1วันแล้วนะครับ สำหรับญี่ปุ่นและโอซาก้า
วันแรกกลับถึงที่พักก็สลบเป็นตายตั้งแต่5ทุ่มกว่าเลยครับ
เลยไม่มีเวลาถ่ายรูปในที่พักให้ดูละเอียด

เอ้า คราวนี้มารีวิวที่พักครั้งนี้กันก่อนเลยครับ
Business Hotel Chuo New Annex
เป็นHostelครับ ราคาไม่แพง แค่700กว่ายฃบาทต่อคนต่อคืนเองครับ
จองผ่านทางHostelworldครับ
Hostelนี้น่าจะสร้างต่อจาก Hotel Chuoครับ ถึงมีชื่อว่าNewด้วย พอไปเจอจริงๆก็อยู่ข้างๆกันเลย
ดูแผนที่ก่อนเลยครับ

รูปแรก ทางสีเทาๆคือ JR Lineครับ
โรงแรมจะอยู่แถว Tennoji Area แต่อย่าไปลง Tennoji Stationนะครับ
ถ้านั่ง JR ให้ลง JR Shin-Imamiya จะใกล้กว่า
Posted by: Chanarong, July 8, 2008, 11:51pm; Reply: 250
จะเห็นว่าที่ตั้งโรงแรมอยู่ส่วนล่างของ Osaka Loop Line นะครับ โดยทำเลจริงๆแล้วไม่ถึงกับดีมาก
เพราะพอตกดึกแถวๆนั้นจะไม่มีที่เที่ยวที่เดินเท่าไหร่ครับ ถ้ากลับช้าก็กลัวรถไฟหมด
แต่การเดินทางโดยรถไฟของที่นี่ก็ใช้เวลาไม่มากครับ เรื่องทำเลก็เลยไม่มีปัญหามากนัก

รูปนี้ให้ดูแผนที่ใกล้เข้ามาอีก จากในรูปเห็นกรอบสี่เหลี่ยมบนซ้าย เป็น สถานีJR Shin-Imamiyaครับ
ทางล่างขวาเป็นสถานีSubway Dobutsuen-mae ตรงวงกลมแดงๆคือ Hotel Chuo เดิมครับ ไม่ใช่ที่เราจะพัก
แต่อยู่ติดๆกันเลย
Posted by: Chanarong, July 8, 2008, 11:55pm; Reply: 251
อีกรูป คล้ายๆรูปที่แล้ว อันนี้เห็นทั้ง Hotel Chuo เดิม และ New Annex ที่เราจะไปพักครับ
ด้านล่างๆลงมาเห็น Hotel Raizan และ Mikado ซึ่งเป็นHostelที่ราคาแพงขึ้นมาอีกนิด
ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจครับ และรู้สึกว่าจะมีห้องให้อาบน้ำแบบญี่ปุ่นด้วย
แต่ผมขอราคาถูกๆไว้ก่อนสำหรับที่โอซาก้า(เดี๋ยวที่โตเกียวแพงหน่อยครับ เลยต้องให้Balanceนิดนึง)

จากรูปนี้ ถ้าใครจะไปพักจำให้ดีครับ
เดินทางมาได้2วิธี JR หรือ Subway
ถ้าJR ลงสถานี Shin-Imamiyaครับ ออกมานอกสถานีด้านหน้าเราจะเป็นทิศตะวันออกในรูปครับ
มองไปซ้าย เดินไปหน่อยจะเจอ Festival Gate(ห้างที่มีรถไฟเหาะ) เลยไปอีกเจอ Tsutenkaku Towerหอชมวิว
มองไปขวา เดินไปนิดนึงจะเจอ4แยก ให้เลี้ยวซ้ายข้ามถนน ตรงไปก็เจอโรงแรมครับ
(ลองดูจากแผนที่ก่อนครับ แล้วเดี๋ยวไปดูรูปจริงๆกัน)
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 12:02am; Reply: 252
ส่วนรูปนี้ ถ้ามาจากSubway ให้ลงสถานี Dobutsuen-mae ครับ
ออกทางออก3 ก็จะข้าม4แยกมาแล้ว เดินไปอีกนิดก็ถึงเลย
ออกทางออก1 ก็เช่นกันแต่จะเลยโรงแรมไปนิดให้เดินย้อนกลับครับ
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 12:07am; Reply: 253
คราวนี้มาดูของจริงนะครับ
เดินออกจากสถานี JR Shin-Imamiya มองไปซ้ายมือก็เห็น ห้างFestival Gateอยู่อีกฝั่งถนนเลย
ใกล้มากเดินไม่กี่ก้าวก็เห็นครับ แต่เราไม่ไปทางนั้น ให้เดินไปทางขวาแทน
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 12:09am; Reply: 254
เดินไปทางขวา ไม่กี่ก้าวเช่นกัน ก็จะเจอ4แยกแบบนี้
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 12:12am; Reply: 255
ขอเอารูปเดิมมาโพสซ้ำครับ
พอถึง4แยก มองไปฝั่งนู้น ข้ามทางม้าลายนี้ไป รอสัญญาณไฟคนข้ามก่อนครับ
(แต่ที่นี่ไม่มีเสียงดังติ๊ดๆเท่าฮ่องกงครับ)

