Print Topic - Archive
HFlight.net จองโรงแรม รีวิวสายการบิน ท่องเที่ยว การเดินทาง / India Travel Guide / สู่แดนพุทธภูมิ....ลอยกระทงคงคา...มหาเศรษฐี
Posted by: changgerman, November 30, 2007, 9:24pm
ก่อนอื่นเริ่มที่รายละเอียดการเดินทางก่อนนะครับ
เส้นทาง
กทม - พุทธคยา - พาราณสี - สารนาถ - ไฟซาบาด (อโยธยา) - สาวัตถี - โซเนาลี - ลุมพินี - กุสินารา - เวสาลี - พุทธคยา - กทม.
เวลา
8 วัน 7 คืน (นอนวัด 2 คืน - รร. หรูมากมาก - 1 คืน รร. เอ่อ...พูดไม่ออกเมื่อเก็นก้อง - 1 คืน รร.ดี - 3 คืน)
เป้าหมาย
1. สักการะสังเวชนียสถาน 4 ตำบล และ สถานที่เกี่ยวเนื่องกับพุทธประวัติ
2. ทอดกฐิน ---ปฐมกฐิน- ที่วัดพุทธกตัญญูรัชคุณวิหาร เมืองพุทธคยา สายหลวงพ่อวัดปากน้ำ สร้างเป็นที่ระลึกแด่สมเด็จเจ้าพระคุณเจ้าอาวาสวัดปากน้ำครับ
3. บริจาคทานนนนน (พร้อมอธิษฐานขอเกิดชาติใดเป็นมหาเศรษฐี ... เดี๋ยวเล่าให้ฟัง...)
4. ลอยกระทงที่คงคา
เอ่ออ เขียนอะไรอีกดี ????? เอาเป็นว่า ไปเริ่มกันดีกว่า
Posted by: changgerman, November 30, 2007, 9:39pm; Reply: 1
วันที่ 1 กทม. - พุทธคยา (วันทอดกฐิน)
ที่มาที่ไปของทริปนี้ สืบเนื่องจากที่คุณอาผมแกทำบุญกับวัดปากน้ำ เยอะมากครับ โดยเฉพาะกับท่านสมเด็จเจ้าพระคุณและคุณยายตรีธาฯ (หลายคนที่แวะไปวัดปากน้ำอาจจะรู้จัก) แล้วท่านสมเด็จและอาจารย์เองก้อสนับสนุนงานพระธรรมทูตสายอินเดียเป็นนิจ เลยมีการจัดไปกฐิน ส่วนมากปฐมด้วยนะครับมาหลายครั้งแล้ว รวมเอาครั้งที่ไปแสวงบุญและไปกฐินด้วยก้อราวราว 7 ครั้งแล้วครับที่คุณอาผมจัดคณะไป เดินทางกับภิกษุทุกครั้งครับ
ด้วยครอบครัวผมเองก้อถูกรบเร้ามาตลอดให้ไปร่วมบุญแต่ติดที่กลัวลำบากครับ ฟังมาเยอะ เรื่องพื้นที่ตั้งของสังเวชนียสถานที่สุดสุด โดยเฉพาะเรื่องห้องน้ำนี่คิดหนักมากสำหรับแม่ผม และในที่สุด 2550 ฤกษ์ดีไม่รู้อะไรดลใจได้ร่วมบุญไปกับคณะของคุณอาครับ
วันเดินทางวันแรกกำหนดการจะไปทอดกฐิน ปฐมกฐินนี่แหละครับที่วัดตอนบ่าย เพื่อให้ถึงแล้วมีเวลาเตรียมเลยจัดนั่งอินเดียนแอร์ไลนส์ เช้ามากไฟลท์ 07.20 น. แหนะ
และก้อเด็ดเรยครับเจอกัปตันสไตรท์ ไม่บิน เลยได้นั่ง TG :) ดีใจเล็กๆ
รีวิวการบิน
http://www.hflight.net/forum/b-Airline_other/m-1196348615/s-new/ รีวิวการบิน
เค้าเลยเลื่อนกฐินออกไปวันที่ 2 ครับของการเดินทางวันแรกจึงเป็รวันเดินทางเต็มๆเลย อ้อเค้าพาไปดูวัดก่อนครับวันนี้ แปสวดมนตร์แก้ขัดที่ไม่ได้ถวายกฐิน สวดเยอะจิงๆ ครับ หลายสูตร หลายคาถา ต่อกันประมาณ 3 ชม non stop คนประเภททำมะ ทำ ทำ หยุด หยุด (ไม่ได้ทำโม) แบบผมงงเป็นไก่ไปเรย
บรรยากาศของวัด (ค่อนช้าง under construction คับ) ทางเข้าวัดครับ ต้องเดินครับรถจอดถนนใหญ่ วัดอยู่ใกล้รร. royal residency ที่พัก ซึ่งเป็นรร ที่นับว่าโอเคและคนไทยพักเยอะครับ ตอนไปเราเจอกลุ่มของ royal orchid holidays มีดาราช่อง 3 + ผู้จัด + ผกก มาด้วยครับ แต่เสียดายไม่ได้ถ่ายถาพมาฝาก ฝากภาพรร มาแทนแล้วกัน ครับ
Posted by: changgerman, November 30, 2007, 9:48pm; Reply: 2
โรงแรม Royal Residency พุทธคยา เป็น รร เดียวที่เก็บรูปมาครับเพราะพัก 2 คืน คืนวันแรกกับคืนวันก่อนกลับที่มาขึ้นเครื่องกลับกทม. ครับ ห้องใช้ได้ทีเดียว แต่พนักงานที่นี่ออกจะบ้าtip พอสมควรสังเกตว่าพอผมให้ทิปตอนแกขนกระป๋าขึ้นมาที่ห้อง หลังจากนั้น แกจะชอบมาเคาะห้องเอานู่นเอานี่มาให้ เช่น กระติกนำ ไฟฉาย adapter พอรับเสร็จแกจะยืนรอไม่ไปไหนครับ ผมเลยต้องใช้หลักขันติปิดประตูไปเลย
อาหารทุกมื้อส่วนใหญ่จะเป็น ข้าวสวย บะหมีผัดแบบหมี่เตี้ยวครับใส่ผัก ผัดผัก ผัดมะเขือม่วง ดอกกะหล่ำ (แห้งๆ จืด ไม่มัน มีกลิ่นเนยนิดๆ) ไก่ทอด-ไก่อบ (แบบแห้งๆครับไม่มันมาก แกทำเหมือนกันทุกที่เลยครับ) ไข่ต้ม หาหมูไม่มีเจอเลยครับ อย่างเก่งจะเป็นปลา แล้วก้อแกงข้นผักรวม ทางกลุ่มจัดอาหารประเภทเครื่องเคียงข้าวต้มเสริมทุกมื้อเลยครับกลัวไม่ถูกปากคนไทย น้ำดิ่มก้อพกขวดลิตรได้เลยคนละขวดครับ ทางทัวร์แกต้องจัดให้ถือคนละขวด ในรถและก่อนขึ้นห้องตลอด คาดว่าหมดทั้งทริปก้อประมาณ 20 ขวดกว่าได้ที่ผ่านผมไปคนเดียวนะครับ
สิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมไปสำหรับคุณญ คือ กระโปรงสุ่มไก่ครับ ดีที่คณะบางท่านเดินทางมาบ่อยแกเลยสั่งเย็บและแจกสมาชิกกันเลยคนละอัน สมาชิกใหม่อย่างแม่ผมเลยได่อานิสงค์ ไม่งั้นคงหม้อน้ำระเบิดในรถปแน่ ที่ขาดไม่ได้ตือ ไฟฉาย เอาไว้ใช้หาทำเลเด็ดดอกไม้ นั่งรถนานม้กครับระหว่างเมือง ทริปนี้คุณอาจัดให้นั่งรถทั้งหมดเพราะแกบอกว่าแกลองมาหมดแล้ว เครื่องบินภายใน (แกบอกบินหวาดเจี๋ยวมาก ส่วนรถไฟก้อนะ บอกมาถึงตี 5 มาถึงตี 5 จิงๆ แต่ของวันรุ่งขึ้นนะ หงะ...)
