Print Topic - Archive
HFlight.net จองโรงแรม รีวิวสายการบิน ท่องเที่ยว การเดินทาง / Middle East Travel Guide / Jordan ดินแดนที่ชาวไทยไม่ค่อยรู้จัก 2
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 8:51pm
วิธีทำโมเสค งานฝีมือที่มีชื่อไปทั่วโลกของจอร์แดน(ก็เพิ่งรู้ตอนที่ไปเนี่ยแหละ)
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 8:54pm; Reply: 1
อันนึงบอกประมาณ 300 ต่อมาได้ 150 บาท
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 8:56pm; Reply: 2
โมเสคให้แต่ผู้ชายทำ(เท่าที่เห็นนะ)
ส่วนผู้หญิงก็จะมากรีดลายบนแจกัน
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 9:02pm; Reply: 3
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 9:04pm; Reply: 4
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 9:13pm; Reply: 5
เม้าท์เนโบ
เสานี้มองข้างหน้าจะเป็นรูปของโมเสส(คนที่ถือไม้เท้าแวกทะเลแดงพาชาวฮิบบูหนีพวกอียิบต์ไง)
หรือพี่ชายโมเสสไม่แน่ใจ
พอมองด้านข้างจะเป็นรูปของที่ช่วยกันทำ 5 คน
ลองดูดีๆสิ!![b][/b]
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 9:18pm; Reply: 6
กางเขนที่สร้างมาจากรูปไม้เท้าของโมเสส
อีกรูปข้างหลังที่เห็นเลือนลางคือ dead sea
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 9:24pm; Reply: 7
โบส์ถที่สร้างเพื่อระลึกถึงพี่ชายโมเสสที่เชื่อว่าตายตรงนี้
เพราะต้องคำสาปของพระเจ้าไม่ให้ไปถึงเยรูซาเล็ม
จนต้องเดินวนอยู่รอบๆเยรูซาเล็มนานถึง20ปีจนตาย
ทั้งที่แค่ 40 ก.ม.ก็เจอ
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 9:28pm; Reply: 8
ข้างในก็จะมีโมเสคโบราณของแท้เหลืออยู่
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 9:30pm; Reply: 9
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 9:39pm; Reply: 10
มาถึงแล้วก็ต้องพอกโคลนกันหน่อย
แล้วก็มาพิสูนจ์ว่าจะลอยได้จริงป่ะ
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 9:45pm; Reply: 11
ผลไม้พื้นเมืองที่มีขายตามทาง
ชั่งเหมือนบ้านเราซะจริงๆ
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 9:46pm; Reply: 12
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 9:55pm; Reply: 13
เมืองนี้เคยเป็น 1ในหลายเมืองหน้าด่านขนาดใหญ่ของโรมัน
ซึ่งยังคงลงเหลืออยู่ถึงปัจจุบันแค่ไม่กี่แห่ง
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 9:56pm; Reply: 14
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 10:05pm; Reply: 15
วิหารเทพีอารทีมิส
ทุ่มเศษๆแล้วนะเนี่ย!!
