Print Topic - Archive
HFlight.net จองโรงแรม รีวิวสายการบิน ท่องเที่ยว การเดินทาง / Nepal Travel Guide / Series Review Napal #5 เสียดายแทน คนที่ไม่ได้ไป
Posted by: toyubom, March 29, 2008, 2:53pm
เสียดายแทน คนที่ไม่ได้ไปเนปาล เดอะซีรี่ส์ ติดตามย้อนหลังได้ที่
http://www.oknation.net/blog/toymcpUlleri นี้ซิถึงใจ!
คนเราควรนอนวันละ 8 ชั่วโมง
นั้นคือสิ่งที่วิชา สุขศึกษา ได้สอนมาตั้งแต่เยาว์วัย ผมนอน 5 ทุ่ม ตอนนี้ 7 โมงเช้า ก็คงต้องได้เวลาตื่นซักที
เช้านี้จะได้เห็นวิวเทือกเขาหิมะ อันนาปูรณะ และ ยอดเขาหางปลา มัจฉาปูชเร หรือเปล่าหนอ ? เดินออกจากห้อง ด้วยใจที่ตื่นเต้น และ ต้องเต้นยามตื่น (เพราะอากาศหนาว) ไม่เป็นจังหวะ...
เหมือนสวรรค์แกล้ง
แกล้งคนไทย ตัวน้อย ๆ อย่างผม ที่ทำให้ไม่เห็น ความงามของเทือกเขาหิมะ เพราะฟ้าได้ประทาน หมอกสีขาว และเมฆก้อนโต ลงมาบดบังแทน ผมต้องขอโทษท่านผู้อ่านด้วยครับ ที่ไม่สามารถเก็บภาพความสวยงาม ของเมืองโพคารานี้มาฝากได้ อย่าโทษผมเลย โทษสวรรค์ดีกว่า...
เดินลงมา หาอาหารเช้ากิน ด้วยใจที่ห่อเหี่ยว เวลาล่วงเลยได้ไม่นาน Tek (เต็ก) ลูกหาบของเรา ก็มาถึงที่โรงแรม ตามที่ได้นัดหมายกัน
เตรียมความพร้อมเรียบร้อย ก็เริ่มออกเดินทางกัน โดยนั่ง Taxi จากโพคารา ไปยัง Nayapul (นายาปุล) จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ค่าโดยสาร 1,100 รูปี ก็ถือว่าแพงอยู่ หากใครไป แล้วต่อได้ราคาถูก ๆ เมล์มาบอกผมด้วยนะครับว่า ทำไง ?...
นั่งมาไม่เกิน 20 นาที เทือกเขาหิมะ ก็โผล่แย้มออกมาให้เห็น เพียงแวบ ๆ เสมือนจะบอกเป็นนัยว่า ถ้าต้องการเห็นพี่ชัด ๆ น้องก็ต้องเดินเข้ามาใกล้ ๆ พี่กว่านี้อีกหน่อย ครับพี่ ผมจะเดินเข้าไปใกล้พี่ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้แน่ ๆ
การที่คนต่างเชื้อชาติ ต่างศาสนา จะมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันถึง 8 วันเต็ม มันก็ต้องปรับตัวเข้าหากัน พอสมควร ดังนั้นทั้งเรา ทั้งเต็ก ลูกหาบเชื้อสายเนปาลี ต้องเริ่มเรียนรู้นิสัย ซึ่งกันและกัน ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป
Posted by: toyubom, March 29, 2008, 2:56pm; Reply: 1
เกือบ 10 โมงเช้า ก็มาถึงนายาปุล จุดเริ่มต้นในการ Trekking เต็กก็เริ่มจัดแจงผูกกระเป๋าเป้ทั้ง 2 ใบ เพื่อความสะดวกในการแบก ด้วยความที่คนไทยขี้สงสาร นิสัยดังกล่าวจึงตกมายังผมด้วย เลยอาสาสะพายเป้ ของเต็กแทน เพื่อเขาจะได้ไม่หนักมาก ซึ่งเป็นการเรียนรู้นิสัย ซึ่งกันและกัน วิธีนึง เห็นไหม! คนไทยใจดีจะตาย
