HFlight รีวิวสายการบิน โรงแรม จองโรงแรมทั่วโลก - หน้าแรก
- กลับหน้าแรก -
หน้าแรก | จองโรงแรมที่พัก | ข่าวการบิน | Webboard | สายการบิน | กิน-เที่ยว-เดินทาง | รีวิวโรงแรม | คู่มือเที่ยวเมืองนอก | ลงโฆษณา

  
 

« ปธ.สอบทุจริตสุวรรณภูมิ พบรอยร้าวแท็กซี่เวย์ 7หมื่นตรารางเมตร | Main | วสท.ออกโรงแนะ อย่าปิดสุวรรณภูมิ »

'ชลิต'ตอกย้ำขอคืนดอนเมือง


"ชลิต พุกผาสุก" ลั่นขอคืนพื้นที่ 1 ใน 3 ฝั่งตะวันออกดอนเมืองผุดโรงเก็บเครื่องบินทอ. พ่วงอาคารในประเทศและคลังสินค้า สร้างศูนย์ซ่อมอากาศยานขนาดใหญ่รองรับการขยายธุรกิจของ TAI ที่จะร่วมทุนกับแอร์ฟรานซ์ ด้าน"บิ๊กคมนาคม"ยังไม่ฟันธงย้ายดอนเมืองเผยแค่ฟังข้อมูล ขณะที่ แอร์ไลน์ประสานเสียงย้ายเฉพาะเที่ยวบินในประเทศเท่านั้น


ความคืบหน้ากรณีการกลับมาใช้สนามบินดอนเมือง ภายหลังสนามบินสุวรรณภูมิมีปัญหาความแออัดและต้องซ่อมแซมในบางจุดนั้นยังไม่เป็นที่ยุติ


ล่าสุดพล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ทอ.) เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ในขณะนี้ทอ.อยู่ระหว่างเจรจากับบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)หรือทอท. เพื่อขอพื้นที่ส่วนหนึ่งของสนามบินดอนเมืองคืน 1 ใน 3 ของฝั่งตะวันออก(ด้านหลังรันเวย์) เพื่อนำมาใช้สร้างโรงเก็บเครื่องบินของกองทัพอากาศ เช่น เฮลิคอปเตอร์ รวมทั้งยังแจ้งไปยังกระทรวงคมนาคาเพื่อขอใช้ประโยชน์อาคารผู้โดยสารภายในประเทศและคลังสินค้า เพื่อรองรับการขยายธุรกิจศูนย์ซ่อมอากาศยาน ของบริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด ( TAI) ที่จะใช้เป็นโรงเก็บและศูนย์ซ่อมใหญ่


" ขณะนี้ดอนเมืองไม่ได้เปิดใช้งานในเชิง พาณิชย์แล้ว และตามสัญญาที่ได้ตกลงกันไว้ในอดีต ทอ.มีสิทธิขอพื้นที่คืนได้ " ผบ.ทอ.กล่าว และว่า


ในส่วนของแผนการดำเนินงานของ TAI ไม่เพียงแต่จะซ่อมเครื่องบินของภาครัฐ และเครื่องบินทหารทั้ง 3 เหล่าทัพเท่านั้น ปัจจุบันยังรับซ่อมเครื่องบินพาณิชย์ได้ด้วย เช่นเครื่องบินของพีบีแอร์ และยังมีแผนจะร่วมทุนกับ บริษัท แอร์ฟรานซ์ เทคนิค จำกัด ของประเทศฝรั่งเศส ในการพัฒนาขีดความสามารถในการซ่อมเครื่องบินพาณิชย์ขนาดใหญ่ด้วย จึงจำเป็นต้องมีพื้นที่สำหรับสร้างโรงเก็บและโรงซ่อมและตามแผนจะทำให้บริษัทมีรายได้เพิ่มมากขึ้นจากปัจจุบันที่มีกำไรกว่า 150 ล้านบาท


ด้าน พล.อ.ท.วิโรจน์ ระภาพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทอุตสาหกรรมการบิน จำกัด หรือ TAI กล่าวถึงแผยการร่วมทุน กับบริษัทแอร์ฟรานซ์ ฯว่าเป็นสิ่งที่ทั้ง 2 ฝ่ายได้หารือร่วมกันอยู่ เบื้องต้นได้ทำงานใกล้ชิดกันมาในระดับหนึ่งแล้วโดยแอร์ฟรานซ์ฯ เช่าช่างของ TAI ในการซ่อมเครื่องบินโบอิ้ง 737-300 ในไทยหรือประเทศใกล้เคียง


"นับเป็นจุดเริ่มต้นของการร่วมลงทุน ซึ่งTAI มีสถานที่ มีช่าง ส่วนแอร์ฟรานซ์ฯ มีโนฮาว เทคนิค และอุปกรณ์ ซึ่งสามารถร่วมกันทำงานได้ แต่ในขณะนี้ต้องรอเรื่องการขอพื้นที่ส่วนหนึ่งในสนามบินดอนเมืองคืนมาก่อน เพื่อสร้างความมั่นใจกับทั้งสองฝ่ายและเราต้องแสดงให้แอร์ฟรานซ์ฯเห็นว่าจะมีพื้นที่สำหรับสร้างโรงเก็บและซ่อมรองรับการขยายธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง


