Print Topic - Archive

HFlight.net จองโรงแรม รีวิวสายการบิน ท่องเที่ยว การเดินทาง  /  Nepal Travel Guide  /  นมัสการสังเวชนียสถาน 4 ตำบล -  ภาคที่ 3
Posted by: Matrix, February 11, 2007, 11:28pm

ขออภิวาทสังเวชนียสถานที่กุลบุตรผู้มีศรัทธา ควรทัศนา
อันเป็นสถานที่พระตถาคตเจ้า เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว
ในมัชฌิมชนบท ณ สวนลุมพินีนี้
และได้ตรัสอาสภิวาจาว่า

" เราจะเป็นผู้เลิศที่สุดในโลก
เราจะเป็นผู้เจริญที่สุดในโลก
เราจะเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในโลก
การเกิดของเรานี้เป็นชาติสุดท้าย
บัดนี้จะไม่มีภพใหม่อีก "


สวัสดีครับ

รีวิวนี้เป็นส่วนที่ 3 ที่จะนำท่านร่วมจาริกแสวงบุญ นมัสการพุทธสังเวชนียสถาน ๔ ตำบล ณ ประเทศอินเดีย และ เนปาล
ในส่วนนี้ จะนำท่านไปชม เมืองลุมพินี ประเทศเนปาลซึ่งเป็นสถานที่ประสูติ


สถานที่แรกที่ได้นำชมไปแล้ว คือ ตำบลพุทธคยา ซึ่งเป็นสถานที่ตรัสรู้  
http://www.hflight.net/forum/m-1171010851/

สถานที่ๆ 2 คือ เมืองกุสินารา ซึ่งเป็นสถานที่ปรินิพพาน และถวายพระเพลิงพระบรมศพ
http://www.hflight.net/forum/m-1171102247

ขอเชิญติดตามรับชมได้เลยครับ
Posted by: Matrix, February 11, 2007, 11:37pm; Reply: 1
จากเมืองกุสินารา คณะเราก็เริ่มออกเดินทางไปยังเมืองลุมพินี ประเทศเนปาล
โดยรถบัสคันเดิม การเดินทางกินเวลาทั้งสิ้น ประมาณ 4 ชั่วโมง
นับรวมเวลาที่ต้องเสียไปกับพิธีการตรวจคนเข้าเมือง ณ ด่านชายแดน

ถึงแม้จะมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก โดยส่ง Passport ของชาวคณะทั้งหมด
มาตรวจลงตราล่วงหน้า แต่ก็ยังต้องกินเวลาพอสมควรอยู่ดี
Posted by: Matrix, February 11, 2007, 11:41pm; Reply: 2
ระหว่างทางจากอินเดียไปเนปาล รถบัสได้แวะจอดที่
ร้านอาหารท้องถิ่นแห่งหนึ่ง เพื่อให้เข้าห้องน้ำ
เลยมีโอกาสได้เห็นเบื้องหลังความอร่อยของอาหารแขก
Posted by: Matrix, February 11, 2007, 11:42pm; Reply: 3
ตั้งใจหั่นอย่างจริงจัง เข้าใจว่าเป็นต้นหอมหรือไม่ก็ต้นกระเทียม
เคราะห์ดีที่เวลาหั่นเสร็จ พี่แกใช้มือกวาดลงกะละมังที่อยู่ด้านล่าง
ในขณะที่พวกเราลุ้นกันอยู่ว่าแกจะใช้เท้ากวาดลงหรือไม่
Posted by: Matrix, February 11, 2007, 11:46pm; Reply: 4
ผลิตผลสำเร็จ ชุดหนึ่งประมาณ 20 บาท
แต่ไม่มีใครในคณะเราที่หาญกล้าซื้อมาลองทาน
Posted by: Matrix, February 11, 2007, 11:55pm; Reply: 5
เส้นทางจากกุสินาราไปลุมพินี จะเป็นเส้นทางเล็กแบบนี้
รถราค่อนข้างจะแออัดไปตลอดทาง และโดยมากก็จะมีบ้านหนาแน่น
สองข้างทาง

