| Nepal -- Trekking Poon Hill 2008 This thread currently has 2,130 views. |
|
|
nongtitee |
|
 Premium Economy Class 
|
สวัสดีชาว Hflght ทุก ๆ คนค่ะ nongtitee ไปเที่ยวเนปาลเมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมานี่เองค่ะ ไปทั้งหมด 9 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 - 20 เมษายน 2551 นี้ค่ะ
เดินทาง Bangkok - Kathmandu - Pokhara - Trekking (Nayapul - Ghorepani - Poon Hill - Ghandruk - Nayapul) - Pokhara - Kathmandu - Bangkok เลยถ่ายรูปและเขียนรายละเอียดต่าง ๆ เท่าที่จำได้มาฝากทุกคน เผื่อจะเป็นประโยชน์บ้างสำหรับคนที่จะเดินทางไปเนปาลนะคะ
เนื่องจาก nongtitee ไปกันเอง 2 คนกับเพื่อน (ผู้หญิงทั้งคู่) ดังนั้น เพื่อความสะดวกและปลอดภัยที่สุด เลยเตรียมตัวล่วงหน้าซะตั้ง 6 เดือน
ก่อนอื่นก็จัดการจองตั๋วเครื่องบินก่อน nongtitee เลือกบิน TG ซึ่งถึงแม้จะแพงกว่า Royal Nepal ก็มั่นใจกว่าว่าจะได้กลับบ้านตามกำหนด จากนั้นก็ทยอยหาข้อมูลไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งกลางเดือนมีนาคม ก็ไปขอวีซ่า และออกตั๋วให้เรียบร้อย (จ่ายค่าตั๋วไป 19,700 บาท/คน)
สถานฑูตเนปาลอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 71 นั่ง BTS ไปก็สะดวกดี ลงที่สถานีพระโขนง เดินเข้าไปในซอยประมาณ 10 นาทีก็ถึง สถานฑูตอยู่ตรงข้ามห้างจัสโก้
เอกสารที่ต้องเตรียม : 1). Visa Application Form (ถ้าไม่อยากเสียเวลาก็ Download จากเว็บสถานฑูตแล้วก็กรอกไปก่อนเลยค่ะ) 2). รูปถ่าย 2 นิ้ว 1 ใบ 3). Passport 4). เงินค่าธรรมเนียม จะจ่ายเป็นเงินบาท 1,400 บาท หรือ US Dollar $30 ก็ได้ nongtitee เลือกจ่ายเป็น US Dollar เพราะคำนวณแล้วถูกกว่า
นั่งคอยอยู่ 10 นาที เจ้าหน้าที่ก็เรียกให้ไปรับ Passport คืน พร้อมแปะวีซ่ามาให้เรียบร้อยแล้ว ดีจัง
|
|
 |
|
|
|
|
|
|
nongtitee |
|
 Premium Economy Class 
|
พอถึงวันเดินทาง (12 เม.ย.) เครื่องออกเวลา 10.35 น. (TG319) 8 โมงเช้าไป Check in คนไม่เยอะเท่าไหร่ ร่ำลาแม่เรียบร้อยก็เข้าไปหาอะไรทานข้างใน เดินเล่น เกือบ ๆ สิบโมงก็ไปรอขึ้นเครื่อง ขึ้นไปบนเครื่องก็ได้ที่นั่ง 32 J,K ตามที่เลือกไว้แต่แรก เพราะเห็นเค้าว่าขาไปให้นั่งด้านขวา จะได้เห็นหิมาลัย ขากลับให้นั่งด้านซ้าย ส่วนอาหารก็ขอเป็น Seafood ไว้ อร่อยดี
|
|
|
|
|
|
nongtitee |
|
 Premium Economy Class 
|
บนเครื่อง เจอคนเนปาลแต่ไปโตที่อเมริกา มานั่งข้าง ๆ ใจดีคุยสนุก ก็เลยคุยกันไป จนถึง Kathmandu เค้าให้เบอร์ติดต่อไว้ด้วย พอดีเค้ามางานแต่งงานพี่ชาย เลยเชิญให้เราไปร่วมงานด้วย แต่วันงานเราก็คง Trekking อยู่พอดี ก็เลยได้แต่ขอบคุณในความมีน้ำใจของเค้าไป
วันนี้โชคไม่ดีมองไม่เห็นหิมาลัย เพราะมีแต่เมฆบังเต็มไปหมด แต่ไม่เป็นไร ขากลับค่อยว่ากันอีกที
|
|
| Revision History (1 edits) |
|
| |
|
|
|
|
|
nongtitee |
|
 Premium Economy Class 
|
มาถึงสนามบินตรีภูวันเกือบบ่ายโมง (เวลาเนปาลช้ากว่าไทย 1 ชั่วโมง 15 นาที)
ลงจากเครื่องก็มาต่อคิวผ่าน ตม. ใช้เวลาพักนึงก็เรียบร้อย (ใครที่ไม่ได้ขอวีซ่ามาก่อน ก็มาทำ Visa on Arrival ที่นี่ได้เลยค่ะ)
