HFlight รีวิวสายการบิน โรงแรม จองโรงแรมทั่วโลก - หน้าแรก
- กลับหน้าแรก -
หน้าแรก | จองโรงแรมที่พัก | ข่าวการบิน | Webboard | สายการบิน | กิน-เที่ยว-เดินทาง | รีวิวโรงแรม | คู่มือเที่ยวเมืองนอก | ลงโฆษณา

  
 

« May 2007 | Main | July 2007 »

June 30, 2007

บวท.พร้อมให้บริการจัดการจราจรทางอากาศอ่าวเบงกอล 5 ก.ค.นี้

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 มิถุนายน 2550 18:26 น.



ไอซีเอโอ และ บวท.พร้อมเป็นผู้ให้บริการระบบบริหารสภาพคล่องจราจรทางอากาศผ่านอ่าวเบงกอลอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคมนี้

นายปรีติ เหตระกูล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เปิดเผยว่า ตามที่ บวท.ได้รับมอบหมายจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) สายการบินนานาชาติ และประเทศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นผู้พัฒนาและดำเนินการระบบบริหารสภาพคล่องจราจรทางอากาศผ่านอ่าวเบงกอล หรือ “บ็อบแคท” (Bay of Bengal Cooperative Air Traffic Flow Management System : BOBCAT) ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยบริหารสภาพคล่องการจราจรทางอากาศแก่ทุกสายการบินที่ต้องการทำการบินจากภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเชื่อมต่อไปยังทวีปยุโรป โดยเส้นทางดังกล่าวต้องผ่านประเทศอัฟกานิสถาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีขีดความสามารถจำกัดในการรองรับปริมาณเที่ยวบินจำนวนมาก จึงเกิดการแออัดของเที่ยวบินในพื้นที่ดังกล่าว จนทำให้เครื่องบินต้องเปลี่ยนเส้นทางหรือความสูง มีผลกระทบถึงต้นทุนน้ำมันที่สายการบินต้องแบกรับ

ทั้งนี้ บวท.ในฐานะผู้ให้บริการการเดินอากาศของประเทศไทย ได้รับคัดเลือกจากไอซีเอโอ สายการบินนานาชาติ และประเทศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และได้รับความเชื่อมั่นยอมรับจากสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (ไออาตา) ให้เป็นผู้พัฒนาและดำเนินงานระบบบริหารสภาพคล่องการจราจรในบริเวณน่านฟ้าของประเทศอัฟกานิสถาน ซึ่งก่อนหน้านี้มีหน่วยงานการบินหลายประเทศเสนอตัวขอเป็นผู้ดำเนินการ และการที่ประเทศไทยโดย บวท.ได้รับการยอมรับให้เป็นผู้ดำเนินการ เนื่องจากมีความพร้อมและมีประสบการณ์ในการพัฒนาโปรแกรมการบริหารสภาพคล่องจราจรทางอากาศภายในประเทศไทย

นายปรีติ กล่าวว่า บวท.ได้พัฒนาระบบบริหารสภาพคล่องจราจรทางอากาศผ่านอ่าวเบงกอลเสร็จสิ้นเมื่อประมาณต้นปี 2549 และได้นำระบบมาทดลองแบบใช้งานจริงตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2549 โดยมีสายการบินใช้บริการระบบกว่า 30 สายการบิน จนกระทั่งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2550 ที่ประชุมไอซีเอโอให้การยอมรับว่า ระบบมีความสมบูรณ์แบบครบถ้วน พร้อมประกาศใช้งานอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 กรกฎาคมนี้ ระบบบริหารสภาพคล่องจราจรทางอากาศผ่านอ่าวเบงกอล (BOBCAT) เป็นระบบบริหารสภาพคล่องจราจรทางอากาศที่มีความโดดเด่น เนื่องจากเป็นระบบแรกในภูมิภาคและในโลก ที่ให้บริการเครื่องบินเดินทางระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายที่อยู่ห่างจากสนามบินที่วิ่งขึ้น เป็นระยะเวลาระหว่าง 1-6 ชั่วโมง ซึ่งการทำงานได้รับความร่วมมือจากประเทศต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก รวมถึงจำเป็นต้องประสานงานกับสายการบินมากกว่า 30 สายการบิน

หลักการทำงานของ BOBCAT ระบบจะบริหารสภาพคล่องการจราจรทางอากาศผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทุกสายการบินที่ต้องการทำการบินในเส้นทางที่ผ่านประเทศอัฟกานิสถานไปยังยุโรป จะต้อง login เข้ามาในระบบ เพื่อให้ระบบจัดช่วงเวลาความสูงและเส้นทางบินให้แก่เครื่องบิน ว่าจะต้องทำการบิน (เวลาวิ่งขึ้น) เวลาใด เพื่อที่เมื่อบินมาถึงประเทศอัฟกานิสถานแล้ว สามารถทำการบินได้อย่างคล่องตัวและปลอดภัยสูงสุด และที่สำคัญช่วยให้สายการบินสามารถประหยัดน้ำมัน

ในช่วงทดสอบระบบ ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2549 มีสายการบินต่าง ๆ ใช้บริการมากกว่า 30 สายการบิน โดยมีจำนวนเที่ยวบินที่มาใช้งานระบบมากกว่า 15,000 เที่ยวบิน ระหว่าง 24 ก.ค. 2549 และ 14 มิ.ย. 2550 ทั้งนี้ ในระยะเวลา 1 วัน จะมีสายการบินทำการบินเฉลี่ยในเส้นทางนี้ โดยใช้บริการระบบ BOBCAT ประมาณ 50 เที่ยวบิน จากการสำรวจความพึงพอใจ พบว่า ระบบ BOBCAT ช่วยให้สายการบินสามารถประหยัดน้ำมันได้ถึง 12 ล้านกิโลกรัม/ปี การประหยัดน้ำมันส่งผลให้เครื่องบินลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญในการก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจก ได้ถึง 50 ล้านกิโลกรัม/ปี สายการบินสามารถลดต้นทุนการดำเนินการได้ถึง 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/ต่อปี (350 ล้านบาท/ปี) และระบบ BOBCAT มีส่วนช่วยให้ประเทศที่เกี่ยวข้องลดความล่าช้าในการปล่อยอากาศยานขึ้นบิน







การบินไทยลดราคาตั๋วแหลก ส่อเค้าขัดแย้งนกแอร์

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 มิถุนายน 2550 17:10 น.

จากกรณีที่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ทำการออกโปรโมชั่นตั๋วราคาพิเศษเที่ยวบินภายในประเทศ "Explorer Thailand Fares"รวม 11 เส้นทางบิน ซึ่งเป็นการหั่นราคาลดลงจากราคาปกติถึง 50% ทำให้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของสายการบินนกแอร์ ซึ่งเป็นสายการบินโลว์คอสต์ แอร์ไลน์ ที่การบินไทยถือหุ้นใหญ่อยู่ด้วย 39% ทั้งนี้ปัญหาดังกล่าวส่อเค้าว่าอาจจะเกิดจากปัญหาความขัดแย้งภายใน

เรืออากาศโทอภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.การบินไทย กล่าวว่า ทางการบินไทยมีนโยบายปรับลดค่าตั๋วโดยสาร 11 เส้นทางบินภายในประเทศจริง แต่เป็นการทำเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) ไม่ได้ปรับลดราคาตลอดทั้งปี โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มอัตราเฉลี่ยการบรรทุกผู้โดยสาร และรายได้ของการบินไทยให้เพิ่มขึ้น เพื่อให้มีความสอดคล้องกับการบริหารงานทางธุรกิจการบินสมัยใหม่ที่มีการแข่งขันกันสูง

ส่วนเรื่อง การปรับลดราคาค่าโดยสารของการบินไทย เพื่อลงมาแข่งขันทางการตลาดกับสายการบินต้นทุนต่ำนั้น เรืออากาศโทอภินันทน์ยืนยันว่า กลุ่มเป้าหมายของการบินไทยกับสายการบินต้นทุนต่ำต่างกัน จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดความขัดแย้งระหว่างกัน แต่ถือว่าเป็นแผนการตลาดที่ทุกสายการบินต้องมีการปรับกลยุทธ์เพื่อให้สอดคล้องกับการแข่งทางการบินในอนาคต

ทั้งนี้การลดราคาค่าตั๋วของการบินไทย ได้มีหนังสือพิมพ์หัวสียักษ์ใหญ่ฉบับหนึ่งระบุว่า เกิดจากปัญหาความขัดแย้งกันเองภายใน โดยในการบริหารสายการบินนกแอร์ ที่มีนายพาที สารสินเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มักจะใช้อำนาจเต็มในการจัดการทั้งหมด ทำให้ผู้บริหารที่การบินไทยส่งไปเป็นคณะกรรมการบอร์ด ไม่ได้รับสิทธิในการบริหารเลย

นอกจากนี้สายการบินนกแอร์ยังได้สิทธิต่าง ๆ จากการบินไทยซึ่งเป็นบริษัทแม่จนทำให้มีต้นทุนในการดำเนินงานต่ำ เช่น การได้ค่าเช่าเครื่องบินจากการบินไทยในราคาถูก ทว่าในด้านการดำเนินงานของสายการบินนกแอร์กลับพยายามแย่งเส้นทางการบินที่การบินไทยสามารถทำกำไรได้มาบินเอง และแนะให้การบินไทยไปเน้นทำการบินในเส้นทางบินต่างประเทศแทน ซึ่งการออกโปรโมชั่นตั๋วราคาพิเศษเที่ยวบินภายในประเทศนกแอร์จึงได้รับผลกระทบอย่างเลี่ยงไม่ได้

ด้าน วัลลภ พุกกะณะสุต รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายการพาณิชย์ กล่าวว่า สามารถลดราคาตั๋วโดยสารใน 11 เส้นทางบินได้โดยไม่ขัดต่อระเบียบใด ๆ เพราะที่ผ่านมาทางกรมการขนส่งทางอากาศ เคยปลดล็อกไม่กำหนดราคาขั้นต่ำของสายการบิน เพื่อเปิดโอกาสให้มีสายการบินต้นทุนต่ำในประเทศไทย และบอร์ดการบินไทยก็ได้อนุมัติการลดราคาครั้งนี้แล้ว อยู่ที่ว่าฝ่ายบริหารการบินไทยจะนำมาปฏิบัติในช่วงไหน และราคาที่ปรับลด กำหนดโดยราคาตลาดที่สามารถปฏิบัติได้จริง ผู้โดยสารจะไม่ถูกหลอกเหมือนซื้อตั๋วโดยสารของสายการบินต้นทุนต่ำแน่นอน

"หากสายการบินต้นทุนต่ำจะโวยวายก็โวยไป เพราะที่การบินไทยทำถือเป็นราคาต่ำสุดของการบินไทย แต่เมื่อเทียบกับสายการบินต้นทุนต่ำก็เป็นราคาสูงสุดของเขา ในเมื่อพิจารณาดูแล้วพบว่าที่นั่งบางช่วงของการบินไทยไม่เต็ม ก็เป็นหน้าที่ของเราผู้บริหารที่จะต้องทำตลาดให้ดี เรื่องนี้ถือว่าผู้โดยสารได้ประโยชน์เต็มๆ"วัลลภกล่าว

ด้านพิชัย จึงอนุวัตร ผู้อำนวยการสำนักงานสาขาประจำประเทศไทย การบินไทย กล่าวว่า โปรโมชั่นราคาพิเศษสำหรับเที่ยวบินในประเทศ 11 เส้นทางบิน จะเริ่ม 11 มิ.ย.-30 ก.ย. 2550 ซึ่งผู้โดยสารยังคงสามารถสะสมไมล์ได้ตามปกติ สำหรับ 11 เส้นทางบินในประเทศที่ลดราคา ประกอบด้วย

กทม.-เชียงใหม่ จาก 2,400 บาท เหลือ 1,200 บาท, กทม.-เชียงราย จาก 2,480 บาท เหลือ 1,280 บาท, กทม.-พิษณุโลก จาก 1,660 บาท เหลือ 830 บาท, กทม.-อุบลราชธานี จาก 2,400 บาท เหลือ 1,200 บาท, กทม.-อุดรธานี จาก 2,450 บาท เหลือ 1,225 บาท, กทม.-ขอนแก่น จาก 2,130 บาท เหลือ 1,160 บาท, กทม.-สุราษฎร์ธานี จาก 2,320 บาท เหลือ 1,160 บาท, กทม.-ภูเก็ต จาก 2,880 บาท เหลือ 1,440 บาท, กทม.-กระบี่ จาก 2,680 บาท เหลือ 1,340 บาท, กทม.-หาดใหญ่ จาก 2,780 บาท เหลือ 1,390 บาท ราคาข้างตันนี้ยังไม่รวมค่าภาษีสนามบินและค่าธรรมเนียมทุกประเภท



“กัลยา” ยอมรับสนามบินสุวรรณภูมิทุจริตเพียบ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 มิถุนายน 2550 15:17 น.
“กัลยา” ยอมรับการบริหารงานที่ผ่านมาของ ทอท.ยังไม่มีประสิทธิภาพ และมีการคอร์รัปชันจำนวนมาก แต่ความบกพร่องที่ผ่านมาเกิดจากสถานการณ์บีบบังคับ ยืนยันจากนี้ไปจะพัฒนาประสิทธิภาพให้ดีขึ้น เน้นการบริหารงานที่โปร่งใสตรวจสอบได้ ขณะที่ “ต่อตระกูล” ระบุการซ่อมแท็กซี่เวย์รอบใหม่นี้จะสามารถใช้งานได้ชั่วคราวเท่านั้น

ในช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มีพิธีวางพานพุ่มถวายสักการะพระอนุสาวรีย์จอมพลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานารถ ผู้ริเริ่มกิจการการบินในประเทศไทย เนื่องในโอกาสครบรอบการดำเนินงาน 28 ปี ของ ทอท.ซึ่งมี พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะประธานกรรมการ ทอท.เป็นประธาน

โดย นางกัลยา ผกากรอง รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ยอมรับว่า การบริหารงานที่ผ่านมาของ ทอท.ยังถือว่าไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรและมีปัญหาเกี่ยวกับการคอร์รัปชันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากสถานการณ์บีบบังคับโดยเฉพาะกรณีการเร่งเปิดใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งจำเป็นต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ทอท.กำลังเร่งปรับปรุงแก้ไขการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะเน้นการบริหารงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีธรรมาภิบาล เปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถเข้าถึง ทอท.ได้มากขึ้น รวมถึงมีการจัดตั้งคณะกรรมการปรับปรุงกฎระเบียบการทำงานของ ทอท.ให้รัดกุมและป้องกันการคอร์รัปชั่นให้มากขึ้น เพื่อให้ก้าวต่อไปของ ทอท.เติบโตได้อย่างมั่นคงและเป็นที่ยอมรับของนานาชาติ

นอกจากนี้ ยอมรับว่า ปัญหาการคอร์รัปชันส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นอยู่ในโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่มีการจัดซื้อจัดจ้างกับภาคเอกชนเป็นจำนวนมาก แต่เมื่องานก่อสร้างแล้วเสร็จ และ ทอท.รับมอบพื้นที่มาบริหารแล้วก็จำเป็นต้องเบิกจ่ายเงินให้กับภาคเอกชนรายนั้น แต่เมื่อพบเหตุบกพร่องก็จะต้องดำเนินการปรับปรุงให้ใช้งานได้แล้วค่อยสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดต่อไป ส่วนปัญหารอยแตกร้าวของแท็กซี่เวย์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นเรื่องปกติที่มีการคาดการณ์ไว้แล้วหลังจากที่ตรวจพบรอยร้าวในครั้งแรกและขณะนี้ได้เร่งดำเนินการซ่อมแซมให้ใช้งานได้แล้ว

ด้าน นายต่อตระกูล ยมนาค กรรมการ ทอท.กล่าวว่า การซ่อมแท็กซี่เวย์รอบใหม่นี้จะเป็นการซ่อมให้สามารถใช้งานได้ชั่วคราวเท่านั้น ส่วนการซ่อมแซมอย่างถาวรจะต้องรอให้บริษัทที่ปรึกษาฯ ซึ่งผ่านการคัดเลือกจาก ทอท. ไปดำเนินการตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงก่อน และจะต้องรายงานผลความคืบหน้าการตรวจสอบมายังคณะกรรมการ ทอท.ทุกเดือน เพื่อประเมินได้ว่าจะสามารถให้ผู้รับเหมาลงพื้นที่ทำการซ่อมแซมอย่างไรให้ใช้งานถาวรได้เร็วที่สุด

สื่อนอกให้ความสนใจปัญหาซีทีเอ็กซ์ขัดข้อง

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 มิถุนายน 2550 12:36 น.
การบินไทย และสตาร์อัลไลแอนซ์ เปิดแถลงข่าวถึงการให้บริการสนามบินสุวรรณภูมิ โดยมีสื่อมวลชนต่างประเทศให้ความสนใจปัญหาเครื่องซีทีเอ็กซ์ขัดข้อง ด้าน “โชคชัย ปัญญายงค์” ชี้การขัดข้องซีทีเอ็กซ์เป็นเรื่องปกติของสนามบินที่เพิ่งเริ่มเปิดให้บริการ ขณะที่ผู้บริหารสตาร์อัลไลแอนซ์ ยืนยันไม่เคยวิตกกังวลปัญหาความปลอดภัยที่เกิดจากเครื่องซีทีเอ็กซ์ขัดข้อง และแท็กซี่เวย์ร้าว พร้อมมองว่า สนามบินดอนเมืองไม่ควรเปิดให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศ มาให้บริการแข่งขันสุวรรณภูมิ

วันนี้ (29 มิ.ย.) ผู้บริหารการบินไทย จำกัด (มหาชน) นำโดย เรืออากาศโทอภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.การบินไทย พร้อมด้วยผู้บริหารกลุ่มสายการบินพันธมิตรสตาร์อัลไลแอนซ์ ได้เปิดแถลงข่าวกับสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ สรุปผลการจัดงานประชุมนานาชาติเอเชีย ฟอรัม 2007 และตอบข้อซักถามถึงการให้บริการของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยได้มีสื่อมวลชนต่างประเทศสอบถามถึงปัญหาซีทีเอ็กซ์ที่ขัดข้องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า กระทบต่อการให้บริการของสายการบินหรือไม่ และผู้บริหารสนามบินได้ดำเนินการแก้ไขอย่างไร