คนอินเดียนิยมสร้างบ้านให้ชิดติดถนน แม้ว่าหลังบ้านจะมีเนื่อที่เหลือเยอะ
และใช้เป็นทุ่งเกษตรกรรม กลับกันกับเมืองเราที่จะต้องเว้นระยะพอสมควร
เพื่อมิให้ได้ยินเสียงหนวกหูจากยวดยานพาหนะ

คืนนี้ พักแรมที่โรงแรม Nirvana หรือ นิพพาน



ติดตามชมรายละเอียดได้ตามรีวิวนี่ครับ
http://www.hflight.net/forum/b-hotel_asia/m-1171122835
Posted by: Matrix, February 12, 2007, 12:06am; Reply: 6
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังรับประทานอาหารเช้า คณะก็เริ่มออกเดินทางไปยังลุมพินีวัน
ซึ่งเป็นชาตสถาน หรือ สถานที่เกิดของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
Posted by: Matrix, February 12, 2007, 12:08am; Reply: 7
รถยนต์ไม่สามารถไปส่งถึงด้านในได้
จึงต้องอาศัยรถ ริกชอร์ หรือ สามล้อให้ถีบเข้าไปส่งด้านใน
Posted by: Matrix, February 12, 2007, 12:12am; Reply: 8
เช้าวันนี้ หมอกลงค่อนข้างจัด และอากาศก็หนาวเย็น
Posted by: Matrix, February 12, 2007, 12:15am; Reply: 9
ลงจากรถสามล้อ เห็นแผ่นศิลาแกะสลักเบญจศีลหรือศีล 5 เป็นภาษาอังกฤษ
เมื่อเดินเข้าไปอีกเล็กน้อยบริเวณซื้อบัตรผ่าน ก็จะมีบอร์ดแสดงข้อมูลต่างๆ ของสถานที่นี้
Posted by: Matrix, February 12, 2007, 12:19am; Reply: 10
เดินผ่านซากวิหารต่างๆ ไปยังมายาเทวีวิหารซึ่งเป็นตำแหน่งสถานที่ประสูติ
Posted by: Matrix, February 12, 2007, 12:22am; Reply: 11
ทิวธงมนตราของชาวธิเบต ยังคงพบเห็นได้ทั่วไปที่นี่
บนธงหลากสีเหล่านี้ จะมีมนต์ต่างๆ เขียนไว้
โดยชาวธิเบตเชื่อว่า เมื่อลมพัดผ่านมนตราเหล่านี้กระจายไป
จะทำให้โลกมีความสงบสุข
Posted by: Matrix, February 12, 2007, 12:30am; Reply: 12
ลุมพินีวัน เป็นชื่อแห่งสวนป่าอันเป็นที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ
ปัจจุบันเรียกว่า ลุมมินเด (Lumminde) อยู่ในจังหวัด Rupandehi ประเทศเนปาล
Posted by: Matrix, February 12, 2007, 12:44am; Reply: 13
ลุมพินีวัน ตั้งอยู่ระหว่างเมืองสองเมืองคือ กรุงกบิลพัสดุ์และ กรุงเทวทหะ

ในวันเพ็ญเดือนหก ก่อนพุทธศักราช 80 ปี ขณะที่พระนางสิริมหามายา
ซึ่งเป็นพระมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะ กษัตริย์กรุงกบิลพัสดุ์
กำลังทรงพระครรภ์แก่เต็มที่ และอยู่ในขณะกำลังเดินทางจากกรุงกบิลพัสดุ์
ไปยังกรุงเทวทหะซึ่งเป็นบ้านเกิดของพระองค์ เพื่อคลอดพระราชบุตรตาม
ธรรมเนียมในสมัยนั้น พระนางสิริมหามายาได้ทรงเจ็บครรภ์จะให้ประสูติกาล
ณ สวนลุมพินีวันแห่งนี้
Posted by: Matrix, February 12, 2007, 12:55am; Reply: 14
พระนางสิริมหามายา ได้เสด็จประทับยืนใต้ต้นสาละโดยใช้พระหัตถ์ขวาเกี่ยว
กิ่งต้นสาละไว้ แล้วจึงประสูติเจ้าชายสิทธัตถะในวันนั้น