Posted by: changgerman, November 30, 2007, 10:12pm; Reply: 3
:)วันที่ 2
ตื่นแต่ตรู่ครับ ตี 4 (ตื่นประมาณนี้ทุกวัน) ออกไปพุทธคยาเลยครับ กิจวัตรที่จะทำนอกจากทัศนาพุทธสถานแล้ว ในทุกที่จะสวดมนตร์ ทำสมาธิ ทำปทักษินานุวัตร เวียน เวียน รอบๆ ที่นั้นๆ และแผ่เมตตากุศลบุญ ลงท้ายว้อยเสียง ร้อง มหาเศรษฐีๆๆๆๆ จนผมอดคิดไม่ได้ว่า คนเมืองไทยหลายท่านคงมาแล้วรวย แน่ๆ เรย เข้าข่ายอุปทานหมู่ไหมนะ แต่ เอ่อ ก้อแอบอนุโมทนาไปด้วยแระ อิอิ ขอกล่มผมมีเครื่องกฐิน มาได้บางส่วนเพราะของมันตามมากับเครื่องบิน TG เมื่อวานไม่หมด (นั่ง TG มาแทน อินเดียนแอร์) มีผู้โชคดี 2 ท่านกระป๋าไม่มาครับ ซักแห้ง หนที่ 1 (เดี๋ยวมีอีกครับ หนที่ 2 ติดตามกันต่อไป) เครื่องกฐินที่มีอยู่มาได้เลยเอาไปเวียนรอบบริเวณต้นมหาโพธิ์ และพระมหาเจดีย์พุทธคยาก่อนครับเพื่อความขลังในการทอดช่วงบ่าย
พุทธคยาอยู่ในรัฐพิหาร (เขตเกษตรกรรมของอินเดียขนานแท้) สถานที่ตรัสรู้ประกอบก้วย 5 สิ่งที่น่าไปชม คือ โพธิบัลลังก์ (อาสนที่นั่งตรัสรู้) ต้นมหาโพธิ (หน่อที่ 4แล้วครับจากต้น original) พระมหาเจดีย์ พระพุทธเมตตา (ประดิษฐานในมหาเจดีย์ครับ มีพิธีห่มผ้าให้ท่าน นำผ้าไตรจีวรไปได้ครับ ท่านรอดการเผาบริเวณของกลุ่มต่างศาสนามาได้อย่างไม่น่าเชื่อครับ) และสุดท้าย คือการฟังเสียงสวดมนตร์สำเนียงต่างๆ และการสักการะด้วยท่าต่างๆ จากชาวพุทธนานาชาติ ครับ ที่เห็นๆ ก็มีเวียตนาม พม่า ศรีลังกา อินเดีย ญป. เกาหลี
ก่อนลงรถทุกที่ต้องเตรียมรับกับกลุ่มขอทานครับ มีตั้งแต่อายุ นับเป็นเดือน ขวบ จนถึงคนแก่ครับ บางคนเล่นดนตรีและท่องคาถาพุทธไปด้วยครับ เสียงเพราะครับ แต่เอ่อ ผมต้องครองขันติอีกเหมือนเคย (สังเกตว่าการมารุมกรูต้อนรับจะเกิดเฉพาะรถบัสของพี่ไทยเท่านั้นครับ ชาติอื่นไม่ค่อยจะ +++ คิดไปก็คิดกลับก็น่าภูมิใจ นะครับ ว่าคนไทยใจบุญ) :)
Posted by: changgerman, November 30, 2007, 10:19pm; Reply: 4
ต่อ ... ภาพบริเวณปริมณฑลที่พุทธคยาครับ
- ศานาอาสน์บัลลงก์ อยู่ใต้นต้นโพธิ์ตรงมุมนี้พอดีครับ คนจะเอาหน้าไปแนบสวดภาวนา ปิดทองแล้วเอาหน้าผากไปแนบให้ติดทองกลับมาครับ คนแน่นมากมาก
- วิว ข้างทาง ในเมือง
- เจดีย์น้อยใหญ่รายรอบ
Posted by: changgerman, November 30, 2007, 10:29pm; Reply: 5
ต่อ ... ภาพบริเวณปริมณฑลที่พุทธคยาครับ
- พระพุทธมหาเมตตา ระหว่างพิธีถวายผ้าห่มทรง
บ่ายๆ ไปถวายกฐินครับ... แล้วมุ่งหน้าสู่พารณสี ระหว่างทางเจอขบวนแต่งงานชาวอินเดียเค้าเอาโคมไฟแบบมีหม้อไฟติดอยู่ที่ฐานอันใหญ่มากครับทูนหัว ราวๆ 20 คนเดินแห่ตามถนน บางคนไม่ใส่ท่อนบน เป็นแบบงานชาวบ้าน พอเราเช็คอินเข้ารร Ramada (รร ดีมากกก จนเหมือนไม่คิดว่าอยู่ในอินเดียประมาณรร ดีๆ บนสุขุมวิทบ้านเราเลยอะคับ) เจองานแต่งคนรวยตกแต่งอลังมากแกเอาดอกไม้มาติดทั่วไปเลยครับ แต่งสูทสาหรี่เนียบๆ ตกแต่งทั้งในสวนรรและห้องจัดเลี้ยง เห็น gap คนรวย-จนอย่างชัดเจน เสียดายไม่มีภาพมาให้ ดูครับ
วันนี้รีบเข้านอนครับ พรุ่งนี้ได้ฤกษ์ลอยกระทงที่คงคา ....
