HFlight รีวิวสายการบิน โรงแรม จองโรงแรมทั่วโลก - หน้าแรก
- กลับหน้าแรก -
หน้าแรก | จองโรงแรมที่พัก | ข่าวการบิน | Webboard | สายการบิน | กิน-เที่ยว-เดินทาง | รีวิวโรงแรม | คู่มือเที่ยวเมืองนอก | ลงโฆษณา

  
 

« March 2007 | Main | May 2007 »

April 20, 2007

แอร์เอเชียไปกลับกรุงเทพฯ-ฮานอย เหลือ $29

บริษัท แอร์เอเชีย ในมาเลเซีย เจ้าของสายการบินต้นทุนต่ำ ได้ประกาศลดราคาตั๋วโดยสารเที่ยวบินไปกลับ กรุงเทพฯ-ฮานอย กัวลาลัมเปอร์-ฮานอย ในช่วงโปรโมชันพิเศษที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค.นี้

ค่าตั๋วโดยสารไปกลับกรุงเทพฯ-ฮานอย อัตราต่ำสุดของค่าโดยสารใหม่จะลดลงเหลือ 29 ดอลลาร์ กับ 35 ดอลลาร์ ในเที่ยว ฮานอย-กัวลาลัมเปอร์ ทั้งนี้ ยังไม่ได้รวมภาษีและค่าธรรมเนียมต่างๆ

ตามรายงานของหนังสือพิมพ์แท็งเนียน แอร์เอเชียจะเปิดให้จองตั๋วราคาพิเศษในงานท่องเที่ยวนานาชาติ (International Exhibition Travel & Tourism-Camping & Caravaning fair) ที่จะจัดขึ้นที่ศูนย์นิทรรศการหยางวอ (Giang Vo) กรุงฮานอย ระหว่างวันที่ 20-24 เม.ย.ศกนี้

ปัจจุบันแอร์เอเชียเปิดบิน กัวลาลัมเปอร์-ฮานอย วันละ 1 เที่ยว และ ฮานอย-กรุงเทพฯ วันละ 2 เที่ยว โดยบริษัทลูก คือ ไทยแอร์เอเชีย สายการบินต้นทุนต่ำนี้พยายามมาตั้งแต่ปีที่แล้วที่จะเปิดเที่ยวบินจากกัวลาลัมเปอร์ และกรุงเทพฯ ไปยังนครโฮจิมินห์ แต่ยังไม่ได่รับอนุญาตจากทางการเวียดนาม
ผู้บริหารสายการบินเวียดนาม ยอมรับว่า บริการบินราคาต่ำของแอร์เอเชีย ไทเกอร์แอร์ และเจ็ทสตาร์เอเชีย ได้ทำให้ลดลง และการแข่งขันสูงขึ้น สองสายการบินหลังสุดนี้ บินจากสิงคโปร์

การบินไทยเป็นอีกสายการบินหนึ่งที่เปิดบินเส้นทางกรุงเทพฯ-ฮานอย ประจำทุกวัน แต่ยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้น

บริการของไทยแอร์เอเชีย มีส่วนสำคัญทำให้มีนักท่องเที่ยวจากไทยเดินทางเข้าเวียดนามเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ เป็นรายงานขององค์การบริหารการท่องเที่ยวเวียดนามแห่งชาติ หรือ VNAT (Vietnam National Administration of Tourism)

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

การบินไทยไม่พร้อมสรุปผลการให้บริการที่ดอนเมือง

ผู้บริหารการบินไทยระบุยังไม่สามารถสรุปผลการให้บริการที่ดอนเมืองได้ เนื่องจากตรงกับวันหยุดยาวของเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีผู้เดินทางจำนวนมาก ทำให้ไม่สามารถวัดตัวเลขผู้ใช้บริการหรือรายได้ในช่วงปกติได้
เรืออากาศโทอภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในการประเมินผลเพื่อสรุปการใช้งานหลังจากการบินไทยกลับมาเปิดเที่ยวบินในประเทศที่ท่าอากาศยานดอนเมืองอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการติดตามตัวเลขทั้งจำนวนผู้โดยสารและรายได้จากการให้บริการ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาการให้บริการได้เข้าสู่วันหยุดยาวของเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีผู้เดินทางจำนวนมาก จึงไม่สามารถวัดตัวเลขผู้ใช้บริการหรือรายได้ในช่วงปกติได้ โดยจะต้องติดตามตัวเลขดังกล่าวสักระยะหนึ่ง จึงจะสามารถสรุปผลการเปิดให้บริการที่ท่าอากาศยานดอนเมืองได้ สำหรับการเปิดให้บริการพื้นที่เช็กอินตั๋วโดยสารที่ Thai City Air Terminal สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลาดพร้าว ซึ่งได้เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคมเช่นเดียวกันจนถึงปัจจุบันมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยต่อวันตั้งแต่ 20 คน จนถึงสูงสุด 60 คน ซึ่งจะต้องติดตามตัวเลขจากการใช้บริการไปอีกระยะหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม การบินไทยขอเชิญชวนผู้โดยสารมาใช้บริการพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งจะมีรถโดยสารของการบินไทยนำผู้โดยสารไปส่งขึ้นเครื่องที่ท่าอากาศยานดอนเมืองโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยผู้โดยสารต้องเดินทางมาเช็กอินล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง ซึ่งบริการรูปแบบนี้จะทำให้ผู้เดินทางประหยัดและได้รับความสะดวกมากขึ้น และในอนาคตการบินไทยอยู่ระหว่างพิจารณาจะใช้พื้นที่ดังกล่าวหรือที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสุขุมวิทเป็นจุดเช็กอินเพิ่มเติมให้ผู้เดินทางที่จะไปขึ้นเครื่องบินที่ท่าอากาศยานดอนเมือง รวมทั้งจะเปิดให้บริการเป็นจุดเช็กอินของทั้งสองสถานีไปสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิด้วยหรือไม่

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

ล้างคราบอัปยศ! บอร์ดทอท.ยกเลิกผูกขาดดิวตี้ฟรีในสุวรรณภูมิ

คณะกรรมการทอท.เร่งจัดระเบียบความโปร่งใสในสนามบินสุวรรณภูมิ มีมติให้ร้านค้าทุกแห่งทำสัญญาเช่าโดยตรงกับ ทอท. ส่วนร้านค้าปลอดอากร ทอท.จะให้มีผู้ประกอบการร้านค้าปลอดอากรในอาคารสนามบินสุวรรณภูมิ 2-3 ราย เผยพบระบบแสงเลเซอร์สำหรับตรวจจับควันไฟภายในอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 100 จุด ถูกบดบังด้วยกันสาดใช้การไม่ได้ เตือนผู้ออกแบบต้องแก้ไขหาไม่มีโทษตามกฎหมายอาญามาตรา 227 จำคุก 10 ปีหรือตลอดชีวิต

นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง โฆษกคณะกรรมการและคณะกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) เผยผลการประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด) ทอท.โดยระบุว่า ที่ประชุมคณะกรรมการทอท.วานนี้(19 เม.ย.) มีมติได้พิจารณาวาระแนวทางการบริหารกิจกรรมเชิงพาณิชย์และการประกอบกิจการร้านค้าปลอดอากร ภายในอาคารผู้โดยสารท่าอากาศายานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานภูมิภาค หลังจากที่ได้ดำเนินการแจ้งต่อบริษัท คิงเพาเวอร์สุวรรณภูมิ จำกัด และบริษัท คิงเพาเวอร์ดิวตี้ฟรี จำกัด ซึ่งบริษัทคิงเพาเวอร์สุวรรณภูมิจะยอมรับหรือร้องต่อฟ้องศาล ศาลจะคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่ก็ต้องรอผลก่อน

อย่างไรก็ตาม อำนาจตัดสินว่าโมฆะหรือไม่เป็นอำนาจของคณะกรรมการ ทอท. ไม่ใช่อำนาจของคณะรัฐมนตรี ขณะนี้ ทอท.รอหนังสือขอคำปรึกษาจากสำนักงานกฤษฎีกาเท่านั้น ไม่ได้รอว่า โมฆะหรือไม่ และเมื่อกระบวนการกลับคืนสู่ฐานะเดิมสัมฤทธิ์ผลตามกฎหมายแล้วไม่มีสัญญาต่อกันแล้ว ทอท.จะดำเนินการดังต่อไปดังนี้

ด้านการบริหารกิจการเชิงพาณิชย์ ซึ่งได้แก่ร้านค้าย่อยขายปลีกในบริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานภูมิภาค จะให้ทำสัญญาเช่าโดยตรงกับทอท. และเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ร้านค้าที่ได้ดำเนินกิจการและลงทุนตกแต่งร้านค้าไว้ก่อนแล้ว และไม่ได้ลุกล้ำทางเดินหรือกีดขวางทางออกฉุกเฉิน หรือเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัย ย่อมจะได้รับการพิจารณาให้ดำเนินการต่อไปในลำดับต้นในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ภายใต้ระเบียบและกฎหมายและเชื่อว่าการเช่าตรงกับทอท. ร้านค้าน่าจะพอใจ

