Print Topic - Archive
HFlight.net จองโรงแรม รีวิวสายการบิน ท่องเที่ยว การเดินทาง / China Travel Guide / ท่องเส้นทางสายไหม ณ เขตปกครองตนเองซินเจียง
Posted by: 28405, May 9, 2008, 11:03am
ทริปเส้นทางสายไหมที่เมืองจีน ทัวร์ไปได้แค่ 2-3 เดือนต่อปีเท่านั้นเอง
ไปกับทัวร์ชื่อ FAIR HOLIDAY จากอูรูมูฉี-ทูรูฟาน-ซ่านซั่น-ฮามี-ไปตุนหวง-ก่อนกลับทางเดิมมายังอูรูมูฉี เห็นเขาเช่าเครื่องบินเหมาลำไปเลย กรุ๊ปทัวร์ราวๆ 40 กว่าคนครับ แต่มีทัวร์อื่นๆที่มาพร้อมกันอีก2-3ทัวร์ เหมามาด้วยกัน
รูปข้างล่างคือ บรรยากาศสนามบินอูรูมูฉี



Posted by: 28405, May 9, 2008, 11:04am; Reply: 1
ตัวเมืองอูรูมูฉี เจริญกว่าที่คิดไว้


Posted by: 28405, May 9, 2008, 11:05am; Reply: 2
วิวระหว่างเดินทางขึ้นไปชมเทือกเขาเทียนซาน


Posted by: 28405, May 9, 2008, 11:06am; Reply: 3
ป่าแถวเชิงเขา ค่อนข้างแห้ง

Posted by: 28405, May 9, 2008, 11:07am; Reply: 4
ธารน้ำที่ละลายจากหิมะบนเขาเทียนซาน

Posted by: 28405, May 9, 2008, 11:08am; Reply: 5
จุดชมพักที่หนึ่ง(เปลี่ยนรถ)



หลังจากขึ้นไปต้องไปเปลี่ยนรถที่จุดพักที่สองอีกครั้งแต่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้
อากาศหนาวมากๆ
Posted by: 28405, May 9, 2008, 11:11am; Reply: 6
วิวทะเลสาบสวรรค์ (เทียนฉือ) บนยอดเขาเทียนซาน สวยดีได้บรรยากาศยุโรป อากาศหนาว ทะเลสาบน้ำแข็งยังไม่ละลายเลย บนภูเขาเขียวกว่าด้านล่างเยอะเลย

(ถ่ายภาพไว้ 4 ภาพแล้วเอามาต่อรวมกัน จะได้เห็นวิวรอบๆ)
Posted by: 28405, May 9, 2008, 11:12am; Reply: 7
ระหว่างลงเขาจากจุดชมวิว ทะเลสาบ ไปจุดพักที่ 2

Posted by: 28405, May 9, 2008, 11:13am; Reply: 8
Posted by: 28405, May 9, 2008, 11:16am; Reply: 9
เดินทางออกจากเมืองอูรูมูฉี ไปยังเมืองทูรูฟาน ค่อนข้างไกล ใช้เวลาเกือบ 4 ชั่วโมง

ระหว่างทางมีฟาร์มกังหันลมของประเทศจีน เห็นไกด์บอกว่าจุดนั้นเป็นช่องของเทือกเขาเทียนซานพอดี ลมเลยแรง (ลมแรงมากๆจริงๆ ตัวแทบปลิวเลย) แวะชมวิวเล็กน้อย ก่อนเดินทางต่อ

วิวรอบๆค่อนข้างแห้งแล้ง ทะเลทราย มีต้นไม้ขึ้นน้อยมากๆ

Posted by: 28405, May 9, 2008, 11:17am; Reply: 10
ถึงเมือง ทูรูฟาน แวะร้านอาหารมุสลิม

ป้ายแหล่งท่องเที่ยวของทูรูฟาน ถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึก

Posted by: 28405, May 9, 2008, 11:19am; Reply: 11
ไปยังเจดีย์ซูกง ปัจจุบันเป็นมัสยิด ถ่ายได้แต่ข้างนอก เขาห้ามถ่ายห้องภายใน

