| วิธีการจองตั๋วสายการบินโลว์คอสต์ผ่านอินเตอร์เน็ต!! This thread currently has 8,227 views. |
|
|
Yoong_Cha_MuD |
|
|
Location: Chiang Mai
|
|
|
| Revision History (2 edits) |
|
| |
|
|
|
|
|
Yoong_Cha_MuD |
|
|
Location: Chiang Mai
|
สายการบินแรกที่จะเอ่ยถึงก็คือ ....
สายการบินไทยแอร์เอเชีย และกลุ่มสายการบินพันธมิตร (แอร์เอเชียมาเลเซีย ฯลฯ)
วิธีการจองตั๋วราคาประหยัดกับแอร์เอเชีย
โดยปกติแล้ว สายการบินแอร์เอเชีย จะเป็นเจ้าพ่อด้านโปรโมชั่น จะมีโปรโมชั่นที่ร้อนแรงและถูกออกมาอย่างสม่ำเสมอ อาทิเช่นโปรโมชั่น 0 บาท 1 บาท จนโปรโมชั่นที่ไม่แรงเท่าไหร่ อาทิเช่น 399 บาทเป็นต้น ซึ่งถ้าหากว่าสามารถจองโปรโมชั่นในช่วงที่มีการออกโปรโมชั่นของสายการบินได้นี่ถือว่า สุดคุ้มยิ่งกว่าคุ้มครับ โปรโมชั่นถูกๆ แบบนี้มักจะเปิดให้จองผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ตเพียงช่องทางเดียวครับ ส่วนใหญ่มักจะไม่รับจองผ่านช่องทางอื่นๆ อาทิเช่น Call Center 02-5159999 หรือเคาน์เตอร์ของแอร์เอเชียที่สนามบิน และที่ห้างเทสโก้โลตัส
อย่างโปรโมชั่นที่ร้อนแรงที่สุด ที่หลายๆ คนยังคงจำเหตุการณ์คืนวันที่ออกโปรโมชั่นได้ คือ โปรโมชั่น 0 บาทเมื่อคืนวันที่ 6 ธันวาคม 2548 ที่ออกทุกเส้นทางการบินที่แอร์เอเชียให้บริการอยู่ แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องเดินทางภายในช่วงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 10 ตุลาคม 2549 ทำให้หลายๆ คน (รวมทั้งผมด้วย) ได้มีโอกาสบินสู่มาเก๊า ในราคาไป-กลับ จ่ายสุทธิเพียง 2,350 บาท (รวมค่าธรรมเนียมสนามบินดอนเมืองในขณะนั้นแล้ว) หรือบินสู่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ผ่านกัวลาลัมเปอร์ ในราคาไป-กลับ เพียง 4,000 บาทเท่านั้น
ตามปกติ แอร์เอเชียจะออกโปรโมชั่นในช่วงเวลา 23.00 น. ตามเวลาของประเทศไทยครับ เพราะว่าเว็บไซต์ของแอร์เอเชียจะอยู่ที่บริษัทแม่คือประเทศมาเลเซีย ซึ่งเวลาเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง ดังนั้น ถ้าหากได้พบเห็นโฆษณาที่ลงในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ หรืออีเมล์ Red Alert แจ้งเตือนล่วงหน้า (ถ้าหากสมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซต์แอร์เอเชีย) ว่าเริ่มขายวันที่ 10 ก็แสดงว่าเปิดขายจริง วันที่ 9 เวลา 23.00 น. ครับ
ก่อนทำการจองให้เตรียมจดชื่อผู้โดยสาร โดยสะกดชื่อ-สกุล เป็นภาษาอังกฤษให้ถูกต้อง (หรือให้อ่านออกเสียงได้ตรงตัว) จดข้อมูลพื้นฐานอาทิเช่น วัน-เดือน-ปี เกิด, หมายเลขบัตรประชาชนหรือหมายเลขหนังสือเดินทาง, ที่อยู่ในการจัดส่งเอกสารบัตรเครดิต ที่ใช้ในการชำระเงิน (ต้องตรงกันครับ ไม่งั้นบัตรจะรูดไม่ผ่านครับ)
และที่สำคัญหาอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงทำการจองด้วยก็จะยิ่งดีครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการออกโปรโมชั่น จะทำให้มีโอกาสช่วงชิงที่นั่งราคาถูกได้มากขึ้น แต่อินเตอร์เน็ตแบบ dial-up ก็สามารถทำการจองได้ครับ
|
|
 |
|
|
|
|
|
|
Yoong_Cha_MuD |
|
|
Location: Chiang Mai
|
วิธีการจองตั๋วโดยสารผ่านอินเตอร์เน็ต กับแอร์เอเชีย1. ง่ายๆ ด้วยการเปิดเว็บไซต์ของแอร์เอเชียที่ http://www.airasia.com โดยหน้าจอแรกจะให้เลือกประเทศ ซึ่งจะเลือกประเทศไทยก็ได้ครับ หรือจะเลือกภาษาอังกฤษก็ได้ (ปกติถ้าเปิดเว็บไซต์จากในประเทศไทย ระบบจะเปิดเว็บไซต์ภาษาไทยให้โดยอัตโนมัติ โดยที่เราไม่ต้องคลิ๊กเลือกอะไร) หมายเหตุ : กรณีที่เป็นช่วงโปรโมชั่นแรงๆ จะมีคนเข้ามาทำรายการจองเป็นจำนวนมาก อาจจะทำให้ของเว็บไซต์แอร์เอเชียที่เป็นภาษาไทย และภาษาอังกฤษเกิดการล่มไม่สามารถเข้าไปทำรายการจองได้ จึงขอแนะนำให้เลือกประเทศอื่นๆ อาทิเช่น ประเทศฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, กัมพูชา, พม่า หรือ เวียดนามแทนครับ
|
|
| Revision History (1 edits) |
|
| |
|
|
|
|
|
Yoong_Cha_MuD |
|
|
Location: Chiang Mai
|
2. เมื่อเปิดเข้าไปแล้ว ถ้าหากคุณยังไม่ได้สมัครสมาชิก ให้ทำการสมัครสมาชิกเว็บไซต์ของแอร์เอเชีย เพื่อความสะดวกในการทำรายการครั้งต่อไปครับ โดยลงทะเบียนสมัครสมาชิกได้ตรงบริเวณด้านซ้าย ก็คลิ๊กเข้าไปเลยครับ
เมื่อสมัครสมาชิกแล้วจะสามารถคลิ๊กเข้าไปดูรายการเที่ยวบินที่ตนเองได้ทำการจองไปเรียบร้อยแล้ว สามารถตรวจเช็คสถานะการจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตได้ รวมไปถึงสามารถเปลี่ยนแปลงวันเวลาเดินทางได้ (โดยมีค่าธรรมเนียม 535 บาทพร้อมส่วนต่างราคาต่อเที่ยวบิน)
