ขู่ประจาน"สุวรรณภูมิ" ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม
ที่ประชุม ขอ.- สศช.-สนข.-สวนใหญ่ไม่เห็นด้วยให้โลคอสต์ย้ายกลับดอนเมือง แต่รอชี้ขาดเดือนกุมภาพันธ์ 2550 อีกครั้ง ยอมรับระบบยังไม่เข้าที่ ด้านผู้เดือดร้อน"สุวรรณภูมิ" ยื่นคำขาดรัฐบาลแก้ปัญหามลภาวะทางเสียง ขู่จะเดินขบวนไปประสานถึง "สุวรรณภูมิ" และประจานต่างประเทศ
ด้านสามารถเทลคอม ยืนยันระบบไอทีสุวรรณภูมิสมบูรณ์แบบเต็มที่แล้ว นายสรรเสริญ วงค์ชะ อุ่ม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับ กรมขนส่งทางอากาศ (ขอ.) สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่ง ชาติ (สศช.) และสำนักงานนโยบาย และแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) มาตรวจสอบข้อมูลแนวทางการใช้ประโยชน์ระหว่างสนาม บินสุวรรณภูมิ และสนามบิน ดอนเมือง เพื่อการพิจารณาว่าจะ ให้มีการใช้สนามบินเดียวหรือ 2 สนามบินควบคู่ ทั้งนี้ ตนจะเชิญสายการบินต้นทุนต่ำ และสายการบินอื่น ๆ ร่วมถึง ขอ. สนข. สศช. และผู้ที่มีบทบาทเกี่ยวข้อง เข้าประชุมหารืออีกครั้ง ภายในต้นเดือนมกราคมนี้ เพื่อให้ข้อสรุปในการใช้สนามบินอย่าง ชัดเจนภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2550 นาย ชัยศักดิ์ อัง ค์สุวรรณ อธิบดีขอ. กล่าวว่า ที่ประชุมมอบหมายให้ทุกหน่วยงานทำการประชุมและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ระบบ สนามบินเดียว และสองสนามบินและจะดำเนินการทำ ประชาพิจารณ์และสัมมนาเพื่อระดมความคิดเห็นจากทุกฝ่ายทั้งภาค รัฐ เอกชนและผู้ใช้บริการว่ามีความต้องการ อย่างไร เพื่อจะได้ดำเนินการตามความต้องการของ เสียงส่วนใหญ่ ทั้งนี้ ยืนยันว่าหากเปิดใช้ทั้งสองสนามบินทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็พร้อมจะเข้ามาบริหารจัดการเพื่ออำนวยความสะดวกให้ กับผู้โดยสาร และการเปิดใช้ทั้งสองสนามบินก็ไม่ ได้มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของสนามบินเพราะสนามบินดังกล่าวมีขนาด ใหญ่ และเพิ่งเปิดให้บริการในเดือนก.ย.ที่ ผ่านมา
แหล่งข่าวจากที่ประชุม กล่าวว่า เสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุม ค่อนข้าง เห็นชอบว่าควรใช้สนามบินสุวรรณภูมิเพียงแห่งเดียว ซึ่งจะได้รับความสะดวกต่อการ บริหารจัดการภายในสนามบินเดียว มากกว่าการเปิดใช้ควบคู่ไปกับสนามบินดอนเมือง โดยอาจส่งผลกระทบให้การบริหาร จัดการเป็นไปได้ยากขึ้น รวมถึงผู้โดยสารที่เดินทางมาจากต่างประเทศ หากต้องการ ต่อเครื่องของสายการบินต้นทุนต่ำ ไปยังต่างจังหวัด จะไม่ได้รับความสะดวก
อย่างไรก็ตาม การเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิใหม่ยังใหม่ จึงมีปัญหาเรื่องระบบ บริการไม่เทียบเท่ากับสนามบินดอนเมือง ซึ่งอาจเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้สายการบินต้นทุนต่ำทุกสาย อยากกลับมาใช้สนามบิน ดอนเมือง
ด้านกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากการสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ นำโดย นางจุฑารัตน์ จันทร แกนนำกลุ่มฯ พร้อมสมาชิกกว่า 100 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ถึง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้เร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ โดยมีข้อเรียกร้อง คือ ขอให้พิจารณายกเลิกการใช้เส้นทางการบินผ่านหมู่บ้านทุกหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบ และหากไม่สามารถดำเนินการได้ตามนี้ ให้มอบหมายผู้มีอำนาจในการตัดสินใจแทน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. มาพบกับประชาชน เพื่อเจรจาขอซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากประชาชนที่เดือดร้อนทุกหมู่บ้าน ในวันที่ 3 ธันวาคมนี้ เวลา 10.00 น. จนกว่าจะได้ข้อยุติทั้งหมด ซึ่งราคาที่ชดเชยจะต้องมีความยุติธรรม อยู่ใกล้เคียงชุมชนเดิม และ ทอท. ต้องจ่ายค่าชดเชยการก่อมลพิษทางเสียงและมลพิษทางอากาศให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน เป็นต้น
ทั้งนี้ หากไม่มีการดำเนินการใด ๆ ตามข้อเสนอดังกล่าว สมาชิกทุกหมู่บ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจะเดินขบวนไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมทั้งให้ข่าวต่อสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีความจริงใจในการแก้ปัญหา ขาดหลักธรรมาภิบาลในการบริหารงาน ยึดประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม
ขณะเดียวกัน ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้มีตัวแทนชาวบ้านประมาณ 100 คน จาก 7 หมู่บ้าน ที่มีครัวเรือน 3,000 ครัวเรือน อาศัยอยู่ทิศเหนือของรันเวย์ด้านตะวันตก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เดินทางมาเพื่อเรียกร้องให้ ทอท. รับผิดชอบผลกระทบจากการเปิดใช้ท่าอากาศยาน โดยนางอุบลวรรณ ศิรคุณาโศภณ กรรมการหมู่บ้านร่มสุข กล่าวว่า นับตั้งแต่เปิดใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา ได้เกิดมลพิษทางเสียงดังถึง 110 เดซิเบล แรงกดอากาศทำให้หลังคาแตก ผนังบ้านร้าว เกิดแรงสั่นสะเทือนต่อโครงสร้างบ้าน มีเขม่าควันลงในที่เก็บน้ำดื่มน้ำใช้ จนทำให้ประชาชนเกิดความเครียดเป็นโรคภูมิแพ้ เด็ด ๆ มีพฤติกรรมเปลี่ยนไป ประสิทธิภาพการทำงานลดลง และมีผู้เจ็บป่วยมากขึ้น ขณะที่ผู้ป่วยมีอาการทรุดหนัก บางรายถึงขั้นเสียชีวิตไปแล้ว ทั้งหมดยังไม่ได้รับการดูแลจากทางการ ทั้งที่มีการเรียกร้องไปหลายครั้ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บมจ.สามารถเทลคอม นำสื่อมวลชนเข้าชมระบบไอทีของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อยืนยันความพร้อมในฐานะผู้ติดตั้งระบบและเปิดใช้งาน โดยนายไพโรจน์ วโรภาษ รองประธานกรรมการบริหาร บมจ.สามารถฯ กล่าวยอมรับว่า ระบบไอทีของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีปัญหาบ้างในสัปดาห์แรกของการเปิดใช้งาน ส่วนใหญ่มาจากความไม่พร้อมของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะระบบเช็กอิน หรือออกตั๋วโดยสาร แต่ขณะนี้ยืนยันความพร้อมสมบูรณ์แบบแล้ว และหากเทียบกับท่าอากาศยานอื่น พบว่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีปัญหาน้อยกว่า และเป็นปัญหาที่ไม่รุนแรง ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวมีการวางเครือข่ายใยแก้วนำแสงความยาว 70 กิโลเมตร ติดตั้งกล้องซีซีทีวี จำนวน 108 ตัวทั่วท่าอากาศยานพร้อมระบบจัดเก็บภาพย้อนหลังได้ถึง 2 เดือน
ทั้งนี้ สามารถเทลคอม ยังมีสัญญาบำรุงรักษาระบบไอทีให้กับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. อีก 2 ปี และสัญญาอีก 1 ปี ในการสนับสนุนการดำเนินงาน ขณะนี้การส่งมอบงานได้แล้วเสร็จตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่ ทอท.ยังเหลือเงินที่ต้องชำระให้กับสามารถฯ งวดสุดท้าย ประมาณ 500 ล้านบาท จากมูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการด้านเอกสาร
ที่มา: แนวหน้า (29 พ.ย. 49)