ผ่านตม.ออกมา มองไปข้างนอก เริ่มเห็นแววน่าเวียนหัวอยู่รำไร ก็จะอะไรถ้าไม่ใช่บรรดาพลพรรคคนขับ Taxi ที่มาคอยรับนักท่องเที่ยวเต็มไปหมด เห็นท่าแบบนั้นแล้ว ก็เลยตั้งสติทำหน้าตามั่นใจ ไม่ล่อกแล่ก เดินตรงดิ่งออกไปข้างนอกโดยไม่สนใจว่าพี่คนขับทั้งหลายจะมาตอแยยังไง ถามอะไรก็ไม่ตอบทำหน้าเฉย ๆ ไม่ต่อปากต่อคำ
เดินออกไปกวาดตามองหาคนของ agency ที่บอกว่าจะมารับ เพราะก่อนมาเนปาลห่วงว่าจะมีเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยดีเกิดขึ้น ทั้ง ๆ ที่แต่แรกคิดว่าจะทำอะไรเองทั้งหมด ยกเว้นจ้างลูกหาบสำหรับ Trekking ผ่าน agency เท่านั้น แต่ก็มาเปลี่ยนใจเอาวันสุดท้ายก่อนจะมาเนปาลว่า ลองติดต่อ agency ดูก่อนดีกว่า เพราะเพิ่งผ่านวันเลือกตั้ง (10 เม.ย.) มาหมาด ๆ และอ่านข้อมูลจากเว็บ เห็นบอกว่าสถานที่ราชการจะปิดตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งไปจนถึงหลังปีใหม่เนปาล (ปีใหม่เนปาล 13 เม.ย. เหมือนของไทย) กลัวว่าจะไม่มีรถจากสนามบินไป Thamel แล้วก็จะทำ Entry Permit สำหรับไป Trekking ไม่ทัน
ส่ง mail ไปหา agency ช่วงบ่ายวันศุกร์ (11 เม.ย.) ถามรายละเอียด agency ก็ตอบแบบรวดเร็วทันใจว่า เวลามีน้อย ไว้มาถึงก่อนแล้วค่อยมาคุย แต่จะส่งคนมารับที่สนามบินให้
ออกมานอกสนามบินมองไปมองมาอยู่แป๊บนึงก็เห็นคนยืนถือกระดาษมีชื่อตัวเองหราอยู่ เลยเดินเข้าไปหาสอบถามข้อมูลเล็กน้อยว่ามาจากไหน แล้วก็ให้เค้าพาไปที่ Office ใน Thamel เลย
ส่วนใครที่ไม่มีคนมารับ แล้วไม่อยากปวดหัวต่อรองราคากับ Taxi ก่อนออกจากสนามบินให้ไปติดต่อที่ Counter Prepaid Taxi ได้ค่ะ เค้ามีราคา Fix อยู่แล้ว เท่าที่ได้ข้อมูลเก่ามาเห็นบอกว่าจากสนามบินไป Thamel 300 Rs. ถ้าไม่ถูกต้องยังไงช่วยแก้ด้วยนะคะ
(ช่วงนี้ยังไม่มีรูปลงนะคะ เพราะมัวแต่เพลินดูโน่นดูนี่อยู่เลยไม่ได้ถ่ายรูปค่ะ) |
|
| Revision History (1 edits) |
|
| |
|
|
|
|
|
nongtitee |
|
 Premium Economy Class 
|
นั่งรถไม่นาน ก็ถึง Thamel คนขับช่วยหิ้วเป้ขึ้นไปส่งที่ชั้น 2 ซึ่งเป็น Office ของ agency ที่ติดต่อไว้ เจอเจ้าของบริษัทฯ เป็นแขกเนปาลหน้าตาใจดี ดูอายุยังไม่มากเท่าไหร่ พอไปถึงก็รีบเจรจาเรื่องรายละเอียดต่าง ๆ เลย
จากที่ตั้งใจไว้ว่า จะจ่ายให้ agency เฉพาะค่ารถที่มารับที่สนามบินกับค่าจ้างลูกหาบ เผลอแพล๊บเดียวโดนแขกกล่อมซะเคลิ้ม เบ็ดเสร็จจ่ายเงินไป 559 USD (ค่าใช้จ่ายสำหรับ 2 คน) เป็นไงล่ะ ขนาดเตรียมตัวมาดี คิดว่าตัวเองเจ๋งแล้ว โดนซะ
ส่วนรายละเอียดค่าใช้จ่ายแต่ละอัน เพื่อให้เห็นภาพเนี่ย จะเล่าแต่ละ Dialogue ให้ฟังเลย อย่าเพิ่งเบื่อกันซะก่อนนะคะ
ไกด์/ลูกหาบ
เรา: ไอจะไป Trekking Poon Hill ตั้งแต่ 15 - 18 เม.ย. ไอไม่ต้องการไกด์ ต้องการแต่ลูกหาบ เพราะเตรียมข้อมูล พร้อมเส้นทางการเดินมาหมดแล้ว พร้อมโชว์ Itinerary ที่ทำมาเองให้แขกดู แขก: ยูทำเองเหรอเนี่ย แหม...very professional (นี่เป็นแผนชมให้เราเคลิ้ม มารู้ตัวก็สายเสียแล้ว) ไอจะจัดไกด์ที่แบกของได้ด้วยให้ยูนะ ไอคิดวันละ 15 USD เรา: ตกลงโดยยังไม่ด่อซักคำ เพราะกะว่าเดี๋ยวค่อยต่อทีเดียวตอนสุดท้ายเลย เสร็จแล้วแขกก็เริ่มเขียนรายละเอียดค่าใช้จ่ายลงไปในกระดาษ 15 USD x 5 = 75 USD เรา: ดูแล้วก็ไม่ได้ว่าอะไร เพื่อนเรา: เดิน Trekking แค่ 4 วัน ทำไมแขกมันคูณ 5 ล่ะ เรา: เออ...จริง ๆ ด้วย ไอเดิน Trekking แค่ 4 วัน ทำไมยูคิด 5 วันล่ะ แขก: อ๋อ...ก็ไออยากให้ยูไปพบปะพูดคุยกับไกด์ก่อนไปโพคาราก่อนวันนึงไง ถ้ายูคุยแล้วไม่ถูกใจ ไอจะได้ เปลี่ยนไกด์คนใหม่ให้ เรา: ไม่ต้องหรอก ไอไม่เลือก ไอจะจ้างแค่ 4 วัน แขก: ได้ งั้นก็ตกลงจ้าง 4 วัน (เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ ไม่งั้นเสียอีก 15 เหรียญ ฟรี ๆ)
