Print Topic - Archive

HFlight.net จองโรงแรม รีวิวสายการบิน ท่องเที่ยว การเดินทาง  /  Korea Travel Guide  /  กลับมาอีกครั้งกับ แบคแพคเที่ยวเกาหลี...
Posted by: Maeil, September 16, 2006, 7:15pm
สวัสดีครับ

ผมกลับมาที่นี่อีกครั้งหลังจากที่เคยทำรีวิวเที่ยวเกาหลีคร่าวสำหรับทริปฤดูหนาว หากท่านใดยังไม่เคยอ่านและสนใจอ่านก็สามารถตามลิ้งค์ไปได้ที่นี่เลยครับ http://www.hflight.net/forum/b-travel_korea/m-1139313927/s-0/

ความเดิมคร่าวๆ กับทริปครั้งที่แล้ว คือผมและแฟนผมได้แบคแพคเที่ยวเกาหลีประมาณ 12 วัน ท่องเที่ยวในโซนภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงใต้ (ดูแผนที่ เส้นสีแดง)
ครั้งนั้นเสียค่าใช้จ่ายไปประมาณ 1200000 วอน ต่อ 2 คน (ราคาไม่รวมตั๋วเครื่องบิน และรายละเอียดเรื่องค่าใช้จ่าย ผมได้ทำสรุปเป็นรายวันไว้แล้วจะได้เข้าใจว่าผมใช้สำหรับอะไรไปบ้าง)

กลับมาทริปที่ไม่ได้มีการวางแผนล่วงหน้าเท่าไรนัก ผมขอเรียกมันว่าทริปหน้าร้อนแล้วกันนะครับ ซึ่งจะว่าไปก็ถือว่าต่อเนื่องจากทริปครั้งที่แล้วได้เลย เพราะครั้งนี้ผมได้ไปยังโซนภาคตะวันตกเฉียงใต้และทางใต้ของเกาหลี (ดูแผนที่ เส้นที่เขียวเข้ม)


ขอโปรโหมดเวปส่วนตัวเล็กน้อยนะครับ หากใครสนใจสอบถามรายละเอียดหรือแวะไปดูรูปท่องเที่ยวเกาหลีได้ที่ http://maeil.multiply.com นะครับ สอบถามได้ที่เวปนั้นครับ เพราะผมจะเข้าประจำ (อันนี้ต้องขอโทษกับทางเวปนี้ด้วยนะครับ หวังว่าไม่ว่ากัน)

Posted by: Maeil, September 16, 2006, 7:23pm; Reply: 1
วันที่ 1

ผมได้ให้น้องพิมไปจองตั๋วรถไฟจากซูวอนเพื่อไปยังเมืองมกโพที่อยู่ทางตอนใต้ของเกาหลี เราทั้งสองออกเดินทางกันในตอนเช้าวันเสาร์ ในความจริงแล้วจะได้ออกเดินทางตั้งแต่คืนวันศุกร์แต่เป็นเพราะว่า ผมมีงานด่วนต้องทำให้เสร็จ ทำให้ต้องเลื่อนการเดินทางออกไปเล็กน้อย รวมทั้งเปลี่ยนแผนการเดินทางไปด้วย (แย่จัง)

ใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟประมาณ 4 ชั่วโมงนิดหน่อย ดังนั้นเราจะต้องหาซื้อของกินนิดหน่อยระหว่างเดินทาง รถไฟในเกาหลีนั้นจะมีพนักงานเข็นรถขนมมาอยู่ตลอดเวลาครับ ไม่ต้องกลัวอด และราคาก็ไม่ได้แพงไปกว่าทั่วไปเท่าไร ดังนั้นไม่จำเป็นต้องตุนขนมไว้ก็ได้ครับ

ถึงมกโพ ผมก็ตรงรี่เข้าไปหา i ที่สถานนี่ทันที i ที่นี่พูดภาษาอังกฤษได้คล่องมากๆ ครับ แนะนำว่าให้นั่งรถแท็กซี่จากสถานนีรถไฟไปยังท่าเรือมกโพ ซึ่งใช้เวลาไม่กี่นาทีเท่านั้นเอง พร้อมทั้งชี้ไปยังรถแท็กซี่ที่จอดอยู่ข้างหน้าสถานนี  (แต่หากจะเดินไปที่ท่าเรือก็ไม่ว่านะครับ น่าจะประมาณ 20-30 นาที) หรือหากสัมภาระไม่มากนัก ก็สามารถนั่งรถเมล์ไปก็ได้ครับ แล้วแต่จะสะดวกแบบไหน


(ขอสงวนลิขสิทธิ์รูปทุกรูปนะครับ)

รูปนี้เป็นส่วนของตัวเมืองมกโพ หากสังเกตจะเห็นก้อนหินขนาดใหญ่ทางซ้ายมือของรูปนั้น จะมีการแกะสลักเป็นรูปพระ (มั้ง) ที่โคนของก้อนหิน
Posted by: Maeil, September 16, 2006, 7:28pm; Reply: 2
เมื่อไปถึงแถวๆ ท่าเรือ  ผมก็หาที่พักเพื่อเก็บสัมภาระต่างๆ ก่อน   ครั้งนี้เราเชื่อโลลี่แพลนเน็ตโดยพักตามที่เค้าแนะนำเอาไว้ (คงไม่ได้อับเดทมานาน)...เป็นยออินซกแห่งหนึ่งใกล้ๆ กับท่าเรือ ...ขอบอกว่า ให้หลีกเลี่ยงที่พักแบบยออินซกทันทีนะครับ ไม่เช่นนั้นจะเหมือนผมครั้งนี้ ด้วยความที่เราไม่ได้คิดอะไรมาก ขอแค่มีที่พักนอนคืนนึงก็อยู่ได้ไม่ต้องหรูหรามากนัก แต่ครั้งนี้ผิดคาดครับ มันยิ่งกว่าอยู่ไม่ได้เสียอีก เพราะว่า ที่นอนนั้นมีกลิ่นอับเหมือนไม่ได้ซักมานาน ห้องน้ำรวม (ซึ่งเราก็รู้อยู่แล้วแต่ไม่ได้เอะใจ) แต่ว่าประตูมันดันปิดไม่สนิท แถมบานประตูเป็นไม้ที่มีรูโหว่เห้นได้ชัดเจนจากข้างนอก รวมทั้งเวลาใช้ห้องน้ำจะมีกลิ่นจากห้องส้วมที่ติดกันลอยมาตลอดเวลา... สิ่งเหล่านี้รู้เมื่อสายครับ เพราะว่า ผมเข้ามาถึงที่พักก็วางของแล้วเดินเที่ยวในเมืองทันที โดยไม่ได้เฉลียวใจดูความเรียบร้อยของห้องน้ำห้องส้วม หรือแม้แต่ที่นอน

เอาเป็นว่าเรื่องนี้เป็นประสบการณ์แนะนำสำหรับคนอื่นๆ ก็แล้วกันครับ  แถวๆ ท่าเรือมกโพมีโมเต็ลหรือยอกวานอยู่มากมาย เลือกเอาตามความพอใจและงบครับ

