Print Topic - Archive

HFlight.net จองโรงแรม รีวิวสายการบิน ท่องเที่ยว การเดินทาง  /  ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ - Suvarnabhumi Airport  /  สุวรรณภูมิในมุมมองของคนที่ทำงานข้างใน
Posted by: I'mTHAI, October 14, 2006, 4:23pm
หลังจากย้ายมาทำงานที่สุวรรณภูมิได้เกือบเดือนแล้วพบว่าหลายๆอย่างมันยังไม่พร้อมอย่างที่ใครๆเค้าบอกไว้เลย

ข้อดียังไม่ขอพูดถึงละกันครับ เอาเป็นข้อบกพร่องก่อนละกัน (เพราะมันคิดออกง่ายกว่า หุหุหุหุ)

1. ระบบแอร์ สำหรับคนที่นั่งเคาน์เตอร์เช็คอินผมว่ามันร้อนมากๆ (เพราะต้องสวมสูทตลอดเวลา) ระบบแอร์เป็นระบบความเย็นจากพื้นด้านล่าง ไม่ใช่ระบบพัดลมเป่า ทำให้ถ้าไม่เดินมันจะไม่รู้สึกเย็นเลย เวลานั่งเช็คอินนานๆแทบจะเป็นลมล้มพับคาเคาน์เตอร์ไปเลย  :-/

2. ระบบแอร์อีกนั่นแหละครับ คราวนี้เป็นบริเวณประตูขึ้นเครื่อง (Boarding Gate) อันนี้ก็รู้สึกเป็นปัญหาเหมือนกันครับ เพราะอะไรน่ะเหรอ แอร์ที่ส่งขึ้นมาจากพื้นด้านล่าง จะทำให้เรารู้สึกเย็นที่ขามากๆ จนบางครั้งรู้สึกปวดขา ช่วงล่างจะรู้สึกเย็นกว่าช่วงบนของร่างกาย (อันนี้ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่า) แต่ที่ถามๆเพื่อนที่ทำด้วยกันเค้าก็ปวดว่ารู้สึกเย็นจนปวดขาเหมือนกัน

3. ห้องน้ำ ที่ทุกๆคนพูดถึง มันมีน้อยมากๆ แม้กระทั่งข้างในอาคารเทียบเครื่องบิน บางส่วนยังไม่เรียบร้อย และสกปรก โดยเฉพาะบริเวณสำนักงานสายการบิน (อาคาร G) ที่ผมทำอยู่ ประสบปัญหาทั้งอ่างล้างมือตัน ห้องส้วมไม่มีกระดาษชำระ ไม่น่าเข้าไปใช้เลย

อีกอย่างที่เป็นข้อเสียของห้องน้ำที่อาคารเทียบเครื่องบิน บริเวณประตูขึ้นเครื่องป้ายบอกห้องน้ำเล็กมาก (ห้องน้ำชาย/หญิง) สังเกตมาหลายครั้งว่าผู้โดยสารมักจะเข้าผิดห้อง (รึเค้าตั้งใจกันหว่า)

4. เคาน์เตอร์ที่ประตูขึ้นเครื่องไม่รู้ออกแบบการวางแผนผังยังไง ไปตั้งขวางตรงบันได แทนที่จะเป็นตรงประตูทางขึ้นเครื่อง มันก็เลยลำบากเวลาประกาศเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่อง ดูแล้วมันมั่วๆยังไงไม่รู้

5. บันไดทางลงประตูขึ้นเครื่อง (Boarding Gate) อันนี้อันตรายสำหรับคุณผู้หญิง เพราะราวกั้นเป็นกระจก ใครสวมกระโปรงถึงจะยาวหรือสั้น มันมองเห็นได้ง่ายเลยแหละ

6. ห้องสูบบุหรี่ เห็นแล้วรำคาญตามากๆ เข้าไปสูบกันแล้วไม่ปิดประตูกันเลย ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ไม่งั้นเขาจะสร้างห้องแยกต่างหากทำไมล่ะ จะว่าไม่รู้เรื่องก็ไม่ใช่ เพราะบางครั้งก็มีพนักงานคนไทยเราๆท่านๆนี่ล่ะ เข้าไปสูบบุหรี่กันแล้วก็เปิดประตูทิ้งไว้สบายใจเฉิบ

7. Help Desk ของทางการท่าฯที่จ้างพนักงานมาคอยแนะนำผู้โดยสาร ไม่รู้คัดกันยังไง เพราะบางคนผู้ภาษาอังกฤษไม่ได้ บางคนก็ไม่รู้ข้อมูลอะไรเลย อันนี้เวลาไปนั่ง Transfer ผมโดนประจำแทบไม่เป็นอันทำงานของตัวเอง เดี๋ยวผู้โดยสารก็มาถามเอง บางครั้ง Help Desk เองนั่นแหละที่พามา แล้วแบบนี้จะจ้างมาให้เสียเงินทำไม

8. พื้นทางเดินในสนามบิน ดูแล้วมันไม่ได้มาตรฐานเลย รอยต่อกระเบื้องบางจุดเดินสะดุดได้ง่ายมาก เพราะต่างระดับและเป็นรอยแยกชัดเจน รวมทั้งพื้นสกปรกมาก เหมือนไม่มีการขัดหรือทำความสะอาดเลย

9. บอกว่าเป็นท่าอากาศยานสากล จะไม่มีการประกาศเรียกผู้โดยสารภายในอาคาร แต่สุดท้ายก็เห็นประกาศกันอยู่ดี

10. รูปปั้นยักษ์ทั้ง 12 ตน ผมว่าสวยดีนะ แต่น่าจะจัดสิ่งแวดล้อมข้างๆให้ดีหน่อย หรือน่าจะมีการตั้งเสารอบแล้วมีป้ายติดอธิบายให้คนที่ผ่านไปมาหรือผู้โดยสารได้เข้าใจ ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ แต่นี่มีแค่ป้ายภาษาไทยตัวเล็กๆแทบอ่านไม่ออก แล้วยิ่งหมดสง่าราศีไปกันใหญ่เมื่อยักษ์บางตนต้องตั้งอยู่ท่ามกลางวงล้อมของร้าน Duty Free

11. ระบบเสียงในสนามบินผมว่าไม่ได้เรื่องเลย เหมือนเสียงมันก้องๆอู้อี้ๆทุกครั้งที่ประกาศ บางครั้งฟังแทบไม่รู้เรื่อง

12. จุดตรวจค้นก่อนเข้าอาคารเทียบเครื่องบิน ก็เข้าใจนะว่าต้องรัดกุม แต่บางครั้งมันดูเกินไปหรือเปล่า ที่ผู้โดยสารต้องมายืนถอดเข็มขัดเพื่อผ่านเครื่องสแกน บางครั้งแถวยาวเฟื้อยไปถึงไหนต่อไหน แทบจะไปขึ้นเครื่องไม่ทัน สายการบินต้องมาขอแงะของัดลัดคิวผู้โดยสารเพื่อให้ไปขึ้นเครื่องทันเวลา

13. ต้นไม้ ผมอยากให้มีต้นไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับภายในอาคารคารให้มากกว่านี้หน่อย เพราะมองไปทางไหนก็มีแต่กระจก เหล็ก แล้วก็ผ้าใบ เทาๆขาวๆเต็มไปหมด ถ้ามีพวกต้นไม้ ดอกไม้มาประดับบ้างน่าจะทำให้สบายตามากขึ้นกว่านี้นะ

14. จุดจอดรถ ตอนนี้ยังฟรี อีกหน่อยบอกจะเก็บเงินแล้ว ไอ้แค่ลานจอดระยะไกลที่โล่งๆไม่มีอะไรคลุมนั่นล่อจะเก็บตั้งเดือนละ 850 บาท มันจะเกินไปรึเปล่า ที่ดอนเมืองจอดในอาคารยังเดือนละ 500 บาทเอง

ตอนนี้คิดออกแค่นี้ครับ มีใครทำงานข้างในเหมือนกันแล้วมีความคิดเห็นแตกต่างยังไงลองมาเล่าสู่กันฟังดูนะครับ ส่วนของผมถ้าคิดอะไรออกจะมาเล่าสู่กันฟังอีกที  >:( >:(
Posted by: TG 992, October 14, 2006, 6:21pm; Reply: 1
6. ห้องสูบบุหรี่ เห็นแล้วรำคาญตามากๆ เข้าไปสูบกันแล้วไม่ปิดประตูกันเลย ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ไม่งั้นเขาจะสร้างห้องแยกต่างหากทำไมล่ะ จะว่าไม่รู้เรื่องก็ไม่ใช่ เพราะบางครั้งก็มีพนักงานคนไทยเราๆท่านๆนี่ล่ะ เข้าไปสูบบุหรี่กันแล้วก็เปิดประตูทิ้งไว้สบายใจเฉิบ

-- อ๋าวววว นี่มันความผิดของสนามบินหรอครับนี่ ?


9. บอกว่าเป็นท่าอากาศยานสากล จะไม่มีการประกาศเรียกผู้โดยสารภายในอาคาร แต่สุดท้ายก็เห็นประกาศกันอยู่ดี

-- ผมว่าเค้าคงหมายถึงบริเวณที่เช็คอินมั้งครับ ข้างในคองคอร์ดคงมีการประกาศตามปกติ ถ้าไม่ประกาศนี่แย่เลย ต้องมี ผดส.ตกเครื่องเป็นแน่แท้


12. จุดตรวจค้นก่อนเข้าอาคารเทียบเครื่องบิน ก็เข้าใจนะว่าต้องรัดกุม แต่บางครั้งมันดูเกินไปหรือเปล่า ที่ผู้โดยสารต้องมายืนถอดเข็มขัดเพื่อผ่านเครื่องสแกน บางครั้งแถวยาวเฟื้อยไปถึงไหนต่อไหน แทบจะไปขึ้นเครื่องไม่ทัน สายการบินต้องมาขอแงะของัดลัดคิวผู้โดยสารเพื่อให้ไปขึ้นเครื่องทันเวลา

-- ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ คือถ้าตรวจไม่รัดกุมพอเกิดมีระบ่งระเบิดเข้าไปในเครื่องมันจะไม่คุ้ม เสียทั้งทรัพย์สินและชื่อเสียงของประเทศ อย่างเหตุการณ์ที่ลอนดอนที่เพิ่งเกิด ผดส.ส่วนมากยินยอมให้มีการตรวจแบบละเอียดยิบ เพราะเค้ากลัวการก่อการร้ายกันมากๆ ผมว่าการตรวจละเอียดๆแบบนี้ส้รางความอุ่นใจให้ ผดส.กันมากครับ (เป็นผมผมก็ยอมให้ตรวจนะ)


------------------------


ส่วนเรื่องอื่นๆ ถ้ามันไม่ดีจริงๆก็รีบปรุงปรุงซะนะครับ เรื่องห้องน้ำนี่อันดับแรก

Posted by: vit, October 14, 2006, 6:34pm; Reply: 2
มีปัญหาเต็มเลยนะครับเนี่ยย รู้สึกไม่ค่อยจาดีเลย

วันหลังใครไปพานพบเรื่องดีๆของสุวรรณภูมิก็เอามาเล่าให้ฟังบ้างนะครับ จะได้ใจชึ้นขึ้นมาหน่อย
Posted by: FlYiNg FoR MiLeS, October 14, 2006, 6:35pm; Reply: 3
อ่านแล้ว ก็

เฮ้ออออออออออออออออออออ

ขอให้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีๆเหอะ.. อยากให้สนามบิน เป็นที่หนึ่งของโลกด้วย..

ปล.. อันนี้ยังไม่เห็นด้วยตัวเอง..แต่เท่าที่ดูรีวิว ฝั่งดอม ตรงทางเลื่อนไปเกทแล้ว ดูทืบ มืดมากๆ และ แข็ง มีแต่อิฐปูน จริงๆ
       ส่วนทางอินเตอร์ ก็เหมือนเดินห้าง...จนไม่คิดว่าอยู่ในสนามบิน...ฮ่วย..
Posted by: ..K'o'nG.., October 14, 2006, 6:50pm; Reply: 4
เหอะๆ เข้ามาดูครับ
Posted by: LIVERPOOL_FC, October 14, 2006, 7:46pm; Reply: 5
ค่อยเป็น ค่อยไปนะครับ...เอาว่ามีปัญหาก็ปกติ แต่ก็อย่าให้มันมีจนผิดปกติล่ะกันนะครับ....เอาใจช่วยผู้เกี่ยวข้องทุกท่านครับ
Posted by: Yoong_Cha_MuD, October 15, 2006, 1:01am; Reply: 6
เห็นด้วยกับเรื่องความเข้มมวด ...
ที่เข้มมวด จนเว่อร์ หน่ะครับ ....

จนน่ารำคาญหน่ะ .... ก็เข้าใจว่า ความปลอดภัยสำคัญที่สุด แต่การต้องมาทำอะไรอยู่นั่นแหล่ะ มันน่ารำคาญครับ

วันก่อนที่ผมบินกับหางแดง แต่ดันไปเที่ยว Gate อื่นที่ไม่ใช่ Gate ตัวเอง (ไปดู Gate A6 เพราะเห็นว่าน่าจะถ่ายรูปได้สวย) ปรากฎว่า ...
1. ตอนแรก ผมเอาสัมภาระ ซึ่งกระเป๋าผมมีโน๊ตบุ๊คอยู่ด้วย ใส่ส่วนที่สแกนสัมภาระ ส่งมือถือ กล้อง กระเป่าตังค์ไปสแกนหมด ... วันนั้นผมใส่เสื้อ Jacket ก็สั่งให้ถอดเสื้อแจ๊กเกตสแกนด้วย
2. ผมก็ถอดไป เดินเข้าไปผ่านเครื่องสแกน ปรากฎว่าเครื่องไม่ร้อง (ปกติที่ดอนเมือง ร้องทุกครั้ง ทั้งๆ ที่แต่งกายเหมือนกัน ... หัวเข็มขัดชนิดเดียวกัน ;D )
3. พนักงาน บอกว่า ขออนุญาตเอาโน๊ตบุ๊คออกจากกระเป๋าได้ไหม ผมก็บอกว่าได้ ก็หยิบโน๊ตบุ๊คออกมาจากกระเป๋า แล้วสแกน ทั้งกระเป๋า กับ โน๊ตบุ๊คใหม่ เป็นรอบที่สอง (ผมเริ่มรำคาญแระ อะไรกันนักหนา)
4. สรุปว่า สแกนรอบสองเสร็จ ผมหันหน้ากลับไปถาม หน้าตายิ้มแป้น ว่า ... "พี่ครับ พี่เจอระเบิดหรือเปล่าครับ" ...  ;D แล้วก็เดินออกไปเลย (อยากยุ่งกะตรูดีนัก  ::) แต่ก็เข้าใจว่านายสั่งมาอ่ะนะครับ)

สรุปว่า ไม่ปลื้มครับอะไรกันนักหนา  >:(

ส่วนอีกเรื่องก็คือห้องน้ำ ... ซึ่งผมอยากเห็นหน้าคุณคนที่เซ็นต์อนุมัติแบบแปลนก่อสร้างสนามบินจริงๆ เซ้นต์ให้ผ่านไปได้ยังไง  >:( ห้องน้ำชายมีโถปัสสาวะ 3 อันกันเกือบทุกๆ ที่เลยนี่นะ

ตอนเข้า Gate ของตัวเอง ก็เลยแยกโน๊ตบุ๊คออกมาสแกนแยกต่างหากไปเลย ...  :-/
Posted by: Donny, October 15, 2006, 3:08am; Reply: 7
Quoted from TG 992
6. ห้องสูบบุหรี่ เห็นแล้วรำคาญตามากๆ เข้าไปสูบกันแล้วไม่ปิดประตูกันเลย ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ไม่งั้นเขาจะสร้างห้องแยกต่างหากทำไมล่ะ จะว่าไม่รู้เรื่องก็ไม่ใช่ เพราะบางครั้งก็มีพนักงานคนไทยเราๆท่านๆนี่ล่ะ เข้าไปสูบบุหรี่กันแล้วก็เปิดประตูทิ้งไว้สบายใจเฉิบ

-- อ๋าวววว นี่มันความผิดของสนามบินหรอครับนี่ ?