|
|
|
|
|
|
nongtitee |
|
 Premium Economy Class 
|
ที่พัก
แขก: ยูมีที่พักที่ Thamel แล้วรึยัง เรา: ไอกะจะไปพักที่ Hotel the Great Wall แขก: ไอไม่เคยได้ยินชื่อโรงแรมนี้เลย เอาอย่างงี้มั้ย ยูอยากพักโรงแรมแบบไหน มีงบประมาณเท่าไหร่ ถ้าโรงแรมราคา 10 - 15 เหรียญต่อคืน ยูโอเคมั้ย เรา: อืม...ราคานี้ก็ได้นะ แขก: งั้นไอขอเสนอโรงแรม ราคา 14 เหรียญ/คืน รวมหมดทุกอย่างแล้ว (ค่าบริการ & Tax 13%) แล้วจะ Upgrade ห้อง เป็น Deluxe ให้ด้วย เดินจากแหล่ง Shopping ไม่ไกล ยูจะลองไปพักดูซักคืนมั้ยละ ถ้ายูชอบก็พักต่ออีกคืน ถ้าไม่ ชอบยูก็เปลี่ยนได้ เรา: งั้นลองไปดูก็ได้ แขก: แล้วที่พักที่โพคาราล่ะ ยูมีรึยัง (แน่ะดูสิ...ยังไม่ยอมปิดการขายง่าย ๆ เพราะหมูมานอนรอบนเขียงแล้ว) เรา: ไอคิดว่าจะไปพักที่ Hotel Dharma Inn หรือ ไม่ก็ Hotel Bed Rock น่ะ แขก: ไอแปลกใจจริง ๆ เลยว่าทำไมคนไทยถึงชอบไปพักโรงแรมนี้ เรา: อ้าว...ทำไมล่ะ มันไม่ดีเหรอ แขก: ก็ไม่ใช่อย่างงั้นหรอก แต่ไอน่ะมีโรงแรมที่ดี สะอาดและใหม่ด้วย เพิ่งเปิดได้ปีเดียวเอง ไอคิดยู 12 USD/คืน รวมทุกอย่างแล้ว เรา: แล้วจากโรงแรม มองเห็นภูเขารึเปล่า แขก: เห็นแน่นอนเลย แล้วไอจะให้โรงแรมส่งรถมารับยูที่สนามบินโพคารา ไม่ต้องเสียตังค์ เรา: (เห็นของฟรีก็ตาลุกวาว) งั้นเอาก็ได้ นอนแค่คืนเดียวเอง
|
|
|
|
|
|
nongtitee |
|
 Premium Economy Class 
|
ตั๋วเครื่องบิน
แขก: ยูจะบินจาก Kathmandu ไป Pokhara ใช่มั้ย เรา: ใช่ ถ้าไอซื้อตั๋วจากยู ไป-กลับ ยูคิดเท่าไหร่ แขก: เที่ยวละ 93 USD/คน เรา: ทำไมมันแพงนักล่ะ ลดหน่อยได้มั้ย ไออ่านเจอว่าคนอื่นเค้าซื้อกันประมาณ 80 เหรียญน่ะ แขก: 80 เหรียญก็ได้ แต่ได้บินสายการบินเกรดต่ำลงมาน่ะ แต่ถ้า 93 เหรียญเนี่ย ไอให้ยูบิน Budha Air หรือไม่ก็ Yeti เลยนะ เรา: (คิดหนัก) จะบินสายการบินถูก ๆ ตามที่แขกว่าก็กลัวเจอ Delay แล้วก็ขี้เกียจออกไปเดินหาข้างนอกแล้ว ตกลงเอา Budha หรือ Yeti นี่แหล่ะ แต่ยูช่วยลดราคาให้ไอหน่อยสิ แขก: ไอเปิด Office ก็มีค่าใช้จ่ายนะ ไอจัดการทุกอย่างให้ยู ไอก็ได้แต่เงินจากค่าตั๋วเครื่องบินของยูเท่านั้นแหล่ะ เรา: (ดูพูดจาตรงไปตรงมา น่าส่งสาร) เอาก็เอา ไปกลับเที่ยวละ 93 เหรียญ 2 คนก็ 372 เหรียญ แต่ยูต้องเอาตั๋วมาให้ไอก่อนนะ ไอถึงจะจ่ายเงินให้ แขกเลยรีบยกหูโทรศัพท์เห็นคุยอยู่แป๊บนึง วางหูแล้วบอกเราว่า ตกลงขาไปวันที่ 14 ยูบินตอนเที่ยงนะ เรา: ไอไม่เอาเที่ยวเที่ยงนะ อยากไปเช้า ๆ จะได้มีเวลาเที่ยวที่โพคารา ขากลับก็ขอเช้า ๆ เหมือนกัน แขกยกหูคุยโทรศัพท์คุยอีกพักนึง ซักพักเดียวก็มีเด็กเอาตั๋วเครื่องบินมาส่ง 2 ใบ เรารับตั๋วมา ขาไป บินเที่ยว 9.30 น. ขากลับวันที่ 19 บินเที่ยว 9.15 น. อ้าว...แต่ทำไมเป็นตั๋ว Sita Air ล่ะ ไหนบอก Budha แขก: อ้อ...นี่ก็สายการบินระดับเดียวกันแหล่ะ เรา: มองหน้ากันกับเพื่อน เริ่มเหนื่อยแล้ว...เอาก็เอา (แต่เนี่ยน่ะโง่แล้ว คราวนี้ ไว้จะเล่าให้ฟังต่อไปค่ะ)
|
|
 |
|
|
|
|
|
|
nongtitee |
|
 Premium Economy Class 
|