|
|
|
|
|
|
Yoong_Cha_MuD |
|
|
Location: Chiang Mai
|
หลังจากที่คุณได้สมัครไปแล้ว ทีนี้คุณสามารถเข้าระบบการจองตั๋วของแอร์เอเชียได้เลย ทางด้านซ้ายตรงข้อความว่า สมาชิกเข้าสู่ระบบ ใส่ username และ password ที่คุณได้ตั้งไว้ ทีนี้คุณก็จะสามารถเข้าสู่หน้าจอระบบการจองตั๋วของแอร์เอเชียได้แล้วหล่ะครับ
แต่ถ้าหากต้องการเพียงแค่เช็คระดับราคาเฉยๆ สามารถคลิ๊กเลือกเส้นทาง ต้นทาง-ปลายทาง วันเดินทาง และ จำนวนผู้โดยสาร ได้จากแถบสีแดงทางด้านซ้ายมือ ซึ่งหน้าจอก็จะแสดงรายละเอียดราคาพร้อมเที่ยวบินเช่นกัน (ถ้าไม่ถูกใจก็เลือกใหม่ แต่ถ้าถูกใจแล้วจะต้องการทำการจอง ก็ใส่ username และ password เพื่อเข้าระบบทางด้านซ้ายของหน้าต่างได้เลยครับ
|
|
|
|
|
|
Yoong_Cha_MuD |
|
|
Location: Chiang Mai
|
หมายเหตุ :  ราคาโปรโมชั่นที่แสดงบนหน้าจอนี้ เป็นราคาที่ยังไม่รวมภาษี ค่าธรรมเนียมใดๆ ทั้งสิ้นครับ!!!;) ระดับราคาค่าโดยสารจะเป็นแบบขั้นบันได ซึ่งถ้าหากโควต้าราคาโปรโมชั่นถูกๆ หมดลงแล้ว บนหน้าจอก็จะไม่แสดงราคาโปรโมชั่นถูกๆ ขึ้นมาอีก แต่จะแสดงราคาโปรโมชั่นปกติ (อาทิเช่น 399, 699 บาท ขึ้นอยู่กับเส้นทางการบิน) ขึ้นมาแทนครับ สมมุติว่า.. ทางสายการบินได้กำหนดให้มีที่นั่งราคาโปรโมชั่น 99 บาท จำนวน 10 ที่นั่ง และราคาระดับต่อจากโปรโมชั่นคือ 399 บาท จำนวน 10 ที่นั่ง (จำนวนทั้งหมดนี้คือตัวเลขที่สมมติขึ้นมาทั้งสิ้น เพราะจะมีเพียงผู้บริหารสายการบิน กับผู้ที่ทำระบบทราบเท่านั้น)
หากว่ามีผู้ทำการจองราคาโปรโมชั่น 99 บาทไปเรียบร้อยแล้ว 8 ที่นั่ง แล้วคุณเพิ่งเปิดเข้ามาจอง โดยคุณเลือก 1 หรือ 2 ที่นั่ง คุณก็จะได้ราคาโปรโมชั่น 99 บาท เห็นแสดงขึ้นมาบนหน้าจอ
แต่ถ้าหากคุณเลือกไป 3 ที่นั่ง (เกินโควต้าที่เหลืออยู่เพียง 2 ที่นั่ง) คุณก็จะได้ราคาโปรโมชั่นที่แพงขึ้นเป็นราคา 399 บาททั้ง 3 ที่นั่ง ดังนั้นถ้าหากเกิดกรณีนี้ขึ้นแล้ว แต่คุณจำเป็นต้องเดินทางจริงๆ ให้แยกจอง 2 ครั้ง คือ จอง 2 ที่นั่งแรกจะได้ราคาโปรโมชั่น 99 บาทไปก่อน ส่วนอีก 1 ที่นั่งที่เหลือก็ได้ราคา 399 บาทไป จะทำให้ประหยัดได้มากกว่าครับ ในเงื่อนไขการออกโปรโมชั่นแต่ละครั้ง จะระบุว่า ราคาโปรโมชั่นพิเศษอาจจะไม่ได้มีทุกวัน ทุกเที่ยวบินครับ อาทิเช่น โปรโมชั่น 0 บาท หรือโปรโมชั่นที่มีราคาถูกมากๆ อาจจะหาได้ค่อนข้างยากในเที่ยวบินที่บินออกจากกรุงเทพวันศุกร์-เสาร์ และกลับเข้ากรุงเทพวันอาทิตย์ หรือ ในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ของไทย แต่จะหาเจอได้ง่ายมากๆ ในช่วงกลางสัปดาห์ แต่โปรโมชั่นที่มีราคาแพงขึ้นมา อาทิเช่นโปร 199 บาท หรือ 399 บาท จะหาเจอได้ง่ายขึ้นบ้างในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ครับ (ส่วนวันหยุดยาวเช่นปีใหม่ หรือสงกรานต์ สายการบินมักขายได้เต็มทุกที่นั่งอยู่แล้ว จึงมักจะไม่มีการทำโปรโมชั่นในเที่ยวบินช่วงดังกล่าวครับ) :-/ โปรโมชั่นที่ให้จองล่วงหน้าระยะสั้นๆ (หมายถึงเดินทางภายใน 1-2 เดือนข้างหน้า) โปรโมชั่นมักจะไม่ค่อยต่ำกว่า 199 บาทครับ ยกเว้นช่วงโลว์ซีซั่น อาจจะมีการเอาที่นั่งมาขายถูกๆ แบบเลหลังให้เห็นได้อยู่บ่อยๆ ซึ่งก็ต้องลุ้นกันไปครับ เพราะว่า.. โปรโมชั่นอาจจะมีการ ไหลย้อนกลับ ได้ อาทิเช่น วันนี้ออกโปรโมชั่น 399 มา แต่อนาคตอาจจะออกโปรโมชั่น 199 บาท หรือ 99 บาท ออกมาย้อนหลังก็ได้ครับ ซึ่งตอนที่คุณทำรายการ คุณต้องมั่นใจว่า คุณพอใจแล้วกับราคาที่คุณกำลังจะจอง แล้วจะไม่นึกเสียใจถ้าหากเจอโปรโมชั่นที่ราคาถูกกว่าออกมาย้อนหลังครับ แล้วก็ต้องไม่นึกเสียใจว่า ทำไมวันนั้นเราไม่จองไปว้า....มาถึงวันนี้ก็แพงซะแล้ว
|
|
 |
|
|
|
|
|
|
Yoong_Cha_MuD |
|
|
Location: Chiang Mai
|