Posted by: changgerman, November 30, 2007, 10:43pm; Reply: 6
วันที่ 3
วันนี้ไปลอยกระทงที่คงคาในตอนเช้า แม่น้ำลงคาคงไม่ต้องเล่าสรรพคุณแล้วครับไปดูกันดีกว่า
- อาคารตรงบริเวณท่าที่จะลงเรือล่องคงคา ส่วนมากเป็น Guesthouse และบางที่ยังคงเป็น โรงแรม ตตต. (เตรียมตัวตาย) เหตุจากคนฮินดีแกเชื่อครับว่าใกล้ตายต้องมาใกล้พระเจ้า ได้มาอยู่ริมคงคา บูชาพระอาทิตย์ ภาวนาจิตจะได้ไปหาพรเจ้าครับ ตายปุ๊บก้อเผาเรย ริมน้ำ แต่ปัจจุบัน รร แบบนี้ลดลงมากครับ เพราะเจ้าของต้องมีภาระ clean up ศพที่ ตายขึ้นอืดในห้องนานๆ เพราะคนแก่อะครับ ตามธรรมชาติ รับนักท่องเที่ยวดีกว่า เงินหนา
- เสาน้ำชลประทานพบเห็นตามท่าเรือต่างๆตลอดแม่น้ำครับ เสานี้เขียนรูปพระนารายณ์ และพระแม่คงคาทรงจระเช้ครับ
- ท่าที่เค้าใช้เผาศพครับ เค้าบอกว่าท่าหลักๆ ของแม่น้ำนี่มาจากหยดน้ำที่พระนารยณ์ประทนลงมาครับ
การเผาศพจะทำทันทีหลังจากที่ตายและจะเผาเฉพาะศพที่มีญาติมาด้วยครับ จะไม่เผาใน 4 กรณี หญิง พรหมจรรย์ - เด็ก - คนที่ถูกงูกัดตาย - คนที่ถูกฟ้าผ่าตาย เพราะถือว่าเด็ก / ญ พรหมจรรย์บริสุทธิ์ ครับถึงพระเจ้าแน่หลังตาย ไม่ต้องมาเผาทำพิธีที่คงคา ส่วนคนที่ถูกงูกัดและฟ้าผ่าเสมือนต้องอาวุธของพระเจ้าโดยตรงครับ ท่านต้องการตัวไปแล้วว่างั้น เลยไม่ต้องทำพิธีเผาลอยคงคาแล้ว
Posted by: changgerman, November 30, 2007, 10:52pm; Reply: 7
ต่อ... ลอยกระทงคงคา
- ท่าน้ำมีคนมาอาบน้ำตอนเช้าแน่นขนัด ทั้ง half nude ทรงเครื่องเต็มยศ เปลือยบน อู้ยศรัทธาเหนือสายตาคนจับจ้องจริงๆครับ
- การทำสติภาวนาบูชาพระอาทิตย์ครับ ทั้งคนอินเดีย นักบวช เห็นมีแหม่มฝรั่งด้วยครับ
- แสงอาทิตย์เช้าวันใหม่ เพื่อให้สะดวกต่อการบูชาพระอาทิตย์ มีการเชื่อกันเป็นจารีตว่าให้ตั้งบ้านเรือนฝั้งทิศตะวันตกของแม่น้เท่านั้นครับ ถือว่าเป็นฝั่งสวรรค์ หากไปตั้งฝั่งตะวันออกถือเป็นฝั่งนรกครับ (trick คือ ไม่ให้มีใครไปสร้างบ้านบดบังดวงตะวันเพื่อสดะวกต่อการบูชา เขาว่ากันว่าอย่างงั้นนะครับ) และไม่มีใครไปสร้างๆจริงๆครับ อินเดียเป็นดินแดนทีฝังแน่นกับคติความเชื่อทางศานาจริงๆ จนผมว่ากฎหมายมีค่ายน้อยกว่ากฎจารีตจริงๆครับ
Posted by: changgerman, November 30, 2007, 11:01pm; Reply: 8
ต่อ ... ลอยกระทงคงคา
- ไม่มีเรือเครื่องครับ มีแต่เรือแรงมนุษย์ มีกลุ่มทัวร์หลายชาติครับ และอีกเช่นเคยเรือจากพี่ไทยจะถูกห้อมร้อมด้วยเรือขายของครับ เรือผมเกือนเอาตัวไม่รอดจากกลุ่มเรือขายของแกเล่นจอดเทียบเหยียบกาบเรือรั้งไว้ไม่ปล่อยเลยครับ แอบนึกว่าจะไม่ได้มีโอกาสเข้าฝั่งแล้ว ดีที่ในกลุ่มมีคนซื้อของมากขึ้นจนพ่อค้าแกพอใจเลยปล่อย มีทั้งของที่ระลึก เครื่องประดับ เครื่องเงิน ปลาปล่อย ฯลฯ ใกล้เคียงตลาดน้ำบ้านเรา ขาดแต่อาหาร
- ลอยกระทงแล้วครับ แต่เอ๋ ลอยไปสักแป่ป ถูกเรือชาวบ้านช้อนเก็บไปครับ คาดว่า คงไปรีไซเคิลขาย พวกเราแอบไม่พอใจแต่คิดไป คิดกลับครับ เราอธิษฐานปล่อยทุกข์ไปเค้าเอาไปเก็บไว้ก้อ อะนะ รับกรรมเราไป
- บรรยากาศเรือ เริ่มหนาแน่น
- ศาลเจ้าเล็กๆ พบได้ตามรายทางข้างแม่น้ำ
Posted by: changgerman, November 30, 2007, 11:24pm; Reply: 9
สายๆ ก้อเดินทางเข้าสู่เมืองสารนาถ สถานที่ตั้งของสังเวชนียสถานแห่งที่ 2 ที่จะไปเยือนครับสถานที่แสดงปฐมเทศนาโปรดปัญจวคีย์จนเกิดพระสงฆ์องค์แรกของพุทธศานาและครบพระรัตนตรัย เป็นเหตุการณ์สำคัญในวันอาสฬหบูชาที่เราท่องจำกันในบทเรียนตั้งแต่เด็ก เมืองพาราณสี และสารนาถตั้งอยู่ในรัฐอุตรประเทศ U.P. เป็นรัฐที่มีประชากรมากที่สุดในอินเดีย บรรยากาศบริเวณสถานที่แสดงปฐมเทศนาจะประกอบด้วย
- เสาอโสก (พระเจ้าอโสก 200 ปีหลังการปรินิพพาน ศรัทธาในพุทธศาสนามีการเดินทางมาและตั้งเสาเป็น bookmark เกือบทุกที่ครับ และสถูป เจดีย์ต่างๆก้อคาดว่าจะสร้างในสมัยพระองค์ท่านด้วย เรียกว่าเป็นพุทธมามกะตัวจริงอีกพระองค์ครับ) ที่เห็นอันนี้แผ่นดินไหวหักไป 4 ท่อนสำหรับที่สารนาถ ที่สมบูรณ์ที่สุดและมีหัวเสาด้วย คือที่ไวสาลี ส่วนที่มีตัวเสาอย่างเดียวก้อที่ลุมพินี ที่กุสินาราไม่ยักเห็นครับ
- สถูปใหญ่ ธัมเมกกกะสถูป เป็นที่ระลึกถึงบริเวณแสดงการเทศนาครั้งนั้น ตรงรอบๆก้อเป็น park มีชาวอินเดียมาปะปนด้วยพอสมควรเพราะเค้าถือเป็น site seeing site ไม่ใช่ temple ครับ พระปฐมเทศนาเรื่องธรรมจักรกัปปวัตนสูตรครับ พวกเราได้ท่องพระสูตรที่บริเวณข้างสถูปเป็นการบูชาพร้อมด้วย combo อื่นๆ เหมือนที่พุทธคยาครับ อาทิ การทำปะทักษินานุวัตรเช่นเคยครับ บูชาด้วยการปิดทอง ฯลฯ เนื้อหาในพระสูตจะเป็นเรื่องหนทางสายกลางที่พระพุทธเจ้าทรงเลือกปฎิบัติและบรรลุการเป็นพระอรหันต์ เรื่องอริยสัจย์ 4 (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค)อันเป็นหาทางในการตรัสรู้ของพระพุทธองค์ครับ
- หมู่กุฎิต่างๆ ของพระสาวกต่างๆ ที่เป็นเลิศในด้านต่างๆ ให้ขอพรโดยการปิดทองครับ รวมถึงกุฎิที่พระพุทธเจ้าจำพรรษาเป็นพรรษาแรกหลังตรัสรู้ด้วยครับ
Posted by: changgerman, November 30, 2007, 11:34pm; Reply: 10
เสร็จแล้วออกเดินทางต่อสู่เมืองอโยธยา สถานที่ในตำนานรามเกียรติ์ ว่าเป็นเมืองพระราม ถึงไม่ดึกครับ
แต่ รรที่จัดให้พักคืนนี้เป็นการฝึกศีล อย่างแท้จริงแก่ผู้ร่วมเดินทางครับ รร. พรมขึ้นรา ฝ้าหลุด ห้องน้ำเป็นอแบบขันตากราดตัว (ฝักบัวมีแต่เปิดไม่ได้น้ำท่วมออกไปนอกห้องน้ำ) มียุงในห้องจำนวนเอ่อพอให้ระแวงได้ว่าเสร็จเป็นอาหารมันแน่เรา และที่สุด คือที่นอนที่นอนแล้วคันมากมาก รร. ที่ไม่ขอเอ่ยนามนี้ สุดยอดจริงๆ ครับ
จริงๆ เราจะตีไปนอนกันที่สาวัตถีเลยซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดพระเชตวันมหาวิหารสถานที่สำคัญในพุทธตำนานอีกแห่งแต่ทางกลุ่มกลัวเหนื่อยเลยแวะนอนเมืองพระราม ซึ่งกลับให้ความรู้สึกแบบกรุงลงกามากกว่าครับ (เอิ๊ก...)