โดย นายโชคชัย ปัญญายงค์ ผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายบริหารทรัพย์สินการบินไทย กล่าวว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีเครื่องซีทีเอ็กซ์ขัดข้องประมาณร้อยละ 50 ของที่มีทั้งหมด 26 เครื่อง ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีปริมาณผู้โดยสารใช้บริการไม่มากนัก และการบินไทยได้ประสานงานกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ในฐานะผู้บริหารสนามบิน ร่วมกันดูแลผู้โดยสารไม่ให้ได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว ซึ่งได้รับผลเป็นที่น่าพอใจ โดยไม่มีปัญหาสัมภาระตกค้าง หรือเครื่องบินล่าช้า ขณะเดียวกัน ยอมรับว่า จนถึงปัจจุบัน ทอท.ยังอยู่ระหว่างการเร่งซ่อมแซมเครื่องซีทีเอ็กซ์ที่เคยขัดข้อง และขณะนี้ยังมีเครื่องซีทีเอ็กซ์รวม 6 เครื่อง ที่ยังใช้งานไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่า ในช่วง 9 เดือน ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดให้บริการมา เครื่องซีทีเอ็กซ์ทำงานได้มีประสิทธิภาพ และเป็นเครื่องตรวจกระเป๋าสัมภาระที่ดี แต่ปัญหาที่เกิดขัดข้องนั้น ถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นกับอุปกรณ์ของท่าอากาศยานที่เพิ่งเริ่มเปิดให้บริการ

ขณะที่ เรืออากาศโทอภินันทน์ กล่าวว่า สำหรับการทำงานของเครื่องซีทีเอ็กซ์นั้น ขอยืนยันว่า เป็นเครื่องตรวจกระเป๋าสัมภาระที่มีประสิทธิภาพตามมาตรฐานปลอดภัยสูงสุด และการบินไทยขอยืนยันกับลูกค้า ว่า หากเครื่องซีทีเอ็กซ์มีปัญหาเรื่องมาตรฐานการตรวจความปลอดภัยแล้ว การบินไทยจะไม่ยอมใช้เครื่องซีทีเอ็กซ์ในการตรวจกระเป๋าสัมภาระเด็ดขาด เนื่องจากการบินไทยถือว่าความปลอดภัยของลูกค้าและผู้โดยสารมีความสำคัญสูงสุด

ขณะที่ นายจานน์ อัลเบร็ช ผู้บริหารสายการบินพันธมิตรสตาร์อัลไลแอนซ์ กล่าวถึงข่าวในด้านลบที่เกิดขึ้นกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทั้งปัญหาเครื่องซีทีเอ็กซ์ขัดข้อง รวมถึงปัญหาการแตกร้าวของทางขับ หรือแท็กซี่เวย์ ในช่วงที่ผ่านมาว่า เชื่อว่า ปัญหาเหล่านี้จะเป็นปัญหาระยะสั้นที่เกิดขึ้นกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งถือเป็นท่าอากาศยานที่เปิดให้บริการใหม่ แต่หลังจากนี้ เชื่อว่า จะมีการแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้หมดไป โดยในส่วนของสายการบินต่างๆ ที่อยู่ในกลุ่มสตาร์อัลไลแอนซ์ ไม่เคยมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการใช้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยเลย

สำหรับข้อซักถามถึงที่ปัจจุบัน ทอท.อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ว่าจะมีการใช้ประโยชน์ท่าอากาศยานดอนเมือง เพิ่มเติม เพื่อรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศในอนาคตนั้น นายอัลเบร็ช กล่าวว่า ในความเห็นเบื้องต้น การที่เมืองๆ หนึ่งจะมีท่าอากาศยานที่ให้บริการเพียงแห่งเดียวจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งแง่ประหยัดต้นทุนของการขนส่งและเวลาการเดินทาง รวมทั้งผู้โดยสารก็จะได้รับความสะดวกมากกว่าที่จะมีท่าอากาศยาน 2 แห่ง ที่เปิดให้บริการเหมือนกัน ดังนั้น ในส่วนนี้ เห็นว่า บทบาทของท่าอากาศยานดอนเมืองในอนาคตควรเป็นท่าอากาศยานที่ให้บริการเที่ยวบินที่มีส่วนสนับสนุนท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มากกว่าที่จะมีการให้บริการลักษณะที่เป็นการแข่งขันกัน โดยสามารถให้บริการเที่ยวบินในประเทศในเส้นทางบางเส้นทางที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไม่มีเที่ยวบินก็ได้

นายกฯ มั่นใจสายการบินทั่วโลกมั่นใจสุวรรณภูมิ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 28 มิถุนายน 2550 16:19 น.


พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี มั่นใจสายการบินในต่างประเทศทั่วโลกจะยอมรับและเชื่อมั่นในสนามบินสุวรรณภูมิของไทย แม้ว่าขณะนี้จะประสบปัญหาหลายด้านก็ตาม โดยรัฐบาลจะเร่งเพิ่มขีดความสามารถทางด้านการบริการให้มากขึ้น เพื่อผลักดันให้สนามบินสุวรรณภูมิเป็นศูนย์กลางทางการบินอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการก่อสร้างการเชื่อมโยง 2 สนามบิน ระหว่างสุวรรณภูมิกับดอนเมือง ด้วยระบบรถไฟฟ้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการ
นายกรัฐมนตรี ยังชี้แจงเพิ่มเติมอีกว่า เมื่อสายการบินต่างๆ สามารถขึ้นลงสนามบินสุวรรณภูมิได้ ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า สนามบินสุวรรณภูมิสามารถเทียบได้กับสนามบินในต่างประเทศ


“สรรเสริญ” การันตีไทยยังมีศักยภาพเป็นศูนย์กลางการบินได้

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 28 มิถุนายน 2550 16:17 น.
กลุ่มพันธมิตรการบิน สตาร์อัลไลแอนซ์ การบินไทย และเอเชีย นิวส์ เน็ทเวิร์ค เพื่อฉลองครบรอบ 10 ปี โดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการ ขณะที่ “สรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม” ยืนยันไทยยังมีศักยภาพเป็นศูนย์กลางการบินได้ พร้อมกำชับ ทอท.ปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยให้ได้ตามมาตรฐานโดยเร็วที่สุด

วันนี้ (28 มิ.ย.) ได้มีการจัดการประชุม เอเชีย ฟอรัม 2007 ของกลุ่มพันธมิตรการบิน สตาร์อัลไลแอนซ์ การบินไทย และเอเชีย นิวส์ เน็ทเวิร์ค เพื่อฉลองครบรอบ 10 ปีแห่งความร่วมมือของกลุ่มสตาร์อัลไลแอนซ์ ซึ่งมีสมาชิกทั้งหมด 17 สายการบินทั่วโลก และในปลายปีนี้จะมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นอีก 2 สายการบิน คือ สายการบินแอร์ไชน่า และสายการบินเซี่ยงไฮ้ แอร์ไลน์ โดยจะมี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งกล่าวปาฐกถา

นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การประชุมนัดนี้ เป็นโอกาสดีที่ไทยจะแสดงศักยภาพของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในฐานะศูนย์กลางการบินแห่งใหม่ล่าสุดของภูมิภาคเอเชีย โดยจะเน้นการผลักดันให้ท่าอากาศยานสุวรรณเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยปัจจัยหลายด้านทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ที่มั่นคง และเรียบร้อย โดยมองว่าศักยภาพของไทยในปัจจุบันสามารถจะก้าวเข้าสู่ความเป็นศูนย์กลางทางการบินได้อย่างแน่นอน

สำหรับผลการที่องค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ได้ส่งเจ้าหน้าที่เดินทางเข้ามาตรวจระบบความปลอดภัยของท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้น ในส่วนนี้ได้ให้นโยบายกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ไปแล้ว ให้มีการปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัย ให้ได้ตามมาตรฐานเร็วที่สุด ตามที่ ICAO ให้ข้อเสนอแนะ เนื่องจากระบบรักษาความปลอดภัยนั้น ถือเป็นหัวใจสำคัญของสนามบินทุกแห่ง

สำหรับข้อเสนอที่ ICAO เสนอแนะให้มีการยกฐานะของกรมการขนส่งทางอากาศ (ขอ.) จากหน่วยงานราชการเป็นองค์กรอิสระ เพื่อไม่ให้เกิดการรั่วไหลของบุคลากรทางด้านการบินจากภาครัฐสู่เอกชนในเรื่องดังกล่าว ยืนยันว่า ที่ผ่านมาได้มีการพูดถึงประเด็นดังกล่าวพอสมควร แต่ในเบื้องต้นเห็นว่า แม้กรมการขนส่งทางอากาศ จะเป็นหน่วยงานราชการก็สามารถทำหน้าที่ในฐานะหน่วยงานด้านกำกับดูแลได้ (เรคกูเลเตอร์) โดยไม่ต้องยกฐานะเป็นองค์กรอิสระ เพียงแต่ปรับการทำงานของเจ้าหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น

ส่วนข้อเสนอของ ICAO ให้มีการแก้ไขกฎหมายของไทย เพื่อเพิ่มอำนาจให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานมีอำนาจมากขึ้น สำหรับการควบคุมความปลอดภัยในท่าอากาศยานทุกแห่งทั่วประเทศนั้น กระทรวงคมนาคมเห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว และจะนำไปศึกษารายละเอียดต่อไป

นายกฯ เยือนอินเดียช่วยลดอุปสรรคการบินไทย-อินเดีย

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 28 มิถุนายน 2550 12:44 น.


นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินนกแอร์ กล่าวภายหลัง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เยือนอินเดีย ว่า รัฐบาลอินเดียต้องการให้นกแอร์เปิดเส้นทางการบินระหว่างกรุงเดลีกับกรุงเทพมหานครให้เร็วที่สุดหลังจากได้รับสิทธิในเส้นทางดังกล่าวแล้ว นอกจากนี้ นกแอร์เตรียมเปิดเส้นทางกรุงเทพ-เชชไน ภายในเดือนตุลาคม
ขณะที่เส้นทางกรุงเทพ-บังคาลอร์ ซึ่งได้เปิดบริการเมื่อต้นเดือนนี้ ปรากฏว่าจำนวนผู้โดยสารเป็นที่น่าพอใจ โดยส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยว ขณะที่ผู้โดยสารของสายการบินไทย ซึ่งบินในเส้นทางเดียวกันก็ไม่ได้ลดลง และเชื่อว่าภายหลังการเยือนอินเดียครั้งนี้ น่าจะมีการขจัดอุปสรรคเพื่อพัฒนาให้ธุรกิจการบินระหว่างทั้ง 2 ประเทศดียิ่งขึ้น


บางกอกแอร์เวย์สจัดศึกลูกยางชายหาดที่สมุย

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 27 มิถุนายน 2550 17:27 น.
สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ร่วมกับเทศบาลเมืองสมุย จัดศึกลูกยางชายหาดรายการ “Bangkok Airways Beach Volleyball 2007” ระหว่างวันที่ 19-22 กรกฎาคม 2550 ณ หาดเฉวง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฏร์ธานี โดยแฟนกีฬาที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมแข่งขันได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

เมื่อวันพุธที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุม Auditorium ชั้น 17 บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส จัดงานแถลงข่าวการแข่งขัน วอลเล่ย์บอลชายหาดรายการ “Bangkok Airways Beach Volleyball 2007” ระหว่างวันที่ 19-22 กรกฎาคม 2550 ณ หาดเฉวง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฏร์ธานี ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน โดยมี คุณสุมาลี ใช้เทียนทอง ผู้อำนวยการฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด, คุณวรากรณ์ รัตนรักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเกาะสมุย, คุณสมปอง จังทิงศิริ กรรมการบริหาร บริษัท เอ ทีม สปอร์ต แอนด์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด เป็นผู้ร่วมแถลงข่าว

โดยคุณสุมาลี กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดศึกตบลูกยางชายหาดในครั้งนี้ว่า ต้องการส่งเสริมกีฬาวอลเล่ย์บอลชายหาด ให้เป็นที่แพร่หลาย ซึ่งหาดเฉวง มีลักษณะหน้าหาดกว้างเหมาะสำหรับการเล่นกีฬาชนิดนี้ รวมทั้งเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวของเกาะสมุยซึ่งเป็นช่วง โลว์ ซีซั่น ส่วนการจัดการแข่งขันใน 2 ครั้งที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จ มีแฟนกีฬาให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก และคาดว่าครั้งนี้จะได้รับการตอบรับอย่างดีเช่นเดียวกัน

ขณะที่นายวรากรณ์ ยืนยันว่าตอนนี้การเตรียมการทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว ส่วนปัญหาเรื่องฝนตก นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเกาะสมุย กล่าวว่า ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะที่ผ่านมา 2 ครั้งก็สามารถแข่งขันกันได้

ส่วนทางด้านนายสมปอง ได้กล่าวถึง กฎ กติกา รวมถึงรูปแบบการแข่งขันในครั้งนี้ว่า จะมีการแข่งขันออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทมือสมัครเล่น ทีมชายและทีมหญิง ไม่จำกัดจำนวนทีม และประเภทมืออาชีพ ทีมชาย 8 ทีม และทีมหญิง 8 ทีม แข่งขันแบบแพ้คัดออก ระบบ 2 ใน 3 เซต โดยผู้ชนะทั้ง 2 ประเภทจะได้รับเงินรางวัล พร้อมถ้วยรางวัลและตั๋วเครื่องบินไปกลับ 2 ที่นั่ง

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมการแข่งขันจะไม่เสียค่าสมัครใดๆทั้งสิ้น โดยสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 15 ก.ค. 50 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สนามบินสมุย โทร. 077-425-011 ต่อ 107 หรือที่เทศบาลอำเภอสมุย โทร. 077-421-765 หรือฝ่ายประชาสัมพันธ์บางกอกแอร์เวย์ส โทร. 02-265-5669

ทอท.เล็งขยายปริมาณเที่ยวบินที่ดอนเมือง ชะลอ"สุวรรณภูมิเฟส 2"

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 27 มิถุนายน 2550 17:13 น.


นางกัลยา ผกากรอง รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า การพัฒนาท่าอากาศยานต่างๆ ในภูมิภาคขณะนี้ ทอท.กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่และเชียงรายให้มีความสามารถในการรองรับผู้โดยสารให้ได้มากขึ้น พร้อมทั้งมีแผนจะขยายปริมาณเที่ยวบินในท่าอากาศยานดอนเมืองให้มากขึ้น เพื่อช่วยแบ่งเบาความหนาแน่นของจราจรทางอากาศในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งจะเป็นการช่วยชะลอการลงทุนในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฟส 2 ที่ต้องใช้งบพัฒนาอีกกว่า 40,000 ล้านบาทออกไป โดยในขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการจ้างองค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ทำการศึกษาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสายการบินและท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปผลการศึกษาเบื้องต้นภายใน 2 เดือนนี้



อีวีเอ แอร์ นำเสนอมิวสิควีดีโอชุดใหม่ต้อนรับผู้โดยสารบนเครื่องบิน

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 มิถุนายน 2550 12:14 น.


สายการบินอีวีเอได้ทำการเปิดตัวมิวสิควีดีโอต้อนรับผู้โดยสารบนเครื่องบินชุดใหม่อย่างเป็นทางการโดยใช้ชื่อว่า “Ilha Formosa” หรือเกาะแสนสวย มิวสิควีดีโอชุดใหม่นี้ได้ทำการเปิดรอบปฐมทัศน์ไปเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2550 ณ ห้องประชุมสื่อมวลชนในกรุงไทเป ไต้หวัน โดยมีประธานของสายการบินอีวีเอ Mr. Peter Chen และ Ms. Janice Lai ประธานการท่องเที่ยวแห่งไต้หวันร่วมเป็นประธานในพิธี

มิวสิควีดีโอความยาว 40 นาทีนี้ต้องการสื่อถึงเพลงพื้นบ้านของไต้หวันโดยทำการเปลี่ยนแปลงภาพประกอบที่เน้นภูมิทัศน์ที่สวยงาม สถานที่สำคัญต่างๆ สัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมและภาพศิลปะที่งดงาม มิวสิควีดีโอต้อนรับชุด “Ilha Formosa” นี้สายการบินอีวีเอจัดทำขึ้นในความร่วมมือของการท่องเที่ยวแห่งไต้หวันเพื่อรณรงค์ส่งเสริมการท่องเที่ยวในกลุ่มชาวไต้หวันที่ย้ายถิ่นฐานไปอาศัยอยู่ต่างประเทศและในกลุ่มนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

สายการบินอีวีเอได้ทดลองออกแพร่ภาพมิวสิควีดีโอชุด “Ilha Formosa” ในทุกเที่ยวบินซึ่งผู้โดยสารได้ให้การตอบรับเป็นอย่างดี และเนื่องด้วยทางสายการบินมีเที่ยวบินสู่จุดหมายปลายทางรอบโลกจึงเป็นผลให้มิวสิควีดีโอต้อนรับชุดใหม่นี้ได้รับการเผยแพร่และกระตุ้นการท่องเที่ยวสู่ไต้หวันมากยิ่งขึ้น

ดนตรีประกอบมิวสิควีดีโอชุดใหม่นี้จัดทำขึ้นโดย Evergreen Symphony Orchestra ซึ่งวงดนตรีดังกล่าวเคยจัดทำวีดีโอต้อนรับบนเครื่องบินชุดก่อนหน้านี้ให้กับทางสายการบินมาแล้วโดยเน้นถึงความไพเราะของดนตรีพื้นบ้านไต้หวัน ทั้งนี้ในการจัดทำวีดีโอชุดใหม่ทางวงดนตรียังคงเน้นแนวดนตรีที่เข้าถึงจิตใจของผู้โดยสารชาวไต้หวันที่กำลังเดินทางกลับบ้านเกิดหลังจากที่ต้องอาศัยอยู่ต่างประเทศเป็นเวลานาน นอกจากนี้แนวดนตรียังสื่อถึงการเชื้อเชิญรวมถึงสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลายในเที่ยวบินของอีวีเอ

ผู้โดยสารสามารถเป็นเจ้าของดีวีดีมิวสิควีดีโอชุด “Ilha Formosa”ได้ตั้งแต่เดือน กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป สายการบินทำการผลิตดีวีดีชุดนี้ด้วยเทคโนโลยี Blu-ray Disc พร้อมความคมชัดของภาพที่ (1920 x 1080 พิกเซล) ประกอบกับความคมชัดของระบบเสียงรอบทิศทาง (5.1) ดังนั้นผู้โดยสารจะได้สัมผัสกับคุณภาพของทั้งภาพและเสียงที่ดีกว่าในหลายๆ โรงภาพยนตร์ มิวสิควีดีโอต้อนรับตัวใหม่นี้ยังสะท้อนให้เห็นว่าสายการบินอีวีเอนั้นเน้นเรื่องคุณภาพและปรับมาตราฐานการผลิตภายในให้ดียิ่งขึ้น

เครื่องบินแองโกลาเกิดอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิต 5 ราย

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 มิถุนายน 2550 05:44 น.


