HFlight รีวิวสายการบิน โรงแรม จองโรงแรมทั่วโลก - หน้าแรก
- กลับหน้าแรก -
หน้าแรก | จองโรงแรมที่พัก | ข่าวการบิน | Webboard | สายการบิน | กิน-เที่ยว-เดินทาง | รีวิวโรงแรม | คู่มือเที่ยวเมืองนอก | ลงโฆษณา

  
 

« โชติศักดิ์ไขก๊อก-เด้งสมชัยล้างบางทอท. "สพรั่ง"รับหนักใจสุวรรณภูมิ วิศวกรรมสถานเผยความเสียหายกินพื้นที่97,000ตร.ม. | Main | “บรรณวิทย์”ชี้ระบบไฟฟ้า-แอร์“สุวรรณภูมิ”ผิดสเปค »

"สุวรรณภูมิ"อันตราย! ว.ส.ท.แนะควรซ่อมเสร็จก่อน2ปี

หมายเหตุ : เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์(ว.ส.ท.) แถลงผลการสำรวจความเสียหายของพื้นทาง(PAVEMENT) ของทางขับ(TAXIWAY) ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยเชื่อว่าสาเหตุของความเสียหายที่เกิดขึ้นมาจากหลายปัจจัยประกอบกัน และต้องเร่งดำเนินการให้เรียบร้อยภายใน 2 ปี มีรายละเอียดดังนี้

นายฐิติ ปวีณชนา กรรมการอำนวยการ ว.ส.ท.

ปัญหารอยแตกร้าวของแท็กซี่เวย์-รันเวย์ จนถึงขณะนี้เป็นพื้นที่รวมทั้งสิ้น 97,000 ตารางเมตร หรือร้อยละ 5.3 ของแท็กซี่เวย์และแท็กซี่เลนทั้งหมด โดยความเสียหายจากการตรวจสอบเบื้อง ต้นของคณะทำงานศึกษาปัญหาพื้นทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของ ว.ส.ท. พบว่า ได้เกิดร่องล้อเป็นส่วนใหญ่และรอยร้าวการแตกหลุดเป็นแผ่น ตลอดจนรอยแตกอันเกิดจากแรงเฉือนตามแนวล้อเครื่อง บินเลี้ยว แม้แต่ทางวิ่งตรงก็เกิดความเสียหายลุกลามมากขึ้นตลอดเวลาในช่วงเวลา 3 เดือนที่เปิดใช้ท่าอากาศยาน

นอกจากนี้ยังพบความเสียหายของตัวอย่างวัสดุผิวทางและพบคราบน้ำซึมซับที่ผิวบนของชั้นรองพื้นหินคลุกผสมซีเมนต์ โดยสาเหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทั้งโครงสร้างพื้นทาง ปัญหาชั้นทราย และปัญหาระดับน้ำ การระบายน้ำออกจากใต้พื้นทาง ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรจะร่วมกันศึกษาเก็บข้อมูล โดยอย่าเร่งฟันธงว่าต้องรื้อสนามบินกันอย่างครึกโครมและเป็นความผิดทั้งหมด แต่ควรศึกษาให้รอบ คอบตามหลักวิชาการที่มีอยู่ และควรให้วิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญจากส่วนอื่นเข้ามามีส่วนร่วมตรวจ สอบสาเหตุ ไม่ใช่เร่งสรุปปัญหาต่างๆ แต่ต้องเร่งหาแนวทางแก้ไข