ผมว่าเป็นความผิดของสนามบินครับ ตอนออกแบบควรทำเป็นประตูเลื่อนอัตโนมัติหรือประตูที่มันเปิดค้างไม่ได้ จะได้ปิดไม่ให้ควันออกมาจะได้แก้ปัญหาบางคนที่มักง่าย สูบเองแต่ไม่อยากดมควัน ก็เปิดประตูระบายออกมาข้างนอก ส่วนข้างในห้องสนามบินที่อื่นๆเข้าจะมีระบบดูดควันอย่างดี ไม่รู้เมืองไทยทำรึเปล่า

ส่วนความปลอดภัย ผมยังไม่เคยใช้บริการที่สุวรรณภูมิแต่มาตรฐานบางที่เข้มกว่านี้ครับ ที่อเมริกาหลังเกิด 9/11 ใหม่ๆแทบจะต้องถอดทุกชิ้น สมัยนี้ยังผ่อนลงไปบ้างแต่โน้ตบุ้ก รองเท้า แจ็คเก็ต ต้องเอ็กซ์เรย์ต่างหากอยู่แล้วครับ ทำให้ถูกต้อง อย่าไปว่าเขาเลย ผมว่าจะมีก็ตรงที่เมืองไทยพอเรื่องซาก็ทำบ้างไม่ทำบ้างไม่เป็นมาตรฐาน พนักงานบางคน (ไม่ใช่ทุกคน) เอกซ์เรย์ไปก็คุยไปไม่ได้ดูหน้าจอ มีเครื่องตรวจดีก็เท่านั้น ไม่มีประโยชน์ครับ เสียงบประมาณเปล่าๆ (เสียกำลังใจคนที่ตั้งใจทำงานด้วย)
Posted by: HS_TAE, October 15, 2006, 3:14am; Reply: 8
ส่วนผมอยู่ลานจอดด้านล่างก็เซ็งไม่แพ้กัน
1.ห้องน้ำด้านใต้คอนคอร์ดทุกห้องสกปรกมากๆ บางห้อง น้ำท่วมขัง เดินเข้าไปเจอแล้วต้องรีบถอยออกมา
2.ถังขยะหายากมากๆ ในห้องน้ำก็ไม่มี จะทิ้งก็ไม่ได้ ออกมาดูข้างนอกก็หายาก เดินไปตามทางจะเจอกองขยะอยู่ตามโคนเสาเป็นระยะๆ
3.ของกินสำหรับพนักงานรอบดึกก็หายากอีกเช่นกัน ทำไมกลางวันมีขายเยอะ คนทำงานตอนดึกก็พนักงานเหมือนที่ตอนกลางวันเขาทำกัน ร้านค้าจะมาพูดว่าช่วงนี้ยังไม่เข้าที่ไม่ได้หรอก กลางวันคุณยังขายได้เลย
4.รปภ.ของการท่าทำการตรวจค้นร่างกายตามช่องทางเข้าออก พอดีวันนั้นลืม เอาไฟแช็คติดตัวไป รปภ.บอกว่า ขออนุญาตเก็บไว้ก่อนเพราะเอาเข้าไปไม่ได้ เดี๋ยวตอนออกมารับคืนได้ ปรากฎว่าตอนออกมาขอรับคืน ดันบอกว่า อ๋อ...ยึดแล้วไม่คืนครับ แล้วจะมาบอกว่าให้มารับคืนแต่แรกทำไม จะเอาไฟแช็คไปขายกินเหรอคับ
5.จากข้อ 4. เมื่อมีกฎไม่ให้เอาไฟแช็คเข้าพื้นที่ลานจอด ทำไมตามทางหนีไฟหรือทางเดินเชื่อมระหว่างคอนคอร์ดฝั่งคู่กะคี่ ถึงมีคนยืนดูดบุหรี่เต็มไปหมด ก้นบุหรี่งี้เกลื่อนเลย
Posted by: Airbus340, October 15, 2006, 3:17am; Reply: 9
แวะเข้ามาอ่านครับ  :X
Posted by: debcinema, October 15, 2006, 6:34am; Reply: 10
Quoted from Yoong_Cha_MuD

ขออนุญาตเอาโน๊ตบุ๊คออกจากกระเป๋าได้ไหม


สนามบินที่อเมริกา เวลาจะ scan ต้องเอา notebook ออกมาจากกระเป๋าแล้วใส่ถาดแยกจากกระเป๋าเลยครับ ผมไม่รู้ว่าที่ดอนเมืองเป็นยังไง เพราะครั้งสุดท้ายที่ใช้ดอนเมือง (เป็นครั้งแรกที่เอา notebook ขึ้นเครื่องบินด้วย) ผมก็ติดจากการ scan กระเป๋าที่อเมริกาแล้ว เลยเอา notebook ออกมาจากกระเป๋าด้วยเลยครับ

Posted by: MybOy, October 15, 2006, 8:15am; Reply: 11
ได้ยินว่าแอบมี Strike เล็ก ๆ ของ TG's Check-In เรื่องแดดส่องจนแสบตามาก
จนมีคำอนุญาตออกมาให้ใส่แว่นกันแดดได้แล้ว (คงดูพิลึกกันน่าดูเหมือนกัน อิอิ)
ไม่รู้เป็นผลต่อเนื่องของการลดสเป็คโครงสร้างจนติดตั้งระบบกันแสงไม่ได้หรือเปล่า แหะ ๆ  :P
แต่ยังไงเมื่อเจอปัญหาแล้วก็ต้องแก้กันต่อไปนะครับ เอาใจช่วยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องครับ  ;)
Posted by: 001 JZ Team, October 15, 2006, 8:36am; Reply: 12
ไม่ประทับใจเลยเช่นกันครับ  :'(
Posted by: porinter, October 15, 2006, 9:54am; Reply: 13
ในฐานะผู้โดยสารให้ความพอใจกับสนามบิน 80% .... แต่ในฐานะพนักงานให้ความพอใจกับสนามบิน 69% ครับ

เข้าใจว่ายังไม่พร้อมเหมือนกันครับ แต่ก็ดีวันดีคืนนะครับ ..อิอิ .... แต่จริง ๆ สนุกและท้าทายกับสนามบินใหม่แห่งนี้มาก ๆ เพราะการที่จะผ่านช่วงนี้ไปได้แปลว่าตัวพนักงานเอง "ชนะใจตัวเอง" ได้ครับ .... ทำไฟลต์ให้ขึ้นบินได้ทั้ง ๆ ที่สนามบินไม่พร้อม "น่าภูมิใจ" ขนาดไหนครับ ปัญหามากมาย 108 อย่าง แต่เมื่อมองเครื่องบินที่พวกเราค่อย ๆ ประคองประตูให้ลูกเรือเพื่อที่จะปิด แล้วเครื่องก็ค่อย ๆ Pushback และเคลื่อนตัวไปตาม Taxi Way แล้วก็ Take Off อย่างสวยงามมัน "หายเหนื่อย" ครับ ........... อย่าท้อนะครับ สู้ ๆ .... เดินไปด้วยกันเดี๋ยวทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้วพวกเราจะสบายขึ้น (มั้ง) ครับ อิอิ

ต่อไปเป็นมุมมองของผมในฐานะพนักงานที่ทำงานในสนามบินแห่งนี้นะครับ อิอิ (ลุยแหลก)

จริง ๆ โดยส่วนตัวผมว่าการบินไทยอย่าเพิ่งบ่น หรือ Strike อะไรเลยครับ สายการบินสายเล็ก ๆ และสายการบินต่างชาติ "ลำบาก" กว่าเยอะครับ ....แต่ก็เข้าใจครับ ทำงานเหมือนกัน หัวอกเดียวกันครับ  

1. CKIN ไป ... ซับเหงื่อไปตลอดเวลา แดดส่องตลอดเวลาครับ โดยเฉพาะช่วงบ่าย ๆ
2. ตราชั่งไม่ค่อยตรงครับ + 1.5 ถึง 2.0 Kgs ตลอดเวลาคำนวนน้ำหนักทำ Wight Balance ลำบากครับ
3. เดินไกล ทำงานลำบาก Office อยู่ไกลมาก ๆ ทำงานใน Terminal แต่ต้องเดินไปเอาเอกสารที่ปลายคองคอส A เกือบทั้งวัน เหนื่อยมาก ๆ (ให้ทำเลดี ๆ แต่กับสายการบินยักษ์ใหญ่ อย่างว่าแหละครับ "เจ้าถิ่น")
4. ไม่มีการตรวจ ID เพื่อรักษาความปลอดภัยในขั้นตอนสุดท้ายมีผู้โดยสารปลอมตัวทุกวันครับ Boarding ลำบากมาก ๆ ครับ
5. การบินไทยประกาศเรียกผู้โดยสารในโถงขาออกได้ แต่สายการบินอื่นทำไมไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ผู้โดยสารการบินอื่นก็ "หลงทาง" หรือหลงลืมเวลาเป็นเหมือนกัน ... เพราะอะไรไม่เข้าใจ ?
6. สายพานลำเลียงกระเป๋าในด้านขาออก โดยเฉพาะสาย C,D,E,F และคิดว่ามีอีกหลาย ๆ สายพานที่อยู่ไกลออกไป มีปัญหาติดค้างอยู่บ่อย ๆ และรับขนาดได้ค่อนข้างจำกัดทำให้ต้องไปส่งกระเป๋าที่ช่อง Y1 ทุกไฟลต์เหมือนกันครับ ลำบากทั้ง Ground และ Ramp ... บางทีกระเป๋า "หลงทาง" กว่าจะกลับมาเจอที่ ๆ ควรอยู่หลังจากเดินทางอยู่บนสายพานกว่า 22 กิโล ใช้เวลาร่วม ๆ "ครึ่งวัน" ครับ สายการบินโดนรับผิดชอบค่า "เคลม" กระเป๋าทุกไฟลต์เหมือนกัน อิอิ
7. ร้าน "นัดเจอ" ที่เป็นร้านอาหารราคาพนักงานโดน "ผู้โดยสารรู้มาก" ทั้งหลายเอาเนื้อโต๊ะที่นั่งไปหมด บางทีพักแค่ 10-15 นาที "หิว" แทบขาดใจ ... แต่ไม่มีที่นั่งกินต้อง "ยืนกินใต้ต้นไม้" มีให้เห็นบ่อยไป .... เจ้าของสถานที่กรุณา "ตรวจบัตร" หน่อยก็ดี
8. การท่าฯ ทำงานอย่างไรก็ไม่ทราบ ? .... เปลี่ยน Gate และ Parking Bay ทุก ๆ ครึ่งชั่วโมง ผู้โดยสารในหนึ่งเที่ยวบินจะมี Boarding Pass ที่มีหมายเลขประตูทางออกไม่ตรงกันเสมอ ๆ การประสานงานกับ O.P. และ Ramp ลำบากมาก ๆ ครับ แต่ที่ลำบากที่สุดคือไปตามล่าผู้โดยสารหลงทาง
9. มุมอับ เยอะมาก ๆ ครับ ..... อันตรายมาก ๆ โดยเฉพาะผู้หญิง และ ผู้ชาย (ด้วยเช่นกัน) อิอิ
10. การทำเอกสาร "พิธีการบิน" รู้สึกเหมือนว่าจะยุ่งยากมากกว่าสมัยอยู่ดอนเมือง ทั้งในประเทศ และ ต่างประเทศ ขึ้นตอนเยอะขึ้น และ ต้องทำเองมากขึ้น ... พนักงานการท่าที่รับบรรจุมาใหม่ ๆ ตั้งหลายร้อยตำแหน่งอยู่ไหนหมด ?  
11. การตรวจความปลอดภัยทั้ง ป๊องป๊อง และ X-Ray ถือว่าอยู่ในระดับ "มาตรฐาน" ที่ใช้ได้ครับ ถึงจะยุ่งยากไปหน่อย ถ้าเป็นผู้โดยสารอาจจะพอทนเพราะอย่างมากก็เจอวันละไม่เกิน 1-4 ครั้ง ....แต่พนักงานทำเป็นสิบ ๆ ไฟลต์ครับ วันนึงจะโดน "ลูบเป้า" ผ่านทั้งมือชายและหญิง และ XXX ไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง จนตอนนี้จะ "ตายด้าน" แล้วครับ ตรวจแบบถึงลูกถึงคนจริง ๆ พับผ่าสิ อิอิ  ;D
12. ค่าที่จอดรถถึงแม้ว่าสายการบินผมจะบอกว่าจะออกให้ทั้งหมดแต่ผมก็ว่าแพงไปอยู่ดีสำหรับการให้ไปจอดที่ "ลานจอดระยะยาว" .... กว่าจะนั่งรถวนมาที่ Bus Ter แล้วกว่าจะรอจาก Bus Ter มา Pax Ter ใช้เวลาอีกร่วม ๆ 20 นาที ถ้าจะให้ไปจอดกรุณาเอาเครื่องสแกนนิ้วเพื่อบรรทึกเวลาทำงานไปตั้งไว้แถว ๆ นั้นให้ด้วยก็ดีนะคร้าบ อิอิ

เอาเคล้า ๆ แค่นี้แล้วกันครับ สำหรับผมกับสิบกว่าวันในสุวรรภูมิเจอมาแค่นี้ ถ้าอยู่ต่อไปอีกก็คงเจอเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอีกพอสมควรครับ อิอิ

เอาน๊า .... สู้ ๆ ครับ สนามบินก็ใหม่ พนักงานส่วนใหญ่ก็ใหม่ ถึงจะเก่าก็ต้องเริ่มใหม่อยู่ดีเพราะที่นี้มีกระบวนการด้านการ operate เที่ยวบินที่แตกต่างจากดอนเมืองพอสมควรครับ .... ในส่วนของกฏระเบียบต่าง ๆ อาจจะดูว่ายุ่งยากวุ่นวาย รวมถึงการออกแบบสนามบินที่ไม่เหมาะสมอาจจะสร้างความไม่พอใจให้กับหลาย ๆ ท่าน แต่ถ้ามองให้ทะลุถึงอนาคตจะเห็นว่าเค้าทำเอาไว้รองรับการเติบโตและความเป็น Inter ที่มากขึ้นของสุวรรณภูมิครับ ... ช่วงนี้เราอาจจะต้องเหนื่อยกันหน่อย ไม่ใช่แค่ 100% แต่อาจจะต้องให้เป็น 300% จากเดิม .... แต่อย่างน้อยพนักงานทุกท่านที่ทำงานอยู่ในสุวรรณภูมิตอนนี้ก็เก็บไปคุยได้จนชั่วลูกชั่วหลานครับว่าคุณ ๆ เคยทำงานในช่วงแรก ๆ ในสนามบินแห่งนี้ .... ผมเชื่อครับว่า คนเราพลาดยังไงสักวันนึงก็แก้ไขได้ครับ ... สนามบินพลาดได้ผมก็กว่าแก้ไขได้ แต่จะนานหรือเปล่าผมไม่รู้

ยังไงส่วนสุดท้ายที่อยากจะฝากไว้ก็คืออยากจะฝากถึง "ผู้โดยสาร" ทุกท่านครับ หลาย ๆ ท่านอาจจะยังไม่พอใจในระบบที่ไม่สมประกอบของสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งในประเด็นนี้มันจะเชื่อมอยู่กับระบบของสายการบินด้วย จึงทำให้สายการบินทุกสายที่มีที่ตั้งอยู่ในสุวรรณภูมิไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่ความผิดของเราทั้งหมด แต่เราก็น้อมรับ และไม่เคยต้องการอะไรนอกจากหวังว่าผู้โดยสารทุกท่าน ของทุกสายการบินที่ใช้บริการสนามบินสุวรรณภูมิได้ไปถึงจุดหมายอย่างปลอดภัยและความความสุข ..... รอยยิ้มที่มุมปากเพียงเล็กน้อยของท่านมีค่ามากกว่า O.T. ซะอีก (ในช่วงที่พวกเราไม่ร้อนเงิน) และ คำว่า "ขอบคุณ" ของทุกท่านมีค่าสำหรับพวกเรามากกว่า "Bonus" (ในยามที่พวกเราไม่มีภาระ อิอิ)  ..... หนักนิดเบาหน่อย "อดทน" นะครับ พวกเราเหนื่อยกว่าท่านหลายเท่านัก พวกเราส่วนใหญ่ในทุกสายการบินโดยเฉพาะรุ่นพี่ๆ ที่ตอนนี้มีน้อง ๆ ใหม่ๆ ตามเรียนรู้งานอยู่หลายคน ทำงานโดยไม่มีวันหยุดมาตั้งแต่วันแรกที่สนามบินแห่งนี้เปิดตัว บางคน "ควงกะ" ทำงานวันละเกือบ ๆ 20 ชั่วโมง ก็มีให้เห็นในทุกสายการบิน ..... เชื่อเถอะครับ เราเหนื่อยและต้องอดทนไม่แพ้พวกท่าน ใจเขาใจเรานะครับ

บ่นมาเยอะ ขอแค่นี้แล้วกันครับ .... ขอบคุณครับผม  ;D
Posted by: sushi111, October 15, 2006, 2:31pm; Reply: 14
ปกติ ที่เมืองเค้า ตรวจกันเข้มแบบนี้แหละ  โน้ตบุ๊ค ต้องเอาออกจากกระเป๋า
เข็มขัดถ้าดังก้อต้องถอด  รองเท้าถ้าดังยังต้องถอดเลย
คิดว่า พวกเรายังไม่ชินมากกว่าหน่ะ
อีกหน่อย  ก็คงชินกันเอง
Posted by: aquarius, October 15, 2006, 6:22pm; Reply: 15
พูดได้คำเดียวว่าเหนื่อยมาก เหมือนเค้าไม่อำนวยความสะดวกให้พนักงานเลยแม้แต่น้อย แล้วก็ที่สำคัย ของกินหายาก แล้วก้แพง แล้วก็ที่สำคัญที่สุด ดิวตี้มากเกินไปรึเปล่า ตรงกลางทางเดินอ่ะ ไม่ต้องทำก้ได้นะ ให้คนได้เดินสะดวกหน่อย เดินไปเกททีนึง ก็หมดแรงทำงานแล้วล่ะ
Posted by: Tonkung, October 15, 2006, 8:55pm; Reply: 16
พี่ป้ออยู่สุวรรณภูมิแล้วหรือครับ  :o :o
Posted by: Yoong_Cha_MuD, October 15, 2006, 10:37pm; Reply: 17
หุหุ ยินดีกับ ป้อสุวรรณภูมิ ด้วยนะ เหอๆๆ  ;D (สายการบินไหน ต้องเดากันต่อไป)

ใช่ๆ เห็นด้วย เดี๋ยวนี้ไม่มีการตรวจบัตรประชาชนแล้ว ....