เครื่องบินของสายการบินแองโกลา เกิดอุบัติเหตุระหว่างลงจอดที่สนามบินทางตอนเหนือของประเทศในวันพฤหัสบดี(28) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย ในวันเดียวกับที่คณะกรรมาธิการยุโรปขึ้นบัญชีดำสายการบินที่ไม่ปลอดภัย

เครื่องบินโบอิ้ง737 ของสายการบินTAAG เกิดอุบัติเหตุหักครึ่ง ขณะลงจอดที่สนามบินในเอ็มบานซาคองโก อยู่ห่างจากเมืองหลวงของประเทศไปราว 180 ไมล์ โดยเครื่องบินลำดังกล่าวมีผู้โดยสารทั้งหมด 79 คน

รายงานข่าวท้องถิ่นระบุว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นขณะที่เครื่องบินลงแตะพื้นได้ระยะทางราวครึ่งหนึ่งของรันเวย์ จากนั้นเหมือนจะเกิดการกระแทกอย่างแรง จนทำให้เครื่องเสียหลักพุ่งเข้าชนบ้านหลังหนึ่ง โดยในเบื้องต้นสื่อมวลชนบอกว่ามีผู้เสียชีวิต 6 ราย แต่ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ยืนยันว่ามีผู้เคราะห์ร้าย 5 รายเท่านั้น




คณะกรรมาธิการยุโรปแบนสายการบินอิเหนาอ้างเหตุไม่ปลอดภัย

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 28 มิถุนายน 2550 23:04 น.


คณะกรรมาธิการยุโรปประกาศวันนี้(28) ห้ามมิให้สายการบินอินโดนีเซียทั้ง 51 สายการบิน บินมายังกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป(อียู) นับตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าสายการบินเหล่านี้ไม่ปลอดภัย

เจ้าหน้าที่อียูกล่าวว่าการตัดสินใจครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่เกิดเหตุเครื่องบินตกที่อินโดนีเซีย 4 ครั้ง เมื่อเร็วๆนี้ และทางการอินโดนีเซียก็ยังไม่มีมาตรการรับประกันความปลอดภัยเพียงพอ การสั่งแบนครั้งนี้รวมถึงสายการบินการูดาซึ่งเป็นสายการบินประจำชาติของอินโดนีเซีย

ปัจจุบันมีเพียงสายการบินการูดาเท่านั้นที่ยังมีเที่ยวบินเข้าออกประเทศอียู อย่างไรก็ดี คณะกรรมาธิการยุโรปยังได้เตือนประชาชนและบริษัทท่องเที่ยวในประเทศอียูอย่าใช้สายการบินเหล่านี้

คำสั่งดังกล่าวยังกระทบต่อผู้โดยสารชาวยุโรปที่เดินทางในประเทศนอกกลุ่มอียูโดยใช้สายการบินอินโดนีเซีย เพราะตามกฎของยุโรป ผู้โดยสารต้องได้รับแจ้งว่าสายการบินที่ใช้บริการถูกอียูสั่งแบนหรือไม่ อีกทั้งยังมีสิทธิขอคืนเงินค่าตั๋วหรือขอเปลี่ยนไปให้สายการบินอื่นออกตั๋วที่ซื้อในยุโรปสำหรับเที่ยวบินที่ไม่ได้เข้าน่านฟ้าของอียู



นักบินเปลี่ยนเส้นทาง-บินต่ำเหตุโศกนาฏกรรม!!

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 28 มิถุนายน 2550 20:27 น.

กรุงเทพฯ--- ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังจะเริ่มถอดข้อมูลออกจาก "กล่องดำ" ของเครื่องบินแอนโตนอฟ-24 ที่ประสบอุบัติเหตุตกในกัมพูชาเมื่อวันจันทร์ (25 มิ.ย.) ซึ่งทำให้ผู้โดยสาร-นักบินและลูกเรือรวม 22 คนเสียชีวิตทั้งหมดนั้น ข้อมูลบทบันทึกสนทนาระหว่างนักบินกับหอบังคับการบินในเบื้องต้น ได้แสดงให้เห็นว่านักบินได้เปลี่ยนเส้นทางบิน เพื่อเลี่ยงการเผชิญหน้ากับพายุ จนนำไปสู่โศกนาฏกรรม

นอกจากนั้น นักบินซึ่งมีการยืนยันแล้วว่าไม่ใช่ชาวรัสเซีย แต่เป็นชาวอุซเบ็ค ยังไม่ยอมเพิ่มเพดานบินให้สูงขึ้นตามคำแนะนำของหอบังคับการบิน ทำให้เครื่องพุ่งชนยอดเขาโบกอร์ (Bokor) ในเขตเทือกเขาพนมดัมเรย (Phnom Damrey) หรือ "เทือกเขาช้าง" จ.กัมโป้ท (Kampot) ทางภาคใต้ของประเทศ

หนังสือพิมพ์บางฉบับของเกาหลีรายงานบทสนทนาดังกล่าวในฉบับวันพฤหัสบดี (28 มิ.ย.) และ ข้อมูลได้รับการยืนยันจากนายชิน ฮุน-เซิ๊ค (Shin Hyun Seok) เอกอัครราชทูตเกาหลีประจำกรุงพนมเปญ ในวันเดียวกัน

เอกอัครราชทูตเกาหลีกล่าวว่า เครื่องบิน AN-24 ของสายการบินแบบเช่าเหมาลำ PMT Air ที่ทำในรัสเซีย พร้อมด้วยผู้โดยสาร 16 คนบนเครื่อง โดยมีชาวเกาหลีรวมอยู่ด้วย 13 คน ได้เปลี่ยนเส้นทางบินไปทางตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อหลีกกลุ่มเมฆหนา และ ทัศวิสัยเลวร้าย รวมทั้งพายุที่พัดกระหน่ำขึ้นจากชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ ก่อนจะพุ่งชนยอดเขาโบกอร์

"โศกนาฏกรรมเริ่มขึ้นเมื่อนักบินได้เปลี่ยนทางออกจากเส้นทางบินปกติ ภายใต้สภาพอากาศที่เลวร้าย" สำนักข่าวหยนฮัพ (Yonhap) ของทางการรายงานโดยอ้างคำกล่าวของเอกอัครราชทูตเกาหลี

โดยปกติเครื่องบินจะบินตรงจากเมืองเสียมราฐ ไปยังเมืองสีหนุวิลล์ที่อยู่ชายทะเลทางภาคใต้ และ ลงจอดสนามบินสีหนุวิลล์โดยกลับลำบินไปจากทางด้านทะเล

"แต่เครื่องบินเปลี่ยนเส้นทางโดยเบนไปทางตะวันออกเฉียงใต้ และบินตรงไปยังภูเขาทำให้เกิดโศกนาฏกรรม" เอกอัครราชทูตเกาหลีกล่าว

"แน่นอน นักบินได้รับอนุญาตจากหอบังคับการบินให้เปลี่ยนเส้นทางได้ แต่นักบินไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของหอฯ ที่ให้เพิ่มเพดานบินให้สูงขึ้น" เอกอัครราชทูตฯ กล่าว

นายกรัฐมนตรีกัมพูชา นายฮุนเซน ระบุระหว่างการแถลงข่าวตอนบ่ายวันพุธ (27 มิ.ย.) ว่า สภาพอากาศเลวร้ายน่าจะเป็นต้นเหตุทำให้เครื่องบินตก และไม่ใช่ความบกพร่องทางด้านกลไกหรือด้านเทคนิคใดๆ ของเครื่องบิน

ผู้โดยสารทั้ง 16 คนซึ่งเป็นชาวเช็คจำนวน 3 คน นักบิน 1 คน กับลูกเรือชาวเขมร 6 คน เสียชีวิตทั้งหมด ในโศกนาฏกรรมเมื่อวันจันทร์ ซึ่งเป็นอุบัติเหตุครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 10 ปี ในธุรกิจการบินกัมพูชา

ศพผู้เสียชีวิตทุกคนติดอยู่ในซากเครื่องบิน ยกเว้นผู้โดยสารชาย 1 คน ที่กระเด็นออกไปและพบในอาณาบริเวณใกล้เคียง ทั้งนี้เป็นรายงานของหนังสือพิมพ์ดงอา-อิลโบ (Dong A- Il Bo) ในเกาหลีใต้

ดื้อแพ่ง-อวดรู้เส้นทางดี

หนังสือพิมพ์ดงอา-อิลโบ รายงานว่า "เมื่อเผชิญหน้ากับเมฆหนา และพายุลมแรง หลังบินขึ้นจากสนามบินเสียมราฐ-อังกอร์ (Siem Reap- Angkor) เป็นเวลาเพียง 35 นาที.. เครื่อง AN-24 ก็บินเข้าใกล้ภูเขา” ซึ่งมีข้อความการติดต่อกับหอบังคับการบินดังต่อไปนี้

นักบิน: "เรากำลังบินบนความสูง 2,000 ฟิต"

หอบังคับฯ สีหนุวิลล์: "คุณกำลังบินต่ำเกินไป ขอให้ระบุพิกัดด้วย คุณควรจะเพิ่มเพดานขึ้นสู่ 4,000 ฟิต"

นักบิน: "ไม่เป็นไรหรอก ผมคุ้นเคยกับพื้นที่แถบนี้ดี"

จากนั้นเพียงชั่วครู่ เครื่องบินก็ขาดการติดต่อ หายไปจากจอเรดาร์ และ ได้หน่วยกู้ภัยได้ค้นพบในตอนเช้าวันพุธว่า ตกลงทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเขาโบกอร์ ขณะที่สนามบินสีหนุวิลล์อยู่ห่างออกไปประมาณ 40 กิโลเมตรทางตะวันตกเฉียงใต้

จุดที่เครื่องบินชนภูเขา สูงจากระดับน้ำทะเลราว 3,600 ฟิต อยู่เกือบถึงยอดเขา ซึ่งอาจจะแสดงให้เห็นว่านักบินได้พยายามเชิดหัวขึ้นในนาทีสุดท้าย ดองอา-อิลโบ กล่าว

เมื่อพิจารณาตามบทสนทนานี้ จึงอาจจะประเมินได้ว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นจากความอวดเก่งจนเลินเล่อของนักบิน

"เครื่องบินกำลังบินในความสูงที่ต่ำกว่าระดับมาตรฐานทั่วไป.. หอฯ ได้แจ้งเรื่องนี้ต่อนักบินช่วงที่เครื่องกำลังจะชนเขาพอดี" หนังสือพิมพ์ฉบับเดียวกันอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่สถานทูตคนหนึ่ง หลังได้ฟังบทสนทนาที่ได้รับจากทางการกัมพูชา ณ สถานทูตกรุงพนมเปญเมื่อวันพุธ

ก่อนจะถึงสนามบินสีหนุวิลล์ปลายทางระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร เส้นทางบินจะต้องผ่านเขตเขาโบกอร์ที่สลับซับซ้อน ซึ่งมียอดสูงถึง 4,000 ฟิต จากระดับน้ำทะเล

ทิวเขานี้จะยาวไปจนจรดชายหาดสีหนุวิลล์ เครื่องบินควรจะรักษาระดับความสูงเอาไว้อย่างน้อย 3,800 ฟิต ขณะบินผ่านสภาพพื้นที่ดังกล่าว การบินต่ำเพียง 2,000 ฟิต จึงต่ำเกินไป และสภาพอากาศได้ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเลวร้ายลงไปอีก

"ความภาคภูมิใจในตัวเองและอวดเก่ง ทำให้นักบินไม่เชื่อฟัง (คำแนะนำของ) หอบังคับการบิน" ดงอา-อิลโบ กล่าว

สำนักข่าวอิตาร์-ทัสส์ (Itar-Tass) ของรัสเซีย รายงานในวันเดียวกันยืนยันว่า นักบินของเครื่อง AN-24 ชะตาขาด ชื่อ นิโคไล ฟาบลันโก (Nicolei Flabanko) เป็นชาวอุซเบกิสถาน มิใช่ชาวรัสเซีย

สัญญาณความหายนะ

หลายฝ่ายพุ่งเป้าไปที่การกล่าวหาสภาพอากาศเลวร้ายเป็นต้นเหตุทำให้เครื่องบินตก แต่ก็มีรายละเอียดมากกว่านั้น

"อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากสภาพอากาศที่เลวร้าย ไม่เกี่ยวกับการขัดข้องทางเทคนิคใดๆ" พล.อ.แกกิมยาน (Ke Kim Yan) ผู้บัญชาการกองทัพกัมพูชา ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการกู้อุบัติภัยกล่าวเป็นคนแรก

ความเชื่อนี้ได้สะท้อนต่อๆ ไป จนถึงนายกรัฐมนตรีฮุนเซน

อย่างไรก็ตามมองลงไปในรายละเอียดจะพบว่า มาตรการความปลอดภัยมีความหละหลวม เครื่องบิน AN-24 ที่ทำในอดีตสหภาพโซเวียต แบบที่ PMT Air นำเข้าใช้การนี้สร้างมา 40 ปีแล้ว และ มีเรื่องราวเกี่ยวกับความไม่ปลอดภัยมาหลายครั้ง รวมทั้งเมื่อปี 2548 ซึ่งได้ตกลงในภาคเหนือของรัสเซีย มีผู้เสียชีวิต 29 ราย

อย่างไรก็ตาม PMT Air ได้แก่ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับเครื่องบิน โดยระบุว่าเครื่อง AN-24 ลำที่ประสบอุบัติเหตุนี้อยู่ในสภาพดีและมีมาตรฐานความปลอดภัยครบถ้วนทุกอย่าง จึงยังเร็วเกินไปที่จะระบุว่าเป็นสาเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้


ทุกอย่างจะเป็นความลี้ลับต่อไปอีกระยะหนึ่ง จนกว่าจะมีการแกะข้อมูลจาก "กล่องดำ" ซึ่งเป็นอุปกรณ์บันทึกเสียงอิเล็กทรอนิกส์ประจำเครื่องบิน อุปกรณ์ชิ้นนี้จะเปิดเผยความลี้ลับในนาทีท้ายๆ ก่อนเครื่องบินชะตาขาดจะพุ่งชนภูเขา

ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เครื่องบินของ PMT Air มีอุบัติเหตุหรือเกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างการบินมาแล้ว 3 ครั้ง องค์การสหประชาชาติได้สั่งห้ามเจ้าหน้าที่ประจำกัมพูชาขึ้นบินกับสายการบินแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 2548 ทั้งนี้เป็นรายงานของสำนักข่าวเอเอฟพี

สายการบิน PMT Air เปิดบินเส้นทางเสียมราฐ-สีหนุวิลล์ มาตั้งแต่เดือน ม.ค.ปีนี้ เพื่อเชื่อมการท่องเที่ยวระหว่างนครวัดกับเมืองชายทะเล ของประเทศ ตามแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล ปัจจุบันยังบินเชื่อมกรุงพนมเปญกับกรุงฮานอยและเมืองปูซานของเกาหลีอีกด้วย

กระทรวงคมนาคมและขนส่งได้สั่งให้สายการบิน PMT Air ตรวจเช็คมาตรฐานความปลอดภัยของเครื่องบินที่ใช้บินสู่เกาหลีอย่างเร่งด่วน

ตามรายงานขอสำนักข่าวซินหัว รัฐบาลกัมพูชาไม่ได้สั่งให้ PMT Air หยุดให้บริการหลังเกิดเหตุการณ์สลดเมื่อวันจันทร์ ไม่ว่าจะเป็นภายในและบินออกต่างประเทศ จนกว่าจะทราบข้อมูลจากกล่องดำก่อน

อย่างไรก็ตาม บริษัทจำหน่ายตั๋วแห่งหนึ่งที่เมืองเสียมราฐ เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์แคมโบเดียเดลีว่า สายการบิน PMT Air ได้งดให้บริการบินเส้นทางในประเทศทั้งหมดเป็นการชั่วคราว แต่ยังคงบินไปกรุงฮานอย และเมืองท่าปูซาน ตามปกติ.

สุวิทย์จ๋อยสายการบินเมินประชุม

โดย ผู้จัดการรายวัน 28 มิถุนายน 2550 20:10 น.


