HFlight รีวิวสายการบิน โรงแรม จองโรงแรมทั่วโลก - หน้าแรก
- กลับหน้าแรก -
หน้าแรก | จองโรงแรมที่พัก | ข่าวการบิน | Webboard | สายการบิน | กิน-เที่ยว-เดินทาง | รีวิวโรงแรม | คู่มือเที่ยวเมืองนอก | ลงโฆษณา

  
 

« September 2007 | Main | November 2007 »

October 31, 2007

ไทยแอร์เอเชียปลุกสนามบินระนองอีกครั้ง บินตรง 3 เที่ยวต่อสัปดาห์ หวังนักท่องเที่ยวไปทัวร์สุขภาพ อาบน้ำแร่แช่น้ำนม

วันที่ 30 ตุลาตม 2550 ณ โอเอซิส สปา กรุงเทพ ซอยสุขุมวิท 31 สายการบินไทยแอร์เอเชียได้แถลงเปิดเส้นทางบินกรุงเทพ - ระนองอย่างเป็นทางการ โดยนายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชียกล่าวว่าสายการบินจะเริ่มทำการบินเส้นทางบินกรุงเทพ - ระนอง แบบไปกลับ 3 เที่ยวบิน ต่อสัปดาห์ทุกวันอาคาร ศุกร์ และวันอาทิตย์ โดยจะเริ่มบิน 23 พฤศจิกายนนี้ โดยนายทัศพลมองว่าระนองมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว มีสถานที่ท่องเที่ยวด้านสุขภาพอย่างบ่อน้ำแร่ต่าง ๆ มากมาย ซึ่งในปัจจุบันนี้ได้มีการทำเป็นธุรกิจสปาที่ได้รับความนิยมจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ นอกจากนั้นยังมีแหล่งท่องเทียวอื่น ๆ มีอาหารทะเลสด รวมไปถึงการข้ามต่อยังไปเกาะสองของสหภาพเมียนมาร์ สำหรับเรื่องที่ระนองเป็นจังหวัดเล็กและไม่น่าจะมีผู้โดยสารมากนักนายทัศพลมองว่าเมื่อบินไปสักระยะสายการบินน่าจะทำตลาดและน่าจะอยู่ได้เช่นเดียวกับที่นราธิวาส เพราะเส้นทางบินนี้สายการบินได้รับการคุ้มครองสิทธิตามกฎของกรมขนส่งทางอากาศเช่นเดียวกัน
นางกาญจนาภา กี่หมัน ผู้ว่าราชการจังหวัดระนองซึ่งร่วมในการแถลงข่าวครั้งนี้ด้วยได้กล่าวว่ารู้สึกยินดีที่มีสายการบินกลับไปบินที่ระนองอีกครั้ง เพราะระนองเป็นจังหวัดที่เดินทางเข้าถึงลำบาก จะเดินทางโดยเครื่องบินยังสนามบินในจังหวัดข้างเคียงก็ไม่สะดวกนัก โดยที่ระนองมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายเช่น บ่อน้ำแร่ ภูเขา ธรรมชาติ ชายทะเล คิดว่าน่าจะเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวหากมีการคมนาคมที่สะดวกไปถึงได้ง่าย นอกจากนั้นรัฐบาลได้ส่งเสริมให้ระนองเป็นเมืองสปาที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้
นายทัศพลยังได้กล่าวถึงแผยการเปิดเส้นทางบินใหม่อื่น ๆ นั้นว่าเส้นทางใหม่อีกหนึ่งเส้นทางที่น่าจะเปิดได้ภายในปีนี้คือกรุงเทพ - จาการ์ต้า และในการแถลงข่าวครั้งนี้รองอธิบดีกรมขนส่งทางอากาศ ประธานหอการค้าจังหวัดระนองและนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดระนองยังได้ร่วมงานด้วย
สายการบินไทยแอร์เชียจะทำการบินเส้นทางบินกรุงเทพ - ระนอง 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 737-300 ขนาด 148 ที่นั่ง ในวันอังคาร ศุกร์และอาทิตย์ ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 15.10 น. ถึงระนองเวลา 16.15 น และออกจากระนอง 16.45 น. ถึงกรุงเทพ 17.50 น. สำหรับโปรโมชันเริ่มต้นในขณะนี้คิดราคาตั๋ว 99 บาท ไม่รวมภาษีและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ
สำหรับจังหวัดระนองนั้นนับว่าเป็นจังหวัดที่มีประชากรน้อยที่สุดของไทย ในอดีตก่อนหน้าไทยแอร์เอเชียจะมาบินเส้นทางนี้สายการบินภูเก็ตแอร์เคยทำการบินอยู่ แต่ต้องหยุดบินไปในปี 2548 หลังจากสายการบินภูเก็ตแอร์ประสบปัญหาเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยและประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจ

ทีมข่าว HFlight.net รายงาน

October 30, 2007

INTERNATIONAL LEASE FINANCE CORPORATION

International Lease Finance Corporation (ILFC) และแอร์บัสบรรลุข้อตกลงในการเปลี่ยนแปลงคำสั่งซื้อจากเดิมที่สั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัสเอ350 จำนวน16ลำ เป็นเครื่องบินแอร์บัสเอ350เอ็กซ์ดับเบิ้ลยูบี จำนวน20ลำ ILFC อันเป็นบริษัทในเครือ American International Group ถือเป็นบริษัทบริการเช่าซื้อเชิงพาณิชย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อคิดจากมูลค่าของฝูงบิน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงคำสั่งซื้อนี้ครอบคลุมทั้งเครื่องบินรุ่นเอ350-800 และรุ่นเอ350-900ในคำสั่งซื้อเดิม นอกจากนั้นยังให้สิทธิ์ ILFC ในการเลือกสั่งซื้อเครื่องบินรุ่นเอ350-1000 ได้หากต้องการ การเปลี่ยนมาสั่งซื้อเอ350เอ็กซ์ดับเบิ้ลยูบีครั้งนี้ ทำให้ยอดคำสั่งซื้อรวม ณ ปัจจุบันของเอ350เอ็กซ์ดับเบิ้ลยูบีเพิ่มเป็น 196 ลำจากลูกค้า 9 ราย

“แอร์บัสได้พัฒนาเครื่องบินที่มีความเป็นสุดยอดในทุกๆด้านและสามารถตอบสนองต่อความต้องการของ ILFC และตลาดโดยรวมได้เป็นอย่างดี” มร. สตีเว่น อัดวาร์ ฮาซี่ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของILFC กล่าว

“คำสั่งซื้อจาก ILFC ในครั้งนี้ สามารถกล่าวได้ว่าเป็นการยืนยันอีกครั้งจากผู้ประกอบการในภาคส่วนการเงินว่าเครื่องบินเอ350เอ็กซ์ดับเบิ้ลยูบี คือสุดยอดผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นเลิศและเป็นตัวเลือกอันยอดเยี่ยมสำหรับบริษัทบริการเช่าซื้อชั้นนำ เอ350เอ็กซ์ดับเบิ้ลยูบีโดดเด่นเหนือคู่แข่งทั้งในด้านประสิทธิภาพการปฏิบัติการและความประหยัดต้นทุน ขณะที่ผู้โดยสารจะได้รับความสะดวกสบายเพิ่มขึ้นภายในห้องโดยสารที่ยกระดับทั้งในด้านขนาดและความทันสมัยของเทคโนโลยี นอกจากนั้นเอ350เอ็กซ์ดับเบิ้ลยูบียังกำหนดมาตรฐานใหม่ในประเด็นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจากคุณสมบัติด้านประสิทธิภาพการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิงและความเงียบขณะทำการบิน”มร. ทอม เอนเดอร์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอร์บัส กล่าว

ด้วยยอดการสั่งซื้อเครื่องบินในปัจจุบันมากกว่า 600 ลำ ทำให้ ILFC นับเป็นลูกค้าบริษัทรายเดี่ยวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของแอร์บัส ILFC ได้ทำการสั่งซื้อเครื่องบินของแอร์บัสมาทุกประเภท และยังเป็นบริษัทแรกที่สั่งซื้อเครื่องบินรุ่น เอ319 เอ321 เอ330-200 เอ330-300 เอ340-600 และเอ380 ซึ่งแต่ละรุ่นถือเป็นผู้นำของเครื่องบินในระดับเดียวกันอีกด้วย

เครื่องบิน เอ350 เอ็กซ์ดับเบิ้ลยูบี ที่สร้างโดยใช้พื้นฐานจากแอร์บัสเอ380และนำมาพัฒนาขึ้นไปอีกระดับ จะจัดเป็นเครื่องบินที่มีเทคโนโลยีทันสมัยที่สุดของโลกเมื่อนำขึ้นให้บริการในปี พ.ศ.2556 เอ350 เอ็กซ์ดับเบิ้ลยูบี ได้รับการออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิผลด้านการบินและมอบความสะดวกสบายแก่ผู้โดยสารอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน ทั้งยังมีความเงียบเพิ่มขึ้น ลดการปล่อยมลพิษและใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนั้นยังมอบต้นทุนดำเนินการและต้นทุนไมล์ต่อที่นั่งที่ต่ำที่สุดในเครื่องบินประเภทนี้อีกด้วย เมื่อพิจารณาจากประเด็นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว เอ350 เอ็กซ์ดับเบิ้ลยูบี ถือเป็นหนึ่งในเครื่องบินที่มีประสิทธิภาพการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิงและมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสูงที่สุดเท่าที่เคยผลิตในอุตสาหกรรม

เครื่องบิน เอ350 เอ็กซ์ดับเบิ้ลยูบี ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ Rolls Royce Trent XWB และประกอบด้วยรุ่นต่างๆจำนวน 3 รุ่นในพิสัยการบินสูงสุดถึง 8,300 ไมล์ทะเล (15,400 กิโลเมตร) ได้แก่รุ่นเอ350-800 ที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 270 ที่นั่งในสามระดับชั้นโดยสาร รุ่นเอ350-900 ที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 314 ที่นั่ง และรุ่นเอ350-1000 ที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากถึง 350 ที่นั่ง