วันก่อนที่บินหางแดง ก็ไม่มีการตรวจบัตรประชาชน แสดงว่าเดี๋ยวนี้ก็มั่วได้แล้วอ่ะดิ  :-/

รับรองว่ามี nominee บินแทนกันเป็นแถวๆ  ::)
Posted by: Mac_A380, October 15, 2006, 10:53pm; Reply: 18
1. ระบบแอร์ สำหรับคนที่นั่งเคาน์เตอร์เช็คอินผมว่ามันร้อนมากๆ (เพราะต้องสวมสูทตลอดเวลา) ระบบแอร์เป็นระบบความเย็นจากพื้นด้านล่าง ไม่ใช่ระบบพัดลมเป่า ทำให้ถ้าไม่เดินมันจะไม่รู้สึกเย็นเลย เวลานั่งเช็คอินนานๆแทบจะเป็นลมล้มพับคาเคาน์เตอร์ไปเลย  :-/

ตอนผมเช็คอินผมไม่รู้สึกนะครับ อิอิ สงสัยเป้นอย่างที่พี่บอกจริงๆ

2. ระบบแอร์อีกนั่นแหละครับ คราวนี้เป็นบริเวณประตูขึ้นเครื่อง (Boarding Gate) อันนี้ก็รู้สึกเป็นปัญหาเหมือนกันครับ เพราะอะไรน่ะเหรอ แอร์ที่ส่งขึ้นมาจากพื้นด้านล่าง จะทำให้เรารู้สึกเย็นที่ขามากๆ จนบางครั้งรู้สึกปวดขา ช่วงล่างจะรู้สึกเย็นกว่าช่วงบนของร่างกาย (อันนี้ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่า) แต่ที่ถามๆเพื่อนที่ทำด้วยกันเค้าก็ปวดว่ารู้สึกเย็นจนปวดขาเหมือนกัน

เย็นครับ เห็นด้วย

3. ห้องน้ำ ที่ทุกๆคนพูดถึง มันมีน้อยมากๆ แม้กระทั่งข้างในอาคารเทียบเครื่องบิน บางส่วนยังไม่เรียบร้อย และสกปรก โดยเฉพาะบริเวณสำนักงานสายการบิน (อาคาร G) ที่ผมทำอยู่ ประสบปัญหาทั้งอ่างล้างมือตัน ห้องส้วมไม่มีกระดาษชำระ ไม่น่าเข้าไปใช้เลย

Concourse B ห้องน้ำระหว่างทางเดินไปขึ้นเครื่องมีโถปัสสาวะ 1 โถครับ คนยืนรอ 4-5 คน เห็นแล้วเซ็งครับ

อีกอย่างที่เป็นข้อเสียของห้องน้ำที่อาคารเทียบเครื่องบิน บริเวณประตูขึ้นเครื่องป้ายบอกห้องน้ำเล็กมาก (ห้องน้ำชาย/หญิง) สังเกตมาหลายครั้งว่าผู้โดยสารมักจะเข้าผิดห้อง (รึเค้าตั้งใจกันหว่า)

ป้ายเล็กครับ

4. เคาน์เตอร์ที่ประตูขึ้นเครื่องไม่รู้ออกแบบการวางแผนผังยังไง ไปตั้งขวางตรงบันได แทนที่จะเป็นตรงประตูทางขึ้นเครื่อง มันก็เลยลำบากเวลาประกาศเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่อง ดูแล้วมันมั่วๆยังไงไม่รู้

ของในประเทศที่ผมเจอเคาเตอร์อยู่ตรงทางออกพอดีครับ

5. บันไดทางลงประตูขึ้นเครื่อง (Boarding Gate) อันนี้อันตรายสำหรับคุณผู้หญิง เพราะราวกั้นเป็นกระจก ใครสวมกระโปรงถึงจะยาวหรือสั้น มันมองเห็นได้ง่ายเลยแหละ

ใครจะไปดูอ่ะครับ อิอิ

6. ห้องสูบบุหรี่ เห็นแล้วรำคาญตามากๆ เข้าไปสูบกันแล้วไม่ปิดประตูกันเลย ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ไม่งั้นเขาจะสร้างห้องแยกต่างหากทำไมล่ะ จะว่าไม่รู้เรื่องก็ไม่ใช่ เพราะบางครั้งก็มีพนักงานคนไทยเราๆท่านๆนี่ล่ะ เข้าไปสูบบุหรี่กันแล้วก็เปิดประตูทิ้งไว้สบายใจเฉิบ

ที่ผมไปเจอประตูปิดครับ

7. Help Desk ของทางการท่าฯที่จ้างพนักงานมาคอยแนะนำผู้โดยสาร ไม่รู้คัดกันยังไง เพราะบางคนผู้ภาษาอังกฤษไม่ได้ บางคนก็ไม่รู้ข้อมูลอะไรเลย อันนี้เวลาไปนั่ง Transfer ผมโดนประจำแทบไม่เป็นอันทำงานของตัวเอง เดี๋ยวผู้โดยสารก็มาถามเอง บางครั้ง Help Desk เองนั่นแหละที่พามา แล้วแบบนี้จะจ้างมาให้เสียเงินทำไม

อันนี้ไม่ได้เจอน่ะครับ

8. พื้นทางเดินในสนามบิน ดูแล้วมันไม่ได้มาตรฐานเลย รอยต่อกระเบื้องบางจุดเดินสะดุดได้ง่ายมาก เพราะต่างระดับและเป็นรอยแยกชัดเจน รวมทั้งพื้นสกปรกมาก เหมือนไม่มีการขัดหรือทำความสะอาดเลย

ผมว่ารอยต่อทำดีหนิครับแต่เรื่องความสกปรกขอบอกว่าจริงครับ เมื่อวันศุกร์ไปสนามบินกับพี่ batman มาก็พบกับพื้นที่สกปรกมากก

9. บอกว่าเป็นท่าอากาศยานสากล จะไม่มีการประกาศเรียกผู้โดยสารภายในอาคาร แต่สุดท้ายก็เห็นประกาศกันอยู่ดี

ไม่มีนะครับ เห็นประกาศตอนจะขึ้นเครื่องอย่างเดียว (ใช้ปากครับ) ครับ

10. รูปปั้นยักษ์ทั้ง 12 ตน ผมว่าสวยดีนะ แต่น่าจะจัดสิ่งแวดล้อมข้างๆให้ดีหน่อย หรือน่าจะมีการตั้งเสารอบแล้วมีป้ายติดอธิบายให้คนที่ผ่านไปมาหรือผู้โดยสารได้เข้าใจ ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ แต่นี่มีแค่ป้ายภาษาไทยตัวเล็กๆแทบอ่านไม่ออก แล้วยิ่งหมดสง่าราศีไปกันใหญ่เมื่อยักษ์บางตนต้องตั้งอยู่ท่ามกลางวงล้อมของร้าน Duty Free

เห็นด้วยครับ

11. ระบบเสียงในสนามบินผมว่าไม่ได้เรื่องเลย เหมือนเสียงมันก้องๆอู้อี้ๆทุกครั้งที่ประกาศ บางครั้งฟังแทบไม่รู้เรื่อง

เห้นด้วยอีกครับ ฟังไม่ออกเลย

12. จุดตรวจค้นก่อนเข้าอาคารเทียบเครื่องบิน ก็เข้าใจนะว่าต้องรัดกุม แต่บางครั้งมันดูเกินไปหรือเปล่า ที่ผู้โดยสารต้องมายืนถอดเข็มขัดเพื่อผ่านเครื่องสแกน บางครั้งแถวยาวเฟื้อยไปถึงไหนต่อไหน แทบจะไปขึ้นเครื่องไม่ทัน สายการบินต้องมาขอแงะของัดลัดคิวผู้โดยสารเพื่อให้ไปขึ้นเครื่องทันเวลา

ในประเทศที่ผมเจอปกติครับ เหมือนดอนเมือง

13. ต้นไม้ ผมอยากให้มีต้นไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับภายในอาคารคารให้มากกว่านี้หน่อย เพราะมองไปทางไหนก็มีแต่กระจก เหล็ก แล้วก็ผ้าใบ เทาๆขาวๆเต็มไปหมด ถ้ามีพวกต้นไม้ ดอกไม้มาประดับบ้างน่าจะทำให้สบายตามากขึ้นกว่านี้นะ

เห็นด้วยครับ

14. จุดจอดรถ ตอนนี้ยังฟรี อีกหน่อยบอกจะเก็บเงินแล้ว ไอ้แค่ลานจอดระยะไกลที่โล่งๆไม่มีอะไรคลุมนั่นล่อจะเก็บตั้งเดือนละ 850 บาท มันจะเกินไปรึเปล่า ที่ดอนเมืองจอดในอาคารยังเดือนละ 500 บาทเอง

แพงงครับ
Posted by: ArM+On, October 15, 2006, 11:57pm; Reply: 19
เห็นด้วย กับ เรื่องห้องสูบบุหรี่ คั้บ คนเข้าไปสูบกันหลายคนเชียว

แต่เมื่อเข้าไปแล้วไม่ยอมปิด ในเมื่อโครงสร้างออกแบบไปแล้วยากที่จะแก้ไข

ก้อน่าจะติดป้าย เปิดแล้วกรุณา ปิดเข้าไปเพื่อเพิ่มสามัญสำนึกให้กับคนที่เข้าไป

ใช้บริการน้ะคั้บ  เขาอุตส่าห์ทำห้องสูบบุหรี่ให้แล้ว น่าจาปิดซ้ะหน่อยต้องนึกถึงคนภายนอกบ้าง

-----------------------------------
(บ่นแค่นี้คั้บ มิอยากติสนามบินตัวเองมาก อยากชื่นชมมากกว่า)
Posted by: I'mTHAI, October 16, 2006, 1:23am; Reply: 20
หายไป 1 วันกลับมาดูสักหน่อยครับ มีเรื่องมาเพิ่มเติมด้วย

ก่อนอื่นเพิ่มเติมเรื่องเก่าด้วยละกันครับ

-เรื่องห้องสูบบุหรี่ ไม่ได้โทษหรอกครับ ว่าเป็นความผิดของสนามบิน มองว่ามันเป็นของตัวบุคคล แต่ที่มันน่าเกลียดก็คือ บางครั้งเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในสนามบินเองนั่นแหละครับ ที่เป็นคนทำ
-เรื่องการประกาศนี่เต็มๆเลยครับ ไม่ใช่ข้างในเลยครับ ล่อกันตรง Check-in นั่นแหละครับ เรียก ผดส. ไปขึ้นเครื่อง สายการบินที่ใหญ่ที่สุดของบ้านเรานั่นแล
-เรื่องจุดตรวจ บางครั้งผมว่าดูเกินไปจริงๆครับ แม้สูทยังต้องถอดกันเลย แล้วก็ไม่ต้องขยำกันมากก็ได้ บั้นท้ายอ่ะ (หุหุหุหุ) อีกอย่างเหมือนที่คุณป้อว่าล่ะครับ บางครั้งแต่งตัวก็เหมือนเดิมแหละครับ เดินบางเครื่องบางเครื่องก็ร้องปี๊บ แต่บางเครื่องกลับเงียบฉี่

เพิ่มเติมครับ

1. ร้านอาหาร ไอ้ตรงชั้น 1 นั่นผมว่าพื้นที่แคบมากๆ ผู้โดยสารลงไปแทบจะหาที่นั่งไม่ได้ ยิ่งเจอการที่เอาโต๊ะมาตั้งตรงหน้าลิฟท์นี่มันไม่น่าดูเลยครับ

2. บัตรการท่าฯสำหรับผ่านจุดต่างๆ ทำไมไม่ทำให้เป็นบัตรถาวรไปพร้อมๆกันไปเลย บางทีจะเปิดประตูตรงนู้นตรงนี้ทีต้องไปตามคนอื่นมาเปิดให้ ทำให้มันเสียเวลา

3. ห้องพิธีการบินนี่เห็นด้วยกับคุณป้อเลยครับ ว่าเหมือนจะไม่อยากทำอะไรเลย จะให้ประเคนให้ทุกอย่าง เหมือนกับว่ามีหน้าที่แค่รับเอกสาร และชอบทำตัวเป็นเจ้าใหญ่นายโต พูดจาไม่น่าฟังเอาเสียเลย (อาจจะเป็นเพราะผมเจอคนที่ไม่ดีรึเปล่า)

นึกไม่ออกแล้วครับ วันนี้จบข่าวแค่นี้ก่อนละกัน  ;)
Posted by: ..K'o'nG.., October 16, 2006, 1:35am; Reply: 21
^
^

ข้อ1. เรื่องร้านอาหารชั้น 1 เห็นด้วยครับ เล็กมากๆ มันไม่เหมาะกับขนาดสนามบินเลย ก็อย่างว่าแหละครับ ใครทำ

ข้อ2. เรื่องบัตรการท่า มันเป็นอย่างนี้ตั้งแต่ดอนเมืองแล้วหละครับ กว่าจะได้บัตรแข็งก็ต้องใช้เวลาครับ เพราะว่าบัตรแข็งที่อายุ 1 ปี ต้องมีการตรวจสอบประวัติอาชญากรด้วย ถึงจะออกให้ได้ครับ เห็นว่าเบอร์ 6 จะเลิกใช้แล้วด้วย

เพิ่มเติมเรื่องร้านอาหาร เมื่อไหร่จะมีร้านอาหารราคาประหยัดให้พนักงานกินบ้างหละครับ จะให้กินมื้อหละ 4-50บาท ทุกวันมันไม่ไหวนะคร้าบ ไม่ได้รวยเหมือนเจ้าของพื้นที่นะ เหอะๆ
Posted by: porinter, October 16, 2006, 10:02am; Reply: 22
บ่นเรื่องงานแล้วเมื่อวาน วันนี้ก่อนไปธุระแวะมาบ่นเรื่องบัตรแข็งอีกรอบ อิอิ

เรื่องขอบัตรแข็งนี้ต้องทำสองรอบในรอบ 2 เดือนแล้วครับสำหรับผม ...  รอบแรกทำทิ้งไว้ตั้งแต่ที่ดอนเมืองป้ำลายนิ้วมือไว้เรียบร้อย (จริง ๆ ประวัติเก่าเมื่อปีที่แล้วยังมีอยู่แต่บัตรขาดอายุเนื่องจากลาออกจากที่ทำงานเดิม ประวัติอาชญากรรมก็เลยขาดอายุตามไปด้วย เลยต้องทำใหม่หมดเลย ... ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนที่แล้วไปถึงขั้นป้ำลายนิ้วมือแล้วครับแต่ผมปฏิเสธงานซะก่อนก็เลยยกเลิกประวัติอีก ....... วันนี้ (จันทร์ที่ 16 ต.ค.) ต้องเอาจดหมายจากบริษัทเข้าไปป้ำนิ้วมือเองสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ลำบากมากมาย) เพราะเดี๋ยวนี้การท่า ฯ เค้าไม่ยื่นเรื่องให้เหมือนสมัยอยู่ดอนเมืองแล้วครับ ต้องทำเองทุกอย่าง  :-/ ........