รูป2 ข้ามไปแล้วมองกลับมา (ถ้ามาจากโรงแรมต้องข้ามทางนี้ไปนั่งJR)
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 12:15am; Reply: 256
ข้ามไปแล้วก็เดินไปตามทางนี้ ไม่น่าเกิน100เมตรครับ เดินแป๊บเดียว
ถ้าลงsubway Dobutsuen-mae ออกทางออก3 ก็โผล่มารูปนี้เลย ไม่ต้องข้ามถนนครับ
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 12:17am; Reply: 257
ระหว่างเดิน มองไปขวามือ อีกฝั่งของถนนก็เห็น Hotel Raizan ดูใหญ่โตดีนะครับ
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 12:19am; Reply: 258
เห็นตึก2หลังคล้ายๆกันครับ อันแรกที่เจอก่อน สีออกน้ำตาล คือ Hotel Chuoเก่าครับ
อันหลังสีขาวๆหน่อย คือ Chuo New Annex
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 12:20am; Reply: 259
เดินผ่าน Hotel Chuoไป
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 12:23am; Reply: 260
ถัดไป ข้างๆกันเลยครับ ถึงแล้ว Hotel Chuo New Annex
คูราคาตามป้าย Single พักคนเดียวคืนละ 2500 เยน ก็ 750บาทเองครับ
ด้านหน้าดูเรียบง่ายดี
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 12:28am; Reply: 261
เปิดประตูเข้าไป มองขวาก็เจอCounter Receptionแบบนี้ครับ มีคุณลุง(เจ้าของรึเปล่าไม่รู้)รอต้อนรับอยู่
ลุงไม่ค่อยยิ้ม แต่จริงๆแล้วดูท่าทางใจดีนะครับ
ไปถึงก็ยื่นเอกสารที่พิมพ์จากเวปตอนจองห้องให้ลุง และจ่ายเงินที่เหลือเป็นเงินเยน ลุงก็ให้กุญแจห้องมาครับ
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 12:29am; Reply: 262
ด้านข้างCounter มีเอกสารท่องเที่ยวหยิบฟรีได้ครับ มีขายพวกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้ด้วย ใครหิวดึกๆก็มีให้กิน
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 12:32am; Reply: 263
นี่ลุงอีกคน คอยมาเปลี่ยนเวรกะลุงเมื่อกี๊ครับ เท่าที่อยู่3วันก็เห็น2คนนี้แหละ
ที่นี่เขาเปิด24ชม.เลยครับ เป็นข้อดีอีกอย่างนึงของที่นี่ ซึ่งโรงแรมประเภทHostelบางที่จะมีเคอฟิว ปิดตอน24น.
ใครกลับดึกก็อดเข้า
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 12:36am; Reply: 264
มองภาพกว้างๆครับ บริเวณหน้า Counter ถ้าเดินไปตามทางที่คุณผู้ชายกำลังเดินไปก็จะไปขึ้นลิฟท์ หรือ บันไดไปชั้นบน
และเป็นทางไปห้องอาบน้ำ(เดี่ยว)และห้องน้ำ ครับ
ถ้าเดินมาทางที่ผมถ่ายรูปอยู่ก็จะเป็นห้องโถงรวมครับ
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 12:42am; Reply: 265
มองมาทางห้องโถงก่อน ก็เจอโต๊ะให้นั่งเล่นนั่งคุยกันได้
ถัดไปมีComputerให้ใช้3เครื่อง เล่นเน็ตได้ ใช้ฟรีครับ แต่อาจต้องต่อคิว ตามมารยาทถ้ามีคนต่อไม่ควรใช้เกิน1ชม.

มองไปด้านซ้ายเห็นห้องโถงทั้งหมด มีโต๊ะอีกหลายตัวเลย ตรงที่เป็นชั้นๆคือVDOให้ยืมฟรี ครั้งละ3ม้วน
ตรงที่มีคนนั่งอยู่จะมีสายLANสำหรับคนที่เอาNotebookมา ต่อInternetเล่นได้
แต่ถ้าจะใช้Wirelessในห้องตัวเองก็ฟรีเหมือนกันครับ
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 12:45am; Reply: 266
มีMicrowaveให้ใช้ฟรีครับ อุ่นมาม่าที่เอามาเองก็ได้ หรือจะอุดหนุนที่วางหน้าcounterก็ได้
มีตู้ปลาสวยงามไว้นั่งดูเล่น
Posted by: Chanarong, July 9, 2008, 12:49am; Reply: 267
เดินไปสุดห้องแล้วมองกล