วิวจากบนหอ ลงมายังลานเสียงสะท้อน ถ้าอยู่ตรงกลางแล้วทำเสียงจะได้ยินเสียงสะท้อน

Posted by: 28405, May 9, 2008, 11:21am; Reply: 12
แวะฟาร์มองุ่น ช่วงที่ไปไม่ใช่หน้าองุ่นเลยไม่ได้ซื้อองุ่นสดกลับมา ได้ซื้อแต่องุ่นตากแห้ง ราคาถุงละ 10 หยวนเองมั้ง


Posted by: 28405, May 9, 2008, 11:24am; Reply: 13
ภาพจำลอง คันเอ๋อจิ่ง ระบบชลประทานโบราณของเมืองทูรูฟาน เอาน้ำจาำกน้ำที่่ละลายจากหิมะบนยอดเขาเทียนซาน ซึมผ่านชั้นดินลงมา โดยท่อทุกท่อต้องหันเข้าหาเทือกเขา

ผู้ใหญ่บ้านใจดี เอาองุ่นตากแห้ง เอาไวน์มาให้ชิมใหญ่เลย (สุดท้ายก็ซื้ออีกตามเคย) ราคาแพงกว่าร้านแรก แต่คุณภาพดีกว่า มีหลายชนิดให้เลือก

เด็กๆในบ้านผู้ใหญ่บ้าน เค้าออกมาเต้นรำสไตล์ซินเจียงให้ดู

Posted by: 28405, May 9, 2008, 11:25am; Reply: 14
ถึงโรงแรมที่พัก มีการเต้นรำต้อนรับพร้อมเล่นดนตรีด้วย


Posted by: 28405, May 9, 2008, 11:27am; Reply: 15
วันที่ 3บรรยากาศหน้าโรงแรมที่พัก ตอนเช้า

ออกเดินทางอีกครั้งไปชมภูเขาเปลวเพลิงจากเรื่องไซอิ๋ว ว่ากันว่าพระถังซำจั๋งได้เดินทางผ่านที่นี่ำไปจริงๆ
2 อันนี้ถ่ายผ่านกระจกเลยไม่สวย อันที่เห็นชัดๆติดคนเลยไม่ได้เอามาลงให้ดู


รูปปั้นจำลองพระถัง

Posted by: 28405, May 9, 2008, 11:29am; Reply: 16
Posted by: 28405, May 9, 2008, 11:31am; Reply: 17
ออกเดินทางอีกครั้งไปเมืองฮามี
บรรยากาศแห้งแล้งอีกแล้ว


Posted by: 28405, May 9, 2008, 11:32am; Reply: 18
แวะรับประทานอาหารที่เมืองฮามี แล้วนอนที่โรงแรม (ไม่ได้ถ่ายไว้ เหนื่อยแล้ว เดินทางทั้งวัน)


Posted by: 28405, May 9, 2008, 11:35am; Reply: 19
Posted by: 28405, May 9, 2008, 11:36am; Reply: 20
Posted by: 28405, May 9, 2008, 11:50am; Reply: 21
แวะชม ถ้ำพระเมาะเกาคู หนึ่งในมรดกโลก ของประเทศจีน อายุเป็นพันปีแล้ว ลักษณะเป็นถ้ำ 700 กว่าถ้ำ ภายในมี รูปพระพุทธรูปปั้นอยู่ มีลวดลายฝาผนังวาดไว้สวยงาม สร้างขึ้นในสมัยเกาชาง ยุคที่พระพุทธศาสนายังรุ่งเรือง ช่วงที่พระถังซำจั๋งผ่านมา สร้างไว้ให้คนได้เข้าไปฝึกพระธรรมภายในภ้ำ และศักการะเพื่อให้เดินทางค้าขายบนเส้นทางสายไหมด้วยดี มีการบูรณะในราชวงศ์ต่างๆของจีนมาต่อเนื่อง ต่อมาคนฝรั่งเข้ามาเจอ ก็ขนรูปภาพฝาผนังลอกออกจากผนังลอกใส่ถุงพลาสติกกลับบ้านไปหลายถ้ำ
เดิมถ้ำนึงมีคำภีร์ทางพระพุทธศาสนาซ่อนอยู่เต็มถ้ำเป็นพันเล่ม ค้นพบโดยคนทำความสะอาดโดยบังเอิญ แต่คนค้นพบไม่เห็นคุณค่า ไม่รู้หนังสือ จึงขายไปหมดเลย แต่ปัจจุบันคำภีร์เหล่านี้เหลืออยู่ที่จีนเพียงไม่กี่ร้อยเล่ม อีกหลายร้อยเล่นกระจายไปอยู่ต่างประเทศหมดแล้ว
ประตูทางเข้า