หลังจากที่เลือกเที่ยวบิน ถูกใจราคาโปรโมชั่นเรียบร้อยแล้ว เลื่อนลงมาด้านล่าง จะมีเงื่อนไขของราคาที่ทำการจอง ก็อ่านให้เข้าใจกันก่อน อาทิเช่นโปรโมชั่นราคาพิเศษไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชื่อผู้โดยสารได้ เป็นต้น แล้วก็เช็คถูกตรงช่องสี่เหลี่ยมว่า ยินยอมรับเงื่อนไขต่างๆ เรียบร้อยแล้ว และเช็คถูกตรงช่องสี่เหลี่ยมด้านล่างว่า ยินยอมที่จะไม่ขอการบริการเป็นพิเศษใดๆ จากนั้นทำการคลิ๊กเข้าหน้าจอต่อไปเลยครับ จะเป็นหน้าจอให้ระบุ ชื่อ-สกุล ผู้โดยสาร เป็นภาษาอังกฤษ วันเดือนปีเกิด หมายเลขบัตรประชาชน/หมายเลขหนังสือเดินทาง และประเทศที่ออกให้ ของผู้โดยสารทีละคนครับ ส่วนแถบสีแดงๆ ด้านข้างซ้ายก็คือรายละเอียดเที่ยวบินที่เราได้ทำการจองไป และจำนวนเงินที่ต้องชำระตรวจสอบให้ถูกต้องก่อน เพราะหลังจากที่จองเสร็จเรียบร้อยแล้วจะไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อีก ต่อไปก็จะมีเมนู Add-ons ซึ่งผู้โดยสารที่ทำการจองตั๋วกับแอร์เอเชีย ตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2551 จะต้องชำระค่าบริการรับฝากสัมภาระลงใต้ท้องเครื่องบิน ซึ่งในเว็บไซต์จะมีเมนูให้เลือกจำนวนกระเป๋า ว่าต้องการโหลดจำนวนกี่ชิ้น (สูงสุดไม่เกิน 5 ชิ้น) ในราคาชิ้นละ 30 บาท แต่ถ้าหากผู้โดยสารตัดสินใจไปโหลด หน้าเคาน์เตอร์เช็คอิน ณ วันเดินทางจะต้องชำระค่าโหลดสัมภาระชิ้นละ 50 บาท ต่อจากนั้นด้านล่างจะมีการขายบริการ Xpress boarding ซึ่งถ้าสนใจก็เลือกไป จากนั้นจึงคลิ๊กเข้าหน้าต่อไป หมายเหตุ :  การกรอกชื่อผู้โดยสาร ควรจะสะกดให้สามารถอ่านออกเสียงได้ถูกคน (แม้จะสะกดผิดก็ไม่เป็นไร สามารถแก้กับทาง Call Center 02-5159999 ได้โดยพนักงานจะดูเหตุผลในการขอแก้ตัวสะกดผิด) อาทิเช่น ผู้โดยสารชื่อ สุวรรณ สะกดว่า Suvarn หรือ Suwan ก็ไม่มีปัญหา สามารถแก้ไขให้ตรงกับตามที่สะกดในหนังสือเดินทางได้ แต่จะแก้แบบ Somporn (สมพร) กลายเป็น Sompon (สมพล) อย่างนี้ไม่ได้แน่นอนครับ จึงต้องเช็คดูให้ดีๆ ก่อนที่จะกดยืนยันการจองไปนะครับ  การกรอกหมายเลขบัตรประชาชน/หนังสือเดินทาง หรือวันเดือนปีเกิด อันที่จริงอาจจะไม่จำเป็นต้องถูกต้องก็ได้ครับ และสามารถโทรไปขอแก้กับทาง Call Center เพื่อให้ตรงกับของจริงได้เช่นกัน โดย พนักงานจะให้ความสำคัญกับชื่อและการออกเสียงของชื่อผู้โดยสารให้ตรงกับตัวจริงที่จะเดินทางมากที่สุดครับ  ประโยชน์ของการกรอกหมายเลขพาสปอร์ตให้ถูกต้องคือ แม้จะสะกดชื่อผู้โดยสารผิดเพี้ยนไปนิดหน่อย สามารถโทรไปแจ้งให้ทาง Call Center ช่วยแก้ไขชื่อให้ถูกต้องตามพาสปอร์ตได้ โดยจะยึดตามหมายเลขพาสปอร์ตเป็นหลัก
|
|
 |
|
|
| Revision History (1 edits) |
|
| |
|
|
|
|
|
Yoong_Cha_MuD |
|
|
Location: Chiang Mai
|
5. หน้าจอนี้จะต้องกรอกรายละเอียดเกี่ยวกับผู้โดยสาร ใส่ชื่อผู้ติดต่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ต่างๆ (สมมุติว่าเบอร์ 081-1234567 ให้กรอกเป็น 66811234567) แล้วกรอกอีเมล์ในการติดต่อ เลือกว่าจะรับอีเมล์แจ้งโปรโมชั่นจากแอร์เอเชียหรือไม่ และจะให้ส่งรายละเอียดการจองผ่านอีเมล์หรือไม่ (กรณีล๊อกอินเข้ามาในระบบสมาชิกแล้ว ระบบจะกรอกให้เรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องกรอกอะไรเพิ่มเติมอีก) หน้าจอนี้ ระบบจะรวมราคา Go Insure หรือการประกันภัยการเดินทาง หรือ AirAsia Go Insure ไปด้วย ซึ่งถ้าหากเราไม่สนใจประกันภัยการเดินทางในส่วนนี้ ก็เลือกปฏิเสธได้ครับ แต่ในหน้านี้ระบบจะบังคับให้เลือก ซึ่ง ถ้าเราจะไม่เลือก สามารถไปยกเลิกได้ในหน้าถัดไปครับ ถ้าหากเลือกซื้อประกันภัยก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากค่าโดยสารปกติ ตามราคาที่ได้ระบุบนหน้าจอ อาทิเช่น ประกันแบบทริปทั้งไป-กลับ ภายในประเทศคือ 203.30 บาท และระหว่างประเทศคือ 210 บาท ส่วนแบบเที่ยวบินเดียว ภายในประเทศ 74.90 บาท และระหว่างประเทศ 90 บาท ซึ่งประกันการเดินทางนี้ จะครอบครุมคือ กรณีที่ผู้โดยสารไม่สามารถเดินทางได้เพราะได้รับความเจ็บป่วย หรือเกิดอุบัติเหตุ หรือคนในครอบครัวเจ็บป่วย ไม่สามารถเดินทางได้ ก็สามารถขอเงินค่าโดยสารคืนได้, เที่ยวบินเกิดความล่าช้ามากกว่า6 ชั่วโมง ก็จะได้รับเงินชดเชย, ถ้าสัมภาระสูญหาย ก็จะได้รับเงินชดเชย และพิเศษสุดๆ สำหรับผู้ที่จองตั่วแบบไป-กลับ ก็จะได้รับการประกันแบบตลอดทั้งทริป ถ้าเกิดอุบัติเหตุระหว่างการท่องเที่ยวในทริปนั้นก็จะได้รับเงินสินไหมทดแทน ทั้งค่ารักษาพยาบาล ค่าขนย้ายฉุกเฉิน ครอบครุมตลอดทั้งทริป ตั้งแต่ออกจากต้นทาง จนกระทั่งเดินทางกลับมาถึงต้นทางอีกครั้ง ซึ่งส่วนตัวผมมองว่า คุ้มค่ามากโดยเฉพาะทริปต่างประเทศ ที่ค่ารักษาพยายาลค่อนข้างสูง และจะสร้างความอุ่นใจในการเดินทางได้มากยิ่งขึ้น แต่ถ้าหากไม่เลือกซื้อ และแล้วเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาระหว่างการเดินทางกับสายการบิน ญาติของผู้โดยสารก็ยังคงได้รับการค่าชดเชยตามปกติจากสายการบินที่ตามกฎหมายกำหนดครับ 
|
|
|
|
|
|
Yoong_Cha_MuD |
|
|
Location: Chiang Mai
|