สายการบินเมินเข้าร่วมประชุมวางแผนกับกระทรวงการท่องเที่ยว การบินไทยส่งแค่ระดับเจ้าหน้าที่มาร่วมประชุมแทน ด้าน "สุวิทย์"ไม่ละความพยายาม เตรียมนัดถกอีกสองครั้งเดือนหน้า หวังวางกรอบและหาข้อสรุปปัญหาที่นั่งไปพอรับนักท่องเที่ยว ด้านททท.เผยข้อมูล หากทุกฝ่ายไม่ร่วมมือกัน ปีหน้าเสียแชมป์ให้มาเก๊าแน่นอน

วานนี้(28 มิ.ย.50) ในการประชุมเรื่องการอำนวยความสะดวกการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างประเทศ จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ซึ่งมี ร.ท.สุวิทย์ ยอดมณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นประธาน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จุดประสงค์สำคัญของการประชุมในครั้งนี้ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะเรื่องสายการบินที่ไม่เพียงพอแก่ความต้องการ ซึ่งตามหมายกำหนดการ จะต้องเชิญผู้ประกอบการสายการบินไทยทุกรายมาร่วมประชุม แต่ผลปรากฏว่า มีเพียงสายการบินไทยเพียงรายเดียวมาร่วมประชุม และเป็นเพียงระดับเจ้าหน้าที่เท่านั้นมาร่วมประชุม ดังนั้นทำให้การประชุมครั้งนี้ ไม่ได้ข้อสรุปเท่าที่ควรจะเป็น ทั้งที่ ถือเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ควรแก้ไข เพื่อเร่งดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาประเทศไทยในปีนี้

ทั้งนี้ ร.ท.สุวิทย์ ยอดมณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า คงจะต้องเรียกประชุมทุกสายการบิน และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้งเพื่อหาข้อสรุป จึงถือว่าครั้งนี้เป็นการประชุมเพื่อรับทราบปัญหา โดยน่าจะมีการประชุมอีกอย่างน้อย 2 รอบ คือ ต้นเดือนกรกฎาคมนี้ ททท.จะประชุมมอบนโยบายให้แก่ผู้แทนการตลาดของ ททท. และในช่วงปลายเดือนเดียวกัน จะเชิญทุกหน่วยงานมาร่วมประชุมเพื่อหาข้อสรุป อาทิ กรมการขนส่งทางอากาศ การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย การบินไทย และ สายการบินอื่นๆ เป็นต้น

"ครั้งนี้เราก็ได้ส่งหนังสือเรียนเชิญทุกหน่วยงานมาร่วมประชุม เพื่อหาข้อสรุปการจัดทำกรอบแผนการบิน แก้ไขปัญหาที่นั่งไม่พอรองรับนักท่องเที่ยวในแต่ละเส้นทาง แต่ทราบว่าในส่วนของการบินไทย เขาก็มีประชุมใหญ่เช่นกัน จึงไม่สามารถมาร่วมประชุมกับเราได้ จึงจัดเจ้าหน้าที่มาร่วมงานให้ข้อมูลแทน"

สำหรับข้อมูลที่ได้จากการประชุมครั้งนี้ คือ เส้นทางที่ยังขาดเที่ยวบิน รวมถึงเส้นทางที่เที่ยวบินยังไม่พอรองรับ ซึ่งจะอยู่ทางยุโรปและตะวันออกกลางเป็นส่วนใหญ่ เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตน์ ,รัสเซีย และ กลุ่มประเทศ CIS ,รัฐแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ส่วนประเทศญี่ปุ่น เขาต้องการให้มีเที่ยวบินตรงถึงจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทย เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ อย่างไรก็ตาม บางเส้นทางบินก็อยู่ในแผน 5 ปี ในการขยายเส้นทางบินของการบินไทยอยู่แล้ว ส่วนเส้นทางอื่นๆ อาจมีสายการบินอื่นๆสนใจ หรือ การเจรจาร่วมโค้มแชร์กับสายการบินอื่นๆก็ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่กระทรวงจะต้องเร่งผลักดันให้เกิดโดยเร็ว เป็นการทลายปัญหาเรื่องที่นั่งไม่พอ ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน

ทั้งนี้การดำเนินงานอาจไม่เห็นผลในรัฐบาลชุดนี้ แต่อาจเห็นผลในรัฐบาลชุดต่อๆไป หรือในปีหน้า ก็ยังดีที่เราได้เริ่มต้น ล่าสุดมีรายงานจากภาคเอกชน และ ททท.ว่า ในปลายปีนี้จะมีเครื่องบินเช่าเหมาลำจากหลายประเทศนำนักท่องเที่ยวจากยุโรปและสแกนเข้ามามากกว่า 200 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

ทางด้านนายเอนก ศรีชีวะชาติ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว หรือ ทีทีเอเอ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีที่รัฐบาลมีแนวคิดจัดประชุมในรูปแบบนี้ขึ้นมาเพื่อรับฟังปัญหาของเอกชน ซึ่งสิ่งที่จะขอจากภาครัฐคือ ให้นำกรอบแนวคิดที่เกิดขึ้นจากการประชุม นำไปขยายผลให้เป็นรูปธรรม ไปพร้อมกับการติดตามประเมินผลการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพราะที่ผ่านมาปัญหาคือ การประชุมจบ ทุกอย่างก็จบ ไม่มีการทำงานที่เป็นรูปธรรม ไม่มีการติดตามผลงาน ส่งผลให้ปัญหาของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังไม่หมดไปเสียที

อย่างไรก็ตามทางด้านททท.นายอักกพล พฤกษะวัน รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน กล่าวว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้น และ ยังไม่ได้รับการแก้ไขที่ถูกต้อง ส่งผลให้ไทยสูญเสียโอกาสทางการแข่งขัน ขณะที่คู่แข่งอย่างเวียดนาม ได้ดำเนินนโยบายเชิงรุก ไล่ตามประเทศไทยมาอย่างน่ากลัว ซึ่งหากไทยยังเป็นเช่นนี้ คาดว่าปีหน้าแนวโน้มส่วนแบ่งนักท่องเที่ยวของประเทศไทยอาจตกมาอยู่ลำดับที่ 5 ในเอเชียโดยจะเสียตำแหน่งให้แก่ มาเก๊า จากปีนี้ไทยอยู่อันดับที่ 4 มีส่วนแบ่งการตลาดที่ 9.35% ซึ่งมาเก๊า เป็นอีกหนึ่งประเทศที่การท่องเที่ยวมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่เวียดนาม ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่แปลกใหม่ และ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องไปควบคู่กัน ทั้งแหล่งท่องเที่ยวและความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว ขณะที่ประเทศไทยกลับเปิดใช้สนามบิน 2 แห่ง สร้างความสับสนและยุ่มยากแก่นักท่องเที่ยวที่ต้องมาเสียเวลาต่อเครื่อง ประกอบกับปัญหาทางการเมืองของประเทศไทยที่วุ่นวาย ทั้งหมดเป็นปัจจัยลบ ที่บั่นทอนให้การท่องเที่ยวของไทยเติบโตในภาวะถดถอย



การบินไทยยันซ่อมแท็กซี่เวย์สุวรรณภูมิไม่กระทบบริการ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 28 มิถุนายน 2550 19:27 น.


ผู้บริหารการบินไทย ยืนยันการซ่อมแซมแท็กซี่เวย์ สนามบินสุวรรณภูมิ ไม่กระทบต่อการให้บริการ พร้อมปัดข่าวลดค่าตั๋วโดยสารเส้นทางบินภายในประเทศ 11 เส้นทาง เพื่อแข่งขันกับสายการบินนกแอร์ แจงเป็นการร่วมมือกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศในช่วงโลว์ซีซัน



เรืออากาศโทอภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่มพันธมิตรการบินสตาร์อัลไลแอนซ์ ไม่ได้มีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยเฉพาะการปิดแท็กซี่เวย์ (ทางขับ) เพื่อซ่อมแซมรอยแตกร้าวที่เกิดขึ้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการให้บริการเที่ยวบินของสายการบินต่างๆ เช่น การบินไทย ทั้งในเรื่องของความล่าช้า และการขึ้น-ลงของเครื่องบิน เนื่องจากในช่วงเวลาที่มีการปิดซ่อมแท็กซี่เวย์ เป็นช่วงที่มีปริมาณการจราจรทางอากาศไม่มากนัก และยังสามารถใช้งานรันเวย์ทั้ง 2 ฝั่งของสนามบินได้ แต่หากมีการปิดซ่อมรันเวย์ ก็อาจส่งผลให้เกิดปัญหาบ้าง แต่ก็ไม่มากนัก เพราะการขึ้น-ลงของเครื่องบินไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่รันเวย์ทั้งหมด 4,000 เมตร ซึ่งเครื่องบินขนาดใหญ่จะใช้พื้นที่รันเวย์ในการขึ้น-ลงของเครื่องบินเพียง 3,700 เมตรเท่านั้น

นอกจากนี้ เรืออากาศโทอภินันทน์ ยังกล่าวถึงการเข้ามาร่วมกลุ่มพันธมิตรการบินสตาร์อัลไลแอนซ์ ของสายการบินไชน่า แอร์ไลน์ และเซี่ยงไฮ้ แอร์ไลน์ ในช่วงปลายปีนี้ ว่า จะเป็นการช่วยเพิ่มเครือข่ายทางการบินในอนาคต รวมถึงเพิ่มความร่วมมือด้านปฏิบัติการบิน โดยเฉพาะการเพิ่มอำนาจต่อรองในการจัดซื้อน้ำมัน และลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการบริหารงานการบินของสายการบินสมาชิก เนื่องจากปัจจุบันการแข่งขันทางธุรกิจการบินมีมากขึ้น ขณะที่นักท่องเที่ยวเริ่มลดปริมาณการเดินทางลงจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลให้ผู้ประกอบการสายการบินไม่สามารถขึ้นราคาตั๋วโดยสารได้ และจำเป็นต้องปรับตัวให้สอดรับกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

ขณะเดียวกัน กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.การบินไทย ปฏิเสธกรณีปรับลดค่าตั๋วโดยสารเส้นทางบินในประเทศ 11 เส้นทางบิน ว่า ไม่ได้เป็นการปรับลดค่าตั๋วโดยสารลงมาแข่งขันทางธุรกิจกับสายการบินนกแอร์ แต่เป็นการปรับลดราคาตั๋วโดยสารเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศในช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว (โลว์ซีซัน) พร้อมทั้งยืนยันว่า การจัดตั้งสายการบินนกแอร์ขึ้นมา เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางแข่งขันในส่วนของสายการบินราคาประหยัด (โลว์คอสต์ แอร์ไลน์) และไม่มีความขัดแย้งทางธุรกิจระหว่างกัน นอกจากนี้ การบินไทยยังมีแผนที่จะปรับลดค่าโดยสารเส้นทางบินต่างประเทศในช่วงโลว์ซีซันของปีหน้า ในอัตราไม่เกินร้อยละ 50 หลังจากที่ปีนี้ได้ดำเนินการปรับลดค่าโดยสารเส้นทางบินในประเทศไปแล้ว



June 26, 2007

ICAO ประเมินระบบรักษาความปลอดภัย "สุวรรณภูมิ"

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 26 มิถุนายน 2550 16:17 น.


นายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่องค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) ได้เดินทางเข้ามาตรวจความพร้อมและประเมินผลการจัดทำระบบรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตามกำหนดการ หลังจากท่าอากาศยานได้เปิดให้บริการมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2549 โดยในวันพรุ่งนี้(27 มิ.ย.) ทางคณะผู้แทนของไอซีเอโอ จะรายงานผลการประเมินให้ฝ่ายไทยทราบ ซึ่งในรายงานจะครอบคลุมถึงจุดต่างๆ ที่ไอซีเอโอเห็นว่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิต้องปรับปรุง เพื่อให้ระบบรักษาความปลอดภัยมีมาตรฐานสูงขึ้น
ด้านนายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า ในขณะนี้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบของไอซีเอโอ ได้เข้าทำงานในทุกพื้นที่ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และได้แจ้งให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท. และฝ่ายบริหารของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทราบว่า การตรวจสอบระบบมาตรฐานความปลอดภัยของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ หลังจากนั้นจะรายงานให้กรมการขนส่งทางอากาศทราบ เนื่องจากเป็นการประสานงานระหว่างหน่วยงานกำกับการด้านการบินระหว่างประเทศ ก่อนที่กรมการขนส่งทางอากาศจะแจ้งให้ ทอท. รับทราบว่าจะต้องปรับปรุงงานความปลอดภัยส่วนใด เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ไอซีเอโอระบุ
สำหรับการปรับปรุงงานด้านรักษาความปลอดภัยให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการ ทอท. โดยเฉพาะในส่วนของบริษัทผู้สัมปทาน กลุ่มบริษัท ล็อกซเล่ย์ นายเสรีรัตน์ กล่าวว่า สิ้นเดือนมิถุนายนนี้ จะมีการประเมินผลการทำงานอีกครั้ง หากงานยังไม่เป็นที่น่าพอใจ จะมีมาตรการขั้นเด็ดขาดออกมา ซึ่งที่ผ่านมา ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ยกระดับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยให้มีความเข้มข้นมากขึ้น โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของ ทอท. เข้าควบคุมการปฏิบัติงานของบริษัทผู้รับสัมปทานงานรักษาความปลอดภัยในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ



ไอซีเอโอเตรียมสรุปผลตรวจสอบระบบความปลอดภัยสุวรรณภูมิ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 26 มิถุนายน 2550 15:49 น.

คณะผู้แทนของไอซีเอโอเตรียมสรุปผลการเข้าตรวจสอบมาตรฐานระบบรักษาความปลอดภัยของสนามบินสุวรรณภูมิให้กรมการขนส่งทางอากาศทราบ ขณะที่ ผอ.สุวรรณภูมิ ยืนยันมีมาตรการขั้นเด็ดขาด หากการประเมินผลการทำงานของบริษัทสัมปทานงานปลอดภัย ยังไม่ได้มาตรฐาน

นายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ขององค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) ได้เดินทางเข้ามาตรวจความพร้อมและประเมินผลการจัดทำระบบรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตามกำหนดการ หลังจากท่าอากาศยานได้เปิดให้บริการมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2549 โดยในวันพรุ่งนี้ ทางคณะผู้แทนของไอซีเอโอ จะรายงานผลการประเมินให้ฝ่ายไทยทราบ ซึ่งในรายงานจะครอบคลุมถึงจุดต่างๆ ที่ไอซีเอโอเห็นว่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิต้องปรับปรุง เพื่อให้ระบบรักษาความปลอดภัยมีมาตรฐานสูงขึ้น

นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า ในขณะนี้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบของไอซีเอโอ ได้เข้าทำงานในทุกพื้นที่ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และได้แจ้งให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.และฝ่ายบริหารของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทราบว่า การตรวจสอบระบบมาตรฐานความปลอดภัยของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ หลังจากนั้น จะรายงานให้กรมการขนส่งทางอากาศทราบ เนื่องจากเป็นการประสานงานระหว่างหน่วยงานกำกับการด้านการบินระหว่างประเทศ ก่อนที่กรมการขนส่งทางอากาศจะแจ้งให้ ทอท.รับทราบว่า จะต้องปรับปรุงงานความปลอดภัยส่วนใด เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ไอซีเอโอระบุ

สำหรับการปรับปรุงงานด้านรักษาความปลอดภัยให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการ ทอท. โดยเฉพาะในส่วนของบริษัทผู้สัมปทาน กลุ่มบริษัท ล็อกซเล่ย์ นายเสรีรัตน์ กล่าวว่า สิ้นเดือนมิถุนายนนี้ จะมีการประเมินผลการทำงานอีกครั้ง หากงานยังไม่เป็นที่น่าพอใจ จะมีมาตรการขั้นเด็ดขาดออกมา ซึ่งที่ผ่านมา ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ยกระดับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยให้มีความเข้มข้นมากขึ้น โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของ ทอท.เข้าควบคุมการปฏิบัติงานของบริษัทผู้รับสัมปทานงานรักษาความปลอดภัยในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

สนามบินสหรัฐเตรียมใช้เครื่องสแกนลายนิ้วมือตรวจสอบผู้โดยสาร

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 26 มิถุนายน 2550 12:51 น.


สหรัฐฯ เตรียมใช้เครื่องสแกนลายนิ้วมือทั้ง 10 นิ้ว เพื่อตรวจสอบผู้โดยสารของสนามบิน ซึ่งเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ ระบุว่า วิธีนี้จะพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลได้อย่างละเอียด 100 เปอร์เซ็นต์ โดยจะเริ่มออกใช้งานตามสนามบินหลัก 10 แห่ง ในปลายปีนี้


อินโดฯ ระงับการบิน-ถอนใบอนุญาตสายการบินมาตรฐานปลอดภัยต่ำ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 26 มิถุนายน 2550 12:48 น.


กระทรวงขนส่งอินโดนีเซีย แถลงวันนี้ว่า ได้มีการสั่งระงับการบินของสายการบินเล็ก ๆ 5 แห่ง และเพิกถอนใบอนุญาต 4 สายการบินใหญ่ หลังประสบความล้มเหลวในการปรับปรุงกฎระเบียบด้านความปลอดภัยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะให้เวลาแก่สายการบินเหล่านี้อีก 3 เดือนในการปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัย
ทั้งนี้ อินโดนีเซียได้มีการเข้มงวดในเรื่องนี้มากขึ้น หลังเกิดอุบัติเหตุทางอากาศบ่อยครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่อินโดนีเซียกล่าวหลังการสำรวจความปลอดภัยของสายการบินต่างๆ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ว่า ไม่พบสายการบินใดใน 20 สายการบินที่มีเครื่องบินโดยสาร ขนาดกว่า 30 ที่นั่งได้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด และอีก 7 สายการบินมีมาตรฐานความปลอดภัยอยู่ในระดับต่ำ

นายกฯ สั่งเอง ฟันทุจริตการบินเวียดนาม

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 26 มิถุนายน 2550 02:26 น.