ต่อมาได้มีการสร้าง มายาเทวีวิหาร ครอบพื้นที่ส่วนนี้ไว้
ในวิหารได้มีการค้นพบแผ่นศิลาโบราณ สลักเป็นรูปพระนางสิริมหามายา
ในขณะกำลังให้ประสูติกาล
Posted by: Matrix, February 12, 2007, 1:02am; Reply: 15
นอกจากเสาอโศกแล้ว ศิลานี้ยังถือเป็นเครื่องยืนยันสำคัญอีกอย่างหนึ่ง
ของตำแหน่งสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า

ศิลาโบราณนี้ ถูกสลักเป็นรูปพระนางสิริมหามายา ในขณะประทับยืนเหนี่ยวกิ่งสาละ
ด้วยพระหัตห์ขวา มีรูปเข้าชายสิทธัตถะประสูติออกมาทางด้านขวาของพระองค์
Posted by: Matrix, February 12, 2007, 1:07am; Reply: 16
มหามายาเทวีนี้เป็นหลังใหม่ครอบหลังเดิมอีกชั้น
หลังเดิมถูกสร้างขึ้นเมื่อประมาณปีพ.ศ. 400

นอกจากศิลาสลักรูปข้างบนแล้ว
ยังมีการขุดค้นพบศิลาอื่นในวิหาร ซึ่งสันิษฐานว่า
เป็นแผ่นหินที่แสดงรอยพระบาทของเจ้าชายสิทธัตถะ
ในคราวประสูติ
Posted by: Matrix, February 12, 2007, 1:12am; Reply: 17
เมื่อการบุรณะก่อสร้างมหามายาเทวีหลังใหม่เสร็จ
จึงได้นำศิลาดังกล่าวมาประดิษฐานไว้ในตำแหน่งเดิม

ในวิหารไม่อนุญาตให้จุดธูปเทียน แต่สามารถปิดแผ่นทองสักการะบูชาได้
Posted by: Matrix, February 12, 2007, 1:17am; Reply: 18
ออกมาภายนอกวิหาร จะพบกับสระโบกขรณี
ตามประวัติกล่าวไว้ว่า เป็นที่ๆ พระนางสิริมหามายา
สรงน้ำก่อนและหลังประสูติเจ้าชายสิทธัตถะ
Posted by: Matrix, February 12, 2007, 1:22am; Reply: 19
ปัจจุบัน ได้มีการทำขอบเขื่อนสระน้ำ โดยทำเป็นขั้นบันได
จากพื้นดินสู่น้ำ โดยทางการประเทศเนปาลได้ดูแลรักษาเป็นอย่างดี

อีกด้านของสระ จะมีต้นไม้ใหญ่ ไม่ทราบประวัติโดยแน่ชัด
ทราบแต่เพียงว่าเป็นต้นไม้ที่ศักดิ์สิทธิ์ มีรุกขเทวดาอาศัย
และมีผู้มาขอพรเป็นประจำ
Posted by: Matrix, February 12, 2007, 1:30am; Reply: 20
ในการค้นหาจุดที่เป็นสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา
หลักฐานสำคัญอย่างหนึ่งก็คือ เสาอโศก ซึ่งพระเจ้าอโศกมหาราช
ได้มีพระบัญชาให้จัดทำไว้ในแต่ละที่สำคัญ
Posted by: Matrix, February 12, 2007, 1:33am; Reply: 21
เมื่อมีการพบเสาพระเจ้าอโศกที่นี่ จึงเป็นเครื่องยืนยันของตำแหน่งสถานที่ประสูติ
Posted by: Matrix, February 12, 2007, 1:43am; Reply: 22
นอกจากนั้น ที่เสาอโศกต้นนี้ ยังพบข้อความภาษาพรหมี สลักอยู่บนศิลาอย่างชัดเจน
ถอดความแปลเป็นไทยได้ว่า

