Print Topic - Archive
HFlight.net จองโรงแรม รีวิวสายการบิน ท่องเที่ยว การเดินทาง / India Travel Guide / นมัสการสังเวชนียสถาน 4 ตำบล - ภาคที่ 4
Posted by: Matrix, February 13, 2007, 5:20pm
ก็ข้อปฏิบัติอันเป็นสายกลางนั้น ... เป็นไฉน?
คือ อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ นี้แล ซึ่งได้แก่
ความเห็นชอบ ความดำริชอบ วาจาชอบ การงานชอบ
เลี้ยงชีพชอบ เพียรชอบ ระลึกชอบ ตั้งใจชอบ
ข้อปฏิบัติอันเป็นสายกลางนี้แล อันตถาคตได้ตรัสรู้แล้ว กระทำจักษุ กระทำญาณ
ย่อมเป็นไปเพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน
ที่มา: ธรรมจักรกัปปวัตนสูตร
สวัสดีครับ
รีวิวนี้เป็นภาคสุดท้ายของรีวิว ๔ ภาค ที่จะนำท่านร่วมจาริกแสวงบุญ นมัสการพุทธสังเวชนียสถาน ๔ ตำบล
ณ ประเทศอินเดีย และ เนปาล
ในส่วนนี้ จะนำท่านไปชม เมืองพาราณาสี และเมืองสารนาถ ซึ่งเป็นสถานที่ทรงแสดงปฐมเทศนา
สถานที่แรกที่ได้นำชมไปแล้ว คือ ตำบลพุทธคยา ซึ่งเป็นสถานที่ตรัสรู้
http://www.hflight.net/forum/m-1171010851/
สถานที่ๆ 2 คือ เมืองกุสินารา ซึ่งเป็นสถานที่ปรินิพพาน และถวายพระเพลิงพระบรมศพ
http://www.hflight.net/forum/m-1171102247
สถานที่ๆ 3 คือ เมืองลุมพินี ประเทศเนปาลซึ่งเป็นสถานที่ประสูติ
http://www.hflight.net/forum/m-1171211280/
ขอเชิญติดตามรับชมได้เลยครับ
Posted by: Matrix, February 13, 2007, 5:30pm; Reply: 1
หลังจากเสร็จสิ้นการนมัสการสถานที่ประสูติ ณ สวนลุมพินีวัน ประเทศเนปาล
ก็ได้เวลาที่เราจะต้องนั่งรถข้ามประเทศ เพื่อกลับไปยังเมืองพาราณาสี ประเทศอินเดีย
การเดินทางในช่วงนี้ เป็นช่วงที่เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าที่สุด เพราะจะต้องนั่งนานถึง 9 ชั่วโมงเต็ม
Posted by: Matrix, February 13, 2007, 5:39pm; Reply: 2
ผ่านเมือง Gorakhpur (โครักข์ปูร์) ซึ่งเป็นเมืองชุมทางสำคัญ เนื่องจาก เป็นจุดผ่านไปหลายเมืองเช่น
สาวัตถี พาราณาสี เดลี กัลกัตตา อัคระ มุมไบ ลุมพินี เนปาล
เมือง โครักกับปูนี้ ;D สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงรัชการที่ 5 เคยเสด็จมาเมื่อคราวประพาสอินเดีย
รูปวัดที่เห็นในรูป เป็นรูปที่พระองค์ท่านเคยเสด็จมาเช่นกัน แต่คณะเราไม่มีเวลาแวะชม
Posted by: Matrix, February 13, 2007, 5:46pm; Reply: 3
ขนมแปลกๆ ที่เห็นข้างทาง แต่ไม่ได้ลองซื้อทาน
เนื่องจากต้องนั่งรถใกล แม่ครัวจากการบินไทยจึงได้
ทำอาหารว่างเป็นข้าวเหนียวเขี้ยวงูนึ่ง ทานกับหมูหวาน
ทำให้พออิ่มไปได้จนถึงพาราณาสี
ต้องขอขอบคุณ คณะแม่ครัวมา ณ โอกาสนี้ ที่มีความอุตสาหะพยายาม
อุตส่าห์แบกซึ้งนึ่งข้าวมาจากเมืองไทย ทำให้คณะเราได้อิ่มหนำสำราญ
