รันเวย์ร้าวขยายวงขั้นวิกฤติจ่อปิดซ่อมใหญ่ "ธีระ"ไฟเขียวรื้อสุวรรณภูมิ
รันเวย์ร้าวขยายวงขั้นวิกฤติ
จ่อปิดซ่อมใหญ่
"ธีระ"ไฟเขียวรื้อสุวรรณภูมิ
"ต่อตระกูล"ปูดโครงสร้างด้านล่างเละไม่มีเหลือ
ชี้เครื่องวิ่งผ่านจุดไหน-เกิอรอยไล่ตามเป็นแถบ
เสนอ2ทางเลือกจะยอมซ่อมหรือทุบทิ้งสร้างใหม่
ปัญหารันเวย์และแท็กซี่เวย์ร้าวภายในสนามบินสุวรรณภูมิ ทำท่าจะบานปลายถึงขั้นวิกฤติ จนอาจจะต้องมีการปิดการให้บริการชั่วคราว เพื่อทำการรื้อซ่อมครั้งใหญ่ โดย นายต่อตระกูล ยมนาค กรรมการบริหารบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบปัญหาแท็กซี่เวย์และรันเวย์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยเมื่อวันที่ 31 กุมภาพันธ์ ว่า คณะทำงานได้เดินทางไปตรวจสอบบริเวณที่เกิดความเสียหาย โดยมีการขุดเจาะผิวดินลงไปถึงชั้นทราย ความลึกประมาณ 2-3 เมตร พร้อมกับให้นำทรายไปตรวจในห้องปฏิบัติการว่า มีคุณสมบัติตรงตามสเปกที่จะสามารถรับน้ำหนักการกดทับได้หรือไม่
โดยในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ จะรายงานผลการตรวจสอบทั้งหมดต่อ พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รมว.คมนาคม เพื่อให้รับทราบข้อมูลทั้งหมดและเร่งแก้ไขปัญหาโดยเร็ว เนื่องจากความเสียหายของพื้นผิวแท็กซี่เวย์และรันเวย์ ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและขยายวงลุกลามไปทั่ว ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนว่าโครงสร้างด้านล่างเสียหายหมดแล้ว เมื่ออากาศยานวิ่งผ่านไปจุดใดก็จะเกิดรอยล้อเป็นทางยาว
"ตัวอย่างกรณีนี้ คือ การต้องสั่งปิดซ่อมรันเวย์ฉุกเฉินเมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา เนื่องจากนักบินแจ้งต่อหอบังคับการบินว่า พบเห็นรันเวย์แตกร้าวที่อาจจะกระทบต่อความปลอดภัย ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่กี่ชั่วโมง คณะกรรมการฯได้ลงไปตรวจสอบในบริเวณเดียวกัน ก็ไม่พบรอยร้าวหรือความผิดปกติใดๆ ซึ่งหากรอยแตกเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมงเช่นนี้ แสดงว่า ผิวแท็กซี่เวย์และรันเวย์เข้าขั้นวิกฤติและต้องปิดซ่อมทั้งหมดแล้ว" นายต่อตระกูล กล่าว
ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหานั้น นายต่อตระกูล กล่าวว่า มีอยู่ 2 ทางเลือก คือ ซ่อมแซมหรือทุบสร้างใหม่ ซึ่งกรรมการฯจะรายงานข้อมูลและค่าใช้จ่ายให้ฝ่ายนโยบายตัดสินใจอีกครั้งหนึ่ง
ด้าน พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รมว.คมนาคม กล่าวในวันเดียวกันว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องความเสียหายของแท็กซี่เวย์และรันเวย์อย่างเป็นทางการ โดยจะเร่งรัดให้ นายต่อตระกูล เร่งสรุปเป็นลายลักษณ์อักษรโดยเร็ว ซึ่งหากชัดเจนว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงมาก และจำเป็นต้องลดเที่ยวบินที่สนามบินสุวรรณภูมิลงอีก เพื่อปิดซ่อมใหญ่ ก็พร้อมจะไฟเขียวให้ดำเนินการ
สำหรับกรณีที่มีกระแสข่าวจากหลายฝ่าย ออกมาโจมตีความเสียหายของสนามบินสุวรรณภูมิอย่างต่อเนื่อง อยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายช่วยกันระมัดระวังการให้ข่าว เพื่อไม่ให้สุวรรณภูมิเสียหายมากกว่านี้
วันเดียวกัน มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)โดยมี นายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นประธาน ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่ารัฐมนตรีขอใช้สิทธิตามข้อบังคับการประชุมที่23 เพื่อชี้แจงต่อที่ประชุม สนช.