เล่าต่อ หลังจากวางกระเป๋า ผมก็เดินไปคอนเฟิรฺ์มตั๋วเรือที่ท่าเรือ พร้อมแวะทานอาหารเที่ยงที่เวลาล่วงเลยมาบ่ายสามแล้ว หลังจากนั้นก็เดินไปยังภูเขา Yodalsan โดยหวังว่าจะได้ถ่ายพระอาทิตย์ตกที่สวยงามตามโบรชัวร์แนะนำ ซึ่งผมตัดสินใจเดินไปจุดสูงสุดของภูเขา แต่ผลปรากฎว่า มียอดเขาส่วนนึงบังตำแหน่งอาทิตย์ตกเสียนี่ แต่ผมก็ไม่สามารถเปลี่ยนที่ได้เพราะว่ากว่าจะเดินขึ้นมาถึงก็ใช้เวลาเป็นชั่วโมงแล้ว (หากไม่เสียเวลาถ่ายรูปเล่น)

เส้นทางการเดินขึ้นเขาแห่งนี้ของผมเป็นดังนี้ครับ

Nojeokbong -> Citizen's New Millenium bell -> Daehaknu -> Monument of the song "Tears of Mokpo -> Memorial Tower -> Yuseongak -> Gwanwungak -> Ideung Rock

ผมลงจากเขาก็ตอนสามทุ่ม และแวะทานข้าวเย็น (มืด) หลังจากนั้นจึงเข้าที่พัก (ที่เล่าให้ฟังไปแล้วว่าเจออะไรก็ตอนนี้แหละครับ)

สรุปค่าใช้จ่ายประจำวัน

ค่าเดินทาง 63800 วอน

ค่ากิน  21600 วอน

ค่าที่พัก 10000 วอน (ไม่ผิดครับ ราคาเท่านี้จริงๆ มิน่า มันถึงได้...)

ค่าเข้าชม 1400 วอน

รวม 96800 วอน ต่อ สองคน


รูปนี้เป็นส่วนของทะเลมกโพครับ ถ่ายจากจุดชมพระอาทิตย์ตก
Posted by: Maeil, September 16, 2006, 7:30pm; Reply: 3
วันที่ 2 จากมกโพ ไปเชจู

วันนี้เราสองคนตื่นเช้านิดนึง แล้วรีบออกจากที่พัก พร้อมทั้งทิ้งความหลังของที่พักแห่งนี้ไว้เป็นประสบการณ์ในการบอกต่อๆ กันไป

เมื่อเดินไปถึงท่าเรือมกโพ ซึ่งห่างจากที่พักประมาณ 5-10 นาทีเท่านั้นเอง น้องพิมก็ไปจ่ายเงินค่าตั๋วที่ได้จองเอาไว้ ในวันนี้คนเยอะมากๆ น่าจะเป็นเพราะว่ามันมีวันหยุดประจำชาติอยู่ด้วย คาดว่าอาจมีหลายคนลางานเพียงแค่ 1 วันก็สามารถหยุดได้ยาว 4 วันแล้ว

เราไปกับเรือของ บ New Sea World ซึ่งมีขนาดใหญ่น่าจะพอๆ กับสตาครูส โดยที่สามารถนำรถยนต์ส่วนตัวเข้าไปเป็นเรือข้ามฟากได้ด้วย ผมจองตั๋วเรือนี้โดยใช้บริการของ i ที่โซล

ผมและน้องพิมไปอย่างคนประหยัดครับ คือ นั่งชั้น 3   (เรือลำนี้มีที่นั่งชั้น 1 ชั้น 2 และชั้น 3) คาดว่าที่นั่งชั้น 1 น่าจะเป็นห้องส่วนตัวไปเลย ที่ใครที่มันเป็นห้องๆ  แต่ที่นั่งชั้น 3 นั้นภายในห้องจะปูพรม แล้วให้คนเค้าไปอยู่ประมาณ 20-25 คน โดยห้องมีความกว้างประมาณ 8*4 เมตร เห็นจะได้ หากท่านใดสนใจนั่งเรือจากโซล ไป เชจู ก็ได้นะครับ แต่ค่าโดยสารแพงมาก พอๆ กับเครื่องบิน หรือแพงกว่าด้วยซ้ำ


รูปเกาะเล็กๆ ระหว่างทางไปเชจู
Posted by: Maeil, September 16, 2006, 7:32pm; Reply: 4
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่ง ก็ถึงเชจู เมื่อไปถึงก็ตรงรี่ไปถาม i ว่าจะเดินทางไปบัสเทอมินอลได้อย่างไร ระหว่างนั้นก็มีคนขับแท็กซี่พยายามมาตื้อว่า ให้ไปกับเขาสิ จากตรงนี้ ไปยัง Seongsan  ซึ่งคือจุดหมายปลายทางของผม เป็นอีกเมืองที่ห่างไปทางตะวันออกของเกาะัเชจูประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งโดยรถบัส

แต่ผมก็ปฎิเสธเพราะค่าเหมารถแท๊กซี่ตั้ง 25000 วอนแนะ ผมไม่เอาด้วยครับ ก็เลยเดินออกมา เห็นมีรถบัสจอดอยู่ ก็เลยไปถามว่าไปบัสเทอมินอลหรือเปล่า รู้สึุกว่ารถบัสไม่ผ่านนะครับ แต่เค้าก็ถามว่าเราจะไปไปไหนกัน ผมก็บอกจุดหมายปลายทางไป คนขับรถบัสก็พยักหน้าบอกว่าขึ้นมาเดี๋ยวจะพาไปส่งที่ที่มีรถระหว่างเมืองผ่าน

รถบัสส่งผมและน้องพิมลงที่ใดที่นึงในตัวเมืองเชจู ผมเองก็ไม่ทราบเพราะว่ามันผิดแผนไปหน่อย (เพราะกะว่าจะไปลงที่บัสเทอมินอล)  แต่เอาก็เอา ยังไงซะ พออ่านเกาหลีออก ถามทางได้ไม่มีปัญหา ในที่สุดเราก็ได้รถสาย IIju Road East ซึ่งเดินทางไปยังที่หมายปลายทาง  ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง

เมื่อถึง Seongsan แล้ว เบื้องหน้าของผมคือ Seongsan IIchulbong (Sunrise Peak) ตั้งตระหง่านอยู่ แต่...เราต้องหาที่พักก่อนครับ บริเวณนั้นมีที่พักทั้งโมเต็ล และ มินบัก (เป็นแบบบ้านพัก แล้วให้นักท่องเที่ยวมาค้างคืนได้ ราคาเท่าไร อันนี้ไม่ทราบครับ เพราะเข็ดกับพวกยออินซกแล้ว ก็เลยไม่เสี่ยงแบบนี้แล้วครับ  ผมก็เดินไปหาโมเต็ลที่ใกล้ๆ แถวนั้นไม่ยากครับ มีหลายแห่งเหมือนกัน

โมเต็ลที่ผมอยู่นั้น ผมได้ห้องที่ค่อนข้างดีทีเดียวคือ เปิดหน้าต่างออกมาก็เห็นตัว Seongsan IIchulbong เลย  หลังจากนั้นล้างหน้าล้างตาเล็กน้อย ก็เดินไปยัง Seongsan IIchulbong ซึ่งห่างจากโมเต็ลประมาณ 10 นาทีเท่านั้น เสียค่าเข้า 2000 วอนต่อคน ก็ไปชมปล่องภูเขาไฟแห่งหนึ่งในเกาะเชจู เค้าว่ากันว่าที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่แนะนำไม่ควรพลาดเวลามาเชจูครับ

