Review เดินทางจากบ้านนอกสู่มหาวิทยาลัย ด้วยรถไฟหัวกระสุนรุ่นล่าสุดของ Australia เส้นทาง Shepparton - Melbourne
เมื่อวานผมลงทีเซอร์เปิดตัวการเดินทางไปเรียนด้วยรถไฟหัวกระสุนรุ่นล่าสุดของออสเตรเลีย ที่วิ่งได้เร็วมากๆๆๆ ให้ดูจนเป็นที่ฮือฮาในหลายๆ เว็บไปแล้ว
ซึ่งแน่นอนว่ามีทั้งคนจับผิดบ้างจับถูกบ้าง เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง ก็ไม่เป็นไรครับ ของแบบนี้ ตาดีได้ ตาร้ายเสีย
วันนี้ผมจะเอารีวิวแบบเต็มๆ มาให้ชมกันอย่างละเอียด เอาตั้งแต่ผมออกจากบ้าน ไปจนถึงรถไฟเข้าจอดเทียบสถานีในตัวเมืองเมลเบิร์นกันเลย
ตามเส้นทางที่รถไฟผ่าน ถ้ามีส่วนไหน ที่ผมพอจะแทรกเกร็ดความรู้ต่างๆ เข้าไปได้ ผมก็จะพยายามใส่เข้าไปอย่างเต็มที่ และพยายามให้ถูกต้องที่สุด กระทู้นี้จะได้มีประโยชน์มากกว่าเป็น Gallery ขึ้นมาอีกหน่อยนึงเนาะ
ก่อนที่ผมจะเริ่ม Review นี้ ผมขอแนะนำเมืองที่ผมอยู่อย่างคร่าวๆ เพื่อเป็นความเกร็ดความรู้เบื้องต้น เพื่อการรับชมที่ได้อรรถรส และเป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้น
เมืองนี้ชื่อ Shepparton มีประชากรประมาณ 25000 คน (มีคนไทยประมาณ 50 คน) เป็นหัวเมืองหลักในแถบ Goulburn Valley คือบริเวณตอนกลางและตอนเหนือของรัฐ Victoria Australia ห่างจากตัวเมืองเมลเบิร์นไปทางเหนือ 180 กิโลเมตร
ถึงแม้จะอยู่ห่างไกล แต่ด้วยความที่เป็นหัวเมืองหลัก หนึ่งในไม่กี่เมืองของรัฐนี้ ที่มีประชากรมากกว่า 20000 คน (เมืองส่วนใหญ่ หลักพันต้นๆ) การคมนาคม จึงสะดวกพอสมควร คือรถไฟเข้าเมืองวันละ 3 เที่ยว และรถบัสอีก 2 เที่ยว เรียกว่า สะดวกมากทีเดียว
การเดินทางเข้าเมืองด้วยรถไฟ ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 15 นาที ถ้าเป็นรถบัสจะใช้เวลา 3 ชั่วโมงนิดๆ เนื่องจากจอดหลายที่กว่า
นอกจากนี้ Shepparton ก็ยังมีสนามบินขนาดเล็ก รันเวย์ยาวประมาณ 1.4 กิโลเมตร อีกหนึ่งที่ ไว้ให้กลุ่มคนรักเครื่องบินเล็ก เอาไว้บินเล่นกัน (คุณ Okie Dokey จากห้องไกลบ้าน จิกผมยิกๆๆ มาหลายตลบแล้วว่าจะบินมารับผมเข้าเมือง จะได้ไม่ต้องนั่งรถไฟ แล้วเป็นตากล้องจำเป็นให้คุณกี้ด้วย แต่จนแล้วจนรอด จนป่านนี้ก็ยังไม่มีโอกาสได้นั่งเลย )
เอาล่ะพอแค่นี้ก่อน รูปภาพมุมสูงของเมืองนี้ สามารถดูได้จากที่นี่ครับ
http://dosday.com/other/shepparton [ 13 ส.ค. 49 20:32:07 ]

ก็เช่นเดียวกับทุกสัปดาห์ของเทอมนี้ ทุกเช้าวันอังคารและพฤหัสบดี ผมจะต้องแหกขี้ตาตื่นตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ (ไม่มีไก่จะมาโห่) คือประมาณตีห้ากว่าๆ เพื่อจะได้มีเวลาอาบน้ำแต่งตัว แล้วก็มานั่งอ่านกระทู้พันทิปเป็นระรอกสุดท้ายก่อนออกจากบ้าน
นี่และคือจุดเริ่มต้นของวงจรเส้นทางไปเรียนในตัวเมืองอันแสนไกล เพราะเมืองที่ผมอยู่มันห่างไกลความเจริญมากๆ นั่นเอง
ปกติแล้ว ช่วงหน้าหนาวฟ้าจะสว่างช้า เป็นปกติเกือบทุกที่ ช่วงเปิดเทอมใหม่ๆ ประมาณต้นเดือน กรกฎาคม เวลาออกจากบ้านจะมืดสนิท เห็นดาวเห็นเดือนเต็มฟ้าเลยทีเดียว แต่ผ่านไปหนึ่งเดือน เริ่มจะเข้าฤดูใบไม้ผลิ ฟ้าเริ่มสว่างเร็วขึ้น ดังนั้น 6.30 จึงเห็นเป็นแสงสว่างรำไรที่ขอบฟ้าบ้างแล้ว
[ 13 ส.ค. 49 20:38:53 ]