บางท่านอาจจะตกใจว่าจะตรวจอะไรกันนักหนา มันก็มีประเด็นมาจากว่าพื้นที่ในสนามบินส่วนมากจะเป็นพื้นที่หวงห้าม เพราะมีทั้งเขตปลอดอาวุธ และ ที่สำคัญส่วนใหญ่จะปฏิบัติงานในส่วนหลังจากที่มีการตรวจคนเข้า-ออกเมืองแล้ว ... ส่วนพนักงานอีกส่วนหนึ่งจะต้องปฏิบัติหน้าที่ในส่วนที่สำคัญที่สุดคือ "ลานจอด" ซึ่งต้องเป็นบุคลากรที่ได้รับการตรวจสอบและได้รับอนุญาติจากการท่าฯ จริง ๆ เพราะอยู่กับสิ่งทำเด่นที่สุดในธุรกิการบินซึ่งก็คือ "เครื่องบิน" นั้นเองครับ ..... และการตรวจสอบจะตรวจสอบเฉพาะประวัติเกี่ยวกับ "อาชญากรรม" นะครับ สำหรับคนที่โดนตำรวจจราจรจับ หรือ โดนคดีทางแพ่ง ไม่ต้องกลัวที่จะโดนตรวจสอบนะครับคนละประเด็นกัน ไม่มีปัญหาครับ อิอิ

การท่าฯ เป็นเจ้าของสนามบิน ก็เหมือนเจ้าของหอพัก ..... ถึงจะตั้งกฏระเบียบไว้มากมายและอำนวยความสะดวกแก่ผู้เช่าไม่ดีเท่าที่ควร แต่คนก็ต้องมาเช่าอยู่ดีเพราะ "จำเป็น" ...ถ้าจะให้ดียังไงการท่าฯ ก็ต้องเห็นใจลูกบ้านที่มาเช่าอยู่บ้างนะครับ เพราะถ้าไม่มีคนเช่า เจ้าของก็จะเจ้งเอาน๊า  :-/  

ไม่พอใจในตัวสนามบินก็พอจะเข้าใจว่าเพราะยังใหม่และยังไม่ลงตัว ... แต่ที่การท่าฯ ทำให้ทุกอย่างมันยุ่งยากขึ้นไป พวกเราเหนื่อยมากแล้ว ยังต้องมาเหนื่อยกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้อีก เซ้งมาก ๆ ครับ เงินก็เยอะ พนักงานก็เยอะ แล้วบุคลากรที่รับเข้ามาหายไปไหนหมด ทำไมไม่เอาช่วงานส่วนนี้ ? ..... แต่เอาเถอะยังต้องอยู่บ้านใหม่หลังนี้อีกนาน ไม่ไปทำวันนี้วันหน้าก็ต้องทำครับ ทำใจ และพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุดต่อไปเรื่อย ๆ  ;D

อ๋อ ฝากถึงผู้โดยสารทุกท่านอีกครั้งหนึ่งนะครับ .... ตอนนี้สุวรรณภูมิยังใหม่มาก ๆ อะไรก็ตึงไปหมดโดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย หนักนิดเบาหน่อยอดทนนะครับ ... เรื่องกระบวนการของ "ด้านบน" ไม่ต้องพูดเพราะคงเคยเห็นกันหมดแล้ว แต่อยากจะมาย้ำเมื่อเวลาทุกท่านต้องใช้บริการของสายการบินที่อากาศยานจอดอยู่ใน "ลานจอด" ที่ต้องนั่งรถไปนะครับ เมื่อลงจากรถแล้วกรุณาอย่าออกนอกเส้นทางเด็ดขาดนะครับ ถ้าจะถ่ายรูปควรถ่ายไกล้ ๆ ไม่ควรวิ่งออกไปให้เกินงามนะครับ เพราะที่นี้ตรงไหนต้องตรงนั้นครับ รถก็จอดเพ่นพ่านไม่ได้ จอดรอนานหรือก่อนกำหนดก็ไม่ได้ ยังไงขอความร่วมมือด้วยนะครับ เพราะไม่ฉนั้นหลังจากที่ผู้โดยสารเที่ยวบินนั้นออกไปแล้ว การท่าฯ จะโทรมาตำหนิที่สายการบินครับผม และพนักงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการส่งเครื่องหรือดูแลผู้โดยสารจะต้องโดนตำหนิไปตาม ๆ กันครับ ...... การท่าฯ ไม่ตำหนิผู้โดยสารและให้เกียรติผู้โดยสารอย่างสูงสุด แต่เค้าจะไม่ไว้หน้าพนักงานสายการบินครับ (นี้แหละเค้า อิอิ)... ถ้าพนักงานสายการบินให้คำแนะนำอย่างใด กรุณาปฏิบัติตามด้วยนะครับ ...... พวกเราพยายามตามใจผู้โดยสารของเราทุกท่านอยู่แล้วเพราะเป็นสิ่งที่เราอยากทำและเป็นหน้าที่ที่เราต้องทำ แต่ในเวลาเดียวกันพวกเราก็ต้องคอยระวังปกป้องตัวเองและองค์กรจากปัจจัยอะไรหลาย ๆ อย่างเช่นกันครับ ...ขอบคุณครับ  ;D

เป็นกำลังใจให้พนักงานทุกระดับที่ทำหน้าที่อยู่ในสนามบินสุวรรณภูมิครับผม ... เหนื่อยกันทุกคนตั้งแต่กับตันยันโหลดเดอร์ ... สู้ ๆ ครับ  ;D
Posted by: Tonkung, October 16, 2006, 2:09pm; Reply: 23
ผมว่าห้องน้ำ ถ้าใช้โถแบบที่ดอนเมือง แล้วเอาที่กั้นออก เพิ่มได้อีกหลายเลยนะครับ  :-/

Posted by: alnet, October 16, 2006, 4:52pm; Reply: 24
ผมว่า น่าจะมีคนบอกเจ้าหน้าที่การท่า ให้เข้ามาอ่านซะหน่อยนะ
คงจะเป็นลม หุหุหุ  ::)
Posted by: Mr.Dear, October 16, 2006, 11:33pm; Reply: 25
ขอติตรงนี้ครับ ขาเข้า Inter ตรงที่มีเดินออกมาแล้วมีญาติ หรือ คนมารับ ชูป้าย ทำไมมันแคบจัง คนแน่นมากๆเลย น่าจะเป็นโถงใหญ่ๆกว้างกว่านี้ ผู้โดยสารขาออก เดินออกมาติดขัดมากๆ กว่าจะเบียดออกมาได้แทบแย่ ผมดูเหมือนว่าตรงส่วนนี้ดอนเมืองมีพื้นที่มากกว่าอีกครับ ส่วนเรื่องอื่นๆก็ตามที่ท่านอื่น comment กัน แต่ก็ภูมิใจที่ Airport เราใหญ่ดีจริงๆ
Posted by: SiRiPat, October 17, 2006, 10:46am; Reply: 26
ไม่ปลื้มด้วยคนค่ะชอบดอนเมืองมากกว่า ห้องน้ำระหว่างรอหน้า gate มี 3 ห้อง อ่างล้างมือ 2
ถ้าช่วงเทศกาล จะใช้ยังงัยกันนี่ คิดดู!!!  :-/
Posted by: c H a I n A r A i, October 17, 2006, 1:10pm; Reply: 27


ไปใช้มา แล้วเป้นผุ้โดยสารจริงไม่ได้มีบัตรเข้าไปเดิน ก็รู้สึกว่าดอนเมืองดีกว่าเยอะ
Posted by: Friday03rd, October 18, 2006, 2:02am; Reply: 28
เห็นด้วยกะข้อความข้างบนทั้งหมดนะแหละครับ ...
สำหรับผม อาทิตย์แรกที่เปิดสนามบิน ... ผมเข้าทำงาน 06 - 24 ทุกวันเลยครับ
เป็นวันแรกที่ สายการบินผม ประกาศให้ใช้ uniform ใหม่อย่างเป็นทางการ
ตอนเช้าแต่งซะหล่อ ... สายๆเริ่ม เยินส์ ... บ่ายๆ เสื้อสีขาวกลายเป็นผ้าขี้ริ้วเลยครับ
ทำไมนะเหรอครับ ... เพราะระบบกระเป๋า ที่วาดวางแผนไว้สวยหรู ทัดเทียมสนามบินอื่น
เกิดล่ม ใช้ไม่ได้นะสิครับ ... กระเป๋าเป็น หมื่นๆ ใบครับตกค้างที่บริเวณ sorting ชั้นใต้ดิน
ไม่ได้มีแต่ของสายการบินผมสายเดียวนะครับ .. มีทุกๆสายเลยครับ ... แยกไม่ออกจริงๆ
เอาเป็นว่า เห็นกองกระเป๋าแล้ว อึ้ง ครับ ... ไม่รู้ว่าจะเริ่มที่กองไหนก่อนดี ...

วันแรกๆ ทั้ง loader และ พนักงานอย่างเราๆ ก็ยกกันเองครับ วิ่งไล่ไปส่งตาม ไฟล์ต่างๆกันเอง
โดยที่ไม่ได้คำนึงว่า กระเป๋าเป็นของสายการบินไหน ใครต้องดูแล
แต่นาทีนั้น ... เห็นสถานีไหนเป็นสถานีสุดท้าย ก็โกยกันไปเลยครับ
เพราะคิดว่า ผู้โดยสารที่รออยู่ปลายทาง คงจะลำบากอยู่พอสมควร ...

ผ่านไปสองวัน .. หลังผมเดี้ยงไปเลยครับ แทบจะงอตัวไม่ได้ ก็อาศัยแผ่นตราเสือนี่แหละครับ
ที่ช่วยทำให้ลืมความเจ็บปวดไปได้ ... มือผม็ช้ำเขียว จนเจ็บไปหมดเลยครับ
เข้าวันที่ 3 - วันที่ 5 สถานการ์ณก็ดีขึ้นครับ เพราะได้กำลังเสริมจากทหาร และ พี่ๆนายสถานี
จากต่างประเทศ เข้ามาช่วยกันดูแล คนละแรง สองแรง ช่วยกันเคลียร์กระเป๋าที่ตกค้าง
ตั้งแต่วันแรก ออกไปจนหมดครับ รวมๆแล้วเป็นร้อย คอนเทนเนอร์เลยนะครับ

จะบอกว่า ประสบการ์ณการเปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ผมคงไม่ลืมไปชั่วชีวิตครับ
ตั้งแต่ทำงานมา ไม่เคยต้องออกแรงลากตู้คอนเทนเนอร์เปล่าๆมาใส่กระเป๋าเป็นร้อยๆใบ
วิ่งรอกตามสายพานขาออก เพื่อเอากระเป๋าไปส่งให้ทันเที่ยวบิน อย่างน้อยให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
ข้างบนเป็นอย่างไรบ้างผมไม่รู้ มีร้านไหมมาเปิดบ้างก็ไม่ได้เดินดู
ถึงที่พักก็หลับเป็นตาย ตื่นมาก้ต้องรีบออกมาทำงานค่อ ... ดีที่ทางสายการบินผมลงทุน
เปิดโรงแรมโนโวเทลให้ได้นอนพักอย่างเต็มที่ ...
เพิ่งจะมาเห็นก็อาทิตย์ที่ผ่านมานี่แหละครับ ที่ระบบกระเป๋าก็เริ่มๆที่จะเข้าที่แล้ว ....

จนถึงวันนี้ ก็ภูมิใจครับ ... ว่า เพื่อนๆ และ พี่ๆ ของแผนกผม รวมถึงผู้บริหารที่ ต่างก็ช่วยเหลือกัน
ทำให้สัมภาระทุกใบออกไปยังจุดหมายปลายทางได้ ถึงแม้จะช้าไปบ้างก็ตามที
.... แล้วจะมาเล่าต่อนะครับ .....



Posted by: ArM+On, October 18, 2006, 5:07am; Reply: 29
Quoted from Friday03rd
โดยที่ไม่ได้คำนึงว่า กระเป๋าเป็นของสายการบินไหน ใครต้องดูแล
แต่นาทีนั้น ... เห็นสถานีไหนเป็นสถานีสุดท้าย ก็โกยกันไปเลยครับ
เพราะคิดว่า ผู้โดยสารที่รออยู่ปลายทาง คงจะลำบากอยู่พอสมควร ...ผ่านไปสองวัน .. หลังผมเดี้ยงไปเลยครับ แทบจะงอตัวไม่ได้ ก็อาศัยแผ่นตราเสือนี่แหละครับ
ที่ช่วยทำให้ลืมความเจ็บปวดไปได้ ... มือผม็ช้ำเขียว จนเจ็บไปหมดเลยครับ
เข้าวันที่ 3 - วันที่ 5 สถานการ์ณก็ดีขึ้นครับ เพราะได้กำลังเสริมจากทหาร และ พี่ๆนายสถานี
จากต่างประเทศ เข้ามาช่วยกันดูแล คนละแรง สองแรง ช่วยกันเคลียร์กระเป๋าที่ตกค้าง
ตั้งแต่วันแรก ออกไปจนหมดครับ รวมๆแล้วเป็นร้อย คอนเทนเนอร์เลยนะครับจะบอกว่า ประสบการ์ณการเปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ผมคงไม่ลืมไปชั่วชีวิตครับตั้งแต่ทำงานมา ไม่เคยต้องออกแรงลากตู้คอนเทนเนอร์เปล่าๆมาใส่กระเป๋าเป็นร้อยๆใบ
วิ่งรอกตามสายพานขาออก เพื่อเอากระเป๋าไปส่งให้ทันเที่ยวบิน อย่างน้อยให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ข้างบนเป็นอย่างไรบ้างผมไม่รู้ มีร้านไหมมาเปิดบ้างก็ไม่ได้เดินดู
ถึงที่พักก็หลับเป็นตาย ตื่นมาก้ต้องรีบออกมาทำงานค่อ ...




ชื่นชมในสปิริทการทำงานมากๆๆ เลยคับ ถึงแม้สนามบินจะล้มเหลวขนาดไหน
แต่ถ้ามีพนักงานที่ทุ่มเทให้กับการทำงานถึงขนาดนี้ ก็ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า
ผู้โดยสารที่บ่นๆอยู่ด้านบนจะรู้ถึงสิ่งนี้บ้างมั้ย  ถึงยังงัยก้อช่วยเป็นแรงใจเชียร์คั้บ
;D ;D ;D ;D ;D


Posted by: ..K'o'nG.., October 18, 2006, 10:44pm; Reply: 30
สนามบินมันไม่ได้อยู่รอดเพราะมีจำนวนผู้โดยสารมาลงเป็นล้านๆ แต่อยู่รอดที่ระบบจัดการต่างๆไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม และสำคัญความสะดวกในการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกคน ไม่อย่างนั้นปัญหามันก็เกิดขี้นตามมาอย่างที่เห็น เฮ้อ....

ส่วนเรื่องบัตรแข็ง หลายคนที่อยู่ดอนเมืองมาก่อนก็ยังต้องรอบัตรแข็งอีกเดิอนนึงกว่าจะได้ก็เดือนหน้า แถมบัตรใหม่ก็บอกว่าปลอมกันเยอะ ทำไม...ไม่ทำแบบกันปลอมไปเลยก็ไม่รู้ และใครที่บัตรอ่อนยังเป็นเบอร์ 6 แว่วๆว่าบัตรแข็งอาจจะอดได้เลขนี้แล้ว จะระบุพื้นที่ไปเลย ทื่แน่ๆใครทำในอาคารผู้โดยสารกับลานจอด จะได้แค่ 3 กับ 4 เท่านั้น

ปล...เมื่อไหร่อะไรจะเข้าที่เข้าทางซะทีหละเนี่ย เหนื่อย
Posted by: Boeing767a, October 21, 2006, 4:29pm; Reply: 31
SORRY..........!!!!!!! :'( :'( :'(
Posted by: ApA, October 22, 2006, 5:49pm; Reply: 32
เห้อ สนามบินแห่งความภาคภูมิใจจริงๆ
Posted by: aot_off, October 24, 2006, 2:55pm; Reply: 33
สุวรรณภูมิ 22 ก.ย.- ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กำหนดค่าจอดรถสำหรับรถโดยสารและรถยนต์ส่วนบุคคลแล้ว ทั้งสมาชิกรายเดือนและทั่วไป

นายสมชัย สวัสดีผล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวถึงการกำหนดค่าจอดรถสำหรับรถโดยสารและรถยนต์ส่วนบุคคลที่จะมาจอดที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่า สำหรับที่จอดรถบริเวณศูนย์ขนส่งสาธารณะรถโดยสารขนาดใหญ่ หากจอด 1 ชั่วโมงแรก จะเสียค่าจอด 30 บาท และชั่วโมงที่ 2 จะเพิ่มเป็น 60, 90, 120, 150 และ 180 บาท ในชั่วโมงถัดไปตามลำดับในช่วง 6 ชั่วโมงแรก ส่วนรถที่จอดชั่วโมงที่ 7-24 ชั่วโมง จะเสียในอัตราเหมาจ่าย 210 บาท

ส่วนบริเวณลานจอดระยะยาว รถยนต์จะเสียค่าจอดรถในอัตรา 20 บาทในชั่วโมงแรก และจะเสียเพิ่มในอัตรา 20, 40, 60, 80, 100 และ 120 บาท ในชั่วโมงถัดไปตามลำดับ ส่วนชั่วโมงที่ 7-24 จะเสียค่าจอดเหมาจ่าย 140 บาท ด้านสมาชิกรายเดือนจะเสียค่าจอดรถ 600 บาท ส่วนรถจักรยานยนต์จะเสียค่าจอดชั่วโมงแรก 10 บาท และเพิ่มเป็น 20, 30 , 40 , 50 และ 60 บาท ตามลำดับ ส่วนชั่วโมงที่ 7 – 24 จะเสียในอัตราเหมาจ่าย 70 บาท สมาชิกรายเดือนเสียจำนวน 300 บาท ส่วนรถโดยสารขนาดใหญ่จะเสียค่าจอด 30 บาท ใน 1 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้น จะเสียในอัตรา 30, 60, 90, 120, 150 และ 180 บาท  ส่วนชั่วโมงที่ 7- 24 จะเสียในอัตราเหมาจ่าย 210 บาท และสำหรับสมาชิกรายเดือนจะเสียค่าจอด 900 บาท

ส่วนที่จอดรถบริเวณอาคารเอและบี และลานจอดข้างเอและบีนั้น รถยนต์จะเสียค่าจอดรถ 25 บาทใน 1 ชั่วโมงแรก และจะเพิ่มเป็น 50 , 80, 110 , 145 และ 180 ตามลำดับ จนถึงชั่วโมงที่ 6 ส่วนชั่วโมงที่ 7- 24 นั้น จะเสียค่าจอดรถ 250 บาท โดยการจอดรถทั้งหมด หากมีเศษของชั่วโมงเกินมาให้คิดเป็น 1 ชั่วโมง ส่วนการจอดเกิน 24 ชั่วโมงให้เริ่มต้นนับชั่วโมงที่ 1 ใหม่.- สำนักข่าวไทย