ลืมบอกไปว่า มีบริการนั่งเรือชมรอบปล่องด้วยนะครับ แต่ผมไม่เอาหละขอเดินขึ้นไปบนปล่องดีกว่า เป็นที่น่าเสียดายนิดนึงที่ว่าปล่องอันนี้เป็นหินแบบมีรูพพลุน ทำให้ไม่มีการเก็บน้ำไว้บนยอดปล่อง เราทั้ง  2 ใช้เวลาเป็นชั่วโมงในการเดินขึ้นไปจุดสูงสุดครับ เพราะทั้งถ่ายรูปบ้าง และมันก็สูงเหมือนกันเล่นเอาเหนื่อยเลย



รูปนี้คือทางขึ้น Seongsan IIchulbong
Posted by: Maeil, September 16, 2006, 7:35pm; Reply: 5
หลังจากนั้น ก็ลงมาทานข้าวตอนเวลาประมาณ 5 โมงเย็นกว่าๆ แล้วก็ นั่งแท็กซี่ไปยัง Seopjikoji (섭지코지) ซึ่งเป็นที่ถ่ายทำละครเรื่องอะไรไม่รู้ครับ ไม่ได้ติดตาม ค่าแท็กซี่ 3000 วอนครับ แล้วเราก็เดินเที่ยวตรงนั้นจนมืด โดยผมกะว่าจะถ่ายรูปอาทิตย์ตกเสียหน่อย แต่ที่ไหนได้มันไปตกในทำเลไม่ส่วนเท่าไหร่ หลังจากนั้นก็.....ถึงตอนเหนื่อยครับ เพราะว่า  ไม่มีรถบัสผ่าน ไม่มีแท็กซี่จอดรอแล้ว.....เอาไงดีหละ มัวแต่เดินเล่นจนมืด....ก็ต้องเดินกลับไปที่โมเต็ลหละครับ ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ดีที่ไม่หลงทางครับ ไม่ใช่ใกล้ๆ เลย....



เกาะเชจู เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี บ้างก็เรียกว่า "Jeju-do the island of myth and legand", "Korea's Hawaii", "Korea's Disneyland" นอกจากนี้เชจู ยังเป็นเมืองที่มีฝนตกชุกที่สุดในเกาหลีโดยที่มีเพียงประมาณ 60 วันเท่านั้นที่เป็นอากาศดีๆ

สรุปค่าใช้จ่ายวันนี้

่ค่าเดินทาง 59900 วอน

ค่าอาหาร 18800 วอน

ค่าที่พัก 30000 วอน

ค่าเข้าชม 4000 วอน

รวมเป็น 112,700 วอนต่อ 2 คน


รูปนี้ถ่ายที่ Seopjikoji คือเค้าจะมีม้าให้นักท่องเที่ยวเช่าขี่ได้...พอดีผมไปในช่วงอาทิตย์ตกพอดี
Posted by: Maeil, September 16, 2006, 7:37pm; Reply: 6
วันที่ 3   Seongsan IIchulbong, Seongeup Folk Village, Jeongbang Waterfall, Yeomiji Botanical Garden, Cheonjeyeon Waterfall

เช้าวันนี้รีบตื่นแต่เช้า เพียงเพื่อต้องการถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งผมได้เช็คเวลาพระอาทิตย์ขึ้นตั้งแต่เมื่อวานมาแล้ว ซึ่งคาดการณ์ว่าอาทิตย์ขึ้นเวลา 05:55 และด้วยความที่ว่าเราอยู่ไม่ไกลจาก Seongsan IIchulbong ก็เลยตื่นตอน 05:15  ซึ่งก็เรียกว่าเกือบไม่ทันครับกว่าจะอาบน้ำแต่งตัว มีนักท่องเที่ยวมาแวะชมอาทิตย์ขึ้นเยอะมากๆ  ครับ  ผมก็เสียค่าเข้าเหมือนเมื่อวาน แต่สังเกตเห็นว่า มีคนเกาหลีหลายคนมาก แอบไปเข้าอีกทางนึง (ซึ่งคือทางออก) โดยไม่เสียค่าเข้า ....อย่าเอาอย่างเลยครับ มันไม่กี่บาทเอง หากหลายพันบาทก็ว่าไปอย่าง อิอิ

หลังจากได้ชมพระอาทิตย์ขึ้น แต่ไม่ค่อยเป็นไปอย่างที่คาดหวังนัก ก็ได้เก็บข้าวของเดินทางไปยังอีกเมืองนึง แต่เราได้แวะลงกลางทางคือ ไปแวะที่ Seongeup Folk Village ช่วงนี้เป็นช่วงที่ทรมานสำหรับพวก Backpacker ครับ เพราะกระเป๋าทุกอย่างเราต้องขนติดตัวมาด้วย

เมื่อถึง Seongeup Folk Village  สิ่งแรกที่ผมทำคือ พยายามหาที่ฝากกระเป๋า ปรากฎว่าได้คุณยายท่านนึงที่นั่งขายปลาหมึกย่างและของฝากนิดหน่อย ที่อยู่บ้านหลักแรกๆ ของหมู่บ้าน ท่านกรุณาให้ฝากของได้ครับ แล้วก็บอกให้เราเดินเล่นในหมู่บ้าน

ภายในหมู่บ้านนั้น ส่วนตัวผมว่า หากเคยไปที่ อันดอง แล้วหรือแม้แต่ซูวอนโฟควิลเลจแล้ว จะพบว่าที่นี่งั้นๆ เลยครับ แทบไม่มีอะไีรน่าสนใจ แถมยังเล็กๆ อีกด้วย เดินไม่ถึงชั่วโมงก็หมดแล้ว ผมแปลกใจที่ว่าได้ยินมาว่าหมู่บ้านแห่งนี้ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลี ได้เงินหลังละ 1 ล้านวอนต่อปี แต่ก็ไม่มีอะไรเท่าไร หลายบ้านได้แปรสภาพมาเป็นร้านขายอาหาร

หลังจากนั้นผมได้แวะทานข้าวเที่ยงเป็นหมูย่างเกาหลี เนื่องมาจากว่าที่เกาะเชจู ขึ้นชื่อในเรื่องของหมูครับ เป็นหมูดำ ที่แต่เดิมเลี้ยงด้วย...อึ คน แต่ปัจจุบันคงไม่อย่างนั้นแล้ว (มั้ง)   ผมมักจะเน้นในบล๊อคผมนะครับว่า ผมให้ความสำคัญนิดนึงกับการได้ทดลองกินอาหาร เมื่อเราได้มีโอกาสมาต่างเมือง หรือกินอาหารที่มันขึ้นชื่อของที่นั่น เพราะเราคงไม่มีโอกาสมาได้บ่อยๆ ดีไม่ดี แค่ครั้งเดียว อย่าคิดว่าหมูย่างเกาหลีที่เมืองไทยก็มีขาย...มันจะเหมือนกับของต้นตำหรับแค่ไหน ดีกว่าอร่อยกว่าอย่างไร หากไม่ทดลองชิม ใช่ไหมครับ


