<?xml version="1.0" encoding="tis-620"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
    <title>HFlight.net Aviation news</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.hflight.net/MT/news/" />
    <link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.hflight.net/MT/news/atom.xml" />
   <id>tag:www.hflight.net,2008:/MT/news/1</id>
    <link rel="service.post" type="application/atom+xml" href="http://www.hflight.net/cgi-bin/MT/mt-atom.cgi/weblog/blog_id=1" title="HFlight.net Aviation news" />
    <updated>2008-01-03T12:02:43Z</updated>
    <subtitle>HFlight.net Aviation news</subtitle>
    <generator uri="http://www.sixapart.com/movabletype/">Movable Type 3.2</generator>
 
<entry>
    <title>เอทิฮัด เป็นผู้สนับสนุนหลักการแข่งขันรถฟอร์มูล่า วัน อาบูดาบี กรังปรีส์</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.hflight.net/MT/news/2008/01/200801002121.shtml" />
    <link rel="service.edit" type="application/atom+xml" href="http://www.hflight.net/cgi-bin/MT/mt-atom.cgi/weblog/blog_id=1/entry_id=2121" title="เอทิฮัด เป็นผู้สนับสนุนหลักการแข่งขันรถฟอร์มูล่า วัน อาบูดาบี กรังปรีส์" />
    <id>tag:www.hflight.net,2008:/MT/news//1.2121</id>
    
    <published>2008-01-03T12:02:43Z</published>
    <updated>2008-01-03T12:02:43Z</updated>
    
    <summary>สายการบินเอทิฮัด สายการบินแห่งชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้บริการเที่ยวบินจากกรุงเทพฯสู่เมืองอาบูดาบีทุกวัน วันละ 2 เที่ยวบิน และอีก 45 จุดหมายปลายทางทั่วโลกลงนามสัญญาสามปีในการเป็นผู้สนับสนุนหลักการแข่งขันรถฟอร์มูล่า วัน อาบูดาบี กรัง-ปรีส์ โดยจะเริ่มการแข่งขันรอบแรกในปี 2552 สัญญามูลค่าเจ็ดหลักซึ่งจัดการแข่งขันรถฟอร์มูล่า 1 ขึ้นในเมืองหลวงแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ภายใต้ชื่อ &amp;#8220;ฟอร์มูล่า วัน เอทิฮัด แอร์เวย์ส อาบูดาบี กรังปรีส์&amp;#8221; จนถึงปี 2554 นอกจากนั้นเอทิฮัดยังได้แพ็กเกจโฆษณาขนาดใหญ่ตลอดเส้นทางการแข่งขันและเครื่องหมายการค้าบนแท่นสำหรับการแข่งขันอาบูดาบี กรังปรีส์ สัญญาดังกล่าวจัดโดย ออลสปอร์ต มาเนจเม้นท์ ในเครือกลุ่มบริษัท ฟอร์มูล่า วัน และลงนามอย่างเป็นทางการโดย มร. เจมส์ โฮแกน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเอทิฮัด และมร....</summary>
    <author>
        <name>HFlight News Agent</name>
        <uri>http://www.hflight.net</uri>
    </author>
            <category term="ข่าวสายการบิน" />
    
    <content type="html" xml:lang="en" xml:base="http://www.hflight.net/MT/news/">
        <![CDATA[<p>สายการบินเอทิฮัด สายการบินแห่งชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้บริการเที่ยวบินจากกรุงเทพฯสู่เมืองอาบูดาบีทุกวัน วันละ 2 เที่ยวบิน และอีก 45 จุดหมายปลายทางทั่วโลกลงนามสัญญาสามปีในการเป็นผู้สนับสนุนหลักการแข่งขันรถฟอร์มูล่า วัน อาบูดาบี กรัง-ปรีส์ โดยจะเริ่มการแข่งขันรอบแรกในปี 2552</p>

<p> </p>

<p>สัญญามูลค่าเจ็ดหลักซึ่งจัดการแข่งขันรถฟอร์มูล่า 1 ขึ้นในเมืองหลวงแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ภายใต้ชื่อ &#8220;ฟอร์มูล่า วัน เอทิฮัด แอร์เวย์ส อาบูดาบี กรังปรีส์&#8221; จนถึงปี 2554 นอกจากนั้นเอทิฮัดยังได้แพ็กเกจโฆษณาขนาดใหญ่ตลอดเส้นทางการแข่งขันและเครื่องหมายการค้าบนแท่นสำหรับการแข่งขันอาบูดาบี กรังปรีส์</p>

<p> </p>

<p>สัญญาดังกล่าวจัดโดย ออลสปอร์ต มาเนจเม้นท์ ในเครือกลุ่มบริษัท ฟอร์มูล่า วัน และลงนามอย่างเป็นทางการโดย มร. เจมส์ โฮแกน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเอทิฮัด และมร. เบอร์นี เอคเคิลสโตน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ฟอร์มูล่า วัน ณ สำนักงานใหญ่ของฟอร์มูล่า 1 ในกรุงลอนดอน</p>

<p> </p>

<p>มร.โฮแกน กล่าวว่า &#8220;การได้ลงนามเป็นผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขันฟอร์มูล่า วัน อาบูดาบี กรังปรีส์ นับเป็นเกียรติอย่างสูงสำหรับสายการบินเอทิฮัดและจะทำให้เอทิฮัดสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าทั่วโลกได้มากขึ้น&#8221;</p>

<p> </p>

<p>มร. เอคเคิลสโตน กล่าวให้ความเห็นเกี่ยวกับสัญญาดังกล่าวว่า &#8220;การลงนามเป็นผู้สนับสนุนหลักเป็นเวลาสองปีในกิจกรรมดังกล่าวซึ่งจัดเป็นครั้งแรกนี้ตอกย้ำว่าคนในภูมิภาคนี้รู้สึกตื่นเต้นและรอคอยการมาของการแข่งขันอาบูดาบี กรังปรีส์ในครั้งนี้&#8221;</p>

<p> </p>

<p>ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของฟอร์มูล่า วัน อาบูดาบี กรังปรีส์ เอทิฮัดจะมอบแพ็กเกจพิเศษ ซึ่งรวมถึงบัตรโดยสาร ที่พักและบัตรเข้างานกรังปรีส์</p>

<p> </p>

<p>มร.โฮแกน กล่าวเสริมว่า &#8220;2009 ฟอร์มูล่า วัน เอทิฮัด แอร์เวย์ส อาบูดาบี กรังปรีส์ จะเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สำหรับเมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเอทิฮัดตั้งใจรอคอยที่จะได้ต้อนรับผู้ชมฟอร์มูล่า วัน นับพันจากทั่วโลก สู่กรุงอาบูดาบี&#8221;  </p>

<p> </p>

<p>การก่อสร้างสนามแข่งฟอร์มูล่า วัน อาบูดาบี กรังปรีส์ ความยาว 5.6 กิโลเมตร กำลังเป็นไปด้วยดีบนเกาะยาส เกาะซึ่งเต็มไปด้วยธรรมชาติขนาด 2,550 เฮคเตอร์ ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเมืองอาบูดาบี สิ่งก่อสร้างนี้จะเป็นหนึ่งในสนามแข่งที่ยาวและยากที่สุดแห่งหนึ่งในโลกและจะรวมอัฒจันทร์ขนาดยักษ์เพื่อรองรับผู้ชมมหาศาล</p>

<p> </p>

<p>นอกเหนือจากฟอร์มูล่า วัน อาบูดาบี กรังปรีส์ แล้ว สายการบินเอทิฮัดยังเป็นผู้สนับสนุนกิจกรรมทางกีฬาหลายอย่างในปี 2550 ซึ่งรวมถึงการเป็นสายการบินอย่างเป็นทางการของทีมสโมสรฟุตบอลเชลซีและผู้สนับสนุนหลักทีมสโมสรรักบี้ฮาร์เลอควิน</p>

<p>ข่าวประชาสัมพันธ์จากเอทิฮัด</p>]]>
        
    </content>
</entry>
<entry>
    <title>เอทิฮัดได้รับสองรางวัลเกียรติยศ ณ งานเวิลด์ ทราเวล อวอร์ด</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.hflight.net/MT/news/2008/01/200801002120.shtml" />
    <link rel="service.edit" type="application/atom+xml" href="http://www.hflight.net/cgi-bin/MT/mt-atom.cgi/weblog/blog_id=1/entry_id=2120" title="เอทิฮัดได้รับสองรางวัลเกียรติยศ ณ งานเวิลด์ ทราเวล อวอร์ด" />
    <id>tag:www.hflight.net,2008:/MT/news//1.2120</id>
    
    <published>2008-01-03T12:00:02Z</published>
    <updated>2008-01-03T12:00:02Z</updated>
    
    <summary>สายการบินเอทิฮัด สายการบินแห่งชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้บริการเที่ยวบินจากกรุงเทพฯสู่เมืองอาบูดาบีทุกวัน วันละ 2 เที่ยวบิน และอีก 45 จุดหมายปลายทางทั่วโลก คว้าสองรางวัลเกียรติยศในงานมอบรางวัลประจำปี เวิลด์ ทราเวล อวอร์ด (WTA) ครั้งที่ 14 ในสาขา &amp;#8220;ที่นั่งปรับนอนราบชั้นนำของโลก&amp;#8221; และ &amp;#8220;โฆษณาทางโทรทัศน์เพื่อการท่องเที่ยวชั้นนำของโลก&amp;#8221; นับเป็นความสำเร็จปีที่สองที่สายการบินที่มีศูนย์กลางการบิน ณ กรุงอาบูดาบี ได้รับรางวัลสาขาที่นั่งปรับนอนราบยอดเยี่ยม ที่มีเฉพาะในห้องโดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจ สำหรับรางวัลโฆษณาสายการบินทางโทรทัศน์นั้นสำคัญอย่างมากเนื่องจากเป็นโฆษณาโทรทัศน์ระดับนานาชาติชิ้นแรกซึ่งผลิตโดยเอทิฮัด คะแนนโหวตในงาน WTA ที่จัดขึ้น ณ Beaches Turks and Caicos Resort and Spa มาจากผู้มีอาชีพในวงการอุตสาหกรรมการเดินทางกว่า 170,000 แห่งทั่วโลก...</summary>
    <author>
        <name>HFlight News Agent</name>
        <uri>http://www.hflight.net</uri>
    </author>
            <category term="ข่าวสายการบิน" />
    
    <content type="html" xml:lang="en" xml:base="http://www.hflight.net/MT/news/">
        <![CDATA[<p>สายการบินเอทิฮัด สายการบินแห่งชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้บริการเที่ยวบินจากกรุงเทพฯสู่เมืองอาบูดาบีทุกวัน วันละ 2 เที่ยวบิน และอีก 45 จุดหมายปลายทางทั่วโลก คว้าสองรางวัลเกียรติยศในงานมอบรางวัลประจำปี เวิลด์ ทราเวล อวอร์ด (WTA) ครั้งที่ 14 ในสาขา &#8220;ที่นั่งปรับนอนราบชั้นนำของโลก&#8221; และ &#8220;โฆษณาทางโทรทัศน์เพื่อการท่องเที่ยวชั้นนำของโลก&#8221;</p>

<p> </p>

<p>นับเป็นความสำเร็จปีที่สองที่สายการบินที่มีศูนย์กลางการบิน ณ กรุงอาบูดาบี ได้รับรางวัลสาขาที่นั่งปรับนอนราบยอดเยี่ยม ที่มีเฉพาะในห้องโดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจ สำหรับรางวัลโฆษณาสายการบินทางโทรทัศน์นั้นสำคัญอย่างมากเนื่องจากเป็นโฆษณาโทรทัศน์ระดับนานาชาติชิ้นแรกซึ่งผลิตโดยเอทิฮัด</p>

<p> </p>

<p>คะแนนโหวตในงาน WTA ที่จัดขึ้น ณ Beaches Turks and Caicos Resort and Spa มาจากผู้มีอาชีพในวงการอุตสาหกรรมการเดินทางกว่า 170,000 แห่งทั่วโลก ซึ่งรวมถึงตัวแทนการท่องเที่ยวกว่า 110,000 แห่ง</p>

<p> </p>

<p>มร. เจมส์ โฮแกน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเอทิฮัด กล่าวว่า &#8220;ตลาดการเดินทางเพื่อธุรกิจยังคงเป็นหนึ่งในตลาดที่มีการแข่งขันสูงที่สุดในโลก และสำหรับที่นั่งปรับนอนราบของเราที่ได้รับรางวัลเป็นเวลาสองปี นับว่าเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่และเป็นการผลักดันให้เราเพิ่มคุณภาพของสายการบินเอทิฮัด&#8221;  </p>

<p> </p>

<p>&#8220;จุดประสงค์ทางการตลาดที่สำคัญในปี 2550 คือการทำให้ชื่อของเอทิฮัดเป็นที่รู้จักครอบคลุมไปทั่วตลาดหลักของเรา โดยวัตถุประสงค์ดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นของโฆษณาทางโทรทัศน์ระดับนานาชาติชิ้นแรกของเรา เราจึงต้องการให้โฆษณาชิ้นนี้มีความโดดเด่นและดึงดูดความสนใจของผู้ชมให้ได้มากที่สุด ซึ่งการได้รับรางวัลดังกล่าว เป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเราทำสำเร็จ&#8221;</p>

<p> </p>

<p>สายการบินเอทิฮัดได้เปิดตัวโฆษณาทางโทรทัศน์ระดับนานาชาติชิ้นแรกในเดือนพฤษภาคม 2550 โดยโฆษณาดังกล่าวได้ออกอากาศในตลาดระดับนานาชาติชั้นนำของสายการบิน รวมถึงออสเตรเลีย ตะวันออกกลางและยุโรป โดยถ่ายทำทั้งหมดในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ตามสถานที่ต่าง ๆ รวมถึงท่าอากาศยานอาบูดาบี และบนเครื่องบินแอร์บัส เอ340-500</p>

<p> </p>

<p>โฆษณาชิ้นนี้ได้รับการสร้างสรรค์โดยเอเจนซี่โฆษณาระดับโลก TBWA และกำกับโดย จิม วีดอน จากบริษัท Bare Films ในกรุงลอนดอน ซึ่งเคยรับงานโปรเจ็คโด่งดังระดับโลก ซึ่งรวมถึงภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง &#8220;Gladiator&#8221;</p>

<p> </p>

<p>รางวัลที่นั่งนอนราบจาก WTA คือรางวัลอันทรงเกียรติครั้งที่สอง ซึ่งเอทิฮัดได้รับในเดือนนี้ สำหรับคุณภาพผลิตภัณฑ์ระดับสูงของสายการบินฯ ล่าสุด เมื่อต้นเดือนนี้ ทางสายการบินฯได้รับการคัดเลือกจากผู้อ่านนิตยสารบิสซิเนส ทราเวลเลอร์ ยูเอสเอ ในสาขา &#8220;การบริการบนชั้นเฟิร์สคลาสที่ดีที่สุดในโลก&#8221;  </p>

<p> ข่าวประชาสัมพันธ์จากเอทิฮัด</p>]]>
        
    </content>
</entry>
<entry>
    <title>ไทเกอร์ แอร์เวย์ส ก้าวหน้าสู่อนาคตทางการบิน</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.hflight.net/MT/news/2007/12/200712002116.shtml" />
    <link rel="service.edit" type="application/atom+xml" href="http://www.hflight.net/cgi-bin/MT/mt-atom.cgi/weblog/blog_id=1/entry_id=2116" title="ไทเกอร์ แอร์เวย์ส ก้าวหน้าสู่อนาคตทางการบิน" />
    <id>tag:www.hflight.net,2007:/MT/news//1.2116</id>
    
    <published>2007-12-28T13:49:04Z</published>
    <updated>2007-12-28T13:49:04Z</updated>
    
