คิงเพาเวอร์แจงได้ค่าฟีแค่2.5%
จากกระแสข่าวเกี่ยวกับการที่บริษัท คิงเพาเวอร์ จำกัด ผู้รับสิทธิ์บริหารพื้นที่ร้านค้าปลีกในสนามบินสุวรรณภูมิ เรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่ากินเปล่า จากผู้ประกอบการที่จะเข้าไปเช่าพื้นที่เพื่อเปิดร้านค้าต่างๆเป็นจำนวนที่มากนั้น กระทั่งทำให้ร้านค้าหลายรายไม่พอใจเพราะเสมือนเป็นการถูกมัดมือชก รวมทั้งบางรายก็ไม่ได้รับการพิจารณาที่จะให้เช่าพื้นที่แต่อย่างใด ขณะที่บางรายในธุรกิจเดียวกันอย่างเช่น ธนาคาร กลับได้พื้นที่รายเดียวจำนวนมาก
นายวิชัย รักศรีอักษร ประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯเป็นผู้ได้รับสิทธิในการเข้า บริหารพื้นที่ค้าปลีกเชิงพาณิชย์ในอาคารผู้โดยสารเทอมินอลของสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งมีพื้นที่รวมประมาณจำนวน 28,000 ตารางเมตร
โดยตามเงื่อนไขที่ทำกับทางสนามบินสุวรรณภูมินั้น รายได้อันเกิดจากการที่เรียกเก็บจากผู้เช่าคือ รายได้จากการบริหารพื้นที่ร้านค้า ที่บริษัทฯเรียกเก็บค่าธรรมเนียมประมาณ 7-20% จากการขายสินค้าและบริการ ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทของร้านค้า แต่ทั้งนี้โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ 17.5% ซึ่งรายได้จากตรงนี้ บริษัทฯต้องทำตามข้อบังคับจากสนามบินสุวรรณภูมิคือต้องนำส่งให้กับทาง บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของสนามบินสุวรรณภูมิ ประมาณ 15% จึงเท่ากับว่า รายได้จากส่วนนี้บริษัทฯจะเหลือได้รับจริงเพียงแค่ 2.5% เท่านั้น ไม่ใช่ว่าจะได้ทั้งหมด 17.5%
วงเงินจำนวนดังกล่าวบริษัทฯจะต้องนำไปใช้ในการบริหารจัดการต่างๆทั้ง ตัวอาคาร บุคลากร การลงทุน และรวมไปถึงการทำการตลาด แคมเปญ โปรโมชั่น การโฆษณาและประชาสัมพันธ์ตลอด เพื่อสร้างความคึกคักและกระตุ้นให้เกิดบรรยากาศในการค้าขายมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีกับร้านค้าผู้เช่าพื้นที่ทั้งนั้น
ขณะที่ราคาค่าเช่าของพื้นที่ค้าปลีกในสนามบินสุวรรณภูมินั้น ได้กำหนดไว้ประมาณ 1,000
บาทต่อตารงเมตรต่อเดือน ซึ่งบริษัทฯต้องส่งให้กับท่าอากาศยานทั้งหมด แต่ค่าตกแต่งพื้นที่นั้น บริษัทฯจะเรียกเก็บจากของพื้นที่ ซึ่งจะสูงสุดอยู่ที่ 8,000 บาทต่อตารางเมตรต่อสัญญานาน 5 ปี
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดนี้ งบประมาณการตกแต่งพื้นที่รวมทั้งหมด ได้เพิ่มขึ้นไปถึง 3,000 ล้านบาทแล้ว จากเดิมที่ตั้งงบประมาณไว้ที่ 2,000 ล้านบาทเท่านั้นเอง เพื่อต้องการให้การตกแต่งร้านค้าและพื้นที่ทั้งหมดตรงกับคอนเซ็ปท์ของสนามบินสุวรรณภูมิที่อยู่ในระดับพรีเมี่ยมหรือ 5 ดาว จึงทำให้ต้องมีการเปล่ยนสเปควัสดุหลายประการให้สอดคล้องกัน แต่ยืนยันว่า บริษัทฯไม่ได้ผลักภาระให้กับผู้เช่าพื้นที่แต่อย่างใด
นายวิชัยกล่าวด้วยว่า จำนวนเงินที่บริษัทฯหักออกมานี้ ทั้งหมดก็จะต้องนำส่งให้กับทางท่าอากาศยานเช่นเดิม ซึ่งเงื่อนไขและราคาตลอดจนค่าธรรมเนียมต่างๆนั้น ได้มีการให้รายละเอียดกับทางร้านค้าผู้เช่าไปหมดแล้วตั้งแต่วันทำสัญญา
ปัจจุบันพื้นที่ที่บริษัทฯเปิดให้เช่านั้น มีร้านค้าที่สนใจจำนวนมาก แต่ก็ไม่สามารถที่จะให้ได้หมดทุกราย โดยมีผู้จับจองพื้นที่หมดแล้ว 100% จาก 28,000 ตารางเมตร แต่มีบางร้านค้าที่บริษัทฯเปิดโอกาสให้ใช้พื้นที่ฟรีโดยไม่คิดค่าเช่า เช่น ร้านค้าของโครงการหลวง
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ (6 ก.ย. 49)