Posted by: Maeil, September 16, 2006, 7:40pm; Reply: 7
หลังจากนั้นก็ลากกระเป๋าไปรอรถเพื่อไปยังเมือง Seagwi  เมื่อถึงเมืองซอกวีแล้วเราก็หาที่พักใกล้ๆ กับท่ารถทันที บริเวณนั้นก็เหมือนกับเมืองอื่นๆ ครับ โมเต็ล ยอกวาน มีให้เลือกเหลือเฟือ เมื่อเก็บของเข้าที่พัก ก็นั่งรถแท็กซี่ไปยังน้ำตก Jeongbang Waterfall  ผมเลือกที่จะนั่งรถแท็กซี่ก็เพราะว่าค่าโดยสารไม่แพงครับ แค่ 2100 วอนเท่านั้น ก็พอๆ กับเวลาเราขึ้นรถบัส 2 คนเลย แถมสะดวกกว่า (แต่รู้สึกว่าที่น้ำตกนี้ ไม่มีรถบัสผ่านครับ น้ำตกแห่งนี้ มีข้อเด่นคือ  น้ำตกมี 1 ชั้นเท่านั้นแล้วเมื่อตกปุ๊บ ลงทะเลปั๊ป  มีนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีมานั่งเล่นน้ำกันมากมาย

ต่อจากน้ำตกนี้ เราก็เรียกแท๊กซี่กลับไปยังบัสเทอมินอล เพื่อต่อรถไปยัง Yeomiji Botanical Garden เดินทางโดยรถบัสประมาณ 25 นาทีครับ ก็ถึงจุดหมาย ค่าเข้าก็คนละ 6000 วอน ภายในเป็นสวนดอกไม้บ้าง และจัดเป็นสวนสไตล์เกาหลี  ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส ... แต่เป็นที่น่าเสียดายครับ คือ แทบไม่ค่อยมีดอกไม้เท่าไร รวมทั้งดอกไม้ที่มีนั้นก็เหี่ยวๆ ทั้งนั้น  นอกจากนี้ยังมีโดมใหญ่ที่ปลูกต้นไม้ที่ไม่ใช่เป็นพันธ์พื้นเมืองของเกาหลี ดังนั้นต้องอยู่ในสภาพคล้ายๆ กับกรีนเฮ้าส์

เมื่อเดินเล่นในสวนแห่งนี้ ใกล้ๆ กันจะเป็น Cheonjeyeon Waterfall ผมและน้องพิมก็แวะเข้าไป ภายในจะมีสะพานข้ามฝั่งที่ถูกออกมาเป็นสถาปัตยกรรมจีน (มั้ง) แต่ก็ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจเท่าไรครับที่นี่ ผมก็แค่แวะมานั่งพักผ่อน เพราะว่าวันนี้เดินทางเที่ยวไปหลายแห่งมากๆ ...แบกของหนัก และเหนื่อย...

แล้วเราก็กลับไปยังที่พัก...



สรุปค่าใช้จ่ายประจำวัน

ค่าที่พัก 50000 วอน (2 คืน)

ค่าอาหาร 27300 วอน

ค่าเดินทาง 18800 วอน

ค่าเข้าชม 23000 วอน

รวม 119100 วอน ต่อ 2 คน


รูปนี้เป้นน้ำตก  Jeongbang Waterfall  ครับ
Posted by: Maeil, September 16, 2006, 7:42pm; Reply: 8
วันที่ 4 Jeju Jungmun Daepo, Teddy Bear Musieum, Jungmun Beach, Cheongjiyeon Waterfall



วันนี้ออกจากที่พักก็นั่งรถบัสสาย 9 ที่บัสเทอมินอลไปยัง Jungmun Daepo ซึ่งเป็นหน้าผาติดทะเล สวยงามมากๆ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่วันนี้ท้องฟ้าไม่ค่อยเป็นใจมากนัก จากสถานที่แห่งนี้นั้น เมื่อดูจากโบรชัวท่องเที่ยวเหมือนกับว่า ทางผู้ถ่ายภาพจะมีโอกาสได้ลงไปถ่าย ณ ตำแหน่งที่แตกต่างจากนักท่องเที่ยวทั่วไป เนื่องจากว่าเส้นทางการเดินบนหน้าผาหินนั้นถูกตีกรอบไว้เรียบร้อยแล้ว

Posted by: Maeil, September 16, 2006, 7:43pm; Reply: 9
หลังจากนั้นผมและน้องพิมก็ใช้บริการเรียกรถแท็กซี่จาก I เนื่องจากว่ากว่าจะมีรถบัสผ่านใช้เวลาค่อนข้างนาน ไม่อยากเสียเวลา เรานั่งรถไปยัง Teddy Bear Musieum ซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ใช้เวลาเดินทางน่าจะประมาณ ไม่เกิน 10 นาทีก็ถึงแล้ว  ที่แห่งนี่แหละที่คนชอบหมีเท็ดดี้จะนิยมมาเที่ยว ถึงแม้ว่าผมไม่ได้ชื่นชอบมากนัก แต่ก็อดไม่ได้ที่จะมาเยี่ยมชม ภายในจะมีตุ๊กตาหมีเท็ดดี้ในหลากหลายกริยาท่าทาง และทำเป็นหลากหลายตัวละครและสถานที่ รวมทั้งตุ๊กตายอดฮิตในขณะนี้คือ ตุ๊กตาหมีจากเรื่อง กุง   ภายในนั้นจะมีชั้นแสดงหมีอยู่ 2 ชั้น และชั้นล่างสุด (ชั้นที่ 3) จะเป็นที่จำหน่ายสินค้าที่ระลึกและร้านอาหาร ผมแวะทานอาหารเที่ยงในนี้ แต่ว่า แพงมากครับ สองคนมือ้เดียว ก็หมดไป 21000 วอน อุอุ อย่างที่ได้บอกตั้งแต่ต้นแล้วว่าอากาศวันนี้ไม่เป็นใจนัก ฝนก็ได้เทลงมาสักครู่แล้ว หลังจากรอฝนหยุดเราก็ออกไปเดินในสวนข้างนอก



เมื่อออกจากที่แห่งนี้ ก็เดินเท้าไปยังหาดที่ขึ้นชื่อมากแห่งหนึ่งในเกาะเชจู ก็คือ Jungmun Beach แต่เนื่องจากเราเป็นคนไทย มีชายหาดที่ยาว ขาว สะอาด ทรายละเอียด และน้ำทะเลใส ตื้น เหมาะกับการเล่นน้ำเป็นอย่างยิ่ง  ดังนั้นการที่คนไทยได้มา ณ ที่หากแห่งนี้ ก็คงส่ายหัวกันเป็นแถวๆ หละครับ เพราะมันทั้งสั้น ทรายหยาบ สีน้ำตาล นอกจากนี้ยังมีโขดหินอยู่เป็นหย่อมๆ  ไม่สวยเอาเสียเลย  …….หาดแห่งนี้ก็คงเป็นอีกแห่งที่ผมจะบอกว่า  อย่าเสียเวลาเลยครับ ไม่มีอะไรน่าสนใจจริงๆ

