HFlight รีวิวสายการบิน โรงแรม จองโรงแรมทั่วโลก - หน้าแรก
- กลับหน้าแรก -
หน้าแรก | จองโรงแรมที่พัก | ข่าวการบิน | Webboard | สายการบิน | กิน-เที่ยว-เดินทาง | รีวิวโรงแรม | คู่มือเที่ยวเมืองนอก | ลงโฆษณา

  
 

« คาดว่าเครื่องบินบราซิลแบบโบอิ้ง737-800ที่หายจากจอเรดาห์น่าจะประสบอุบัติเหตุตกกลางป่าทึบ | Main | ขสมก.เล็งจัดหารถเอกชนวิ่งบริการเชื่อมสุวรรณภูมิ »

คอมพ์คาร์โก้ล่มสุวรรณภูมิป่วนมือใหม่มั่วแหลก

เปิดสนามบินวันที่สามปัญหายังเพียบ ระบบคอมพิวเตอร์คาร์โก้ล่ม ส่งผลสินค้าหลายร้อยตัว ด้านการบินไทยยังมั่วเหมือนเดิม พนักงานใหม่ขาดความเข้าใจการใช้อุปกรณ์


พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับดูแลการเปิดให้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินผลการเปิดใช้สนามบินในช่วง 3 วันที่ผ่านมา สรุปว่าผลเป็นที่น่าพอใจ ปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงแรกเพราะความไม่คุ้นกับระบบและเครื่องมือใหม่ รวมทั้งความล่าช้าในการขนย้ายอุปกรณ์ ซึ่งได้รับการแก้ไขไปแล้ว คาดว่ากรมการขนส่งทางอากาศจะสามารถออกใบอนุญาตการใช้สนามบินสุวรรณภูมิ (Aerodome Certificate) ได้ภายในเดือน พ.ย.นี้ จากนั้นจะมีการประกาศเปิดใช้สนามบินอย่างเป็นทางการต่อไป


สำหรับปัญหาอุปสรรคในระหว่างการเปิดใช้สนามบิน จะมีศูนย์ประสานงานซึ่งจะประกอบด้วยตัวแทนจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามและร่วมแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยทันทีจนกว่าสนามบินแห่งใหม่จะได้ใบรับรองอนุญาตการใช้สนามบินอย่างถูกต้อง ซึ่งเชื่อว่าปัญหาหลังจากนี้จะมีไม่มาก แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้น คณะกรรมการชุดนี้จะต้องเร่งเข้าไปแก้ไขโดยทันที


ส่วนปัญหาเรื่องของป้ายบอกทางและอื่นๆ จะต้องได้รับการแก้ไขภายใน 1-2 วันจากนี้ คาดว่าภายใน 7 วันทุกอย่างจะเข้ารูปเข้ารอยมากขึ้น ในขณะที่การเปิดให้บริการเป็นวันที่สาม ผู้โดยสารของสายการบินไทยส่วนใหญ่มีความสับสนเกี่ยวกับเคาน์เตอร์เช็กอินในการออกตั๋วโดยสารของสายการบินไทย ซึ่งในตารางแจ้งเที่ยวบินขาออกระบุว่า เที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศเช็กอินได้ที่เคาน์เตอร์ CHJ ซึ่งผู้โดยสารได้ถามหาเคาน์เตอร์ CHJ โดยเจ้าหน้าที่ประจำเคาน์เตอร์เช็กอินและเจ้าหน้าที่ประจำบูธแนะนำของการบินไทยแจ้งแก่ผู้โดยสารว่า เคาน์เตอร์ C สำหรับผู้โดยสารภายในประเทศ และเคาน์เตอร์ H และ J สำหรับผู้โดยสารต่างประเทศ แต่เมื่อได้มีการตรวจสอบพบว่า เจ้าหน้าที่เข้าใจผิด โดยนายโชคชัย ปัญญายงค์ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายพัฒนาโครงการลงทุนของบริษัทการบินไทยในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยืนยันว่าสามารถเช็กอินได้ทุกเคาน์เตอร์ เพราะเป็นระบบ Common Chedkin Convenience