ด้านการบริหารกิจการร้านค้าปลอดอากร ทอท.จะให้มีผู้ประกอบการร้านค้าปลอดอากรในอาคารสนามบินสุวรรณภูมิ 2-3 รายโดยจะไม่ให้ฮั๊วกัน ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดการผูกขาดจากผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่ง และจะให้ทำสัญญาเช่าโดยตรงกับ ทอท. ซึ่งทอท.ไม่ตัดสินบริษัทคิงเพาเวอร์หากไม่ทำผิดกฏหมายอาญาร่วมกระทำความผิด

ส่วนร้านค้าปลีกเชิงพาณิชย์และร้านค้าปลอดอากร จะต้องไม่กีดขวางทางออกฉุกเฉิน ทางเดินสู่ประตูฉุกเฉิน ไม่สร้างปัญหาด้านความปลอดภัย และรุกล้ำทางเดินกระทบความสะดวกสบายของผู้โดยสาร หรือก่อให้เกิดทัศนะอุจาด

นายเจิมศักดิ์ กล่าวว่า มติคณะกรรมการ ทอท. เน้นผล 5 ประการคือ 1. ให้ความเป็นธรรม แก่ผู้ประกอบการจริงในท่าอากาศยานที่ได้ลงทุน และร่วมกิจการงานมาแล้ว 2. เพื่อให้ผู้โดยสารทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ได้รับความสะดวกสบาย รวดเร็ว โดยเน้นที่ทางเดิน ที่นั่งพัก ความปลอดภัย และภูมิทัศน์ที่ดีงาม 3. ให้ผู้โดยสาร สามารถซื้อสินค้าในราคาที่เป็นธรรม มีทางเลือกไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากการผูกขาด 4. ประเทศไทยได้รับชื่อเสียงกล่าวขนานในทางที่เหมาะสม เพราะท่าอากาศยานเป็นประตูสุ่ประเทศไทย และ 5. ทอท. ได้รับรายได้อย่างเหมาะสม เต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่รั่วไหล ไม่ถูกเบียดบัง เอาเปรียบ และให้ทุกร้านค้าเข้าระบบศูนย์ข้อมูล ให้สามารถคำนวณรายรับที่แท้จริงของร้านค้าได้ ซึ่งจะทำให้ประเทศได้ประโยชน์อย่างเต็มที่

นายยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ กรรมการทอท. กล่าวว่า จากการตรวจสอบปัญหาของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 4 เดือนที่ผ่านมาปัญหาหลายอย่างที่พบได้รับการแก้ไข แต่ยังมีหลายปัญหาที่ยังรอการแก้ไข ล่าสุดได้พบปัญหาว่า ระบบแสงเลเซอร์สำหรับตรวจจับควันไฟ หรือ laser detector for smoke จำนวน 100 จุด ถูกบดบังด้วยกันสาดหรือการตกแต่งของร้านค้าภายในอาคารผู้โดยสาร ทำให้ระบบแสงเลเซอร์ดังกล่าว ไม่สามารถทำงานได้ปกติแล้ว ระบบนี้จะต้องทำงานควบคู่กับคน แต่ขณะนี้เหลือเพียงการใช้กำลังคนเฝ้าดูเท่านั้น ซึ่งทอท.ได้ขอความร่วมมือไปยังวิศวกรรมสถานในพระบรมราชูปถัมภ์แห่งประเทศไทย(ว.ส.ท.) แล้ว โดยเลขาธิการ ว.ส.ท.ได้แต่งตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญจำนวน 7 คนเข้ามาร่วมกับคณะทำงานของนายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแล้ว เพื่อดำเนินการตรวจสอบแก้ไข อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ทำการออกแบบร้านค้าในอาคารผู้โดยสารสุวรรณภูมิ ขอให้กลับไปตรวจสอบว่า ได้ออกแบบแล้วบดบังระบบแสงเลเซอร์ตรวจจับควันหรือไม่ หากบดบังต้องแก้ไข หากไม่ดำเนินการแล้วเกิดความเสียหายจะต้องถูกลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 227 ที่ผู้ออกบบควบคุมจะมีโทษจำคุก 10 ปีหรือหากเกิดเหตุร้ายแรงจำคุกตลอดชีวิต ส่วนทอท.ผู้ตรวจรับและอนุญาตแบบไม่ผิดเพราะเพียงรับทราบการออกแบบเท่านั้น

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

April 15, 2007

แอร์เวียดนามเปิดแผนซื้อเครื่องบินล็อตใหญ่ 40 ลำ

ผู้จัดการรายวัน-- บริษัทสายการบินเวียดนาม (Vietnam Airline Co) ได้เปิดเผยแผนการจัดซื้อเครื่องบินอีกระลอกหนึ่ง รวมประมาณ 40 ลำ โดยเน้นเครื่องบินขนาด 300 ที่นั่งบินระยะไกล เพื่อขยายเส้นทางการบินระหว่างประเทศ ซึ่งรวมทั้งการบินเข้าสู่สหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในกลางปี 2551

สายการบินแห่งชาติเวียดนามยังกำลังจะสั่งซื้อเครื่องบินที่ผลิตในฝรั่งเศส และ เช่าเครื่องโบอิ้งอีกหลายลำในปีนี้เพื่อขยายเส้นทางบินระยะสั้นอีกด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นไปตามแผนการขยายฝูงบินในช่วงปี 2554-2558 เพื่อพัฒนาให้เวียดนามแอร์ไลนส์ ขึ้นเทียบชั้นกับสายการบินชั้นนำในภูมิภาค นายเหวียนสีหุ่ง (Nguyen Sy Hung) ประธานกรรมการและผู้อำนวยการใหญ่สายการบินแห่งชาติเวียดนามเปิดเผยเรื่องนี้กับ หนังสือพิมพ์เตี่ยนฟง (Tien Phong) ฉบับวันพุธ (12 เม.ย.) ที่ผ่านมา

สายการบินเวียดนามกำลังพิจารณาทั้งเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 787-9 และ แอร์บัส A350-900 ซึ่งทั้งหมดเป็นเครื่องบินบินระยะไกล ขณะเดียวกันก็กำลังพิจารณาเครื่องบินขนาดเล็กที่บินเส้นทางภายในประเทศและบินเชื่อมภูมิภาค คือ ATR72 แอร์บัส A321 และ A320 ตลอดจนโบอิ้ง 767 ด้วย

แผนการจัดซื้อครั้งนี้จะทำให้บริษัทการบินเวียดนามมีเครื่องบินเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 80 ลำ ในปี 2558 จากที่มีอยู่เพียง 44 ลำในปัจจุบัน

ตามรายงานของเวียดนามเอ็กซ์เพรส (Vietnam Express) ซึ่งเป็นสำนักข่าวภาษาเวียดนามของทางการ กำลังจะมีการสั่งซื้อเครื่องบิน ATR72 ซึ่งเป็นเครื่องบินแบบเทอร์โบพร็อบ ที่ใช้บินระยะสั้นผลิตในฝรั่งเศสจำนวน 5 ลำ และ จะเช่าเครื่องโบอิ้ง 777-200ER อีกจำนวนหนึ่ง เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนเครื่องบินในขณะนี้

เวียดนามได้รับมอบเครื่องบินแอร์บัส A321 อีก 4 ลำในไตรมาสแรกของปีนี้ และ บริษัทแอร์บัสอินดัสตรี จะต้องส่งมอบอีก 2 ลำในเดือน พ.ย.ปีนี้ กับ อีก 4 ลำ ในต้นปีหน้า ทั้งหมดเป็นเครื่องบินที่สั่งซื้อเมื่อปี 2547

เมื่อปีที่แล้วเวียดนามได้สั่งซื้อเครื่องโบอิ้ง 787-8 "ดรีมลายเนอร์" จำนวน 4 ลำ จากบริษัทโบอิ้งสหรัฐฯโดยมีกำหนดส่งมอบในปี 2553 นายกรัฐมนตรีเวียดนามนายเหวียนเติ๋นยวุ๋ง (Nguyen Tan Dung) ได้เปิดทางให้สายการบินแห่งชาติสามารถจัดซื้อเครื่องบินได้ถึง 15 ลำในคราวนั้น

ปัจจุบันสายการบินแห่งนี้ใช้เครื่องโบอิ้ง 777-200ER จำนวน 6 ลำ กับ โบอิ้ง A330-300 อีกจำนวน 4 ลำ ในการบินระยะไกลไปยังออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง และ ยุโรป ทั้งหมดเป็นเครื่องบินเช่า ขณะที่มีเครื่องโบอิ้ง 777-200ER อีก 4 ลำ ที่ซื้อจากบริษัทโบอิ้งสหรัฐฯ แต่ไม่สามารถบินระยะไกลได้เนื่องจากการวางแผนจัดซื้อเครื่องยนต์ที่ผิดพลาด

เวียดนามแอร์ไลนส์ได้พยายามเปิดเส้นทางบินไปยังสหรัฐฯ ตั้งงแต่ปลายปีที่แล้วและเลื่อนมาเป็นต้นปีนี้ ต่อมาก็ได้เลื่อนออกไปเป็นกลางปี 2551 เนื่องจากติดขัดในหลายปัญหาโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือขาดเครื่องบินที่ใช้บินข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก อีกทั้งยังจะต้องเตรียมการด้านมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยตามที่สหรัฐฯ กำหนด