Posted by: Maeil, September 16, 2006, 7:45pm; Reply: 10
เมื่อออกจากที่แห่งนี้ ก็เดินเท้าไปยังหาดที่ขึ้นชื่อมากแห่งหนึ่งในเกาะเชจู ก็คือ Jungmun Beach แต่เนื่องจากเราเป็นคนไทย มีชายหาดที่ยาว ขาว สะอาด ทรายละเอียด และน้ำทะเลใส ตื้น เหมาะกับการเล่นน้ำเป็นอย่างยิ่ง  ดังนั้นการที่คนไทยได้มา ณ ที่หากแห่งนี้ ก็คงส่ายหัวกันเป็นแถวๆ หละครับ เพราะมันทั้งสั้น ทรายหยาบ สีน้ำตาล นอกจากนี้ยังมีโขดหินอยู่เป็นหย่อมๆ  ไม่สวยเอาเสียเลย  …….หาดแห่งนี้ก็คงเป็นอีกแห่งที่ผมจะบอกว่า  อย่าเสียเวลาเลยครับ ไม่มีอะไรน่าสนใจจริงๆ



ออกจากหาดผมก็เดินทางกลับไปใกล้กับที่พัก เพื่อไปยังน้ำตก Cheongjiyeon Waterfall  ในช่วงเย็น  น้ำตกแห่งนี้ไม่ต้องเดินจากทางเข้ามากนักครับ แปปเดียวก็ถึง เป็นน้ำตก 1 ชั้นอีกเช่นเคย (ทำไมมันมีแต่ชั้นเดียวหว่า) สู้เมืองไทยก็ไม่ได้ แต่ไหนๆ ก็มาแล้วก็อยู่ดูมันเสียหน่อย  แล้วพออาทิตย์เริ่มตก ผมก็ออกจากน้ำตก เดินเท้าไปยังท่าเรือ ที่อยู่ข้างหน้าทางเข้าน้ำตก นั่นเอง….



สรุปค่าใช้จ่ายประจำวัน

ค่าเดินทาง 9600 วอน

ค่าเข้าชม 20000 วอน

ค่าอาหาร 32700 วอน

รวม 62300 วอน ต่อ สองคน
Posted by: Maeil, September 16, 2006, 7:47pm; Reply: 11
วันที่ 5  Sangumburi Crater, Love land, Yongduam

วันนี้เก็บข้าวของออกจากเมืองซอกวีโพ เพื่อกลับไปยังเมืองเชจู เมื่อไปถึงผมก็หาที่พักใกล้ๆ กับบัสเทอมินอลเช่นเคย แล้วก็จับรถบัสตรงนั้นไปยัง Sangumburi Crater ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ตัว Sangumburi Crater นั้นเป็นปล่องภูเขาไฟเตี้ยๆ  การเดินทางจากเมืองเชจูไปยัง Sangumburi Crater  ค่อนข้างลำบากมาก เพราะมีรถบัสเพียงสายเดียวที่เดินทางผ่าน และขากลับก็เช่นกัน ซึ่งจะต้องรอประมาณ 1 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น  หากจะแนะนำนะครับ ถ้ามีที่ที่อยากไปมากกว่านี้อย่างเช่นบริเวณเกาะเชจูฝั่งตะวันตกนั้น (ซึ่งทริปครั้งนี้ของผมไม่ได้ไปเลยบริเวณ) ผมแนะนำว่าให้ไปที่อื่นดีกว่า ไม่ใช่ว่าตรงนี้ไม่สวยหรืออะไร เพียงแต่ว่าการเดินทางค่อนข้างลำบาก เนื่องจากการรอรถบัสนั่นเอง ยกเว้นคุณจะเช่ารถขับเอง ซึ่งก็มีหลายแห่งบริการอยู่

Posted by: Maeil, September 16, 2006, 7:49pm; Reply: 12
หลังจากนั้นเราก็นั่งรถกลับไปยังเมืองเชจูอีกครั้ง เพื่อไปยัง Love land และอีกนั่นแหละ ผมแนะนำว่าให้เรียกแท็กซี่ดีกว่าเพราะห่างไปไกลนัก ไม่เกิน 20 นาที จะได้ไม่ต้องเสียเวลารอรถบัส

ใน Love land จะเป็นสถาบัตยกรรมและรูปปั้นเกี่ยวกับเพศ...จึงได้ชื่อว่า Love land ยังไงหละครับ ถึงตรงนี้ยากจะอธิบาย ต้องมาดูด้วยตาหากสนใจ แนะนำว่าให้มาช่วงกลางคืนดีกว่าเพราะทางสถานที่จะเปิดไฟ เพียงแต่ว่าทริปครั้งนี้ของผมมีแผนเดินทางไปยังอีกที่นึงอยู่แล้วจึงไม่ได้รอจนมืดค่ำ

ถนนหน้า Love land นั้นขึ้นชื่อว่าเป็นถนนพิศวงเพราะเส้นทางมองไปข้างหน้าจะเหมือนกับขึ้นเขา แต่หากเราดับเครื่องยนต์ รถก็จะขึ้นไปได้... ซึ่งตรงนี้เค้าจะมีตำแหน่งให้จอดดับเครื่อง ตอนวันที่ผมไปนั้น มีทัวร์จีนลงเพียบเลยครับ ส่งเสียงกันดัง...

Posted by: Maeil, September 16, 2006, 7:50pm; Reply: 13
ขากลับจาก Love land นั้นผมก็ยืนรอรถบัสอยู่เกิน 30 นาทีก็ยังไม่มีผ่านมา ในที่สุดตัดสินใจจะเรียกรถแท็กซี่ มีแท็กซี่คันนึงบอกว่าไม่ไปส่งยังที่ที่ผมจะไป แต่จะเข้าเมืองเชจู เค้าก็ให้ติดรถไป และไปส่งใกล้ๆ กับที่ที่ผมจะไปเที่ยวต่อ (ใกล้มากๆ) และไม่คิดเงินด้วย  ต้องขอขอบคุณแท็กซี่คันนั้นด้วยครับ

เมื่อลงจากรถแท็กซี่ ผมก็เรียกรถแท็กซี่อีกคันไปลงที่ Yongduam ซึ่งลักษณะเป็นหินรูปหัวมังกรยื่นลงไปในทะเล บริเวณนี้ก็มีทัวร์จีนมาเที่ยวเป็นจำนวนมาก ผมไปไม่ทันอาทิตย์ตก คือ ไปถึงมันกำลังตกพอดีไม่ทันจะได้หยิบกล้อง และผมก็อยู่บริเวณ Yongduam จนสองทุ่มก็กลับไปหาอะไรกิน แล้วก็เข้าที่พัก

สรุปค่าใช้จ่ายประจำวัน

ค่าเดินทาง 25200 วอน

ค่าที่พัก 50000 วอน 2 คืน

ค่าเข้าชม 20000 วอน

ค่าอาหาร 19400 วอน

รวม 114600 วอน ต่อ 2 คน

Posted by: Maeil, September 16, 2006, 7:51pm; Reply: 14
วันที่ 6  Manjanggul, Gimnyeong Maze, Handock Beach, Jeju National Museum, Sarabong

วันนี้ผมและน้องพิมนั่งรถจากบัสเทอมินอลไปยังถ้ำลาวาที่มีชื่อว่า Manjanggul ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของเกาะเชจู ทำไมเราถึงนั่งรถจากเมืองเชจู แทนที่จะเริ่มที่ Seongsan  คำตอบคือ ตอนแรกเราไม่ได้วางแผนว่าจะไปที่นี่กัน เพียงแต่ว่ามีเวลาเหลืออีก 1 วัน ก็เลยคิดว่าไหนๆ ก็ไหนๆ ไปที่นี่แล้วกัน