พระเจ้าเทวานัมปิยะทัสสี (อโศก) ทรงเสวยราชย์ได้  20 ปี พระองค์ได้เสด็จมาด้วยพระองค์เอง
เพื่อทำสักการะบูชายังสถานที่แห่งนี้  และได้ทรงทำศิลาเป็นรูปวิคฑะ เพื่อเป็นเครื่องหมายว่า
ศากยมุนี ได้ทรงอุบัติขึ้น ณ ที่นี้และลุมพินีนี่เอง ที่พระองค์โปรดให้งดเก็บส่วยภาษี และ
โปรดให้เก็บเอาพืชผล 1 ใน 8 ส่วนเท่านั้น
Posted by: Matrix, February 12, 2007, 1:47am; Reply: 23
เสร็จจากการสักการะบูชา หมอกก็บางลงพอดี
พวเราก็ขึ้นรถสามล้อเพื่อกลับไปขึ้นรถบัส
Posted by: Matrix, February 12, 2007, 1:51am; Reply: 24
ลืมบอกไปว่า จะถ่ายภาพที่นี่ ต้องเสียค่าใบอนุญาต US$ 1 สำหรับกล้องธรรมดา
และ US$ 10 สำหรับกล้องวีดีโอ  

อาศัยความเชื่อใจครับ
จริงๆ แล้วไม่เห็นเจ้าหน้าที่มาตรวจเลย
Posted by: Matrix, February 12, 2007, 2:00am; Reply: 25
ก่อนเดินทางกลับไปยังประเทศอินเดีย
คณะเราได้แวะไปยังวัดไทยลุมพินี เพื่อร่วมทอดผ้าป่า

ระหว่างทางจะเห็นสภาพป่าสวนลุมพินีวัน ในปัจจุบัน
Posted by: Matrix, February 12, 2007, 2:01am; Reply: 26
พระอุโบสถ
Posted by: Matrix, February 12, 2007, 2:03am; Reply: 27
ก่อนจะเข้าไปร่วมพิธีทอดผ้าป่า
ทางวัดได้กรุณาจัดน้ำชา-กาแฟไว้ต้อนรับ
พร้อมกับขนมโบราณ คือ ขนมดอกจอก และขนมกง
ซึ่งแม้แต่ในเมืองไทยเอง ก็หาทานได้ไม่ง่ายนักแล้ว
Posted by: Matrix, February 12, 2007, 2:05am; Reply: 28
ระหว่างทางเดินไปพระอุโบสถ
มีโอกาสได้ปิดทองลูกนิมิต
Posted by: Matrix, February 12, 2007, 2:06am; Reply: 29
ภายในพระอุโบสถ ประดิษฐานพระพุทธรูปปางประสูติ
ซึ่งหาได้ยากในเมืองอื่นๆ เว้นแต่ที่เมืองลุมพินี
Posted by: Matrix, February 12, 2007, 2:15am; Reply: 30
พระพุทธรูปปางนี้ สร้างตามตำนานที่ว่า
เมื่อสิทธัตถะราชกุมารได้พ้นจากพระครรภ์ของพระราชมารดา
ได้ทรงย่างพระบาทไปทางทิศเหนือ ได้ 7 ก้าว ทรงชี้นิ้วพระหัตถ์ขวาขึ้นสู่ฟ้า
และชี้นิ้วพระหัตถ์ข้างซ้ายไปยังพื้นดิน พร้อมเปล่งอาสภิวาจาว่า


" เราจะเป็นผู้เลิศที่สุดในโลก เราจะเป็นผู้เจริญที่สุดในโลก
เราจะเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในโลก การเกิดของเรานี้เป็นชาติสุดท้าย
บัดนี้จะไม่มีภพใหม่อีก"