ออกมายืนหน้าบ้าน รถราก็ยังไม่ค่อยมีวิ่ง ไฟถนนยังเปิดเต็มอัตรา ก็มืดซะยังงี้ แหม เปลี่ยวก็เปลี่ยว ทำไมไม่มีหนุ่มๆ มาดักปล้ำมั่งก็ไม่รู้ แย่ๆๆ
[ 13 ส.ค. 49 20:40:07 ]

พระจันทร์เต็มดวงรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่กลมโต สว่างจ้ามากๆเลย บรู้วววววววว
[ 13 ส.ค. 49 20:41:36 ]

เดินไปสักครู่ ก็จะถึงอาคารที่ทำการเทศบาล หรือ Council Building ที่ใช้เป็นทั้งที่ทำการเทศบาล ห้องประชุม ห้องจัดเลี้ยง งานแสดงสินค้า ฯลฯ เรียกว่า สารพัดประโยชน์จริงๆ
ที่หน้าตึกจะมีรูปปั้นสัตว์ต่างๆ ที่เด่นๆ ก็จะมีรูปวัว นั่นเอง เพราะวัวถือเป็นสัตว์สำคัญมากของเมืองนี้ น้องๆ แกะ ซึ่งสำคัญมากจนเอามาตั้งเป็นชื่อเมืองเลยทีเดียว
[ 13 ส.ค. 49 20:44:40 ]

ออกมาจนถึงถนนใหญ่ ซึ่งเป็นหนึ่งในถนนเส้นหลักของเมืองนี้ หันกลับไปทางเหนือ ก็จะยังพอมีตัวเมืองออกไปบ้าง แต่ส่วนใหญ่เป็นบ้านคน ฟืนไฟ จึงไม่หนาแน่นเท่าไหร่
[ 13 ส.ค. 49 20:46:29 ]

ส่วนอีกด้าน คือด้านที่เป็นกลางเมือง ด้านนี้มีไฟตามข้างทางหนาแน่น แต่เนื่องจากจุดที่ผมยืน ทางขวาเป็นสวนสาธารณะ ทางซ้ายเป็นปั้มน้ำมัน (ซึ่งปิดปรับปรุง) ทำให้ไฟมืดๆ จะเริ่มมีไฟหนาแน่น สัก 100 เมตรถัดไป
[ 13 ส.ค. 49 20:48:25 ]

อย่างที่ผมบอกเมื่อสักครู่นี้ครับว่า วัว เป็นสัตว์เศรษฐกิจสำคัญมากอย่างนึงของเมืองนี้ ดังนั้น นอกจากจะมีรูปั้นวัว(เพ้นท์เป็นรูปต่างๆ) ยืนกินหญ้าอยู่บนพื้นแล้ว ก็ยังมีวัวบิน อยู่บนยอดเสา ตามสีแยกแบบนี้อีกต่างหาก
[ 13 ส.ค. 49 20:50:13 ]

ต้นไม้ริมทางในเมืองนี้ ส่วนใหญ่จะประดับด้วยไฟดวงเล็กๆ ตามกิ่งก้านสาขาในตอนกลางคืน ดูแล้วก็สวยดีไปอีกแบบ โดยเฉพาะในฤดูหนาว ที่ต้นไม้พากันสลัดใบทิ้งหมด เหลือแต่กิ่งก้าน พอมีไฟมาประดับ จึงทำให้เห็นกิ่งได้ชัดเจนยิ่งขึ้น สวยดีครับ ชอบ
[ 13 ส.ค. 49 20:52:46 ]

จากสามแยกหน้าที่ทำการไปรษณีย์ ผมตัดสินใจเดินเลี้ยวซ้ายเข้าไปที่ Muade Mall ซึ่งเป็นถนนคนเดินของเมืองนี้ รูปแบบเดียวกันกับ Queen Street Mall ของบริสเบน หรือ Bourke Street Mall ของเมลเบิร์น นั่นเอง แต่การตกแต่งแตกต่างกันตามงบประมาณ และผู้คน
อ้อ ก่อนที่จะเข้าไปถึง Mall ผมเดินผ่านเสา Telstra Lookout Tower ก็เลยถ่ายมาหนึ่งแชะ เป็นมุมเดียวกันกับที่ผมถ่ายไว้ในรูปที่ผมลิงก์ให้ใน คคห 1 ต่างกันแต่ว่า รูปนั้นผมถ่ายตอนทุ่มสี่สิบห้าในหน้าร้อน รูปนี้ถ่ายตอนหกโมงสี่สิบตอนเช้าในหน้าหนาวเท่านั้นเอง
[ 13 ส.ค. 49 20:56:35 ]

นี่ครับ หน้าตาของ Muade Street Mall (กรุณาอย่าถามผมว่ามันออกเสียงยังไง เพราะผมก็ออกไม่ถูกจนถึงทุกวันนี้ 555)
ตรงกลางจะมีเวทีแสดงยกพื้นเตี้ยๆ ขนาดกระทัดรัด เอาไว้ให้นักเรียน หรือคณะแสดง มาแสดงกันในช่วงวันหยุดที่มีตลาดนัดของแต่ละสัปดาห์
[ 13 ส.ค. 49 20:58:51 ]

ส่วนอีกด้าน จะเป็นซุ้มขายน้ำ และสนามเด็กเล่น
[ 13 ส.ค. 49 21:00:00 ]