นายโชคชัยกล่าวว่า จะเร่งทำความเข้าใจกับพนักงานเช็กอินและพนักงานที่คอยให้คำแนะนำกับผู้โดยสาร ซึ่งอาจเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ ดังนั้นในส่วนของตารางการแจ้งเที่ยวบินขาออกจึงไม่ต้องมีการแก้ไขใดๆ แต่จะต้องให้พนักงานคอยให้คำแนะนำ และเชื่อว่าหลังจากคุ้นเคยผู้โดยสารจะเข้าใจได้เอง นอกจากนี้ ยังได้เกิดปัญหาที่บริเวณ Custom Free Zone มีกลุ่ม Shipping ประมาณ 50 คนประท้วงอยู่ที่ด้านหน้าคลังสินค้า Free Zone ของบริษัท บางกอก ไฟลท์ เซอร์วิส จำกัด (BFS) ของบางกอกแอร์เวย์ส โดยนายโกวิทย์ ธัญญรัตกุล ในฐานะนายกสมาคมผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางอากาศ (TAFA) กล่าวว่า ตั้งแต่เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีปัญหาในระบบคอมพิวเตอร์ทำให้ไม่สามารถนำสินค้าเข้า-ออกได้ เป็นเหตุให้มีสินค้าตกค้างไม่น้อยกว่า 100 ตัน ซึ่งได้รับแจ้งจากผู้แทน BFS ว่าระบบคอมพิวเตอร์มีปัญหา ทำให้การทำงานไม่สามารถเดินหน้าได้


นายโกวิทย์กล่าวว่า จากปัญหาความไม่เรียบร้อยของการจัดระบบคลังสินค้าปลอดภาษี ในช่วงที่ผ่านมา สมาคมตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศไทย (TAFA) ได้มีการประชุมร่วมกัน และได้รายงานปัญหาทั้งหมด พร้อมยื่นข้อเสนอขอให้ระงับการเปิดเขตฟรีโซนไปก่อนให้ผู้บริหารระดับรองปลัดกระกระทรวงคมนาคมรับทราบ และเมื่อยังมีการเปิดพื้นที่ในวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา TAFA ได้มีการประชุมหารือร่วมกันอีกครั้งเมื่อวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา TAFA ยืนยันในความเห็นให้มีการระงับการเปิดพื้นที่ฟรีโซนเนื่องจากการจัดการระบบของพื้นที่ทั้งคลังสินค้าบีเอฟเอส และการบินไทยยังจัดระบบไม่เรียบร้อย เชื่อว่าจะทำให้ไม่สามารถออกสินค้าให้ผู้ประกอบการได้


นายสุชาติ สุขสันต์ ผู้อำนวยการศุลกากรประจำสุวรรณภูมิ กล่าวถึงกรณีคลังสินค้า BFS เกิดปัญหาการบริหารการนำเข้าและส่งออกสินค้าว่า เบื้องต้นเกิดจากปัญหาพนักงานของ BFS ไม่มีความสามารถในการบริการบริหารจัดการเกี่ยวกับงานด้านคลังสินค้า และในวันจันทร์ที่ 2 ต.ค.นี้ จะเรียกผู้บริหาร BFS และผู้บริหารพื้นที่ปลอดภาษี หรือฟรีโซน รายอื่นๆ เข้าร่วมหารือเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว


นายนิติ ศิริสูตร ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายพิธีการศุลกากร บริษัท แบล็กซ์โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า BFS ควรลดขั้นตอนในการจัดการนำเข้าและส่งออกสินค้าลงมากกว่านี้ และให้ผู้นำเข้าและส่งออกที่มีความชำนาญเข้ามาร่วมจัดการหาก BFS ยังไม่มีความชำนาญในปัจจุบันสินค้าของบริษัทตกค้างไม่สามารถนำสินค้าออกได้ ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์เครื่องกีฬา ซึ่งมีอยู่ประมาณ 300 กล่อง


นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า ได้รับรายงานเมื่อเวลา 11.00 น. ว่าปัญหาเกิดจากระบบคอมพิวเตอร์ของ BFS ขัดข้องไม่สามารถเชื่อมต่อกับระบบออนไลน์ของกรมศุลกากรได้ ซึ่งทางกรมศุลกากรได้เข้าไปช่วยแก้ปัญหาโดยส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลและให้ปล่อยสินค้าด้วยระบบแมนนวล หรือใช้ใบอนุญาตด้วยกระดาษแทนการใช้ระบบออนไลน์ไปก่อน โดยกรมศุลกากรพร้อมจะเข้าไปช่วยแก้ปัญหาอย่างเต็มที่


