HFlight รีวิวสายการบิน โรงแรม จองโรงแรมทั่วโลก - หน้าแรก
- กลับหน้าแรก -
หน้าแรก | จองโรงแรมที่พัก | ข่าวการบิน | Webboard | สายการบิน | กิน-เที่ยว-เดินทาง | รีวิวโรงแรม | คู่มือเที่ยวเมืองนอก | ลงโฆษณา

  
 

« October 2007 | Main | December 2007 »

November 22, 2007

รายแรกในประเทศไทยกับ เที่ยวบิน วัน ทู โก ชัตเติล ดอนเมือง -เชียงใหม่ -ดอนเมือง

รายแรกในประเทศไทยกับ เที่ยวบิน “วัน ทู โก ชัตเติล ดอนเมือง – เชียงใหม่ -ดอนเมือง”

พร้อมออกเดินทางเกือบทุกชั่วโมง รับประกันตรงเวลา

“เพราะเรารู้ว่าเวลามีคุณค่าสำหรับผู้โดยสาร” ล่าสุด วัน ทู โก ตอบรับความต้องการของผู้โดยสารในเรื่อง “ความสะดวกและการตรงเวลา” ของการเดินทางโดยเครื่องบิน ด้วยบริการใหม่ เที่ยวบิน “วัน ทู โก ชัตเติล ดอนเมือง – เชียงใหม่ - ดอนเมือง” ออกเดินทางเกือบทุกชั่วโมง รับประกันเรื่องตรงเวลา หากล่าช้าเกิน 2 ชั่วโมง คืน 50% ของค่าโดยสารในการซื้อครั้งต่อไป ให้บริการโดยเริ่มเส้นทางดอนเมือง – เชียงใหม่ – ดอนเมืองเป็นเส้นทางแรก ตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 เป็นต้นไป

ด้วยแนวคิด “Do it by heart - - การให้และลงมือทำจากใจที่แท้จริง วัน ทู โก” ได้มุ่งค้นหาความต้องการใหม่ๆ ในแต่ละยุคสมัยของผู้โดยสารที่มีต่อการเดินทางโดยเครื่องบิน และผลสำรวจวิจัยก็พบว่าความต้องการของผู้โดยสารส่วนใหญ่ให้ความสำคัญอย่างมากกับเรื่องของเวลาและความสะดวกระหว่างการเดินทางในแต่ละครั้ง รวมไปถึงการตรงต่อเวลา ไม่ดีเลย์, การวางแผนการเดินทางที่ง่ายและสะดวกขึ้น, ไม่ต้องกังวลเรื่องจองที่นั่ง ,ความสบายใจที่มีเที่ยวบินแน่นอนให้เลือกเวลาที่สะดวก รวมถึงกรณีที่ต้องเดินทางอย่างเร่งด่วน จากผลวิจัยจึงเป็นที่มาของบริการใหม่เที่ยวบิน “วัน ทู โก ชัตเติล “ดอนเมือง – เชียงใหม่ – ดอนเมือง” ขึ้น นับว่าเป็นการเปิดบริการเที่ยวบินชัตเติลที่ตอบรับความต้องการและความจำเป็นของกลุ่มคนยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องของเวลาและความสะดวกได้ค่อนข้างดี

นอกจากนี้แล้ว ทางสายการบิน วัน ทู โก ยังเสนอสิทธิพิเศษเพื่อต้อนรับเทศกาลยี่เป็งและต้อนรับลมหนาวระหว่างวันที่ 22 พฤศจิกายน 2550 - 31 มกราคม 2551 ** ด้วยการลด 200 บาทสำหรับผู้ซื้อตั๋วโดยสารไป-กลับทุกเส้นทางอีกด้วย (ยกเว้นวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดยาว)

ข่าวประชาสัมพันธ์จากสายการบินวันทูโก

November 13, 2007

ข้อตกลงทางการบินเพื่อเพิ่มจุดหมายปลายทางในออสเตรเลียของเอทิฮัด

สายการบินแห่งชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้บริการเที่ยวบินจากกรุงเทพฯสู่เมืองอาบูดาบีทุกวัน วันละ 2 เที่ยวบิน และอีก 45 จุดหมายปลายทางทั่วโลก จะได้รับความสะดวกเพิ่มมากขึ้นสู่จุดหมายปลายทางในประเทศออสเตรเลีย ภายหลังข้อตกลงทางการบินกับสายการบินเวอร์จิ้นบลู สายการบินของประเทศออสเตรเลีย

โดยข้อตกลงที่จะมีผลทันทีนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่อาคันตุกะผู้ทรงเกียรติของสายการบินเอทิฮัดในการเดินทางต่อจากเมืองอาบูดาบีสู่กรุงซิดนีย์และบริสเบน จากนั้นสามารถเดินทางต่อไปยัง 22 เมืองทั่วประเทศออสเตรเลีย