    <summary>ไทเกอร์ แอร์เวย์ส สายการบินต้นทุนต่ำที่เติบโตอย่างรวดเร็วของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทำการลงนามในสัญญาเพื่อสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัสตระกูล เอ320 เพิ่มเป็นจำนวนทั้งสิ้น 20 ลำ อันจะทำให้ฝูงเครื่องบินตระกูล เอ320 ของไทเกอร์ แอร์เวย์มีจำนวนมากถึง 70 ลำ โดยก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ.2550 ทางไทเกอร์ แอร์เวย์สได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจสำหรับการสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัสตระกูล เอ320 จำนวนทั้งสิ้น 50 ลำ และทำการยืนยันคำสั่งซื้อ 30 ลำจากจำนวนดังกล่าวไป ณ เดือนตุลาคม โดยปัจจุบันไทเกอร์ แอร์เวย์ส มีเครื่องบินตระกูลเอ320 ประจำฝูงบินทั้งสิ้น 12 ลำ และมีกำหนดจะรับมอบอีก 8 ลำ ในปี 2553 โดยเครื่องบินทุกลำในการสั่งซื้อจะทำการติดตั้งที่นั่งเป็นแบบ 180...</summary>
    <author>
        <name>HFlight News Agent</name>
        <uri>http://www.hflight.net</uri>
    </author>
            <category term="ข่าวสายการบิน" />
    
    <content type="html" xml:lang="en" xml:base="http://www.hflight.net/MT/news/">
        <![CDATA[<p>ไทเกอร์ แอร์เวย์ส สายการบินต้นทุนต่ำที่เติบโตอย่างรวดเร็วของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทำการลงนามในสัญญาเพื่อสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัสตระกูล เอ320 เพิ่มเป็นจำนวนทั้งสิ้น 20 ลำ อันจะทำให้ฝูงเครื่องบินตระกูล เอ320 ของไทเกอร์ แอร์เวย์มีจำนวนมากถึง 70 ลำ โดยก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ.2550 ทางไทเกอร์ แอร์เวย์สได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจสำหรับการสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัสตระกูล เอ320 จำนวนทั้งสิ้น 50 ลำ และทำการยืนยันคำสั่งซื้อ 30 ลำจากจำนวนดังกล่าวไป ณ เดือนตุลาคม โดยปัจจุบันไทเกอร์ แอร์เวย์ส มีเครื่องบินตระกูลเอ320 ประจำฝูงบินทั้งสิ้น 12 ลำ และมีกำหนดจะรับมอบอีก 8 ลำ ในปี 2553 โดยเครื่องบินทุกลำในการสั่งซื้อจะทำการติดตั้งที่นั่งเป็นแบบ 180 ที่นั่งในระดับชั้นโดยสารแบบประหยัด</p>

<p> </p>

<p>เครื่องบินที่ได้รับการสั่งซื้อจะได้รับการนำมาใช้งานในเส้นทางบินทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของไทเกอร์ แอร์เวย์สที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันครอบคลุมแล้วกว่า 25 จุดหมายปลายทางใน 8 ประเทศ ซึ่งรวมถึงการบินในเส้นทางภายในประเทศของประเทศออสเตรเลียที่มีการเปิดตัว ณ กรุงเมลเบิร์น เมื่อเดือนพฤศจิกายนพ.ศ.2550 ที่ผ่านมา</p>

<p> </p>

<p>คำสั่งซื้อล่าสุดนี้ช่วยเสริมความโดดเด่นของสิงคโปร์ในฐานะตลาดที่สำคัญสำหรับเครื่องบินทุกตระกูลของแอร์บัส ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาสิงคโปร์ทำการสั่งซื้อเครื่องบินของแอร์บัสเป็นจำนวนรวม 156 ลำ โดยแบ่งเป็นเครื่องบินแบบลำตัวกว้างจำนวน 63 ลำและเครื่องบินแบบช่องทางเดินเดี่ยวจำนวน 93 ลำ</p>

<p> </p>

<p>&#8220;ไทเกอร์ แอร์เวย์ส ได้ก้าวเข้าสู่อีกขั้นของการพัฒนาซึ่งเห็นได้จากความต่อเนื่องของการขยายตัวอย่างมากในเส้นทางบินนอกสิงคโปร์ ความสำเร็จของการเปิดบริการในเส้นทางภายในประเทศของประเทศออสเตรเลีย รวมทั้งการเริ่มเปิดบริการสู่เกาหลีที่กำลังจะมาถึง เครื่องบินตระกูลเอ320 ได้แสดงให้เราเห็นถึงประสิทธิภาพที่สูงเยี่ยมมาตลอดสามปีของการใช้งาน ทำให้ผมเชื่อว่าแอร์บัสเอ320คือตระกูลเครื่องบินที่มีความเหมาะสมที่สุดสำหรับแผนการขยายธุรกิจในระยะยาวที่สายการบินได้วางไว้สำหรับตลาดภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก&#8220; มร. โทนี่ เดวิส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไทเกอร์ เอวิเอชั่น กล่าว  </p>

<p> </p>

<p>&#8220;ไทเกอร์ แอร์เวย์ส ได้แสดงถึงความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มาโดยตลอดด้วยการขยายเครือข่ายเส้นทางบินสู่จุดหมายอันหลากหลายทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แอร์บัสมีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ฝูงเครื่องบินตระกูลเอ320 จำนวนมากถึง 70 ลำ จะได้ร่วมสานต่อความสำเร็จดังกล่าวด้วยชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือในฐานะเครื่องบินแบบช่องทางเดินเดี่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกจากประสิทธิภาพที่โดดเด่นทั้งในด้านความประหยัดต้นทุนและระดับความสะดวกสบายที่มอบแก่ผู้โดยสาร&#8220; มร. จอห์น ลีอฮี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการลูกค้าของแอร์บัส กล่าว  </p>

<p> </p>

<p>เครื่องบินแอร์บัสตระกูลเอ320 อันประกอบเครื่องรุ่น เอ318 เอ319 เอ320 และ เอ321 ได้รับการยอมรับให้เป็นมาตรฐานการบินของตระกูลเครื่องบินแบบช่องทางเดินเดี่ยว เครื่องบินแต่ละรุ่นใช้เทคโนโลยีการบินอัจฉริยะ fly-by-wire ที่ล้ำสมัยและมีห้องบังคับควบคุมที่มีความคล้ายคลึงกัน ปัจจุบันเครื่องบินแอร์บัสตระกูลเอ320มียอดการสั่งซื้อมากกว่า 5,600 ลำและกว่า 3,300 ลำได้ทำการส่งมอบให้แก่ลูกค้ากว่า 200 รายเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย ทำให้เครื่องบินตระกูลเอ320 กลายเป็นเครื่องบินเชิงพาณิชย์ที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในโลก เครื่องบินแอร์บัสตระกูลเอ320 มีเสถียรภาพในการปฏิบัติการสูงและมีช่วงเวลาระหว่างรอบของการซ่อมบำรุงแต่ละครั้งที่ยาวนานขึ้น ส่งผลให้กลายเป็นตระกูลเครื่องบินแบบช่องทางเดินเดี่ยวที่มีต้นทุนในการปฏิบัติการต่ำที่สุด นอกจากนั้นการออกแบบใหม่ภายในห้องโดยสารยังช่วยให้เครื่องบินมีน้ำหนักน้อยลงและทำให้ห้องโดยสารมีความเงียบรวมทั้งมีพื้นที่ที่กว้างขวางกว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำให้ช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะสามารถมีขนาดใหญ่ขึ้น</p>

<p> </p>

<p>แอร์บัส เป็นบริษัทในเครือ EADS</p>

<p>ข่าวประชาสัมพันธ์จากแอร์บัส</p>]]>
        
    </content>
</entry>
<entry>
    <title>วันทูโกเปิดบริการบิสสิเนสเลาจน์และชัทเทิลเซอร์วิส</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.hflight.net/MT/news/2007/12/200712002108.shtml" />
    <link rel="service.edit" type="application/atom+xml" href="http://www.hflight.net/cgi-bin/MT/mt-atom.cgi/weblog/blog_id=1/entry_id=2108" title="วันทูโกเปิดบริการบิสสิเนสเลาจน์และชัทเทิลเซอร์วิส" />
    <id>tag:www.hflight.net,2007:/MT/news//1.2108</id>
    
    <published>2007-12-20T04:46:14Z</published>
    <updated>2007-12-20T04:46:14Z</updated>
    
    <summary> เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2550 ที่ผ่านมา สายการบินวันทูโก ได้เปิดตัว One Two Go Clubhouse ซึ่งตั้งอยู่บนถนน มหิดล อ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งที่ One Two Go Clubhouse นี้ผู้โดยสารที่เดินทางในเที่ยวบินเชียงใหม่-ดอนเมืองของวันทูโก สามารถใช้ที่นี่เป็นสถานที่เช็คอินในเมือง หรือ in town check-in โดยไม่ต้องเดินทางไปถึงสนามบิน จากนั้นสายการบินจะมีรถบริการรับส่งผู้โดยสารที่เช็คอินที่นี่ไปสนามบิน นอกจากนั้นในบริเวณ One Two Go Club House สายการบินยังจัดให้มีบริการที่นั่งพักผ่อน บริการอินเตอร์เน็ท บริการเครื่องดื่ม สำหรับผู้โดยสาร ส่วนบริการขนมขบเคี้ยวและอาหารนั้นมีจำหน่าย นอกจากนั้นสายการบินยังจัดบริเวณให้มีการจำหน่ายสินค้าที่ระลึกของสายการบิน...</summary>
    <author>
        <name>HFlight News Agent</name>
        <uri>http://www.hflight.net</uri>
    </author>
            <category term="ข่าวสายการบิน" />
    
    <content type="html" xml:lang="en" xml:base="http://www.hflight.net/MT/news/">
        <![CDATA[<p><br />
      เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2550 ที่ผ่านมา สายการบินวันทูโก ได้เปิดตัว One Two Go Clubhouse ซึ่งตั้งอยู่บนถนน มหิดล อ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งที่ One Two Go Clubhouse นี้ผู้โดยสารที่เดินทางในเที่ยวบินเชียงใหม่-ดอนเมืองของวันทูโก สามารถใช้ที่นี่เป็นสถานที่เช็คอินในเมือง หรือ in town check-in โดยไม่ต้องเดินทางไปถึงสนามบิน จากนั้นสายการบินจะมีรถบริการรับส่งผู้โดยสารที่เช็คอินที่นี่ไปสนามบิน นอกจากนั้นในบริเวณ One Two Go Club House สายการบินยังจัดให้มีบริการที่นั่งพักผ่อน บริการอินเตอร์เน็ท บริการเครื่องดื่ม สำหรับผู้โดยสาร ส่วนบริการขนมขบเคี้ยวและอาหารนั้นมีจำหน่าย นอกจากนั้นสายการบินยังจัดบริเวณให้มีการจำหน่ายสินค้าที่ระลึกของสายการบิน และสินค้าพื้นเมืองเช่น น้ำพริกหนุ่ม แคบหมู ผ้าพื้นเมือง หัตถกรรม ฯลฯ ซึ่งผู้โดยสารสามารถหาซื้อเป็นของฝากได้ก่อนขึ้นเครื่อง และยังมีห้องพิเศษสำหรับผู้ถือบัตร Go Card ระดับ Platinum และ Gold ด้วย</p>

<p>      ในโอกาสนี้นางเรืองวรรณ บัวนุช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ได้กล่าวแสดงความยินดีกับสายการบินวันทูโกในโอกาสนี้ พร้อมทั้งยังกล่าวถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะมีขึ้นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเชียงใหม่ที่จะตัดขึ้นในช่วงต้นปีหน้า เช่นเทศกาลไม้ดอกไม้ประดับ และหวังว่าสายการบินจะช่วยทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวเติบโตมากขึ้นกว่านี้</p>

<p>     ด้านนายอุดม ได้กล่าวในโอกาสนี้ด้วยว่า สายการบินวันทูโก ถือว่าเชียงใหม่เป็นที่เกิดของสายการบินนับตั้งแต่ สายการบินเคยใช้ชื่อโอเรียนท์เอกเพรซ ให้บริการเส้นทางเชียงใหม่-อุดร-อุบล ในช่วงปี 2538 และเมื่อ 4 ปีที่แล้วที่สายการบินกลับมาให้บริการในรูปแบบบัดเจ็ทแอร์ไลน์ในนามวันทูโก ก็เลือกที่จะบินมาเชียงใหม่เป็นเส้นทางแรก ในโอกาสที่วันนี้ครบรอบ 4 ปีก็ได้กลับมาเปิดบริการใหม่นี้ที่เชียงใหม่ด้วยแนวคิดที่ว่าเราทำจากใจให้ผู้โดยสาร สำหรับบริการ Clubhouse นี้ก็เหมือน ๆ บิสสิเนสเลาจน์ของสายการบินอื่น ๆ ที่ปรกติแล้วผู้โดยสารที่ซื้อบัตรโดยสารชั้นธุรกิจถึงจะได้ใช้ แต่วันทูโกนั้นเปิดบริการนี้ให้กับทุกท่านแม้ไม่ใช่ผูโดยสารแต่หากเป็นญาติหรือเพื่อนที่มาส่งก็ยังใช้บริการได้ สำหรับอีกบริการหนึ่งที่เปิดตัวมาในช่วงนี้คือบริการชัทเทิล มนเส้นทางเชียงใหม่-ดอนเมือง-เชียงใหม่ บริการนี้ก็คือสายการบินพยายามจัดตารางบินให้ถี่ ๆ ในแต่ละวันเพื่อที่ผู้โดยสารสามารถเดินทางได้สะดวก อยากเดินทางเมื่อใดก็มาสนามบินแล้วซื้อตั๋วแล้วเดินทางได้เลย ซึ่งเป็นบริการในเส้นทางที่มีความถี่สูง ๆ ซึ่งในต่างประเทศมีมานานแล้ว หรือกล่าว ๆ ง่าย ๆ ว่าคล้าย ๆ บริการรถประจำทางนั่นเอง</p>

<p>       สำหรับเหตุผลที่เปิดบริการชัทเทิลในเส้นทางเชียงใหม่นี้ ก็เนื่องจากว่าสายการบินมองว่าเส้นทางนี้มีปริมาณผู้เดินทางสูงเพียงพอและก็เชียงใหม่มีศักยภาพที่จะรองรับนักท่องเที่ยวได้มากกว่านี้ ฉะนั้นหากการเดินทางมาเชียงใหม่สะดวกโดยมีเที่ยวบินถี่ ๆก็จะสามารถทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมามากขึ้นเพราะเดินทางง่ายขึ้น<br />
      ในโอกาสนี้นอกจากรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่แล้วยังมีแขกคนสำคัญร่วมยินดีกับสายการบินวันทูโกในโอกาสเปิดบริการใหม่ทั้งสองนี้ด้วย อาธิ นายกองค์กการบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานภาคเหนือเขตหนึ่ง ตลอดจนตัวแทนจากภาคธุรกิจในแวดวงการบิน</p>

<p>สำหรับภาพข่าวและรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถชมได้ที่ <a href="http://www.hflight.net/forum/b-htravel/m-1198125477/">http://www.hflight.net/forum/b-htravel/m-1198125477/</a></p>

<p>ทีมข่าว HFlight.net รายงาน</p>]]>
        
    </content>
</entry>
<entry>
    <title>ไมล์สะสมของ เอทิฮัด เกสท์ เพิ่มค่า</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.hflight.net/MT/news/2007/12/200712002107.shtml" />
    <link rel="service.edit" type="application/atom+xml" href="http://www.hflight.net/cgi-bin/MT/mt-atom.cgi/weblog/blog_id=1/entry_id=2107" title="ไมล์สะสมของ เอทิฮัด เกสท์ เพิ่มค่า" />
    <id>tag:www.hflight.net,2007:/MT/news//1.2107</id>
    
    <published>2007-12-20T04:44:11Z</published>
    <updated>2007-12-20T04:44:11Z</updated>
    