ขอโทษ i'mthai มีตรงไหนบอก 850 บาท อย่ามั่วซิ /i'm AOT
Posted by: ..K'o'nG.., October 24, 2006, 3:25pm; Reply: 34
Quoted from aot_off
ขอโทษ i'mthai มีตรงไหนบอก 850 บาท อย่ามั่วซิ /i'm AOT


เอ่อ...จะอะไรกันหนักหนาครับ จะ 850 หรือ 900 กระทู้นี้มันแค่มุมองคนทำงานในนั้นแค่นั้น อย่าจริงจัง ถ้าเอาสาระต้องไปหากระทู้วิชาการอ่านแล้วครับ ใจร่มๆครับ  ขนาดข่าวเรื่องราคาค่าจอดรถ ผมโพสเองในห้องข่าว ผมยังจำไม่ได้เลยครับ เหอะๆ รู้แต่เสียชั่วโมงหละ 20 เกิน 7 ชั่วโมงคิด 250 หลัง 24 ชั่วโมงนับ 1 ใหม่ ผมก็บอกใครๆอย่างนี้ ผมมั่วหรือเปล่าเนี่ย

เรื่องนี้ไม่ใช่สาระสำคัญที่จะมาบอกกันว่ามั่วหรือไม่ เพราะจะมีกี่คนครับที่เสียค่าจอดรายเดือนในลานจอดระยะไกล แม้จะเป็นคนทำงานในนั้นก็ตาม
Posted by: I'mTHAI, October 24, 2006, 4:01pm; Reply: 35
Quoted from aot_off
ขอโทษ i'mthai มีตรงไหนบอก 850 บาท อย่ามั่วซิ /i'm AOT


ขอโทษครับ แต่ดีจัง ได้จ่ายแพงกว่าที่คิดอีก หุหุหุหุ  :X

Posted by: Friday03rd, October 25, 2006, 9:30pm; Reply: 36
ขอบคุณนะครับ สำหรับกำลังใจจากคุณ ArM+On ...
เป็นหน้าที่ และ ความร่วมมือกันของเพื่อนๆในแผนก และ
พี่ผู้ใหญ่ที่ลงมาเห็นปัญหา แล้วร่วมมือกันนะครับ

มาเล่าต่อนะครับ ...
วันแรกๆ เรื่องปัญหากระเป๋าช้า คิดว่าหลายคนคงได้รับรู้จากสื่อต่างๆที่ออกมาแล้ว
แต่ผมมาคิดๆดู มีอะไร ที่เป็นปัจจัยอีกมากมายที่อยากจะเล่าให้ฟังครับ ...

อันแรก ... สัญญาณวิทยุล่ม ครับ .. ทำให้ติอต่อกันลำบาก ทั้งพนักงานที่ทำงานข้างเครื่อง
เจ้าหน้าที่ขับรถลากกระเป๋า และ เจ้าหน้าที่ที่ประจันหน้ากับผู้โดยสาร ...
คนขับรถลากกระเป๋า ไม่ทราบว่าจะต้องลากไปไว้ตรงจุดไหน สายพานไหน ก็ติดต่อใครไม่ได้ครับ
เพราะสัญญาณวิทยุเรียกไป ก้ไม่มีใครได้ยิน หรือ ตอบกันไม่ได้ ทำให้ต้องลากวนไปวนมา
บวกกับตวามไม่คุ้นเคยกับสถานที่ด้วยนะแหละครับ ทำให้ยิ่งลำบากมากขึ้นไปอีก
พนักงานที่อยู่ด้านบน จะถามไปที่ข้างเครื่องว่ากระเป๋าออกมาหรือยัง ก็ติดต่อไม่ได้ครับ
ทำให้ไม่สามารถตอบผู้โดยสารได้ว่า ตอนนี้กระเป๋าอยู่ไหนแล้ว ... ครั้นจะประกาศแจ้งให้ผู้โดยสารรู้
ก็ทำไม่ได้เหมือนที่ดอนเมืองครับ เพราะไม่มีที่ประกาศที่ห้องขาเข้า ....
สรุปแล้ว ... วันนั้น ทางสายการบินผม ก็ยินดีที่จะออกใบแจ้งกระเป๋าล่าช้า และ ดำเนินการจัดส่ง
ให้ผู้โดยสานที่มีความประสงค์ที่จะไม่รอกระเป๋าครับ ..

อันที่สอง ... ในวันแรก .. เขาห้ามรถลากที่ใช้น้ำมัน เข้ามาวิ่งในบริเวรใต้อาคาร ซึ่งเป็นจุดที่ต้องเอา
ดู้คอนเทนเนอร์มาเทียบ แล้ว ยกกระเป๋าลงสายพาน ... แต่รถที่ใช้วิ่งในลานจอด ที่ลากตู้กระเป๋ามาจาก
ข้างเครื่องเป็นรถที่ใช้น้ำมันนะสิครับ .. ก็เลยวิ่งมาได้แต่ปากทางเข้า แล้วส่งต่อให้รถที่ใช้ไฟฟ้ามารับช่วงต่อ
ก็เลยเป็นอีกปัจจัยนึงที่ทำให้เสียเวลาไปอีกนะแหละครับ ....
อีกจุดนึงที่นึกไม่ถึงคือ .. เจ้ารถลากที่ใช้น้ำมันนะลากได้ถึง 6 ตู้ แต่ พอมาถึงปากทางลงไปยังจุดที่ต้อง
ส่งต่อให้รถไฟฟ้า ต้องตัดให้เหลือแค่ 4 ดู้ครับ เพราะเจ้าของพื้นที่ เขาว่า ห้ามลากตู้มากกว่า 4 ตู้ที่บริเวณ
ใต้อาคาร .. ( อันนี้ได้ยินเขาบอกมา )

ทั้งนี้ ปัจจุบันกฎข้อนี้ ก็ได้ยกเลิกไปแล้วครับ ...
อันที่สาม ... เนื่องด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ ... กระเป๋าที่ใส่มาในตู้ขนาดใหญ่ เช่น ALF , Pallet จะไม่สามารถ
เข้าไปเทียบกับสายพานกระเป๋าขาเข้าได้ ต้องจอดตู้ที่บริเวณปากทางลงไปที่ใต้อาคาร แล้วจัดการถ่าย
สัมภาระทั้งหมดออกใส่ cart เพื่อทำการลากลงไปโหลดที่สายพานต่อไป ... อันนี้ก็เป็นอีกปัจจัยนึงครับ
ที่ทำให้ล่าช้าออกไปอีก ... แต่ตอนนี้ ปัญหานี้ได้ทำการแก้แล้วนะครับ โดยการแจ้งให้ทุกๆสถานีรับทราบ
ให้โหลดกระเป๋ามาในตู้ คอนเทนเนอร์แบบ LD4 หรือ ตู้ AKE ขนาดเล็กอ่ะครับ ( ต้องขอโทษนะครับ
ที่ไม่มีรูปมาให้ดู ใครมี วานเอามาลงทีนะครับ ขอบคุณครับ )

ยังไงก็ตาม ทางสายการบินผม ก็ออกมาขอโทษต่อลูกค้า สำหรับความล่าช้าในสองสามวันแรกแล้ว
ซึ่งก็ต้องยอมรับนะแหละครับ ความไม่ชำนาญในพื้นที่ เป็นปัญหานึงจริงๆ ...
แต่ก็ต้องยอมรับเช่นเดียวกันนะครับ ว่ามีปัจจัยอื่นๆอีกมากมาย
ที่ทำให้ความล่าช้าจาก 1 ชั่วโมง กลายเป็นทวีคูณได้
แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ ... ตอนนี้ ก็ถือได้ว่า ปัญหาต่าง ได้รับการแก้ไขไปบ้างแล้ว ...

ปล. ทั้งหมดนี่ เป้นความคิดเห็นของผมแต่เพียงผู้เดียวนะครับ ถูกผิดประการใด หรือ ใครที่มีเพิ่มเติม
ในส่วนที่ผมไม่รู้ หรือ ผิดพลาด ก็ยินดีนะครับ ที่จะเข้ามาแก้ไขได้ครับ
Posted by: ArakkA, November 18, 2006, 2:06am; Reply: 37
Help Desk ของทางการท่าฯที่จ้างพนักงานมาคอยแนะนำผู้โดยสาร ไม่รู้คัดกันยังไง เพราะบางคนผู้ภาษาอังกฤษไม่ได้ บางคนก็ไม่รู้ข้อมูลอะไรเลย อันนี้เวลาไปนั่ง Transfer ผมโดนประจำแทบไม่เป็นอันทำงานของตัวเอง เดี๋ยวผู้โดยสารก็มาถามเอง บางครั้ง Help Desk เองนั่นแหละที่พามา แล้วแบบนี้จะจ้างมาให้เสียเงินทำไม

---- อืม เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพาะเราก้อทำงานที่เกี่ยวกับการให้ข้อมูล บอกทางกับนักท่องเที่ยว แต่เวลาที่มีนักท่องเที่ยวเดินเข้ามา ก็เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องถามว่าไปถาม information มารึยัง ? เราก้อได้คำตอบว่า ไปถามมาแล้ว เค้าบอกว่าให้มาถามที่นี่ แบบว่าโยนงานกันเห็นๆ ปรับปรุงหน่อยสิ จะรับบุคลากรเข้ามาทำงานทั้งทีให้มันมีคุณภาพหน่อย ที่พบเจอมาไม่มีคุณภาพเลย

---- อีกอย่าง สัญญาณวิทยุของ office เราที่เราได้ยินพี่หนักงานเค้าบอกมานะ ประมาณว่า เวลาจะว. อะไรกันตอนนี้เริ่มจะไม่เป็นความลับขององค์กรแล้ว เห้อออ fail มาก

---- อีกเรื่อง เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ได้รับเคสจากนักท่องเที่ยว ที่จำเป็นต้องขอดูกล้องจากห้องกล้อง รปภ. ของการท่าเค้าบอกว่า กล้องน่ะ ดูได้ ให้ซูมมาได้ ตรงนี้ๆ กล้องของเรามีเป็นพันตัว ก็ประสานงานกันกับห้องกล้อง แต่ไปๆ มาๆ ไม่รู้ยังงัย เค้าก้อให้เข้าไปดูในห้องกล้องก็ไม่ได้ นักท่องเที่ยวคนนั้นก็เลยโดนขโมยเงิน 1,800 USD ไปฟรีๆ น่าสงสารนักท่องเที่ยวคนนั้นจัง
Posted by: ..K'o'nG.., November 21, 2006, 12:47pm; Reply: 38
พวก Airport Help ส่วนใหญ่เป็น OutSource หรือ นักศึกษา คัดเลือกมาก็แค่พอพูดภาษาอังกฤษได้แบบพอสื่อสารรู้เรื่อง และส่วนใหญ่ไม่ค่อยเข้าใจแผนผังของอาคารผู้โดยสารและสถานที่ต่างๆดีพอ

เรื่องสัญญาณวิทยุยังไงมันก็ไม่ลับหละครับ เพราะทุกบริษัทในสนามบินจะใช้เครื่องของวิทยุการบินหมด เพราะฉะนั้น....ถ้าความลับรั่วก็คิดเอาเองนะ หุหุ

เรื่องกล้องที่มีเยอะๆนะ มันนะใช้ได้ ที่ว่าเป็นแบบหมุนตามตัวได้เลย แต่นานๆทีถึงจะปรับมุม ซึ่งปัญหามันมีตามมาอย่างที่เห็น

และท้ายสุดที่ผมไม่เข้าใจว่าพวกลาดตระเวนไม่ว่าของการท่าเองหรือที่การท่าจ้างมา มีหน้าที่อะไรบ้าง นอกจากตรวจบัตรอนุญาติเข้าเขตกับเดินไปมาไปวันๆ ก็ไม่รู้อย่างนี้จะมีไว้ทำไมหละเนี่ย
Posted by: hahaha, November 28, 2006, 9:47pm; Reply: 39
อันนี้จะขอแก้ข่าวเฉพาะเรื่อง Help Desk นะคะ ที่จริงแล้ว Help Desk นั้นจัดตั้งขึ้นมาเพื่อรับแจ้งปัญหาทางด้าน ITเป็นหลัก รวมทั้งปัญหาด้านระบบไฟฟ้า, โทรศัพท์ (ที่ขึ้นต้นด้วย 02-132XXX, 02-133XXXX) ระบบประปา, ปรับอากาศ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่อยู่ในความรับผิดชอบของAOT แต่ทั้งนี้เนื่องจากความผิดพลาดในการแจ้งเบอร์ information ตอนเปิดสนามบิน Help Desk จึงพยายามหาข้อมูลเก็บไว้ ทุกวันนี้ไม่เพียงแต่เฉพาะเจ้าหน้าที่สายการบินที่โทรเข้ามาแต่ยังมีทั้งผู้โดยสารทั่วไปโทรมาแจ้งกระทั้งของหาย ขอเบอร์สายการบินต่างๆ รวมทั้งสอบถามข้อมูลการบิน ซึ่งทางเราก็ได้ช่วยเท่าที่ช่วยเหลือได้อย่างเต็มความสามารถ
Help Desk team :)
Posted by: ..K'o'nG.., November 28, 2006, 10:02pm; Reply: 40
^
อันนี้ถ้าภายในจะเข้าใจครับว่า Help Desk คือส่วนไหนของสุวรรณภูมิ แต่คนนอกหรือผู้โดยสารจะไม่ค่อยทราบครับ ก็น่าจะสื่อความหมายได้ครับ แต่จริงๆแล้วที่นั่งอยู่คือ Airport Help นะครับ
Posted by: wut, December 11, 2006, 2:25pm; Reply: 41
ก็น่าเห็นใจคนทำงานนะครับปัญหาก็ต้องค่อยๆๆแก้กันไปเพียงแต่ผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องเขาจะมีความสามารถหรือความตั้งใจในการแก้ปัญหาแบบมืออาชีพหรือป่าวเท่านั้นเองหรือจะเป็นแค่มือสมัครเล่นคนทำงานจริงๆๆก็คงทำได้อย่างเดียวคือทำใจเพราะเท่าที่ทราบเห็นเขาบอกมาว่าที่ทำงานท่านอยู่บนหอคอยงาช้าง
1.เรื่องห้องสูบบุหรี่จริงๆๆไม่ควรมีแล้วเอาไปทำเป็นห้องน้ำหรืออะไรที่เป็นประโยชน์จะดีกว่าหลายสนามบินในโลกเขาก็ไม่ทำกันแล้ว
2.เรื่องเดินทางไกลภายในอาจจะต้องใส่สเก็ตหรือใช้segwayแบบที่ กทม.เขาเอามาใช้ตรวจการณ์แต่ไม่ทราบเหมือนกันว่าที่สนามบินสุวรรณภูมิพื้นเขาจะทำไว้ให้ใช้ได้ไหมแต่ผมคิดว่าน่าจะได้ถ้าเข็นรถคนพิการได้ก็ใช้ได้ครับเพราะเล็กพอๆๆกัน
ไงก็หวังว่าทุกๆๆอย่างคงจะดีขึ้นนะครับให้กำลังใจ ;D
Posted by: physicshead, April 14, 2007, 2:31pm; Reply: 42
เรื่องห้องน้ำเนี่ย  ปัญหาใหญ่เลยนะจะบอกให้  เพราะว่าวันนั้นไปส่งญาติมา  แล้วลองเข้าไปดูหน่อยสิว่าจะห่วยแตกสมคำร่ำลือขนาดไหน  ขอบอกว่า  สภาพมันนอกจากจะไม่ดูหรูหราอย่างของที่สนามบิน ตปท. อื่น ๆ แล้ว  เรื่องความสะอาดยังย่ำแย่อีกต่างหาก  แล้วไอ้น้ำที่โถชักโครกน่ะ  มันยังดูสีน้ำตาลอ่อนหม่น ๆ ยังไงก็ม่ายรู้ (สีคล้ายน้ำบาดาลเลย)  เอาเป็นว่าไม่น่าใช้อย่างแรงอ่ะ

อ้อ อีกอย่างเราว่านะ  ไอ้ห้องสูบบุหรี่อ่ะ  มีเยอะเกินป๊ายยย  แล้วคนที่เข้าไปสูบก็น่าจะปิดประตูบ้างนะ  ควันมันจะได้ไม่ออกมารบกวนผู้โดยสารคนอื่นเค้าน่ะ
Posted by: candy, August 16, 2007, 5:15pm; Reply: 43
เดือนหน้านี่ก็จะครบปีของการเปิดสุวรรณภูมิแล้วนะคะ ไม่รู้ว่ามารีวิวช้าไปอ่ะป่าว แต่อ่านจบแล้ว อดไม่ได้อ่ะค่ะ เพราะเห็นมีพาดพิงในส่วน Airport Help ซึ่งส่วนตัวเคยทำหน้าที่นี้มาก่อนอ่ะค่ะ

Airport Help เนี่ย ขึ้นอยู่กับงานบริการข้อมูล ในส่วนการบริการผู้โดยสาร ของทสภ. มีเจ้าหน้าที่อยู่ 3 ส่วนคือ เจ้าหน้าที่ของการท่า out source จากบ.สยาม สแตนดาร์ด เซอร์วิส และนักศึกษา (ไม่ใช่นักศึกษาผึกงานค่ะ แต่เป็นนักศึกษาทำงาน เพราะทำงานจริงๆ)

