"นอกจากผลกระทบกับกลุ่มผู้ประกอบการขายตั๋วแล้ว เชื่อว่าผู้โดยสารที่ใช้บริการการบินไทย ส่วนใหญ่เป็นภาคราชการ และภาคธุรกิจ ได้รับผลกระทบเช่นกัน จากการพูดคุยกับลูกค้าหน่วยงานราชการที่จะเดินทางไปประชุมหรือสัมมนาที่กรุงเทพฯ สามารถขึ้นไฟลต์เช้า เดิมขอนแก่น-กรุงเทพฯ เวลา 08.25 น.- 09.20 น. ได้" นายมรกต กล่าวและว่า
แต่เวลาบินใหม่ขอนแก่น-กรุงเทพฯ ไฟลต์แรกเปลี่ยนเป็น 10.45 น.- 11.40 น. ไม่สอดคล้องกับกำหนดการประชุม เพราะเวลาประชุมสัมมนาจะเริ่มประมาณ 09.00 น.-9.30 น. ซึ่งไม่ทันเวลา จำเป็นต้องขึ้นเครื่องก่อนประชุม 1 วัน หรือขึ้นไฟลต์เย็นก่อนเดินทาง 1 วัน เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายหาที่พักก่อนประชุมในกรุงเทพฯ เพื่อให้ทันเวลาประชุมวันรุ่งขึ้น
ขณะเดียวกันกลุ่มอาจารย์จากกรุงเทพฯ ที่ต้องเดินทางมาสอนนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยเอกชนในจังหวัดขอนแก่น ก็ไม่สามารถมาทันกำหนดเวลาสอนในภาคเช้าได้ เพราะตารางเวลาสอนเริ่มต้นที่ 9.00 น. แต่ไฟลต์เช้าเที่ยวแรกเปลี่ยนจาก 06.45 น.-07.40 น. มาเป็น 09.10 น.-10.05 น. กลุ่มอาจารย์ที่ต้องสอนในภาคเช้า จึงไม่ทันตารางเวลาสอนที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้ได้
นายมรกต กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าวว่าสายการบินไทยจะปิดเส้นทางบินกรุงเทพฯ-ขอนแก่น-กรุงเทพฯ เมื่อเช็กไปก็ทราบว่า การบินไทยประสบภาวะขาดทุน ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงนั้นเนื่องจาก การบินไทยเปลี่ยนใช้เครื่องบินใหญ่บินแทนเครื่องบินเล็ก ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง ส่วนเครื่องบินเล็กได้ส่งมอบให้นกแอร์ บริษัทในเครือไปใช้เปิดเส้นทางบินในหลายเส้นทาง ทำให้ไม่มีเครื่องบินเล็กมาบินในเส้นทางกรุงเทพฯ-ขอนแก่น
จึงเกิดกระแสข่าวว่าการบินไทยจะปิดเส้นทางบินที่ประสบปัญหาขาดทุน ซึ่งการบินไทยใช้วิธีแก้ปัญหา ด้วยการปรับราคาตั๋วเครื่องบินขึ้น เที่ยวละ 500 บาท ทุกไฟลต์บิน ทำให้ผู้ประกอบการจำหน่ายตั๋วเครื่องบินได้รับผลกระทบมาก ในด้านยอดจำหน่ายตั๋วพอสมควร กระทั่งการบินไทยปรับตัว แตกไลน์ธุรกิจทำสายการบินใหม่ แข่งกับสายการบินต้นทุนต่ำ จัดประชาสัมพันธ์ทุกด้านที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้า ซึ่งสามารถแก้ปัญหาได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น
เหตุการณ์ล่าสุด การปรับตารางบินใหม่ ทำให้กลุ่มผู้โดยสารภาคราชการ ถือว่าเป็นลูกค้าที่สำคัญของการบินไทย ลดลงอย่างมาก เนื่องจากราคาตั๋วที่แพงขึ้น ที่สำคัญกรอบเวลาที่ไม่ทันกับการปฏิบัติภารกิจของแต่ละหน่วยงาน กลุ่มลูกค้าจึงหันมาใช้การเดินทางโดยใช้รถยนต์ส่วนตัว หรือรถโดยสารประจำทางมากขึ้น กระทบโดยตรงกับยอดจำหน่ายตั๋วเครื่องบิน
