รีวิวท่องเที่ยวเกาหลี (Korea) โดย Maeil

HFlight.net จองโรงแรม สายการบิน ท่องเที่ยว การเดินทาง  /  Korea Travel Guide  /  รีวิวท่องเที่ยวเกาหลี (Korea) โดย Maeil
Posted by: Maeil, February 7, 2006, 7:05pm
Winter in my heart ตอนที่ 1

และแล้วผมก็ได้กลับมาจากการเดินทางเกือบสองอาทิตย์ในเกาหลี ไปมาเกือบทั่วทุกจังหวัดของเกาหลีเลยยกเว้น เชจูโดและ Jeollanamdo เท่านั้น (แต่จังหวัดในเกาหลีมันใหญ่อ่ะ ไปเพียงหนึ่งถึงสองเมืองเท่านั้นในแต่ละจังหวัด อุอุ) แต่สองจังหวัดที่เหลือนั้นใช่ว่าผมไม่เคยไป...ไปมาแล้วเมื่อปีที่แล้วแต่ยังไม่มีเวลามาเขียนในบล๊อค อิอิ

อับเดทข้อมูลวันที่หนึ่ง

ผมตื่นมาตั้งแต่เช้าเพราะว่าต้องจัดกระเป๋าเตรียมตัว แล้วก็รีบออกจากเมืองซูวอนไปยังโซลเพื่อไปจองตั๋วรถไฟสำหรับวันรุ่งขึ้น ไปถึงโซลก็สิบโมง สิบเอ็ดโมงเช้าก็ไปซื้อตั๋วรถไฟที่สถานีรถไฟ Cheongnyangni เพื่อที่จะมุ่งหน้าไปนามิซอมในวันรุ่งขึ้น รวมทั้งมองหาที่พักใกล้ๆ กับสถานีรถไฟด้วยจะได้ไม่ต้องตื่นเช้ามากนัก

หลังจากนั้นบ่ายๆ ก็ไปสถานทูตไทยเพื่อติดรถสถานทูตไปสนามบินอินชอน เพราะผมได้แจ้งไปทางสถานทูตว่าแฟนผมจะมาเกาหลีหากมีปัญหาอะไรขอให้ทางสถานทูตช่วยเหลือ อุอุ (ใช้เส้นใหญ่เข้าช่วย...แต่ห้ามเลียนแบบนะครับ เพราะว่าสถานทูตรู้จักคุ้นเคยและสนิทกับผมพอสมควร) ท่านอัครราชทูตที่ปรึกษา เป็นผู้ขับรถพาไปสนามบินด้วยตนเอง (จริงๆ แล้วท่านไปรับลูกชายที่มาเที่ยวบินเดียวกับแฟนผม โชคดีจริงๆ)

รอไม่นานนักแฟนผมก็ออกจากประตูทางออกมาได้อย่างสบายๆ ไม่ติดปัญหาอะไรเลย ผมก็ถามว่า อ้าว พี่ไก่หละ (ท่านอัครราชทูตที่ปรึกษา) ไม่ได้ออกมาพร้อมกันหรอ พิม (แฟนผม) ก็บอกว่า เปล่า ไม่เห็นมีใครไปรับข้างในเลย (ลืมบอกไปว่าพี่ไก่สามารถเข้าไปรับคนถึงข้างในได้) สักพักพี่ไก่ก็เดินมาหาผมบอกว่า คนเยอะเลยหาไม่เจอ แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะว่าออกมาได้สบายๆ อยู่แล้ว

หลังจากนั้นผมก็นั่งรถลีมูซีนจากสนามบินอินชอนไปซูวอนเพื่อไปเอากระเป๋าของผมและเก็บกระเป๋าของพิมไว้ที่นั้น โดยแบ่งเสื้อผ้าสำหรับเที่ยวรอบเกาหลีไว้บางส่วนเท่านั้น
(เดินทางโดยลีมูซีนจากสนามบินทำอย่างไร ให้ลองหาดูใน ท่องเที่ยวเกาหลี ที่ผมเขียนไว้นะครับ)

แล้วก็รีบนั่งรถเมล์จากซูวอนไปยัง Cheongnyangni กว่าจะถึงก็สามทุ่มกว่าๆ เหนื่อยจริงๆ หาที่พักใกล้ๆ กับสถานีได้ในราคา 25000 วอน ห่างจากสถานีเพียง 200 เมตรเท่านั้น

สรุปค่าใช้จ่ายวันแรก (วันที่ไม่อาจนับว่าเป็นวันท่องเที่ยวก็เป็นได้นะครับ เพราะว่าพิมมาถึงตอนเย็นแล้ว ยังไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลย)

ค่ากิน 13000 วอน
ค่าเดินทาง 7000 วอน
ค่าที่พัก 25000 วอน
อื่นๆ 11500 วอน

เฉลี่ย 28250 วอนต่อคน

Tip
1. ผมแวะซื้อ T-Money จากร้านขายของชำเล็กๆ ที่เห็นเกลื่อนเมืองมาในราคา 1500 วอนแล้วก็เติมเงิน 10000 วอนเข้าไปสำหรับพิม T-Money จะใช้สำหรับรถไฟฟ้าหรือรถเมล์ในโซลหรือบริเวณใกล้เคียงเพื่อความสะดวกและประหยัดขึ้นเล็กน้อย
2. การหาโรงแรมในเกาหลีนั้น ผมขอสรุปคร่าวๆ สำหรับคนที่ต้องการประหยัด ดังนี้
โรงแรมราคาถูกมักถูกตั้งชื่อว่า ยอกวาน (여관) มีราคาต่ำกว่า 30000 วอน โดยมักจะเป็นโรงแรม Love motel นั่นเอง ห้องจะเล็กๆ ห้องน้ำอาจมีในตัวหรือต้องใช้ห้องน้ำรวมก็ได้ ขึ้นอยู่กับราคา ดังนั้นคุณสามารถหาที่พักในราคาเพียง 20000 วอนหรืออาจจะต่ำกว่านั้นก็ยังได้ หากไม่เกี่ยงเรื่องที่พักว่ามันจะไม่ดูหรูหรา ต่อมาโรงแรมที่ดูดีขึ้นมาหน่อยก็ใช้คำว่า Motel (모텔) ราคาก็อยู่ประมาณ 30000 วอนขึ้นไป โดยการเที่ยวครั้งนี้ของผม ผมวางแผนที่พักเอาไว้ในราคาประมาณ 30000 วอนเท่านั้น ซึ่งเฉลี่ยทุกที่แล้วก็เป็นไปตามที่วางแผนเอาไว้
ที่พักเหล่านี้จะอยู่ตามสถานีรถบัสในทุกๆ เมืองหาง่ายและมีเยอะมาก ดังนั้นไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเรื่องจะไม่มีที่พัก (ยกเว้นบางฤดูและบางที่)

สำหรับที่พักราคา 30000 วอนนั้น ผมว่าโอเคสำหรับผมแล้ว เพราะมีอุปกรณ์ที่ต้องการเพียงพอสำหรับพักเพียงระยะสั้น บางแห่งจะมีไดรเป่าผมให้ และจะมีสบู่จัดให้พร้อม..

แต่หากคุณจะอยู่แค่ในโซลเท่านั้น ราคาที่พักก็จะถูกลงมาอีกเพราะว่าคุณจะพักแค่ที่เดียวแต่หลายคืนดังนั้นสามารถต่อรองราคาได้อีกด้วย ที่พักในโซลที่เหล่านักท่องเที่ยวแบบ Backpacker ไปพักมักจะอยู่บริเวณ คยองบกกุง หรือ จงโน 3 ก้า ซึ่งจะมีที่พักในราคาที่ต่ำกว่า 30000 วอนต่อคืน บางแห่งราคาเพียง 20000 วอนเศษๆ บวกลบนิดหน่อย ขึ้นอยู่กับว่าพักกี่คืน
3. เรื่องอาหารการกิน มีคนเมลล์มาถามผมว่าค่าใช้จ่ายเรื่องกินเรื่องที่พักที่เกาหลีเท่าไร ผมบอกว่าขึ้นอยู่กับคุณจะอยู่แบบยาจกหรือว่าแบบคนมีเงินอยู่...อาหารที่เรียกว่าอาหารจานเดียวที่เกาหลีราคาประมาณ 4000-6000 วอน บางแห่งก็ถูกกว่า 4000 วอน แต่หากกินแบบชุดใหญ่หน่อยราคาก็แพงกว่า 6000 วอน หรือหากกินแต่กิมบับกับนมอย่างเดียวก็ 2500 วอนก็อยู่ได้ ผมเห็นบางคนที่เรียกว่า Backpacker ไปเที่ยวต่างประเทศแล้วบอกว่าใช้จ่ายเพียงเท่านั้นเท่านี้ จริงๆ แล้วผมอยากให้แยกเรื่องที่พัก และค่าอาหารออกจากค่าเที่ยวเพราะสองอย่างนี้อยู่ที่ว่า คุณจะเลือกกินเลือกอยู่อย่างไร บางครั้งคุณมาถึงต่างประเทศแต่กินอาหารแบบพื้นๆ ไม่ใช่อาหารแบบดั้งเดิมมันก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายเหมือนกัน ...