หลังจากเดินไปจนสุด Mall ก็หันหลังกลับมาถ่ายรูป Mall ในภาพรวมอีกครั้ง จริงๆ Mall นี้ก็ไม่ใหญ่นะครับ ระยะทางไม่น่าจะกิน 400-500 เมตร เท่านั้น
[ 13 ส.ค. 49 21:01:46 ]

จากจุดนี้ที่ผมยืนอยู่ คือถนน High Street ซึ่งถ้าตรงตามถนนนี้ทางซ้ายมือไปเรื่อยๆ ก็จะไปถึงเมือง Bendigo ห่างออกไป 120 กิโลเมตร เป็นเมืองใหญ่มีประชากรถึงกว่า 65000 คน
[ 13 ส.ค. 49 21:03:30 ]

ส่วนทางขวา ถ้าตรงไปจะไปถึง Benala ซึ่งมีประชากรประมาณหนึ่งหมื่นคน
กำลังจะกดถ่ายรูป อ้าวไฟต้นไม้ดับพรึบกันหมด สงสัยได้เวลาปิดแล้ว เสียดายจังเนี่ย
[ 13 ส.ค. 49 21:05:49 ]

นึกขึ้นได้ว่า ต้องรีบไปสถานีรถไฟ จะมามัวเอ้อระเหยอยู่ไม่ได้ หนทางยังอีกไกลกว่าจะเดินไปถึงสถานีรถไฟ รถไฟเที่ยวนี้ออก 7.15 ถ้าตกเที่ยวนี้ก็ต้องรอเที่ยวต่อไปอีกเกือบสองชั่วโมงแน่ะ
แต่ก็นะ อดหันกลับไปเก็บภาพสิ่งปลูกสร้างอย่างเดียวในเมืองนี้ ที่สูงกว่าตึก 4 ชั้น ไม่ได้ 555
[ 13 ส.ค. 49 21:09:23 ]

บึ่งเดินตรงไปตามถนน หันหน้าไปทางทิศตะวันออก เห็นแดดส่องโดนเมฆสีแดงๆ ซ้วยสวย
อันที่จริง สีแดงๆ เป็นเส้นๆ ที่มองเห็นนั้นไม่ใช่เมฆหรอกครับ มันคือเส้นทางที่เครื่องบินทิ้งรอยอารยธรรมเอาไว้ ตอนเช้าๆ จะมีสามเที่ยวบิน บินสวนกันไปมา ช่วงเวลานี้พอดี
[ 13 ส.ค. 49 21:12:00 ]

ซูมให้ดูชัดๆอีกที สองเส้นทางนี้ทับกันไปพอดีเลยเนาะ เสียดายวันนี้ไม่ค่อยมีหมอก อากาศไม่ค่อยชื้น รอยเครื่องบินก็เลยไม่ค่อยชัด ไม่งั้นจะเห็นเป็นเส้นๆ ชัดเจนสวยมาก แต่แค่นี้ก็สวยแล้วล่ะ อากาศยามเช้าก็สดใส
[ 13 ส.ค. 49 21:13:49 ]

นอกเหนือจากแกะกับวัวแล้ว ผมก็ยังเห็นเมืองนี้มีรูปปั้นนกเอาไว้บนหัวเสาด้วยเช่นกัน ซึ่งผมก้ไม่รู้ว่า นกสำคัญกับเมืองนี้ยังไง
[ 13 ส.ค. 49 21:14:59 ]

ในที่สุดก็มาถึงถนนด้านหลังสถานีรถไฟจนได้ อันที่จริง ผมต้องเดินอ้อมไปอีกบล็อคนึง เพื่อไปเข้าสถานีจากทางด้านหน้า แต่ผมขี้เกียจ ผมก็เลยต้องไปทางลัด ทุลักทุเลนิดหน่อย แต่ก็ดีกว่าเดินไกล
มองจากตรงนี้ไป เห็นสถานีรถไฟพร้อมกับ "รถไฟหัวกระสุน" รุ่นล่าสุดจอดรอผมอยู่เด่นเป็นสง่า เห็นได้แต่ไกล
ก็รถไฟหัวกระสุนจริงๆนะ แต่เป็น "กระสุนดินดำ" ไม่ใช่ กระสุนปืนไรเฟิ้ล อิอิ
[ 13 ส.ค. 49 21:18:04 ]

อย่างที่ผมบอกว่า เส้นทางนี้มันทุลักทุเล ดังนั้นกว่าจะไปถึงแพลทฟอร์มได้ ก็ต้องวิ่งข้ามรางรถไฟกันสนุกสนาน
[ 13 ส.ค. 49 21:18:51 ]

เอ๊า ดูกันให้ชัดๆ รถไฟหัวกระสุน (รุ่นดินดำ) คิกคิก
[ 13 ส.ค. 49 21:19:32 ]

แพลตฟอร์มมันสูงมาก จะปีนขึ้นคงไม่ไหวม้าง ขนาดบันไดยังตั้งสี่ห้าขั้น กว่าจะถึงด้านบน
เอ๊า รีบวิ่งขึ้นไปกันดีกว่า ก่อนที่รถไฟสินค้าจะมาทับหัวแบะเพราะยืนขวางทางไม่ยอมหลบ อิอิ
[ 13 ส.ค. 49 21:20:56 ]

ออกจากบ้าน 6.30 ใช้เวลาเตร็ดเตร่ถ่ายรูป 30 นาที กับระยะทาง 2 กิโล ที่ต้องเดินมาสถานีรถไฟ นับว่าทำเวลาได้ยอดเยี่ยม เพราะปกติเดินอย่างเดียวก็ร่วม 20 นาที เข้าไปแล้ว
[ 13 ส.ค. 49 21:23:39 ]