มร. เจมส์ โฮแกน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเอทิฮัด กล่าว “ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสายการบินเวอร์จิ้นบลูจะช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์ด้านการเดินทางและจุดหมายในอนาคตอย่างมากแก่อาคันตุกะผู้ทรงเกียรติที่เดินทางสู่ออสเตรเลีย”

“เอทิฮัดมุ่งมั่นในการขยายจุดหมายปลายทางทั่วโลกให้มากที่สุดเพื่ออาคันตุกะผู้ทรงเกียรติของเรา ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเส้นทางบินใหม่หรือผ่านข้อตกลงทางการบินกับสายการบินอื่น อาทิ ข้อตกลงกับเวอร์จิ้นบลู”

เอทิฮัดเปิดให้บริการเที่ยวบินทุกวันจากกรุงอาบูดาบีสู่กรุงซิดนีย์ในเดือนมีนาคม 2550 ซึ่งตามมาด้วยการเปิดบริการ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์สู่บริสเบน เมืองใหญ่แห่งรัฐควีนส์แลนด์ ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา

เส้นทางซิดนีย์ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำเร็จ ด้วยจำนวนอาคันตุกะผู้ทรงเกียรติกว่า 60,000 คน นับตั้งแต่วันเปิดให้บริการ และภายในเดือนมีนาคม 2551 เอทิฮัดจะเพิ่มบริการเป็น 11 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

สายการบินเวอร์จิ้นบลูให้บริการกว่า 2,100 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ทั่วประเทศออสเตรเลีย ไม่ว่าจะเป็นเมืองที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ อาเดเลด, เมลเบิร์น, เพิร์ท, ไคนส์ และดาร์วิน

มร. เบรท ก๊อดเฟรย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเวอร์จิ้นบลู กล่าว “นับเป็นคำมั่นสัญญาของเราเสมอมาในการมอบสิ่งดีๆให้แก่ผู้โดยสาร ข้อตกลงทางการบินครั้งนี้กับสายการการเอทิฮัดจะทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางทั่วโลกได้สะดวก รวดเร็วและมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน”

“พันธมิตรใหม่ของเราในครั้งนี้หมายรวมถึงการที่ผู้โดยสารของเราสามารถเดินทางจากที่ใดก็ได้ในเครือข่ายของเวอร์จิ้นบลูสู่ 45 จุดหมายปลายทางของเอทิฮัดด้วยความง่ายดาย”

ข่าวประชาสัมพันธ์จากสายการบินเอทิฮัด

ลุฟท์ฮันซ่าแสดงผลประกอบการทางธุรกิจในช่วง 9 เดือนซึ่งเป็นผลกำไรมากกว่า 1พันล้านยูโร

ลุฟท์ฮันซ่าแสดงผลประกอบการทางธุรกิจในช่วง 9 เดือนซึ่งเป็นผลกำไรมากกว่า 1พันล้านยูโร

