HFlight รีวิวสายการบิน โรงแรม จองโรงแรมทั่วโลก - หน้าแรก
- กลับหน้าแรก -
หน้าแรก | จองโรงแรมที่พัก | ข่าวการบิน | Webboard | สายการบิน | กิน-เที่ยว-เดินทาง | รีวิวโรงแรม | คู่มือเที่ยวเมืองนอก | ลงโฆษณา

  
 

« November 2006 | Main | January 2007 »

December 31, 2006

3เดือนสุวรรณภูมิ ไร้อนาคต"ฮับ"การบิน

จากวันที่ 28 ก.ย.49 ถึงปัจจุบัน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดทำการมานาน 3 เดือนแล้ว ภายใต้การบริหารของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ถือเป็นของขวัญอีกชิ้นหนึ่งของคนไทยที่รอคอยกันมานานแสนนานกว่า 40 ปี

สนามบินแห่งนี้ถูกคาดหวังให้เป็นประตูสู่เอเชีย เป็นศูนย์กลางทางการบินในภูมิภาค (ฮับ) และยิ่งใหญ่ไม่แพ้สนามบินแห่งใดในโลก

ประกอบกับได้คาดการณ์การเจริญเติบโตของผู้โดยสารในอนาคตว่ามีผู้โดยสารเข้าออก กว่า 45 ล้านคนต่อปี จากเดิมที่ท่าอากาศยานกรุงเทพหรือดอนเมืองรองรับได้ 38 ล้านคนต่อปี

เฉพาะในส่วนของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โดย นายวัลลภ พุกกะณะสุต รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) คาดการณ์ว่า จำนวนผู้โดยสารในปี"50 จะโตขึ้น 5-6% จากเดิมในปี"49 เพิ่มขึ้นเพียง 2-3% ขณะที่อัตราความสามารถในการบรรทุกผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้น 4%

นายพาที สารสิน กรรมการผู้จัดการบริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด ให้ความเห็นว่า ธุรกิจการบินในปี"50 นั้นจะขยายตัวมากขึ้นแม้ว่าในประเทศจะยังมีปัญหาด้านการเมือง แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจดังกล่าวเพราะปัจจุบันประชาชนเห็นความจำเป็นของการเดินทางโดยเครื่องบินมากยิ่งขึ้น เพราะได้รับความสะดวกสบายและราคาค่าตั๋วก็ไม่สูงนัก

อย่างไรก็ตาม การเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมินั้นเห็นว่ายังมีข้อบกพร่องคือระบบการขนส่งมวลชนยังไม่พร้อม ทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกและค่าใช้จ่ายของสายการบินต่างๆ ก็สูงขึ้น จึงเห็นว่าควรจะแยกสายการบินในประเทศให้ขึ้นลงที่สนามบินดอนเมืองเหมือนเดิม


นายอุดม ตันติประสงค์ชัย ประธานกรรมการสายการบินวันทูโก แสดงความคิดเห็นว่า ถ้าจะให้คะแนนสุวรรณภูมิตอนนี้ติดลบในทุกด้าน เสียดายเวลา เสียดายงบประมาณที่ลงทุนไปเป็นแสนล้าน เวลาที่ก่อสร้างกว่า 40 ปี แต่เรากลับทำได้แค่นี้ ประตูด่านแรกของประเทศ แต่ไม่ได้ทำให้เกิดความประทับใจเลย ทั้งๆ ที่ประเทศเราได้เปรียบในแง่ของการเป็นศูนย์กลางการบินมากกว่าประเทศเพื่อนบ้านใกล้คียง แต่หากยังปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไป สิงคโปร์ มาเลเซีย จะกลายเป็นศูนย์กลางทางการบินแทน

นอกจากนั้น ยังเห็นว่าภาครัฐควรอนุมัติให้สายการบินในประเทศทุกแห่งกลับมาใช้สนามบินดอนเมืองได้อีกครั้ง ซึ่งจะทำให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกในการเดินทาง ที่สำคัญทำให้ ทอท.ประหยัดงบประมาณในการก่อสร้างอาคารสำหรับผู้โดยสารสายการบินโลว์ คอสต์ ที่ใช้งบฯกว่า 1,000 ล้านบาท

ย้อนไปวันเปิดใช้สนามบินเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางเสียงคัดค้านของหลายฝ่ายก่อนหน้านั้น เพราะการก่อสร้างทั้งในและนอกอาคารผู้โดยสารยังไม่แล้วเสร็จ

แม้จะมีการทดสอบความพร้อมในทุกด้านทั้งการขึ้นลงของเครื่องบิน ความพร้อมของระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าและสัมภาระ การเช็กอินตั๋วโดยสาร เป็นต้น และผู้บริหารของท่าอากาศยานก็ยืนยันหนักแน่นว่าพร้อม 100% มั่นใจว่าการเปิดใช้จะไร้ปัญหา

แต่นับตั้งแต่วันเปิดใช้ความโกลาหลเกิดขึ้นแทบทุกส่วนบริการ เช่น ระบบเช็กอินตั๋วโดยสารบางเคาน์เตอร์ของบางสายการบินไม่มีพนักงานมาให้บริการ ผู้โดยสารได้รับกระเป๋าล่าช้าเฉลี่ยนานไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง และมีอีกไม่น้อยที่รอไม่ไหวจนต้องสละกระเป๋าสัมภาระและแจ้งเคลมภายหลัง เพราะหากรอต่อไปอาจตกเครื่อง ฯลฯ


ปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ทำให้เครื่องบินดีเลย์เฉลี่ยไม่ต่ำกว่าชั่วโมง ท้ายสุดต้องให้ทหารมาช่วยลำเลียงกระเป๋าเข้าสายพาน และต้องเพิ่มจำนวนวิทยุติดตามตัว เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีช่องทางติดต่อกันได้ ทำให้ปัญหาดังกล่าวคลี่คลายได้อย่างหวุดหวิด

นอกจากนี้ร้านค้าจำหน่ายสินค้าปลอดภาษีที่งอกขึ้นหนาตาจนบดบังป้ายบอกทาง บางจุดก็ขวางทางสัญจรผู้โดยสาร รวมถึงตัวหนังสือบอกตารางการบินก็เล็ก ผู้โดยสารจะต้องเดินเข้าไปเพ่งมองใกล้ๆ

รวมถึงการที่กำหนดให้ไม่มีการประกาศแจ้งเตือนผู้โดยสาร เพราะอ้างว่าเป็นหลักการของสนามบินสากลที่มีความทันสมัย ทำให้ผู้โดยสารจำนวนไม่น้อยต้องเสียเวลาเดินหาประตูขึ้นเครื่อง และยิ่งเสียเวลากับป้ายบอกทางที่มีลูกศรชี้ทางที่สับสน

ส่วนปัญหาที่มองข้ามไม่ได้คือ ห้องน้ำไม่เพียงพอกับจำนวนของผู้โดยสาร แถมที่มีอยู่ก็อยู่ในสภาพที่ไม่เรียบร้อย สกปรก และออกแบบมาไม่เหมาะสม

นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวถึงความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในสนามบินสุวรรณภูมิออกมาเป็นระยะๆ ซึ่งทางผู้บริหารของทอท. และเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าอาจเป็นเพียงข่าวลือ เพราะไม่เคยมีผู้เสียหายมาแจ้งความดำเนินคดี

มีปัญหามลพิษทางเสียงที่เกิดขึ้นจากการขึ้นลงของเครื่องบิน ซึ่งประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงสนามบิน ได้รับความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า

ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ทอท.และฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีการแก้ไขปัญหาบางอย่างให้ลุล่วง บางเรื่องก็บรรเทาเบาบางลง

แต่บางปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข หาก ทอท.ยังเพิกเฉย ก็มีความเป็นไปได้สูงว่า สนามบินสุวรรณภูมิ จะไม่เหลือความภาคภูมิใจให้ได้เห็นอีกต่อไป

วันนี้ ผู้บริหารควรหันมายอมรับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นเสียทีว่าการเป็นศูนย์กลางทางการบินของเอเชีย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีปริมาณการขึ้นลงของเครื่องบิน ผู้โดยสารที่คับคั่ง หรือความใหญ่โตโอ่อ่า ของสนามบินเท่านั้น

เพราะจะมีประโยชน์อะไร หากสนามบินที่มีคุณสมบัติเหล่านี้ อย่างสุวรรณภูมิ แต่กลับไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อสนองความต้องการของเจ้าหน้าที่ และผู้ปฏิบัติงานที่สนามบิน รวมทั้งผู้โดยสารซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของสนามบินอย่างแท้จริง เมื่อมีการทักท้วงเพื่อให้มีการแก้ไข แต่กลับได้ข้ออ้างแบบข้างๆ คูๆ ว่า เป็นการออกแบบตามหลักของสนามบินสากลทั่วโลก

เมื่ออ้างกันอย่างนี้ ป้ายบอกทางก็ยังสร้างความสับสนให้กับผู้โดยสารต่อไป ป้ายบอกตารางการบินก็ยังเล็กเหมือนเดิม และอาจรวมถึงการมีพื้นที่เชิงพาณิชย์เต็มพรึ่บ จนทำให้ผู้โดยสารไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางภายในอาคาร

จนมีคนกล่าวว่าสนามบินแห่งนี้เป็นห้างสรรพสินค้า ที่เดินทางมาขึ้นเครื่องบินได้

ทั้งหมดนี้ สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพการบริหารงานของผู้บริหารทอท. ที่ไม่มีประสบการณ์ในการบริหารสนามบิน

ปีหน้าฟ้าใหม่ หวังว่าสนามบินสุวรรณภูมิจะมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น สมกับเป็นสนามบินแห่งความภาคภูมิใจของคนไทยทั่วประเทศ

ไม่ได้เป็นเพียงสนามบินถูกใช้เป็นแหล่งแสวงหาผลประโยชน์ของคนไม่กี่กลุ่ม อย่างที่เป็นอยู่

ที่มา: ข่าวสด (31 ธ.ค. 49)

December 28, 2006

ไวน์เฟิร์สทคลาสการบินไทยมีกลิ่น

ประกวดราคาผ่าน11รายจิ้มแค่5 บริษัทขู่ฟ้องศาลหลังเสียหายยับ

การสอบราคาจัดซื้อไวน์การบินไทยไม่ชอบมาพากล คัดเลือกได้ 11 ราย แต่ออกใบสั่งซื้อให้ 5 ราย ล้วนเป็นเจ้าเก่าแทบทั้งสิ้น ส่วน 6 รายที่เหลือ งง! ถูกเขี่ยทิ้งแบบไร้เหตุผลทั้งที่เสนอราคาต่ำแบบสุดสุด เหลืออดเตรียมรวมหัวฟ้องศาลหลังเสียหายรายละนับสิบล้าน

แหล่งข่าวจากผู้เข้าร่วมสอบราคาการจัดซื้อไวน์ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การเปิดสอบราคาจัดซื้อไวน์เพื่อบริการผู้โดยสารชั้นธุรกิจและชั้นเฟิร์สทคลาสของการบินไทย เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2549 ถึงเดือนธันวาคม 2550 เกิดความไม่ชอบมาพากล ทำให้ผู้เข้าร่วมสอบราคาไม่ได้รับความเป็นธรรมเกิดความเสียหาย เนื่องจากการบินไทยได้เลือกออกใบสั่งซื้อให้กับผู้ผ่านการคัดเลือกเพียง 5 บริษัท ทั้งที่มีผู้ผ่านการคัดเลือกทั้งหมดถึง 11 ราย โดยมีหนังสือยืนยันจากการบินไทยเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2549 ว่า ได้รับข้อเสนอแล้ว แต่ทั้ง 6 รายก็ไม่ได้รับใบสั่งซื้อ ทั้งที่เสนอไวน์คุณภาพดีราคาต่ำกว่าราคากลางของการบินไทยทั้งสิ้น บางรายราคาต่ำกว่าราคากลางของการบินไทยมาก เช่น เสนอราคาส่งให้ลังละ 148 ยูโร ในขณะที่ราคาตามท้องตลาดทั่วไปจำหน่ายลังละ 5,554 ยูโร

แหล่งข่าวกล่าวว่า บริษัทที่ไม่ได้รับใบสั่งซื้อพยายามสอบถามเหตุผลจากเจ้าหน้าที่การบินไทยที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ก็ได้รับคำตอบว่ามีปัญหาบางประการ ไม่สามารถแจ้งให้ทราบได้ และไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าจะออกใบสั่งซื้อให้กับทั้ง 6 รายเมื่อใด จนขณะนี้เวลาล่วงเลยไปกว่า 3 เดือนแล้ว ก็ยังไม่ได้รับใบสั่งซื้อจากการบินไทย อาจทำให้เกิดความเสียหายกับผู้เข้าร่วมสอบราคารายละไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทได้ เนื่องจากได้ไปเซ็นสัญญาสั่งซื้อไวน์จากผู้ผลิตต่างประเทศและวางเงินมัดจำเรียบร้อยแล้ว หากทางบริษัทไม่สั่งซื้อกับผู้ผลิตได้ตามเวลา ทางผู้ผลิตจะปรับราคาจำหน่ายขึ้น เนื่องจากไวน์เป็นสินค้าที่ยิ่งมีอายุนาน ราคาก็จะปรับขึ้นไป และหากการบินไทยยังประวิงเวลาต่อไปโดยไม่ออกใบสั่งซื้อและไม่แจ้งเหตุผลให้ทางผู้เข้าร่วมสอบราคาทราบ มีแนวโน้มว่าการบินไทยก็จะเสนอให้มีการสั่งซื้อด้วยวิธีพิเศษจากรายเก่าที่จำหน่ายไวน์ให้การบินไทย ในขณะที่ผ่านมามีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากว่ามีความไม่ชอบมาพากลในเรื่องนี้มานาน

แหล่งข่าวกล่าวว่า นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2549 บริษัทผู้จำหน่ายไวน์ในฝรั่งเศสได้แจ้งมายังผู้เข้าร่วมสอบราคา 1 ใน 6 บริษัทว่า ได้มีบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากการบินไทยมาติดต่อซื้อไวน์ โดยแจ้งว่าจะนำไปจำหน่ายให้การบินไทย และยังได้แจ้งชื่อไวน์ ชนิด และจำนวนเดียวกันกับที่บริษัทที่ผ่านการสอบราคาได้จ่ายค่าวางมัดจำสินค้าไว้ให้กับบริษัทผู้จำหน่ายไวน์ของฝรั่งเศสรายนั้นด้วย เหตุการณ์ดังกล่าวหากมิได้เป็นการแอบอ้างถือว่าทำให้การบินไทยเสียหาย และเป็นการเสียมารยาททางการค้า

"เมื่อวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่การบินไทยได้เรียกทั้ง 6 ราย ไปชี้แจงข้อมูล เจ้าหน้าที่การบินไทยก็ได้กล่าวขอโทษและแจ้งว่าจะไปรายงานผู้บริหาร แต่จนถึงขณะนี้เรื่องก็ยังเงียบ ทำให้เกรงว่าจะเกิดความเสียหายอย่างหนักกับทั้ง 6 ราย จึงหารือกันว่าจะนำเรื่องไปฟ้องศาลเพื่อขอความเป็นธรรม"

ที่มา: มติชน (28 ธ.ค. 49)

ซ่อมใหญ่ "สุวรรณภูมิ" ทอท.ยันเสร็จกลางปีหน้า

นายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณภูมิ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ ในฐานะประธานคณะทำงานแก้ไขปัญหาผู้โดยสาร พนักงาน และประชาชนในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่าแผนการปรับปรุงปัญหาต่าง ๆ ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้น ทุกโครงการจะทยอยปรับปรุงให้แล้วเสร็จในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2550 โดยยืนยันว่า ในการปรับปรุงยังไม่มีความจำเป็นต้องปิดการให้บริการที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และย้ายกลับไปใช้ที่ท่าอากาศยานกรุงเทพ (ดอนเมือง)ซึ่งการปรับปรุงพื้นที่และจุดต่าง ๆ ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้กับท่าอากาศยานภูมิภาคที่ กรมการขนส่งทางอากาศ ก็เคยปรับปรุง โดยไม่ต้องปิดการใช้งานโดยก่อนหน้านี้พบว่ามีสิ่งที่ต้องปรับปรุง 14 ด้าน จำนวน 61 เรื่อง อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ กล่าวถึงการปรับปรุงประตูเข้าออกอาคารผู้โดยสารที่ชำรุดจำนวน 26 บานนั้น จะให้ใช้ประตูทางเข้า-ออกด้านข้างแทนแ ละไม่ได้ปิดซ่อมทั้งหมด 26 บาน แต่จะทยอยทำไปจนเสร็จ

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้เปิดใช้เชิงพาณิชย์ไม่ถึง3เดือน นายบุญฤทธิ์ เสาวพฤกษ์ ผู้ว่าการ สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.)กล่าวว่า หลังจากที่ พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รมว.คมนาคม ได้ให้นโยบาย สบพ. เร่งจัดทำแผนในการใช้ประโยชน์ท่าอากาศยานกรุงเทพ โดยกำหนดเป้าหมายเพื่อให้ท่าอากาศยานกรุงเทพ มีรายได้มาชดเชยรายจ่ายแต่ละปีได้ ดังนั้น สบพ. จะนำแผนการใช้ประโยชน์ท่าอากาศยานกรุงเทพ ที่เคยศึกษาไว้แล้วกว่า 2 ปี มาเร่งรัดดำเนินงาน ซึ่งทำให้ภาพการใช้ประโยชน์ที่ท่าอากาศยานกรุงเทพ ได้ข้อสรุป และสามารถนำมาเริ่มดำเนินการได้ทันที

โดยแผนดำเนินการแบ่งเป็น 2 ส่วน เริ่มจากการใช้พื้นที่ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน จะมีการนำพื้นที่ทางด้านใต้รันเวย์ท่าอากาศยานกรุงเทพ จัดทำศูนย์ซ่อมขนาดใหญ่ ซึ่งหากกระทรวงคมนาคม เห็นชอบ จะใช้วงเงินอยู่ประมาณ 600-700 ล้านบาท จะได้ศูนย์ซ่อมที่ค่อนข้างมีความสมบูรณ์

ที่มา:แนวหน้า (28 ธ.ค. 49)

December 27, 2006

"ชัยศักดิ์"ยันปรับปรุงสุวรรณภูมิไม่ต้องปิดให้บริการ

นายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณภูมิ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ ในฐานะประธานคณะทำงานแก้ไขปัญหาผู้โดยสาร พนักงาน และประชาชนในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่าหลังคณะทำงานฯ สรุปถึงแผนการปรับปรุงปัญหาต่าง ๆ ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและพบว่ามีสิ่งที่ต้องปรับปรุง 14 ด้าน จำนวน 61 เรื่อง ทุกโครงการจะทยอยปรับปรุงให้แล้วเสร็จในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2550 โดยยืนยันว่าการปรับปรุงยังไม่มีความจำเป็นต้องปิดการให้บริการที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และย้ายกลับไปใช้ที่ท่าอากาศยานกรุงเทพ การปรับปรุงพื้นที่และจุดต่าง ๆ ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้กับท่าอากาศยานภูมิภาคที่กรมการขนส่งทางอากาศก็เคยปรับปรุง โดยไม่ต้องปิดการใช้งาน "การปิดปรับปรุง จะเห็นได้ในหลายท่าอากาศยานหรือศูนย์การค้า เมื่อมีการปรับปรุงก็จะปิดพื้นที่เป็นส่วน ๆ ซ่อมเสร็จก็เปิด ก็เหมือนกับที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแล้วย้ายไปท่าอากาศยานกรุงเทพเลย ถ้าอย่างนั้นจะเป็นเรื่องใหญ่" นายชัยศักดิ์ กล่าว