    <summary>กรุงเทพฯ ประเทศไทย สายการบินเอทิฮัด สายการบินแห่งชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้บริการเที่ยวบินจากกรุงเทพฯสู่เมืองอาบูดาบีทุกวัน วันละ 2 เที่ยวบิน และอีก 45 จุดหมายปลายทางทั่วโลก มอบโอกาสในการใช้ไมล์สะสมของ &amp;#8220;เอทิฮัด เกสท์&amp;#8221; โปรแกรมสะสมไมล์ของสายการบินเอทิฮัด แด่สมาชิกทุกท่านเพื่อประมูลบัตรชมการแสดงที่หายากและเรียกได้ว่า &amp;#8220;ห้ามพลาดชม&amp;#8221; ซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งในนวัตกรรมบริการประมูลออนไลน์ของเอทิฮัด การประมูลผ่านเว็บได้รับการพัฒนาโดยเฉพาะเพื่อเอทิฮัด สายการบินที่มีศูนย์กลางการบิน ณ กรุงอาบูดาบี นวัตกรรมนี้ทำให้สมาชิกโปรแกรมสะสมไมล์ที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ สามารถร่วมประมูลเพื่อเป็นเจ้าของบัตรคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังที่บางครั้งบัตรขายหมดไปแล้วหรือหายาก หรืออาจจะเป็นแพ็กเกจพักผ่อนในต่างแดนและการชมสุดยอดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติต่างๆ สมาชิกเอทิฮัด เกสท์สามารถเข้าร่วมการประมูลพิเศษนี้ เพียงเข้าไปที่เอทิฮัด เกสท์ รีวอร์ด ช็อป (Etihad Guest Reward Shop) และทำการประมูลโดยใช้ไมล์สะสมที่มีอยู่ในบัญชีของท่าน เอทิฮัด เกสท์เป็นโปรแกรมสะสมไมล์เพียงแห่งเดียวที่เสนอการประมูลออนไลน์ซึ่งให้สมาชิกสามารถประมูลออนไลน์โดยใช้ไมล์สะสมและเงินสดรวมกัน มร. ปีเตอร์...</summary>
    <author>
        <name>HFlight News Agent</name>
        <uri>http://www.hflight.net</uri>
    </author>
            <category term="ข่าวสายการบิน" />
    
    <content type="html" xml:lang="en" xml:base="http://www.hflight.net/MT/news/">
        <![CDATA[<p>กรุงเทพฯ ประเทศไทย  </p>

<p>สายการบินเอทิฮัด สายการบินแห่งชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้บริการเที่ยวบินจากกรุงเทพฯสู่เมืองอาบูดาบีทุกวัน วันละ 2 เที่ยวบิน และอีก 45 จุดหมายปลายทางทั่วโลก มอบโอกาสในการใช้ไมล์สะสมของ &#8220;เอทิฮัด เกสท์&#8221; โปรแกรมสะสมไมล์ของสายการบินเอทิฮัด แด่สมาชิกทุกท่านเพื่อประมูลบัตรชมการแสดงที่หายากและเรียกได้ว่า &#8220;ห้ามพลาดชม&#8221; ซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งในนวัตกรรมบริการประมูลออนไลน์ของเอทิฮัด </p>

<p>การประมูลผ่านเว็บได้รับการพัฒนาโดยเฉพาะเพื่อเอทิฮัด สายการบินที่มีศูนย์กลางการบิน ณ กรุงอาบูดาบี นวัตกรรมนี้ทำให้สมาชิกโปรแกรมสะสมไมล์ที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ สามารถร่วมประมูลเพื่อเป็นเจ้าของบัตรคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังที่บางครั้งบัตรขายหมดไปแล้วหรือหายาก หรืออาจจะเป็นแพ็กเกจพักผ่อนในต่างแดนและการชมสุดยอดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติต่างๆ </p>

<p>สมาชิกเอทิฮัด เกสท์สามารถเข้าร่วมการประมูลพิเศษนี้ เพียงเข้าไปที่เอทิฮัด เกสท์ รีวอร์ด ช็อป (Etihad Guest Reward Shop) และทำการประมูลโดยใช้ไมล์สะสมที่มีอยู่ในบัญชีของท่าน </p>

<p>เอทิฮัด เกสท์เป็นโปรแกรมสะสมไมล์เพียงแห่งเดียวที่เสนอการประมูลออนไลน์ซึ่งให้สมาชิกสามารถประมูลออนไลน์โดยใช้ไมล์สะสมและเงินสดรวมกัน </p>

<p>มร. ปีเตอร์ บอมการ์ทเนอร์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาดและผลิตภัณฑ์ สายการบินเอทิฮัด กล่าวว่า &#8220;สำหรับโปรแกรมเอทิฮัด เกสท์ เอทิฮัดพยายามสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งอยู่เสมอและสร้างวิธีการใหม่ๆเพื่อให้สมาชิกได้สื่อสารกับเรา จากผลตอบรับที่เราได้รับจากการประมูลออนไลน์ เราทราบว่าสมาชิกเอทิฮัด เกสท์ ชื่นชอบนวัตกรรมใหม่นี้และชื่นชอบการแลกไมล์สะสม&#8221;  </p>

<p>การประมูลออนไลน์ของเอทิฮัดที่ผ่านไปไม่นานนี้ รวมถึง การประมูลเพื่อเป็นเจ้าของบัตรคอนเสิร์ต จัสติน ทิมเบอร์เลค ไลฟ์ อิน อาบูดาบี ณ เอมิเรตส์ พาเลซ และล่าสุดสมาชิกปัจจุบันมีโอกาสประมูลเพื่อสำรองที่นั่งในทัวร์คอนเสิร์ตการรวมตัวของสไปซ์ เกิร์ลที่หาซื้อไม่ได้ นอกจากนี้ แฟนกีฬารักบี้ยังมีโอกาสประมูลเพื่อชิงบัตรชมละครเวที Saracens โดยทีมรักบี้ ฮาร์เลควินส์ ซึ่งสนับสนุนโดยสายการบินเอทิฮัด ประมาณปลายเดือนนี้ ณ กรุงลอนดอน </p>

<p>ช่าวประชาสัมพันธ์จากเอทิฮัด</p>]]>
        
    </content>
</entry>
<entry>
    <title>เครื่องบินแอร์บัสเอ380แบบขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ Engine Alliance</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.hflight.net/MT/news/2007/12/200712002106.shtml" />
    <link rel="service.edit" type="application/atom+xml" href="http://www.hflight.net/cgi-bin/MT/mt-atom.cgi/weblog/blog_id=1/entry_id=2106" title="เครื่องบินแอร์บัสเอ380แบบขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ Engine Alliance" />
    <id>tag:www.hflight.net,2007:/MT/news//1.2106</id>
    
    <published>2007-12-20T04:43:10Z</published>
    <updated>2007-12-20T04:43:10Z</updated>
    
    <summary>เครื่องบินแอร์บัสเอ380แบบที่ใช้เครื่องยนต์รุ่น Engine Alliance GP 7200 ได้รับใบรับรองความปลอดภัยในการเดินอากาศร่วมระหว่าง EASA และ FAA (joint EASA and FAA type certification) แล้วเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2550 ที่ผ่านมา ใบรับรองความปลอดภัยในการเดินอากาศของ EASA ได้รับการลงนามจากมร.เฟร็ดเดอริค โคปิโน รองผู้อำนวยการฝ่ายความปลอดภัยในการเดินอากาศของ EASA ก่อนทำการส่งมอบให้แก่มร. แพทริก เกวิน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายวิศวกรรมของแอร์บัส และใบรับรองความปลอดภัยในการเดินอากาศของ FAA ได้รับการลงนามที่เมืองซีแอทเทิลโดยมร. อาลี บาร์ลามี่ รองผู้อำนวยการฝ่ายความปลอดภัยในการเดินอากาศของ FAA การรับใบรับรองความปลอดภัยในการเดินอากาศนี้เกิดขึ้นตามหลังเพียงหนึ่งปีหลังจากที่เครื่องบินแอร์บัสเอ380แบบที่ใช้เครื่องยนต์ Rolls Royce...</summary>
    <author>
        <name>HFlight News Agent</name>
        <uri>http://www.hflight.net</uri>
    </author>
            <category term="ข่าวสายการบิน" />
    
    <content type="html" xml:lang="en" xml:base="http://www.hflight.net/MT/news/">
        <![CDATA[<p>เครื่องบินแอร์บัสเอ380แบบที่ใช้เครื่องยนต์รุ่น Engine Alliance GP 7200 ได้รับใบรับรองความปลอดภัยในการเดินอากาศร่วมระหว่าง EASA และ FAA (joint EASA and FAA type certification) แล้วเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2550 ที่ผ่านมา  </p>

<p>      ใบรับรองความปลอดภัยในการเดินอากาศของ EASA ได้รับการลงนามจากมร.เฟร็ดเดอริค โคปิโน รองผู้อำนวยการฝ่ายความปลอดภัยในการเดินอากาศของ EASA ก่อนทำการส่งมอบให้แก่มร. แพทริก เกวิน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายวิศวกรรมของแอร์บัส และใบรับรองความปลอดภัยในการเดินอากาศของ FAA ได้รับการลงนามที่เมืองซีแอทเทิลโดยมร. อาลี บาร์ลามี่ รองผู้อำนวยการฝ่ายความปลอดภัยในการเดินอากาศของ FAA  </p>

<p>      การรับใบรับรองความปลอดภัยในการเดินอากาศนี้เกิดขึ้นตามหลังเพียงหนึ่งปีหลังจากที่เครื่องบินแอร์บัสเอ380แบบที่ใช้เครื่องยนต์ Rolls Royce ได้รับใบรับรองมาตรฐานการทดสอบทางการบินเบื้องต้นจาก EASA และ FAA ในเดือนธันวาคม พ.ศ.2549  </p>

<p>      เอมิเรตส์ แอร์ไลน์ส ซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของเครื่องบินเอ380 จะเป็นผู้รับมอบเครื่องบินเอ380ลำแรกที่ใช้เครื่องยนต์รุ่น Engine Alliance GP 7200 นี้ในฤดูร้อนปีพ.ศ. 2551 และสำหรับการส่งมอบเครื่องลำดับต่อๆไปจะเป็นของสายการบินแอร์ฟร๊านซ์ โคเรียน แอร์ และไอแอลเอฟซี  </p>

<p>      &#8220;การได้รับใบรับรองความปลอดภัยในการเดินอากาศร่วมระหว่าง EASA และ FAA ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของโครงการเอ380 อีกทั้งเป็นการยืนยันครั้งสุดท้ายต่อประสิทธิภาพที่ครบถ้วนบริบูรณ์ของเครื่องบินแอร์บัสเอ380แบบที่ใช้เครื่องยนต์รุ่น Engine Alliance GP 7200 หลังจากที่เมื่อเร็วๆนี้เครื่องบินสามารถผ่านการทดสอบค่าเสียงรบกวนภายนอกจากด้วยผลทดสอบที่ยอดเยี่ยมยิ่ง ทั้งหมดทำให้มั่นใจได้ว่าเอ380แบบที่ใช้เครื่องยนต์รุ่นนี้พร้อมที่จะเข้าสู่การให้บริการกับสายการบินแห่งแรกในปีหน้าได้อย่างแน่นอน&#8221; มร.มาริโอ ไฮเน็น รองประธานบริหารและหัวหน้าโครงการเอ380 กล่าวในพิธีรับมอบใบรับรองที่จัดขึ้นที่เมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศส </p>

<p>      การรับใบรับรองความปลอดภัยในการเดินอากาศจากสองหน่วยงานระดับโลกนี้ คือผลสำเร็จจากการที่เครื่องบินเอ380ได้เข้าทดสอบมาตรฐานของตัวเครื่องรวมทั้งระบบการทำงาน ตามโปรแกรมที่มีความเข้มงวดอย่างครบถ้วนทุกขั้นตอนและผลลัพธ์การทดสอบยังแสดงให้ประจักษ์ถึงคุณสมบัติที่สามารถผ่านหรือแม้แต่สูงเหนือมาตรฐานการบินในทุกๆด้านของเอ380 </p>

<p>      โดยเครื่องบินแอร์บัสลำทดสอบเลขหมายการผลิตลำที่9 ซึ่งใช้เครื่องยนต์ Engine Alliance GP 7200 ได้ผ่านการทดสอบบินเกือบ 800 ชั่วโมงในสภาพการบินทั้งในระดับความสูงพิเศษ ในสภาพอากาศร้อนและในสภาพอากาศเย็น รวมทั้งการทดสอบระดับเสียงรบกวนและการทดสอบการใช้งานกับน้ำมันเกรดพิเศษ เครื่องบินเอ380 ได้แสดงให้เห็นว่ามีค่าคุณสมบัติด้านต่างๆที่ยอดเยี่ยมตรงตามที่ได้ประกาศไว้ ไม่ว่าจะเป็นระดับการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิงหรือพิสัยการบิน การเผาผลาญเชื้อเพลิงที่ดีเยี่ยมส่งผลให้ต้นทุนการบินมีความประหยัดและเพิ่มความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้นเอ380 ยังเป็นเครื่องบินขนาดใหญ่ซึ่งมีห้องโดยสารที่เงียบกริบและสะดวกสบายมากที่สุด อีกทั้งสร้างเสียงรบกวนในระดับต่ำที่สุดเช่นกัน ทำให้สามารถผ่านเกณฑ์ด้านเสียงรบกวนที่เข้มงวดที่สุดของบรรดาท่าอากาศยานนานาชาติต่างๆได้โดยง่ายดาย ยกตัวอย่างเช่นเกณฑ์ที่ใช้กับท่าอากาศยานฮีทโธร์วในลอนดอน    </p>

<p>      ประวัติการดำเนินธุรกิจของแอร์บัสแสดงถึงความพยายามที่ยาวนานจนสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดที่มีการแข่งขันอย่างเข้มข้นและจำเป็นต้องใช้ความมุ่งมั่นในระยะยาวดังเช่นตลาดอุตสาหกรรมการบิน&#8220;ความสำเร็จนี้ต้องการมากกว่าการมีวิสัยทัศน์เพียงอย่างเดียว เนื่องจากความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงและความพร้อมที่จะลงทุนในระยะยาวล้วนแต่เป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งวันนี้แอร์บัสพร้อมที่จะให้ความมั่นใจแก่ลูกค้า พนักงาน ซับพลายเออร์ตลอดจนผู้ถือหุ้นทุกฝ่ายว่าเราจะสานต่อความสำเร็จนี้ให้ยิ่งใหญ่ รวมทั้งมีความก้าวหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งด้วยการคงความสามารถทางการแข่งขันและความยอดเยี่ยมในเครื่องบินทุกๆลำของแอร์บัส&#8221; มร. ทอม เอ็นเดอร์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอร์บัสกล่าว </p>

<p>      เครื่องบินเอ380 แบบที่ใช้เครื่องยนต์ Rolls Royce Trent 900 ของสายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ ได้ให้บริการด้วยความยอดเยี่ยมในแบบเที่ยวบินรายวันระหว่างนครซิดนี่ย์และสิงคโปร์มาตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม จนถึงเดือนพฤศจิกายน 2550 เครื่องบินเอ380 มียอดคำสั่งซื้อยืนยันและคำมั่นในการสั่งซื้อรวมทั้งสิ้น 193 ลำจากลูกค้า 17 ราย  </p>

<p>      แอร์บัส เป็นบริษัทในเครือ EADS </p>

<p>ข่าวประชาสัมพันธ์จากแอร์บัส</p>]]>
        
    </content>
</entry>
<entry>
    <title>วีซ่าฉลองครบรอบ 1 ปี ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มอบรางวัล แพคเกจทัวร์ในประเทศ 10 รางวัลสำหรับนักท่องเที่ยว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.hflight.net/MT/news/2007/12/200712002105.shtml" />
    <link rel="service.edit" type="application/atom+xml" href="http://www.hflight.net/cgi-bin/MT/mt-atom.cgi/weblog/blog_id=1/entry_id=2105" title="วีซ่าฉลองครบรอบ 1 ปี ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มอบรางวัล แพคเกจทัวร์ในประเทศ 10 รางวัลสำหรับนักท่องเที่ยว" />
    <id>tag:www.hflight.net,2007:/MT/news//1.2105</id>
    
    <published>2007-12-20T04:41:52Z</published>
    <updated>2007-12-20T04:41:52Z</updated>
    
    <summary>นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และใช้จ่ายผ่านบัตรวีซ่าตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป รับสิทธิ์ลุ้นรางวัลหนึ่งใน 10 แพคเกจท่องเที่ยวในประเทศไทย กรุงเทพมหานคร, 19 ธันวาคม 2550&amp;#8211; วีซ่าร่วมฉลองครบรอบ 1 ปี ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยแคมเปญ &amp;#8220;Win a free trip back to Thailand&amp;#8221; โดยแคมเปญดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และบริษัทท่าอากาศยานไทย ในการมอบสิทธิพิเศษให้กับผู้ถือบัตรวีซ่า ร่วมชิงรางวัลแพคเกจท่องเที่ยวในประเทศไทย สำหรับทุกๆการใช้จ่ายผ่านบัตรตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป ณ ท่าอากาศยานสุววรณภูมิ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 มกราคม 2551 คุณสมบูรณ์ ครบธีรนนท์ ผู้จัดการ วีซ่า...</summary>
    <author>
        <name>HFlight News Agent</name>
        <uri>http://www.hflight.net</uri>
    </author>
            <category term="ข่าวสายการบิน" />
    