การใช้ชีวิต ปกติบ้างไม่ปกติบ้างของผม ก็ไม่ได้ต้องใช้แรงขามากมายนัก วัน ๆ ก็แค่ใช้เดินขึ้น เดินลง บันไดต่าง ๆ หรือเป็นการยื่นอยู่เฉย ๆ ในรถไฟฟ้า ทั้งบนฟ้าและใต้ดิน เลยทำให้ทางออกที่ดีที่สุด ในการที่จะต้องมาใช้แรงขามากกว่าปกติ คือการไปฟิตเนส วิ่ง วิ่ง และวิ่ง ก่อนมาเนปาล ถึงหนึ่งเดือนครึ่ง
สิ่งที่ควรเตรียมก่อนการ Trekking
เตรียม กำลังใจ (หากการ Trekking แล้วขาดกำลังใจ จะทำให้จุดหมายนั้นยากกว่าเดิมหลายเท่านัก)
เตรียม ทำใจ (เพราะการ Trekking นั้น เส้นทางข้างหน้า ไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบแน่ ๆ)
เตรียม การหายใจ (เส้นทางบางแห่ง มีอาการเหนื่อยหอบแน่ เตรียมไว้ดีๆนะครับ)
เตรียม เปิดใจ (ควรจะเปิดใจ รับกับสิ่งแปลกใหม่ ที่จะพรั่งพรูมาอย่างไม่หยุดหย่อน)
เตรียม ติดใจ! (หากใครได้มาลอง Trekking แล้ว รับรองต้องติดใจ อยากมาอีกเป็นแน่ รับประกัน)
พฤติกรรมที่ควรเลิกซะที เวลา Trekking
เลิก ทิ้งขยะตามเส้นทาง (หากจำเป็นต้องทิ้ง ก็วางเป็นกอง ๆ ไว้ตามจุดต่าง ๆ ที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า)
เลิก เก็บหิน เก็บดิน เป็นของที่ระลึก (แต่ถ้าเป็น เก็บใบไม้แห้ง ก็อนุโลม)
เลิก ทำตัวเป็น คุณหนู คุณชาย (เอะอะ ร้อน เอะอะ เหนื่อย แต่ถ้าจะ โลโซ ถึงขนาดถ่ายหนัก กลางป่าเขา ก็อย่าทำเลย อั้นไว้หน่อย)
เลิก คุยโทรศัพท์มือถือขณะดูหนัง (ถ้าเจ้านายโทรมา ก็คุยได้นิดนึง) เฮ้ย! ไม่เกี่ยว
หากทุกอย่างพร้อมแล้ว เรามาออกเริ่ม Trekking พร้อมกันครับ
Posted by: toyubom, March 29, 2008, 2:57pm; Reply: 2
เส้นทางในระยะแรก เป็นไปแบบชิว ๆ เดินง่ายสบาย ๆ ผ่านหมูบ้านต่าง ๆ
นมัสเต นมัสเต เสียงกล่าวคำทักทายซึ่งกันและกัน ทั้งคนในพื้นที่ และ คนต่างพื้นที่อย่างเรา
แชะ!
เสียงชัตเตอร์ลั่น
เป็นพฤติกรรมปกติ ของนักท่องเที่ยว ที่จะต้องกดชัตเตอร์ถ่ายรูป กับสิ่งที่แปลกใหม่ ที่ไม่เหมือนกับบ้านเรา ผมก็ทำแบบนั้นเช่นกัน แต่ต้องถูกห้ามปามจากเต็ก ก่อนที่อะไร ๆ จะล่วงเลยไปมากกว่านี้?
ถ้าจะถ่ายรูป คนพื้นเมืองที่นี้ ต้องขออนุญาตก่อนนะครับ เต็ก กระซิบข้างหู
ถ้าเขาไม่อนุญาต ก็ถ่ายไม่ได้นะครับ เดี๋ยวจะมีปัญหา เต็ก กระซิบที่ข้างหู
อ้อ เหรอครับ แต่ผมอยากรู้ว่าทำไม? ผมถามอย่างอยากรู้
เขาถือว่า การถ่ายรูปเป็นสิ่งที่ไม่ดี เป็นวัฒนธรรมของคนที่นี้อะครับ เต็ก ยังกระซิบที่ข้างหูเหมือนเดิม
อ้อ ไม่เป็นไรครับ ถ้าผมอยากถ่ายรูปคนพื้นเมือง ผมจะถ่ายเต็กแทนแล้วกัน ผมบอกเต็ก แต่ไม่ได้กระซิบที่ข้างหูเขานะครับ
Posted by: toyubom, March 29, 2008, 2:58pm; Reply: 3