Entry Permit / TIMs Cardเรา: ไอจะทำ Entry Permit กับ TIMs Card ที่ Pokhara วันที่ 14 ได้รึเปล่า Office เค้าเปิดมั้ย แขก: Office น่ะเปิด แต่ยูไม่ต้องไปทำเองหรอก เสียเวลาต่อคิว เดี๋ยวไอให้คนไปทำให้ ไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม ยูมีรูปมารึเปล่า เอามาให้ไอคนละ 4 ใบ เดี๋ยวไอจัดการให้ พอส่งรูปให้ไป เห็นแขกกรอกเอกสาร / ติดรูป แล้วก็พับเอกสารพร้อมกับเอาเงินรูปีใส่ซอง ปิดผนึกแล้วก็ บอกให้เราเอาไปให้ผู้จัดการโรงแรมที่โพคารา เค้าจะไปทำให้ (ค่าธรรมเนียม Entry Permit 2,000 Rs ต่อคน) ส่วน TIMs Card แขกออกให้เองได้เลย (เพราะบริษัทฯ เค้าเป็น Government Registered Trekking Company) เรา: TIMs Card นี่ฟรี ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใช่มั้ย แขก: ต้องจ่ายคนละ 100 Rs เรา: อ้าว...ก็ไอ อ่านมาจากเว็บเค้าบอกว่าฟรีนี่ แขก: ไม่ฟรีนะ คนละ 100 รูปี (จ่ายก็จ่าย ขี้เกียจเถียง) TIMs Card เป็นเอกสารที่ Trekker ต้องมีนะคะ (ตามกฎที่เค้าว่าไว้) เวลาผ่าน Check Point แต่ละที่ เรา ต้องนำ TIMs Card กับ Entry Permit ไปยื่นพร้อมกัน รายละเอียดเพิ่มเติม เข้าไปดูได้ที่ http://www.timsnepal.com ค่ะ
|
|
|
|
|
|
nongtitee |
|
 Premium Economy Class 
|
รถ
แขก: ไอขอคิดค่ารถที่ไปรับยูจากสนามบินมา Thamel 5 เหรียญ นะ เรา: โอเค ไม่มีปัญหา แล้วถ้าไออยากจะจ้างรถยู ให้พาไอไปเที่ยวที่ Patan, Bhaktapur, Bouddhanath Temple, Pashupatinath Temple แล้วก็ Swayambhunath Temple ล่ะ ยูจะคิดเท่าไหร่ แขก: ไอคิดยู 32 USD ยูใช้รถได้ทั้งวันไม่ต้องรีบร้อน เรา: ลดหน่อยไม่ได้เหรอ แพงไปหน่อยนะ แขก: ลดไม่ได้แล้ว ราคานี้ถูกแล้ว ถ้ายูจะจ้าง Taxi ไปเองวันเดียวให้ครบทุกที่นี่ ไม่มีทางเป็นไปได้เลย เรา: หันไปปรึกษากับเพื่อนแล้ว คิดว่าแพงเกินไป ก็เลยไม่เอา แขก: แล้วจากโพคาราไป Nayapul ล่ะ เรา: ยูจะคิดไอเท่าไหร่ แขก: เที่ยวละ 1,200 Rs รับส่งถึงโรงแรม เรา: ลดหน่อยไม่ได้เหรอ แขก: ลดไม่ได้แล้ว ปกติก็คิดราคานี้แหล่ะ เรา: เอาก็เอา หลังจากออกจาก Office มาแล้ว ถึงมานึกได้ทีหลังว่า สงสัยเป็นเพราะไอ้ Professional Itinerary ของเรา เองนั้นแหล่ะ ทำเป็นภาษาอังกฤษ แล้วดันไปเขียนราคาค่ารถกำกับไว้เสร็จสรรพ แขกคงเห็นเลยบอกเรา ราคานี้เลย
|
|
|
|
|
|
nongtitee |
|
 Premium Economy Class 
|
แลกเงิน
ตอนจะออกจากสนามบินเหลือบดู Rate เงินแล้ว 1 USD = 61 Rs หาข้อมูลมาแล้วว่ายังไงที่ Thamel ก็ถูกกว่า แล้วมีรถมารับยังไม่ต้องจ่ายค่ารถ ก็เลยไม่ได้แลก พอตกลงกับแขกที่ agency เรียบร้อยแล้ว ก็เลยลองถาม rate เงินดูเล่น ๆ ว่าที่ Thamel เท่าไหร่ เพราะยังไม่ได้ไปสำรวจ เรา: ถ้าแลกเงินที่ Thamel นี่ได้ rate เท่าไหร่ แขก: ที่สนามบิน rate 61 Rs ต่อ 1 USD แต่ไอให้ยู 63 Rs เลย เรา: คิดในใจ แขกมันต้องกดราคาแน่ ๆ เลย ไม่เอาดีกว่า เดี๋ยวไปเดินดูข้างนอกก็ได้ ที่ไหนได้ พอไปเดินที่ Thamel แลกได้ 62.71 ต่อ 1 USD เท่านั้น โธ่เวรกรรม ไม่น่าเล๊ย แถมที่ใคร ๆ บอกว่าเวลาแลกเงินน่ะ ต่อรองได้ด้วย ถึงเวลาจริง ๆ ก็ไม่กล้าไปต่อเค้า ทำหน้าบาง เซ็งตัวเองจริง ๆ
|
|
|
|
|
|
nongtitee |
|
 Premium Economy Class 
|
