HFlight รีวิวสายการบิน โรงแรม จองโรงแรมทั่วโลก - หน้าแรก
- กลับหน้าแรก -
หน้าแรก | จองโรงแรมที่พัก | ข่าวการบิน | Webboard | สายการบิน | กิน-เที่ยว-เดินทาง | รีวิวโรงแรม | คู่มือเที่ยวเมืองนอก | ลงโฆษณา

  
 

« ต่อตระกูลเผย'แท็กซี่เวย์-รันเวย์'สุวรรณภูมิวิกฤติ ต้องปิดซ่อม | Main | รมช.คมนาคมแจง สนช. 5 เหตุต้องย้ายบินในประเทศไปดอนเมือง »

โผล่มาอีกสุวรรณภูมิ-ประตูหนีไฟหนีไม่ได้

บิ๊กบินไทยยันพร้อมย้ายกลับดอนเมือง


แฉอีกจุดห่วยสนามบินสุวรรณภูมิ ประตูหนีไฟอัตโนมัติใช้การไม่ได้ ต้องตัดไฟฟ้าก่อนถึงจะเปิดได้ เครื่องฟอกอากาศในห้องสูบบุหรี่ก็ไม่ทำงาน หลายเครื่องยังไม่ต่อสาย เหตุเร่งรีบส่งมอบงาน แถมระบบแอร์ก็มีปัญหา ด้านรมว.คมนาคมสั่งทำแผนขนย้ายเที่ยวบินภายในประเทศจากสุวรรณภูมิ มาใช้ดอนเมือง ถ้าพร้อมอาจย้ายได้ทันรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ คาดใช้เวลาปรับปรุง 45-60 วัน ทั้งรันเวย์ ร้านค้า อุปกรณ์ ระบบบริภาคภาคพื้น ขณะที่ผู้บริหารการบินไทยขานรับกลับมาใช้ดอนเมือง เฉพาะไฟลท์ในประเทศ แต่ยกเว้นเที่ยวบิน เชียงใหม่-กรุงเทพฯ กระบี่-กรุงเทพฯ และภูเก็ต-กรุงเทพฯ ยังใช้สุวรรณภูมิตามเดิม เพราะผู้โดยสารต่างชาติต้องต่อเครื่องไปต่างประเทศ ยืนยันพร้อมแล้ว

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 ม.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาและติดตามการแก้ไขปัญหาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมี พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน รองปลัดกระทรวงกลาโหม และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นประธาน ใช้เวลาประชุมนาน 2 ชั่วโมง

พล.อ.อ.ธเรศ ปุณณะศรี ประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาและแก้ไขปัญหาการรักษาความสะอาด และสภาพแวดล้อมภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวถึงผลการลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพการใช้งานในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิว่า พบว่าประตูหนีไฟ ซึ่งเป็นแบบอัตโนมัติหลายจุดไม่สามารถใช้การได้ ต้องตัดกระแสไฟทิ้งถึงสามารถเปิดได้ แม้เจ้าหน้าที่จะใช้บัตรเปิด แต่ไม่สามารถเปิดได้ และโครงสร้างของบริเวณประตูทุกบานยังเป็นโลหะ หากเกิดไฟไหม้บานประตูจะเกิดความร้อนสูง ถือเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

ประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาและแก้ไขปัญหาการรักษาความสะอาด และสภาพแวดล้อมภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวต่อว่า ส่วนห้องสูบบุหรี่ยังมีเครื่องฟอกอากาศและดูดอากาศที่ไม่ทำงาน และมีหลายเครื่องที่ยังไม่ต่อสาย เพราะความเร่งรีบในการส่งมอบงาน นอกจากนี้ระบบพีซีแอร์ 400 เฮิร์ตซ ซึ่งเป็นระบบทำความเย็นภายในอาคารสนามบินยังเกิดปัญหาบางจุด ที่มีรอยเชื่อมต่อโครงหลังคายังมีความร้อนสูง ซึ่งจะเกิดปัญหาในช่วงหน้าร้อน ทั้งนี้คณะอนุกรรมาธิการฯจะเชิญเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคที่เกี่ยวข้องของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. มาชี้แจงเพื่อปรับปรุงแก้ไข