แล้วถ้าเราจะไม่อยากซื้อหล่ะ เมื่อเข้าสู่หน้าต่อไป ตรงแถบแดงด้านซ้ายจะมีข้อความ ขอยกเลิกการประกันภัย คลิ๊กเข้าไปก็จะมีคำเตือนขึ้นมาว่า ถ้าไม่ซื้อตอนนี้จะเปลี่ยนใจกลับมาซื้อไม่ได้แล้วนะ
เมื่อตกลงปลงใจว่าจะไม่ซื้อประกันแล้ว ก็เลือกที่ Cancel ราคาส่วน Go Insure ก็จะหายไป แต่ถ้าตั้งใจว่าจะซื้อประกันภัยเพิ่มเติม ก็คลิ๊ก Yes แล้วก็เลือกยอมรับเงื่อนไขต่างๆ ให้เรียบร้อย ก่อนที่จะคลิ๊กเลือกไปหน้าต่อไป
หมายเหตุ : การซื้อประกันภัย AirAsia Go Insure จะต้องทำการเลือกซื้อในช่วงที่ทำการจองเท่านั้น ถ้าหากการจองครั้งนั้นไม่ได้เลือกซื้อไว้ แต่สนใจที่อยากจะซื้อในภายหลัง จะไม่สามารถเลือกซื้อได้อีกครับ
|
|
|
|
|
|
Yoong_Cha_MuD |
|
|
Location: Chiang Mai
|
6. หน้านี้จะแสดงยอดค่าโดยสาร ที่จะหักผ่านบัญชีบัตรเครดิต ส่วนแถบด้านซ้าย สีแดงจะแสดงเที่ยวบินที่ได้เลือกไว้ และรายชื่อผู้โดยสาร ตรวจสอบให้ถูกต้องก่อนที่จะกรอก ข้อมูลบัตรเครดิต ได้แก่ ประเภทบัตรเครดิต (VISA/Mastercard), หมายเลขบัตรเครดิต 16 หลัก, ชื่อเจ้าของบัตรเครดิต (ตามที่ปรากฎอยู่บนบัตร), เดือน-ปี หมดอายุของบัตรเครดิต และเลข CCV 3 ตัวด้านหลังบัตร (อยู่แนวเดียวกับแถบลายเซ็นต์) และที่อยู่ในการจัดส่งเอกสารบัตรเครดิตให้ถูกต้องครับ
เมื่อกรอกทุกอย่างครบ อย่าลืมเช็ครายละเอียดเที่ยวบินให้ถูกต้อง เพราะหลังจากที่เราคลิ๊ก Confirm ไปแล้วจะไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อีกครับ ใช้เวลารอประมาณ 30-60 วินาทีครับ
หมายเหตุ : ในช่วงที่มีโปรโมชั่นแรงๆ อาทิเช่น โปร 0 บาท จะทำให้การจองตั๋วทำได้ยากมาก กว่าจะผ่านถึงหน้าจอนี้ก็แทบเล่นเอาหืดขึ้นคอเหมือนกัน ซึ่งระหว่างทางจนกระทั่งถึงหน้านี้ ถ้าหากว่า คลิ๊กไปแล้ว เจอเป็นหน้าจอ Cannot find server ให้ทำการกด refresh หรือกดปุ่ม F5 ไปเรื่อยๆ ครับ นั่งจิบกาแฟ กินขนมไป ดูทีวีไป ทำใจให้สบาย แล้วกดปุ่มไปก็ได้ เพราะจะจองกันลำมากมากๆ ในช่วงนั้นครับ พอถึงหน้าจอนี้ ผมคิดว่าถ้าเกิดหน้าจอนี้ล่มไป ก็ทำการกด refresh ได้ครับ แต่หน้าจอช่วงนี้จะค่อนข้างสำคัญตรงที่จะมีการตัดเงินผ่านบัตรเครดิตด้วย ซึ่งโอกาสจะถูกตัดเงินซ้ำก็มีครับ แต่ปกติแล้ว ถ้าหากมีการตัดเงินซ้ำจากทางแอร์เอเชีย พอหลังจากช่วงหมดโปรโมชั่นสามารถขอเงินส่วนที่ตัดยอดบัตรเครดิตเกินไปคืนมาได้ครับ ถ้าหากมีปัญหายังไงให้รีบโทรเช็คกับทาง Call Center และทางบัตรเครดิตก่อนว่ามีการตัดเงินไปแล้วหรือยังก่อนที่จะทำการจองซ้ำใหม่อีกครั้งหนึ่ง เพื่อป้องกันปัญหาการจ่ายเงินซ้ำซ้อน หรือมี Booking ซ้ำซ้อน
|
|
 |
|
|
|
|
|
|
Yoong_Cha_MuD |
|
|
Location: Chiang Mai
|
กรณีผู้ถือบัตรเครดิตของไทยพาณิชย์ หรือบางธนาคาร จะต้องผ่านหน้าจอ Verify by VISA (VBV) เพื่อความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านอินเตอร์เน็ต โดยจะต้องใส่รหัสผ่านทุกครั้งเมื่อมีการใช้บัตรเครดิตผ่านอินเตอร์เน็ต โดยจะเลือกสมัครหรือไม่สมัครก็ได้ครับ
กรณีเลือกสมัคร การสมัครครั้งแรกก็จะต้องตั้งชื่อ username และ password ส่วนตัว โดยจะมีการสอบถามวงเงินบัตรเครดิตที่ได้รับอนุมัติด้วย ก็ใส่เข้าไปครับ หลังจากนั้น ก็จะต้องใส่ password ส่วนตัวทุกครั้งในการชำระเงินผ่านบัตรเครดิต ซึ่งก็จะสร้างความมั่นใจในการรูดปี๊ด ผ่านอินเตอร์เน็ตมากยิ่งขึ้น (แต่ก็จะใช้เวลามากขึ้นเหมือนกัน) เมื่อใส่รหัสผ่านแล้วคลิ๊ก confirm เข้าไปแล้ว ก็จะทำรายการ
|
|
|
|
|
|
Yoong_Cha_MuD |
|
|
Location: Chiang Mai
|
เมื่อธนาคารตัดเงินเรียบร้อย แล้วจะโชว์หน้าจอ Confirmation page ขึ้นมาครับ ก็ให้สั่ง print ก็ได้ แต่ตามปกติจะมีอีเมล์รายละเอียดการเดินทางที่ได้จองไปเป็นไฟล์ pdf ซึ่งสามารถสั่ง print แล้วไปแสดงในวันเดินทางตรงเคาน์เตอร์เช็คอินได้เลยครับ หมายเหตุ : กรณีบินภายในประเทศ อาจจะไม่จำเป็นต้อง print รายละเอียดก็ได้ ก็เพียงจดรายละเอียดว่าได้ทำการจองเดินทางวันไหน เวลาอะไร เที่ยวบินอะไร และจด Booking Code (อาทิเช่น GTLELX ดังภาพประกอบ) ที่ขึ้นมาตรงหน้าจอ Confirmation page ไว้ด้วยก็ดีครับ ซึ่งปกติแล้ว เที่ยวบินภายในประเทศ มีเพียงบัตรประจำตัวประชาชนใบเดียวก็สามารถเช็คอินได้แล้วหล่ะครับ ;)  แต่สำหรับ เที่ยวบินระหว่างประเทศ ควรจะ print มาเป็นหลักฐานยืนยันพร้อมกับพาสปอร์ตด้วย ตอนเช็คอินขาออกจากเมืองไทย ซึ่งพนักงานจะดูว่าได้จองเที่ยวบินขากลับไว้หรือไม่ (เพื่อจะได้มั่นใจว่าไม่ไปขุดทองที่ประเทศนั้นแน่ๆ) อีกทั้งจะได้สะดวกเวลาเช็คอินเที่ยวบินขากลับจากประเทศนั้นๆ ด้วย และสะดวกเวลาถ้าทางด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ประเทศจุดหมายปลายทางอยากขอตรวจสอบขึ้นมาครับ  หลังจากที่ได้ทำการจองตั๋วไปแล้ว ไม่สามารถขอเงินคืนได้ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าไม่สามารถเดินทางได้ ก็ต้องเลื่อนตั๋ว หรือไม่ก็ต้องทิ้งตั๋วไป....