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 10:10pm; Reply: 16
สภาพทั่วๆไปลานน้ำพุแบบโรมัน
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 10:11pm; Reply: 17
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 10:15pm; Reply: 18
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 10:17pm; Reply: 19
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 10:20pm; Reply: 20
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 10:24pm; Reply: 21
ไอติมทุบชาวบ้านแบบจอร์แดน
อร่อยดีนะ เขาใจดีมีให้ชิมฟรีด้วย
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 10:27pm; Reply: 22
อาหารก็เนื้อแกะย่างเหมือนเดิมๆ
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 10:29pm; Reply: 23
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 10:33pm; Reply: 24
ฮิปโปโดม สมัยก่อนจะมีแข่งแบบในหนังแกดิเอเตอร์ใครแพ้ก็จะโดนฆ่าทันที
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 10:35pm; Reply: 25
ซุ้มประตูแห่งชัยชนะ กับป้ายทางเข้า
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 10:40pm; Reply: 26
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 10:47pm; Reply: 27
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 10:49pm; Reply: 28
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 10:53pm; Reply: 29
ของจริงเป็นรูปแผนที่ตะวันออกกลางโบราณ มีโมเสคเหลืออยู่ 2 ล้านกว่าชิ้น
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 10:57pm; Reply: 30
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 11:00pm; Reply: 31
มีขายพวกซากหอยล้านปีด้วย
ชิ้นละตั้งแต่1 usd.ขึ้นไป
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 11:02pm; Reply: 32
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 11:09pm; Reply: 33
ปราสาทเครัค (Kerak Castle) หนึ่งในปราสาทสำคัญในสงครามครูเสด
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 11:11pm; Reply: 34
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 11:14pm; Reply: 35
พื้นที่ด้านในของปราสาท กับช่องยิงธนู
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 11:22pm; Reply: 36
เภตรา at night (ซื้อตั๋วเพิ่มเอง) คนละ 12 ดีน่าร์ เท่ากับหกร้อยบาท
จะมีจุดเทียนตามทางเดินอย่างที่เห็น แล้วก็ไปฟังเขาเป่าขลุ่ยและเล่นเพลงท้องถิ่นแบบขลังๆ หน้ามหาวิหาร
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 11:27pm; Reply: 37
ทางเข้าช่วงแรก ไกลมาก ต้องขี่ม้าเข้าไปคนละสามยูเอสดอลล่าร์ (เสียเองอีกแล้วครับท่าน)
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 11:34pm; Reply: 38
ระหว่างทางเดิน ที่มีรูปปั้นแกะสลักของชาวเนบาเทียนที่ยังคงเหลือซากอยู่
คิดว่าเป็นรูปอะไร.....
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 11:37pm; Reply: 39
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 11:38pm; Reply: 40
มหาวิหารอัลคาเนซ (Al-Khazneh) หรือ Thresury ที่กลายมาเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอันใหม่
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 11:41pm; Reply: 41
ลองเทียบขนาดของสิ่งก่อสร้างกะตัวพี่สาวเราดูจากภาพด้านล่าง :o
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 11:44pm; Reply: 42
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 11:47pm; Reply: 43
อีกรูปเป็นภาพในมหาวิหารที่เขาเจาะเข้าไปในภูเขา
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 11:49pm; Reply: 44
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 11:54pm; Reply: 45
ที่เห็นเป็นรูๆช่องๆ นั่นไม่ใช่บ้านนะ
แต่เป็นช่องหลุมศพหรือสุสานหมดเลย
Posted by: jeab0312, March 13, 2008, 11:55pm; Reply: 46
Posted by: jeab0312, March 14, 2008, 12:03am; Reply: 47
Posted by: jeab0312, March 14, 2008, 12:05am; Reply: 48
Posted by: jeab0312, March 14, 2008, 12:06am; Reply: 49
Posted by: Travel Occasionnally, March 14, 2008, 12:19am; Reply: 50
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยรู้ไว้ใช่ว่าสำหรับจอร์แดนจากพี่สาวเจี๊ยบ
แว่บแรก...ที่ได้เห็นรูปมหาวิหาร Al-Khazneh (Treasury)
ที่โปรโมตผ่านหนังสือท่องเที่ยวตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา
ก่อนที่เค้าจะได้รับเลือกให้ติดโหวต 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่..
...เราก้อตกหลุมรักสถานที่แห่งนี้แล้วล่ะ...
เหตุผลลึกๆ อยู่ในใจ ก็อาจจะเป็นว่า
เป็นเมืองใหม่ ที่คนยังไม่ค่อยไป...เท่ห์ดีมั้ง...