    <content type="html" xml:lang="en" xml:base="http://www.hflight.net/MT/news/">
        <![CDATA[<p>นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และใช้จ่ายผ่านบัตรวีซ่าตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป รับสิทธิ์ลุ้นรางวัลหนึ่งใน 10 แพคเกจท่องเที่ยวในประเทศไทย</p>

<p>กรุงเทพมหานคร, 19 ธันวาคม 2550&#8211; วีซ่าร่วมฉลองครบรอบ 1 ปี ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยแคมเปญ &#8220;Win a free trip back to Thailand&#8221; โดยแคมเปญดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และบริษัทท่าอากาศยานไทย ในการมอบสิทธิพิเศษให้กับผู้ถือบัตรวีซ่า ร่วมชิงรางวัลแพคเกจท่องเที่ยวในประเทศไทย สำหรับทุกๆการใช้จ่ายผ่านบัตรตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป ณ ท่าอากาศยานสุววรณภูมิ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 มกราคม 2551</p>

<p>คุณสมบูรณ์ ครบธีรนนท์ ผู้จัดการ วีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล ประจำประเทศไทย กล่าวว่า &#8220;วีซ่ามีความตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองในครั้งนี้ พวกเราเชื่อมั่นว่าทุกๆคนที่รักการท่องเที่ยว จะต้องพึงพอใจไปกับรางวัลที่จะได้เดินทางไปยังสถานที่พิเศษอื่นๆอีกแน่นอน&#8221;</p>

<p>&#8220;การที่ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีร้านค้ามากมายสำหรับให้นักท่องเที่ยวได้เลือกจับจ่ายใช้สอย จึงทำให้พวกเรามั่นใจว่านักท่องเที่ยวทุกท่าน จะได้มีโอกาสในการร่วมเฉลิมฉลองครั้งนี้ รวมถึงใช้โอกาสนี้ในการเยี่ยมชมสิ่งที่น่าสนใจอื่นๆของประเทศไทย&#8221;</p>

<p>สำหรับผู้ถือบัตรวีซ่าที่ต้องการร่วมสนุก เพียงเขียนชื่อ-ที่อยู่ลงบนหลังใบเสร็จรับเงิน ก่อนนำไปหย่อนบริเวณตู้ชิงโชคทั้ง 5 จุดทั่วท่าอากาศยานสุววรณภูมิ โดยผู้ถือบัตรวีซ่าชาวต่างชาติ จะมีโอกาสรับรางวัลทั้งสิ้น 5 รางวัล ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายตลอดการเดินทางกลับมาเที่ยวยังจุดหมายปลายทางในประเทศไทย จากหนึ่งใน 5 ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย สมุย ภูเก็ต และกรุงเทพฯ พร้อมทั้งตั๋วเครื่องบินไป-กลับมูลค่ากว่า 4,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ </p>

<p>คุณพรศิริ มโนหาญ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า &#8220;ประเทศไทยถือได้ว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกรู้จักและต่างก็ชื่นชอบกันเป็นอย่างมาก เราจึงอยากสนับสนุนให้พวกเขาเหล่านี้ได้กลับมาเที่ยวเมืองไทยอีกครั้ง&#8221;</p>

<p><br />
&#8220;เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ด้วยระยะเวลาเพียง 1 ปีตั้งแต่เปิดให้บริการในเดือนตุลาคม 2549 จนถึงเดือน กันยายน 2550 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีโอกาสได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวมาแล้วกว่า 41.8 ล้านคนและเราก็ยังต้องการต้อนรับนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอีกในปีต่อๆไป&#8221;</p>

<p>ชาวไทยที่ถือบัตรวีซ่าสามารถร่วมกิจกรรมนี้ได้ เพื่อเดินทางไปเยือน 1 ในจุดหมายปลายทางเหล่านี้ &#8211; เชียงใหม่ เชียงราย สมุย ภูเก็ต และ กรุงเทพฯ โดยผู้ชนะจะมาจากการจับรางวัลในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2551 ผู้ที่ได้รับรางวัล จะได้รับการติดต่อกลับทางโทรศัพท์ อีเมลล์ และ/หรือจดหมาย</p>

<p>นอกจากนั้น ผู้ถือบัตรวีซ่าทุกท่านที่ใช้จ่ายผ่านบัตรตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จะได้รับปฏิทินขนาดพกพา มีภาพประกอบเป็นภาพวิวอันสวยงามจากทั่วประเทศ ซึ่งผลิตพิเศษโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเพื่อแคมเปญนี้โดยเฉพาะ</p>

<p>ข่าวประชาสัมพันธ์จากวีซ่า</p>]]>
        
    </content>
</entry>
<entry>
    <title>ไทยแอร์เอเชียรับมอบ Airbus A320 ลำที่ 3 ลายพิเศษแสดงเอกลักษณ์ไทย ออกแบบโดยเด็กไทย</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.hflight.net/MT/news/2007/12/200712002100.shtml" />
    <link rel="service.edit" type="application/atom+xml" href="http://www.hflight.net/cgi-bin/MT/mt-atom.cgi/weblog/blog_id=1/entry_id=2100" title="ไทยแอร์เอเชียรับมอบ Airbus A320 ลำที่ 3 ลายพิเศษแสดงเอกลักษณ์ไทย ออกแบบโดยเด็กไทย" />
    <id>tag:www.hflight.net,2007:/MT/news//1.2100</id>
    
    <published>2007-12-16T16:29:50Z</published>
    <updated>2007-12-16T16:29:50Z</updated>
    
    <summary> เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2550 ณ ลานจอดอากาศยานหมายเลข 109 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สายการบินไทยแอร์เอเชียได้เปิดตัวเครื่องบิน Airbus A320 ลำที่ 3 ของสายการบิน ทะเบียน HS-ABC ซึ่งเครื่องบินลำนี้มีความพิเศษเพราะได้มีการออกแบบให้มีลวดลายบนลำตัวเครื่องบินเป็นลายพิเศษแสดงถึงลักษณะความเป็นไทย โดยลายที่ได้ตกแต่งลงบนลำตัวเครื่องบินนี้เป็นลายที่ชนะเลิศจากการประกวดในโครงการ &quot;ระบายสีแอร์บัส ระบัดใสไทยแอร์เอเชีย&quot; ซึ่งสายการบินได้จัดการประกวดให้คนไทยทั่วไปได้ส่งลวดลายเข้าร่วม และมีการตัดสินลายที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ โดย อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กวีซีไรต์ ดร.สุชาติ วงศ์ทอง ศิลปินแห่งชาติ ดร.อนุชา ทีรคนานนท์ อาจารย์ประจำสถาบันไทยคดีศึกษา และผู้บริหารของสายการบิน ไปก่อนหน้านี้ สายการบินไทยแอร์เอเชียได้เปิดตัวเครื่องบินลำพิเศษนี้ด้วยการแสดงนาฏศิลป์ไทยที่ผู้แสดงลงมาจากประตูเครื่องบิน พร้อมด้วยเสียงขลุ่ยจาก อ.ธนิต ศรีกลิ่นดี และการร่ายบทกวีของ...</summary>
    <author>
        <name>HFlight News Agent</name>
        <uri>http://www.hflight.net</uri>
    </author>
            <category term="ข่าวสายการบิน" />
    
    <content type="html" xml:lang="en" xml:base="http://www.hflight.net/MT/news/">
        <![CDATA[<p><br />
       เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2550 ณ ลานจอดอากาศยานหมายเลข 109 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สายการบินไทยแอร์เอเชียได้เปิดตัวเครื่องบิน Airbus A320 ลำที่ 3 ของสายการบิน ทะเบียน HS-ABC ซึ่งเครื่องบินลำนี้มีความพิเศษเพราะได้มีการออกแบบให้มีลวดลายบนลำตัวเครื่องบินเป็นลายพิเศษแสดงถึงลักษณะความเป็นไทย โดยลายที่ได้ตกแต่งลงบนลำตัวเครื่องบินนี้เป็นลายที่ชนะเลิศจากการประกวดในโครงการ "ระบายสีแอร์บัส ระบัดใสไทยแอร์เอเชีย" ซึ่งสายการบินได้จัดการประกวดให้คนไทยทั่วไปได้ส่งลวดลายเข้าร่วม และมีการตัดสินลายที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ โดย อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์  กวีซีไรต์ ดร.สุชาติ วงศ์ทอง ศิลปินแห่งชาติ ดร.อนุชา ทีรคนานนท์ อาจารย์ประจำสถาบันไทยคดีศึกษา และผู้บริหารของสายการบิน ไปก่อนหน้านี้</p>

<p>       สายการบินไทยแอร์เอเชียได้เปิดตัวเครื่องบินลำพิเศษนี้ด้วยการแสดงนาฏศิลป์ไทยที่ผู้แสดงลงมาจากประตูเครื่องบิน พร้อมด้วยเสียงขลุ่ยจาก อ.ธนิต ศรีกลิ่นดี และการร่ายบทกวีของ อ.เนาวรัตน์พงษ์ไพบูลย์ ซึ่งได้แต่งขึ้นโดยเฉพาะเพื่อการนี้ ความว่า<br />
แผ่นฟ้าแผ่นดินยินดี<br />
ไมตรีเรืองรองส่องใส<br />
น้ำใจจากดวงใจไทย<br />
ดวงใจไทยแอร์เอเชีย</p>

<p>และบทกวีนี้ยังได้ประดับไว้บนลำตัวเครื่องบินบริเวณประตูทางเข้าอีกด้วย<br />
 <br />
        จากนั้นนายทัศพล แบแลเว็ลด์ประธานเจ้าหน้าที่บริหารได้นำสื่อมวลชนเข้าไปชมภายในเครื่องบินลำนี้และได้แนะนำผู้ที่ออกแบบลวดลายพิเศษที่ชนะเลิศจากการประกวดนี้ซึ่งก็คือ นายเอกวิชญ์ อริยวงศานุกูล นักศึกษาคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งนายเอกวิชญ์ ได้กล่าวถึงการที่ลวดลายที่ตนออกแบบได้รับคัดเลือกและได้ถูกตกแต่งลงบนลำตัวเครื่องบินในครั้งนี้ว่า ตนรู้สึกภูมิใจอย่างยิ่ง ที่ได้มีโอกาสนำงานศิลปะของตนมาเป็นส่วนหนึ่งของสายการบินไทยแอร์เอเชียในครั้งนี้ โดยนายเอกวิชญ์ได้รับรางวัลจากการประกวดออกแบบครั้งนี้เป็นการได้นั่งเครื่องบินของสายการบินไทยแอร์เอเชียฟรีทั้งครอบครัวโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเป็นเวลา 1 ปี และได้ไปทัศนศึกษายังโรงงานผลิตเครื่องบินของบริษัทแอร์บัสที่เมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศส และไปรับมอบเครื่องบินลำนี้กลับมาด้วยตนเอง</p>

<p>        นายเอกวิชญ์ ได้เปิดเผยถึงแนวคิดที่นำมาใช้ออกแบบเป็นลวดลายนี้ว่า นำมาจากลักษณะของสายการบินไทยแอร์เอเชียที่ แสดงถึงการเคลื่อนไหว รวดเร็ว ใช้สีแดงซึ่งเป็นสีของสายการบินให้เห็นเด่นชัด และนำไปประกอบกับลายไทย เพื่อแสดงถึงความเป็นไทย</p>

<p>        สายการบินไทยแอร์เอเชียได้สั่งเครื่องบิน Airbus A320 ทั้งสิ้นจำนวน 40 ลำเพื่อมาประจำการแทนเครื่องบินรุ่น Boeing 737-300 ที่ใช้อยู่เดิม โดยเพิ่งรับมอบเครื่องบิน A320 ลำแรกและลำที่สองไปเมื่อเดือน ตุลาคมและพฤศจิกายนที่ผ่านมาและเริ่มให้บริการด้วยเครื่องบินรุ่นนี้ในเส้นทางและเที่ยวบินดังต่อไปนี้<br />
กรุงเทพ-ปีนัง FD3543<br />
ปีนัง-กรุงเทพ FD3542<br />
กรุงเทพ-สิงคโปร FD3503<br />
สิงคโปร์์-กรุงเทพ FD3504<br />
กรุงเทพ-หาดใหญ่ FD3133 FD3135<br />
หาดใหญ่-กรุงเทพ FD3132 FD3134<br />
กรุงเทพ-ภูเก็ต FD3025 FD3027<br />
ภูเก็ต-กรุงเทพ  FD3024 FD3026<br />
กรุงเทพ-กัวลาลัมเปอร์ FD35171<br />
กัวลาลัมเปอร์-กรุงเทพ FD3572<br />
กรุงเทพ-เชียงใหม่ FD3242<br />
เชียงใหม่-กรุงเทพ FD3243</p>

<p>สำหรับเครื่องบินลำที่ 3 ที่มีลายพิเศษนี้จะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป<br />
ในเส้นทางและเที่ยวบินดังต่อไปนี้<br />
กรุงเทพ-หาดใหญ่ FD3141<br />
หาดใหญ่-กรุงเทพ FD3140<br />
กรุงเทพ-มาเก๊า FD3604<br />
มาเก๊า-กรุงเทพ FD3605<br />
กรุงเทพ - เซินเจิน FD3622<br />
เซินเจิน - กรุงเทพ FD3623</p>

<p>      สายการบินไทยแอร์เอเชียจะทยอยรับมอบเครื่องบินรุ่น A320 นี้ทุกหนึ่งเดือนเว้นหนึ่งเดือน พร้อมทั้งทยอยปลดเครื่องบินรุ่น Boeing 737-300 โดยคาดว่าจะให้บริการด้วย A320 ทั้งหมดในปี 2554 และจะได้รับมอบจนครบ  40 ลำในปี 2556</p>

<p>สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมภาพประกอบสามารถชมได้ที่นี่ <a href="http://www.hflight.net/forum/m-1197821106/">http://www.hflight.net/forum/m-1197821106/</a></p>

<p>ทีมข่าว HFlight.net รายงาน</p>]]>
        
    </content>
</entry>
<entry>
    <title>มิวนิคจะเป็นศูนย์กลางแห่งกีฬาฟุตบอลของลุฟท์ฮันซ่าในปี 2551</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.hflight.net/MT/news/2007/12/200712002095.shtml" />
    <link rel="service.edit" type="application/atom+xml" href="http://www.hflight.net/cgi-bin/MT/mt-atom.cgi/weblog/blog_id=1/entry_id=2095" title="มิวนิคจะเป็นศูนย์กลางแห่งกีฬาฟุตบอลของลุฟท์ฮันซ่าในปี 2551" />
    <id>tag:www.hflight.net,2007:/MT/news//1.2095</id>
    
    <published>2007-12-12T13:05:09Z</published>
    <updated>2007-12-12T13:07:27Z</updated>
    