ถึงแม้ว่าผมจะเป็นพวก "ชอบเข้าข้างหลัง" แต่ยังไง ก็ต้องวิ่งทะลุไปด้านหน้า เพื่อจะเก็บภาพ "ท่าบังคับ" มาฝากเพื่อนๆ จนได้ล่ะครับ
หลังจาก "เข้าข้างหลัง" มาแล้ว ถ่ายรูปหน้าสถานีเสร็จ ก็ "เข้าข้างหน้า" ไปซื้อตั๋ว อิอิ
[ 13 ส.ค. 49 21:25:19 ]

ได้ตั๋วเรียบร้อย ก็ได้เวลา Board แล้วล่ะครับ
ทันทีที่ขึ้นรถ ป้ายแรกที่จะเห็นจากประตูฝั่งตรงข้าม ก็คือป้ายห้ามเปิดประตูขณะรถเคลื่อนที่ ความจริงตอนนี้ ป้ายนี้เป็นป้ายเก่า เพราะตอนนี้เค้าทำระบบล็อคอัตนโนมัติบนขบวนรถเกือบทั้งหมด ถ้ารถไม่หยุดสนิท ประตูจะเปิดไม่ได้ และเช่นกัน ถ้าประตูปิดไม่หมด รถไฟจะออกจากสถานีไม่ได้ เจ้าหน้าที่จึงต้องเดินสำรวจประตูทุกบานก่อนออกจากสถานีเสมอ
[ 13 ส.ค. 49 21:31:28 ]

การจัด Seat Layout ของ Vline รุ่นเก่า จะเป็นแบบนี้ทั้งสิ้น คือ 2-3 สำหรับ Economy และ 2-2 สำหรับ First Class
จะเห็นว่าตอนนี้รถว่างมากกกกกกก พอดีผมเป็นพวก Early Check-in ก็เลยได้ Board เป็นคนแรกๆ ไม่ต้องแย่งที่นั่งกับใคร
รถไฟ V-Line ใช้ระบบเดียวกับ Air Asia ขึ้นก่อน แย่งที่นั่งได้ก่อน อิอิ
ปกติผู้โดยสารจำนวนนึง ชอบมา Go Show กันแบบนาทีสุดท้าย ชนิดที่ต้องวิ่งลากกระเป๋าทุลักทุเลขึ้นเครื่อง เอ๊ย ขึ้นรถ กันทีเดียว สาเหตุก็เพราะว่า หน้าหนาว ใครๆ ก็ไม่อยากตื่นเช้านั่นเอง
[ 13 ส.ค. 49 21:33:15 ]

ในรถไฟบางเส้นทาง (เส้นทาง Shepparton ทุกขบวน) จะมีบริการขนมขบเคียว และเครื่องดื่มบนรถด้วย ปกติตู้นี้จะอยู่กลางขบวน เพื่อความสะดวกของลูกค้าจากทุกทิศทาง
ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถนำของกินขึ้นมาบนรถเองได้ ยกเว้น อาหารที่มีกลิ่นแรง
ส่วนเครื่องดืมแอลกอฮอล์ สามารถซื้อบนรถเท่านั้น ห้ามนำขึ้นมาเองจากข้างนอก
นี่เป็นอีกเหตุผลนึงที่ผมชอบนั่งรถไฟเข้าเมืองมากกว่ารถเมล์ เพราะรถไฟสามารถเดินไปเดินมาได้ และเอาของกินไปกินได้ ถ้ารถเมล์เค้าห้ามกิน (แต่ปกติก็อนุโลมพวกน้ำขวด หรือขนมนิดๆหน่อยๆ)
[ 13 ส.ค. 49 21:36:59 ]

ที่เห็นขาวๆ วางอยู่บนที่นั่งนั่น ไม่ใช่ Safety On Board นะครับ เป็นถุงใส่ขยะน่ะ อิอิ
ส่วนป้าย Travel Conditions แปะอยู่ตรงประตูทางเข้าครับ
ตอนถ่ายลืมเช็คว่ามันชัดรึเปล่า มารู้ทีหลังว่ามันมัวซะงั้น เวรกรรม
[ 13 ส.ค. 49 21:40:43 ]

เอาล่ะ มาถึงท่าบังคับอีกท่านึง
ทดสอบ Seat Pitch นั่นเอง
แหม รูปนี้ จริงๆ ไม่ควรเอาเป็นตัวอย่างเป็นอย่างยิ่งนะครับ เพราะมันทำให้เกิดความสกปรกแก่ที่นั่งของเค้า แต่ที่ผมเอาให้ดูนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่าระยะมันห่างแค่ไหน
ผมเป็นคนเตี้ย ขาก็สั้นๆ ดังนั้นเวลายืดขาออกไป ก็จะถึงพอดี ประมาณนี้ ถ้าคนขายาวก็จะวางพาดได้สบาย แปลกเหมือนกัน เจ้าหน้าที่ VLine เค้าไม่ว่านะครับเวลาเห็นคนเอาขาขึ้นพาด แต่ถ้าเป็นรถไฟในเมืองพวก Metlink หรือ Brisbane City Train ถ้าบอกให้เอาลงแล้วยังทำ มีโดนปรับด้วยนะครับ 150 แน่ะ
[ 13 ส.ค. 49 21:43:52 ]