Posted by: Maeil, February 7, 2006, 7:08pm; Reply: 1
Winter in my heart ตอนที่ 2

หลังจากได้จองตั๋วรถไฟไป Gapyoung ตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้เลยไม่ได้เร่งรีบมากนัก ไปถึงสถานีก่อนเวลาเล็กน้อย ผมออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืด อาทิตย์ยังไม่โผล่เลย เพื่อที่ว่าจะได้ไปเที่ยวได้หลายแห่งหน่อย

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงกับ 20 นาทีก็ไปถึงสถานีจุดหมายปลายทาง แล้วต่อรถแท็กซี่ไปเกาะนามิ ผมเคยได้ลงรายละเอียดเอาไว้บ้างแล้วที่ไหนสักแห่งในบล๊อค http://maeil.bloggang.com

วันที่ไปนามิซอมนั้น ท้องฟ้าไม่แจ่มใส ขมุกขมัวมาก น่าเสียดายอีกอย่างคือหิมะ...ไม่มีทั้งๆ ที่เพิ่งตกไปเมื่อไม่กี่วันก่อน แสดงว่าตกเพียงเล็กน้อยเท่านั้นแล้วก็ละลายไปหมดแล้ว... ผมเดินเที่ยวอยู่ประมาณ 3 ชั่วโมงก็เรียกแท็กซี่กลับไปยังสถานีรถบัส Intercity Bus Terminal ที่อยู่ไม่ห่างไปจากสถานีรถไฟมากนัก (ออกจากสถานีรถไฟไปทางซ้ายเจอแยกแล้วเลี้ยวขวาเดินไปประมาณ 200-300เมตรก็ถึงแล้ว)...จริงๆ แล้วมีรถเมล์จากนามิซอมไปยังสถานีรถบัสด้วยเพียงแต่ว่านานๆ จะมาสักทีแล้วค่าแท็กซี่ก็อยู่ในราคายอมรับได้ (ไม่ใช่ว่าผมอยากนั่งแต่แท็กซี่นะครับ เพียงแต่ว่าบางครั้งมันสะดวกกว่าและบางครั้งเมื่อคิดราคาแล้วก็ใกล้เึคียงกับราคาค่ารถเมล์ด้วยซ้ำ)

Posted by: Maeil, February 7, 2006, 7:10pm; Reply: 2
แล้วก็ซื้อตั๋วรถบัสไปยังเมืองชุนชอน ตลอดเส้นทางไปชุนชอนนั้น รถจะขับเลียบไปกับภูเขาและแม่น้ำที่เป็นน้ำแข็งไปแล้ว ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก็ถึง ค่้าใช้จ่ายเพียง 2100 วอนต่อคนเท่านั้น (เคยอ่านเจอว่ามีคนไทยเีรียกแท็กซี่จากชุนชอนไปนามิซอม....ในราคาประมาณ 30000 วอน อุอุ...คนรวยมาเที่ยวก็อย่างนี้แหละนั่งแต่แท็กซี่ไม่เคยนั่งรถเมล์)

เมื่อถึงสถานี Chuncheon Intercity Bus มี i (Tourist Information Center) อยู่ หากจะถามทางหรือที่พักก็สามารถใช้บริการของ i ได้นะครับ เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่พูดอังกฤษได้บ้าง บางคนก็พูดได้ถึงขั้นดีมาก ...ผมได้จองรถเมล์จาก Chuncheon ไปยัง Sokcho สำหรับวันรุ่งขึ้น

แล้วก็แวะหาอะไรทานเป็นมื้อเที่ยง แล้วก็หาโรงแรมเข้าพัก ที่เมืองนี้เนื่องจากสถานีรถบัสคงจะสร้างใหม่ทำให้มีโรงแรมบริเวณแถมสถานีไม่มาก และดูๆ แล้วค่อนข้างหรู ราคาคงสูง...ผมเลยให้ทางร้านอาหารที่ไปกินตอนเที่ยงโทรศัพท์สอบถามที่พักที่ผมจดเอาไว้ว่าอยู่ที่ไหนจะได้ใช้บริการแท็กซี่ได้สะดวก...ปรากฎว่าบริเวณที่มีโรงแรมและยอกวันเยอะมากๆ นั้นตั้งอยู่ที่สถานีรถบัสเก่าซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่ได้ใช้แล้ว (ค่าแท็กซี่จากหน้าสถานีรถบัสใหม่ ไปยังโรงแรมเพียง 1700 วอน ซึ่งถูกกว่านั่งรถเมล์ 2 คนอีก)

เอากระเป๋าเก็บเข้าที่โรงแรม แล้วก็เรียกแท็กซี่ไปยังเกาะจุงโด สถานที่ถ่ายทำภาพยนต์ของเกาหลีบางเรื่อง... ทำไมต้องเรียกแต่แท็กซี่หละ..ก็เพราะว่าไม่มีรถเมล์ผ่านไปยังเกาะจุงโดหนะสิครับ เลยจำใจต้องใช้บริการแท็กซี่ ...

จ่ายค่าเรือข้ามไปยังเกาะแล้วก็เดินเล่นที่นั่นประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งก็รอบแล้ว ...บอกตามตรงเลยครับว่า ไม่มีอะไรน่าสนใจ เป็นเพียงสวนสาธารณะกว้า่งๆ มีสถานฟุตบอลและที่พักผ่อน...ที่นี่ไม่แนะนำให้มาครับ เสียเวลา

หลังจากนั้นก็ไปเดินเล่นที่ชุนชอนเมียงดง ก็เป็นอีกแห่งที่เป็นที่ถ่ายทำภาพยนต์ ที่นี่ก็เหมือนกับเมียงดงที่โซลเพียงแต่ว่าเล็กกว่าเยอะ มีเพียงถนนสายหลักเพียงสายเดียวและไม่ยาวเท่าโซลเมียงดง
Posted by: Maeil, February 7, 2006, 7:11pm; Reply: 3
ผมและพิมก็เดินกลับจากชุนชอนเมียงดงไปยังโรงแรมที่พัก ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที เพราะถือว่า เดินเล่นชมเมืองชุนชอนว่าเป็นอย่างไร เมืองชุนชอนก็เหมือนเมืองเล็กๆ ที่ไม่ได้ใหญ่มาก ระหว่างทางกลับนึกขึ้นได้ว่าที่นี่มีอาหารที่ขึ้นชื่อคือ ทักกัลบี (เนื้อไก่ผัดซอสสีแดง) เราสองคนก็เลยจะลองทานดูว่ารสชาติจะอร่อยแค่ไหน ณ เมืองต้นตำหรับ...

ทักกัลบี ที่นี่รสชาติก็เหมือนกับที่ผมเคยกินที่ซูวอนไม่ได้แต่ต่างกันเลย ...ไม่ต้องถ่อมากินถึงที่นี่ก็ได้มั้ง...

แล้วก็เข้าพักที่โรงแรม วันนี้เป็นไปตามโปรแกรมที่วางเอาไว้

สรุปค่าใช้จ่ายวันนี้

ค่ากิน 27000 วอน
ค่าเดินทาง 63200 วอน
ค่าที่พัก 30000 วอน

เฉลี่ย 60100 วอนต่อคน


Tip
1. จำเบอร์สำคัญเอาไว้คือ 1330 เป็นเบอร์ท่องเที่ยวเกาหลี หากหลงทาง ถามทางหรืออะไรที่เกียวกับการท่องเที่ยวในเกาหลีใช้เบอร์นี้เบอร์เดียวทุกที่ (แต่ว่าต้องกดรหัสเมืองด้วยนะครับเช่น 02 สำหรับโซล แต่ว่าหากไม่จำก็กดไปที่โซลก่อนแล้วถามเอาก็ได้สะดวกดี)
Posted by: Maeil, February 7, 2006, 7:14pm; Reply: 4
Winter in my heart ตอนที่ 3

วันนี้ต้องตื่นเช้าเพราะว่าจะต้องนั่งรถบัสจากเมืองชุนชอนไปยังเมืองซกโช (ที่ตั้งของซอรักซานทางตะวันออก) รถบัสออกเวลา 06:15 น. ผมแวะซื้อโฮบปัง (ซาลาเปา) มากินเป็นอาหารเช้าระหว่างรอรถ คนขายก็เดินมาชวนคุยเป็นภาษาอังกฤษบ้าง ภาษาเกาหลีบ้างปนกัน คุยกันสักพักเค้าก็บอกว่า รถมาแ้ล้วไปขึ้นรถได้เลย

รถบัสเดินทางผ่านเมืองชุนนัม-อิืนเจ-ยังยัง-ซกโช ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ระหว่างทางนั้นจะผ่านซอรักซานฝั่งตะวันตกและเลียบไปยังหุบเขา บางครั้งก็ไต่ขึ้นมาที่ยอดเขาบ้าง เราจะเห็นหิมะมากบ้าง น้อยบ้างดูแล้วสวยงามมาก หากได้มาในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ผมว่าสวรรค์เลยครับ

เมื่อมาถึง Sokcho Intercity Bus Terminal ผมก็หาที่พักใกล้ๆ สถานีรถบัสเลย เท่าที่เห็นคาดว่าจะมีประมาณ 4-5 แห่งที่อยู่ใกล้ๆ ตอนแรกก็กะจะประหยัดเงินด้วยการอยู่ที่ยอกวาน (ราคาเพียง 15000-20000 วอน เท่าันั้น) แต่ไปยืนเคาะกระจก เดินไปดูห้อง ก็ยังไม่มีเจ้าของออกมาต้อนรับ ทำให้เราตัดสินใจเดินไปตรงข้าม ไปอยู่ Motel ราคา 30000 วอน สภาพค่อนข้างดี มีลิฟท์ภายใน รร.

หลังจากเก็บกระเป๋าแล้วก็เดินออกมารอรถบัสสาย 7 หรือ 7-1 เพื่อไปซอรักซาน วันนี้รถติดมาก คงเป็นเพราะว่าเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ทำให้มีผู้คนออกมาเที่ยวมากมาย..วันนี้ท้องฟ้าไม่สวยมีแต่สีขาวเต็มท้องฟ้าแต่เราเลือกไม่ได้ ไหนๆ ก็มาแล้วก็ต้องไปให้ถึงจุดหมายปลายทาง

Posted by: Maeil, February 7, 2006, 7:14pm; Reply: 5
สำหรับเที่ยวซอรักซานในวันนี้ ผมได้ขึ้นกระเช้าราคาคนละ 8000 วอน เพื่อไปดูซอรักซานจากเบื้องบน โชคดีที่ผมซื้อเหล็กติดรองเท้ามาด้วยทำให้การเดินบนหิมะที่ค่อนข้างลื่นสะดวกมากขึ้น ผมใช้เวลาอยู่ข้างบนนานประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วกลับลงมาเดินไป Shiheungsa แล้วไปต่อที่ Biseondae ตอนแรกว่าจะไปอุซานบาวี แต่คิดไปคิดมาผมมีเวลาไม่มากสำหรับวันนี้และที่อุซานบาวีนั้นผมก็เคยไปปีนมาแล้วก็เลยคิดว่า ไปในที่ที่ไม่เคยไปดีกว่า
Posted by: Maeil, February 7, 2006, 7:16pm; Reply: 6
ขากลับจากซอรักซานแวะลงที่ Tower Expo เพื่อหวังว่าจะได้ขึ้นไปชมเมืองซกโชจากด้านบน แต่ก็ต้องผิดหวังเนื่องจากปิดทำการและจะเปิดอีกครั้งเดือน กพ. เลยไปนั่งกินข้าวที่อยู่ใกล้ๆ กับหอคอย สั่งอาหารที่มีชื่อว่า อยัก-สุ-ทอล-ซอท-จอง-ซิก เมื่ออาหารมาถึง โอโห้ อลังการมากมีไซด์ดิสเยอะมากๆ เต็มโต๊ะเลย

เมื่อทานอิ่มแล้วก็กลับที่พัก

สรุปค่าใช้จ่ายวันนี้
ค่าเดินทาง 7900 วอน
ค่ากิน 23300 วอน
ค่าที่พัก 30000 วอน
ค่าเข้าและกระเช้า 22800 วอน