    <summary>ลุฟท์ฮันซ่านำเสนอเที่ยวบินเพื่อสู่ทุกสนามการแข่งขันในออสเตรียและสวิตเซอร์แลนด์ อีกเพียง 179 วันก่อนเริ่มการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมเปี้ยนยุโรปในประเทศออสเตรียและสวิตเซอร์แลนด์ประจำปี พ.ศ. 2551 สายการบินลุฟท์ฮันซ่ามีข่าวดีสำหรับแฟนฟุตบอลทุกคน ทางสายการบินฯ จะเป็นสายการบินยุโรปเพียงสายแห่งเดียวที่บินสู่สถานที่แข่งขัน ยูโร2008 ทุกแห่ง โดยการแข่งขันชิงถ้วยยุโรปทั้งหมด 31 เกมจะแข่งขันที่กรุงเวียนนา ซอลส์เบิร์ก อินสบรุัค คลาเกนเฟิร์ต บาเซิล ซูริค เบิร์นและเจนีวา ระหว่างวันที่ 7 ถึง 29 มิถุนายน พ.ศ.2551 สายการบินลุฟท์ฮันซ่าได้กำหนดให้กรุงมิวนิคเป็น ศูนย์กลางแห่งกีฬาฟุตบอลสายการบินแห่งประเทศเยอรมนีนี้จะเชื่อมโยงศูนย์กลางในตอนใต้ของประเทศเยอรมนีกับสถานที่แข่งขันทุกแห่งในประเทศสวิตเซอร์แลนด์และออสเตรียและมอบการเดินทางที่สะดวกและการต่อเครื่องที่รวดเร็วสู่การแข่งขันทุกนัดแมทช์แก่ลูกค้าและแฟนฟุตบอลทั่วโลก จะทางสายการบินมีการได้เพิ่มบริการใหม่ในตารางการบินช่วงฤดูร้อน โดยตั้งแต่วันที่ 5 - 20 มิถุนายน พ.ศ.2551 จะมีเที่ยวบินจากกรุงมิวนิคสู่ซอลส์เบิร์กและอินสบรุัคสองเที่ยวต่อวัน ด้วยเที่ยวบิน 5 เที่ยวต่อวันสู่กรุงเวียนนา แฟนฟุตบอลสามารถเดินทางจากมิวนิคสู่เวียนนาใกล้แค่เอื้อม...</summary>
    <author>
        <name>HFlight News Agent</name>
        <uri>http://www.hflight.net</uri>
    </author>
            <category term="ข่าวสายการบิน" />
    
    <content type="html" xml:lang="en" xml:base="http://www.hflight.net/MT/news/">
        <![CDATA[<p>ลุฟท์ฮันซ่านำเสนอเที่ยวบินเพื่อสู่ทุกสนามการแข่งขันในออสเตรียและสวิตเซอร์แลนด์</p>

<p> </p>

<p>อีกเพียง 179 วันก่อนเริ่มการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมเปี้ยนยุโรปในประเทศออสเตรียและสวิตเซอร์แลนด์ประจำปี พ.ศ. 2551 สายการบินลุฟท์ฮันซ่ามีข่าวดีสำหรับแฟนฟุตบอลทุกคน ทางสายการบินฯ จะเป็นสายการบินยุโรปเพียงสายแห่งเดียวที่บินสู่สถานที่แข่งขัน ยูโร2008 ทุกแห่ง โดยการแข่งขันชิงถ้วยยุโรปทั้งหมด 31 เกมจะแข่งขันที่กรุงเวียนนา ซอลส์เบิร์ก อินสบรุัค คลาเกนเฟิร์ต บาเซิล ซูริค เบิร์นและเจนีวา ระหว่างวันที่ 7 ถึง 29 มิถุนายน พ.ศ.2551 สายการบินลุฟท์ฮันซ่าได้กำหนดให้กรุงมิวนิคเป็น ศูนย์กลางแห่งกีฬาฟุตบอลสายการบินแห่งประเทศเยอรมนีนี้จะเชื่อมโยงศูนย์กลางในตอนใต้ของประเทศเยอรมนีกับสถานที่แข่งขันทุกแห่งในประเทศสวิตเซอร์แลนด์และออสเตรียและมอบการเดินทางที่สะดวกและการต่อเครื่องที่รวดเร็วสู่การแข่งขันทุกนัดแมทช์แก่ลูกค้าและแฟนฟุตบอลทั่วโลก</p>

<p> </p>

<p>จะทางสายการบินมีการได้เพิ่มบริการใหม่ในตารางการบินช่วงฤดูร้อน โดยตั้งแต่วันที่ 5 - 20 มิถุนายน พ.ศ.2551 จะมีเที่ยวบินจากกรุงมิวนิคสู่ซอลส์เบิร์กและอินสบรุัคสองเที่ยวต่อวัน ด้วยเที่ยวบิน 5 เที่ยวต่อวันสู่กรุงเวียนนา แฟนฟุตบอลสามารถเดินทางจากมิวนิคสู่เวียนนาใกล้แค่เอื้อม เที่ยวบินเสริมอีก 4 เที่ยวต่อวันสู่กรุงเวียนนาจะให้บริการโค้ดแชร์ (code-share)ผ่าน กับสายการบินออสเตรียนแอร์ไลน์ส ในวันที่ 30 มีนาคม ลุฟท์ฮันซ่าจะเปิดตัวบริการเที่ยวบินใหม่ 3 เที่ยวบินต่อวันสู่เมืองคลาเกนเฟิร์ตในประเทศออสเตรียโดยมอบการเชื่อมต่อที่รวดเร็วที่สุดสู่ภูมิภาคคารินเทีตีย</p>

<p> </p>

<p>ในช่วงการแข่งขันยูโร2008 ลุฟท์ฮันซ่าจะนำเสนอเที่ยวบินรวม 21 เที่ยวต่อวันระหว่างกรุงมิวนิค, เมืองหลวงแห่งแคว้นบาวาเรียและสวิตเซอร์แลนด์ ส่วนกรุงซูริคจะมีเที่ยวบินลุฟท์ฮันซ่าให้บริการ 6 เที่ยวต่อวัน นอกจากนั้นยังจะมีเที่ยวบินของสายการบินสวิสอีก 4 เที่ยวต่อวันจากกรุงมิวนิคสู่ซูริค กรุงบาเซิลอยู่ห่างเพียง 75 นาทีจากซูริคและสามารถเดินทางโดยสะดวกถึง 6 เที่ยวบินต่อวัน เมืองหลวงบาวาเรียนและเมืองเบิร์นจะถูกเชื่อมโยงกับกรุงมิวนิคด้วยเที่ยวบิน 3 เที่ยวต่อวันในขณะที่แฟนฟุตบอลซึ่งจะเดินทางสู่กรุงเจนีวามีเที่ยวบินให้เลือกถึง 6 เที่ยวต่อวัน</p>

<p> </p>

<p>สายการบินลุฟท์ฮันซ่ายังนำเสนอเที่ยวบินไม่หยุดพักแบบปกติตรงสู่สถานที่แข่งขันยูโร2008 จากท่าอากาศยานอื่นๆในประเทศเยอรมนีอื่นๆอาทิ แฟรงค์เฟิร์ต ดุสเซลดอร์ฟและแฮมเบิร์ก โดยสามารถสำรองเที่ยวบินไปกลับทุกเที่ยวได้ในราคาเพียง 99 ยูโรเท่านั้น ราคาโปรโมชั่นเบ็ตเตอร์ฟลาย (betterFly) นี้ใช้ได้กับชั้นประหยัดและรวมภาษี, ค่าธรรมเนียมและค่าออกบัตรโดยสารของสายการบินลุฟท์ฮันซ่า 10 ยูโรสำหรับการสำรองเที่ยวบินออนไลน์แล้ว สมาชิกไมล์สแอนด์มอร์ (Miles & More) สามารถสะสมไมล์ได้จากเที่ยวบินเหล่านี้ ข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองเที่ยวบิน กรุณาเข้าชมเว็ปไซต์หรือติดต่อลุฟท์ฮันซ่าคอลเซ็นเตอร์ 0180- LUFTHANSA (0180 5 83 84 26) ตัวแทนจำหน่ายของสายการบินลุฟท์ฮันซ่าหรือเคาน์เตอร์จำหน่ายบัตรโดยสารของสายการบินลุฟท์ฮันซ่าที่ท่าอากาศยานต่างๆ</p>

<p>ในฐานะ ;สายการบินเพื่อกีฬาสายการบินลุฟท์ฮันซ่าได้ร่วมมือกับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศเยอรมนีและทีมเยอรมันชั้นนำอย่างบาเยินมิวนิคมานานหลายปี ลุฟท์ฮันซ่ายังเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักการแข่งขันแฮนด์บอลชิงแชมป์โลกในประเทศเยอรมนีเมื่อต้นปีนี้ การแข่งขันแฮนด์บอลชิงถ้วยรางวัลรอบสุดท้ายในปี พ.ศ.2551, พ.ศ.2552 และ พ.ศ.2553 ซึ่งสี่สุดยอดทีมเยอรมันจะมาแข่งขันชิงถ้วยรางวัลในช่วงสุดสัปดาห์เดียว จะถูกตั้งชื่อว่า ลุฟท์ฮันซ่า ไฟนอล โฟร์(Lufthansa Final Four) นอกจากนั้นทางสายการบินฯยังเป็นผู้ส่งเสริมระดับชาติ; ของมูลนิธิช่วยเหลือกีฬาเยอรมัน และยังเป็นพันธมิตรกับคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติหลายปีและนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2549 ทางสายการบินยังเป็นพันธมิตรกับสมาคมกีฬาโอลิมปิกแห่งประเทศเยอรมนี (ดีโอเอสบี) ในฐานะดังลก่าวสายการบินฯโดยรับหน้าที่ได้พาทีมเยอรมันสู่การแข่งขันโอลิมปิกและพาราลิมปิก</p>

<p> </p>

<p>ลุฟท์ฮันซ่าสายการบินเยอรมันให้บริการเที่ยวบิน ไป-กลับระหว่างกรุงเทพฯ และ เมืองแฟรงค์เฟิร์ต ทุกวัน โดย 3 เที่ยวบินสามารถเชื่อมเส้นทางต่อไปยังนครโฮจิมินท์ และอีก 4 เที่ยวบินสามารถเชื่อมเส้นทางต่อไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ เส้นทางการบินดังกล่าวทำให้สายการบินลุฟท์ฮันซ่าถือเป็นสายการบินยุโรปชั้นนำที่ให้บริการในภูมิภาคนี้ ด้วยเที่ยวบินเชื่อมต่อที่มากที่สุดไปสู่และจากทวีปยุโรป รวมทั้งไปสู่เมืองสำคัญอีกสองเมืองภายในภูมิภาค</p>

<p>ข่าวประชาสัมพันธ์จากลุฟท์ฮันซ่า</p>]]>
        
    </content>
</entry>
<entry>
    <title>กลุ่มแอร์เอเชียสั่งซื้อและกลายเป็นลูกค้าสายการบินรายใหญ่ที่สุดของเครื่องบินเอ320</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.hflight.net/MT/news/2007/12/200712002090.shtml" />
    <link rel="service.edit" type="application/atom+xml" href="http://www.hflight.net/cgi-bin/MT/mt-atom.cgi/weblog/blog_id=1/entry_id=2090" title="กลุ่มแอร์เอเชียสั่งซื้อและกลายเป็นลูกค้าสายการบินรายใหญ่ที่สุดของเครื่องบินเอ320" />
    <id>tag:www.hflight.net,2007:/MT/news//1.2090</id>
    
    <published>2007-12-07T06:13:01Z</published>
    <updated>2007-12-07T06:13:01Z</updated>
    
    <summary>กลุ่มแอร์เอเชียสั่งซื้อและกลายเป็นลูกค้าสายการบินรายใหญ่ที่สุดของเครื่องบินเอ320 กลุ่มสายการบินแอร์เอเชียอันเป็นกลุ่มสายการบินต้นทุนต่ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของภูมิภาค ลงนามในสัญญาสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัสรุ่นเอ320 เพิ่มอีก 25 ลำ ทำให้กลุ่มสายการบินแอร์เอเชีย (ประกอบไปด้วยสายการบินมาเลเซียแอร์เอเชีย สายการบินไทยแอร์เอเชีย และสายการบินอินโดนีเซียแอร์เอเชีย) มียอดสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัสรุ่นเอ320 รวมทั้งสิ้น 175 ลำ และกลายเป็นลูกค้าประเภทสายการบินรายใหญ่ที่สุดในโลกที่สั่งซื้อเครื่องบินรุ่นเอ320ของแอร์บัส การลงนามในสัญญาดังกล่าวมีขึ้นที่ ลังกาวี แอร์โชว์ โดยดาตุ๊ก โทนี่ เฟอร์นันเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่มสายการบินแอร์เอเชียและมร.จอห์น ลีอฮี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายปฏิบัติการลูกค้าของแอร์บัส ในเดือนมีนาคม พ.ศ.2548 กลุ่มสายการบินแอร์เอเชียทำการสั่งซื้อเครื่องบินเอ320 จำนวน 60 ลำ จากนั้นได้ทำการสั่งซื้อเพิ่มอีก 40 ลำภายในงาน Farnborough Airshow เมื่อเดือนกรกฎาคมพ.ศ. 2549 ตามด้วยอีก 50...</summary>
    <author>
        <name>HFlight News Agent</name>
        <uri>http://www.hflight.net</uri>
    </author>
            <category term="ข่าวสายการบิน" />
    
    <content type="html" xml:lang="en" xml:base="http://www.hflight.net/MT/news/">
        <![CDATA[<p>กลุ่มแอร์เอเชียสั่งซื้อและกลายเป็นลูกค้าสายการบินรายใหญ่ที่สุดของเครื่องบินเอ320<br />
 </p>

<p>กลุ่มสายการบินแอร์เอเชียอันเป็นกลุ่มสายการบินต้นทุนต่ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของภูมิภาค ลงนามในสัญญาสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัสรุ่นเอ320 เพิ่มอีก 25 ลำ ทำให้กลุ่มสายการบินแอร์เอเชีย (ประกอบไปด้วยสายการบินมาเลเซียแอร์เอเชีย สายการบินไทยแอร์เอเชีย และสายการบินอินโดนีเซียแอร์เอเชีย) มียอดสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัสรุ่นเอ320 รวมทั้งสิ้น 175 ลำ และกลายเป็นลูกค้าประเภทสายการบินรายใหญ่ที่สุดในโลกที่สั่งซื้อเครื่องบินรุ่นเอ320ของแอร์บัส  </p>

<p> </p>

<p>การลงนามในสัญญาดังกล่าวมีขึ้นที่ ลังกาวี แอร์โชว์ โดยดาตุ๊ก โทนี่ เฟอร์นันเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่มสายการบินแอร์เอเชียและมร.จอห์น ลีอฮี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายปฏิบัติการลูกค้าของแอร์บัส</p>

<p> </p>

<p>ในเดือนมีนาคม พ.ศ.2548 กลุ่มสายการบินแอร์เอเชียทำการสั่งซื้อเครื่องบินเอ320 จำนวน 60 ลำ จากนั้นได้ทำการสั่งซื้อเพิ่มอีก 40 ลำภายในงาน Farnborough Airshow เมื่อเดือนกรกฎาคมพ.ศ. 2549 ตามด้วยอีก 50 ลำในเดือนมกราคม พ.ศ. 2550 ซึ่งเครื่องบินลำแรกได้รับการส่งมอบแล้วเมื่อเดือนธันวาคมพ.ศ. 2548 และในปัจจุบันกลุ่มสายการบินแอร์เอเชียมีแอร์บัสเอ320 อยู่ในการประจำการทั้งในเส้นทางภายในประเทศและระหว่างภูมิภาคซึ่งล้วนขยายตัวอย่างรวดเร็ว รวมทั้งสิ้น 31 ลำ</p>

<p> </p>

<p>ปัจจุบันศูนย์กลางทางการบินของกลุ่มสายการบินแอร์เอเชียในกรุงกัวลาลัมเปอร์ทำการปฏิบัติการด้วยเครื่องบินรุ่นเอ320 ทั้งหมด ขณะที่เครื่องบินโบอิ้ง 737 รุ่นเก่าทุกลำในฝูงบินของสายการบินไทยแอร์เอเชียและสายการบินอินโดนีเซียแอร์เอเชียจะถูกแทนที่ด้วยเครื่องบินแอร์บัสเอ320 ภายในปีพ.ศ. 2551</p>

<p> </p>

<p>&#8220;การสั่งซื้อครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของแอร์เอเชียซึ่งบ่งชี้ถึงแผนของเราที่จะทำการขยายเส้นทางบินอย่างกว้างขวางในอนาคต เพื่อสนองตอบต่อความต้องการด้านการเดินทางโดยเครื่องบินที่จะเติบโตขึ้นในช่วงสิบปีข้างหน้า และยังแสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะทำให้สายการบินของกลุ่มแอร์เอเชียมีเครื่องบินที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงที่สุดในตลาดที่เราปฏิบัติงานอยู่ เครื่องบินที่ถูกสั่งซื้อเพิ่มจะได้รับการนำมาใช้เพื่อเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินในเส้นทางปัจจุบันรวมทั้งใช้ในเส้นทางใหม่ที่จะเปิดบริการ ทั้งหมดคือหลักฐานสำคัญของการที่สายการบินแอร์เอเชียในฐานะผู้บุกเบิกสำหรับตลาดสายการบินต้นทุนต่ำ ได้ผ่านการเจริญเติบโตและพัฒนามาจนอยู่ในฐานะของผู้นำที่คู่แข่งขันจะต้องหาทางตามให้ทันในปัจจุบัน&#8221; มร.จอห์น ลีอฮี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายปฏิบัติการลูกค้าของแอร์บัส กล่าว</p>