แอร์บัส เป็นบริษัทในเครือ EADS

ข่าวประชาสัมพันธ์จากแอร์บัส

นกแอร์ สนับสนุนการแข่งขัน “วอลเลย์บอลชายหาดเวิลด์ทัวร์ สวอท์ช เอฟไอวีบี 2007” อย่างเป็นทางการ

นกแอร์ ได้รับเกียรติเป็นสายการบินหลัก ที่ให้การสนับสนุนการแข่งขัน

“วอลเลย์บอลชายหาดเวิลด์ทัวร์ สวอท์ช เอฟไอวีบี 2007” อย่างเป็นทางการ

นกแอร์ สายการบินของคนไทย ให้บริการทุกเที่ยวบินด้วยรอยยิ้ม ได้รับเกียรติให้เป็นสายการบินหลัก ที่ให้การสนับสนุนการแข่งขัน “วอลเลย์บอลชายหาดเวิลด์ทัวร์ สวอท์ช เอฟไอวีบี 2007” อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะจัดขึ้น ณ ชายหาดกะรน จ.ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม ถึง 4 พฤศจิกายน 2550 อันเป็นรายการแข่งขันระดับโลก ซึ่งนกแอร์ถือเป็นสายการบินผู้ให้การสนับสนุนอย่างเป็นทางการ ในการอำนวยความสะดวกนักกีฬาและคณะเจ้าหน้าที่จากกรุงเทพฯสู่พื้นที่การแข่งขันจ.ภูเก็ต ทั้งนี้การแข่งขันรายการดังกล่าว ได้รับความสนใจจากทีมชั้นนำของโลกเข้าร่วมมากมายถึง 80 ทีม จาก 30 ประเทศ อาทิ ประเทศไทย บราซิล เยอรมนี จีน คิวบา สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น รัสเซีย ยูเครน ฟินแลนด์

ข่าวประชาสัมพันธ์จากสายการบินนกแอร์

October 29, 2007

สายการบินลุฟท์ฮันซ่าร่วมมือกับพันธมิตรใหม่เพื่อขยายช่องทางการจองโรงแรมและให้บริการรถเช่าชั้นนำ

สายการบินลุฟท์ฮันซ่าร่วมมือกับพันธมิตรใหม่เพื่อขยายช่องทางการจองโรงแรมและให้บริการรถเช่าชั้นนำ

ผ่านทางเว็บไซต์ www.lufthansa.com

นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปผู้โดยสารของสายการบินลุฟท์ฮันซ่าสามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างสะดวกสบายและง่ายดาย เนื่องจากสายการบินลุฟท์ฮันซ่าได้ทำข้อตกลงร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตร HRS บริษัทที่มีชื่อเสียงในการให้บริการด้านการจองโรงแรม รวมถึง Sixt และ Avis บริษัทรถเช่าชั้นนำเพื่อทำการขยายขอบเขตการให้บริการที่เพิ่มมากขึ้นผ่านทางเวบไซต์ www.lufthansa.com

ด้วยการร่วมมือกับบริษัท HRS ผู้โดยสารของสายการบินลุฟท์ฮันซ่าจะสามารถจองโรงแรมล่วงหน้าได้มากกว่า 225,000 โรงแรมทั่วทุกมุมโลกในทุกระดับราคา โดยโรงแรมดังกล่าวนี้ได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดีเพื่อรองรับความต้องการของผู้โดยสารของสายการบินลุฟท์ฮันซ่า โจเซฟ บอกดานสกี้ รองประธานฝ่ายขายประจำประเทศเยอรมันนีและฝ่ายบริการลูกค้ารายใหญ่ทั่วโลกของสายการบินลุฟท์ฮันซ่า กล่าวว่า “นอกเหนือจากการจองเที่ยวบินผ่านทางเวบไซต์ ในปัจจุบันบริษัทของเรายังได้เพิ่มบริการกับบริษัทพันธมิตรที่มีประสบการณ์สูงอีกด้วย ด้วยข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจนี้ ทำให้สายการบินลุฟท์ฮันซ่าสามารถขยายบริการในส่วนของการให้บริการการจองโรงแรมและบริการรถเช่าผ่านทางระบบออนไลน์เพิ่มมากขึ้น” นักธุรกิจหรือ นักท่องเที่ยวสามารถสำรองที่พักผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะมีระบบยืนยันการจองตอบรับทันที โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ยิ่งไปกว่านั้นสมาชิกไมล์ แอนด์ มอร์ (Miles & More) จะสามารถทำการค้นหาโรงแรมในเครือพันธมิตรที่สามารถสะสมไมล์ได้ โดยระบบพิเศษนี้ได้ทำการติดตั้งอยู่ในระบบแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้นบริการรถเช่าของบริษัท Avis ที่มีศูนย์บริการครอบคลุมมากกว่า 4,900 แห่งใน161 ประเทศ รวมถึง บริษัท Sixt ซึ่งมีศูนย์บริการครอบคลุมมากกว่า 3,500 แห่งใน 85 ประเทศ พร้อมด้วยบริการรถลิมูซีนรับ-ส่ง สำหรับนักธุรกิจกว่า 600 จุดหมาย ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย พร้อมกับการรับบริการชั้นเยี่ยม สำหรับการจองรถกับบริษัททั้งสองแห่ง ผู้โดยสารที่เป็นสมาชิกไมล์ แอนด์ มอร์ (Miles & More) จะสามารถสะสมไมล์ รวมถึงการได้รับบริการในเงื่อนไขพิเศษ ทางสายการบินลุฟท์ฮันซ่าได้ทำการเซ็นสัญญาข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจกับเครือข่ายโรงแรมพันธมิตร และ บริษัทรถเช่าชั้นนำดังที่กล่าวมาแล้วในระยะยาวอีกด้วย

ลุฟท์ฮันซ่าสายการบินเยอรมันให้บริการเที่ยวบิน ไป-กลับระหว่างกรุงเทพฯ และ เมืองแฟรงค์เฟิร์ต ทุกวัน โดย 3 เที่ยวบินสามารถเชื่อมเส้นทางต่อไปยังนครโฮจิมินท์ และอีก 4 เที่ยวบินสามารถเชื่อมเส้นทางต่อไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ เส้นทางการบินดังกล่าวทำให้สายการบินลุฟท์ฮันซ่าถือเป็นสายการบินยุโรปชั้นนำที่ให้บริการในภูมิภาคนี้ ด้วยเที่ยวบินเชื่อมต่อที่มากที่สุดไปสู่และจากทวีปยุโรป รวมทั้งไปสู่เมืองสำคัญอีกสองเมืองภายในภูมิภาค

ข่าวประชาสัมพันธ์จากสายการบินลุฟท์ฮันซ่า

October 25, 2007

Minor Aviation เปิดตัวธุรกิจเช่าเหมาเจ็ทส่วนตัว หวังไทยเบียดฮ่องกงสิงคโปร์เป็นฮับในภูมิภาค

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2550 ณ ห้องรับรองพิเศษ ท่าอากาศยานดอนเมือง บริษัท ไมเนอร์ เอวิเอชัน จำกัด ได้เปิดตัวธุรกิจให้บริการเช่าเหมาเครื่องบินเล็กส่วนตัว โดยมีท่าอากาศยานดอนเมืองเป็นฐาน โดยนายวุฒิชัย สิงหมณี ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินอากาศ กรมขนส่งทางอากาศ ได้กล่าวถึงธุรกิจลักษณะนี้ว่า เพิ่งเริ่มในประเทศไทยไม่นานนักและยังไม่แพร่หลายมาก โดยในภูมิภาคนี้ไทยมีส่วนแบ่งในตลาดประมาณสิบเปอร์เซ็นต์ ส่วนผู้นำในตลาดคือฮ่องกงและสิงคโปร์ กลุ่มเป้าหมายของธุรกิจนี้เป็นกลุ่มนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสะดวก ความเป็นส่วนตัวและบริการที่เหนือกว่า รวมไปถึงการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและปฏิบัติการทางการแพทย์เร่งด่วน

นายวิลเลียม ไฮเน็คกี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทไมเนอร์ เอวิเอชัน จำกัด ได้กล่าวถึงการให้บริการของบริษัทว่าจะให้บริการบรรดานักธุรกิจที่ต้องการบริการชั้นหนึ่งเหนือระดับกว่าทั่วไป และถึงแม้ในขณะนี้ไทยยังตามหลังฮ่องกงและสิงคโปร์อยู่มากในธุรกิจนี้แต่ไทยเองมีศักยภาพ มีตลาดรองรับที่เพียงพอ และมีระบบสาธารณูปโภคที่ดีรองรับรวมไปถึงทำเลที่ตั้งที่เหมาะสม ทำให้ธุรกิจนี้สามารถขยายตัวได้ บริษัทฯในขณะนี้พร้อมให้บริการโดยใช้ดอนเมืองเป็นฐานด้วยเครื่องบินสองลำ และจะรับลำที่สามมาให้บริการในเร็ว ๆ นี้

นายแมทธิว กิจโอธาน ประทานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของไมเนอร์เอวิเอชัน ได้กล่าวว่าบริษัทยินดีที่กรมขนส่งทางอากาศได้ออกใบอนุญาตให้บริษัทประกอบกิจการนี้ และเชื่อว่าจะสามารถทำให้ไทยมีส่วนแบ่งในตลาดมากขึ้นในเร็ว ๆ นี้ โดยขณะนี้บริษัทฯ ก็สามารถต่อยอดกับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาเข้าพักในโรงแรมระดับห้าถึงหกดาวของเครือไมเนอร์ได้ และนอกจากธุรกิจเช่าเหมาลำเครื่องบินส่วนตัวแล้วบริษัทฯ ก็ยังเป็นตัวแทนนำเข้าเครื่องบินของบริษัทเซสน่า (Cessna) ในประเทศไทยอีกด้วย