"แม้การตรวจสอบเบื้องต้นสำหรับแท็กซี่เวย์ จะเป็นรอยลูกคลื่นที่กระทบต่อผลการอ่านข้อ มูลของเครื่องบิน นับว่าเป็นอันตรายต่อระบบการบิน โดยสำหรับหินคลุกผสมซีเมนต์ จะต้องพิสูจน์ว่ามีรอยแตกหรือไม่ และเหตุใดเมื่อโดนน้ำจึงเปื่อยยุ่ย โดยมาตรการฉุกเฉินเฉพาะหน้าในการแก้ปัญ หานั้น เนื่องจากบริเวณความเสียหายที่ซ่อมแซมด้วยวัสดุพื้นทางมีคุณลักษณะดังเดิมได้เกิดความเสีย หายเพิ่มอีก จึงต้องหาวัสดุพื้นทางที่เหมาะสมคงทนมาใช้ในการซ่อมแซมเป็นการเร่งด่วน และเร่งทำการติดตั้งเครื่องมือวัดแรงดันน้ำ บ่อสังเกตการณ์ตรวจวัดระดับน้ำอย่างน้อยในบริเวณที่พบเป็นการเร่งด่วน"

ทั้งนี้พบความเสียหายแท็กซี่เวย์ ทิศเหนือมากกว่าคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 94 ของพื้นที่เสียหายทั้งหมด จึงต้องดูปริมาณเที่ยวบินของทั้ง 2 ฝั่งว่าต่างกันมากน้อยเพียงใด และเบื้องต้นเห็นว่ารอยแตก ร้าวเริ่มทยอยเพิ่มจาก 70,000 เป็น 97,000 ตารางเมตรในปัจจุบัน หากลดเที่ยวบินขนาดใหญ่จะหยุดการลุกลามของความเสียหายได้หรือไม่ ซึ่งในทางวิชาการอยากขอเวลาศึกษาปัญหาให้รอบคอบทุกส่วน และยอมรับว่าการก่อสร้างในส่วนของชั้นรองพื้นทางหินคลุกผสมซีเมนต์ ซึ่งมีการก่อสร้างสลับรอยต่อเหมือนอิฐบล็อก เพื่อไม่ให้มีร่องให้น้ำแทรกขึ้นมาได้ จึงต้องดูว่าวัสดุดังกล่าวมีรอยแตกร้าวหรือไม่

นายสืบศักดิ์ พรหมบุญ นายทะเบียน ว.ส.ท.

เชื่อว่าสาเหตุความเสียหายของพื้นทาง(PAVEMENT) ของทางขับ(TAXIWAY) ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมาจากหลายปัจจัยประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็นระดับน้ำ วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง กระ บวนการในการก่อสร้างและการออกแบบเพราะความเสียหายเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยปกติอายุใช้งานของพื้นทางอยู่ที่ 1-4 ปี แต่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเปิดให้บริการไม่กี่เดือนก็เกิดความเสียหายแล้ว ถ้าสาเหตุใหญ่มาจากน้ำที่ซึมผ่านพื้นทรายชั้นล่าง ก็ไม่จำเป็นต้องทุบพื้นทางขับทั้งหมดเพื่อก่อสร้าง ใหม่ แต่สามารถเพิ่มระบบระบายน้ำชั้นล่างเพื่อแก้ไขปัญหาโดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก

"คาดว่าวันที่ 2 กุมภาพันธ์ คณะกรรมการตรวจสอบสาเหตุของปัญหาทางขับชำรุด ซึ่งมีนายต่อตระกูล ยมนาค เป็นประธาน จะสามารถสรุปสาเหตุของปัญหาได้ ซึ่งการตรวจสอบสาเหตุและการแก้ไขต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จภายใน 2 ปี ซึ่งยังอยู่ในช่วงเวลารับประกัน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยว ข้องดำเนินการแก้ไข โดยที่บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท. ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย"

สิ่งสำคัญในขณะนี้ คือ ต้องสร้างความเชื่อมั่น โดยเฉพาะกับผู้โดยสารต่างชาติที่มาใช้บริการให้มีความมั่นใจในการตรวจสอบและซ่อมแซม และถ้าจำเป็นต้องจัดจ้างผู้เชี่ยวชาญต่างชาติในการเข้ามาตรวจสอบก็ต้องทำ นอกจากนั้น ทอท. ควรตรวจสอบพื้นทางขับและทางวิ่งทั้งหมดทุกตารางนิ้ว เพื่อสร้างความมั่นใจด้วย โดยวิธีตรวจสอบทำได้หลายวิธีไม่จำเป็นต้องตรวจแบบขุดเจาะอย่างเดียว