Posted by: Matrix, February 13, 2007, 5:59pm; Reply: 4
Posted by: Matrix, February 13, 2007, 6:09pm; Reply: 5
มีโอกาสนอนพักอยู่ไม่กี่ชั่วโมง ก็ต้องรีบตื่นแต่ตี 4
เพื่อไปชมแม่น้ำคงคา
จากโรงแรมไปแม่น้ำ นั่งรถไม่นานมาก
หลังลงจากรถแล้ว ต้องเดินต่อไปประมาณ 5 นาทีเพื่อขึ้นเรือ
Posted by: Matrix, February 13, 2007, 6:11pm; Reply: 6
พบแม่ค้าขายพวงมาลัยดอกไม้
พวงมาลัยอินเดีย สวยไม่แพ้ของไทย
Posted by: Matrix, February 13, 2007, 6:14pm; Reply: 7
ลงเรือแจวที่นั่งได้ประมาณ 20 คนต่อลำ
วันนี้หมอกลงจัดมาก นั่งหน้าเรือก็แทบจะไม่เห็นคนนั่งท้ายเรือ
Posted by: Matrix, February 13, 2007, 6:19pm; Reply: 8
เด็กนำกระทงมาแจกเพื่อให้บูชาพระแม่คงคา
Posted by: Matrix, February 13, 2007, 8:14pm; Reply: 9
แม่น้ำคงคา มีต้นน้ำมาจากเทือกเขาหิมาลัย ชาวอินเดียถือว่าเป็นสายน้ำที่มีความศักดิ์สิทธิ์
ที่หลั่งไหลมาจากสวรรค์ ใครได้อาบ ได้ดื่มกิน ถือเป็นมงคล และยังถือว่าได้ชำระบาปไปกับสายน้ำ
มีเรื่องเล่ากันว่า เวลามหาราชาในยุคก่อนจะเสด็จไปอังกฤษ พระองค์ได้สั่งให้สร้างแทงค์ขนาดใหญ่ใส่เรือ
เพื่อบรรจุน้ำจากคงคาไปเพื่อใช้ดื่มกินตลอดการเดินทาง
Posted by: Matrix, February 13, 2007, 8:22pm; Reply: 10
ปัจจุบัน ชาวอินเดียจะมาจากทั่วประเทศเพื่อจะได้ชำระบาปในแม่น้ำคงคา
นอกจากนี้ ก็จะนำพ่อแม่ญาติพี่น้องที่ป่วยหนักใกล้ตาย มาพักที่ใกล้ๆ แม่น้ำเพื่อรอความตาย
โดยจะเช่าห้องพักแถบๆ นั้น เมื่อถึงแก่ความตาย จะได้เผาได้ทันที
Posted by: Matrix, February 13, 2007, 8:27pm; Reply: 11
รูปที่เห็น เป็นรูปการเผาศพของชาวอินเดีย
เนื่องจากหมอกลงจัดมาก จึงไม่เห็นอะไรมาก
ตามความเชื่อ ศพชาวอินเดียเมื่อถึงแก่กรรม จะต้องถูกเผาภายใน 24 ชั่วโมง
ฐานะของคนที่ตายวัดได้จากจำนวนไม้ฟืนเผาศพ
Posted by: Matrix, February 13, 2007, 8:30pm; Reply: 12
ศพของผู้ที่ร่ำรวย ญาติก็สามารถซื้อฟืนเผาศพได้เยอะ ทำให้เผาได้หมดจดเหลือแต่ฝุ่นเถ้า
พวกที่จนหน่อย ก็เผาพอเป็นพิธี ได้แค่ไหนแค่นั้น ที่เหลือ ก็โกยลงน้ำไป
รูปนี้เป็นเรือขายฟืนครับ
Posted by: Matrix, February 13, 2007, 8:34pm; Reply: 13
นอกจากนี้ ถ้าผู้ตายเป็นเด็ก หญิงที่ไม่ได้สมรส (นางสาวทั้งหลาย)
นักบวช หรือผู้ที่ตายกระทันหันโดยไม่รู้ตัว เช่นถูกฟ้าผ่า
ศพของคนเรานี้จะไม่ถูกเผาไฟ แต่จะนำไปถ่วงน้ำด้วยหินที่กลางแม่น้ำแทน
ในรูปที่เห็นเป็นผ้าสีทองๆ วาวๆ คือผ้าห่อศพที่ไม่ได้ใช้แล้ว
Posted by: Matrix, February 13, 2007, 11:50pm; Reply: 14
พระอาจารย์วิทยากรท่านสอนว่า การมาดูชาวอินเดียเผาศพ ไม่สมควรที่จะมาดูเพื่อความเพลิดเพลิน
แต่เพื่อให้ระลึกว่า สักวันหนึ่งเราก็จะตายจากโลกนี้ไปเช่นกันกับเขา