อันนี้ไม่ถ่ายภาพมาครับ บอกเล่าด้วยคำพูดก้อทำผมขนลุกขึ้นมาอีกครั้ง
Posted by: changgerman, November 30, 2007, 11:45pm; Reply: 11
---- ครึ่งทาง -----
มาได้ 2 สังเวชฯ แล้วครับ เดี๋ยวจะมาต่อในโอกาสหน้า
จะเป็นเส้นทางจากอโยธยา - สาวัตถึ (พระเชตวันมหาวิหาร - วัดสำคัญในพุทธตำนาน/ บ้านองคุลีมาร) - โสเนาลี (แดนสุขาวดี สุขาที่สวยน่าจะที่สุดในการเดินทางครั้งนี้) - ลุมพินี (เนปาลกับการข้ามแดนสุดหฤโหด และการซักแห้งครั้งที่ 2/ สถานที่ประสูติ) - กุสินารา (พานอนวัดครับ สถานที่ปรินิพพาณ) - ไวสาลี (สถานที่ปลงสังขาร) - พุทธคยา (ก่อนขึ้นเครื่องกลับ)
ขอพักด้วยภาพการเดินทาง
- คาราวานรถบรรทุกที่เห็นกันเจนตาตลอดทริปเนื่องจากเป็นรัฐเกษตรกรรมมีการขนส่งไปมาเยอะมาก อันเป็นสาเหตุให้การจราจรเป็นจลาจล ซึ่งจะมี colateral damage มาสู่พวกเราในตอนหน้า ฮึฮึ ซึ้งมากมาก
- ร้านน้ำชาขายโรตี ทำจากเตาถ่านที่ผสมมูลวัว (ฟังดูไม่น่ากิน แต่อร่อย) และกะลำใจ ชากำลังใจนมแพะ อาหารอันเป็นสรณะระหว่างทาง พวกเราพกหมูฝอย หมูแดดเดียวไปยัดไส้เป็นแซนวิจโรตีกับชาร้อน รสชาติเด็ดสะไม่มีครับ ทำเอาลืมไปเลยว่าเชื้อเพลิงที่ใช้ในเตาโรตีทำมาจากอะไร
Posted by: changgerman, December 2, 2007, 11:25am; Reply: 12
วันที่ 4 ไฟซาบาด (อโยธยา) - สาวัตถี - ลุมพินี
วันนี้เร่งรีบออกที่พักเพื่อมุ่งหน้าข้ามพรมแดนไปลุมพินีในเนปาลครับ ออกกันตั้งแต่ 06.00 ตรงเวลาเป๊ะเรย ด้วยความหวังจะไปถึงลุมพินีแบบตะวันยังไม่ตกดิน โดยระหว่างทางเข้าไปเนปาลจะแวะที่เมืองสาวัตถี เพื่อนมัสการวัดพระเชตวันมหาวิหาร สถานที่ที่พระพุทธเจ้าจำพรรษานานถึง 19 พรรษา และเป็นศูนย์กลางในการวาง strategy การเผยแพร่พุทธศาสนาในสมัยพุทธกาล
ออกเดินทางมาได้สักแป๊ป ปรากฏว่าเค้าปิดถนน.... เนื่องจากทางที่เราจะผ่านจะข้ามแม่น้ำสายหนึ่งซึ่งเป็นสายแยกจากคงคา เลยมีงานลอยกระทงใหญ่ พระธรรมวิทยากรบอกว่า ชาวอินเดียจะมาร่วมงานเป็นหลักแสนเลยครับ แอบเสียดายที่เค้าปิดเพราะอยากดูคนมาไหว้อาทิตย์ตอนเช้า คงแน่นขนัดสุดๆ ขนาดปิดถนนเรย
ผลจากการปิดถนนทำให้คณะเราต้องไปอ้อม อ้อม อ้อม จากเดิม 4 ชม เป็น 6 การเดินทางในอินเดีย เข้าทำนองพุทธธรรม.. ไตรลักษณ์ อนิจจัง .... จิงๆ
อันนี้เป็นภาพทางที่เราไปอ้อมมาครับ ได้ผ่านแม่น้สายเดียวกันแต่ต้องไปอ้อมไปมากมาก นั่งรถกันรากงอกครับ
Posted by: changgerman, December 2, 2007, 11:33am; Reply: 13
ถึงสาวัตถีสักที มาดูกันดีกว่าว่าวัดพระเชตวันมีอะไรบ้าง
มีกุฎิของพระพุทธองค์และพระสาวกครับ กุฎจะแงเป็นฤดูหนาวและร้อน นอกจากนี้ก็มีธรรมสภา ซึ่งเป็นศูนย์การปกครองกลางทางพุทธศาสนาในสมัยพุทธการ คล้ายสำนักวาติกันครับ ระบบริหารงานเป็นแบบ MBA เชียวนะครับ มีพระพุทธองค์เป็น CEO มีที่ประชุมพระอรหันต์ และสงฆ์สาวกที่ส่งไปเผยแพร่ศาสนาต่างๆและกลับมารายงาน feedback ของแต่ละที่ที่ไปเยือนต่อพระศาสนา มีศาลสงฆ์เพื่อชำระคดี ต่างๆ ที่เอาภาพมาฝากคือที่ประชุมสงฆ์สาวกครับ โดยจะมีพระอาสน์สำหรับพระพุทธองค์ในการ chair การประชุมด้วย
การบูชาสำหรับที่กุฎิจะเป็นการเจริญพุทธมนต์ + ปิดทองแผ่น สำหรับที่ศาลสงฆ์จะมีบ่อชำระคดีที่พอชำระเสร็จสงฆ์จะนำเอกสารคดีมาทิ้งลงไปในบ่อชำระคดี เราก้อทำด้วยการเขียนเรื่องที่ติดค้างในใจลงในกระดาษและโยนลงไปครับ เพื่อชำระอโหสิ
Posted by: changgerman, December 3, 2007, 10:07pm; Reply: 14
อีกที่นึงในบริเวณวัดพระเชตวัน คือ