ยกเว้นเหตุจากสายการบินไม่สามารถให้บริการได้ อันเนื่องมาจากการยกเลิกเที่ยวบิน หรือเปลี่ยนแปลงเวลาการบินมากกว่า 2 ชั่วโมง ไม่ยากเลยนะครับ สำหรับการจองตั๋วกับแอร์เอเชีย แค่นี้ก็นับวันรอไปบินได้แล้วหล่ะครับ โดยวันที่ไปบินอย่าลืมนะครับว่าเคาน์เตอร์เช็คอินของแอร์เอเชีย เปิดก่อนเวลาออกเดินทาง 2 ชั่วโมง และปิดก่อนเวลาเที่ยวบินออกเดินทาง 45 นาทีครับ เคาน์เตอร์เช็คอินของไทยแอร์เอเชีย ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อยู่ที่ Row E ทั้งแถวครับ สิ่งที่สำคัญที่สุด อย่าลืมบัตรประจำตัวประชาชน หรือ หนังสือเดินทาง (กรณีเดินทางไปต่างประเทศ) เพื่อใช้เช็คอินด้วยนะครับ
|
|
 |
|
|
|
|
|
|
Yoong_Cha_MuD |
|
|
Location: Chiang Mai
|
ตัวช่วยในการจองตั๋วโปรโมชั่นผ่านเว็บไซต์แอร์เอเชีย ผมขอแนะนำเว็บไซต์ http://www.airasiaplus.com ซึ่งจะช่วยคุณตามหาเที่ยวบินราคาโปรโมชั่นได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยปกติแล้ว ในช่วงที่มีการออกโปรโมชั่นแรงๆ เว็บไซต์แอร์เอเชียจะแสดงราคาเที่ยวบินที่ค้นหาเพียง 1 วันเท่านั้น (ช่วงเวลาปกติจะแสดงขึ้นมา 3 วัน) แต่เว็บไซต์ AirAsiaPlus สามารถช่วยคุณค้นหาเที่ยวบินราคาโปรโมชั่นได้ถึง 15 วันนับจากวันเดินทางที่คุณเลือกเข้าไป ทำให้คุณตามหาโปรโมชั่นราคาถูกพิเศษได้ง่ายขึ้น เพียงกรอกวันเดินทาง ต้นทางและปลายทาง แล้วก็คลิ๊ก search รอแป๊บเดียว ก็จะเห็นเที่ยวบินในเส้นทางนั้นทั้งหมด 15 วัน เมื่อพบราคาที่ถูกใจแล้วก็กลับเข้าไปจองตั๋วในเว็บไซต์ของแอร์เอเชียได้ทันทีครับ
|
|
|
|
|
|
Yoong_Cha_MuD |
|
|
Location: Chiang Mai
|
แล้วอีกวิธีการหนึ่งที่สะดวกมาก สำหรับการจองตั๋วแอร์เอเชีย จองตั๋วแอร์เอเชียผ่านโทรศัพท์มือถือ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษเราสามารถจองตั๋วแอร์เอเชียผ่านทางโทรศัพท์มือถือที่สามารถเชื่อมต่อ GPRS ได้ครับ (แพคเกจ GPRS ในปัจจุบันถือว่าถูกมากๆ ทีเดียวทั้ง AIS, DTAC และ TrueMove ลองสมัครเป็นแพคเกจเหมาจ่ายก็คุ้มดีนะครับ) โดยให้เราเลือกไปที่ http://mobile.airasia.comก็จะเข้าสู่หน้าจอเว็บไซต์ของแอร์เอเชียแบบบนโทรศัพท์มือถือ วิธีการจองตั๋วผ่านโทรศัพท์มือถือก็ทำได้ง่ายดาย เหมือนกับบนหน้าจอเว็บไซต์หลักครับ จองตั๋วล่วงหน้าไม่ต่ำกว่า 48 ชั่วโมงก่อนการเดินทางเหมือนกัน สิ่งที่แตกต่างกันคือ บางทีการจองผ่านโทรศัพท์มือถืออาจจะพบกับโปรโมชั่นที่ราคาถูกกว่าก็เป็นได้ครับ เมื่อเข้าสู่หน้าจอหลัก เราก็สามารถจองตั๋ว เช็คดูรายละเอียดการจองตั๋ว ดูตารางการบิน ดูโปรโมชั่นในปัจจุบัน การจองก็เลือกตรงที่ Book Flights ได้เลยครับ เข้าไปก็เลือกว่าเดินทางเที่ยวเดียวหรือไป-กลับ คลิ๊ก next จากนั้นก็กรอกจำนวนผู้โดยสารที่จะเดินทาง เข้าหน้าต่อไปก็เลือก ต้นทาง-ปลายทาง และวันเดินทางขาไป ก็จะพบกับราคาโปรโมชั่น ในแต่ละเที่ยวบิน ก็เลือกเที่ยวบินขาไปที่ถูกใจ จากนั้นก็เลือกวันเดินทางขากลับ เลือกเที่ยวบินขากลับในราคาที่ถูกใจ แล้วก็จะเป็นหน้าจอสรุปวันเดินทาง-เที่ยวบินที่เลือก และราคาสุทธิที่ต้องชำระ ถ้าเป็นสมาชิกของเว็บไซต์แอร์เอเชียแล้ว ก็ล๊อกอินเข้าระบบในหน้าต่อไปได้เลยครับ เมื่อล๊อกอินเรียบร้อย ถ้าเราเดินทางเองก็คลิ๊ก Im flying ระบบก็จะกรอกข้อมูลให้เราเรียบร้อย แต่สิ่งที่เราต้องกรอกเพิ่มเติมก็ได้แก่เลขที่บัตรประชาชน แล้วก็เข้าสู่หน้าจอชำระเงินได้เลยครับ เพียงเลือกว่าเป็นบัตรวีซ่า หรือมาสเตอร์การ์ด กรอกหมายเลขบัตรเครดิต หมายเลข CCV ด้านหลังบัตร (เลข 3 ตัวที่อยู่แนวเดียวกับแถบเซ็นชื่อ) แล้วชื่อเจ้าของบัตรเครดิต ก็สามารถจองตั๋วได้แล้วหล่ะครับ หมายเหตุ : การจองตั๋วผ่านมือถือ ชื่อผู้โดยสารจะต้องตรงกับชื่อเจ้าของบัตรเครดิต และที่อยู่ในการจัดส่งเอกสารบัตรเครดิต จะต้องตรงกับข้อมูลที่อยู่ที่เราลงทะเบียนชื่อล๊อกอินไว้กับแอร์เอเชีย จึงจะสามารถจองตั๋วได้สำเร็จครับ
|
|
 |
|
|
|
|
|
|
Yoong_Cha_MuD |
|
|
Location: Chiang Mai
|
แล้วทำไมแอร์เอเชียจึงคิดค่าโดยสารได้ถูกซะขนาดนี้หล่ะ?