หันไปดูกระจกหน้าต่าง เห้อ... ทำไมมันถึงได้สกปรกยังงี้ ว่าแล้วก็เลยเดินไปห้องน้ำ หยิบทิชชู่ไปยืนเช็ดกระจกรถไฟเหยงๆๆๆๆ ใครๆ ก็มอง คงคิดว่า ไอ้นี่เกิดของขึ้นบ้าอะไรขึ้นมา 555
[ 13 ส.ค. 49 21:45:37 ]
เอ๊า ได้เวลาออกเดินทางกันซะที
กระทู้ที่แล้ว ผมให้ดูทีเซอร์ เวอร์ชั่น High Speed กันไปแล้ว ตอนนี้มาดูของจริงกันครับ อิอิ
อ้อ ถ้าอยากฟังว่าคนออสซี่ตาม ตจว เค้าพูดกันแบบไหน ก็รอฟังท้ายๆ คลิปนะครับ คลิปนี้ประมาณ 2 นาทีกว่า เอง ไม่นานครับ
High speed clip:
http://smg.photobucket.com/alb.....Speed-ShepToMoor.flvNormal speed clip:
http://smg.photobucket.com/alb.....artingShepparton.flv [ 13 ส.ค. 49 21:49:45 ]
อย่างที่ผมบอกไปในกระทู้ก่อนว่า เนื่องจากระหว่าง Shepparton กับ Mooroopna กระจกมัวมาก ก็เลยถ่ายอะไรไม่ได้เลย น่าเสียดาย
เอาล่ะครับ เจ็ดนาทีผ่านไป ถึงสถานีแรก Mooroopna
http://smg.photobucket.com/alb.....rrivingMooroopna.flv [ 13 ส.ค. 49 21:52:16 ]

หลังจากออกจาก Mooroopna กระจกมัวมาก และที่สำคัญแดดส่องมาทิศนี้พอดี ผมถ่ายอะไรไม่เห็นเลย เห็นแต่กระจกมัวๆ ก็เลยเดินไปห้องน้ำ ได้รูปนี้มา
[ 13 ส.ค. 49 21:53:32 ]
นั่งทอดถอนหายใจ เพราะเสียดายที่ทิวทัศน์สวยมาก หมอกเป็นทิวๆตามยอดไม้ แต่ไม่สามารถถ่ายรูปได้ นั่งนึกถึงหน้าเจ๊ Susie ไป เซ็งไป เพราะก่อนออกจากบ้านสัญญากับเจ๊เป็นมั่นเป็นเหมาะว่า จะถ่ายรูปสวยๆ มาให้เจ๊ดู
หลังจากนั่งทนกับความเซ็ง เพราะหน้าเจ๊ Susie ไม่ยอมหายไปไหนสักที ตามหลอกหลอนกันอยู่ได้ ผ่านไป 20 นาที ก็เหมือนสวรรค์มาโปรด เมื่อพนักงานประกาศว่า กำลังจะเข้าจอดที่สถานี Murchison East หน้าแก่ๆ ของเจ๊ Susie ก็หายวับไปทันที เพราะมัวแต่งมถ่ายรูป อิอิ
สถานนีนี้ แลดูแล้วเหมือนเมืองนอก เพราะลักษณะของสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ข้างสถานีรถไฟ มันไม่ค่อยเห็นทั่วๆไปในเมืองไทย แต่เห็นบ่อยๆ ในรูปต่างประเทศ (จริงๆ ที่ไทยก็มีเยอะ)
http://smg.photobucket.com/alb.....vingMurchisonEas.flv [ 13 ส.ค. 49 21:57:37 ]

พอออกจากสถานี Murchison East เหมือนพระเจ้าจะสงสาร เส้นทางรถไฟก็เริ่มเบี่ยงไปทางขวา ทำให้แสงแดดส่องมาเยื้องๆ จากด้านหลังแทน ทำให้การถ่ายทำ ทำได้งายขึ้น
ทัศนียภาพ เมืองนอกเป็นเมืองนอกครับ
ทุ่งเลี้ยงแกะ มีหญ้าเขียวขจี และต้นไม้เขียวชะอุ่มเต็มไปหมด
[ 13 ส.ค. 49 22:00:59 ]

