ตุนที่สุวรรณภูมิหนาว รัฐขีดวง10,000ไร่ ห้ามทำบ้านพักอาศัย
พิษเสียงเครื่องบินรอบสุวรรณภูมิยังแก้ไม่ตก เมื่อชาวบ้านยังประสานเสียงโวยให้บ. ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือทอท.รีบจ่ายชดเชยด่วน ก่อนจะวิกลจริตไปทั้งบาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านที่อยู่ในแนวเส้นเสียงระดับ NEF30 ขึ้นไป จนถึงเกิน NEF 40 นั้น ชาวบ้านเขายืนยันมาว่า ยังไง ๆ ก็ทนอยู่ต่อไม่ได้แล้ว
ยังจะมีปัญหาสำหรับนักพัฒนาที่ดินหรือผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่ซื้อที่ดินตุนในย่านใกล้เคียง ที่หวังลุ้นขึ้นโครงการเพื่อรีบขายชาวบ้านที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เข้ามาซื้อไปแล้วมีปัญหาภายหลังให้แก้กันไม่ตกอีก
ล่าสุด ดร.สุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ โดดเป็นหัวหอกคนสำคัญ ระดมสมององค์กรที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงคมนาคม บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท. กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมขนส่งทางอากาศ เป็นต้น ร่วมกันแก้ปัญหาระยะยาว โดยมีข้อสรุปว่า จะประกาศควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดินย่านสนามบินสุวรรณภูมิ โดยห้ามสร้างอาคารประเภทที่อยู่อาศัยทุกประเภท ในรัศมีแนวเส้นเสียงซึ่งเป็นจุดขึ้น-ลง ช่วงหัว(ด้านเหนือ) ท้าย(ด้านใต้) สนามบิน ระหว่างNEF 30-NEF เกินกว่า 40 ทุกกรณี เว้นแต่โกดัง คลังสินค้า ที่จอดรถ ฯลฯ ซึ่งประเมินคร่าว ๆ ว่า จะครอบคลุมพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 10,000 ไร่
เขตดังกล่าวจะมีฐานความกว้างขนานไปกับตัวสนามบิน กว้าง 4 กิโลเมตร และเป็นแนวยาวเป็นรูประฆังคว่ำขึ้นไปทางทิศเหนือของตัวสนามบิน ผ่านกลุ่มหมู่บ้านเคหะนคร 2 หมู่บ้านร่มสุขวิลล่า 4 ฯลฯ ไปสิ้นสุดปลายทางที่ถนนสุวิทวงศ์ รัศมี 10 กิโลเมตร
ด้านใต้ก็เช่นกัน มีฐานกว้างขนานสนามบิน 4 กิโลเมตร และต่อออกไปเป็นรูประฆังคว่ำ รัศมี 10 กิโลเมตร ผ่านหมู่บ้านกรีนวัลย์ ไปสิ้นสุดระยะทางที่ถนนเทพารักษ์ ส่วนด้านข้าง ซ้าย-ขวาของสนามบิน อาทิ ด้านถนนกิ่งแก้ว ฯลฯ ทั้งสองข้างทอท.จะมีการขยายเฟสการพัฒนาสนามบินออกไป คาดว่ารัศมีที่ต้องกันไว้เพื่อห้ามพัฒนา น่าจะไม่เกิน 1-2 กิโลเมตรโดยประมาณ เพราะด้านข้างสนามบินไม่ค่อยมีผลกระทบด้านเสียงที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ มีตัวเลือกใช้เครื่องมือ 3 ตัวเลือก คือ 1. ใช้พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ด้วยการออกกฎกระทรวงควบคุมรายละเอียดเพิ่มเติมจากกฎกระทรวงเดิมที่มีอยู่แล้ว 2. ใช้อำนาจของพ.ร.บ.คุ้มครองและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม มาตรา 45 ออกประกาศเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม หรือ 3. ใช้อำนาจของพ.ร.บ.คุ้มครองคุณภาพและสิ่งแวดล้อม มาตรา 9 ใช้อำนาจนายกรัฐมนตรี ออกประกาศเป็นเขตภัยพิบัติที่ต้องมีกฎหมายคุ้มครองเร่งด่วน
"ต้องรีบออกมาตรการควบคุมที่ดินบริเวณแนวเส้นเสียงอย่างเร่งด่วน เพราะเกรงว่าจะมีชาวบ้านตลอดจนเอกชนเข้าไปใช้ประโยชน์ที่ดินมากขึ้นโดยเฉพาะที่อยู่อาศัยและมีผลกระทบตามมา จนต้องเรียกค่าชดเชยเพิ่มอีก ส่วนชาวบ้านที่ทนเสียงดังไม่ได้ ก็ทำเรื่องเสนอขายบ้านมาได้เลย ไม่จำเป็นว่าจะต้องอยู่ในแนวเส้นเสียงระดับNEF เกินกว่า 40 แล้ว " อธิบดีกรมควบคุมมลพิษกล่าวทิ้งท้าย
ฟังอย่างนี้ชาวบ้านรอบสนามบินอาจโล่งอก แต่ที่อกสั่นขวัญแขวนอยู่ในขณะนี้คือ นักค้า นักเก็งกำไร นั้นเอง!!!
ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ (17 ธ.ค. 49)