ระหว่างทาง เต็ก ก็ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ทั้งการแบกกระเป๋า พร้อมกับ อธิบายสิ่งต่าง ๆ ที่เราเจอะเจอตามเส้นทาง แต่ด้วยความที่เต็กตัวเล็ก เลยทำให้หน้าที่การแบกกระเป๋า เป็นไปอย่างทุลักทุเล พอตัว
ก่อนมา Trekking ผมได้มีโอกาสอ่านหนังสือหลายเล่ม ได้พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ลูกหาบที่นี้ อึดและทนทายาดสุด ๆ เวลาเดินเนี้ย ลูกหาบจะเดินนำ เรา ๆ ท่าน ๆ แบบไม่เห็นฝุ่นเลย แต่กับเต็กลูกหาบเรา ต่างกันดังฟ้ากับเหว กลับเป็นเราต่างหากที่เดินนำลูกหาบ แบบไม่เห็นแม้กระทั่ง เงา
Posted by: toyubom, March 29, 2008, 3:01pm; Reply: 4
Check point office เป็นจุดลงทะเบียน สำหรับนักท่องเที่ยวทุกคน และทางเจ้าหน้าที่ก็จะตรวจด้วยว่า นักท่องเที่ยวได้ทำใบอนุญาตปีนเขา(Trekking Permit)มาด้วยหรือเปล่า แต่ไม่ได้ตรวจ TIMS Permit(อ่านรายละเอียดได้ในวันที่ 3 ฮะ) การลงทะเบียนมีความสำคัญมาก เพราะหากเกิดปัญหากับนักท่องเที่ยว ทางเจ้าหน้าที่จะได้ทราบว่า ตอนนี้ นักท่องเที่ยวคนนั้น อยู่ที่หมู่บ้านใดแล้ว
กองทัพ ต้องเดินด้วยท้อง
เป็นคำที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ผมเลยต้องเอาอย่างบ้าง ด้วยกันแวะพักกินข้าว ที่หมู่บ้านซึ่งไม่ได้ถามชื่อ ตอนนี้ก็เที่ยงกว่าเข้าไปแล้ว ขืนยังทำตัวเก่ง เดินต่อไปอีก ก็ไม่รู้ว่าหมู่บ้านข้างหน้า จะอยู่อีกไกลแค่ไหน แนะนำเลยครับ ให้พยายามฝืนกินอาหารให้เยอะเข้าไว้ เพราะหากไม่มีอาหารตุนในท้องแล้ว การเดินทางต่อจากนี้ จะเป็นการทรมานท้องของเราเกินไป แต่อาหารที่นี้อร่อยพอให้ผมตุนไว้เยอะเลย
Posted by: toyubom, March 29, 2008, 3:02pm; Reply: 5
ถอด ต้องถอด ต้องถอด
ถึงอากาศจะหนาวเย็น แต่การที่ต้องเดินไต่ระดับความสูง มันก็เริ่มทำให้ร้อน จนต้องถอดเสื้อกันหนาวตัวใหญ่ ที่ใส่มาตั้งแต่ตอนเช้า จนเหลือแค่เสื้อยืดตัวบาง ๆ 2 ตัวที่ห่อหุ้มร่างกาย
Tikhedhunga อ่านว่า ทิเก็ดดุงก้า(อาจจะผิด แต่ก็อ่านประมาณนี้) เป็นหมู่บ้านใหญ่ สำหรับนักท่องเที่ยวที่เริ่มออก Trekking สาย มักจะมาแวะพักค้างคืนกันที่หมู่บ้านนี้ เพราะหากเดินต่อไปที่ Ulleri อ่านว่า อุลเลริ(อาจจะผิด แต่ก็อ่านประมาณนี้เช่นกันฮะ) จะถึงที่นั้นมืดแน่ แต่สำหรับผม มาถึงที่ Tikhedhunda ก็เกือบบ่ายสามโมงกว่า เลยตัดสินใจว่าคืนนี้ จะไปพักที่ Ulleri ดีกว่า เพราะเหลือเวลาอีกตั้งหลายชั่วโมง กว่าตะวันจะลับขอบฟ้า แต่ขอนั่งพักก่อนแล้วกัน
หากใครเคยไปดอยสุเทพ คงเคยผ่านกับการเดินขึ้นบันไดวัด อันสูงชันมาบ้างแล้ว แต่กรุณาลืมออกไปจากใจทันที เพราะผมต้องเดินขึ้นบันไดหิน จาก Tikhedhunda ไป Ulleri กว่า สามพันขั้น!