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข

ผู้บัญชาการทหารอากาศ(ผบ.ทอ.) และรองประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กองทัพอากาศมีสนามบินขนาดใหญ่ที่อยู่ในความดูแลหลายแห่ง ที่ต้องได้รับการซ่อมบำรุง เนื่องจากเกิดการกระแทกของเครื่องบินขนาดใหญ่และหนัก ที่ดอนเมืองต้องหมุนเวียนซ่อมบำรุงทั้งปี จึงต้องเข้าใจในจุดนี้ด้วย แม้พื้นรันเวย์จะเป็นคอนกรีต แต่ถ้าถูกกระแทกมากๆก็จะแตกได้เร็วและง่ายกว่าแอสฟัลติกคอนกรีต เนื่องจากแอสฟัลติกคอนกรีตจะยืดหยุ่นมากกว่า ขณะที่คอนกรีตจะแข็งกระ ด้าง ถ้าร้าวก็แตกเลย ส่วนที่มีข่าวว่าการตรวจสอบพบว่าพื้นฐานด้านล่างพังหมดแล้วนั้น จากรายงานล่าสุดของผู้เกี่ยวข้องทราบว่าขณะนี้มีการขุดเจาะเพื่อนำวัสดุออกไป จึงยังอยู่ในขั้นตอนของการตรวจ สอบ ถ้าเราใช้คำว่าพังก็จะพังไปตามปากเรา จึงควรรอผู้เชี่ยวชาญรายงานผลการสำรวจมาก่อน

"ผมอยากให้มองแยกเป็น 2 ภาพ ระหว่างการชำรุดเสียหายที่ซ่อมแซมได้เราต้องทำ ทุกอย่างซ่อมแซมได้ ส่วนการทุจริตเป็นอีกเรื่องหนึ่งต้องแยกกัน ทั้งนี้ต้องนำปัญหานี้มาศึกษาและถือเป็นบท เรียนสำคัญอีกครั้งว่าการสร้างหรือทำอะไรโดยไม่ตรวจสอบ หรือตรวจสอบไม่ได้ในช่วงที่มีการกระ ทำ มันก็จะเป็นอย่างนี้"

ถ้าไม่เปิดใช้ก็ไม่พบปัญหาทรุดหรือแตกร้าว ช่วงนี้เป็นการเปิดทดลองใช้งานเต็มประสิทธิ ภาพ ถ้าไม่มีเครื่องไปลงก็ไม่แตก จึงต้องเปิดใช้เพื่อให้น้ำหนักกดกระแทกจะได้ทราบว่าเป็นอย่างไร นอกจากนี้ในช่วงที่ผมไปตรวจความพร้อมก็ไม่มีใครรายงานว่าไม่เรียบร้อย เมื่อเรียบร้อยจึงให้เปิดใช้ ได้ แผนงานของประเทศมีอยู่ต้องดำเนินการ

"ผมไม่ทราบว่าสนามบินทั่วโลกจะมีปัญหาลักษณะนี้หรือไม่ แต่คิดว่าถ้าประเทศใดมีปัญหาแบบนี้เขาคงไม่โพนทะนาให้โลกรู้ เขาต้องเก็บข้อมูลไว้ในประเทศของเขาเพราะยิ่งทำให้ขยายออก ไปจะยิ่งทำให้ต่างชาติกังวลและไม่เชื่อถือ ผลเสียก็จะเกิดกับประเทศ"

ที่มา: แนวหน้า (2 ก.พ. 50)

ข่าวสายการบิน | เว็ปบอร์ด | Gallery | Dutyfree Shop | ติดต่อทีมงาน
มาเป็นเพื่อนบ้าน HFlight.net | ติดต่อลงโฆษณา

Copyright (C) 2004. Kosin Yeambunya. All rights reserved.

Hflight.net