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ (27 ธ.ค. 49)

ควักค่าโง่ซ่อมสุวรรณภูมิ ต้องแก้ไข70จุดประตูยันห้องน้ำ1,500ล้าน บอร์ดทอท.กุมขมับพบเปลี่ยนแบบกันมั่ว กรรมาธิการฯตั้ง7ชุดตามคุ้ยมหกรรมโกง

มีการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาผู้โดยสาร พนักงาน และประชาชนของบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท .ซึ่งประกอบไปด้วยวิศวกร ผู้ออกแบบ ผู้ควบคุมงานในการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ฝ่ายการช่างทอท.เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม

หลังแล้วเสร็จการประชุม หนนี้ นายยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ กรรมการ ทอท. ในฐานะคณะทำงานชุดดังกล่าว เปิดเผยว่าขณะนี้ได้รวบรวมปัญหาได้ถึง 60-70 ข้อด้วยกัน คาดว่าจะใช้งบ ประมาณในการปรับปรุง 1,500 ล้านบาท อาทิ ห้องน้ำ ประตูทางเข้าออกสนามบินทางเดินสะพานเชื่อมระหว่างอาคารผู้โดยสารกับอาคารจอดรถ ระบบความเย็น เป็นต้น ซึงจะทยอยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ จนถึงเดือน พฤษภาคม 2550

ทั้งนี้ได้ขอแบบโครงการก่อสร้างทางสถาปัตยกรรม และโครงสร้างอาคาร จากบริษัท ผู้รับเหมา(ITO) จาก บริษัท คิงเพาเวอร์ จำกัด และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการรวบรวมแบบ เนื่องจากแบบก่อสร้างยังไม่ควบ เพราะขั้นตอนกพารก่อสร้างมีการแก้ไขแบบมาโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม สำหรับประตูหมุนจำนวน 26 บาน ที่ผู้โดยสารเข็นรถไปชนประตูแตกจำนวน 17 บาน เห็นควรว่าอาจจะให้มีการเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดเป็นประตูบานเลื่อน

ด้านนายอารีย์พงษ์ ภู่ชะอุ่ม กรรมการ ทอท. กล่าวว่า การแก้ไขด้านโครงสร้างพื้นฐานของสนามบินสุวรรณภูมิ ต้องใช้ระยะเวลาในการแก้ไขปรับปรุงพอสมควร แต่อย่างไรก็ตาม ยังมี บริการหลายอย่างที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ก่อน และไม่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้น ฐานในสนามบิน เช่น การปรับปรุงอาคารลานจอดรถ ระบบเซ็กอิน และอุปกรณ์ในการบ ริการ โดยเป็นการระบายให้ผู้ที่มาใช้บริการถายในสนามบินสามารถเดินทางเข้า-ออก ได้สะดวกขึ้น เพื่อเป็นการลดสภาวะ การลำคาญใจแก่ผู้โดยสาร เพื่อให้การไหลหมุน นเวียนของคนดีขึ้น
พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รมว. คมนาคม กล่าวว่า ตนได้กำชับให้บอร์ด ทอท.ไปหาทางออกเกี่ยวกับสนามบินสุวรรณภูมิ ให้ดีที่สุด และไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสาร

นายต่อตระกูล ยมนาค บอร์ด ทอท.กล่าวว่า ขณะนี้ทอท.กำลังรอหนังสือจากคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ(คตส.)ที่ชี้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตร,นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรมว.คมนาคม กับพวก22 คนทุจริต ในโครงการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องตรวจวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ 9000 ของสนามบินสุวรรณภุมิ เพื่อจะได้ประชุมต่อไป

ซึ่งเรื่องนี้มีแนวทางปฎิบัติคือ ทอท.หรือกระทรวงคมนาคม จะร้องทุกข์กล่าวโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรกับพวก ต่อพนักงานสอบสวน และยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.)เพิ่มเติม เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

บ่ายวันเดียวกันที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาของสนามบินหนองงูเห่า ของสมาชิกสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สนช.)

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองโฆษกคณะกรรมาธิการฯแถลงว่า ที่ประชุมได้ตั้งอนุกรรมาธิการไปตรวจสอบเพิ่มเติม ประกอบด้วย

1.คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาสัญญาการดำเนินงานของบริษัทคิงเพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยมีพล.อ.ปฐมพงษ์ เกสรศุกร์ เป็นประธาน ,
2.คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัญหาการดำเนินงานของโรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมีนายภารเดช พยัฆวิเชียร เป็นประธาน,
3.คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัญหารถรับจ้างขนส่งผู้โดยสาร (แท็กซี่) โดยมีพล.อ.เพิ่มศักดิ์ พวงสาโรจน์ เป็นประธาน
4.คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัญหาด้านการรักษาความปลอดภัย โดยมีพล.ร.ท.พะจุณณ์ ตามประทีป เป็นประธาน,
5.คณะอนุกรรมธิการพิจารณาปัญหาทางด้านการรักษาความสะอาดและปัญหาสิ่งแวดล้อม (ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ ) โดยมีนายวินัย สะมะอุน เป็นประธาน ,
6.คณะอนุกรรมธิการพิจารณาปัญหาทางด้านการรักษาความสะอาดและปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมลพิษทางเสียง (ภายนอกสนามบินสุวรรณภูมิ ) โดยมีพล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี เป็นประธาน และ
7.คณะอนุกรรมาธิกาพิจาณาตรวจสอบสัญญาก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ และสัญญาอื่นที่เกี่ยวข้อง

โดยมีนายประพันธ์ คุณมี เป็นประธาน นายยุทธพงศ์กล่าวต่อว่า คณะอนุกรรมการชุดต่างๆพร้อมทำงานทันที และเท่าที่ดูรายชื่อ ผู้มานั่งเป็นประธานแล้วจะเห็นว่าทุกท่านทุ่มเทการตรวจสอบอย่างจริงจัง ทำให้ผมมั่นใจว่าจะนำเรื่องใหญ่ๆออกมานำเสนอสู่สาธารณะชนได้อย่างแน่นอน"นายยุทธพงศ์ กล่าว และว่า คณะอนุกรรมาธิการฯทุกชุดจะใช้เวลาในการพิจาณาศึกษาปัญหาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ม.ค.50 อย่างไรก็ตามถ้ากมธ.ตรวจสอบพบปัญหาเร่งด่วนก็จะรายงานต่อพล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งการเรียน ประธานกมธ.ฯเพื่อแจ้งต่อ พล.อ.สะพรั่ง กัลยาณมิตร ประธานบอร์ดทอท.ได้รับทราบทันที นอกจากนี้ที่ประชุมได้มีมติเรียกนายอดิเทพ นาคะวิสุทธิ์ อดีตรองกรรมการผู้จัดการ ทอท. ได้เข้ามาชี้แจงถึงความไม่โปร่งใสเกี่ยวกับการทำสัญญาต่าง ๆ เพื่อให้ที่ประชุมได้รับทราบต่อไป

ที่มา:แนวหน้า (27 ธ.ค. 49)

เรียกหาแบบสุวรรณภูมิ คาดควัก1.5พันล.แก้ไข

โพสต์ทูเดย์ — “ยอดเยี่ยม” เรียกหาแบบก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิทั้งหมด คาดใช้เงินกว่า 1.5 พันล้านแก้ไขปัญหาการให้บริการ

นายยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ คณะ กรรมการบริหาร บริษัท ท่าอากาศยานไทย หรือบอร์ด ทอท. เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการทำงานแก้ไขปัญหาผู้โดยสาร พนักงาน และประชาชนว่า ทางคณะกรรมการได้เรียกแบบการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิมาตรวจสอบ ว่าการก่อสร้างนั้นมีแบบจริงหรือไม่ ซึ่งในที่ประชุมมีผู้รับเหมาชี้แจงว่า มีแบบด้านสถาปัตยกรรมและโครงสร้าง ส่วนงานระบบที่เกี่ยวข้อง อาทิ ไฟฟ้า ประปา ฯลฯ ยังไม่มี และรับปากว่าจะพร้อม ส่งข้อมูลให้ภายในวันที่ 31 มกราคม 2550 ทั้งนี้ สาเหตุที่ ทอท.ยังไม่ได้แบบการก่อสร้าง ส่วนหนึ่งเพราะยังไม่ได้ตรวจ รับงาน และยังไม่มีการจ่ายค่างวด ดังนั้น ผู้รับเหมาจึงมีสิทธิไม่ส่งแบบก่อสร้างให้


รายละเอียดเกี่ยวกับแบบการก่อสร้างทั้งหมดจะแยกออกมาเป็นส่วนๆ คือ แบบจากผู้รับเหมา หรือไอทีโอ ซึ่งส่งมาแล้วแต่ยังไม่ครบ, แบบของบริษัท การบินไทย กรณีที่เข้าไปใช้พื้นที่ภายในสนามบิน รวมทั้งแบบของบริษัท คิง เพาเวอร์ ในส่วนของร้านค้าต่างๆ ขณะนี้ยังไม่มีแบบก่อสร้างดังกล่าวแต่อย่างใด นอกเหนือจากนี้ก็จะต้องมีแบบของระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อีกจำนวนมาก เช่น ระบบโทรศัพท์ ระบบสื่อสารภายใน ฯลฯ ซึ่งทำให้เป็นที่หนักใจในการทำงาน


“ในเมื่อเรามีแบบไม่ครบ เราก็ไม่อยากลูบหน้าปะจมูก เช่น ปวดท้องแล้วกิน ยาพาราเซตามอล แต่จริงๆ อาจปวดท้องเพราะไส้ติ่งก็ได้ ” นายยอดเยี่ยม กล่าว


อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินงานต่อไปอาจมีบางส่วนในสนามบินที่จะต้องปิด บางส่วนบางช่วงเพื่อปรับปรุง อย่างน้อย 20-70 ตารางเมตร (ตร.ม.) ซึ่งจะต้องบริหารจัดการไม่ให้กระทบกับผู้ใช้บริการภายในสนามบินสุวรรณภูมิ


ทั้งนี้ หลักการแก้ไขจะต้องคำนึงถึงปัจจัยหลัก 3 ประการ คือ 1.มีคนเข้ามาทำหรือไม่ 2.มีเงินที่จะมาแก้ไขหรือไม่ และ 3.มีการจัดการแต่ละส่วนอย่างไร ซึ่งหากเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง ผู้รับเหมา จะต้องดำเนินการจัดการอยู่แล้ว


คาดว่าจะต้องใช้เงินในการปรับปรุงเพื่อแก้ไขปัญหาให้เป็นไปตามแบบอีก 1.5 พันล้านบาท ซึ่งอาจให้ ทอท.จ่ายไปก่อน แล้วไปไล่เบี้ยเอากับผู้รับเหมาที่มีปัญหาภายหลัง ทั้งนี้เพื่อความรวดเร็วในการอำนวยความสะดวก


ที่มา:โพสต์ทูเดย์ (27 ธ.ค. 49)

December 26, 2006

ชี้ต้องทุ่มอีก1.5พันล้านแก้ปัญหาแบบสุวรรณภูมิ

คณะทำงานแก้ปัญหาสนามบินสุวรรณภูมิ คาดต้องใช้เงิน 1.5 พันล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาที่พบเบื้องต้นกว่า 60 ปัญหา ด้านเอ็มเจทีเอยันออกแบบทุกอย่างตามเงื่อนไขทีโออาร์ รับออกแบบห้องน้ำไม่เหมาะกับการใช้งาน


พลอากาศตรีปรีชัย หาญเจนลักษณ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กองทัพอากาศ ในฐานะคณะทำงานแก้ไขปัญหาของผู้โดยสาร พนักงาน และประชาชนบริเวณภายในและโดยรอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับกลุ่มเมอร์ฟี่ย์ จาห์น แทมส์ แอ็คหรือเอ็มเจทีเอ และกลุ่มไอทีโอ จอยท์เวนเจอร์ วานนี้(26ธ.ค.) ว่า คณะทำงานฯได้สอบถามความเป็นมาและการแก้ไขแบบก่อสร้างอาคารผู้โดยสารและอาคารเทียบเครื่องบิน ทั้งนี้ กลุ่มเอ็มเจทีเอ ชี้แจงว่าการออกแบบเป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักการ ขณะที่กลุ่มไอทีโอฯยืนยันว่าการก่อสร้างต่างๆเป็นไปตามรายละเอียดแบบก่อสร้าง ซึ่งคณะทำงานฯต้องใช้เวลาในการตรวจสอบและหาแนวทางแก้ไขต่อไป

"ปัญหาห้องน้ำในท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้น เอ็มเจทีเอชี้แจงว่าออกแบบไว้ในจำนวนที่เพียงพอต่อความต้องการ แต่ข้อเท็จจริงคือในจุดที่มีการใช้งานมาก จะมีห้องน้ำน้อย แต่ในจุดที่ไม่ค่อยมีการใช้งาน กลับมีห้องน้ำมาก เรื่องนี้เป็นความผิดของผู้ออกแบบ คณะทำงานฯจะตรวจสอบต่อไปว่าสิ่งที่ออกแบบมานั้น มีใครอนุมัติปรับเปลี่ยนการใช้พื้นที่หรือไม่"พลอากาศตรีปรีชัย กล่าว

ส่วนการหาผู้ตัวรับผิดชอบหรือผู้ก่อปัญหานั้น คณะทำงานแก้ไขปัญหาทุจริตและประพฤติมิชอบในการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งมีนายคัมภีร์ แก้วเจริญ กรรมการทอท.เป็นประธาน จะเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบต่อไป หากเป็นการก่อปัญหาโดยพฤติกรรมทุจริต ก็ต้องหาตัวผู้รับผิดชอบมาดำเนินการต่อไป นายยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ กรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. หนึ่งในคณะทำงานฯ กล่าวว่า ในเบื้องต้นพบว่ามีปัญหาด้านอาคารที่ต้องได้รับการแก้ไข จำนวน 61 ปัญหา โดยคาดว่าต้องใช้เงินประมาณ 1.5 พันล้านบาท ในการปรับปรุงแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ส่วนใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายนั้น ต้องพิจารณาที่สาเหตุของปัญหา สำหรับปัญหาที่พบในเบื้องต้น 61 ปัญหานั้น คณะทำงานได้กำหนดกรอบเวลาในการแก้ไขด้วย เช่น ปัญหาห้องน้ำไม่เพียงพอและสกปรก จะแล้วเสร็จเดือนเมษายน 2550 ปัญหาประตูหมุนซึ่งไม่สะดวกในการใช้งานจะแล้วเสร็จเดือนมกราคม 2550 ปัญหาพื้นที่รอรับผู้โดยสารขาเข้าไม่เพียงพอและปัญหาระบบปรับอากาศ จะแล้วเสร็จเดือนกุมภาพันธ์ 2550

ส่วนปัญหาปัญหาความยาวของระบบไฟฟ้า 400Hz ที่ต่อจากภาคพื้นไปยังเครื่องบินสั้นเกินไป ซึ่งสันนิษฐานว่าอาจมาจากหลายสาเหตุ เช่น ความผิดพลาดในขั้นตอนการออกแบบ หรือสายไฟที่ติดตั้งอาจไม่ได้มาตรฐาน แต่สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการคือแก้ไขสายไฟและอุปกรณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้อง ปัญหาทางวิ่งชำรุด และปัญหาเครื่องบินบางรุ่นไม่สามารถจอดเทียบงวงช้างได้ คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือนกุมภาพันธ์ 2550 นายวันชัย วิมุกตายน กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอ็ค คอนซัลแทนส์ หนึ่งในกลุ่มเอ็มเจทีเอ กล่าวว่า แบบก่อสร้างอาคารผู้โดยสารและอาคารเทียบเครื่องบิน ได้ออกแบบมาเป็นเวลานานแล้ว แต่รายละเอียดต่างๆเป็นไปตามเงื่อนไขทีโออาร์ ส่วนการปรับปรุงแก้ไขแบบก่อสร้างนั้น ได้ผ่านการอนุมัติอย่างถูกต้องตามขั้นตอน "ผมยืนยันว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องห้องน้ำหรือแสงสว่างภายในอาคาร ทุกสิ่งออกแบบมาตามเงื่อนไขทีโออาร์ทุกอย่าง ส่วนระบบปรับอากาศ เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา แต่การที่ความเย็นไม่ทั่วถึงในช่วงนี้ คงต้องรอให้มีการบาลานซ์น้ำเย็นก่อน ซึ่งบางจุดอาจมีการใช้น้ำน้อย เมื่อน้ำถูกส่งกลับไปจึงเกิดปัญหา"นายวันชัย กล่าว

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ (26 ธ.ค. 49)

ต่อตระกูล แฉแบบก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิผิดปกติ

นายต่อตระกูล ยมนาค กรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เดินทางไปที่กระทรวงคมนาคม เมื่อเวลา 14.30น.ของวันนี้ เพื่อเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน กรณีการตรวจสอบสัญญาต่าง ๆ ระหว่าง ทอท.ที่ทำกับผู้รับเหมาโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หลังการตรวจสอบพบว่าแบบการก่อสร้างในขณะนี้มีการออกแบบผิดไปจากฉบับเดิมอย่างมาก โดยก่อนแถลงข่าวจะมีการเรียกผู้รับเหมาที่เกี่ยวข้อง บริษัทที่ปรึกษา และบริษัทผู้ออกแบบ มาหารือร่วมกัน

ก่อนหน้าการเดินทางไปที่กระทรวงคมนาคม นายต่อตระกูล เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ทอท. ยังไม่ได้มีการหารือถึงแนวทางที่จะต้องดำเนินการกล่าวโทษ กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีกับพวก หลังคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) มีมติชี้มูลความผิดและให้ดำเนินคดีทางอาญา การทุจริตโครงการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ 9000 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพราะต้องรอข้อมูลสำนวนชี้มูลความผิดจาก คตส. อย่างเป็นทางการก่อน


“ทอท.คงจะต้องฟ้องดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ และนายสุริยะ รวมถึงอาจจะต้องส่งเรื่องฟ้องไปที่ ป.ป.ช. ในฐานะที่เป็นคดีความในการกล่าวโทษกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สำหรับบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องอีก 20 คน อาจจะให้กระทรวงคมนาคมเป็นผู้ดำเนินการกล่าวโทษแทน ทอท. แต่จะต้องขอหารือกับฝ่ายกฎหมายของบริษัทฯ ก่อน และขอหารือกับที่ประชุมคณะกรรมการ ทอท.ก่อน” นายต่อตระกูล กล่าว

ที่มา: โพสต์ทูเดย์ (26 ธ.ค. 49)

กมธ.วิสามัญสุวรรณภูมิ ตั้งอนุฯ 7 คณะสางปัญหา

วันนี้ (26 ธ.ค.) ที่รัฐสภา นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแก้ไขปัญหาสนามบินสุวรรณภูมิ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แถลงผลการประชุมคณะกรรมาธิการฯ ว่า ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งอนุกรรมาธิการ 7 คณะ คือ 1.คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาสัญญาการดำเนินงานของบริษัทคิงเพาเวอร์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยมีพล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ สนช.เป็นประธาน 2.คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัญหาการดำเนินงานของโรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีนายภราเดช พยัฆวิเชียร สนช.เป็นประธาน 3.คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัญหาด้านการรักษาความปลอดภัย มีพล.อ.เพิ่มศักดิ์ พวงสาโรจน์ สนช.เป็นประธาน