ปัจจุบันTAI เช่าศูนย์ซ่อมอากาศยานของทอ.ทั้งหมด 3 แห่ง คือ กองซ่อมอากาศยาน 1 กองบิน 4 อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ,ส่วนซ่อมอากาศยาน โรงเรียนการบิน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม และส่วนซ่อมอากาศยานขนาดเล็ก ฝูงบิน 604 กองบัญชาการยุทธทางอากาศ ดอนเมือง แค่ซ่อมเครื่องหน่วยงานของรัฐก็ใช้งานจนเต็มพื้นที่แล้ว ดังนั้นการร่วมลงทุนกับแอร์ฟรานซ์ฯจึงมีส่วนสำคัญต่อการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์นิคมซ่อมอากาศยาน แต่ต้องมีคำตอบที่ชัดเจนในเรื่องของพื้นที่ก่อน หากติดปัญหานี้และไม่สามารถร่วมลงทุนกันได้ เชื่อว่าแอร์ฟรานซ์ฯคงจะไปลงทุนที่เวียดนามแทน "


พล.อ.ท.วิโรจน์ ยังกล่าวอีกว่า นอกจากนี้TAI ยังมีแผนลงทุนในปีนี้อีกกว่า 125 ล้านบาท ในการดำเนินงาน 14 โครงการ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของบริษัท และรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต ส่วนแผนงานด้านการตลาดได้จัดทำโครงการFalcon Star ซึ่งเป็นการซ่อมเครื่องของทอ.ในระยะที่สอง จะดำเนินการแล้วเสร็จในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยปีนี้ตั้งเป้าว่าจะได้รับงานซ่อมเครื่องบินมูลค่ารวมกว่า 1,500-2,000 ล้านบาท หลังจาก 3 ปีที่ผ่านมารับงานซ่อมเครื่องบินมูลค่ารวมกว่า 7,000 ล้านบาท


ด้าน พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุม


ร่วมกับสายการบินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรณีการใช้ประโยชน์สนามบินดอนเมืองว่า ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน เป็นเพียงการมารับทราบปัญหาของแต่ละสายการบิน และจะนำข้อเสนอต่าง ๆ ของแต่ละหน่วยงานมาหารือร่วมกับรัฐมนตรีช่วยและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องอีกครั้งและต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ดอนเมืองเปล่าประโยชน์


สำหรับข้อเสนอของสายการบินนั้น ที่ประชุมมีความคิดเห็นไม่สอดคล้องกัน มีทั้งที่


เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในการย้ายการบริการกลับมาที่ดอนเมือง การพิจารณาเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนจะต้องพิจารณาในทุก ๆ ด้านที่เกี่ยวข้อง ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ ซึ่งจะต้องประชุมภายในกันอีก 1-2 ครั้งเพื่อให้ได้ข้อยุติ คาดว่าจะได้ข้อสรุป ภายใน 2-3 สัปดาห์นี้ และจะเสนอต่อครม.พิจารณาต่อไป


ด้านแหล่งข่าวระดับสูงจากผู้ประกอบการธุรกิจการบิน เผยหลังการประชุมกับ รมว.คมนาคมว่า ประชุมเพียงการรับฟังข้อมูลของสายการบิน เพื่อใช้ในการตัดสินใจ ซึ่งมีฝ่ายบริหารของหลายสายการบินเข้าร่วมประชุม อาทิ การบินไทย นกแอร์ และวันทูโก โดย โอเรียนท์ไทยแอร์ไลน์ส ได้แสดงความคิดเห็นว่าสมควรย้ายเฉพาะเที่ยวบินในประเทศกลับสนามบินดอนเมือง


"หากไปกำหนดว่าเป็นเที่ยวบินแบบพ้อยท์ทูพ้อยท์หรือโลว์คอสต์ แอร์ไลน์ส จะทำให้เกิดความวุ่นวายและจะเกิดความขัดแย้งกับสายการบินระหว่างประเทศมาก ส่วนปัญหาเรื่องความไม่สะดวกในการต่อเครื่องก็ไม่ได้เป็นปัญหา เพราะสายการบินต่างๆไม่ได้ย้ายเที่ยวบินในประเทศมาดอนเมืองทั้งหมด เพียงแต่แบ่งเที่ยวบิน เพื่อให้บริการจัดการเหมาะสมได้โดยไม่ได้กระทบการต่อเครื่องของผู้โดยสาร


สนามบินเดิมของประเทศต่าง ๆ ก็จะใช้วิธีนี้ เช่น ญี่ปุ่น สนามบินเดิมคือฮาเนดะ พอหลังสนามบินนาริตะ ก็ปรับฮาเนดะ มารองรับเที่ยวบินในประเทศและชาร์เตอร์ไฟล์ต ประเทศเกาหลีก็เช่นกัน พอเปิดสนามบินอินชอน พอปรับสนามบินเดิมอย่างคิมโป เป็นเที่ยวบินในประเทศและชาร์เตอร์ไฟล์ต มีเพียงไทยแอร์เอเชีย เท่านั้น ที่เสนอว่าควรกำหนดให้ดอนเมืองเป็นสนามบินโลว์คอสต์ หรือหากรัฐไม่มีนโยบายย้ายโลว์คอสต์กลับ ควรจะมองถึงการสร้างโลว์คอสต์ เทอร์มินัล ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อรองรับการเติบโตของผู้โดยสารของสายการบินต้นทุนต่ำ"แหล่งข่าวกล่าวในที่สุด

ที่มา:หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ (21 ม.ค. - 24 ม.ค. 2550)

ข่าวสายการบิน | เว็ปบอร์ด | Gallery | Dutyfree Shop | ติดต่อทีมงาน
มาเป็นเพื่อนบ้าน HFlight.net | ติดต่อลงโฆษณา

Copyright (C) 2004. Kosin Yeambunya. All rights reserved.

Hflight.net