"อลงกรณ์"แฉอันดับสุวรรณภูมิรั้งท้าย
ประธานคณะทำงานสอบทุจริตพรรคประชาธิปัตย์ แฉ ผลสำรวจสนามบินดาวรุ่งเอเชีย สุวรรณภูมิอยู่ท้ายตาราง ได้แค่ 2ดาว ด้าน นายกรัฐมนตรี เผยรู้ผลสรุปสนามบินสุวรรณภูมิ 14 ก.พ. นี้ ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการปิดซ่อม หวั่น กระทบความน่าเชื่อถือ ด้านคณะกรรมการตรวจสอบความเสียหายเตรียมแถลงผลสอบ 12 ก.พ. นี้
พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ถึงปัญหาในสนามบินสุวรรณภูมิ โดยย้ำว่า ถึงแม้ว่าจะเกิดปัญหาหลายด้านใน สนามบินสุวรรณภูมิในขณะนี้ จนกระทั่วนำไปสู่การตรวจสอบและการปิดซ่อมแซมบางส่วนโดยเฉพาะ รันเวย์และแท็กซี่ เวย์ ที่แตกร้าว การปิดสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ เพราะจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของต่างชาติ โดยเฉพาะสายการบินต่างๆ แต่อย่างไรก็ตาม คงจะต้องรอผลการตรวจสอบของคณะกรรมการที่รัฐบาลแต่งตั้งขึ้นก่อน ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปถึงแนวทางในการดำเนินการภายในวันที่ 14 ก.พ. นี้
"ก็พยายามอย่างที่สุดที่จะไม่ให้ความน่าเชื่อถือของสนามบินเสียหายไป แต่ในความคิดเห็นของผมก็คือว่า เราไม่ควรจะปิดเราจะต้องมีวิธีการที่จะหาทางแก้ไข วิธีการที่จะซ่อมแซม "นายกฯ กล่าว และว่า ในวันที่ 12 ก.พ. นี้จะมีการประชุมของคณะกรรมการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสนามบินสุวรรณภูมิก่อนที่จะสรุปผลการพิจารณาครั้งสุดท้าย
นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ผลการประชุมตรวจสอบด้านเทคนิครอยร้าวและแท็กซี่เวย์ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่นายต่อตระกูล ยมนาค เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบรันเวย์และแท็กซี่เวย์ เมื่อคืนที่ผ่านมา ยังไม่ได้รายงานให้ทราบ แต่เชื่อว่าสัปดาห์หน้าคณะกรรมการชุดนี้จะรายงานให้ทราบ เพื่อเสนอต่อ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี และจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ที่ 12 กุมภาพันธ์นี้ ว่ามีความเหมาะสมที่จะให้สั่งปิดเพื่อซ่อมแซมหรือไม่ ซึ่งต้องรอความเห็นอย่างเป็นทางการ หลังจากที่คณะกรรมการฯ ได้หารือถึงผลสอบรันเวย์ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ระบุว่า หากจะมีการสั่งปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาจากความปลอดภัยด้วย
ด้าน นายต่อตระกูล ยมนาค ประธานกรรมการตรวจสอบสาเหตุการชำรุดของทางวิ่งและทางขับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบความเสียหายในขณะนี้ พบว่าทางวิ่งและทางขับ ของสนามบินสุวรรณภูมิ ที่ชำรุดเสียหายมีสาเหตุหลายอย่างและการร้าวของทางวิ่งหรือรันเวย์ เป็นคนละสาเหตุของการร้าวของทางขับหรือแท็กซี่เวย์ส่วนเรื่องของระดับน้ำใต้ผิวดินนั้น ถือเป็นสาเหตุในเรื่องหนึ่งของหลายเหตุที่ทำให้เกิดรอยร้าวขึ้น
นายต่อตระกูล กล่าวว่า สำหรับผลการตรวจสอบทั้งหมดคณะกรรมการจะส่งให้กับ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ประธาน บอร์ด ทอท. และจะมีการแถลงต่อสาธารณะในวันจันทร์ ที่ 12 ก.พ. นี้
นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานคณะทำงานตรวจสอบทุจริตของพรรคประชาธิปัตย์ แถลงผลสำรวจสนามบินดาวรุ่งแห่งเอเชีย 6 แห่งของสถาบันจัดอันดับ sky trax ว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิติดอันดับรั้งท้าย ได้รับความนิยมแค่ระดับ 2 ดาว โดยมีจุดบกพร่องคือ ตารางการบินที่ไม่ตรงเวลา และการบริการ ขณะที่ท่าอากาศยานของสิงคโปร์มาเป็นอันดับ 1 ได้รับความนิยมถึง 5 ดาว ส่วนท่าอากาศยานอื่น เช่น ท่าอากาศยานฮ่องกง ดูไบ และมาเลเซีย ต่างได้รับความนิยมในระดับ 4 ดาวทั้งสิ้น
นายอลงกรณ์ กล่าวว่า เรียกร้องให้รัฐบาล และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ซ่อมแซมในบางส่วน หรือปิดทั้งหมด และควรทำคำชี้แจงไปยังสายการบินต่าง ๆ บริษัทท่องเที่ยว และองค์การบินระหว่างประเทศ ภายในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน นอกจากนี้ ตนขอให้รัฐบาลและคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ดำเนินการฟ้องร้องทางแพ่งกับผู้กระทำทุจริตในการก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพิ่มเติม นอกเหนือจากที่เตรียมดำเนินการทางอาญาในเร็ว ๆ นี้
ทางด้านทางกัลยา ผกากรอง รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บ.ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวถึงกรณีที่ นายยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ กรรมการ ทอท. และอดีต นายสมาคมสถาปนิกสยาม เปิดเผยถึงการพบ 30 จุดอันตรายร้ายแรง ภายในอาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิว่า รู้สึกไม่สบายใจ ในเบื้องต้น ทราบว่าเป็นปัญหาเกี่ยวกับระบบควบคุมไฟ ที่อยู่บนหลังคา ซึ่งจะต้องมีการควบคุมความร้อนไว้ 40 องศาเซลเซียส และขณะนี้อุณหภูมิสูงถึง 50 องศาเซลเซียส หากถึงหน้าร้อนอุณหภูมิจะมากถึง 60 องศาเซลเซียส ซึ่งหากระเบิดจะทำให้มีลูกไฟหล่นลงมาข้างล่าง ทั้งนี้ตนจะเดินทางไปดูในสัปดาห์หน้า ขณะที่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิศวกรรม ของ บ. ได้เตรียมติดตั้งเครื่องปรับอากาศ เพื่อควบคุมอุณหภูมิแล้ว ส่วนที่มีกระจกแตกหลายจุด นั้น ไม่ใช่เพราะโครงสร้างตึกแต่เกิดจากการตกแต่งภายในของอาคาร ซึ่งทำให้ตนสบายใจมากขึ้น
ที่มา: โพสต์ทูเดย์ (10 ก.พ. 50)