ไม่มีใครที่ทราบวันตายของตนเองล่วงหน้าได้
ท่านสอนให้พิจารณาตามภาษาบาลีที่ว่า
อนิจจา วะตะ สังขารา สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงเช่นนี้หนอ
อุปปาทะวะยะ ธัมมิโน มีความเกิดความแตกดับเป็นธรรมดา
อุปปะชิตตะวา นิรุตชันติ เกิดขึ้นมาแล้วก็ดับไป
เตสัง วูปะสะโม สุขโข ดับการเกิดการตายของสังขารเหล่านั้นเสียได้ นับเป็นความสุข
เพื่อจะได้เจริญมรณานุสติ และเตือนสติตนเองได้เป็นอย่างดี
Posted by: Matrix, February 13, 2007, 11:56pm; Reply: 15
นั่งไปสักพัก หมอกก็เริ่มจางลง แต่ก็ยังคงไม่เห็นอะไรที่ริมฝั่งมากนัก
Posted by: Matrix, February 13, 2007, 11:59pm; Reply: 16
มีเรือของชาวบ้านมาเทียบกับเรือเราประจำ เพื่อขายของ
และเพื่อให้เราซื้อปลาไปปล่อย
แต่ไกด์ได้แนะนำเราไว้ล่วงหน้าแล้วว่าห้ามซื้อ
มิฉะนั้น เขาจะถ่วงเรือทำให้เรือไม่สามารถแล่นไปได้
Posted by: Matrix, February 14, 2007, 12:01am; Reply: 17
เรือแล่นผ่านนักบวชท่านหนึ่งกำลังเจริญสมาธิอยู่ริมตลิ่ง
Posted by: Matrix, February 14, 2007, 12:04am; Reply: 18
เรือสวนกันกับเรือนักแสวงบุญคณะอื่น มีทั้งไทยและเทศ
ถ้าเป็นคณะชาวไทย โดยมากจะมีพระวิทยาการนำ
Posted by: Matrix, February 14, 2007, 12:08am; Reply: 19
นั่งเรือแบบไม่ค่อยจะเห็นอะไรมากอีกสักพัก ก็กลับเข้าสู่ท่าเรือ
มีคนในคณะต้องการเก็บน้ำจากแม่น้ำคงคากลับบ้าน
แต่ไกด์เตือนว่า ตอนขึ้นเครื่องบินอาจมีปัญหาไม่ให้นำขึ้น
และในบางครั้งก็ให้นำขึ้น แต่อาจโดนบังคับให้ดื่มทดสอบว่าไม่ใช่สารเคมี
หากทำใจดื่มน้ำนี้ได้ก็ไม่มีปัญหา
Posted by: Matrix, February 14, 2007, 12:09am; Reply: 20
เมื่อขึ้นจากเรือก็เดินกลับไปขึ้นรถบัส ผ่านร้านขายผัก
Posted by: Matrix, February 14, 2007, 12:11am; Reply: 21
ผ่านคุณวัว ซึ่งเป็นเจ้าถนนประจำประเทศนี้ เพราะถือว่าเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์
Posted by: Matrix, February 14, 2007, 12:12am; Reply: 22
อาคารบ้านเรือนในกรุงพาราณาสี
Posted by: Matrix, February 14, 2007, 12:14am; Reply: 23
ผ่านศาลเจ้าแขก เจ้าหน้าที่กำลังกวนอาหาร
เข้าใจว่าเพื่อแจกเป็นทาน
Posted by: Matrix, February 14, 2007, 12:15am; Reply: 24
Posted by: Matrix, February 14, 2007, 12:16am; Reply: 25
การจราจรที่เริ่มแน่นหนาขึ้นตามลำดับ
Posted by: Matrix, February 14, 2007, 12:19am; Reply: 26
สินค้าที่พ่อค้าคนนี้ขายน่าสนใจ มันคือกิ่งไม้สะเดา
พ่อค้าจะตัดเป็นท่อนๆ เพื่อขายเป็นแปลงสีฟัน
ได้ยินมาว่า รสออกจะขมๆ เฝื่อนๆ แต่ดีกับสุขภาพฟันมาก
Posted by: Matrix, February 14, 2007, 12:21am; Reply: 27
ต้นไม้ต้นนี้ แปลกตรงที่มีว่าวหลากสีติดเต็มต้น