มร.ไมเยอร์ฮูเบอร์ คาดหมายที่จะได้รับผลกำไรกว่า 1.3 พันล้านยูโรตลอดทั้งปี

กลุ่มธุรกิจของสายการบินลุฟท์ฮันซ่าแสดงผลกำไรจากการประกอบการทางธุรกิจในช่วง 9 เดือนที่เพิ่มมากขึ้นมากกว่าร้อยละ 57 หรือเป็นจำนวนเงินมากกว่า 1.1 พันล้านยูโร ลุฟท์ฮันซ่าได้พิสูจน์ความสำเร็จด้วยการสร้างผลกำไรดังกล่าวแม้ว่าตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาจะได้เกิดภาวะราคาน้ำมันที่สูงขึ้นผนวกกับความผันผวนของตลาดการเงินระดับนานาชาติ รวมถึงการแข่งขันทางธุรกิจที่เพิ่มมากขึ้น หากแต่ปัจจัยต่างๆเหล่านี้มิได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อธุรกิจของสายการบินลุฟท์ฮันซ่าแต่อย่างใด มร.วูฟล์กัง ไมเยอร์ฮูเบอร์ ประธานและประธานกรรมการบริหารของสายการบินลุฟท์ฮันซ่าประกาศอย่างมั่นใจว่า “ทางเราคาดหมายที่จะได้ผลกำไรที่เพิ่มมากขึ้นเป็นจำนวนมากกว่า 1.3 พันล้านยูโรในสิ้นปีนี้” ผลกำไรและความสำเร็จในครั้งนี้จะเป็นการสร้างสถิติครั้งใหม่ให้กับกลุ่มธุรกิจของสายการบินลุฟท์ฮันซ่า “ด้วยผลประกอบการที่ประสบความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นรากฐานที่มั่นคง และทำให้สายการบินลุฟท์ฮันซ่ามีสถานภาพที่แข็งแกร่งภายใต้การแข่งขันที่เพิ่มสูงมากขึ้น และนี่คือจุดมุ่งหมายที่แน่วแน่ของเรา”มร.ไมเยอร์ฮูเบอร์กล่าวเสริม “เรามีความต้องการที่จะทำให้สายการบินลุฟท์ฮันซ่ามีมูลค่ามากขึ้นสำหรับผู้ถือหุ้น และเป็นสายการบินที่สามารถตอบสนองความต้องการของนักเดินทางได้อย่างต่อเนื่อง” ผลประกอบการในไตรมาสที่ 3 นี้เป็นผลลัพท์ของความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากผลประกอบการที่ดีของทุกกลุ่มธุรกิจของลุฟท์ฮันซ่า ทุกๆกลุ่มธุรกิจได้ดำเนินการตามรูปแบบการใช้กลยุทธของกลุ่มอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายชัดเจนที่จะสร้างผลกำไรให้บรรลุผลสูงสุด พร้อมไปกับการการคำนึงถึงเป้าหมายหลักที่สำคัญอื่นๆอีกด้วย ในส่วนของกลุ่มธุรกิจหลักซึ่งคือธุรกิจการบินนั้น ผลประกอบการของสายการบินสวิสได้ถูกนำมาเข้าร่วมกับผลประกอบการณ์ของกลุ่มบริษัทลุฟท์ฮันซ่าอย่างสมบูรณ์ในเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา สายการบินสวิสเองสามารถดำเนินการทางธุรกิจที่เติบโตอย่างมั่นคง เฉกเช่นเดียวกับสายการบินลุฟท์ฮันซ่า สายการบินในกลุ่มของเราได้ทำการสั่งซื้อเครื่องบินลำใหม่จำนวน 170 ลำ ซึ่งเป็นการลงทุนมากถึง 14 พันล้านยูโร เพื่อแสดงเจตนาที่ต้องการจะช่วยเหลือในการดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อม “การใช้เครื่องบินที่มีประสิทธิภาพในการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิงสูง และมีเทคโนโลยีอันทันสมัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะสร้างมาตรฐานความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเปรียบเสมือนเครื่องหมายการค้าของเรา” มร.ไมเยอร์ฮูเบอร์ กล่าวเสริม

ลุฟท์ฮันซ่าขยายความเป็นผู้นำทางธุรกิจ

มร.ไมเยอร์ฮูเบอร์ได้แสดงเจตจำนงค์อย่างชัดเจนในการดำเนินธุรกิจในอนาคตที่มุ่งเน้นในการเติบโตอย่างมั่นคง พร้อมไปกับการสร้างผลกำไรสูงสุด “พวกเราจะไม่หยุดพักเพื่อชื่นชมในความสำเร็จของเรา เนื่องจากพวกเราตระหนักดีว่าการที่เราไม่ก้าวต่อไปข้างหน้า ก็จะต้องเป็นการถอยหลังในที่สุด ถ้าเราต้องการจะทะยานขึ้นสู่ฟ้า เราต้องเลือกที่จะลดน้ำหนักบางส่วนออกไป ถ้าเราต้องการที่จะก้าวต่อไป เราต้องการแรงผลักดันในการก้าวเดิน พวกเราจะมุ่งเน้นในการดูแลและให้บริการที่ดีกับผู้โดยสาร พร้อมไปกับการวางแผนควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง เรามีความมั่นใจในการลงทุนในตลาดใหม่ เราต้องพัฒนาขีดความสามารถ และเตรียมตัวให้พร้อมอยู่ตลอดสำหรับอนาคต ทุกท่านมั่นใจได้เลยว่าเรามองไปในอนาคตข้างหน้ามากกว่าหยุดอยู่กับผลประกอบการทางธุรกิจที่จะเกิดในทุกๆไตรมาส และทุกๆปี” ความคิดริเริ่มของกลุ่มที่เรียกว่า “การยกระดับความเป็นผู้นำทางธุรกิจ (Upgrade to Industry Leadership)” จะเป็นกุญแจและหลักเกณฑ์สำคัญซึ่งนำไปสู่ความสำเร็จ “พวกเรามีความต้องการที่จะรวมกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อสร้างและขยายความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการบินนี้” ประธานผู้บริหารกล่าวอย่างจริงจังว่า “ความเปลี่ยนแปลงคือสิ่งที่พวกเราต้องการ”