ภาพ 1 คฤหาสน์ของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เศรษฐีผู้เป็นที่พึ่งของคนยาก เป็นสมญานามที่พระพุทธเจ้ามอบให้ท่านเนื่องจากท่านเป็นผู้มีฐานะที่มีความเป็นเลิศด้านการทำทาน ทำทานด้วยทรัพย์มากครับและการสร้างวัดพระเชตวันนี่ก้อจากการนำของท่าน เค้าบอกว่า ที่ท่านทำบุญอย่างต่อเนื่องนี่แหละส่งผลบุญให้ท่านมีกินมีใช้โดยตลอด เงินหมุนเวียนเข้าออกมากมายหลายโกฐ จนที่บ้านท่านมีห้องเก็บทรัพย์หลายห้อง ที่เหลือปัจจุบันเห็นๆ มี 4 ห้องครับ เราก้อว่า ไม่เยอะแต่พอปีนขึ้นไปดูความลึกก้อผงะนิดๆ ว่าถ้าทั้งห้องเป็นทองเพชรและเงินหมดนี่กี่ชาติก้อกินไม่ไหมดจริงๆ ครับ ผลบุญแห่งการทำทานมันช่างประเสริฐจริงๆนะเนี่ย
ภาพ 2 ข้างๆกันจะเป็นบ้านของบิดาองคุลีมาลครับ ตามพุทธประวัติก้อเป็นสาวกอีกองค์ที่มีชีวิตที่เหมือนเดิกใหม่จากพระธรรมของพระพุทธเจ้าครับ ที่นี่เราได้สวดองคุลีมานคาถาด้วยครับเป็นคาถาให้ไหลลื่นไหลคล่อง ทั้งงาน ทั้งเงิน ทั้งชีวิต แต่เบื้องหลังของคาถามาจากที่หลังจากองคุลีมานเลิกบำเพ็ญบาปกรรมด้วยการตัดนิ้วแล้ว จากกการฟังพระธรรมของพระพุทธเจ้าก้อผนวชครับเดินออกไปบิณฑบาตรก้อเจอคนในหมู่บ้านกลัววิ่งหนี้ โดยมีญ ท้องแก่คนนึงกลัวมากครับวิ่งหนีไปมุดรั้วท้องติดครับ เจ็บทรมานมาก ท่านเลยท่องคาถาโปรดญ คนนั้นปรากฎคลอดเลยครับเด็กออกมาแข็งแรงสมบูรณ์แม่ปลอดภัย ดังนั้นคาถานี้จึงมีอานิสงค์อีกทางในเรื่องการคลอดบุตรไหลลื่นด้วยครับ
* ยังมีอีกที่ต้องชมแต่เนื่องจากยังต้องใช้เวลาในการเดินทางเข้าเนปาลอีกนาน กลัวจะไม่ทัน ทางกลุ่มเลยขับรถผ่านๆ ครับ อาทิ สถานที่ที่พุทธองค์แสดงยมกปาฎิหารย์เสด็จขึ้นสู่ชั้นดาวดึงส์ เพื่อไปเทศน์โปรดพระมารดาครับ และที่ที่พระธรณีสูบพระเทวทัต ไม่ได้เก็บรูปมาฝากเพราะเป็นการขับผ่านจริงๆ เลยอด หงะ...*
Posted by: changgerman, December 3, 2007, 10:17pm; Reply: 15
บนเส้นทางสู่เนปาลจะผ่านเมืองชายแดนชื่อโสเนาลีครับ ตรงบริเวณเมืองนี้ถนนจะมุ่งสู่เนปาลจะติดขัดมากมากด้วยรถบรรทุกต่างๆ เพราะเนปาลผลิตสินค้าได้ไม่มากต้องอาศัยของอินเดียครับ ด่านศุลกากร เลย popular มากๆ ทำให้เกิดปัญหาเรื่องห้องสุขา/ ห้องอาหาร ของคณะภิกษุและอุบาสก/สิกา คนไทยที่ผ่านไปผ่านมาข้ามแดนแสวงบุญที่ลุมพินี
ด้วยศรัทธาในบุญของชาวไทย เลยมีโครงการสร้างพุทธวิหาร สาลวโนทยาน 960 เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา เป็นที่พักที่มีห้องน้ำระดับ 5 ดาว หรูสุดๆแบบทำพวกเราลืมกระโปรงสุมไก่และพุ่มไม้ไปได้เลย ครับ พวกเรามีฟามสุกมากมากใช้เวลาจนเพลินครับ เดิอนชมสถานที่ห้องพักรับรอง ห้องอาหาร มุมกาแฟ มุมขายของที่ระลึกของนศไทยในอินเดีย และได้ร่วมถวายปัจจัยแด่คณะสงฆ์ที่พักดูแลงานก่อสร้างที่นั่นอยู่ด้วยครับ
Posted by: changgerman, December 3, 2007, 10:43pm; Reply: 16
ใจเย็น เนื่องจากเย็นใจที่ได้ทำบุญต่อเนื่องแบบ non stop มาตลอดทางครับ และแล้ว เหตุการณ์ไม่คาดฝันก้อเกิดขึ้น เรามุ่งหน้า มุ่งหน้าทำเวลาแต่เราก้อเจอปิดถนนในตอนเช้าเสียเวลาไป 6 ชมอ้อมอ้อม ต่อมาเรามาเจอสาลวนโนทยาน สุขาวดี สุขีเสียจริงเลยอยู่กันไป 2 ชมกว่าๆ ระหว่าวงทางเจอคาราวานรถบรรทุกรถติดไป 1 ชม + รถติดจุดนึงทำพวกเราขำมากมากครับ ตรงที่ติดเพราะมีญ 2 คน มาถ่ายหนักตรงกลางถนนครับรถเลยต้องหลบซ้ายขวาและวถนน 2 เลนรถบรรทุกวิ่งทั้งนั้น จะวิ่งกันยังไงหละครับ +++ ผลลัพธ์ก้อรถติดครับ
พวกเรามาถึงด่านตอน 23.30 ครับ พวกเราเสียว มากมาก ว่าด่านจะปิด แต่ ทัวร์ได้ส่งคณะมาพร้อมพาสปอร์ตทำเรื่องเข้าเมืองล่วงหน้าให้แล้ว ฟังแล้วเราก้อสบายใจไปหนึ่งเปลาะ แต่เราลืมไปจุดนึงหงะ ... รถมันต้องตรวจด้วยนะไม่เฉพาะคน .....
