HFlight รีวิวสายการบิน โรงแรม จองโรงแรมทั่วโลก - หน้าแรก
- กลับหน้าแรก -
หน้าแรก | จองโรงแรมที่พัก | ข่าวการบิน | Webboard | สายการบิน | กิน-เที่ยว-เดินทาง | รีวิวโรงแรม | คู่มือเที่ยวเมืองนอก | ลงโฆษณา

  
 

« "อลงกรณ์"แฉอันดับสุวรรณภูมิรั้งท้าย | Main | สายการบินเอส จี เอ เปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ พร้อมชูเชียงใหม่เป็นฮับในภาคเหนือ »

สรุปผลสอบรันเวย์ร้าว 2จุดอันตราย ทัชดาวน์-เทคออฟชำรุด "แอสฟัลติก คอนกรีต "ไม่ได้มาตรฐาน การก่อสร้างไม่สมบูรณ์แต่ยังเร่งเปิดใช้บริการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความคืบหน้าจากการตรวจสอบปัญหาการแตกร้าวของแท็กซี่เวย์และรันเวย์ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยคณะกรรมการกลางตรวจสอบปัญหาแท็กซี่เวย์และรันเวย์ ที่มีนายต่อตระกูล ยมนาค กรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เป็นประธาน โดยหลังจากคณะกรรมการกลางฯ ได้ลงพื้นที่ และประชุมหาข้อสรุปตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 9กุมภาพันธ์ ถึงเช้าวันที่ 10 กุมภาพันธ์ คณะกรรมการกลางฯ ได้นำเจ้าหน้าที่ของกรมทางหลวง พร้อมอุปกรณ์ตรวจสอบความแข็งของพื้นผิวของแท็กซี่เวย์ ที่เรียกว่า "ดีเทคโทมิเตอร์" จำนวน 4 เครื่อง เข้าดำเนินการตรวจสอบ

ซึ่งได้ข้อสรุปเชิงวิชาการว่า ความแข็งแรงของผิวแท็กซี่เวย์ในบริเวณที่มีความเสียหาย มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1,000 (คิดตามสเกลเครื่องตรวจวัด) และพื้นผิวแท็กซี่เวย์ที่มีความปกติ จะมีค่าเฉลี่ยความแข็งแรงอยู่ที่ 4,000 แสดงให้เห็นว่าความเสียหายของผิวแท็กซี่เวย์มีความรุนแรง ตามค่าเฉลี่ย คือ 1 ใน 4 ผิวแท็กซี่เวย์ปกติเท่านั้น

ในขณะที่การตรวจสอบสภาพของผิวรันเวย์นั้น พบว่า มีความแข็งแรงมากกว่าผิวแท็กซี่เวย์มาก โดยจุดที่มีความเสียหายเกิดขึ้น ที่เรียกว่า จุดทัชดาวน์ ซึ่งเป็นจุดแรกที่เครื่องบินสัมผัสพื้นเมื่อจะลงจอด และจุดเทคออฟ ซึ่งเป็นจุดที่เครื่องบินจะทะยานขึ้นสู่อากาศ ความเสียหายที่เกิดขึ้นสามารถซ่อมแซมได้กลับมาแข็งแรงเช่นเดิม ในขณะที่ปัญหาน้ำใต้ดินไม่ส่งผลกระทบกับผิวใต้รันเวย์ เนื่องจากระดับผิวรันเวย์ที่มีความสูงจากระดับน้ำใต้ดิน 1.75 เมตร สูงกว่าระดับความสูงจากระดับน้ำใต้ดินของแท็กซี่เวย์ที่ 75 เซนติเมตร ทำให้น้ำใต้ดินไม่สามารถขึ้นมาถึงผิวใต้รันเวย์ได้ ส่วนสาเหตุความเสียหายที่เกิดขึ้นกับแท็กซี่เวย์นั้น เบื้องต้นมาจาก 3 สาเหตุ คือ ปัญหาน้ำใต้ดิน จากสภาพด้านล่างของแท็กซี่เวย์ในอดีต ซึ่งเคยเป็นบ่อปลา 2,000 บ่อ จากปัญหาในขณะนี้พบว่ามีน้ำจากภายนอกไหลเข้าสู่ชั้นดินของใต้แท็กซี่เวย์ แต่กลับไม่ไหลออก ทำให้ดินมีสภาพอุ้มน้ำตลอดเวลา ซึ่งในส่วนนี้จะต้องแก้ไขปัญหาที่ทางเดินน้ำต่อไป ส่วนที่ 2 คือ ปัญหาการผสมวัสดุปูผิวแท็กซี่เวย์ ที่เรียกว่า "แอสฟัลติก คอนกรีต" มีส่วนผสมที่บกพร่อง ทำให้ผิวคอนกรีตชั้นนี้ ไม่มีความแข็งแรงตามมาตรฐาน รวมถึงปัญหาสุดท้ายคือ การก่อสร้างจากฝีมือของช่างที่ดำเนินการก่อสร้างแท็กซี่เวย์นี้ ซึ่งคณะกรรมการฯ ตั้งข้อสังเกตว่า การเร่งรัดงานเพื่อให้สนามบินเปิดได้ตามกำหนด อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ขั้นตอนก่อสร้าง ช่างก่อสร้าง มีการเร่งรัดงาน จนทำให้งานขาดมาตรฐาน