ลุฟท์ฮันซ่ามีความต้องการที่จะปฏิรูปสิ่งใหม่ๆ คิดและทำในรูปแบบของนักลงทุน สิ่งที่ไม่มีประสิทธิภาพจะต้องถูกขจัดออกไป “นี่จะไม่ใช่การปฏิรูปเพียงแค่ภาพรวมใหญ่ๆทั้งหมดแต่ยังเป็นการปฏิรูปที่เจาะลึกไปในทุกๆรายละเอียด ทางเราต้องการให้ทุกๆคนในกลุ่มธุรกิจของเราทำงานในหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือการบริการในรูปแบบใหม่ๆอีกด้วย” มร.วูฟล์กัง ไมเยอร์ฮูเบอร์ กล่าวอย่างจริงจังที่แฟรงค์เฟริ์ตว่า กลุ่มธุรกิจของเรามีความเชื่อมั่นในศักยภาพ คำนึงความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงมีความต้องการที่จะบริหารการเงินอย่างมีประสิทธิภาพด้วยการสร้างสิ่งก่อสร้างใหม่ๆที่เป็นองค์ประกอบที่จำเป็นอย่างยิ่งในการเติบโตของบริษัท กลุ่มบริษัทของลุฟท์ฮันซ่าจึงตัดสินใจที่จะลงทุนมากกว่า 1 พันล้านยูโรเพื่อสร้างตึก อาคาร และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในภูมิภาคไรน์-เมน(Rhine-Main region) และด้วยความเป็นมาดังกล่าวนี้ ประธานและประธานผู้บริหารของสายการบินลุฟท์ฮันซ่าจึงอยากให้มีการไตร่ตรองด้วยเหตุผลเพื่อสนับสนุนให้มีนโยบายสำหรับการกำหนดเที่ยวบินในเวลากลางคืนในเมืองแฟรงค์เฟริ์ต “การกำหนดห้ามมิให้มีเที่ยวบินในเวลากลางคืนโดยสิ้นเชิงจะเป็นข้อผิดพลาดที่ร้ายแรงซึ่งส่งผลกระทบโดยรวมไปสู่ทั่วทั้งภูมิภาค การขนส่งสินค้าและการคมนาคมของผู้โดยสารทางอากาศจะถูกย้ายและเปลี่ยนแปลงจากเมืองแฟรงค์เฟริ์ตไปสู่ท่าอาศยานนานาชาติอื่นๆ และจากผลกระทบดังกล่าวนี้จะทำให้ผู้คนกว่าหลายพันคนต้องเสี่ยงกับการว่างงาน”

ตัวเลขผลประกอบการในไตรมาสที่ 3 ของปี 2550

ในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2550 กลุ่มบริษัทลุฟท์ฮันซ่าสามารถสร้างรายได้โดยรวมได้ถึง 16.4 พันล้านยูโร ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 9.3 เมื่อเทียบกับเก้าเดือนแรกของปีที่แล้ว รวมทั้งการสร้างรายได้จากการจราจรทางอากาศที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนเงินกว่า 12.7 พันล้านยูโร คิดเป็นร้อยละ 9.8 ตัวเลขในไตรมาสที่ 3 นับเป็นครั้งแรกที่มีการรวมผลประกอบการของสายการบินสวิสในผลประกอบการของกลุ่มซึ่งเริ่มมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายนที่ผ่านมา ด้วยประสิทธิผลของการรวมกันเป็นหนึ่งและจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องที่ถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาและทำให้รายได้จากผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจทั้งหมดเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.7 หรือเป็นจำนวนเงินกว่า 17.5 พันล้านยูโร ส่วนของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นทั้งหมดร้อยละ 7.6 หรือ เป็นจำนวนเงิน 16.3 พันล้านยูโร ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่ต่ำกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับอัตราการเจริญเติบโต ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่นั้นเกิดขึ้นเนื่องจากการขยายตัวทางธุรกิจและการรวมผลประกอบการของสายการบินสวิส อย่างไรก็ตามสายการบินลุฟท์ฮันซ่าได้แสดงผลกำไรจากการประกอบการทางธุรกิจที่สร้างสถิติใหม่ในช่วงไตรมาส 3 ที่เพิ่มมากขึ้นมากกว่าร้อยละ 57 หรือเป็นจำนวนเงินมากกว่า 1.1 พันล้านยูโร เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 3 ของปีที่แล้ว