อะฮ้า...ม่ายจ้าย อันนี้อาจเป็นเหตุผลของคนอื่นแต่ไม่ใช่ของเราชัวร์ๆ
แต่เหตุผลของเรา...ฟังๆ ดูแล้วก้ออาจจะรู้สึกว่าไร้สาระไม่ต่างไปซักเท่าไหร่
คือ- - เราว่า มันลึกลับน่าค้นหาดีน่ะ
เพราะว่าเมืองเค้าเนี่ย เป็น Lost city ที่สร้างมาเกือบสองพันกว่าปีแล้ว
โดยชนพื้นเมืองชาวเนบาเทียน (Nebateans) ที่สุดแสนจะฉลาด
แต่ก็สูญหายไปเป็นพันปี เพราะการล่มสลายของโรมัน
ที่มาปกครองเนบาเทียนต่อจากนั้น
จนกระทั่งปี 1812 นักท่องเที่ยวและนักล่าสมบัติชาวสวิส
ชื่อ Johann Ludwig Burchhardt แกได้ยินตำนาน
เลยลองสำรวจดู....แล้วก้อพบเมืองในตำนาน
ซ่อนอยู่หลังทางเดินอันคดเคี้ยวในหุบเขาเป็นกิโลๆ
...สุดยอดอเมซิ่งมากๆ นะกั๊บทั่น
อ้อ...อีกอย่าง ประเทศเค้ามี Dead Sea ที่สุดยอดเลื่องชื่อ
ในการบำรุงผิวพรรณด้วยน่ะ อันนี้สาวๆ คงเคยได้ยินมาบ้าง
ไอ้เราก้อคิดว่า..เผื่อไปแช่ตัวและหมักโคลน dead sea
กลับมาผิวพรรณจะผุดผาดผ่องใสกว่านี้...อิอิ
เหตุผลที่พวกเราเพิ่งจะมาได้ยินชื่อจอร์แดนและรู้จักกันจริงๆ จังๆ
เป็นเพราะทางการเค้าเพิ่งตัดสินใจเปิดประเทศรับการท่องเที่ยวมากขึ้นนี่เอง
จอร์แดนเป็นประเทศที่น่าสงสารมาก
เทียบกับในบรรดาเหล่าประเทศเพื่อนพ้องชาวอาหลับ..เอ้ย อาหรับละแวกใกล้เคียง
ประเทศเค้าไม่มีบ่อน้ำมันเป็นของตัวเองเลย
แถมยังไม่มีทางเชื่อมสู่ทะเลเปิดของตัวเองด้วย
เลยไม่มีท่าเรือเอาไว้เชื่อมต่อเป็นฮับทางการค้า
อ้า...เพื่อนๆ คงสงสัยอยู่ในใจล่ะสิ
ว่า เอ้า..แล้วไอ้เจ้า dead sea ที่ว่าเนี่ย
มันไม่ใช่ทะเลแต่อย่างใดรือ
คำตอบคือ...ใช่...แต่เป็นทะเลปิด
หมายความว่าไม่มีทางออกสู่มหาสมุทรเลย
ด้วยเหตุนี้ปริมาณเกลือและเกลือแร่จึงตกค้างและวนเวียนอยู่ใน dead sea
เป็นจำนวนมหาศาล..แบบที่ว่า สิ่งมีชีวิตไม่สามารถอาศัยอยู่ในทะเลแห่งนี้ได้เลย
นี่เลยเป็นที่มาของชื่อ dead sea
ประเทศนี้เค้ามีพระมหากษํตริย์เป็นพระประมุขเหมือนประเทศเรา
และชาวเมืองเค้าก้อรักพระมหากษัตริย์ของเค้ามากเหมือนเราด้วยนั่นแหล่ะ
องค์ก่อนหน้านี้คือกษัตริย์ ฮุสเซ็น ที่ท่านเพิ่งสวรรคตไปเมื่อ 1999
ตอนนี้พระโอรสของท่าน คือ King Abdulla ที่สอง องค์ที่เสด็จมาไทยบ่อยๆ
ปกครองประเทศต่อ
หากใครคิดจะไป จอร์แดน...ให้ไวนิด
เพราะตอนนี้ประเทศเค้ายังเพิ่งเริ่มที่จะมีคนทยอยเข้าไป
คนประเทศเค้ายังค่อนข้างซื่อ มีน้ำใจและเป็นมิตรกะนักท่องเที่ยวมาก
ยังไม่เป็นการค้าและเฟคเท่าไหร่
อ้อ..อีกอย่าง ประมาณกันไว้ว่าอีก 50 ปี จะไม่มีทะเลเดดซีแล้ว
เนื่องจากอากาศของโลกที่ร้อนขึ้นทุกวัน
น้ำในทะเลเดดซีก้อระเหยขึ้นไปโดยไม่มีอะไรหมุนกลับลงมา