ปัจจุบันหลังจากได้เป็นมรดกโลก รัฐบาลจีนได้สร้างหน้าผาและประตูสำหรับแต่ละถ้ำขึ้น เพื่อรักษาให้คงอยู่ต่อไป และกันขโมย

บางถ้ำเป็นพระพุทธรูปใหญ่โตมาก ต้องสร้างอาคารครอบ 5 ชั้น ในราชวงศ์อะไรสักอย่าง จำไม่ได้
สิ่งก่อสร้างที่เป็นไม้ในรูปเป็นของโบราณ


วิวรอบๆ

Posted by: 28405, May 9, 2008, 11:52am; Reply: 22
รูปปั้นเทพธิดาถือพิณ พบเป็นภาพวาดในถ้าพระเมาะเกาคู ปัจจุบันเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองตุนหวง

ล๊อบบี้ของโรงแรม


ห้องภายใน หรูดี

Posted by: 28405, May 9, 2008, 11:58am; Reply: 23
วันที่ 5หน้าโรงแรม

Posted by: 28405, May 9, 2008, 12:01pm; Reply: 24
หน้าทางเข้าทะเลทรายหมิงซาซาน (ไปชมเนินทราย)


อูฐกะป้าย

ขี่อูฐตะลุยเลย โยกไปโยกมา ตอนมันขึ้นนี่โยกสุดๆ ถ้าจะขึ้นไปยอดเนินทรายต้องจ่ายเพิ่ม 30 หยวนเท่านั้น

ขอบฟ้า

เป็นคาราวาน

วิวโดยรอบ

เงาอูฐ

Posted by: 28405, May 9, 2008, 12:08pm; Reply: 25
วิวบนจุดยอดสุดของเนินทราย ต้องเสียค่าขึ้นอีก 10 หยวน พร้อมกับปีนขึ้นไปเอง สูงมากๆ แต่วิวสวยคุ้มค่าเหนื่อย


มีเล่นสไลด์ทราย เหมือนๆกะที่ภูเขาหิมะ แต่เล่นไปเป็น เลยแต่ละคนไหลไปแบบเอื่อยๆ ส่วนใหญ่หยุดระหว่างทางหมดเลย ต้องตะกุยทรายพายไปกันเอง

อูฐนั่งรอคนมาขึ้นไปเที่ยวทะเลสาบเสี้ยวพระจันทร์

Posted by: 28405, May 9, 2008, 12:13pm; Reply: 26
ทะเลสาบเสี้ยวพระจันทร์ แหล่งน้ำกลางทะเลทรายที่ไม่เคยแห้ง ลักษณะเหมือนชื่อเลย

จากนั้นก็ออกจากทะเลทราย นั่งรถออกจากตุนหวงกลับฮามี 6ชั่วโมงอันยาวนาน ไร้ห้องน้ำ (เริ่มชิน เตรียมตัว กินน้ำน้อยๆ เลยรอดมา หลายคนต้องลงไปทำธุระกลางทะเลทรายเลย)
ก่อนกลับตุนหวง ภาพเมืองก่อนจาก

