สุวิทย์จ๋อยสายการบินเมินประชุม
โดย ผู้จัดการรายวัน 28 มิถุนายน 2550 20:10 น.
สายการบินเมินเข้าร่วมประชุมวางแผนกับกระทรวงการท่องเที่ยว การบินไทยส่งแค่ระดับเจ้าหน้าที่มาร่วมประชุมแทน ด้าน "สุวิทย์"ไม่ละความพยายาม เตรียมนัดถกอีกสองครั้งเดือนหน้า หวังวางกรอบและหาข้อสรุปปัญหาที่นั่งไปพอรับนักท่องเที่ยว ด้านททท.เผยข้อมูล หากทุกฝ่ายไม่ร่วมมือกัน ปีหน้าเสียแชมป์ให้มาเก๊าแน่นอน
วานนี้(28 มิ.ย.50) ในการประชุมเรื่องการอำนวยความสะดวกการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างประเทศ จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ซึ่งมี ร.ท.สุวิทย์ ยอดมณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นประธาน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จุดประสงค์สำคัญของการประชุมในครั้งนี้ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะเรื่องสายการบินที่ไม่เพียงพอแก่ความต้องการ ซึ่งตามหมายกำหนดการ จะต้องเชิญผู้ประกอบการสายการบินไทยทุกรายมาร่วมประชุม แต่ผลปรากฏว่า มีเพียงสายการบินไทยเพียงรายเดียวมาร่วมประชุม และเป็นเพียงระดับเจ้าหน้าที่เท่านั้นมาร่วมประชุม ดังนั้นทำให้การประชุมครั้งนี้ ไม่ได้ข้อสรุปเท่าที่ควรจะเป็น ทั้งที่ ถือเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ควรแก้ไข เพื่อเร่งดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาประเทศไทยในปีนี้
ทั้งนี้ ร.ท.สุวิทย์ ยอดมณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า คงจะต้องเรียกประชุมทุกสายการบิน และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้งเพื่อหาข้อสรุป จึงถือว่าครั้งนี้เป็นการประชุมเพื่อรับทราบปัญหา โดยน่าจะมีการประชุมอีกอย่างน้อย 2 รอบ คือ ต้นเดือนกรกฎาคมนี้ ททท.จะประชุมมอบนโยบายให้แก่ผู้แทนการตลาดของ ททท. และในช่วงปลายเดือนเดียวกัน จะเชิญทุกหน่วยงานมาร่วมประชุมเพื่อหาข้อสรุป อาทิ กรมการขนส่งทางอากาศ การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย การบินไทย และ สายการบินอื่นๆ เป็นต้น
"ครั้งนี้เราก็ได้ส่งหนังสือเรียนเชิญทุกหน่วยงานมาร่วมประชุม เพื่อหาข้อสรุปการจัดทำกรอบแผนการบิน แก้ไขปัญหาที่นั่งไม่พอรองรับนักท่องเที่ยวในแต่ละเส้นทาง แต่ทราบว่าในส่วนของการบินไทย เขาก็มีประชุมใหญ่เช่นกัน จึงไม่สามารถมาร่วมประชุมกับเราได้ จึงจัดเจ้าหน้าที่มาร่วมงานให้ข้อมูลแทน"
สำหรับข้อมูลที่ได้จากการประชุมครั้งนี้ คือ เส้นทางที่ยังขาดเที่ยวบิน รวมถึงเส้นทางที่เที่ยวบินยังไม่พอรองรับ ซึ่งจะอยู่ทางยุโรปและตะวันออกกลางเป็นส่วนใหญ่ เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตน์ ,รัสเซีย และ กลุ่มประเทศ CIS ,รัฐแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ส่วนประเทศญี่ปุ่น เขาต้องการให้มีเที่ยวบินตรงถึงจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทย เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ อย่างไรก็ตาม บางเส้นทางบินก็อยู่ในแผน 5 ปี ในการขยายเส้นทางบินของการบินไทยอยู่แล้ว ส่วนเส้นทางอื่นๆ อาจมีสายการบินอื่นๆสนใจ หรือ การเจรจาร่วมโค้มแชร์กับสายการบินอื่นๆก็ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่กระทรวงจะต้องเร่งผลักดันให้เกิดโดยเร็ว เป็นการทลายปัญหาเรื่องที่นั่งไม่พอ ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน
ทั้งนี้การดำเนินงานอาจไม่เห็นผลในรัฐบาลชุดนี้ แต่อาจเห็นผลในรัฐบาลชุดต่อๆไป หรือในปีหน้า ก็ยังดีที่เราได้เริ่มต้น ล่าสุดมีรายงานจากภาคเอกชน และ ททท.ว่า ในปลายปีนี้จะมีเครื่องบินเช่าเหมาลำจากหลายประเทศนำนักท่องเที่ยวจากยุโรปและสแกนเข้ามามากกว่า 200 เที่ยวบินต่อสัปดาห์
ทางด้านนายเอนก ศรีชีวะชาติ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว หรือ ทีทีเอเอ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีที่รัฐบาลมีแนวคิดจัดประชุมในรูปแบบนี้ขึ้นมาเพื่อรับฟังปัญหาของเอกชน ซึ่งสิ่งที่จะขอจากภาครัฐคือ ให้นำกรอบแนวคิดที่เกิดขึ้นจากการประชุม นำไปขยายผลให้เป็นรูปธรรม ไปพร้อมกับการติดตามประเมินผลการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพราะที่ผ่านมาปัญหาคือ การประชุมจบ ทุกอย่างก็จบ ไม่มีการทำงานที่เป็นรูปธรรม ไม่มีการติดตามผลงาน ส่งผลให้ปัญหาของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังไม่หมดไปเสียที
อย่างไรก็ตามทางด้านททท.นายอักกพล พฤกษะวัน รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน กล่าวว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้น และ ยังไม่ได้รับการแก้ไขที่ถูกต้อง ส่งผลให้ไทยสูญเสียโอกาสทางการแข่งขัน ขณะที่คู่แข่งอย่างเวียดนาม ได้ดำเนินนโยบายเชิงรุก ไล่ตามประเทศไทยมาอย่างน่ากลัว ซึ่งหากไทยยังเป็นเช่นนี้ คาดว่าปีหน้าแนวโน้มส่วนแบ่งนักท่องเที่ยวของประเทศไทยอาจตกมาอยู่ลำดับที่ 5 ในเอเชียโดยจะเสียตำแหน่งให้แก่ มาเก๊า จากปีนี้ไทยอยู่อันดับที่ 4 มีส่วนแบ่งการตลาดที่ 9.35% ซึ่งมาเก๊า เป็นอีกหนึ่งประเทศที่การท่องเที่ยวมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่เวียดนาม ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่แปลกใหม่ และ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องไปควบคู่กัน ทั้งแหล่งท่องเที่ยวและความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว ขณะที่ประเทศไทยกลับเปิดใช้สนามบิน 2 แห่ง สร้างความสับสนและยุ่มยากแก่นักท่องเที่ยวที่ต้องมาเสียเวลาต่อเครื่อง ประกอบกับปัญหาทางการเมืองของประเทศไทยที่วุ่นวาย ทั้งหมดเป็นปัจจัยลบ ที่บั่นทอนให้การท่องเที่ยวของไทยเติบโตในภาวะถดถอย