โดย นายสรรเสริญ วงษ์ชะอุ่ม รมช.คมนาคม ได้แถลงข้อเท็จจริงเรื่องการแบ่งปริมาณเที่ยวบินภายในประเทศจากสนามบินสุวรรณภูมิไปยังสนามบินดอนเมือง ว่า การแก้ปัญหาสนามบินสุวรรณภูมิ รัฐบาลมีแนวนโยบายให้ ทอท.ไปแก้ไข 5เรื่อง คือ1.การดูแลทางวิ่ง ทางขับและลานจอด ให้เกิดความปลอดภัยและได้มาตรฐานสากล 2.อาคารผู้โดยสาร จะต้องเกิดความสะดวกและปลอดภัย 3.เรื่องคลังสินค้าที่ให้บริการไม่สะดวกเท่าที่ควรกับการส่งออกนำเข้าในประเทศ 4.โครงข่ายเชื่อมโยงการเข้าออกสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อให้ผู้โดยสารเข้าออกได้อย่างสะดวก ปลอดภัยและเป็นธรรม รวมทั้งปัญหาแท็กซี่ผีและ5.มลพิษทางเสียงและอากาศที่มีต่อประชาชนรอบสนามบิน โดยทาง ทอท.ได้ตั้งคณะกรรมการเข้าแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว
จากนั้น สมาชิก สนช.ได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นและซักถามอย่างกว้างขวาง โดยนายประพันธ์ คูณมี สมาชิก สนช.อภิปรายว่า ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการตรวจสอบปัญหาสนามบินสุวรรณภูมิของ สนช.ได้เข้าไปตรวจสอบพื้นที่พบว่ามีปัญหาเกิดขึ้นหลายจุดและมีการปกปิดข้อเท็จจริงมาตลอด อย่างปัญหาการทรุดตัวของแท็กซี่เวย์และรอยร้าวตามจุดต่างๆ รวมแล้วมีพื้นที่ได้รับความเสียหาย 71,638ตารางเมตร ที่ต้องซ่อมแซม โดยก่อนหน้านี้ไม่มีใครทราบมาก่อน เพราะไม่มีใครออกมาพูดความจริง ซึ่งรัฐบาลต้องหาผู้รับผิดชอบให้ได้ ทั้งนี้ จากการที่รัฐบาลตั้งงบประมาณซ่อมแซมเรื่องชั้นดินนั้น ปรากฎกว่ามีการตั้งงบประมาณปรับปรุงดินเพื่อทำอุโมงค์ไปเชื่อมกับแอร์พอร์ทลิงค์เพิ่มเข้ามาอีกด้วย
ด้าน พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน สมาชิก สนช.ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาและติดตามการแก้ไขปัญหาสนามบินสุวรรณภูมิ กล่าวว่า ขอเวลาอีก3 อาทิตย์หนังเรื่องนี้ก็จะรู้ตอนจบ เพราะขนาดแท็กซี่เวย์ยังร้าวแล้ว อยากถามกลับว่า อะไรจะเกิดขึ้นกับรันเวย์
ขณะที่ นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิก สนช.อภิปรายว่า ปัญหาสนามบินสุวรรณภูมิกำลังยกระดับขึ้นเป็นเรื่องความน่าเชื่อถือ ชื่อเสียงเกียรติภูมิ รวมไปถึงอันตรายใหญ่หลวงถึงชีวิตของผู้โดยสารและอาจถึงขั้นทำลายอุตสาหกรรมการบินทั้งระบบของไทย การตรวจพบรอยทรุดแท็กซี่เวย์100จุดและรันเวย์ทรุดอีก 2 จุด งวงช้างเสียหาย 11ตัวและหลุมจอดทยอยปิดซ่อม หลังเปิดใช้แค่ 4 เดือน ถือเป็นความผิดปกติอย่างรุนแรง ไม่ใช่เป็นความผิดปกติธรรมดาสามัญและเป็นอาการของโรคที่รุนแรง ที่กระทรวงคมนาคมต้องอธิบายให้ได้ว่า เกิดจากสาเหตุใดก่อนที่จะลงมือรักษา
