บรรณวิทย์ชี้ระบบไฟฟ้า-แอร์สุวรรณภูมิผิดสเปค
คณะกรรมการวิสามัญศึกษาและติดตามแก้ไขปัญหาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สนช.ลงพื้นที่สำรวจปัญหาของการติดตั้งระบบไฟฟ้า 400 เฮิรตซ์ และเครื่องปรับอากาศพีซีแอร์ ที่ให้บริการแก่เครื่องบิน สรุปผลเบื้องต้น การติดตั้งผิดสเปคทำให้เกิดปัญหาการให้บริการ ทอท. กล่าวโทษผู้เกี่ยวข้อง คตส.พร้อมสอบสุวรรณภูมิร้าว
(2 ก.พ.) พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาและติดตามแก้ไขปัญหาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงพื้นที่ตรวจจุดสำคัญในบริเวณอาคารที่พักผู้โดยสาร ที่ได้มีการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้า 400 เฮิรตซ์ เพื่อให้บริการแก่เครื่องบิน รวมถึงห้องผลิตระบบความเย็นเครื่องปรับอากาศพีซีแอร์ ที่ให้บริการปรับอากาศต่อเชื่อมกับเครื่องบินที่เข้ามาเทียบท่ากับอาคารที่พักผู้โดยสาร ก่อนที่จะเดินทางมาสำรวจประตูเทียบเครื่องบิน เพื่อดูระบบการต่อท่อไฟฟ้าและพีซีแอร์สู่อากาศยาน รวมถึงพื้นผิวแท็กซี่เวย์ที่มีปัญหา
พล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบชัดเจน พบว่า การติดตั้งระบบไฟฟ้า 400 เฮิรตซ์ และพีซีแอร์มีปัญหาผิดสเปก ซึ่งเดิมการประมูลจัดจ้างงานดังกล่าวมีปัญหาเกิดขึ้น เนื่องจากบริษัทที่ได้รับงานไม่น่าจะมีความเชี่ยวชาญในงานดังกล่าว ขณะที่บริษัทที่มีประสบการณ์เช่น การบินไทย บริษัทไทยแอร์พอร์ตกราวด์เซอร์วิส กลับไม่ได้งาน นอกจากนี้ จากการสำรวจในห้องควบคุมพบว่า มีการติดตั้งอุปกรณ์ที่ต่ำกว่าสเปกที่กำหนด หรือเปรียบเทียบเหมือนการติดตั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องทำความเย็นที่ต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า 1 ตัน แต่กลับมีการติดตั้งอุปกรณ์ที่มีสเปกต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง ทำให้ระบบทำความเย็นที่ให้แก่เครื่องบินมีไม่เพียงพอ ส่งผลเครื่องบินต่าง ๆ ต้องจอดนอกพื้นที่อาคารเทียบเครื่องบิน และติดเครื่องตลอดเวลา ซึ่งนอกจากจะทำให้ ทอท. ขาดรายได้แล้ว ยังสร้างความสิ้นเปลืองให้แก่เครื่องบินที่ลงจอดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิด้วย นอกจากนี้ ยังมีปัญหาที่ระบบท่อแอร์และสายไฟฟ้ามีระยะสั้นเกินไป ทำให้เครื่องบินที่เข้ามาจอด หากต้องมีการติดเครื่องก็อาจทำให้เกิดอันตรายได้
ขณะที่ปัญหาการติดตั้งระบบไฟฟ้าสำรอง เจ้าหน้าที่ ทอท.รายหนึ่งได้รายงานต่อคณะกรรมาธิการฯ ทราบว่า การติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้าสำรองก็ดำเนินการอย่างผิดสเปก จากเดิมที่ต้องใช้ระบบไดนามิก ยูพีเอส แต่การติดตั้งจริงกลับใช้ระบบ Startic ซึ่งระบบดังกล่าว นอกจากกำลังไฟจะไม่พอแล้ว ยังทำให้ระบบไฟสำรองไม่สม่ำเสมอ
ทั้งนี้ หลังการตรวจสอบ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าวว่า จะดำเนินการสรุปการตรวจสอบครั้งนี้ให้เสร็จภายใน 10 วัน และเสนอผลให้คณะกรรมการ ทอท. พิจารณาก่อนกล่าวโทษผู้เกี่ยวข้อง กรณีการติดตั้งพีซีแอร์และไฟฟ้า 400 เฮิรตซ์ เป็นคดีที่ 3 หลังการกล่าวโทษในคดีการจัดซื้อเครื่องซีทีเอ็กซ์ และท่อร้อยสายไฟฟ้าไปแล้ว โดย ทอท. ในฐานะผู้เสียหาย จะพิจารณาว่าจะกล่าวโทษหน่วยงานใด และเรียกร้องค่าเสียหายในวงเงินเท่าใด ส่วนการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจะดำเนินการทันที เพื่อให้บริการในพื้นที่ลานจอดกลับมาสมบูรณ์เร็วที่สุด