<p> </p>

<p>&#8220;เราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งกับการได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของแอร์เอเชีย และยินดีเป็นอย่างสูงที่ความไว้วางใจต่อประสิทธิภาพของเครื่องบินเอ320 ทำให้กลุ่มสายการบินแอร์เอเชียกลายเป็นลูกค้าประเภทสายการบินรายใหญ่ที่สุดในโลกที่สั่งซื้อเครื่องบินเอ320ของแอร์บัส ด้วยความคุ้มค่าด้านการใช้งานและจุดเด่นต่างๆที่ดึงดูดผู้โดยสาร เราจึงมั่นใจว่าฝูงบินเอ320 จะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้สายการบินแอร์เอเชียสามารถเป็นผู้นำของตลาดในช่วงเวลาจากนี้ไปได้อย่างแน่นอน&#8221; ดาตุ๊ก โทนี่ เฟอร์นันเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่มสายการบินแอร์เอเชีย กล่าว</p>

<p> </p>

<p>เครื่องบินแอร์บัสตระกูลเอ320 อันประกอบเครื่องรุ่น เอ318 เอ319 เอ320 และ เอ321 ได้รับการยอมรับให้เป็นมาตรฐานการบินของตระกูลเครื่องบินแบบช่องทางเดินเดี่ยว เครื่องบินแต่ละรุ่นใช้เทคโนโลยีการบินอัจฉริยะ fly-by-wire ที่ล้ำสมัยและมีห้องบังคับควบคุมที่มีความคล้ายคลึงกัน ปัจจุบันเครื่องบินแอร์บัสตระกูลเอ320มียอดการสั่งซื้อมากกว่า 5,500 ลำและกว่า 3,200 ลำได้ทำการส่งมอบให้แก่ลูกค้ากว่า 200 รายเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย ทำให้เครื่องบินตระกูลเอ320 กลายเป็นเครื่องบินเชิงพาณิชย์ที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในโลก</p>

<p> </p>

<p>เครื่องบินแอร์บัสตระกูลเอ320 มีเสถียรภาพในการปฏิบัติการสูงและมีช่วงเวลาระหว่างรอบของการซ่อมบำรุงแต่ละครั้งที่ยาวนานขึ้น ส่งผลให้กลายเป็นตระกูลเครื่องบินแบบช่องทางเดินเดี่ยวที่มีต้นทุนในการปฏิบัติการต่ำที่สุด นอกจากนั้นการออกแบบใหม่ภายในห้องโดยสารยังช่วยให้เครื่องบินมีน้ำหนักน้อยลงและทำให้ห้องโดยสารมีความเงียบรวมทั้งมีพื้นที่ที่กว้างขวางกว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำให้ช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะสามารถมีขนาดใหญ่ขึ้น เครื่องบินแอร์บัสตระกูลเอ320ยังสามารถจัดเก็บและนำสินค้าออกจากเครื่องด้วยระบบแบบตู้คอนเทนเนอร์ได้โดยเป็นระบบที่เข้ากันได้กับระบบของเครื่องบินแบบลำตัวกว้างที่ใช้อยู่เป็นมาตรฐานทั่วโลก  </p>

<p> </p>

<p>แอร์บัส เป็นบริษัทในเครือ EADS</p>

<p>ข่าวประชาสัมพันธ์จากแอร์บัส</p>]]>
        
    </content>
</entry>
<entry>
    <title>รายแรกในประเทศไทยกับ เที่ยวบิน วัน ทู โก ชัตเติล ดอนเมือง -เชียงใหม่ -ดอนเมือง</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.hflight.net/MT/news/2007/11/200711002078.shtml" />
    <link rel="service.edit" type="application/atom+xml" href="http://www.hflight.net/cgi-bin/MT/mt-atom.cgi/weblog/blog_id=1/entry_id=2078" title="รายแรกในประเทศไทยกับ เที่ยวบิน วัน ทู โก ชัตเติล ดอนเมือง -เชียงใหม่ -ดอนเมือง" />
    <id>tag:www.hflight.net,2007:/MT/news//1.2078</id>
    
    <published>2007-11-22T04:28:16Z</published>
    <updated>2007-11-22T04:29:15Z</updated>
    
    <summary>รายแรกในประเทศไทยกับ เที่ยวบิน &amp;#8220;วัน ทู โก ชัตเติล ดอนเมือง &amp;#8211; เชียงใหม่ -ดอนเมือง&amp;#8221; พร้อมออกเดินทางเกือบทุกชั่วโมง รับประกันตรงเวลา &amp;#8220;เพราะเรารู้ว่าเวลามีคุณค่าสำหรับผู้โดยสาร&amp;#8221; ล่าสุด วัน ทู โก ตอบรับความต้องการของผู้โดยสารในเรื่อง &amp;#8220;ความสะดวกและการตรงเวลา&amp;#8221; ของการเดินทางโดยเครื่องบิน ด้วยบริการใหม่ เที่ยวบิน &amp;#8220;วัน ทู โก ชัตเติล ดอนเมือง &amp;#8211; เชียงใหม่ - ดอนเมือง&amp;#8221; ออกเดินทางเกือบทุกชั่วโมง รับประกันเรื่องตรงเวลา หากล่าช้าเกิน 2 ชั่วโมง คืน 50% ของค่าโดยสารในการซื้อครั้งต่อไป ให้บริการโดยเริ่มเส้นทางดอนเมือง...</summary>
    <author>
        <name>HFlight News Agent</name>
        <uri>http://www.hflight.net</uri>
    </author>
            <category term="ข่าวสายการบิน" />
    
    <content type="html" xml:lang="en" xml:base="http://www.hflight.net/MT/news/">
        <![CDATA[<p>รายแรกในประเทศไทยกับ เที่ยวบิน &#8220;วัน ทู โก ชัตเติล ดอนเมือง &#8211; เชียงใหม่ -ดอนเมือง&#8221;</p>

<p>พร้อมออกเดินทางเกือบทุกชั่วโมง รับประกันตรงเวลา </p>

<p>    &#8220;เพราะเรารู้ว่าเวลามีคุณค่าสำหรับผู้โดยสาร&#8221; ล่าสุด วัน ทู โก ตอบรับความต้องการของผู้โดยสารในเรื่อง &#8220;ความสะดวกและการตรงเวลา&#8221; ของการเดินทางโดยเครื่องบิน ด้วยบริการใหม่ เที่ยวบิน &#8220;วัน ทู โก ชัตเติล ดอนเมือง &#8211; เชียงใหม่ - ดอนเมือง&#8221; ออกเดินทางเกือบทุกชั่วโมง รับประกันเรื่องตรงเวลา หากล่าช้าเกิน 2 ชั่วโมง คืน 50% ของค่าโดยสารในการซื้อครั้งต่อไป ให้บริการโดยเริ่มเส้นทางดอนเมือง &#8211; เชียงใหม่ &#8211; ดอนเมืองเป็นเส้นทางแรก ตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 เป็นต้นไป</p>

<p>      ด้วยแนวคิด &#8220;Do it by heart - - การให้และลงมือทำจากใจที่แท้จริง วัน ทู โก&#8221; ได้มุ่งค้นหาความต้องการใหม่ๆ ในแต่ละยุคสมัยของผู้โดยสารที่มีต่อการเดินทางโดยเครื่องบิน และผลสำรวจวิจัยก็พบว่าความต้องการของผู้โดยสารส่วนใหญ่ให้ความสำคัญอย่างมากกับเรื่องของเวลาและความสะดวกระหว่างการเดินทางในแต่ละครั้ง รวมไปถึงการตรงต่อเวลา ไม่ดีเลย์, การวางแผนการเดินทางที่ง่ายและสะดวกขึ้น, ไม่ต้องกังวลเรื่องจองที่นั่ง ,ความสบายใจที่มีเที่ยวบินแน่นอนให้เลือกเวลาที่สะดวก รวมถึงกรณีที่ต้องเดินทางอย่างเร่งด่วน จากผลวิจัยจึงเป็นที่มาของบริการใหม่เที่ยวบิน &#8220;วัน ทู โก ชัตเติล &#8220;ดอนเมือง &#8211; เชียงใหม่ &#8211; ดอนเมือง&#8221; ขึ้น นับว่าเป็นการเปิดบริการเที่ยวบินชัตเติลที่ตอบรับความต้องการและความจำเป็นของกลุ่มคนยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องของเวลาและความสะดวกได้ค่อนข้างดี</p>

<p>      นอกจากนี้แล้ว ทางสายการบิน วัน ทู โก ยังเสนอสิทธิพิเศษเพื่อต้อนรับเทศกาลยี่เป็งและต้อนรับลมหนาวระหว่างวันที่ 22 พฤศจิกายน 2550 - 31 มกราคม 2551 ** ด้วยการลด 200 บาทสำหรับผู้ซื้อตั๋วโดยสารไป-กลับทุกเส้นทางอีกด้วย (ยกเว้นวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดยาว)</p>

<p>ข่าวประชาสัมพันธ์จากสายการบินวันทูโก</p>]]>
        
    </content>
</entry>
<entry>
    <title>ข้อตกลงทางการบินเพื่อเพิ่มจุดหมายปลายทางในออสเตรเลียของเอทิฮัด</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.hflight.net/MT/news/2007/11/200711002071.shtml" />
    <link rel="service.edit" type="application/atom+xml" href="http://www.hflight.net/cgi-bin/MT/mt-atom.cgi/weblog/blog_id=1/entry_id=2071" title="ข้อตกลงทางการบินเพื่อเพิ่มจุดหมายปลายทางในออสเตรเลียของเอทิฮัด" />
    <id>tag:www.hflight.net,2007:/MT/news//1.2071</id>
    
    <published>2007-11-13T15:33:46Z</published>
    <updated>2007-11-13T15:33:46Z</updated>
    
    <summary>สายการบินแห่งชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้บริการเที่ยวบินจากกรุงเทพฯสู่เมืองอาบูดาบีทุกวัน วันละ 2 เที่ยวบิน และอีก 45 จุดหมายปลายทางทั่วโลก จะได้รับความสะดวกเพิ่มมากขึ้นสู่จุดหมายปลายทางในประเทศออสเตรเลีย ภายหลังข้อตกลงทางการบินกับสายการบินเวอร์จิ้นบลู สายการบินของประเทศออสเตรเลีย โดยข้อตกลงที่จะมีผลทันทีนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่อาคันตุกะผู้ทรงเกียรติของสายการบินเอทิฮัดในการเดินทางต่อจากเมืองอาบูดาบีสู่กรุงซิดนีย์และบริสเบน จากนั้นสามารถเดินทางต่อไปยัง 22 เมืองทั่วประเทศออสเตรเลีย มร. เจมส์ โฮแกน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเอทิฮัด กล่าว &amp;#8220;ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสายการบินเวอร์จิ้นบลูจะช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์ด้านการเดินทางและจุดหมายในอนาคตอย่างมากแก่อาคันตุกะผู้ทรงเกียรติที่เดินทางสู่ออสเตรเลีย&amp;#8221; &amp;#8220;เอทิฮัดมุ่งมั่นในการขยายจุดหมายปลายทางทั่วโลกให้มากที่สุดเพื่ออาคันตุกะผู้ทรงเกียรติของเรา ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเส้นทางบินใหม่หรือผ่านข้อตกลงทางการบินกับสายการบินอื่น อาทิ ข้อตกลงกับเวอร์จิ้นบลู&amp;#8221; เอทิฮัดเปิดให้บริการเที่ยวบินทุกวันจากกรุงอาบูดาบีสู่กรุงซิดนีย์ในเดือนมีนาคม 2550 ซึ่งตามมาด้วยการเปิดบริการ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์สู่บริสเบน เมืองใหญ่แห่งรัฐควีนส์แลนด์ ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา เส้นทางซิดนีย์ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำเร็จ ด้วยจำนวนอาคันตุกะผู้ทรงเกียรติกว่า 60,000 คน นับตั้งแต่วันเปิดให้บริการ และภายในเดือนมีนาคม 2551...</summary>
    <author>
        <name>HFlight News Agent</name>
        <uri>http://www.hflight.net</uri>
    </author>
            <category term="ข่าวสายการบิน" />
    
    <content type="html" xml:lang="en" xml:base="http://www.hflight.net/MT/news/">
        <![CDATA[<p>สายการบินแห่งชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้บริการเที่ยวบินจากกรุงเทพฯสู่เมืองอาบูดาบีทุกวัน วันละ 2 เที่ยวบิน และอีก 45 จุดหมายปลายทางทั่วโลก จะได้รับความสะดวกเพิ่มมากขึ้นสู่จุดหมายปลายทางในประเทศออสเตรเลีย ภายหลังข้อตกลงทางการบินกับสายการบินเวอร์จิ้นบลู สายการบินของประเทศออสเตรเลีย</p>

<p> </p>

<p>โดยข้อตกลงที่จะมีผลทันทีนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่อาคันตุกะผู้ทรงเกียรติของสายการบินเอทิฮัดในการเดินทางต่อจากเมืองอาบูดาบีสู่กรุงซิดนีย์และบริสเบน จากนั้นสามารถเดินทางต่อไปยัง 22 เมืองทั่วประเทศออสเตรเลีย</p>

<p> </p>

<p>มร. เจมส์ โฮแกน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเอทิฮัด กล่าว &#8220;ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสายการบินเวอร์จิ้นบลูจะช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์ด้านการเดินทางและจุดหมายในอนาคตอย่างมากแก่อาคันตุกะผู้ทรงเกียรติที่เดินทางสู่ออสเตรเลีย&#8221;</p>

<p> </p>

<p>&#8220;เอทิฮัดมุ่งมั่นในการขยายจุดหมายปลายทางทั่วโลกให้มากที่สุดเพื่ออาคันตุกะผู้ทรงเกียรติของเรา ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเส้นทางบินใหม่หรือผ่านข้อตกลงทางการบินกับสายการบินอื่น อาทิ ข้อตกลงกับเวอร์จิ้นบลู&#8221;</p>

<p> </p>

<p>เอทิฮัดเปิดให้บริการเที่ยวบินทุกวันจากกรุงอาบูดาบีสู่กรุงซิดนีย์ในเดือนมีนาคม 2550 ซึ่งตามมาด้วยการเปิดบริการ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์สู่บริสเบน เมืองใหญ่แห่งรัฐควีนส์แลนด์ ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา</p>

<p> </p>

<p>เส้นทางซิดนีย์ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำเร็จ ด้วยจำนวนอาคันตุกะผู้ทรงเกียรติกว่า 60,000 คน นับตั้งแต่วันเปิดให้บริการ และภายในเดือนมีนาคม 2551 เอทิฮัดจะเพิ่มบริการเป็น 11 เที่ยวบินต่อสัปดาห์</p>

<p> </p>

<p>สายการบินเวอร์จิ้นบลูให้บริการกว่า 2,100 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ทั่วประเทศออสเตรเลีย ไม่ว่าจะเป็นเมืองที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ อาเดเลด, เมลเบิร์น, เพิร์ท, ไคนส์ และดาร์วิน</p>

<p> </p>

<p>มร. เบรท ก๊อดเฟรย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเวอร์จิ้นบลู กล่าว &#8220;นับเป็นคำมั่นสัญญาของเราเสมอมาในการมอบสิ่งดีๆให้แก่ผู้โดยสาร ข้อตกลงทางการบินครั้งนี้กับสายการการเอทิฮัดจะทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางทั่วโลกได้สะดวก รวดเร็วและมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน&#8221;</p>

<p> </p>

<p>&#8220;พันธมิตรใหม่ของเราในครั้งนี้หมายรวมถึงการที่ผู้โดยสารของเราสามารถเดินทางจากที่ใดก็ได้ในเครือข่ายของเวอร์จิ้นบลูสู่ 45 จุดหมายปลายทางของเอทิฮัดด้วยความง่ายดาย&#8221;  </p>

