นักดาราศาสตร์ที่ได้รับเงินทุนจากนาซ่ากำลังจับตาดูเส้นทางของดาวเคราะห์น้อยดวงหนึ่งที่มีชื่อว่า 2007 WD5 ที่คาดว่าจะตัดกับเส้นทางโคจรของดาวอังคารในช่วงต้นปีนี้
ตำแหน่งปัจจุบันของดาวเคราะห์น้อย 2007 WD5 โดยวงโคจรของมันระบุด้วยสีฟ้า เส้นทางโคจรของดาวเคราะห์น้อยนี้พาดจากตำแหน่งใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดซึ่งอยู่เลยวงโคจรโลกออกไปเล็กน้อยจนถึงตำแหน่งไกลที่สุดที่ขอบนอกของแถบดาวเคราะห์น้อยหลัก:
การคำนวณโดยสำนักงานวัตถุใกล้โลกของนาซ่าที่ ห้องทดลองไอพ่นขับดัน(JPL) บ่งชี้ว่าดาวเคราะห์น้อยที่กว้าง 50 เมตร(ใกล้เคียงกับวัตถุที่สร้างหลุมอุกกาบาตที่โด่งดังในอริโซน่าเมื่อ 5 หมื่นปีก่อน) จะผ่านในระยะทาง 3 หมื่นไมล์จากดาวอังคารในเวลาประมาณ 6 นาฬิกาตามเวลาฝั่งตะวันออก ของวันที่ 30 มกราคม 2008
Don Yeomans ผู้จัดการสำนักงาน NEO กล่าวว่า ขณะนี้ดาวเคราะห์น้อย 2007 WD5 อยู่ครึ่งทางระหว่างโลกกับดาวอังคารและจะเดินทางเข้าหาดาวอังคารด้วยความเร็วประมาณ 27900 ไมล์ต่อชั่วโมง มีโอกาส 1 ใน 75 ที่ 2007 WD5 จะชนดาวอังคาร นักวิจัยไม่สามารถเชื่อมั่นได้มากกว่านี้ได้เนื่องจากความไม่แน่นอนของวงโคจรดาวเคราะห์น้อย อย่างไรก็ตาม ถ้าเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนี้มีขึ้น การชนก็จะเกิดขึ้นบางที่ภายในบริเวณพื้นที่กว้างทางเหนือที่โรเวอร์ออพเพอร์ทูนิตี้อยู่
Steve Chesley นักวิทยาศาสตร์ที่ JPL กล่าวว่า เราประเมินว่าการชนอย่างนี้เกิดขึ้นบนดาวอังคารทุกๆ พันปีหรือประมาณนั้น ถ้า 2007 WD5 จะปะทะกับดาวอังคารในวันที่ 30 มกราคม เราคำนวณว่ามันจะชนด้วยความเร็วประมาณ 3 หมื่นไมล์ต่อชั่วโมง และอาจจะสร้างหลุมอุกกาบาตที่มีความกว้างมากกว่าครึ่งไมล์ ขณะนี้โรเวอร์ออพเพอร์ทูนิตี้กำลังสำรวจหลุมอุกกาบาตแห่งหนึ่งที่มีความกว้างใกล้เคียงกันนี้
การชนดังกล่าวอาจจะปลดปล่อยพลังงาน 3 เมกะตัน นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเหตุการณ์ความรุนแรงอย่างนี้เกิดขึ้นบนโลกเมื่อปี 1908 ในทังกัสก้า ไซบีเรีย และไม่สร้างหลุมอุกกาบาตขึ้น วัตถุนั้นถูกทำลายโดยชั้นบรรยากาศโลกก่อนที่มันจะชนกับพื้น แม้ว่ามันจะระเบิดกลางอากาศแต่ก็ทำให้พื้นที่ป่าเป็นวงกว้าง ชั้นบรรยากาศดาวอังคารเบาบางกว่าโลกอย่างมาก ดังนั้นวัตถุชนขนาดใกล้เคียงกันนี้ก็น่าจะมีโอกาสถึงพื้นได้มากกว่า
ดาวเคราะห์น้อย 2007 WD5 ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2007 โดยโครงการ Catalina Sky Survey ที่ได้เงินทุนจากนาซ่า และใส่มันใน รายชื่อที่ต้องจับตา เนื่องจากวงโคจรของมันที่ผ่านเข้าใกล้โลก การสำรวจเพิ่มเติมจากทั้ง Spacewatch ที่ได้เงินทุนสนับสนุนจากนาซ่า ที่คิตต์พีท อริโซน่า และหอสังเกตการณ์ แมกดาลีน่า ริดจ์ ในนิวเมกซิโก ได้ให้ข้อมูลนักวิทยาศาสตร์มากพอจะตรวจสอบว่าดาวเคราะห์น้อยนี้ไม่ได้สร้างอันตรายกับโลก แต่อาจชนกับดาวอังคารได้
เนื่องจากดาวเคราะห์น้อยถูกตามรอยมาเพียงเดือนเศษๆ จึงยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเส้นทางที่มันจะใช้ Yeomans กล่าวว่า ในช่วงอีก 5 อาทิตย์ข้างหน้า เราหวังว่าจะรวบรวมข้อมูลจากหอสังเกตการณ์อื่นๆ ได้มากขึ้น เพื่อเราจะสามารถปรับเส้นทางดาวเคราะห์น้อยได้ละเอียดมากขึ้น ข้อมูลที่มากขึ้นอาจจะกำจัดหรือยืนยันความเป็นไปได้ที่จะเกิดการชน
ยาน Mars Reconnaissance Orbiter ของนาซ่าซึ่งกำลังทำแผนที่ดาวอังคาร อาจจะได้เห็นเหตุการณ์แบบซึ่งๆ หน้า ระวางวิทยาศาสตร์ของยานซึ่งประกอบด้วย High Resolution Imaging Experiment(HiRISE) ซึ่งมีกล้องที่มีกำลังสูงที่สุดเท่าที่โคจรรอบดาวเคราะห์อื่น Alfred S. McEwen หัวหน้าทีม HiRISE กล่าวว่า ถ้าดาวเคราะห์น้อยชนดาวอังคารเราก็จะได้เห็นหลุมภายในไม่กี่วันหลังการชน
หมายเหตุ คืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2008 ด้วยการสำรวจที่ทำในวันที่ 29, 31 ธันวาคม และ 2 มกราคม โดยหอสังเกตการณ์แมกดาลีน่าริดจ์ ในนิวเมกซิโก นักวิทยาศาสตร์ที่ NEO ได้ประเมินวงโคจรของดาวเคราะห์น้อยใหม่ จากการวิเคราะห์ล่าสุด โอกาสการชนในวันที่ 30 มกราคม เพิ่มเป็น 1 ใน 28 หรือ 3.6% แล้ว
ที่มา science.nasa.gov : asteroid threatens to hit Mars
spaceflightnow.com : space rock could hit Mars
http://www.darasart.com/webnews/review.asp?news=253