รถบัสจะผ่านไปยัง Gimnyeng Beach และเราก็ลงตรงหน้าสามแยก ที่ทางขวามือชี้ไปยังถ้ำ เราสองคนก็เรียกแท็กซี่พร้อมกับคู่ชาวเกาหลีเพื่อแชร์ค่ารถแท็กซี่  ถ้ำแห่งนี้เค้าว่าเ็ป็น the longest lava tube in the world (13.4km) ด้วยคำนี้แหละ ที่เราถึงได้ตัดสินใจมา...  ภายในถ้ำจะชื้นมากและอุณหภูมิถึงขั้นหนาวทีเดียว  เราใช้เวลาเดินเล่นในนั้นอยู่ประมาณชั่วโมงกว่าๆ  แล้วก็ออกมาทานข้าวเที่ยงบริเวณหน้าปากทางเข้าของถ้ำ

Posted by: Maeil, September 16, 2006, 7:52pm; Reply: 15
และก็เดินเท้าออกมาประมาณ 10-20 นาทีก็จะถึงเขาวงกต Gimnyeong Maze ซึ่งเค้าจะปลูกต้นไม้สูงท่วมหัวแล้วทำเป็นแบบเขาวงกต ผมไปถึงก็ยื่นเงินเพื่อจ่ายค่าเข้า ซึ่งคนละ 3000 วอน พอเงยหน้าขึ้นมา อ้าว...เด็กที่มหาลัยของผมนี่นา รู้จักกันๆ  เค้าก็เลยบอกว่า เค้าทำงานที่นี่มาตั้งแต่ก่อนเข้ามหาลัยจนกระทั้งจบ รวมทั้งเป็นผู้ดูแล (ผมว่าน่าจะเป็นหุ้นส่วนด้วย) สถานที่แห่งนี้ เค้าก็เลยบอกว่าไม่ต้องจ่าย เข้าไปได้เลย... ผมและน้องพิมก็หยิบแผ่นที่แล้วก็ยืนดูสักพัก แล้วก็เดินตามเส้นทางที่คิดว่าไม่หลง ....ในระหว่างนั้น เราก็เห็นคนเกาหลีหลายคนที่หลงทาง แต่เค้าจะมีสะพานอยู่ข้างบนหัว และจะมีคนคอยบอกว่าให้ไปทางไหนบ้าง...  ผมและน้องพิมอยู่ในนี้ว่าจะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกสักหน่อย ปรากฎว่าอุณหภูมิในถ้ำทำพิษ เพราะว่าเลนส์และกล้องขึ้นฝ้าหมดเลย....ของน้องพิมขึ้นฝ้ากว่าจะหายเป็นชั่วโมงๆ เลย เล่นเอาไม่ได้ถ่ายที่เขาวงกต ส่วนของผมนั้นก็เพิ่งจะใช้งานได้ตอนที่มาถึงทางออกพอดี แย่จริงๆ....

แล้วเพื่อนผมคนนี้ก็ขับรถมาส่งที่ Bus stop หน้าปากทางเข้า เราก็ต่อรถบัสไปยัง Handock Beach ซึ่งผมก็ไม่ได้คิดจะมาเที่ยว เพียงแต่ว่าเรามีเวลาเพียงพอก็เลยแวะมาตามคำบอกกล่าวของเพื่อนเกาหลีของผม เมื่อมาถึงถึงได้รู้ว่า นี่มันหาดที่อยู่ติดกับที่พักของผมเมื่อคราวที่มาเชจูเป็นครั้งที่สอง (ลืมบอกไปว่าผมมาเกาะเชจูครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วครับ)

ชายหาดแห่งนี้ก็..ไม่มีอะไร แต่หาดทรายก็ขาวกว่าที่จุงมุนมาก นักท่องเที่ยวฝรั่งก็มีบ้าง แต่ยังไงก็สั้น สู้เมืองไทยไม่ได้อยู่ดี...

แล้วเราก็นั่งรถบัสกลับไปยังในเมืองเชจู ลงที่ Jeju National Museum เข้าไปดูว่าที่นี่มีอะไรน่าสนใจบ้าง ส่วนใหญ่ก็เป็นประวัติศาสตร์เกาะเชจู เน้นเรื่องภาษา...(จีน) สำหรับผมแล้ว ไม่น่าสนใจครับเพราะอ่านไม่รู้เรื่อง

รูปนี้เป็น Jeju National Museum
Posted by: Maeil, September 16, 2006, 7:54pm; Reply: 16
แล้วก็เลยมาที่ Sarabong ซึ่งอยู่ไม่ห่างจาก National Museum เท่าไร ประมาณ 20 นาทีโดยเท้า เพื่อไปชมอาทิตย์ตกและแวะถ่ายรูป ที่แห่งนี้จะมองลงมาเห็นท่าเรือเชจู ที่ที่ผมและน้องพิมมาถึงเกาะวันแรกนั่นแหละครับ แต่มองจากข้างบนลงมา วันนี้ท้องฟ้ามีเมฆทำให้อาทิิตย์หายเข้าไปในท้องฟ้าก่อนจะตก แต่ก็พอจะได้รูปมาบ้างนิดหน่อย

แล้วเราก็กลับที่พัก

สรุปค่าใช้จ่ายวันนี้

ค่าเดินทาง 14200 วอน

ค่าอาหาร 12300 วอน

ค่าเข้าชม 6000 วอน

รวมเป็น 32500 วอน ต่อ 2 คน

Posted by: Maeil, September 16, 2006, 7:56pm; Reply: 17
วันที่ 7

วันนี้เรียกได้ว่าไม่ได้ท่องเที่ยวอะไรเลยครับ เป็นการเดินทางอย่างเดียวล้วนๆ ซึ่งก็เรียกว่าเป็นผลจากการที่ผมต้องเลื่อนการเดินทางของทริปนี้ตั้งแต่แรกครับ  ก็คือว่า ผมตั้งใจจะแวะที่เมืองโพซองตั้งแต่วันแรกๆ แต่เนื่องจากมีงานด่วนก็เลยต้องเปลี่ยนแผนการเดินทางกระทันหัน

วันนี้ผมออกจากที่พักเพื่อไปยังท่าเรือของเกาะเชจู ปรากฎว่า...มีพายุเข้าแถวไต้หวันและส่งผลกระทบมาด้วย ทำให้เรือของผมต้องเปลี่ยนท่าเรือ (ใกล้ๆ กัน) ตอนแรกเข้าใจว่ายกเลิกเที่ยวเดินทางวันนี้...แต่พอไปสอบถามเจ้าหน้าที่ก็ทำให้ทราบว่า ยังสามารถเดินทางได้ตามปกติ..