<p>ข่าวประชาสัมพันธ์จากสายการบินเอทิฮัด</p>]]>
        
    </content>
</entry>
<entry>
    <title>ลุฟท์ฮันซ่าแสดงผลประกอบการทางธุรกิจในช่วง 9 เดือนซึ่งเป็นผลกำไรมากกว่า 1พันล้านยูโร</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.hflight.net/MT/news/2007/11/200711002070.shtml" />
    <link rel="service.edit" type="application/atom+xml" href="http://www.hflight.net/cgi-bin/MT/mt-atom.cgi/weblog/blog_id=1/entry_id=2070" title="ลุฟท์ฮันซ่าแสดงผลประกอบการทางธุรกิจในช่วง 9 เดือนซึ่งเป็นผลกำไรมากกว่า 1พันล้านยูโร" />
    <id>tag:www.hflight.net,2007:/MT/news//1.2070</id>
    
    <published>2007-11-13T15:31:08Z</published>
    <updated>2007-11-13T15:31:08Z</updated>
    
    <summary>ลุฟท์ฮันซ่าแสดงผลประกอบการทางธุรกิจในช่วง 9 เดือนซึ่งเป็นผลกำไรมากกว่า 1พันล้านยูโร มร.ไมเยอร์ฮูเบอร์ คาดหมายที่จะได้รับผลกำไรกว่า 1.3 พันล้านยูโรตลอดทั้งปี กลุ่มธุรกิจของสายการบินลุฟท์ฮันซ่าแสดงผลกำไรจากการประกอบการทางธุรกิจในช่วง 9 เดือนที่เพิ่มมากขึ้นมากกว่าร้อยละ 57 หรือเป็นจำนวนเงินมากกว่า 1.1 พันล้านยูโร ลุฟท์ฮันซ่าได้พิสูจน์ความสำเร็จด้วยการสร้างผลกำไรดังกล่าวแม้ว่าตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาจะได้เกิดภาวะราคาน้ำมันที่สูงขึ้นผนวกกับความผันผวนของตลาดการเงินระดับนานาชาติ รวมถึงการแข่งขันทางธุรกิจที่เพิ่มมากขึ้น หากแต่ปัจจัยต่างๆเหล่านี้มิได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อธุรกิจของสายการบินลุฟท์ฮันซ่าแต่อย่างใด มร.วูฟล์กัง ไมเยอร์ฮูเบอร์ ประธานและประธานกรรมการบริหารของสายการบินลุฟท์ฮันซ่าประกาศอย่างมั่นใจว่า &amp;#8220;ทางเราคาดหมายที่จะได้ผลกำไรที่เพิ่มมากขึ้นเป็นจำนวนมากกว่า 1.3 พันล้านยูโรในสิ้นปีนี้&amp;#8221; ผลกำไรและความสำเร็จในครั้งนี้จะเป็นการสร้างสถิติครั้งใหม่ให้กับกลุ่มธุรกิจของสายการบินลุฟท์ฮันซ่า &amp;#8220;ด้วยผลประกอบการที่ประสบความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นรากฐานที่มั่นคง และทำให้สายการบินลุฟท์ฮันซ่ามีสถานภาพที่แข็งแกร่งภายใต้การแข่งขันที่เพิ่มสูงมากขึ้น และนี่คือจุดมุ่งหมายที่แน่วแน่ของเรา&amp;#8221;มร.ไมเยอร์ฮูเบอร์กล่าวเสริม &amp;#8220;เรามีความต้องการที่จะทำให้สายการบินลุฟท์ฮันซ่ามีมูลค่ามากขึ้นสำหรับผู้ถือหุ้น และเป็นสายการบินที่สามารถตอบสนองความต้องการของนักเดินทางได้อย่างต่อเนื่อง&amp;#8221; ผลประกอบการในไตรมาสที่ 3 นี้เป็นผลลัพท์ของความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากผลประกอบการที่ดีของทุกกลุ่มธุรกิจของลุฟท์ฮันซ่า ทุกๆกลุ่มธุรกิจได้ดำเนินการตามรูปแบบการใช้กลยุทธของกลุ่มอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายชัดเจนที่จะสร้างผลกำไรให้บรรลุผลสูงสุด พร้อมไปกับการการคำนึงถึงเป้าหมายหลักที่สำคัญอื่นๆอีกด้วย ในส่วนของกลุ่มธุรกิจหลักซึ่งคือธุรกิจการบินนั้น ผลประกอบการของสายการบินสวิสได้ถูกนำมาเข้าร่วมกับผลประกอบการณ์ของกลุ่มบริษัทลุฟท์ฮันซ่าอย่างสมบูรณ์ในเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา สายการบินสวิสเองสามารถดำเนินการทางธุรกิจที่เติบโตอย่างมั่นคง เฉกเช่นเดียวกับสายการบินลุฟท์ฮันซ่า...</summary>
    <author>
        <name>HFlight News Agent</name>
        <uri>http://www.hflight.net</uri>
    </author>
            <category term="ข่าวสายการบิน" />
    
    <content type="html" xml:lang="en" xml:base="http://www.hflight.net/MT/news/">
        <![CDATA[<p>ลุฟท์ฮันซ่าแสดงผลประกอบการทางธุรกิจในช่วง 9 เดือนซึ่งเป็นผลกำไรมากกว่า 1พันล้านยูโร</p>

<p>มร.ไมเยอร์ฮูเบอร์ คาดหมายที่จะได้รับผลกำไรกว่า 1.3 พันล้านยูโรตลอดทั้งปี</p>

<p> </p>

<p>กลุ่มธุรกิจของสายการบินลุฟท์ฮันซ่าแสดงผลกำไรจากการประกอบการทางธุรกิจในช่วง 9 เดือนที่เพิ่มมากขึ้นมากกว่าร้อยละ 57 หรือเป็นจำนวนเงินมากกว่า 1.1 พันล้านยูโร ลุฟท์ฮันซ่าได้พิสูจน์ความสำเร็จด้วยการสร้างผลกำไรดังกล่าวแม้ว่าตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาจะได้เกิดภาวะราคาน้ำมันที่สูงขึ้นผนวกกับความผันผวนของตลาดการเงินระดับนานาชาติ รวมถึงการแข่งขันทางธุรกิจที่เพิ่มมากขึ้น หากแต่ปัจจัยต่างๆเหล่านี้มิได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อธุรกิจของสายการบินลุฟท์ฮันซ่าแต่อย่างใด มร.วูฟล์กัง ไมเยอร์ฮูเบอร์  ประธานและประธานกรรมการบริหารของสายการบินลุฟท์ฮันซ่าประกาศอย่างมั่นใจว่า &#8220;ทางเราคาดหมายที่จะได้ผลกำไรที่เพิ่มมากขึ้นเป็นจำนวนมากกว่า 1.3 พันล้านยูโรในสิ้นปีนี้&#8221; ผลกำไรและความสำเร็จในครั้งนี้จะเป็นการสร้างสถิติครั้งใหม่ให้กับกลุ่มธุรกิจของสายการบินลุฟท์ฮันซ่า &#8220;ด้วยผลประกอบการที่ประสบความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นรากฐานที่มั่นคง และทำให้สายการบินลุฟท์ฮันซ่ามีสถานภาพที่แข็งแกร่งภายใต้การแข่งขันที่เพิ่มสูงมากขึ้น และนี่คือจุดมุ่งหมายที่แน่วแน่ของเรา&#8221;มร.ไมเยอร์ฮูเบอร์กล่าวเสริม &#8220;เรามีความต้องการที่จะทำให้สายการบินลุฟท์ฮันซ่ามีมูลค่ามากขึ้นสำหรับผู้ถือหุ้น และเป็นสายการบินที่สามารถตอบสนองความต้องการของนักเดินทางได้อย่างต่อเนื่อง&#8221; ผลประกอบการในไตรมาสที่ 3 นี้เป็นผลลัพท์ของความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากผลประกอบการที่ดีของทุกกลุ่มธุรกิจของลุฟท์ฮันซ่า ทุกๆกลุ่มธุรกิจได้ดำเนินการตามรูปแบบการใช้กลยุทธของกลุ่มอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายชัดเจนที่จะสร้างผลกำไรให้บรรลุผลสูงสุด พร้อมไปกับการการคำนึงถึงเป้าหมายหลักที่สำคัญอื่นๆอีกด้วย ในส่วนของกลุ่มธุรกิจหลักซึ่งคือธุรกิจการบินนั้น ผลประกอบการของสายการบินสวิสได้ถูกนำมาเข้าร่วมกับผลประกอบการณ์ของกลุ่มบริษัทลุฟท์ฮันซ่าอย่างสมบูรณ์ในเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา สายการบินสวิสเองสามารถดำเนินการทางธุรกิจที่เติบโตอย่างมั่นคง เฉกเช่นเดียวกับสายการบินลุฟท์ฮันซ่า สายการบินในกลุ่มของเราได้ทำการสั่งซื้อเครื่องบินลำใหม่จำนวน 170 ลำ ซึ่งเป็นการลงทุนมากถึง 14 พันล้านยูโร เพื่อแสดงเจตนาที่ต้องการจะช่วยเหลือในการดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อม &#8220;การใช้เครื่องบินที่มีประสิทธิภาพในการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิงสูง และมีเทคโนโลยีอันทันสมัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะสร้างมาตรฐานความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเปรียบเสมือนเครื่องหมายการค้าของเรา&#8221; มร.ไมเยอร์ฮูเบอร์ กล่าวเสริม</p>

<p> </p>

<p> </p>

<p> </p>

<p>ลุฟท์ฮันซ่าขยายความเป็นผู้นำทางธุรกิจ</p>

<p>มร.ไมเยอร์ฮูเบอร์ได้แสดงเจตจำนงค์อย่างชัดเจนในการดำเนินธุรกิจในอนาคตที่มุ่งเน้นในการเติบโตอย่างมั่นคง พร้อมไปกับการสร้างผลกำไรสูงสุด &#8220;พวกเราจะไม่หยุดพักเพื่อชื่นชมในความสำเร็จของเรา เนื่องจากพวกเราตระหนักดีว่าการที่เราไม่ก้าวต่อไปข้างหน้า ก็จะต้องเป็นการถอยหลังในที่สุด ถ้าเราต้องการจะทะยานขึ้นสู่ฟ้า เราต้องเลือกที่จะลดน้ำหนักบางส่วนออกไป ถ้าเราต้องการที่จะก้าวต่อไป เราต้องการแรงผลักดันในการก้าวเดิน พวกเราจะมุ่งเน้นในการดูแลและให้บริการที่ดีกับผู้โดยสาร พร้อมไปกับการวางแผนควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง เรามีความมั่นใจในการลงทุนในตลาดใหม่ เราต้องพัฒนาขีดความสามารถ และเตรียมตัวให้พร้อมอยู่ตลอดสำหรับอนาคต ทุกท่านมั่นใจได้เลยว่าเรามองไปในอนาคตข้างหน้ามากกว่าหยุดอยู่กับผลประกอบการทางธุรกิจที่จะเกิดในทุกๆไตรมาส และทุกๆปี&#8221; ความคิดริเริ่มของกลุ่มที่เรียกว่า &#8220;การยกระดับความเป็นผู้นำทางธุรกิจ (Upgrade to Industry Leadership)&#8221; จะเป็นกุญแจและหลักเกณฑ์สำคัญซึ่งนำไปสู่ความสำเร็จ &#8220;พวกเรามีความต้องการที่จะรวมกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อสร้างและขยายความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการบินนี้&#8221; ประธานผู้บริหารกล่าวอย่างจริงจังว่า &#8220;ความเปลี่ยนแปลงคือสิ่งที่พวกเราต้องการ&#8221;</p>

<p> </p>

<p>ลุฟท์ฮันซ่ามีความต้องการที่จะปฏิรูปสิ่งใหม่ๆ คิดและทำในรูปแบบของนักลงทุน สิ่งที่ไม่มีประสิทธิภาพจะต้องถูกขจัดออกไป &#8220;นี่จะไม่ใช่การปฏิรูปเพียงแค่ภาพรวมใหญ่ๆทั้งหมดแต่ยังเป็นการปฏิรูปที่เจาะลึกไปในทุกๆรายละเอียด ทางเราต้องการให้ทุกๆคนในกลุ่มธุรกิจของเราทำงานในหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือการบริการในรูปแบบใหม่ๆอีกด้วย&#8221; มร.วูฟล์กัง ไมเยอร์ฮูเบอร์ กล่าวอย่างจริงจังที่แฟรงค์เฟริ์ตว่า กลุ่มธุรกิจของเรามีความเชื่อมั่นในศักยภาพ คำนึงความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงมีความต้องการที่จะบริหารการเงินอย่างมีประสิทธิภาพด้วยการสร้างสิ่งก่อสร้างใหม่ๆที่เป็นองค์ประกอบที่จำเป็นอย่างยิ่งในการเติบโตของบริษัท กลุ่มบริษัทของลุฟท์ฮันซ่าจึงตัดสินใจที่จะลงทุนมากกว่า 1 พันล้านยูโรเพื่อสร้างตึก อาคาร และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในภูมิภาคไรน์-เมน(Rhine-Main region) และด้วยความเป็นมาดังกล่าวนี้ ประธานและประธานผู้บริหารของสายการบินลุฟท์ฮันซ่าจึงอยากให้มีการไตร่ตรองด้วยเหตุผลเพื่อสนับสนุนให้มีนโยบายสำหรับการกำหนดเที่ยวบินในเวลากลางคืนในเมืองแฟรงค์เฟริ์ต &#8220;การกำหนดห้ามมิให้มีเที่ยวบินในเวลากลางคืนโดยสิ้นเชิงจะเป็นข้อผิดพลาดที่ร้ายแรงซึ่งส่งผลกระทบโดยรวมไปสู่ทั่วทั้งภูมิภาค การขนส่งสินค้าและการคมนาคมของผู้โดยสารทางอากาศจะถูกย้ายและเปลี่ยนแปลงจากเมืองแฟรงค์เฟริ์ตไปสู่ท่าอาศยานนานาชาติอื่นๆ และจากผลกระทบดังกล่าวนี้จะทำให้ผู้คนกว่าหลายพันคนต้องเสี่ยงกับการว่างงาน&#8221;</p>

<p> </p>

<p>ตัวเลขผลประกอบการในไตรมาสที่ 3 ของปี 2550</p>

<p> </p>

<p>ในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2550 กลุ่มบริษัทลุฟท์ฮันซ่าสามารถสร้างรายได้โดยรวมได้ถึง 16.4 พันล้านยูโร ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 9.3 เมื่อเทียบกับเก้าเดือนแรกของปีที่แล้ว รวมทั้งการสร้างรายได้จากการจราจรทางอากาศที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนเงินกว่า 12.7 พันล้านยูโร คิดเป็นร้อยละ 9.8 ตัวเลขในไตรมาสที่ 3 นับเป็นครั้งแรกที่มีการรวมผลประกอบการของสายการบินสวิสในผลประกอบการของกลุ่มซึ่งเริ่มมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายนที่ผ่านมา ด้วยประสิทธิผลของการรวมกันเป็นหนึ่งและจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องที่ถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาและทำให้รายได้จากผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจทั้งหมดเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.7 หรือเป็นจำนวนเงินกว่า 17.5 พันล้านยูโร ส่วนของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นทั้งหมดร้อยละ 7.6 หรือ เป็นจำนวนเงิน 16.3 พันล้านยูโร ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่ต่ำกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับอัตราการเจริญเติบโต ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่นั้นเกิดขึ้นเนื่องจากการขยายตัวทางธุรกิจและการรวมผลประกอบการของสายการบินสวิส อย่างไรก็ตามสายการบินลุฟท์ฮันซ่าได้แสดงผลกำไรจากการประกอบการทางธุรกิจที่สร้างสถิติใหม่ในช่วงไตรมาส 3 ที่เพิ่มมากขึ้นมากกว่าร้อยละ 57 หรือเป็นจำนวนเงินมากกว่า 1.1 พันล้านยูโร เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 3 ของปีที่แล้ว</p>