ในช่วงแรกๆ ต้องยอมรับว่า เรายังทำงานกันอย่างไม่ค่อยมีประสิทธิภาพนัก เนื่องจากยังใหม่กับพื้นที่ ใหม่แค่ไหนหรือคะ ประมาณอบรม 2 ชั่วโมง และปฎิบัติหน้าที่จริงเลยอ่ะค่ะ (อันนี้ในส่วนนักศึกษา) นักศึกษาทุกคนที่มาปฏิบัติหน้าที่นี้ ทุกคนเป็นนักศึกษาเกรดเอ ที่เคยทำงานใหญ่ๆของประเทศมาแล้วทั้งนั้น ซึ่งทางการท่าได้ขอตัวมาจากคณะกรรมการกีฬามหาวิทยาลัยโลก เพราะฉะนั้น เรื่องความเป็น Professtional ฉันเชื่อว่า มีพร้อมกันทุกคน

ส่วนที่พี่บอกว่า มี Airport Help บางคนที่พา Pax ไปถาม มันมีเหตุผลคือว่า ตัวเราเองไม่ทราบข้อมูลที่แน่นอน และไม่ต้องการที่จะไห้ข้อมูลผิดกะ Pax ดังนั้น เราจึงพาเขาไปถามเจ้าหน้าที่ที่คิดว่าน่าจะทราบข้อมูล เพราะเราเองจะได้ข้อมูลที่ถูกต้อง เผื่อมี Pax คนอื่นมาถามอีก เราก็จะได้บอกข้อมูลที่ถูกต้องไป โดยไม่ต้องมารบกวนเจ้าหน้าที่แล้ว และ Pax คนนั้น ก็จะได้ข้อมูลที่ถูกต้องไป

หวังว่าคงเข้าใจตามนี้นะคะ
Posted by: ..K'o'nG.., August 17, 2007, 10:12pm; Reply: 44
Quoted from candy
เดือนหน้านี่ก็จะครบปีของการเปิดสุวรรณภูมิแล้วนะคะ ไม่รู้ว่ามารีวิวช้าไปอ่ะป่าว แต่อ่านจบแล้ว อดไม่ได้อ่ะค่ะ เพราะเห็นมีพาดพิงในส่วน Airport Help ซึ่งส่วนตัวเคยทำหน้าที่นี้มาก่อนอ่ะค่ะ

Airport Help เนี่ย ขึ้นอยู่กับงานบริการข้อมูล ในส่วนการบริการผู้โดยสาร ของทสภ. มีเจ้าหน้าที่อยู่ 3 ส่วนคือ เจ้าหน้าที่ของการท่า out source จากบ.สยาม สแตนดาร์ด เซอร์วิส และนักศึกษา (ไม่ใช่นักศึกษาผึกงานค่ะ แต่เป็นนักศึกษาทำงาน เพราะทำงานจริงๆ)

ในช่วงแรกๆ ต้องยอมรับว่า เรายังทำงานกันอย่างไม่ค่อยมีประสิทธิภาพนัก เนื่องจากยังใหม่กับพื้นที่ ใหม่แค่ไหนหรือคะ ประมาณอบรม 2 ชั่วโมง และปฎิบัติหน้าที่จริงเลยอ่ะค่ะ (อันนี้ในส่วนนักศึกษา) นักศึกษาทุกคนที่มาปฏิบัติหน้าที่นี้ ทุกคนเป็นนักศึกษาเกรดเอ ที่เคยทำงานใหญ่ๆของประเทศมาแล้วทั้งนั้น ซึ่งทางการท่าได้ขอตัวมาจากคณะกรรมการกีฬามหาวิทยาลัยโลก เพราะฉะนั้น เรื่องความเป็น Professtional ฉันเชื่อว่า มีพร้อมกันทุกคน

ส่วนที่พี่บอกว่า มี Airport Help บางคนที่พา Pax ไปถาม มันมีเหตุผลคือว่า ตัวเราเองไม่ทราบข้อมูลที่แน่นอน และไม่ต้องการที่จะไห้ข้อมูลผิดกะ Pax ดังนั้น เราจึงพาเขาไปถามเจ้าหน้าที่ที่คิดว่าน่าจะทราบข้อมูล เพราะเราเองจะได้ข้อมูลที่ถูกต้อง เผื่อมี Pax คนอื่นมาถามอีก เราก็จะได้บอกข้อมูลที่ถูกต้องไป โดยไม่ต้องมารบกวนเจ้าหน้าที่แล้ว และ Pax คนนั้น ก็จะได้ข้อมูลที่ถูกต้องไป

หวังว่าคงเข้าใจตามนี้นะคะ


ในส่วนตัวที่รู้จักน้องๆที่ทำ Airport Help รุ่นแรกๆที่สนามบินเปิดพอสมควร ก็พอรู้ครับว่ามีมาจากในส่วนไหนบ้าง ถ้าผมจำไม่ผิดในส่วน Outsource ได้ค่าแรงกันกะหละ 5-700บาทต่อวันไม่ใช่หรือ ไม่น้อยเลยนะครับ สำหรับนักศึกษาที่ทำงานในสนามบิน แต่เท่าที่ดูบางส่วนทำงานไม่คุ้มค่าจ้างเท่าไหร่เลย ไม่เคยหาข้อมูลเพิ่มเติมรอบตัวเลย ทั้งที่บางเรื่องไม่ยากจนเกินไป อย่าง ห้องละหมาด ห้องน้ำ ห้องสูบบุหรี เคาน์เตอร์สายการบินในอาคารผู้โดยสาร เลาจน์สายการบิน หรือที่ขอ Visa on Arrivels  บางคนไม่รู้เลยก็มี เพราะอันนี้เห็นมากับตาตัวเองบ่อยๆครับ แต่บางส่วนที่รู้จักหาข้อมูลนี่ก็จะเห็นกลับมาทำบ่อยๆ เพราะบางส่วนจ้างกันเป็นสัญญาๆไปไม่ใช่หรือ

และคำที่ว่า พวกคุณเป็นนักศึกษาระดับเกรด A ทำงานระดับประเทศมาแล้ว เป็นมืออาชีพ  หรือ การท่าขอตัวมา คุณคิดหรือว่า ผู้โดยสารส่วนใหญ่จะสนใจเรื่องพวกนี้ของคุณ ในเมื่อคุณทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือแล้ว คุณควรทำหน้าที่ให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ครับ ส่วนจะดีแค่ไหน อันนี้คุณต้องคิดเอาเองครับ ผมคงบอกไม่ได้หรอก

เรื่องใหม่กับพื้นที่อย่าเอามาอ้างครับ ถึงช่วงแรกๆหลายคนก็มีปัญหาในเรื่องนี้ ผมเองก็หลงทางในช่วงแรกๆเหมือนกันไม่ใช่ไม่เคย แต่ที่ผมหรือหลายคนเจอนั้น วันแรกที่เปิดสนามบิน  วันสุดท้ายทำอยู่ดอนเมือง วันต่อมาทำสุวรรณภูมิ โดยไม่มีการพาสำรวจพื้นที่โดยรวมนี่จะต่างกันไหมหละครับ คิดเอาว่ามันโกลาหลไหม แต่ก็ต้องทำงานกันให้ได้อยู่ดี โดยไม่มีข้ออ้างหละครับ

แล้วผมว่าคุณน่าจะรู้นะครับว่า Airport Help เนี่ยเป็นด่านแรกที่ผู้โดยสารจะถามข้อมูลต่างๆที่เขาไม่ทราบก่อนเป็นอันดับแรก และผู้ที่ให้บริการในส่วนนี้ควรมีข้อมูลต่างๆพอสมควรครับ ไม่ยากเกินไปที่จะหาข้อมูลด้วยตัวไม่ใช่หรือครับ

Posted by: candy, August 19, 2007, 12:52am; Reply: 45
ในส่วนตัวที่รู้จักน้องๆที่ทำ Airport Help รุ่นแรกๆที่สนามบินเปิดพอสมควร ก็พอรู้ครับว่ามีมาจากในส่วนไหนบ้าง ถ้าผมจำไม่ผิดในส่วน Outsource ได้ค่าแรงกันกะหละ 5-700บาทต่อวันไม่ใช่หรือ ไม่น้อยเลยนะครับ สำหรับนักศึกษาที่ทำงานในสนามบิน แต่เท่าที่ดูบางส่วนทำงานไม่คุ้มค่าจ้างเท่าไหร่เลย ไม่เคยหาข้อมูลเพิ่มเติมรอบตัวเลย ทั้งที่บางเรื่องไม่ยากจนเกินไป อย่าง ห้องละหมาด ห้องน้ำ ห้องสูบบุหรี เคาน์เตอร์สายการบินในอาคารผู้โดยสาร เลาจน์สายการบิน หรือที่ขอ Visa on Arrivels  บางคนไม่รู้เลยก็มี เพราะอันนี้เห็นมากับตาตัวเองบ่อยๆครับ แต่บางส่วนที่รู้จักหาข้อมูลนี่ก็จะเห็นกลับมาทำบ่อยๆ เพราะบางส่วนจ้างกันเป็นสัญญาๆไปไม่ใช่หรือ

-ขอแก้ให้นิดนึงนะคะ ในส่วนของ Out Source ได้วันละ 300 ค่ะ อันนี้ชัวร์ แต่ที่คุณบอก 500 - 700 บาท แล้วกลายมาเป็น 300 ได้อย่างขออธิบายนะคะว่าคนล่ะส่วนกัน

-ส่วนที่บอกว่า บางส่วนทำงานไม่คุ้มค่าจ้าง ขอบคุณมากค่ะ ที่ใช้คำว่า บางส่วน เพราะเห็นด้วยมาก แต่บางส่วนที่ทำงานกันจริงก็ต้องยอมรับนะคะ ไม่ได้หาข้ออ้างแทนนะคะ แต่บางคนที่ไม่ทราบข้อมูลเลย อาจจะเป็นไปได้ว่าเค้ายังใหม่(อีกแล้ว) เพราะทางฝ่ายรับคนเข้ามาใหม่อยู่เรื่อยๆค่ะ ก็คงต้องขอโอกาสไห้เค้าเรียนรู้งานสักพัก แต่คนที่ไม่เอาเลย ก็คงทำอะไรเค้าไม่ได้เพราะเราก็ลูกจ้างเหมือนกัน อันนี้ยอมรับคำติเตียนค่ะ

และคำที่ว่า พวกคุณเป็นนักศึกษาระดับเกรด A ทำงานระดับประเทศมาแล้ว เป็นมืออาชีพ  หรือ การท่าขอตัวมา คุณคิดหรือว่า ผู้โดยสารส่วนใหญ่จะสนใจเรื่องพวกนี้ของคุณ ในเมื่อคุณทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือแล้ว คุณควรทำหน้าที่ให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ครับ ส่วนจะดีแค่ไหน อันนี้คุณต้องคิดเอาเองครับ ผมคงบอกไม่ได้หรอก

-อันนี้รู้ค่ะ ว่าไม่มีใครสนใจหรอก แต่ที่พูด เพราะรู้สึกสะกิดใจที่คุณบอกว่า เอานักศึกษาที่พูดจาพอรู้เรื่องมาทำ แค่อยากไห้รู้ว่าเราก็มีความภูมิใจในหน้าที่ ในฐานะตัวแทนของเราเหมือนกัน และในส่วนของการพัฒนาการทำงาน เราเองก็พยายามพัฒนากันอยู่เรื่อยๆ ส่วนตัวมั่นใจค่ะ ว่าทำงานได้พอใช้ได้ ไม่น่าเกลียด แต่ส่วนอื่น คุณก็คงเห็นแล้ว อันนี้ยอมรับคำติค่ะ

เรื่องใหม่กับพื้นที่อย่าเอามาอ้างครับ ถึงช่วงแรกๆหลายคนก็มีปัญหาในเรื่องนี้ ผมเองก็หลงทางในช่วงแรกๆเหมือนกันไม่ใช่ไม่เคย แต่ที่ผมหรือหลายคนเจอนั้น วันแรกที่เปิดสนามบิน  วันสุดท้ายทำอยู่ดอนเมือง วันต่อมาทำสุวรรณภูมิ โดยไม่มีการพาสำรวจพื้นที่โดยรวมนี่จะต่างกันไหมหละครับ คิดเอาว่ามันโกลาหลไหม แต่ก็ต้องทำงานกันให้ได้อยู่ดี โดยไม่มีข้ออ้างหละครับ

-จะว่าข้ออ้างเป็นก็คงต้องยอมรับอ่ะค่ะ แต่พอวันแรกที่เราทำงานกันจริง เราก็ผลัดกันเดินสำรวจส่วนต่างๆที่เราพอจะเข้าได้ เพื่อเอาไว้ไกด์ผู้โดยสาร ส่วนโกลาหลไหม ก็ไม่เท่าไหร่อ่ะค่ะ แค่ผู้โดยสารหลายร้อยคนอยู่ตรงหน้าแล้วไม่รู้ว่าต้องส่งไปไหนต่อ แค่นั้นเอง แต่ยังไง เราก็ผ่านมาได้ ถึงอาจจะไม่สวยหรู แต่ก็ไม่เสียเลือดเสียเนื้อไมใช่หรือคะ

แล้วผมว่าคุณน่าจะรู้นะครับว่า Airport Help เนี่ยเป็นด่านแรกที่ผู้โดยสารจะถามข้อมูลต่างๆที่เขาไม่ทราบก่อนเป็นอันดับแรก และผู้ที่ให้บริการในส่วนนี้ควรมีข้อมูลต่างๆพอสมควรครับ ไม่ยากเกินไปที่จะหาข้อมูลด้วยตัวไม่ใช่หรือครับ

-เห็นด้วยค่ะ พวกเราเองก็ตระหนักดี ก็คำว่า Airport Help มันอยู่ทั้งข้างหน้าและข้างหลัง(เสื้อ) เรารู้ค่ะว่างานนี้เป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของสุวรรณภูมิ เราเองและเพื่อน(บางส่วน)ก็พยายามอย่างดีที่สุดแล้ว อีกอย่าง งานนี้ก็จบไปแล้ว หากเคยผิดพลาดตรงไหนก็คงย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อีก ที่โพสไม่ได้มาแก้ตัว ไม่ได้มาเอาดีใส่ตัว แค่อยากเป็นเสียงสะท้อนหนึ่งเสียงของ Airport Help แค่อยากไห้มองจากแง่มุมของเราบ้าง เคยได้รับความเห็นใจ ความช่วยเหลือเยอะจากที่หลายๆคนที่นั่น ทั้งจากการท่าและการบินไทย(บางส่วน) แค่หวังว่า คนที่ได้อ่านจะพอเข้าใจเราบ้าง แค่นั้นเอง

สนามบินก็เหมือนสนามรบ หรือไม่จริงคะ?  