จากนั้นกรรมการของบริษัทไมเนอร์ เอวิเอชัน จำกัด ได้นำสื่อมวลชน ชมเครื่องบิน Cessna แบบ Citation CJ3 ซึ่งบริษัทให้บริการในขณะนี้ โดยเป็นเครื่องบินเจ็ทขนาด 7 ที่นั่ง สามารถบินได้เร็ว 773 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัย 3475 กิโลเมตร หรือสามารถบินตรงจากกรุงเทพไปถึงไทเปหรือมุมไบได้ นอกจากนั้นในวันนี้ทางบริษัทผู้ผลิตเครื่องบิน Cessna ได้นำเครื่องบิน Citation Mustang ซึ่งเป็นเครื่องบินรุ่นใหม่ที่สุดในแบบ Citation ซึ่งกำลังเดินทางไปแสดงรอบโลกอยู่ในขณะนี้มาแสดงในประเทศไทยพร้อมกันด้วย และยังเป็นเครื่องแบบ Citation ที่เล็กที่สุดมีความจุผู้โดยสารสี่ที่นั่ง

ในขณะนี้นอกจาก Citation CJ3 แล้ว บริษัทไมเนอร์เอวิเอชันยังมีเครื่องบินแบบ Piper Malibu Mirage ซึ่งเป็นเครื่องบินแบบใบพัด (Propeller) ขนาดสี่ที่นั่งบินได้เร็ว 480 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัย 1800 กิโลเมตร หรือสามารถให้บริการได้จากกรุงเทพไปยังจุดหมายปลายทางในประเทศไทยและเพื่อนบ้านใกล้เคียง ส่วนเครื่องบินอีกแบบที่บริษัทจะรับเข้ามาในปี 2551 นั้นคือเครื่อง Cessna Citation X ซึ่งเป็นเครื่องบินเจ็ทขนาด 8-10 ที่นั่งบินได้เร็วถึง 973 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัย 5689 กิโลเมตร หรือสามารถให้บริการจากกรุงเทพไปยังประเทศญี่ปุ่นได้

ทีมข่าว HFlight.net รายงาน
ชมภาพข่าวที่ http://www.hflight.net/forum/b-htravel/m-1193296511/

October 18, 2007

สายการบิน วัน ทู โก ออกแคมเปญราคาจริงใจลด 200 บาท ในช่วง 3 ชั่วโมงก่อนเครื่องออก

สายการบิน วัน ทู โก ออกแคมเปญราคาจริงใจ

ลด 200 บาท ในช่วง 3 ชั่วโมงก่อนเครื่องออก

ล่าสุด บริษัท วัน ทู โก แอร์ไลน์ จำกัด ประกาศจุดยืนเพื่อมุ่งมั่นบริการด้วยใจจริง ด้วยการเสนอราคาที่เป็นจริง ในแคมเปญ ราคาจริงใจหรือเรียกว่า Go Show Fare ลด 200 บาท เมื่อซื้อตั๋วเครื่องบิน วัน ทู โก ในช่วงเวลา 3 ชั่วโมงก่อนเวลาเครื่องบินออกในทุกเส้นทางและทุกที่นั่งที่ว่าง ถือว่าเป็นการเสนอโอกาสและให้ประโยชน์โดยตรงกับผู้โดยสาร โดยไม่เอาเปรียบผู้โดยสารในนาทีสุดท้ายเมื่อมีความจำเป็นต้องใช้บริการเที่ยวบินนั้นๆ โดยมี คุณมนัสนันท์ ตันติประสงค์ชัย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด นำทีมเพื่อการรณรงค์การเสนอราคาที่เป็นจริงในแคมเปญ “ราคาจริงใจ” เริ่มตั้งแต่วันนี้ ตุลาคม ถึง 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550

ข่าวประชาสัมพันธ์สายกาีรบินวันทูโก

October 15, 2007

แอร์บัส เอ380 ลำแรกส่งมอบแก่สายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์แล้วในวันนี้

15 ตุลาคม 2550

แอร์บัสเฉลิมฉลองการส่งมอบเครื่องบินเอ380 ลำแรกให้แก่ลูกค้ารายแรกอันได้แก่สายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ในวันนี้ โดยพิธีเฉลิมฉลองได้รับการจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ระหว่างเวลา 10.00 -11.30 นาฬิกาตามเวลามาตรฐานของทวีปยุโรป (CET-Central European Time) ณ ศูนย์การส่งมอบเครื่องบินของแอร์บัสในเมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศส โดยมีแอร์บัส สายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ และบริษัทRolls Royce เป็นเจ้าภาพร่วมกัน เนื่องจากเครื่องบินลำแรกที่ทำการส่งมอบในครั้งนี้ ใช้เครื่องยนต์ Rolls Royce Trent 900 ในการขับเคลื่อน

“วันนี้นับเป็นหนึ่งในวันแห่งประวัติศาสตร์ของโครงการเครื่องบินเอ380 ผมขอขอบคุณอย่างจริงใจต่อทุกฝ่ายที่ล้วนมีส่วนทำให้เครื่องบินเอ380 ก้าวมาถึงจุดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาทีมงานที่ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ ทำงานอย่างหนักทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่ว่าจะเป็นวันธรรมดาหรือวันหยุด เพื่อผลสำเร็จอันน่าชื่นชมสมกับความเหน็ดเหนื่อยซึ่งวันนี้เป็นที่ประจักษ์แล้วต่อเราทุกคน” มร. ทอม เอ็นเดอร์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอร์บัสกล่าว

เครื่องบินเอ380 ที่ทำการส่งมอบในวันนี้ ได้รับการตกแต่งภายในอย่างสมบูรณ์แบบยอดเยี่ยมตามมาตรฐานสูงสุดของสายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ สุดยอดอากาศยานที่มีหรูหรา กว้างขวางและสะดวกสบายที่สุดนี้ จะบินออกจากเมืองตูลูสในวันที่ 16 ตุลาคมและเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติชางฮีของสิงคโปร์ในวันถัดไป นับเป็นการส่งมอบเอ380 ลำแรกซึ่งจะเข้าให้บริการในเส้นทางบินสิงคโปร์ – ซิดนี่ย์ของสิงคโปร์ แอร์ไลน์ และทางสายการบินยังได้จัดให้มีเที่ยวบินพิเศษของเอ380ในเส้นทางดังกล่าวระหว่างวันที่ 25 และ 26 ตุลาคม ซึ่งรายได้จากการประมูลตั๋วที่นั่งจะทำการส่งมอบเพื่อสาธารณกุศล เที่ยวบินเชิงพาณิชย์ปกติจะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคมเป็นต้นไป

ด้วยรูปลักษณ์ที่สะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีเสียงเงียบที่สุดขณะทำการบิน อีกทั้งมีความชาญฉลาดเป็นเลิศ ทำให้ เอ380 นับเป็นสุดยอดอากาศยานแห่งศตวรรษที่21 และสร้างมาตรฐานใหม่ด้านความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับอุตสาหกรรมการขนส่งทางอากาศ เอ380 มีโครงสร้างตัวเครื่องแบบสองชั้น เมื่อเปรียบเทียบต่อจำนวนผู้โดยสารแล้ว เอ380 คือเครื่องบินที่มีประสิทธิภาพด้านการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิงที่สุดยอดด้วยการบริโภคน้ำมันน้อยกว่า 3 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร

เครื่องบินเอ380 มอบความสะดวกสบายที่มากกว่าในทุกระดับชั้นโดยสาร รวมทั้งให้พื้นที่เพื่อการพักผ่อนที่กว้างขวางมากกว่าเครื่องบินโดยสารเชิงพาณิชย์ทุกรุ่นที่เคยมีมา ผู้โดยสารจะได้รับความรื่นรมย์ตลอดการเดินทางภายในห้องโดยสารที่ให้ความเงียบอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ประสิทธิภาพและเทคโนโลยีระดับสุดยอดที่นำมาใช้ ทำให้เอ380 มีความยืดหยุ่นในการปฏิบัติการสูงอีกทั้งยังช่วยประหยัดต้นทุนการปฏิบัติการได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเครื่องบินเอ380 สามารถเดินทางด้วยพิสัยการบินมากกว่า 8,000 ไมล์ทะเล (15,000 กิโลเมตร) และมีต้นทุนในการบรรทุกผู้โดยสารต่อระยะทางในการบิน(seat-mile cost) ที่ลดลงถึงร้อยละ20 เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องบินโดยสารเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่สุดที่มีมาก่อนหน้านี้

ปัจจุบันเครื่องบินเอ380 มียอดการสั่งซื้อและให้คำมั่นในการสั่งซื้อรวมทั้งสิ้น 189 ลำจากลูกค้า 16 ราย โดยเครื่องบินเอ380 ลำต่อๆไปของ สิงคโปร์ แอร์ไลน์ รวมทั้งสำหรับสายการบินอื่น อาทิ เอมิเรตส์ แอร์ไลน์ส และแควนตัส แอร์เวย์ ต่างล้วนคืบหน้าตรงตามกำหนดการเช่นกัน

แอร์บัส เป็นบริษัทในเครือ EADS

* * *
หมายเหตุ : พิธีเฉลิมฉลองการส่งมอบสามารถรับชมได้ทาง www.airbus.com หรือสามารถชมได้จากระบบโทรทัศน์ดาวเทียมแบบดาวน์ลิงส์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตามรายละเอียดด้านล่างดังต่อไปนี้

ตั้งโหมดการส่งสัญญาณไปที่ “PROGRAMME”

พิธีเฉลิมฉลองจะได้รับการส่งสัญญาณด้วยดาวเทียมจำนวน 3 ดวง ครอบคลุมพื้นที่ทวีปยุโรป เอเชีย ออสเตรเลีย อเมริกา และภูมิภาคตะวันออกกลาง