4.คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัญหาด้านการรักษาความปลอดภัยมี พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สนช.เป็นประธาน 5.คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาปัญหาด้านการรักษาความสะอาดและปัญหาสิ่งแวดล้อมภายในสนามบินสุวรรณภูมิ มีนายวินัย สะมะอุน สนช.เป็นประธาน 6.คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัญหาด้านการรักษาความสะอาดและปัญหาสิ่งแวดล้อมภายนอกสนามบินสุวรรณภูมิ มีพล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี สนช.เป็นประธาน และ7.คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาตรวจสอบสัญญาก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิและสัญญาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มีนายประพันธ์ คูณมี สนช.เป็นประธาน


ที่มา: มติชนออนไลน์ (26 ธ.ค. 49)

December 25, 2006

ธีระปฎิเสธงดใช้สุวรรณภูมิหันใช้ดอนเมืองชั่วคราว


พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เดินทางตรวจเยี่ยมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยกล่าวว่า กรณีมีกระแสข่าวระบุว่า จะมีการปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิบางส่วน และกลับไปเปิดทำการบินเชิงพาณิชย์ที่ท่าอากาศยานกรุงเทพ นั้น ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง หรืออาจเกิดจากการเข้าใจผิด

ขอยืนยันว่า ประเด็นดังกล่าวน่าจะมาจากการที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จะมีการปิดปรับปรุงพื้นที่บางจุดที่ยังมีความไม่สมบูรณ์เท่านั้น และกระทรวงคมนาคม ขอยืนยันว่า หลังจากที่มีการเปิดให้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รัฐบาลไม่มีนโยบายที่จะย้ายกลับไปใช้ที่ท่าอากาศยานกรุงเทพอีกครั้ง

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ (25 ธ.ค. 49)

เช็คบิลรถเข็นสุวรรณภูมิ

นายยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ กรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยถึงกรณีที่รถเข็นกระเป๋าที่ใช้งานในสนามบินสุวรรณภูมิ เกิดการชำรุดหลังใช้งาน ได้เพียง 2 เดือน ว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบและวิเคราะห์ว่า ชำรุดหนักหรือไม่ แต่จะเกิดจาก ตัวรถที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือทุจริตตั้งแต่ขั้นตอนการจัดซื้อจัดหา โดยลดสเป็กของตัวรถซึ่งต้องตรวจสอบสัญญาการซื้อขายอย่างละเอียด

"ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนตรวจสอบและแก้ไข 3 ประเด็น คือ 1. คุณภาพของรถเข็นว่ามีปัญหาด้วยตัวมันเองหรือไม่ 2.แก้ไขจัดการรถเข็นกระจายทั่วสนามบินให้เป็นระบบ 3. นำรถเข็นที่ชำรุดไปซ่อมแซม โดยจะรีบแก้ไขเฉพาะหน้าอย่างเร็วที่สุด เพื่อปกป้องภาพลักษณ์ของสนามบินไทย ในสายตาชาวต่างชาติ" นายยอดเยี่ยมกล่าว ทั้งนี้ ได้เสนอไปยังพลเรือเอกธีระ ห้าวเจริญ รมว.คมนาคม และพล.อ.อ.สะพรั่ง กัลยาณมิตร ประธานกรรมการ ทอท. ให้แก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยเร็ว ๆ นี้ จะเสนอให้นำรถเข็นที่ดอนเมืองมาใช้ก่อน โดยระหว่างนี้ก็ให้เร่งดำเนินการนำรถที่ชำรุดไปซ่อมแซมเพื่อนำกลับมาให้งานใหม่ เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกก่อนจึงค่อยไปจัดการแก้ไขที่ต้นเหตุ อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 26 ธันวาคมที่จะถึง คณะทำงานฯ จะ นำข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าของสนามบินสุวรรณภูมิทุกด้าน ที่กำลังมีปัญหาชี้แจงประชาชน

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด้านนางสมบัติ คุณประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์ขนส่งสาธารณะ สนามบินสุวรรณภูมิ กล่าวว่า ทอท. ได้สิ้นสุดสัญญาว่าจ้างระยะยาวกับ บริษัท เบรส ซีเคียวริตี้การ์ด จำกัด ซึ่งมีหน้าที่มาจัดการระบบให้บริการด้านการขนส่งแท็กซี่สาธารณะภายในสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2549 ที่ผ่านมา โดย ทอท. อยู่ระหว่างการปรับปรุงกรอบ TOR เพื่อกำหนดคุณลักษณะในการให้บริการเพิ่มเติม เพื่อให้การจัดระเบียบการให้บริการมีความเป็นกลางมากขึ้น

ที่มา:แนวหน้า (25 ธ.ค. 49)

วันทูโกท้าชนไทยแอร์ฯ เพิ่มเที่ยวบินทับทุกเส้น

โพสต์ทูเดย์ — ตลาดโลว์คอสต์ปีหมูแข่งเดือด วัน-ทู-โก กร้าวท้าชน ไทยแอร์เอเชีย ขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศทับทุกเส้นทาง เหตุต้องการถ่วงดุลต่างชาติ พร้อมเจรจาการบินไทยเปิดเส้นทางบินในประเทศเพิ่ม

นายอุดม ตันติประสงค์ชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอเรียนไทย แอร์ไลน์ ผู้ให้บริการสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์ แอร์ไลน์) วัน-ทู-โก เปิดเผยถึงแผนการตลาดปี 2550 ว่า บริษัทมีแผนขยายเส้นทางทั้งในและต่างประเทศทุกเส้นทางที่สายการบินไทยแอร์เอเชียเปิดให้บริการ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย มาเก๊า เวียดนาม เพื่อคานอำนาจการแข่งขันกับสายการบินที่ถือหุ้นโดยต่างชาติ คาดจะเริ่มเปิดให้บริการได้ราวเดือนมิถุนายน 2550


ส่วนเส้นทางบินภายในประเทศนั้นบริษัทเตรียมเข้าหารือกับสายการบินไทยเพื่อทำข้อสัญญาตกลงร่วมกันในการโอนถ่ายเส้นทางที่การบินไทยต้องการเปิดทางให้สายการบินอื่นเข้าบริการแทน เนื่องจากที่ผ่านมาการบินไทยประสบปัญหาการขาดทุนอย่างต่อเนื่อง


ปัจจุบัน บริษัทมีเครื่องบินเอ็มดี 800 จำนวน 5 ลำ ซึ่งจะเพิ่มเป็น 14 ลำในปีหน้า พร้อมวางเป้าหมายรายได้ปี 2550 รวม 2.5 พันล้านบาท จากจำนวนผู้โดยสารกว่า 3 ล้านคน เติบโตจากยอดรายได้ 1.2 พันล้านบาท จากผู้โดยสาร 1.2 ล้านคนในปีนี้


สำหรับเส้นทางบินใหม่ที่บริษัทพร้อมเปิดให้บริการเส้นทางไปกลับ ได้แก่ กรุงเทพฯ-พิษณุโลก กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี กรุงเทพฯ-ขอนแก่น กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี และเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน และหลังจากนี้บริษัทมีแผนจะเพิ่มความถี่ทุกเส้นทางบินอย่างต่อเนื่อง

ที่มา: โพสต์ทูเดย์ (25 ธ.ค. 49)

December 24, 2006

ทอท.พร้อมจ่าย มลพิษสุวรรณภูมิ แม้ทะลุ6พันล้าน


โพสต์ทูเดย์ — “ทอท.” ยืนยันพร้อม จ่ายผู้ได้รับผลกระทบจากสุวรรณภูมิ แม้วงเงินส่อทะลุจากที่คาดไว้ 6 พันล้านบาท

นายโชติศักดิ์ อาสภวิริยะ กรรมการ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย หรือ ทอท. กล่าวว่า สำหรับวงเงินในการแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดจากสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อจ่ายเงินชดเชย เพื่อเวนคืนที่อยู่อาศัย ซึ่งจากการประเมินของกรมควบคุมมลพิษเป็นวงเงิน 6 พันล้านบาท และจากปัญหาที่มีอยู่ขณะนี้ คาดว่าวงเงินชดเชยจะสูงขึ้นอีกนั้น ทอท.ยืนยันว่าพร้อมจะดูแลปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับ ผลกระทบแน่นอน โดยเร็วๆ นี้ จะมีการส่งเจ้าหน้าที่ เพื่อลงสำรวจเก็บข้อมูลผลกระทบทางเสียงอีกครั้ง


อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ พล.ร.อ. ธีระ ห้าวเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประเมินว่าผลกระทบดังกล่าวอาจจะต้องใช้วงเงินทดแทนถึงกว่า 1 หมื่นล้านบาท จึงจะสามารถนำเรื่องดังกล่าวเข้า คณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาหาทางช่วย ทอท.


นายโชติศักดิ์ กล่าวถึงปัญหาห้องน้ำ ไม่เพียงพอและเครื่องสุขภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐานว่า วันที่ 25 ธันวาคมนี้ ผู้บริหาร ทอท.จะหารือกับผู้บริหารคอตโต้ ซึ่งได้ ยื่นข้อเสนอจะเปลี่ยนเครื่องสุขภัณฑ์ ในห้องน้ำที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกว่า 1,440 จุด ให้ฟรี โดยไม่คิดมูลค่า


ส่วนการลงพื้นที่วันที่ 23 ธันวาคม เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับประชาชนรอบสนามบินสุวรรณภูมิ และแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการแก้ปัญหาของ ทอท. หลังลงพื้นที่ช่วยตรวจสุขภาพผู้อาศัยอยู่รอบสนามบินพบว่า มีประชาชนที่เป็นผู้สูงอายุ หรือมีอายุมากกว่า 50 ปีในพื้นที่ได้รับผลกระทบทางสุขภาพมีอาการหูอื้อ และเกิดความเครียด จากการได้รับเสียงเครื่องบินขึ้นลงตลอดเวลา

ที่มา:โพสต์ทูเดย์ (24 ธ.ค. 49)

December 23, 2006

"พล.ร.อ.ธีระ" รับหนักใจ ปัญหาสุวรรณภูมิ

วันนี้ (23 ธ.ค.) พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ขณะนี้ยังรู้สึกหนักใจกับหลายๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทั้งปัญหาเรื่องของความสะดวกสบายของผู้โดยสาร ปัญหาความไม่ปลอดภัย เช่น การแก้ไขปัญหาเรื่องห้องน้ำไม่เพียงพอนั้น ค่อนข้างยุ่งยากในการแก้ปัญหา เนื่องจากการปรับพื้นที่ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จเพื่อให้มีพื้นที่เพียงพอ ต้องคำนึงถึงความสวยงามในภาพรวมของท่าอากาศยาน และการใช้ประโยชน์พื้นที่ จึงไม่ใช่เรื่องง่าย และจำเป็นต้องหารือวิศวกรก่อสร้างอีกครั้ง

รมว.คมนาคม กล่าวอีกว่า สำหรับปัญหาหลายส่วนที่เกิดขึ้น จากการกระทำที่ส่อเค้ามาจากการทุจริตของคณะกรรมการ และผู้บริหารชุดเก่าของ ทอท.นั้น ในส่วนนี้เชื่อว่าคณะกรรมการชุดใหม่ ทอท. ซึ่งมี พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร เป็นประธาน จะสามารถสะสางทุกเรื่องได้ โดยหากผลการสอบสวนชี้มูลความผิดถึงใคร กระทรวงคมนาคมก็จะดำเนินการโดยไม่ละเว้น พร้อมกล่าวโทษร้องทุกข์ ไปที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราบการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินคดีทันที

"ปัญหาต่างๆ ยังมีอีกเยอะ แต่ผมก็ต้องแก้ปัญหาไป เพราะถูกมอบหมายงานให้เข้ามาแก้ปัญหา โดยจะพยายามทำให้ดีที่สุด สำหรับปัญหาสอบสวนการทุจริตนั้น เชื่อว่าบอร์ด ทอท.ชุดใหม่ และคณะกรรมการชุดต่างๆ จะทำให้เกิดความชัดเจนได้ ซึ่งหากระบุความผิดถึงใคร กระทรวงคมนาคมก็จะดำเนินการอย่างเฉียบขาด" พล.ร.อ.ธีระ กล่าว

ที่มา:มติชน (23 ธ.ค. 49)

December 22, 2006

กมธ.คมนาคมเผยดีดีบินไทยแฉรัฐบาล'ทักษิณ'เอื้อฝรั่งฮุบการบิน

การบินไทย ร้องกมธ.คมนาคม ทวงคืนสายการบินแห่งชาติมาเป็นของคนไทย ดีดีการบินไทย แฉเอง รัฐบาลยุคทักษิณเปิดช่องเอื้อประโยชน์ต่างชาติให้สิทธิการบิน 2 สายการบิน ชี้หลังแปรรูปต่างชาติถือหุ้น 20.75% หวั่นมีนอมินี ถืออีก 22% พร้อมเดินหน้าจี้เปลี่ยนชื่อ'คิงส์พาวเวอร์'หลังทำให้ต่างชาติเข้าใจผิดและเอาเปรียบทอท.

เมื่อเช้าวันที่ 22 ธันวาคม คณะกรรมาธิการการคมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)นำโดย พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ประธานคณะกรรมาธิการฯพร้อมคณะได้เดินทางไปศึกษาดูงานพร้อมรับฟังการบรรยายสรุปการดำเนินงานของ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน)ที่ อาคารสำนักงานท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ(อาคารฯ OPC )ทั้งนี้ได้มีร.ท.อภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวย การใหญ่ บริษัท การบินไทยจำกัด(มหาชน)ได้เป็นผู้รายงานและบรรยายสรุปการดำเนินการของบริษัท การบินไทยฯซึ่งจากนั้นคณะกรรมาธิการคมนาคมได้มีการประชุม

นายประพันธ์ คูณมี สมาชิก สนช.ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการคมนาคม กล่าวภายหลังประชุมว่าทางคณะกรรมาธิการได้รับฟังการรายงายผลประกอบการและสถานะการเงินของการบินไทย สิ่งสำคัญทางกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทยฯได้รายงานถึงปัญหาและอุปสรรคสำคัญของการบินไทย 2 เรื่องคือ 1.ปัญหาหลังมีการแปรรูปบริษัท การบินไทย ที่เปิดให้เอกชนเข้ามาถือหุ้นนั้นปรากฏว่าได้มีสัดส่วนของต่างชาติ เข้ามาถือหุ้นถึงร้อยละ 20.75 และพบว่ามีประชาชนคนไทยถือหุ้นอีกร้อยละ22 ที่เหลือร้อยละ 56 กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้น 2.รัฐบาลที่แล้วได้มีการเปิดสิทธิการบินให้กับ 2 สายการต่างชาติคือสิงคโปร์แอร์ไลน์ กับอามิเรตแอร์ไลน์ในการขนคนจากประเทศไทยไปประเทศที่ 3 การได้สิทธิการบิน ที่เป็นสมบัติของชาติและเป็นทรัพยากรทางอากาศที่สำคัญ เท่ากับเป็นการเอาสมบัติชาติไปเอื้อต่างชาติได้ประโยชน์

ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ กล่าวด้วยว่า ยังได้มีการตั้งข้อสังเกตว่าในกรณีการแปรรูปแล้วเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาถือหุ้นในการบินไทย เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงถือว่า มีการเปิดช่องให้เข้ามาใช้ทรัพย์สมบัติสายการบินแห่งชาติไปเอื้อประโยชน์กับต่างชาติซึ่งในสัดส่วนของคนไทยที่ถือหุ้นร้อยละ22 อาจมีคนไทยเป็นนอมมินีของต่างชาติก็ได้ จึงอยากขอให้นำสายการบินแห่งชาติกลับคืนมาเป็นของคนไทย เพราะก่อนหน้านี้การบินไทยได้มีการสั่งซื้อเครื่องบินโดยสารแอร์บัส ขนาด300 และ 800 คนจากสิงคโปร์ แต่หลังได้ให้สิทธิการบินกับต่างชาติทำให้สายการบินสิงคโปร์สั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัสเพิ่ม 18 หรือ 19 ลำ อาจเป็นเหตุผลที่ส่งให้การบินไทยล่าช้าและส่งผลให้ศักยภาพของคู่แข่งสูงกว่าการบินไทยเป็นสิ่งที่น่ากลัวอย่างมาก

นายประพันธ์กล่าวอีกว่า คณะกรรมาธิการฯล้วนสนับสนุนกับความกล้าหาญของกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท การบินไทยฯที่กล้าพูดความจริงเพื่อให้มีการทวงการบินไทยหลังมีการแปรรูปให้กลับมาเป็นสายการบินแห่งชาติไทย ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯมีมติให้มีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการร่วมระหว่างการบินไทยกับคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาแก้ปัญหาที่สายการบินไทย เสียเปรียบในเรื่องนี้ หากสามารถทวงสิทธิกลับมาเป็นสายการบินแห่งชาติแล้วจะได้มีการปรับราคาโดยสารและการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ตนได้เสนอต่อที่ประชุมให้มีการเปลี่ยนชื่อบริษัท"คิงส์ พาวเวอร์"เนื่องจากเป็นชื่อที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะเหมือนแปลความหมายแล้ว ที่ผ่านมาได้สร้างความเข้าใจผิดแก่คนต่างชาติอย่างมาก รวมทั้งมีการเอาเปรียบการท่าอากาศยานมาตลอดในการยื่นประมูลหรือทำสัญญาต่างๆซึ่งสร้างความเดือดร้อนและความไม่พอใจแก่สาธารณะ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมาธิการจะได้มีการเชิญทางบริษัท คิงส์พาวเวอร์เข้ามาชี้แจ.รวมทั้งจะได้ตรวจสอบว่าชื่อดังกล่าวได้ผ่านการอนุญาตตั้งชื่อได้อย่างไรต่อไป

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ (22 ธ.ค. 49)

“การบินไทย”วอน กมธ.คมนาคม ผลักดันทวงคืน“สายการบินแห่งชาติ”

คณะกรรมาธิการการคมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)นำโดย พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ประธานคณะกรรมาธิการฯพร้อมคณะได้เดินทางไปศึกษาดูงานพร้อมรับฟังการบรรยายสรุปการดำเนินงานของ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน)ที่ อาคารสำนักงานท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ(อาคารฯ OPC )ทั้งนี้ได้มีร.ท.อภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวย การใหญ่ บริษัท การบินไทยจำกัด(มหาชน)ได้เป็นผู้รายงานและบรรยายสรุปการดำเนินการของบริษัท การบินไทยฯซึ่งจากนั้นคณะกรรมาธิการคมนาคมได้มีการประชุม

นายประพันธ์ คูณมี สมาชิก สนช.ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการคมนาคม กล่าวภายหลังประชุมว่าทางคณะกรรมาธิการได้รับฟังการรายงายผลประกอบการและสถานะการเงินของการบินไทย สิ่งสำคัญทางกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทยฯได้รายงานถึงปัญหาและอุปสรรคสำคัญของการบินไทย 2 เรื่องคือ 1.ปัญหาหลังมีการแปรรูปบริษัท การบินไทย ที่เปิดให้เอกชนเข้ามาถือหุ้นนั้นปรากฏว่าได้มีสัดส่วนของต่างชาติ เข้ามาถือหุ้นถึงร้อยละ 20.75 และพบว่ามีประชาชนคนไทยถือหุ้นอีกร้อยละ22 ที่เหลือร้อยละ 56 กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้น 2.รัฐบาลที่แล้วได้มีการเปิดสิทธิการบินให้กับ 2 สายการต่างชาติคือสิงคโปร์แอร์ไลน์ กับอามิเรตแอร์ไลน์ในการขนคนจากประเทศไทยไปประเทศที่ 3 การได้สิทธิการบิน ที่เป็นสมบัติของชาติและเป็นทรัพยากรทางอากาศที่สำคัญ เท่ากับเป็นการเอาสมบัติชาติไปเอื้อต่างชาติได้ประโยชน์

ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯกล่าวด้วยว่ายังได้มีการตั้งข้อสังเกตว่าในกรณีการแปรรูปแล้วเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาถือหุ้นในการบินไทย เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงถือว่า มีการเปิดช่องให้เข้ามาใช้ทรัพย์สมบัติสายการบินแห่งชาติไปเอื้อประโยชน์กับต่างชาติซึ่งในสัดส่วนของคนไทยที่ถือหุ้นร้อยละ22 อาจมีคนไทยเป็นนอมมินีของต่างชาติก็ได้ จึงอยากขอให้นำสายการบินแห่งชาติกลับคืนมาเป็นของคนไทย เพราะก่อนหน้านี้การบินไทยได้มีการสั่งซื้อเครื่องบินโดยสารแอร์บัส ขนาด300 และ 800 คนจากสิงคโปร์ แต่หลังได้ให้สิทธิการบินกับต่างชาติทำให้สายการบินสิงคโปร์สั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัสเพิ่ม 18 หรือ 19 ลำ อาจเป็นเหตุผลที่ส่งให้การบินไทยล่าช้าและส่งผลให้ศักยภาพของคู่แข่งสูงกว่าการบินไทยเป็นสิ่งที่น่ากลัวอย่างมาก

นายประพันธ์กล่าวอีกว่า คณะกรรมาธิการฯล้วนสนับสนุนกับความกล้าหาญของกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท การบินไทยฯที่กล้าพูดความจริงเพื่อให้มีการทวงการบินไทยหลังมีการแปรรูปให้กลับมาเป็นสายการบินแห่งชาติไทย ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯมีมติให้มีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการร่วมระหว่างการบินไทยกับคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาแก้ปัญหาที่สายการบินไทย เสียเปรียบในเรื่องนี้ หากสามารถทวงสิทธิกลับมาเป็นสายการบินแห่งชาติแล้วจะได้มีการปรับราคาโดยสารและการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ตนได้เสนอต่อที่ประชุมให้มีการเปลี่ยนชื่อบริษัท”คิงส์ พาวเวอร์”เนื่องจากเป็นชื่อที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะเหมือนแปลความหมายแล้ว ที่ผ่านมาได้สร้างความเข้าใจผิดแก่คนต่างชาติอย่างมากรวมทั้งมีการเอาเปรียบการท่าอากาศยานมาตลอดในการยื่นประมูลหรือทำสัญญาต่างๆซึ่งสร้างความเดือด ร้อนและความไม่พอใจแก่สาธารณะ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมาธิการจะได้มีการเชิญทางบริษัท คิงส์พาวเวอร์เข้ามาชี้แจรวมทั้งจะได้ตรวจสอบว่าชื่อดังกล่าวได้ผ่านการอนุญาตตั้งชื่อได้อย่างไรต่อไป

ที่มา: แนวหน้า (22 ธ.ค. 49)

สายการบิน SGA เลื่อนเปิดบิน ชม.-ปายเป็น 1 ก.พ.50

แม่ฮ่องสอน - สายการบิน SGA เลื่อนกำหนดทำการบินจากจังหวัดเชียงใหม่ - ปาย จากเดิมที่กำหนดในวันที่ 15 มกราคม 2550 เป็นวันที่ 1 กุมภาพันธ์

นายศันสันนต์ คุ้มมั่น รองประธานกรรมการฝ่ายธุรกิจ บริษัทสายการบิน SGA สยามเจนเนอลั่ล เอบิ เอชั่น เปิดเผยว่า เดิมบริษัท ได้กำหนดเปิดทำการบินระหว่างเชียงใหม่-มายังอำเภอปาย จ.แม่ฮ่องสอน ในวันที่ 15 มกราคม 2550 แต่ล่าสุดทางสายการบิน ฯ ขอเลื่อนทำการบินเป็นวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2550 เนื่องจากเครื่องบินอยู่ระหว่างพ่นสียังไม่แล้วเสร็จ จึงจำเป็นต้องเลื่อนทำการบินออกไปเป็นวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2550

นายวิสูตร บัวชุม หัวหน้าศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า การที่สายการบิน SGA เลื่อนเวลาทำการบินระหว่างเชียงใหม่ มายังสนามบินอำเภอปาย เป็นวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2550 อาจจะมีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอำเภอปายบ้าง เพราะบริษัททัวร์นำเที่ยวได้ทำการประชาสัมพันธ์ไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวที่อยากจะนั่งเครื่องบินมายังอำเภอปาย แม้ว่าจะเป็นเครื่องบินขนาด 12 ที่นั่ง แต่ก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีของการท่องเที่ยวอำเภอปาย

ด้านนายวรเทพ กันทาดี ประธานชมรมธุรกิจท่องเที่ยวอำเภอปาย เปิดเผยว่า การเลื่อนกำหนดการบินเข้ามาที่อำเภอปายของสายการบิน SGA อาจจะมีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอำเภอปาย เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวอำเภอปาย แต่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวอำเภอปายเฉลี่ยวันละ 3,500 คน เดินทางโดยรถยนต์โดยสาร / เช่าเหมาหรือรถยนต์ส่วนตัว แต่การที่สายการบินดังกล่าวมาเปิดทำการบินเชียงใหม่-ปาย จะเป็นผลดี สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางโดยทางอากาศ เพื่อชมความสวยงามในพื้นที่อำเภอปาย

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ (22 ธ.ค. 49)

December 21, 2006

โลว์คอสต์ยันกลับดอนเมือง บินไทยป่วนโทร.ลึกลับขู่บึ้ม!

"โลว์คอสต์" ยืนกรานขอย้ายกลับให้บริการที่ดอนเมือง คมนาคมยัน 2 เดือนได้ข้อสรุป ผู้โดยสารการบินไทยเที่ยว TG251 ป่วน มือดีโทร.ขู่วางบึ้ม ต้องเปลี่ยนเครื่องกะทันหัน


นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า การประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์แอร์ไลน์) หารือถึงการใช้ประโยชน์จากสนามบินดอนเมืองยังไม่ได้ข้อยุติ เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่แสดงจุดยืนว่าควรจะย้ายการบริการมาที่สนามบินดอนเมือง เพราะช่วยประหยัดต้นทุนดำเนินงาน และอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร และช่วยประหยัดงบ 1,400 ล้านบาท ที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ต้องลงทุนสร้างอาคารโลว์คอสต์แอร์ไลน์ที่สนามบินสุวรรณภูมิ

นายสรรเสริญกล่าวว่า การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นภายในสนามบินสุวรรณภูมินั้นเป็นหน้าที่ของคณะทำงาน ซึ่ง ทอท.แต่งตั้งขึ้น โดยในส่วนของกระทรวงคมนาคมจะรอเวลาอีกระยะหนึ่ง อาจมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้นอีกคณะหนึ่ง เพื่อให้การทำงานเป็นอย่างรอบคอบมากขึ้น ซึ่งทราบว่าคณะทำงานฯ จะเสนอเข้าที่ประชุมบอร์ด ทอท.วันที่ 21 ธ.ค.นี้

นายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ กล่าวว่า จะพยายามรวบรวมความเห็นและสรุปให้แล้วเสร็จภายใน 2-3 เดือนนี้ เพื่อเสนอกระทรวงคมนาคม เบื้องต้นยังไม่สามารถประเมินได้ว่ามีแนวโน้มจะย้ายกลับดอนเมืองหรือไม่

นายพาที สารสิน ประธานบริหารสายการบินนกแอร์ กล่าวว่า สนามบินสุวรรณภูมิเป็นสนามบินที่ถูกสาป เพราะมีปัญหาตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง และไม่เห็นด้วยหากไม่มีนโยบายให้ย้ายกลับมาใช้สนามบินดอนเมือง

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.มีการขู่ลอบวางระเบิดเครื่องบินสายการบินไทยเที่ยวบินที่ TG521 เครื่องแอร์บัส A330-300 กรุงเทพฯ-เชนไน (มัทราส)-ดูไบ บรรทุกผู้โดยสาร 270 คน ลูกเรือ 18 คน กำหนดเดินทางออกจากกรุงเทพฯ เวลา 10.55 น. โดยผู้โดยสารหญิงชาวอินเดียสัญชาติแคนาดา ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่การบินไทยว่า มีโทรศัพท์ลึกลับเข้ามาที่เครื่องของตนโดยไม่แสดงหมายเลข พร้อมถามว่าชอบนายบินลาเดนหรือไม่ ถ้าไม่ชอบให้เตรียมระเบิดได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม การบินไทยได้ระงับเที่ยวบินดังกล่าวชั่วคราว เพื่อตรวจสอบแต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ และสุดท้ายนักบินผู้ควบคุมเครื่องตัดสินใจเปลี่ยนเครื่องบินลำใหม่และเดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิเวลา 15.30 น. ขณะที่ผู้โดยสารคนดังกล่าวถูกควบคุมตัวไปสอบสวนที่สถานีตำรวจราชาเทวะ โดยให้การวกวน.

ที่มา: ไทยโพตท์ (21 ธ.ค. 49)

เล็งเปิดใช้"ดอนเมือง"ช่วย"สุวรรณภูมิ"

"สรรเสริญ"ชง3เรื่องให้ขอ.จัดการ

นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาสนามบินสุวรรณภูมิ และแนวทางการใช้ประโยชน์ที่สนามบินดอนเมือง ว่าได้มีมติดำเนินการใน 3 เรื่องคือ 1.การทบทวนแผนการใช้สนามบินสุวรรณภูมิ โดยให้ประมวลความเห็นจากผู้ให้บริการที่สนามบินสุวรรณภูมิ และให้ดูแผนการใช้ประโยชน์ที่สนามบินดอนเมืองควบคู่ไปด้วย แต่ให้เน้นแผนที่ใช้สนามบินสุวรรณภูมิ โดยเฉพาะการสร้างรันเวย์ หรืออาคารผู้โดยสารเพิ่มเติมว่ามีความเกี่ยวข้องและส่งผลกับสนามบินดอนเมืองหรือไม่อย่างไรบ้าง 2.การให้ ทอท.แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับสนามบินสุวรรณภูมิให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด และ 3.แนวทางการใช้สนามบินดอนเมืองในการทำบินควบคู่กัน ทั้งนี้มอบหมายให้นายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ เป็นผู้รับผิดชอบเพื่อนำมากำหนดนโยบายดำเนินการต่อไป

นายสรรเสริญกล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าการใช้ประโยชน์สนามบินน่าจะยังคงใช้สนามบินสุวรรณภูมิต่อไป แต่ยอมรับว่ายังมีปัญหาอยู่ โดยเฉพาะในเรื่องของการบริการ ปัญหาการขนส่งสินค้า ซึ่งต้องขอรับฟังข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนนำมาประมวลเพื่อรายงานเสนอ พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในการกำหนดนโยบายร่วมกัน

นายสรรเสริญ กล่าวถึงเรื่องการใช้ประโยชน์สนามบินดอนเมืองในการมาทำการบินของสายการบินโลว์คอสต์ แอร์ไลน์ ว่าก็มีความเป็นไปได้ สายการบินโลว์คอสต์ได้ร้องขอมา แต่ยังไม่อยากสรุป อยากขอฟังความเห็นจากทุกฝ่ายก่อนตัดสินใจ

นายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ (ขอ.) กล่าวว่า กำหนดเดิมจะต้องมีการหารือร่วมกับทุกฝ่ายอีกครั้งวันที่ 19 มกราคม 2550 แต่จากที่มีการประชุมในครั้งนี้คิดว่าได้ข้อมูลมากแล้ว การประชุมครั้งต่อไปก็คงไม่มี จากนี้ไปจะต้องกลับไปดูข้อมูลในเรื่องของการอำนวยความสะดวกที่สนามบินสุวรรณภูมิให้กับสายการบินและผู้โดยสารว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรได้บ้าง รวมถึงปัญหาการรักษาความปลอดภัยที่จะต้องเร่งดำเนินการด้วย ทั้งนี้ การทบทวนแผนดำเนินการทั้งหมด คาดว่าจะสามารถสรุปได้ภายใน 1-2 เดือนนี้เป็นอย่างช้า ส่วนแนวโน้มว่าจะให้สายการบินต้นทุนต่ำ หรือโลว์คอสต์ กลับไปใช้ที่สนามบินดอนเมืองหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถบอกได้ แต่ในวันนี้หลายฝ่ายก็พยายามดูความเป็นไปได้และความเหมาะสมทั้ง 2 สนามบินอยู่

ที่มา: มติชน (21 ธ.ค. 49)

"กรมศุลฯ"ชูสุวรรณภูมิฮับE-CARGO ผนึกบางกอกแอร์ดึงBIG4ปักฐานไทย

"กรมศุลฯ" จับมือ BFS ของบางกอกแอร์ฯ โหมโรงยุทธศาสตร์ "ฮับคาร์โก้อิเล็กทรอนิกส์" ภูมิภาคเอเชีย ดีเดย์ "16 มกราคม 2550" ล้างปมชิปปิ้งโบรกเกอร์จ่ายต้นทุนนอกระบบ แถมลดต้นทุนลอจิสติกลง 4 เท่า สร้างความเชื่อคาร์โก้ยักษ์โลก Big 4 ย้ายฐานมาไทย

นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ภายในไม่เกิน 20 วันนี้ พร้อมจะนำสุวรรณภูมิก้าวเข้าสู่ผู้นำการขนส่งสินค้าทางอากาศด้วยอิเล็กทรอนิกส์แห่งแรกของภูมิภาคนี้ (electronic-paperless cargo region hub) เป็นยุทธศาสตร์การค้าข้ามพรมแดนทางอากาศ เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้แก่ไทย โดยนำร่องผนึกความร่วมมือกับบริษัท บางกอก ไฟลต์ เซอร์วิส พีจี คาร์โก้ จำกัด (BFS PG CARGO) ของนายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ เจ้าของบางกอก แอร์เวย์ส นำระบบมาตรฐานการส่งผ่านข้อมูลศุลกากรเพื่อการขนส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ eb-XML ให้บริการลูกค้าทุกกลุ่มเต็มรูปแบบ ณ สนามบินสุวรรณภูมิ

กำหนดเปิดตัว 16 มกราคม 2550 ประเมินว่าจะประหยัดเวลาการส่งผ่านจากเดิม 6 เหลือเพียง 3 ชั่วโมง/ทรานชิปเมนต์ ภาพรวมจะทำให้ประเทศไทยประหยัดต้นทุนลอจิสติกจากปัจจุบัน 18-20% ลง 4 เท่า เหลือเพียง 4-5% และจะล้างระบบที่ถูกกล่าวหาจากชิปปิ้ง โบรกเกอร์ ถึงจ่ายเงินนอกระบบให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรให้โปร่งใสหมด

กลยุทธ์การพัฒนาจะเร่งทำมาตรฐานบริการ E-paperless เป็น single window เฟส 2 ช่วงไตรมาส 1 ปี 2550 เชื่อมโปรแกรมส่งผ่านข้อมูลกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ยกเว้นภาษีส่งเสริมการลงทุน และกรมการค้าต่างประเทศจัดทำแบบฟอร์มวันสต็อปให้ผู้ใช้ได้รับความสะดวกจาก eb-XML เฟส 3 จะร่วมมือกับต่างประเทศใช้ราคาสินค้ากับต่างประเทศเหลือเพียง 1 พิกัด เฟส 4 จะขยายครบวงจรกับอาเซียนและทั่วโลก

"ผมยืนยันว่า ระบบ Airport Cargo Communication System : ACCS ของบริษัท ไทย แอร์พอร์ตส กราวด์ เซอร์วิส (TAGS) วัตถุประสงค์อาจไม่ใช่ใช้ในการส่งผ่านข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และโครงข่ายการเชื่อมโยงใหญ่เกินไป ก่อนหน้านี้สิงคโปร์เคยทำแต่ยกเลิกไปแล้ว"

นายแพทย์ปราเสริฐกล่าวเสริมว่า เป้าหมาย ความร่วมมือประกาศทำโครงการขนส่งทางอากาศด้วยมาตรฐานอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ ภาพรวมตั้งเป้าสร้างความเชื่อมั่นแก่เจ้าของคาร์โก้รายใหญ่ของโลกกลุ่ม big 4 มีเฟดเอ็กซ์ ดีเอชแอล ทีเอ็นเอ และยูพีเอส ซึ่งเป็นลูกค้าและพันธมิตรของบางกอก แอร์เวย์ส มั่นใจศักยภาพของสุวรรณภูมิพร้อมเป็นฮับทางคาร์โก้และผู้โดยสาร เมื่อกลุ่ม big 4 เกิดความมั่นใจก็จะเริ่มทยอยย้ายฐานการขนส่งมาไทยแทนสิงคโปร์ ช่วง BFS เปิดบริการ 4 เดือน รับขนสินค้าเฉลี่ยสูงถึง 18,000 ตัน/เดือน

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ (21 ธ.ค. 49)

ลุฟท์ฮันซ่าจัดคริสต์มาสลอยฟ้า

สายการบินลุฟท์ฮันซ่ารายงานว่า เตรียมยก "เทศกาลคริสต์มาส" ขึ้นเครื่องเพื่อให้ผู้โดยสารกว่า 60,000 คน ได้ร่วมฉลองในบรรยากาศบนเครื่องบินระหว่างเดินทาง ลุฟท์ฮันซ่าได้จัดทำโปรแกรมอาหารเมนูพิเศษสไตล์เยอรมันดั้งเดิมเสิร์ฟทุกเที่ยวตลอดธันวาคมนี้ มีห่านย่างพร้อมกระหล่ำปลีแดงและเกี๊ยวมันฝรั่งแบบ "คุณแม่เคยทำให้ทาน" ส่วนของหวานมีคริสต์มาสทรัฟเฟิลให้ชิมถึง 2,800 ชิ้น คริสต์มาสพราไลน์สอดไส้มาสิแพนอีก 1.2 แสนชิ้น เฮเวลนัทหรือนูแกต เป็นเทศกาลแห่งความสุขและไฮไลต์เพิ่มความสำราญขณะเดินทาง

อีกทั้งยังมีเมนูตบท้ายด้วยพวงดอกไม้งดงามบนกำแพงด้านในเครื่องลุฟท์ฮันซ่า ตกแต่งด้วย บิสกิตคริสต์มาส 3.5 แสนชิ้น ซานตาคลอสและตุ๊กตาหิมะกว่า 7.4 แสนตัว เกือกม้ามาสิแพน 2,500 ชิ้น เป็นเซอร์ไพรส์มอบให้แก่ผู้โดยสารทุกคน ปัจจุบันลุฟท์ฮันซ่ามีเที่ยวบินบริการ ไป-กลับ กรุงเทพฯ-แฟรงก์เฟิร์ตทุกวัน และบินต่อไปยังโฮจิมินห์ (เวียดนาม) 3 เที่ยว/สัปดาห์ ต่อไปกัวลาลัมเปอร์ (มาเลเซีย) 4 เที่ยว/ สัปดาห์

ที่มา:ประชาชาติธุรกิจ (21 ธ.ค. 49)

December 20, 2006

คุมตัวผู้โดยสารอินเดียอ้างรับโทรศัพท์ขู่บึ้มTG521สอบ สงสัยกุข่าว

17:54 น. ร.ท.อภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบและเคลียร์เหตุการณ์โทรศัพท์ขู่วางระเบิดเครื่องบินของการบินไทย เที่ยวบิน TG521 สุวรรณภูมิ-มัลดาส-ดูไบ เรียบร้อยแล้ว ซึ่งไม่พบวัตถุต้องสงสัยใดๆ บนเครื่องและผู้โดยสารทุกคนปลอดภัย ซึ่งการบินไทยได้เปลี่ยนเครื่องบินให้ และเดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.ล่าช้ากว่ากำหนด 4 ชั่วโมง