การเดินขึ้นจากระดับความสูง 1,520 เมตรจากระดับน้ำทะเล ไปให้ถึง ความสูง 2,080 เมตร และต้องขึ้นบันไดหินด้วยแล้ว ทำให้การ ก้าวขา แต่ละข้าง แต่ละข้าง เป็นไปอย่างลำบากเต็มที ไม่ต้องพูดถึงความเหนื่อย เรามาพูดถึงความเมื่อยดีกว่า เพราะตอนนี้ขาทั้งสองข้าง เริ่มจะเกเร และไม่อยากจะก้าวไปข้างหน้าอีกต่อไป
Posted by: toyubom, March 29, 2008, 3:07pm; Reply: 6
เหนื่อยก็ต้องพัก เมื่อยก็ต้องหยุด อย่าไปฝืนสังขาร หากเป็นการเดินทางเรียบปกติ ปานนี้ผมเดินถึงที่พักไปนานแล้ว แต่ก็พักต้องหยุด ไปเรื่อย ๆ ตามความสามารถของร่างกาย ที่ตอนนี้มันเริ่มล้าขึ้นเรื่อย ๆ ขึ้นเรื่อย ๆ ท่านผู้อ่านอาจจะอยากถามว่า แล้วลูกหาบเราหายไปไหน ทำไมมาปล่อยให้เราเดินกันเพียงลำพัง สองต่อสอง แบบนี้ ไม่ต้องถามครับ ผมบอกให้ก็ได้ โน้น
.ครับ อยู่ด้านล่างโน้นแหล่ะครับ
เมื่อไหร่มันจะถึงซะที ผมเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง ตอนนี้พระอาทิตย์ก็เกือบจะ แอบลงไปหลังภูเขาเต็มที แต่ผมยังไม่เห็นวี่แววของหมู่บ้านข้างหน้าแต่อย่างใด
ก้าวขึ้นอีกก้าว
ก้าวขึ้นอีกสองก้าว
ก้าวขึ้นอีกสามก้าว
อึ้บ!
ถึงซะที เฮ้อ
ในที่สุดผมก็มาถึงหมู่บ้าน Ulleri จนได้ ในเวลาเกือบ หกโมงเย็น พร้อมกับอวัยวะทั้ง 32 ประการ ที่อ่อนล้าสุด ๆ
คืนนี้ได้ที่พักที่ Annapurna View Point สนนราคาก็ 100 รูปี(ประมาณ 50-60 บาท) ต่อคืน ถูกกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว
เกือบครึ่งชั่วโมง เต็กก็พาร่างกาย อันสะบักสะบอมมาถึงที่พัก พร้อมทั้งส่งมอบกระเป๋าเป้ใบใหญ่ ทั้งสองใบให้กับเรา
ค่ำนี้จะทานอะไรดีครับ เจ้าของโรงแรม เอ่ยถาม
แล้วระบุเวลาที่จะทานด้วยนะครับ จะได้ไม่ต้องรอนาน เจ้าของโรงแรม แจง
อ้อ..ได้ครับ งั้นขอเวลาผมคิดแป๊ปนึง เพิ่งหายเหนื่อยได้ไม่นาน หัวสมองยังไม่ลื่น
อากาศเริ่มหนาวลงเรื่อย ๆ คงต้องขอผ้าห่มซักหน่อย ที่นี้ในห้องพักจะไม่มีผ้าห่มให้ จำเป็นต้องร้องขอกับเจ้าของโรงแรมนะครับ อย่าลืมเชียว!
วันนี้มีนักท่องเที่ยว มาพักที่โรงแรมนี้หลายคนอยู่ ทำให้ไม่เหงาจนเกินไป ด้วยความเหนื่อยมาทั้งวัน เลยทำให้อาหารค่ำมื้อนี้ อร่อยเป็นพิเศษ และวัฒนธรรมที่น่ารักของลูกหาบและไกด์ที่นี้ คือ จะให้นักท่องเที่ยวกินอิ่มกันก่อน แล้วพวกเขาถึงจะเริ่มลงมือรับประทานอาหารกัน น่ารักดี ใช่ไหมครับ
การที่จะได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ เวลาอยู่ต่างแดน คือ อย่าเข้านอนเร็ว เพราะการที่ได้มานั่งคุย กับเพื่อน ๆ ต่างเชื้อชาติ มันเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ดีอย่างหนึ่ง ซึ่งคืนนี้มีทั้ง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน เนปาล ไทย ดู ๆ แล้วเหมือนเป็นการประชุมสหประชาชาติ ยังไง ยังงั้น
ก่อนที่จะเข้านอน เจ้าของโรงแรมก็ไม่ลืมที่จะบอกกับนักท่องเที่ยวทุกคนว่า
เดี๋ยวสั่งอาหารเช้า พร้อมระบุเวลาทานไว้เลยนะครับผม
คอยติดตามวัน 6 กันนะครับ ขอบคุณมาก ๆ ฮะ
Posted by: song55, March 29, 2008, 9:33pm; Reply: 7
อืมชอบบรรยากาศจังอ่ะ ดูแล้วสดชื่นเลยเนี่ย มีโอกาสจะลองไปดูสักตั้งแต่คงต้องฟิตร่างกายก่อนแระตอนนี้ ฮึบๆๆ
Print page generated: December 5, 2008, 5:37am