ใช้เวลาสี่ห้าชั่วโมงถึงท่าเรือมกโพ แล้วผมก็ต่อรถแท็กซี่ไปยังบัสเทอมินอลทันที เพื่อนั่งรถบัสไปยังเมืองกวังจู (ซึ่งตอนแรกของแผนการเดินทางคือจะแวะพักที่เมืองนี้หนึ่งคืนและเที่ยวในบริเวณใกล้เคียง) แต่ผมไม่มีเวลามากนัก ก็เลยต้องนั่งรถจากกวังจูต่อไปยังเมืองโพซอง ที่เป็นที่ขึ้นชื่อในเรื่องของไร่ชาเขียวของเกาหลี ขึ้นชื่อทั้งชาเขียวและสถานที่ถ่ายทำละครเกาหลีด้วย

ใช้เวลาประมาณชั่วโมงก็ถึงเมืองโพซอง ผมก็เดินทางที่พักได้ในบริเวณบัสเทอมินอล เมืองโพซองนั้นเป็นเมืองเล็กมากๆ ครับ ดูเงียบ ผมไปถึงตอนเย็นแล้ว หลังจากได้ที่พักก็เดินไปหาร้านอาหาร และเช็คเวลาขากลับในวันพรุ่งขึ้น ปรากฎว่าต้องเดินไปค่อนข้างไกล ถึงจะหาร้านอาหารเจอ... หลังจากทานอาหารเสร็จก็แวะเข้าสถานีรถไฟเพื่อสอบถามเวลาของรถไฟในวันพรุ่งนี้ เพื่อกลับมายังเมืองซูวอน พนักงานขายตั๋วก็บอกว่ามีรถไฟเวลา 10:20 น พร้อมทั้งเขียนใส่กระดาษให้ผม แล้วก็เดินกลับไปยังที่พัก

สรุปค่าใช้จ่ายวันนี้

-ค่าที่พัก 40000 วอน

-ค่าเดินทาง 77600 วอน

-ค่าอาหาร 18850 วอน

รวมทั้งหมด 136450 วอนต่อสองคน

Posted by: Maeil, September 16, 2006, 7:58pm; Reply: 18
วันที่ 8 วันสุดท้ายของทริปนี้

ผมและน้องพิมออกจากที่พักตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าเพื่อจะนั่งรถจากท่ารถบัสของเมืองโพซองไปยัง ไรชาเขียวอันขึ้นชื่อ..ใช้เวลาเพียง 10-15 นาทีก็ถึงไร่ชา ผมก็คิดว่ามาเช้าแล้วนะครับ แต่ที่ไหนได้ เมื่อไปถึงแล้ว เห็นนักท่องเที่ยวเดินกลับออกมาจากไร่ชา และแทบทั้งหมดจะสะพายกล้องถ่ายรูปกันทั้งนั้น

วันนี้ท้องฟ้าไม่เป็นใจครับเพราะว่ามีฝนตกลงมากเล็กน้อย แต่ก็ไม่มีทางเลือกครับ ยังไงก็ต้องไปเที่ยวให้ได้..ผมเสียค่าเข้าคนละ 1600 วอน แล้วก็ต้องรีบเดินเที่ยวเพื่อที่ว่าจะได้กลับมาเก็บของออกจากโรงแรมให้ทันเวลารถไฟที่เช็คไว้ตั้งแต่เมื่อวาน

ปรากฎว่า...เมื่อเดินไปถึงสถานีรถไฟนั้น พนักงานขายตั๋วทำหน้างงๆ (คนละคนกับเมื่อวาน) แล้วบอกว่า รถไฟเวลานี้ไม่มีค่ะ รถที่จะไปเมืองซูวอนออกไปเมื่อเวลา 10:02 แล้วค่ะ...ตายเลย...มันดันเขียนกลับกันทำให้เราต้องตกรถไฟ ดีนะที่ไม่ได้ซื้อตั๋วเอาไว้...ผมและน้องพิมก็เลยเดินกลับไปยังบัสเทอมินอล (ขนาดเล็กจิ๋ว) เพื่อนั่งรถกลับไปยังเมืองกวังจู แล้วตีรถกลับมายังซูวอน

เป็นอันว่าทริปของผมก็จบลงเพียงเท่านี้ครับ

สรุปค่าใช้จ่ายวันนี้

-ค่าเดินทาง 54300 วอน

-ค่าเข้าชม 3200 วอน

-ค่าอาหาร 12600 วอน

รวมเป็น 70100 วอน ต่อ สองคน



รวมค่าใช้จ่ายตลอดทริปนี้คือ 712050 วอนต่อสองคน หรือคิดเป็นเงินไทยคือ 28482 บาทต่อสองคน (14241 บาทต่อคน)  กับเวลา 8 วันทริปทางใต้ของเกาหลี

ดังนั้นหากรวมทริปหน้าหนาวเข้าไปด้วยจะทำให้เราสองคน เที่ยวรอบเกาหลีเป็นเวลาประมาณ 20 วัน ค่าใช้จ่ายทั้งสองทริปรวมเป็น 76857 บาทต่อสองคน (ราคานี้ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน) ซึ่งจะเรียกว่าแพงหรือเปล่าผมก็ไม่แน่ใจครับ แต่ที่แน่ๆ คือ ไปเรียกได้ว่าค่อนข้างครอบคลุมกับสถานที่สำคัญๆ ในเกาหลีเกือบหมด และอาหารที่ขึ้นชื่อของเมืองนั้นๆ เราก็ได้ลองลิ้มชิมรสมาพอสมควร รวมทั้งประสบการณ์การเล่นสกีจากสองแห่งอีกด้วย...

สำหรับผมเองนั้น ยังมีสถานที่อีกหลายแห่งในเกาหลีที่ยังไม่ได้นำมาแชร์ในที่แห่งนี้เพราะเป็นการไปเที่ยวแบบไม่กี่วัน หรือไม่ไกลนัก ไม่ใช่เป็นทริปพิเศษ ยกตัวอย่างเช่น เมืองอินชอนวอมิโด เกาะคังวอนโด เมืองอูซาน สกีรีสอร์ตที่ยังจีและจีซาน เมืองอันซอง เป็นต้น...ไว้มีโอกาสจะรวบรวมและนำมาแชร์ให้ได้อ่านกันครับ

Posted by: POPPY, September 16, 2006, 8:16pm; Reply: 19
ดีงาม
รูปสวยที่สุด
เห็นแล้วอยากไป
Posted by: JK..LSKY, September 16, 2006, 10:39pm; Reply: 20
รูปสวยมาก....ครับ

เห็นแล้วก็อยากไป (อยากถ่ายรูปได้สวยแบบนี้ด้วย)
Posted by: oriental_p, September 16, 2006, 11:10pm; Reply: 21
ขอบคุณครับ
รุบสวย
แพคเกจน่าเที่ยวมากเลยคับ
แถมเปงแบบเพคเกจสองคนด้วย
อิอิ
Posted by: Yoso, September 17, 2006, 3:29pm; Reply: 22
ถ่ายรูปสวยเหมือนเคยครับ  เปลี่ยนรุ่นหรือยังิ หรือยังใช้ 70D เหมือนเดิมครับ
แพคเกจสองคนนี้น่าสนครับ แต่ยังหาคนไปด้วยมะได้ หรือว่าจะชวนคุณเอ๊ะไปดีหว่า อิอิ
Posted by: porinter, September 17, 2006, 3:38pm; Reply: 23
ขอบคุณครับ  ... รูปสวยดีครับ  ;D
Posted by: Maeil, September 17, 2006, 4:54pm; Reply: 24
Quoted from Yoso
ถ่ายรูปสวยเหมือนเคยครับ  เปลี่ยนรุ่นหรือยังิ หรือยังใช้ 70D เหมือนเดิมครับ
แพคเกจสองคนนี้น่าสนครับ แต่ยังหาคนไปด้วยมะได้ หรือว่าจะชวนคุณเอ๊ะไปดีหว่า อิอิ