เนื่องด้วยสายการบินแอร์เอเชีย เป็นสายการบินต้นทุนต่ำที่พยายามจะตัดค่าใช้จ่ายต่างๆ ส่วนที่ไม่จำเป็นออกไปให้หมด ดังนั้น การให้บริการอาหารบนเที่ยวบินก็ไม่มี และเปลี่ยนเป็นการจำหน่ายอาหารแทน, ถ้าหากจะเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินวันเดินทางหรือชื่อผู้โดยสารก็จะต้องมีค่าใช้จ่าย, ให้บริการเป็นที่นั่งชั้นโดยสารเดียว โดยไม่มีการระบุหมายเลขที่นั่ง ใครขึ้นเครื่องก่อนเลือกที่นั่งก่อน, ใช้เครื่องบินในฝูงบินที่เป็นรุ่นเดียวกันทั้งหมด, ใช้งานเครื่องบินอย่างคุ้มค่าที่สุด โดยมีช่วงเวลาหยุดพักเครื่องเปลี่ยนเที่ยวบินค่อนข้างน้อย (แต่ไม่ได้ลดคุณภาพด้านการบำรุงรักษาเครื่องบิน), ไม่มีระบบจำหน่ายตั๋วแบบแบ่ง % ให้เอเย่นต์ แต่สายการบินจะขายตั๋วเองผ่านทางเคาน์เตอร์ คอลล์เซนเตอร์ (ซึ่งมีค่าธรรมเนียมการจองผ่าน Call Center 20 บาท) และ จองผ่านอินเตอร์เน็ตโดยใช้บัตรเครดิตชำระเงิน เป็นต้น
เงื่อนไขและระดับขั้นราคาบัตรโดยสารของแอร์เอเชีย ที่ผู้โดยสารควรทราบ -- กรณีไม่สามารถเดินทางได้ ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ต้องทิ้งตั๋วสถานเดียวครับ ไม่สามารถขอเงินคืนได้ -- การเปลี่ยนแปลงวันเวลาเดินทาง และ การเปลี่ยนแปลงชื่อผู้โดยสาร (มีค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขด้วย) สามารถแบ่งกลุ่มราคาโปรโมชั่นที่ได้จองมา ได้เป็น 2 กลุ่มราคานะครับ
กลุ่มแรก : กลุ่มราคาโปรโมชั่นถูกพิเศษ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชื่อผู้โดยสารได้ แต่สามารถเปลี่ยนแปลงวันเวลาเดินทาง โดยชำระค่าธรรมเนียม 500 บาท พร้อมทั้งส่วนต่างราคาค่าโดยสารครับ(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ) W Fare = โปร 0 บาท (9 มกราคม 2550 ฟรี 1,000,000 ที่นั่ง และ 17 เมษายน 2550 ฟรี 500,000 ที่นั่ง) J Fare = โปร 0 บาท (6 ธันวาคม 2548 ), โปร 8.50, 338 ฯลฯ O Fare = โปร 1 บาท (1 ตุลาคม 2549), โปร 288, 333, 355 ฯลฯ, โปรโมชั่น 8/88 บาท (10 กันยายน 2550), โปรโมชั่นที่ราคารวมภาษีทุกอย่างแล้ว E Fare = โปรมุมประหยัดบินลัดฟ้า ภายในประเทศ 99 บาท, ระหว่างประเทศ 399 บาท X Fare = โปร 99 / 399 บาท (โปรโมชั่นบัตรเครดิตไทยแอร์เอเชีย ออกทุกๆ วันที่ 29 ของทุกเดือน เวลา 23.00 น. เส้นทางไม่ซ้ำกันแล้วแต่ละเดือน), กลุ่มโปรโมชั่นที่ราคาเท่ากันทั้งเที่ยวบิน อาทิเช่น เดินทางกลางสัปดาห์ 599 บาท I Fare = โปรโมชั่นถูกปกติทั่วๆ ไป (เช่น 399, 499, 699, 999) A Fare = ระดับราคาขั้นสูงสุดที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชื่อผู้โดยสารได้ (เช่นพวกราคา 699, 799, 899, 999, 1099, 1199 ฯลฯ)
หมายเหตุ : ราคากลุ่มนี้สามารถดิ้นไปมาได้ สมมุติว่า วันก่อนราคาเริ่มต้นที่ 399 สัปดาห์หน้าอาจจะเป็น 1 บาท เดือนต่อไปอาจจะเป็น 288 บาท แล้วอาจจะเด้งกลับมาเป็น 99 บาทก็ได้ ไม่แน่นอนครับ โดยจะขึ้นอยู่กับระดับขั้นราคา (ซึ่งสายการบินจะเป็นผู้กำหนด และบุคคลภายนอกไม่มีทางจะล่วงรู้ได้ครับ) ถ้าหากขั้นราคาในระดับหนึ่งเต็มแล้ว ราคาก็จะไม่เด้งลงไปถูกกว่าเดิม แต่ถ้าขั้นราคานั้นยังไม่เต็ม ราคาก็สามารถเด้งไปเด้งมา จะแพงขึ้น หรือถูกกว่าเดิม แล้วแต่ดวงว่า วันนั้นใครดวงดีก็จองได้ถูกสุดๆ หรือดวงไม่ดีอาจจะบ่นว่าไม่น่าจองรอบนั้นไปเลย จองรอบนี้ถูกกว่าอีก เป็นต้น
|
|
 |
|
|
| Revision History (2 edits) |
|
| |
|
|
|
|
|
Yoong_Cha_MuD |
|
|
Location: Chiang Mai
|
กลุ่มที่สอง : กลุ่มระดับราคาค่าโดยสารทั่วๆ ไป สามารถเปลียนแปลงชื่อผู้โดยสารได้ โดยมีค่าธรรมเนียม 500 บาท และสามารถเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินได้ โดยมีค่าธรรมเนียม 500 บาท พร้อมส่วนต่างราคาค่าโดยสาร (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ)
ราคาจะเรียงตามลำดับดังนี้ ..... V Fare = ระดับราคาเริ่มต้นที่สามารถเปลี่ยนแปลงชื่อผู้โดยสารได้ P fare L fare U Fare = ระดับราคาที่มักพบเห็นได้ในช่วงวันหยุด ตาม demand T Fare Q Fare M Fare K Fare H Fare Y Fare = ระดับราคาสูงสุดบนเที่ยวบิน .... ถ้าเห็นราคานี้โผล่ขึ้นมา แสดงว่าเที่ยวบินกำลังใกล้จะเต็มแล้ว ถ้าไม่จองก็ไม่ได้เดินทางเพราะเครื่องบินเต็มครับ
และที่สำคัญ ถ้าเห็นราคาขึ้นเป็นกลุ่มราคาเหล่านี้ ราคาจะไม่เด้งกลับแล้วนะครับ (ยกเว้นราคา V Fare ที่อาจจะเด้งกลับได้) ราคาก็จะพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จาก P Fare เป็น L Fare เรื่อยๆ จนสิ้นสุดที่ Y Fare ครับ
แต่ทุกระดับขั้นราคา ก็ต้องเล่นเก้าอี้ดนตรีเหมือนกัน นั่งบนเบาะหนังสีดำพรมแดง เครื่องหางแดง เหมือนกันทุกระดับราคาครับ
|
|
|
|
|
|
Yoong_Cha_MuD |
|
|
Location: Chiang Mai
|
สายการบินต่อไป ที่จะกล่าวถึงคือ สายการบินนกแอร์
วิธีการจองตั๋วราคาประหยัดกับนกแอร์
สายการบินที่มีแบรนด์ปากนกอันโดดเด่น เครื่องบินลายนกสีสรรสวยงาม ถึงแม้ว่าสายการบินนี้จะไม่ค่อยจะมีโปรโมชั่นราคาต่ำกว่าหลักพันบาทเลย (ยกเว้นเที่ยวบินเสริมพิเศษช่วงเทศกาล ที่เป็นเที่ยวบินขากลับจากต่างจังหวัดที่ไม่มีคนบินเท่าไหร่ ก็จะทำโปรโมชั่น 600-900 บาท รวมภาษีหมดทุกอย่างแล้วครับ และโปรโมชั่นที่ถูกที่สุดของนกแอร์คือโปรโมชั่น 3 บาทครบรอบ 3 ปี)
แต่นกแอร์ก็ถือว่าเป็นสายการบินราคาประหยัดที่คุ้มค่า คุ้มราคากับเงินที่จ่ายไปมากที่สุดสายการบินหนึ่ง เนื่องด้วยมีบริการเสริมมากมาย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสาร และมีเส้นทางครอบครุมไปยังเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของไทย แม้ราคาเริ่มต้นอาจจะไม่ถูกมากนักเมื่อเทียบกับสายการบินคู่แข่ง แต่ราคาโดยเฉลี่ย ที่ผู้โดยสารจะสามารถจองกันได้ ก็ไม่แพงมากเท่าใดครับ