เฉลี่ย 42000 วอนต่อคน
Posted by: Maeil, February 7, 2006, 7:17pm; Reply: 7
Winter in my heart ตอนที่ 4

วันนี้ตอนแรกผมวางแผนไว้ว่าจะตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นเพียงคนเดียวเพราะว่าต้องตื่นตั้งแต่เช้า และปล่อยให้พิมนอนไปก่อนแล้วค่อยปลุกตอนประมาณ 08:00 น. แต่หลังจากได้คุยกันแล้วตกลงว่า ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วยกันที่ Sorak sunrise ซึ่งตั้งอยู่ตรง 3 แยกทางเข้าสู่ซอรักซาน

ผมรีบออกไปตั้งแต่เช้ากลัวว่าจะไม่ทันดูเนื่องจากที่พักห่างจาก Sorak sunrise ประมาณ 10-15 นาที โชคดีตรงที่ว่ารถเมล์สาย 7 และ 7-1 ออกทำงานเร็ว ก็เลยไปทันเวลา

ที่นี่เป็นที่นิยมในการมาดูพระอาทิตย์ขึ้นแห่งนึงในเกาหลี และอีกแห่งที่ผมเคยไปคือ ชองดงจิน (ลองหาดูในบล๊อคนะครับ เขียนเอาไว้แล้ว) ผู้คนมาชมกันค่อนข้างมาก และยังมีทัวร์มาลงอีกด้วย ตอนแรกผมเข้าใจว่าเป็นพวกทัวร์คนไทยหรือจีนมั้ง (เห็นไกลๆ) พอมาใกล้ๆ ถึงได้รู้ว่าเป็นทัวร์เกาหลีเองที่มาลง

Posted by: Maeil, February 7, 2006, 7:18pm; Reply: 8
หลังจากนั้นได้นั่งรถสายเดิม ไปซอรักซานอีกครั้ง (เสียค่าเข้าอีกครั้งด้วย) แต่ทำไงได้ก็ผมยังเที่ยวไม่หมดนี่นา วันนี้ท้องฟ้าแจ่มใสพอสมควร ผมเลยเดินไปที่วัดเมื่อวานนี้ไปถ่ายรูปใหม่ แล้วก็เดินไปยังน้ำตก Biryongpokpo เส้นทางนี้ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมาเดินเท่าไร ยิ่งนักท่องเที่ยวไทยยิ่งน้อยเพราะว่าทัวร์ไทยพามาลงแค่เวลาจำกัด เท่าที่เห็นส่วนมากนักท่องเที่ยวไทยจะไปขึ้นกระเช้า ไปดูวัดและไปอุซานบาวีเท่านั้น
Posted by: Maeil, February 7, 2006, 7:19pm; Reply: 9
สิ่งที่สวยงามของน้ำตกนี้ ไม่ใช่อยู่ที่น้ำตก เพราะว่ามันเป็นน้ำแข็งไปเสียแล้ว แต่ที่สวยนั้นคือ เส้นทางระหว่างเดินไปน้ำตก.. ซึ่งมีสะพานเหล็กเป็นทางระหว่างหุบเขาและสายน้ำ ตรงนี้เองครับ ที่สวยงาม (และเช่นเดิม หากได้ไปช่วงฤดูใบไม้ร่วงคงสวยกว่านี้แน่นอน) ผมใช้เวลาเดินทางไป-กลับ น่าจะประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ แล้วกลับมายังลานกว้างที่ซอรักซาน กินอาหารเที่ยงเอาแรง เพื่อเดินทางไปยังเมืองคังนึง

ผมกลับไปยังที่พักเพราะอยู่ติดกับสถานีรถบัส แล้วก็ไปซื้อตั๋วเพื่อไปเมืองคังนึง ค่าโดยสารค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับระยะทางแต่ก็ไม่มีทางเลือก จำใจต้องจ่าย...ผมไปถึงคังนึงประมาณบ่าย 3 แล้วเดินไปยัง i เพื่อสอบถามว่าผมมีเวลาเพียงครึ่งวันบ่ายนี้ผมจะไปไหนได้บ้างและให้ทาง i หาโรงแรมให้

โรงแรมที่ i หาให้นั้นอยู่ตรงข้ามกับสถานีรถบัสอีกแล้วครับ (เพราะผมบอกว่าขอที่ใกล้ๆ ไม่อยากเดินไกลและราคาไม่เกิน 30000 วอน) โรงแรมแห่งนี้หรูหราเกินราคา 30000 วอน Highly recommend สำหรับผมไปเลยครับ โรงแรมมีชื่อว่า Olivia Motel
Posted by: Maeil, February 7, 2006, 7:20pm; Reply: 10
เอากระเป๋าไปเก็บแล้วนั่งรถเมล์ไปยัง Ojukheon ใช้เวลาเดินใน Ojukheon ประมาณชั่วโมงครึ่งก็รอบแล้ว เวลาตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว ผมเลยนั่งรถเมล์กลับมาที่สถานี Bus Complex กินอาหารเย็นคือ บุเดชิเก แถวๆ นั้นแล้วก็กลับไปพักผ่อนที่โรงแรม

อาหารเย็นมื้อนี้ราคาก็ 12000 วอนต่อ 2 คน ไม่ถูกแต่ก็ไม่แพงครับ (ไม่ได้กินแบบยาจกแต่ก็ไม่ได้กินแบบหรูหรา)

ที่เมืองคังนึงนั้นจะมีชายหาดที่เป็นฉากถ่ายทำละครเกาหลีหลายเรื่อง ซึ่งห่างจากเมืองคังนึง 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง แต่สำหรับผมแล้ว ไม่ได้ให้ความสนใจที่จะไปเที่ยวตรงนี้ด้วยเหตุผลที่ว่า ชายหาดเกาหลีมันไม่สวย หากคุณอยากเห็นชายหาดขาวยาว ก็ฝันไปเถอะครับ เมืองไทยสวยกว่าเยอะ เคยอ่านเจอว่าคนไทยบางคนมาตามละครเพื่อจะไปชายหาดเหล่านี้ (นั่งแท็กซี่จากเมืองคังนึงไปยังชาดหาดที่ห่างออกไปตั้งเกือบชั่วโมง...รวยกันจริงๆ) ...สำหรับผมแนะนำว่า เสียเวลาครับ ไปในที่ๆ สมควรไปหรือมีคุณค่าต่อการไปมากกว่าชายหาดเหล่านี้ ดังนั้นผมถึงได้เลือกไป Ojukheon มากกว่า

สรุปค่าใช้จ่ายวันนี้
ค่าเดินทาง 19100 วอน
ค่าเข้า 10800 วอน
ค่ากิน 30500 วอน
ค่าที่พัก 30000 วอน

เฉลี่ย 45200 วอนต่อคน
Posted by: Maeil, February 7, 2006, 7:22pm; Reply: 11
Winter in my heart ตอนที่ 5

ตัดภาพมาที่ที่พัก วันนี้ผมและพิมก็ตื่นเช้าเพื่อเตรียมตัวไปเล่นสกีครับ ..สำหรับผมแล้ว วันนี้แค่ตั้งใจจะไปถ่ายรูปที่ยงเพียงสกีรีสอร์ตไม่ได้คิดเรื่องเล่นสกีเท่าไร แต่สำหรับพิมนั้น ผมบอกไปเลยว่า วันนี้จะให้เล่นสกี..ซึ่งก็เป็นครั้งแรกของพิมเค้า หวังว่าเค้าคงประทับใจ

ตอนแรกผมเช็คเวลาและสถานที่ขึ้นรถ Shutter Bus ฟรีจากการอีเมล์ไปสอบถามที่ยงเพียงสกีรีสอร์ต แต่ผมได้ข้อมูลใหม่จาก i ทำให้ผมไม่ต้องเดินไกลเพื่อไปขึ้นรถบัส.. รถ Shutter Bus มารอรับที่หน้า Bus Terminal เลยครับ ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงก็มาถึงยงเพียงสกีรีิสอร์ต รีสอร์ตที่เค้าว่ากันว่าสวยติดอันดับของเกาหลีเลยทีเดียว

ตอนแรกคาดหวังว่าที่รีสอร์ตจะเหมือนกับที่ฟินิกซ์สกีรีสอร์ตที่มีร้านเช่าอุปกรณ์สกีข้างหน้าให้เป็นทางเลือกในการเช่าชุดและอุปกรณ์ในราคาถูก...ผิดคาดครับ ที่นี่แทบจะไม่มีร้านแบบนั้นเลย ตัวรีสอร์ตอยู่ห่างเข้าไปในหุบเขาลึก ... ดังนั้นผมจึงจำใจที่จะต้องเช่าอุปกรณ์จากที่รีสอร์ตเลย ซึ่งก็แพงมาก...

ที่นี่เจ้าหน้าที่สามารถพูดอังกฤษได้ไม่มากก็น้อย ดังนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องการเช่าอุปกรณ์ครับ สบายๆ (เคยอ่านเจอคนไทยที่มาเที่ยวและพักอยู่ในรีสอร์ตด้วย ตั้ง 3 คืน โคตรจะรวยๆๆๆ เลย ครับ เพราะว่าการพักที่รีสอร์ตนั้นค่าใช้จ่ายต่อคืนนี่สูงมาก แต่หากมีเพื่อนเกาหลีราคาก็จะถูกลงมาอีก แต่ก็ยังนับว่าแพงอยู่ดีสำหรับผม...คนไทยกลุ่มนี้มาถึงที่นี่แต่ไม่ได้เล่นสกีเลย โดยให้เหตุผลเอาไว้ว่าติดปัญหาเรื่องภาษา......แฮะๆ ผมไม่เชื่อหรอกครับ เพราะที่นี่มีคนต่างชาติมาเยอะมากๆ มี information center สามารถพูดอังกฤษได้ และการซื้อตั๋วทุกอย่างมีอังกฤษกำกับ)

หลังจากเช่าอุปกรณ์สกีและชุดสกีสำหรับพิมคนเดียว ผมและพิมก็นั่งกอนโดล่าขึ้นไปชมวิวที่จุดสูงสุดของรีสอร์ต ข้างบนอากาศเย็นมาก เพราะวันนี้ลมแรงมากๆ และอุณหภูมิข้างล่างต่ำกว่า -5 องศา เดินออกจากอาคารได้แป๊ปเดียวก็ต้องกลับเข้าไปใหม่ แต่นับว่าคุ้มกับการขึ้นมาครับเพราะข้างบนสวยมากๆ ตอนที่นั่งกอนโดล่าขึ้นมานั้นดันมีนักเล่นสโนวบอร์ดเกาหลีมานั่งด้วย 1 คน ทั้งๆที่ประตูกอนโดล่าจะปิดแล้ว หมอนี่รีบเข้ามานั่งเลย...แต่ผมไม่สนหละ ถือว่าเราคนเยอะกว่า เลยพูดภาษาไทยกันสนุกสนาน..