กลุ่มบริษัทสามารถเพิ่มผลประกอบการทางการเงินขึ้นกว่า 60 ล้าน เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วซึ่งมีผลประกอบการคุ้มทุน การเพิ่มขึ้นของผลประกอบการทางการเงินดังกล่าวเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงภาษีสำหรับบริษัทในประเทศเยอรมันนีในเดือนกรกฎาคม กลุ่มบริษัทของลุฟท์ฮันซ่าได้รับการลดภาษีซึ่งเป็นจำนวนเงินกว่า 211 ล้านยูโร ซึ่งถ้านำไปผนวกกับผลกำไร 503 ล้านยูโรอันได้จากการขายหุ้นของ Thomas Cook จะทำให้ผลประกอบการทางการเงินเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนกว่า 1.6 พันล้านยูโร (ปี2549:414 ล้านยูโร) ส่วนค่าใช้จ่ายทางการลงทุนในช่วงเก้าเดือนแรกของกลุ่มบริษัทคิดเป็นจำนวนโดยรวม 925 ล้านยูโร ซึ่ง 885 ล้านยูโรของค่าใช้จ่ายดังกล่าวถูกใช้ไปกับการสั่งซื้อเครื่องบินโดยสารใหม่ ส่วนจำนวนเงินสดหมุนเวียนนั้นอยู่ที่ 2 พันล้านยูโร และ ในวันที่ 30 กันยายน 2550 กลุ่มบริษัทลุฟท์ฮันซ่าจะมีสภาพคล่องซึ่งเป็นจำนวนเงินทั้งหมด 1.6 พันล้านยูโร

ข่าวประชาสัมพันธ์จากลุฟท์ฮันซ่า

เอทิฮัดเริ่มใช้ข้อบังคับการขนสัมภาระติดตัว

กรุงเทพฯ ประเทศไทย

อาคันตุกะผู้ทรงเกียรติที่ใช้บริการจากสายการบินเอทิฮัด สายการบินแห่งชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้บริการเที่ยวบินจากกรุงเทพฯสู่เมืองอาบูดาบีทุกวัน วันละ 2 เที่ยวบิน และอีก 45 จุดหมายปลายทางทั่วโลก จะเริ่มใช้ข้อบังคับใหม่สำหรับสัมภาระติดตัวตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนเป็นต้นไป โดยจะเริ่มใช้ ณ ท่าอากาศยานกรุงอาบูดาบี อาคาร 1 และ 1A

เพื่อเป็นการตอบรับนโยบาย ที่ใช้บังคับในทวีปยุโรปและอเมริกาในปัจจุบัน ของเหลว สเปรย์ และเจลทุกชนิด ซึ่งผู้โดยสารต้องการนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินจะต้องบรรจุในภาชนะขนาดไม่เกิน 100 มิลลิลิตร และภาชนะทุกชนิดจะต้องบรรจุลงในถุงพลาสติกใสที่ปิดผนึกได้ และความจุรวมของภาชนะทั้งหมดจะต้องไม่เกินหนึ่งลิตร

เพื่อป้องกันความล่าช้าและความไม่สะดวกที่อาจเกิดขึ้น ณ ท่าอากาศยาน ทางเอทิฮัดได้ประชาสัมพันธ์กฎข้อบังคับใหม่ดังกล่าวให้อาคันตุกะผู้ทรงเกียรติทราบ ก่อนเริ่มมีการบังคับใช้

มร. เกียร์ท โบเวน รองประธานเจ้าหน้่าที่บริหาร ฝ่ายขายและบริการ สายการบินเอทิฮัด กล่าวว่า “สายการบินเอทิฮัดได้ประชาสัมพันธ์ข้อบังคับใหม่แก่อาคันตุกะผู้ทรงเกียรติของเราอย่างต่อเนื่องเพื่อจะได้ปฏิบัติตามโดยทั่วกัน เรามีพนักงานประจำอยู่ทั่วท่าอากาศยาน และโต๊ะประชาสัมพันธ์ในจุดต่าง ๆ เพื่อลดความไม่สะดวกต่างๆ อันอาจจะเกิดขึ้นกับอาคันตุกะผู้ทรงเกียรติของเรา”

กฎข้อบังคับใหม่นี้ระบุว่าถุงพลาสติกใสทุกใบจะต้องทำการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำท่าอากาศยาน โดยปฏิบัติตามมาตรฐานขององค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ)

อาคันตุกะผู้ทรงเกียรติที่ซื้อของเหลว สเปรย์ และเจล ซึ่งมีวางจำหน่ายในส่วนจำหน่ายสินค้าปลอดภาษีในบริเวณท่าอากาศยานอาบูดาบีและบนเครื่องบิน จะได้รับ “ถุงที่ผ่านการรับรองด้านความปลอดภัยหรือ STAB (security tamper evident bag)” ฟรีสำหรับบรรจุสินค้าเหล่านี้

ยารักษาโรค อาหารสำหรับเด็กทารก และอาหารพิเศษบางชนิดอาจได้รับการอนุญาตให้นำติดตัวขึ้นไปบนเครื่องบินได้เป็นกรณีพิเศษ หากมีความจำเป็น อย่างไรก็ดี สิ่งที่สายการบินเอทิฮัดต้องการคือความร่วมมือจากอาคันตุกะผู้ทรงเกียรติทุกท่าน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบสัมภาระของทุกท่านให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้