ก่อนออกมา จริง ๆ ก็ถ่ายรูปแขกที่เป็นเจ้าของ กับ ชื่อ Office ไว้เรียบร้อย กะจะเอามา post เผื่อคนอื่นจะได้ไปใช้ บริการ แต่หลังจากนั้นก็เริ่มเปลี่ยนใจ ไม่แนะนำดีกว่า จริง ๆ agency นี้ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรหรอก ก็พอใช้ได้ แต่ก็ยังรู้สึกว่าไม่อยากจะแนะนำ
พอเสร็จธุระจาก agency แขกให้คนขับรถมาส่งที่โรงแรม ชื่อ International Guest House โรงแรมก็ดูใช้ได้ มี Internet ให้เล่นฟรี (แต่ไม่เคยเล่นเลย) ในห้องขี้ฝุ่นเยอะไปหน่อย มีน้ำอุ่น แต่น้ำก็สีเหลือง ๆ มีกลิ่นเหม็นคาว ๆ สระผมก็เหม็นติดหัวไปตลอด แต่เพราะเตรียมใจมาก่อนแล้ว ก็เลยรับได้สบายมาก เราได้ห้องตรงบันไดชั้น 2 ไม่ติดกับห้องใครเลย ก็สบายดี โรงแรมนี้อยู่ห่างออกมาจากใจกลาง Thamel ถ้าเดินผ่านจาก Kathmandu Guest House ออกมาทางด้านนอก ประมาณ 5 นาทีก็ถึง ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านหรือเสียงดัง มียามเฝ้าตลอด
|
|
|
|
|
|
nongtitee |
|
 Premium Economy Class 
|
ช่วงที่ไป ไฟจะดับเป็นระยะ ๆ ทางโรงแรมเค้าก็มีเทียนไว้ให้ แต่เราก็พกไฟฉายไปด้วย เผื่อฉุกเฉิน
|
|
|
|
|
|
nongtitee |
|
 Premium Economy Class 
|
หลังจาก Check in เก็บข้าวของเรียบร้อย เราก็เดินไป Kathmandu Durbar Square จากโรงแรมก็เดินอยู่พักนึง กว่าจะถึง เดินไปก็เครียดเล็กน้อย เพราะถนนแคบไหนจะรถจักรยาน รถมอเตอร์ไซค์ สามล้อ Taxi บีบแตรกันให้ สนั่นหวั่นไหว ระหว่างทางก็คอยมองหาร้านแลกเงินด้วย ลองมองดูราคาก็เห็นเท่ากันหมดเลยขี้เกียจไปต่อเค้า แลกไป 100 USD ก่อน ไว้ค่อยแลกใหม่
พอไปถึง Durbar Square ไม่ทันสังเกตว่ามีตู้เก็บค่าตั๋วอยู่ แต่หน้าตาออกจะนักท่องเที่ยวขนาดนั้น เจ้าหน้าที่ ก็รีบวิ่งออกมาดักให้ไปจ่ายเงินก่อน
เสียเงินไปคนละ 200 Rs. แต่ตอนนี้ก็สี่โมงครึ่งแล้ว แถมดูบรรยากาศเหมือนฝนจะตก เลยเปลี่ยนใจไม่เที่ยววันนี้เลยถามเจ้าหน้าที่ว่า จะไปทำ Tourist Pass ที่ไหน ยังไง
เจ้าหน้าที่ก็บอกให้เรียบร้อย
หมายเหตุ ถ้ามาที่ Kathmandu Durbar Square นี่ซื้อบัตรแค่หนเดียวพอนะคะ แล้วก็เอาบัตรไปที่ Office ด้านหลังอยู่ติดกับวังกุมารี (ปิด 17.00 น.) เอารูปถ่ายไปด้วย 1 ใบ (รูปถ่ายที่ใช้ทำเอกสารที่นี่ส่วนใหญ่ ใช้ 1 นิ้วนะคะ เพราะช่องที่ให้ติดรูปมันจะเล็กนิดเดียว แต่ถ้ามีรูป 2 นิ้วไป ก็ไม่เป็นไรค่ะ เจ้าหน้าที่เค้าก็จัดการตัดรูปให้เรียบร้อยค่ะ) พอไปถึง Office ก็เดินเข้าไปบอกเจ้าหน้าที่เค้าว่าจะมาทำบัตร Tourist Pass เค้าจะถามว่าเราจะใช้ถึงวันไหน ก็ให้ บอกวันที่ ๆ เราจะอยูที่ Kathmandu เป็นวันสุดท้ายเลยค่ะ เค้าก็จะออกบัตรให้ เช่น ของเราก็ใช้ได้จนถึง 20 เม.ย. เลยค่ะ บัตรก็ขนาดเท่านามบัตรทั่วไปแหล่ะค่ะ มีเขียนชื่อ ติดรูป แล้วก็บอกวันหมดอายุ (ไม่ได้ถ่ายรูปบัตรมาให้ดู นะคะ)
ทีนี้จะเดินเข้าเดินออกแถวนั้นอีกกี่รอบ แค่โชว์บัตรนี้ก็ไม่ต้องเสียเงินอีกค่ะ
|
|
 |
|
|
|
|
|
|
nongtitee |
|
 Premium Economy Class 
|
Office ที่ไปทำบัตร Tourist Pass ค่ะ
|
|
|
|
|
|
nongtitee |
|
 Premium Economy Class 
|
จาก Durbar Square ก็เดินกลับมาที่ Thamel เพราะเริ่มหิวแล้ว เดินมาได้ครู่นึงยังไม่ได้ตัดสินใจว่า จะกินร้านไหน อยู่ดี ๆ ก็มีพายุฝุ่นพัดมาแบบแทบจะลืมตาไม่ได้ ซักพักฝนก็ตกลงมา เลยตัดสินใจกระโดด เข้าไปในร้านอาหารอิตาเลียนร้านนึง ลองสั่งสปาเก็ตตี้มาทาน แต่ไม่อร่อยเลย ก็ฝืนกิน ๆ เข้าไปเพราะเสียดาย เงิน ค่าอาหารมื้อนี้ 401 Rs.