บางที่ก็มีกั้นรั้วไว้ระหว่าง ทุ่งเลี้ยงแกะ กับทุ่งเลี้ยงวัว ไม่เอามาปะปนกัน
[ 13 ส.ค. 49 22:01:38 ]
หลังจากนั้นก็อีกหนึ่งอึดใจ ก็เข้าจอดที่สถานี Nagambie แต่ผมไม่ได้ถ่ายอะไรไว้ เพราะหน้าตาคล้ายๆกับ Murchison East
ถัดจาก Nagambie อีกประมาณ 15 นาที ก็มาถึงสถานี Seymour ซึ่งเรียกว่าเป็นสถานีชุมทางของเส้นทางสู่ Goulburn Valley กับ North Victoria และ New South Wales
นับจากสถานีนี้เป็นต้นไป ทางรถไฟจะมีสองขนาด เนื่องจากรางรถไฟของรัฐในออสเตรเลีย มีขนาดต่างกันถึงสามขนาด รางที่อยู่ซ้ายสุดในคลิปนี้ ตีคู่ย้อนกลับไปกับเส้นทางรถไฟของ Victoria ยาวไปจนถึง New South Wales
http://smg.photobucket.com/alb.....DepartingSeymour.flv [ 13 ส.ค. 49 22:06:40 ]
ก่อนจะดูรูปทัศนียภาพที่เปลี่ยนไปของพื้นที่แถวนี้ มาอ่านความรู้เกี่ยวกับรถไฟของออสเตรเลียกันก่อนดีกว่าครับ
นับเป็นความผิดพลาดอย่างแรงอย่างนึงของผู้นำของรัฐ และของประเทศของออสเตรเลีย คือ ยุคเริ่มแรกของการก่อสร้างระบบขนส่งรถไฟ แต่ละรัฐเลือกขนาดรางกันเอง ต่างคนก็คิดว่าที่ตัวเองเลือกนั้นดีที่สุด ผลก็คือ
New South Wales เลือกรางขนาดมาตรฐาน 4 ฟุต 8 นิ้ว หรือ 1.435 เมตร ตัวเลขประหลาดมากเนาะ ที่มาของรางขนาดนี้ก็คือ สมัยสงครามโรมัน ความกว้างนี้ ใช้ม้าเทียมได้สองตัวพอดี ก็เลยใช้ขนาดนี้เป็นมาตรฐานมาทั่วโลก (ซะงั้น)
Queensland, Tasmania & Western Australia เลือกรางขนาดแคบ คือ 3 ฟุต 6 นิ้ว (เท่ากับเมืองไทย)
Victoria เลือกรางขนาดใหญ่ นั่นคือ 5 ฟุต 3 นิ้ว
ส่วน South Australia รักพี่เสียดายน้อง เลยเอามันทั้ง กว้าง และ แคบ (แต่ไม่เอามาตรฐาน 555)
เป็นเหตุให้ทุกวันนี้ เลยต้องสร้างรางขนาดมาตรฐาน เพื่อเชื่อมประเทศเข้าด้วยกัน สิ้นเปลืองงบประมาณเปล่าๆปลี้ๆ มั้ยเนี่ย -_-''
อีกนิดนึงก็คือ Victoria สร้างรางขนาดเล็กๆ แค่ 2 ฟุต ครึ่ง เพื่อใช้กับรถไฟไอน้ำที่ เมาท์ ดาดินอง เป็นรถไฟท่องเที่ยวนั่นเอง
ส่วน Queensland ก็ใช้รถไฟ High Speed Tilt Train วิ่งบนรางแคบๆนั่นแหละ ก็เลยเป็นเหตุให้ลงไปนอนกลิ้งโค่โล่ ที่บันดาเบิร์ก เมื่อปีสองปีก่อน เหอๆ
ที่มา
http://infobluemountains.net.au/rail/horse-a**.htm [ 13 ส.ค. 49 22:20:20 ]

เอาล่ะ มาต่อกันดีกว่า
ทัศนียภาพ เริ่มเปลี่ยนไปแล้วครับ จากทุ่งหญ้าเขียวสด และพื้นค่อนข้างราบ ตอนนี้กลายเป็นมีภูเขาอยู่ข้างทาง
แหม ภูเขาหน้าฝนนี่สวยมากๆ เลยนะครับ ต้นไม้เต็มเลย
[ 13 ส.ค. 49 22:22:37 ]

รถไฟเริ่มชะลอความเร็ว เริ่มเข้าเขตเมืองอีกครั้งนึง
แหม เมืองนี้สวยจัง มีภูเขาอยู่ใกล้ๆ พื้นที่เขียวสวยดีจริงๆ
[ 13 ส.ค. 49 22:25:09 ]

เมืองนี้คือ Tallarook นั่นเอง
แหม ชื่อเมืองแต่ละเมือง ภาษาอะบอริจิ้น ทั้งนั้นเลย
[ 13 ส.ค. 49 22:31:27 ]

เคลื่อนตัวออกจาก Tallarook แล้ว
ทางรถไฟที่มองเห็นที่มุมภาพนั้น คือรางจาก NSW ที่ทำขนานกันมา
ถ้าสังเกตดีๆ (หมายถึงสังเกตในสถานการณ์จริง ไม่ใช่จากรูป) จะเห็นว่า เทคนิคที่ใช้ในการยึดรางระหวางรางของ Victoria กับ NSW ใช้ไม่เหมือนกัน ของ Vic จะเป็นหมุดตอกลงไปเฉยๆ แต่ของ NSW จะเหมือนเป็นหัวคลิปหนีบไว้
[ 13 ส.ค. 49 22:33:42 ]

ทัศนียภาพ เปลี่ยนไปอีกแล้วครับ ต้นไม้ริมทางรถไฟก็เช่นกัน ตอนนี้เริ่มมีต้นอะไรก็ไม่รู้ ดอกสีเหลืองๆ แลดูเผินๆ เหมือนต้นดอกคูน แต่ลักษณะของดอกจะไม่เหมือนกัน อันนี้จะชี้ขึ้นบน แต่ดอกคูนจะย้อยลงมาด้านล่าง ผมว่าดอกคูณสวยกว่า
[ 13 ส.ค. 49 22:35:11 ]

ทางรถไฟยังคงเกาะติดกันอย่างเหนียวแน่น
[ 13 ส.ค. 49 22:36:10 ]

นานๆ ที ก็จะมีสะพานข้ามทางรถไฟแบบนี้
[ 13 ส.ค. 49 22:36:59 ]