ตามรายงานของเวียดนามเอ็กซ์เพรส เวียดนามแอร์ไลนส์จะเริ่มทดลองระบบจำหน่ายตั๋วไปยังสหรัฐฯ ในเดือน พ.ค.นี้ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการเตรียมการเปิดบินเที่ยวปฐมฤกษ์ ซึ่งกำลังจะเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปีที่จะมีสายการบินเวียดนามบินไปที่นั่น

การบินแห่งชาติเวียดนามเพิ่งได้เข้าเป็นสมาชิกสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศหรือ IATA (International Air Transport Association เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเปิดบินไปสหรัฐฯ

สายการบินเวียดนามยอมรับว่า กำลังเผชิญหน้ากับการแข่งขันที่หนักหน่วงยิ่งขึ้น และ อย่างรอบด้านจากคู่แข่งที่มีความพร้อมมากกว่า รวมทั้งการแข่งขันกับบริการของสายการบินประเภทต้นทุนต่ำ (low-cost) ภายในประเทศ

ผ่านมาสายการบินเวียดนามได้ขยายเส้นทางบินในประเทศออกไปอย่างกว้างขวาง เนื่องจากมีต้องการในตลาดเพิ่มมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันไม่กี่เดือนมานี้ ก็ได้เกิดเหตุไม่ปกติเกี่ยวกับเครื่องบินบ่อยครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ยอมรับว่าการใช้งานหนักก็เป็นสาเหตุสำคัญ

วันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านเวียดนามแอร์ไลนส์ได้เปิดเส้นทางบินในประเทศไปยังอีกหลายปลายที่ห่างไกลออกไปทาง เช่น โฮจิมินห์-บวนมาถ๊วด (Buon Ma Thuot) โฮจิมินห์-ญาจาง (Nha Trang) รวมทั้งโฮจิมินห์-ดาลัท (Dalat) ด้วย

ตามรายงานของสำนักข่าววีเอ็นเอ (VNA) ของทางการเวียดนาม นายฝ่ามหง็อกมิง (Pham Ngoc Minh) รองผู้อำนวยการใหญ่สายการบินเวียดนามเปิดเผยเมื่อเร็วๆ นี้ว่า ปีนี้จะขยายเส้นทางบินไปจากกรุงฮานอยไปยังเมืองปูซาน (Pusan) ในเกาหลีใต้ เมืองนาโงยา (Nagoya) ในญี่ปุ่น และ เพิ่มเที่ยวบินสู่เมืองหลวงพระบาง ใน สปป.ลาว รวมทั้งเมืองเสียมราฐ ในกัมพูชาด้วย

ในไตรมาสแรกของปีนี้การบินเวียดนามขนส่งผู้โดยสารไปแล้วรวม 2.03 ล้านคน เพิ่มขึ้น 16.8% เทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2549.

April 11, 2007

แอร์เชีย ยืดอกสปอนเซอร์ AT&T WILLIAMS อย่างเป็นทางการ

สายการบินแอร์เอเชีย สายการบินต้นทุนต่ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ประกาศตัวเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการให้แก่ทีม AT&T WILLIAMS ทีมนักแข่งรถสูตรหนึ่งชื่อก้องโลกโดยมีผลตั้งแต่การแข่งขันรถสูตรหนึ่งระดับโลกในปี 2007 นี้

สายการบินแอร์เอเชียซึ่งมีกลยุทธ์ทางการตลาดที่ต้องการจะสร้างให้แอร์เอเชียเป็นแบรนด์ระดับโลกได้เล็งเห็นถึงศักยภาพความเป็นผู้นำด้านการแข่งรถสูตรหนึ่งของ ทีม AT&T Williams ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมรถสูตรหนึ่งขั้นนำระดับโลก เจ้าของ 16 ถ้วยรางวัลจากสนามแข่งรถสูตรหนึ่งระดับโลกที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1997 จึงได้ตัดสินใจเซ็นต์สัญญาเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการให้แก่ทีม AT&T Williams อย่างเป็นทางการเป็นเวลา 3 ปี ผลจากการเซ็นต์สัญญานี้จะทำให้โลโก้ของแอร์เอเชียปรากฎอยู่ที่หมวกกันน็อกของนิโค รอสเบิร์ก และอเล็กซ์ วูซ นักแข่งรถชื่อดังแห่งทีม AT&T Williams ตลอดจนบริเวณด้านหน้าของรถแข่งของทีม AT&T Williams

ดาโต๊ะ โทนี่ เฟอร์นันเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแอร์เอเชียกรุ๊ป กล่าวว่า “การตกลงเป็นสปอนเซอร์อย่างเป็นทางการให้แก่ทีม AT&T Williams ในครั้งนี้เป็นพัฒนาการอีกก้าวหนึ่งที่น่าตื่นเต้นของแอร์เอเชียในเรื่องของการสร้าง แบรนด์แอร์เอเชียให้แข็งแกร่ง และเป็นแบรนด์ระดับโลก เราเชื่อว่าทีม AT&T Williams จะช่วยทำให้ผู้คนทั่วโลกรู้จักสายการบินแอร์เอเชียซึ่งเป็นสายการบินที่ประสบความสำเร็จในเอเชียแปซิฟิก และเราดีใจที่ได้เป็นพันธมิตรกับทีมระดับโลกอย่าง AT&T Williams และเราจะเป็นกำลังใจให้ทีมนี้คว้าชัยในการแข่งขันในทุกสนามด้วย”

ดาโต๊ะ โทนี่กล่าวเพิ่มเติมถึงที่มาในการสนับสนุนทีม AT&T Williams ว่า “นอกจากที่เราได้เป็นพันธมิตรกับทีมรถสูตรหนึ่งที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีแล้ว การเซ็นต์สัญญาในครั้งนี้ยังเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การสร้างแบรนด์แอร์เอเชียให้เป็นแบรนด์ระดับโลก ผ่านสนามแข่งรถสูตรหนึ่งทั่วโลก นอกจากนี้เรายังหวังให้ทีม AT&T Williams เป็นแรงบันดาลใจให้แก่พนักงานที่แอร์เอเชีย ในการก้าวขึ้นเป็นสายการบินระดับโลก”

ทางด้านเซอร์ แฟรงค์ วิลเลียมส์ กล่าว่า “เราภูมิใจที่สายการบินแอร์เอเชียให้การสนับสนุนเรา แอร์เอเชียเป็นสายการบินที่โตเร็วมาก เห็นได้จากในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาก จำนวนผู้โดยสารที่เดินทางไปกับสายการบินแอร์เอเชียมีมากกว่าสิงคโปร์ แอร์ไลน์ นอกจากนี้แอร์เอเชียยังมุ่งมั่นที่จะเป็นสายการบินต้นทุนต่ำระดับโลก ซึ่งทีม AT&T Williams น่าจะเป็นแรงผลักดันที่สำคัญให้แก่แอร์เอเชีย”

ข่าวประชาสัมพันธ์สายการบินแอร์เอเชีย

April 10, 2007

เปิดข้อเสนอแนะสภาที่ปรึกษาฯ เปิดถาวร "ดอนเมือง" สำรอง "สุวรรณภูมิ"

*หมายเหตุ : สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สป.) ได้เผยแพร่ความเห็นและข้อเสนอแนะเรื่องการใช้ประโยชน์สนามบินดอนเมืองควบคู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจ ดังนี้

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2549 สนามบินสุวรรณภูมิได้เปิดให้บริการเป็นสนามบินหลักแห่งใหม่ของไทยแทนสนามบินดอนเมือง การดำเนินการครั้งนี้มีเหตุการณ์หลายอย่างที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างกว้างขวาง อันเกิดจากความไม่ชัดเจนในนโยบายของรัฐบาลในการใช้สนามบินทั้งสอง ซึ่งอุปกรณ์ต่างๆ ของผู้ประกอบการได้ย้ายมายังสนามบินแห่งใหม่แล้ว

ประกอบกับการมีข่าวในสื่อต่างๆ ที่รัฐบาลและผู้บริหารสนามบินจะเปิดสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อทำการซ่อมแซมเป็นเวลานาน เนื่องจากทางวิ่ง (รันเวย์) และทางขับ (แท็กซี่เวย์) เกิดชำรุดหลังใช้งานได้ไม่นาน ข่าวมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ฟื้นฟูสภาพสนามบินดอนเมืองเป็นสนามบินนานาชาติควบคู่กับสนามบินสุวรรณภูมิอีกแห่ง โดยให้มีการเปิดให้บริการสนามบินดอนเมืองอีกครั้งในวันที่ 25 มีนาคม 2550

การโยกย้ายบางส่วนกลับไปสนามบินเก่าจะทำให้ธุรกิจการบินต้องได้รับผลกระทบอย่างมาก และผลกระทบต่อเป้าหมายการลงทุนในสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อเป็นศูนย์กลางทางการบินของภูมิภาค ซึ่งเป็นนโยบายการลงทุนทางเศรษฐกิจของรัฐขนาดใหญ่

นอกจากนี้ ยังมีความสับสนต่อแผนการใช้สนามบินดอนเมือง เพื่อรองรับธุรกิจการบินแบบภายในประเทศหรือแบบนานาชาติบางรูปแบบหรือครบทุกรูปแบบ อันมีสาเหตุจากการพิจารณาความเหมาะสมของการลงทุนเพิ่มเติมทั้งที่ที่สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง กับสภาพและการลงทุนที่ผ่านมารวมทั้งคุณค่าทางเศรษฐกิจ (Economic Value) ของพื้นที่ดอนเมืองยังไม่มีความชัดเจน จึงอาจเป็นสาเหตุให้การตัดสินใจในโครงสร้างพื้นฐานแห่งนี้ไม่เหมาะสม

สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยคณะทำงานโครงสร้างพื้นฐาน คมนาคมและพลังงาน เห็นเป็นภาระหน้าที่และเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจของสภาที่ปรึกษาฯ ในการสะท้อนปัญหาและให้ข้อเสนอแนะต่อ ครม.ตามมุมมองที่สภาที่ปรึกษาฯ จึงได้มีข้อเสนอโดย

-รัฐต้องกำหนดนโยบายที่ชัดเจนในการใช้สนามบินดอนเมืองให้เป็นสนามบินรอง (Secondary Airport) เป็นการถาวรควบคู่กับการใช้สนามบินสุวรรรภูมิเป็นสนามบินหลัก (Main Airport) โดยต้องรักษาเป้าหมายการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิให้เป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค

การใช้สนามบินดอนเมืองต้องคำนึงถึงคุณค่าทางเศรษฐกิจ (Economic Value) มากกว่าคุณค่าทางการเงิน (Financial Value) โดยรวมของทั้งสองสนามบินและต้องพิจารณาทบทวนถึงแผนการลงทุนขยายสนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2 ที่ต้องใช้งบฯลงทุนมากกว่า 5 หมื่นล้านบาท ทำให้มีเวลาขยายการชำระหนี้ธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิค) ในเฟสแรกอยู่ 7 หมื่นล้านบาทออกไปได้ระยะหนึ่ง และเปรียบเทียบกับการใช้งบประมาณเพื่อเตรียมความพร้อมของดอนเมืองและกรณีของสายการบินต้นทุนต่ำ

-สนามบินดอนเมืองควรใช้เป็นสนามบินในกิจกรรมต่อไปนี้คือ

1.เป็นสนามบินฉุกเฉินเสริมกับสนามบินสุวรรณภูมิโดยไม่ต้องใช้สนามบินอู่ตะเภา

2.กิจกรรมการบินเช่าเหมาลำและเครื่องบินของบุคคลสำคัญ เป็นการบินเชิงพาณิชย์แบบไม่ประจำ ทำการบินเพื่อขนส่งผู้โดยสารหรือสินค้าต่างๆ ในรูปแบบการให้บริการที่แตกต่างจากเที่ยวบินประจำ ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มบริษัทต่างๆ หน่วยงานรัฐ

3.กิจกรรมการบินประจำภายในประเทศเฉพาะจุด เป็นอีกกิจกรรมที่มีความสำคัญต่อการขนส่งทางอากาศของประเทศ เนื่องจากปัจจุบันนี้ได้มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายการบินต้นทุนต่ำ โดยพบว่า สายการบินภายในประเทศที่ไม่มีการเชื่อมต่อของผู้โดยสารที่เดินทางมาจากต่างประเทศหรือสายการบินที่จัดตั้งขึ้นเพื่อตอบสนองการเดินทางภายในประเทศเป็นหลักนั้น ยังคงสามารถใช้สนามบินดอนเมืองเป็นฐานในการปฏิบัติการบินได้ ซึ่งเน้นการให้ใช้สนามบินระดับรอง ซึ่งค่าธรรมเนียมการใช้สนามบินต่ำกว่าสนามบินใหญ่

อย่างไรก็ตาม การใช้สนามบินดอนเมืองเป็นฐานในการบินภายในประเทศดังกล่าวจะต้องพัฒนาเส้นทางคมนาคมทางบกที่สะดวก รวดเร็ว สามารถเชื่อมโยงการเจรจาและรองรับความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4.กิจกรรมการบินประจำนานาชาติเฉพาะจุด เพื่อเป็นประโยชน์ของสายการบินระหว่างประเทศที่ไม่มีการเชื่อมต่อของผู้โดยสารที่เดินทางมาจากต่างประเทศกับการเดินทางภายในประเทศนั้น สามารถใช้สนามบินดอนเมืองเป็นฐานการปฏิบัติการบินได้

5.กิจกรรมการบินนานาชาติทั่วไปหลังการใช้สนามบินสุวรรณภูมิเต็มศักยภาพ

6.กิจกรรมการขนส่งสินค้าล้วน (Air Cargo Airport) เมื่อการติดต่อทำธุรกรรมต่างๆ สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น การขนส่งสินค้าจะเพิ่มขึ้นมากด้วย ดังนั้นการจัดพื้นที่เพื่อรองรับกิจกรรมการขนถ่าย การจัดเก็บและกระจายสินค้าโดยเฉพาะ ซึ่งสนามบินดอนเมืองได้มีสถานที่และสาธารณูปโภคไว้อย่างครบถ้วนแล้ว การนำมาใช้ประโยชน์ด้านนี้จึงพร้อมรองรับกิจกรรมนี้โดยมิต้องปรับปรุงสิ่งก่อสร้างใดเลย

7.ศูนย์ฝึกอบรมการบินและบุคลากรด้านการบิน

8.กิจกรรมสถานีซ่อมบำรุง (Maintenance Stations) จากการที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ได้กำหนดใช้พื้นที่ด้านเหนือของสนามบินดอนเมืองดำเนินกิจกรรมสถานีซ่อมบำรุงอากาศยาน แต่ขณะนี้เห็นว่ายังสามารถขยายขีดความสามารถในการดำเนินการดังกล่าว โดยพบว่าปัจจุบันนี้อุตสาหกรรมด้านการซ่อมบำรุงอากาศยานของไทยยังมีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยดูจากความต้องการที่เข้ามาซ่อมบำรุงอากาศยานในเอเชียจากภูมิภาคอื่น ซึ่งรัฐบาลควรมีนโยบายส่งเสริมให้เกิดการเติบโตของอุตสาหกรรมในประเทศอย่างจริงจัง เพื่อเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศได้ดียิ่งขึ้น

9.กิจกรรมทางพาณิชย์อื่นๆ เช่นกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ศูนย์ธุรกิจและอุตสาหกรรมเคลื่อนย้ายง่ายและระยะสั้นบางประเภทที่ได้รับอนุมัติจากทางการ

10.เครื่องบินทหารและทางราชการ

-กิจกรรมต่างๆ ข้างต้นที่รัฐอาจจัดให้มีในการใช้สนามบินดอนเมือง รัฐต้องทบทวนศึกษาความเป็นไปได้ที่ได้ทำไปแล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงมากกว่าเหตุผลทางการเมืองในอดีต

-เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้สนามบินทั้งสองแห่งและสามารถอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารได้เพียงพอ รัฐต้องพิจารณาเร่งรัดการสร้างระบบคมนาคมขนส่งระหว่างสองสนามบินเป็นการเฉพาะ

ทั้งหมดนี้ คงจะต้องขึ้นอยู่กับทางรัฐบาลว่า จะมีการดำเนินการตามที่ สป.แนะนำมาหรือไม่

ที่มา มติชน

ซื้อฝูงบินA350-ขยายสนามบินสมุย บางกอกแอร์ฯทุ่มลอตใหญ่1.7หมื่นล.

"บางกอก แอร์เวย์ส" ลุยลงทุนอุตลุดทุ่มเงินลอตใหญ่กว่า 1.7 หมื่นล้านบาท สั่งแอร์บัสรุ่นล่าสุด A350-800 รวดเดียว 6 ลำ ตั้งเป้าปี"55 รุกเทรนด์โกยตลาดอินเตอร์อื้อซ่าหลัง IATA ชี้เอเชียครองส่วนแบ่งมากสุดในโลก พร้อมขยายสนามบิน "สมุย" เปิดอาคารผู้โดยสารอินเตอร์หลังใหม่ และเปิดจุดบินรอบอินโดจีนเพิ่มเป็นว่าเล่น 10 เมษายนนี้ ดีเดย์บินกรุงเทพฯ-ปากเซ, ปากเซ-นครวัด

นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด เจ้าของบางกอก แอร์เวย์ส และเสียมเรียบแอร์เวย์ส เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ได้วางกลยุทธ์ 7 ปี ระหว่าง 2550-2557 เตรียมเงินลงทุนกว่า 17,000 ล้านบาท ทยอยนำเข้าฝูงบินใหม่ล่าสุดลงนามข้อตกลงสั่งจองเครื่องยี่ห้อแอร์บัส A350-800 จำนวน 6 ลำ มูลค่าเฉลี่ยประมาณ 85 ล้านเหรียญสหรัฐ/ลำ ระหว่างนี้อยู่ในขั้นตอนการผลิตลำที่ 1-2 จะนำเข้าฝูงได้ประมาณปี 2555 ลำที่ 3-4 จะเข้าฝูงปี 2556 ลำที่ 5-6 จะเข้าฝูงปี 2557

การจัดเตรียมฝูงบินใหม่ขนาดกว่า 200 ที่นั่งขึ้นไป เพื่อวางนโยบายขยายตลาดเชิงรุก เนื่องจากตามเทรนด์ของโลกสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association : IATA) พยากรณ์การเติบโตการเดินทางทางอากาศของผู้โดยสารว่า จะเพิ่มเฉลี่ยเกินปีละ 8% เส้นทางหลักในเอเชียจะครองส่วนแบ่งลูกค้าสูงที่สุดในโลกถึง 28%