(เพราะความเป็นทะเลปิด แล้วก้อภูมิประเทศที่ไม่ค่อยมีฝน)
เพราะฉะนั้น...ก้อรีบๆ หน่อยนะจ๊ะ
แต่ขอเตือนซักนิด..สำหรับผู้ที่ไม่นิยมชมชอบเนื้อแกะซักเท่าไหร่
เพราะอาหารหลักของที่นี่คือ แกะ ..กับ แกะ
ทุกมื้อ..และทุกที่ อาหารท้องถิ่นจะมีอาหารหลักคือแกะ
ซึ่งไม่ว่าจะไปประกอบอาหารประเภทใด ย่าง หรือ แกง พแนง อะไรก้อแล้วแต่
ไม่ว่าร้านอาหารที่คุณไปหม่ำนั้นจะเป็นภัตตาคารห้าดาวเลอเลิศแค่ไหน
กลิ่นสาบเฉพาะตัวของมันจะยังลอยนวลอยู่ในคอตอนที่คุณกำลังเคี้ยว
เราเองยังวิ่งเค้าไปอ๊อกในห้องน้ำเกือบไม่ทันเลย ตั้งแต่มื้อแรกที่ลองกิน
หลังจากนั้นเราเลยต้องกินไก่ (ซึ่งมีอยู่น้อยนิด) แป้ง
และกินอะไรนิดๆ หน่อยๆ ตามที่ชะตากรรมของเมืองอิสลามบังคับ
(แน่นอน ว่ามันไม่มีหมู)
แห่ะๆ...และเช้าสองวันสุดท้ายก้อสิ้นสุดของการอดทน
ต้องอาศัยพึ่งบารมีของถ้วยแม่ (มาม่าคัพ) ที่หอบหิ้วไปจากเมืองไทย
รองท้องตอนเช้า (ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่มีอะไรกินได้มากที่สุด)
สถานที่ท่องเที่ยวในจอร์แดน...แดนแห่งอิสลาม
แต่กลับเป็นโบราณสถานและประวัติศาสตร์ที่พัวพันกับศาสนาคริสต์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เราได้ไปโบสถ์ที่บน Mount Nebo สถานที่ที่เชื่อว่า
โมเสส ผู้รับ 10 commands จากพระเยซูเสียชีวิตลง
(เพื่อนๆ ส่วนใหญ่คงรู้จัก โมเสส ที่เป็นคนถือไม้เท้าแหวกทะเลแดง
พาคนยิวหรือฮิบบรูออกจากอียิปต์กลับอิสราเอล)
แม่น้ำ Jordan ที่เชื่อว่าพระเยซูถือศีลจุ่มที่นี่
แล้วก็ปราสาท Al Kerak หนึ่งในตำนานของปราสาทในสงครามครูเสด
(ถ้าใครดูหนังเรื่อง Kingdom Of Heaven คงจะพอคุ้นตากันมาบ้าง)
แล้วก้อเป็นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับชาวโรมันเยอะมั่กๆ ด้วยเช่นกัน
ในกรุงอัมมาน จะมีวิหารของเฮอร์คิวลิซ
โรมันเธียร์เตอร์ (ซึ่งมีอยู่หลายที่ในประเทศ
สะท้อนให้เห็นว่า ชาวโรมันมีนิสัยชอบความรื่นเริงบันเทิงใจอย่างแรง)
เมือง Jerash ที่เป็นซากของเมืองโรมันทั้งเมือง
รวมทั้งเภตร้า (Petra - อ่านออกเสียงตามชาวพื้นเมือง)
ก็มีส่วนหนึ่งที่เป็นซากหลงเหลือของชาวโรมัน
เสียดายที่จอร์แดนเองก้อเป็นประเทศที่มีแผ่นดินไหวอยู่บ่อยครั้ง
เมืองเค้าส่วนใหญ่จึงเหลือแต่ซากเสาและพื้นเมืองให้เราพอได้เห็น
ความฉลาด ความอ่อนช้อย และความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโรมันได้ลางๆ
ก่อนไปเดดซี
..เราได้รับคำเตือนจากเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งเคยไปมาแล้ว
ว่าให้ระวังเนื้อระวังตัวก่อนไป อย่าให้เป็นแผล ...