ด้านพล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ สนช. และประธานคณะอนุกรรมาธิการติดตามตรวจสอบสัญญาการก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวถึงการตรวจสอบสัญญาของบริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กรณีใช้สถานที่ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิว่า จากการตรวจสอบสัญญาพบว่าใช้สถานที่เกินกว่าที่กำหนดในสัญญา โดยในสัญญาใช้คำว่าไม่ต่ำกว่า 5,000 ตารางเมตร แต่บริษัท คิง เพาเวอร์ฯ กลับใช้พื้นที่สร้างร้านค้าปลอดอากร และคลังสินค้าของตัวเองสูงถึง 11,820 ตารางเมตร ส่วนสัญญาโครงการจัดกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ที่บริษัท คิง เพาเวอร์ฯ ได้รับอนุมัติคือ 20,000 ตารางเมตร แต่ในการใช้พื้นที่จริงกลับสูงถึง 37,600 ตารางเมตร และยังพบว่ามีการใช้พื้นที่เพิ่มเติมเพื่อทำ ซิตี้ การ์เด้น อีก 25,827.67 ตารางเมตร นอกจากนี้ยังพบว่าแก้ไขแบบจากเดิมเป็นทางเลื่อน แต่ปรับเป็นร้านค้าทั้งหมด เป็นเรื่องที่ทอท.ต้องตอบให้ได้

ส่วน พล.ร.อ.บรรณวิทย์ ให้สัมภาษณ์หลังประชุม ถึงมติของกระทรวงคมนาคมที่ให้ย้ายเที่ยวบินภายในประเทศบางสายการบินไปยังท่าอากาศยานกรุงเทพ หรือดอนเมือง ว่าเป็นไปตามข้อเสนอของมติที่ประชุมของคณะกรรมการบริหาร ทอท. เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ที่มีมติให้ย้ายเที่ยวบินภายในประเทศไปใช้ดอนเมือง เนื่องจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยังไม่มีการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ทำให้เกิดปัญหาระหว่างผู้โดยสารภายในประเทศ และผู้โดยสารต่างประเทศ การที่รัฐบาลชุดที่แล้วไปคุยว่า สามารถลดค่าก่อสร้างได้หลายพันล้านบาทนั้น เป็นเพราะสาเหตุไม่ยอมสร้างอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ เป็นการพูดความจริงไม่หมด

"ปัญหาเรื่องการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ คณะกรรมาธิการฯ กำลังเข้าไปรื้อดูสัญญาทั้งหมด เพื่อจะเอาผิดกับบริษัทผู้รับเหมา ที่สนามบินเพิ่งเปิดใช้ได้ 3-4 เดือน ยังอยู่ในช่วงการรับประกันที่บริษัทต้องรับผิดชอบ และจะดูว่าใครเป็นผู้ตรวจรับงาน ตรงนี้จะมีผลที่สุดในการที่จะลากเอาตัวคนผิดมาลงโทษ เท่าที่ดูข้อมูลการทุจริตในทุกโครงการ ล้วนสาวไปถึงตัวอดีตนายกฯ ทั้งหมด และผมเชื่อว่าจะสามารถเอาตัวคนผิดมาลงโทษได้ ภายในระยะเวลา 3 เดือนที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้รับมอบหมาย" พล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าว

พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รมว.คมนาคม กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมเปิดให้บริการเที่ยวบินในประเทศที่ท่าอากาศยานกรุงเทพว่า มอบหมายให้กรมการขนส่งทางอากาศ ไปหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำแผนรายละเอียดการย้ายเที่ยวบินภายในประเทศมาที่ท่าอากาศยานกรุงเทพ โดยแผนดังกล่าวจะต้องเป็นรูปธรรมชัดเจนว่าใครรับผิดชอบอะไร และต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง ในการย้ายท่าอากาศยานจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด ส่วนจะสามารถย้ายก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือไม่นั้น หากมีความพร้อมและสามารถย้ายได้ก่อนก็ดี เพราะช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีผู้โดยสารเป็นจำนวนมาก แต่หากย้ายไม่ทันก็ต้องดำเนินการตามแผน จะไม่เร่งรัด ในเบื้องต้นคาดว่าจะใช้เวลาเตรียมความพร้อมประมาณ 45 วัน รมว.คมนาคมกล่าวต่อว่า ส่วน ทอท.จะใช้อาคารระหว่างประเทศ หรืออาคารภายในประเทศ เพื่อเปิดใช้บริการ ก็เป็นสิทธิของทอท.ที่จะพิจารณาตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคมยังต้องรอการตัดสินใจของครม. ก่อนว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ หากครม.เห็นว่าไม่สมควรย้ายเที่ยวบินในประเทศ มาให้บริการที่ท่าอากาศยานกรุงเทพ ก็จะต้องปรับแก้ต่อไป โดยกระทรวงคมนาคมจะพยายามนำเรื่องเสนอให้ที่ประชุมครม.พิจารณาอนุมัติให้ทันในวันที่ 6 ก.พ.นี้