1. เวลาการส่งสัญญาณ

15 ตุลาคม 2550 ระหว่างเวลา 07.20 ถึง 09.45 นาฬิกาตามเวลามาตรฐานกรีนิช และระหว่างเวลา 09.20 ถึง 11.45 นาฬิกาตามเวลามาตรฐานของทวีปยุโรป

ส่งสัญญาณทาง DVB QPSK 4.2.0

2. ส่งสัญญาณทางEutelsat W3 @ 7◦ ตะวันออก

ดาวน์ลิงส์ : 11 043.5 เมกะเฮิร์ซ แบนด์ KU

พิกัดขั้วโลก : เส้นแวง

ระดับสัญญาณ : 6.6665

FEC : 7/8

3. ส่งสัญญาณทางAsiasat 2 @ 100.5◦ ตะวันออก

ดาวน์ลิงส์ : 4049.5 เมกะเฮิร์ซ แบนด์ C

พิกัดขั้วโลก : เส้นแวง

ระดับสัญญาณ : 6.6665

FEC : 7/8

4. ส่งสัญญาณทาง NSS806 @ 319.5◦ ตะวันออก

ดาวน์ลิงส์ : 4 193.5 เมกะเฮิร์ซ แบนด์ C

พิกัดขั้วโลก : เส้นแวง

ระดับสัญญาณ : 6.6665

FEC : 7/8


ข่าวประชาสัมพันธ์จากแอร์บัส

สายการบินเอทิฮัดเตรียมเพิ่มเที่ยวบินจากซิดนีย์

สายการบินเอทิฮัด สายการบินแห่งชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้บริการเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ สู่เมืองอาบูดาบีทุกวัน วันละ 2 เที่ยวบิน และอีก 45 จุดหมายปลายทางทั่วโลก เตรียมเพิ่มเที่ยวบินในเส้นทางจากประเทศออสเตรเลีย เนื่องจากเส้นทางบินสู่ซิดนีย์ สายการบินเอทิฮัดประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง

สายการบินเอทิฮัด เตรียมเพิ่มเที่ยวบินซิดนีย์-อาบูดาบี จาก 7 เป็น 11 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ภายในเดือนมีนาคม 2551 การประกาศเพิ่มเที่ยวบินได้ถูกกล่าวในงานเปิดตัวเส้นทางบินใหม่ไปสู่กรุงบริสเบน จุดหมายปลายทางที่สองของประเทศออสเตรเลียเมื่อเดือนกันยายน ที่ผ่านมา

ความถี่ของจำนวนเที่ยวบินในซิดนีย์เพิ่มขึ้นสูงมากตั้งแต่เปิดตัวไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผู้โดยสารจำนวนกว่า 40,000 ราย ได้ใช้บริการเส้นทางบินระหว่างซิดนีย์-อาบูดาบี คิดเป็นร้อยละ 68 สำหรับชั้นประหยัด ร้อยละ 85 สำหรับชั้นธุรกิจ และร้อยละ 78 สำหรับชั้นหนึ่ง

มร. เจมส์ โฮแกน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเอทิฮัด กล่าวว่า “ซิดนีย์เป็นจุดหมายปลายทางที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของสายการบินเอทิฮัด นับตั้งแต่ปี 2546 ที่ได้เปิดสายการบินมา ทำให้เราขยายขอบข่ายการให้บริการสู่ชาวออสเตรเลียมากขึ้น ด้วยการเปิดตัวเส้นทางบินไปกรุงบริสเบน ในช่วงปลายเดือนกันยายน 2550 และเราจะเพิ่มเที่ยวบินสู่ซิดนีย์ประมาณปีหน้า"

ช่วงครึ่งปีแรกของ พ.ศ. 2550 สายการบินเอทิฮัดได้ให้บริการแก่อาคันตุกะผู้ทรงเกียรติไปแล้วทั้งสิ้น 1.9 ล้านคน หากเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2549 มีจำนวน 900,000 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 111

ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2550 เครือข่ายการบินทั่วโลกของสายการบินเอทิฮัดมีอัตราค่าเฉลี่ยจำนวนที่นั่งเต็มทั้งหมด สูงถึง ร้อยละ 65

มร. รัสเซล บาลดิ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ท่าอากาศยานกรุงซิดนีย์ ได้แสดงความยินดีกับสายการบินเอทิฮัดเกี่ยวกับการเพิ่มเที่ยวบินว่า

“นับตั้งแต่สายการบินเอทิฮัดเริ่มบินสู่สนามบินของกรุงซิดนีย์ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เอทิฮัดสามารถพิสูจน์ให้เห็นถึงความนิยมจากผู้โดยสารเป็นอย่างสูง เอทิฮัดมีส่วนช่วยผลักดันและพัฒนาอุตสาหกรรมการบินของออสเตรเลียเป็นอย่างมาก เที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นสามารถบ่งชี้ได้ถึงความเป็นสากลของท่าอากาศยานซิดนีย์ ซึ่งเปรียบเสมือนประตูสู่ประเทศออสเตรเลียก็ว่าได้ และย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของท่าอากาศยานแห่งกรุงซิดนีย์ ไปจนถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจของกรุงซิดนีย์และรัฐนิวเซาธ์เวลล์

"ความสำเร็จของเอทิฮัดและคำมั่นสัญญาที่จะสร้างชื่อเสียงสู่กรุงซิดนีย์ นับว่าเป็นข่าวดียิ่งสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและสำหรับชาวออสเตรเลียที่ต้องการเดินทางไปยังต่างประเทศที่นับวันจะมีจำนวนสูงขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปี อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของซิดนีย์จะได้รับผลประโยชน์จากการต้อนรับนักเดินทางที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นนับพัน ที่ได้ใช้บริการจากสายการบินเอทิฮัดเพื่อเดินทางมาสู่กรุงซิดนีย์"

จากการเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งของสายการบิน เอทิฮัดจึงได้เริ่มเปิดเที่ยวบินจากอาบูดาบี ศูนย์กลางการบิน ไปสู่มิลาน และจะเริ่มบริการเส้นทางสู่บริสเบน สิงคโปร์ และกาฎมัณฑุในอีกสองเดือนข้างหน้า

ข่าวประชาสัมพันธ์จากสายการบินเอทิฮัด

October 10, 2007

นกแอร์เปิดเที่ยวบินตรงกรุงเทพ-อุบล ชวนเที่ยวอีสานใต้พร้อมโปรโมชัน 3 บาท

9 ตุลาคม 2550 - สายการบินนกแอร์ ได้จัดเที่ยวบินมงคลฤกษ์เพื่อเปิดเที่ยวบินระหว่างกรุงเทพและอุบลราชธานีอย่างเป็นทางการ หลังจากเริ่มบินในเส้นทางใหม่กรุงเทพ-เชียงรายและกรุงเทพ-อุบลราชธานีตั้งแต่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา เที่ยวบินมงคลฤกษ์นี้คือเที่ยวบินที่ DD9310 ออกเดินทางจากท่าอากาศยานดอนเมืองเวลา 06.20 น.และถึงท่าอากาศยานนานาชาติอุบลราชธานีเวลา 07.30 น. โดยเที่ยวบินนี้นายสีหพันธ์ ชุมสาย ณ อยุธยา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลอดพร้อมด้วยสื่อมวลชนร่วมเดินทางไปด้วย

เมื่อเครื่องบินเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติอุบลราชธานี นางอัมพวัน วรรณโกผู้อำนวยการท่าอากาศยานฯ หัวหน้าส่วนราชการ ตัวแทนหอการค้าและภาคเอกชนรอให้การต้อนรับผู้โดยสารในเที่ยวบินนี้ด้วยมาลัยดอกไม้ พร้อมทั้งการแสดงนาฏศิลป์ของภาคอีสาน

จากนั้นเวลาประมาณ 08.15 น. ณ โรงแรมลายทอง นายชวน ศิรินันท์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นายชวลิต องควานิชประธานหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติได้กล่าวต้อนรับการเปิดเที่ยวบินสู่อุบลราชธานีของสายการบินนกแอร์ในครั้งนี้ โดยหวังว่าจะทำให้ชาวจังหวัดอุบลราชธานีมีการเดินทางที่สะดวกมากขึ้นและจะช่วยส่งเสริมเศรษบกิจและการท่องเที่ยวของอุบลราชธานี

ด้านนายสีหพันธ์ ได้กล่าวยินดีที่ได้มีโอกาสเปิดเส้นทางบินใหม่นี้หลังจากสายการบินนกแอร์ได้เปิดเที่ยวบินสู่อุดรธานีและเลย 2 เมืองในภาคอีสานตอนบนไปก่อนหน้านี้ สำหรับเที่ยวบินของนกแอร์นั้นขณะนี้ทำการบินระหว่างท่าอากาศยานดอนเมืองและท่าอากาศยานอุบลราชธานีไปกลับ 2 เที่ยวบินต่อวัน โดยมีเที่ยวบินในช่วงเช้าตู่และตอนดึก เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ และสะดวกสำหรับคนที่จะเดินทางมาทำงานที่อุบลฯ หรือชาวอุบลที่เดินทางไปทำงานที่กรุงเทพฯ และอาจเพิ่มเที่ยวบินที่ 3 ในอนาคต

สำหรับเที่ยวบินระหว่างกรุงเทพฯ และอุบลราชธานีนี้นกแอร์จะทำการบินด้วยเครื่องบิน Boeing 737-400 ขนาด 168 ที่นั่ง(ไม่มีนกพลัส) โดยมีตารางบินดังนี้
ดอนเมือง-อุบล อุบล-ดอนเมือง
DD9310 ออกเดินทาง 06.20 น. ถึง 07.30 น. DD9311 ออกเดินทาง 07.55 น. ถึง 09.00 น.
DD9318 ออกเดินทาง 19.55 นง ถึง 21.05 น. DD9319 ออกเดินทาง 21.30 น.ถึง 22.35 น.