ไม่ทราบที่มาที่ไปครับ
Posted by: Matrix, February 14, 2007, 12:28am; Reply: 28
หลังจากกลับไปทานอาหารเช้าที่โรงแรม คณะก็ได้ออกเดินทางอีกครั้งไปยังเมืองสารนาถ
สารนาถอยู่ไปทางทิศเหนือของกรุงพาราณาสี เดิมเรียกว่า ป่าอิสิปตมฤคทายวัน
ที่ได้ชื่อว่าสารนาถ มาจากชาดกในพระชาติของพระพุทธเจ้าที่มาเกิดเป็นที่พึ่งของกวาง
คำว่าสารนาถ มาจากคำว่า สารังคนาถ แปลว่า ป่าแห่งผู้เป็นที่พึ่งของกวาง
Posted by: Matrix, February 14, 2007, 12:34am; Reply: 29
ในตำรากล่าวไว้ว่า หลังจากทรงตรัสรู้ พระพุทธเจ้าได้เสด็จเดินด้วยพระบาทจากตำบลพุทธคยา
มาสู่ป่าอิสิปตมฤคทายวัน เพื่อโปรดปัญจวัคคีทั้ง 5 ระยะทางตามคัมภีร์กล่าวไว้ว่าว่ามีระยะ
เท่ากับ 18 โยชน์ และทรงใช้เวลาในการเดินทาง 11 วัน
Posted by: Matrix, February 14, 2007, 12:43am; Reply: 30
สถูปแปดเหลี่ยมที่เห็นในภาพ มีชื่อว่า เจาคันทีสถูป
สถูปนี้พระเจ้าอโศกมหาราชโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 240
แล้วได้มีการบูรณะในสมัยต่อมา
สถูปนี้มีความสำคัญคือเป็นจุดที่พระพุทธเจ้าได้พบกับปัญจวัคคีย์ทั้ง 5
เป็นครั้งแรก ก่อนที่พระองค์จะได้แสดงปฐมเทศนาชื่อว่า ธรรมจักกัปปวัตนสูตร
ยังผลให้พระอัญญาโกณฑัญญะได้ดวงตาเห็นธรรมและขออุปสมบทเป็น
พระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา ทำให้พระรัตนตรัยสมบูรณ์
คือมี พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์
Posted by: Matrix, February 14, 2007, 12:49am; Reply: 31
เสาหินหักที่เห็นในภาพคือ เสาอโศก
เสาอโศกนี้ พระเจ้าอโศกมหาราชโปรดให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเครื่องหมาย
แสดงว่าสถานที่นี้คือสถานที่พระพุทธเจ้าแสดงปฐมเทศนา ประกาศ
เผยแผ่พระศาสนา
ต่อมาเสาหินนี้ ได้หักลงมาเป็นหลายท่อน ส่วนหัวเสาที่เป็นรูปสิงโตสี่เศียร
หันหลังชนกัน ถูกเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์สารนาถ และปัจจุบัน รัฐบาลอินเดีย ก็ได้เชิญ
รูปสิงโตหัวเสาอโศกนี้ไปเป็นตราประจำชาติ ซึ่งหาดูได้ไม่ยากในธนบัตรอินเดีย
Posted by: Matrix, February 14, 2007, 12:57am; Reply: 32
เนื่องจากในพิพิธภัณฑ์ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ
จึงไม่สามารถนำภาพหัวเสาอโศกมาให้ชมกันได้
แต่บรรยายให้ฟังได้ว่า เป็นหินแกะสลักเป็นรูปสิงโต 4 เศียรหันหลังชนกัน
มีพระธรรมจักรอยู่ด้านบน ใต้สิงโตมีรูปธรรมจักรและสัตว์สี่ตัวคือ ช้าง
โค ม้า และ สิงโต โดยสัตว์แต่ละตัวล้วนสื่อให้เห็นเหตุการณ์ในพุทธประวัติ
และเสาในแต่ละสถานที่ก็จะมีหัวเสาเป็นรูปสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสถานที่นั้นๆ
