วสท.ชี้สุวรรณภูมิชำรุดเร็วเกินไป ซ่อมได้ไม่ต้องทุบสร้างใหม่
1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 15:16:00
ว.ส.ท. เผยผลสำรวจเบื้องต้นของปัญหาแท็กซี่เวย์สุวรรณภูมิชำรุด เกิดจากหลายปัจจัยรวมกันทำให้พื้นทางเสียหาย จากปกติน่าจะมีอายุการใช้งาน 1-4 ปี แนะซ่อมแซมไม่จำเป็นต้องทุบสร้างใหม่
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายสืบศักดิ์ พรหมบุญ นายทะเบียนสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ว.ส.ท.) เปิดเผยถึงการสำรวจความเสียหายของพื้นทาง (PAVEMENT) ของทางขับ (TAXIWAY) ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วานนี้ (1 ก.พ.) ว่า เชื่อว่าสาเหตุของความเสียหายที่เกิดขึ้นมาจากหลายปัจจัยประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็นระดับน้ำ วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง กระบวนการในการก่อสร้าง และการออกแบบ เพราะความเสียหายเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยปกติอายุการใช้งานของพื้นทางจะอยู่ที่ 1-4 ปี แต่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเปิดให้บริการเพียงไม่กี่เดือนก็เกิดความเสียหายแล้ว
ทั้งนี้ เมื่อพบสาเหตุของปัญหาที่แท้จริงแล้ว จะสามารถแก้ไขซ่อมแซมได้ถูกจุด โดยหากสาเหตุใหญ่มาจากน้ำที่ซึมผ่านพื้นทรายชั้นล่าง ก็ไม่จำเป็นต้องทุบพื้นทางขับทั้งหมดเพื่อก่อสร้างใหม่ แต่สามารถเพิ่มระบบระบายน้ำชั้นล่าง เพื่อแก้ไขปัญหาโดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม คาดว่าในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ คณะกรรมการตรวจสอบสาเหตุของปัญหาทางขับชำรุดซึ่งมีนายต่อตระกูล ยมนาค เป็นประธานจะสามารถสรุปสาเหตุของปัญหาได้ ซึ่งการตรวจสอบสาเหตุและการแก้ไขจะต้องเร่งดำเนินการให้เรียบร้อยภายใน 2ปี ซึ่งยังอยู่ในช่วงเวลารับประกัน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบดำเนินการแก้ไขโดยที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
สิ่งสำคัญในขณะนี้คือ ต้องสร้างความเชื่อมั่นโดยเฉพาะกับผู้โดยสารต่างชาติที่มาใช้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้มีความมั่นใจในการตรวจสอบและซ่อมแซม และหากมีความจำเป็นต้องจัดจ้างผู้เชี่ยวชาญต่างชาติในการเข้ามาตรวจสอบก็ต้องทำ นอกจากนั้น ทอท. ควรดำเนินการตรวจสอบพื้นทางขับและทางวิ่งทั้งหมดทุกตารางนิ้ว เพื่อสร้างความมั่นใจด้วย โดยวิธีการตรวจสอบสามารถทำได้หลายวิธีไม่จำเป็นต้องตรวจแบบขุดเจาะเพียงอย่างเดียว นายสืบศักดิ์ กล่าว
นายสืบศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่า ว.ส.ท.เข้ามาทำหน้าที่ในฐานะหน่วยงานกลางที่ไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และได้ทำหน้าที่ในการตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้น หรือเรียกว่านิติวิศวกรรม ซึ่งต้องหาพยานวัตถุเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมว่า สาเหตุของปัญหาเกิดจากอะไร และผู้รับผิดชอบควรเป็นใคร แต่ไม่ได้ชี้ว่าใครผิดใครถูก กระบวนการดังกล่าวเป็นหน้าที่ของ ทอท. ที่จะต้องไปดำเนินการต่อ
ที่มา:กรุงเทพธุรกิจ (1ก.พ50)