กรุงเทพฯ-- นายกรัฐมนตรีเวียดนามเหวียนเติ๋นยวุ๋ง (Nguyen Tan Dung) ได้ออกชี้นำให้คณะผู้บริหารระดับสูงของเวียดนามแอร์ไลน์พิจารณาบทบาทของตัวเอง โดยใช้หลักจริยธรรมและคุณธรรม พร้อมทั้งให้มีการลงโทษบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกระดับ เพื่อเป็นการลงโทษต่อความผิดพลาดต่างๆ ที่ตรวจพบเมื่อเร็วๆ นี้

คณะกรรมการตรวจสอบการทุจริตและประพฤติมิชอบแห่งรัฐ ใช้เวลาตรวจสอบการกล่าวหาสวายการบินแห่งชาติยืดเยื้อมาเป็นเวลานานข้ามปี และเพิ่งส่งรายงานผลการตรวจสอบต่อนายกรัฐมนตรีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

นับเป็นครั้งแรกที่ผู้นำรัฐบาลได้ก้าวลงมาแทรกแซงการตรวจสอบดังกล่าว โดยขอให้ผู้บริหารของสายการบินเวียดนามที่รู้ตัวว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดที่ทำให้เกิดความเสียต่อรัฐต้องพิจารณาตัวเอง หรือไม่ก็ต้องเผชิญกับการลงโทษจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เป็นที่ทราบกันมานานแล้วว่า คณะกรรมการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นได้เข้าตรวจสอบสายการบินแห่งชาติตามที่มีการร้องเรียนอย่างน้อย 2 ประเด็น

ประเด็นแรกคือ การที่ผู้บริหารบางคนได้แทรกแซงบังคับให้ฝ่ายที่รับผิดชอบให้ทุนการศึกษาต่างประเทศแก่ บรรดาลูกท่านหลานเธอซึ่งผิดต่อกฎระเบียบของสายการบินที่ให้ทุนเฉพาะลูกหลานพนักงานบริษัทที่เรียนดี เป็นทุนในการศึกษาต่อเพื่อกลับไปปฏิบัติงานให้กับสายการบินต่อไป

ที่ผ่านมาผู้ปกครองของเด็กที่ได้รับทุนจากสายการบินแห่งชาติจำนวนหนึ่ง ได้ส่งเงินคืนแก่เวียดนามแอร์ไลน์จนครบหมดแล้ว ด้วยสำนักในความผิดพลาด แต่การลงโทษผู้บริหารที่เกี่ยวข้องยังจะต้องดำเนินต่อไป

ประการที่สองคือการจัดซื้อจัดจ้างในสายการบินเวียดนาม ซึ่งรวมทั้งการจัดซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 (Extended Range) ในช่วงปี 2543-2544 แต่ใช้งานไม่ได้ตามนโยนบาย ของการจัดซื้อ และ ต่อมาได้มีการเช่าเครื่องบินโบอิ้ง 777-200ER อีกจำนวนนึ่งในอัตราที่แพงกว่าท้องตลาด

ในรายงานที่ส่งถึงนายกรัฐมนตรีเวียดนามนั้น คณะกรรมการตรวจสอบได้พบการกระทำความผิดใน 12 กรณีในสายการบินแห่งชาติ ซึ่งทำให้รัฐเสียหายเป็นมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ ทั้งนี้เป็นรายงานของหนังสือพิมพ์เตื่อยแจ๋ (Tuoi Tre)

คณะกรรมการฯ ได้พบว่าเฉพาะเรื่องทุนการศึกษาอย่างเดียว ผู้บริหารสายการบินแห่งชาติได้ทำให้เกิดการสูญเสียเป็นมูลค่าราว 188,000 ดอลลาร์ ทั้งหมดได้มอบให้แก่ลูกหลานญาติพี่น้องของพนักงานหรือผู้บริหารสายการบิน ที่เป็นการจัดต่อกฎระเบียบ

คณะกรรมการฯ ยังได้พบร้องรอยการทุจริตอีกจำนวนหนึ่ง แต่การทุจริตที่หนักหน่วงรุนแรงที่สุดเป็นกรณีการจัดซื้อเครื่องมืออุปกรณ์บางรายการซึ่ง "ทำให้รัฐเสียหายอย่างหนัก" สื่อของทางการเวียดนามกล่าว

คณะกรรมการฯ ได้ส่งหลักฐานต่างๆ ให้แก่เจ้าพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการในขั้นต่อไปแล้ว

ในการก่อสร้างโรงซ่อมเครื่องบินที่ท่าอากาศยานโนยบ่าย (Noi Bai) กรุงฮานอย มีการจัดซื้อเหล็กกล้าจำนวนมหาศาล แต่คณะกรรมการได้พบว่าจำนวนที่ได้รับมาจริงกับจำนวนที่ปรากฏในใบสั่งซื้อนั้นมีต่างกันอยู่เกือบ 210 ตัน

คณะกรรมการตรวจสอบได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างและการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการที่ท่าอากาศยานโนยบ่าย ต้องส่งเงินคืนให้แก่รัฐเป็นเงิน 247,217 ดอลลาร์ เตื่อยแจ๋กล่าว

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยในชั้นรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับโครงการและการทุจริตในสายการบินแห่งชาติ แต่สื่อของทางการหลายสำนักรายงานเมื่อ 2 เดือนก่อนว่า คณะกรรมการตรวจสอบกำลังพยายามทวงค่าเสียหายประมาณ 93.7 ล้านดอลลาร์ จากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตหลายกรณี

สายการบินเวียดนามได้จัดซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 777-200ER จำนวน 4 ลำ แต่ได้สั่งซื้อเครื่องยนต์ไม่ตรงขนาดความต้องการที่ขออนุญาตต่อรัฐบาล ทำให้ไม่สามารถบินระยะไกลไปยังสหภาพยุโรปได้ ต้องเช่าเครื่องบินรุ่นเดียวกันอีกจำนวน 4 ลำ ในอัตราค่าเช่าที่สูงมาก

ตามรายงานของสื่อก่อนหน้านี้ สายการบินแห่งชาติได้ทำสัญญาเช่าซื้อเครื่องบินดังกล่าวในระยะยาว แต่ก็ได้พบว่ายิ่งยาวนานค่าเช่าก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งขัดต่อหลักการในท้องตลาด และ เรื่องนี้อาจจะไม่เกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่น แต่ก็ทำให้รัฐเสียหาย

ทางการเวียดนามกำลังเร่งปราบปรามการทุจริตในหมู่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐ ตามนโยบายของพรรคคอมมิวนิสต์ที่เรียกสิ่งนี้ว่า "ความชั่วร้ายทางสังคม"

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วศาลอุทธรณ์กรุงฮานอยได้ยืนคำพิพากษากรณีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการค้าทุจริตโควตาส่งออก แม้จะมีการลดโทษจำคุกให้น้อยลง แต่ทั้งรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดก็จะถูกลงโทษตามกฎหมาย

เมื่อต้นเดือนนี้ นายกรัฐมนตรีเวียดนามได้ออกชี้นำให้ผู้ว่าการธนาคารแห่งรัฐหรือ SBV (State Bank of Vietnam) พิจารณาตัวเอง และลงโทษเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อการทำให้รัฐสูญเสียเป็นเงินกว่า 100 ล้านดอลลาร์ในการแลกเปลี่ยนเงินตราที่เกิดขึ้นในปี 2548-2549

กรณีดังกล่าวเชื่อว่าไม่ใช่การทุจริต แต่เป็นการกระทำบกพร่องต่อหน้าที่ ซึ่งทำให้รัฐเสียหาย.

เครื่องบินตกในกัมพูชา คาดผู้โดยสารตายยกลำ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 25 มิถุนายน 2550 17:15 น.


เจ้าหน้าที่การบิน กล่าวว่า เครื่องบินเช่าเหมาลำพร้อมผู้โดยสารอย่างน้อย 20 คน ตกในกัมพูชา คาดว่าผู้โดยสารบนเครื่องจะเสียชีวิตทั้งหมด โดยเครื่องบินลำดังกล่าวเป็นเครื่องบิน แบบเอเอ็น-24 ผลิตในรัสเซีย เกิดอุบัติเหตุตกขณะบินจากจังหวัดเสียมราฐ ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อก้องโลก อย่างนครวัด เพื่อมุ่งหน้าไปจังหวัดสีหนุวิลล์ เมืองชายฝั่ง
ส่วนรายงานอีกกระแสหนึ่ง กล่าวว่า ผู้โดยสารบนเครื่องเป็นชาวเกาหลีใต้ 13 คน และชาวสาธารณเช็ก 3 คน โดยเครื่องบินหายไปจากจอเรดาร์ตั้งแต่เวลา 10.40 น.เช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่คนหนึ่งคาดว่า เครื่องบินอาจตกในภูเขาใกล้จังหวัดกัมปอต


ทอท.คาดซ่อมแท็กซี่เวย์สุวรรณภูมิเสร็จสิ้นเดือน ก.ค.นี้

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 26 มิถุนายน 2550 17:49 น.
ทอท.เร่งซ่อมแซมแท็กซี่เวย์ที่ชำรุด 3 จุด คาดดำเนินการเสร็จและเปิดให้บริการตามปกติสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ ส่วนการหาสาเหตุการชำรุดของแท็กซี่เวย์ และรันเวย์ คาดบริษัทที่ปรึกษาจะเริ่มดำเนินการต้นเดือนกรกฎาคมนี้

นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า ขณะนี้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.อยู่ระหว่างเร่งซ่อมแซมพื้นผิวแท็กซี่เวย์ที่ชำรุด 3 จุด คือ บริเวณด้านทิศตะวันออกของอาคารเทียบเครื่องบิน E บริเวณด้านทิศตะวันตกของอาคารเทียบเครื่องบิน D บริเวณปลายอาคารเทียบเครื่องบิน C ซึ่งมีความจำเป็นต้องปิดหลุมจอดบริเวณสะพานเทียบเครื่องบินบริเวณดังกล่าวจำนวน 10 หลุมจอด คือ อาคารเทียบเครื่องบิน E จำนวน 5 หลุมจอด ได้แก่ E1, E3, E5, E7, E9 บริเวณอาคารเทียบเครื่องบิน D จำนวน 4 หลุมจอด ได้แก่ D5, D6, D7, D8 และบริเวณปลายอาคารเทียบเครื่องบิน C คือ C9 ซึ่ง ทอท. คาดว่าจะสามารถซ่อมพื้นที่บริเวณดังกล่าวได้แล้วเสร็จ และเปิดให้บริการหลุมจอดได้ตามปกติสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้

นายเสรีรัตน์ กล่าวว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีหลุมจอดประชิดอาคาร (สะพานเทียบเครื่องบิน) ทั้งสิ้น 51 หลุมจอด เมื่อปิดการใช้งานไป 10 หลุมจอด ยังเหลือหลุมจอดที่ใช้งานได้ตามปกติอีก 41 หลุมจอด ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการของสายการบินในชั่วโมงปกติ ยกเว้นในเวลาที่เป็นชั่วโมงเร่งด่วน อาจจะมีบางเที่ยวบินที่ต้องจอดหลุมจอดระยะไกล ซึ่งสามารถใช้งานได้ถึง 67 หลุมจอด อย่างไรก็ตาม ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิก็พยายามจัดให้เที่ยวบินต่างๆ จอด ณ หลุมจอดประชิดอาคารให้ได้มากที่สุด เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารและสายการบิน

“ทอท.จะเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้กับสายการบินและผู้โดยสารได้ทราบว่า การซ่อมแซมพื้นผิวที่ชำรุดของแท็กซี่เวย์และรันเวย์นั้น เป็นปัญหาที่สืบต่อเนื่องมาตั้งแต่การเริ่มเปิดใช้ท่าอากาศยาน ซึ่งระหว่างนี้ ทอท.อยู่ระหว่างการคัดเลือกบริษัทที่ปรึกษาเข้ามาศึกษา เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการชำรุดของทางวิ่งและทางขับ ซึ่งคาดว่าบริษัทที่ปรึกษาจะสามารถเข้ามาดำเนินการได้ในต้นเดือนกรกฎาคมนี้” ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าว

การบินไทยแจงเหตุยกเลิกจัดซื้อไวน์-Travel kit

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 25 มิถุนายน 2550 16:37 น.

ผู้บริหารการบินไทย ยืนยันคัดเลือกไวน์ และ Travel Kit ด้วยความโปร่งใส พร้อมแจงเหตุยกเลิกใบสั่งซื้อสินค้าจากผู้เสนอขายไวน์ เนื่องจากพบว่าสูงกว่าราคาจากแหล่งผลิต ขณะที่ Travel kit ผลิตไม่ได้ตามกำหนด ส่วนการเช่าเครื่องบินแอร์บัส A330-300 จำนวน 8 ลำ คาดว่า เครื่องบินเช่าลำแรกจะเดินทางมาถึงไทยประมาณเดือนตุลาคมปีหน้า

เรืออากาศโท อภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) แถลงชี้แจงกรณีบริษัทเอกชนผู้เสนอขายไวน์และชุดของใช้เดินทางส่วนตัว (Travel Kit) สำหรับให้บริการแก่ผู้โดยสารบนเครื่องบิน ร้องเรียนว่า การบินไทยยกเลิกใบสั่งซื้อสินค้าจากเอกชนโดยไม่มีเหตุผล และทำให้บริษัทเอกชนได้รับความเสียหายและค่าเสียโอกาสรวมกว่า 1,000 ล้านบาท โดยยืนยันว่า การคัดเลือกไวน์ และ Travel Kit เป็นไปด้วยความโปร่งใส และการบินไทยมีเหตุผลจำเป็นในการยกเลิกใบสั่งซื้อสินค้าจากผู้เสนอขาย เนื่องจากคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกไวน์ได้ไปตรวจสอบราคาไวน์ที่แหล่งขาย และแหล่งผลิตที่ประเทศฝรั่งเศส ตลอดจนตรวจสอบราคาทาง Internet พบว่า ไวน์ที่บอกยกเลิกใบสั่งซื้อมีราคาสูงกว่าราคาตลาด การบินไทยจึงจัดซื้อไวน์ชนิดที่มีคุณภาพใกล้เคียงจากแหล่งผลิตหรือตัวแทนผู้ผลิตโดยตรง แทนการจัดซื้อกับผู้เสนอขายไวน์รายเดิมทั้ง 9 รายการ รวมถึงรายที่เข้าร้องเรียนเรื่องดังกล่าวต่อกระทรวงคมนาคมก่อนหน้านี้ด้วย อย่างไรก็ตาม ในเรื่องนี้ อยู่ระหว่างดำเนินการสอบข้อเท็จจริงในทุกขั้นตอน หากพบว่ามีการกระทำที่ไม่ถูกต้องก็จะดำเนินการทางวินัยและกฎหมายต่อไป

เรืออากาศโท อภินันทน์ กล่าวว่า ส่วนการจัดซื้อ Travel Kit ที่การบินไทยแจ้งยกเลิกใบสั่งซื้อจากผู้เสนอขาย 1 รายนั้น เป็นเพราะผู้เสนอขายไม่สามารถส่งตัวอย่างสินค้ามาให้คณะกรรมการตรวจรับสินค้าได้ ส่งผลให้การบินไทยได้รับความเสียหาย เพราะทำให้ขาด Travel Kit มาให้บริการผู้โดยสารจนทำให้มีการร้องเรียนและตำหนิจากผู้โดยสารมาโดยตลอด จึงต้องแจ้งยกเลิกใบสั่งซื้อและแจ้งให้ทางผู้ขายมารับหลักประกันสัญญาคืนไป โดยงบประมาณในการจัดซื้อไวน์ และ Travel Kit ของการบินไทยอยู่ที่ประเภทละ 200 ล้านบาทต่อปี

ขณะที่ความคืบหน้าการเช่าเครื่องบิน แอร์บัส A330-300 จำนวน 8 ลำ ตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา เรืออากาศโท อภินันทน์ กล่าวว่า การเช่าเครื่องบินดังกล่าว แม้จะทำให้การบินไทยต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงกว่าการกู้เงินเพื่อจัดซื้อเครื่องบินโดยตรง แต่ก็ส่งผลดีต่อสภาพคล่อง และลดภาระหนี้ของการบินไทย อีกทั้งจะไม่มีภาระผูกพันในการซื้อ ซึ่งเมื่อหมดสัญญาเช่า หากเทคโนโลยีการผลิตเครื่องบินซึ่งได้พัฒนาไปมากแล้ว เครื่องบินที่ผลิตออกมาก็มีความทันสมัยมากกว่ารุ่นเดิมมาก การบินไทยก็สามารถที่จะจัดหาเครื่องบินรุ่นใหม่มาทดแทนได้ จึงทำให้มีความคล่องตัวในการปรับเปลี่ยนฝูงบินให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในอนาคต ซึ่งคาดว่าเครื่องบินเช่าลำแรกจะเดินทางมาถึงประเทศไทยประมาณเดือนตุลาคมปีหน้า

ทอท.อุ้ม “ซีทีเอ็กซ์” กู้หน้าสนามบิน-เผยซ่อมได้อีก 5 เครื่อง ใช้งานได้พรุ่งนี้

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 25 มิถุนายน 2550 14:11 น

ทอท.เร่งซ่อมเครื่องซีทีเอ็กซ์ กู้หน้าสนามบินสุวรรณภูมิ เผยใช้งานได้อีก 5 เครื่อง พรุ่งนี้ ส่วนที่ยังอาการหนักอีก 5 เครื่อง ต้องรอไปเดือนหน้า ขณะที่การบินไทย ยืนยันการขัดข้องของเครื่องซีทีเอ็กซ์ คราวก่อน ไม่กระทบการให้บริการเที่ยวบินต่างๆ เพราะใช้เครื่องเอกซเรย์แทน โดยมีทหารช่วยอำนวยความสะดวก

นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.เปิดเผยความคืบหน้าในการซ่อมแซมเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด (ซีทีเอ็กซ์ 9000) ภายในอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งพังพร้อมกันทีเดียวเกือบ 20 เครื่อง ทอท.กำลังเร่งแก้ไขตอนนี้อีก 5 เครื่อง คาดว่า จะใช้วานได้ในวันพรุ่งนี้ รวมเป็นเครื่องที่ใช้งานได้ในตอนนี้ 21 เครื่อง

ส่วนที่ชำรุดเสียหนักจำนวน 5 เครื่องที่เหลือ คาดว่า จะแก้ไขแล้วเสร็จภายในต้นเดือน ก.ค.นี้ โดยค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเครื่องซีทีเอ็กซ์ บริษัท จีอี อินวิชั่นส์ (GE Invisions) จะเป็นผู้รับผิดชอบ เนื่องจากอยู่ในสัญญาประกันระยะเวลา 2 ปี

นายเสรีรัตน์ กล่าวว่า เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องซีทีเอ็กซ์เกิดปัญหาขัดข้องจากไวรัสอีก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ขอให้บริษัท GE Invisions ซึ่งเป็นผู้ผลิต และจำหน่ายเครื่องซีทีเอ็กซ์ หาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดไวรัสกับเครื่องในระยะยาวมาเสนอ ทอท.พิจารณาด้วย ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดไวรัสจนทำให้เครื่องซีทีเอ็กซ์ไม่สามารถใช้การได้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของบริษัท

เรืออากาศโทอภินันท์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ออกมากล่าวยืนยันว่า การขัดข้องของเครื่องซีทีเอ็กซ์ทั้ง 16 เครื่อง ในช่วงที่ผ่านมา ไม่กระทบกับการให้บริการตรวจสัมภาระลูกค้าของการบินไทย โดยในช่วงคืนวันที่ 20-21 มิ.ย.ไม่มีเที่ยวบินล่าช้าจากสาเหตุดังกล่าว และไม่มีผลกระทบกับความมั่นใจของผู้โดยสาร โดยการบินไทยได้แก้ปัญหาในช่วงที่เครื่องซีทีเอ็กซ์ ด้านอาคารผู้โดยสารทิศตะวันออกเสียทั้งหมด 13 เครื่อง ด้วยการนำกระเป๋าสัมภาระไปผ่านการตรวจของเครื่องเอกซเรย์ทั่วไป โดยมีทหารอำนวยความสะดวก ส่วนที่มีปัญหา คือ 2 เที่ยวบิน ที่มุ่งสู่สหรัฐฯ ได้แก่ กรุงเทพฯ-นิวยอร์ก และกรุงเทพฯ-ลอสแองเจลิส ที่ต้องใช้การตรวจโดยเครื่องซีทีเอ็กซ์ ตามระเบียบการบินของสหรัฐฯ

"ดีดี การบินไทย" ย้ำเช่าแอร์บัสช่วยลดภาระหนี้มากกว่าซื้อขาด

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 25 มิถุนายน 2550 13:33 น.


เรืออากาศโทอภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การดำเนินการเช่าเครื่องบินรุ่นแอร์บัส A330 300 จำนวน 8 ลำ ทดแทนเครื่องบินรุ่นเก่าที่จะหมดอายุการใช้งานนั้น เป็นผลดีต่อสภาพคล่อง และสามารถลดภาระหนี้ของบริษัทได้ รวมทั้งยังไม่มีภาระผูกพันในการซื้อ ซึ่งเมื่อหมดอายุสัญญาการบินไทยก็สามารถต่อสัญญาเช่า โดยสามารถซื้อเครื่องบินได้เพราะเทคโนโลยีใหม่ การพัฒนาเครื่องบินคงมีการพัฒนากันไปมากแล้ว อย่างไรก็ตามการเช่าคงมีสัญญาอยู่ 5 -10 ปี และจากใช้บริการผ่านบริษัทคนกลางที่ทำหน้าที่ติดต่อเครื่องบิน
กรรมการผู้จัดการการบินไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนการจัดการซื้อเครื่องบินใหม่ของการบินไทย จะดำเนินการตามแผนรัฐวิสาหกิจ10 ปี ที่จะเสร็จในเดือนสิงหาคมนี้



แอร์เวียดนามไล่ออก 2 กัปตันหิ้วกล้อง-ลิปหนีภาษี

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 25 มิถุนายน 2550 00:37 น.
สายการบินเวียดนามแอร์ไลน์สั่งปลดนักบิน 2 คน หลังจากพบว่าได้พยายามหิ้วกล้องถ่ายรูป กล้องถ่ายวิดีโอกับลิปสติกจากญี่ปุ่นเข้าประเทศ โดยเลี่ยงภาษีแต่ถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจพบ

นักบินทั้งสองคนถูกจับที่ท่าอากาศยานเติ่นเซินเญิต (Tan Son Nhat) นครโฮจิมินห์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สื่อของทางการเวียดนามรายงานเรื่องนี้ในช่วงสุดสัปดาห์ อ้างคำแถลงฉบับหนึ่งที่สายการบินแห่งชาติออกเมื่อวันพุธ (19 มิ.ย.)

นักบินทั้งสองคือ นายเหวียนเถตวาน (Nguyen The Toan) วัย 31 ปีกับ นายฟานดั่งบึ๊ต (Phan Dang But) วัย 51 ปี ถูกจับตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย. ขนเครื่องไฟฟ้ากับเครื่องสำอางดังกล่าวมูลค่าประมาณ 3,750 ดอลลาร์สหรัฐฯ จากนครโอซากาเข้าเวียดนาม โดยไม่แจ้งเสียภาษี แต่ถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรจับได้

โทษของสองนักบินมีเพียงว่า นำเครื่องไฟฟ้าเข้าประเทศโดยไม่เสียภาษี และ นำเข้าเครื่องสำอางที่ไม่มีใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุขซึ่งมีเพียงโทษปรับ แต่สำหรับสายการบินเวียดนามถือว่านักบินทั้งสองกระทำความผิดอย่างร้ายแรงมาก ต้องลงโทษด้วยการให้ออก.

June 25, 2007

คณะผู้บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย ประกาศถือหุ้นร้อยละ 51 ของสายการบิน

ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด 6 ราย ได้แก่ นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายพรอนันต์ เกิดประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน นาวาอากาศเอกธนภัทร งามปลั่ง ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการบิน นายปรีชญา รัศมี-ธานินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรม หม่อมหลวงบวรนวเทพ เทวกุล ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ และนายสันติสุข คล่องใช้ยา ผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์ เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดจากบริษัทเอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด ซึ่งในอดีตบริษัท ดังกล่าว มีนายสิทธิชัย วีระธรรมนูญ เป็นผู้ถือหุ้นในสัดส่วน ร้อยละ 51 และบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 49

โดยการระดมทุนเข้าซื้อหุ้นของบริษัทเอเชียเอวิเอชั่นครั้งนี้ ทำให้ผู้บริหารระดับสูงของสายการบินไทยแอร์เอเชียถือหุ้นเป็นสัดส่วนร้อยละ 51 ของสายการบิน ซึ่งสัดส่วนร้อยละ 50 เป็นของบริษัทเอเชียเอวิเอชั่น จำกัด และร้อยละ 1 เป็นของนายทัศพล แบเลเว็ลด์ ทั้งนี้การดำเนินการเข้าซื้อหุ้นสามัญโดยคณะผู้บริหาร มีแหล่งเงินทุนมาจากธนาคารเครดิตสวิส ซึ่งมีมูลค่าเกือบ 1 พันล้านบาท และในอนาคตสายการบินไทยแอร์เอเชีย จะเดินหน้านำธุรกิจสายการบินเข้าตลาดหลักทรัพย์ต่อไปภายใน 3 ปี เพื่อชำระเงินคืนธนาคารเครดิตสวิส

นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยว่า “ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการซื้อหุ้นของคณะผู้บริหารในครั้งนี้ จะทำให้ประชาชนโดยทั่วไปรับรู้ได้ว่าสายการบินของเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมือง เรามุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างเต็มศักยภาพ อันจะส่งผลดีในการกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศไทย และคณะผู้บริหารทุกคนก็ยินดีที่จะแบกรับภาระหนี้จำนวนมากเพราะจะทำให้พนักงานและลูกค้าของเราสบายใจ และผมเชื่อว่าประชาชนจะมั่นใจในความโปร่งใสของเรา”

ข่าวประชาสัมพันธ์สายการบินไทยแอร์เอเชีย

June 21, 2007

วันทูโกปลุกเสกจตุคามบนเครื่องบิน - เปิดเที่ยวบินจากสุวรรณภูมิอีกครั้ง

วัน-ทู-โก ทำพิธีพุทธาภิเษกองค์จตุคามรามเทพบนเครื่องบิน

สายการบิน วัน-ทู-โก ร่วมกับสโมสรไลออนส์นครศรีธรรมราชถือฤกษ์ดี วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมา เปิดเที่ยวบินการกุศล เพื่อประกอบพิธีพุทธาภิเษกองค์ท้าวจตุคามรามเทพ รุ่น”เศรษฐีศรีสยาม” นำโดยคุณอุดม ตันติประสงค์ชัย ประธานกรรมการ และ คุณขจิต หัพนานนท์ รองประธานสายการบิน วัน-ทู-โก ได้นิมนต์ท่านเจ้าคุณราชธรรมสุธี เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช และเจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุวรมหาวิหาร และพระเกจิอาจารย์รวม 9 รูป ขึ้นประกอบพิธีมงคลดังกล่าวบนเที่ยวบิน OG251 กรุงเทพฯสู่นครศรีธรรมราช พร้อมด้วยคณะสื่อมวลชนและผู้แทนจากสโมสรไลออนส์ร่วมในพิธี โดยในช่วงเช้าก่อนขึ้นเครื่องได้มีการประกอบพิธีเจิมอากาศยาน เพื่อความเป็นสิริมงคล ทั้งนี้ สายการบินวัน-ทู-โกและสโมสรไลอ้อนส์นครศรีธรรมราชได้มอบรายได้จากเที่ยวบินดังกล่าวจำนวน 1,500,00 บาท ให้แก่โรงเรียนบ้านประจัน อ.ยะรัง จ.ปัตตานี สำหรับสร้างอาคารเรียนใหม่

ตั๋วเครื่องบินเส้นทางกรุงเทพฯ – ภูเก็ต – กรุงเทพฯ

ราคาสุดพิเศษ ฉลอง วัน-ทู-โก กลับสู่สุวรรณภูมิอีกครั้ง

ข่าวดีอีกครั้งจาก วัน-ทู-โก สายการบินจริงใจ...เพื่อคนไทย กับโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษเส้นทางกรุงเทพฯ – ภูเก็ต เพียง 799 บาท (ราคาตั๋วเครื่องบินสำหรับเที่ยวเดียว) ออกตัวจากสนามบินสุวรรณภูมิบินตรงสู่ภูเก็ต มีเที่ยวบินทุกวัน ด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 747 ทั้งนี้ ราคาดังกล่าวยังไม่รวมภาษีสนามบินและค่าธรรมเนียมมูลค่า 500 บาท เดินทางได้ตั้งแต่วันที่ 13 ก.ค.- 30 ก.ย. 50 พบกันที่สุวรรณภูมิ

ข่าวประชาสัมพันธ์จากสายการบินวันทูโก

ผู้โดยสารของสายการบินคาเธร์แปซิฟิกนั่งทนกว่า 7 ชม.เพิ่งได้รับแจ้งยกเลิกไฟต์

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 21 มิถุนายน 2550 00:45 น.


ผู้โดยสารของสายการบินคาเธร์แปซิฟิกเกือบ 400 ชีวิต ต้องติดอยู่บนเครื่องบินซึ่งจอดอยู่ที่สนามบินซานฟรานซิสโก นานกว่า 7 ชั่วโมงในวันอังคาร(19) เนื่องจากเครื่องมีปัญหาขัดข้อง แต่กลับไม่มีการแจ้งยกเลิกเที่ยวบินกับผู้โดยสาร

เครื่องบินของสายการบินคาเธร์แปซิฟิก เที่ยวบินที่ซีเอ็กซ์873 ปลายทางฮ่องกง มีคิวออกเดินทางในเวลา 1.20 น. ตามเวลาท้องถิ่น ทว่าเครื่องบินโบอิ้ง747 ไม่มีการเคลื่อนตัวออกจากสนามบิน โดยไม่มีการแจ้งให้กับผู้โดยสารทราบเลยว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น

คู่สามี-ภรรยา ที่แต่งงานกันหมาดๆและวางแผนจะเดินทางไปฮันนีมูนในเอเชีย กล่าวว่า "เรานั่งอยู่กับที่หลายชั่วโมงมากก่อนที่พวกเขาจะพูดอะไร จากนั้นระบบสื่อสารขัดข้อง ไฟติดๆดับๆ เด็กๆต่างพากันร้องไห้ มันเป็นฝันร้ายจริงๆ"

จนกระทั่งเวลา 7.30 น. สายการบินถึงได้แจ้งยกเลิกเที่ยวบินดังกล่าว โดยอ้างว่ามีเหตุขัดข้องทางเทคนิคและต้องขอให้ผู้โดยสารลงจากเครื่อง


การบินไทยเชื่อเช่าเครื่องบินแทนจัดซื้อได้ประโยชน์สูงสุด

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 20 มิถุนายน 2550 20:13 น.


ผู้บริหารการบินไทย เชื่อ การเช่าเครื่องบิน 8 ลำ ตามมติคณะรัฐมนตรีจะส่งผลดีมากกว่าวิธีการจัดซื้อ และเป็นแนวทางที่เกิดประโยชน์สูงสุดกับการบินไทย พร้อมยืนยันเครื่องบินแอร์บัส เอ 330 ไม่ใช่เครื่องบินที่กำลังตกรุ่น โดยบริษัทแอร์บัสเปิดเผยข้อมูลว่าเป็นเครื่องบินที่มียอดคำสั่งซื้อกว่า 200 ลำในขณะนี้



เรืออากาศโท อภินันท์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า มติคณะรัฐมนตรีวานนิ้ เป็นการอนุมัติการจัดหาเครื่องบิน 8 ลำ ตามการเสนอของกระทรวงคมนาคมและการบินไทย โดยเลือกวิธีการเช่า ซึ่งในทางเทคนิคเรียกว่า “โอเปอเรชั่น ลิสซ์” เป็นอีกแนวทางหนึ่งนอกเหนือจากแนวทางการจัดซื้อ หรือ “ไฟแนนเชียล ลิสซ์” เพื่อเพิ่มฝูงบินใหม่ให้กับการบินไทย เพื่อทดแทนฝูงบินที่กำลังจะปลดระวาง 48 ลำ ภายใน 10 ปีข้างหน้า เนื่องจากมีอายุการใช้งานมากกว่า 20 ปี โดยวิธี โอเปอเรชั่น ลิสซ์ การบินไทยก็เคยนำมาดำเนินการจัดหาเครื่องบินแล้ว 12 ลำ

เรืออากาศโท อภินันท์ กล่าวว่า การบินไทย เห็นว่า แนวทางในการจัดหาเครื่องบินโดยการเช่าจะส่งผลดีต่อการบินไทยมากกว่าวิธีการจัดซื้อ ซึ่งในเบื้องต้น การบินไทยไม่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการจัดหาเครื่องบินใหม่ และจะต้องใช้เงินสูงขึ้น หากต้องมีการจัดซื้อมาทดแทน ทั้ง 48 ลำ นอกจากนี้ แนวทางการเช่าผ่านบริษัทตัวแทนจะช่วยให้การบินไทย ไม่ต้องบันทึกเครื่องบินที่เช่าใหม่ เป็นสินทรัพย์ จึงไม่เป็นภาระการคำนวณค่าเสื่อมราคาทางบัญชี และแนวทางดังกล่าวยังยืดหยุ่น โดยการบินไทยสามารถตัดสินใจได้ ภายหลังสัญญาเช่า 10 ปีข้างหน้าว่า จะเช่าเครื่องบินต่อ หรือจะจัดซื้อเครื่องบินแบบใหม่ (New Generation ) ในอนาคต

สำหรับแนวทางการจัดหาเครื่องบินโดยการเช่านั้น กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.การบินไทย กล่าวว่า ในเบื้องต้น น่าจะมีอายุเวลาการเช่า 10 ปี โดยหลังจากนี้ เมื่อใกล้เวลาส่งมอบเครื่องบิน การบินไทยจะมีการเปิดประกวดราคาแบบเปิดกว้าง เพื่อให้บริษัทตัวแทนที่สนใจเข้ามาเสนอเงื่อนไขและการบินไทยจะพิจารณารายที่ให้ประโยชน์สูงสุด ซึ่งกระบวนการทั้งหมดจะเริ่มต้นปี 2551 ก่อนมีการส่งมอบเครื่องบินใหม่ ในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน และต้นทุนในการดำเนินการจะเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก

“กระบวนการในการจัดเช่าเครื่องบินครั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการจัดซื้อ เปรียบเทียบต้นทุน ในชั่วโมงการบินสำหรับเครื่องบินแต่ละลำที่จัดหา การเช่าจะมีต้นทุนสูงกว่าการจัดซื้อเพียงเล็กน้อยเท่า” เรืออากาศโท อภินันท์ กล่าว

ทั้งนี้ เรืออากาศโท อภินันท์ ยืนยันว่า แนวทางดังกล่าวจะไม่กระทบกับการเจรจาระหว่างการบินไทย กับแอร์บัสที่ดำเนินการไปแล้ว โดยเฉพาะในเรื่องราคาจัดหาเครื่องบินที่ทำกับแอร์บัสไว้ เนื่องจากบริษัทตัวแทนจะเข้าไปรับช่วงจ่ายเงินซื้อเครื่องบินจากแอร์บัสทั้งก้อน ก่อนที่จะนำเครื่องบินมาให้การบินไทยเช่าตามสัญญา ซึ่งปัจจุบันบริษัทตัวแทนประเภทนี้มีอยู่มาก ที่มีความพร้อมทางด้านเงินทุน ส่วนประเด็น ที่มีการระบุว่า เครื่องบินแบบ แอร์บัส เอ 330-300 เป็นเครื่องบินที่กำลังตกรุ่นนั้น ก็ไม่เป็นความจริง โดยแอร์บัส ได้เปิดเผยข้อมูลล่าสุด ว่า เป็นเครื่องบินที่มีคำสั่งซื้อ 226 ลำ ทั่วโลก ซึ่งในจำนวนดังกล่าวเป็นของการบินไทย 8 ลำ ขณะที่การเจรจาจัดซื้อเครื่องบินในพิสัยไกล แอร์บัส เอ 380 รวม 6 ลำ ที่มีการส่งมอบล่าช้า จะไม่เกี่ยวข้องกับการจัดหาเครื่องบินแอร์บัส เอ 330 ในครั้งนี้ โดยการส่งมอบที่ล่าช้าของเครื่องบินแอร์บัส เอ 380 ทำให้การบินไทยได้ค่าปรับจากแอร์บัส สามารถลดต้นทุนการจัดหาเครื่องบินใหม่ได้ถึง 6,000 ล้านบาท ของวงเงินการจัดซื้อกว่า 30,000 ล้านบาท



ส.ท่องเที่ยวกระบี่วอนรัฐหยุดโยกงบปรับปรุงสนามบินไปนราฯ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 20 มิถุนายน 2550 17:47 น.