Posted by: ..K'o'nG.., August 19, 2007, 9:47am; Reply: 46
ประเด็นค่าแรง  เรื่องค่าแรงอันนี้ผมไม่ได้สนใจ แต่ถ้าเงินมันไม่ดีจริง บางคนคงไม่ชอบควงกะมั้งครับ แล้วที่บอกว่ามีบางส่วนที่ยังไม่ทราบข้อมูลเพราะยังใหม่อยู่ เท่าที่ผมเจอ พวกเก่าอยู่มา 2-3 เดือนบางคนก็เป็นไม่ใช่ไม่มี มันอยู่ที่ตัวเองว่าจะขวนขวายหาข้อมูลด้วยตัวเองขนาดไหน ไม่ใช่สักแต่ว่าจะถามคนอื่นตลอด แล้วใช่ว่ามีวิทยุเรียกไป Center จะตอบได้ทันเวลาเสมอไป

ประเด็นพัฒนาการทำงาน ผมก็เห็นเหมือนเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลง คนที่ดีอยู่แล้วไม่พูดถึงดีกว่า ส่วนพวกเดิมๆก็ยังเหมือนเดิม อันนี้จะเรียกว่าความพยายามไหม ผมไม่ทราบ เพราะของมันเคยเห็นกันอยู่

ประเด็นพื้นที่ คุณลองถามพวกที่ทำ ฝ่ายการโดยสาร ฝ่ายภาคพื้น ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการบินจริงๆ ว่ามันโกลาหลไหม ในช่วงแรกๆ แล้วคุณจะรู้ว่านรกมีจริง มันไม่ได้สบายเหมือนสายงานคุณหรอก แค่ไกด์ผู้โดยสารไปไม่ว่าข้อมูลจะถูกหรือผิด มันก็หมดภาระคุณแล้ว

ส่วนประเด็นสุดท้าย ก็แล้วแต่จะคิดครับว่าเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของสนามบินแห่งนี้หรือไม่ ผมก็ไม่ได้สนใจหรือใส่ใจ เพราะมันก็เป็นแค่ที่ทำงานของคนหลายพันหลายหมื่นคนก็เท่านั้น

ท้ายสุด ส่วนตัวผมไม่ได้อคติหรืออะไรกับน้องๆที่ทำ Airport Help เพราะอย่างที่บอกผมก็รู้จักอยู่หลายคน แต่ทุกวันนี้ ผมหรือใครหลายคน ไม่ใช่แต่เพียงพนักงาน ในส่วนผู้โดยสาร ยังสงสัยเลยว่ามันมีไว้ทำไม เพราะบางจุดที่ตั้งเคาน์เตอร์ไว้มันไม่เกิดประโยชน์อะไรเลยจริงๆ
Posted by: ^chAnA^, August 19, 2007, 4:09pm; Reply: 47
วันนี้ตอนบ่าย เครื่องทำความเย็นแถวเคาน์เตอร์เช็คอินทำงานรึป่าวครับ

ส่งทีมงานของบริษัทไปสหรัฐ ฯ กว่าจะเช็คอินเสร็จแทบเป็นลม


ลป. ห้องน้ำ ยังรักษาความสกปรก ได้คงเส้นคงวา ดีมากครับ
Posted by: candy, August 19, 2007, 5:18pm; Reply: 48
ประเด็นค่าแรง  เรื่องค่าแรงอันนี้ผมไม่ได้สนใจ แต่ถ้าเงินมันไม่ดีจริง บางคนคงไม่ชอบควงกะมั้งครับ แล้วที่บอกว่ามีบางส่วนที่ยังไม่ทราบข้อมูลเพราะยังใหม่อยู่ เท่าที่ผมเจอ พวกเก่าอยู่มา 2-3 เดือนบางคนก็เป็นไม่ใช่ไม่มี มันอยู่ที่ตัวเองว่าจะขวนขวายหาข้อมูลด้วยตัวเองขนาดไหน ไม่ใช่สักแต่ว่าจะถามคนอื่นตลอด แล้วใช่ว่ามีวิทยุเรียกไป Center จะตอบได้ทันเวลาเสมอไป

-อันนี้ขอไม่ออกความคิดเห็นค่ะ เพราะเท่าที่ส่วนตัวรู้จัก(คือไม่ทั้งหมด) ไม่มีแบบนี้ค่ะ ส่วนที่คุณเห็น ก็โอเค คงเป็นแบบนั้น ฝ่ายนี้มีหลายคน เราเองคงพูดแทนทุกคนไม่ได้

ประเด็นพัฒนาการทำงาน ผมก็เห็นเหมือนเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลง คนที่ดีอยู่แล้วไม่พูดถึงดีกว่า ส่วนพวกเดิมๆก็ยังเหมือนเดิม อันนี้จะเรียกว่าความพยายามไหม ผมไม่ทราบ เพราะของมันเคยเห็นกันอยู่

-เหมือนอันบน คงเปลี่ยนทัศนคติใครไม่ได้ และคงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน

ประเด็นพื้นที่ คุณลองถามพวกที่ทำ ฝ่ายการโดยสาร ฝ่ายภาคพื้น ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการบินจริงๆ ว่ามันโกลาหลไหม ในช่วงแรกๆ แล้วคุณจะรู้ว่านรกมีจริง มันไม่ได้สบายเหมือนสายงานคุณหรอก แค่ไกด์ผู้โดยสารไปไม่ว่าข้อมูลจะถูกหรือผิด มันก็หมดภาระคุณแล้ว

-โอโห อันนี้ไม่เถียงอ่ะค่ะ เพราะดูจากคำพูด คุณคงไม่ได้มาเห็นกับตาว่าเราทำงานกันยังไงแน่ๆ งานสบายหรอค่ะ อยากไห้มาอยู่ด้วยจริงๆโดยเฉพาะวันแรก แต่เอาเถอะค่ะ พูดไปตอนนี้ก็เปล่าประโยชน์ ใครทำอะไรก็รู้อยู่ตัว แก่ใจ คงไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากกว่านี้ แต่ขอบอกว่า อย่าตัดสินงานของคนอื่น ตราบใดที่คุณยังไม่ได้ลองสัมผัสงานนั้นด้วยตัวคุณเอง มิฉะนั้น คุณจะเป็นคนที่มีโลกทัศน์แคบ

ส่วนประเด็นสุดท้าย ก็แล้วแต่จะคิดครับว่าเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของสนามบินแห่งนี้หรือไม่ ผมก็ไม่ได้สนใจหรือใส่ใจ เพราะมันก็เป็นแค่ที่ทำงานของคนหลายพันหลายหมื่นคนก็เท่านั้น

-ก็หลายหมื่นหลายพันคนนั่น ก็เป็นส่วนหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์นี้เหมือนกัน หรือคุณไม่ภูมิใจหน้าที่ที่ตัวเองทำอยู่ค่ะ ถ้างั้นก็เสียใจด้วย

ท้ายสุด ส่วนตัวผมไม่ได้อคติหรืออะไรกับน้องๆที่ทำ Airport Help เพราะอย่างที่บอกผมก็รู้จักอยู่หลายคน แต่ทุกวันนี้ ผมหรือใครหลายคน ไม่ใช่แต่เพียงพนักงาน ในส่วนผู้โดยสาร ยังสงสัยเลยว่ามันมีไว้ทำไม เพราะบางจุดที่ตั้งเคาน์เตอร์ไว้มันไม่เกิดประโยชน์อะไรเลยจริงๆ

-อันนี้ก็เป็นทัศนคติส่วนบุคคล คงก้าวก่ายไม่ได้ ในส่วนผู้โดยสาร เราทำงานมามีประสบการณ์ดีๆกับผู้โดยสารเยอะ คำชมก็มี ไม่ได้มีแค่คำด่า แล้วคงไม่ใช่ผู้โดยสารทุกคนที่คิดแบบนั้น และกรุณาอย่าพูดแทนผู้โดยสารทั้งหมดของ ทสภ. เว้นแต่คุฯจะทำโพลไว้นะคะ

ขอบคุณที่แชร์ความคิดเห็นค่ะ



Posted by: MonkeyOsara, August 19, 2007, 5:32pm; Reply: 49
Quoted from ^chAnA^
วันนี้ตอนบ่าย เครื่องทำความเย็นแถวเคาน์เตอร์เช็คอินทำงานรึป่าวครับ

ส่งทีมงานของบริษัทไปสหรัฐ ฯ กว่าจะเช็คอินเสร็จแทบเป็นลม


ลป. ห้องน้ำ ยังรักษาความสกปรก ได้คงเส้นคงวา ดีมากครับ


^

เห็นด้วยครับ เหอๆๆ  :o

(hhehehe)
Posted by: ..K'o'nG.., August 19, 2007, 6:17pm; Reply: 50
ถึงพี่ชนะก่อน เรื่องเครื่องทำความเย็นบางทีมันก็เย็นบางทีมันก็ร้อนหละครับ เอาแน่เอานอนไม่ได้ ส่วนห้องน้ำ ก็ยังไม่พัฒนาเหมือนเดิมแหละ ตรงชั้น1 ที่อยู่โถงกลางๆหลายห้อง ผมก็ไม่รู้ว่ามันเสร็จยังไม่ได้เดินไปดู

ที่นี้...มาตอบคุณ candy ดีกว่า...ก่อนตอบฝากภาพไว้ให้ดูเล่นๆดีกว่า



เรื่องประเด็นการทำงาน  ผมก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่ามีไว้ทำไม Airport Help เพราะมันช่วยอะไรไม่ได้เลยจริงๆ อีกอย่าง ไม่จำเป็นต้องลงไปสัมผัสเองมั้งครับ แค่ได้เห็นกับตาได้ยินกับหู ทุกวันคงจะพอบอกอะไรได้พอสมควร

และอีกอย่างงานในส่วน Airport Help มันก็ไม่ได้ยากลำบากเกินไปนักไม่ใช่หรือ ถ้าคุณลองมาทำงานที่นับกันเป็นนาทีดูแล้วจะรู้ว่างาน Airport Help มันสบายกว่าเยอะ

AOT อาจจะหวังพึ่ง Airport Help ไว้สำหรับแนะนำผู้โดยสาร แต่สายการบินส่วนใหญ่แล้วไม่ค่อยหวังอะไรกับ Airport Help อยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นจะเห็นพนักงานไกด์ผู้โดยสารของสายการบิน มายืนประจำจุด ที่มีเคาน์เตอร์ Airport Help ไว้ทำไม  ถ้าคุณเคยทำตรงจุดตัด FEG คงจะเคยเห็นบ้างนะครับ

ส่วนเรื่องความภูมิใจในการที่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์  ถ้ามีผู้โดยสารมาบอกคุณว่า สนามบินสวย เยื่ยม คุณก็ได้แต่ยิ้มรับ คุณกล้าบอกไหมว่า สนามบินมันห่วย ปัญหาเยอะ คงไม่มีใครอยากจะบอกข้อนี้ไปทั้งที่มันเป็นความจริง หรือไม่ใช่ แต่ถ้ามุมมองพนักงาน ผมอาจจะพูดได้ว่า คนที่ทำงานสนามบินมานาน หรือ คนที่อยู่มาตั้งแต่ดอนเมือง แรกๆหลายคนภูมิใจนะไม่ใช่ไม่ภูมิใจ แต่เวลามันเปลี่ยนไปครับ อย่าลืมว่า พนักงานหลายคน เงินเดือนเท่าเดิม แต่ค่าใช้จ่ายมันเพิ่มขี้น อย่างพนักงานทำความสะอาด พนักงานเข็นรถ เงินเดือนหลัก 6-7 พันบาท ภาระค่าใช้จ่าย ทั้งค่ากิน ค่าเดินทาง ค่าเช่าบ้าน ค่าอื่นๆ มันเพียงพอกับเขาหรือไม่  

ส่วนเรื่องว่ามี Airport Help ไว้ทำไม คงไม่ใช่ความเห็นผมคนเดียวหละครับ เพราะคนที่ผมรู้จักหรือใครที่บอกๆมา เขาก็ไม่ได้มาเล่น HFlight เขาก็มาแสดงความเห็นกันไม่ได้ ผมแค่บอกกล่าวกันให้ฟัง ส่วนจะได้คำชมหรือคำติ อันนั้นก็แล้วแต่สิ่งที่คุณทำลงไป  และผมคงไม่อาจจะพูดแทนผู้โดยสารทั้งหมดได้ เพราะส่วนใหญ่เป็นผู้โดยสารต่างชาติ ถ้าเป็นผู้โดยสารคนไทยแล้วหละก็ ผมอาจจะไม่ต้องพูดแทนหรอกครับ เขาเหล่านั้นพูดแทนผมเองแน่นอน

ส่วนเรื่องทำโพล จะทำไปเพื่ออะไรครับ เพราะทุกวันนี้ AOT มีอะไรให้พนักงานที่ทำงานในสนามบินที่เป็นประโยชน์บ้างครับ นอกจากหาผลประโยชน์เล็กน้อยจากพนักงานไปวันๆครับ

ประเด็น Airport Help คงจบกันแค่นี้ เพราะถ้ายิ่งพูดกันไปก็ยิ่งยาวครับ

แต่ผมจะกระซิบบอกนะครับ ข่าวอะไรที่มักออกมาในทางไม่ดีนี่จะกระจายเร็วนะครับในสนามบินนะ อย่างผมอยู่บริษัทนึงแต่รู้เรื่องภายในของอีกบริษัทนึงได้ และหลายคนก็ทราบกันอยู่ แต่อยู่ที่ว่าจะเอาข้อมูลนั้นมาเปิดเผยให้รับรู้กันแบบวัดดวงไป ยังไงลองหาอ่านกระทู้ในกลุ่มนี้ดูครับ บางกระทู้ทำไม...ถึงไม่เป็นข่าวในหนังสือพิมพ์ เพราะถึงข่าวนอกจะปิดแต่ข่าวในมันก็แพร่ไปแล้วหละครับ

โชคดีนะครับ ถ้ารักงานสนามบินจริงๆ ก็ลองมาหาประสบการณ์จริงๆดูครับ แล้วจะรู้ว่า............
Posted by: candy, August 19, 2007, 7:26pm; Reply: 51
โอเคค่ะ เห็นด้วยว่าควรจะต้องยุติเรื่อง Airport Help ไว้แต่เพียงเท่านี้ เพราะคิดว่า พูดต่อไปก็คงไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาอยู่ดี เพราะปัญหามันอยู่ที่ทัศนคติส่วนบุคคล ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ยาก และคงไม่อาจเอื้อมไปเปลี่ยนแปลง

อีกอย่าง Airport Help ก็จบหน้าที่ไปแล้ว จะจบอย่างสมเกียรติ หรือจบอย่างล้มเหลวไม่เป็นท่า ก็คงเป็นเรื่องแต่ล่ะท่านคงมีทัศนคติส่วนบุคคล ก็คงต้องน้อมรับไว้ไม่ว่าจะเป็นแบบใด เพราะเราก็มีของเราไว้แล้วเช่นกัน

สุดท้าย เสียงลือเสียงเล่าอ้าง ทราบค่ะว่ามีไม่น้อยที่นั่น คนมากก็เรื่องมาก แต่การที่คนพูดกันมาก ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องจริงนี่คะ (ตัวอย่างเช่น เรื่องเมื่อไม่นานมานี้) การได้ยินเรื่องอะไรมา แล้วด่วนสรุปเชื่อว่าเป็นแบบนั้นจริง จะไม่ทำไห้เรากลายเป็นคนขาดวิจารณญานไปในที่สุดหรือคะ?

ขอบคุณที่แชร์ความคิดเห็นค่ะ
Posted by: ..K'o'nG.., August 19, 2007, 7:44pm; Reply: 52
Quoted from candy
โอเคค่ะ เห็นด้วยว่าควรจะต้องยุติเรื่อง Airport Help ไว้แต่เพียงเท่านี้ เพราะคิดว่า พูดต่อไปก็คงไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาอยู่ดี เพราะปัญหามันอยู่ที่ทัศนคติส่วนบุคคล ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ยาก และคงไม่อาจเอื้อมไปเปลี่ยนแปลง

อีกอย่าง Airport Help ก็จบหน้าที่ไปแล้ว จะจบอย่างสมเกียรติ หรือจบอย่างล้มเหลวไม่เป็นท่า ก็คงเป็นเรื่องแต่ล่ะท่านคงมีทัศนคติส่วนบุคคล ก็คงต้องน้อมรับไว้ไม่ว่าจะเป็นแบบใด เพราะเราก็มีของเราไว้แล้วเช่นกัน

สุดท้าย เสียงลือเสียงเล่าอ้าง ทราบค่ะว่ามีไม่น้อยที่นั่น คนมากก็เรื่องมาก แต่การที่คนพูดกันมาก ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องจริงนี่คะ (ตัวอย่างเช่น เรื่องเมื่อไม่นานมานี้) การได้ยินเรื่องอะไรมา แล้วด่วนสรุปเชื่อว่าเป็นแบบนั้นจริง จะไม่ทำไห้เรากลายเป็นคนขาดวิจารณญานไปในที่สุดหรือคะ?