Posted by: Maeil, February 7, 2006, 7:23pm; Reply: 12
ใกล้ๆ เที่ยงผมก็ลงมาข้างล่างเพื่อหาอาหารเที่ยงกิน ที่นี่นับว่าอาหารราคาไม่แพง กล่าวคือ ราคาทั่วๆ ไปกับข้างนอกไม่ได้ชาร์ตเพิ่มอะไรมากมาย

หลังจากกินอาหารเที่ยงเสร็จแล้ว ผมก็ปล่อยให้พิมไปเล่นสกี โดยมีผมสอนการเล่นสกีขั้นพื้นฐานให้ และก็ปล่อยให้เค้าเล่นไปคนเดียว เพราะผมหนาวก็เลยกลับมานั่งในอาคารเพื่อรอให้เค้าเล่นจนเบื่อ แต่ระหว่างเล่นนั้นผมก็อดที่จะอยากเล่นไม่ได้ ก็เลยบอกพิมว่าถอดรองเท้าออกมา ผมจะเล่นบ้าง และผมก็เล่นได้ 1 ครั้ง ก็ต้องเลิกเพราะว่ารองเท้ามันเล็กเกินกว่าที่ผมจะทนเล่นต่อไปได้

เมื่อถึงเวลา 17:00 น. ผมและพิมก็ขึ้นรถ Shutter Bus ที่จองไว้ตั้งแต่ตอนมาถึงเมื่อเช้า เพื่อที่จะกลับเข้าโซลในตอนเย็น ดังนั้นผมแนะนำว่าหากไม่ได้ค้างที่รีสอร์ต เมื่อมาถึงรีสอร์ตแล้วให้ไปจองรถขากลับเอาไว้เลยครับ

ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งก็มาถึงโซล จริงๆ แล้วเวลาน่าจะประมาณ 3 ชั่วโมงแต่วันนี้รถไม่ค่อยติดเท่าไร แล้วเราก็ไปหาที่พักใกล้ๆ กับนัมบุบัสเทอร์มินอล เพราะว่าพรุ่งนี้ผมต้องเดินทางไปอีกเมืองนึงโดยขึ้นรถบัสที่สถานีแห่งนี้ พร้อมกับซื้อตั๋วรถบัสสำหรับพรุ่งนี้เอาไว้เลย

ข้างหน้านัมบุบัสเทอร์มินอลนั้นมีที่พักอยู่หลายแห่ง สามารถเลือกเอาได้ตามสะดวก ผมเองก็สุ่มเอาโดยการดูสภาพภายนอกของโรงแรม เนื่องจากผมได้ตั้งงบไว้เพียง 30000 วอนต่อคืน ดังนั้นไม่สามารถพักในที่หรูหราได้ ยิ่งถูกยิ่งดี แต่ขอเพียงว่าห้องน้ำในตัวเท่านั้นและใกล้ๆ กับสถานีรถบัสให้มากที่สุด...

สรุปค่าใช้จ่ายวันนี้

ค่้าที่พัก 35000 วอน
ค่ากิน 22500 วอน
ค่ารถ 40600 วอน
ค่าสกี 53000 วอน
ค่ากอนโดล่า 24000 วอน

เฉลี่ย 87550 วอนต่อคน
(ครั้งนี้ึค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงเพราะว่ามีสกีเข้ามาด้วย ผมได้แยกราคาสกีออกมาให้เห็นว่า หากคุณมาเที่ยวแต่ไม่เล่นสกีจะเสียค่าใช้จ่ายเท่าไร)
Posted by: Maeil, February 7, 2006, 7:24pm; Reply: 13
Winter in my heart ตอนที่ 6

หลังจากที่พิมได้เคล็ดขัดยอกอันเนื่องมาจากการเล่นสกีที่ยงเพียงเมื่อวานนี้ วันนี้ผมและพิมออกจากนัมบุบัสเทอมินอลตั้งแต่ 06:30 น. เพื่อไปยังเมืองกองจู (Gongju) ที่นี่มีอะไรดีทำให้เราต้องมาแวะ จริงๆ แล้วก่อนจะมาที่นี่เราก็ได้คิดไป คิดมาว่าจะมาดีหรือข้ามไปเลย พิมก็บอกว่าไหนๆ ก็เป็นทางผ่านอยู่แล้วแวะลงสักหน่อยก็ยังดี

ดังนั้นผมและพิมก็ลงรถที่ Gongju Express Bus Terminal เวลา 08:30 น. หลังจากนั้นก็ไปที่นั่งรถบัสในเมืองกองจูเพื่อไปที่วัด Gapsa ที่วัดแห่งนี้เป็นอุทยานแห่งชาิติ ภายในยังคงมีพระอาศัยอยู่ ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมงก็เพียงพอแล้วครับ

Posted by: Maeil, February 7, 2006, 7:25pm; Reply: 14
หลังจากนั้นผมก็นั่งรถจาก Gongju --> Daejeon --> Muju -->Guchondong ที่ Muju จะมีสกีรีสอร์ตอีกแห่งนึงก่อนทางเข้าสกีรีสอร์ตนั้นจะมีร้านให้เช่าอุปกรณ์สกีเป็นจำนวนมาก รวมทั้งโมเต็ลเยอะมากๆ แต่ผมไม่ได้แวะพักที่นี่ ผมไปพักที่ Guchondong หลังจากได้ที่พักเรียบร้อยแล้ว เอาไงดีหละ ที่นี่ก็ไม่ค่อยมีที่เที่ยวมากนัก เพราะจุดประสงค์การมาที่นี่คือ เล่นสกีครับ เพราะว่าเมื่อวานผมยังไม่ได้เล่นเลย...

เราก็นั่ง Shutter Bus ฟรีไปยัง Muju Ski Resort (จริงๆ แล้วสามารถนั่งรถ Shutter Bus ได้ที่ Daejeon นะครับ เพียงแต่ว่าผมไม่ได้ทำการบ้านมาดีพอเลยต้องทำตามแผนเดิมที่วางเอาไว้) ตอนแรกกะว่าจะไปเช่าอุปกรณ์สกีตรงร้านข้างหน้า ปรากฎว่า...ตัวรีสอร์ตเองนั้นอยู่เข้าไปลึกประมาณ 1 กิโลเมตรกว่าๆ...แฮะๆ ด้วยความขี้เกียจก็เลยตัดสินใจว่า ช่างมันเถอะแพงก็แพง  เลยเช่าอุปกรณ์สกีของรีสอร์ตเองทั้งสองคน (หากมีเวลาผมแนะนำว่าให้แวะลงที่ร้านเช่าอุปกรณ์ก่อนแล้วค่อยขึ้นรถ Shutter Bus คันต่อไป คิดว่าค่าเช่าถูกกว่าเช่าในรีสอร์ตเองแน่นอน)

ระหว่างรอรอบที่จะเล่นสกี ซึ่งผมและพิมตัดสินใจเล่นในช่วงค่ำครับ เอาบรรยากาศและคนก็น้อยกว่าตอนกลางวัน เนื่องจากที่นี่จะมีพวกนักเรียนมาเรียนสกีเป็นจำนวนมากๆๆๆ ผมและพิมก็สั่งอาหารมากินก่อนไปเล่นสกี อาหารที่นี่แพงมากๆ อาหารจานเดียวราคาตั้ง 9000 วอน หากเป็นข้างนอกราคาไม่เกิน 5000 วอนครับ  แต่เอาก็เอา..มื้อนี้เป็นมื้อแรกของวันด้วยสิ ทั้งวันมัวแต่นั่งรถอย่างเดียว ยอมๆๆ ซื้อก็ได้ (แต่ระหว่างวันผมก็กินขนมที่ซื้อมาตุนตั้งแต่เมื่อวาน)

ปล. ผมโชคดีที่มีบัตรสมาชิกลด 30% อยู่ 2 ใบ จากการซื้อต่อจากคนอื่นมาในราคาใบละ 3000 วอน ทำให้ผมลดค่าใช้จ่ายเรื่องเช่าอุปกรณ์สกีไปได้มาก (แต่ก็ยังแพงมากอยู่ดี)

ครั้งนี้พิมเล่นเป็นครั้งที่สองและเล่นได้ที่ขึ้น เราทั้งสองนั่งลิฟท์ขึ้นไปยังข้างบนและเล่นสกีลงมา ตอนแรกพิมเล่นได้นิดเดียวก็หกล้มและยืนด้วยตัวเองไม่ได้ ก็มันไม่เหมือนกับเล่นเมื่อวานนี่นา เมื่อวานไม่ได้ขึ้นลิฟท์ ความชันก็นิดเดียวเอง แต่วันนี้ชันกว่าเดิมและระยะทางยาวกว่าเดิมมากๆ ผมก็ต้องสอนว่าให้ขึ้นยังไง เล่นยังไงอีกครั้ง หลังจากล้มไม่เป็นท่าไม่กี่ครั้ง พิมก็สามารถเล่นลงมาโดยไม่หกล้ม หรือหกล้มเพียง 1-2 ครั้งต่อเที่ยวเท่านั้น ถือว่าเป็นเร็วมากๆ เป็นเร็วกว่าผมอีกมั้ง

หลังจากเล่นไป หนาวไป อากาศตอนกลางคืนวันนี้ก็ -8 องศา มันมาหนาวตอนนั่งลิฟท์ขึ้นไปนี่แหละครับ ตอนเล่นลงมานั้นไม่หนาวครับ เล่นสกรีเสร็จประมาณสี่ทุ่ม ผมและพิมก็นั่งรถ Shutter Bus ไปลงที่พักซึ่งห่างเพียง 10 นาทีเท่านั้น และหลับไปด้วยความเหนื่อย

สรุปค่าใช้จ่ายวันนี้
ค่ารถ 37400 วอน
ค่าเข้า 2400 วอน
ค่าที่พัก 30000 วอน
ค่ากิน 18000 วอน
ค่าสกี 158000 วอน

เฉลี่ย 122900 วอนต่อคน
(ครั้งนี้มาแพงตรงที่ค่าเล่นสกีครับ)
Posted by: Maeil, February 7, 2006, 7:26pm; Reply: 15
Winter in my heart ตอนที่ 7

วันนี้ตื่นเช้้าเพื่อไปเดินในอุทยานแห่งชาติื 덕요산 ซึ่งอยู่ติดกับที่พัก เสียค่าเข้าไป 3200 วอน ผมไปเดินคนเดียวปล่อยให้พิมนอนพักผ่อนไป

