วุ่นไม่รู้จบสุวรรณภูมิ ประปารั่วกระจกตึกมีรอยร้าว
แฉอีกสนามบินสุวรรณภูมิมีปัญหาหลายจุดนอกจากรันเวย์-แท็กซี่เวย์ที่ร้าวแล้ว อาคารสินค้าเขตปลอดอากรที่ไม่มีการถมทรายในชั้นรากฐาน และการก่อสร้างหลังคาที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจพังลงมาได้ทุกเวลา และอาคารผู้โดยสารหลังเกิดทรุดจนกระจกบางส่วนเริ่มแตกร้าวแล้ว "อลงกรณ์ พลบุตร" จี้ตรวจสอบโดยด่วน พร้อมเสนอย้ายการบินในประเทศไปอยู่ดอนเมืองเพื่อลดความคับคั่ง ส่วนที่สุวรรณภูมิยังวุ่นไม่เลิกท่อประปาแตกอีก น้ำทะลักเข้าอาคารและห้องควบคุมไฟฟ้า ผอ.สุวรรณภูมิอ้างแค่ท่อในห้องน้ำแตกเท่านั้น แต่ให้ตรวจละเอียดว่าจะมีปัญหาในจุดอื่นๆ อีกหรือไม่
เมื่อวันที่ 27 ม.ค. นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบการทุจริต กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบพบปัญหาจากการทุจริตในสนามบินสุวรรณภูมิเพิ่มเติม ภายหลังพบปัญหาแท็กซี่เวย์และรันเวย์ร้าวหลายจุดก่อนหน้านี้ ว่า จากการตรวจสอบพบจุดอันตรายในสนามบินเพิ่มเติมอีก 2 จุด คือ 1.อาคารสินค้าเขตปลอดอากรที่ไม่มีการถมทรายในชั้นรากฐาน และการก่อสร้างหลังคาที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจพังลงมาได้ทุกเวลา และ 2.อาคารผู้โดยสารหลักอาจเกิดการทรุดตัวของอาคาร โดยพบว่ากระจกด้านริมอาคารเริ่มที่จะปริแตก ซึ่งทางท่าอากาศยานไทย(ทอท.)ควรเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้โดยเร็ว ซึ่งทอท.สามารถตรวจสอบข้อมูลการก่อสร้างกับบริษัทที่ปรึกษาการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ หรือบริษัทพีเอ็มซี ก็จะทราบถึงปัญหาที่รัฐบาลชุดที่แล้วหมกเม็ดไว้ จึงเห็นว่ากระทรวงคมนาคมจะต้องเร่งตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของสนามบินสุวรรณภูมิให้เสร็จสิ้นภายในเดือนมีนาคมนี้ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อการเป็นศูนย์กลางการบินของเอเชียได้
"ปัญหารันเวย์และแท็กซี่เวย์ทรุด พรรคได้เคยเสนอให้รัฐบาลที่แล้วได้พิจารณาแก้ไขก่อนการเปิดใช้สนามบินในเดือนกันยายนปี 2549 แต่กลับไม่ได้รับความสนใจ ดังนั้นรัฐบาลปัจจุบันจะต้องให้คณะตรวจสอบการกระทำอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) ดำเนินการเอาผิดกับอดีตนายกฯและประธานคณะกรรมาธิการบริหารการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ(กทภ.) รวมไปถึงรัฐมนตรีคมนาคมทุกคน นับตั้งแต่รัฐบาลทักษิณหนึ่งและสองเข้ามาบริหารประเทศ เพราะถือว่ามีส่วนร่วมในการสร้างความเสียหายแก่รัฐโดยตรง" นายอลงกรณ์ กล่าว
นายอลงกรณ์ กล่าวด้วยว่า กระทรวงคมนาคมสมควรกำหนดวันที่จะเปิดใช้สนามบินดอนเมืองในเดือนเมษายนนี้ และสมควรย้ายเที่ยวบินภายในประเทศแบบ Point to point และสายการบินต้นทุนต่ำกลับไปทั้งหมด เพื่อเป็นการลดภาระของสนามบินสุวรรณภูมิในการรองรับผู้โดยสารกว่า 9 ล้านคนต่อปี นอกจากนี้ทางทอท.ยังสามารถที่จะนำยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาที่พรรคประชาธิปัตย์เคยเสนอแนะไปก่อนหน้านี้มาพิจารณาปรับใช้โดยไม่ต้องปิดการใช้งานสนามบินทั้งหมดได้อีกด้วย