ทั้งนี้ได้เชิญตัวผู้โดยสารชาวอินเดียที่อ้างว่าได้รับโทรศัพท์ขู่วางระเบิดไปสอบปากคำด้วย เนื่องจากพบพิรุธในการให้ข้อมูลเบื้องต้น โดยตั้งข้อสังเกตว่าการโทรศัพท์มาขู่วางระเบิดเครื่องบิน น่าจะโทรศัพท์เข้ามาที่สำนักงานหรือที่สนามบินมากกว่าที่จะโทรศัพท์โดยตรงไปยังผู้โดยสาร ทั้งยังไม่พบว่ามีหมายเลขโทรศัพท์ต้องสงสัยโชว์อยู่ในโทรศัพท์มือถือของผู้โดยสารชาวอินเดียคนดังกล่าว

ที่มา: เนชั่นทันข่าว (20 ธ.ค. 49)

ตร.เร่งสอบป่วนสุวรรณภูมิขู่วางระเบิดเที่ยวบินทีจี 521

ผู้โดยสารประมาณ 300 คนระทึก มีขู่วางระเบิดเครื่องบินทีจี 521 ในสุวรรณภูมิ ตำรวจเร่งตรวจสอบเหตุด่วน


(20ธ.ค.) นางสุนัที อิศวพรชัย ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายสื่อสารวิสาหกิจและประชาสัมพันธ์ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น.วันนี้ ได้รับรายงานว่ามีการขู่วางระเบิดเครื่องบินแอร์บัส 330-300 เที่ยวบินทีจี 521 มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ-อินเดีย-ดูไบ ในระหว่างที่เครื่องบินลำดังกล่าวรอรับผู้โดยสารอยู่ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ปรากฏว่ามีผู้โดยสารผู้หญิงชาวอินเดีย แจ้งกับเจ้าหน้าที่ก่อนขึ้นเครื่องว่า ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากผู้หญิงพร้อมกับถามว่ารู้จักบินลาเดน พร้อมกับบอกว่าจะมีการวางระเบิดเครื่องบินทีจี 521

"จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการเปลี่ยนเครื่องบินใหม่ให้กับผู้โดยสารจำนวน 270 คน พร้อมลูกเรือและกัปตันรวม 18 คน พร้อมทั้งนำเครื่องบินลำดังกล่าวไปตรวจค้นหาวัตถุระเบิดตั้งแต่เวลา 13.15น.ถึงเวลา15.00น. ปรากฏว่ายังไม่พบสิ่งผิดปกติ" นางสุนัที กล่าวและว่า

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ของบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ได้กักตัวผู้โดยสารคนดังกล่าวไว้ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้ว ส่วนผู้โดยสารทั้งหมดได้ทำการเปลี่ยนเครื่องบินและได้ทำการบินไปยังเส้นทางบินดังกล่าว

พล.ต.ท.ปรัชญา สุทธปรีดา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) กล่าวว่า ได้รับรายงานกรณีการข่มขู่ลอบวางระเบิดเครื่องบินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแล้ว โดยเป็นการโทรศัพท์เข้าเบอร์มือถือของผู้หญิงชาวอินเดียคนหนึ่งว่า มีการวางระเบิดเอาไว้ในเครื่องบินของสายการบินไทย ซึ่งกำลังจะเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปดูไบ

ทั้งนี้ เมื่อทราบเหตุดังกล่าว ทางการบินไทยก็สั่งเปลี่ยนเครื่องทันที ส่วนทางตำรวจก็ได้ส่งกำลังเข้าไปตรวจสอบ รวมทั้งชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบวัตถุต้องสงสัยใดๆ

"เรากำลังสงสัยว่า ทำไมถึงเป็นการโทร.เข้าเบอร์มือถือของผู้โดยสาร ซึ่งจากการสอบถามผู้หญิงชาวอินเดียที่รับโทรศัพท์ ก็ได้ทราบข้อมูลว่า เบอร์มือถือของเธอนั้น มีเพียงคู่หมั้นและครอบครัวของเธอเท่านั้นที่รู้เบอร์ จึงไม่ทราบว่าใครโทร.เข้ามา และโทร.เข้ามาได้อย่างไร" พล.ต.ท.ปรัชญา ระบุ

ที่มา:คม ชัด ลึก (20 ธ.ค. 49)

ขู่กระชากหน้ากากไอ้โม่งงาบสุวรรณภูมิ

ตั้งคณะทำงาน6 ชุดเช็คสัญญารัฐบาลแม้วหมกเม็ด

ที่รัฐสภา พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและติดตามการแก้ไขปัญหาสนามบินสุวรรณภูมิ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามตรวจสอบปัญหาของสนามบิน ว่า สัปดาห์หน้าจะแถลงข่าวการตรวจสอบการทำสัญญาระหว่างผู้รับสัมปทานโรงแรมกับบริษัทการท่าอากาศยาน นอกจากนี้กรรมาธิการ(กมธ.)จะตรวจสอบสัญญาว่าจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยหลังจากวงเงินสัญญาที่กำหนดไว้ก่อนหน้าการลงนามเพิ่มขึ้นจาก 2,500 ล้านบาท เป็น 5,000 ล้านบาท และยังพบว่ามีการว่าจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยเพิ่มอีก อ้างว่าพนักงานรักษาความปลอดภัยไม่เพียงพอ กมธ.พิจารณาเห็นว่าประเด็นดังกล่าวต้องมีคำชี้แจง เพราะการมีพนักงานรักษาความปลอดภัยหลายบริษัทย่อมเกิดความสับสน เมื่อเกิดปัญหาร้องเรียนจะโทษว่าเป็นความผิดของบริษัทอื่น กมธ.คาดว่าการทำงานจะมีความคืบหน้าภายในกรอบเวลา 90 วัน และเชื่อมั่นว่าจะสามารถร้องทุกข์กล่าวโทษบริษัทที่ทำสัญญาไม่เป็นธรรมได้อย่างแน่นอน ความผิดพลาดที่กมธ.ตรวจพบสามารถแก้ไขได้ทันที

พล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องต่อไปที่กมธ.จะทำคือ การจัดระเบียบและเอาผิดมัคคุเทศก์ที่ผิดกฎหมาย เพราะเป็นเรื่องที่อันตรายและไม่ปลอดภัยต่อผู้โดยสาร โดยจะเชิญสื่อมวลชนไปตรวจสอบสนามบินอีกครั้งในสัปดาห์หน้าด้วย มั่นใจว่าจะชี้มูลความผิดกับผู้อยู่เบื้องหลังได้ เพราะได้อ่านสัญญาของโรงแรมและบริษัทรักษาความปลอดภัยแล้ว พบว่ามีความผิดปกติและเป็นสัญญาที่เอาเปรียบกับรัฐมากเกินไป เข้าใจว่าน่าจะมีสัญญาเช่นนี้เกือบทุกโครงการในสมัยรัฐบาลชุดแล้ว ยืนยันว่ากมธ.จะเอาผิด "ไอ้โม่ง" ให้ได้ เชื่อว่าเมื่อเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่ทำสัญญาแล้วจะสามารถสาวถึงผู้บงการ เพราะมูลความผิดมีความรุนแรง เจ้าหน้าที่ที่ทำสัญญาคงไม่อยากรับกรรมแต่เพียงผู้เดียวแน่

นายประพันธ์ คูณมี โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและติดตามการแก้ไขปัญหาสนามบินสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า ที่ประชุมกมธ. ได้พิจารณาตั้งคณะทำงาน 6 คณะ เพื่อเข้าไปดูแลแก้ไขปัญหาให้เสร็จทันกรอบเวลาทำงาน 90 วัน ประกอบด้วย 1. คณะทำงานตรวจสอบสัญญาระหว่าง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กับบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด เนื่องจากพบว่า มีปัญหาสัญญาไม่โปร่งใส มีการเอาเปรียบต่อสนามบินและผู้โดยสาร 2. คณะทำงานพิจารณาการจ้างดำเนินการของโรงแรมสุวรรณภูมิ

3. คณะทำงานตรวจสอบสัญญารถรับจ้างรับส่งผู้โดยสารในสนามบิน (ลิมูซีน) และรถรับจ้างสาธารณะ 4. คณะทำงานตรวจสอบสัญญาเกี่ยวกับบริษัทผู้ให้บริการทำความสะอาดในสนามบินรวมถึงการจัดการกับปัญหาเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมทางเสียงและมลภาวะที่สร้างความเดือดร้อนต่อประชาชน 5. คณะทำงานพิจารณาสัญญาจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัย และ 6. คณะทำงานตรวจสอบสัญญาที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับแบบการก่อสร้างและไปดำเนินการโดยไม่ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหาร

ทั้งนี้ หากได้ข้อเท็จจริงจะเสนอให้กรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) พิจารณาต่อไป โดยคณะทำงานทั้ง 6 คณะจะพิจารณาให้เสร็จภายใน 30 วัน เพื่อเสนอต่อกรรมาธิการ เพื่อเสนอให้บอร์ดของการท่าอากาศยานไทยดำเนินการต่อไป

ที่มา:ข่าวสด (20 ธ.ค. 49)

ป่วนสุวรรณภูมิขู่วางระเบิดเที่ยวบินทีจี 521

(Update)ขู่วางระเบิดเที่ยวบินการบินไทย TG521 กรุงเทพฯ-ดูไบ ในช่วงบ่ายวันนี้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบและตรวจเข้มทั่วสนามบินสุวรรณภูมิ

พล.ต.ท.ปรัชญา สุทธปรีดา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) กล่าวว่า ได้รับรายงานกรณีการข่มขู่ลอบวางระเบิดเครื่องบินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแล้ว โดยเป็นการโทรศัพท์เข้าเบอร์มือถือของผู้หญิงชาวอินเดียคนหนึ่ง ว่ามีการวางระเบิดเอาไว้ในเครื่องบินของสายการบินไทย ซึ่งกำลังจะเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปดูไบ ทั้งนี้ เมื่อทราบเหตุดังกล่าว ทางการบินไทยก็สั่งเปลี่ยนเครื่องทันที ส่วนทางตำรวจก็ได้ส่งกำลังเข้าไปตรวจสอบ รวมทั้งชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบวัตถุต้องสงสัยใดๆ

"เรากำลังสงสัยว่า ทำไมถึงเป็นการโทร.เข้าเบอร์มือถือของผู้โดยสาร ซึ่งจากการสอบถามผู้หญิงชาวอินเดียที่รับโทรศัพท์ ก็ได้ทราบข้อมูลว่า เบอร์มือถือของเธอนั้น มีเพียงคู่หมั้นและครอบครัวของเธอเท่านั้นที่รู้เบอร์ จึงไม่ทราบว่าใครโทร.เข้ามา และโทร.เข้ามาได้อย่างไร" พล.ต.ท.ปรัชญา ระบุ

ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงจากกองปราบปราม เผยว่า เหตุการณ์โทร.ขู่ลอบวางระเบิด เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. โดยเที่ยวบินที่เกิดเหตุเป็นของสายการบินไทย เที่ยวบินที่ ทีจี 521 ซึ่งจะบินจากกรุงเทพฯ ไปแวะที่อินเดีย ปลายทางดูไบ เมืองท่องเที่ยวของสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยขณะเกิดเหตุ มีผู้โดยสารบางส่วนเช็คอินขึ้นไปบนเครื่องบินแล้ว เจ้าหน้าที่จึงต้องอพยพผู้โดยสารทั้งหมดลงมา และเคลื่อนย้ายสัมภาระที่โหลดเรียบร้อยแล้วออกมาตรวจสอบอย่างละเอียด

อย่างไรก็ดี ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้แล้ว โดยเบื้องต้นคาดว่าเป็นเพียงการข่มขู่ เพราะไม่พบวัตถุต้องสงสัยตามที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด

ด้านนางสุนัที อิศวพรชัย ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายสื่อสารวิสาหกิจและประชาสัมพันธ์ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น.ได้รับรายงานว่ามีการขู่วางระเบิดเครื่องบินแอร์บัส 330-300 เที่ยวบินทีจี 521 มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ-อินเดีย-ดูไบ ในระหว่างที่เครื่องบินลำดังกล่าวรอรับผู้โดยสารอยู่ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปรากฏว่ามีผู้โดยสารผู้หญิงชาวอินเดีย แจ้งกับเจ้าหน้าที่ก่อนขึ้นเครื่องว่า ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากผู้หญิงพร้อมกับถาม ว่ารู้จักบินลาเดน พร้อมกับบอกว่าจะมีการวางระเบิดเครื่องบินทีจี 521

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการเปลี่ยนเครื่องบินใหม่ให้กับผู้โดยสารจำนวน 270 คน พร้อมลูกเรือและกัปตันรวม 18 คน พร้อมทั้งนำเครื่องบินลำดังกล่าวไปตรวจค้นหาวัตถุระเบิดตั้งแต่เวลา 13.15น.ถึงเวลา15.00น. ปรากฏว่ายังไม่พบสิ่งผิดปกติ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ของบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ได้กักตัวผู้โดยสารคนดังกล่าวไว้ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้ว ส่วนผู้โดยสารทั้งหมดได้ทำการเปลี่ยนเครื่องบินและได้ทำการบินไปยังเส้นทางบินดังกล่าว

ที่มา:กรุงเทพธุรกิจ (20 ธ.ค. 49)

ลุยค้ยทุจริตสุวรรณภูมิ กมธ.หาช่องจับคนผิด

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ที่ รัฐสภา พล.ร.อ. บรรณวิทย์ เก่งเรียน ประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญศึกษา และติดตามปัญหาสนามบินสุวรรณภูมิ กล่าวถึงความคืบหน้าการทำงานของคณะกรรมาธิการฯโดยมั่นใจว่าจะสามารถชี้มูลความผิด และเอาผิดต่อผู้กระทำความผิดในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้

นายประพันธ์ คูณมี สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและติดตามการแก้ไขปัญหาสนามบินสุวรรณภูมิ สนช. กล่าวภายหลังการประชุมว่า หลังจากคณะกรรมาธิการฯได้ตรวจสอบและลงพื้นที่ในสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งปัญหาหลายเรื่องก็ได้รับการแก้ไขทันที เช่น ความสะอาดของห้องน้ำ แสงสว่างภายในอาคาร บริเวณเคาเตอร์และจุดตรวจรับกระเป๋า ระบบระบายอากาศชั้นใต้ดิน

นอกจากนี้คณะกรรมาธิการยังได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาสัญญาโครงการต่างๆในสนามบินสุวรรณภูมิจำนวน 6 คณะเนื่องจากเรื่องเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในการดำเนินการของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.)และ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)คณะคือ 1. คณะทำงานพิจารณาสัญญาของบริษัทคิงพาวเวอร์ กับ ทอท. ซึ่งพบว่าไม่มีความโปร่งใส 2.คณะทำงานพิจารณาสัญญารถรับ-ส่งผู้โดยสาร 3. คณะทำงานพิจารณาสัญญารักษาความสะอาดสิ่งแวดล้อม 4. คณะทำงานพิจารณาสัญญาจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 5. คณะทำงานพิจารณาสัญญาจ้างการดำเนินการของโรงแรม 6.คณะทำงานพิจารณาตรวจสอบสัญญาที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแล้วดำเนินการให้เอกชนประมูลใหม่และเพิ่มรายการภายหลัง ทั้งนี้คณะทำงานจะพิจารณาให้เสร็จสิ้นภายใน 60 วัน

ที่มา: แนวหน้า (20 ธ.ค. 49)

ขู่วางระเบิดเที่ยวบิน TG521 กรุงเทพฯ-ดูไบ ที่สุวรรณภูมิ

ขู่วางระเบิดเที่ยวบินการบินไทย TG521 กรุงเทพฯ-ดูไบ ในช่วงบ่ายวันนี้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบและตรวจเข้มทั่วสนามบินสุวรรณภูมิ

เมื่อเวลา 10.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดเหตุชุลมุนวุ่นวายภายในสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเจ้าหน้าที่ประจำสนามบินได้รับโทรศัพท์ขู่วางระเบิดเครื่องบินสายการบินไทย เที่ยวบินที่ทีจี 521 เดินทางออกจากกทม.ไปเช็นนาย ประเทศอินเดียและเดินทางต่อไปยังประเทศดูไบ ทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานฝ่ายความปลอดภัยของบริษัทการท่าอากาศยาน และเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้ระเบิด เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว สตม.และสภ.ต.ราชาเทวะ จ.สมุทรปราการ เข้าดูแลความปลอดภัยในพื้นที่โดยรอบ

โดยให้ผู้โดยสารบางส่วนที่ทยอยขึ้นเครื่องไปแล้วรีบออกจากเครื่องบิน พร้อมทั้งนำกระเป๋าสัมภาระที่นำเครื่องไปแล้วลงมาตรวจสอบอย่างละเอียด แต่ปรากฏว่าตรวจสอบแล้วไม่พบวัตุถระเบิดตามที่ผู้ไม่หวังดีโทรมาขู่ เมื่อตรวจสอบเรียบร้อยแล้วเจ้าหน้าที่จึงได้ให้ผู้โดยสารขึ้นเครื่องและออกเดินทางได้ตามปกติ

พล.ต.ท.ปรัชญา สุทธปรีดา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) กล่าวว่า ได้รับรายงานกรณีการข่มขู่ลอบวางระเบิดเครื่องบินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแล้ว โดยเป็นการโทรศัพท์เข้าเบอร์มือถือของผู้หญิงชาวอินเดียคนหนึ่ง ว่ามีการวางระเบิดเอาไว้ในเครื่องบินของสายการบินไทย ซึ่งกำลังจะเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปดูไบ ทั้งนี้ เมื่อทราบเหตุดังกล่าว ทางการบินไทยก็สั่งเปลี่ยนเครื่องทันที ส่วนทางตำรวจก็ได้ส่งกำลังเข้าไปตรวจสอบ รวมทั้งชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบวัตถุต้องสงสัยใดๆ

"เรากำลังสงสัยว่า ทำไมถึงเป็นการโทร.เข้าเบอร์มือถือของผู้โดยสาร ซึ่งจากการสอบถามผู้หญิงชาวอินเดียที่รับโทรศัพท์ ก็ได้ทราบข้อมูลว่า เบอร์มือถือของเธอนั้น มีเพียงคู่หมั้นและครอบครัวของเธอเท่านั้นที่รู้เบอร์ จึงไม่ทราบว่าใครโทร.เข้ามา และโทร.เข้ามาได้อย่างไร" พล.ต.ท.ปรัชญา ระบุ

ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงจากกองปราบปราม เผยว่า เหตุการณ์โทร.ขู่ลอบวางระเบิด เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. โดยเที่ยวบินที่เกิดเหตุเป็นของสายการบินไทย เที่ยวบินที่ ทีจี 521 ซึ่งจะบินจากกรุงเทพฯ ไปแวะที่อินเดีย ปลายทางดูไบ เมืองท่องเที่ยวของสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยขณะเกิดเหตุ มีผู้โดยสารบางส่วนเช็คอินขึ้นไปบนเครื่องบินแล้ว เจ้าหน้าที่จึงต้องอพยพผู้โดยสารทั้งหมดลงมา และเคลื่อนย้ายสัมภาระที่โหลดเรียบร้อยแล้วออกมาตรวจสอบอย่างละเอียด

อย่างไรก็ดี ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้แล้ว โดยเบื้องต้นคาดว่าเป็นเพียงการข่มขู่ เพราะไม่พบวัตถุต้องสงสัยตามที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด

ที่มา:กรุงเทพธุรกิจ (20 ธ.ค. 49)

ขู่บึ้มเครื่องการบินไทย กทม.-ดูไบ ในสุวรรณภูมิต้องถ่ายผู้โดยสาร

15:19 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ย่อย ราชาเทวะ จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า ช่วงเที่ยงที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิ ได้แจ้งมายังสถานีตำรวจว่า มีการขู่วางระเบิดเครื่องบินของสายการบินไทย จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ
พันจ่าอากาศเอก วิชิต ทองสาลิ เจ้าหน้าที่ศูนย์รักษาความปลอดภัย ประจำสนามบินสุวรรณภูมิ กล่าวว่า เครื่องบินลำดังกล่าวเป็นของสายการบินไทย เที่ยวบิน ทีจี 521 กรุงเทพ-ดูไบ ซึ่งมีกำหนดออกจากกรุงเทพ ในเวลา 10.55 น.