หัวหน้าทัวร์แกบอกเดี๋ยวใช้เส้นคานธีจะผ่านแดนให้ได้ หายห่วง แกหายไปสัก 30 นาที ใกล้เที่ยงคืนแล้ว เค้ากลับมาแจ้งเราว่าเค้าตรวจรถและเซ็นผ่านให้เราไม่ได้เพราะหัวหน้างานเค้าไม่อยู่ไปหาแม่ที่บ้านหงะ มีงี้ด้วย หัวหน้าทัวร์เลย option ให้เรา
1. หารร พักที่บริเวณด่านฝั่งอินเดีย
2. เอาแต่ตัวข้ามไป กระเป๋าตามไปพรุ่งนี้
พวกเราตกลงใจใช้ข้อ 2 เพราะยังไงบรรยากาศคงจะดีกว่านอนตรงด่านแหงๆ เลยเกิดคาราวานพุทธบริษัทเดินข้ามแดนตอนเที่ยงคืนครับได้ feeling มาก เป็นคืนวันลอยกระทงเดือนหงาย ใต้แสงจันทร์จ้า เดินดุ่มๆ ข้ามแดน ตม มองกันอย่างไม่รู้สึกผิดเรย
วันนี้เลยเกิดเหตุการณ์ซักแห้งครับ ครั้งแรกสำหรับลูกทัวร์ 46 คน และครั้งที่ 2 สำหรับ 2 คนที่กระเป๋าไม่มาตอนตกเครื่องวันแรกครับ พอพวกเราไปถึงรร ก้อแทบจะคิดในใจเหมือนกันว่าๆ โอ้ถึงซึ่งนิพพานซักกะที อันนี้อาจจะมาจตากที่ รร ที่เรานอนคืนนี้ ชื่อ รร. นิรวาณ (Nirvana) ก้อได้ ชั่งเลือกรร ชื่อได้เหมาะเหมงจิงๆ
Posted by: artthaya, December 3, 2007, 10:59pm; Reply: 17
มาชม ;D อยากไปค่ะ ขอบคุณค่ะ :D
Posted by: changgerman, December 3, 2007, 11:00pm; Reply: 18
วันที่ 5 ลุมพินี - กุสินารา
วันนี้กฎตื่นตี 4 ของกลุ่มเราถูกเพิกเฉยอย่างแพร่หลายครับ ด้วยทุกคนพร้อมใจกันนอนตื่น 7 โมง ที่ตื่นกันสายซะ เพราะรอกระเป๋าครับ กว่ากระเป๋าจะผ่านแดนตามเรามาก้อ 8 โมงครับ เป็นอันว่า วันนี้นอนสบายที่สู้ดเรย สำหรับผมนะ
ออกไปเที่ยวสถานที่ประสูติกันดีกว่าครับ บริเวณลุมพินีวันก้อยังมีสภาพเป็นสวนป่าอยู่ครับแต่ UNESCO พัฒนาเป็น International heritage site สำหรับ tourism อย่างเป็นระบบครับ มีการแบ่ง zone หลักๆก้อเป็น 1. zone กลางที่ตั้งของบริเวณประสูติ มีเสาอโสก + องค์สถูป + สระโบกขรณี ที่พระนางสิริมหามายาได้นำพระพุทธองค์ชำระทำความสะอาดหลังจากมีพระประสูติการ ทั้ง 3 นี่คือพระเอกของบริเวณนี้ครับ
2. zone วัดพุทธมหายาน นิกายที่แถบ ญป เกาหลี จีน เวียดนาม ธิเบต เค้านับถือกันครับ วัดของจีนดูโอ่อ่าใช้ได้ทีเดียว แต่ผมไมด่ได้แวะไปดูนะครับ ดูรูปเอา
3. zone วัดพุทธเถรวาท นิกายที่ไทยเราสังกัดอยู่ครับมีเพื่อนร่วมนิกายหลักก้อ ศรีลังกา พม่า บังคลาเทศ และอินเดียครับ
จะมีคูน้ำยาวๆ เป็นตัวแบ่ง zone ทั้ง 3 ครับ
การเดินทางในลุมพินีก้อนั่งรถใหยญ่มาลงจะมีบริเวณร้านค้าต้อนรับเราอยู่ประมาณ 1 บลอกครับไม่มากแบบวัดอาซาคุสะในญป เราอาจเลือกเดินหรือสามล้อครับ 10 รูปีจากปากประตูถึงบริเวณ zone กลาง + tip ยาหม่องลิงถือลูกท้อครับ สำคัญมากเพราะคนที่นี่เห็นมันเป็นทองเลยครับ เค้าขอเสมอเลยทีแรกก้อไม่เข้าใจต้องฟังคนที่มาหลายๆครั้งแล้งเล่า เค้าบอกว่าสิ่งสำคัญของคนที่นี่ คือ ยาหม่อง ปากกาลูกลื่น และไฟแช็กครับ ให้ติดตัวมาเยอะๆ ทำทานได้ครับ
Posted by: changgerman, December 3, 2007, 11:13pm; Reply: 19
ทุกคนมองหาต้นสาละเพราะในพุทธประวัติพระนางสิริมหามายาโน้มจับกิ่งสาละยืนคลอดครับ แต่เอ๋อเห็นแต่ต้นโพธิ์ เตราได้การกระจ่างจากพระอาจารย์ที่เป็นวิทยากรของคณะครับว่า ต้นสาละหนะเค้าสร้างครอบไว้ในสถูป ครับ โดยตรงสถูป (มหาเทวีวิหาร) เป็นบริเวณประสูติที่แท้จริงครับ ฟังแล้วพวกเราก้อรีบเข้าไปดูเลยครับหลังจากสวดมนต์ + ปฏิบัติบูชาแบบ combo เสร็จเรียบร้อย
มาดูข้างในครับ
- ข้างในไม่มีต้นสาละครับ เพราะต้นเดิมนั้นถ้าอยู่มาตอนนี้ก้อ 2550 ปีกว่าๆ จะย่างเข้า 2551 กว่าๆ อีกไม่นาน เป็นซากฐานของสถูปองค์เดิมครับโดยมีหลักฐานสำคัญคือ ภาพแกะสลัก 2 มิติ ภาพที่พระนางสิริมหามายาทรงมีพระประสูติการครับ
- พวกเรามองหารอยเท้าของพระกุมาร เจ้าชายสิถัตถะ ตามตำนาน 7 ก้าว ครับ เค้าบอกว่ามีอยู่ 1 รอย มองไปดูผมไม่ยักเห็นครับแต่คนในทัวร์เห็น ชี้มหญ่เลยถ่ายมาช่วยดูกันด้วยนะครับว่าเห็นไหม
Posted by: changgerman, December 3, 2007, 11:28pm; Reply: 20
พักยกครับ เดี๋ยวมาต่อ ตอนไปเยี่ยมวัดไทยลุมพินี
Posted by: changgerman, December 4, 2007, 10:35pm; Reply: 21
จะไม่แวะไปเชยชมวัดไทยในบริเวณลุมพินีวันมันก้อกะไรอยู่นะครับ เอ้าแวะหน่อยดีกว่า
วัดไทยลุมพินี
- พระอุโบสถ สีขาวสวยครับ การออกแบบเป็นลักษณะกึ่งอาคารอเนกประสงค์ครับ เพราะใต้ถุนเป็นห้องจัดนิทรรศการ และมีตัวอาคารเชื่อมต่อกัน 3 หลังได้ ตามที่เห็นหลังกลางเป็นที่ตั้งพระประธาน องค์ Baby Buddha ครับ เป็นปางที่ ขอใช้คำว่า เก๋ไม่ใช่เล่นครับ เพราะเป็นพระพุทธองค์สมัยครองความเป็นbaby ครับ สมกับสถานที่ประสูติครับ มีการปลุกเสกให้เช่าไปบูชาด้วยครับ อ้อ ถ้ามีโอกาสไปอย่าลืมไปสังเกตช่อฟ้า ของพระอุโบสถนะครับเก๋แบบที่ผมยังไม่เคยเห็นในไทยเรย
- นิทรรศการ มีเรื่องหลักๆ คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พุทธศานาในไทย พระอารามหลวง สถานที่ท่องเที่ยว เทศกาลไทย และกิจวัตรของสงฆ์ในไทยครับ วันที่ผมไปเจอน้องๆ เนปาลมาทัศนศึกษาพอดี มีฝรั่งหลงมา 2 โต๋ครับ เค้าอุทานเมื่อแวบแรกที่เห็นอุโบสถคือ this is very THAI++++ เราฟังก้อกรุมกริ่มยิ้มจริงๆที่เรามีอะไรให้เค้าภูมิใจอย่างนึงแล้วในอินเดีย แม้มาไกลแต่ไทยก้อยังเป็นที่รู้จักและภูมิใจได้ครับ
Posted by: changgerman, December 10, 2007, 10:50am; Reply: 22
ต่อ...บรรยากาศวัดไทยลุมพินีครับ
Posted by: changgerman, December 10, 2007, 11:02am; Reply: 23
ก่อนจากลุมพินี คณะเราได้ร่วมการเปิดสะพานที่เชื่อมต่อถนนจากประตูด้านทิศตอ. ของลุมพินีเข้ากับวัดไทยครับ ทำให้คนไทยที่จะแสวงบุญสามารถเข้ามาถึงวัดไทยได้ง่ายขึ้นครับ
Posted by: changgerman, December 11, 2007, 11:03am; Reply: 24
คณะมาถึงวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์กันประมาณ 5ทุ่ม รับประทานอาหารเย็นที่ซุ้มข้าวก้นบาตรครับ กับข้าวร้อนๆ กับอากาศเย็นๆ นี่มันสุดๆจริงๆ
ท่านเจ้าอาวาสนัดหมาย ตี 4 ขอเชิญญาติโยมทำวัตรเช้า พอฟังแล้วผมคิดในใจ ......... เฮ้อ รีบนอนดีฝ่า .....