รวมทั้งให้ระวัง....
แช่เดดซีมันจะแสบน้องๆ ช่วงล่างอย่างแรง
ทั้งหญิงทั้งชาย 55+
ไอ้เราก็ระวังเตรียมตัวอย่างดี
รวมทั้งเอาแว่นตากันน้ำไปด้วย เพราะถ้าเข้าตามันจะแสบมาก
(ลองคิดภาพละกัน ขนาดน้ำทะเลที่บ้านเราเข้าตา
ยังลืมตาไม่ขึ้นเลย นับประสาอะไรกะเดดซี ที่เกลือเข้มข้นกว่าปกติ 10 เท่า)
เอาเข้าจริงๆ มันก้อไม่แสบสันต์ซักเท่าไหร่นะ (ไม่ได้ซาดิสม์นะฮู้)
เพื่อนเราคงเว่อร์ไปนิดน่ะ แต่ถ้าเข้าตาก้อการันตี..แสบจริง
เล่นน้ำลอยตัว พอกโคลนอยู่ในเดดซีได้ครึ่งชั่วโมง
ก้อเพลียสุดกู่แล้ว ...เพราะแร่ธาตุเราเองก้อจะถูกดูดออกไปด้วย
ขึ้นมาอาบน้ำอาบท่า ก้อย้ายที่ทำการ (ก้น) ไปที่เที่ยวอื่นๆ ต่อ
สำหรับเภตร้า...นครสีชมพู
เป็นอะไรที่น่าประทับใจที่สุด
เราได้ไปทั้งกลางคืนและกลางวันด้วย
ทั้งโรแมนติกและอลังการ สองบรรยากาศเลย
เดินลดคดเคี้ยวไปตามช่องหลีบของภูเขาสูงประมาณตึก 10 ชั้น
ที่เกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกเอง
เดินเข้าไปกิโลฝ่าๆ... ทันใดนั้น
ก้อเห็นมหาวิหารที่สูงใหญ่อยู่พ้นซอกเขาข้างหน้า
เป็นวิหารที่แกะสลักเมื่อสองพันกว่าปีแล้วเนี่ยนะ
แกะภูเขาที่หินเป็นสีชมพูเข้าไปเป็นวิหารที่งดงามอ่อนช้อย...
เราไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเค้าถึงติด 1 ใน 7 new seven wonders
อันที่จริง เภตร้า ไม่ได้ประกอบด้วยวิหารภาพที่โชว์เป็นจุดขายเท่านั้นหรอก
ตรงนี้เค้าเอาไว้ใช้ทำพิธีต้อนรับแขก รวมทั้งเป็นพระราชวังของพระราชาด้วย เพราะอยู่ด้านหน้า
พอเราเดินเลี้ยวขวาเลยเข้าไปอีก ก็จะเจอเป็นห้องๆ ที่แกะสลักไว้บนภูเขาเต็มไปหมด
ไอ้เราก็นึกว่าเป็นที่พักอาศัยของชาวเมือง
แต่เปล่าจ้ะ...ไอ้ห้องๆ ที่ว่าเนี่ย หลุมศพ ทั้งน้านนนน....