ข่าวประชาสัมพันธ์จากสายการบินเอทิฮัด

November 05, 2007

แอร์เอเชียคว้ารางวัลสายการบินแห่งปีจากคาปา (CAPA)

โทนี เฟอร์นันเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินแอร์เอเชีย และนายทัศพลแบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชียร่วมกันรับมอบรางวัลสายการบินแห่งปี จากคาปา (สมาคมการบินแห่งเอเชียแปซิฟิก)

พิธีมอบรางวัลดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2550 ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานประชุมเรื่องการบินประจำปี 2550 ครั้งที่ 4 ในงานมีบุคลากรด้านการบินของประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และตะวันออกกลางเข้าร่วมงานกว่า 300 คน

ในการคัดเลือกสายการบินที่สมควรได้รับรางวัลสายการบินแห่งปี คณะกรรมการพิจารณาจากสายการบินที่เป็นผู้นำตลาด เป็นต้นแบบให้แก่สายการบินอื่นๆ และมีมีอิทธิผลต่อการพัฒนาการของอุตสาหรรมการบินในภูมิภาค ซึ่งคณะกรรมการต่างเล็งเห็นว่าสายการบินแอร์เอเชียเป็นสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค อีกทั้งยังมีอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมการบินในภูมิภาคนี้อย่างยิ่งยวด จึงเป็นผู้สมควรได้รับรางวัล

“ในประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมการบิน สายการบินแอร์แอร์เอเชียได้ทะยานเข้าสู่แวดวงอุตสากรรมการบินและเติบโตอย่างก้าวกระโดดในเวลาเพียง 5 ปี และได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้แก่ธุรกิจสายการบินราคาประหยัด ทำให้รูปแบบและทัศนคติในการดำเนินนโยบายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการบินของรัฐบาลเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น” มร.ปีเตอร์ ฮาบิสัน ประธานกรรมการคาปา (สมาคมการบินแห่งเอเชียแปซิฟิก)

มร.ฮาบิสัน กล่าวเพิ่มเติมว่า “แอร์เอเชียไม่หยุดยั้งที่จะก้าวไปข้างหน้าและครองตำแหน่งผู้นำแห่งตลาดสายการบินราคาประหยัด ด้วยการเปิดตัว AirAsia X สายการบินน้องใหม่ในเครือแอร์เอเชียกรุ๊ปที่ให้บริการในระยะไกล เพื่อยืนยันว่าแอร์เอเชียเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมในอุตสาหกรรมการบินและมีส่วนช่วยกระตุ้นตลาดการท่องเที่ยวในภูมิภาค

นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์กล่าวถึงความภาคภูมิใจในนามของสายการบินในเครือแอร์เอเชียกรุ๊ปว่า “ไทยแอร์เอเชียภูมิใจในรางวัลสายการบินแห่งปีเป็นอย่างมาก เราไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนาตัวเองให้สมกับรางวัลที่ได้รับ นอกจากนี้ ไทยแอร์เอเชียกำลังก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ของการให้บริการ ด้วยการสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัสรุ่น A320 จำนวน 40 ลำ เราเชื่อว่าฝูงบินใหม่ป้ายแดงของเราจะทำให้เราสามารถเติบโตขึ้นอย่างมีเสถียรภาพ สามารถเพิ่มเส้นทางการบินที่น่าสนใจ เชื่อมการเดินทางจากศูนย์กลางการบินแต่ละเมืองได้มากขึ้น นั่นหมายถึง เราจะสามารถเพิ่มคุณภาพในการให้บริการลูกค้าได้มากขึ้น ผู้โดยสารของเราจะชื่นชมในความสะดวกสบายของแอร์บัส ชื่นชอบเบาะหนังนั่งสบาย บริเวณพักขาที่กว้างขึ้น ทำให้การเดินทางของทุกคนเต็มไปด้วยความสุข”

นายทัศพลได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “เครื่องบินแอร์บัสลำแรกเริ่มให้บริการบินไปยังเส้นทางต่างๆ แล้วและในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมเราจะรับเครื่องบินรุ่นนี้เพิ่มอีก 2 ลำ โดยคาดว่าน่าจะบินไปยัง กัวลาลัมเปอร์ หาดใหญ่ ภูเก็ต และเชียงใหม่ และจาร์กาต้า