ด้านนายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ กล่าวว่าจะเสนอเรื่องขอย้ายเที่ยวบินในประเทศไปใช้ท่าอากาศยานกรุงเทพ ต่อที่ประชุมครม.เพื่อขอความเห็นชอบ ส่วนการเตรียมความพร้อมในการย้ายนั้น ขณะนี้คณะกรรมการ ทอท. สั่งให้ทอท.เร่งปรับปรุงพื้นผิวทางวิ่งที่ท่าอากาศยานกรุงเทพ จะใช้เวลาปรับปรุง 45 วัน นอกจากนี้ ทอท.ยังต้องจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อให้บริการผู้โดยสาร โดยจะต้องจัดหาร้านค้า ร้านอาหาร และจัดเตรียมระบบบริการภาคพื้น รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้สายการบินในประเทศ คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 45-60 วัน หลังจาก ครม.อนุมัติ ส่วนการจัดระบบด้านการบิน เมื่อเปิดใช้ท่าอากาศยาน 2 แห่งควบคู่กัน เชื่อว่าจะไม่มีปัญหา เพราะเป็นการแยกให้บริการเที่ยวบินในประเทศกับระหว่างประเทศ โดยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะใช้รหัส บีเคเค ขณะที่ท่าอากาศยานกรุงเทพจะใช้รหัส ดีเอ็มเค

นายต่อตระกูล ยมนาค คณะกรรมการ ทอท. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 29 ม.ค. คณะกรรมการกลางตรวจสอบสาเหตุแท็กซี่เวย์ รันเวย์ร้าวที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เข้าไปขุดเจาะหลุมแรกพื้นผิวรันเวย์ และแท็กซี่เวย์แล้ว โดยในวันที่ 30 ม.ค. เป็นการขุดเจาะเพิ่มเติม โดยจะเจาะจนถึงชั้นทรายล่างสุด และจะนำชั้นผิวทุกชั้นมาตรวจสอบ คาดว่าในสัปดาห์หน้าจะมีความคืบหน้าในเรื่องนี้ โดยในขณะนี้อยู่ระหว่างการหาผู้เชี่ยวชาญด้านยางมะตอย มาตรวจสอบชั้นยางมะตอย และในวันศุกร์ที่ 2 ก.พ. คณะกรรมการกลางตรวจสอบฯ จะประชุมร่วมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในเวลา 10.00 น. พร้อมทั้งจะนำสื่อมวลชนเข้าไปดูขั้นตอนการทำงานในการตรวจสอบพื้นผิวรันเวย์แท็กซี่เวย์ด้วย

ส่วน นายโชติศักดิ์ อาสภวิริยะ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.กล่าวว่า สั่งการให้ ร.อ.พินิจ สาหร่ายทอง ผอ.ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพ ทำแผนการใช้ประโยชน์จากสนามบินดอนเมือง โดยกำหนดให้นำมาเสนอก่อนวันที่ 6 ก.พ. เพราะต้องนำแผนเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการทอท. ก่อนจะเข้ารายการต่อที่ประชุมครม.ต่อไป ส่วนจะเป็นผู้ประกอบการรายเดิมที่เคยให้บริการภาคพื้นดินที่สนามบินดอนเมือง เช่น บริษัท ไทย แอร์พอร์ต เซอร์วิสเซส จำกัด หรือไม่ ขึ้นอยู่กับแผนการที่ผอ.ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพ จะเสนอมา สำหรับโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารเพิ่มเติม เพื่อรองรับการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารในอนาคต ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการทอท. และแผนการใช้ประโยชน์ของดอนเมือง ว่าสามารถรองรับผู้โดยสาร เพื่อแบ่งเบาภาระของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้มากน้อยแค่ไหน

ร.อ.พินิจ กล่าวว่า จะสามารถเปิดดำเนินการได้ทันทีภายหลังจากที่ครม.ได้รับทราบรายงานและเห็นชอบ สำหรับการซ่อมแซมพื้นที่ต่างๆ ในส่วนที่จะใช้เวลานานที่สุด คือบริเวณจุดทัชดาวน์ของรันเวย์ จะต้องตัดผิวลูกคลื่นและทำให้มีความเรียบ ใช้ระยะเวลาไม่เกิน 45 วัน จะสามารถดำเนินการไปพร้อมกับการปรับปรุงงานในส่วนอื่น สำหรับวงเงินงบประมาณที่ใช้ปรับปรุงทั้งสิ้น 33 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าซ่อมผิวรันเวย์ 16 ล้านบาท ในส่วนที่เหลือจะเป็นการจัดจ้างบุคลากรเพิ่มเติม ในเบื้องต้นจะว่าจ้างพนักงาน ทอท. 23 คน และลูกจ้างอีก 151 คน

