ตามที่ หนังสือพิมพ์หลายฉบับ เช่น ไทยรัฐ เดลินิวส์ มติชน กรุงเทพธุรกิจ และ Bangkok Post ระหว่างวันที่ 19-20 พฤษภาคม 2551 ได้เสนอข่าวว่า เตรียมเสนอคณะกรรมการฝ่ายปฏิบัติการ (Flight Operation Committee) พิจารณาขยายอายุเกษียณราชการนักบินจากปัจจุบัน 60 ปี เป็น 65 ปี เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการบิน ที่ทุกสายการบินมีแนวโน้มขาดแคลนนักบินในอนาคต รวมทั้งการบินไทยด้วย นั้น
กรณีที่มีข่าวออกมาในลักษณะเช่นนี้ เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เนื่องจาก การบินไทยเป็นรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีกฎระเบียบว่าด้วยการเกษียณอายุของราชการและรัฐวิสาหกิจ ดังนั้นพนักงานทุกคนจะเกษียณอายุราชการเมื่ออายุครบ 60 ปี และบริษัทฯ ไม่สามารถขยายอายุเกษียณราชการนักบินจาก 60 ปี เป็น 65 ปี ได้
แต่เนื่องจาก อุตสาหกรรมการบินมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีการขาดแคลนนักบินในสายการบินทั่วโลก ดังนั้น องค์กรการบินระหว่างประเทศหลายแห่ง อาทิ ICAO (องค์กรการบินพลเรือน / International Civil Aviation Organization), FAA (Federal Aviation Authority / USA), JAA (Joint Aviation Authority / Europe) และ CASA (Civil Aviation Safety Authority / Australia) จึงอนุญาตให้นักบินของทุกสายการบิน สามารถทำการบินได้จนถึงอายุ 65 ปี ซึ่งมีหลายสายการบินทั้งในยุโรป อเมริกา และออสเตรเลีย เช่น SAS, Swiss Air เป็นต้น อนุญาตให้นักบินทำการบินตามกฎเกณฑ์และมาตรฐานดังกล่าว
ส่วนการพิจารณาว่าจ้างนักบินที่เกษียณอายุให้สามารถทำการบินได้หลังจากอายุครบ 60 ปี นั้น บริษัทฯ มีแนวทางการดำเนินงาน โดยจะพิจารณาเป็นกรณีๆ ไป โดยนักบินดังกล่าวต้องผ่านการพิจารณาความสามารถในการบินตามกฎเกณฑ์และมาตรฐานสากลขององค์กรการบินระหว่างประเทศ ทั้งนี้ คณะกรรมการฝ่ายปฏิบัติการ (Flight Operation Committee) จะนำเรื่องเสนอฝ่ายบริหารงานนโยบาย (EMM) และคณะกรรมการบริษัทฯ (Board of Committee) ตามลำดับ เพื่อพิจารณาและอนุมัติต่อไป
ขณะนี้ บริษัทฯ มีนักบินจำนวนประมาณ 1,300 คน ซึ่งเพียงพอกับจำนวนเครื่องบินในฝูงบินปัจจุบันและอนาคต ตามแผนวิสาหกิจ 5 ปี (2548/49 2552/53) ของบริษัทฯ นอกจากนี้ บริษัทฯ กำลังดำเนินการรับสมัครนักบินใหม่ เพื่อรองรับตามแผนการรับมอบเครื่องบินของแผนวิสาหกิจดังกล่าว
|