เนื่องจากวันนี้ผมมีเวลาเพียงช่วงเช้าเท่านั้นทำให้ไม่สามารถเดินในอุทยานได้รอบ จากหน้าด่านเก็บเงิน ผมเดินไปได้เพียง 4 กิโลเมตร ซึ่งใช้เวลา 1.5 ชั่วโมงแล้ว ระหว่างทางจะเดินเลียบไปกับธารน้ำตกที่ตอนนี้แข็งไปเสียแล้ว จุดแรกที่สถานที่ท่องเที่ยวคือวัดอะไรสักอย่าง แต่อยู่ห่่างจากหน้าด่านเก็บเ้งินประมาณ 5-6 กิโลเมตร ซึ่งตอนแรกว่านั่นคือจุดหมายของผม แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะว่าผมต้องเผื่อเวลาเดินทางขากลับด้วย ก็คืออีก 1.5 ชั่วโมง รวมเป็น 3 ชั่วโมง

แต่อย่างไรก็ตามก็ยังได้เห็นความสวยงามของธารน้ำตก (แข็ง) และหิมะที่อยู่ระหว่างทางเดิน ก็ถือว่าคุ้มในระดับนึงแล้ว

หลังจากนั้นก็กลับไปเก็บข้าวของพร้อมทั้่งปลุกพิมให้ออกมาทานข้าวเที่ยง ก่อนจะเดินทางไปยังเมืองแทกู

เราใช้เวลาเดินทางจาก Gucheondong --> Daegu นั้นเกือบๆ 4 ชั่วโมง เพราะว่าเป็นการเดินทางข้ามจังหวัดด้วย เมื่อไปถึงเมืองแทกู ซึ่งถือว่าเป็นเมืองใหญ่อีกแห่งหนึ่งของเกาหลี ก็ต้องนั่งรถเมล์จาก Bukpu Intercity Bus Terminal --> Soepu Intercity Bus Terminal เพราะว่าพรุ่งนี้ผมจะต้องเดินทางโดยใช้บริการสถานีรถบัสแห่งนี้ก็เลยถือโอกาสหาที่พักบริเวณนั้น จะได้ไม่ต้องตื่นเช้ามากนัก

มีที่พักหลายแห่งที่เดียวใกล้ๆ กับสถานีรถบัสแห่งนี้ ผมได้เข้าไปอยู่ยอกวานในราคาถูกเพียง 20000 วอน (แต่สภาพกก็ต้องยอมรับนิดหน่อย ไม่หรูหรา แต่ก็เพียงพอต่อการพักผ่อน 1 คืน)

ปล. หากเป็นเมืองใหญ่ๆ จะมีสถานีรถบัสหลายแห่ง และแต่ละแห่งจะอยู่ห่างกันมาก ใช้เวลาเดินทางหลายสิบนาที ยกตัวอย่างเช่นที่เมืองแทจอนหรือแทกู จะมีสถานีรถบัสหลายแห่ง แต่หากเป็นเมืองเล็กลงมาหน่อยจะมีเพียง 1 หรือ 2 แห่ง และมักจะอยู่ไม่ห่างกันมากนัก

สรุปค่าใช้จ่ายวันนี้
ค่าเข้า 3200 วอน
ค่ากิน 21500 วอน
ค่าเดินทาง 31200 วอน
ค่าที่พัก 20000 วอน

เฉลี่ย 37950 วอนต่อคน
Posted by: Maeil, February 7, 2006, 7:27pm; Reply: 16
Winter in my heart ตอนที่ 8

หลายคนเวลาเลือกสถานที่เที่ยวก็คงเลือกมาจากการบอกต่อๆ กัน หรือไม่ก็จากการได้เห็นรูปถ่ายที่สวยงาม หรือจากการอ่านสารคดีนิตยสารท่องเที่ยวก็ตาม แต่ที่นี่ ที่ๆผมมาในเช้าวันนี้เป็นเพราะว่ามันคือสถานที่แห่งหนึ่งที่ UNESCO ได้ระบุว่าเป็นมรดกโลก ผมและพิมจึงได้ตัดสินใจมา

ผมออกไปซื้อตั๋วรถเพื่อเดินทางไป Haeinsa ค่าตั๋วค่อนข้างแพงคือ 4000 วอนต่อคนต่อเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง

Haeinsa นั้นตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติ Gayasan ภายในจะมีพระไตรปิฎกตั้งอยู่ (ตรงนี้เองที่ UNESCO รับรอง)

เมื่อรถบัสมาจอดสุดสายปลายทางนั้น ผมจะต้องเดินจากที่จอดรถไปยังตัววัด ซึ่งห่างออกไปราวๆ 1 กิโลเมตร พร้อมทั้งกระเป๋าใบใหญ่เพราะว่าผมได้เช็คเอ้าท์ออกจากที่พักตั้งแต่ตอนเช้าแล้ว

ผมใช้เวลาเดินชมวัดและบริเวณรอบๆ ถึง 3 ชั่วโมงกว่าๆ เพราะว่าค่อนข้างกว้างอีกทั้งบริเวณรอบๆ นั้นมีสถานที่ที่น่าจะชมมากมาย (ครั้งนี้ผมยังไปชมไม่หมดเลยครับ เพราะว่าไม่มีเวลามากพอ อีกทั้งเรื่องสัมภาระที่ค่อนข้างเป็นภาระพอสมควร)

Posted by: Maeil, February 7, 2006, 7:29pm; Reply: 17
หลังจากเดินชมมรดกโลกแล้ว ผมและพิมก็ได้กลับไปยังเมืองแทกู เพื่อต่อรถไปยังเมืองอารยธรรมที่ขึ้นชื่อของเกาหลี นั่นคือ เมืองคยองจู (경주) ในตอนแรกเราทั้งสองคนลังเลว่าจาก Haeinsa จะไปเมืองปูซานก่อนสัก 1 วันหรือว่าไปคยองจูเลย แต่หากต้องไปปูซานเราจะต้องตัดการท่องเที่ยวหลังจากเมืองคยองจูทิ้งไป...ในที่สุดก็ได้คำตอบที่ว่าปูซานไม่ค่อยน่าสนใจนัก เพราะหนึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของเกาหลีซึ่งก็คงเหมือนเมืองใหญ่ๆ ทั่วไป สองเป็นเมืองชายทะเลที่โปรโมตเป็นแหล่งท่องเที่ยวชายหาดซึ่งหากไปเที่ยวชายหาดเกาหลี ผมก็ขอบายหละครับ..มันไม่สวยนี่นา ถึงแม้ว่ามีแหล่งท่องเที่ยวพวกวัดหรือสิ่งที่แสดงความเป็นเกาหลีอยู่บ้างแต่เมื่อชั่งน้ำหนักความสำคัญแล้ว ผมและพิมก็เลยตัดสินใจว่าปูซานไม่ไปดีกว่า ไว้รอดู Winter in my heart ตอนที่ 10 นะครับแล้วจะรู้ว่า ผมและพิมตัดสินใจถูกต้องแล้ว

กลับมาที่แทกูนะครับ ผมใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงก็มาถึงเมืองคยองจู แล้วก็หาที่พักที่ใกล้สถานีรถบัสอีกเช่นเคย มีให้เลือกมากมายไม่ต้องห่วง ผมก็ได้เข้าพักในโรงแรมแห่งแรกที่เดินผ่าน  (ไม่ใช่ว่ามันถูก ไม่ใช่ว่ามันดูดี แต่ว่าขี้เกียจแบกสัมภาระ)

แต่ก็นับว่าโชคดีครับ ได้ห้องพักในราคาที่วางเอาไว้และสภาพห้องโอเคทีเดียว ที่นี่เป็นที่ที่ผมพัก 2 คืนด้วย

หลังจากเก็บของเรียบร้อย ยังพอมีเวลาประัมาณ 3 ชั่วโมงก่อนอาทิตย์ตกดิน ผมและพิมก็เลยเดินไปสำรวจเมืองกันหน่อย

เดินไปยัง Tomb Park หรือที่เรียกว่า Tumuli Park เสียค่าเข้าคนละ 1500 วอน ภายในมีสุสานของกษัตริย์แห่งราชวงศ์ชิล่าของเกาหลีอยู่
Posted by: Maeil, February 7, 2006, 7:30pm; Reply: 18
หลังจากนั้นเดินผ่านป่า Gyerim, Cheomesongdae Observatory, Seokbinggo ice Storehouse และ Anapji Pond จริงๆ แล้วเราสามารถเช่าจักรยานได้หากไม่อยากเดิน แต่ผมมีเวลาเพียงพอก็เลยตัดสินใจเดินเอาครับ

จริงๆ แล้วที่คยองจูนี่ผมเคยมาครั้งนึงแล้วครับ แต่ด้วยความประทับใจและเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นเกาหลี จึงได้มาอีกครั้ง
Posted by: Maeil, February 7, 2006, 7:32pm; Reply: 19
ที่เมืองนี้เดินไปเดินมาเห็นแต่ร้านขาย คยองจูปัง (ขนมปังเมืองคยองจู) เห็นเยอะมากๆ ผมและพิมก็เลยคิดว่าที่นี่น่าจะขึ้นชื่อเรื่องขนมอันนี้แน่ๆ เลยลองซื้อมากินดู รสชาติตัวขนมปังเหมือนกับขนมเมืองไทย (ขนมอะไรผมจำชื่อไม่ได้อ่ะ ไว้จำได้แล้วจะมาอับเดทใหม่) ส่วนไส้ของขนมก็คือถั่วแดง ที่เกาหลีขนมหลายอย่างใส่ไส้ถั่วแดง ไม่เข้าใจเหมือนกันทำไมไม่มีขนมอร่อยๆ แบบของไทยบ้าง ขนมไทยมีมากมายหลากหลายรสให้เลือก แต่ขนมเกาหลีนี่....ต๊อก (Korea rice cake) งี้ แหวะสุดๆ ไร้รสชาติสิ้นดี หรือไม่ก็ต๊อกใส่ไส้น้ำผึ้ง...คิดไปได้... ขนมอื่นๆ ก็ไส้ถั่วแดง เช่น ขนมปังรูปปลาไสุ้ถั่วแดง อะไรๆ ก็ไสุ้ถั่วแดง ไม่มีไส้อย่างอื่นให้ใส่แล้วหรือไงเนี่ย สังขยาก็ไม่มี ปลาท่องโก๋กับน้ำเต้าหู้ก็ไม่มี (มีน้ำเ้ต้าหู้แต่ว่ารสชาติแย่มากๆ แหวะสุดๆ แถมมีกลิ่นเหม็นๆ ด้วย สู้ไม่ได้กับของไทยเลย)