|
|
|
|
|
|
nongtitee |
|
 Premium Economy Class 
|
ทานเสร็จแล้ว ก็แวะซื้อน้ำดื่มที่ Supermarket แถวนั้น (น้ำ 1 ลิตร ราคา 13 Rs.) เสร็จแล้วก็เดินกลับไปโรงแรม ที่โรมไฟดับมืดตึ๊ดตื๋อ เลยจุดเทียนรอจนไฟมา รีบอาบน้ำนอนเอาแรง
วันที่ 2
วันนี้ตื่นมาตั้งแต่ตีห้ากว่า ๆ ก่อนนาฬิกาปลุกอีก เพราะฟ้าสว่างจ้าแล้ว นอนเล่นอยู่พักนึง ล้างหน้าแปรงฟัน (ไม่ยอมอาบน้ำเด็ดขาด เพราะหนาว) แล้วก็เดินไปที่ Thamel ตอนนั้นประมาณ 7 โมงเช้า ยังไม่ค่อยมีร้านไหนเปิดเลย เดินไปเรื่อย ๆ เห็นร้านนึงเปิดขายอาหารเช้าแล้ว เลยเดินขึ้นไปสั่งอาหารทานที่ชั้นสอง เสียค่าอาหารเช้าไป 317 Rs.
|
|
|
|
|
|
nongtitee |
|
 Premium Economy Class 
|
ทานอาหารเช้าเสร็จ แวะไป Super อีกทีเพื่อซื้อขนมติด ๆ กระเป๋าไว้ เสร็จแล้วก็เดินถามทางไปท่ารถ Micro Bus เพื่อนั่งไปลงที่ Ratna Park (เป็น City Bus Park ค่ะ) เพราะวันนี้ตั้งใจว่าจะนั่งรถเมล์ไป Patan เพื่อความประหยัดและสนุกไปในตัว ตอนทานอาหารเช้าถามพนักงานที่ร้านเค้าแล้วว่า เดินไปยังไงค่ารถเท่าไหร่ จะได้ไม่ถูกหลอก จากร้านอาหาร (ชั้นล่างเป็นร้านขนมปังชื่อ Hot Bread ที่จะลดราคา 50 % ตอนหลัง 2 หรือ 3 ทุ่มนี่แหล่ะค่ะ จำไม่ได้) เดินตามทางไปเรื่อย ๆ ดูโน่นดูนี่ ไม่นานก็ถึงถนนใหญ่ แต่มองไม่เห็นป้ายรถเมล์ ถามคนแถวนั้น เค้าก็ชี้ให้ไปรอรถที่ฝั่งตรงข้าม
|
|
| Revision History (1 edits) |
|
| |
|
|
|
|
|
nongtitee |
|
 Premium Economy Class 
|
เดินออกมาจากถนนเล็ก (ตรงเสาไฟหัวมุมร้านขายกล้วย) ก็ออกมาเจอถนนใหญ่ เสร็จแล้วก็ข้ามมารอรถ Micro Bus ซึ่งก็คือ รถตู้บ้านเรานี่แหล่ะค่ะ ยืนอยู่พักนึงก็มีรถตู้มาจอด มีเรากับเพื่อนยืนกันอยู่ 2 คน พอกระเป๋าเปิดประตูลงมา เราก็รีบถามว่า ไป Ratna Park มั้ยพอเค้าบอกว่าไปก็ขึ้นเลย ค่าโดยสารคนละ 10 Rs.
นั่งไปไม่นานรถก็ไปจอดที่ Ratna Park พอดีว่าตอนที่อยู่บนรถตู้มีคนเนปาลที่นั่งอยู่ข้างหลังเค้ามาชวนคุย ถามว่าจะไปไหน ดูเค้าท่าทางใจดี แถมให้เราแลกแบงก์ย่อยด้วย (ไว้ใจคนง่ายอีกแล้ว) เราบอกเค้าว่าจะไป Patan พอลงรถที่ Ratna Park ด้วยกัน เค้าก็บอกว่าให้เดินตามเค้ามา
เค้าก็เดินไปถาม ๆ รถแถวนั้นให้ ไปเจอรถตู้คันนึงบอกว่าจะผ่าน แถว ๆ Patan แล้วเราต้องเดินต่อไปเอง เอ้า...ไปก็ไป (จริง ๆ แล้ว เราว่าน่าจะไปขึ้นรถเมล์มากกว่ารถตู้นะ แต่ก็ช่างเถอะกลัวคนเนปาลเค้าเสียน้ำใจ) นั่งรถตู้คันนี้ก็เสียเงิน อีกคนละ 10 Rs. นั่งไปอีกไม่นาน กระเป๋าก็เปิดประตูให้ลง
ลงไปถึงก็ยืนงง ๆ เพราะไม่รู้ว่ามันคือที่ไหน เห็นมีแต่ทหารเพียบเลย มองไปฝั่งตรงข้ามคือ UN ไม่รู้จะทำไง เลยถือ แผนที่เดินเข้าไปถามทหารว่า จะไป Patan Durbar Square ไปทางไหน ทหารก็บอกให้เดินไปทางซ้าย พอเดินไปได้หน่อยนึง เจอทหารอีกคนเดินมาบอกว่าทางนี้ห้ามผ่าน อ้าว...เวรแล้วมั้ยละ ก็ทหารอีกคนบอกให้ไป ทางนี้ แล้วถ้าไปไม่ได้แล้วอิชั้นจะไปทางไหนละคะ แค่นี้ก็งงจะแย่แล้ว