นายสจ๊วต ซินแคร์ ผู้จัดการบริษัท BFS กล่าวว่า ปัญหาเกิดจากระบบคอมพิวเตอร์ไม่สามารถออนไลน์กับกรมศุลกากรได้ตามที่ได้มีการวางแผนไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งระบบการทำงานนั้น ทางบริษัท ไทย แอร์พอร์ต กราวด์ เซอร์วิสเซส (TAGS) ในฐานะเป็บริหารคลังสินค้าปลอดภาษีเป็นผู้วางระบบให้ แต่ในกรณีนี้บริษัทไม่ได้โทษแท็กส์แต่อย่างใด โดยขณะนี้สินค้ามีการตกค้างประมาณร้อยละ 30 ของความจุคลังสินค้า ส่วนใหญ่เป็นสินค้าทั่วไปซึ่งทางบริษัทพร้อมรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยจะพิจารณาเป็นกรณีไป และภายในวันนี้สินค้าทั้งหมดจะสามารถปล่อยสินค้าออกจากคลังได้ทั้งหมดตามที่ตกลงไว้ ซึ่งกรณีที่ใบออกสินค้าดำเนินการได้รวดเร็วนี้ก็เนื่องจากเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรมาอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี


นายคีรี ชัยชนะวงศ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาของทาฟ่า ยอมรับว่าปัญหานั้นเกิดจากความไม่พร้อมของผู้ประกอบการคลังสินค้าที่การบินไทยและ BFS รับผิดชอบ ระบบการทำงานเป็นระบบใหม่ ทำให้บุคลากรยังไม่มีความพร้อม คือการใช้ระบบ ACCS ส่วนระบบเดิมที่สนามบินดอนเมืองใช้ระบบ EDI นอกจากนี้ อุปกรณ์เครื่องมือโดยเฉพาะรถลากสินค้ามายังคลังสินค้ามีไม่เพียงพอ จึงเป็นปัญหาทำให้ในวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมาสินค้าตกค้าง และพลาดเที่ยวบิน เช่น สายการบินสวิสแอร์ ต้องบินเที่ยวเปล่า หรือเสียหาย 100% ส่วนคาร์เธย์แปซิฟิก 70% แต่ในขณะนี้ได้มีการหารือกับทาง ทอท.เพื่อเจรจาขอใช้ Werehouse ของ ทอท.ทั้ง 4 แห่ง เพื่อเป็นพื้นที่จัดระบบในการเคลียร์สินค้าตกค้างทั้งหมด


นายชาญชัย สิงโตโรจน์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายการพาณิชย์สินค้าและไปรษณียภัณฑ์ ยืนยันว่าสินค้าตกค้างเกิดจากแรกคือ 28 ก.ย.เท่านั้น ส่วนวันต่อมาก็มีปัญหาน้อยลง และในวันที่ 30 ก.ย. ก็สามารถเคลียร์สินค้าดังกล่าวส่งออกไปยังแต่ละสายการบินได้หมดแล้ว โดยไม่มีสินค้าที่เน่าเสียหายรวมอยู่ ข่าวที่ออกมาคลาดเคลื่อนไม่เป็นความจริง เป็นเรื่องเก่าปัญหาตั้งแต่วันแรก แต่ยังเอามาพูดทำให้เสียหาย


นายโชติศักดิ์ อาสภวิริยะ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เรื่องนี้ได้มีการหารือกับทางผู้ประกอบการขนส่งสินค้าตั้งแต่ก่อนเปิดใช้สนามบิน ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันว่าจะให้ใช้ระบบการขนส่งสินค้าภายในคลังให้ใช้ระบบเดิมที่สนามบินดอนเมืองเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อป้องกันปัญหา ส่วนการเรียกเก็บค่าบริหารจัดการในอัตรากิโลกรัมละ 1 บาท ก็มีการยกเว้นในช่วง 2 เดือนแรก แต่การที่กลุ่มผู้ประกอบการขนส่งสินค้าออกมาให้ข้อมูลผ่านสื่อมวลชน ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนและเสียหายต่อ ทอท.