เช่นที่นี่เป็นรูปสิงโตคำรามสี่ทิศ สื่อถึงการประกาศพระศาสนาไปทั่วสารทิศ
ของพระพุทธเจ้า เป็นต้น
Posted by: Matrix, February 14, 2007, 1:09am; Reply: 33
ลานที่เห็นในรูปนี้คือ ฐานเจดีย์ของธรรมราชิกสถูป
สถูปนี้ พระเจ้าอโศกโปรดให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งสถานที่แสดงธรรม
บทที่ชื่อ อนัตตลักขณสูตร
ตามตำรากล่าวไว้ว่า พระพุทธเจ้าได้แสดงธรรมบทนี้เพื่อโปรดปัญจวัคคีย์ทั้ง 5
เมื่อทรงแสดงจบ ยังผลให้ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 บรรลุเป็นพระอรหันต์
Posted by: Matrix, February 14, 2007, 1:15am; Reply: 34
แต่เดิมสถูปมีเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 13.5 เมตร แต่ได้รับการปฏิสังขรณ์ต่อเติมเรื่อยมา
จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2337 กษัตริย์จากัตแห่งกรุงพาราณาสีซึ่งนับถือศาสนาฮินดู
ได้สั่งให้รื้อพระสถูป พร้อมนำแท่งอิฐ และพระพุทธรูปต่างๆ ไปถมที่สร้างสะพานข้ามแม่น้ำ
เข้าสู่ตัวเมืองพาราณาสี ปัจจุบันจึงยังคงเหลือแต่ฐานให้เห็น ... บาปกรรมจริงๆ
Posted by: Matrix, February 14, 2007, 1:23am; Reply: 35
รูปนี้คือมูลคันธกุฎี
ความสำคัญคือ เคยเป็นที่ประทับจำพรรษาแรกของพระพุทธเจ้า
หลังประกาศพระศาสนา
Posted by: Matrix, February 14, 2007, 1:26am; Reply: 36
ส่วนที่ยังคงเหลือปรากฏให้เห็นนี้ พระเจ้าอโศกมหาราชได้โปรดให้สร้างขึ้น
พร้อมปักเสาจารึกข้อความบอกถึงความสำคัญแห่งสถานที่
Posted by: Matrix, February 14, 2007, 1:28am; Reply: 37
Posted by: Matrix, February 14, 2007, 1:41am; Reply: 38
วิหารเล็กๆ ที่เห็นนี้ สร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์ในการที่พระพุทธองค์แสดงธรรมบทที่ชื่อ อนุปุพพิกถา
เพื่อ โปรดยสะกุลบุตรมาณพ
อนุปุพพิกถาแสดงถึงปฏิปทาเบื้องต้น ที่คฤหัสถ์ชนคนธรรมดาทั้งหลาย จได้พึงสดับและกระทำตามเพื่อความอยู่เย็นเป็นสุข
ตามตำนานกล่าวไว้ว่า ในครั้งนั้น ยังมีมาณพผู้หนึ่ง นามว่า ยสะกุลบุตร เป็นบุตรเศรษฐีในเมืองพาราณสี
มีความบริบูรณ์ด้วยทรัพย์ศฤงคาร มีเรือนปราสาท 3 หลัง เป็นที่อยู่ประจำใน 3 ฤดู อย่างผาสุก
อิ่มอยู่ในกามสุขตามฆราวาสวิสัย
คืนหนึ่ง ยสะมานพนอนหลับก่อน เหล่านางบำเรอและบริวารนอนหลับภายหลัง
ยสะมานพตื่นขึ้นเห็นบริวารเหล่านั้นนอนหลับอยู่ ปราศจากสติสัมปชัญญะ แสดงอาการวิกลวิกาลไปต่าง ๆ
บ้างก็กรน ควรญคราง ละเมอ เพ้อพึมพำ ไม่เป็นที่ตั้งแห่งความยินดีดังแต่ก่อน
ปรากฏแก่ยสะมานพ เหมือนซากศพที่ถูกทอดทิ้งไว้ในป่าช้า
ยสะมานพเห็นแล้วเกิดความสลดใจ เบื่อหน่าย รำคาญ อยู่ในห้องไม่ติด
ได้ออกอุทานด้วยความสังเวชใจว่า ที่นี่วุ่นวาย ไม่เป็นสุข