ส่วนประเด็นที่ความเสียหายของแท็กซี่เวย์และรันเวย์นั้น ที่ต้องดำเนินการซ่อมแซมใหญ่ และต้องปิดใช้งานท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นเวลา 6 เดือน ถึง 1 ปีหรือไม่นั้น คณะกรรมการฯ รายหนึ่งยอมรับว่า ประเด็นดังกล่าวคณะกรรมการฯ แต่ละคนยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน โดยบางรายเห็นว่า การปิดพื้นที่ทั้งหมดจะทำให้การซ่อมแซมคล่องตัว แต่ก็มีคณะกรรมการฯ บางส่วนเห็นว่า การซ่อมแซมสามารถปิดซ่อมพื้นที่บางส่วนได้ ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงที่ใกล้หมดฤดูหนาว ซึ่งลมจะมีการเปลี่ยนทิศทางอีกครั้ง ส่งผลให้เครื่องบินต้องมีการเปลี่ยนทิศทางขึ้น-ลง ถือเป็นโอกาสดีที่จะมีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ใช้งานแท็กซี่เวย์และรันเวย์เพื่อประโยชน์ในการซ่อมแซมได้

ด้านพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหา และการซ่อมแซมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่า พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รมว.คมนาคม รายงานให้ทราบว่า จะมีการประชุมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์นี้ และคงได้ผลสรุปภายในวันที่ 14 กุมภาพันธ์

ส่วนจะปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อซ่อมแซมให้เสร็จหรือไม่ ต้องรอการตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนว่า มีความเสียหายมากน้อยเพียงใด และจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง เพราะเป็นเรื่องทางเทคนิค ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะต้องปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิหรือไม่

"เราพยายามอย่างที่สุด ที่จะไม่ให้ความน่าเชื่อถือของสนามบินเสียหายไป โดยส่วนตัวแล้วเห็นว่า ไม่ควรจะปิดสนามบิน แต่ต้องมีวิธีการที่จะหาทางแก้ไข และซ่อมแซมให้ได้ ควรเปิดใช้งานตามปกติในระหว่างที่มีการซ่อมแซม" นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม กล่าวในรายการสายตรงทำเนียบรัฐบาล โดยได้มีสื่อมวลชนซักถามถึงการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า 6 สายทาง ว่าขัดแย้งต่อแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงหรือไม่ โดยนายสรรเสริญกล่าวว่า การก่อสร้างรถไฟฟ้า ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ ทั้งในแง่ของการลดใช้พลังงานน้ำมัน ลดปัญหามลพิษ และสร้างความอยู่ดีมีสุขให้แก่ครอบครัวและสังคม ในทางตรงกันข้าม กระทรวงคมนาคมเห็นว่า แนวทางการก่อสร้างรถไฟฟ้านี้ สอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

สำหรับปัญหาของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทั้งแท็กซี่เวย์และรันเวย์นั้น นายสรรเสริญ ยอมรับว่าขณะนี้ข่าวมีความสับสนมาก ในเรื่องของการปิดซ่อมสุวรรณภูมิ และการใช้ประโยชน์ท่าอากาศยานซึ่งในวันจันทร์ที่ 12 กุมภาพันธ์นี้ คณะกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. จะเป็นผู้ชี้ขาด สรุปความรุนแรงปัญหาที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แนวทางการซ่อมแซม ซึ่งจะทำให้ภาพการใช้ประโยชน์ท่าอากาศยานดอนเมืองมีความชัดเจน แต่ในเบื้องต้นกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่า การที่สายการบินจะกลับไปทำการบินที่ดอนเมืองนั้น จะเป็นไปโดยสมัครใจ ไม่มีการบังคับ ซึ่งสายการบิน ก็จะไม่สามารถเรียกร้องค่าชดเชยในการโยกย้ายและเงินลงทุนสำนักงานแก่ภาครัฐได้ ซึ่งแนวทางดังกล่าวเชื่อว่า ท้ายที่สุดจะมีสายการบินย้ายกลับไปใช้ดอนเมืองไม่มากนัก

ที่มา: แนวหน้า (11 ก.พ. 50)

ข่าวสายการบิน | เว็ปบอร์ด | Gallery | Dutyfree Shop | ติดต่อทีมงาน
มาเป็นเพื่อนบ้าน HFlight.net | ติดต่อลงโฆษณา

Copyright (C) 2004. Kosin Yeambunya. All rights reserved.

Hflight.net