ภูเขาสูงเริ่มจากเราไปไกลขึ้น เหลือแต่เนินเตี้ยๆ แทน
ถึงแม้ว่าระดับภูมิประเทศจะขึ้นๆลงๆ แต่ทุ่งหญ้ามันดูเรียบ แล้วก็กว้างดีจังนะครับ ดูหลายๆ รูป นึกถึง Wallpaper ใน Windows XP น่ะครับ ใครคิดเหมือนผมมั้ย
[ 13 ส.ค. 49 22:38:54 ]

ตามเนินต่างๆ เริ่มมีจำนวนต้นไม้น้อยลง หญ้าก็เริ่มจะออกไปทางสีน้ำตาลๆมากขึ้น ประมาณว่า เริ่มจะแล้งมากขึ้น ว่างั้น
[ 13 ส.ค. 49 22:39:47 ]

8 โมง 34 นาที ขบวนรถ ก็จอดสนิทอีกครั้งที่ Broadford Station
[ 13 ส.ค. 49 22:40:46 ]

ภาพนี้จะเห็นชัดว่า ภูเขาเริ่มโล้น และทุ่งหญ้าเริ่มแล้ง
[ 13 ส.ค. 49 22:41:24 ]

มองไปที่รอยต่อระหว่างเนินเขาจะเห็นเป็นสิ่งปลูกสร้างคล้ายๆโรงงาน
[ 13 ส.ค. 49 22:42:12 ]

พอเข้าไปใกล้ๆ แล้วก็ในมุมที่ซูมได้เหมาะ ก็เลยซูมมาให้ดู เข้าใจว่ามันคือโรงงานโม่หิน เพราะเห็นมีร่องรอยระเบิดภูเขา รวมทั้งกองหินโม่ อยู่ข้างๆด้วย อ้อ มีทางรถไฟมาเชื่อมกับเส้นทางหลักด้วยครับ
[ 13 ส.ค. 49 22:43:26 ]

แห้งแล้วแล้วครับ หญ้างี้ แห้งเชียว
[ 13 ส.ค. 49 22:43:49 ]

รางรถไฟที่ตีคู่กันมา บางครั้ง เวลามาถึงสถานีต่างๆ ก็จะแหกแยกกันไป เพราะรถไฟทางไกล และรถสินค้าจะไม่จอดสถานีย่อยๆ เหล่านี้อยู่แล้ว สถานีนี้ แม้แต่รถไฟที่ผมนั่งมาก็ไม่จอดเหมือนกันเพราะเป็นรถด่วน
[ 13 ส.ค. 49 22:45:20 ]

จากภูเขาโล้นๆ ตอนนี้กลายเป็นภูเขาที่มีต้นไม้หนาทึบมาแทน อย่างไรก็ตามบางส่วนมีร่องรอยการตัดต้นไม้แบบโล่งเตียน
[ 13 ส.ค. 49 22:46:32 ]

ภูเขาเหล่านี้ คือบริเวณปลูกป่าเศรษฐกิจนั่นเอง ไม่แน่ใจว่ากี่ปีตัดครั้ง แต่ช่วงนี้ของปีที่แล้วที่ผมเพิ่งย้ายมา บริเวณที่ตัดไปนี้ มีป่าไม้อยู่หนาแน่น และต้นใหญ่มากทีเดียว
[ 13 ส.ค. 49 22:47:13 ]

อย่างที่บอกว่า รางรถไฟที่ตีคู่กันมานี้ สร้างคนละครั้งกัน ดังนั้นบางทีขึ้นอยู่กับภูมิประเทศ บางครั้งก็เข้ามาใกล้ๆกันแบบนี้
[ 13 ส.ค. 49 22:47:55 ]

แต่บางครั้งก็แยกออกไปอยู่ซะไกลกัน ไม่รู้ทำไมต้องทำออกไปไกลขนาดนั้นด้วย
[ 13 ส.ค. 49 22:48:18 ]

เริ่มเข้าเขตเมืองเมลเบิร์นแล้วครับ
อันนี้น่าจะเป็นถนนวงแหวน (รอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ อิอิ)
[ 13 ส.ค. 49 22:52:01 ]

พื้นที่ว่าง ไม่มีปล่อยให้สูญเปล่าครับ เลี้ยงแกะซะงั้น
[ 13 ส.ค. 49 22:52:30 ]
ในที่สุดก็มาถึง Broadmeadows สถานีที่มีคนลงมากที่สุดรองจากปลายทาง
http://smg.photobucket.com/alb.....vingBroadMeadows.flv แก้ไขเมื่อ 13 ส.ค. 49 22:54:07
[ 13 ส.ค. 49 22:53:20 ]
เมื่อปีที่แล้ว ผมเคยสงสัยมากว่า รางรถไฟที่มันตีคู่กันมานานแสนนาน อยู่ดีๆ มันหายไปไหน จะว่ามันตีรวมเข้ามาอยู่ในเส้นเดียวกัน ผมเคยไปยืนดูท้ายขบวน ก็ไม่มีรางไหนที่มีรางสองขนาดซ้อนกันอยู่เลย ผมเก็บความสงสัยเอาไว้นานจนกระทั่งวันนึง ผมก็ได้คำตอบโดยบังเอิญ
http://smg.photobucket.com/alb.....-VLine-CrossOver.flv [ 13 ส.ค. 49 22:56:15 ]

ตอนนี้เข้าเขตตัวเมืองเมลเบิร์นจริงๆจังๆแล้ว
บ้านเรือน หนาแน่น
[ 13 ส.ค. 49 22:57:15 ]