สรุปค่าใช้จ่ายวันนี้
ค่ากิน 15000 วอน
ค่าเดินทาง 23000 วอน
ค่าที่พัก 55000 วอน (สำหรับ 2 วัน)
ค่าเข้า 5000 วอน

เฉลี่ย 49000 วอนต่อคน
Posted by: Maeil, February 7, 2006, 7:33pm; Reply: 20
Winter in my heart ตอนที่ 9

วันนี้ผมก็ยังอยู่ที่เมืองคยองจู ตอนเช้าไปเที่ยวที่ Bulguksa ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที ที่นี่ได้รับการเป็นมรดกโลกในปี 1995 จาก UNESCO วัดแห่งนี้เป็นวัดที่มีขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในเกาหลี ว่ากันว่าหากมาที่นี่แล้วไม่ต้องเสียเวลาไปวัดที่ไหนอีก เพราะว่าที่นี่สวยที่สุด ถึงแม้ว่าผมไปวัดในเกาหลีไม่กี่แห่ง (ไม่ต่ำกว่า 6-7 แห่งทั่วเกาหลี) ก็มีความเห็นว่าวัดแห่งนี้ดูสวยงามที่สุด

ผมใช้เวลาเดินเที่ยวประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วก็ไปต่อที่ Seokuram ที่อยู่ห่างไปประมาณ 10-15 นาทีโดยรถ ตอนแรกผมตัดสินใจเดินไปเพราะเจ้าหน้าที่ที่วัดบอกว่าเดินไปได้ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที ผมก็เดินไป แต่....ทางมันขึ้นเขาและคาดว่ามันนานกว่า 40 นาทีแน่นอน ก็เลยตัดสินใจโบกรถเมล์ที่ผ่านไป (เนื่องจากรถเมล์มีเพียง ชั่วโมงละ 1 คันเท่านั้น ทำให้ผมตัดสินใจเดิน)
Posted by: Maeil, February 7, 2006, 7:34pm; Reply: 21
Seokuram เป็น Stone Temple of Korea ได้รับมรดกโลกจาก UNESCO ปีเดียวกับ Bulguksa ภายในจะมีพระพุทธรูปอยู่ แต่เนื่องจากไม่อนุญาติให้ถ่ายรูปได้ทำให้ผมไม่สามารถเอารรูปมาลงให้ดูได้นะครับ คงมีแต่บรรยากาศรอบนอกมาให้ชมกัน
Posted by: Maeil, February 7, 2006, 7:35pm; Reply: 22
หลังจากนั้นผมได้กลับเข้าเมืองเพื่อไปชม Gyeongju National Museum เสียค่าเข้า 1000 วอน ที่นี่จะมีศิลปะต่างๆ ของเมืองคยองจูเป็นหลัก ประกอบไปด้วยตึกแสดงศิลปะอยู่ 4 ตึก นอกจากนี้ยังมีอินเตอร์เนตให้เล่นฟรีอีกด้วย
Posted by: Maeil, February 7, 2006, 7:37pm; Reply: 23
หลังจากนั้นแวะไปถ่ายรูปที่ Cheomseongdae Observatory (เมื่อวานเดินผ่านไปแต่ยังไม่ได้ถ่ายรูป)

หลังจากนั้นแวะกินข้าวเย็น เป็นอาหารเกาหลีโบราณราคาคนละ 7000 วอน ถือว่าไม่แพงเลยทีเดียว

ที่เมืองนี้หากอยากเที่ยวให้ครบน่าจะอยู่ 4-5 วันเป็นอย่างน้อยครับ ผมยังไปเที่ยวไม่ครบเนื่องจากเวลามีจำกัดแต่ที่ไปก็คิดว่าเป็นที่สำคัญๆ แล้ว

สรุปค่าใช้จ่ายวันนี้
ค่าเดินทาง 13000 วอน
ค่าเข้า 18000 วอน
ค่ากิน 27500 วอน

เฉลี่ย 29250 วอนต่อคน
Posted by: Maeil, February 7, 2006, 7:38pm; Reply: 24
Winter in my heart ตอนที่ 10

วันที่ 10 แล้วสินะ เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน วันนี้ผมออกไปซื้อตั๋วรถเพื่อเดินทางจากคยองจู ไปยังเมืองอันดัง (Andong) ที่เคยกล่าวเอาไว้ว่าเมืองนี้เป็นเมืองที่ผมเลือกที่จะมาแทนที่จะไปปูซาน ทำไมนะหรือครับ ก็เพราะว่าที่นี่มีหมู่บ้านเกาหลีของแท้ๆ ไม่ใช่ของปลอม....อืมม หมู่บ้านเกาหลีของแท้ของปลอมเป็นยังไงหละ หลายคนคงงงกับคำพูดของผม

คำว่าของปลอมในที่นี่ ผมของยกตัวอย่างหมู่บ้านเกาหลีที่เมืองซูวอนนั่นแหละครับ เป็นหมู่บ้านที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแสดงให้เห็นถึงสภาพความเป็นอยู่ของคนเกาหลีในแต่ละภูมิภาค ไม่ได้มีคนเกาหลีอาศัยอยู่จริงๆ เป็นที่ที่เรียกว่า Tourist Production กล่าวคือสร้างขึ้นสำหรับการท่องเที่ยว

แต่ที่เมืองอันดังแห่งนี้ ของจริงครับ ยังคงมีคนเกาหลีอาศัยอยู่ในบ้าน ถึงแม้ว่าบางบ้านก็ได้ปิดตายไปแล้วก็ตาม สงสัยคงรำคาญที่มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนไป เดินเข้าบ้านคนนู้ ออกบ้านคนนี้ เป็นเราๆ ท่านๆ ก็คงรำคาญหละครับ ที่มีคนแปลกหน้ามาโผล่ในบริเวณบ้าน รวมทั้งทำเสียงดังไปทั่วหมู่บ้าน (แต่อย่างไรก็ตามที่นี่ก็ยังคงสภาพความเป็นหมู่บ้านเกาหลีดั้งเดิมอยู่ และนักท่องเที่ยวก็ไม่ได้มากมายอะไรเพราะว่าเป็นเมืองเล็กๆ และห่างไกลกว่าซูวอน)

พูดมาตั้งนานลืมชื่อของหมู่บ้านนี้ได้ ที่แห่งนี้มีชื่อเรียกว่า Hahoe ครับ เป็นที่ซึ่งควีนของอังกฤษได้มาเยี่ยม (แต่นั้นก็ไม่ได้สำคัญอะไรกับผมนี่นา) สิ่งที่สำคัญก็คือว่า มันคือบ้านเกาหลีแบบดั้งเดิมจริงๆ ที่ยังคงมีคนอยู่ และที่สำคัญคืนนี้ผมเองก็พักอาศัยในบ้านเกาหลีดั้งเดิมอีกด้วย

Posted by: Maeil, February 7, 2006, 7:40pm; Reply: 25
ภายในหมู่บ้าน ซึ่งในหนังสือท่องเที่ยวได้บอกว่าเป็นหมู่บ้านที่ไม่มีการใช้ไฟฟ้า...แต่ในความเป็นจริง ไฟฟ้าเพียบครับ พร้อมทั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ทันสมัยสไตล์เกาหลีอยู่ภายในบ้าน (แต่สภาพภายนอกยังคงสภาพแบบเก่าแก่อยู่)

และบางบ้านได้ปรับสภาพมาเป็นเกสเฮ้าส์ให้นักท่องเที่ยวได้ลองมานอนใช้ชีวิตความเป็นอยู่แบบคนเกาหลี บางบ้านก็ทำเป็นร้านอาหารด้วย ในวันที่ผมไปนั้นมีรายการทีวีมาถ่ายทำด้วย หลายคนที่ติดตามละครเรื่อง แดจังกึม คงคุ้นเคยกับช่องทีวี MBC ซึ่งได้มาทำรายการทีวีที่นี่

ภาพข้างล่างเป็นบ้านที่ผมพักอยู่ 1 คืน ค่าที่พักก็ 30000 วอนครับ เจ้าของบ้านพูดอังกฤษได้นิดหน่อย และยังมีภาษาอังกฤษติดไว้ที่ประตูบอกว่าที่นี่ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่รักความสงบ ตอนผมและพิมก้าวเข้าไปในบ้าน เจ้าของบ้านก็ได้ต้อนรับโดยการนำเครื่องดื่มพิเศษมาต้อนรับ เครื่องดื่มนั้นมีชื่อว่า ซังหวาทัง

ตอนไปอาบน้ำนั้นผมต้องเดินผ่านกลางบ้าน (ที่เป็นที่โล่ง) เพื่อไปยังห้องน้ำที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ลองคิดดูนะครับว่า เป็นฤดูหนาวอากาศติดลบ...โอ้ย ไม่อยากคิดเลยว่ามันช่างหนาวเหน็บแค่ไหน (เอ่อ จริงๆ แล้วไม่ได้ไปอาบน้ำหรอกครับ มันหนาวเกินไป แค่ไปล้างหน้าแปรงฟัน เข้าห้องน้ำ )

ผมใช้เวลาช่วงบ่ายในการสำรวจบ้านนั้นบ้านนี้ แต่พยายามจะไม่เข้าบ้านที่ดูแล้วว่ามีคนอยู่ หรือ พยายามเดินให้เงียบที่สุด

อาหารเย็นมื้อนี้ราคาสมเหตุสมผลครับ คนละ 5000 วอน เป็นอาหารธรรมดาๆ แต่อร่อยทุกอย่างครับ อร่อยกว่าร้านอาหารในเมืองเสียอีก คงเป็นเพราะบรรยากาศที่นั่งกินในบ้านเกาหลีดั้งเดิมก็เป็นได้

สรุปค่าใช้จ่ายวันนี้
ค่าเดินทาง 26060 วอน
ค่ากิน 25000 วอน
ค่าเข้า 4000 วอน
ค่าที่พัก 30000 วอน

เฉลี่ย 42530 วอนต่อคน
Posted by: Maeil, February 7, 2006, 7:43pm; Reply: 26
Winter in my heart ตอนที่ 11

เมื่อคืนที่อันดัง ผมและพิมเข้านอนเร็วเพราะว่า 1. อากาศที่หมู่บ้านหนาวมากๆ 2. เราเดินไปรอบหมู่บ้านแล้ว และตั้งใจว่าตอนเช้าวันรุ่งขึ้นจะตื่นขึ้นมาแล้วเดินอีกสัก 1 รอบ

หลังจากเดินเล่นในช่วงเช้าเรียบร้อยแล้วก็นั่งรถเมล์ไปลงที่สถานีรถไฟอันดัง เพื่อที่จะไปที่เมืองทันยังในรอบเที่ยง ระหว่างเส้นทางรถไฟนั้นจะผ่านทะเลสาบที่เป็นแหล่งขึ้นชื่อของเมืองทันยังซึ่งในหลายๆ บริเวณน้ำในทะเลสาบไ้ด้จับตัวเป็นน้ำแข็งไปเรียบร้อยแล้ว

จุดประสงค์ของการมาเมืองนี้ก็คือการไปชม Danyang Palgyeong ที่ทางเกาหลีเรียกว่าเป็น 8 วิวแห่งเมืองทันยัง เมื่อมาถึงที่เมืองนี้ผมและพิมก็จัดการหาที่พักที่ใกล้กับสถานีรถบัสอีกเช่นเคยเพื่อไม่ให้เสียเวลาในการเดินทางในวันรุ่งขึ้น

หลังจากได้ที่พักแล้ว ก็จัดการโทร. ถามเส้นทางกับ i ว่าจะไป 8 วิวได้อย่างไร ปรากฎว่าข้อมูลที่ i ให้มานั้นค่อนข้างมั่ว (เป็นครั้งแรกที่ i มั่วกับผม) เค้าบอกว่านั่งรถแท็กซี่ไปได้ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที หรือนั่งรถบัสระหว่างเมืองก็ได้...แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผมก็นั่งรถแท็กซี่ครับ ห่างออกไปจากที่พักเพียง 10 นาทีเท่านั้น แถมค่ารถก็ประมาณ 3000 วอนเท่านั้น....

