ทอท.ผุดศูนย์ปฏิบัติการสุวรรณภูมิรับมือเหตุฉุกเฉิน
กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.สั่งตั้งศูนย์ปฏิบัติการรับมือเหตุฉุกเฉิน ส่วนการเปิดให้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิวันนี้ (27 ก.ย.) เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขณะที่พนักงานเคาน์เตอร์เช็กอินสายการบินนกแอร์ที่ให้บริการวันแรกรู้สึกตื่นเต้นกับความใหญ่โตของท่าอากาศยาน ด้านผู้โดยสารยังคงเดินทางมาใช้บริการกันอย่างคึกคัก พร้อมตั้งข้อสังเกตป้ายบอกเส้นทางภายในท่าอากาศยานน้อยและเล็กไป
บรรยากาศทั่วไปจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิก่อนเปิดใช้เชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ ในวันที่ 28 กันยายนว่า ยังคงมีการให้บริการตามปกติและมีผู้โดยสารเดินทางมาใช้บริการคึกคัก โดยส่วนใหญ่เป็นการเดินทางภายในประเทศและเดินทางประเทศใกล้เคียง เช่น สิงคโปร์ เวียดนาม มาเก๊า โตเกียว และมีผู้โดยสารบางส่วนมาใช้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นครั้งแรก
นายโชติศักดิ์ อาสภวิริยะ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า ได้สั่งการให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการพร้อมรับมือกับเหตุฉุกเฉินในทุกระบบทั้งเช็กอิน ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ สื่อสารของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อสามารถแก้ปัญหาหากเกิดเหตุฉุกเฉินได้ทันท่วงที อย่างไรก็ตาม จุดที่เป็นห่วงคือความไม่คุ้นเคยของเจ้าหน้าที่ แต่เชื่อว่าไม่มีปัญหาและจากการที่ฝนไม่ตกทำให้การขนย้ายอุปกรณ์จากท่าอากาศยานกรุงเทพมายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นไปด้วยดี
นายสมชัย สวัสดีผล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า การให้บริการที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นไปด้วยความเรียบร้อย วันนี้จะมีสายการบินขาเข้า 73 เที่ยวบิน ออก 60 เที่ยวบิน และตั้งแต่เวลา 03.00 น.จะย้ายทุกอย่างมาไว้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทั้งหมด ส่วนการตกแต่งอาคารภายในผู้โดยสาร ทั้งร้านค้า ร้านค้าปลอดอากรและการเก็บความเรียบร้อยในวันนี้และพรุ่งนี้ (28 ก.ย.) จะยังคงทำงานต่อไป แต่ในวันที่ 28 กันยายน จะเปิดให้บริการอย่างแน่นอน ส่วนด้านมาตรการรักษาความปลอดภัย มีการนำสุนัขทหารจากกองพันสุนัขทหารศูนย์การสุนัขทหาร อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มาประจำการที่ประตูทางเข้าอาคารที่พักผู้โดยสาร เพื่อตรวจวัตถุต้องสงสัย
นายอนันต์ กุลแพทย์ ผู้โดยสารกล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้น เพราะมาที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นครั้งแรก เห็นว่า
มีความกว้างขวางใหญ่โตและใหญ่กว่าท่าอากาศยานกรุงเทพ โดยใช้เวลาเดินทางล่วงหน้าประมาณ 2 ชั่วโมง เนื่องจากยังไม่ชินเส้นทาง โดยพอใจที่ไม่มีเสียงประกาศตามสาย เพราะเชื่อว่าผู้โดยสารศึกษาจากตารางการบินได้ แต่มีข้อเสนอแนะทำป้ายบอกเส้นทางให้มากขึ้น โดยเฉพาะจากลานจอดรถที่จะมายังอาคารผู้โดยสารขาออกและขาเข้า อยากให้มีป้ายแนะนำสะพานเชื่อม เพื่อไม่ให้ผู้โดยสารเสียเวลามาก
น.ส.นภาพร แคเมอร์ ผู้โดยสารอีกคนหนึ่ง กล่าวว่า เดินทางมาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นครั้งแรก โดยจะเดินทางไปที่จังหวัดอุดรธานี พอใจเพราะการจราจรไม่ค่อยติดขัด โดยใช้เวลาเดินทางจากถนนข้าวสารมาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพียง 1 ชั่วโมง และเห็นว่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไม่หนาแน่นและแออัดเหมือนท่าอากาศยานกรุงเทพ และได้รับการอำนวยความสะดวกดี แต่ป้ายบอกเส้นทางมีจำนวนน้อยและเล็กเกินไป
ส่วนบรรยากาศที่อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิวันนี้เป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีสื่อมวลชนทั้งจากวิทยุ โทรทัศน์ทุกช่อง รอทำข่าวการเปิดใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นวันแรก ขณะเดียวกันประชาชนทั่วไปยังคงทยอยมาเยี่ยมชมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในวันนี้มีกลุ่มเด็กเล็ก 1 หมู่คณะ จากศูนย์เด็กเล็กพัวชิวติ่งลิ้มเซาะคิ้ม จากเขตลาดกระบังจำนวน 55 คน แบ่งเป็นคณะครู 5 คน และเด็ก 50 คน
นางชฎาพร วงศ์สระทอง หัวหน้าคณะครูจากศูนย์เด็กเล็กฯ กล่าวว่า การนำเด็กมาเยี่ยมชม เนื่องจากที่ตั้งศูนย์ฯ อยู่ใกล้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเด็กจะได้เห็นท่าอากาศยานจริงจากที่ดูแต่ในโทรทัศน์ ซึ่งน่าจะได้รับประโยชน์กว่าและเด็ก ๆ เหล่านี้ก็ดูตื่นเต้น ถือเป็นการปลูกฝังสิ่งดี ๆ ให้กับเด็ก
ส่วนสายการบินต่าง ๆ ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พนักงานของแต่ละแห่งในวันนี้จะดูตื่นเต้นเป็นพิเศษ โดยเฉพาะสายการบินนกแอร์ที่เปิดให้บริการวันนี้เป็นวันแรกได้มีการตกแต่งเคาน์เตอร์เช็กอินของสายการบินอย่างสวยงาม โดย น.ส.พรพิมล สิมุนาก พนักงานประจำเคาน์เตอร์เช็กอิน สายการบินนกแอร์ กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นกับการให้บริการที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เนื่องจากใหญ่โตมากและดูแปลกตา เมื่อเทียบกับท่าอากาศยานกรุงเทพ แต่ในวันแรกการบริการของสายการบินนกแอร์ ก็ยังประสบปัญหาขัดข้อง อาทิ ยังมีผู้โดยสารหลงทางไปขึ้นที่ท่าอากาศยานกรุงเทพ โดยในส่วนนี้ ทอท.ได้จัดรถรับส่งเรียบร้อยแล้ว
ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ (27 ก.ย. 49)