ขอบคุณครับที่จำได้  ครั้งนี้ใช้ D200 ถ่ายครับ ส่วนกล้องเก่านั้นเพิ่งปล่อยไปเมื่อเดือนที่แล้วเองครับ... ;D
Posted by: kift, September 17, 2006, 10:47pm; Reply: 25
ขอบคุณคร๊าบบ
Posted by: mYcAlLnAmEiSbEaU, September 18, 2006, 1:57am; Reply: 26
โอ..แม่ขา
ถ่ายรูปได้สวยมากๆเลยค่า
เห็นแล้วอยากไปจัง..
แต่ไม่มีคนไปด้วยอ่า..แย่จังเลย
Posted by: DER JUNGER CGN, September 18, 2006, 4:43am; Reply: 27
สุดยอดของการถ่ายภาพ ขอรบกวนอีกครั้งครับ ใช้กล้องยี่ห้อ และ รุ่นอะไรครับ
Posted by: adisak, September 18, 2006, 5:15pm; Reply: 28
ถ่ายภาพได้สวยมากๆ เลยครับ
มีโอกาสจะตามไปครับ
Posted by: Madam_X, September 19, 2006, 10:16am; Reply: 29
Quoted from Yoso
ถ่ายรูปสวยเหมือนเคยครับ  เปลี่ยนรุ่นหรือยังิ หรือยังใช้ 70D เหมือนเดิมครับ
แพคเกจสองคนนี้น่าสนครับ แต่ยังหาคนไปด้วยมะได้ หรือว่าจะชวนคุณเอ๊ะไปดีหว่า อิอิ


เมื่อไหร่ดีคะ ??? พร้อมเดินทางตลอดนะจ๊ะ ขอบอก ฮี่ ๆ ;D

คุณพระช่วย !!!  D200 นี่มันมหัศจรรย์ถึงเพียงนี้เชียวรึ ???
แล้วถ้าเป็น D2X ล่ะมันจะขนาดไหนเนี๊ยะ !!!

ถ่ายรูปได้สวยงามวิจิตรมากมายค่ะ

Posted by: Matrix, September 20, 2006, 12:10am; Reply: 30
รูปสวยมาก รายละเอียดเยี่ยม ขอบคุณครับ

ป.ล. ตามไปเยี่ยมที่ Homepage แล้วนะครับ
Posted by: AhEiSeu, September 23, 2006, 12:06am; Reply: 31
bear museum น่าไปสุดๆเลยครับ เจจูก็น่าไป

เจอรูปสวยๆแบบนี้จากที่ชอบกลายเป็นชอบมากๆ

ขอบคุณมากครับ

(อยากไปแบบนี้บ้างจังเลยครับ กวองจูน่าเที่ยว)
Posted by: Jclass_Flyer, September 24, 2006, 3:49pm; Reply: 32
ถ้ายรูปได้สวยมากๆๆๆๆๆครับ ขอบคุณมากๆครับสำหรับรีวิวสวยๆอย่างนี้ ;D
Posted by: GanBladE, December 12, 2006, 8:09am; Reply: 33
รูปสวยมากครับ ขอบคุณมากสำหรับรีวิว :o
Posted by: kikz, November 19, 2007, 11:34am; Reply: 34
อยากไปคระ แต่ว่าไม่มีเพื่อน ไคสนใจก็เม้นไว้นะคระ จะได้คุยกัน ว่าจะไปช่วงธันวา2007 ไม่ก็ต้นๆปี2008อ่าคระ
เที่ยวบ้าง แต่อยากช๊อปด้วย ได้ข่าวว่าเสื้อผ้าสวยๆเยอะ  :K)  
คุณสมบัติส่วนตัว เปนคนมีความอดทนคระ backpackได้เลยนะ ยังไงก็เม้นกานไว้ละกานเนอะ
ขอบคุณคระ
Posted by: koipotter, December 15, 2007, 5:06pm; Reply: 35
โห ถ่ายรูปได้สวยมั่กมากค่ะ เห็นแล้วอายเลย
Posted by: vimonphan, May 4, 2008, 7:58pm; Reply: 36
ถ่ายรูปได้สวยงามมากเลยค่ะ เป็นตากล้องเหรอเปล่าคะ ไปเกือบทุกที่ในเกาหลีเลยหรือเปล่าค่ะเนี่ย ส่วนใหญ่จะเห็นจากในหนังทั้งนั้นเลยนะเนี่ย(woot)
Posted by: Gena, May 4, 2008, 9:27pm; Reply: 37
ภาพสวยมากๆน่าไปเนอะ ^ ^
Posted by: Safin29, May 5, 2008, 10:32am; Reply: 38
คุณ Maeil เค้าเป็นช่างภาพและเขียนหนังสือท่องเที่ยวชื่อ เอะอะก็เที่ยวเกาหลี ของสำนักพิมพ์แบกเป้อ่านครับ
Posted by: KittyKitty2007, May 5, 2008, 10:58am; Reply: 39
ถ่ายรูปสวยมากครับ(hhelpme)
Posted by: kisacy, May 20, 2008, 6:24pm; Reply: 40
ขอบคุณค่ะไปช่วงนี้สีสันเยอะดี
Posted by: saoguide, May 20, 2008, 7:02pm; Reply: 41
สวยขาดใจเลยค่ะแต่ละรูป โอ้โห..สุดยอดมากๆ


ถ้าได้แบ็คแพ็คไปเกาหลี จะขอไปปรึกษานะคะ
Posted by: Chang, June 24, 2008, 1:19pm; Reply: 42
Quoted from Madam_X


เมื่อไหร่ดีคะ ??? พร้อมเดินทางตลอดนะจ๊ะ ขอบอก ฮี่ ๆ ;D

คุณพระช่วย !!!  D200 นี่มันมหัศจรรย์ถึงเพียงนี้เชียวรึ ???
แล้วถ้าเป็น D2X ล่ะมันจะขนาดไหนเนี๊ยะ !!!

ถ่ายรูปได้สวยงามวิจิตรมากมายค่ะ



D อะไรไม่สำคัญ
ที่สำคัญคือ..... ฝีมือ..D..ครับ
เยี่ยมจริงๆ
Posted by: fafa, August 2, 2008, 8:31am; Reply: 43
รูปสวยมากคับ ถ่ายรูปเก่งจังคับ ;)
Posted by: Ratchaphum, October 27, 2008, 10:06am; Reply: 44
ภาพสวยครับ  :) สถานที่งดงาม น่าเที่ยวครับ  :)
Posted by: fongfeng, November 13, 2008, 12:16pm; Reply: 45
amazingมากค่ะ
รูปสุดยอดจริงๆ
Posted by: lala, November 13, 2008, 2:25pm; Reply: 46
มีราคาค่าใช้จ่ายด้วย...ขอบคุณนะค่ะ..รูปสวยจัง..(h39)
Print page generated: November 23, 2008, 8:43pm