ดังนั้นฝูงบินของบางกอก แอร์เวย์ส ควรจะยกระดับมีบริการที่นั่งชั้นธุรกิจลำละ 10-20 ที่นั่ง เป็นชั้นประหยัดอีกประมาณ 200 ที่นั่ง ที่จะเพิ่มความสะดวกสบายแก่ผู้โดยสารนานาชาติซึ่งแต่ละปีมีสูงถึง 85% ของผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วบางกอก แอร์เวย์ส เดินทาง

นายแพทย์ปราเสริฐกล่าวว่า ขณะนี้ได้ใช้เงินเกือบ 400 ล้านบาท ปรับปรุงและขยายพื้นที่อาคารผู้โดยสารสนามบินนานาชาติเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี แล้วเสร็จพร้อมเปิดอาคารหลังใหม่อย่างเป็นทางการเดือนเมษายนนี้ ขนาดรวม 73,000 ตร.ม. จุนักท่องเที่ยวที่ผ่านเข้าออกได้มากกว่าปีละ 1.5 ล้านคน จากสถิติปี 2549 สนามบินสมุยมีลูกค้ามากถึง 1.3 ล้านคน การบินโดยรวมมีเที่ยวบินในประเทศและต่างประเทศ ขึ้น-ลงประมาณ 9,000 เที่ยว/ปี กระจายไปยังเมืองท่องเที่ยวต่างๆ มี ภูเก็ต กรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา สิงคโปร์ ฮ่องกง

ล่าสุดบางกอก แอร์เวย์ส เปิดเที่ยวบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-โฮจิมินห์ 3 เที่ยว/สัปดาห์ และตั้งแต่ 10 เมษายน 2550 เปิดใหม่อีก 1 จุดบิน ไป-กลับกรุงเทพฯ-ปากเซ สาธารณรัฐประชาชนลาว (สปป.ลาว) ช่วงแรกจะเริ่มเพียง 1 เที่ยว/สัปดาห์ และปากเซ-นครวัด (เสียมราฐ) กัมพูชา 1 เที่ยว/สัปดาห์ เช่นกัน

เส้นทางบินกรุงเทพฯ-ปากเซ ขาไปจะออกจากกรุงเทพฯทุกวันอังคาร เวลา 15.45 น. ถึงปากเซ 17.15 น. และขายตั๋วร่วมกับเสียมเรียบ แอร์เวย์ส บินต่อไปนครวัดในวันอังคารเช่นกัน ออกจากปากเซเวลา 17.45 น. ถึงนครวัด 18.35 น. ส่วนขากลับจากปากเซทุกวันเสาร์ 17.15 น. โดยออกจากเสียมราฐ เวลา 09.15 น. ถึงปากเซ 10.05 น. ก่อนจะบินต่อมายังกรุงเทพฯ

ทั้งนี้บางกอก แอร์เวย์ส มีโปรโมชั่นแพ็กเกจช่วงแนะนำเส้นทางตลอด 6 เดือน ระหว่าง 10 เมษายน-30 กันยายนนี้ ขายตั๋วไป-กลับกรุงเทพฯ-ปากเซ เริ่มต้นที่ 5,000 บาท/คน ไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ขณะเดียวกันก็มีบริการที่นักท่องเที่ยวสามารถซื้อเพิ่มได้ เนื่องจากในปากเซมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรม เช่น วัดพู อารามศักดิ์สิทธิ์เป็นมรดกคู่บ้านเมืองที่องค์การยูเนสโกจัดให้เป็นมรดกโลก (เชื่อมการเดินทางต่อไปยังนครวัด มรดกอีกแห่งในกัมพูชา) หรือธรรมชาติเมือง 4 พันเกาะกลางลำน้ำโขงขึ้นชื่อที่รู้จักในนามสีพันดอน และน้ำตกคอนพะเพ็ง เสมือนเป็นไนแองการาแห่งที่สองของโลก

กลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่จะใช้บริการเป็นนักท่องเที่ยวอิสระที่เดินทางตามลำพังวัยหนุ่มสาวจากยุโรป และเอเชีย มีประมาณกว่า 90% มีบางส่วนเป็นนักธุรกิจและนักเดินทางทั่วไป ตั้งเป้าจะมีอัตราบรรทุกเฉลี่ยเกิน 70-75%

นายแพทย์ปราเสริฐกล่าวถึงแผนพัฒนาการลงทุนต่อเนื่องในสุวรรณภูมิที่ใช้เงินไปเกือบ 2 หมื่นล้านบาท จากการที่ 2 บริษัท บริษัท บางกอก ไฟลต์ เซอร์วิสเซส จำกัด (BFS) ได้รับเหมาจ้าง (outsource) งานบริการขนส่งสินค้าทางอากาศระหว่างประเทศในเขตปลอดภาษี free zone operation งานอุปกรณ์บริการภาคพื้น และบริษัท บางกอก เคเทอริ่ง จำกัด ได้งานผลิตอาหารบริการสายการบินนานาชาติบนเครื่องบิน

"เป้าหมายแรกต้องการร่วมมือสนับสนุนทุกรัฐบาล และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ขับเคลื่อนบริการที่ดีที่สุดเพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการบินเอเชียที่จะเป็นหนึ่งทางด้านบริการ และสิ่งแรกที่เล็งเห็นว่ารัฐบาลควรร่วมมือกับบางกอก แอร์เวย์ส คือ ประกาศให้สุวรรณภูมิเป็นสนามบินแรกของเอเชียที่สามารถให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ หรือ paperless เป็นจุดแข็งและจุดขายที่ประเทศคู่แข่งอื่นๆ ยังไม่สามารถทำได้ ส่วนแนวโน้มการดำเนินงานหรือรายได้นั้น คาดว่าคงเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป" นายแพทย์ปราเสริฐกล่าว

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ

ลือ"แอร์เอเชีย"ขอใช้ดอนเมืองบินใน-นอกประเทศ

คนแห่ใช้2สัปดาห์ยอดขึ้นเครื่องพุ่ง10% ทอท.เผยเปิดหรือไม่แล้วแต่นโยบายรัฐ

ดอนเมืองฮิต เปิดใช้แค่ 2 สัปดาห์ ยอดคนขึ้นเครื่องบินพุ่ง 10% "วันทูโก" ชี้โดยสารในประเทศชอบใช้ ลือหึ่ง "แอร์เอเชีย" ขอร่วมใช้สนามบินทั้งในและระหว่างประเทศ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.เผยแล้วแต่นโยบายรัฐบาล "อุดม" ร้องต้องตอบคำถาม 60 สายการบินที่สุวรรณภูมิ เชื่อจำนวนผู้โดยสารลดฮวบแน่

แหล่งข่าวจากอุตสาหกรรมการบิน เปิดเผยว่า ขณะนี้มีกระแสข่าวว่าสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์แอร์ไลน์) ไทยแอร์เอเชีย กำลังดำเนินการเพื่อกลับมาให้บริการทางการบินที่ท่าอากาศยานกรุงเทพ (ดอนเมือง) ทั้งเที่ยวบินภายในประเทศและเที่ยวบินต่างประเทศ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่ไทยแอร์เอเชียจะกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินที่ดอนเมือง เนื่องจากอาคารผู้โดยสาร (เทอร์มินอล) 1 ยังคงว่างอยู่ จากการที่ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้สายการบินภายในประเทศแบบไม่ต้องต่อเครื่องกลับมาเปิดให้บริการที่ดอนเมืองตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา โดยมี 3 สายการบิน คือ การบินไทย วันทูโก และนกแอร์ เท่านั้น

แหล่งข่าวกล่าวว่า ที่ผ่านมาไทยแอร์เอเชียพยายามผลักดันให้เปิดใช้สนามบินดอนเมืองมาโดยตลอด แต่ภายหลังจากที่ ครม.อนุมัติในแนวทางดังกล่าว ไทยแอร์เอเชียกลับยืนยันมาโดยตลอดว่าการจะย้ายกลับมา จะต้องเป็นการเปิดใช้ทั้งเส้นทางในประเทศและต่างประเทศ เนื่องจากไม่สามารถแยกทำการบินได้

นายอุดม ตันติประสงค์ชัย ประธานกรรมการสายการบินวันทูโก กล่าวว่า หากไทยแอร์เอเชียกลับมาเปิดเที่ยวบินทั้งในและต่างประเทศที่ดอนเมือง รัฐบาลจะต้องตอบคำถามจากผู้ประกอบการสายการบินต่างประเทศที่สุวรรณภูมิกว่า 60 รายให้ได้ และอาจจะส่งผลให้สนามบินสุวรรณภูมิมีผู้โดยสารลดลงเป็นจำนวนมาก

นายอุดมกล่าวว่า หลังจากที่บริษัทย้ายเที่ยวบินมาที่ดอนเมืองช่วง 2 สัปดาห์ โดยเปิดให้บริการในทุกเส้นทางของบริษัท 38 เที่ยวบินต่อวัน ผู้โดยสารให้การตอบรับเป็นอย่างดีในทุกเส้นทางบินมีอัตราผู้โดยสารเพิ่มขึ้นประมาณ 10% และผู้โดยสารในประเทศซึ่งคิดเป็น 70% เลือกที่จะเดินทางจากที่สนามบินดอนเมือง ขณะที่การบริการที่สุวรรณภูมิส่วนใหญ่จะเป็นผู้โดยสารต่างชาติที่ต้องการต่อเครื่องไปยังปลายทางที่บริษัทให้บริการ