ถ้าเป็นของราชวงศ์ก็จะสวย ยิ่งใหญ่ อลังการ ส่วนชาวบ้านธรรมดาๆ ก้อมีแค่เสาแล้วก็ห้อง
ส่วนตัวเมืองจะอยู่เลยด้านในเข้าไปอีก
ซึ่งชาวเมืองเค้าจะนอนเต็นท์น่ะ ไม่ได้เข้าไปนอนตามถ้ำพวกนี้หรอก
เอ้อ...แปลกๆ ดีนะ
ส่วนของฝากของประเทศนี้
มีดีโดยหลักๆ อยู่สามอย่างจ้ะ
คือ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากเดดซี
ซึ่งคนไทยไปทีไร ก็หอบหิ้วกลับมาฮึมทุกครั้ง
(ไอ้เรายังไปซื้อสบู่ก้อนละ 3 ดอลล่าร์กลับมาฝากคนตั้งเกือบสามสิบก้อนแน่ะ)
อย่างที่สอง คือ งานที่ทำจากโมเสค (Mosaic) กระเบื้องเล็กๆ ต่อๆ กันเป็นภาพน่ะ
ของเค้าขึ้นชื่อมาแต่โบราณกาลเลยล่ะ ว่าเป็นหินเนื้อดี ฝืมือดี
แต่อันนี้คงซื้อมาฝากคนเยอะๆ ไม่ได้ เพราะมันหนัก.....
แล้วก้อมีสิทธิ์กระเทาะในระหว่างหอบหิ้วกลับมา
(เราซื้อเป็นพระอาทิตย์วงกลม เล็กๆ มาอันนึง...ไว้แขวนที่ห้อง น่ารักดี)
ส่วนอีกอย่าง...เราอาจจะเห็นเต็มเมืองไปหมด
คือ การนำทรายสีบรรจุลงขวดเป็นรูปอูฐ ภูเขา ดอกไม้
แฮนเมด
แต่ขอเตือนด้วยประสบการณ์ของเรา
หากใครไปซื้อ...ให้ซื้อที่เค้าทำจากทรายธรรมชาติจากภูเขาจริงๆ จะดีกว่า
ราคามันจะแพงกว่าปกตินิดนึง คือประมาณ 3 ดอลล่าร์ (ไซส์พกพา)
แต่เมื่อเทียบกับทรายย้อมสี (ที่สีสันสดใส) ขวดละประมาณ 1 ดอลล่าร์
จะคุ้มกว่ากันเยอะ เพราะตอนแรก เราซื้อทรายย้อมสีมาก่อน 2 ขวด
สวยดี...เป็นรูป อูฐ ภูเขา ดอกไม้ แล้วก้อนกนั่นแหล่ะ
เดินแกว่งไปแกว่งมา ...กลับมาถึงโรงแรม
พบว่ามีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นในขวด...และเกิดมิวเตชั่นกลายพันธ์
จากอูฐ เป็นจิงโจ้ และนก กลายเป็นจรวด บอมพ์ภูเขา ซะเละเทะวุ่นวาย อิอิ
เสียดายตังค์ชะมัดเลย
วันรุ่งขึ้นเจอคนขายอีกคนที่เค้านั่งทำด้วยทรายธรรมชาติอยู่
ถามเค้าว่าทำไมของเค้าถึงแพงกว่า เค้าเลยอธิบายแล้วก้อให้ตัวอย่างดู
ทรายธรรมชาติจากภูเขาเม็ดมันจะเล็กและละเอียดกว่า
พอใส่ขวดลงไปแล้วจะแน่น เม็ดทรายมันจะไม่เลื่อน ภาพมันจะไม่เลือน
เราเลยลองเชื่อใจซื้อเค้ามาขวดนึง...
กลับมาดูที่บ้าน...อืม......อูฐ ยังเป็น อูฐ นก ยังเป็นนก
ไม่มีการกลายพันธ์แต่อย่างใด 55+
เราไปทริปนี้...รู้ตัวเลยว่า
เราตัวจ้อยกระจิดริดเหลือเกิน...เมื่อเทียบกับความสูงของเขา
รู้สึกเลยว่า
เราไม่เห็นฉลาดกว่าคนโบราณตรงไหนเลย....
เมื่อเทียบกับความฉลาดในการสร้างระบบชลประทานของเนบาเทียนในเภตร้า
เราไม่เห็นฉลาดกว่าคนโบราณตรงไหนเลย..