สำหรับสองเส้นทางใหม่คืออุบลราชธานีและเชียงรายนกแอร์ได้ขยายเวลาโปรโมชันราคาเริ่มต้นที่ 3 บาทสามารถจองได้จนถึงวันที่ 12 ตุลาคมนี้

ทีมข่าว HFlight.net รายงาน

สายการบินเวียดนาม แอร์ไลน์สั่งซื้อแอร์บัส เอ350เอ็กซ์ดับเบิ้ลยูบี

สายการบินเวียดนาม แอร์ไลน์ ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ สำหรับการสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัสเอ350-900 เอ็กซ์ดับเบิ้ลยูบี จำนวน 10 ลำและเครื่องบินแอร์บัสเอ321 เพิ่มเติมอีกจำนวน 20 ลำ จากการสั่งซื้อในครั้งนี้ทำให้เวียดนาม แอร์ไลน์ ถือเป็นลูกค้าเชิงกลยุทธ์สำหรับโครงการเครื่องบินเอ350เอ็กซ์ดับเบิ้ลยูบี และเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการการบินด้วยเครื่องบินแอร์บัสที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

ปัจจุบันสายการบินเวียดนาม แอร์ไลน์ มีเครื่องบินแอร์บัสอยู่ในการให้บริการทั้งสิ้น 23 ลำ ประกอบด้วยเครื่องบินรุ่นเอ320 จำนวน 10 ลำ รุ่นเอ321 จำนวน 10 ลำ และรุ่นเอ330 จำนวน 3 ลำ (เอ330-200 2 ลำ และเอ330-300 1 ลำ) โดยเครื่องบินเอ321 จำนวน 5 ลำที่มีการสั่งซื้อไปก่อนหน้านี้ยังอยู่ในระหว่างรอการส่งมอบ

“เราได้ทำการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนต่อโครงการเครื่องบินเอ350เอ็กซ์ดับเบิ้ลยูบีของแอร์บัส ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้เรามั่นใจอย่างยิ่งว่าเอ350เอ็กซ์ดับเบิ้ลยูบีจะเป็นเครื่องบินที่กำหนดมาตรฐานใหม่ในด้านความสะดวกสบายของผู้โดยสาร การประหยัดต้นทุนการดำเนินงาน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่ตลาดเส้นทางบินระยะไกล อีกทั้งขนาดของเครื่องบินเอ350-900 เอ็กซ์ดับเบิ้ลยูบี ยังมีความเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานในธุรกิจการบินที่จะเติบโตขึ้นตลอดช่วงสิบปีข้างหน้า เครื่องบินแอร์บัสรุ่นเอ330 ที่เราใช้งานอยู่ได้แสดงถึงประสิทธิภาพอันน่าประทับใจด้านการประหยัดต้นทุนและการมอบความสะดวกสบายแก่ผู้โดยสาร เครื่องบินเอ350เอ็กซ์ดับเบิ้ลยูบีจะเข้ามาเพิ่มระดับความสำเร็จและความก้าวหน้าของสายการบินในอนาคตได้อย่างแน่นอน” มร. นูยาน ซี ฮุง ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสายการบินเวียดนาม แอร์ไลน์ กล่าว

“เราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่สายการบินซึ่งประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับเป็นอย่างสูง ดังเช่นสายการบินเวียดนาม แอร์ไลน์ ได้ตัดสินใจสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัสเอ350เอ็กซ์ดับเบิ้ลยูบี ซึ่งเมื่อรวมกับคำสั่งซื้อเครื่องบินรุ่นเอ321 เพิ่มเติมอีกถึง 20 ลำ ทำให้กล่าวได้ว่าแอร์บัสได้เข้าร่วมเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างและขยายเครือข่ายเส้นทางการบินที่เป็นไปอย่างต่อเนื่องของเวียดนาม แอร์ไลน์ ซึ่งเป็นเรื่องที่เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างมากทั้งยังหวังว่าแอร์บัสจะได้เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จอื่นๆที่จะตามมาในอนาคตของเวียดนาม แอร์ไลน์” มร. ทอม เอนเดอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอร์บัส กล่าว

เมื่อรวมการสั่งซื้อจากสายการบินเวียดนาม แอร์ไลน์ ในครั้งนี้แล้วทำให้ยอดการสั่งซื้อและคำมั่นในการสั่งซื้อของโครงการเครื่องบินเอ350เอ็กซ์ดับเบิ้ลยูบี มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 264 ลำ (154 รายสำหรับการสั่งซื้อและ 110 รายสำหรับการให้คำมั่นในการสั่งซื้อ)

เครื่องบิน เอ350 เอ็กซ์ดับเบิ้ลยูบี ถือเป็นเครื่องบินรุ่นล่าสุดของแอร์บัส อันมีเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุดของโลก เอ350 เอ็กซ์ดับเบิ้ลยูบี ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อเพิ่มประสิทธิผลทางการใช้งาน และยกระดับความสะดวกสบายของผู้โดยสารอย่างไม่เคยมีมาก่อนของเครื่องบินประเภทเดียวกัน นอกจากนั้นยังมอบต้นทุนดำเนินการที่ต่ำที่สุด และต้นทุนไมล์ต่อที่นั่งที่ต่ำที่สุดในเครื่องบินประเภทนี้อีกด้วย เมื่อพิจารณาจากประเด็นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว เอ350 เอ็กซ์ดับเบิ้ลยูบี ถือเป็นหนึ่งในเครื่องบินที่มีประสิทธิภาพการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิงดีที่สุดเท่าที่เคยผลิตในอุตสาหกรรม

เครื่องบิน เอ321 ถือเป็นเครื่องบินที่เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของสายการบินและผู้ให้บริการด้านอากาศยาน จำนวนมากมายทั่วโลก จากส่วนแบ่งการตลาดและยอดลูกค้าผู้สนใจสั่งซื้อที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องทำให้ แอร์บัสเอ321 จัดเป็นผู้นำอย่างแท้จริงในบรรดาเครื่องบินประเภทเดียวกัน เอ321 เป็นหนึ่งในเครื่องบินแอร์บัสตระกูลเอ320 และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้แก่บรรดาผู้ให้บริการในปัจจุบัน ด้วยต้นทุนในการปฏิบัติการต่อหนึ่งที่นั่งที่ต่ำอย่างมาก รวมทั้งการมีห้องโดยสารที่กว้างขวางและสะดวกสบายที่สุดในเครื่องบินประเภทเดียวกัน

แอร์บัส เป็นบริษัทในเครือ EADS

ข่าวประชาสัมพันธ์จากแอร์บัส

October 02, 2007

สายการบินเอทิฮัดมุ่งขยายเส้นทางการบินสู่นครต่างๆในอินเดีย

กรุงเทพฯ ประเทศไทย

สายการบินเอทิฮัด สายการบินแห่งชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้บริการเที่ยวบินจากกรุงเทพฯสู่เมืองอาบูดาบีทุกวัน วันละ 2 เที่ยวบิน และอีก 45 จุดหมายปลายทางทั่วโลก เตรียมขยายเส้นทางการบินจากอาบูดาบี สู่อีก 8 เมืองสำคัญในอินเดีย

มร.เจมส์ โฮแกน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเอทิฮัด ใช้เวลาสองวันในนครนิวเดลีเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อพบกับ มร.พราฟัล พาเทล รัฐมนตรีกระทรวงการบินพลเรือน และเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสของรัฐบาล เพื่อพูดคุยถึงการขยายเส้นทางบินในอนาคต ระหว่างนครต่างๆของอินเดียและเมืองหลวงของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ในปัจจุบัน สายการบินเอทิฮัดถูกจำกัดด้วยข้อตกลงทวิภาคีระหว่างรัฐบาลของทั้งสองฝ่าย โดยสามารถให้บริการเส้นทางการบินจากอาบูดาบี สู่อินเดียได้เพียง 28 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

ระหว่างการเดินทางเยือนอินเดียในครั้งนี้ มร.โฮแกนได้เปิดเผย 8 เมืองในอินเดียที่สายการบินเอทิฮัดต้องการจะเปิดเส้นทางการบินจากอาบูดาบี ได้แก่ บังกาลอร์ เชินไน ไฮเดอราบัด กาลิคัต อาเมดาบัด อัมมฤติสา ชัยปุระ และกัลกัตตา

“ในขณะนี้ ความต้องการเดินทางระหว่างอาบูดาบีและอินเดียมีจำนวนมาก และความต้องการนั้นยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต เนื่องจากการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและอสังหาริมทรัพย์ของอาบูดาบีที่มีอย่างต่อเนื่อง”

“การเปิดเสรีทางตลาดการบิน ทำให้เกิดผลดีมากต่อผู้บริโภคและเศรษฐกิจในภูมิภาค ผมหวังว่าสายการบินเอทิฮัดจะได้มีโอกาสเชื่อมโยงกับเมืองที่กำลังเติบโตเหล่านี้ของอินเดีย”

ในขณะนี้ สายการบินเอทิฮัดให้บริการเที่ยวบินจากอาบูดาบีไปยังมุมไบ เมืองศูนย์กลางการค้าขายและ นิวเดลี เมืองหลวงของประเทศอินเดียทุกวัน รวมถึงยังมีเที่ยวบินจากอาบูดาบีไปยังเตรุวันนันธะปุรัม สัปดาห์ละสามเที่ยวบิน และเที่ยวบินไปยังโคชิ สัปดาห์ละสี่เที่ยวบินอีกด้วย เส้นทางสู่เคราลาทั้งสองนี้ จะได้ขยายเพิ่มเติมเป็นเที่ยวบินรายวันในเดือนตุลาคม ซึ่งจะทำให้จำนวนเที่ยวบินของสายการบินเอทิฮัด จากอาบูดาบีไปยังอินเดียมีจำนวน 28 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ตามจำนวนที่จำกัดไว้