หน้าร้านอาหารที่ตุนหวงที่ไปกิน

รถทัวร์ของเรา

Posted by: 28405, May 9, 2008, 12:14pm; Reply: 27
วิวระหว่าง 6 ชั่วโมง


Posted by: 28405, May 9, 2008, 12:18pm; Reply: 28
วันที่ 6โรงแรม ณ เมืองฮามี ที่นี่เค้าทำห้องน้ำแปลกมากๆๆๆๆๆๆ ห้องน้ำผนังรอบทำด้วยกระจกขุ่น แบบเห็นคนอาบลางๆ ...
ที่ฮามีขึ้นชื่อเรื่องแตงมาก แต่หน้าที่เราไปไม่มีแตงให้กิน
แตงปลอมหน้าล๊อบบี้โรงแรม

Posted by: 28405, May 9, 2008, 12:22pm; Reply: 29
Posted by: 28405, May 9, 2008, 12:25pm; Reply: 30
กลับมาโรงแรมอีกครั้งมารับประทานอาหาร
รู้สึกที่นี่จะอวดแตงจริงๆ


คนจีนเค้าประหยัดพลังงานกว่าคนไทยสะอีก

แล้วก็เริ่มเดินทางอีกครั้งไปยังเมืองซ่านซั่น ซึ่งเคยผ่านมาแล้วไปตอนจากทูรูฟานไปฮามี เป็นเมืองเล็กๆที่อยู่ระหว่างทาง
เดินพักที่ซ่านซั่นหนึ่งวัน
Posted by: 28405, May 9, 2008, 12:27pm; Reply: 31
วันที่ 7อาหารเช้าที่ห้องอาหาร อาหารจีนก็อร่อยใช้ได้ ไม่อดอยาก มาม่าที่ซื้อเตรียมไว้ กินไปแค่ 4 ห่อเองมั้ง


หน้าโรงแรมที่ซ่านซั่น


จากนั้นเดินทางเล็กน้่อยไปชมทะเลทรายบริเวณนี้ (เป็นทะเลทรายเดียวกับที่ตุนหวง ทะเลทรายนี้ใหญ่มากๆ)
หน้าทางเข้า

แผนที่

Posted by: 28405, May 9, 2008, 12:30pm; Reply: 32
Posted by: 28405, May 9, 2008, 12:31pm; Reply: 33
จากนั้นก็เดินทางอีกครั้งไปชมถ้ำพระอีกแห่งหนึ่ง
สวนองุ่น

นี่คือที่ตากแห้งองุ่น ที่นี่ทำโดยวิธีธรรมชาติ โดยใช้ลมพัดความแห้งให้องุ่นแห้ง

Posted by: 28405, May 9, 2008, 12:40pm; Reply: 34
หน้าทางเข้าถ้าพระ เป็นภูเขาสวยเลย



คำบรรยายก่อนเข้า ชื่อถ้ำ คือ Bezekelike Thousand Bhuddas Caves.

อ่านว่าอะไรไม่รู้ แปลไม่ออก

ทางเดินหน้าถ้า ได้รับการบูรณะแล้ว เดิมเป็นเมืองจริงๆ เป็นถ้ำพระพุทธศาสนา เดิมเป็นที่ฝึกธรรมศาสนา และ เป็นแหล่งศาสนาของอาณาจักร ต่อมาอาณาจักรนี้ล่มสลายหายไป ปัจจุบันภายในไม่มีพระพุทธรูปเหลือแล้ว โดนฝรั่งฉกขนกลับประเทศไปหมด ภาพฝาผนังโดนทรายทำลายอย่างหนัก บวกกับช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม
มีการโยนทรายใส่ฝาผนังจนเสียหาย ในอดีต เนื่องจากดินแดนแห่งนี้เป็นอิสลามไปแล้ว จึงไม่ได้มีใครสนใจ ปล่อยปะละเลย ฝรั่งเลยมาเลื่อยผนั่งขนไปทั้งแผ่นเลย มีการพบฝาผนังที่ต่างประเทศ ซึ่งเมื่อนำมาใช้คอมเทียบแล้ว ลงตัวกับที่หายไปพอดี ปัจจุบันยังไม่ได้คืน มีแค่รูปภาพถ่ายจากกล้องติดกรอปห้อยไว้บนส่วนที่หายไป ยิ่งฟังยิ่งเกลียดฝรั่ง... ทำกับศาสนาอื่นได้ถึงเพียงนี้

