“การบินไทย”วอน กมธ.คมนาคม ผลักดันทวงคืน“สายการบินแห่งชาติ”
คณะกรรมาธิการการคมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)นำโดย พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ประธานคณะกรรมาธิการฯพร้อมคณะได้เดินทางไปศึกษาดูงานพร้อมรับฟังการบรรยายสรุปการดำเนินงานของ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน)ที่ อาคารสำนักงานท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ(อาคารฯ OPC )ทั้งนี้ได้มีร.ท.อภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวย การใหญ่ บริษัท การบินไทยจำกัด(มหาชน)ได้เป็นผู้รายงานและบรรยายสรุปการดำเนินการของบริษัท การบินไทยฯซึ่งจากนั้นคณะกรรมาธิการคมนาคมได้มีการประชุม
นายประพันธ์ คูณมี สมาชิก สนช.ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการคมนาคม กล่าวภายหลังประชุมว่าทางคณะกรรมาธิการได้รับฟังการรายงายผลประกอบการและสถานะการเงินของการบินไทย สิ่งสำคัญทางกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทยฯได้รายงานถึงปัญหาและอุปสรรคสำคัญของการบินไทย 2 เรื่องคือ 1.ปัญหาหลังมีการแปรรูปบริษัท การบินไทย ที่เปิดให้เอกชนเข้ามาถือหุ้นนั้นปรากฏว่าได้มีสัดส่วนของต่างชาติ เข้ามาถือหุ้นถึงร้อยละ 20.75 และพบว่ามีประชาชนคนไทยถือหุ้นอีกร้อยละ22 ที่เหลือร้อยละ 56 กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้น 2.รัฐบาลที่แล้วได้มีการเปิดสิทธิการบินให้กับ 2 สายการต่างชาติคือสิงคโปร์แอร์ไลน์ กับอามิเรตแอร์ไลน์ในการขนคนจากประเทศไทยไปประเทศที่ 3 การได้สิทธิการบิน ที่เป็นสมบัติของชาติและเป็นทรัพยากรทางอากาศที่สำคัญ เท่ากับเป็นการเอาสมบัติชาติไปเอื้อต่างชาติได้ประโยชน์
ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯกล่าวด้วยว่ายังได้มีการตั้งข้อสังเกตว่าในกรณีการแปรรูปแล้วเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาถือหุ้นในการบินไทย เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงถือว่า มีการเปิดช่องให้เข้ามาใช้ทรัพย์สมบัติสายการบินแห่งชาติไปเอื้อประโยชน์กับต่างชาติซึ่งในสัดส่วนของคนไทยที่ถือหุ้นร้อยละ22 อาจมีคนไทยเป็นนอมมินีของต่างชาติก็ได้ จึงอยากขอให้นำสายการบินแห่งชาติกลับคืนมาเป็นของคนไทย เพราะก่อนหน้านี้การบินไทยได้มีการสั่งซื้อเครื่องบินโดยสารแอร์บัส ขนาด300 และ 800 คนจากสิงคโปร์ แต่หลังได้ให้สิทธิการบินกับต่างชาติทำให้สายการบินสิงคโปร์สั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัสเพิ่ม 18 หรือ 19 ลำ อาจเป็นเหตุผลที่ส่งให้การบินไทยล่าช้าและส่งผลให้ศักยภาพของคู่แข่งสูงกว่าการบินไทยเป็นสิ่งที่น่ากลัวอย่างมาก
นายประพันธ์กล่าวอีกว่า คณะกรรมาธิการฯล้วนสนับสนุนกับความกล้าหาญของกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท การบินไทยฯที่กล้าพูดความจริงเพื่อให้มีการทวงการบินไทยหลังมีการแปรรูปให้กลับมาเป็นสายการบินแห่งชาติไทย ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯมีมติให้มีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการร่วมระหว่างการบินไทยกับคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาแก้ปัญหาที่สายการบินไทย เสียเปรียบในเรื่องนี้ หากสามารถทวงสิทธิกลับมาเป็นสายการบินแห่งชาติแล้วจะได้มีการปรับราคาโดยสารและการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น
นอกจากนี้ตนได้เสนอต่อที่ประชุมให้มีการเปลี่ยนชื่อบริษัท”คิงส์ พาวเวอร์”เนื่องจากเป็นชื่อที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะเหมือนแปลความหมายแล้ว ที่ผ่านมาได้สร้างความเข้าใจผิดแก่คนต่างชาติอย่างมากรวมทั้งมีการเอาเปรียบการท่าอากาศยานมาตลอดในการยื่นประมูลหรือทำสัญญาต่างๆซึ่งสร้างความเดือด ร้อนและความไม่พอใจแก่สาธารณะ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมาธิการจะได้มีการเชิญทางบริษัท คิงส์พาวเวอร์เข้ามาชี้แจรวมทั้งจะได้ตรวจสอบว่าชื่อดังกล่าวได้ผ่านการอนุญาตตั้งชื่อได้อย่างไรต่อไป
ที่มา: แนวหน้า (22 ธ.ค. 49)