เมื่อเทียบกับการออกแบบเมือง การสร้างวิหารขนาดใหญ่
การสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆ ของคนโรมัน
แต่ก้อรู้สึกอีกว่า
ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่แค่ไหน เก่งกาจแค่ไหน
สุดท้าย...ก้อล่มสลาย เสื่อม ดับสูญอ่ะ (อิงธรรมะนิดๆ แต่เรื่องจริง)
แล้วไปทริปนี้...ไอ้ที่เคยสำคัญตัวว่า ilovetravel
ชั้นเดินทางมาเยอะแล้วนะ
โอย...จิ๋วๆ
เจอพี่ๆ เพื่อนร่วมก๊วนแต่ละคน ผู้บุกไปแล้วเจ็ดย่านมหาสมุทรสุดคุ้งน้ำ
เราก้อเลยยังรู้สึกว่า...อืม...เรายังต้องฝึกวิชาอีกเยอะ
ว่าแล้วก้อแพลนซะเลยดีกว่า...ปีหน้า ข้าน้อยต้องลองไปอียิปต์ดู
จะได้รู้และเห็นประวัติศาสตร์ในยุคที่คาบเกี่ยวกันต่อเนื่องไปเลย
อิอิ...
ปล. ชอบท้องฟ้าที่ประเทศจอร์แดนมากๆ ด้วย
ฟ้าอะไร...ฟ้าใส ได้ทั้งประเทศ
ไม่มีสิวฝ้า เอ้ย...เมฆหมอกมาบดบังให้รำคาญใจเลยซักกะนิด
....สวย จัง...
Posted by: song55, March 14, 2008, 9:23am; Reply: 51
เห็นแล้วน่าไปเที่ยวจังเลยครับ สวยแปลกตาดีจัง
Posted by: SiRiPat, March 14, 2008, 9:46am; Reply: 52
ขอบคุณค่ะ เป็นดินแดนที่ไม่ค่อยมีคนไปเที่ยวจริงๆ แต่ตอนนี้เริ่มมีทัวร์เปิดไปเยอะมากๆ
ว่าแล้วก็สนใจไปแล้วสิ ;)
Posted by: new2540, March 14, 2008, 12:21pm; Reply: 53
ขอบคุณครับสำหรับรีวิวแปลกฯใหม่ฯครับ น่าไปเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศเหมือนกัน นางแบบโพสท่าสวยดีครับ ;D
Posted by: peep_bmw, March 14, 2008, 12:48pm; Reply: 54
รีวิวหาดูยากอีกหนึ่งอัน สวยครับ อากาศร้อนหรือเปล่าครับ
ขอบคุณครับ
Posted by: jeab0312, March 14, 2008, 12:58pm; Reply: 55
ก็ร้อนพอสมควรนะค่ะ ส่วนที่เพตราร้อนกว่าบ้านเราอีก ตอนเช้าประมาณ 28-30 c พอตอน :Pเที่ยงๆ 35 up
Posted by: HDY, March 14, 2008, 1:46pm; Reply: 56
ขอบคุณมากครับ สวยมากเลย ชอบเดดซีกะ มหาวิหารมากครับ ;D
Posted by: keloe, March 14, 2008, 2:05pm; Reply: 57
ขอบคุณมากครับ สำหรับรีวิว ภาพสวย นางแบบก็สวยครับ เป็นอีกหนึ่งในประเทศอาหรับที่น่าไปเที่ยวจริง ๆ ครับ
Posted by: luie, March 14, 2008, 7:52pm; Reply: 58
ดูแล้วเพลินเลย สวยทั้งภาพสวยทั้งนางแบบ ขอบคุณครับ ได้รู้อะไรๆอีกแยะเลย ดูแล้วอยากไปมากครับ คงต้องหาโอกาสไปให้ได้
Posted by: pruk, March 15, 2008, 12:46am; Reply: 59
สวยงามมากครับ น่าไปสักครั้งนะเนี่ย เห็นรูปสวยๆทั้งนั้นเลย เป็นเมืองวัฒนธรรมอีกเมืองที่น่าสนใจครับ ต้องหาโอกาสไปสักครั้งแว้ววว
Posted by: Kreicherisch1, March 16, 2008, 11:52am; Reply: 60
สวยทั้งกลางวันและกลางคืนครับ อาหารก็น่าทาน
อยากทราบว่าเดินทางยังไงครับ สายการบินไหน ไปช่วงเดือนไหนครับ อากาศเป็นยังไงบ้างครับ
Posted by: jeab0312, March 16, 2008, 4:26pm; Reply: 61
เดินทางตอนวันแม่ (ลูกอกตัญญู) ....