แต่ขณะนี้ได้นำเครื่องบินลำดังกล่าวไปจอดในพื้นที่ปลอดภัย และได้ส่งเจ้าหน้าที่กรมสรรพาวุธ เข้าไปตรวจสอบอยู่

เจ้าหน้าที่กำลังเข้าไปตรวจสอบในตัวเครื่อง เนื่องจากได้รับแจ้งว่ามีการลอบวางระเบิดในเครื่องบินลำดังกล่าว เราได้นำผู้โดยสารออกมาจากเครื่องแล้ว และทางการบินไทยนำเครื่องบินลำใหม่ มาเปลี่ยนให้ผู้โดยสาร พันจ่าอากาศเอกวิชิต กล่าว

ที่มา: เนชั่นทันข่าว (20 ธ.ค. 49)

บอร์ดทอท.ใจถึง ยันมค.50แก้ได้ ปัญหาสุวรรณภูมิ

โพสต์ทูเดย์ — บอร์ด ทอท.การันตี มกราคมปีหน้าเร่งสะสางปัญหาจุกจิกในสนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมน้อมรับข้อ ผิดพลาดที่เกิดขึ้นทั้งหมด

นายต่อตระกูล ยมนาค กรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท.เปิดเผยว่า ปัญหาเฉพาะหน้าหรือปัญหาเร่งด่วนของสนามบินสุวรรณภูมิจะเร่งแก้ไขให้เสร็จสิ้นภายในเดือนมกราคม ปี 2550 เช่น ห้องน้ำไม่เพียงพอ ความสะอาดภายในอาคารผู้โดยสาร การให้บริการด้านอาหารต้องเพียงพอ และมีราคาที่เหมาะสม


ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีชาวต่างชาติจำนวนมากที่ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับประเทศไทย เนื่องจากลื่นหกล้มภายในอาคารผู้โดยสารเพราะพื้นลื่นมาก ส่วนปัญหาที่ทางด้านอื่นๆ ที่ต้องใช้ระยะเวลาในการแก้ไขอีก 5-6 เดือน ก็จะเร่งดำเนินการ ให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะในเรื่องของการให้สัมปทานบริหารจัดการพื้นที่ในเชิงพาณิชย์และร้านค้าปลอดภาษี กับกลุ่มบริษัท คิงเพาเวอร์ ซึ่งปัจจุบันพบว่า มีหลายจุดที่ ต้องได้รับการแก้ไขปัญหา ที่มีร้านค้าสินค้าปลอดอากรตั้งกีดขวางทางเดิน


สำหรับการดำเนินงานต่อไปนี้จะเร่งดูสัญญาทั้งหมดเกี่ยวกับการว่าจ้างพนักงานภายนอก หรือเอาต์ซอร์ส เช่น รถเข็นกระเป๋าซึ่งไม่ได้มาตรฐานตามที่กำหนด โดยเฉพาะเวลาเข็นล้อจะเบี้ยว และที่ล็อกล้อไม่ได้มาตรฐาน การจัดจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัย การจัดเก็บขยะ การทำความสะอาดกระจกตามผนังต่างๆ ซึ่งขณะนี้กำลังประสบปัญหาอย่างมาก


นอกจากนี้ กระจกที่ติดตั้งภายในอาคารผู้โดยสารไม่ใช่กระจกนิรภัย ประตูทางเข้าต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการออกแบบและพิจารณาสัญญาก่อสร้างทั้งหมด ที่ ทอท.ยังไม่ได้จ่ายเงินงวด สุดท้ายจำนวนกว่า 1 หมื่นล้านบาท ให้ กับผู้รับเหมา ซึ่งการพิจารณาจะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร เพราะนอกจากงาน ที่มีสัญญาที่ชัดเจนแล้ว ยังมีงานที่เกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ได้สั่งปากเปล่ากับผู้รับเหมาให้เร่งรัดก่อสร้างให้แล้ว เสร็จทันวันเปิดใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 28 กันยายน 2549 ที่ผ่านมา อีกหลายร้อย ล้านบาท

ที่มา:โพสต์ทูเดย์ 20 ธันวาคม 2549

December 19, 2006

คมนาคมร้องICAOช่วย ศึกษาแนวทางใช้ประโยชน์ดอนเมือง

พล.ร.อ. ธีระ ห้าวเจริญ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่18 ธันวาคม 2549ที่ ผ่านมาตัวแทน องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ได้มาเข้าพบเพื่อแสดงความขอบคุณกระทรวงคมนาคม ของไทยที่ให้การสนับสนุนสำนักภูมิภาคฯของ ICAO ตลอดมา

พร้อมกันนี้ ตนได้ขอข้อมูลเรื่องความเหมาะสมในการใช้ ท่าอากาศยานกรุงเทพ(ดอนเมือง) เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในอนาคต เนื่องจาก ICAO เป็นองค์กรที่มีประสบการด้านการบินมายาวนาน โดยข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลประกอบทางวิชาการเท่านั้น ซึ่งทาง ICAO ก็ยินดีให้ความช่วยเหลือ ในการให้ข้อมูลทางวิชาการในเรื่องความเหมาะสมการใช้ ท่าอากาศยานดอนเมืองในอนาคต กับกระทรวงคมนาคม โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ผลศึกษาจึงจะเสร็จ และสามารถส่งข้อมูลมายังกระทรวงคมนาคมได้

รมว.คมนาคม กล่าวว่า ขณะเดียวกันตนได้สั่งการให้หน่วยงานต่างๆไปทำการศึกษาข้อมูลในการใช้ ท่าอากาศยานดอนเมืองก่อนนำมาพิจารณาร่วมกันกับข้อมูลที่ ICAO ศึกษามา เพื่อให้ผลการวิเคราะห์ในการใช้ประโยชน์สนามบินได้รับประโยชน์สูงสุด คาดว่าจะได้ข้อยุติการใช้ประโยชน์ ท่าอากาศยานดอนเมืองภายใน 1-2 เดือน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้สายการบินต้นทุนต่ำ(โลว์คอสต์ แอร์ไลน์)เคยเสนอขอใช้พื้นที่ดอนเมืองเพื่อให้บริการผู้โดยสาร แยกออกมาจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิด้วย โดยอ้างว่าเพื่อลดความแออัดของสนามบินฯลฯ

ที่มา: แนวหน้า (19 ะ.๕. 49)

ขอใช้ดอนเมือง

พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการเข้าพบของผู้บริหารองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ว่า ได้ขอความร่วมมือจาก ICAO ในการศึกษาความเป็นไปได้ในการเปิดใช้ท่าอากาศยานกรุงเทพ (ดอนเมือง) ในฐานะที่หน่วยงานดังกล่าวเป็นหน่วยงานที่มีประสบการณ์ด้านการบินมายาวนาน ซึ่งICAO ก็พร้อมให้ความร่วมมือในการศึกษาพิจารณาความเป็นไปได้ในการเปิดใช้สนามบินดังกล่าว และจะนำข้อมูลที่ได้จากการศึกษามาพิจารณาร่วมกับข้อมูลที่ได้รับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยที่ดำเนินการศึกษาไว้ และคาดว่าจะได้ข้อสรุปในอีก 1-2 เดือนนี้

ที่มา: ข่าวสด (19 ธ.ค. 49)

December 18, 2006

ทอท.ชี้ชะตาล็อกซเล่ย์ฯ รื้อสัญญารปภ.สุวรรณภูมิฉาว ชงข้อมูลให้บอร์ดเชือด21ธค.

บอร์ด ทอท.ประชุมสัปดห์นี้ ว่าจะทบทวนสัญญาว่าจ้าง กลุ่มล็อกซเล่ย์ฯ เป็นผู้รักษาความปลอดภัยในสนามบินหรือไม่ ขณะที่ ผอ.สุวรรณภูมิ ขอโทษที่ให้บริการไม่ดี พร้อมซื้อเวลาขอแก้ปัญหาอีก3-4เดือนทุกอย่างเรียบร้อย

มีรายงานข่าวจาก บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท.แจ้งว่า ในการประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด)ทอท.ในวันที่ 21 ธันวาคม ที่ประชุมจะมีการพิจารณาเรื่องการว่าจ้างกลุ่ม ล็อกซเล่ย์- ไอทีซีเอส คอนซอร์เทียม เป็นผู้ให้บริการงานรักษาความปลอดภัยในสนามบินสุวรรณภูมิ ในวงเงิน 5,426 ล้านบาทว่า มีความโปร่งใสหรือไม่ หลังจากก่อนหน้านี้ พลเอก สพรั่ง กัลยาณมิตร ประธานบอร์ด ทอท.คนใหม่เห็นว่า เป็นวงเงินสูงจนเกินไป และระยะเวลาว่าจ้าง 10 ปีเป็นสัญญาว่าจ้างที่ยาวไป

ขณะที่ พล.อ.อ.ณรงค์ศักด์ สังขพงศ์ กรรมการ ทอท. ในฐานะคณะทำงานดูแลเรื่องความปลอดภัยในสนามบินสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า ในขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนรวบรวมรายละเอียดในการว่าจ้าง และขอบเขตของเนื้องาน ขอบเขตของเนื้องานมีความสัมพันธ์กับวงเงินจ้างหรือไม่นั้น คาดว่าในสัปดาห์นี้ จะส่งเอกสารให้ บอร์ด ชุดใหม่พิจารณาถึงความเหมาะสมอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังได้มีการรวบรวมรายละเอียดในการใช้พื้นที่ของ คิงเพาเวอร์ ที่ก่อนหน้านี้ได้ทำสัญญาใช้พื้นที่กับ ทอท. จำนวน 20,000 ตารางเมตร แต่มีการใช้จริงไปทั้งหมด จำนวน 25,000 ตารางเมตร ซึ่งหากมีการใช้พื้นที่เกินก็จะมีการดำเนินการกับริษัทดังกล่าวต่อไป นายสมชัย สวัสดีผล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวถึงปัญหางานบริการที่เกิดขึ้นในตลอด 3 เดือนที่ผ่านมานับตั้งเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ใน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทั้งห้องน้ำไม่เพียงพอ กระเป๋าสัมภาระพลัดหลงและล่าช้า ปัญหาด้านความปลอดภัยต่าง ๆ ว่า ที่ผ่านมา บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ในฐานะผู้บริหารโครงการขอยอมรับผิด และต้องขอโทษคนไทยทั่วประเทศที่หลังเปิดให้บริการท่าอากาศยานยังมีปัญหาขลุกขลักอยู่บ้าง อย่างไรก็ตาม ทอท.ได้พยายามเร่งรัดแก้ไขปัญหาทั้ง หมดอยู่ และขอยืนยันว่าจะทำให้ปัญหาต่าง ๆ หมดไปภายใน 6 เดือน

ด้านนายโชติศักดิ์ อาสภวิริยะ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. กล่าวว่า ในขณะนี้ยังไม่ได้รับ รายงานถึงกำหนดการที่ รมว.คมนาคม และรมช.คมนาคม จะเดินทางมาตรวจเยี่ยม ทอท.ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้น ยืนยันว่า ทอท. ก็ดำเนินงานต่าง ๆ เพื่อแก้ไขอยู่ ไม่ได้ว่างเว้น

มีรายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รมช.คมนาคม ยืนยันว่าจะเดินทางไปตรวจท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เนื่องจากได้รับรายงานว่ามีผู้ร้องเรียนถึงระบบบริการต่าง ๆ ภายในสนามบินเริ่มแย่ลง ไม่ว่าจะเป็น ระบบความเย็น รถเข็นชำรุด ฯลฯหลังจากที่เพิ่งใช้งานได้เพียง 2 เดือน

ที่มา: แนวหน้า (18 ธ.ค. 49)

เปิดบิน"ฟูกูโอกะ"คู่"ฮิโรชิมา" บางกอกแอร์ฯซื้อ8ลำA319

บางกอกแอร์เวย์สโชว์แผนลงทุนภายในปี"52 ซื้อฝูงบินแอร์บัส A319 เพิ่ม 8 ลำ ธันวาคมนี้ลุยเปิดตลาดญี่ปุ่นโหมกลยุทธ์เชื่อมขาย 2 เมือง "ฟูกูโอกะ-ฮิโรชิมา" บินครบ 7 วัน ดึงทัวร์คุณภาพและรายได้อินบาวนด์หนุนเศรษฐกิจ ทำโปรโมชั่นล่อใจคนไทย ตั๋วไป-กลับ 21,000 บาท แพ็กเกจ 6 วัน เพียง 41,000 บาท

นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เจ้าของ บางกอกแอร์เวย์ส เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า วางยุทธศาสตร์การลงทุนภายใน 3 ปีนี้ เตรียมเช่าซื้อฝูงบินใหม่ แอร์บัส 319 เพิ่มอีก 8 ลำ จะรับมอบภายในปี 2552 เพิ่มที่นั่งชั้นธุรกิจมากขึ้นอีกกว่า 20%

เนื่องจากทดลองตลาดเส้นทางบินกัมพูชาทำพันธมิตรกับดุ๊คแอร์ ประเทศภูฏาน ปรากฏว่าที่นั่งชั้นธุรกิจขายดีมากและหากเที่ยวบินใดไม่มีลูกค้าจะยกเลิกการเดินทางทันที อนาคตบางกอกแอร์เวย์สจะขยายกำลังซื้อดึงกลุ่มไฮเอนด์ลูกค้าคุณภาพเข้าเมืองไทยมากขึ้นทุกปี

ส่วนการขยายจุดบินประจำภายในเดือนเดียวธันวาคม 2549 ไป-กลับ กรุงเทพฯ-ฟูกูโอกะ (ญี่ปุ่น) 3 เที่ยว/สัปดาห์ และกรุงเทพฯ-มัลดีฟส์ 3 เที่ยว/สัปดาห์ วางกลยุทธ์ดึงรายได้ท่องเที่ยวเข้าประเทศเพิ่ม โดยเฉพาะญี่ปุ่นซึ่งเดินทางเข้าไทย (inbound) ปีละกว่า 1 ล้านคน บางกอกแอร์เวย์ส จะรุกการขายจังหวัดในหมู่เกาะคิวชู ซึ่งมีจังหวัด ฟูกูโอกะกำลังซื้ออินบาวนด์ดีมาก เป็นเมืองใหญ่สุดทางตอนใต้ของเกาะ

การขายจะผนึกตารางบินรองรับการเดินทางทั้ง 7 วัน โดยบางกอกแอร์เวย์สบินเข้าเกาะคิวชู 2 เมือง คือฮิโรชิมา เมืองประวัติศาสตร์ 4 เที่ยว/สัปดาห์ ทุกจันทร์ พุธ ศุกร์ อาทิตย์ ส่วนฟูกูโอกะ เมืองอุตสาหกรรมและการค้า บิน 3 เที่ยว/สัปดาห์ ทุกอังคาร พฤหัสบดี เสาร์ ราคาตั๋วไป-กลับ 21,000-25,000 บาท ทั้ง 2 เมือง นักท่องเที่ยวอยู่ใกล้กันนั่งรถ 40 นาที ค่ารถ 2,000 บาท

ขณะนี้บางกอกแอร์เวย์สมีราคาตั๋วโปรโมชั่น พิเศษ ไป-กลับ กรุงเทพ-ฟูกูโอกะ ถึง 23 ธ.ค.นี้ 21,000 บาท และ ฟ้าไทยฮอลิเดย์สจัดแพ็กเกจ 4 วัน 3 คืน พักโรงแรม 4 ดาว รวมทัวร์ทุกวัน อาหารทุกมื้อ ราคาเริ่มต้นที่ 41,000 บาท ออกจากกรุงเทพฯ 00.30 น. กลับจากฟูกูโอกะ 10.00 น.

นายแพทย์ปราเสริฐกล่าวว่า เส้นทางไป-กลับ ญี่ปุ่น ตั้งเป้าจะมีผู้โดยสารอินบาวนด์ 70% ส่วนคนไทยจะกระตุ้นออกไปเที่ยว (outbound) อีกประมาณ 30% ภาพรวมการเที่ยวในเกาะคิวชูจุดขายจะต่างกัน จังหวัดฟูกูโอกะต้องหาโปรดักต์ให้นักท่องเที่ยวเลือกซื้อความหลากหลายแบบหรือ option tour รวมเป็นวันสต็อป สถานที่เที่ยวดี ช็อปปิ้งสนุก อาหารทะเลรสเลิศ เพราะความโดดเด่นของเมืองนี้มีทั้ง ช็อป โชว์ และดนตรี ส่วน จังหวัดฮิโรชิมาเป็นเมืองมรดกโลก คนไทยสามารถไปแล้วเที่ยวได้ทั้ง 2 จังหวัด

"ยอมรับว่ากำลังซื้อเอาต์บาวนด์เข้าฮิโรชิมายังน้อย เพราะในเกาะคิวชูต้นทุนสูงมาก 2 ส่วน ส่วนแรกห้องพักโรงแรมคิดราคาต่อหัวขั้นต่ำ 10,000 บาท/ห้อง/คืน ค่ารถบัสนำเที่ยวต่อวันเกิน 40,000 บาท/คัน ต่างจากตั๋วเครื่องบินไป-กลับ 5 ชั่วโมงครึ่ง ไม่ถึง 30,000 บาท/คน"

"พฤติกรรมของคนไทยไปญี่ปุ่นจะนิยมซื้อแพ็กเกจ ตั๋วเครื่องบิน + ห้องพัก + อาหารทุกมื้อ + รถเดินทาง + แหล่งท่องเที่ยว กลยุทธ์การผลิตแพ็กเกจจึงค่อนข้างยาก เพราะต้นทุนสูงมาก 6 วันต้องจ่ายอย่างต่ำ 40,000 บาท/คนขึ้นไป ตลาดส่วนใหญ่เป็นระดับซี ต่างจากมัลดีฟส์ไม่สนใจแพ็กเกจสามารถซื้อทุกอย่างได้เต็มที่ เป็นกลุ่มไฮเอนด์เกรดเอทั้งหมด"

อย่างไรก็ตาม บางกอกแอร์เวย์สยังมีแผนขยายเส้นทางบินในญี่ปุ่น 2-3 ปีข้างหน้าไม่ต่ำกว่า 3 เมือง เพื่อรองรับกำลังซื้อของเอาต์บาวนด์ญี่ปุ่นซึ่งนิยมเลือกไทยเป็นประเทศเป้าหมายท่องเที่ยว 1 ใน 3 ของเอเชีย

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ (18 ธ.ค. 49)

"แควนตัส"ช็อกโลกขายกิจการทิ้ง! ออสซี่-USAเข้าเทกโอเวอร์3แสนล.