นอกจากนั้น ในระหว่างการเยือนอินเดีย มร.โฮแกนยังได้เข้าพบ ฯพณฯ อับดุลลาห์ อิบราฮิม อัล เชไฮ เอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประจำประเทศอินเดีย และผู้แทนอาวุโสด้านการท่องเที่ยวและการค้าของอินเดียอีกด้วย

อาบูดาบีและอินเดียมีความสัมพันธ์ทางการค้าที่แข็งแกร่งและมั่นคงเสมอมา โดยมูลค่าการส่งออกจากอินเดียไปยังอาบูดาบีในปี 2549 มีจำนวนถึง 239 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2548 กว่า 48 เปอร์เซ็นต์ และ 137 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบจากปี2545

ข่าวประชาสัมพันธ์จากสายการบินเอทิฮัด

สินค้าในกลุ่มที่ไม่ใช่น้ำมัน ซึ่งส่งออกจากอาบูดาบีไปยังอินเดียในปี 2549 มีมูลค่าทั้งสิ้น 149 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเพิ่มขึ้นถึง 114 เปอร์เซ็นต์จากปี 2548 และ 782 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปี 2545

ปัจจุบัน มีบริษัทอินเดียกว่า 655 แห่งที่จดทะเบียนในอาบูดาบี และชาวอินเดียกว่า 400,000 คน ที่อาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ไทยแอร์เอเชียขยายเส้นทางบิน รับฝูงบิน A320 ใหม่เอี่ยม มุ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์อีก 3 ปีข้างหน้า

1 ตุลาคม 2550 - นายทัศพล แบแลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชียได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงแผนการธุรกิจของสายการบินในอนาคตที่จะมีขึ้นภายหลังการทยอยรับมอบเครื่องบิน Airbus A320 ที่สายการบินสั่งไปทั้งสิ้นจำนวน 40 ลำ โดยเครื่องบินลำแรกจะมาถึงประเทศไทยในวันที่ 21 ตุลาคมนี้และจะเริ่มให้บริการไฟลท์แรกในวันที่ 28 ตุลาคม ส่วนที่เหลือนั้นจะทยอยรับมอบไปเรื่อย ๆ จนครบ 40 ลำในอีก 5 ปีต่อจากนี้ ทำให้เมื่อถึงเวลานั้นสายการบินจะมีฝูงบินที่อายุน้อยที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นายทัศพล ได้กล่าวถึงประสิทธิภาพของเครื่องบิน Airbus A320 นี้ว่าจะสามารถจุผู้โดยสารมากขึ้นกว่าเครื่องบิน Boeing 737-300 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันจาก 148 ที่นั่งเป็น 180 ที่นั่ง นั่นหมายถึงด้วย Load Factor หรืออัตราส่วนที่นั่งที่ขายได้ในแต่ละเที่ยวบินปรกติที่ขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 75-76% นั้นในแต่ละหนึ่งเที่ยวบิน สายการบินจะสามารถได้ผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอีกเกือบ 30 คน แต่ด้วยประสิทธิภาพของเครื่องบินที่ใหม่กว่ามีเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่าค่าใช้จ่ายด้านต่าง ๆ จะถูกลงรวมถึงการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่น้อยกว่า นอกจากนี้เครื่อง Airbus A320 นี้ยังมีพิสัยบินที่ไกลกว่า Boeing 737-300 ทำให้สายการบินสามารถขยายเส้นทางการบินได้มากขึ้นด้วย รวมทั้งจะมีช่องทางขยายรายได้จากการบินแบบเช่าเหมาลำหรือชาร์เตอร์ไฟลท์ได้มากขึ้น
สำหรับความสะดวกสบายของผู้โดยสารนั้น ด้วยเครื่องบินที่ใหม่กว่าย่อมอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารได้ดีกว่าและเป็นที่ชื่นชอบมากกว่า ในราคาที่เท่าเดิมเพราะแม้จะเป็นเครื่องใหม่แต่การดำเนินการก็ประหยัดกว่า สำหรับห้องโดยสารนั้น Airbus A320 มีลำตัวกว้างกว่า Boeing 737-300 ทำให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น มีเพดานห้องที่สูงกว่า Airbus A320 นี้ถือเป็นเครื่องบินประเภทลำตัวแคบที่มีช่องทางเดินกว้างที่สุด นอกจากนี้ Airbus A320 ที่ไทยแอร์เอเชียจะรับมอบยังมีระบบเทคโนโลยีและการตกแต่งห้องโดยสารที่แอร์บัสได้ปรับปรุงใหม่ เพิ่งเริ่มใช้ในเครื่องบิน Airbus A320 ที่ส่งมอบไปในปี 2550 นี้เพียงแค่สิบกว่าลำเท่านั้นอีกด้วย ในเครื่องบินรุ่นใหม่นี้ยังมีห้องครัวหรือ galley ที่ดีกว่า คือมีเตาอบสามารถทำให้ให้บริการอาหารร้อนแก่ผู้โดยสารได้และด้วยจำนวนห้องครัวที่กว้างและมากกว่า Boeing 737-300 เดิมจะทำให้ให้บริการได้รวดเร็วขึ้น
เครื่องบิน Airbus A320 ลำแรกที่จะรับมอบมานี้จะเริ่มให้บริการในเส้นทาง กรุงเทพ-ภูเก็ต ภูเก็ต-สิงคโปร์ กรุงเทพ-เชียงใหม่ รวมถึงยังบินไปกัวลาลัมเปอร์ ปีนังและหาดใหญ่ โดยจะเพิ่มตารางบินขึ้นมาใหม่ทำให้สายการบินไปภูเก็ตถึง 7 เที่ยวบินจาก 6 เที่ยวบินต่อวันในขณะนี้ เชียงใหม่เป็น 6 เที่ยวบินจาก 5 เที่ยวบินในขณะนี้ ส่วนแผนการในอนาคตสายการบินยังเน้นจะขยายเส้นทางการบินไปต่างประเทศมากขึ้นโดยเฉพาะเส้นทางไปยังประเทศจีน โดยนายทัศพลเปิดเผยว่าสายการบินมีแผนจะบินไปยังฮ่องกงในเดือนธันวาคมปีนี้ และเมืองอื่น ๆ ที่อาจจะมีเพิ่มขิ้นภายหลังจากนี้อาจได้แก่ คุณหมิง เฉิงตู กวางเจา มะนิลา บาหลี จาการ์ต้า และเมืองต่าง ๆ ในประเทศอินเดีย รวมไปถึงเนปาล
นายทัศพลได้เปิดเผยถึงการเช่าซื้อ Airbus A320 ฝูงนี้ว่าได้ใช้เงินทุนจากการกู้ธนาคาร 3 ธนาคารในประเทศเนเธอร์แลนด์ เยอรมนีและฝรั่งเศส เพราะเป็นจำนวนเงินที่สูง และสายการบินมีแผนที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ในอีก 3 ปีข้างหน้าโดยประเมินว่า ณ เวลานั้น สถานะทางการเงิน ศักยภาพทางธุรกิจของสายการบินจะเหมาะสมที่สุดที่จะเข้าไประดมทุนจากตลาดหลักทรัพย์
สำหรับผลจากอุบัติเหตุสายการบินวันทูโกที่ท่าอากาศยานภูเก็ตนั้นนายทัศพลยอมรับว่าส่งผลทำให้ผู้โดยสารตกใจและทำให้ผู้โดยสารใช้บริการของสายการบินไทยแอร์เอเชียลดลงเช่นกัน แต่ไม่มากลดลงไม่ถึงร้อยละ 5 และคาดว่าภายในหนึ่งถึงสองเดือนนี้ผู้โดยสารจะกลับมาใช้บริการในระดับปรกติเช่นเดิม ส่วนสถานการณ์ในพม่าทำให้ในช่วงนี้สายการบินได้ปรับลดเที่ยวบินไปยังย่างกุ้งเหลือเพียง 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์จากเดิมที่บินทุกวัน
สายการบินไทยแอร์เอเชีย เริ่มให้บริการมาตังแต่เดือนกุมภาพันธ์ปี 2547 ด้วยเครื่องบิน Boeing 737-300 จำนวน 2 ลำ ปัจจุบันสายการบินให้บริการด้วยเครื่องบิน Boeing 737-300 ทั้งสิ้นจำนวน 14 ลำ ในปี 2550 นี้สายการบินมีกำหนดรับมอบ Airbus A320 จำนวน 3 ลำหนึ่งในนั้นเป็นเครื่องบินลวดลายพิเศษออกแบบเป็นเอกลักษณ์ไทยที่ได้จัดให้คนไทยทั่วประเทศได้ร่วมกันประกวดไปก่อนหน้านี้ และจะส่งคืน Boeing 737-300 2 ลำในปีนี้

ข่าวโดยทีมข่าว HFlight.net

นกแอร์ เปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ สู่เชียงรายและอุบลราชธานี

เชียงราย 1 ตุลาคม 2550 - นกแอร์ สายการบินของคนไทย ให้บริการทุกเที่ยวบินด้วยรอยยิ้ม ได้เริ่มให้บริการเที่ยวบินปฐมฤกษ์ในวันนี้ จากฐานการบินท่าอากาศยานดอนเมืองกรุงเทพฯ สู่สองเส้นทางบินใหม่ล่าสุด เชียงรายและอุบลราชธานี อันจะเพิ่มศักยภาพเครือข่ายเส้นทางบินภายในประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

สายการบินนกแอร์ ได้เริ่มให้บริการเส้นทางบิน กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – เชียงราย และกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – อุบลราชธานี วันละ 2 เที่ยวบิน แบบไป-กลับ ตลอดสัปดาห์ ด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 737-400 ที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากถึง 168 ที่นั่ง ทั้งนี้ เส้นทางบินดังกล่าวถือเป็นเส้นทางบินที่ 12 และ 13 ตามลำดับ สำหรับเครือข่ายการบินภายในประเทศ