มีการขายของอีกแล้ว

ระหว่างออกจากถ้ำเห็นลำธารสายเดียวกับที่ผ่านถ้ำลัดเลาะตามซอกเขามา

Posted by: 28405, May 9, 2008, 12:44pm; Reply: 35
Posted by: 28405, May 9, 2008, 12:45pm; Reply: 36
มานอนที่โรงแรมห้าดาวที่อูรูมูฉี (ดีมากๆ ดีที่สุดในทริปนี้แล้ว) ชื่อ MIRAGE

ห้องน้ำสวย

Posted by: 28405, May 9, 2008, 12:55pm; Reply: 37
Posted by: 28405, May 9, 2008, 12:56pm; Reply: 38
ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์เมืองอูรูมูฉี ห้ามถ่ายภายใน เลยถ่ายได้แค่ที่โถงข้างนอก

มีนักเรียนมาเที่ยวชมพอดี

ขายของอีกแล้ว

Posted by: 28405, May 9, 2008, 12:58pm; Reply: 39
Posted by: 28405, May 9, 2008, 1:00pm; Reply: 40
Posted by: 28405, May 9, 2008, 1:01pm; Reply: 41
เื่นื่องจากหิมะตกหนัก เครื่องเลยดีเลย์ นอนต่ออีกคืน หุหุ


