ทอท.รับแท็กซี่เวย์"สุวรรณภูมิปูด สั่ง"ไอทีโอ"เร่งแก้ไขตามสัญญา
สมชัย รับแท็กซี่เวย์เครื่องบินใน"สุวรรณภูมิ"เกิดปัญหาแตก 2 จุดยาวเกือบ 150 เมตร คาดปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมามากจนลงไปขังในชั้นยางมะตอยทำให้เกิดปัญหาดังกล่าว พร้อมเตรียมสั่ง"ไอทีโอ"เร่งแก้ไขเนื่องจากยังอยู่ในสัญญาถึงเดือนสิงหาคมปีหน้า ระบุปัญหาแตกร้าวอาจเกิดกับรันเวย์ได้ยาก เนื่องจากความเร็วของเครื่องบิน และเสปกที่แข็งแกร่งกว่า ขณะเดียวกันเตรียมเจรจา คิง เพาเวอร์ ขอพื้นที่ เพื่อปรับใช้อำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสาร
วันนี้(25 ต.ค.) นายสมชัย สวัสดีผล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้แถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริง หลังเกิดเหตุแท็กซี่เวย์สำหรับเครื่องบินภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเกิดรอยแตก ทำให้ต้องมีการปิดการใช้งาน โดยยอมรับว่า จุดเกิดเหตุขณะนี้มี 2 จุด คือ บริเวณ E 4-E 8 รันเวย์ฝั่งตะวันตก ซึ่งมีร่องยาวเกือบ 150 เมตร ลึกประมาณ 33 ซม. กับจุดแท็กซี่เวย์ B 2- B 6 รันเวย์ฝั่งตะวันออก โดยมีการตรวจพบตั้งแต่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งสาเหตุเบื้องต้นสันนิษฐานว่า มาจากปริมาณน้ำฝนที่ตกเป็นจำนวนมากและขังอยู่จนแทรกซึมลงไปในชั้นคอนกรีตที่ผสมยางมะตอยในการก่อสร้างแท็กซี่เวย์ โดยวิธีแก้ไขจะใช้รถค่อย ๆ ขุดส่วนที่แตกเป็นร่องและเทยางมะตอยกลบใหม่ คล้ายลักษณะการทำถนน โดยมีกลุ่มบริษัท ไอทีโอ จอยเวนเจอร์ เป็นผู้รับผิดชอบการก่อสร้างและแก้ไข เพราะยังอยู่ในเงื่อนไขสัญญาไปจนถึงสิงหาคม 2550
สำหรับปัญหาที่เกิดเหตุทำให้ขณะนี้เครื่องบินไม่สามารถวิ่งผ่านมาจอดที่หลุมจอดได้ประมาณ 6 หลุมจอด ซึ่งได้ให้เครื่องบินไปใช้จุดแท็กซี่และหลุมจอดอื่นที่มีประมาณ 51 หลุมจอดรองรับแทนแล้ว ส่วนการซ่อมแซม คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคมนี้ นอกจากนี้ในวันนี้ยังสั่งผู้รับเหมาให้ตรวจสอบแท็กซี่เวย์จุดอื่น ๆ ด้วยว่ามีปัญหาเกิดขึ้นอีกหรือไม่ หากพบว่ามีปัญหาก็จะได้ซ่อมแซมให้แล้วเสร็จในคราวเดียว และยืนยันว่าเรื่องที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้ เพราะที่สนามบินดอนเมืองก็เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้บ่อยครั้ง
นายสมชัย กล่าวอีกว่า สำหรับข้อสงสัยที่ว่ารันเวย์เครื่องบินจะสามารถเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ได้หรือไม่ จากการตรวจสอบในขณะนี้ยังไม่พบว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นที่รันเวย์ แต่ในอนาคตรันเวย์ก็อาจเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ได้เช่นกัน แต่มีโอกาสน้อยมาก เพราะการลงจอดของเครื่องบินที่รันเวย์จะใช้ความเร็วกว่าการวิ่งบนแท็กซี่เวย์ซึ่งอาจทำให้เกิดการทรุดตัวและน้ำขังได้มากกว่า ขณะเดียวกันสเปกของรันเวย์ก็มีความแข็งแรงและหนาแน่นมากกว่าแท็กซี่เวย์ด้วย
สำหรับการตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริง ขณะนี้ได้ให้กลุ่มไอทีโอพิจารณาอยู่ว่าเกิดจากสาเหตุใดที่ทำให้น้ำลงไปขังอยู่ใต้แท็กซี่เวย์ได้ แต่ยืนยันว่าสาเหตุเกิดจากน้ำฝนอย่างแน่นอน โดยทางผู้รับเหมาจะตรวจสอบสาเหตุ รวมทั้งพื้นที่ส่วนต่างๆ ให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ นายสมชัย กล่าว
นายสมชัย กล่าวด้วยว่า ในช่วงบ่ายวันนี้จะประชุมกับตัวแทนบริษัทคิง เพาเวอร์ เพื่อเจรจาถึงประโยชน์การใช้สอยพื้นที่ส่วนต่าง ๆ ภายในอาคารผู้โดยสาร ประมาณ 27,000 ตารางเมตร โดยบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. จะใช้พื้นที่บางส่วนของบริเวณอาคารผู้โดยสาร ชั้น 2 และ 4 ในการเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้กับผู้โดยสาร เช่น การสร้างห้องน้ำเพิ่มกว่า 200 ห้อง โดยพื้นที่ที่ต้องถูกรื้อ คือ พื้นที่ของกรมศุลกากร สำนักงานของกระทรวงแรงงาน และบางส่วนของสำนักงาน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสาร ส่วนเรื่องสัญญาที่มีการลงนามกับคิง เพาเวอร์ ก่อนหน้านี้ จะต้องมีการขอเจรจากันอย่างประนีประนอม
ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ทหารของกองทัพอากาศประมาณ 500 นาย จะปฏิบัติภารกิจในการช่วยงานให้ทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจนถึง 31 ตุลาคมนี้ ทอท.กำลังจัดหาบุคลากรเพิ่มผ่านบริษัทภายนอก ในการเข้ามาช่วยดูการยกกระเป๋าสัมภาระให้ผู้โดยสาร และทำหน้าที่อื่น ๆ ที่ทหารเคยทำอยู่ โดยขณะนี้กำลังดูอัตราว่าต้องจ้างเพิ่มมากน้อยเพียงใด
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ (25 ต.ค. 49)