ผู้โดยสารทุกท่านสามารถสำรองที่นั่งได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านเว็บไซต์ www.nokair.com หรือ โทร.Call Center หมายเลขพิเศษ 02-900-9911 ทั้งนี้ นกแอร์ ได้ขยายโปรโมชั่นพิเศษ “บินเที่ยวเชียงรายและอุบล ในราคาตั๋ว 3 บาท” สำหรับผู้โดยสารทุกท่าน ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 12 ตุลาคม 2550 นี้เท่านั้น ด้วยเที่ยวบินราคา 3 บาท ต่อหนึ่งที่นั่ง เฉพาะเส้นทางบินใหม่ล่าสุดเชียงรายและอุบลราชธานี (ราคาดังกล่าวยังไม่รวมค่าภาษีสนามบิน ค่าประกันภัย ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีมูลค่าเพิ่ม) สายการบินนกแอร์ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า นอกจากนี้ ผู้โดยสารยังสามารถเลือกที่นั่งได้ก่อนใคร ด้วยบริการ “Pre-seat assignment” อีกหนึ่งคุณค่าความสะดวกที่นกแอร์ มอบให้กับผู้โดยสารทุกท่าน

“นกแอร์ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ขยายเส้นทางบินล่าสุดสู่จังหวัดเชียงรายและอุบลราชธานี ซึ่งช่วยให้นกแอร์ ได้ขยายบริการครอบคลุมถึงทั่วทุกภาคของประเทศครับ” คุณพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกแอร์ กล่าว “นอกจากนี้แล้ว การเพิ่มบริการดังกล่าวสู่แผนที่เส้นทางบินของนกแอร์ ยังมีความสำคัญที่จะช่วยให้นกแอร์ ก้าวไปถึงจุดมุ่งหมายที่เราตั้งมั่นไว้ได้มากขึ้น นั่นคือการให้บริการแก่พี่น้องชาวไทยได้มีโอกาสเดินทางบ่อยขึ้น เพื่อไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆของประเทศไทย และได้เยี่ยมเยียนครอบครัว ญาติ พี่น้อง ที่ห่างเหินไปนาน เนื่องจากระยะทางที่อยู่ต่างถิ่น ซึ่งการเดินทางในระยะไกลเช่นนี้จะสามารถทำได้สะดวก ง่ายดาย และรวดเร็วยิ่งขึ้น ด้วยอัตราค่าเดินทางที่สมเหตุสมผลครับ” คุณพาที กล่าวเสริม

สำหรับเส้นทางบินสามารถติดตามได้ที่ http://www.nokair.com/s1000_obj/front_page/page/172.html

ข่าวประชาสัมพันธ์จากสายการบินนกแอร์

สายการบินลุฟท์ฮันซ่าสั่งซื้อเครื่องบินใหม่เพิ่ม 41ลำ

คณะกรรมการที่ปรึกษาของสายการบินลุฟท์ฮันซ่าอนุมัติการลงทุนครั้งใหญ่สำหรับอนาคตด้วยการขยายฝูงบินสุดทันสมัย

คณะกรรมการที่ปรึกษาของสายการบินลุฟท์ฮันซ่าได้อนุมัติการสั่งซื้อเครื่องบินใหม่จำนวน 41 ลำ ระหว่างการประชุมวันนี้ เครื่องบินดังกล่าวนี้เป็น เครื่องบินแอร์บัสตระกูล เอ320 จำนวนถึง 30 ลำ ซึ่งทางลุฟท์ฮันซ่าได้กำหนดที่จะให้บริการบนเส้นทางการบินทั่วภูมิภาคยุโรป ส่วนเครื่องบิน แอร์บัส เอ330-300 ซึ่งเป็นเครื่องบินสำหรับการบินระยะไกลจำนวน 9 ลำและ เครื่องแอร์บัส เอ320 ที่เหลืออีก 2 ลำ จะนำมาใช้บริการในฝูงบินของสายการบินสวิส

มร.วูฟล์กัง ไมเยอร์ฮูเบอร์ ประธานและประธานกรรมการบริหารของสายการบินลุฟท์ฮันซ่ากล่าวว่า “ด้วยชื่อเสียงและการมีทีมงานที่แข็งแกร่ง ผนวกกับสภาพคล่องทางการเงินในธุรกิจที่ยอดเยี่ยมของเรา ทำให้การตัดสินใจลงทุนในวันนี้เปรียบเสมือนการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับอนาคต การลงทุนดังกล่าวนี้ถือเป็นสิ่งที่ดีสำหรับผู้ถือหุ้น ลูกค้า พนักงาน และรวมถึงพันธมิตรต่างๆของเรา” นับจากปี พ.ศ.2554 สายการบินลุฟท์ฮันซ่าจะทำการปรับปรุงตลอดจนขยายฝูงบินด้วยเครื่องบินสำหรับการบินระยะใกล้และระยะกลางถึง 30 ลำ เครื่องบินทั้งหมดดังกล่าวนี้จะประกอบไปด้วย เครื่องบินแอร์บัสรุ่น เอ321 จำนวน 20 ลำ รุ่น เอ320 จำนวน 4 ลำ และรุ่น เอ319 จำนวน 6 ลำ “สายการบินของเราได้ทำการพัฒนาฝูงบินยุโรปให้ทันสมัยด้วยเครื่องบินใหม่ล่าสุดเพื่อวัตถุประสงค์ที่จะขยายความเป็นผู้นำของเราในตลาดยุโรป” มร.วูฟล์กัง ไมเยอร์ฮูเบอร์ กล่าวย้ำ

“สำหรับสายการบินสวิสนั้น การลงทุนในครั้งนี้ถือเป็นรางวัลจากการปรับเปลี่ยนโครงสร้างขององค์กรที่ประสบความสำเร็จ การใช้กลยุทธ์ที่ท้าทาย และการปฏิบัติงานอันยอดเยี่ยมของทีมงานของสายการบินสวิส รวมถึงการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มธุรกิจของสายการบินลุฟท์ฮันซ่า ด้วยการสั่งซื้อเครื่องบินเพิ่มใหม่ในครั้งนี้ สายการบินสวิสจะมีศักยภาพพร้อมเต็มที่สำหรับการแข่งขัน” มร.วูฟล์กัง ไมเยอร์ฮูเบอร์ กล่าวเสริม เครื่องบินแอร์บัสใหม่ เอ330-300 ดังกล่าวนี้ จะถูกนำมาให้บริการแทน เครื่องบินแอร์บัส เอ330-200 ซึ่งให้บริการอยู่ในฝูงบินปัจจุบันโดยจะมีกำหนดส่งมอบในต้นปี 2552 ส่วนเครื่องบิน เอ 320 จำนวน 2 ลำมีกำหนดให้บริการในฝูงบินสวิสในปีพ.ศ. 2554

เครื่องบินที่ได้สั่งซื้อในครั้งนี้ เป็นเครื่องบินที่มีประสิทธิภาพในการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิงสูง การปล่อยมลภาวะในระดับต่ำ และลดมลพิษทางเสียง ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าสายการบินลุฟท์ฮันซ่าและสายการบินสวิสให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องกับเทคโนโลยีการบินที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การวางแผนการปรับปรุงและขยายจำนวนเครื่องบินในฝูงบินที่ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 500 ลำนี้ ทางสายการบินลุฟท์ฮันซ่านั้นได้สั่งซื้อเครื่องบินใหม่ไปเป็นจำนวนกว่า 170 ลำ ซึ่งคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 1.4 ล้านล้านยูโร

ลุฟท์ฮันซ่าสายการบินเยอรมันให้บริการเที่ยวบิน ไป-กลับระหว่างกรุงเทพฯ และ เมืองแฟรงค์เฟิร์ต ทุกวัน โดย 3 เที่ยวบินสามารถเชื่อมเส้นทางต่อไปยังนครโฮจิมินท์ และอีก 4 เที่ยวบินสามารถเชื่อมเส้นทางต่อไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ เส้นทางการบินดังกล่าวทำให้สายการบินลุฟท์ฮันซ่าถือเป็นสายการบินยุโรปชั้นนำที่ให้บริการในภูมิภาคนี้ ด้วยเที่ยวบินเชื่อมต่อที่มากที่สุดไปสู่และจากทวีปยุโรป รวมทั้งไปสู่เมืองสำคัญอีกสองเมืองภายในภูมิภาค


ข่าวประชาสัมพันธ์จากลุฟท์ฮันซ่า

สายการบินเอทิฮัดเตรียมเพิ่มเที่ยวบิน

กรุงเทพฯ ประเทศไทย

สายการบินเอทิฮัด สายการบินแห่งชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้บริการเที่ยวบินจากกรุงเทพฯสู่เมืองอาบูดาบีทุกวัน วันละ 2 เที่ยวบิน และอีก 45 จุดหมายปลายทางทั่วโลก เตรียมเพิ่มจำนวนเที่ยวบินขึ้นอีก 21 เปอร์เซ็นต์ ในปลายเดือนตุลาคมนี้ และวางเป้าหมายในการดึงดูดนักเดินทางให้เพิ่มมากขึ้น ด้วยตารางเที่ยวบินใหม่ที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการเชื่อมต่อเที่ยวบินและวางแผนการเดินทาง

โดยสายการบินเตรียมเพิ่มเที่ยวบินรายสัปดาห์จาก 564 เป็น 716 เที่ยวบิน ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคมนี้ เพื่อตอบรับกับสีสันของอุตสาหกรรมการบินโลกที่จะคึกคักเป็นพิเศษในช่วงฤดูหนาว โดยจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่จะเป็นเส้นทางในแถบกลุ่มสภาความร่วมมือแห่งอ่าวเปอร์เซีย ทวีปยุโรป และอนุทวีป

