สายการบินเอส จี เอ เปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ พร้อมชูเชียงใหม่เป็นฮับในภาคเหนือ
เอส จี เอ พร้อมบินจากเชียงใหม่ จุดศูนย์กลางในภาคเหนือ สู่ปาย และแพร่ เพื่อรองรับการท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างต่อเนื่องของภาคเหนือ และตอบสนองกับนโยบายของสายการบินที่จะเชื่อมเมืองในภูมิภาคเข้าไว้ด้วยกัน โดยเที่ยวบินแรกที่ออกจากเชียงใหม่คือ เที่ยวบิน 5E913 เชียงใหม่ - ปาย เที่ยวบินปฐมฤกษ์ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ นี้
ดร.เจน ชาญณรงค์ ประธานกรรมการบริหารสายการบิน เอส จี เอ กล่าวว่าจากการที่ เอส จี เอ ได้เปิดบริการในลักษณะ Commuter Airline หรือ เครื่องบินขนาดเล็ก ในเส้นทางบินแบบประจำเป็นรายแรกของไทย จากกรุงเทพฯ ไปยังหัวหิน ขณะนี้เราได้ขยายฐานการบินมายังเชียงใหม่ เพื่อบินเชื่อมกับเมืองต่างๆ ในภาคเหนือ เพื่อรองรับการท่องเที่ยวที่กำลังขยายตัวของภาคเหนือ
หากจะมองการเติบโตของเครื่องบินเล็ก เราโตแบบช้าๆ แต่แข่งกับการเดินทางโดยรถ จะถือว่าสะดวกสะบายกว่า ประหยัดเวลา ได้ชมวิวที่สวยงาม ราคาไม่แพงแต่มีความปลอดภัย อย่างเช่นไปปายที่มีโค้งนับเป็นพันๆ แต่การเดินทางโดยเครื่องบินใช้เวลาไม่นาน และปลอดภัยมากกว่า เราเชื่อว่าหลังเปิดบินจะมีผู้ให้ความสนใจสูง และการเลือกจุดบินดังกล่าว ก็เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร
ดร.เจน ยังกล่าวอีกว่า แถบภาคเหนือมีเมืองเล็กๆ ที่มีความน่ารักมีเสน่ห์หลายแห่ง แต่อาจจะไปยาก ทำให้มีการเดินทางน้อย เช่น แพร่หรือน่าน หากไปเที่ยวจะพบว่ามีความน่ารัก มีสีสันอย่างมาก หรือปายที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ ถือว่าเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีความเป็นธรรมชาติ ทั้งภูเขาและแม่น้ำ รวมทั้งสนามบินเล็กๆ ที่ญี่ปุ่นเคยสร้างไว้สมัยสงครามโลก ต่อมาทางผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ปรับปรุงและ เชิญให้เอส จี เอ เข้าไปบิน
เรามองแหล่งท่องเที่ยวไว้หลายแห่ง แต่โจทย์ของเราคือต้องรักษา ไม่ใช่ว่าไปแล้วพาคนไปเป็นพันๆ จนทำลายสภาพธรรมชาติ เราจึงต้องคิดว่าไปอย่างไร ไปแล้วไม่ทำลาย
ปัจจุบัน เอส จี เอ ได้ปฎิบัติการบินด้วยเครื่องบินแบบ เซสน่า 208บี แกรนด์ คาราแวน จำนวน 2 ลำ ซึ่งเครื่องบินรุ่นนี้มีชื่อเสียงในการบินชมทิวทัศน์กลางอากาศ และใช้ในการเดินทางเข้าสู่เมืองเล็ก ซึ่งเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในต่างประเทศ และมีการใข้งานเครื่องบินรุ่นนี้อยู่กว่า 1,500 ลำ