Posted by: changgerman, December 13, 2007, 10:15am; Reply: 25
วันที่ 6 กุสินารา
เป็นกำหนดการเต็มวันที่กุสินาราครับหลักๆ ก้อจะไปเยี่ยมสักการะสถานที่พระพุทธองค์ดับขันธ์ปรินิพพาน และสถานที่ที่ประกอบการถวายพระเพลิงพระศพครับ นอกจากนี้จะเป็นกำหนดการที่ทำในบริเวณวัด คือ บริจาคสิ่งของให้ชาวบ้าน มีขนม ผ้าห่ม ถุงยังชีพ (ยังกับผู้ประสพภัยแหนะ) และที่สุดๆ คือแม่วัว เพราะต้องจับฉลากครับมี 2 ตัว
เรื่องแม่วัวนี่ประทับใจมากมากเพราะเป็นคนงานท้องถิ่นที่วัดไทย 12 คนจับฉลากวัดดวงกันครับ คนที่จับได้นี่ถึงกับร้องไห้ดีใจไปกอดลูกเมียเลยครับ ทำให้ผมเห็นจริงๆเลยว่า วัวเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และสัตว์เศรษฐกิจสำคัญของชาวบ้านในอินเดียจริงๆ ยิ่งโดยเฉพาะแม่วัวที่ให้นมได้นี่ ยังกับได้ทองคำกลับบ้านเลยครับ เหลืออีก 10 คนที่ไม่ได้หน้าจ๋อยเลย แต่คณะบุญเราก้อจัดให้ครับ ไปไปมามา ถามราคาแม่วัว ก้อพอจะสู้กันไหว ด้วยความเป็นเจ้าบุญทุ่มนิดๆเลยบริจาคให้ครบคนละตัวเลยครับ โอ้วแม่เจ้า มหาทานอีกแล้ว ก้อสาธุ......อนุโมทามิ กันตามระเบียบคร้าบบบ
นอกจากการบริจาคทานแล้ว เราก้อได้มีโอกาสtour รอบๆในวัดครับ มีสถานที่มากมายเลยให้ไปสักการะ
ที่สำคัญก้อคือ องค์พระธาตุที่บรรจุพระบรมสารีรกธาตุและพระเส้นเกศาสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงผนวช ท่านพระราชทานให้มาครับ การบูชาเค้าบอกว่าให้เดินจงกลม 32 + 1 ครับ เท่ากับจำนวนอวัยวะ 32 ประการ + 1 จิตครับ พวกเราบางคนก้อ split เดินเป็น session เช้า 20 บ่าย 12 ก้อตามศรัทธาและกำลังครับส่วนผมเลือกเดินตอนกลางคืนครับ
อีกที่คือพระอุโบสถ ผมว่าคล้ายๆกับที่วัดไทยลุมพินีนะครับ แต่ที่นี่จะเล็กกว่า แต่ภายในสวยครับ ไม่ได้ถ่ายภาพมาฝาก อยากให้ลองไปสัมผัสกันครับ นอกจากวัดแล้วยังมีคลินิคบริการด้วยครับ ราคากันเองมากมาก ประมาณ 30 รูปีรักษาทุกโรคอะครับ มีรูปเคารพของท่านพ่อหมอชีวกโกมารภัทธ หมอประจำตัวพระพุทธองค์ ให้สักการะกันที่หน้าคลินิคด้วยครับ คลินิคกำลังจะupgrade เป็น poly clinic ใหญ่ๆ เป็นอาคาร 2 ชั้น กำลังก่อสร้างกันอยู่ครับ ซึ่งสมเด็จพระเทพพระรัตนฯ ได้ทรงให้เกียรติมาวางศิลาฤกษ์ไปประมาณ 2 ปีที่แล้วครับ
และที่คณะของเราไปกราบไหว้กันมากมาก เห็นจะเป็นพระพุทธเรียญเงินล้านครับ อยู่ตรง lobby ที่ check in (ระบบการจัดการบริการแบบรร ดีดี เลยครับ) เป็นพระพุทธรูปขนาดความสูงประมาณ 1 มือกางได้ครับ ตรงหน้าตักท่านจะมีเหรียญเงินล้านพอบูชาถวายปัจจัยก้อนำเหรียญกลับไปบูชาที่บ้านครับ
ที่นี่หอพักจะเป็นเรือนแถวยาวครับ ห้องประมาณ 3-4 คนแล้วแต่ห้องครับ มีห้องน้ำในตัว แบ่งพักชาย - หญิงเป็นสัดส่วนครับ โรงทานอาหารก้อคือซุ้มข้าวก้นบาตร มีซุ้มน้ำชา-กาแฟเป็น coffee house เล็กครับอยู่ใกล้ๆกัน บรรยากาศช่วงเย็น-ค่ำ และเช้าตรูน่าไปจิบกาแฟ ชงเอง มากมากครับ
Posted by: changgerman, December 13, 2007, 10:19am; Reply: 26
รูปมาแล้วครับบบ
- พระธาตุยามเช้าตรู่+++++
- เรือนพัก
- lobby
- บริเวณทางเดินรอบๆวัด
Posted by: changgerman, December 15, 2007, 11:06am; Reply: 27
- สิ่งควรสักการะที่วัดไทยฯ
- ซุ้มข้าวก้นบาตร
- ซุ้มน้ำชา-กาแฟ coffee house
Posted by: changgerman, December 16, 2007, 8:09am; Reply: 28
- ภาพเขียนในโบสถ์
- โรงเรียนพุทธศาสนาของเด็กๆท้องถิ่น (Sunday School)
- คลินิกหน้าวัด
Posted by: changgerman, December 16, 2007, 12:17pm; Reply: 29
hilight ของที่กุสินาราก้อต้องเป็นสังเวชนียสถานตำบลปรินิพพานครับ
สังเวชนียฯนี้ตั้งอยู่ในบริเวณป่าต้นสาละ หรือ สาลวโนทยาน เมืองกาเซีย พระพุทธองค์เสด็จปรินิพพานที่ใต้ต้นสาละคู่ในบริเวณนี้ ปัจจุบันต้นสาละคู่ไม่เหลือแล้วครับ พระเจ้าอโศกมหาราช อีกเช่นเคย ได้สร้างสถูปมหาปรินิพพานครอบบริเวณที่เป็นต้นสาละคู่เอาไว้ครับ เราทำการเวียนเทียนรอบสถูปสักการะเสร็จแล้วก็ต่อด้วยการสักการะและถวายผ้าคลุมแด่พระพุทธรูปจำลองปางปรินิพพานซึ่งประดิษฐสถานอยู่ในวิหารข้างๆสถูปด้วยครับ
นอกจากนี้ยังมีสถานที่ตั้งพระบรมศพ 7 วันก่อนจะทำพิธีถวายพระเพลิงอยู่ในบริเวณนั้นด้วยครับ
การสักการะที่นี่ช่วยทำให้เรานึกถึง เรื่องความไม่ประมาทในชีวิตครับ ตามพระสูตรที่พระพุทธองค์ได้ตรัสสั่งสอนเป็นปัจฉิมโอวาท เรื่องความไม่ประมาท ให้ตั้งมั่นในสติทุกขณะ ระลึกถึงความไม่แน่นอนอยู่ทุกเมื่อ เรื่องมรณานุสติครับ