เมื่อไปถึงที่...นึกว่าใหญ่ นึกว่าต้องนั่งเรือเพื่อออกไปดู นึกว่าจะสวยเหมือนในรูปที่เห็นอยู่ตามโบรชัวร์หรือตามร้านอาหารในเมือง....ที่ไหนได้ ไม่ต้องนั่งเรือออกไป ขนาดก็เล็กกว่าที่คิดเยอะ แถมยังมีบ้านเรือนอยู่ฝั่งตรงข้ามอีก...เลยมองในแง่ดีเอาไว้ว่า รูปในโบรชัวร์การท่องเที่ยวนั้นถ่ายมานานเป็นสิบๆ ปีแล้วมั้ง เพราะว่าในรูปไม่เห็นบ้านเรือนเลย หรือไม่ก็...ผ่านการตกแต่งโดยโฟโต้ชอบ อุอุ

หลังจากนั้นก็เดินเล่นบริเวณนั้นถ่วงเวลาเพราะว่าไม่มีที่ให้เที่ยวอีก (ยกเว้นใครสนใจจะไปถ้ำหินปูน ที่เมืองนี้มีถ้ำหินปูนมากมาย แต่ผมไม่ค่อยสนใจเท่าไร) รอจนอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้าก็นั่งแท็กซี่กลับมาที่ตัวเมือง (รถเมล์แทบจะไม่ผ่านบริเวณนี้เลยครับ แต่เข้าใจว่าน่าจะมีบางสาย ที่เห็นแน่ๆ คือรถระหว่างเมือง)

เนื่องจากวันนี้เป็นวันตรุษจีน หรือปีใหม่ของเกาหลีเช่นกันทำให้ร้านต่างๆ ปิดบริการทำให้เราต้องเดินวนอยู่หลายรอบเพื่อหาอาหารเย็นก่อนกลับเข้าที่พัก

สรุปค่าใช้จ่ายวันนี้
ค่่าเดินทาง 19110 วอน
ค่ากิน 24500 วอน
ค่าที่พัก 30000 วอน

เฉลี่ย 36805 วอนต่อคน
Posted by: Maeil, February 7, 2006, 7:46pm; Reply: 27
วันที่ 12 นั้นผมขอรวบมาที่นี่ก็แล้วกันนะครับ เพราะว่าผมจะกลับมาที่เมืองซูวอนเท่านั้นไม่ได้กลับไปที่โซล ดังนั้นผมจึงนั่งรถจากทันยัง ไปยังเมืองชุงจูแล้วต่อรถเข้าเมืองซูวอน หากท่านที่จะลอกการบ้านอันนี้สามารถนั่งรถจากทันยังไปยังโซลได้เลยโดยตรงครับ

สำหรับค่าใช้จ่ายในการเดินทางจากทันยังจนมาจบที่ซูวอน 27800 วอน พร้อมทั้งแวะกินข้าวเที่ยงระหว่างทาง 10500 วอน

การเดินทางรอบเกาหลีนอกกรุงโซลของผมก็จบเพียงเท่านี้ แต่การเดินทางของพิมนั้นยังไม่จบเพราะว่าพิมยังคงออกเดินทางไปเที่ยวในโซลและรอบๆ เกือบทุกวัน

สำหรับผู้ที่อยากทราบข้อมูลการท่องเที่ยวในโซลก็สามารถหาอ่านได้ในเวปบล๊อคอันนี้นะครับ

สรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณ 600000 วอนต่อคน หรือคิืดเป็นเงินไทยที่เรท 40 บาทต่อ 1000 วอน ก็คือ 24000 บาทครับ (ราคานี่รวมการเล่นสกีแล้วด้วย)

หากรวมตั๋วเครื่องบินจากไทยไป-กลับประมาณ 15000 บาท ราคารวมทริปนี้ก็ 40000 บาทกับการเที่ยวที่เรียกว่าเกือบทั่วที่สำคัญๆ ของเกาหลีเลยที่เดียว

หากท่านใดอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อที่ http://maeil.bloggang.com หรือดูภาพท่องเที่ยวเกาหลี http://maeil.myphotoalbum.com

ขอขอบคุณที่ติดตามจนจบนะครับ
Posted by: Leadership, February 7, 2006, 7:58pm; Reply: 28
โอ้โห ถ่ายภาพได้สวยสุดๆไปเลยครับ ผมชอบจริงๆครับ อยากไปเกาหลีจังเลย สงสัยต้องไปเที่ยวผ่านหนังก่อนแล้วมั้ง ภาพพวกนี้ เอาไปทำโปสการ์ดได้สบายๆเลยครับ
Posted by: peep_bmw, February 7, 2006, 8:56pm; Reply: 29
ขออนุญาติบอกว่า ถ่ายภาพ"โคตร"สวยเลยครับ  เห็นด้วยว่าทำโปสการ์ดได้สบายๆเลยครับ นี่มันมืออาชีพชัดๆ

รีวิวก็ละเอียดยิบแบบสุดๆ แถมมีงบค่าใช้จ่ายอีกด้วย เป็นข้อมูลให้กับผู้ที่สนใจการเดินทางไปเที่ยวเกาหลีได้เป็นอย่างดี สุดยอด  นับถือมากๆครับ

ขอบคุณครับ
Posted by: jarlsdegaulle, February 7, 2006, 9:08pm; Reply: 30
ถ่ายได้ไงครับเนี่ย สวยมากๆเลย มีเทคนิคอะไรบอกกันมั่งสิครับ หรือว่าเป็นที่กล้อง
หรือว่าอยู่ที่คนถ่าย อิอิ แต่ดีมากๆเลยครับ ถ้าจะให้ดีกว่านี้ อยากได้แผนที่ด้วยอะครับ
เพราะ มันนึกภาพไม่ออกว่าอยู่ตรงไหนแล้ว อีกอย่าง ผมไม่ค่อยจะรู้เรื่องเกาหลีสักเท่าไร
คงสนุกน่าดูเลยนะครับ ไปกับแฟนด้วย แล้วไปทริปนี้ จ่ายไปถึงล้านวอนป่าวครับเนี่ย
ที่จริงอยากรู้ว่าค่าครองชีพที่นั่นเป็นยังไงครับ หนึ่งบาทเท่ากับกี่วอน ด้วยครับ

ขอบคุณมากครับ รายละเอียดแน่น รูปสวยมาก ;)
Posted by: peep_bmw, February 7, 2006, 9:15pm; Reply: 31
100 วอน  ประมาณ 3 กว่าๆถึง 4 บาทไทยครับ
Posted by: Gelgoog, February 7, 2006, 9:17pm; Reply: 32
ภาพสวยมากๆครับโดยเฉพาะภาพธรรมชาติ รายละเอียดก็เยี่ยมยอด ขอบคุณมากครับที่นำมาลงให้พวกเราได้ชมกัน
Posted by: Bamby, February 7, 2006, 10:51pm; Reply: 33
รูปถ่ายสวยมากๆค่ะ...ฝีมือชั้นเซียนจริงๆ ขอบคุณสำหรับรีวิวที่สวยที่สุดอีกรีวหนึ่งค่ะ ;D
Posted by: KritpadTheYO, February 8, 2006, 12:32am; Reply: 34
รูปสวยมากครับสีจัดดี ใช้กล้อง Nikon D70 อ่ะป่าวเอ่ย  รายละเอียดสุดยอดครับ ขอบคุณมาก
Posted by: c H a I n A r A i, February 8, 2006, 6:20am; Reply: 35
รูปสวยมากชอบๆ ถ้าจะเปลี่ยนกล้องใหม่ของอันนี้ให้ผมนะ อิอิ
Posted by: bot, February 8, 2006, 6:54am; Reply: 36
อาหารดูน่ากินทุกอย่างเลย
Posted by: Maeil, February 8, 2006, 7:11am; Reply: 37
แฮะๆ มีคนแอบรู้อีกว่าผมใช้ D70
เรื่องเปลี่ยนกล้องก็คงรอหลังงาน PMA สิ้นเดือนนี้หนะครับ เพื่อจะได้รู้ว่ามีรุ่นที่สนใจออกมาหรือไม่ หากไม่มีก็ต้องตัดสินใจอีกทีว่าจะใช้ต่อ หรือ เปลี่ยนตัวใหม่ เพราะว่าทริปนี้ได้ทดสอบความสามารถกล้องบางอย่างแล้วพบว่า ผมต้องการอะไรที่มันมากกว่านั้น (แต่เงินหมดไปกับค่าเที่ยวนี่สิ ราคาเท่ากับกล้องใหม่เลย)

ปล ผมไม่ใช่มืออาชีพนะครับ แค่ถ่ายภาพสนุกๆ มืออาชีพคงได้ภาพที่สวยกว่านี้เยอะครับ

ส่วนเรื่องแผนที่เกาหลี อยากทำเหมือนกันครับ เดี๋ยวจะลองทำแล้วเอามาลงให้ก็แล้วกันว่าผมเดินทางไปที่ไหนมาบ้างนะครับ รอแป๊ปนะครับ
Posted by: Maeil, February 8, 2006, 7:34am; Reply: 38
ต้องขอโทษด้วยนะครับ ไม่รู้ว่าแผนที่ใหญ่ไปหรือเปล่าเพราะว่าไม่ได้ย่อรูปและทำรูปจากโปรแกรมตกแต่งรูป