อย่างโปรโมชั่นปกติของนกแอร์ ก็จะเริ่มต้นที่ราคา 1,500 บาท/เที่ยวบิน (รวมภาษีทุกอย่างแล้ว) ในบางเส้นทางอาจจะมีโปรโมชั่นเฉพาะ อาทิเช่น เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน เริ่มต้นที่ 900 บาท และราคาเริ่มต้นปกติก็จะแตกต่างกันไปตามแต่ละเส้นทางการบิน อาทิเช่น กรุงเทพ-เชียงใหม่ก็จะเริ่มที่ 1,550 บาท สูงสุดราว 2,550 บาท (ยกเว้นเที่ยวบินเสริมพิเศษ ที่อาจจะมีการกำหนดราคาแยกไปต่างหาก ซึ่งราคาอาจจะสูงกว่านี้ครับ) แต่เมื่อมีวาระโอกาสพิเศษ ก็ย่อมเป็นไปได้ที่ทางนกแอร์จะออกโปรโมชั่นร้อนแรงออกมา นกแอร์ครบรอบ 3 ปี โปรโมชั่น 3 บาท ระหว่างวันที่ 3-13 กรกฎาคม จำนวน 33,000 ที่นั่ง ที่ทำให้ใครๆ เจอผีสามบาทหลอกหลอนกันถ้วนหน้า ราคารวมภาษีเพียง 588.21-638.21 บาท/เที่ยวบินเท่านั้น ซึ่งถือว่าถูกที่สุดตั้งแต่นกแอร์เปิดสายการบินมา และจะมีอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 15 กันยายน 2550 เริ่มจองกันได้ทุกเส้นทาง ทุกเที่ยวบิน ตั้งแต่ 0.00 น. เป็นต้นไป
ช่องทางการจองตั๋วของนกแอร์มีหลายทาง ทั้งผ่านทางอินเตอร์เน็ต ผ่านทาง Call Center 1318 (ซึ่งจะมีค่าบริการการจอง 21.40 บาท) และผ่านทางเคาน์เตอร์ที่สนามบิน โดยจะสามารถจองได้ทุกระดับราคา ไม่ว่าจะเป็นราคาโปรโมชั่น หรือระดับราคาอื่นๆ ครับ แต่ช่องทางอินเตอร์เน็ตก็จะเป็นวิธีการที่สะดวกที่สุด เพราะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอื่นใดเพิ่มเติมเลย คลิ๊กจองได้จากหน้าจอ
อีกทั้ง กรณีที่ไม่มีบัตรเครดิตก็สามารถจองตั๋วผ่านอินเตอร์เน็ตกับนกแอร์ได้ โดยเลือกไปชำระที่ร้านเซเว่น-อิเลฟเว่น (ค่าธรรมเนียม 30 บาท) และตู้ ATM ของไทยพาณิชย์, กรุงเทพ, กรุงเทพ และ ทหารไทย (ค่าธรรมเนียม 20 บาท)
ช่วงเวลาที่เปิดขายเที่ยวบินใหม่นั้น ไม่สามารถประมาณการได้ครับ โดยอาจจะจำเป็นต้องหมั่นเข้ามาเช็คที่เว็บไซต์ของนกแอร์อยู่เรื่อยๆ ซึ่งถ้ามีการเปิดขาย ก็จะสามารถคลิ๊กเข้าไปจองเที่ยวบินเวลาที่เปิดขายใหม่ได้ครับ
กรณีที่เดินทางกับนกแอร์มาแล้วมากกว่า 5 ครั้ง เมื่อมีการออกโปรโมชั่น นกแอร์จะส่งอีเมล์และ SMS แจ้งโปรโมชั่นให้ทราบ เพื่อจะได้จองตั๋วก่อนใครด้วย ....
|
|
 |
|
|
|
|
|
|
Yoong_Cha_MuD |
|
|
Location: Chiang Mai
|
วิธีการจองตั๋วกับนกแอร์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต1. เปิดเว็บไซต์ http://www.nokair.com ขึ้นมา แล้วก็ทำการเลือกต้นทาง ปลายทาง วันเดินทาง และจำนวนผู้โดยสารได้เลยครับ แล้วก็คลิ๊กเข้าจอต่อไป
|
|
|
|
|
|
Yoong_Cha_MuD |
|
|
Location: Chiang Mai
|
2. หน้าจอนี้จะแสดงราคาค่าโดยสารในเที่ยวบินที่ให้บริการในวันนี้ สามารถคลิ๊กไปวันก่อนหน้า หรือวันถัดไปเพื่อดูราคาได้ครับ พอคลิ๊กเลือกเที่ยวบินแล้วก็คลิ๊กเข้าหน้าต่อไป (ราคาที่แสดงในหน้านี้คือราคาที่ยังไม่รวมภาษีใดๆ)
|
|
|
|
|
|
Yoong_Cha_MuD |
|
|
Location: Chiang Mai
|
3. หน้าจอนี้จะสรุปการจอง โดยแสดงข้อมูลเที่ยวบินที่ได้เลือกไป ให้ทำการตรวจสอบให้แน่ใจอีกครั้งว่า ได้เลือกเที่ยวบินและเส้นทาง วันเดินทางถูกต้องแล้ว หน้านี้ก็จะให้กรอกชื่อผู้โดยสาร ชื่อผู้ถือบัตรเครดิต (สะกดตามชื่อบนบัตรเครดิต) หมายเลขบัตรเครดิต หมายเลข 3 ตัวด้านท้ายบัตร ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ ให้ใส่เป็นแบบ 66xxxxxxxxx นะครับ อาทิเช่นเบอร์มือถือ 081-2345678 ก็ต้องกรอกเป็น 66812345678 ครับ แล้วก็คลิ๊กเพื่อจองเลย .... รอประมาณไม่เกิน 1 นาทีครับ ก็จะมีสัญลักษณ์เป็นรูปเครื่องบินนกอยู่ (ระหว่างนี้ห้ามปิดหน้าจอ หรือกด refresh นะครับ)
|
|
|
|
|
|
Yoong_Cha_MuD |
|
|
Location: Chiang Mai
|
หมายเหตุ : กรณีเลือกไปชำระเงินผ่านทางร้าน เซเว่น-อีเลฟเว่น หรือตู้ ATM จะต้องทำการจองตั๋วล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนการเดินทาง
โดยให้ทำการคลิ๊กเข้าไปตรงข้อความที่บอกว่าสำหรับผู้ที่ไม่มีบัตรเครดิต โดยให้ใช้โทรศัพท์มือถือส่งข้อความ sms พิมพ์คำว่า 711 สำหรับการชำระเงินผ่านเซเว่น-อีเลฟเว่น และ คำว่า ATM สำหรับการชำระเงินผ่านตู้เอทีเอ็ม ส่งไปที่หมายเลข 4863999 (ค่าบริการครั้งละ 3 บาท : ใช้โทรศัพท์มือถือเบอร์เดียวกันทำรายการได้ไม่เกินวันละ 3 ครั้ง)
แล้วจึงเข้าสู่ลิ๊งค์ในหน้าจอหลังจากที่ส่งข้อความเสร็จแล้ว กรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ส่ง sms ไปเมื่อตะกี้ เพียงครู่เดียวก็จะได้รับรหัสการจองผ่านทาง sms ให้ไปชำระเงินตามช่องทางที่เลือกภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากที่ได้ทำรายการจองครับ (ชำระผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสพลัส ที่เซเว่นอีเลฟเว่น ค่าธรรมเนียม 32.10 บาทรวมภาษีแล้ว และชำระผ่านตู้เอทีเอ็ม มีค่าธรรมเนียม 21.40 บาทรวมภาษีแล้ว)
หมายเหตุ : โปรโมชั่นนกแอร์ผี 3 บาท (Return!!) ในวันที่ 14-17 กันยายน 2550 ผู้โดยสารที่เลือกจองตั๋วนกแอร์ราคาโปรโมชั่นผ่านทางอินเตอร์เน็ต จะต้องชำระเงินผ่านทางตู้ ATM หรือ เซเว่นอีเลฟเว่นเท่านั้น โดยจะต้องชำระเงินภายใน 12 ชั่วโมงภายหลังจากการจองผ่านอินเตอร์เน็ตแล้วได้รับ sms แจ้งรหัสการจอง
เมื่อทำการชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ในสลิ๊ป ATM หรือใบเสร็จรับเงินของเคาน์เตอร์เซอร์วิส (เซเว่นอีเลฟเว่น) จะระบุหมายเลข Booking Number แล้วนำหมายเลขนี้ไปเลือกที่นั่งได้ต่อไปครับ
|
|
 |
|
|
| Revision History (1 edits) |
|
| |
|
|
|
|
|
Yoong_Cha_MuD |
|
|
Location: Chiang Mai
|
4. จะขึ้นหน้าจอ Confirmation แสดงรายละเอียดเที่ยวบิน ชื่อผู้โดยสาร และยอดการตัดเงินผ่านบัตรเครดิต โดยสามารถจด Booking number ไว้เพื่อไปทำการเลือกที่นั่งบนเครื่องบินได้เลยครับ หรือจะสั่ง print ก็ย่อมได้ แต่ถ้าไม่ print มีแค่บัตรประชาชนอย่างเดียวก็สามารถใช้เช็คอินได้แล้วหล่ะครับ ....
