*หมายเหตุ : สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สป.) ได้เผยแพร่ความเห็นและข้อเสนอแนะเรื่องการใช้ประโยชน์สนามบินดอนเมืองควบคู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจ ดังนี้
เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2549 สนามบินสุวรรณภูมิได้เปิดให้บริการเป็นสนามบินหลักแห่งใหม่ของไทยแทนสนามบินดอนเมือง การดำเนินการครั้งนี้มีเหตุการณ์หลายอย่างที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างกว้างขวาง อันเกิดจากความไม่ชัดเจนในนโยบายของรัฐบาลในการใช้สนามบินทั้งสอง ซึ่งอุปกรณ์ต่างๆ ของผู้ประกอบการได้ย้ายมายังสนามบินแห่งใหม่แล้ว
ประกอบกับการมีข่าวในสื่อต่างๆ ที่รัฐบาลและผู้บริหารสนามบินจะเปิดสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อทำการซ่อมแซมเป็นเวลานาน เนื่องจากทางวิ่ง (รันเวย์) และทางขับ (แท็กซี่เวย์) เกิดชำรุดหลังใช้งานได้ไม่นาน ข่าวมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ฟื้นฟูสภาพสนามบินดอนเมืองเป็นสนามบินนานาชาติควบคู่กับสนามบินสุวรรณภูมิอีกแห่ง โดยให้มีการเปิดให้บริการสนามบินดอนเมืองอีกครั้งในวันที่ 25 มีนาคม 2550
การโยกย้ายบางส่วนกลับไปสนามบินเก่าจะทำให้ธุรกิจการบินต้องได้รับผลกระทบอย่างมาก และผลกระทบต่อเป้าหมายการลงทุนในสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อเป็นศูนย์กลางทางการบินของภูมิภาค ซึ่งเป็นนโยบายการลงทุนทางเศรษฐกิจของรัฐขนาดใหญ่
นอกจากนี้ ยังมีความสับสนต่อแผนการใช้สนามบินดอนเมือง เพื่อรองรับธุรกิจการบินแบบภายในประเทศหรือแบบนานาชาติบางรูปแบบหรือครบทุกรูปแบบ อันมีสาเหตุจากการพิจารณาความเหมาะสมของการลงทุนเพิ่มเติมทั้งที่ที่สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง กับสภาพและการลงทุนที่ผ่านมารวมทั้งคุณค่าทางเศรษฐกิจ (Economic Value) ของพื้นที่ดอนเมืองยังไม่มีความชัดเจน จึงอาจเป็นสาเหตุให้การตัดสินใจในโครงสร้างพื้นฐานแห่งนี้ไม่เหมาะสม
สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยคณะทำงานโครงสร้างพื้นฐาน คมนาคมและพลังงาน เห็นเป็นภาระหน้าที่และเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจของสภาที่ปรึกษาฯ ในการสะท้อนปัญหาและให้ข้อเสนอแนะต่อ ครม.ตามมุมมองที่สภาที่ปรึกษาฯ จึงได้มีข้อเสนอโดย
-รัฐต้องกำหนดนโยบายที่ชัดเจนในการใช้สนามบินดอนเมืองให้เป็นสนามบินรอง (Secondary Airport) เป็นการถาวรควบคู่กับการใช้สนามบินสุวรรรภูมิเป็นสนามบินหลัก (Main Airport) โดยต้องรักษาเป้าหมายการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิให้เป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค
การใช้สนามบินดอนเมืองต้องคำนึงถึงคุณค่าทางเศรษฐกิจ (Economic Value) มากกว่าคุณค่าทางการเงิน (Financial Value) โดยรวมของทั้งสองสนามบินและต้องพิจารณาทบทวนถึงแผนการลงทุนขยายสนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2 ที่ต้องใช้งบฯลงทุนมากกว่า 5 หมื่นล้านบาท ทำให้มีเวลาขยายการชำระหนี้ธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิค) ในเฟสแรกอยู่ 7 หมื่นล้านบาทออกไปได้ระยะหนึ่ง และเปรียบเทียบกับการใช้งบประมาณเพื่อเตรียมความพร้อมของดอนเมืองและกรณีของสายการบินต้นทุนต่ำ
-สนามบินดอนเมืองควรใช้เป็นสนามบินในกิจกรรมต่อไปนี้คือ
1.เป็นสนามบินฉุกเฉินเสริมกับสนามบินสุวรรณภูมิโดยไม่ต้องใช้สนามบินอู่ตะเภา