นายคำนูณ อภิปรายอีกว่า ปัญหาสนามบินสุวรรณภูมิมาจาก 2สาเหตุ คือ"2โกง"บวกกับ "2 ชุ่ย"ผลออกมาเป็น "ทรุด+ร้าว" โดย 2 โกงนั้น โกงแรกคือล็อกสเปกโกงวิธีการปรับปรุงดิน โกงที่สองคือ โกงทรายถมผิดสเปก ส่วน 2 ชุ่ยนั้น ชุ่ยแรกคือเร่งรัดและเร่งรีบจนคุณภาพทางวิ่งห่วย ชุ่ยที่สอง คือการบริหารสนามบินเรื่องระบบน้ำห่วย ทั้งนี้ การถมทรายในขณะนั้นมีข้อสงสัยว่าทรายที่ใช้ถมผิดสเปก เพราะไม่ใช้ทรายแม่น้ำ หรือทรายถม แต่ใช้ทรายขี้เป็ด ที่อมน้ำ ไม่รีดน้ำ ซึ่งถูกกว่ามาแทน ดังนั้น แทนที่จะระบายน้ำ กลับมาเป็นตัวอมน้ำ ชั้นของดินก็กลายเป็นชั้นของเลน "อยากเสนอให้รัฐบาลสะสางการทุจริตและปัญหาเรื่องความปลอดภัยในการก่อสร้างให้ครบวงจรในครั้งเดียว อาจออกกฎหมายใหม่ หรือแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นมาสอบสวนแก้ปัญหา โดยอาจจำลองจากระบบอัยการอิสระ(Independent Council)ของสหรัฐอเมริกา หรือระบบอื่นๆที่คล้ายกัน ที่จะทำให้มีอายุการทำงานต่อเนื่องและอยู่เหนือแรงกดดันทางการเมืองจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งผลการตรวจสอบจะเป็นต้นแบบมาตรฐาน เป็นเครื่องป้องปรามการคิดทุจริตประพฤติมิชอบให้กับสังคมไทยในระยะยาวได้อีกทาง ทั้งนี้ ไม่อยากให้เราถูกบังคับให้ย้ายกลับดอนเมือง เพราะองค์กรมาตรฐานการบินระดับโลกไม่รับรองความปลอดภัยของสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งจะทำให้เกิดผลเสียมหาศาลตามมา"นายคำนูณ กล่าว
จากนั้น นายสรรเสริญ ชี้แจงในช่วงท้ายว่า ข้อมูลที่รับทราบจากสมาชิกครั้งนี้ ตรงกับที่ตนได้รับมา ซึ่งตนรู้สึกหนักใจและอึดอัดใจเช่นกัน เราเป็นฝ่ายบริหารดูแลนโยบายก็ได้เร่งรัดฝ่ายปฏิบัติการทุกวันว่า ทำไมถึงไม่นำความจริงมาตีแผ่ การได้ทราบข้อมูลวันนี้ถือเป็นใบเสร็จที่ดีที่จะต้องนำไปเร่งรัดกับฝ่ายดำเนินการต่อไป
ส่วน นายโชติศักดิ์ อาสภวิริยะ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.กล่าวว่า วันที่ 1กุมภาพัน์นี้ ทอท.จะปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยค่าธรรมเนียมสำหรับผู้เดินทางในประเทศจะปรับจาก 50บาท เป็น 100บาทและระหว่างประเทศจาก 500บาท เป็น 700บาท
ส่วนข้อสงสัยว่าขณะที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยังมีปัญหาต้องซ่อมแซม รวมถึงปรับปรุงการบริการอีกมาก ทอท.จะยังปรับขึ้นค่าธรรมเนียมดังกล่าวหรือไม่นั้น นายโชติศักดิ์ กล่าวว่า ในส่วนนี้ ทอท.มีความจำเป็นต้องจัดหารายได้เพิ่มเติมเพื่อมาดำเนินการซ่อมแซมให้เร็วที่สุด
ขณะที่ นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวสนับสนุนให้ย้ายสายการบินภายในประเทศกลับไปใช้สนามบินดอนเมือง เพื่อลดความแออัดของสุวรรณภูมิ ซึ่งช่วงที่ออกจากเป็นรัฐบาลได้ข่าวว่าผู้รับเหมาไปเอาทรายบกมาถมที่ในสุวรรณภูมิ แทนที่จะเป็นทรายแม่น้ำ เพราะมีราคาถูกกว่า ดังนั้น จึงเป็นห่วงว่าการทรุดตัวจะเกิดขึ้นอีกเป็นวงกว้าง
"เรื่องถมทรายถ้าไม่ได้มาตรฐาน เกี่ยวพันกับใคร หรือรัฐบาลไหน ต้องว่ากันไปตามหลักฐานข้อมูล ผมห่วงมาก ถ้าเป็นแบบนั้น อาจจะต้องรื้อทำกันใหม่ อาจต้องปิดกันเป็นปี ผมอยากรู้ว่า ใครกล้ารับรองไหมว่าจะไม่เป็นอย่างที่ผมกลัว เพราะแม้กระทั่งวิศวกรยังบอกว่า ต้องขอเจาะสำรวจเอาทรายขึ้นมาตรวจสอบก่อน"นายบรรหาร กล่าว
ที่มา:แนวหน้า(1ก.พ50)