เที่ยวบินที่เพิ่มจำนวนขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวของเอทิฮัดจะครอบคลุมใน 17 เส้นทางทั่วโลก ยกตัวอย่างเช่น บาห์เรน ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า จาก 14 เป็น 28 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และมัสกัต เพิ่มขึ้นจาก 7 เป็น 21 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

เครือข่ายเส้นทางบินที่แข็งแกร่งของเอทิฮัดในภูมิภาคตะวันออกกลางจะเพิ่มขึ้นด้วยเที่ยวบินในเส้นทางสู่โดฮา จากเดิม 7 เป็น 14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ อัมมาน จาก 6 เที่ยวบินต่อสัปดาห์เป็นเที่ยวบินรายวัน และดามัสกัสจาก 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์เป็นเที่ยวบินรายวัน

เที่ยวบินของเอทิฮัดที่เดินทางไปแฟรงเฟิร์ตจะเพิ่มจาก 7 เป็น 10 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เจนีวา เพิ่มจาก 3 เป็น 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ดับบลินเพิ่มจาก 4 เป็น 6 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และลอนดอน ที่ลงจอด ณ สนามบินฮีทโธร์ล เพิ่มจาก 14 เป็น 19 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

มร. เจมส์ โฮแกน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเอทิฮัด กล่าวว่า “อาคันตุกะผู้ทรงเกียรติจะได้รับประโยชน์อย่างมากจากจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษและตารางเที่ยวบินที่ได้รับการปรับปรุงให้สามารถอำนวยความสะดวกในการเดินทางและเชื่อมต่อเที่ยวบินเพิ่มมากขึ้น อันจะส่งผลให้การเชื่อมต่อเที่ยวบินที่อาบูดาบีรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม”

“ด้วยการเพิ่มเที่ยวบินและปรับปรุงตารางเที่ยวบินใหม่ภายในเครือข่ายทำให้เอทิฮัดสามารถมอบประสบการณ์การเดินทางที่แสนง่ายดายและสะดวกสบายเพิ่มขึ้นให้แก่อาคันตุกะผู้ทรงเกียรติทุกท่าน”

เช่นเดียวกันกับการที่เที่ยวบินสู่กลุ่มประเทศในอนุทวีปจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น เตรุวันนันธะปุรัมและโคชิ อันเป็นสองเส้นทางหลักในรัฐเคราล่าของเอทิฮัด ตลอดจนกรุงดาร์กา เมืองหลวงของบังกลาเทศ ที่จะเพิ่มเป็นเที่ยวบินรายวันทั้งหมด


ข่าวประชาสัมพันธ์จากสายการบินเอทิฮัด

แอร์บัสเปิดตัวแพ็กเกจเพิ่มประสิทธิผลด้านระบบการบินเพื่อใช้กับ A320

แอร์บัสได้ทำการพัฒนา In-Service Enhancement Package (ISEP) อันเป็นแพ็กเกจสำหรับเพิ่มประสิทธิผลด้านระบบการบินที่ครอบคลุมคุณสมบัติอย่างรอบด้านเพื่อใช้กับเครื่องบินตระกูลเอ320 ซึ่งแพ็กเกจใหม่นี้จะช่วยให้ลูกค้าที่มีเครื่องบินตระกูลเอ320อยู่ในการบริการ สามารถเพิ่มประสิทธิผลทางการบินของฝูงบินให้พร้อมต่อสภาพการแข่งขันในตลาดโลกปัจจุบันที่มีความท้าทายอย่างยิ่ง

ISEP คือแพ็กเกจที่เกิดจากการรวบรวมโซลูชั่นการบริการต่างๆของแอร์บัส (Airbus Service Bulletins) ที่ผ่านการพิสูจน์แล้วถึงความยอดเยี่ยม โซลูชั่นการบริการต่างๆที่ถูกนำมารวมไว้ในแพ็กเกจ ISEP ได้รับคัดเลือกจากคุณสมบัติการช่วยส่งเสริมมูลค่าในอนาคต (Residual Value) ของเครื่องบินและการส่งผลบวกต่อหัวข้อสำคัญด้านการบิน อาทิ ความไว้วางใจได้ในการใช้งาน (Operational Reliability หรือ OR) ต้นทุนโดยตรงด้านการซ่อมบำรุง (Direct Maintenance Cost หรือ DMC) ต้นทุนด้านอะไหล่(Spares costs) รวมทั้งการมีส่วนช่วยลดน้ำหนักของเครื่องบิน นอกจากนั้นยังคัดเลือกโดยดูจากการช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการต่างๆ เช่น การลดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้โดยช่วยกำหนดพิกัดการบินที่มีประสิทธิภาพที่สุด เป็นต้น แพ็กเกจISEP ถือเป็นการวางพื้นฐานหลักสำหรับการปรับปรุงให้เครื่องบินที่ผลิตขึ้นก่อนหน้าสามารถให้ประสิทธิผลสำคัญทางการบิน ได้เท่าเทียมกับที่มาตรฐานการผลิตในปัจจุบันสามารถให้ได้ อีกทั้งยังช่วยให้เครื่องบินรุ่นเดียวกันระหว่างลำที่ถูกส่งมอบไปก่อนหน้าและลำที่ผลิตล่าสุด มีประสิทธิภาพการปฏิบัติการอยู่ในระดับเดียวกัน

“ลูกค้าแต่ละรายจะสามารถใช้แพ็กเกจ ISEP ที่ยอดเยี่ยมนี้เป็นเครื่องมือสำคัญเพื่อยกระดับประสิทธิภาพของการปฏิบัติการ โดยแอร์บัสสร้างสรรค์แพ็กเกจ ISEP ให้เป็นนวัตกรรมที่ตอบสนองต่อความต้องการทางการแข่งขันในตลาดธุรกิจอากาศยานที่ท้าทายและมีการขยายตัวในปัจจุบัน”มร. ชาร์ล แชมเปี้ยน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายบริการลูกค้าของแอร์บัส กล่าว

แพ็กเกจ ISEP มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิผลของระบบการบินในสองส่วนหลัก ได้แก่ การสื่อสารด้านสภาพการจราจรทางอากาศ (Air Traffic Communications) และการนำร่อง (Navigation) สำหรับด้านการนำร่องนั้น ความสามารถอย่างหนึ่งได้แก่ระบบ Required Navigation Performance (RNP) ที่ช่วยลดระยะของเส้นทางบินและเพิ่มความยืดหยุ่นในการปฏิบัติการ ซึ่งส่งผลต่อการลดความล่าช้าของเที่ยวบิน ลดการยกเลิกเที่ยวบิน และลดปัญหาการเปลี่ยนจุดหมายลงจอด

สำหรับด้านการสื่อสารด้านสภาพการจราจรทางอากาศนั้นแพ็กเกจ ISEP ช่วยจัดเตรียมพื้นฐานสำหรับการนำระบบจัดการสถาพการจราจรทางอากาศในอนาคตมาใช้งาน ยกตัวอย่างเช่นระบบนำร่องทางอากาศสำหรับอนาคต (Future Air Navigation System หรือ FANS B) ซึ่งออกแบบมาเพื่อทำให้เครื่องบินสามารถปฏิบัติการร่วมกับการสื่อสารทางระบบควบคุมสภาพการจราจรทางอากาศได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการข้อมูล ลดภาระการทำงานของเจ้าหน้าที่ และช่วยให้การจัดทำรายงานเกี่ยวกับเที่ยวบินมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แพ็กเกจ ISEP ทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนสามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เพราะองค์กรสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านปฏิบัติการ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารเครื่องบินในฝูงบิน และผลลัพธ์จากการที่แพ็กเกจ ISEP ช่วยส่งเสริมมูลค่าในอนาคตของเครื่องบิน

แพ็กเกจ ISEP ได้รับการพัฒนาโดยแอร์บัสภายใต้การประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับบรรดาซับพลายเออร์หลักของบริษัท ดังนั้นลูกค้าทุกรายของแอร์บัสจึงมั่นใจได้อย่างแน่นอนถึงคุณประโยชน์อย่างรอบด้านที่มีความเสี่ยงต่ำ อีกทั้งความคุ้มค่าต่อการลงทุนที่แพ็กเกจ ISEP มอบให้ จนสามารถถือได้ว่าเป็นทางออกด้านนวัตกรรมอันมีประสิทธิภาพซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพความปลอดภัยด้านการนำร่องและลดต้นทุนของการปฏิบัติการในแต่ละเที่ยวบินได้อย่างแท้จริง แพ็กเกจ ISEP พร้อมให้ลูกค้าทั่วโลกที่ให้บริการด้วยเครื่องบินในตระกูลเอ320 นำไปใช้งานแล้ววันนี้ โดยสามารถติดต่อได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้าของแอร์บัส

เครื่องบินแอร์บัสตระกูลเอ320 มีเสถียรภาพในการใช้งานและความจำเป็นด้านการซ่อมบำรุงที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว อีกทั้งถือเป็นเครื่องบินแบบช่องทางเดินเดี่ยวที่มีต้นทุนดำเนินการต่ำที่สุดของเครื่องบินในระดับเดียวกัน เครื่องบินแอร์บัสตระกูลเอ320 มียอดสั่งซื้อแล้วมากกว่า 5,000 ลำ โดยกว่า 3,000 ลำ ได้รับการส่งมอบถึงมือลูกค้าแล้วมากกว่า 200 รายทั่วโลก ซึ่งทำให้ถือได้ว่าเป็นตระกูลเครื่องบินที่ขายดีที่สุดในโลก

แอร์บัส เป็นบริษัทในเครือ EADS


ข่าวประชาสัมพันธ์จากแอร์บัส

ข่าวสายการบิน | เว็ปบอร์ด | Gallery | Dutyfree Shop | ติดต่อทีมงาน
มาเป็นเพื่อนบ้าน HFlight.net | ติดต่อลงโฆษณา

Copyright (C) 2004. Kosin Yeambunya. All rights reserved.

Hflight.net