นายอุดมกล่าวถึงแผนการดำเนินงานช่วง 9 เดือนที่เหลือของปีนี้ว่า บริษัทเตรียมเปิดให้บริการเพิ่มเติมสำหรับเส้นทางหาดใหญ่-ภูเก็ต ที่ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ รวมถึงเส้นทางกรุงเทพฯ-พิษณุโลก, นครศรีธรรมราช และตรัง ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ คาดว่าจนถึงสิ้นปีนี้จะขนผู้โดยสารได้ตามเป้าหมายที่ 2 ล้านคน

นางกัลยา ผกากรอง รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า สนามบินดอนเมืองมีการเปิดให้บริการสายการบินระหว่างประเทศอยู่แล้ว แต่เป็นในส่วนของเครื่องบินเช่าเหมาลำ ในส่วนของเส้นทางการบินระหว่างประเทศปกตินั้น ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นผู้ที่ให้บริการอยู่ ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลว่าจะเปิดให้สนามบินดอนเมืองเป็นเส้นทางการบินระหว่างประเทศได้หรือไม่

ที่มา มติชน

สายการบินโลว์คอสต์ เมิน"สนามบินหัวหิน"

พันจ่าเอก เมืองชล วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีบริษัท สยาม จี เอ เปิดเส้นทางการบินจากหัวหินถึงสนามบินสุวรรณภูมิไปกลับวันละ 3 เที่ยวบิน โดยได้รับสิทธิพิเศษยกเว้นค่าธรรมเนียมสนามบิน เพราะการท่าอากาศยานต้องการจูงใจให้บริษัทเอกชนเข้ามาใช้สนามบิน และมาลงทุนให้เกิดความต่อเนื่อง แม้ว่าผลประกอบการจะไม่คุ้มค่า เนื่องจากปัจจุบันนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังใช้เส้นทางบกเดินทางเข้ากรุงเทพฯซึ่งใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง ประกอบกับค่าโดยสารเครื่องบินจาก อ.หัวหิน ยังมีราคาแพงที่นั่งละ 3,000 กว่าบาท จึงทำให้มีกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการใช้บริการมีไม่มาก ส่วนการจูงใจให้สายการบินโลว์คอสต์ภายในประเทศมาเปิดเส้นทางก็ไม่ได้รับความสนใจ เพราะที่ผ่านมาบริษัท บางกอกแอร์เวย์ ยังยกเลิกเที่ยวบินตรงจาก อ.หัวหินไปเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพราะไม่คุ้มทุน

ที่มา มติชน

"บริติชแอร์"แย่สุดในยุโรป แชมป์ทำกระเป๋าลูกค้าหาย

รอยเตอร์รายงานจากอังกฤษว่า สภาผู้ใช้บริการขนส่งทางอากาศ ซึ่งมีสมาชิก 24 สายการบินในยุโรป ได้ระบุว่า ในปีที่แล้วทั้ง 24 สายการบินมีปัญหาทำกระเป๋าผู้โดยสารหายรวมกัน 5.5 ล้านใบ หรือคิดเป็น 15.9 ใบ ต่อผู้โดยสารทุก 1,000 คน โดยปัญหานี้ส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับสายการบินขนาดใหญ่ เช่น ลุฟท์ฮันซ่า แอร์ฟรานซ์ อะลิตาเลีย เคแอลเอ็ม ที่มีอัตราการทำกระเป๋าหาย 21 ใบต่อผู้โดยสาร 1,000 คน ขณะที่สายการบินบริติช แอร์เวย์ แย่ที่สุดคือมีอัตราการหายของกระเป๋า 23 ใบต่อผู้โดยสาร 1,000 คน

รายงานข่าวระบุว่า ปัญหากระเป๋าหายมักเกิดมากที่สุดในผู้โดยสารที่ต่อเครื่องบิน เนื่องจากต้องมีการขนย้ายกระเป๋าบ่อย

ที่มา มติชน

ทีจีสนองนโยบายรัฐจนเละ -ตีเครื่องเปล่าไปกลับ 2 สนามบิน สตาร์อัลลายแอนซ์เริ่มโวย

การบินไทยสนองนโยบายรัฐจนตัวเองแย่ แผนใช้สองสนามบินทำเข้าเนื้อ ทุกวันนี้ยังตีเครื่องเปล่าไปกลับดอนเมือง-สุวรรณภูมิ ทำต้นทุนน้ำมันบาน ผู้โดยสารสตาร์ อัลลายแอนซ์โวยตกเครื่อง วงในแฉถูกบีบให้กลับดอนเมือง ผู้โดยสารก็ไม่ขยับ งานนี้มีแต่เสียกับเสีย โบรกฯ คาดต้นทุนเพิ่มไม่ต่ำกว่าเดือนละ 50 ล้านบาท

แหล่งข่าวระดับสูงภายในบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภายหลังการบินไทยแบ่งการให้บริการเส้นทางภายในประเทศกลับมาที่ท่าอากาศยานดอนเมืองบางส่วน ขณะนี้การบินไทยยังคงประสบปัญหาการบริหารจัดการเครื่องบินเพื่อให้บริการระหว่างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง จนส่งผลให้สายการบินในกลุ่มสตาร์ อัลลายแอนซ์ เริ่มมีคำตำหนิ เพราะทำให้ผู้โดยสารตกเครื่องบิน

ทั้งนี้การบินไทยยังคงมีปัญหาการตีเครื่องบินเปล่าไป-กลับ ระหว่างสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิทุกวัน เนื่องจากปริมาณเครื่องบินมีไม่เพียงพอต่อการรองรับผู้โดยสาร ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างมาก และขณะนี้ราคาน้ำมันเจ็ตก็ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งจะส่งผลให้การบินไทยยิ่งมีต้นทุนน้ำมันเพิ่มขึ้น โดยหลังจากเปิดให้บริการที่สนามบินดอนเมืองครบ 1 เดือน การบินไทยจึงจะประเมินตัวเลขต้นทุนที่ชัดเจนว่าเพิ่มขึ้นเท่าไร
"ตอนนี้ผู้โดยสารที่บินในกลุ่มสตาร์ อัลลายแอนซ์โวยพอสมควร เพราะเขาตกเครื่องบิน ที่เราแก้ปัญหาไปในขณะนี้คือการพยายามเตรียมรถรับส่งเชื่อมระหว่าง 2 สนามบิน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสาร และบางครั้งก็รับส่งผู้โดยสารสายการบินอื่นด้วยงานนี้พูดได้เลยว่าไม่ใช่ วิน-วิน โซลูชั่น การใช้ 2 สนามบิน ยิ่งทำให้การบินไทยมีแต่แย่ลง"แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าว กล่าวต่อว่า เดิมการบินไทยไม่ต้องการย้ายกลับไปให้บริการที่สนามบินดอนเมือง แต่ด้วยความเป็นสายการบินแห่งชาติ จึงเป็นนโยบายที่การบินไทยจะต้องเป็นหัวหอกในการกลับไปให้บริการ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้สายการบินอื่น แต่ในสภาพความเป็นจริง การบินไทยไม่มีความพร้อมที่จะให้บริการ 2 สนามบิน เพราะจำนวนเครื่องบินไม่เพียงพอ จึงเกิดปัญหาเช่นในปัจจุบัน "ปริมาณผู้โดยสารหลังจากใช้ 2 สนามบินไม่ได้เพิ่มขึ้น เพราะแค่เป็นการเปลี่ยนการเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิไปดอนเมือง เฉลี่ยแล้วผู้โดยสารยังเท่าเดิม แต่ต้นทุนค่าใช้จ่ายเราเพิ่มขึ้น ดังนั้นดูโดยรวมแล้วการใช้ 2 สนามบินไม่ใช่แนวทางที่ทำให้การบินไทยมีผลประกอบการดีขึ้น"แหล่งข่าว กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการย้ายกลับมาให้บริการที่สนามบินดอนเมืองนั้น การบินไทยจะต้องว่าจ้างพนักงานส่วนเช็คอินเพิ่มถึง 300 อัตรา เพื่อให้บริการทั้งที่สนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ ซึ่งจะทำให้บริการมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น นอกจากนี้การบินไทยยังเช่าพื้นที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ลาดพร้าว จากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อให้บริการ Thai City Air Terminal เพื่อเป็นจุดเช็คอินให้ผู้โดยสารที่จะเดินทางไปสนามบินดอนเมือง ซึ่งการบินไทยต้องมีต้นทุนค่าเช่าพื้นที่จาก รฟม. ขณะที่ในทางปฏิบัติจริงมีผู้โดยสารน้อยมากที่จะเดินทางมาเช็คอินที่Thai City Air Terminal ดังนั้นการลงทุนดังกล่าวอาจเป็นการไม่คุ้มค่าสำหรับการบินไทย

บริษัทหลักทรัพย์ฟาร์อีสท์ ระบุว่า หลังจากที่การบินไทยย้ายกลับมาให้บริการที่สนามบินดอนเมือง คาดว่าจะมีค่าใช้จ่าย เพิ่มเดือนละ 50 ล้านบาท และยังมีโอกาสที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกจาการเพิ่มเที่ยวบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ และการย้ายกลับมาให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศในอีก 6 เดือนข้างหน้าตามนโยบายรัฐบาล อย่างไรก็ดี การบินไทยยังคงมีปัจจัยสนับสนุนจากอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (เคบินแฟคเตอร์) ในช่วงไตรมาส 2 (มกราคม-มีนาคม 2550) ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 79% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 76.7% และยังได้รับผลดีจากการที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเพราะการบินไทยมีสัดส่วนหนี้สินต่างประเทศประมาณ 75%