Posted by: 28405, May 9, 2008, 1:06pm; Reply: 42
Posted by: 28405, May 9, 2008, 1:12pm; Reply: 43
Review เลยนะ
ทริปนี้เหนื่อยหน่อย ตรงที่เดินทางเยอะ ถ้าใครไม่ชอบนั่งรถก็อย่าไปเลย แต่กรุ๊ปเราเฮฮาดี
อาหารจีนที่นี่กินได้ ไม่อดอยาก อาหารจะออกแนวเค็มๆและมันๆนะ ถ้าใครไม่ชอบแนวนี้ก็เอาอาหารสำรองไปด้วย พริกน้ำปลาช่วยได้มาก ตั้งแต่เดินทางมาไม่เจอ McDonald เลย เจอแต่ KFC
อากาศที่นี่เปลี่ยนเยอะมาก อุณหภูมิตอนที่ไปมีตั้งแต่ -6(ตอนเช้าๆหิมะตก) ถึง 26 องศาเซลเซียส (ที่ทูรูฟาน)
แหล่งที่เที่ยวก็แปลกตาดี แต่ไม่ตระการตาเท่าที่ปักกิ่ง ชอบที่ปักกิ่งมากกว่า แต่ที่นี่ดีอย่างตรงที่ขายของน้อยกว่าที่ปักกิ่ง
ผลไม้ที่นี่มีเยอะ แต่ช่วงที่ไปไม่ใช่หน้าเลยไม่ได้กิน องุ่นที่นี่อร่อยดี หวานหอม
***ที่นี่คนที่พูดภาษาอังกฤษได้มีน้อยมาก ไกด์ที่พูดภาษาไทยได้ไม่มีเลย ภาษาอังกฤษก็มีน้อย ควรพูดจีนเป็น หรือไม่ก็ไปกับคนที่พูดจีนได้ จะได้ต่อสะดวก
ขอบคุณที่ตามชมครับ กว่าจะโหลดรูปเสร็จเป็นวันเลย --------------------------------------------------------------------------
Posted by: G.K.T.@SWU, May 9, 2008, 5:00pm; Reply: 44
สวยดีครับ ขอบคุณครับที่เอามาใช้ชม...
Posted by: AIRBUS319, May 9, 2008, 6:47pm; Reply: 45
เที่ยวคุ้มดีนะครับ ได้เจออากาศทุกแบบเลย สถานที่แต่ละแห่งก็น่าตื่นตาดีครับ
ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย ขอบคุณที่นำมาให้ชมครับ
Posted by: sexykung, May 9, 2008, 9:00pm; Reply: 46
ว้าวตื่นเต้นกับหิมะอะ อยากสัมผัสจังเลย ขอสักครั้งในชีวิตทีเถอะ สาธุๆๆๆๆ
Posted by: uniwing, May 11, 2008, 7:56pm; Reply: 47
ชอบดูสารคดี เส้นทางสายไหม... สมัยก่อน ค่ายไหนทำหว่า...จำไม่ได้
เห็นภาพกลางทะเลทราย บนเส้นทางสายไหมแล้ว นึกถึงความมหัศจรรย์
ของการเกิดขึ้นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งการปักหลักพระุพุทธศาสนาในจีน
พระถังซัมจั๋ง ได้เดินทางไปอัญเชิญพระไตรปิฏก.....บนเส้นทางสายไหมนี้แหละ
สมัยเด็กๆนึกว่าเป็นนิยายที่ไหนด้ายเป็นเรื่องจริงอ่ะ... :)ขอบคุณมากมายสำหรับรีวิว ;)
.......................................
อ่านพอเป็นไอเดียนะคับ.... :)
Quoted Text
ภาพอักษร ศิลาจารึกระบุว่า มีแผ่นดินไหวและแสงสว่าง 5 สี บนท้องฟ้า
สมัย ราชวงศ์โจว มีการบันทึกประวัติศาสตร์เหตุการณ์อัศจรรย์ที่เกิดขึ้นจริงในสมัยนั้น เหตุการณ์หนึ่งบอกว่า
“ในสมัย กษัตริย์ โจวเจา (โจวเจาหวัง แปลว่า กษัตริย์โจวเจา) ปีที่ 26 เดือน 4 วันที่ 8 (นับแบบจีนโบราณ) ได้เกิดเหตุในเมืองจีนคือ1.น้ำขึ้นในแม่น้ำ(ซึ่งปกติเป็นช่วงน้ำลด) 2.น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติมีน้ำผุดขึ้นมาจนล้นทุกแห่ง3.แผ่นดินไหว 4.มีแสงสว่าง 5 สี (สำนวนจีนแปลว่าหลายสี) พวยพุ่งไปบนท้องฟ้า ส่องสว่างไปถึงยังนอกอวกาศ สุดลูกหูลูกตา ทำให้กษัตริย์ โจวเจา รู้สึกประหลาดใจ จึงสอบถามอำมาตย์ว่าเกิดอะไรขึ้น อำมาตย์ได้กราบทูลตอบว่า “ในทิศตะวันตก(ของจีน)ได้มีอริยบุคคล บังเกิดขึ้นแล้ว” กษัตริย์ โจวเจา จึงถามว่า “แล้วเราจะได้พบคำสอนของท่านผู้นั้นหรือไม่” อำมาตย์ตอบว่า “คำสอนของท่าน(อริยบุคคลนั้น)จะเผยแผ่เข้ามาในแผ่นดินจีนอีก 1 พันปีข้างหน้า” กษัตริย์ โจวเจาจึงมีรับสั่งให้บันทึกเหตุการณ์นี้ไว้ โดยแกะสลักลงบนแผ่น ศิลาประวัติศาสตร์จีน”