5. การเลือกที่นั่งบนเที่ยวบิน จะสามารถเลือกได้ล่วงหน้าไม่เกิน 90 วันก่อนวันเดินทางเท่านั้น เลือกแล้วไม่สามารถเปลี่ยนได้ จะเปลี่ยนได้อีกครั้งที่เคาน์เตอร์เช็คอินในวันเดินทาง โดยจะไม่สามารถเลือกที่นั่งแถวด้านหน้าๆ และแถวตรงประตูทางออกฉุกเฉินได้ครับ
วิธีการเลือกที่นั่งบนเครื่องบินนกแอร์ มีเพียงนามสกุลของผู้โดยสารสะกดเป็นภาษาอังกฤษให้ถูกต้อง และ Booking number ที่ได้รับมาจากการจอง เท่านั้น คลิ๊กเข้าเว็บไซต์นกแอร์ เลือกตรงเลือกที่นั่ง กรอกนามสกุลผู้โดยสาร และ Booking number แล้วคลิ๊กเข้าสู่ระบบ ต่อไปก็จะเป็นหน้าจอให้เลือกที่นั่ง ซึ่งก็เลือกที่นั่งได้ตามอัธยาศัย โดยจะไม่สามารถเลือกที่นั่ง 4 แถวแรก และที่นั่งตรงบริเวณทางออกฉุกเฉินได้ครับ
จากแผนผังที่นั่งจะเห็นที่นั่งที่ไม่สามารถเลือกได้ เป็นสีชมพู ส่วนแถวหน้าสุดของเครื่อง 3 แถวแรกเป็นที่นั่งชั้นนกพลัส (เฉพาะเครื่องโบอิ้ง 737-400 ที่เช่ามาจากการบินไทย) ส่วนที่นั่งที่ถูกเลือกไปแล้วเป็นกากบาท ส่วนที่นั่งที่เหลือสามารถเลือกได้ จะนั่งตรงไหนก็ได้ นั่งติดกัน นั่งแยกกันก็ได้ เมื่อคลิ๊กเลือกไปก็จะเป็นรูปหน้าคน แล้วก็คลิ๊กเลือกด้านล่าง ก็จะเข้าสู่หน้าจอยืนยันหมายเลขที่นั่ง และจะได้รับอีเมล์เพื่อยืนยันอีกครั้งหนึ่ง
กรณีต้องการอยากนั่งที่นั่งแถวด้านหน้าๆ หรือที่นั่งที่อยู่ตรงกับทางออกฉุกเฉิน ซึ่งจะมีระยะห่างของแถวมากกว่าแถวอื่นๆ ทำให้นั่งสบายกว่า.... ในวันเดินทางก็ไปถึงเคาน์เตอร์เช็คอินตอนเคาน์เตอร์เปิดก่อนเวลาออกเดินทาง 2ชั่วโมง แล้วอยากนั่งตรงไหนก็เลือกได้เต็มที่เช่นกัน จะนั่งแถวหน้าสุดก็ได้ หรือนั่งตรงทางออกฉุกเฉินก็ได้ โดยแถวที่ตรงกับทางออกฉุกเฉิน ไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารที่เดินทางกับเด็ก, ผู้โดยสารสูงอายุ ผู้โดยสารทุพพลภาพที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ นั่งบริเวณแถวนั้นครับ
|
|
 |
|
|
| Revision History (1 edits) |
|
| |
|
|
|
|
|
Yoong_Cha_MuD |
|
|
Location: Chiang Mai
|
ที่นั่งแนะนำบนเครื่องนกแอร์ !!!
เครื่องบินการบินไทย (รหัส 734) มีที่นั่งทั้งหมด 150 ที่นั่ง แบ่งเป็นที่นั่งชั้นนกพลัส (ชั้นนักธุรกิจการบินไทยเดิม) จำนวน 12 ที่นั่ง และชั้นประหยัด 138 ที่นั่ง ให้บริการทุกเที่ยวบินในเส้นทาง กรุงเทพ-เชียงใหม่, กรุงเทพ-นครศรีธรรมราช, กรุงเทพ-ตรัง, กรุงเทพ-กระบี่, ภูเก็ต-หาดใหญ่, กรุงเทพ-บังกาลอร์ (ประเทศอินเดีย) และบางเที่ยวบินในเส้นทางสู่ อุดรธานี, ภูเก็ต, หาดใหญ่ ที่นั่งชั้นนกพลัส : สิทธิพิเศษสำหรับผู้โดยสารนกพลัสก็คือ ที่นั่งชั้นนักธุรกิจ, สามารถเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินได้ฟรี (มีค่าธรรมเนียม Call Center 1318 ครั้งละ 21.40 บาท ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง), สามารถโหลดสัมภาระได้ถึง 30 กิโลกรัม, มีหนังสือพิมพ์, ของว่างและเครื่องดื่มให้บริการบนเที่ยวบิน ที่นั่งชั้นประหยัด : นั่งสบายตามแบบฉบับเครื่องบินของการบินไทย ด้วยระยะห่างระหว่างแถวที่มาก ไม่อึดอัด ที่เท้าแขนสามารถยกขึ้นเพื่อนอนยาว 3 ที่นั่งได้ (ยกเว้นแถวที่ 31) ส่วนแถวที่ไม่มีหน้าต่างคือแถวที่ 35 (ถ้าต้องการชมวิวไม่ควรเลือก!!!)
การจองที่นั่งล่วงหน้า : ชั้นนกพลัสแถว 11, 12 และ 14 แนะนำแถว 11 ริมหน้าต่างขึ้นอยู่กับว่าแดดส่องด้านไหนก็นั่งอีกด้านหนึ่ง .... ส่วนชั้นประหยัดแถว 31-53 ไม่สามารถจองที่นั่งแถว 31-34 และ 39-40 ได้ (เลือกได้ตอนเช็คอินเท่านั้น) แถวที่ 35 ไม่มีหน้าต่าง ส่วนแถวที่ 39-40 จะตรงกับประตูทางออกฉุกเฉินซึ่งมีระยะเหยียดขาได้ค่อนข้างกว้างกว่าแถวอื่นๆ ส่วนผู้โดยสารที่ต้องการชมวิว (ลูกเรือ) แนะนำที่นั่ง 11J (ยกเว้นกรณีมากับแฟน)
สรุป : แนะนำที่นั่งแถว 32-34 และ 39-40 ถ้าจะนั่งชม flap ที่ปีก ก็ต้องเป็นแถว 45 ครับ
|
|
 |
|
|
Logged | | |