ที่มา ข่าวหุ้น

ทอท.ปฏิเสธรับเงินค่าสัมปทานรายเดือนจาก “คิง เพาเวอร์”

ทอท.ทำหนังสือแจ้งขอชะลอการรับเงินค่าสัมปทานรายเดือนในการเข้ามาใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และค่าสาธารณูปโภคภายในสนามบินสุวรรณภูมิจากคิง เพาเวอร์ เนื่องจากต้องรอข้อสรุปจากการหารือร่วมกับอัยการสูงสุด ขณะที่ “ธีระ ห้าวเจริญ” ยืนยันไม่มีการตัดน้ำตัดไฟร้านค้าในสนามบินสุวรรณภูมิ เพราะจะกระทบต่อการบริการภายในสนามบินได้ พร้อมปฏิเสธเรื่องเงินค่านำจับ

พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ในส่วนของการดำเนินการสัญญาสัมปทานระหว่างบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ (ทอท.) กับกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ กรุ๊ป นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่า ทอท. จะดำเนินการอย่างไรต่อไป เบื้องต้นคงต้องรอผลการหารือที่ ทอท. ทำหนังสือต่ออัยการสูงสุดสรุปมาก่อน ส่วนกรณีที่ ทอท. ได้ปฏิเสธการรับเงินค่าสาธารณูปโภคจำนวน 11 ล้านบาท ในงวดต้นเดือน เม.ย.2550 ที่ผ่านมา กับคิง เพาเวอร์ และจะมีการทำหนังสืออย่างเป็นทางการขอชะลอการรับเงินค่าสัมปทานรายเดือนด้วยนั้น ในเรื่องนี้เชื่อมั่นว่า ทอท. คงจะรอให้อัยการสูงสุดสรุปผลการหารือมาก่อน และต้องทำออกมาอย่างรอบคอบ

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวออกมายังผู้ประกอบการร้านค้าในเชิงพาณิชย์ภายในสนามบินสุวรรณภูมิว่า ทอท. จะตัดน้ำตัดไฟผู้ประกอบการ เนื่องจากมีการตีความว่าสัญญาสัมปทานที่ ทอท. ทำกับคิง เพาเวอร์ เป็นโมฆะนั้น ในเรื่องนี้เชื่อมั่นว่าจะไม่มีการตัดน้ำตัดไฟร้านค้าในสนามบินสุวรรณภูมิตามที่มีกระแสข่าวออกมาแน่นอน เพราะหากทำอย่างนั้นจริงก็จะส่งผลกระทบต่อการบริการภายในสนามบินได้

พล.ร.อ.ธีระ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นในส่วนของกระแสข่าวที่ว่าหากมีการยกเลิกสัมปทานกับกลุ่มคิง เพาเวอร์ ที่เข้ามาดำเนินการร้านค้าปลอดภาษี และร้านค้าเชิงพาณิชย์ในสนามบินสุวรรณภูมิ ผู้ที่เกี่ยวข้องจะได้รับเงินค่านำจับจากโครงการร้อยละ 20-25 นั้น ในเรื่องนี้ยังไม่ทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีข้อเท็จจริงอย่างไร เพราะไม่ทราบมาก่อนและจะเป็นจริงหรือไม่อย่างไรยังไม่รู้ข้อเท็จจริง คงต้องมีการสอบถามไปยัง ทอท. และผู้ที่เกี่ยวข้อง

ด้านนางกัลยา ผกากรอง รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทอท. กล่าวว่า ทอท. ได้ทำหนังสืออย่างเป็นทางการไปยังกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ว่า ทอท. จะขอชะลอการรับเงินค่าสัมปทานรายเดือนในการเข้ามาใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และค่าสาธารณูปโภคภายในสนามบินสุวรรณภูมิออกไปก่อนจนกว่าจะได้ข้อสรุปการหารือกับอัยการสูงสุด ซึ่งในช่วงนี้ทางผู้ประกอบการจะคงค้าขายได้ปกติอยู่ เพราะทาง ทอท. คงไม่กล้าที่จะไปตัดน้ำตัดไฟผู้ประกอบการอย่างเด็ดขาด เพราะ ทอท. ก็รับทราบว่าทางกลุ่มคิง เพาเวอร์ พร้อมจ่ายเงิน แต่ ทอท. มีปัญหาว่ายังไม่สามารถรับได้ หากตัด ทอท. คงถูกฟ้องร้องแน่นอน

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวออกมาและสร้างความสับสนว่าหากมีการยกเลิกสัญญาสัมปทานระหว่าง ทอท. กับกลุ่มคิง เพาเวอร์ แล้ว ผู้ที่ดำเนินการจะได้รับรางวัลเงินนำจับนั้น ในเรื่องนี้ยืนยันว่าไม่เคยรับทราบมาก่อน และ ทอท. ก็ไม่เคยปฏิบัติ ซึ่งตามระเบียบตนเองก็งงว่ามีอยู่จริงหรือ ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ หากจะได้ยินเงินนำจับน่าจะเป็นประเด็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จับทุจริตมากกว่า ทอท. เป็นรัฐวิสาหกิจ ยังไม่เคยมีประเด็นนี้แต่อย่างใด

ที่มา ผู้จัดการ

แอร์เวียดนามสุดเสี่ยง?? หนูตัวเล็กๆ ยังทำป่วน

ผู้จัดการรายวัน-- หนูขาวตัวเล็กๆ ได้ทำให้เครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-200ER เที่ยวบินที่จะออกเดินทางจากกรุงฮานอยไปยังประเทศญี่ปุ่น ต้องเลื่อนการเดินทางถึง 4 ชั่วโมง ในวันอาทิตย์ (8 เม.ย.) ที่ผ่านมา เหตุการณ์นี้เมื่อรวมกับการเกิดความขัดข้องบ่อยครั้งตั้งแต่ต้นปีมานี้ได้ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยของสายการบินที่เติบโตอย่างรวดเร็วแห่งนี้

ลูกเรือและเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินนับสิบๆ คนได้ช่วยกันค้นหาหนู บนเครื่องซึ่งใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมงกว่าจะจับได้ในห้องเก็บเสบียงของเครื่องบิน ไม่เช่นนั้นก็จะต้องปิดประตูหน้าต่างทั้งลำให้มิดชิดฉีดพ่นสารเคมีเพื่อทำให้หนูตายเสียก่อนจึงจะสามารถขึ้นบินได้

เที่ยวบิน VN147 บินขึ้นจากท่าอากาศยานนครด่าหนัง (Danang) ในภาคกลางของประเทศ ในคืนวันเสาร์ (7 เม.ย.) บินไปยังท่าอากาศยานโนยบ่าย (Noi Bai) กรุงฮานอย ก่อนจะบินต่อไปยังกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นในคืนเดียวกัน แต่มีผู้สังเกตเห็นหนูขาวบนเครื่องเสียก่อน

"เรายอมดีเลย์เที่ยวบินออกไปกว่า 3 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่นับสิบๆ คนออกค้นหาหนู ซึ่งเชื่อว่าจะขึ้นเครื่องไปในกระเป๋าของผู้โดยสารชาวเวียดนามคนหนึ่ง" นายเจิ่นเตี๋ยนยวุ๋ง (Tran Tien Dung) หัวหน้าฝ่ายความปลอดภัยสวายการบินเวียดนามกล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพี

นายยวุ๋งกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้นำหนูขาวตัวเล็กๆ เจ้าปัญหาออกไปจากเครื่องบินแล้ว โดยมีความจำเป็นต้องค้นหาให้พบ เพราะเกรงว่ามันอาจจะกัดสายไฟบนเครื่องบินเข้าให้

ตามรายงานของสื่อทางการเวียดนามผู้โดยสารกว่า 100 คนถูกนำตัวลงจากเครื่อง เขาพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง เดจ้าหนีราที่ต้องขนสัมภาระลงจากเครื่องทั้งหมด ก่อนการตามล่าหนูขาวจะเริ่มขึ้น

ตามกำหนดเดิม เครื่องโบอิ้งจะต้องขึ้นจากท่าอากาศยานโนยบ่ายในเวลา 4 ทุ่มเศษ แต่กว่าจะค้นพบหนูเจ้าปัญหาก็จนถึงเวลาประมาณ 1 นาฬิกาของวันใหม่ (8 เม.ย.) และกว่าจะขึ้นบินได้ก็เวลา 4 นาฬิกา ทั้งนี้เป็นรายงานของสำนักข่าวเวียดนามเอ็กซ์เพรส

เจ้าหน้าที่ของสายการบยินกล่าวว่า เป็นไปได้ที่ผู้โดยสารคนหนึ่งได้ลักลอบนำหนูตัวจิ๋วใส่ในกระเป๋าถือขึ้นเครื่องไป และเจ้าหนูตัวนั้นหนีออกไปได้ เพราะโดยปกติพวกนี้จะอยู่แต่ในกรุงเล็กๆ เท่านั้น