นามพร้อมสอบทันทีสุวรรณภูมิร้าว
นายนาม ยิ้มแย้ม กล่าวถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้ทนายส่วนตัวมายื่นร้องคัดค้านชื่ออนุกรรมการไต่สวน โครงการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ 9000 ว่า ได้มีการยื่นคัดค้านรายชื่ออนุกรรมการไต่สวนทั้งหมด 3 คน โดยอ้างเหตุผลว่า เป็นบุคคลที่มีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องนี้ เพราะเป็นบุคคลที่ตรวจสอบเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น และคาดว่าไม่น่าจะมีใครมายื่นคัดค้านเรื่องนี้อีก
ส่วนโครงการอื่นๆที่ได้ตั้งอนุไต่สวนไปนั้น ขณะนี้ยังไม่มีใครยื่นคัดค้าน แต่คาดว่าต้องมีการยื่นคัดค้านอย่างแน่นอน อย่างเรื่องการซื้อขายที่ดินย่านรัชดาของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร
เมื่อถามว่า คตส.จะรับปัญหาที่เกิดจากสนามบินสุวรรณภูมิ มาตรวจสอบเพิ่มหรือไม่ นายนาม กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีคนร้อง หากมีคนร้องเข้ามาก็จะรับไว้พิจารณา ถ้าร้องมาก็ทำเลย
นายนามกล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า คณะกรรมการกฤษฎีกา จะรับรองหวยบนดินให้ถูกกฎหมายว่า ยังไม่ทราบเรื่อง แต่ส่วนตัวมองว่า ตามหลักการแล้วถ้าเกิดมีการแก้กฎหมายให้ถือว่ามีผลย้อนหลัง ซึ่งจะเป็นไปตามหลักการตามประมวลกฎหมายอาญา ในมาตรา 2 สำหรับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 2 บัญญัติว่า บุคคลจักต้องรับโทษในทางอาญา ต่อเมื่อได้กระทำการอันกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำนั้น บัญญัติเป็นความผิด และกำหนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดนั้น ต้องเป็นโทษที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย ถ้าตามบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง การกระทำเช่นนั้นไม่เป็นความผิดต่อไป ให้ผู้ที่ได้กระทำการนั้น พ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิด และถ้าได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษแล้ว ก็ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดนั้น ถ้ารับโทษอยู่ก็ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลง แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้กฤษฎีกาก็ยังไม่มีมติอะไรออกมา ดังนั้นทุกอย่างก็ยังไม่แน่ คตส.จึงไม่ต้องหารืออะไร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อของอนุกรรมการไต่สวน ที่ถูกพ.ต.ท.ทักษิณคัดค้านรายชื่อไม่ให้เป็นอนุกรรมการไต่สวนเนื่องจากมีส่วนได้ส่วนเสียกับคดีดังกล่าว ได้แก่ คุณหญิงจารุวรรณ เมฆกา คตส. และผู้ว่าสตง. นายไพฑูรย์ ทิพยทัศน์ ฝ่ายกฎหมายของสตง. เนื่องจากมีส่วนร่วมในการตรวจสอบเรื่องซีทีเอ็กซ์ตั้งแต่ต้น ส่วนอีก 1 คน คาดว่าจะเป็นพ.ต.อ.(พิเศษ) ชัยทัศน์ รัตนพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย 1 เนื่องจากเคยช่วยงานนายนาม ยิ้มแย้ม โดยเคยดำรงตำแหน่งคณะอนุกรรมการสอบสวนกรณีการยุบพรรคไทยรักไทย และเคยเป็นอนุกรรมการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวด้วย
ที่มา: คม ชัด ลึก (2 ก.พ. 50)