ยืนเอ๋อกับเพื่อนอยู่แป๊บนึง ก็เลยเอาแผนที่ไปยื่นให้ทหารคนนั้นแหล่ะดูว่า จะไป Patan Durbar Square น่ะจะไปยังไง ทหารคนนี้ก็ทำหน้าเหมือนไม่รู้จักทาง แต่ก็กวักมือเรียกทหารคนอื่นมาช่วยดู รุมดูแผนที่กันอยู่พักนึง ทหารก็เลยชี้ทางให้ แล้วก็ปล่อยเราให้เดินผ่านไปได้
|
|
 |
|
|
|
|
|
|
HDY |
|
 Economy Class Member 
Location: HDY
|
ขอบคุณมากครับ  |
|
|
|
|
|
nongtitee |
|
 Premium Economy Class 
|
จากหน้า UN เดินไปถามทางไปเรื่อย ๆ ก็มาถึงจนได้ Patan Durbar Square
|
|
|
|
|
|
nongtitee |
|
 Premium Economy Class 
|
ไปถึงแล้ว จากที่เตรียม print แผนผังเอาไปประกอบว่าอะไรคืออะไร เพื่อจะได้ไม่ต้องจ้างไกด์ ก็ล่มไม่เป็นท่า เพราะแดดร้อนเหลือเกิน เลยแค่เดินถ่ายรูปดูโน่นดูนี่ไปเรื่อย ๆ เลยไม่มีข้อมูลมาอธิบายให้ฟังนะคะ
|
|
|
|
|
|
nongtitee |
|
 Premium Economy Class 
|
|
|
|
|
|
nongtitee |
|
 Premium Economy Class 
|
เดินดูอยู่พักใหญ่ ๆ จนพอใจแล้ว ก็จะไปเที่ยวที่ Bhatapur ต่อ พอจะเดินออกก็เพิ่งจะมาเห็นที่เก็บเงินค่าเข้า คงเป็นเพราะว่าเราเดินเข้ามาอีกด้านนึง เลยไม่ได้ผ่านที่เก็บเงิน คิดอยู่ว่าจะจ่ายเงินดีรึเปล่าหว่า ดูของเค้ามาจนหมดแล้ว ค่อยไปจ่ายเงินก็ยังไงอยู่ เลยตัดสินใจว่าไปต่อเลย ดีกว่า (ขี้โกงเล็กน้อย) (หมายเหตุ ปกติจะไม่พยายามเลี่ยงที่จะจ่ายเงินค่าเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ ของเค้านะคะ ถ้าเห็นปุ๊บก็จะเดินไปจ่ายด้วยความเต็มใจ (เป็นคนดีซะจริง ๆ) เข้าไปอ่านข้อมูลบางที่ จะมีคนแนะนำว่า ให้เดินเข้าทางอื่นที่ไม่ต้องผ่านที่เก็บเงิน แต่เราว่าอย่าไปทำอย่างนั้นเลยนะคะ สงสารเค้า เงินก็ไม่ได้มากมายอะไร ให้เค้าไปเถอะ แหะ...แหะ แต่ยกเว้นคราวนี้นะคะ เลยตามเลยก็แล้วกัน)
|
|
|
|
|
|
nongtitee |
|
 Premium Economy Class 
|
จาก Patan จะไป Bhaktapur ลองดูในแผนที่แล้ว ระยะทางไกลออกไปพอสมควร เริ่มติดใจกับการนั่งรถเมล์ เพราะไม่ยากอย่างที่คิด แถมประหยัดด้วย เลยเดินมั่ว ๆ ออกไปลองถามหาป้ายรถเมล์ไป Bhaktapur ยืนมองไปมองมาจะหาเหยื่อมาให้ถามก็ไม่มี
พอดีมีรถ (หน้าตาเหมือนรถตุ๊ก ๆ บ้านเราแบบที่นั่ง 2 แถวหันหน้าเข้าหากัน) มาจอดตรงหน้า ลองไปถามคนขับดู แกก็ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อย่างเดียว แต่โชคดีที่ผู้โดยสารที่นั่งอยู่ข้างคนขับ (จริง ๆ ตอนแรกไม่กล้าถามแก เพราะหน้าตาดูโหด ๆ น่ากลัว) ช่วยพูดกับคนขับให้ เพราะดูแล้วคนขับแกก็รู้นะว่าป้ายรถเมล็อยู่ที่ไหน แต่มันคงอธิบายยาก แกเลยไม่ยอมบอกซะงั้น คุยกันอยู่นานคุณพี่ผู้โดยสารคงสงสารบวกกับรำคาญ เลยเรียกให้เดินตามแกไป (ว่าง่ายอีกแล้วเรา) แกก็พาเดิน ๆ ๆ ไกลพอสมควร จนไปทะลุอีกถนนนึง