ขอบคุณที่แชร์ความคิดเห็นค่ะ



ครับ ก็ยุติกันไปก็ดีครับ เพราะเดี่ยวจะยาวเสียเปล่า  :)

ส่วนข่าวลือในสนามบิน บ้างเรื่องมันก็เป็นเรื่องจริงที่น้อยคนจะรู้ หรือข่าวปล่อยเพื่อทำลายชื่อเสียงกันก็มี แต่จะมีมูลความจริงแค่ไหนในแต่หละเรื่อง ก็ต้องถามฝ่ายที่เกี่ยวข้องกันหละครับ ผมคงไม่ต้องยกตัวอย่าง

ส่วนที่ยกตัวอย่างที่มีการปล่อยข่าวคนที่คุณก็รู้ว่าใคร ผมไม่ขอพูดถึงดีกว่า อันตรายจริงๆครับ

Posted by: maxibon, September 25, 2007, 9:41pm; Reply: 53
ปัญหาเยอะจิงๆ :-/
Posted by: thaiairwaystaralliance, March 18, 2008, 4:15am; Reply: 54
แต่ตอนที่ผมมา mel ผมไม่ต้องเอาโน๊ตบุ๊คออกมานะครับ
Posted by: The Royal gent, March 30, 2008, 4:22pm; Reply: 55
ไม่ได้เีรื่อง อ่ะ
Posted by: cayon, June 11, 2008, 4:23pm; Reply: 56
Quoted from porinter
ในฐานะผู้โดยสารให้ความพอใจกับสนามบิน 80% .... แต่ในฐานะพนักงานให้ความพอใจกับสนามบิน 69% ครับ

เข้าใจว่ายังไม่พร้อมเหมือนกันครับ แต่ก็ดีวันดีคืนนะครับ ..อิอิ .... แต่จริง ๆ สนุกและท้าทายกับสนามบินใหม่แห่งนี้มาก ๆ เพราะการที่จะผ่านช่วงนี้ไปได้แปลว่าตัวพนักงานเอง "ชนะใจตัวเอง" ได้ครับ .... ทำไฟลต์ให้ขึ้นบินได้ทั้ง ๆ ที่สนามบินไม่พร้อม "น่าภูมิใจ" ขนาดไหนครับ ปัญหามากมาย 108 อย่าง แต่เมื่อมองเครื่องบินที่พวกเราค่อย ๆ ประคองประตูให้ลูกเรือเพื่อที่จะปิด แล้วเครื่องก็ค่อย ๆ Pushback และเคลื่อนตัวไปตาม Taxi Way แล้วก็ Take Off อย่างสวยงามมัน "หายเหนื่อย" ครับ ........... อย่าท้อนะครับ สู้ ๆ .... เดินไปด้วยกันเดี๋ยวทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้วพวกเราจะสบายขึ้น (มั้ง) ครับ อิอิ

ต่อไปเป็นมุมมองของผมในฐานะพนักงานที่ทำงานในสนามบินแห่งนี้นะครับ อิอิ (ลุยแหลก)

จริง ๆ โดยส่วนตัวผมว่าการบินไทยอย่าเพิ่งบ่น หรือ Strike อะไรเลยครับ สายการบินสายเล็ก ๆ และสายการบินต่างชาติ "ลำบาก" กว่าเยอะครับ ....แต่ก็เข้าใจครับ ทำงานเหมือนกัน หัวอกเดียวกันครับ  

1. CKIN ไป ... ซับเหงื่อไปตลอดเวลา แดดส่องตลอดเวลาครับ โดยเฉพาะช่วงบ่าย ๆ
2. ตราชั่งไม่ค่อยตรงครับ + 1.5 ถึง 2.0 Kgs ตลอดเวลาคำนวนน้ำหนักทำ Wight Balance ลำบากครับ
3. เดินไกล ทำงานลำบาก Office อยู่ไกลมาก ๆ ทำงานใน Terminal แต่ต้องเดินไปเอาเอกสารที่ปลายคองคอส A เกือบทั้งวัน เหนื่อยมาก ๆ (ให้ทำเลดี ๆ แต่กับสายการบินยักษ์ใหญ่ อย่างว่าแหละครับ "เจ้าถิ่น")
4. ไม่มีการตรวจ ID เพื่อรักษาความปลอดภัยในขั้นตอนสุดท้ายมีผู้โดยสารปลอมตัวทุกวันครับ Boarding ลำบากมาก ๆ ครับ
5. การบินไทยประกาศเรียกผู้โดยสารในโถงขาออกได้ แต่สายการบินอื่นทำไมไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ผู้โดยสารการบินอื่นก็ "หลงทาง" หรือหลงลืมเวลาเป็นเหมือนกัน ... เพราะอะไรไม่เข้าใจ ?
6. สายพานลำเลียงกระเป๋าในด้านขาออก โดยเฉพาะสาย C,D,E,F และคิดว่ามีอีกหลาย ๆ สายพานที่อยู่ไกลออกไป มีปัญหาติดค้างอยู่บ่อย ๆ และรับขนาดได้ค่อนข้างจำกัดทำให้ต้องไปส่งกระเป๋าที่ช่อง Y1 ทุกไฟลต์เหมือนกันครับ ลำบากทั้ง Ground และ Ramp ... บางทีกระเป๋า "หลงทาง" กว่าจะกลับมาเจอที่ ๆ ควรอยู่หลังจากเดินทางอยู่บนสายพานกว่า 22 กิโล ใช้เวลาร่วม ๆ "ครึ่งวัน" ครับ สายการบินโดนรับผิดชอบค่า "เคลม" กระเป๋าทุกไฟลต์เหมือนกัน อิอิ
7. ร้าน "นัดเจอ" ที่เป็นร้านอาหารราคาพนักงานโดน "ผู้โดยสารรู้มาก" ทั้งหลายเอาเนื้อโต๊ะที่นั่งไปหมด บางทีพักแค่ 10-15 นาที "หิว" แทบขาดใจ ... แต่ไม่มีที่นั่งกินต้อง "ยืนกินใต้ต้นไม้" มีให้เห็นบ่อยไป .... เจ้าของสถานที่กรุณา "ตรวจบัตร" หน่อยก็ดี
8. การท่าฯ ทำงานอย่างไรก็ไม่ทราบ ? .... เปลี่ยน Gate และ Parking Bay ทุก ๆ ครึ่งชั่วโมง ผู้โดยสารในหนึ่งเที่ยวบินจะมี Boarding Pass ที่มีหมายเลขประตูทางออกไม่ตรงกันเสมอ ๆ การประสานงานกับ O.P. และ Ramp ลำบากมาก ๆ ครับ แต่ที่ลำบากที่สุดคือไปตามล่าผู้โดยสารหลงทาง
9. มุมอับ เยอะมาก ๆ ครับ ..... อันตรายมาก ๆ โดยเฉพาะผู้หญิง และ ผู้ชาย (ด้วยเช่นกัน) อิอิ
10. การทำเอกสาร "พิธีการบิน" รู้สึกเหมือนว่าจะยุ่งยากมากกว่าสมัยอยู่ดอนเมือง ทั้งในประเทศ และ ต่างประเทศ ขึ้นตอนเยอะขึ้น และ ต้องทำเองมากขึ้น ... พนักงานการท่าที่รับบรรจุมาใหม่ ๆ ตั้งหลายร้อยตำแหน่งอยู่ไหนหมด ?  
11. การตรวจความปลอดภัยทั้ง ป๊องป๊อง และ X-Ray ถือว่าอยู่ในระดับ "มาตรฐาน" ที่ใช้ได้ครับ ถึงจะยุ่งยากไปหน่อย ถ้าเป็นผู้โดยสารอาจจะพอทนเพราะอย่างมากก็เจอวันละไม่เกิน 1-4 ครั้ง ....แต่พนักงานทำเป็นสิบ ๆ ไฟลต์ครับ วันนึงจะโดน "ลูบเป้า" ผ่านทั้งมือชายและหญิง และ XXX ไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง จนตอนนี้จะ "ตายด้าน" แล้วครับ ตรวจแบบถึงลูกถึงคนจริง ๆ พับผ่าสิ อิอิ  ;D
12. ค่าที่จอดรถถึงแม้ว่าสายการบินผมจะบอกว่าจะออกให้ทั้งหมดแต่ผมก็ว่าแพงไปอยู่ดีสำหรับการให้ไปจอดที่ "ลานจอดระยะยาว" .... กว่าจะนั่งรถวนมาที่ Bus Ter แล้วกว่าจะรอจาก Bus Ter มา Pax Ter ใช้เวลาอีกร่วม ๆ 20 นาที ถ้าจะให้ไปจอดกรุณาเอาเครื่องสแกนนิ้วเพื่อบรรทึกเวลาทำงานไปตั้งไว้แถว ๆ นั้นให้ด้วยก็ดีนะคร้าบ อิอิ

เอาเคล้า ๆ แค่นี้แล้วกันครับ สำหรับผมกับสิบกว่าวันในสุวรรภูมิเจอมาแค่นี้ ถ้าอยู่ต่อไปอีกก็คงเจอเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอีกพอสมควรครับ อิอิ

เอาน๊า .... สู้ ๆ ครับ สนามบินก็ใหม่ พนักงานส่วนใหญ่ก็ใหม่ ถึงจะเก่าก็ต้องเริ่มใหม่อยู่ดีเพราะที่นี้มีกระบวนการด้านการ operate เที่ยวบินที่แตกต่างจากดอนเมืองพอสมควรครับ .... ในส่วนของกฏระเบียบต่าง ๆ อาจจะดูว่ายุ่งยากวุ่นวาย รวมถึงการออกแบบสนามบินที่ไม่เหมาะสมอาจจะสร้างความไม่พอใจให้กับหลาย ๆ ท่าน แต่ถ้ามองให้ทะลุถึงอนาคตจะเห็นว่าเค้าทำเอาไว้รองรับการเติบโตและความเป็น Inter ที่มากขึ้นของสุวรรณภูมิครับ ... ช่วงนี้เราอาจจะต้องเหนื่อยกันหน่อย ไม่ใช่แค่ 100% แต่อาจจะต้องให้เป็น 300% จากเดิม .... แต่อย่างน้อยพนักงานทุกท่านที่ทำงานอยู่ในสุวรรณภูมิตอนนี้ก็เก็บไปคุยได้จนชั่วลูกชั่วหลานครับว่าคุณ ๆ เคยทำงานในช่วงแรก ๆ ในสนามบินแห่งนี้ .... ผมเชื่อครับว่า คนเราพลาดยังไงสักวันนึงก็แก้ไขได้ครับ ... สนามบินพลาดได้ผมก็กว่าแก้ไขได้ แต่จะนานหรือเปล่าผมไม่รู้

ยังไงส่วนสุดท้ายที่อยากจะฝากไว้ก็คืออยากจะฝากถึง "ผู้โดยสาร" ทุกท่านครับ หลาย ๆ ท่านอาจจะยังไม่พอใจในระบบที่ไม่สมประกอบของสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งในประเด็นนี้มันจะเชื่อมอยู่กับระบบของสายการบินด้วย จึงทำให้สายการบินทุกสายที่มีที่ตั้งอยู่ในสุวรรณภูมิไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่ความผิดของเราทั้งหมด แต่เราก็น้อมรับ และไม่เคยต้องการอะไรนอกจากหวังว่าผู้โดยสารทุกท่าน ของทุกสายการบินที่ใช้บริการสนามบินสุวรรณภูมิได้ไปถึงจุดหมายอย่างปลอดภัยและความความสุข ..... รอยยิ้มที่มุมปากเพียงเล็กน้อยของท่านมีค่ามากกว่า O.T. ซะอีก (ในช่วงที่พวกเราไม่ร้อนเงิน) และ คำว่า "ขอบคุณ" ของทุกท่านมีค่าสำหรับพวกเรามากกว่า "Bonus" (ในยามที่พวกเราไม่มีภาระ อิอิ)  ..... หนักนิดเบาหน่อย "อดทน" นะครับ พวกเราเหนื่อยกว่าท่านหลายเท่านัก พวกเราส่วนใหญ่ในทุกสายการบินโดยเฉพาะรุ่นพี่ๆ ที่ตอนนี้มีน้อง ๆ ใหม่ๆ ตามเรียนรู้งานอยู่หลายคน ทำงานโดยไม่มีวันหยุดมาตั้งแต่วันแรกที่สนามบินแห่งนี้เปิดตัว บางคน "ควงกะ" ทำงานวันละเกือบ ๆ 20 ชั่วโมง ก็มีให้เห็นในทุกสายการบิน ..... เชื่อเถอะครับ เราเหนื่อยและต้องอดทนไม่แพ้พวกท่าน ใจเขาใจเรานะครับ

บ่นมาเยอะ ขอแค่นี้แล้วกันครับ .... ขอบคุณครับผม  ;D

ตอบได้ดีครับ ฟังแล้วสบายใจจัง เหอๆๆ ;)
Posted by: oriental_p, June 25, 2008, 10:53am; Reply: 57
เป็นกำลังใจหั้ยกับสนามบินนะครับ
เพื่อการพัฒนาในครั้งต่อไป
Posted by: noombboy, August 10, 2008, 11:23pm; Reply: 58
เป็นกำลังใจให้สู้ต่อไป พร้อมก้าวเป็นหนึ่งอย่างมั่นคง ;)
Posted by: chompoo_ph, October 1, 2008, 7:06pm; Reply: 59
Quoted from Yoong_Cha_MuD
เห็นด้วยกับเรื่องความเข้มมวด ...
ที่เข้มมวด จนเว่อร์ หน่ะครับ ....

จนน่ารำคาญหน่ะ .... ก็เข้าใจว่า ความปลอดภัยสำคัญที่สุด แต่การต้องมาทำอะไรอยู่นั่นแหล่ะ มันน่ารำคาญครับ

วันก่อนที่ผมบินกับหางแดง แต่ดันไปเที่ยว Gate อื่นที่ไม่ใช่ Gate ตัวเอง (ไปดู Gate A6 เพราะเห็นว่าน่าจะถ่ายรูปได้สวย) ปรากฎว่า ...
1. ตอนแรก ผมเอาสัมภาระ ซึ่งกระเป๋าผมมีโน๊ตบุ๊คอยู่ด้วย ใส่ส่วนที่สแกนสัมภาระ ส่งมือถือ กล้อง กระเป่าตังค์ไปสแกนหมด ... วันนั้นผมใส่เสื้อ Jacket ก็สั่งให้ถอดเสื้อแจ๊กเกตสแกนด้วย
2. ผมก็ถอดไป เดินเข้าไปผ่านเครื่องสแกน ปรากฎว่าเครื่องไม่ร้อง (ปกติที่ดอนเมือง ร้องทุกครั้ง ทั้งๆ ที่แต่งกายเหมือนกัน ... หัวเข็มขัดชนิดเดียวกัน ;D )
3. พนักงาน บอกว่า ขออนุญาตเอาโน๊ตบุ๊คออกจากกระเป๋าได้ไหม ผมก็บอกว่าได้ ก็หยิบโน๊ตบุ๊คออกมาจากกระเป๋า แล้วสแกน ทั้งกระเป๋า กับ โน๊ตบุ๊คใหม่ เป็นรอบที่สอง (ผมเริ่มรำคาญแระ อะไรกันนักหนา)
4. สรุปว่า สแกนรอบสองเสร็จ ผมหันหน้ากลับไปถาม หน้าตายิ้มแป้น ว่า ... "พี่ครับ พี่เจอระเบิดหรือเปล่าครับ" ...  ;D แล้วก็เดินออกไปเลย (อยากยุ่งกะตรูดีนัก  ::) แต่ก็เข้าใจว่านายสั่งมาอ่ะนะครับ)

สรุปว่า ไม่ปลื้มครับอะไรกันนักหนา  >:(

ส่วนอีกเรื่องก็คือห้องน้ำ ... ซึ่งผมอยากเห็นหน้าคุณคนที่เซ็นต์อนุมัติแบบแปลนก่อสร้างสนามบินจริงๆ เซ้นต์ให้ผ่านไปได้ยังไง  >:( ห้องน้ำชายมีโถปัสสาวะ 3 อันกันเกือบทุกๆ ที่เลยนี่นะ

ตอนเข้า Gate ของตัวเอง ก็เลยแยกโน๊ตบุ๊คออกมาสแกนแยกต่างหากไปเลย ...  :-/


ข้อ 1. ถ้าไปยุโรปเค้าบังคับให้เราถอดอยู่แล้วค่ะ ไม่ว่าจะเป็น Jacket รองเท้า boot ต้องผ่านเครื่อง scan หมด รวมทั้งเข็มขัดด้วย  เข้าใจว่าเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารทุกคน เพราะเคยมีคดีซ่อนยาเสพติดที่ส้นรองเท้า boot มาแล้ว

ข้อ 2 เข็มขัดที่ถอดออกเพราะหัวเป็นโลหะ ถ้าไม่ถอดมันก็ร้องอยู่ดี ก็ถอด ๆ ไปเถอะดีกว่าต้องถูกเรียกไปตรวจเดี่ยว

ข้อ 3.โน๊ตบุ้ค เค้าก็ขอร้องอย่างสุภาพให้เราเอาออกจากกระเป๋า ก็เอาออกเถอะค่ะ  เพื่อแสดงความบริสุทธิใจของเรา ตอนไปเมกาก็เจอแบบนี้เหมือนกัน

ส่วนข้อ 4. เป็นกิริยาที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะที่เค้าตรวจก็เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของเราและเพื่อนร่วมทางของเรา ลองคิดในแง่กลับกันถ้าเค้าไม่ตรวจละเอียดแล้วมีคนพกวัตถุอันตรายเข้าไปได้  แล้วเราดันซวยถูกทำร้ายบนเครื่อง ก็ลองคิดดูละกันค่ะ
Posted by: rittaza, October 4, 2008, 7:34pm; Reply: 60
แต่ตอนนี้พวกนู๋ๆพนักงานที่ออฟฟิศอยู่ข้างในด้านล่างติดลานจอด แต่ก่อนเคยได้พกข้าวพกน้ำมาประทังชีวิต ตอนนี้ห้ามเอาเข้าแล้ว โธ่พี่ขานู๋ไม่ได้ถื่อเข้าไปทางจะgateที่จะขึ้นเครื่อง แต่นู๋มุดลงรูเอ้ย ห้องพักที่อยู่ข้างในค่ะ ไม่ให้เอาเข้าไปแม้กาแฟเย็นซักแก้ว อดอยากยากแค้นอาหารการกินก็แพงอไม่ให้พกมาจะทำไงกันขนาดพี่ทำความสะอาดยังตัดพ้อ "เค้าไม่ให้เอากับข้าวเข้ามา จะกินอะไรล่ะเนี่ย"พี่ๆพวกนี้ก็รายได้น้อยจะให้ไปซื้อร้านที่ขายผู้โดยสารได้ยังไง ผู้ที่ออกคำสั่งช่วยใช้วิจารณญานซักกะติ๊ดเถอะคับ เราไม่ได้ถืออวดผู้โดยสารแล้วเดินเข้าไปทางขึ้นเครื่องซักหน่อย จะมาบอกมาตรการณ์จำกัดของเหลวได้อย่างไร แอบเห็นดึกๆน้องๆลอกซ์เล่ย์เอามาม่ามั่ง น้ำขนมเข้าไปนั่งกินกันไม่เห็นเป็นไรเลย ช่วยอะลุ้มอะหล่วยกันหน่อยเถอะน้ำซักแก้ว กับข้าวถุงที่เอามาจากบ้านกันตาย เถอะนะคับ ได้โปรด
Print page generated: November 23, 2008, 9:26pm