แล้วออกจากห้องเดินออกจากประตูเรือน ตรงไปทางที่จะไปป่าอิสิปตนมฤคทายวัน
ที่พระสัมพุทธเจ้า ทรงจำพรรษาอยู่และไม่ไกลจากบ้านยสะมานพ
Posted by: Matrix, February 14, 2007, 1:46am; Reply: 39
ในเวลานั้น จวนใกล้รุ่ง พระพุทธเจ้าทรงเดินจงกรมอยู่ในที่แจ้ง ทรงได้ยินเสียงยสะมานพ
เดินบ่นมาด้วยความสลดใจ ใกล้ที่จงกรมเช่นนั้น จึงตรัสขึ้นว่า
"ยสะ ที่นี่ไม่วุ่นวาย ยสะ ที่นี่สงบ เป็นสุข ยสะ ท่านมาที่นี่เถิด"
ฝ่ายยสะมานพได้ยินเสียงพระศาสดารับสั่งว่า "ที่นี่ไม่วุ่นวาย สงบ เป็นสุข"
ก็ดีใจ รีบเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคยังที่ประทับ ถวายบังคมแล้วนั่งอยู่ ด้วยความสบายใจ
จากนั้นพระพุทธเจ้าจึงเทศนาโปรดยสะมานพด้วย อนุปุพพิกถา ยังผลให้ยสะมาณพ
ได้ดวงตาเห็นธรรม
Posted by: Matrix, February 14, 2007, 1:48am; Reply: 40
ด้วยเหตุนี้ นักแสวงบุญจึงนิยมมาอธิษฐานบริเวณนี้
เพื่อขอให้ความขัดข้องวุ่นวายทั้งหลายให้หายสิ้นไปด้วยพุทธบารมี
Posted by: Matrix, February 14, 2007, 1:53am; Reply: 41
จุดสุดท้ายและถือว่าเป็นจุดที่สำคัญที่สุดในเมืองสารนาถนี้ก็คือ ธัมเมกขสถูป
Posted by: Matrix, February 14, 2007, 1:58am; Reply: 42
ธัมเมกขสถูปนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยแห่งพระเจ้าอโศกมหาราช
เป็นสถูปลักษณะทรงกลมบาตรคว่ำ
Posted by: Matrix, February 14, 2007, 1:59am; Reply: 43
ต่อมาได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์และต่อเติมเรื่อยมา
โดยได้มีการสร้างช่อง 8 ช่องรอบองค์พระเจดีย์เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป
พร้อมทั้งได้มีการแกะสลักหินลวดลายประดับสวยงาม
Posted by: Matrix, February 14, 2007, 2:03am; Reply: 44
ธัมเมกขะสถูปมีความสำคัญคือ เป็นที่ๆ พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเป็นครั้งแรก
เพื่อโปรดปัญจวัคคีย์ ซึ่งธรรมบทนั้นคือ ธรรมจักกัปวัตนสูตร
Posted by: Matrix, February 14, 2007, 2:05am; Reply: 45
ท่านพระอาจารย์วิทยากร ได้นำคณะเราสวดพระพุทธมนต์บทธรรมจักกัปปวัตนสูตรนี้
เพื่อความเป็นสิริมงคล
Posted by: Matrix, February 14, 2007, 2:16am; Reply: 46
ธรรมจักกัปวัตนสูตรที่พระพุทธเจ้าแสดงโปรดปัญจวัคคีย์นั้นสรุปเนื้อหาโดยย่อได้ว่า
ที่สุด 2 อย่างที่ บรรพชิตไม่ควรนิยมยินดี คือ กามสุขขัลลิกานุโยค และ อัตตกิลมถานุโยค
กามสุขขัลลิกานุโยค คือ ทำตนให้พัวพันด้วยสุขจนเกินสมควร
อัตตกิลมถานุโยค คือทำตนให้ลำบาก เป็นทุกข์จนเกินสมควร
ส่วนทางที่บรรพชิตควรยินดีนั้นเรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา หรือทางสายกลาง
มัชฌิมาปฏิทา นั้น คือ ทางมีองค์ 8 (มรรค 8 ) ทำผู้ดำเนินให้เป็นอริยะนั้นเอง