เริ่มเป็นย่านธุรกิจ
อ้อ โปรดสังเกตว่า ทีแรกรางรถไฟไม่มีรั้ว แต่พอเข้าเมืองจะมีรั้วกั้นตลอดแนว กันคนเข้ามา
[ 13 ส.ค. 49 22:59:57 ]

บางที่กั้นหลายชั้น กั้นด้วยต้นไม้ แล้วกั้นด้วยรั้วอีก
[ 13 ส.ค. 49 23:00:33 ]

แม้แต่ใต้สะพานข้ามรถไฟ ก็มีรั้วกั้น เพราะใต้สะพานคือทางเดินข้ามถนน (ลอด)
[ 13 ส.ค. 49 23:01:20 ]

จุดนี้เป็นจุดที่ผมจะต้องผ่าน ไม่ว่าผมจะมาเมลเบิร์นด้วยวิธีใด รถไฟ รถเมล์ หรือเครื่องบินตอนร่อนลงก็จะมองลงมาเห็น ยกเว้นที่บินไป Avalon อ้อ ต่อให้บินไป Avalon สุดท้ายรถบัสที่เข้าเมืองก็วิ่งมาผ่านถนนเส้นนี้อยู่ดี สรุปหนีไม่พ้น 555
[ 13 ส.ค. 49 23:03:20 ]

ช่วงที่เข้าในเมืองจริงๆ ส่วนใหญ่จะเป็นถนนลอดทางรถไฟ ก็จะได้เห็นรถราจากมุมมองที่แปลกตาออกไป
[ 13 ส.ค. 49 23:04:18 ]

สถานีรถไฟตามซับเบิร์บต่างๆในเมลเบิร์น (ยกเว้นพวกสถานีหลักๆ) จะมีหน้าตาคล้ายๆกันแบบนี้
ในรูปคือ Essendon Station
[ 13 ส.ค. 49 23:05:25 ]

ช่วงเข้าเมือง รางรถไฟจะค่อนข้างอยู่สูงมาก เทียบกับพื้นที่รอบๆ มองลงไปเหมือนวิ่งอยู่บนคันนายังไงยังงั้นเลย
[ 13 ส.ค. 49 23:06:29 ]

ตอนนี้เป็นหน้าหนาว ต้นไม้ที่ไหน ก็ไม่ค่อยมีใบแบบนี้ล่ะครับ
[ 13 ส.ค. 49 23:06:58 ]

ต้นไม้ไร้ใบสวยๆ อีกมุม
[ 13 ส.ค. 49 23:07:22 ]

เอ๊า แฟนพันธุ์แท้ Melbourne ทายซิ ที่นี่ที่ไหนเอ่ย
[ 13 ส.ค. 49 23:07:51 ]

นั่นแน่ แชมป์เก่า กับ แชมป์ใหม่ ยืนตระหง่านเคียงคู่ มองเห็นแต่ไกล
ตึกขวาสุดคือ Rialto Tower อดีตตึกที่สูงที่สุดในออสเตรเลีย เป็นตึกแฝด สูง 251 เมตร และ 184 เมตร ตามลำดับ เปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อ 15 October 1986
ตึกเล็กตรงกลาง คือแชมป์ใหม่ตึกสูงที่สุดในเมลเบิร์น Eureka Tower สูง 297 เมตร เป็นตึกที่อยู่อาศัยที่สูงอันดับสองของออสเตรเลียรองมาจาก Q1 Tower ที่โกลโคส ซึ่งสูง 323 เมตร
ส่วนตึกใหญ่ๆ ซ้ายมือนั่น มันหลอกตา อย่าไปหลงเชื่อ อิอิ
[ 13 ส.ค. 49 23:15:28 ]

แล้วนี่ล่ะ ถนนอะไรเอ่ย อิอิ
[ 13 ส.ค. 49 23:15:51 ]

CBD มุมมองจาก North Melbourne
[ 13 ส.ค. 49 23:16:43 ]
ในที่สุด ก็เข้าจอดชานชาลาที่ 4C Southern Cross Station โดยสวัสดิภาพ
http://smg.photobucket.com/alb.....vingSouthernCros.flv [ 13 ส.ค. 49 23:17:53 ]

หลังจากลงรถไฟมา มองไปทางขวา อุ๊ย เห็นรถไฟหัวกระสุนดินดำ น้องชายฝาแฝดของขบวนที่ผมนั่งมาด้วย หน้าตาเหมือนกันเดี๊ยะเลย
[ 13 ส.ค. 49 23:18:37 ]
หลังจากนั้น ผมก็ต้องวิ่งห้อไปขึ้นแทรม เพราะต้องรีบเข้าเรียนทันที
แล้วก็กลับมาขึ้นรถกลับบ้านในตอนเย็น
http://video.google.com/videoplay?docid=5121615111928085887&q=dosday+vline [ 13 ส.ค. 49 23:23:17 ]

จบซะที กว่าจะเสร็จได้ เกือบร้อย คคห ใช้เวลาไป 3 ชั่วโมง 13 นาที หูย นานจัง เหนื่อยนะเนี่ย 555
อ้อ แถมนิดนึงครับ
สำหรับรถไฟ VLine แบบใหม่จริงๆ ไม่จิงโจ้ หน้าตาจะเป็นแบบนี้ครับ วิ่งได้ 150 กม ต่อ ชั่วโมง
[ 13 ส.ค. 49 23:28:08 ]