เครื่องบินแอร์บัส รุ่น A320 กำลังเข้ามาแทนเครื่องบินโบอิ้ง 737-300 ซึ่งประจำฝูงบินของสายการบินไทยแอร์เอเชียอยู่ มีพิสัยการบิน 5,700 กิโลเมตร หรือ 3,000 ไมล์ทะเล ด้วยการออกแบบทางวิศวกรรมที่มีประสิทธิภาพทำให้เครื่องบินรุ่นนี้เหมาะกับสายการบินราคาประหยัดเป็นอย่างมาก และเครี่องบินรุ่นนี้กลายเป็นเครื่องบินรุ่นที่ขายดีที่สุด ด้วยการออกแบบที่คำนึงถึงประโยชน์การใช้งานสูงสุด พร้อมด้วยความสะดวกสบายในห้องโดยสาร อีกทั้งยังมีช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะที่กว้างขวางขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องบินที่ประหยัดพลังงานมากและมีมลภาวะทางเสียงและอากาศต่ำมาก

ข่าวประชาสัมพันธ์จากสายกาีรบินไทยแอร์เอเชีย

November 04, 2007

ลุฟท์ฮันซ่ารับรางวัลสายการบินยุโรปยอดเยี่ยมจากงาน TTG Asia Travel Awards 2007 ครั้งที่ 18

กรุงเทพฯ 5 พฤศจิกายน 2550 – ลุฟท์ฮันซ่าสายการบินเยอรมันได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในการเป็นสายการบินยุโรปยอดเยี่ยมจากงาน TTG Asia Travel Awards 2007 ครั้งที่ 18 ที่จัดขึ้น ณ กรุงเทพฯ ในวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2550

“ปี พ.ศ. 2550 เป็นปีที่วิเศษสุดของสายการบินลุฟท์ฮันซ่าในภูมิภาคเอชีย-แปซิฟิค พวกเรายังคงนำเสนอบริการที่มีคุณภาพซึ่งสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าของเราอย่างต่อเนื่อง การได้รับรางวัลสายการบินยุโรปยอดเยี่ยม แห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค จากงาน TTG Asia Travel Awards 2007 ครั้งที่ 18 ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของเราที่จะรักษามาตรฐานที่ดีที่สุดเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นการขยายเครือข่ายที่เพิ่มมากขึ้น การริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ การรักษาคุณภาพ การตรงต่อเวลา รวมทั้งการสร้างความเชื่อมั่นและเป็นที่ไว้วางใจสูงสุดจากลูกค้า” มร. อูเว่ มูลเลอร์ รองประธานผู้บริหารของสายการบินลุฟท์ฮันซ่าประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค กล่าว

ลุฟท์ฮันซ่าสายการบินเยอรมันให้บริการเที่ยวบิน ไป-กลับระหว่างกรุงเทพฯ และ เมืองแฟรงค์เฟิร์ต ทุกวัน โดย 3 เที่ยวบินสามารถเชื่อมเส้นทางต่อไปยังนครโฮจิมินท์ และอีก 4 เที่ยวบินสามารถเชื่อมเส้นทางต่อไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ เส้นทางการบินดังกล่าวทำให้สายการบินลุฟท์ฮันซ่าถือเป็นสายการบินยุโรปชั้นนำที่ให้บริการในภูมิภาคนี้ ด้วยเที่ยวบินเชื่อมต่อที่มากที่สุดไปสู่และจากทวีปยุโรป รวมทั้งไปสู่เมืองสำคัญอีกสองเมืองภายในภูมิภาค

ข่าวประชาสัมพันธ์จากสายการบินลุฟท์ฮันซ่า

November 02, 2007

เอทิฮัดสร้างสถิติจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

กรุงเทพฯ ประเทศไทย

สายการบินเอทิฮัด สายการบินแห่งชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้บริการเที่ยวบินจากกรุงเทพฯสู่เมืองอาบูดาบีทุกวัน วันละ 2 เที่ยวบิน และอีก 45 จุดหมายปลายทางทั่วโลก ให้บริการผู้โดยสารกว่า 3.3 ล้านคนในช่วงเก้าเดือนแรกของปี พ.ศ. 2550 เปรียบเทียบกับจำนวน 1.95 ล้านคนในช่วงเดียวกันของปี พ.ศ. 2549 โดยเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 70

สายการบินเอทิฮัดมีจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยร้อยละ 75 ทั่วทั้งเครือข่ายครอบคลุม 45 จุดหมายในช่วงไตรมาสที่สามของปี พ.ศ. 2550 ซึ่งครอบคลุมเดือนกรกฎาคม สิงหาคม และกันยายน

เมื่อเปรียบเทียบกับปี พ.ศ. 2549 จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นร้อยละ 9 ในขณะที่เอทิฮัดขยายเครือข่ายครอบคลุมทั่วโลกและเพิ่มจำนวนเครื่องบินอย่างต่อเนื่อง