องค์ 8 นั้น คือ ปัญญาความเห็นชอบ 1 ความดำริชอบ1 วาจาชอบ1 การงานชอบ 1
เลี้ยงชีวิตชอบ 1 ความเพียรชอบ 1 ระลึกชอบ 1 ตั้งใจชอบ 1
มัชฌิมาปฏิทานี้เอง ที่พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้แล้ว ทำดวงตา ปรีชาฌาณให้สว่าง
เป็นไปเพื่อความสงบระงับ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อพระนิพพาน
ฯลฯ
Posted by: Matrix, February 14, 2007, 2:24am; Reply: 47
หลังจากนั้น เมืองสารนาถได้ถึงถูกทำลาย เมื่อกษัตริย์โมกุลนำกองทัพอิสลามเข้ารุกรานอินเดีย
พุทธสถานทั้งหลายก็ได้ถูกทำลายลงในคราวนั้นอย่างมากมาย
สารนาถในปัจจุบัน ได้รับการบูรณะโดยการนำของท่านธรรมปาละ ภิกษุชาวลังกา
จนมีสภาพที่เห็นในปัจจุบัน
Posted by: Matrix, February 14, 2007, 2:30am; Reply: 48
ขอจบรีวิวในชุดสังเวชนียสถาน ๔ แต่เพียงเท่านี้นะครับ
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมและหวังเป็นอย่างยิ่งว่า
ท่านที่ยังไม่ได้มีโอกาสไปนมัสการสังเวชนียสถานทั้ง ๔ แห่งนี้
จะได้มีโอกาสไปเยือนเช่นเดียวกับผม
Posted by: MybOy, February 14, 2007, 6:17am; Reply: 49
เป็นรีวิวที่เก็บรายละเอียดได้อย่างมีประโยชน์มาก ๆ ครับ ขอบคุณมากครับ :D
Posted by: tug, February 14, 2007, 8:53am; Reply: 50
ขอขอบพระคุณอย่างสูงครับ ติดตามทุกภาคทุกฉาก และอ่านทุกๆคำที่เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า ถ้ามีโอกาสไปเที่ยวในศาสนสถานอื่นๆ โปรดช่วยทำรีวิวเป็นวิทยาทาน ขอให้มหากุศลผลบุญครั้งนี้ จงบัลดาลให้พี่เป็นปิยะชาติสกุล ในอนาคตกาล
Posted by: sompor, February 14, 2007, 9:14am; Reply: 51
รีวิวเพื่อให้ความรู้ทางพระพทธศาสนาโดยแท้ ขอบคุณครับสำหรับรีวิวดีๆแบบนี้
Posted by: savana, February 14, 2007, 9:51pm; Reply: 52
ขอบคุณที่พาไปชมสถานที่สำคัญๆทางพระพุทธศาสนา เป็นบุญตาบุญใจอย่างยิ่งครับ :)
Posted by: opodo, February 15, 2007, 4:22am; Reply: 53
สุดยอดครับ เป็นอีกหนึ่งรีวิวคุณภาพ
ขอบคุณหลายๆครับ
Posted by: Marty, February 15, 2007, 1:02pm; Reply: 54
ขอบคุณมากเลยครับ ได้ติดตามอ่านมาตั้งแต่ตอนแรกเลย เนื้อหาแน่นมาก ๆ ดูแล้วน่าไปเหมือนกันนะเนี่ย :)
Posted by: kift, February 16, 2007, 8:40pm; Reply: 55
Posted by: banana, March 8, 2007, 1:05pm; Reply: 56
คุณภาพคับจอจริงจริงค่ะ อนุโมทนาบุญกับคุณด้วยจริงจริงค่ะ
Posted by: jumjinee, November 4, 2007, 11:24pm; Reply: 57
ได้อ่านและชมภาพทั้งสี่ภาคแล้วรู้สึกตื้นตันใจที่โชคดีและอิ่มบุญไปกับคุณด้วย
ขอให้ผลบุญที่คุณทำรีวิวนี้มาให้ชมให้คุณและครอบครัวมีความสุขยิ่งๆขึ้นค่ะ
ขอบคุณ
Print page generated: November 23, 2008, 7:59pm