80 ปีต่อมา ถึงยุคกษัตริย์ โจวมู่ ก็มีการบันทึกเหตุการณ์แปลกประหลาดอีก คือได้เกิดเหตุการณ์ แผ่นดินไหว มีลมพัดแรงในเมืองจีนและแสงสว่างคล้ายสีรุ้ง 12 เส้น ส่องมาจากทิศตะวันตก ทาบอยู่บนท้องฟ้าของเมืองจีนตลอดคืน อำมาตย์ทำนายว่า “กายหยาบของอริยบุคคลกำลังแตกดับจากโลกนี้ไป”
ซึ่งวันที่ถูกจารึกในสมัย กษัตริย์โจวเจา ได้ตรงกับ วันประสูติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ส่วนวันที่ถูกจารึกในสมัย กษัตริย์โจวมู่ ได้ตรงกับ วันปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เป็นที่น่าอัศจรรย์ที่วันประสูติและปรินิพพานของพระพุทธเจ้าได้เกิด แผ่นดินไหวไปทั่วโลก ซึ่งชาวจีนก็ได้บันทึกไว้ในศิลาจารึกประวัติศาสตร์ของประเทศด้วย
ส่วนในวันตรัสรู้นั้น ได้มีหลักฐานบันทึกไว้ในบทขยายความว่า ก็เกิดเหตุมีแสงสว่างเกิดมาถึงเมืองจีนเช่นกัน
1 พันปีต่อมา ถึงยุคราชวงศ์ ฮั่น ของกษัตริย์ ฮั่นหมิงตี้ พระองค์ฝันเห็นบุรุษในรูปกายทองคำ สูงใหญ่ มีรัศมีเรืองรองกระจายไปทั่ว อำมาตย์ผู้ซึ่งชำนาญในประวัติศาสตร์ของจีน ทำนายฝันว่า “นั่นเป็นภาพของพระศาสดาพระองค์หนึ่ง ที่อยู่ทางทิศตะวันตก ที่เรียกว่า “ฝอ” หรือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งสมัยที่พระองค์มีพระชนม์ชีพก็อยู่ในบริเวณประเทศอินเดีย” อำมาตย์คนที่ 2 ผู้จบการศึกษาสูงสุด กล่าวเสริมว่า “ใช่เลยพระเจ้าข้า เพราะในยุคของกษัตริย์โจวเจา ก็มีบันทึกในศิลาจารึก เรื่องอริยบุคคลในทิศตะวันตกนี้ไว้ ซึ่งตอนนี้ก็ครบ 1 พันปีพอดี ได้ถึงเวลาที่ศาสนาของพระองค์ ควรจะเข้ามาในจีนแล้ว เป็นบุญของพวกเราชาวจีนแล้ว”
กษัตริย์ฮั่นหมิงตี้ จึงส่งคณะทูตอันประกอบด้วยขุนนางผู้มีความรู้จำนวน 18 คนไปอัญเชิญพระพุทธศาสนามาที่เมืองจีน โดยใช้เวลาเดินทางไปกลับถึง 3 ปี ซึ่งคณะทูตทั้ง 18 ได้พบกับพระภิกษุในพระพุทธศาสนาชาวเอเชียกลางผสมกับอินเดีย จำนวน 2 รูป จึงได้นิมนต์ท่านมาที่จีนพร้อมกับพระสูตร พระบรมสารีริกธาตุ และพระพุทธรูป
เมื่อกลับมาถึงจึงได้มีการแปลพระสูตรเป็นภาษาจีนครั้งแรกที่ วัดม้าขาว (ซึ่งปัจจุบัน วัดนี้มีอายุถึง 1,900 ปี แต่เดิมเคยเป็นของความเชื่ออื่นมาก่อน) จึงถือว่าวัดนี้เป็นต้นกำเนิดพระพุทธศาสนาในประเทศจีน
อ้างอิงจาก ซื่อคู่เฉวียนซู : จึปู้ เล่มที่ 21 ซึ่งเป็นหนังสือชุดที่รวบรวมตำราความรู้ของจีนตั้งแต่สมัยราชวงศ์โจว จนถึง ยุคราชวงศ์ชิง
Posted by: HDY, May 11, 2008, 9:28pm; Reply: 48
ขอบคุณมากครับ เมือง Urumqi ตอนหิมะตกสวยดีนะครับ ดูแล้ว ชอบเนินทราย กับทะเลทราย มากเลยครับ ดูแล้วทริปนี้ลุยใช้ได้เลยนะครับ :)
Posted by: zalamy, June 25, 2008, 11:26pm; Reply: 49
สวยมากเลยค่ะ อยากไปมากเลย นี่คือซื้อทัวร์จากที่ไหนคะ ซื้อที่จีน หรือซื้อจากที่ไทยคะ
Print page generated: August 22, 2008, 4:10am