กระบี่ -นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยววอนรัฐ ให้คำนึงผลการลงทุนที่คุ้มค่า กรณีงบประมาณปรับปรุงสนามบินนานาชาติกว่า 2 ล้านบาท ถูกโยกไปนราธิวาสโดยอ้างมีความจำเป็นกว่า

นายอมฤต ศิริพรจุฑากุล นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ กล่าวถึงเรื่องที่ทางภาครัฐได้โยกงบประมาณปรับปรุงซ่อมแซมท่าอากาศยานจังหวัดกระบี่หลังเก่า จำนวน 2 ล้าน ไปให้กับจังหวัดอื่น ว่า ตนไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลตัดงบประมาณจำนวน 2 ล้านกว่าบาท เพื่อใช้ในการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารหลังเก่าของสนามบิน พร้อมที่จะยกฐานะเป็นสนามบินอินเตอร์เต็มรูปแบบในอนาคต ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจุบันสนามบินกระบี่มีจำนวนเที่ยวบินเพิ่มมากขึ้นทุกปี และยังมีสายการบินต่างประเทศเข้ามาหลายสายการบินอีกด้วย

“ในนามสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว ขอเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาใหม่ เพราะมันเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องเร่งปรับปรุงโดยด่วน เงินแค่เพียง 2 ล้านกว่าบาท เมื่อเทียบกับรายได้ที่ประเทศเราได้รับจำนวนหลายพันล้านบาท ส่วนที่อ้างว่านราธิวาสจำเป็นกว่านั้น ผมไม่ปฏิเสธ แต่กระบี่เองมีความจำเป็นและการลงทุนคุ้มค่ากว่า”

นายอมฤต กล่าวอีกว่า สำหรับอาคารท่าอากาศยานจังหวัดกระบี่หลังเก่า การนำมาปรับปรุงใหม่เพื่อยกขีดความสามารถของสนามบินจังหวัดกระบี่ให้เป็นนานาชาติ ถือว่าเป็นเรื่องที่ควรจะทำอย่างเร่งด่วน ซึ่งปัจจุบันก็ปล่อยให้ว่างไม่มีการใช้ประโยชน์แต่อย่างใด เนื่องจากขณะนี้ทางท่าอากาศยานได้ย้ายไปใช้อาคารหลังใหม่ที่อยู่ติดกัน และว่าด้วยงบประมาณเพียง 2 ล้าน ทำไม่ต้องมีการโยก ทั้งที่เมื่อมองถึงความจำเป็น ท่าอากาศยานจังหวัดกระบี่ก็มีความจำเป็นด้วย ซึ่งตนเชื่อว่า ในปีการท่องเที่ยว 2551 นี้ จำนวนเที่ยวบินจากต่างประเทศจะต้องหลั่งไหลสู่กระบี่อย่างแน่นอน



การบินไทยปรับกลยุทธ์รับธุรกิจการบิน

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 20 มิถุนายน 2550 12:43 น.


นายวัลลภ พุกกะณะสุต รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจการบินเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันอย่างรุนแรง และต่อเนื่อง เห็นได้จากการมีสายการบินใหม่เข้าสู่ธุรกิจการบินเพิ่มขึ้น ดังนั้นเพื่อให้บริษัท การบินไทย สามารถรับมือกับวิกฤตต่างๆ ที่เกิดขึ้น จึงได้จัดการประชุมประจำปี 2550 ขึ้น ในหัวข้อ Industry at the crossroads ที่โรงแรมดุสิตธานี รีสอร์ทพัทยา จ.ชลบุรี โดยมี ร.ท.อภินันท์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ชี้แจงการดำเนินงานแก่ผู้บริหารฝ่ายพาณิชย์ และผู้จัดการการบินไทยประจำสำนักงานต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศที่เข้าร่วมประชุม กว่า 200 คน เพื่อร่วมกำหนดทิศทางกลยุทธ์การตลาด และการขายในเชิงรุกประจำปี 2551 ซึ่งจำเป็นต้องปรับตัว และหาแผนกลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อรองรับการแข่งขัน โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมรับมือกับวิกฤตต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลก
ทั้งนี้ ภายในการสัมมนา ยังได้เชิญวิทยากรผู้มีประสบการณ์ในธุรกิจการบินของโลก มาร่วมบรรยายให้ความรู้แก่แวดวงธุรกิจการบิน รวมทั้งนำประสบการณ์ในการบริหารงานธุรกิจในช่วงวิกฤตต่างๆ จนสามารถนำพาองค์กรผ่านช่วงดังกล่าวได้



การบินลาวสู่ยุค e-Ticket ตั๋วออนไลน์อีกไม่นาน

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 19 มิถุนายน 2550 21:10 น.

กรุงเทพฯ-- บริษัทการบินลาวกำลังพัฒนาระบบจำหน่ายตั๋วโดยสารเป็นแบบที่ไม่ใช้กระดาษ โดยได้เข้าเป็นสมาชิกเครือข่ายอะมาเดส (Amadeus) ซึ่งจะทำให้สามารถออกตั๋วในระบบออนไลนส์ได้ทั่วโลกในอนาคตอันใกล้

ในชั้นแรกนี้ระบบ e-Ticket จะทำให้การบินลาวสามารถออกตั๋วผ่านระบบออนไลน์ให้กับบริษัทท่องเที่ยวหรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยได้จำนวนหนึ่ง แต่หลังจากนั้นจะขยายออกไปครอบคลุมผู้จำหน่ายตั๋วในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวกับบริษัทท่องเที่ยวทั่วเอเชียแปซิฟิก

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนี้เพื่อให้เป็นไปตามกฎของสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศหรือ IATA (International Air Transport Association) ที่ขีดเส้นให้ทุกสายการบินสมาชิก ต้องใช้ระบบตั๋วออนไลน์ให้ทันภายในวันที่ 1 ม.ค.2551 สำนักข่าวสารปะเทดลาว (ขปล.) รายงานโดยอ้างข้อมูลจาก Asiatravel.com

เมื่อสายการบินต่างๆ สามารถใช้ระบบตั๋วออนไลน์ หรือ การจำหน่ายตั๋วโดยไม่ใช้กระดาษได้ถึง 100% สมาคมฯ เชื่อว่าจะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ปีละประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การบินลาวยังได้ทำความตกลงแยกอีกฉบับหนึ่ง กับอะมาเดส เพื่อใช้ระบบ e-Travel Airline Suite ซึ่งจะทำให้ผู้โดยสารสามารถจองตั๋วได้ด้วยตัวเองที่บ้าน หรือ กระทั่งจากอินเทอร์เน็ตคาเฟ่สักแห่งหนึ่ง โดยไม่จำกัดสถานที่

ปัจจุบันระบบที่ทันสมัยนี้มีให้บริการใน 23 ภาษา เปิดให้บริการในเว็บไซต์กว่า 120 แห่ง สำหรับสายการบินกว่า 70 แห่ง และ ในตลาดกว่า 5 แห่งทั่วโลก ขปล.กล่าว

เจ้าหน้าที่ระดับบริหารของสายการบินแห่งชาติผู้หนึ่งกล่าวว่า e-Ticket จะทำให้สายการบินลาวสามารถเชื่อมโยงการให้บริการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ เป็นเครือข่ายเดียวกันกับสายการบินขนาดใหญ่ของโลก ซึ่งมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมนี้

"ขณะเดียวกันก็มีความต้องการที่จะใช้ระบบออนไลน์เพื่อช่วยขยายการจอง-ซื้อตั๋วไปยังนักเดินทางทั้งหลาย เพื่อเชื่อมพวกเราเข้ากับสายการบินใหญ่ๆ ของโลกด้วย" ผู้บริหารคนเดียวกันกล่าว

ในช่วงปี 2549-2550 นี้ สายการบินแห่งชาติของลาวได้ขยายเครือข่ายการบินออกไปอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น ทั้งการบินในประเทศและบินเชื่อมในระดับภูมิภาค

เมื่อปีที่แล้วการบินลาวได้ซื้อเครื่องบินโดยสารแบบ MA60 ที่ผลิตในจีนจำนวน 2 ลำ และนำไปให้บริการเที่ยวบินเวียงจันทน์-กรุงเทพฯ และ กรุงเทพฯ-หลวงพระบาง และ เที่ยวบินหลวงพระบาง-ฮานอย ด้วย

เครื่อง MA60 ผลิตโดยบริษัทเครื่องบินซีอัน (Xi'an Aircraft Company) ราคาลำละประมาณ 12.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ใช้เครื่องยนต์แบบเทอร์โบพร็อบ (Turbo Prop) สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ 56 คน ทำให้การบินลาวบินเชื่อมประเทศไทย กัมพูชาและเวียดนามได้คล่องตัวยิ่งขึ้น

สายการบินแห่งชาติของลาวยังมีเครื่องบินแบบ ATR72 ที่ผลิตในฝรั่งเศสอีกจำนวนหนึ่งเป็นเครื่องบินหลัก ใช้สลับกับ MA60 บินเส้นทางหลวงพระบาง-ฮานอย รวมทั้งเส้นทางใหม่ที่เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อต้นปีนี้คือ หลวงพระบาง-ปากเซและเสียมราฐ ในประเทศกัมพูชา

ปัจจุบันการบินลาวได้เปิดบินเชื่อมปลายทางสำคัญในภูมิภาคคือ กรุงเทพฯ กรุงฮานอย เชียงใหม่ คุนหมิง เสียมราฐ และ กรุงพนมเปญ

เมื่อปีที่แล้วได้มีการเปิดเส้นทางบินในประเทศเพิ่มขึ้นอีกหลายปลายทางโดยใช้เครื่องบิน ขนาดเล็กรวมทั้งเชียงขวางด้วย ขณะที่การพัฒนายกระดับสนามบินยังกำลังดำเนินไปในหลายแขวง รวมทั้ง อุดมไซในภาคเหนือและสะหวันนะเขตในภาคใต้

สื่อของทางการรายงานเมื่อปีที่แล้วว่า การบินลาวมีแผนจะจัดซื้อเครื่องบินแบบ ATR72 เพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่งในปีนี้.

“ปู่ห้าว” รับลูกมติ ครม.ให้การบินไทยเช่าเครื่องบินแทนซื้อ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 19 มิถุนายน 2550 20:30 น.


“ธีระ ห้าวเจริญ” ระบุมติคณะรัฐมนตรีให้ใช้แนวทางจัดหาเครื่องบินของการบินไทย เป็นการเช่าแทนซื้อ ซึ่งสอดคล้องความเห็นของกระทรวงคมนาคมและ สศช. เนื่องจากจะประหยัดงบประมาณ และทำให้สามารถจัดหาเครื่องบินรุ่นใหม่ที่ประหยัดพลังงานได้มากกว่า



พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ใช้แนวทางในการจัดหาเครื่องบินของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เป็นการเช่าแทนการจัดซื้อ เป็นความเห็นของกระทรวงคมนาคมที่สอดคล้องกับความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เนื่องจากวิธีการเช่า นอกจากจะลดภาระงบประมาณได้ถึง 17,000 ล้านบาทแล้ว ยังมีผลดีสามารถพิจารณาจัดหาเครื่องบินรุ่นใหม่ที่ประหยัดพลังงานได้มากกว่าในอนาคต เนื่องจากเครื่องบินแอร์บัส 330-300 ที่การบินไทยเสนอจัดซื้อ 8 ลำเป็นรุ่นเก่าที่กำลังจะตกรุ่น โดยรายละเอียดแผนเช่าเครื่องบินนั้น กระทรวงคมนาคมเห็นว่า สามารถดำเนินการเช่าได้ภายในระยะเวลา 5-7 ปี วงเงินค่าใช้จ่ายในการเช่าและแผนดำเนินการกระทรวงคมนาคมจะมอบหมายให้คณะกรรมการการบินไทยไปศึกษารายละเอียด

สำหรับประเด็นที่มีผู้บริหารการบินไทยระบุว่า หากแผนจัดซื้อเครื่องบิน 8 ลำไม่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีจะลาออก พล.ร.อ.ธีระ กล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว แต่ยืนยันว่า การตัดสินใจของคณะรัฐมนตรีเป็นความเห็นที่สอดคล้องกับความเห็นของกระทรวงคมนาคม และ สศช.ที่ยืนยันว่าการเช่าเครื่องบินจะคุ้มค่ามากกว่า รวมทั้งไม่ควรนำประเด็นที่บริษัทแอร์บัส ส่งมอบเครื่องบิน เอ 380 ล่าช้ามาเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อเครื่องบินฝูงใหม่

ครม.เด้งแผนซื้อเอ330-300ให้เช่าแทนสศช.ชี้กำลังตกรุ่น

โดย ผู้จัดการรายวัน 19 มิถุนายน 2550 19:44 น.


พลเรือเอกธีระ ห้าวเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบการจัดหาเครื่องบินของบริษัทการบินไทยจำกัด (มหาชน) โดยให้ใช้วิธีการเช่าแทนการจัดซื้อเองตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) และกระทรวงคมนาคมได้ให้ความเห็นชอบไปก่อนหน้านี้ เพื่อเป็นการทดแทนในระหว่างที่การบินไทยจัดทำแผนระยะยาว10 ปี และรอการจัดเครื่องบินใหม่เข้าประจำฝูงบิน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ การบินไทยได้เสนอแผนจัดซื้อเครื่องบินแอร์บัส เอ 330-300 จำนวน 8 ลำ เพื่อทดแทนเครื่องบินเก่าที่จะปลดระวาง 8 ลำแทนแอร์บัส เอ 300-600 จำนวน 6 ลำ และ โบอิ้ง บี 747-300จำนวน 2 ลำ โดยเงื่อนไขการจัดซื้อเป็นไปตามที่ได้มีการเจรจากับบริษัทโบอิ้งอินดัสตรี้ จำกัดที่ยอมปรับลดราคาให้ในกรณีที่การส่งมอบเครื่องบินแอร์บัสเอ 380 ล่าช้า แต่ทาง สศช.เห็นว่า เครื่องบิน แอร์บัสเอ 330-300กำลังจะตกรุ่นและจะเป็นภาระกับบริษัทในระยะยาว จึงต้องการให้การบินไทยซื้อเครื่องบินที่มีเทคโนโลยีทันสมัยประหยัดพลังงานและลดการใช้เชื้อเพลิงได้มากกว่านี้
“ การจัดซื้อเครื่องบินแอร์บัสเอ300 – 600เป็นเครื่องบินที่กำลังจะตกรุ่นแล้วและยังทำให้การบินไทยมีภาระต้องกู้เงินอีก 17,000ล้านบาท ในขณะที่การเช่าจะทำให้ไม่เป็นภาระในระยะยาวและใช้เงินงบประมาณดำเนินการได้อีกด้วย “พลเรือเอกธีระกล่าว
รมว.คมนาคม กล่าวว่า มติครม.ในครั้งนี้เป็นการยกเลิกแผนการจัดซื้อเครื่องบินแอร์บัส เอ 330-300ของการบินไทยที่เคยเสนอมาก่อนหน้านี้ โดยทาง สศช.ยืนยันว่า เหตุผลในการสั่งซื้อเครื่องบิน 8ลำนี้ ไม่ควรจะนำไปผูกพันกับเงื่อนไขการจัดหาเครื่องบินแอร์บัสเอ 380 ที่มีการเลื่อนการส่งมอบ ส่วนขั้นตอนจากนี้ เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารและคณะกรรมการการบินไทยจะพิจารณาจัดหาเครื่องบินรุ่นใหม่ ที่มีความเหมาะสมกับการดำเนินงานของการบินไทยในอนาคต โดยเน้นเครื่องบินที่มีเทคโนโลยีทันสมัยประหยัดเชื้อเพลิง และอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสาร
นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมกล่าวว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบตามแนวทางที่กระทรวงคมนาคมและสศช.ได้เสนอว่า การบินไทยควรใช้วิธีการเช่า (Operation List)และไม่ใช่เป็นการเช่าซื้อแทนการจัดซื้อเครื่องบินเอง ส่วนการจัดหาเครื่องบินใหม่ต้องขึ้นอยู่กับการจัดทำแผนระยะยาว10 ปีเป็นหลัก ซึ่งประกอบด้วย แผนการกำหนดฝูงบินของการบินไทยในอนาคตจะมีทิศทางอย่างไรใช้เครื่องประเภทใดบินในเส้นทางใด จะต้องมีการจัดทำแผนการเงิน (Financial Flow)จะต้องมีแผนการตลาดที่ชัดเจนรวมทั้งการจัดหาเครื่องบินใหม่เพื่อทดแทนเครื่องบินเดิมที่จะต้องปลดระวางลงและจัดหาใหม่เพิ่มเติมอีกประมาณ 48 ลำ (10ปี ) จะต้องเหมาะสมกับแผนการตลาดและเป็นฝูงบินรุ่นใหม่ที่มีความทันสมัยมากขึ้นทีเรียกว่า New Generation
ในส่วนของการเช่าเครื่องบินหลังจากนี้เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารที่จะไปดำเนินการ แต่ในหลักการจะต้องไม่มีการซื้อเครื่องบินอย่างแน่นอน ส่วนแนวทางการเช่าในตลาดการบินมี 2 วิธีคือการบินไทยไปหาเช่าเครื่องบินรุ่นใหม่ๆจากบริษัทที่ให้บริการด้านนี้หรือ การบินไทยจะนำใบจองเครื่องบินทั้ง 8 ลำเดิมไปให้บริษัทกลางเข้ามาดำเนินการจัดซื้อและการบินไทยก็ทำสัญญาการเช่า เนื่องจากเป็นแนวโน้มใหม่ของตลาดการบินในปัจจุบันซึ่งมีหลายสายการบินที่ใช้วิธีการเช่าเครื่องบินแทนการซื้อเพื่อเป็นการลดภาระในระยะยาวได้
เรืออากาศโทอภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทยยืนยันว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ การบินไทยจะดำเนินการจัดหาบริษัทที่เข้ามารับซื้อเครื่องบินทั้ง8 ลำตามใบจองและเงื่อนไขส่วนลดพิเศษที่การบินไทยได้รับ และการบินไทยจะไปดำเนินการเช่าแทน ภายในระยะเวลา 10 ปีเพราะเครื่องบินแอร์บัสเอก 330 – 300ยังเป็นเครื่องบินรุ่นใหม่ที่ทันสมัยรวมทั้งยังเป็นการส่งผลดีให้กับการบินไทยเมื่อเช่าครบ 10ปีสามารถพิจารณาจัดหาเครื่องบินประเภทอื่นหรือทันสมัยเข้ามาแทนได้ เพราะในระยะ 10ปีข้างหน้าการบินไทยจะต้องปลดรางเครื่องบินเก่าและจัดหาเครื่องบินใหม่อีกประมาณ 48 ลำ
ส่วนการจัดทำแผนระยะยาว 10 ปี นั้นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ การบินไทย กล่าวว่าขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งรัดดำเนินการ คาดว่าจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ดการบินไทยได้ภายในเดือน ส.ค.2550 นี้จากนั้นจะเสนอมายังกระทรวงคมนาคมเพื่อขออนุมัติจากครม.ต่อไป โดยทิศทางการจัดหาเครื่องบินรุ่นใหม่จะเน้นไปที่เครื่องบินที่เป็นNew Generation ได้แก่ เครื่องบินแอร์บัส 350 เอกซ์ และโบอิ้ง 787 – 9 ซึ่งเป็นเครื่องบินรุ่นใหม่จากบริษัทผุ้ผลิตยักษ์ใหญ่ทั้ง2 รายของโลกในขณะนี้
แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การที่ครม.มีมติให้การบินไทยเช่าเครื่องบินแทนการซื้อนั้นทำให้การบินไทยยังคงจัดหาเครื่องบินแอร์บัสเอ 330 – 300จำนวน 8 ลำที่ได้เจรจาทำความตกลงไว้กับบริษัทโบอิ้งเดิมแต่เปลี่ยนจากการซื้อมาเป็นการเช่าแทน โดยการโอนสิทธิและเงื่อนไขข้อตกลงให้กับริษัทที่จะเข้ามาเป็นตัวกลางดังนั้นการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนต่างๆตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ก็ยังคงเดิม
ในขณะที่พลเรือเอกธีระและที่ประชุมครม.หลายคน ไม่เห็นด้วยที่การบินไทยจะต้องเช่าเครื่องบินทั้ง8 ลำเดิมทั้งที่ทุกฝ่ายเห็นว่าเป็นเครื่องบินนรุ่นเก่าที่กำลังจะตกรุ่นในขณะที่การบินไทยพยายามอ้างว่าเครื่องบินดังกล่าวเป็นเครื่องบินรุ่นใหม่เพื่อให้การเจรจาตกลงไปตามเดิม



ครม.ตีกลับแผนจัดซื้อเครื่องบินของการบินไทย

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 19 มิถุนายน 2550 18:17 น.