เสร็จแล้วแกก็ไปหยุดถามเด็กวัยรุ่น 2 คน คุยกันอยู่แป๊บนึง เด็ก 2 คนนั้นก็มาบอกเราว่า ถ้าจะไป Bhaktapur วันนี้ ควรจะขึ้นรถ Taxi ไปจะดีกว่า เพราะวันนี้เป็นวันปีใหม่ แล้วเค้ามีงานที่ Bhaktapur คนเนปาลจะไปกันเยอะ รถเมล์จะแน่นมาก ๆ เราก็เลยถามว่าถ้านั่ง Taxi ไปประมาณเท่าไหร่ เด็กบอกแพงนะ ประมาณ 400 Rs. เราเลยบอกว่าจะลองขึ้นรถเมล์ดูก่อน ให้เค้าช่วยบอกทางไปที่ขึ้นรถให้ แล้วก็หันไปขอบคุณ คุณผู้โดยสารใจดีที่พาเรามาส่งซะตั้งไกล แล้วก็แถมปากกาลูกลื่นให้แกไป 1 แท่ง (หมายเหตุ ก่อนไปเนปาลอ่านข้อมูลเจอว่า คนเนปาลชอบปากกา ถ้าให้เค้าจะดีใจ เราก็เลยซื้อไปซะ 2 แพ็ค ขึ้น Taxi หรือ เจอใครมีน้ำใจกับเรา ก็แจกให้เค้าไป)
ขอเล่าเรื่องขึ้นรถเมล์ไป Bhaktapur ต่อ
ร่ำลาผู้มีน้ำใจเรียบร้อย เราก็เดินไปตามทางที่เด็กเค้าบอกทางให้ ไม่มีป้ายรถเมล์เหมือนเดิม มีแต่คนยืนอยู่เป็นฝูงเลย เราก็ไปยืนรวมกับเค้าด้วย ยืนอยู่ก็มีแต่คนหันมามองไอ้เด็กหน้าตาประหลาด 2 คน ชักเริ่มไม่แน่ใจ เลยหันไปถามคนข้าง ๆ ว่าคอยรถไป Bhaktapur ตรงนี้ใช่มั้ย เค้าพยักหน้าว่าใช่ แล้วก็ทำหน้ายิ้ม ๆ ขำ ๆ ยังไงชอบกล
ยืนคอยอีกพักนึง ก็มีรถเมล์เก่า ๆ คันนึงเคลื่อนมาจอดใกล้ ๆ เห็นคนเนปาลวิ่งกรูเข้าไป อัดกันอยู่ที่ประตูรถ เราก็เอายังไงดีง่ะ จะทำมารยาทดี รอให้คนลงมาก่อนคงไม่ได้ไป งั้นก็ลุย ไปเบียดกับเค้ามั่ง ยืนอยู่ตั้งนานก็ยังไม่ได้ขึ้น ก็คนบนรถก็ยังลงมาไม่ได้ แล้วไอ้คนข้างล่างจะขึ้นไปได้ไงฟระ (ลองนึกภาพตามดูนะคะ เพราะนาทีนั้น เพื่อเอาชีวิตให้รอดขึ้นไปอยู่บนรถเมล์ให้ได้ จึงไม่สามารถจะถ่ายภาพใด ๆ มาให้ดูได้ค่ะ) ซักพัก เพื่อนเรียกเราบอกว่า มันมีประตูขึ้นอีกด้านนึงด้วย เรารีบวิ่งอ้อมไปอีกด้าน ก็ยังขึ้นไม่ได้เหมือนเดิม รถก็กำลังจะออก เลยตัดใจถอยออกมาดีกว่า
พอรถเคลื่อนผ่านหน้าเราไปได้หน่อยนึงเลยเห็นว่า อ้าว มันขึ้นด้านหลังได้ด้วยว้อย งั้นต้องพยายามใหม่ ไปรอเบียดขึ้นประตูหลัง ซักพักก็สำเร็จมุด ๆ เข้าไป มือนึงถือเป้ไว้ มือนึงจูงเพื่อนไว้ด้วย แพล๊บเดียวก็กลายร่างเป็นปลากระป๋องอยู่บนรถเมล์ แต่...หันมาอีกที เห็นเพื่อนยืนหน้าจ๋อยเบียดกับคนเนปาลอยู่ข้างล่าง เรียกให้เพื่อนรีบเบียดขึ้นมา เพื่อนก็ขึ้นมาไม่ได้ ซักพัก ก็ถอดใจ เพราะเริ่มนึกถึงข่าวคนงานพม่าที่ตายอยู่ในรถตู้เย็น เลยรีบลงมาดีกว่า
พอลงมายืนคอยตาละห้อยเป็นหมาแหงนอยู่ข้างล่าง คุณกระเป๋ารถเมล์ผู้อารีก็เดินมาเรียกเรา แล้วชี้บอกว่าให้ขึ้นไปนั่งบนหลังคา เราเลยรีบเดินหนี เพราะยังไม่อยากตายตอนนี้ ขนาดเดินหนีไปตั้งไกล แกยังเดินตามมาเรียกอีก
จากนั้นก็เลยเปลี่ยนใจไปหา Taxi นั่งดีกว่า เดินถามไปหลาย ๆ คัน ส่วนใหญ่บอกราคา 400 Rs. ต่อได้ถูกสุดก็ 350 Rs. หลังจากถามหลาย ๆ คัน เพื่อให้มั่นใจว่าไม่โดนฟันแน่นอน ก็โดดขึ้น Taxi ไปที่ Bhaktapur ด้วยความเหนื่อยและสนุก
มาถึง Bhaktapur ก็ไปซื้อบัตรเข้าชมก่อน ค่าเข้าสามารถจ่ายได้ทั้งรูปี และ Dollar เพื่อนบอกคำนวณแล้วจ่าย Dollar ถูกกว่าก็เลยจ่ายไป คนละ 10 USD จำไม่ได้ว่าถ้าจ่ายเป็นรูปี คนละเท่าไหร่ ไม่ได้ถ่ายรูปทางเข้าไว้ เพราะมัวแต่คุยกับคนขายตั๋ว จะถามทางไปวัด Bouddhanath ต่อ แล้วแถมยังมีคนคอยมาตื้อให้จ้างเป็นไกด์อยู่นั่นแหล่ะ เหนื่อยจริง ๆ
|
|
 |
|
|
| Revision History (1 edits) |
|
| |
|
|
|
|
|
nongtitee |
|
 Premium Economy Class 
|
|
|
|
| |