มร. เจมส์ โฮแกน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเอทิฮัด กล่าว “ช่วงไตรมาสสุดท้ายเป็นช่วงที่ดีสำหรับเอทิฮัดเสมอมา ด้วยจำนวนผู้โดยสารในทุกชั้นที่นั่งที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าประทับใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นว่าการเพิ่มขึ้นนี้กระจายทั่วทั้งเครือข่ายพร้อมทั้งเส้นทางใหม่และเส้นทางเดิมก็ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม”

“ตารางการบินใหม่ของทางสายการบินเอทิฮัดในช่วงฤดูหนาว ซึ่งเริ่มไปเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ที่ผ่านมา จะช่วยเพิ่มจำนวนเที่ยวบินต่อสัปดาห์อีกร้อยละ 29 ซึ่งคาดว่าจำนวนผู้โดยสารจะเกินกว่าเป้าหมายที่เราคาดการณ์ไว้ที่ 4.5 ล้านคนสิ้นปีนี้”

ในช่วงไตรมาสที่สามของปี พ.ศ. 2550 ทุกเที่ยวบินของเอทิฮิดมีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นพร้อมทั้งสร้างสถิติจำนวนผู้โดยสารมากเป็นประวัติการณ์ในเส้นทางหลัก ซึ่งรวมถึงเครื่องบินซึ่งมีจำนวนผู้โดยสารกว่าร้อยละ 85 ในชั้นประหยัดบนเส้นทางลอนดอน ฮีทโธรว์ มะนิลา และโตรอนโต้

บริการใหม่สู่กรุงดับบลินได้รับการตอบรับอย่างรวดเร็วในฐานะที่เป็นเส้นทางที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยมีจำนวนผู้โดยสารโดยรวมร้อยละ 81 ส่วนเส้นทางซิดนี่ย์ซึ่งเปิดให้บริการในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก็ประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมโดยการมีจำนวนผู้โดยสารชั้นประหยัดเฉลี่ยร้อยละ 80 ในไตรมาสนี้

นอกจากนั้น ชั้นธุรกิจของเอทิฮัดยังมีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสที่สามของปี พ.ศ. 2550 โดยจำนวนผู้โดยสารบนเส้นทางลอนดอน ฮีทโธรว์ เฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 82 โตรอนโต้เฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 86 นิวยอร์กเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 77 และซิดนี่ย์เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 74

เส้นทางในตะวันออกกลาง ซึ่งประสบผลสำเร็จอย่างดีในช่วงไตรมาสรวมถึงดามัสกัสและอัมมาน ซึ่งจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 72 และ 75 ตามลำดับ

เส้นทางบินสู่ตอนเหนือของปากีสถานมีความต้องการจากตลาดอย่างมาก โดยมีจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยในชั้นประหยัดทั้งบนเส้นทางอิสลามาบัดและละฮอร์กว่าร้อยละ 90

มร.โฮแกน กล่าวเสริม “ในขณะที่การเติบโตของเราเป็นไปอย่างรวดเร็ว ผมต้องตระหนักถึงการสนับสนุนและความร่วมมืออย่างใกล้ชิดที่ทางเอทิฮัดมีอย่างต่อเนื่องกับบริษัทท่าอากาศยานอาบูดาบี, อาบูดาบี แอร์พอร์ต เซอร์วิสเซส และกระทรวงคมนาคมในการทำให้เกิดการเติบโตเหล่านี้ขึ้น”

สายการบินเอทิฮัดเปิดให้บริการ 8 เส้นทางบินใหม่ในปี พ.ศ. 2550 ได้แก่ ซิดนีย์ บริสเบน กัวลาลัมเปอร์ สิงคโปร์ โคชิ เตรุวันนันธะปุรัม มิลาน และดับบลิน

สายการบินฯเพิ่มเส้นทางที่ 45 ซึ่งเป็นจุดหมายที่ 9 ในปี 2550 ของเครือข่ายทั่วโลก ในวันที่ 28 ตุลาคม โดยเปิดให้บริการสู่กรุงกาฏมัณฑุในประเทศเนปาล ซึ่งการสำรองที่นั่งล่วงหน้าสำหรับเดือนพฤศจิกายนเพื่อเดินทางสู่เมืองหลวงของประเทศเนปาล มีจำนวนมากกว่าร้อยละ 65 แล้ว

ข่าวประชาสัมพันธ์จากสายการบินเอทิฮัด

ข่าวสายการบิน | เว็ปบอร์ด | Gallery | Dutyfree Shop | ติดต่อทีมงาน
มาเป็นเพื่อนบ้าน HFlight.net | ติดต่อลงโฆษณา

Copyright (C) 2004. Kosin Yeambunya. All rights reserved.

Hflight.net