<p> </p>

<p>กลุ่มบริษัทสามารถเพิ่มผลประกอบการทางการเงินขึ้นกว่า 60 ล้าน เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วซึ่งมีผลประกอบการคุ้มทุน การเพิ่มขึ้นของผลประกอบการทางการเงินดังกล่าวเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงภาษีสำหรับบริษัทในประเทศเยอรมันนีในเดือนกรกฎาคม กลุ่มบริษัทของลุฟท์ฮันซ่าได้รับการลดภาษีซึ่งเป็นจำนวนเงินกว่า 211 ล้านยูโร ซึ่งถ้านำไปผนวกกับผลกำไร 503 ล้านยูโรอันได้จากการขายหุ้นของ Thomas Cook จะทำให้ผลประกอบการทางการเงินเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนกว่า 1.6 พันล้านยูโร (ปี2549:414 ล้านยูโร) ส่วนค่าใช้จ่ายทางการลงทุนในช่วงเก้าเดือนแรกของกลุ่มบริษัทคิดเป็นจำนวนโดยรวม 925 ล้านยูโร ซึ่ง 885 ล้านยูโรของค่าใช้จ่ายดังกล่าวถูกใช้ไปกับการสั่งซื้อเครื่องบินโดยสารใหม่ ส่วนจำนวนเงินสดหมุนเวียนนั้นอยู่ที่ 2 พันล้านยูโร และ ในวันที่ 30 กันยายน 2550 กลุ่มบริษัทลุฟท์ฮันซ่าจะมีสภาพคล่องซึ่งเป็นจำนวนเงินทั้งหมด 1.6 พันล้านยูโร</p>

<p>ข่าวประชาสัมพันธ์จากลุฟท์ฮันซ่า</p>]]>
        
    </content>
</entry>
<entry>
    <title>เอทิฮัดเริ่มใช้ข้อบังคับการขนสัมภาระติดตัว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.hflight.net/MT/news/2007/11/200711002069.shtml" />
    <link rel="service.edit" type="application/atom+xml" href="http://www.hflight.net/cgi-bin/MT/mt-atom.cgi/weblog/blog_id=1/entry_id=2069" title="เอทิฮัดเริ่มใช้ข้อบังคับการขนสัมภาระติดตัว" />
    <id>tag:www.hflight.net,2007:/MT/news//1.2069</id>
    
    <published>2007-11-13T15:29:29Z</published>
    <updated>2007-11-13T15:29:30Z</updated>
    
    <summary>กรุงเทพฯ ประเทศไทย อาคันตุกะผู้ทรงเกียรติที่ใช้บริการจากสายการบินเอทิฮัด สายการบินแห่งชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้บริการเที่ยวบินจากกรุงเทพฯสู่เมืองอาบูดาบีทุกวัน วันละ 2 เที่ยวบิน และอีก 45 จุดหมายปลายทางทั่วโลก จะเริ่มใช้ข้อบังคับใหม่สำหรับสัมภาระติดตัวตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนเป็นต้นไป โดยจะเริ่มใช้ ณ ท่าอากาศยานกรุงอาบูดาบี อาคาร 1 และ 1A เพื่อเป็นการตอบรับนโยบาย ที่ใช้บังคับในทวีปยุโรปและอเมริกาในปัจจุบัน ของเหลว สเปรย์ และเจลทุกชนิด ซึ่งผู้โดยสารต้องการนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินจะต้องบรรจุในภาชนะขนาดไม่เกิน 100 มิลลิลิตร และภาชนะทุกชนิดจะต้องบรรจุลงในถุงพลาสติกใสที่ปิดผนึกได้ และความจุรวมของภาชนะทั้งหมดจะต้องไม่เกินหนึ่งลิตร เพื่อป้องกันความล่าช้าและความไม่สะดวกที่อาจเกิดขึ้น ณ ท่าอากาศยาน ทางเอทิฮัดได้ประชาสัมพันธ์กฎข้อบังคับใหม่ดังกล่าวให้อาคันตุกะผู้ทรงเกียรติทราบ ก่อนเริ่มมีการบังคับใช้ มร. เกียร์ท โบเวน รองประธานเจ้าหน้่าที่บริหาร...</summary>
    <author>
        <name>HFlight News Agent</name>
        <uri>http://www.hflight.net</uri>
    </author>
            <category term="ข่าวสายการบิน" />
    
    <content type="html" xml:lang="en" xml:base="http://www.hflight.net/MT/news/">
        <![CDATA[<p>กรุงเทพฯ ประเทศไทย</p>

<p> </p>

<p>อาคันตุกะผู้ทรงเกียรติที่ใช้บริการจากสายการบินเอทิฮัด สายการบินแห่งชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้บริการเที่ยวบินจากกรุงเทพฯสู่เมืองอาบูดาบีทุกวัน วันละ 2 เที่ยวบิน และอีก 45 จุดหมายปลายทางทั่วโลก จะเริ่มใช้ข้อบังคับใหม่สำหรับสัมภาระติดตัวตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนเป็นต้นไป โดยจะเริ่มใช้ ณ ท่าอากาศยานกรุงอาบูดาบี อาคาร 1 และ 1A</p>

<p> </p>

<p>เพื่อเป็นการตอบรับนโยบาย ที่ใช้บังคับในทวีปยุโรปและอเมริกาในปัจจุบัน ของเหลว สเปรย์ และเจลทุกชนิด ซึ่งผู้โดยสารต้องการนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินจะต้องบรรจุในภาชนะขนาดไม่เกิน 100 มิลลิลิตร และภาชนะทุกชนิดจะต้องบรรจุลงในถุงพลาสติกใสที่ปิดผนึกได้ และความจุรวมของภาชนะทั้งหมดจะต้องไม่เกินหนึ่งลิตร</p>

<p> </p>

<p>เพื่อป้องกันความล่าช้าและความไม่สะดวกที่อาจเกิดขึ้น ณ ท่าอากาศยาน ทางเอทิฮัดได้ประชาสัมพันธ์กฎข้อบังคับใหม่ดังกล่าวให้อาคันตุกะผู้ทรงเกียรติทราบ ก่อนเริ่มมีการบังคับใช้</p>

<p> </p>

<p>มร. เกียร์ท โบเวน รองประธานเจ้าหน้่าที่บริหาร ฝ่ายขายและบริการ สายการบินเอทิฮัด กล่าวว่า &#8220;สายการบินเอทิฮัดได้ประชาสัมพันธ์ข้อบังคับใหม่แก่อาคันตุกะผู้ทรงเกียรติของเราอย่างต่อเนื่องเพื่อจะได้ปฏิบัติตามโดยทั่วกัน เรามีพนักงานประจำอยู่ทั่วท่าอากาศยาน และโต๊ะประชาสัมพันธ์ในจุดต่าง ๆ เพื่อลดความไม่สะดวกต่างๆ อันอาจจะเกิดขึ้นกับอาคันตุกะผู้ทรงเกียรติของเรา&#8221;</p>

<p> </p>

<p>กฎข้อบังคับใหม่นี้ระบุว่าถุงพลาสติกใสทุกใบจะต้องทำการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำท่าอากาศยาน โดยปฏิบัติตามมาตรฐานขององค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ)</p>

<p> </p>

<p>อาคันตุกะผู้ทรงเกียรติที่ซื้อของเหลว สเปรย์ และเจล ซึ่งมีวางจำหน่ายในส่วนจำหน่ายสินค้าปลอดภาษีในบริเวณท่าอากาศยานอาบูดาบีและบนเครื่องบิน จะได้รับ &#8220;ถุงที่ผ่านการรับรองด้านความปลอดภัยหรือ STAB (security tamper evident bag)&#8221; ฟรีสำหรับบรรจุสินค้าเหล่านี้</p>

<p> </p>

<p>ยารักษาโรค อาหารสำหรับเด็กทารก และอาหารพิเศษบางชนิดอาจได้รับการอนุญาตให้นำติดตัวขึ้นไปบนเครื่องบินได้เป็นกรณีพิเศษ หากมีความจำเป็น อย่างไรก็ดี สิ่งที่สายการบินเอทิฮัดต้องการคือความร่วมมือจากอาคันตุกะผู้ทรงเกียรติทุกท่าน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบสัมภาระของทุกท่านให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้   </p>

<p> <br />
ข่าวประชาสัมพันธ์จากสายการบินเอทิฮัด</p>]]>
        
    </content>
</entry>
<entry>
    <title>แอร์เอเชียคว้ารางวัลสายการบินแห่งปีจากคาปา (CAPA)</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.hflight.net/MT/news/2007/11/200711002065.shtml" />
    <link rel="service.edit" type="application/atom+xml" href="http://www.hflight.net/cgi-bin/MT/mt-atom.cgi/weblog/blog_id=1/entry_id=2065" title="แอร์เอเชียคว้ารางวัลสายการบินแห่งปีจากคาปา (CAPA)" />
    <id>tag:www.hflight.net,2007:/MT/news//1.2065</id>
    
    <published>2007-11-05T11:40:23Z</published>
    <updated>2007-11-05T11:40:23Z</updated>
    
    <summary> โทนี เฟอร์นันเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินแอร์เอเชีย และนายทัศพลแบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชียร่วมกันรับมอบรางวัลสายการบินแห่งปี จากคาปา (สมาคมการบินแห่งเอเชียแปซิฟิก) พิธีมอบรางวัลดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2550 ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานประชุมเรื่องการบินประจำปี 2550 ครั้งที่ 4 ในงานมีบุคลากรด้านการบินของประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และตะวันออกกลางเข้าร่วมงานกว่า 300 คน ในการคัดเลือกสายการบินที่สมควรได้รับรางวัลสายการบินแห่งปี คณะกรรมการพิจารณาจากสายการบินที่เป็นผู้นำตลาด เป็นต้นแบบให้แก่สายการบินอื่นๆ และมีมีอิทธิผลต่อการพัฒนาการของอุตสาหรรมการบินในภูมิภาค ซึ่งคณะกรรมการต่างเล็งเห็นว่าสายการบินแอร์เอเชียเป็นสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค อีกทั้งยังมีอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมการบินในภูมิภาคนี้อย่างยิ่งยวด จึงเป็นผู้สมควรได้รับรางวัล &amp;#8220;ในประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมการบิน สายการบินแอร์แอร์เอเชียได้ทะยานเข้าสู่แวดวงอุตสากรรมการบินและเติบโตอย่างก้าวกระโดดในเวลาเพียง 5 ปี และได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้แก่ธุรกิจสายการบินราคาประหยัด ทำให้รูปแบบและทัศนคติในการดำเนินนโยบายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการบินของรัฐบาลเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น&amp;#8221; มร.ปีเตอร์ ฮาบิสัน ประธานกรรมการคาปา (สมาคมการบินแห่งเอเชียแปซิฟิก) มร.ฮาบิสัน กล่าวเพิ่มเติมว่า...</summary>
    <author>
        <name>HFlight News Agent</name>
        <uri>http://www.hflight.net</uri>
    </author>
            <category term="ข่าวสายการบิน" />
    
    <content type="html" xml:lang="en" xml:base="http://www.hflight.net/MT/news/">
        <![CDATA[<p> โทนี เฟอร์นันเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินแอร์เอเชีย และนายทัศพลแบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชียร่วมกันรับมอบรางวัลสายการบินแห่งปี จากคาปา  (สมาคมการบินแห่งเอเชียแปซิฟิก)</p>

<p>         พิธีมอบรางวัลดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2550 ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานประชุมเรื่องการบินประจำปี 2550 ครั้งที่ 4 ในงานมีบุคลากรด้านการบินของประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และตะวันออกกลางเข้าร่วมงานกว่า 300 คน</p>

<p>         ในการคัดเลือกสายการบินที่สมควรได้รับรางวัลสายการบินแห่งปี คณะกรรมการพิจารณาจากสายการบินที่เป็นผู้นำตลาด เป็นต้นแบบให้แก่สายการบินอื่นๆ และมีมีอิทธิผลต่อการพัฒนาการของอุตสาหรรมการบินในภูมิภาค ซึ่งคณะกรรมการต่างเล็งเห็นว่าสายการบินแอร์เอเชียเป็นสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค อีกทั้งยังมีอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมการบินในภูมิภาคนี้อย่างยิ่งยวด จึงเป็นผู้สมควรได้รับรางวัล</p>

<p>         &#8220;ในประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมการบิน สายการบินแอร์แอร์เอเชียได้ทะยานเข้าสู่แวดวงอุตสากรรมการบินและเติบโตอย่างก้าวกระโดดในเวลาเพียง 5 ปี และได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้แก่ธุรกิจสายการบินราคาประหยัด ทำให้รูปแบบและทัศนคติในการดำเนินนโยบายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการบินของรัฐบาลเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น&#8221; มร.ปีเตอร์ ฮาบิสัน ประธานกรรมการคาปา (สมาคมการบินแห่งเอเชียแปซิฟิก)</p>

<p>         มร.ฮาบิสัน กล่าวเพิ่มเติมว่า &#8220;แอร์เอเชียไม่หยุดยั้งที่จะก้าวไปข้างหน้าและครองตำแหน่งผู้นำแห่งตลาดสายการบินราคาประหยัด ด้วยการเปิดตัว          AirAsia X สายการบินน้องใหม่ในเครือแอร์เอเชียกรุ๊ปที่ให้บริการในระยะไกล  เพื่อยืนยันว่าแอร์เอเชียเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมในอุตสาหกรรมการบินและมีส่วนช่วยกระตุ้นตลาดการท่องเที่ยวในภูมิภาค</p>

<p>นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์กล่าวถึงความภาคภูมิใจในนามของสายการบินในเครือแอร์เอเชียกรุ๊ปว่า &#8220;ไทยแอร์เอเชียภูมิใจในรางวัลสายการบินแห่งปีเป็นอย่างมาก เราไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนาตัวเองให้สมกับรางวัลที่ได้รับ นอกจากนี้ ไทยแอร์เอเชียกำลังก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ของการให้บริการ ด้วยการสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัสรุ่น A320 จำนวน 40 ลำ เราเชื่อว่าฝูงบินใหม่ป้ายแดงของเราจะทำให้เราสามารถเติบโตขึ้นอย่างมีเสถียรภาพ สามารถเพิ่มเส้นทางการบินที่น่าสนใจ เชื่อมการเดินทางจากศูนย์กลางการบินแต่ละเมืองได้มากขึ้น นั่นหมายถึง เราจะสามารถเพิ่มคุณภาพในการให้บริการลูกค้าได้มากขึ้น ผู้โดยสารของเราจะชื่นชมในความสะดวกสบายของแอร์บัส ชื่นชอบเบาะหนังนั่งสบาย บริเวณพักขาที่กว้างขึ้น ทำให้การเดินทางของทุกคนเต็มไปด้วยความสุข&#8221; </p>

<p>นายทัศพลได้กล่าวเพิ่มเติมว่า &#8220;เครื่องบินแอร์บัสลำแรกเริ่มให้บริการบินไปยังเส้นทางต่างๆ แล้วและในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมเราจะรับเครื่องบินรุ่นนี้เพิ่มอีก 2 ลำ โดยคาดว่าน่าจะบินไปยัง กัวลาลัมเปอร์ หาดใหญ่ ภูเก็ต และเชียงใหม่ และจาร์กาต้า</p>

<p>เครื่องบินแอร์บัส รุ่น A320 กำลังเข้ามาแทนเครื่องบินโบอิ้ง 737-300 ซึ่งประจำฝูงบินของสายการบินไทยแอร์เอเชียอยู่  มีพิสัยการบิน 5,700 กิโลเมตร หรือ 3,000 ไมล์ทะเล ด้วยการออกแบบทางวิศวกรรมที่มีประสิทธิภาพทำให้เครื่องบินรุ่นนี้เหมาะกับสายการบินราคาประหยัดเป็นอย่างมาก  และเครี่องบินรุ่นนี้กลายเป็นเครื่องบินรุ่นที่ขายดีที่สุด ด้วยการออกแบบที่คำนึงถึงประโยชน์การใช้งานสูงสุด พร้อมด้วยความสะดวกสบายในห้องโดยสาร อีกทั้งยังมีช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะที่กว้างขวางขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องบินที่ประหยัดพลังงานมากและมีมลภาวะทางเสียงและอากาศต่ำมาก</p>

<p>ข่าวประชาสัมพันธ์จากสายกาีรบินไทยแอร์เอเชีย</p>]]>
        
    </content>
</entry>

</feed> 