อีกสุนที่นึงในบริเวณเมืองกุสินาราที่ควรแก่การเยี่ยมชมคือ มกุฏพันธนเจดีย์ เป็นสถานที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพครับ เราไปถึงกันช่วงเย็น - ค่ำ วันนี้ผมสวดมนต์และทำสมาธิแล้วรู้สึกขนลุกจริงๆครับ อาจจะเป็นเพราะบรรยากาศบริเวณโดยรอบครับเพราะมีการจุดเทียนธูปบูชาสว่างไสวไปหมดรอบเจดีย์ที่ปัจจุบันเหลือซากอยู่นิดหน่อยครับ และมีลมพัดแผ่วมาเบาๆ แสงแดดค่อยๆลับไป พวกเราสวดบังสุกุลเพิ่มไปด้วยครับที่นี่เพราะเป็นการเชิญบรรพบุรุษและญาติมิตรที่เสียชีวิตไปแล้วมารับส่วนบุญส่วนกุศลครับ บรื้อ++++ เย็นๆ หยองๆ ยังไงไม่รู้ แต่ทำเสร็จแล้วก้อสบายใจจัง (แอบคิดในใจว่าอีกไม่กี่วันก้อได้กลับบ้านล้วด้วย อิ อิ)
Posted by: changgerman, December 16, 2007, 12:21pm; Reply: 30
- พระสถูปและวิหาร
- ข้างๆกันจะเป็นฐานที่เหลือของสถานที่ตั้งพระบรมศพ
- ภายในวิหาร มีพระพุทธรูปปางปรินิพพาน
Posted by: changgerman, December 16, 2007, 12:28pm; Reply: 31
- ดอกสาละ - ต้นาสละครับ อันนี้ถ่ายมาจากลุมพินี
- วัดพม่าที่อยู่ติดกับสาลวโนทยาน มีการจำลองพระหมาเจดีย์ชเวดากองมาไว้ด้วยครับ
Posted by: changgerman, December 16, 2007, 12:33pm; Reply: 32
- ที่มกุฏพันธนเจดีย์ เริ่มจุดเทียนกันแล้วครับ บรรยากาศขนลุกกำลังคลืบคลานเข้ามา...
Posted by: changgerman, December 16, 2007, 12:38pm; Reply: 33
ฝากภาพควันหลงวันลอยกระทงที่วัดไทยกุสินารามาฝากก่อนจะเดินทางกลับไปที่พุทธคยาครับ
Posted by: changgerman, December 16, 2007, 1:01pm; Reply: 34
วันที่ 7 กุสินารา - ไวสาลี -พุทธคยา
วันนี้เป็นโปรแกรมนั่งรถตียาวยาวยาวยาวยาว ไม่รู้จะเอายาวสักกี่คำจริงๆ เพราต้องตีรถกลับลงมาที่พุทธคยาสถานที่เริ่มต้นของการเดินทาง เล่นเอานั่งรถกันเหนื่อย สวดมนต์กันเมื่อยเลยนะ แต่ยังดีที่มีแวะ 1 จุดที่เมืองไวสาลี
ความสำคัญของไวสาลีในพุทธประวัติเป็นเมืองที่พระพุทธองค์เสด็จมาโปรดสัตว์แสดงอภินิหารครับ ด้วยเมืองนี้ครั้งหนึ่งเคยประสพภัยต่างๆ ทั้งโรคระบาด ภัยแล้ง ภูติผีปีศาจยึดครองเมือง แต่เมื่อพระพุทธองค์ได้ใช้ญาณทราบจึงเดินทางมาโปรด ในก้าวแรกที่พระพุทธองค์ได้ทรงจรดลงที่เมืองนี้ ภัยต่างๆกลับหายในบัดดลเลยครับ ซึ่งพระพุทธองค์ได้ร่ายพระคาถาปัดเป่า แต่จำชื่อพระคาถาไม่ได้ครับ ในรถทัวร์ท่านพระธรรมวิทยากรก้อแนะนำให้พวกเรารู้จักคาถานี้ด้วยครับ
นอกจากนี้เมืองนี้ยังเป็นที่สังคยานาพระธรรมวินัยครั้งที่ 2 หลังจากจากการเสด็จปรินิพพานประมาณ 100 ปี และเป็นเมืองที่ตั้งของเสาหินอโศกที่สมบูรณ์ ผมว่าน่าจะที่สุดเพราะมีหัวสิงห์ด้วย แต่เสียดายมากมาก พวกเราต้อวทำเวลาเพราะไม่อยากถึงพุทธคยามืดเกินไป (ซึ่งเราไปถึงก้อแค่ 22.30 เองอิอิ) เลยไม่ได้แวะไปชมเสาดังกล่าว ได้ชมอีกสถานที่ในไวสาลีแทน คือ สถานที่ที่พระพุทธองค์ได้ทรงปลงอายุสังขาร ปาวาลเจดีย์
การปลงสังขารคือการที่พระพุทธองค์ประกาศจะละสังขาร ว่าในเวลาอีก 3 เดือน (ท่านเดินทางไปถึงที่กุสินาราพอดี) ท่านจะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานครับ ปัจจุบันก้อเหลือเป็นฐานสถูปครับ
อ้อ เมืองนี้ยังเป็นเมืองที่พระพุทธองค์ประธานบวชแด่นางปชาบดี โคตมี (แม่นมของพระองค์) เป็น ภิกษุณีรูปแรกในพุทธศาสนา ด้วยครับ
- เอารูปปาวาลเจดีย์มาฝากกัน
Posted by: changgerman, December 16, 2007, 1:25pm; Reply: 35
วันที่ 8 พุทธคยา - กทม.
เฮ่อออออออออออ ครบ 4 สังเวชนียสถานแล้ว เตรียมตัวกลับบ้านครับ วันนี้ทางคณะไปกราบสักการะบริเวณสถานที่ตรัสรู้อีกครั้งครับ ด้วยความที่เครื่องออกตอนประมาณ 9 โมง เราก้อต้องรีบออกไปสักการะกันตั้งแต่ 6 นาฬิกา เวลาเปิดของสังเวชนียฯ กันเลยครับ แล้วววันนี้ก้อเป็นอีกวันที่ผมแทบจะสลบสลับกับตื่น ตลอดการเดินทาง ตื่นไปตืนมาก้อมาถึงสุวรรณภูมิ ประมาณ 5 โมงเย็น โดยสวัสดิภาพ + อิ่มบุญ + อิ่มใจ ไปตามระเบียบ และสำหรับคนพุทธอย่างผม รู้สึกได้เลยว่า ผมได้เข้าใกล้พระพุทธศาสดาขชองเรามาขึ้น (จนกลับมาต้องหา littel buddha มาดูอีกรอบ)
ขอบคุณที่ติดตามนะครับ ผิดพลาดยังไงก้อขออภัยไว้ ณ ที่พุทธภูมิ เอ้ย ที่นี้
-------- นมัสเต ------- ธันยาหวาด ---------
Print page generated: December 5, 2008, 6:29am