ไปกับทัวร์ค่ะ เพราะเมืองเค้ายังไม่สามารถ back pack ไปได้แบบสะดวก
ไปโดยสายการบินแห่งชาติ Royal Jordanian เสียดายที่ตอนนั้นไม่รู้จักเว็บนี้ เลยไม่ได้ถ่ายมาให้รีวิวกันค่ะ
ตอนแรกก็ดีใจ ชื่อหรูเชียว แถมสัญญลักษณ์ก็ไฮซะไม่มี เป็นรูปมงกุฏค่ะ
แต่ปรากฏว่าเครื่องเป็นแบบเก่า ที่นั่งแบบ 2-4-2 ส่วนห้องน้ำ ตัวล็อคเป็นแบบเหล็กยกขัด และที่นั่งก็เป็นแบบที่ไม่ค่อยเห็นในเครื่องบินสมัยนี้แล้ว เลยปรากฏว่า ต้องพยายามกินน้ำกันให้น้อยที่สุด และหลับกันอย่างเดียว (นั่งเครื่องจากกรุงเทพลงกรุงอัมมานโดยตรง ประมาณแปดชั่วโมงครึ่งค่ะ)
ส่วนอาหาร .... ดูแล้วสวยจริงค่ะ ไม่เถียง ก่อนทาน เห็นเค้ายกมาเสิร์ฟ หรือก่อนไปตักแบบบุฟเฟ่ต์ ก็ตื่นตาตื่นใจ แต่พอกิน รสชาดไม่ถูกปากจริงๆ ค่ะ โชคดีที่เตรียมมาม่าคัพไป เป็นอาหารหลักมื้อเช้า
อากาศตอนที่ไป ช่วงเช้าและหัวค่ำจะเย็นๆ นิดนึงค่ะ แต่กลางวันร้อนมั่กมากกก (35 up)
Posted by: chatcha, March 17, 2008, 11:09am; Reply: 62
สวยงามมากครับ ชอบวิหารมากดูยิ่งใหญ่มาก ๆ อยากไปเที่ยวบ้างจับครับ
ขอบคุณมากมายครับผม
Posted by: Salisbury girl, March 17, 2008, 1:40pm; Reply: 63
ขอบคุณมากเลยค่ะ ตามมาจากภาคแรก
โดยเฉพาะบทส่งท้าย ทำให้ได้ความรู้ขึ้นอีกเยอะเลย
Posted by: alex_kung_za, March 17, 2008, 6:04pm; Reply: 64
โห ๆ แหนแล้วอยากไปมั่งจัง
ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเท่าไหร่อ่ะค้าบบบบบ
ขอบคุณมาก ๆๆ ครับ
Posted by: jeab0312, March 18, 2008, 4:49pm; Reply: 65
ไปกับทัวร์ค่ะ ประมาณ สี่หมื่นห้าสำหรับ 6 วันสามคืน แต่ไม่ได้ไปวาดิรัมนะ (ตอนนี้ราคาน่าแพงขึ้นมาบ้างแล้ว)(hohno)
Posted by: chompoo_ph, August 25, 2008, 3:44pm; Reply: 66
ชอบ Reply 50 ที่สุดเลยค่ะ เวลากลับจากเที่ยวก็ชอบเขียนแนว ๆ นี้เหมือนกัน
ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ
Print page generated: December 5, 2008, 5:18am