นายมรกต กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังเกิดผลกระทบกับธุรกิจการขนส่งทางอากาศ ได้รับผลกระทบรุนแรงเช่นกันเมื่อตารางบินเปลี่ยน การขนส่งสินค้าต้องปรับเปลี่ยนเวลาเช่นกัน อย่างเช่นหนังสือพิมพ์ เดิมเคยจัดส่งไฟลต์เช้า ถึงเอเยนต์ขอนแก่นในเวลาไม่เกิน 08.00 น. แต่เวลาบินใหม่มาถึงเอเยนต์ช้าเกือบ 10.30 น. ซึ่งไม่ทันเหตุการณ์ข่าวที่ต้องล่าช้าไปมาก ผู้ประกอบการที่เคยใช้บริการ จึงเปลี่ยนใช้บริการขนส่งทางรถยนต์ หรือรถไฟแทน
การขนส่งหนังสือพิมพ์ทางรถยนต์หรือรถไฟ นอกจากช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งแล้ว ยังเป็นการรักษาเวลาการส่งสินค้า ให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ต้องการบริโภคข่าวสารให้ทันสถานการณ์ที่เร่งด่วน ทำให้บริษัทขนส่งสินค้าทางอากาศมียอดการขนส่งลดลงอย่างฮวบฮาบ ล่าสุดการปรับเปลี่ยนเวลาบิน ทำให้สินค้าที่ใช้ขนส่งทางอากาศลดลงเหลือเพียงเที่ยวละ 300 -500 กิโลกรัมเท่านั้น จากเดิมก่อนเปลี่ยนตารางบินมีการใช้บริการอยู่ที่ 1,500-2,000 กิโลกรัม/เที่ยว
ด้านนางลัดดา ปัทมดิลก เลขาธิการหอการค้าจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า การปรับเปลี่ยนตารางบินกรุงเทพฯ-ขอนแก่น ได้มีการหารือกันแล้ว ว่าจะส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนแน่นอน ทั้งในจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งหอการค้าจังหวัดขอนแก่น ไม่ได้นิ่งนอนใจในประเด็นปัญหานี้ ได้ทำหนังสือในนามหอการค้าจังหวัดขอนแก่น และจังหวัดใกล้เคียง
เรื่องปัญหาผลกระทบจากการปรับตารางเวลาบินกรุงเทพฯ-ขอนแก่น และเรียกร้องให้ทบทวนเวลาบินให้ใช้ตารางบินเดิม ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม , บอร์ดการบินไทย ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อให้พิจารณาเรื่องดังกล่าว จนถึงขณะนี้ หอการค้าจังหวัดขอนแก่น ยังไม่ได้รับการตอบรับจากบอร์ดการบินไทย หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแต่อย่างใด
ผลกระทบจากการปรับตารางเวลาบินกรุงเทพฯ-ขอนแก่นนี้ หอการค้าจังหวัดขอนแก่นจะติดตามสถานการณ์ผลกระทบอย่างต่อเนื่อง และกำหนดท่าทีการเคลื่อนไหวร่วมกันกับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ติดตามและทวงถามถึงความชัดเจนการปรับเปลี่ยนตารางเวลาบินจากบอร์ดการบินไทย ว่าจะพิจารณาปรับตารางบินตามข้อเสนอได้อย่างไร จนกว่าจะได้ข้อยุติ
ข้อมูลจาก ผู้จัดการออนไลน์
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9500000039919&Keyword=%a2%cd%b9%e1%a1%e8%b9อ่านข่าวเต็มๆได้ที่