ความหมายของนิ้วพระหัตถ์ขวาที่ชี้ไปยังฟ้า มีความหมายตรงกับสามวรรคแรกที่ว่า
"เราจะเป็นผู้เลิศที่สุดในโลก เราจะเป็นผู้เจริญที่สุดในโลก เราจะเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในโลก"
ส่วนความหมายของนิ้วพระหัตถ์ซ้ายที่ชี้ลง ก็มีความหมายตรงกับสองวรรคสุดท้ายคือ
"การเกิดของเรานี้เป็นชาติสุดท้าย บัดนี้จะไม่มีภพใหม่อีก"
Posted by: Matrix, February 12, 2007, 2:20am; Reply: 31
จากนั้นคณะเราก็ได้ร่วมกันทอดผ้าป่าและถวายจตุปัจจัย อาหาร เครื่องใช้ไม้สอย
ตลอดจนยารักษาโรคต่างๆ แด่พระสงฆ์ที่วัดไทยลุมพินีนี้
Posted by: Matrix, February 12, 2007, 2:27am; Reply: 32
เมื่อเสร็จพิธี ท่านเจ้าอาวาสได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีจิตรศรัทธา
เช่าพระพุทธรูปปางประสูติหรือที่เรียกกันว่า Baby Budhar ไปบูชาที่บ้าน

พระบูชารุ่นนี้ชื่อว่ารุ่น ๙๗๙ ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่า ก้าวเจ็ดก้าว
ทางวัดได้จัดสร้างทำไว้สามแบบคือแบบเนื้อเงินธรรมดา เนื้อเงินปิดทอง
และแบบที่ไม่ใช่โลหะ ราคาเช่าบูชาองค์ละ 10000 12000 1000 บาท ตามลำดับ
ท่านใดสนใจจะเช่าบูชา ต้องเตรียมเงินไปให้พอนะครับ
Posted by: Matrix, February 12, 2007, 2:28am; Reply: 33
ส่วนตัวผมเอง ได้เช่าอีกแบบหนึ่งมาบูชาแล้ว
แบบนี้ไม่มีที่วัดไทย ต้องหาเช่าจากภายนอกครับ
Posted by: Matrix, February 12, 2007, 2:31am; Reply: 34
ก็ขอจบรีวิวในส่วนนี้ แต่เพียงเท่านี้

รีวิวหน้า รีวิวภาคสุดท้ายของชุดสังเวชนียสถาน ๔  
จะนำท่านชม สารนาถ สถานที่แสดงปฐมเทศนา
ติดตามรับชมได้ที่
http://www.hflight.net/forum/m-1171362024/

ขอบคุณที่ติดตามรับชมครับ
Posted by: MybOy, February 12, 2007, 7:15am; Reply: 35
ติดตามชมมาตลอดครับ ขอบคุณครับ  :D
Posted by: savana, February 12, 2007, 7:54pm; Reply: 36
รอชมครับ
Posted by: sompor, February 13, 2007, 9:14am; Reply: 37
ขอบคุณครับสำหรับรีวิวดีๆแบบนี้
Posted by: tug, February 13, 2007, 10:26am; Reply: 38
ขอบคุณมากเลยครับ ที่ได้นำมาให้ดู ข้าพเจ้าขออนุโมทนาบุณให้กับท่านที่ช่วยเผยแพร่พระพุทธศาสนา ขอให้พระคุณรัตนตรัยจงคุ้มครองให้ท่านมีความสุข ความเจริญในชีวิต
Posted by: kift, February 16, 2007, 8:41pm; Reply: 39
ขอบคุณคร๊าบบบผม อิอิ
Posted by: tangjeen, March 16, 2007, 3:51pm; Reply: 40
เห็นอาหารชุดละ 20 บาท ประกอบกับวิธีกรรมการผลิต ....
คิดว่าไปแล้วคงผอมเพรียวกลับมาเป็นแน่แท้ 555+
ขอบคุณนะคะ   :)
Posted by: theblack_baggage, April 8, 2007, 1:09am; Reply: 41
ร่วมอนุโมทนาบุญด้วยคนนะคะ  ;)
Posted by: uniwing, March 4, 2008, 9:31am; Reply: 42
อนุโมทนา
Print page generated: November 23, 2008, 8:47pm