ร.ท.อภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์ ถึงการย้ายเที่ยวบินภายในประเทศไปใช้ที่ท่าอากาศยานกรุงเทพว่า การบินไทยพร้อมอยู่แล้ว โดยจะมีเพียงเที่ยวบินในประเทศบางส่วน เช่น เชียงใหม่-กรุงเทพฯ กระบี่-กรุงเทพฯ และภูเก็ต-กรุงเทพฯ บางเที่ยวบินที่จะยังใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิต่อไป เพราะมีผู้โดยสารต่างชาติที่ต้องต่อเครื่องไปต่างประเทศ ขณะนี้ฝ่ายวางแผนของการบินไทยเริ่มเตรียมการแล้ว ว่าจะต้องขนย้ายอุปกรณ์อะไรกลับไปบ้าง เชื่อว่าจะมีค่าใช้จ่ายไม่มาก เพราะอุปกรณ์บางอย่าง เช่น ฝ่ายช่าง และอุปกรณ์สำนักงานบางส่วน ยังคงอยู่ที่ท่าอากาศยานกรุงเทพ

กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัทการบินไทยฯ กล่าวต่อว่า อย่างเร็วที่สุดคาดว่าการบินไทยจะใช้เวลาเตรียมการประมาณ 1 เดือน แต่ช่วงเวลาที่เหมาะสมน่าจะเป็นปลายเดือนมี.ค.นี้ เพราะปกติการบินไทยจะปรับเปลี่ยนตารางการบินทั่วโลกปีละ 2 ครั้ง โดยในช่วงปลายเดือนมี.ค.จะเปลี่ยนไปใช้ตารางบินสำหรับฤดูร้อน ซึ่งจะต้องประกาศตารางบินใหม่ไปทั่วโลกอยู่แล้ว หากการโยกย้ายล่าช้าออกไปอีก จะทำให้ต้องปรับเปลี่ยนตารางการบินหลายครั้ง และอาจขลุกขลักบ้าง ขณะเดียวกัน จะทำหนังสือถึงทอท. ขอใช้อาคารผู้โดยสารในประเทศเดิม ซึ่งออกแบบสำหรับให้บริการเที่ยวบินในประเทศอยู่แล้ว ผู้โดยสารเข้าไปเช็กอินเดินต่อไปอีกเพียงไม่กี่ก้าว ก็ขึ้นเครื่องบินได้ทันที อุปกรณ์ต่างๆ ก็มีพร้อมอยู่แล้ว ทอท.ไม่ต้องลงทุนเพิ่ม ถือว่าพร้อมที่สุด ส่วนสายการบินนกแอร์จะต้องย้ายด้วยหรือไม่ ต้องให้ผู้บริหารของนกแอร์พิจารณา แต่โดยส่วนตัวเห็นว่าควรจะย้ายเช่นกัน

วันเดียวกัน ที่โรงแรมเซ็นทรัลโซฟิเทล ลาดพร้าว นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ขณะนี้มีความพยายามจะโยงปัญหาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เกิดจากการทุจริตให้เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลเก่าและอดีตนายกฯ จากการพูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ ฝากให้ชี้แจงว่า พ.ต.ท.ทักษิณสนับสนุนการตรวจสอบอย่างเต็มที่ เพื่อหาผู้รับผิดชอบ ไม่ว่าผลตรวจสอบจะพบว่ามีคนในรัฐบาลที่ผ่านมา ก็ต้องว่าไปตามนั้น ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ขอให้ว่าไปตามจริงอย่ากลั่นแกล้ง และไม่อยากให้นำเอาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มาเป็นตัวทำลายกลุ่มอำนาจเก่าการเมือง หรืออดีตนายกฯ ที่ออกมาพูดไม่ได้หมายความว่า อดีตนายกฯ และรัฐบาลที่ผ่านมาจะไม่รับผิดชอบ แต่อยากให้แยกแยะพิจารณาตามส่วนหน้าที่ความรับผิดชอบ เพราะท่าอากาศยานแห่งนี้สร้างมาหลายรัฐบาล

ที่มา:ข่าวสด(31ม.ค50)

ข่าวสายการบิน | เว็ปบอร์ด | Gallery | Dutyfree Shop | ติดต่อทีมงาน
มาเป็นเพื่อนบ้าน HFlight.net | ติดต่อลงโฆษณา

Copyright (C) 2004. Kosin Yeambunya. All rights reserved.

Hflight.net