การเดินทางของผมเป็นไปตามเส้นสีแดงนะครับ
เริ่มที่ โซล ไปยัง
1    นามิซอม จุงโด เมืองชุนชอน
2    เมืองซกโช ซอรักซาน
3    เมืองคังนึง Ojukheon
4    ยงเพียงสกีรีสอร์ต
5    กลับมาที่โซล
6    วัด Gapsa
7    เมืองแทจอน เพื่อต่อรถไปยังเมืองมูจู
8    เมืองมูจู  มูจูสกีรีสอร์ต และ Gucheondong
9    เมืองแทกู
10  แฮอินซา
11  เมืองคยองจู.........ตามรูปจะผิดไปหน่อยครับ เมืองนี้จะอยู่ระหว่างปูซานกับอูซาน
12  เมืองอันดง หมู่บ้านเกาหลี
13  เมืองทันยัง 8 วิว
14  เมืองซูวอน ในความจริงแล้วหลังจากทริปนี้ ผมก็ได้พาพิมไปเที่ยวในเมืองซูวอนแต่ไม่ได้เอาลงรายละเอียดในนี้ครับ เพราะสำหรับถือว่าทริปของผมได้สิ้นสุดแล้ว
Posted by: dataent, February 8, 2006, 11:13am; Reply: 39
สวยๆ
Posted by: Madam_X, February 8, 2006, 11:43am; Reply: 40
งดงามตระการตามาก ๆ เลยค่ะ  ถ่ายรูปได้สุดยอดมาก ๆ
ขอบคุณนะคะ  @^__^@
Posted by: CookieBerries, February 8, 2006, 4:16pm; Reply: 41
รูปสวยสุด ๆ ทุกรูปเลย ดูแล้วอยากไปเร็ว ๆ จัง วางแผนไว้ว่าจะไปปลายปีนี้ ได้ที่เที่ยวเพิ่มขึ้นอีกแล้ว
Posted by: jarlsdegaulle, February 8, 2006, 5:23pm; Reply: 42
ขอบคุณครับ แผนที่ดูง่ายครับ พอจะเห็นภาพขึ้นมาบ้าง
Posted by: catty, February 9, 2006, 4:56pm; Reply: 43
...คัมซาฮัมนิดา... ;)

เมื่อไหร่น้อ..ถึงจะมีโอกาสไปเที่ยวเกาหลีบ้าง ::)
Posted by: HKT266, February 9, 2006, 5:41pm; Reply: 44
วางแผนไว้ตั้งนานว่าจะไปเกาหลีจนวันนี้ก็ยังไม่ได้ไปเฮอ....เศร้าจังเลย เวลาว่างช่างหายากเหลือเกินจริงๆ ขอบคุณสำหรับรูปสวยๆ Winter in my(your) heart.....ที่มากระตุ้นให้คิดให้อยากไปอีก ขอบคุณค๊า......
Posted by: porinter, February 9, 2006, 6:34pm; Reply: 45
ภาพออกมา "ยอดเยี่ยม" จริง ๆ ครับ .... ดูแล้วได้บรรยากาศมาก ๆ เลยอ่ะ อิอิ

ขอบคุณมาก ๆ ครับผม  ...... อยากปาย ๆ
Posted by: guitarz, February 9, 2006, 6:47pm; Reply: 46
น่าไปจังครับ
ขอบคุณมากครับ
Posted by: AhEiSeu, February 9, 2006, 9:38pm; Reply: 47
ถ่ายรูปได้โปรมากๆคับ

เกาหลีประเทศโปรดผมเลย ซอรัคซาน สวยมากผมชอบ

(อยากไปเลยคับ ฮ่าๆ)
Posted by: BoysanovA, February 10, 2006, 9:01am; Reply: 48
ฮืมไปเกือบทั่วเกาหลีเลยนะครับเนี่ย อิจฉาจัง
Posted by: Auup, February 10, 2006, 4:04pm; Reply: 49
รูปถ่ายสวยมากๆครับฝีมือระดับอาชีพเลยครับ..เห็นภาพแล้วอยากไปมากๆครับ
Posted by: Pa jin, February 10, 2006, 4:50pm; Reply: 50
เห็นด้วยค่ะ ถ่ายรูปได้เก่งและสวยจริง ๆ
ใช้กล้องยี่ห้ออะไร รุ่นอะไร บอกได้มั๊ยคะ
Posted by: PoMpOmPuRiNmAn, February 10, 2006, 5:42pm; Reply: 51
รูปสวยสุดชีวิตเลยอ่ะคร้าบ สุดยอดเลย
Posted by: Maeil, February 10, 2006, 6:27pm; Reply: 52
โอโห ผมได้ขึ้นหน้าแรกของเวปเลยหรือครับเนี่ย ปลื้มจัง
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชมนะครับ

ตอบคำถามเรื่องกล้องนะครับ ผมใช้กล้องนิคอน D70 รุ่นเก่าตกรุ่น ครับ
Posted by: L _ a c 1 2 5 ., February 10, 2006, 7:03pm; Reply: 53
ถ่ายรูปเก๋งจังครับพี่ ซอรักซานสวยมากๆ ขอบคุณคร้าบ

ป.ล.อยากเห็นชายแดนเกาหลีใต้-เหนือจังเลย ::) ;D
Posted by: sand, February 10, 2006, 7:22pm; Reply: 54
ภาพสวยมากๆๆๆๆ ถ่ายได้สวยจริงๆ
Posted by: HS_SIVIiT_@iR, February 10, 2006, 11:04pm; Reply: 55
น่าไปจัง รูปสวยมากๆเลยคับ ถ่ายได้ชัดจิงๆ โปรมากๆเรย
Posted by: fuselage2004, February 10, 2006, 11:30pm; Reply: 56
Komaworyo :) Hanguk normoo Pokoshibta -----Thank you krab I miss Korea!

Shin Su Han


:o
Posted by: Juster (Guest), February 12, 2006, 7:11pm; Reply: 57
รูปสวยมากๆเลยนะครับ ป้าเอ๊ะค้าบพาเตเต้หลานรักของป้าเอ๊ะไปเที่ยวเกาหลีสิคร้าบ อิๆ
Posted by: kift, February 12, 2006, 7:21pm; Reply: 58
ขอบคุณคร๊าบบ
Posted by: unhaa, February 12, 2006, 8:40pm; Reply: 59
how beautiful!!!!  รูปสวยจังค่ะ แง้ๆ อยากไป ๆ
Posted by: CNXek, February 13, 2006, 3:34pm; Reply: 60
ขอบคุณมาก ๆ ครับ
ภาพสวยงามมาก
ข้อมูลละเอียด
พร้อมมี Tip ในการท่องเที่ยวอีก
และมีสรุปค่าใช้จ่ายเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจจะไปเอง
ยอดเยี่ยมจริง ๆ ครับ :)

ไม่รู้ว่า ผมคุมทัวร์(จำเป็น) ไปช่วงปลายมีนาคมนี่ จะได้ไปเห็นอะไรสวย ๆ แบบนี้ทั้งหมดหรือเปล่า
โปรแกรมทัวร์ก็ไม่ได้จัดเอง มีคนเค้าจัดให้อีก ลูกทัวร์ 72 คน เหนื่อยแน่ ๆ
Posted by: Maeil, February 14, 2006, 12:58pm; Reply: 61
ขอบคุณที่ยังคงเข้ามาชมนะครับ

ตอบคุณ CNXek
ลูกทัวร์ 72 คน อืมมม.....ปวดหัวแน่ๆ เลยครับ
เรื่องมาเที่ยวช่วงมีนานั้น หากมาช่วงต้นมีนา ก็อาจได้เห็นแบบในภาพครับ ยกเว้นเรื่องหิมะที่อาจจะแทบไม่มีโอกาสได้เห็นแล้ว (อาจฟลุคได้เจอบ้าง แต่โอกาสน้อยครับ)  
Posted by: AhEiSeu, February 14, 2006, 3:20pm; Reply: 62
มาขออณุญาตินำรูปไปเป็นวอลเปเปอร์โทรศัพท์หน่อยนะครับ

คัมซาฮับนิดะ ^^"
Posted by: BomB, February 19, 2006, 4:24pm; Reply: 63
ข้อมูลละเอียดดีมากๆเลยครับ

ขอบคุณครับ
Posted by: l990, March 1, 2006, 9:10pm; Reply: 64
สุดยอด ถ่ายรูป สวยมากๆ
และ ก้อ เกาหลีเป็นอารายที่ อยากไปอีกสักครั้ง
><' หลงรักสาวแดนกิมจิ เข้าซะแล้ว ฮี่ๆๆ
Posted by: GanBladE, December 12, 2006, 8:31am; Reply: 65
สวยมากครับ
Posted by: fafa, August 2, 2008, 11:23am; Reply: 66
อยากเห็นหิมะตก อยากเล่นสกี  ภาพสวยดีคับ :)
Posted by: Pororo, August 8, 2008, 2:03pm; Reply: 67
สวัสดีครับคุณ Maeil อยู่ที่โน่นผมกินนมยี่ห้อ Maeil นี้ทุกเช้าเลยครับ อร่อยมาก

เข้ามาขอบคุณที่เป็นแรงบันดาลใจให้ไปเที่ยวเกาหลีเองอ่ะครับ ผมซื้อหนังซื้อที่คุณแมอิลเขียนมาอ่าน ชอบที่สุดก็ตรงตารางรถประจำทางในเกาหลีนี่แหล่ะครับ ช่วยผมได้มากสุดๆ ไปเที่ยวเกาหลีที่ผ่านมาผมถือหนังสือไกด์ของคุณเป็นหลักเลยครับ เล่มเดียวอยู่ โลนลี่แพลเน็ทชิดซ้ายเลยครับขอบอก

ภาพของคุณแมอิลสวยมากระดับมืออาชีพ หวังว่าคงจะได้เห็นผลงานอีกนะครับ
Posted by: Maeil, August 14, 2008, 9:49pm; Reply: 68
ขอบคุณมากครับที่กรุณาอุดหนุนหนังสือของสนพ.แบกเป้อ่านนะครับ

:)
Posted by: A_Touch_Of_Thai, September 15, 2008, 9:34pm; Reply: 69
รูปสวยมาก ไม่ไหวแล้ว(hhahaha)
Posted by: plume_ZA, September 25, 2008, 6:48pm; Reply: 70
แหล่มมมมมมมมมมมมมมมมม มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
Posted by: BomBy, October 6, 2008, 4:23am; Reply: 71
ข้อมูลดีมากและภาพสวยสุด ๆ เลยครับ

อยากไปอยู่เกาหลีจัง

ฮือ ๆ
Print page generated: September 20, 2014, 12:49am