"แควนตัส" ขายกิจการ 3 แสนล้านบาท ให้พันธมิตรการเงิน Australia"s Macquarie Bank และการบินสหรัฐอเมริกา Texas Pacific Group อ้างสถานการณ์น้ำมัน ถล่มตึกเวิรลด์เทรดฯ ซาร์ส หวัดนก เขย่าขวัญแอร์ไลน์มาตลอด

มาร์กาเร็ต แจ็กสัน ประธาน แควนตัส แอร์เวย์ส เปิดเผยว่า ยอมรับข้อเสนอจากพันธมิตรร่วมทุน Australia"s Macquarie Bank และ Texas Pacific Group ที่ใช้เงินลงทุนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ 302,400 ล้านบาท (8,640 ล้านเหรียญสหรัฐ) เข้าซื้อกิจการของแควนตัส ผู้ถือหุ้นใหม่ทั้ง 2 กลุ่ม คือธนาคารแมกแควรี่เป็นกลุ่มทุนใหญ่สุดของออสเตรเลีย ส่วนเทกซัส แปซิฟิก กรุ๊ป เป็นกลุ่มทุนจากวงการบินยักษ์ใหญ่สหรัฐอเมริกา

แผนการขายหุ้นให้กลุ่มพันธมิตรเข้ามาซื้อกิจการเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแก่แควนตัส โดยเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2549 ได้ขายหุ้นมากสุดออกไปก่อนถึง 33% ภายหลังข่าวนี้เผยแพร่ออกไป ผู้ถือหุ้นรายใหม่ได้รับการเสนอซื้อหุ้นในราคาสูงถึงเกือบ 200 บาท/หุ้น (4.40 เหรียญสหรัฐ) นับเป็นประวัติศาสตร์ของตลาดหลักทรัพย์ที่รัฐบาลออสเตรเลียขายในรอบ 11 ปี

หลายฝ่ายมีความเชื่อว่าการอนุมัติขายหุ้นครั้งนี้ เป็นสัญลักษณ์สร้างมูลค่าทรัพย์สินแก่ผู้ถือหุ้นเป็นอย่างมาก หลังจากที่แควนตัสดำเนินธุรกิจโดยทำกำไรแบบไร้พรมแดนมาถึง 86 ปี แต่เมื่อต้องประสบชะตากรรมกับภาวะต้นทุนน้ำมันตั้งแต่เหตุการณ์ก่อการร้ายถล่มตึกเวิรลด์เทรดฯ 9 กันยายน 2544 ผลกระทบจากซาร์สและไข้หวัดนกเป็นแรงกระแทกและสร้างความหวั่นวิตกต่อความแข็งแกร่งในการพัฒนารายได้จากการบิน

"คณะกรรมการหรือบอร์ดแควนตัสระบุว่า กลุ่มผู้ถือหุ้นอยู่ในแควนตัส 90% ซึ่งมีทั้งหน่วยงานกำกับดูแลการบิน ออสเตรเลีย คอมเพตติชั่น และคอนซูเมอร์ คอมมิสชั่น นักวิเคราะห์สถาบันการลงทุน เห็นพ้องกันว่าสถานการณ์น้ำมัน ซาร์ส ไข้หวัดนกมีผลต่อการขยายธุรกิจการบิน"

"ดีลนี้พิสูจน์ว่าเป็นการเทกโอเวอร์บริษัทคอร์ปอเรตครั้งใหญ่สุดในออสเตรเลีย หลังจากหลังปี 2544 เคยเกิดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์การเทก โอเวอร์มาแล้วเมื่อสิงคโปร์ เทเลคอมมิวนิเคชั่น หรือสิงเทล มีการซื้อขายกันด้วยดีลใหญ่ถึง 14,000 ล้านเหรียญสหรัฐ"

สำหรับสัดส่วนการถือหุ้นใหม่ กลุ่มออสเตรเลีย สถาบันการเงิน Allco Equity Partners 35% Allco Finance Group 11% Macquarie 15% กลุ่มพันธมิตรต่างชาติถือรวม 39% ประกอบด้วย Fort Worth-based Texas Pacific Group สหรัฐอเมริกา 15% แคนาดา กลุ่ม Onex Corp. 9% และอื่นๆ อีก 15%

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ (18 ธ.ค. 49)

ทัวร์เอาต์บาวด์ขู่บอยคอตบินไทย

โพสต์ทูเดย์ — ทีทีเอเอ จี้ ททท.ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบการทัวร์เอื้องหลวง ของการบินไทย หลังจัดแพ็กเกจ อะคาเดมี แฟนเทเชีย ดึงลูกค้าอื้อ ชี้เตรียมเรียกสมาชิกหาบอยคอตจำปี

นายเอนก ศรีชีวะชาติ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) กล่าวว่า การที่บริษัทการบินไทยจัดแพ็กเกจทัวร์เส้นทางต่างประเทศ ในนามทัวร์เอื้องหลวง พร้อมจัดกิจกรรมสร้างแรงจูงใจและราคาทัวร์พิเศษ เพื่อกระตุ้นการขาย อย่างเช่น แพ็กเกจทัวร์ อะคาเดมี แฟนเทเชีย ซึ่งเชื่อว่าการขายแพ็กเกจทัวร์ราคาพิเศษของการบินไทย จะทำให้ผู้ประกอบการทัวร์นำคนไทยเที่ยวนอก (เอาต์บาวด์) ไม่สามารถแข่งขันได้ ซึ่งเกิดความไม่เป็นธรรม เนื่องจากการบินไทยมีที่นั่งที่สั่งจองได้ มีพันธมิตรขนาดใหญ่ และศักยภาพด้านโฆษณาประชาสัมพันธ์ได้อย่างครอบคลุม ทำให้สามารถควบคุมต้นทุนได้


ทั้งนี้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการทัวร์เส้นทางเดียวกันสูญเสียโอกาสทางการแข่งขัน ซึ่งผู้ประกอบการเอกชนต้องการให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตรวจสอบเรื่องใบอนุญาตการทำทัวร์ของการบินไทย ว่าจัดทัวร์เองได้หรือไม่


อย่างไรก็ตาม หากการบินไทย จัด นำเที่ยวในทุกเส้นทางที่เปิดให้บริการ ผู้ประกอบการรายอื่นของไทยจะไม่สามารถนำเสนอเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ ให้กับนักท่องเที่ยวได้


“ผมไม่แน่ใจว่า การบินไทยมีใบอนุญาตทำทัวร์นอกได้หรือไม่ ซึ่งต้องการให้ ททท.เร่งตรวจสอบ ถ้าสามารถทำได้ขอร้องให้เพลาๆ ลงบ้าง เพราะการเปิดของการบินไทย เชื่อว่าผู้ประกอบกระทบหนัก เพราะไม่สามารถแข่งขันได้เลย ซึ่งที่ผ่านมาการจองที่นั่งของการบินไทยค่อนข้างยากและได้ที่นั่งน้อย” นายเอนก กล่าว


อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมฯ เตรียมเรียกสมาชิกมาร่วมหารือเพื่อหาทางรับมือกับปัญหานี้อย่างเร่งด่วน โดยอาจถึงขั้นบอยคอตการบินไทย โดยหันไปใช้สาย การบินอื่นก็เป็นได้

ที่มา: โพสต์ทูเดย์ (18 ธ.ค. 49)

สายการบินไทยแอร์เอเชีย ขยายปีกบินตรงกรุงเทพฯ –ลังกาวีเป็นเจ้าแรก!!

สายการบินไทยแอร์เอเชียขยายปีก รุกนักรับปีหน้าฟ้าใหม่ ด้วยการเปิดเส้นทางใหม่กรุงเทพฯ บินตรงสู่ลังกาวี ประเทศมาเลเซีย 3 วันต่อสัปดาห์

นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวถึงเหตุผลของการเปิดเส้นทางบินใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการในการเดินทางของผู้โดยสารจำนวนมากที่ต้องการบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่ลังกาวี และจากลังกาวีมายังกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มศักยภาพอุตสากรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“ไทยแอร์เอเชียตัดสินใจเดินหน้าเพิ่มเส้นทางบินไปลังกาวี เพราะเราต้องการทำให้ฝันของนักท่องเที่ยวเป็นจริง นับตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2550 เป็นต้นไป ทุกท่านจะสามารถใช้บริการสายการบินไทยแอร์เอเชียบินตรงสู่ลังกาวี ในเวลาเพียงไม่ถึง 2 ชั่วโมง ก็ถึงที่หมายด้วยความสะดวกสบาย ในราคาประหยัด” นายทัศพลกล่าว

เกาะลังกาวีเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ต่างชาติเข้ามามากมายในแต่ละปี เนื่องจากมีแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่สวยงามหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำทะเลใสสะอาด และมีเกาะแก่งที่ยังคงสมบูรณ์ทางธรรมชาติ เช่นที่ Pulau Payer อุทยานทางทะเลที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับโลกใต้ทะเลหลากสี ซึ่งขณะนี้ลังกาวียังกำลังส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (Ecotourism) อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีลังกาวี เคเบิ้ลคาร์ ที่มีไว้ให้นักท่องเที่ยวนั่งชมทิวทัศน์รอบเมือง มีสุสานพระนางมัตสุรีซึ่งเป็นแหล่งศึกษาประวัติศาตร์ความเป็นมา และวิถีชีวิตของชาวลังกาวี มีโลกใต้ทะเล (Under Water World) ซึ่งมีห้างสรรพสินค้าปลอดภาษี มีสินค้าประเภทเครื่องสำอางค์และ อาหาร เครื่องประดับหลายอย่าง โดยเฉพาะเครื่องสำอางค์แบรนด์ดังจากต่างประเทศ เราขอบอกว่า...ถูกมากกกก..กก งานนี้ขอบอกว่า ลังกาวียังถือได้ว่าเป็นสวรรค์บนดินของนักช้อปตัวยงจริงๆ เพราะเกาะแห่งนี้เป็นเมืองปลอดภาษี (Duty Free Port)

ที่ผ่านมานั้นนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่ต้องการเดินทางจากประเทศไทยไปยังเกาะลังกาวีมักจะเดินทางไปยังหาดใหญ่ก่อน จากนั้นเดินทางต่อไปยังอ.สะเดา และผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองที่นั่น จากนั้นก็มุ่งหน้าสู่รัฐกัวลาปะลิศ เพื่อขึ้นเรือเฟอรี่ไปยังเกาะลังกาวี รวมแล้วใช้เวลาเดินทางเกือบ 1 วันเต็ม

แต่ “ที่ไทยแอร์ เอเชีย...ใครๆ ก็บินได้” วันนี้การเดินทางสู่ลังกาวี สะดวก สบาย รวดเร็ว และประหยัด โปรโมชั่นเปิดเส้นทางใหม่เริ่มต้นเพียง 0 บาท จำนวนจำกัดเพียง 1,000 ที่นั่ง ทุกท่านสามารถสำรองที่นั่งได้ตั้งแต่วันนี้ – 20 ธันวาคม และสามารถเดินทางได้ตั้งแต่วันที่ 6 – 31 มกราคม 2550 ทั้งนี้เฉพาะผู้ที่จองผ่าน www.airasia.com เท่านั้น

นอกจากนี้สายการบินไทยแอร์เอเชียยังภูมิใจเสนอแพ็คเกจทัวร์ GO Holiday ราคาประหยัด เริ่มต้นที่ 895 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.airasia.com หรือติดต่อศูนย์บริการลูกค้าที่โทร 0-2515-9999

ไทยแอร์เอเซีย เปิดตัวเครื่องบิน "นเรศวร"

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2549 ที่โรงแรมโรโวเทล สุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สายการบินไทยแอร์เอเซียร่วมกับบริษัท พร้อมมิตร โปรดักชั่น จำกัด จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว เครื่องบินสายการบินไทยแอร์เซียที่ตกแต่งภายนอกและภายในเพื่อโฆษณาภาพยนตร์ไทยเรื่อง ‘ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช'
นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยว่าสายการบินไทยแอร์เอเซียได้สนับสนุนการประชาสัมพันธ์ภาพยนต์เรื่องนี้โดยการตกแต่งเครื่องบินด้วยลวดลายจากภาพยนตร์ โดยได้ทำการตกแต่งภายนอกเครื่องบิน โบอิ้ง 737-300 ขนาด 148 ที่นั่ง จำนวนหนึ่งลำด้วยสติกเกอร์ชนิดพิเศษที่ไม่ติดไฟซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานจากองค์การการบินของสหรัฐ และยังได้ตกแต่งภายในเครื่องบินบริเวณที่เก็บสัมภาระและถาดอาหารด้วยสติกเกอร์พิเศษเช่นกันในเครื่องบิน 3 ลำรวมลำที่มีการตกแต่งภายอกด้วย โดยนายทัศพลกล่าวว่า ประเทศไทยมีประวัติความเป็นมาอันยาวนานที่น่าภาคภูมใจในความเป็นไทย และสายการบินไทยแอร์เอเซียรู้สึกภูมิใจที่ได้สนับสนุนภาพยนต์แห่งแผ่นดินเรื่องนี้ เพื่อเทิดทูนพระมหากษัตริย์ที่ทำให้ประเทศไทยดำรงเอกราชตราบจนทุกวันนี้ โดยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตกแต่งเป็นเงินถึง 7 หลัก
ในการแถลงข่าวครั้งนี้นายคุณากร เศรษฐี ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่อง “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ได้กล่าวถึงการตกแต่งเครื่องบินเพื่อประชาสัมพันธ์ภาพยนต์ครั้งนี้ ว่าเป็นครั้งแรกที่มีการโฆษณาภาพยนตร์โดยสื่อเคลื่อนที่บนเครื่องบิน โดยไทยแอร์เอเซียเป็นเอกชนรายแรกที่เข้ามาร่วมสนับสนุนการโฆษณาประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์เรื่องนี้ และจะเป็นโอกาสดีที่จะทำให้เอกชนรายอื่น ๆ หันมาช่วยสนับสนุนภาพยนตร์ของไทยมากขึ้น และในงานนี้ ร.อ. วันชนะ สวัสดี นักแสดงผู้รับบทเป็นสมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้มาร่วมแถลงข่าวด้วย
สายการบินไทยแอร์เอเซียจะใช้เครื่องบินลำนี้ให้บริการในเส้นการบินทุกเส้นทางของไทยแอร์เอเซียคือ 9 เมืองในประเทศไทยและอีก 9 เมืองในต่างประเทศ นอกจากนี้ยังจะมีแผ่นภัพโฆษณาภาพยนตร์ใส่ไว้ในกระเป๋าหน้าที่นั่งของเครื่องบินทั้ง 11 ลำของสายการบินอีกด้วย
สำหรับภาพยนตร์ ‘ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช' นั้นกำกับโดย ม.จ. ชาตรีเฉลิม ยุคล และได้สร้างมาเป็นแบบไตรภาคโดยสองภาคแรกจะเข้าฉายพร้อมกันในวันกองทัพไทยวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2550

ที่มา: [HF News] ไทยแอร์เอเซีย เปิดตัวเครื่องบิน "นเรศวร"

December 17, 2006

ส่งผลตรวจมลพิษทางเสียงสุวรรณภูมิให้คมนาคมแล้ว

13:00 น. นายสุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหามลพิษทางเสียงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิว่า ขณะนี้คพ.ตรวจวัดความดังของเสียงด้วยการทดลองบินเต็มรูปแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เต็มศักยภาพของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเสร็จเรียบร้อย และส่งข้อมูลให้กับกระทรวงคมนาคมพิจารณาดำเนินการให้การช่วยเหลือสำหรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยกระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการติดตามมาตรการทางเทคนิคและค่าชดเชย ซึ่งจะมีปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน

จากการตรวจวัดความดังพบว่าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบยังคงเป็นพื้นที่บริเวณทิศเหนือและใต้ ในรัศมี 10 กิโลเมตร (NEF) ซึ่งอยู่ในพื้นที่ NEF มากกว่า 40 และบ้านเรือนในกลุ่มนี้จะได้รับการพิจารณาช่วยเหลือค่าชดเชย ซื้อคืนหรือต้องการซ่อมแซมตามความสมัครใจให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มกราคม 2550

นอกจากนี้ ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาข้อกฎหมายสำหรับควบคุมผังเมืองรอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนในขณะนี้ โดย มี 2 แนวทางคือใช้มาตรา 10 ของ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร เพื่อจำกัดสิ่งก่อสร้างและมีผังเมืองที่ชัดเจน และมาตรา 9 ของกฎหมายสิ่งแวดล้อม เพื่อควบคุมการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ แต่มาตรา 9 นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ออกคำสั่งตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม สำหรับการขีดแนวพื้นที่ที่จะกระทบกับมลพิษทางเสียงจะจัดเขตกันชนเริ่มตั้งแต่ที่เส้น NEF 28-40 จากเดิมที่จะเริ่มตั้งแต่ NEF 30

ที่มา: เนชั่นทันข่าว (17 ธ.ค. 49)

ตุนที่สุวรรณภูมิหนาว รัฐขีดวง10,000ไร่ ห้ามทำบ้านพักอาศัย

พิษเสียงเครื่องบินรอบสุวรรณภูมิยังแก้ไม่ตก เมื่อชาวบ้านยังประสานเสียงโวยให้บ. ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือทอท.รีบจ่ายชดเชยด่วน ก่อนจะวิกลจริตไปทั้งบาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านที่อยู่ในแนวเส้นเสียงระดับ NEF30 ขึ้นไป จนถึงเกิน NEF 40 นั้น ชาวบ้านเขายืนยันมาว่า ยังไง ๆ ก็ทนอยู่ต่อไม่ได้แล้ว


ยังจะมีปัญหาสำหรับนักพัฒนาที่ดินหรือผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่ซื้อที่ดินตุนในย่านใกล้เคียง ที่หวังลุ้นขึ้นโครงการเพื่อรีบขายชาวบ้านที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เข้ามาซื้อไปแล้วมีปัญหาภายหลังให้แก้กันไม่ตกอีก


ล่าสุด ดร.สุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ โดดเป็นหัวหอกคนสำคัญ ระดมสมององค์กรที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงคมนาคม บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท. กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมขนส่งทางอากาศ เป็นต้น ร่วมกันแก้ปัญหาระยะยาว โดยมีข้อสรุปว่า จะประกาศควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดินย่านสนามบินสุวรรณภูมิ โดยห้ามสร้างอาคารประเภทที่อยู่อาศัยทุกประเภท ในรัศมีแนวเส้นเสียงซึ่งเป็นจุดขึ้น-ลง ช่วงหัว(ด้านเหนือ) –ท้าย(ด้านใต้) สนามบิน ระหว่างNEF 30-NEF เกินกว่า 40 ทุกกรณี เว้นแต่โกดัง คลังสินค้า ที่จอดรถ ฯลฯ ซึ่งประเมินคร่าว ๆ ว่า จะครอบคลุมพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 10,000 ไร่


เขตดังกล่าวจะมีฐานความกว้างขนานไปกับตัวสนามบิน กว้าง 4 กิโลเมตร และเป็นแนวยาวเป็นรูประฆังคว่ำขึ้นไปทางทิศเหนือของตัวสนามบิน ผ่านกลุ่มหมู่บ้านเคหะนคร 2 หมู่บ้านร่มสุขวิลล่า 4 ฯลฯ ไปสิ้นสุดปลายทางที่ถนนสุวิทวงศ์ รัศมี 10 กิโลเมตร


ด้านใต้ก็เช่นกัน มีฐานกว้างขนานสนามบิน 4 กิโลเมตร และต่อออกไปเป็นรูประฆังคว่ำ รัศมี 10 กิโลเมตร ผ่านหมู่บ้านกรีนวัลย์ ไปสิ้นสุดระยะทางที่ถนนเทพารักษ์ ส่วนด้านข้าง ซ้าย-ขวาของสนามบิน อาทิ ด้านถนนกิ่งแก้ว ฯลฯ ทั้งสองข้างทอท.จะมีการขยายเฟสการพัฒนาสนามบินออกไป คาดว่ารัศมีที่ต้องกันไว้เพื่อห้ามพัฒนา น่าจะไม่เกิน 1-2 กิโลเมตรโดยประมาณ เพราะด้านข้างสนามบินไม่ค่อยมีผลกระทบด้านเสียงที่เกิดขึ้น


ทั้งนี้ มีตัวเลือกใช้เครื่องมือ 3 ตัวเลือก คือ 1. ใช้พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ด้วยการออกกฎกระทรวงควบคุมรายละเอียดเพิ่มเติมจากกฎกระทรวงเดิมที่มีอยู่แล้ว 2. ใช้อำนาจของพ.ร.บ.คุ้มครองและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม มาตรา 45 ออกประกาศเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม หรือ 3. ใช้อำนาจของพ.ร.บ.คุ้มครองคุณภาพและสิ่งแวดล้อม มาตรา 9 ใช้อำนาจนายกรัฐมนตรี ออกประกาศเป็นเขตภัยพิบัติที่ต้องมีกฎหมายคุ้มครองเร่งด่วน


"ต้องรีบออกมาตรการควบคุมที่ดินบริเวณแนวเส้นเสียงอย่างเร่งด่วน เพราะเกรงว่าจะมีชาวบ้านตลอดจนเอกชนเข้าไปใช้ประโยชน์ที่ดินมากขึ้นโดยเฉพาะที่อยู่อาศัยและมีผลกระทบตามมา จนต้องเรียกค่าชดเชยเพิ่มอีก ส่วนชาวบ้านที่ทนเสียงดังไม่ได้ ก็ทำเรื่องเสนอขายบ้านมาได้เลย ไม่จำเป็นว่าจะต้องอยู่ในแนวเส้นเสียงระดับNEF เกินกว่า 40 แล้ว " อธิบดีกรมควบคุมมลพิษกล่าวทิ้งท้าย


ฟังอย่างนี้ชาวบ้านรอบสนามบินอาจโล่งอก แต่ที่อกสั่นขวัญแขวนอยู่ในขณะนี้คือ นักค้า นักเก็งกำไร นั้นเอง!!!

ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ (17 ธ.ค. 49)

December 12, 2006

"บรรณวิทย์"ลั่น! ฟันไม่เลี้ยงมาเฟีย-แก๊งงาบ"สุวรรณภูมิ"

“พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน” ประธานคณะกรรมาธิการคมนาคม ให้สัมภาษณ์กับสภาท่าพระอาทิตย์ (12 ธ.ค.49) ซึ่งวันนี้จะยกพลบุกชำแหละสนามบินสุวรรณภูมิ โดยจะเน้น 3 เรื่องใหญ่ที่กระทบประชาชนเป็นหลัก คือ 1. ห้องน้ำ 2. ความสะอาด และ 3 ความปลอดภัย ชี้ทุกเรื่องที่สงสัยจะต้องได้รับการคลี่คลาย ลั่นไม่หวั่นมาเฟียสนามบิน พร้อมรับลูก “พล.อ.สพรั่ง” สั่นฟันไม่เลี้ยงแน่หากพบการทุจริต

รายการสภาท่าพระอาทิตย์ ประจำวันที่ 12 ธันวาคม 2549 ดำเนินรายการโดยสำราญ รอดเพชร และบัณฑิต ปิ่นมงคลกุล

สำราญ – เราจะไปกันที่เรื่องของสุวรรณภูมินะครับ ทราบว่าวันนี้คณะกรรมการวิสามัญ ศึกษาและติดตามการแก้ปัญหาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก็จะยกพลหรือยกทัพไปที่สนามบินเลยนะครับ เราจะไปคุยเรื่องนี้กับท่านสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งหลังสุดนั้นได้รับการเลือกเป็นประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคมด้วย และท่านก็เป็นประธานคณะกรรมการวิสามัญเรื่องของสุวรรณภูมิด้วยนะครับ พลเรือเอกบรรณวิทย์ เก่งเรียน ตอนนี้มาแล้วครับ สวัสดีท่านครับ

พล.ร.อ.บรรณวิทย์ – สวัสดีครับ อาจารย์สำราญ

สำราญ – และก็คุณบัณฑิตนะครับ ก็ตกลงจะไปกันวันนี้หรือครับ

พล.ร.อ.บรรณวิทย์ – ครับ วันนี้ก็ 10 โมงจะไปที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเลยนะครับ ชุดใหญ่เลยครับ 35 ท่าน และก็ยังมีกรรมาธิการคมนาคมขอตามไปด้วยอีก ก็น่าจะประมาณซัก 45 ท่านวันนี้ครับ พร้อมผู้สื่อข่าวทั้งหมดเลยครับ

สำราญ – นี่ไปกันเป็นกองทัพเลยนะครับ

พล.ร.อ.บรรณวิทย์ – ครับ ไปกันเป็นกองทัพ สนช.ครับ

สำราญ – มีลักษณะการทำงานยังไงบ้างครับ กรรมการวิสามัญชุดนี้นี่

พล.ร.อ.บรรณวิทย์ – คือเมื่อเราเข้ามาที่ สนช.นะครับ ก็คิดว่าเราจะต้องทำอะไรให้กับประชาชน ก็ดูว่าสนามบินสุวรรณภูมิมีแต่คนร้องเรียนว่าอย่างโน้นอย่างนี้อย่างนั้น สารพัดจะร้องเรียนไม่มีคำชมเลย และก็ข้อสำคัญก็คือยังไม่ได้แก้ไขเลย ทุจริตก็ยังไม่ได้เอาคนมาลงโทษผ่านไป 2 เดือน 3 เดือนแล้ว ทางกลุ่มสมาชิกก็เลยบอกเอาเป็นว่ามายื่นญัตติดีกว่า ก็บอกว่าให้ผมยื่นไปเลยผมก็เลยยื่นไป ก็ต้องขอบคุณทางสมาชิกที่สนับสนุนล้นหลามนะครับ ต้องขอมาใช้ตามมาตรา 28 เลย ลงมาเต็มองค์คณะ 35 คนเลยครับ ก็จะไปตรวจติดตามและก็จะไปช่วยเหลือข้าราชการ หรือพนักงานที่อยู่ที่นั่นนี่ที่ไม่กล้าพูดความจริง ขี้กลัวทั้งหลายแหล่นี่เดี๋ยวจะเข้าไปคุยนะครับ

สำราญ – ทีนี้ระหว่างการศึกษาปัญหากับไปตรวจสอบทุจริตนี่ อันไหนเป็นด้านหลักครับ พล.ร.อ.บรรณวิทย์

พล.ร.อ.บรรณวิทย์ – จริงๆ แล้วนี่ไปพร้อมๆกันครับ เพราะหน้าที่ของเรานี่นะครับ เรามีหน้าที่โดยตรงอยู่แล้วในการศึกษา และอีกอันนึงที่เรามีหน้าที่ก็คือพิจารณาสอบสวนด้วย สำหรับหน้าที่ของกรรมาธิการนะครับ กรรมาธิการนี่มีหน้าที่ร่างพระราชบัญญัติ กระทำกิจการ พิจารณาสอบสวน ศึกษานี่แหละครับก็เป็นหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ ซึ่งเราจะไปด้วยกันเลยในนามของสภานิติบัญญัติ เพื่อไปหาข้อเท็จจริง ไปชี้ให้เห็นว่าตรงไหนผิดนะครับ ตรงเรานี่เราจะไม่คำนึงถึงเรื่องใดๆเลย เราจะชี้เลยละก็เป็นนิมิตหมายที่ดีที่ท่านประธานบอร์ด คือ พล.อ.สพรั่ง นี่ท่านรับลูกเลย เมื่อวานคุยกับผมอยู่นานเลยว่าตรงไหนเห็นชี้และก็นำเข้ามาในบอร์ดเลย และก็ดำเนินการทันทีช่วยกรุณาชี้ให้หน่อยเถอะ เพราะปัจจุบันนี้มันชี้ถูก ชี้ผิด ชี้มั่ว เอาถูกๆเลยครับ

สำราญ – เราชี้นี่ก็คือส่งเรื่องให้บอร์ดของท่าน พล.อ.สพรั่งเลย

พล.ร.อ.บรรณวิทย์ – ครับ ส่งให้ พล.อ.สพรั่ง ในทางข้างเลยนะครับ และหน้าที่ของเราก็ส่งให้สภาเพื่อจะส่งให้รัฐบางดำเนินการต่อไปนะครับ

สำราญ – ทีนี้เราแบ่งงานไหมครับว่ากลุ่มนี้ดูด้านตรงนี้ กลุ่มโน้นดูด้านอะไรก็แล้วแต่

พล.ร.อ.บรรณวิทย์ – แบ่งครับ เราแบ่งงานเป็น 4 กลุ่มเลยครับ เป็นกลุ่มผู้บริหาร กลุ่มผู้รับบริการ กลุ่มอาคารสถานที่ และกลุ่มสัญญา สิ่งที่เราจะเข้าไปดูนี่นะครับ เราจะเลือกดูเฉพาะสิ่งที่กระทบกระเทือนต่อประชาชนก่อน เพราะสุวรรณภูมินี่เรียนเลยนะครับจับตรงไหนเน่าตรงไหน และสัญญาที่ท่านประธานบอร์ด พล.อ.สพรั่ง เอามาดูนี่ รู้สึกว่าร่วม 100 สัญญาก็เน่าเสีย 120 สัญญา ก็คือ 20 สัญญาที่ไม่เอามาดูก็เน่าด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นนี่ตรงนี้จะต้องทำให้สังคมเห็น แต่ในส่วนของเรานี่เราจะเลือกที่กระทบกับประชาชนก่อน และถ้ามีเวลาเหลือเพราะอายุเรา 90 วันเราถึงจะทำต่อนะครับ

ยกตัวอย่างเลยอันแรกเลยที่เราจะเข้าไปเลยนี่ ไอ้ที่มันบอกว่าห้องน้ำไม่พอนี่นะครับ เดี๋ยวจะเอาออกมาว่าทำไมไม่พอ ใครเป็นคนสั่งทุบ เพราะแบบเดิมของเมอร์ฟี่ จาง นี่มันพอ แล้วมันหายไปไหน ใครคือไอ้โม่ง ใครขโมยห้องน้ำไป เอาห้องน้ำผมคืนมา และปัจจุบันนี้ก็มีการสร้างห้องน้ำเพิ่มเติมแล้ว เหมือนที่ผมได้ถามรัฐบาลในวันที่แถลงนโยบายก็สร้างเพิ่มเติมแล้ว เราจะไปดูว่าสร้างแล้วพอไหม และทำไมสร้างนี่ราคาถึงได้สูงนัก ในขั้นแรกนี่เขาชี้แจงผมมาว่าต้องราคาสูง เพราะว่าอะไรท่านทราบไหม เพราะว่ามันมีท่อทางอยู่ข้างใต้เยอะไปหมด เพราะฉะนั้นเมื่อมีท่อทางอยู่ข้างใต้เยอะไปหมดนี่ การก่อสร้างนี่จะใช้ราคาสูงมาก ก็เลยทำให้การสร้างห้องน้ำราคาสูงมากนี่ผมจะไปดูเลย ว่ามันคุ้มค่าไหม มันสูงจริงไหม และสร้างและมันพอไหม สมมุติว่าสร้างแล้วไม่พอก็ต้องสร้างอีกแหละ เพราะฉะนั้นเอากันทีเดียวเลย ไม่อย่างนั้นสนามบินสร้างไม่เสร็จ ตรงนี้นี่ผมจะดำเนินการแบบนี้เลยในเรื่องห้องน้ำ

และอันที่สองนี่เรื่องความสะอาด ความสะอาดนี่มันยังสกปรกอยู่เลย ผมแอบเข้าไปดูเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว สกปรกมากนะครับ ทำไมถึงสกปรกทราบไหมครับ เพราะว่าเขาจ้างบริษัทเก็บขยะนี่ เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจโทรคมนาคมครับ ขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อบริษัทนะครับเพราะว่าเดี๋ยวเขามาฟ้องผม เอาให้มันเจ๋งๆก่อนนะครับ นี่ครับผมจะไปดูก่อนเลย เอาออกมาเลยครับ รับรองว่าภายในวันพรุ่งนี้สาธารณชนต้องทราบ เพราะผมไปพร้อมด้วยผู้สื่อข่าว อันอันนึงเรื่องความปลอดภัย ความปลอดภัยระดับสูงนี่ ท่าน พล.อ.สพรั่ง ท่านดำเนินการไปแล้ว พวกการก่อการร้าย ของเรานี่เรื่องที่บอกว่ามีการลวนลาม มีการจะไปข่มขืน ที่ตรงไหนที่ไม่ปลอดภัย ท่านทราบไหมครับทำไมถึงไม่ปลอดภัย ท่านก็ไม่ทราบอีก ผมบอกว่าให้ท่านเลยเพราะว่าเราไปจ้างบริษัทยามนี่ จากบริษัทที่ขายยุทโธปกรณ์ ขายยุทโธปกรณ์นะครับ ขายเครื่องจักร

สำราญ – 10 ปี 5,000 ล้านนี่นะครับ

พล.ร.อ.บรรณวิทย์ – นี่แหละครับท่าน และผมถามว่าถ้าสมมุติว่าอาจารย์สำราญ เป็นอำนาจสอนหนังสือสอนเศรษฐศาสตร์ ผมให้ไปสอบธรรมะมันก็น็อกน่ะครับ นี่เช่นเดียวกันครับมันถึงได้วุ่นวายไปหมด นอกจากเข้าไปดูและจะแก้ปัญหายังไงแล้ว และก็ไปรี้อสัญญาด้วย เพราะว่า พล.อ.สพรั่งนี่รับลูกผมไป แถลงข่าวเลยว่าสัญญา รปภ. 10 ปีขอเอามาดูแน่ว่ามันไม่เป็นธรรมตรงไหน ทำไมจ่ายเงินก่อน และผมก็จะไปช่วยอีกแรงหนึ่ง อันนี้ได้คุยกันมาแล้ว เราประสานงานกันเลยครับเพื่อประโยชน์ของประชาชน แก้อย่างรวดเร็ว ตรงนี้จะเห็นเลยว่าไอ้ที่มันไม่ปลอดภัย เอายามที่ไหนมา ยามไม่ได้เรื่องเลย และก็นี่ไปมีพวกมาเฟียไปไล่เตะพวกรถแท็กซี่นี่ เดี๋ยวหมดเลยครับ ผมไม่กลัวมาเฟียเลย อาจารย์สำราญ คุณบัณฑิตก็ไม่กลัวมาเฟีย ท่านทราบไหมครับใครที่กลัวมาเฟีย ผมตอบให้คนที่รับเงินมาเฟียไงล่ะครับ ถ้าลองไปรับเงินมาเฟียจะไปกลัวมันทำไมครับ เราถือกฎหมายอยู่ไปกลัวมันทำไมครับเอามันเข้าคุกให้ดู ที่ไม่กล้าทำนี่ไปรับเงินเขาน่ะสิครับ นี่วันนี้พูดเลยไอ้คนที่กลัวมาเฟียนี่คือคนที่รับผลประโยชน์จากมาเฟีย ไม่เงินก็ได้รับผลประโยชน์ ไม่รู้แหละว่าต้องเป็นผลประโยชน์จากมาเฟีย ถ้าไม่รับกลัวทำไมล่ะมาเฟีย ไม่เห็นน่ากลัวเลยน่ากลัวตำรวจมากกว่า

บัณฑิต – ท่านบรรณวิทย์ครับ มีเวลา 90 วันนี่วางเป้าหมายไว้ไหมครับ ว่าจะทำได้ซักกี่เรื่องครับ

พล.ร.อ.บรรณวิทย์ – นี่ที่เราจะเอาก่อนนะครับคือกระทบกระเทือนกับประชาชน และเรื่องที่ คตส.เขาทำแล้วหรือหน่วยงานอื่นทำแล้วเราก็จะไม่เข้าไปนะครับ เช่น ซีทีเอ็กซ์ เรื่องท่อร้อยสายไฟ เขาบอกให้เราหาข้อมูลเพิ่มเติมนี่ เราดูว่ามันยังห่างไกลและเขานี่ทำไปแล้ว เพราะฉะนั้นผมจะทำเรื่องที่จะกระทบกับประชาชนเลย ไม่ช้าหรอกครับ คุณบัณฑิตจะเห็นห้องน้ำสะอาด และก็ไปก็ไปต้องกลัวคนลวนลามอะไรอย่างนี้นะครับ ผมจะทำให้ได้เลยและก็กระเป๋าที่ว่าล่าช้า ต้องยิงไปลอนดอนแล้วกลับมานี่ นี่เราจะเอาให้รู้เรื่องเลยว่าทำไมมันถึงจะล่าช้า

สำราญ – วันก่อนคุยกับเจ้าหน้าที่ครับ ท่านบรรณวิทย์ ก็มีเจ้าหน้าที่ฝากบอกมาเหมือนกับครับ ว่าห้องน้ำนี่ถ้าไปพินิจพิเคราะห์ดูให้ดีนี่ มองเห็นนะมองอยู่ข้างบนนี่

บัณฑิต – มองมาจากเพดาน

พล.ร.อ.บรรณวิทย์ – ใช่ครับ ผมก็ไม่เข้าใจ เพราะว่าเมอร์ฟี่ จาง เขาไม่ได้ออกแบบอย่างนั้น ผมมีแบบของเมอร์ฟี่ จาง ที่แท้จริงแล้ว และเมอร์ฟี่ จาง เขาก็เบื่อกับเรื่องสนามบินสุวรรณภูมิมาก เขาพูดถึงกระทั่งว่านี่มันสนามบินที่เขาออกแบบหรือ เขายังงงอยู่เลยว่ามันเป็นสนามบินที่เขาออกแบบจริงหรือเปล่านี่ เขายังงงๆอยู่ครับ

บัณฑิต – เรื่องคิงพาวเวอร์ล่ะครับ

พล.ร.อ.บรรณวิทย์ – เรื่องคิงพาวเวอร์นี่อันนี้จะทำในวันนี้เลยนะครับ เพราะว่าเป็นเรื่องที่สนใจของประชาชนมาก ว่ามันอะไรกันแน่และมันเยอะแยะอย่างที่เขาว่าจริงหรือเปล่า วันนี้นี่จะเข้าไปให้เห็นเลยและก็จะไปชี้ดูกันเลยครับ

สำราญ – วันนี้คงเดินทั้งวันเลยสิครับ

พล.ร.อ.บรรณวิทย์ – ไม่ครับ เราเลือกจุดเดินนะครับ เพราะว่าผมแอบไปดูมาก่อนแล้ว ผมแอบไปดูผมไม่บอกผมไปดูมาก่อนแล้ว เพราะฉะนั้นผมก็จะไปดูในเรื่องที่ได้เรียนอาจารย์สำราญไปแล้วนะครับ และก็ไปดูเรื่องคิงพาวเวอร์ว่าร้านขวางทางเดินอะไรยังไง ป้ายไม่ถูกยังไงนะครับ พื้นที่เกินหรือเปล่าอะไรนี่ จะส่งให้ทางบอร์ดเขาเลยครับ

สำราญ – มีท่านผู้ชมบอกว่าเป็นคนจากวิทยุการบิน บอกว่าอยากให้ดูเรื่องสายไฟที่เชื่อมไปที่หอการบิน ซื้อมาจากจีนแดงเคยไหม้มาแล้ว 2 ครั้ง อยากฝากให้กรรมาธิการไปตรวจสอบด้วย

พล