เรืออากาศโท อภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไม่อนุมัติให้การบินไทยจัดซื้อเครื่องบิน แต่ให้ดำเนินการเช่าเครื่องบินจำนวน 8 ลำ รุ่นแอร์บัส 330 เพื่อลดค่าใช้จ่ายและภาระในการจัดซื้อเครื่องบิน ดังนั้น กระทรวงคมนาคมจึงสั่งการให้การบินไทยจัดทำแผนการบริหารงานในช่วง 10 ปี เพราะหากจะทำการจัดซื้อเครื่องบินรุ่นใหม่จะได้รับเครื่องบินใน 6-7 ปีข้างหน้า แต่ขณะนี้การบินไทยทำแผนการบริหารงานเพียง 5 ปี จึงต้องขยายแผนให้ยาวขึ้น เพราะในอนาคตคงต้องจัดซื้อเครื่องบินแบบนิวเจเนอเรชั่น ซึ่งเป็นเครื่องบินรูปแบบใหม่ เช่น แอร์บัส 350 โดยเป็นเครื่องยนต์ประหยัดพลังงานสามารถเดินทางได้ในหลายระดับ ทั้งพิสัยระยะกลาง ระยะใกล้ หากปัจจุบันนำเครื่องบินขนาดพิสัยไกลมาวิ่งระยะใกล้ก็จะมีปัญหาสิ้นเปลืองพลังงาน ดังนั้น การบินไทยจะต้องเตรียมเจรจาแผนซื้อเครื่องบินแบบใหม่ ส่วนเครื่องบินที่ต้องใช้เพิ่มในปัจจุบันการเจรจาก็จะสิ้นสุดลง เนื่องจาก ครม. ให้ทำการเช่าเพื่อนำมาให้บริการแทน


สนามบินกระบี่ถูกโยกงบ 2 ล้านไปปรับปรุงสนามบิน 3 จังหวัด

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 19 มิถุนายน 2550 16:29 น.


กระบี่ -ท่าอากาศยานกระบี่โดนโยกงบปี 51 กว่า 2 ล้านบาท ช่วย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เร่งด่วนกว่า

นายไพศาล จินาชาญ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนานาชาติจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ตามที่ท่าอากาศยานนานาชาติจังหวัดกระบี่ ได้รับการจัดสรรงบประมาณปี 2551 มาประมาณ 2 ล้านกว่าบาท เพื่อใช้ในการปรับปรุงอาคารท่าอากาศยานเก่า ของจังหวัดกระบี่ให้เป็นอินเตอร์ และใช้ในการสร้างสะพานเชื่อมต่อระหว่างอาคารท่าอากาศยานใหม่ และท่าอากาศยานเก่า

ภายหลังจากที่ได้ติดต่อสอบถามไปกรมการขนส่งทางอากาศ ผลปรากฏว่า สำนักงบประมาณได้โยกงบจำนวนดังกล่าวไปที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว คือ จังหวัดนราธิวาส เพื่อปรับปรุงสนามบินเช่นกันเนื่องจากงบประมาณมีไม่เพียงพอ และมีความจำเป็นเร่งด่วนกว่า ดังนั้น ในส่วนของจังหวัดกระบี่คงจะต้องรองบประมาณในปี 2552 ต่อไป

ผู้อำนวยการท่าอากาศยานกระบี่ กล่าวต่อไปว่า สำหรับท่าอากาศยานจังหวัดกระบี่ ปัจจุบันเป็นท่าอากาศยานนานาชาติ สามารถรองรับเที่ยวบินทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยในช่วงโลว์ซีซั่นนี้ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ มีเที่ยวบินเข้ามาวันละ 9 เที่ยวบิน

ในจำนวนดังกล่าวประกอบด้วย สายการบินการบินไทย จำนวน 2 เที่ยว แอร์เอเชีย จำนวน 3 เที่ยวบิน วันทูโก จำนวน 2 เที่ยวบิน นกแอร์จำนวน 1 เที่ยว และสายการบินวันทูโกอีก 1 เที่ยวบิน ส่วนในช่วงไฮซีซันที่ผ่านมามีจำนวนเที่ยวบินมากเป็นอันดับ 4 ของประเทศ รองลงมาจากจังหวัดเชียงใหม่ และภูเก็ต โดยอันดับ 1 นั้นยังคงเป็นท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และคาดว่าในช่วงเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ ท่าอาศยานนานาชาติกระบี่จะมีเที่ยวบินเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูกากาลท่องเที่ยว

“ต้องฝากขออภัยไปยังพี่น้องประชาชนที่ใช้บริการสนามบินนานาชาติจังหวัดกระบี่ ในความไม่สะดวกในการเดินทางไปขึ้นเครื่องที่สนามบิน ที่ต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบหลายขั้นตอน ซึ่งอาจทำให้ผู้โดยสารเกิดความรำคาญ แต่เนื่องจากจังหวัดต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบมากยิ่งขึ้นเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากเหตุความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ค่อนข้างมีความรุนแรง และเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้โดยสารที่มาใช้บริการ”



"บรรณวิทย์" จี้ คค.แก้รันเวย์ร้าว หลังกระทบความมั่นใจผู้ใช้บริการ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 19 มิถุนายน 2550 14:16 น.


พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาและติดตามการแก้ไขปัญหาสนามบินสุวรรณภูมิ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) ติดตามเร่งรัดการหาสาเหตุ และการจัดการแก้ไขปัญหาสนามบินสุวรรณภูมิโดยด่วน โดยเฉพาะปัญหารันเวย์และแท็กซี่เวย์ร้าว โดยเห็นว่าการแก้ไขปัญหาล่าช้ามากว่า 8 เดือนแล้ว อีกทั้งเห็นว่า ยังส่งผลกระทบต่อความไม่มั่นใจในความปลอดภัยของประชาชน ทั้งชาวไทยและต่างชาติที่ใช้บริการสนามบิน
ขณะเดียวกัน คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ยังเห็นว่า การแก้ปัญหาความโปร่งใสในการจัดซื้อ และการประมูลเกี่ยวกับหลักฐานที่เชื่อมโยงถึงความร่วมมือกันระหว่างนักการเมืองในรัฐบาลชุดที่ผ่านมากับบริษัทเอกชนและผู้บริหารหลายระดับของ ทอท. เป็นไปอย่างล่าช้า และไม่สะสางปัญหาให้เกิดความชัดเจน



บรรณวิทย์เข้มสั่งบินไทยฮุบหุ้นนกแอร์51%

โดย ผู้จัดการรายวัน 19 มิถุนายน 2550 13:39 น.


ออกฉบับวันอังคารที่ 19-6-50
ผู้จัดการรายวัน – บรรณวิทย์สั่งการบินไทย หารือนกแอร์ เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเป็น 51% หวังสร้างความแกร่งด้านการแข่งขันในธุรกิจสายการบินในทุกเซกเมนท์ ทั้ง โลว์คอสต์ และ สายการบินพาณิชย์ ระบุ ที่ผ่านมา เกิดการทำงานทับซ้อน แข่งขันกันเอง ส่งผลธุรกิจไม่โต ขณะที่ปลายเดือนนี้ จับมือ สตาร์ อัลไลน์แอนซ์ จัดประชุม Asia Forum 2007 ชูศักยภาพประเทศไทยขึ้นฮับทางการบิน

พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน ประธานคณะกรรมาธิการคมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้การบินไทย ไปหารือร่วมกับสายการบินนกแอร์ ถึงการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น โดยต้องการให้การบินไทยเข้าไปถือหุ้นในสายการบินนกแอร์ในสัดส่วน 51% จากปัจจุบันที่ถืออยู่ 39% เพราะต้องการให้การบินไทยเข้าไปมีบทบาทในการกำหนดนโยบายด้านการบริหารให้แก่สายการบินนกแอร์ได้อย่างเต็มตัว เพื่อให้แผนธุรกิจไม่ทับซ้อนกันเหมือนเช่นขณะนี้
ทั้งนี้การดำเนินงานของทั้งสองสายการบินที่ผ่านมา จะมีการแข่งขันกันด้วยในบางเส้นทาง มีความทับซ้อนกันในเรื่องของแผนการดำเนินงาน ทำให้เสียประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย แทนที่จะมุ่งแข่งขันกับสายการบินอื่นๆเท่านั้น ซึ่งการปรับโครงสร้างครั้งนี้ เพื่อให้ทั้งสองสายการบินมียุทธศาสตร์ที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยนกแอร์ จะเป็นหน่วยงานสำหรับใช้แข่งขันธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำ(โลว์คอสต์) ส่วนการบินไทย ก็จะแข่งขันกันสายการบินพาณิชย์ทั่วไป
“แม้ว่าการบินไทยจะถือหุ้นในสายการบินนกแอร์สัดส่วน 39% ซึ่งถือเป็นหุ้นใหญ่แล้วก็ตาม แต่เราต้องการให้การบินไทยถือหุ้นใหญ่ แบบมีอำนาจควบคุมการกำหนดยุทธศาสตร์ร่วมกัน ส่วนลักษณะการปรับโครงสร้างในครั้งนี้ จะเป็นการเพิ่มทุน หรือ ในรูปแบบอื่นๆ ตรงนี้คงเป็นรายละเอียด ที่ผู้บริหารทั้งสองฝ่ายจะต้องไปคุยกัน ก่อนนำบทสรุปมาเสนอต่อกรรมาธิการเป็นลำดับต่อไป”
อย่างไรก็ตาม หากการเจรจาไม่เป็นผลสำเร็จ แนวคิดที่การบินไทย จะเปิดสายการบินเอื้องหลวง เป็นโลว์คอสต์แอร์ไลน์ สำหรับลงแข่งขันในตลาดนี้ คงจะเป็นทางเลือกสุดท้ายจริงๆ
สำหรับผู้ถือหุ้นสายการบินนกแอร์ ที่นอกเหนือจากการบินไทย ได้แก่ บริษัท ทุนลดาวัลย์ จำกัด (สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์) ,บริษัท หลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด (ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน), ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) ,บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด(มหาชน) ,กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ,กองทุนเปิดไทยทวีทุน โดย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด ,บริษัท คิงพาวเวอร์ อินเตอร์เนชั่นเนลกรุ๊ปจำกัด และ ผู้ถือหุ้นรายย่อยอื่นๆ

****ผนึกสตาร์ฯจัดเอเชียฟอรัม*****
นายอะลาสแตร์ ลูวิช คาร์ทรู ผู้อำนวยการด้านประชาสัมพันธ์ และผู้จัดการสำนักงาน สตาร์อัลไลน์แอนซ์ ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก เปิดเผยว่า ในโอกาสครบรอบ 10 ปี การก่อตั้ง กลุ่ม สตาร์ อัลไลน์แอนซ์ จึงได้ร่วมกับการบินไทย จัดงานประชุม Asia Forum 2007 ในหัวข้อ The future of aviation ซึ่งงานจะมีขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายนศกนี้ ที่โรงแรมแชวกรี-ลา กรุงเทพ โดยผู้เข้าร่วมประชุม จะมาจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยว เพื่อมาแสดงความคิดเห็นถึงอนาคตของอุตสาหกรรมการบิน และ แนวโน้มการท่องเที่ยว
โดยผู้รับเชิญเข้าร่วมอภิปรายผู้บริหารกลุ่มสายการบินพันธมิตร สตาร์ อัลไลน์แอนซ์ ,เลขาธิการใหญ่องค์การท่องเที่ยวโลก ,ประธานบริษัท อะมาดิอุส รวมถึงผู้บริหารจากสนามบินชั้นนำต่างๆ และ บริษัทอุตสาหกรรมการบิน อาทิ แอร์บัส ,โบอิ้ง, จีอี ,โรลซ์รอย , ผู้อำนวยการทั่วไปการบินพลเรือน ณ กรุงเดลี ประเทศอินเดีย , ประธานบริหารสนามบินมิวนิค ,หัวหน้าสถาบันศูนย์วิจัย และ พัฒนาอุตสาหกรรมการบิน เพื่อวิจัยการบริหารเศรษฐกิจ ประเทศจีน และ ผู้อำนวยการสมาคมสายการบินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กรุงกัวลาลัมเปอร์ เป็นต้น
“ในการสัมมนาจะพูดถึง 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ ดินแดนและภูมิภาคใหม่ ,เครื่องบินแห่งศตวรรษที่ 21 และ ความสัมพันธ์ทวีปเอเชีย และ ความท้าทายในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการเดินทางของทวีปเอเชีย “
นายปรีดี บุญซื่อ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายพันธมิตรธุรกิจการบิน บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในการสัมมนาครั้งนี้ นายสรรเสริญ วงษ์ชะอุ่ม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม จะ ขึ้นบรรยายในหัวข้อ ความพร้อมของสนามบินสุวรรณภูมิ และทิศทางการดำเนินงาน เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการบินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนั้นยังถือโอกาสนี้ เปิดให้ผู้เข้าร่วมสัมมนา ได้ชมเล้าจน์ แห่งใหม่ ณ สนามบินสุวรรณภูมิ และบริการไทย สปา เล้าจน์ของการบินไทยด้วย ซึ่งทั้งหมดจะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์อันดีให้แก่ประเทศไทย
อย่างไรก็ตามคาดว่าการประชุมครั้งนี้ จะช่วยประกาศจุดยืนของกลุ่มสตาร์อัลไลน์แอนซ์ และผลของการประชุม จะเป็นตัวกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมการบินในอนาคต สร้างภาพลักษณ์ให้แก่สนามบินสุวรรณภูมิให้กลายเป็นสนามบินที่ทันสมัย และ ดีที่สุดในเอเชียในระยะเวลาอันใกล้นี้
ปัจจุบัน สตาร์ อัลไลน์แอนฐ์ มีสมาชิก 17 สายการบิน รองรับการบริการด้านการบินให้แก่ผู้โดยสารมากกว่า 406 ล้านคนต่อปี คิดเป็น 30% ของผู้เดินทางทั่วโลก มีเครือข่ายสู่ 855 จุดหมายปลายทาง ใน 155 ประเทศทั่วโลก และมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี และสิ้นปีนี้ จะมีสมาชิกใหม่เพิ่มอีก 2 สายการบิน คือ แอร์ไชน่า และ เซี่ยงไฮ้แอร์ไลน์


"บิ๊กห้าว" รับบอร์ด ทอท.ทำงานล่าช้า แต่ยังพอใจระดับหนึ่ง

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 18 มิถุนายน 2550 19:03 น.


พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงปัญหาความขัดแย้งระหว่างบอร์ด ทอท. และคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งเห็นว่าการทำงานของบอร์ด ทอท.ล่าช้า โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาในสนามบินสุวรรณภูมิ ขณะที่บอร์ด ทอท. ยืนยันว่าได้ดำเนินการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ แต่มีปัญหาการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องและกดดันการทำงาน โดยระบุว่าเป็นเรื่องที่ต่างฝ่ายต่างพยายามทำงานของตัวเองให้ดีที่สุด ซึ่งอาจเกิดการกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่ยังไม่ถึงขั้นที่ต้องประเมินการทำงานของบอร์ด หรือให้บอร์ด ทอท. ลาออกทั้งชุด ซึ่งขณะนี้ได้มอบหมายให้ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ประธานบอร์ด ทอท. ไปประเมินผลการทำงานของบอร์ดก่อน ซึ่งภาพร่วมแล้วเห็นว่าการแก้ไขปัญหาของ ทอท. ก็มีความคืบหน้าไปมาก และพอใจในการทำงานระดับหนึ่ง



June 18, 2007

"อภินันทน์" การบินไทย รับมือขนส่งสาธารณะรักษาเป้า 1.2 ล้าน ล.

ภารกิจสุดท้าทาย "เรืออากาศโท อภินันทน์ สุมนะเศรณี" กรรมการ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ "ดีดี" (DD) ถูกคาดหวังรอบด้านทั้งจากภายในองค์กรจากสตาฟกว่า 30,000 คน ภายนอกองค์กร จากการเมือง กองทัพอากาศ หุ้นส่วนทางการค้า พันธมิตรธุรกิจสตาร์ อัลไลแอนซ์ 18 สายการบินนานาชาติ ผู้ถือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ ผู้โดยสาร และประชาชน

"อภินันทน์" ให้สัมภาษณ์ "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงยุทธศาสตร์การเป็น "ผู้นำ" ที่มาจากฝ่ายบินและถูกแปรสภาพตามกฎหมายสรรหาเป็น "ลูกจ้าง" จากนี้ไปจะเดินเกมธุรกิจอย่างไรจึงจะรักษาตำแหน่งให้อยู่ครบยก (เทอม) 4 ปี ณ วันนี้ได้ผ่านบรรยากาศร้อ