ด้านนายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ กล่าวว่า ในวันเดียวกันได้มีการประชุมหารือร่วมกับตัวแทนผู้ประกอบการขนส่งสินค้าในพื้นที่ Custom Free Zone ซึ่งสามารถที่จะตกลงและเข้าใจร่วมกันได้ว่าระบบการทำงานจะยังคงใช้ระบบเดิมไปก่อน ส่วนการใช้พื้นที่ Werehouse จะอนุญาตให้ใช้ได้เป็นการชั่วคราวเพื่อเป็นที่เก็บสินค้า แต่ในระยะต่อไปจะต้องประชุมหารือร่วมกัน


ส่วนบรรยากาศการเปิดให้บริการของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นวันที่สาม พบว่าอุปสรรคปัญหาในด้านการให้บริการแก่ผู้โดยสารได้รับการแก้ไขดีขึ้น โดยเฉพาะการบินไทยได้ตั้งบูธคอยให้คำแนะนำต่างๆ แก่ผู้โดยสารภายในอาคารผู้โดยสารขาออก อีกทั้งยังมีประชาชนหลั่งไหลเดินทางมาชื่นชมความสวยงามของสนามบินเป็นจำนวนมากเนื่องจากตรงกับวันหยุด บางรายต้องการมาทำความรู้จักกับสนามบินก่อนที่จะเข้ามาใช้บริการในอนาคต ส่งผลให้ถนนบริเวณทางเชื่อมขึ้น-ลงอาคารผู้โดยสารขาออกรถติดเป็นระยะ โดยเฉพาะบริเวณช่วงทางโค้ง เนื่องจากมีประชาชนจอดรถแวะถ่ายรูป บางรายมีการเปิดท้ายรถทำกิจกรรมปิกนิกของครอบครัวด้วย โดยมีเจ้าหน้าที่คอยประสานขับไล่เป็นระยะ


ด้านเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจคนเข้าเมืองสำหรับผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ แจ้งว่า ผู้โดยสารส่วนใหญ่มารอต่อแถวกันเป็นจำนวนมากเพื่อตรวจผ่านที่บริเวณเคาน์เตอร์ฝั่งตะวันออกซึ่งจะตรงกับจุดที่ตั้งของศิลปกรรมชุดกวนเกษียรสมุทร ในขณะที่เคาน์เตอร์ฝั่งตะวันตกก็เปิดให้บริการ แต่ไม่ได้รับสนใจจากผู้โดยสารเท่าที่ควร


นายโชติศักดิ์กล่าวว่า ภาพรวมของการเปิดให้บริการเป็นวันที่สาม ยอมรับว่าปัญหาต่างๆ คลี่คลายลงไปจำนวนมาก ยอมรับว่ายังมีอีกหลายส่วนที่จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไข โดยเฉพาะป้ายบอกทางอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการ ห้องน้ำเสียและมีจำนวนไม่เพียงพอ จะต้องแก้ไขโดยการบินไทยและ ทอท.จะประเมินผลร่วมกันเพื่อสรุปปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นและส่วนที่จะต้องปรับปรุงแก้ไข


เรืออากาศโทอภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มีเที่ยวบินล่าช้าเฉลี่ย 33 นาที รวม 10 เที่ยวบิน ได้แก่ ทีจี 950 เส้นทางสุวรรณภูมิ-โคเปนเฮเกน ล่าช้า 1.35 ชั่วโมง ทีจี 644 เส้นทางสุวรรณภูมิ-นาโกยา ทีจี 676 เส้นทางสุวรรณภูมินาริตะ ทีจี 993 สุวรรณภูมิ-ซิดนีย์ เป็นต้น โดยมีความล่าช้าเฉลี่ย 33 นาที สาเหตุจากระบบขนถ่ายกระเป๋าสัมภาระ ซึ่งทางการบินไทยได้แก้ปัญหาโดยลงนามสัญญาว่าจ้างบริษัท ไทย แอร์พอร์ตส์ กราวด์ เซอร์วิสเซส จำกัด (TAGS) เข้ามาดูแลการบริการภาคพื้นให้กับสายการบินต่างๆ แทนการบินไทย และจะนำรถขนส่งกระเป๋าจากท่าอากาศยานเชียงใหม่และภูเก็ตที่ไม่ได้ใช้งานมาช่วยที่สนามบินสุวรรณภูมิภายในสัปดาห์นี้ ส่วนในระยะยาวจะมีการซื้อรถเพิ่มอีกจำนวนหนึ่ง โดยจะได้รับการส่งมอบภายใน 2-3 สัปดาห์นี้.

ที่มา: ไทยโพสต์ (1 ต.ค. 49)

ข่าวสายการบิน | เว็ปบอร์ด | Gallery | Dutyfree Shop | ติดต่อทีมงาน
มาเป็นเพื่อนบ้าน HFlight.net | ติดต่อลงโฆษณา

Copyright (C) 2004. Kosin Yeambunya. All rights reserved.

Hflight.net