2.กิจกรรมการบินเช่าเหมาลำและเครื่องบินของบุคคลสำคัญ เป็นการบินเชิงพาณิชย์แบบไม่ประจำ ทำการบินเพื่อขนส่งผู้โดยสารหรือสินค้าต่างๆ ในรูปแบบการให้บริการที่แตกต่างจากเที่ยวบินประจำ ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มบริษัทต่างๆ หน่วยงานรัฐ
3.กิจกรรมการบินประจำภายในประเทศเฉพาะจุด เป็นอีกกิจกรรมที่มีความสำคัญต่อการขนส่งทางอากาศของประเทศ เนื่องจากปัจจุบันนี้ได้มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายการบินต้นทุนต่ำ โดยพบว่า สายการบินภายในประเทศที่ไม่มีการเชื่อมต่อของผู้โดยสารที่เดินทางมาจากต่างประเทศหรือสายการบินที่จัดตั้งขึ้นเพื่อตอบสนองการเดินทางภายในประเทศเป็นหลักนั้น ยังคงสามารถใช้สนามบินดอนเมืองเป็นฐานในการปฏิบัติการบินได้ ซึ่งเน้นการให้ใช้สนามบินระดับรอง ซึ่งค่าธรรมเนียมการใช้สนามบินต่ำกว่าสนามบินใหญ่
อย่างไรก็ตาม การใช้สนามบินดอนเมืองเป็นฐานในการบินภายในประเทศดังกล่าวจะต้องพัฒนาเส้นทางคมนาคมทางบกที่สะดวก รวดเร็ว สามารถเชื่อมโยงการเจรจาและรองรับความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4.กิจกรรมการบินประจำนานาชาติเฉพาะจุด เพื่อเป็นประโยชน์ของสายการบินระหว่างประเทศที่ไม่มีการเชื่อมต่อของผู้โดยสารที่เดินทางมาจากต่างประเทศกับการเดินทางภายในประเทศนั้น สามารถใช้สนามบินดอนเมืองเป็นฐานการปฏิบัติการบินได้
5.กิจกรรมการบินนานาชาติทั่วไปหลังการใช้สนามบินสุวรรณภูมิเต็มศักยภาพ
6.กิจกรรมการขนส่งสินค้าล้วน (Air Cargo Airport) เมื่อการติดต่อทำธุรกรรมต่างๆ สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น การขนส่งสินค้าจะเพิ่มขึ้นมากด้วย ดังนั้นการจัดพื้นที่เพื่อรองรับกิจกรรมการขนถ่าย การจัดเก็บและกระจายสินค้าโดยเฉพาะ ซึ่งสนามบินดอนเมืองได้มีสถานที่และสาธารณูปโภคไว้อย่างครบถ้วนแล้ว การนำมาใช้ประโยชน์ด้านนี้จึงพร้อมรองรับกิจกรรมนี้โดยมิต้องปรับปรุงสิ่งก่อสร้างใดเลย
7.ศูนย์ฝึกอบรมการบินและบุคลากรด้านการบิน
8.กิจกรรมสถานีซ่อมบำรุง (Maintenance Stations) จากการที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ได้กำหนดใช้พื้นที่ด้านเหนือของสนามบินดอนเมืองดำเนินกิจกรรมสถานีซ่อมบำรุงอากาศยาน แต่ขณะนี้เห็นว่ายังสามารถขยายขีดความสามารถในการดำเนินการดังกล่าว โดยพบว่าปัจจุบันนี้อุตสาหกรรมด้านการซ่อมบำรุงอากาศยานของไทยยังมีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยดูจากความต้องการที่เข้ามาซ่อมบำรุงอากาศยานในเอเชียจากภูมิภาคอื่น ซึ่งรัฐบาลควรมีนโยบายส่งเสริมให้เกิดการเติบโตของอุตสาหกรรมในประเทศอย่างจริงจัง เพื่อเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศได้ดียิ่งขึ้น
9.กิจกรรมทางพาณิชย์อื่นๆ เช่นกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ศูนย์ธุรกิจและอุตสาหกรรมเคลื่อนย้ายง่ายและระยะสั้นบางประเภทที่ได้รับอนุมัติจากทางการ
10.เครื่องบินทหารและทางราชการ
-กิจกรรมต่างๆ ข้างต้นที่รัฐอาจจัดให้มีในการใช้สนามบินดอนเมือง รัฐต้องทบทวนศึกษาความเป็นไปได้ที่ได้ทำไปแล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงมากกว่าเหตุผลทางการเมืองในอดีต
-เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้สนามบินทั้งสองแห่งและสามารถอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารได้เพียงพอ รัฐต้องพิจารณาเร่งรัดการสร้างระบบคมนาคมขนส่งระหว่างสองสนามบินเป็นการเฉพาะ
ทั้งหมดนี้ คงจะต้องขึ้นอยู่กับทางรัฐบาลว่า จะมีการดำเนินการตามที่ สป.แนะนำมาหรือไม่
ที่มา มติชน