ตามกฎระเบียบแล้ว ผู้โดยสารจะไม่ได้รับอนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเป็นๆ ขึ้นเครื่องไปด้วย แต่หลายคนก็ได้ซุกซ่อนในกระเป๋าถือ สายการบินอื่นๆ ก็เคยพบผู้โดยสารลักลอบนำงูหรือกระทั่งแมวใส่ในกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง

อย่างไรก็ตามนี่เป็นเหตุการณ์ที่ 2 ในช่วงเวลาเพียง 10 วัน ที่เครื่องบินสายการบินเวียดนามเกิดขัดข้อง
ในวันที่ 29 มี.ค. เครื่อง ATR72-210 ลำหนึ่งต้องบินกลับไปลงจอดฉุกเฉินที่ท่าอากาศยานเติ่นเซินเญิ๊ต (Tan Son Nhat) นครโฮจิมินห์ หลังบินขึ้นได้ 35 นาที มุ่งหน้าสู่เกาะฟุก๊วก (Phu Quoc) ในอ่าวไทย พร้อมผู้โดยสาร 65 คนกับลูกเรืออีก 5

หลังบินขึ้นได้เพียง 15 นาที กัปตันก็ได้ตรวจพบปัญหาเกี่ยวกับระบบไฮโดรลิค ต้องกลับไปลงที่นครโฮจิมินห์อีกครั้ง โดยลงที่สนามหญ้าแทนที่จะเป็นรันเวย์ แต่ก็ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ สายการบินได้จัดเครื่อง ATR-248 บินแทน แต่ผู้โดยสารหลายคนก็ได้ตัดสินใจเลื่อนการเดินทาง

ก่อนหน้านี้วันที่ 3 ก.พ. เครื่องบินของเวียดนามแอร์ไลนส์ 2 ลำ ต้องบินกลับไปจอดท่าอากาศยานที่บินขึ้นหลังจากเกิดความขัดข้องทางเทคนิค

ลำแรกเป็นเครื่องแอร์บัส A330-368 เที่ยวบิน VN936 บินขึ้นจากท่าอากาศยานโนยบ่ายเวลาหลังเที่ยงคืน มุ่งหน้าสู่กรุงโซลพร้อมผู้โดยสาร 278 คน แต่ต้องกลับไปลงจอดหลังบินนาน 1 ชั่วโมงและตรวจพบความผิดปกติ

การบินเวียดนามต้องถ่ายผู้โดยสารขึ้นเครื่องโบอิ้ง 777-200ER บินไปเกาหลีใต้แทนในเวลาประมาณ 4.30 น.

อีก 1 กรณีเป็นเครื่อง ATR72 จากเมืองเดียนเบียน (Dien Bien) ทางภาคเหนือของประเทศ พร้อมผู้โดยสาร 31 คน เครื่องกำลังวิ่งไปตามรันเวย์จะขึ้นบินไปบังกรุงฮานอย แต่เครื่องยนต์เครื่องหนึ่งเกิดระเบิดไฟลุกท่วม ทำให้ต้องยกเลิกการขึ้นบิน

ในเช้าวันที่ 5 ก.พ. เครื่องแอร์บัส A320 เที่ยวบิน VN241 พร้อมผู้โดยสาร 147 คน จากกรุงฮานอยมุ่งสู่เมืองเหว (Hue) แต่หลังบินขึ้นได้เพียง 30 นาทีก็เกิดการขัดข้องทางเทคนิค ต้องนำเครื่องกลับไปยังกรุงฮานอยและเข้าจอดซ่อมบำรุง ไม่มีการแถลงใดๆ เกี่ยวกับสาเหตุความขัดข้อง

ผู้บริหารสายการบินแห่งชาติยอมรับว่า เกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิคบ่อยครั้ง นับตั้งแต่ต้นปีมานี้ ก่อนหน้านั้นในวันที่ 26 ม.ค. เครื่องบินแอร์บัส A320 บินขึ้นจากนครโฮจิมินห์จะไปยังกรุงฮานอย ก็ต้องกลับไปลงจอดที่เดิม เพราะไม่สามารถพับล้อเข้าที่เก็บได้

คำถามเกี่ยวกับความปลอดภัยของสายการบินเวียดนามเริ่มดังขึ้นสายการบินแห่งนี้ยอมรับว่าสาเหตุใหญ่เนื่องจากมีเครื่องบินไม่เพียงพอ แต่ละลำถูกใช้งานอย่างหนัก แม้จะมีการซ่อมบำรุงตามมาตรฐานการบินก็ตาม

ตามรายงานของสำนักข่าวเวียดนามเน็ต นายเตี๋ยนยวุ๋ง ยอมรับว่าที่ผ่านมาได้มีการเพิ่มเที่ยวบินสู่ปลายทางต่างๆ 10-15% จากเมื่อปีที่แล้ว แต่ก็ดำเนินการสอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยทุกประการ

สายการบินแห่งชาติเวียดนามได้ติดต่อไปยังบริษัทผู้ผลิตเครื่อง ATR กับ แอร์บัสอินดัสตรี ในฝรั่งเศส กับ บริษัทโบอิ้งแห่งสหรัฐฯ เพื่อตรวจเช็คและซ่อมบำรุงเครื่องบินที่เกิดขัดข้องทางเทคนิคทุกลำให้ใช้การต่อไปได้อย่างปลอดภัย.

April 01, 2007

กัปตัน-แอร์ฯบินไทย ขู่หยุดบินถูกเบี้ยวเบี้ยเลี้ยงพิเศษ



กัปตัน และแอร์โฮสเตสการบินไทย ระบุผู้บริหารการบินไทยหลอกบินถี่ แต่เบี้ยวจ่าย"เงินพิเศษ" ตามตกลง เผยเคยร้องเรียนนายกฯแล้ว แต่เรื่องเงียบ ขู่สาวไส้พร้อมหยุดบินถ้ายังเพิกเฉย

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : น.ต.ถนิต พรหมสถิต นักบินที่ 1 บริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) ในฐานะตัวแทนลูกเรือเปิดเผยว่า หลังจากที่ตนและพวกได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เพื่อขอความเป็นธรรมกรณีผู้บริหารบริษัทการบินไทยไม่จ่ายค่า Perdiem หรือเบี้ยเลี้ยงพิเศษ ให้แก่ลูกเรือตามที่มีการตกลงไว้ โดยผู้บริหารยังคงนิ่งเฉยไม่มีปฏิกิริยาต่อเรื่องนี้

โดยที่ลูกเรือได้ปฏิบัติงานตามที่ได้มีการตกลงไว้กับผู้บริหารทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นการจัดตารางการบินถี่ขึ้น ทำงานมากขึ้น หลังจากที่มีการย้ายเที่ยวบินภายในประเทศมายังสนามบินดอนเมือง แต่ผู้บริหารกลับหักหลังลูกเรือทุกคน ทั้งนี้ การที่ลูกเรือออกมาเรียกร้องเงินพิเศษตรงนี้ ไม่ใช่ว่าเราไม่รู้จักพอ แต่เงินจำนวนนี้เป็นเงินที่ลูกเรือทุกคนพึงจะได้ เพราะ 11 ปีที่ผ่านมา เราไม่เคยได้ปรับค่า Perdiem เลย

นอกจากนี้ เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทไม่มีนโยบายรับพนักงานเพิ่ม ทำให้ปัจจุบันขาดแคลนพนักงานกว่า 500 อัตรา ซึ่งเราก็ยินดีที่จะปฏิบัติตามนโยบายในภาวะที่เราต้องทำงานหนักขึ้น ตรงนี้ถือว่าประหยัดเงินให้บริษัทได้มหาศาล อีกทั้งที่ผ่านมา ได้มีการเพิ่มราคาตั๋วเครื่องบินเกือบ 200% แต่กลับไม่มีการเพิ่มขวัญและกำลังใจให้กับพนักงานเลย

“เราสอบถามไปยังผู้บริหารจนเหนื่อย แต่ทุกอย่างก็ยังคงนิ่ง ซึ่งเรารู้ดีว่าผู้บริหารมีลับลมคมในกันอยู่ แต่ที่ผ่านมา เราไม่อยากพูดให้กระทบต่อภาพลักษณ์องค์กร แต่เนื่องจากทุกวันนี้ผู้บริหารโกงกินกันเยอะเหลือเกิน ฉะนั้น ถึงเวลาแล้วที่เราต้องแฉสิ่งที่ทำให้บริษัทการบินไทยเหม็นเน่ากันมานาน ยืนยันว่า วันนี้แม้เราจะได้หรือไม่ได้เงินพิเศษตามที่ได้มีการตกลงกันไว้เราก็จะแฉ เพื่อให้บริษัทการบินไทยสะอาดขึ้น และหากผู้บริหารบีบคั้นเรามากๆ จนลูกเรือทุกคนไม่มีทางเลือก เราก็อาจจะหยุดบิน ซึ่งผู้บริหารจะต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน” น.ต.ถนิต กล่าว

ที่มา:กรุงเทพธุรกิจออนไลน์(1เม.ย50)

ข่าวสายการบิน | เว็ปบอร์ด | Gallery | Dutyfree Shop | ติดต่อทีมงาน
มาเป็นเพื่อนบ้าน HFlight.net | ติดต่อลงโฆษณา

Copyright (C) 2004. Kosin Yeambunya. All rights reserved.

Hflight.net