เมื่อเวลา 11.00 น. วันเดียวกันท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ระดมพนักงานรักษาความสะอาดกว่า 20 คน พร้อมอุปกรณ์ทำความสะอาดและเครื่องดูดฝุ่นขนาดใหญ่ มาเก็บกวาดน้ำที่ทะลักท่วมภายในอาคารผู้โดยสาร ชั้น 2 เนื่องจากข้อต่อท่อน้ำประปาที่ติดตั้งอยู่บริเวณชั้น 3 ของอาคารได้หลุดร่วงลงทำให้ท่อน้ำขาดและน้ำทะลักออกมา บางส่วนไหลท่วมห้องควบคุมระบบไฟฟ้า ท่อร้อยสายไฟ รวมทั้งห้องปฏิบัติการของศุลกากร สร้างความตกตะลึงให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการสนามบินจำนวนมาก
นายสมชัย สวัสดีผล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่าเป็นเพียงท่อในห้องน้ำบริเวณด้านทิศตะวันออกของอาคารผู้โดยสารแตกเท่านั้น ทำให้น้ำไหลนองบริเวณหน้าห้องศุลกากร ซึ่งเป็นที่เก็บกระเป๋า ส่วนเรื่องความเสียหายขณะนี้กำลังให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอยู่ โดยในเบื้องต้นจะตรวจสอบว่าน้ำที่ไหลลงมาบริเวณห้องแอร์และห้องศุลกากรนั้น สร้างปัญหาให้กับตัวอาคารหรือไม่ อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นได้ดำเนินการปิดวาล์วเเละทำการซ่อมเเซมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้ ได้เกิดอุบัติเหตุบริเวณเสาตอม่อ โครงการแอร์พอร์ตลิ้งก์ ซึ่งเป็นโครงเหล็กล้มทับคนงานของ บริษัท ซิโนไทย เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อ คือนายรุ่งชัย มุ่งพูนกลาง อายุ 18 ปี และบาดเจ็บ 4 คน โดยเกิดจากรถบรรทุก 6 ล้อไปเกี่ยวลวดสะลิงยึดโครงเหล็กขาด จึงเสียสมดุลและล้มลง
นายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ (ขอ.) กล่าวถึงใบอนุญาตทำการบินชั่วคราว (Interim Aerodrome Certificate) ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่หมดอายุไปแล้วว่า จะไม่ส่งผลกระทบกับการทำการบินของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในขณะนี้ เนื่องจากใบอนุญาตดังกล่าว ไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่าท่าอากาศยานจะทำการบินได้หรือไม่ โดยปกติท่าอากาศยานนานาชาติแห่งอื่น เช่นท่าอากาศยานกรุงเทพ (ดอนเมือง) ท่าอากาศยานหาดใหญ่ รวมถึงท่าอากาศยานแห่งอื่นๆ ทั่วโลก ก็ไม่ได้มีใบอนุญาต ทั้งชั่วคราว และถาวร ที่เรียกว่า Aerodrome Certificate เช่นกัน แต่ก็สามารถทำการบินได้ตามปกติ
ส่วนสาเหตุที่ขอ. ยังไม่ออกใบอนุญาตทั้งชั่วคราวและถาวรให้สนามบินสุวรรณภูมิ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ กล่าวว่า เนื่องจากยังมีปัญหาการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่หลายส่วนในสนามบิน ตามคู่มือที่เรียกว่า Aerodrome Operation Manual ขององค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organisation) หรือ ICAO ยังไม่มีความสัมพันธ์กัน โดยหลังจากนี้จึงถือว่าอยู่ในขั้นตอนของการปรับปรุงเพื่อรอกระบวนการทางกฎหมาย
"สำหรับการออกใบอนุญาตชั่วคราวหรือถาวรในอนาคต จะเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย และระเบียบการบินใหม่ ซึ่งต้องมีการออกใบอนุญาต โดยการแก้ไขพระราชบัญญัติขนส่งทางอากาศ ให้การทำการบินระหว่างประเทศ สนามบินจะต้องมีใบอนุญาตที่เรียกว่า Aerodrome Certificate รับรอง โดยการแก้ไขกฎหมายในขณะนี้อยู่ระหว่างการแก้ไขกฎกระทรวง ซึ่งได้มีการเสนอร่างให้สำนักงานกฤษฎีกาพิจารณา คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2-3 เดือนข้างหน้า" นายชัยศักดิ์ กล่าว
ที่มา:ข่าวสด(28ม.ค50)